ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ ขาวไปแข่งรถตามปกติ เหตุคาดไม่ถึงเกิดขึ้นเมื่อถูกตำรวจมาดักจับ แก๊งรถซิ่งเลยแตกกันกระเจิง ตี๋กับบึมหนีไปด้วยกัน ตะโกนบอกขาวว่าแล้วไปเจอกันที่บ้าน

ขาวบึ่งรถหนีไปอย่างคล่องแคล่ว ถูกหมวดจีรายุสกับตำรวจและนักข่าวดักอยู่ ตำรวจนายหนึ่งชักปืนจะยิง จีรายุส

ห้ามไว้ทัน มองตามขาวไปอย่างเจ็บใจที่หนีรอดไปได้

ที่ไหนได้ ขาวถูกแก้วดักเอาไม้ฟาดจนตกจากรถ พริบตานั้นเองแก้วพรวดเข้าไปใส่กุญแจมือฉับ แต่พอเปิดหมวกกันน็อกออก ทั้งคู่ต่างก็ตกใจ

แก้วถามขาวว่ามาทำอะไรที่นี่ ขาวไม่มีแก่ใจจะตอบบอกแก้วให้รีบปล่อยตนก่อน แก้วยังพยายามทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเคร่งครัด ซักถามจะเอาความจริงจากขาวให้ได้ แต่ขาวก็เฝ้าเร่งรัดให้รีบปล่อยตนไปก่อน เมื่อแก้วไม่ยอมขาวตัดสินใจพุ่งเข้ากระแทกตัวแก้วเพื่อจะแย่งกุญแจมาไขกุญแจมือ

ทั้งคู่กระแทกและยื้อแย่งกัน จนแก้วขัดขาขาวล้มลงแต่ตัวเองก็เสียหลักล้มไปด้วย  หน้าแก้วไปชนหน้าขาว

อย่างจัง ต่างชะงักมองกันอึ้ง แต่พอตั้งสติได้ต่างก็ผละจากกัน ขาวพยายามใจเย็นจะเจรจากับแก้ว จนในที่สุดแก้วใจอ่อนยอมไขกุญแจมือปล่อยขาวไป เธอมองขาวอย่างผิดหวัง

"บางทีชีวิตคนเราก็ไม่มีทางเลือกมากนักหรอกนะแก้ว แต่ฉันสัญญาว่า..."

"ไปได้แล้วขาว ถ้ารุ่นพี่ฉันกลับมา ฉันช่วยนายไม่ได้แล้วนะ" แก้วเป็นฝ่ายเร่งให้ขาวหนีไป ขาวตัดสินใจวิ่งไปขึ้นรถ แต่ยังหันมาบอกแก้วอย่างกังวลใจว่า

"อย่าบอกหลวงพ่อนะแก้ว"

จนวันรุ่งขึ้น ขาวจึงกลับไปถึงห้องพัก เจอบึมกับตี๋รออยู่แล้ว ทั้งสองดีใจที่ขาวกลับมา ถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ขาวไม่ตอบแต่ถอดเสื้อแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าท่าทางซึมเศร้าผิดสังเกต

พอเข้าห้องน้ำ ขาวเปิดน้ำจากฝักบัวรดตัว กำหมัดทุบผนังห้องน้ำด้วยความอัดอั้น

ooooooo

ในวันรับปริญญา ดำไปคนเดียวเห็นใครๆมีพ่อแม่พี่น้องและคนรักมาแสดงความยินดีด้วยก็รู้สึกเหงาเตรียมกลับ แต่แล้วก็ดีใจสุดขีดเมื่อแก้วมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่พร้อมช่อดอกไม้

ดำรับช่อดอกไม้แล้วบอกแก้วว่าไม่น่าเปลืองเงินซื้อมาเลย แก้วพูดทำหน้าทะเล้นว่าครั้งเดียวในชีวิตไม่เป็นไรหรอก แล้วมองดำอย่างพินิจพิจารณาเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

"แหม...ใส่ชุดครุยแล้วเท่นะเนี่ย"

"ฮ่าๆ คนมันหล่อ...แก้ผ้ายังเท่เลยแก้ว" ดำเก๊กท่าหล่อให้ดู

"ไอ้บ้า ทะลึ่ง" แก้วด่าแล้วควักกล้องถ่ายรูปออกมาชวน "ดำ...ถ่ายรูปประวัติศาสตร์กันมา"

ทั้งสองถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แก้วถ่ายให้ดำนับไม่ถ้วน ส่วนรูปคู่นั้นก็วานคนแถวนั้นช่วยถ่ายให้ เป็นวันที่

ทั้งสนุกและมีความสุขมากกับความสำเร็จในชีวิตของดำ

หลังจากนั้นก็พากันไปซื้อน้ำกิน ดำบ่นเสียดายที่หลวงพ่อไม่ได้มาถ่ายรูปด้วย แก้วถามว่ากลัวอะไร เราก็เอากล้องกลับไปถ่ายท่านสิ

ดำยิ้มให้แก้วอย่างเห็นด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองก็ไปถึงถ้ำวัดผาน้ำไหล โดยดำยังอยู่ในชุดครุย มีแก้วกับบัวยืนขนาบสองข้าง หลวงพ่อยิ้มรับดำด้วยความปลื้มปีติ

