ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้จะเข้าไปนั่งฝึกสมาธิอยู่ในถ้ำที่สงบมีพระพุทธรูปองค์โตอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของขาวเยือกเย็นลงได้ ร่ำๆที่จะลุกขึ้นไปฟาดฟันดำหลายครั้งแต่ยั้งคิดได้เมื่อมองพระพุทธรูปตรงหน้า แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่ไฟในหัวใจสิ้นเชิง ขาวกำหมัดลุกพรวดปรี่เข้าหาดำอย่างรวดเร็ว

ดำได้ยินเสียงลืมตาดูด้วยความเอะใจ ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกขาวชกโครมเข้าให้แล้ว แต่พอขาวจะชกซ้ำ กลับโดนไม้ตะพดของหลวงพ่อสิงโตตีสกัดไว้อย่างเร็ว พริบตานั้นหลวงพ่อร่ายเพลงอาวุธอย่างชำนาญ ตีขาวเป็นการสั่งสอนสามสี่ครั้งจนมองไม่ทัน ขาวลงไปนอนกับพื้น ดำรีบจับไม้ตะพดของหลวงพ่อไว้แน่น

"พอเถอะครับหลวงพ่อ!"

"ข้าก็ไม่อยากทำอะไรที่ไม่งามต่อหน้าพระพุทธองค์นักหรอก แต่ที่ข้าต้องทำเพราะไม่อยากให้ที่นี่เปื้อนเลือด ที่นี่คือที่ปฏิบัติศาสนกิจไม่ใช่ลานประหาร ที่นี่คือที่ทำให้คนมีสติไม่ใช่ขาดสติ"

หลวงพ่อเอ่ยอย่างผิดหวังมาก เดินเข้าไปจ้องหน้าขาวจนขาวต้องหลบตาอย่างละอายใจ

"ต่อหน้าพระพุทธรูป เอ็งยังหักห้ามใจไม่อยู่ ข้าอยากรู้นักว่าเด็กน้อยที่ข้าชุบเลี้ยงมากับมือ ทำไมโตขึ้นถึงถูกปิศาจสิงหัวใจได้ขนาดนี้!"

"ผม...ขอโทษครับหลวงพ่อ" ขาวก้มกราบหลวงพ่อ ดำมองด้วยความสงสาร

"ข้าจะทำยังไงกับเอ็งดี...ไอ้ขาว" หลวงพ่อครุ่นคิดหนักใจ

ooooooo

ในที่สุด วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อจะให้ขาวบวช แต่ขาวบอกว่าตนยังไม่พร้อม ตนรู้ใจตัวเองดี อ้อนวอนหลวงพ่อ "อย่าให้ผมทำให้ผ้าเหลืองเปื้อนมลทินเลยนะครับ"

"แล้วเอ็งจะให้ข้าทำยังไง" หลวงพ่อถามขาวอย่างหนักใจ

ขาวกลับเข้าไปในห้องพักตัวเองแล้วก็ยังครุ่นคิดถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า

"ไปนอนคิดให้ดี การบวชไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรเลย แต่โทสะโมหะที่อยู่ในใจเอ็งมากกว่าที่กำลังสุมชีวิตเอ็งให้ไหม้ เอาจีวรดับไฟในใจซะ เมื่อสงบแล้วอยากสึกข้าจะสึกเอ็งด้วยตัวข้าเอง"

คิดแล้วขาวขบกรามอย่างเก็บกดพึมพำน้ำตาคลอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"หลวงพ่อเคยถามผมไหมว่าไฟที่สุมอยู่ในใจผมเกิดจากอะไร..."