แก้วลงมือถ่ายรูปดำกับหลวงพ่อกระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างร่าเริง

ooooooo

ต่อมา นายอำเภอปราบก็ได้รับรายงานจากหน้าห้องว่าปลัดอำเภอคนใหม่มารายงานตัว  นายอำเภอปราบอนุญาตให้เข้ามาได้เลย

ดำเข้าไปเจอนายอำเภอยิ้มรับอยู่ เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมาต้อนรับอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นหน้าดำเต็มตา

"ยินดีต้อนรับครับปลัด...นี่แก..." นายอำเภอเสียงเปลี่ยนไปทันที แต่ดำทำไม่รู้ไม่ชี้เอ่ยยิ้มแย้ม

"ขอบคุณมากครับนายอำเภอ" ดำยกมือไหว้ในขณะที่นายอำเภอยังมึนกับการมาของดำอยู่ไม่หาย

เมื่อนายอำเภอพาดำเข้าไปดูห้องทำงานที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับอย่างดี เครื่องของแม้จะเรียบง่ายแต่ก็เป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อย

"ห้องทำงานของปลัด ผมให้เขาจัดรอไว้แล้ว ขาดเหลืออะไรก็บอกได้นะ"

"แค่นี้ก็ทำงานได้แล้วครับ" ดำยกมือไหว้ขอบคุณ

"ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าปลัดคนใหม่จะเป็น..."

"เด็กเมื่อวานซืนอย่างผม" ดำเอ่ยคำที่ถูกนายอำเภอปรามเมื่อพบกันครั้งแรก

"แหม...ใครจะไปรู้ว่า ไอ้หนุ่มที่เคยเจอกันบนโรงพัก จะกลายมาเป็นปลัดอำเภอ แต่ฉันว่าแก...เออะ...ปลัดไม่น่าเอาอนาคตข้าราชการหนุ่มมาทิ้งไว้ที่นี่เลย" ฟังแล้วดำถามว่าทำไมหรือ "ก็ดูสิ ที่นี่มันมีอะไร นอกจากความยากจนกับความหมดหวัง"

"นั่นแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้ผมต้องการอยู่ที่นี่ เพื่อที่จะสร้างความหวังให้บ้านเกิดของผม"

"แต่ที่นี่มันไกลนะปลัด ไกลเกินจะมีใครเห็น ปลัดทำให้ตายก็ไม่มีทางที่ผู้บังคับบัญชาในกรุงเทพฯ เขาเห็นเขาได้ยินหรอก" นายอำเภอพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

"ผมต้องการแค่เห็นชาวบ้านมีความสุข ไม่ต้องรวยก็ได้ แต่มีอยู่มีกิน ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบหรือดูถูกว่าพวกเขาโง่ ให้ทุกคนมีความสุขที่ยั่งยืน ส่วนเรื่องใครจะเห็นหรือไม่เห็น ผมไม่สนใจหรอกครับ"

คำตอบที่มั่นใจ เด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่นของดำ ทำให้นายอำเภอเงียบไป ดำมองไปข้างนอก สูดหายใจลึกๆด้วยความชื่นใจ เอ่ยอย่างมีความสุขว่า

"กลิ่นหอมของบ้านเกิดนี่มันสดชื่นจริงๆนะครับนายอำเภอ"

ooooooo

วันแรกที่ไปทำงาน เมื่อกลับมาถึงวัด ดำในชุดข้าราชการเข้าไปกราบหลวงพ่อ ท่านมองอย่างชื่นใจ พูดอย่างปีติว่า "ในที่สุด เอ็งก็เอาดีจนได้"

"ได้ดีเพราะหลวงพ่อนั่นแหละครับ ไม่งั้นป่านนี้ชีวิตผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"

"แต่สุดท้ายมันก็ต้องอยู่ที่ตัวของเอ็งเอง   เพราะต่อให้ข้าสอนจนปากฉีก ถ้าเอ็งไม่รักดี สิ่งที่ข้าสอนก็ไม่ต่างอะไรกับอากาศธาตุ"

เณรจ้อยถามแทรกขึ้นว่าเหมือนโยมขาวใช่ไหม ถูกหลวงพี่ฉิมปิดปากไว้ทันทีดุเบาๆว่า พูดอะไรเณร เดี๋ยวหลวงพ่อก็...

"ช่างเถอะท่าน ที่เณรพูดก็มีส่วนถูก" หลวงพ่อพูดขึ้น ดำมองหลวงพ่อด้วยความเป็นห่วง เปรยๆขึ้นว่า ป่านนี้ไม่รู้ขาวเป็นอย่างไรบ้าง "มันก็หายเข้าป่าคอนกรีต นานขนาดนี้มันคงอยู่ได้แล้วล่ะ มันไปเพราะใจมันอยากไป ถ้าวันหนึ่งใจมันอยากกลับ มันก็คงกลับมาเอง" หลวงพ่อพูดปลงๆ

ครู่หนึ่งหลวงพ่อบอกดำว่าวันเสาร์นี้ให้ไปธุระที่บ้านผู้ใหญ่ทิมกับท่านหน่อย

ooooooo

พอถึงวันเสาร์ หลวงพ่อไปที่บ้านผู้ใหญ่ถามว่านึกยังไงถึงนิมนต์มาฉันถึงที่นี่ แม่ตุ๊กบอกว่าอยากให้ท่านเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ที่แท้เป็นการวางแผนร่วมกันของแก้วกับผู้ใหญ่ เพราะวันนี้แก้วเรียนจบแล้วแต่งชุดนายร้อยตำรวจหญิงกลับมา แก้วอยากให้ทุกคนที่ใกล้ชิดได้เห็นตนในชุดตำรวจที่สง่างาม

หลวงพ่ออบรมทั้งดำและแก้วว่า ต่อไปต้องเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนในชุมชนให้มาก

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ ผมจะทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ผมตั้งใจจะเป็นมาทั้งชีวิต" ดำรับคำ

"หนูก็เหมือนกันค่ะหลวงพ่อ เราสองคนไม่มีวันลืมสิ่งที่หลวงพ่อสอนเด็ดขาด"

"อย่าเอาหัวโขนที่เอ็งมีอยู่ข่มเหงประชาชนเด็ดขาด จำไว้...วันไหนที่เอ็งไม่ได้สวมหัวโขนแล้ว สิ่งที่จะตัดสินให้ชาวบ้านเขาจะปรบมือสรรเสริญหรือถ่มน้ำลายสาปแช่ง ก็คือความดีเท่านั้น"

ทุกคนฟังหลวงพ่อด้วยความตั้งใจและจำไปปฏิบัติ

บัวเห็นแก้วอยู่ในชุดตำรวจที่สง่างามแล้วก็อดนึกน้อยใจ ตัวเองไม่ได้...

ooooooo

เคที่ยังตามตื๊อจะเอาชนะขาวให้ได้ ด้วยความร่วมมือจากบึม วันนี้เธอเข้าไปอยู่ในห้องพักของขาว พอขาวกลับมาเจอเขาตกใจถามว่ามาได้ยังไง เคที่ชูกุญแจให้ดูบอกว่าได้จากบึม แล้วทำไก๋ถามว่าซื้ออะไรมาบ้างตนหิวพอดี

"คุณออกไปได้แล้ว ผู้หญิงดีๆเขาไม่เข้ามารอผู้ชายในห้องอย่างนี้หรอก" ขาวเข้าไปลากตัวเคที่ไปทิ้งไว้หน้าห้อง

เคที่ขู่จะฟ้องป๊า ขาวท้าว่าไปฟ้องเลย เคที่โกรธจัดงอนตุปัดตุป่องขับรถกลับไป

บึมกลับมาถูกขาวเขกหัวโป๊กหนึ่งฐานทะลึ่งทำอะไรไม่เข้าท่า บึมเสียงอ่อยๆว่าก็แค่สนุกๆเท่านั้น ขาวบอกว่าตนไม่สนุกด้วย

ขาวเหลือบเห็นหนังสือพิมพ์ที่บึมซื้อมาถามว่ามีข่าวอะไรบ้าง แล้วคว้าไปดู พลิกไปสองสามหน้าขาวก็ชะงักหยุดกึก มองภาพในหนังสือพิมพ์อย่างคาดไม่ถึง

เป็นภาพแก้วกับเพื่อนนักเรียนนายร้อยหญิงถ่ายรูปร่วมกันในวันสำเร็จการศึกษา ขาวอ่านเบาๆ

"นักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกสำเร็จการศึกษาแล้ว"

ขาวถอนใจยาว สีหน้าครุ่นคิด เขาคิดถึงแก้วขึ้นมาหลังจากที่มัวหลงกับการแข่งรถไปช่วงหนึ่ง

ooooooo

หลังจากย้ายมาอยู่ที่บ้านน้ำงามไม่นานนัก ผู้กำกับสุจริตก็ได้ร้อยตำรวจตรีหญิงแก้วตา  ลูกสาวผู้ใหญ่ทิมมาร่วมงาน

วันนี้ร้อยตำรวจตรีหญิงแก้วตามารายงานตัวพร้อมประวัติและแฟ้มโครงการอันบรรเจิด ผู้กำกับดูประวัติแล้วถามว่านั่นแฟ้มอะไร แก้วบอกว่าเป็นโครงการอาหารกลางวันสำหรับข้าราชการตำรวจ

"ตำรวจสถานีเราส่วนใหญ่ฐานะไม่ค่อยดี โภชนาการก็แย่ หนูเลยอยากทำโครงการนี้เพื่อ..."

"ไม่ใช่หน้าที่ของหมวด" ผู้กำกับขัดขึ้นก่อนที่แก้วจะพูดจบ พอแก้วจะชี้แจง ผู้กำกับก็ตัดบท "สวัสดิการข้าราชการมีอยู่แล้ว อย่าทำอะไรให้ยุ่งยาก เชื่อผม เฮ้อ...หมวดก็นะ เรียนก็ดี แต่ไม่น่าคิดสั้นมาอยู่ที่นี่เลย"

แก้วบอกว่าที่นี่เป็นบ้านของตนก็อยากกลับมาพัฒนา ผู้กำกับแย้งว่าอำเภอน้ำงามไม่มีข้าราชการคนไหนอยากมาอยู่ ในรอบหลายปีมานี่คงมีอยู่สามคนเท่านั้น หมวดแก้วถามว่าใครบ้าง

"ก็ปลัดอำเภอคนใหม่ สนิทกันไม่ใช่เหรอ"