แล้วขาวก็คิดถึงอดีตเมื่อครั้งยังเด็ก ดำได้ใส่ชุดนักเรียนใหม่ ในขณะที่ขาวต้องรับทอดของเก่าจากดำ หลวงพ่อปลอบใจว่า "เทอมหน้าถ้าเอ็งสอบได้คะแนนดีๆ รับรองหลวงพ่อจะซื้อให้เอ็งทันที"

แต่พอเทอมหน้ามาถึง ขาวก็ยังสอบได้คะแนนไม่ดี เขาได้แต่ขอโทษหลวงพ่อ

"ทำไมไม่ขยันเหมือนพี่ดำเขาล่ะ เอ็งน่ะมีแต่เที่ยวยิงนกตกปลา ระวังตายไปจะตกนรก" หลวงพ่อตำหนิ เวลานั้นดำขอหลวงพ่อว่าอย่าดุน้องเลย หลวงพ่อก็ยังชำเลืองขาวสั่งสอนว่า "ถ้าอย่างนั้นตามสัญญาที่ให้กันไว้ ชุดนักเรียนใหม่ยังไม่ได้ เทอมหน้าตั้งใจเรียนซะใหม่ ถ้าเอ็งทำได้ เอ็งก็จะได้ในสิ่งที่อยากได้ นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่ฟังไว้นะเจ้าขาว คนเราไม่ควรได้อะไรมาง่ายๆ จำไว้"

ฟังหลวงพ่อแล้วขาวยิ่งเศร้าจนน้ำตาคลอเบ้า...

ooooooo

ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าหลวงพ่อรักดำมากกว่าตน ทำให้ขาวตัดสินใจจะหนีออกจากวัดในคืนนั้นโดยที่ดำกับหลวงพ่อไม่ได้เฉลียวใจเลย มัวแต่คิดเป็นห่วงอยู่ห่างๆ หลวงพ่อยังสั่งดำให้จัดข้าวปลาอาหารไว้ด้วยเผื่อขาวออกมาจะได้กิน

ดำจัดข้าวปลาอาหารไว้อย่างดีแล้วไปเคาะประตูห้องบอกขาว แต่ภายในเงียบกริบ ฝนฟ้าเริ่มคะนองหนักขึ้นทุกที

ขาวเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋า ที่ไม่ลืมคือรูปลายเส้นใบหน้าแก้วที่วาดยังไม่เสร็จ ขาวม้วนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ใส่หลอดไว้อย่างดี จากนั้นหันไปหยิบหนังสือท่องเที่ยวฉบับหนึ่งที่หน้าปกมีรูปตึกรามบ้านช่องสวยงามของกรุงเทพฯขึ้นมาดู

ข้างนอกฝนฟ้าคะนองหนัก ขาวมองออกไปแล้วหยิบจดหมายในซองวางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนย่องออกจากห้องไป อดเหลือบมองไปทางประตูห้องของดำไม่ได้ พูดอย่างเกลียดชังว่า

"ฉันจะกลับมาอย่างคนที่มีเหนือกว่าแกทุกอย่าง!"

ขาวเดินไปกราบพื้นดินหน้ากุฏิหลวงพ่อเอ่ยทั้งน้ำตา "ขอโทษครับหลวงพ่อ...ผมขอโทษ" เป็นเวลาที่หลวงพ่อนั่งสมาธิอยู่ในความมืด พลันก็สะดุ้งลืมตาขึ้นสีหน้ากังวลเมื่อนึกถึงขาวแต่พอลุกออกมาดูที่หน้าต่างก็ไม่เห็นอะไรแล้ว เพราะขาวหลบไปแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พอหลวงพ่อปิดหน้าต่างขาวก็หันหลังเดินจากไปทั้งที่หัวใจเศร้าหมอง...

ขาวยังไปที่หน้าบ้านแก้วเหมือนจะมองสั่งลา บัวยังติดฝนอยู่บ้านแก้วอยากจะกลับบ้านเพราะห่วงพ่อกับแม่ แต่พอมองออกไปข้างนอกก็ร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเหมือนมีคนมายืนมองอยู่ที่หน้าบ้าน พอบอกแก้วแล้วพามาดูก็ไม่เห็นอะไรแล้ว

ขาวจึงได้เห็นทั้งแก้วและบัวก่อนที่จะอำลาไปอย่างไร้เป้าหมาย...

"แก้ว...บัว ลาก่อน..."