แก้วรับว่าใช่ เดาว่าอีกคนคือตนใช่ไหม ก็แค่สองเอง

"ขออนุญาตครับ" เสียงหมวดจีรายุสดังเข้ามาก่อนปรากฏตัว ตรงเข้ามาทำความเคารพผู้กำกับสุจริต

"พี่จีจี้!" แก้วอุทานอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อได้คุยกันแก้วจึงรู้ว่าจีรายุสขอย้ายมาที่นี่โดยไม่ได้ บอกทางครอบครัว เหตุผลคือย้ายมาเพื่อทำงานและมาดูแลแก้วด้วย แก้วฟังแล้วแทบจะขำออกมาที่คนอย่างตนต้องมีคนมาคอยดูแลถามว่าเว่อร์ไปรึเปล่า จีรายุสบอกว่าไม่เว่อร์คอยดูไปก็แล้วกัน แล้วบอกแก้วว่า

"พาพี่ไปรู้จักพื้นที่หน่อย ได้ข่าวว่าเป็นขาใหญ่แถวนี้ไม่ใช่เหรอ"

"อ๊า...เรื่องนี้มันแน่นอน รู้แล้วว่าจะพาพี่จีจี้ไปไหน" แก้ววางท่าเจ้าถิ่นลุกพาจีรายุสไปกราบหลวงพ่อที่วัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อยิ้มแย้มยินดี ดีใจที่มีคนตั้งใจมาช่วยกันทำงาน แต่ติงๆไว้ว่าถ้าเจอปัญหาอย่าเพิ่งเผ่นกลับง่ายๆล่ะ

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ เห็นหน้าใสๆอย่างนี้สู้ตายครับ" จีรายุสยิ้มอารมณ์ดีชูสองนิ้วแบบสู้ตาย แก้วมองๆแล้วถามหลวงพ่อว่าปลัดดำอยู่ไหนเมื่อกี้ตนไปหาที่อำเภอก็ไม่พบ โทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ

"โน่น...เที่ยงๆอย่างนี้มันไปช่วยโครงการอาหารกลางวันที่โรงเรียนครูทับทิมโน่น"

จีรายุสฟังแล้วแซวแก้วว่าที่ปลัดดำทำดูดีเป็นรูปธรรมกว่าของแก้วเยอะเลย แก้วทำหน้าขึงขังบอกว่าตนจะผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จให้ได้ บ่นอุบอิบว่าเซ็งชะมัด โดนสกัดดาวรุ่งอยู่เรื่อย แล้วทั้งสองก็พากันไปหาปลัดดำที่โรงเรียนครูทับทิม

ooooooo

โรงเรียนครูทับทิมที่ว่านี้ ครูทับทิมเอาบ้านเก่าของตัวเองมาดัดแปลงให้เป็นโรงเรียน มีเด็กอยู่ 15-20 คน อายุระหว่าง 3-10 ขวบ ครูเล่าให้ผู้มาเยือนฟังว่า

"ก็มีอยู่เท่านี้แหละค่ะผู้กอง มันไม่ได้เป็นโรงเรียนที่ถูกต้องตามหลักสูตรนัก แต่เด็กพวกนี้ขาดโอกาส บางคนก็ไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนโรงเรียนของรัฐไม่ได้"

ทั้งสภาพของโรงเรียนที่เก่าซอมซ่อ นักเรียนตัวเล็กๆ ที่มอมแมมแววตาไร้เดียงสาที่เห็นตรงหน้า แก้วเลยถือโอกาสบอกจีรายุสว่าเห็นหรือยังว่าคนทำงานที่นี่ต้องเสียสละแค่ไหน

แก้วถามถึงบัว ดำบอกว่าทำขนมให้เด็กอยู่ในครัว ดำพูดไม่ทันขาดคำเสียงบัวก็ร้องอย่างเจ็บปวด "โอ๊ย..." มาจากครัวหลังบ้าน ทุกคนวิ่งไปดูพบว่าบัวยกหม้อต้มถั่วเขียวหกลวกมือ

จีรายุสรีบเข้าไปจับมือถามว่าเป็นอะไรมากไหม บัวมองงงๆว่าเป็นใคร  แก้วจึงบอกว่าเป็นรุ่นพี่ตนเอง  ดำบอกแก้วให้พาบัวออกไปทำแผลก่อน ทางนี้ตนกับครูทับทิมจัดการเอง

จีรายุสเอาว่านหางจระเข้มาทาแผลให้บัวบอกว่าพรุ่งนี้ก็หาย แก้วชมทึ่งๆว่าไม่น่าเชื่อว่าจีรายุสจะมีความรู้เรื่องสมุนไพรด้วย ดำบอกว่าถ้าชอบเรื่องสมุนไพรวันหลังไปคุยกับหลวงพ่อได้ บัวเสริมว่าหลวงพ่อสิงโตท่านเก่งเรื่องยาสมุนไพร

ดำถามจีรายุสว่าพักที่ไหน เขาบอกว่าอยู่บ้านพักตำรวจหลังโรงพักนั่นแหละ

"ลำบากหน่อยนะครับ แต่เดี๋ยวผู้กองก็ชิน ใครจะรู้ เผลอๆอาจรักที่นี่ไปเลยก็ได้" ดำเอ่ย

"เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ แก้วอยู่ไหนผมอยู่นั่นอยู่แล้ว จริงไหมน้องรัก" จีรายุสหันยิ้มกับแก้ว

"แหวะ...ไม่ต้องมาเลี่ยนเลยพี่จีจี้" แก้วทำหน้าล้อไปตามประสา แต่ทั้งบัวและดำรู้สึกแปลกๆกับความสนิทสนมของทั้งคู่

ooooooo

หลวงพ่อให้ดำยกแปลงปลูกสมุนไพร แต่บอกว่าไว้กลับจากกรุงเทพฯแล้วค่อยจัดการปลูก ดำจึงรู้ว่าหลวงพ่อจะเข้ากรุงเทพฯ เพราะหลวงตาที่เคารพกันท่านมรณภาพต้องไปงานศพ ท่านถามดำว่าเสาร์อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่า ชวนไปด้วยกัน

เข้ากรุงเทพฯวันแรก หลวงพ่อกับดำก็เกือบเจอขาวที่สวนกันตรงทางม้าลาย แต่เพราะคนข้ามมากทำให้เห็นกันแค่แว้บๆไม่แน่ใจ แต่พอขาวดูอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว บึมถามขาวว่ามองอะไร

"เหมือนฉันเห็นหลวงพ่อ" ขาวบอก บึมพูดขำๆว่าหลวงพ่ออยู่ถึงชายแดนจะมาธุดงค์อะไรแถวนี้ "ไม่ใช่จริงๆ สงสัยฉันคงตาลายว่ะ" ขาวตัดใจคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้

หลวงพ่อกับดำเดินข้ามถนนมาเพื่อรอขึ้นรอเมล์ไปวัด แต่รอแล้วรอเล่ารถเมล์ก็ไม่มาสักที หลวงพ่อเลยพาดำไปขึ้นรถไฟฟ้าอย่างมั่นใจ

ปรากฏว่าหลวงพ่อพานั่งเลยสถานีที่จะลงไปมากมาย สุดท้ายเลยต้องนั่งย้อนกลับทางเดิม หลวงพ่อพาดำไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกครั้งอย่างมั่นใจมากตามเคย

ooooooo

เพราะจีรายุสช่วยทำแผลน้ำร้อนลวกให้ วันนี้บัวจึงทำอาหารใส่ปิ่นโตมาส่งที่บ้านพักหลังสถานีตำรวจ บอกว่านี่เป็นผักปลอดสารพิษ ข้าวซ้อมมือนี่ก็ที่บ้านปลูกเอง

"สุดยอด กำลังหิวเลย งั้นพี่ขอชิมแล้วค่อยติดดาวให้ทีหลังนะครับ" จิรายุสหยิบช้อนตักเข้าปาก พลันก็ต้องชะงักเมื่อเสียงแก้วทักขึ้นว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า ทั้งจิรายุสและบัวเลยหันไปมองเห็นแก้วเดินเข้ามาตรงไปนั่งข้างๆจิรายุสที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ชมทั้งที่อาหารยังคาปากว่า

"แหม...ที่รักอิจฉาหรือ บัวใจดีจังเลยเนอะแก้ว อย่างนี้ผูกปิ่นโตทุกวันเลยได้ไหมจ๊ะบัว"

ความช่างเจรจาและร่าเริงเป็นกันเองของเขาทำให้บัวเขินขึ้นมาไม่รู้ตัว แก้วมองรุ่นพี่ของตัวเองอย่างหมั่นไส้

ส่งปิ่นโตแล้วบัวขอตัวกลับ จิรายุสกำชับให้ขับรถดีๆพูดเสียงหวานแถมยืนโบกมือยิ้มหวานให้อีก จนแก้วถามว่า ออกหน้าออกตาไปหน่อยรึเปล่า

"นั่นแน่...หึงพี่หรือจ๊ะแก้ว" ชายหนุ่มหันมายิ้มหยอกแก้วแทน

"หึงบ้าอะไร พี่จีจ๊ะจ๋ากับแก้ว แก้วไม่ว่านะ แต่อย่ามายุ่งกับบัวเข้าใจไหม"

"เข้าใจ...แต่ขอถามหัวใจตัวเองก่อนนะจ๊ะที่รัก ว่ายอมทำตามรึเปล่า ฮ่าๆๆ"

ความร่าเริงอารมณ์ดีไม่มีขอบเขตของจิรายุส ทำให้แก้วได้แต่ถอนใจทำหน้าเซ็งๆ

ooooooo

บึมกับตี๋แปลกใจมากที่จู่ๆขาวก็จะเลิกแข่งรถด้วยเหตุผลว่าวันหนึ่งเกิดพลาดขึ้นมาไม่ใครก็ใครต้องตายหรือไม่ก็ติดคุก ตี๋กับบึมพยายามเอารายได้และชีวิตที่ดีขึ้นมาหว่านล้อมให้ขาวเปลี่ยนใจ แต่คิดกันคนละแบบกับขาว เพราะขาวเห็นว่าเพราะเรามีเงินเก็บพอที่จะทำอะไรที่ดีกว่านี้ได้เราก็ควรเลิกเสีย

"เลิกแล้วจะทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กอย่างเดียวเนี่ยนะ จะพอกินเหรอลูกพี่" บึมถามให้คิดใหม่

ขาวดูนาฬิกาแล้วขอตัวไปทำงานก่อนเดี๋ยวสาย ตี๋ตะโกนตามหลังไปว่าคืนนี้มีแข่งรถอย่าลืม