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขาวก็มาถึงหมอชิตแล้ว เขาหลับจนเด็กรถต้องมาปลุกบอกว่าถึงแล้ว ขาวลุกไปงงๆ เห็นผู้คนเดินไปเดินมามากมาย แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชนคลาคล่ำ

หลวงพ่อกับดำเพิ่งรู้ว่าขาวหนีไปแล้ว หลวงพ่อเสียใจจนจะเป็นลม ผู้ใหญ่ทิมจะพาไปส่งโรงพยาบาล หลวงพ่อก็ไม่ยอมไปเพราะไม่อยากเดือดร้อนคนอื่น ยาท่านก็มี เฝ้าบ่นด้วยความเสียใจผิดหวังว่า

"ขาวมันไม่น่าทำอย่างนี้..." ดำปลอบใจหลวงพ่อว่าตนจะตามขาวกลับมาเอง บัวก็ขอให้หลวงพ่อพักผ่อนมากๆ หลวงพ่อบอกว่า "ไม่เป็นไร ข้าแค่เสียศูนย์นิดหน่อยเท่านั้น ถ้าข้าล้มเพราะปัญหาส่วนตัวของข้าเองแล้วข้าจะสอนญาติโยมที่ไหนได้" หลวงพ่อพยายามลุกขึ้นนั่งตั้งสติเต็มที่

แก้วถามว่าหลวงพ่อจะเอาอย่างไรต่อไป ท่านตอบปลงๆว่า

"จะให้ข้าทำยังไงได้ในเมื่อเราไม่รู้เลยว่าเจ้าขาวมันไปที่ไหน ข้าคงได้แต่หวังว่ามันจะคิดได้ แล้วก็กลับมา"

ผู้ใหญ่ทิมให้ความหวังกับหลวงพ่อว่าเอาไว้ตอนตนไปส่งแก้วกลับไปเรียน ผ่านเข้ากรุงเทพฯจะมองๆให้เผื่อจะเจอขาว ทุกคนเศร้ากับการหนีไปของขาว โดยเฉพาะหลวงพ่อ นั่งเงียบจนดำมองอย่างเห็นใจ เข้าใจถึงความเจ็บปวดของหลวงพ่อว่ามากมายแค่ไหน...

ooooooo

ขาวเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่จึงหาห้องเช่าได้ในราคา 600 บาท ต้องจ่ายล่วงหน้า พอเข้าไปในห้องขาวมองปลงๆ เพราะภายในห้องมีแค่เสื่อกับมุ้งเท่านั้น ทำให้คิดถึงตอนอยู่วัด ตอนนั้นเมื่อโตขึ้นหลวงพ่อให้ดำกับขาวแยกห้องกันอยู่แต่ห้องติดกัน ในห้องมีทั้งที่นอนหมอนมุ้งสะอาดเรียบร้อย แต่ที่หลวงพ่อกำชับดำคือ

"ห้องอยู่ข้างๆกัน ยังไงดำต้องช่วยดูแลน้องนะลูก"

ขาวมองห้องเช่าแล้วล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ในความฝันก็ยังฝันถึงหลวงพ่อจนสะดุ้งตื่น ตกกลางคืนออกไปหาของกิน มีของกินขายอยู่มากมาย ผู้คนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่แต่ไม่มีใครสนใจใคร ขาวเคว้งคว้างอยู่กลางผู้คนอย่างครุ่นคิด

คืนนี้ หลวงพ่อไปนั่งสวดมนต์ในโบสถ์ ดำตามไปนั่งเยื้องๆอยู่ข้างหลัง หลวงพ่อสวดเสร็จกราบพระพุทธรูปแล้วพูดโดยไม่หันมองว่า

"ข้าสวดให้ใจตัวเองสงบลง...สวดให้ไอ้ขาวมันปลอดภัย พระอย่างข้าคงทำได้แค่นี้" ดำบอกว่าหลวงพ่อทำดีที่สุดแล้ว หลวงพ่อขยับลุก "ใช่ ข้าทำดีที่สุดแล้ว แต่ต้องมีข้อบกพร่องไม่อย่างนั้นเจ้าขาวคงไม่..." หลวงพ่อพูดได้แค่นั้นก็เสียงเครือหายไปในลำคอ แล้วเดินออกไปด้านนอก ดำรีบตามไปด้วยความไม่สบายใจ จนถึงริมน้ำ ดำเอ่ยกับหลวงพ่อว่า