ขาวไปถึงห้องครัวที่ร้านอาหารสายไปเล็กน้อย เขาขอโทษพ่อครัว แล้วขาวก็ตกใจเมื่อรู้ว่าพ่อครัวไม่สบายแต่หยุดไม่ได้เพราะวันนี้มีลูกค้าพิเศษ จึงแก้ปัญหาด้วยการให้ขาวเป็นคนทำและพ่อครัวคอยกำกับดูแลอย่างถี่ถ้วน ปรากฏว่าฝีมือไม่เลว จนพ่อครัวชมว่าต่อไปได้เป็นพ่อครัวมือหนึ่งแน่ๆ

เจ้าของร้านเข้ามาถามว่าออเดอร์ที่สั่งไว้ได้หรือยัง พร้อมกับบอกข่าวดีว่าลูกค้าชมว่าอาหารอร่อยดี ทำให้ขาวมีกำลังใจขึ้นมาก

แล้วแขกพิเศษก็มาถึง  เมื่อเคที่ควงเสี่ยพิทักษ์มากินอาหารที่ร้าน เจ้าของร้านเข้ามาสั่งว่า

"เสี่ยพิทักษ์มาแล้ว ทำพิเศษเลยนะ"

"เสี่ยพิทักษ์ ใครครับ" ขาวถามพ่อครัว

"ก็เสี่ยพิทักษ์นักธุรกิจพันล้านไง เมื่อก่อนได้ข่าวว่าแกเป็นมาเฟียตัวเป้งเลยนะ แต่ว่าตอนนี้เห็นว่าแกวางมือแล้ว วันๆทำแต่การกุศล ไป...รีบทำ เดี๋ยวพี่บอกให้"

พ่อครัวหยิบออเดอร์ขึ้นดู ในขณะที่ขาวก็คว้ามีดและอุปกรณ์ทำครัวอย่างเตรียมพร้อมรับคำสั่ง

ooooooo

เป็นเรื่องจนได้ เมื่อเสี่ยพิทักษ์กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่เคที่โวยวายว่าเค็มมาก ตักจานไหนชามไหนก็บ่นว่าเค็ม เสี่ยชวนไปร้านอื่นก็ไม่ยอมไปแต่เรียกเจ้าของร้านมาต่อว่า

ครู่หนึ่งพนักงานก็เข้ามาบอกในครัวว่าลูกค้าต้องการพบพ่อครัว  เห็นว่าอาหารไม่ถูกปากหรืออะไรนี่แหละ พ่อครัวจึงออกไปเองทั้งที่ไม่สบาย สั่งขาวให้รออยู่ที่นี่เพราะลูกค้าระบุขอพบพ่อครัว

พอออกไป ปรากฏว่าพ่อครัวถูกเคที่ตำหนิติเตียนอย่างรุนแรง แม้แต่เสี่ยพิทักษ์ก็หยุดเธอไม่ได้ ตำหนิต่อว่าจนพอใจแล้วถามว่า แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ
"ผมรับผิดชอบเอง" ขาวเดินเข้าไปรับหน้าอย่างผ่าเผย ถูกพ่อครัวบ่นว่าออกมาทำไม "ออกมารับผิดชอบครับ ในเมื่อผมทำอาหารพวกนี้ แล้วผมจะปล่อยให้พี่โดนด่าได้ไง"

เคที่หาเรื่องทันที หาว่าทางร้านหลอกลวงเพราะอาหารพวกนี้พ่อครัวไม่ได้ทำเอง  ขาวโต้ว่าคนอื่นไม่เห็นมีปัญหามีแต่เธอนั่นแหละมีปัญหาคนเดียว

เคที่ไม่ยอมจะให้เสี่ยพิทักษ์เล่นงานขาวหาว่าขาวว่าตนผิดปกติ ขาวยกมือไหว้ขอโทษเสี่ยชี้แจงว่าเราไม่มีเจตนาจะหลอกจริงๆ ลูกค้ามาเต็มร้านทางเราก็พยายามหาทางออกที่ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าไม่ถูกปากใครตนขอรับผิดชอบคนเดียวไม่เกี่ยวกับทางร้าน

การออกมาแก้ปัญหาด้วยการยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวของขาว ทำให้ลูกค้าพากันปรบมือชื่นชมความกล้าหาญและเสียสละของเขา

ขณะที่เรื่องทำท่าจะไม่จบง่ายนั้น เสี่ยพิทักษ์ยกมือห้ามเจ้าของร้านที่พยายามชี้แจง ทุกคนพากันใจไม่ดีคิดว่าต้องมีเรื่องบานปลายแน่

แต่ปรากฏว่าเสี่ยนั่งกินต่อจนได้เวลาปิดร้านจึงกลับ เคที่หงุดหงิดมากที่ทำให้ตนเสียฟอร์ม

"จะให้ป๊าออกฤทธิ์ออกเดชเรื่องอาหารไม่ถูกปากงั้นเหรอเคที่ เฮ้ย...เรื่องเล็กน้อยพวกนี้คนจะเป็นใหญ่เขาไม่ใส่ใจกันหรอกนะ ที่สำคัญไอ้หนุ่มนั่นพูดมีเหตุผล"

ทันใดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งคนขี่และคนซ้อนสวมหมวกกันน็อกมาจอดหน้าร้านแล้วชักปืนยิงใส่เสี่ยพิทักษ์ ขาวโผล่มาเห็นพอดีเขาตะโกนให้ระวัง เสี่ยพิทักษ์ดึงเคที่หลบที่หลังรถ คนขับรถของเสี่ยหยิบปืนจะยิงสู้คนร้าย กลับถูกคนร้ายยิงโดนมือจนปืนร่วงแล้วมันก็ปราดเข้าจะยิงเสี่ย ถูกขาวขว้างหมวกกันน็อกใส่จนมันเสียจังหวะ

คนร้ายอีกคนยิงใส่ขาว ขาวหลบแล้วกลิ้งตัวไปเก็บปืนของคนขับรถที่พื้น ขาวยิงใส่มันทันทีโดนไหล่อย่างจัง พวกมันเห็นท่าไม่ดีเลยพากันขึ้นรถหนีไป ขาวถอนใจโล่งอก ส่งปืนคืนให้คนขับรถของเสี่ย พวกคนในร้านพากันออกมาดูด้วยความตกใจ

เสี่ยพิทักษ์โผล่มาจากหลังรถที่พาเคที่ไปหลบ เสี่ยมองขาวอย่างทึ่งในความเก่งกาจกล้าหาญของเขา

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์มอบเงินรางวัลให้ขาวหนึ่งหมื่นบาท ขาวยกมือไหว้ขอบคุณแต่ไม่รับ เคที่ถามว่าน้อยไปหรือ ขาวตอบจริงจังว่า

"อย่าคิดว่าคนทุกคนทำอะไรเพื่อเงินไปหมดสิคุณ เพราะที่ผมทำไปก็แค่อยากช่วยชีวิตคนเท่านั้น แล้วถ้าคนอย่างผมคิดจะไม่ช่วย ต่อให้เงินกองท่วมหัวผมก็ไม่ช่วย" พูดแล้วขาวดูนาฬิกาข้อมือ ไหว้เสี่ยพิทักษ์อีกทีแล้วขอตัว หันไปบอกเจ้าของร้านกับพ่อครัวว่าพรุ่งนี้เจอกันครับ แล้วขึ้นรถขี่ออกไปเลย

เคที่มองตามขาวไปอย่างหงุดหงิด หลังจากนั้นเสี่ยนั่งรถกลับพลางคุยโทรศัพท์ในรถบอกว่าตนปลอดภัยดีขอบคุณ แล้ววางสาย หันมาถามเคที่ว่ายังหงุดหงิดไอ้หนุ่มนั่นหรือ ชมขาวว่า

"ไอ้หนุ่มคนนี้มันนักเลงดี แววตามันอย่างกับเสือ เสียดายไม่มีโอกาสคุยกันนานๆ"

"ป๊าสนใจนายคนนี้เหรอคะ" เคที่มองหน้าเสี่ย แต่เห็นเสี่ยทำหน้าเฉยเหมือนไม่สนใจ

ooooooo

เสร็จธุระที่กรุงเทพฯแล้ว หลวงพ่อกับดำนั่งรถแท็กซี่ไปสถานีขนส่งเตรียมเดินทางกลับเป็นรถเที่ยวสุดท้าย เพราะท่านเบื่อความจอแจของกรุงเทพฯ เต็มทีแล้ว

ขณะรถติดนั่นเอง ขาวขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพผ่านมา หลวงพ่อเห็นแม้เพียงแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นขาว พอดีรถแท็กซี่เริ่มเคลื่อนตัวได้ ดำมองไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกสับสน...

ขาวบึ่งรถไปยังถนนตัดใหม่ที่ใช้เป็นที่แข่งรถกัน บึมกับตี๋ดีใจที่เห็นขาวมา เพราะฝั่งโน้นเจาะจงให้ขาวลงแข่ง โดยทีมโน้นสองคนและทีมเราสองคนคือขาวกับตี๋

แต่พอถึงเวลาแข่ง หญิงสาวที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวยกผ้าชูขึ้นเตรียมพร้อม

ทันใดนั้นหลวงพ่อเดินผ่าเข้ามาขวางรถไว้ประกาศเสียงดัง "เดี๋ยว!" ขาวตกใจที่จู่ๆหลวงพ่อก็มาปรากฏตัว ดำเกรงหลวงพ่อได้รับอันตรายบอกให้หลบไปก่อน

"ไม่...จนกว่าไอ้ขาวมันจะให้ความกระจ่างข้าว่าอะไรดลใจให้มันมาทำตัวแบบนี้ เพราะข้ามั่นใจว่า ข้าไม่เคยสอน" ขาวทำท่าจะชี้แจง หลวงพ่อตัดบทว่า "นี่เหรอสิ่งที่เอ็งหนีจากแผ่นดินจนๆมาแสวงหาสิ่งที่เอ็งเรียกว่าความเจริญ แต่สำหรับข้า นี่คือความเสื่อมของมนุษย์"

คู่แข่งที่เตรียมพร้อมแล้วตะโกนเร่งอย่างไม่พอใจว่าตกลงจะมาแข่งหรือมาฟังพระเทศน์ ตี๋ก็ตะโกนเร่ง ขาวจึงขอหลวงพ่อ นิมนต์ท่านหลบไปก่อนตรงนี้อันตราย ขอร้องดำให้พาหลวงพ่อออกไป