"ถ้าหลวงพ่อบกพร่อง ผมก็ต้องบกพร่องเหมือนกันที่ทำให้น้องมันเกลียดได้ขนาดนี้" เมื่อหลวงพ่อแสดงความเป็นห่วงขาว ดำเอ่ยว่า "ผมก็ห่วงขาวเหมือนกันครับ ถ้าแลกได้ให้ผมไปแล้วมันอยู่ยังดีกว่า"

หลวงพ่อย้อนถามว่าตกลงสองคนจะอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ใช่ไหม ดำบอกว่าที่ขาวไปเพราะตน

"เอาล่ะพอ...ตกลงข้ากับเอ็งก็ผิดพอกัน เป็นความผิดที่ทั้งเอ็งกับข้าก็ยังควานหามันไม่เจอเหมือนกับตอนนี้ที่เรายัง ไม่รู้ว่าจะควานหาตัวเจ้าขาวมันได้ที่ไหน..."

ooooooo

ขาวเดินเคว้งคว้างผ่านย่านขายอาหาร สุดท้ายได้ข้าวเหนียวหมูปิ้งไปนั่งกินที่สวนสาธารณะแต่ไม่ทันระวังตัว กระเป๋าเงินที่แลบออกมาจากกระเป๋าหลังถูกวัยรุ่นคนหนึ่งกระชากวิ่งหนีไป ขาวตะโกนให้คนช่วย รปภ.คนหนึ่งไล่ตามไปถูกเด็กวัยรุ่นพวกเดียวกัน 34 คน รุมซัด รปภ.จนตกลงไปในแม่น้ำ ขาวเห็นดังนั้นวิ่งไล่กวดตามไป

เด็กวัยรุ่นวิ่งไปในซอกตึกแล้วเอากระเป๋ามานับเงินได้ไปสองพันกว่าบาท พวกมันดีใจที่ได้เงินและหนีรอดมาได้ แต่หารู้ไม่ว่าขาวตามมาแอบดูอยู่ เขาพรวดเข้าไปเล่นงานมัน แม้จะหนึ่งต่อสี่  แต่ฝีมือคนละชั้นกระดูกคนละเบอร์  ในที่สุดวัยรุ่นทั้งกลุ่มก็ยกมือไหว้ ขาวได้กระเป๋าคืนมามองพวกนั้นไปพึมพำ

"แกไม่ใช่พวกมืออาชีพนี่"

เมื่อขาวพาพวกนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวมันบอกว่าถ้าไม่หิวก็ไม่ทำอย่างนี้ ขาวถามว่าทำไมไม่ขอกันดีๆโชคดีที่ตนไม่จับส่งตำรวจ จากการคุยกันจึงรู้ว่าเด็กบางคนมาหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ยังหาไม่ได้บางครั้งก็โดนไล่อย่างกับหมูกับหมา

ขาวฟังแล้วสะเทือนใจเอาใบละพันให้แล้วบอกให้กลับบ้านไปเสีย วัยรุ่นมองงงๆ

"กลับบ้านไปซะ ไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านเกิดของแกแล้ว กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก" ขาวบอก

เด็กวัยรุ่นรับเงินไปยังไม่หายงง ขาวจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วลุกออกไปทันที พอกลับถึงห้องเช่าก็หยิบรูปแก้วออกมาดูเห็นมีรอยก็คิดว่าคงโดนฝนเมื่อคืนพูด กับรูปว่าเดี๋ยวจะวาดซ่อมให้ มองรูปแล้วพึมพำ

"กรุงเทพฯนี่ไม่ง่ายเหมือนกันนะแก้ว พลาดไปก็คือเหยื่อดีๆนี่เอง แต่รับรองคนอย่างเราไม่มีวันเป็นเหยื่อให้ใครจับกินง่ายๆแน่ คอยดูเราจะเอาดีให้แก้วเห็น"

ooooooo

เช้านี้แก้วออกเดินทางกลับมาเรียนต่อแล้วโดยมีผู้ใหญ่ทิมผู้เป็นพ่อขับรถมา ส่ง ทั้งหลวงพ่อ ดำและบัวต่างแอบมีความหวังว่าแก้วจะได้เจอขาวที่กรุงเทพฯ

ส่งแก้วแล้วดำกลับมาที่ห้องนอนของขาวปัดกวาดจัดของให้จนหลวงพ่อถามว่ารู้ หรือว่าขาวจะกลับมาเมื่อไร ดำบอกว่าไม่รู้แต่ก็จะทำ ทำจนกว่าขาวจะกลับมา ตนเชื่อว่าขาวต้องกลับมาเพราะที่นี่เป็นบ้านของขาว แม้ที่นี่จะเป็นวัดแต่ตนกับขาวเติบโตจากที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้าน ใครๆก็ต้องกลับบ้านทั้งนั้น

ส่วนขาวที่หนีมากรุงเทพฯแล้ว พอหาที่พักได้ก็เตรียมหางานทำ เดินเข้าออกสมัครงานหลายที่แต่ก็ไม่ได้ จนมาเจอร้านส่งพิซซ่า ขาวมองอย่างครุ่นคิด

ผู้ใหญ่กับแก้วมาถึงกรุงเทพฯแล้ว แก้วขอให้แวะเข้าไปวนดู ถึงจะอ้อมหน่อยแต่ก็หวังว่าเผื่อจะเจอขาว ระหว่างนั้นมีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังจากด้านหลัง แก้วหันขวับไปเป็นมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าขับแทรกไป แก้วจ้องตาไม่กะพริบแล้วร้องอย่างดีใจ

"ขาว!" ผู้ใหญ่ถามว่าไหน "นั่นไงพ่อ...เร็วไฟเขียวแล้วตามไปเร็ว!" แก้วเร่งอย่างตื่นเต้น ทำเอาผู้ใหญ่รีบออกรถแทบไม่ทัน

ผู้ใหญ่ขับรถตามรถมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าไปอย่างลำบากเพราะไม่คล่องตัวบาง ครั้งรถมอเตอร์ไซค์ก็หลุดไปจากสายตา แก้วต้องคอยดูและชี้เป้าให้ ผู้ใหญ่บีบแตรและแซงปาดหน้ารถมอเตอร์ไซค์จนรถเกือบล้ม คนขับมอเตอร์ไซค์ จอดรถลงมางงๆ

แก้วกับผู้ใหญ่รีบตามไปแก้วเรียกอย่างดีใจ "ขาวๆ"

แล้ววิ่งเข้าไปหา ถามเร็วปรื๋อ "ขาว...ทำไมหนีมาอย่างนี้ รู้ไหมทุกคนเขาเป็นห่วงแค่ไหน" ผู้ใหญ่ก็ตามมาชวนให้กลับ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อทั้งแก้วและผู้ใหญ่ก็จังงัง เมื่อเด็กหนุ่มถอดหมวกกันน็อกหันมาถามว่าลุงขับรถปาดหน้าผมทำไม

"เฮ้ย!" แก้วร้องเสียงหลงเพราะไล่ล่าผิดตัว ผู้ใหญ่ทิมก็ตะลึง แล้วสองพ่อลูกก็ยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

ที่แท้ ขาวตัวจริงที่เดินเข้าไปสมัครงานที่ร้าน

พิซซ่าและได้ไปทดสอบงานทำเวลาได้เป็นที่พอใจของผู้จัดการ ขาวได้งานแต่ไม่ใช่เวลานี้เพราะจะต้องมีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง

"นายต้องมีรถของตัวเอง บังเอิญวันนี้นายโชคดีที่คนขาดแล้วรถคันนี้ก็รถของฉัน ที่ฉันไว้ใจให้นายทำงานก็เสี่ยงอยู่นะ เอางี้...ถ้าอยากทำงานจริงๆ ฉันให้นายเช่ารถฉันขับสักสี่ห้าวันจนกว่านายมีมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วฉัน จะรับนายเข้าทำงาน ตกลงไหม"

ขาวฟังผู้จัดการแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ooooooo

แก้วมาถึงหอพักนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงแล้ว พอมาถึงก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อนพึมพำเซ็งๆว่า

"เฮ้อ...หน้าแหกไม่รับเย็บ เราว่าตาไม่ได้ฝาดนี่นา ขาวชัดๆ มองยังไงก็ขาว"