"ได้...แต่ฉันจะอยู่จนกว่าแกจะยอมเลิกแข่ง" ดำบอก

ขาวหงุดหงิดมาก คู่แข่งก็ตะโกนเร่งแล้วเร่งอีก หญิงสาวที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวสะบัดผ้าให้สัญญาณปล่อยตัวทันที คู่แข่งทั้งสองออกตัวไปอย่างเร็ว ตี๋รีบตามไป เหลือแต่ขาวที่ยังลังเลอยู่

เสียงบึมเร่งขาวให้รีบออกตัว หลวงพ่อร้องห้ามไม่ให้ไป สุดท้ายขาวเอ่ยขอโทษหลวงพ่อแล้วพุ่งรถออกไปทันทีจนเฉี่ยวจีวรหลวงพ่อปลิว หลวงพ่อเซเกือบล้ม ดีแต่ดำประคองไว้ทัน หลวงพ่อมองตามขาวไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างคึกคะนองของพวกวัยรุ่น

ooooooo

ด้วยเงินเดิมพันที่สูงและความคึกคะนองของวัยรุ่น ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ตี๋ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขาวเสียใจมาก เขายกเงินในบัญชีทั้งหมดจากการแข่งรถมอบให้แก่แม่ของตี๋ แม้จะไม่อาจทดแทนชีวิตที่เสียไปได้แต่ก็ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ทำอะไรเพื่อเพื่อนที่จากไป พร้อมกับบอกบึมว่า

"ฉันกับแกก็หันหลังจากวงการนี้ได้แล้ว ไม่ใช่ฉันกลัวตายนะ แต่ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก โดยเฉพะาเพื่อน"

"แล้วก็ถึงเวลาที่เอ็งจะกลับบ้านซะทีนะขาว" หลวงพ่อเอ่ยแทรกขึ้น

ขาวตกใจหันไปถามว่าหลวงพ่อยังไม่กลับอีกหรือ ดำบอกว่าหลวงพ่อรอกลับพร้อมกับขาว

"หมดเวลาผจญภัยแล้วนะ เอ็งโบยบินเข้ามาจนพบความสูญเสียขนาดนี้แล้ว อย่าบินต่อไปให้มันถลำลึกไปกว่านี้อีกเลย" หลวงพ่อหว่านล้อม แต่คำตอบคือ
"ไม่ครับ!"

ดำพยายามชี้ให้ขาวเห็นถึงความเสียใจห่วงใยของหลวงพ่อ แต่ความรู้สึกฝังใจที่เลวร้ายในชีวิตที่ขาวคิดว่าหลวงพ่อลำเอียงรักดำมากกว่าตน และมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีกว่าดำให้ได้ก่อนกลับไป ทำให้ขาวระเบิดอารมณ์กดดันออกมาอีก โทษว่าที่ตนเป็นอย่างทุกวันนี้เพราะดำ

"นี่แกโทษฉันอีกแล้วเหรอ ฟังนะขาว ไม่มีใครทำอะไรแกทั้งนั้นนอกจากตัวแกเอง คิดเอง...เออเองทั้งนั้น ไม่รู้ล่ะยังไงวันนี้แกต้องกลับน้ำงามกับฉัน ไป!"

ดำโมโหกระชากคอเสื้อขาวจะพากลับไปด้วย ขาวซัดหมัดใส่ดำทันที ทั้งหลวงพ่อและบึมต่างตกใจพยายามห้ามปรามแต่ไม่มีใครฟัง จนหลวงพ่อต้องใช้ไม้ตะพดฟาดใส่ จนกระเด็นไปทั้งสองคน

"ฟัดกันเหมือนหมาตั้งแต่ในวัดข้ายันวัดในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ละเว้น ใช่ ข้าผิดหวังกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ข้าผิดหวังที่สุดก็คือเอ็งสองคนไม่รักกัน" หลวงพ่อเสียงสะท้านด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

สุดท้ายก็ไม่มีใครทำให้ขาวเปลี่ยนใจได้ ขาวกราบลาหลวงพ่อ บอกหลวงพ่อว่า

"ผมไม่เคยลืมสิ่งที่หลวงพ่อสอน แต่ผมก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"  หลวงพ่อถามว่าตกลงวันนี้จะไม่กลับด้วยกันใช่ไหม "ถ้าวันนี้ผมกลับไป ผมก็กลับไปแต่ตัว แต่ถ้าวันหนึ่งผมพร้อม ผมจะกลับไปทั้งตัวทั้งหัวใจ หลวงพ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยังรักดีอยู่และก็จะเอาดีในชีวิตให้ได้"

"แล้วข้าจะรอ รอวันที่เอ็งกลับไปน้ำงามทั้งตัวทั้งหัวใจ" หลวงพ่อลูบหัวขาวด้วยความรักและผูกพัน ขาวก้มกราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความเคารพบูชา

เมื่อหลวงพ่อกับดำไปแล้ว ขาวมองตามน้ำตาคลอ บึมถามว่าร้องไห้ทำไมลูกพี่ ขาวตอบเลี่ยงไปว่าเปล่า พลางเบือนหน้าเอามือปาดน้ำตาออกเดินเลี่ยงไปทันที บึมลุกตามถามอย่างกังวลว่า

"เสร็จงานศพไอ้ตี๋แล้ว พวกเราจะทำอะไรกินกันล่ะลูกพี่..."

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:57 น.