แล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูภาพดำที่ตัวเองแอบถ่ายตอนไปนอนดูดาวกัน พูดกับดำในภาพว่า

"ฉันอยากรีบจบ รีบกลับไปอยู่ที่น้ำงามเร็วๆจังเลยดำ กลับไปพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนที่เคยเป็น กลับไปทำให้น้ำงามสงบสุขเหมือนเดิม...ฉันนอนก่อนนะดำ ขอบใจที่อุตส่าห์ปีนเข้ามาสิงในมือถือให้ฉันดูแก้คิดถึง...ฝันดีนะจ๊ะเพื่อน รัก"

พูดเองแล้วยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงนอนหลับตาอย่างมีความสุข...

ส่วนดำก็ยังเฝ้าคิดถึงเป็นห่วงขาวจนบางครั้งไม่มีสมาธิในการอ่านตำรา ผิดกับขาวที่ตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำงานสร้างฐานะเรียนจบหางานทำดีๆเพื่อ เอาชนะใจแก้วให้ได้

วันต่อมาผู้ใหญ่กลับมาถึงบ้านก็รีบไปกราบหลวงพ่อ ทีแรกหลวงพ่อนึกว่ามีข่าวดีเรื่องขาว แต่พอคุยแล้วกลายเป็นเรื่องจำคนผิดตัว ดำยังเชื่อสายตาแก้วว่าคงแม่นยำเชื่อว่าขาวต้องอยู่ที่กรุงเทพฯเสนอหลวงพ่อ จะไปตามหา

"ตามคนที่อยากหนีมันเหนื่อยเปล่า ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า มันอยู่กรุงเทพฯแล้วก็ปลอดภัยดีพวกเราก็ควรสบายใจ วันไหนที่ไอ้ขาวพร้อมมันก็คงกลับมาเองแหละ" หลวงพ่อบอกดำว่าเอาไว้เรามีข้อมูลให้ชัดกว่านี้ค่อยขยับจะดีกว่า

"ครับหลวงพ่อ" ดำถอนใจต้องยอมรับตามคำแนะนำของหลวงพ่อ

ooooooo

ในที่สุดขาวก็ดาวน์รถได้ในราคา 500 บาท รุ่งขึ้นรีบไปที่ร้านพิซซ่าแต่ไก่โห่บอกผู้จัดการว่าตนตื่นเต้นอยากทำงานไวๆ ผู้จัดการชมว่าขยันดีแต่รอให้ถึงคิวก่อนเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ามาแย่งงาน ขาวยิ้มอย่างเข้าใจ พลันก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้...

ขาวแวบไปแอบดูแก้วที่รั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิง เป็นเวลาที่แก้วกำลังฝึกการต่อสู้อยู่ ในสายตาแว้บๆเหมือนเห็นขาวมายืนเกาะรั้วดูอยู่ เลยทำให้เสียสมาธิถูกเพื่อนเตะอย่างจังจนเซล้ม เลยถูกครูฝึกตำหนิที่วอกแวก หลักจากนั้นแก้วมองไปอีกทีก็ไม่มีใครอยู่ที่รั้วแล้ว คิดว่าตัวเองตาฝาดอีกตามเคย

เมื่อได้ทำงานที่ร้านพิซซ่าแล้ว ขาวเสียดายเวลาหลังเลิกงานปรึกษากับผู้จัดการว่าอยากทำงานเยอะๆจะได้หาเงิน เรียนต่อ ผู้จัดการส่งเสริมเต็มที่บอกว่าแล้วจะช่วยดูให้

ขาวยังทำเซอร์ไพรส์แก้วด้วยการฝากขนมคุกกี้ใส่กล่องไปให้เขียนใส่กระดาษสอด ไว้ในกล่องว่า "กินเยอะๆนะจะได้มีแรงฝึก" แก้วอ่านแล้วขนลุกซู่เพราะจำลายมือขาวได้ แก้วลุกเดินอ้าวไปหาเจ้าหน้าที่ที่เอาของฝากมาให้ถามว่าขนม เมื่อกี้ใครฝากมาหรือ

"เขาบอกว่าเป็นญาติเธอ" แก้วฟังแล้ววิ่งอ้าวไปข้างนอกทันที เจ้าหน้าที่ร้องถามว่า "จะไปไหน เขากลับไปแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าญาติคนไหนฝากมาก็ไปดูรายชื่อที่ป้อมยามโน่น"

แก้วจึงเดินไปอีกทาง พึมพำกับตัวเอง "ทำตัวลึกลับอย่างนี้ต้องเป็นนายแน่ๆขาว..."

ooooooo

ดำมุ่งมั่นค้นคว้าการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ พอมีความมั่นใจก็ไปขออนุญาตใช้ที่ดินวัดจากหลวงพ่อเพื่อทดลองทำแปลงเกษตร หลวงพ่อสนับสนุนอนุญาตให้ใช้ที่ดินแปลงหลังวัดเพราะถ้าทำสำเร็จจะเป็น ประโยชน์กับชาวบ้านมาก แต่ก็เตือนดำว่า

"อ้อ แล้วอย่ามัวแต่ห่วงชาวบ้านจนทิ้งเรื่องเรียนของตัวเองล่ะ"

ขณะนั้นเองบัวเดินหน้าเศร้าน้ำตาคลอเข้ามานั่งคุกเข่าขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ขอข้าวไปให้แม่ที่ป่วยหนักกินเพราะข้าวสารที่บ้านหมดและไม่มีเงินซื้อ หลวงพ่อให้ดำไปตักให้เยอะๆ ดำเข้าไปตักอาหารให้บอกหลวงพ่อว่าตักให้อิ่มถึงพรุ่งนี้เลย

ระหว่างเดินมาส่งบัวนั้น บัวปรารภกับดำว่าอยากหางานทำเพื่อหาเงินมาช่วยพ่อแม่ใช้หนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำแต่ที่บ้านเราก็ไม่มีอะไรให้ทำ

ดำเสนอว่าให้มาทำแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่กับตนไหม บัวไม่มั่นใจขอให้ดำสอนให้ ดำรับตอบรับทันที ยกมือลูบผมบัวอย่างเอ็นดูเหมือนน้องสาว ทั้งสองมีความหวังร่วมกันที่จะช่วยกันสร้างแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ให้สำเร็จ

ooooooo

เวลาผ่านไป ทุกชีวิตดำเนินไปตามวิถี ไปตามเป้าหมายของตัวเองอย่างจริงจัง

แปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ของดำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว แต่ดำก็ยังรอคอยการกลับมาของขาว

ขาวได้งานนอกเวลาวิ่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ได้เงินจนเตรียมไปเรียนต่อภาวนาให้แก้วเป็นกำลังใจให้เรียนจบเร็วๆด้วย รถมอเตอร์ไซค์ของขาวเกือบถูกวัยรุ่นขโมยไป แต่พวกมันกลับถูกขาวสั่งสอนเสียจนเลือดกบปากวิ่งหนีไปไม่เป็นท่า

ส่วนเคที่นับวันก็ยิ่งใช้ชีวิตเหลวแหลก นอกจากควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแล้ว ยังมั่วยาเสพติดด้วย เมื่อถูกตำรวจจับได้ เสี่ยพิทักษ์ใช้ทั้งเงินและเส้นสายปิดข่าวและเอาตัวกลับบ้าน เคที่ยังไม่สลดบอกว่าเสียเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วงหรอก

"ใช่...ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วง แต่ชื่อเสียงป๊าจะร่วง บอกแกแล้วใช่ไหมว่าป๊ากำลังทำงานใหญ่ ป๊าไม่อยากเสียชื่อ จะทำอะไรทำไมไม่คิดถึงหน้าป๊าบ้าง"

แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ปรามอย่างไร เคที่ก็ไม่สนใจเพราะถูกตามใจมาจนเคยตัว และสุดท้ายเสี่ยพิทักษ์ก็ทำอะไรลูกสาวไม่ได้ตามเคย

ooooooo

เมื่อแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว หลวงพ่อเรียกชาวบ้านมาดู ที่หน้าแปลงเนื้อที่ 1 ไร่ มีป้ายเขียนง่ายๆว่า "แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่" โดยดำเป็นผู้บรรยายว่า

"ผมใช้พื้นที่หนึ่งไร่แบ่งปลูกข้าว ปลูกผักผลไม้ แล้วก็ทำบ่อปลา ข้าว ผัก ผลไม้ในแปลงสาธิตของผมไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืช" ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วมันจะได้ผลหรือ "ได้สิอาผู้ใหญ่ เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ใช้น้ำชีวภาพในการควบคุมศัตรูพืช ดินบ้านเราก็ไม่เสีย สุขภาพเราก็ไม่เป็นโรคเพราะเคมีด้วยนะครับ"

บัวช่วยเสริมว่าเราประหยัดเงินได้อีกด้วย แต่ถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำโต้แย้งว่าทำผืนเท่าแมวดิ้นตายก็ทำได้แต่ลองไปใช้ที่ นาที่มันกว้างเป็นสิบๆไร่รับรองไม่มีทางสำเร็จ

หลวงพ่อขัดขึ้นอย่างรู้ทันว่าแม่เลี้ยงกลัวขายปุ๋ยเคมีไม่ได้ใช่ไหม แม่เลี้ยงแก้ตัวอย่างเกรงใจว่า

"ดิฉันไม่กลัวหรอกค่ะหลวงพ่อ เพราะยังไงปุ๋ยของดิฉันก็ยังขายได้ คนใช้ออกทั่วโลก ถ้าปุ๋ยชีวภาพที่ไอ้ดำว่าได้ผลจริง ป่านนี้โรงงานปุ๋ยที่ส่งดิฉันก็เจ๊งไปแล้วสิคะ"

ชาวบ้านต่างพากันเห็นด้วยไม่เว้นแม้แต่ก้อนกับเภา พ่อกับแม่ของบัวเห็นว่าทำแบบดำไม่ทันกินแน่ สุดท้ายแม่เลี้ยงพูดอย่างปรามาสว่าให้ดำเรียนให้จบเสียก่อนเถอะแล้วค่อยมา สอนพวกเรา

ดำมองชาวบ้านอย่างหนักใจที่แปลงสาธิตของตนไม่เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน แต่บัวให้กำลังใจว่าตนจะช่วยเขาทำต่อไปเต็มที่จะให้ตนทำอะไรบอกมาเลย

"ก็ต้องทำให้เขาเห็น ต้องทำให้เป็นรูปเป็นร่างกว่านี้ นี่แค่ยกแรกยังต้องสู้อีกหลายยก" ดำยังมีความมุ่งมั่น หลวงพ่อฟังแล้วพอใจ ชมว่า

"ข้าดีใจที่เห็นเอ็งไม่ท้อ อย่างนี้สิวะถึงจะไม่เสียทีที่เป็นลูกศิษย์ข้า"

ooooooo

ที่ห้องเช่าขาว ฝาห้องบุด้วยไม้อัด เมื่อคืนขาวสู้กับวัยรุ่นสองคนที่มาขโมยรถ ฝาบ้านถูกไขควงพวกวัยรุ่นแทงทะลุเป็นรูหลายแห่ง รุ่งเช้า เจ้าของห้องมาโวยวายหาว่าทำทรัพย์สินของตนเสียหาย เรียกร้องค่า เสียหายสามพัน ขาวจะไม่ยอมจ่ายเพราะตนไม่ได้เป็นคนทำ เจ้าของห้องไม่ยอมถ้าขาวไม่จ่ายก็จะแจ้งความข้อหาทำลายทรัพย์สิน

ขาวจึงจำต้องจ่าย แล้วก็หดหู่ใจที่ต้องมาเสียไปสามพันทำให้ไม่มีเงินพอที่จะไปสมัครเรียนแต่พอ หันไปมองรูปวาดของแก้วที่ซ่อมเสร็จแล้วก็มีกำลังใจขึ้นมา บอกรูปว่า

"แต่เราไม่ท้อหรอกนะแก้ว ให้มันรู้ไปว่าขยันแล้วจะหมดหนทาง!"

ขาวยิ้มให้กับรูปของแก้วอย่างมีความหวังและกำลังใจก่อนออกไปทำงานตามปกติ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:37 น.