ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดำกลิ้งตัวลงจากหลังคารถเจอขาวเข้าถามว่ามาได้ยังไง แล้วนั่นปืนใคร ขาวบอกให้เลิกถามได้แล้วบ่นอย่างหงุดหงิดที่กระสุนหมดพอดี

ส่วนพวกคนร้ายก็ถามกันงงๆว่าพวกนี้เป็นใคร รวมหัวกันจะจับหมกป่าเสีย แต่ไม่ง่ายเพราะมาเจอยอดฝีมือที่ผ่านการฝึกปรือจากหลวงพ่อมาอย่างดี แต่เคราะห์ร้ายขาวถูกคนร้ายฟันเข้าที่ท้องอย่างจังล้มลงทันที

แต่ไม่ทันเปิดฉากละเลงกัน ผู้ใหญ่ทิมกับแก้วตาและชาวบ้านอีกหลายคนก็มาถึง ทุกคนมีปืนครบมือกรูกันเข้าจับวายร้ายทั้งสามได้โดยง่าย พอเหตุการณ์สงบ ดำเข้าไปดูขาวที่นอนคว่ำอยู่ด้วยความเป็นห่วง

ขาวบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล รุ่งขึ้นหลวงพ่อไปเยี่ยม เจอจ่าดำเกิงเพื่อนรุ่นเดียวกันเพิ่งเข้ามาอย่างระโหยโรยแรงซ้ำยังเรอกลิ่นละมุดออกมา ถูกหลวงพ่อตำหนิว่ากินเหล้าเวลาทำงานอีกแล้ว จ่าตะแบงไปว่าก็กินนอกเวลาหลวงพ่อก็ด่า ตนเลยเลื่อนมากินเวลางานยังด่าอีก เลยถูกทั้งหลวงพ่อและผู้ใหญ่ทิมรุมด่า

"เอาเถอะครับ อย่าเพิ่งทะเลาะกันตอนนี้เลยนะครับ จ่าครับ แล้วน้องสาวที่โดนไอ้พวกนั้นล่า ตอนนี้อยู่ไหนครับ" ดำหย่าศึกถามจนทุกคนงง เพราะไม่รู้เหมือนกัน

ที่แท้หญิงสาวคนนั้นอยู่ในห้องพักคนไข้อีกห้องหนึ่งเธอยังหลับไม่ได้สติ แก้วบอกว่าเธอผวาจนหมอต้องให้ยานอนหลับ แต่ที่แน่ๆคือไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน

"ผู้หญิงคนนี้กับที่ตายไปอายุรุ่นเดียวกันหมดเลย ฉันว่าคดีต้องเกี่ยวเนื่องกันแน่ๆ" แก้วฉุกคิด

"เกี่ยวรึเปล่าไม่รู้ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเอาอำเภอน้ำงามมาเป็นทางผ่านสิ่งผิดกฎหมายเด็ด ขาด" ดำขึงขังมาก แก้วย้ำว่า โดยเฉพาะพวกค้ามนุษย์!

ส่วนหลวงพ่อบอกผู้ใหญ่ทิมกับจ่าดำเกิงที่เถียงกันประสารุ่นเดียวโตมาด้วยกันว่าให้เลิกเถียงกันได้แล้ว บอกทั้งสองคนว่า

"อำเภอน้ำงามไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้และเราก็จะปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ ขึ้นอีกไม่ได้" จากนั้นหลวงพ่อบอกให้ทั้งสองคนกลับไปเสีย ตัวท่านเองจะนอนเฝ้าขาวที่นี่

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องคนไข้พิเศษ หลวงพ่อไปยืนมองขาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ เอื้อมมือไปลูบหัวขาวอย่างทะนุถนอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

"ถ้าตอนนี้สัมผัสของข้าสื่อเข้าไปถึงความรู้สึกของเอ็งได้ อยากให้เอ็งรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ อยู่ข้างๆเอ็งตลอดเวลานะเจ้าขาว หายเร็วๆนะลูก"

ขณะหลวงพ่อดูแลขาวอย่างดีนั้นเอง ดำกลับมา หลวงพ่อ ถามว่ากลับมาทำไม ดำบอกว่ามาเฝ้าขาว หลวงพ่อพูดขำๆว่าขาวคงดีใจจนกระโดดเตะปากดำแน่

"ผมยอมให้มันเตะฟันร่วงหมดปากเลยครับหลวงพ่อ ถ้าทำให้มันหายเร็วๆ" ดำยอมทุกอย่าง

สุดท้ายหลวงพ่อให้ดำอยู่เฝ้าด้วย ดำจัดให้หลวงพ่อนอนที่โซฟาส่วนตนนอนที่พื้น หลวงพ่อรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่วันนี้แม้ขาวจะบาดเจ็บแต่นั่นเป็น สัญญาณบอกว่าทั้งสองยังมีเยื่อใยต่อกันอยู่...

ooooooo

แก้วแค้นใจจนนอนไม่หลับออกมานั่งกอดเข่าอยู่ที่ระเบียงบ้าน ผู้ใหญ่ออกมาทัก แก้วบอกว่ารู้สึกเป็นห่วงบ้านเรายังไงไม่รู้ ผู้ใหญ่บอกว่าสงสัยต้องเรียกชาวบ้านมาช่วยกันระวังภัยเสียแล้ว

"เรายังไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใคร ยังไงตอนนี้เราต้องช่วยกันสังเกตคนแปลกหน้าที่เข้ามาในอำเภอเราก่อนนะจ๊ะพ่อ"

ผู้ใหญ่เห็นด้วยกับแก้ว ต่างคิดหนักกับปัญหาร้ายแรงที่คืบคลานเข้ามาในหมู่บ้าน

ooooooo

คนร้ายที่ถูกขังอยู่ไม่ยอมให้ปากคำใดๆมันนอนก่ายหน้าผากคิดหนัก จ่าดำเกิงมาดูแล้วเดินหาวหวอดไปหาตำรวจสองนายที่โต๊ะใกล้ๆ บอกว่าเดี๋ยวมาถูกเพื่อนแซวว่าแว่บไปงีบอีกใช่ไหม

จ่าดำเกิงไปไม่นาน ก็มีรถตู้ติดฟิล์มดำเข้ามาจอดชายลึกลับสองคนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ลงจากรถตรงเข้าไปใช้ปืนเก็บเสียง เก็บตำรวจทั้งสองก่อนแล้วจึงเข้าไปเก็บคนร้ายในห้องขัง มันพูดก่อนยิงทิ้งว่า

"พลาดคือตาย จำไว้!"

เวลาเดียวกันดำเฝ้าขาวอยู่ ลุกไปดูและพูดกับขาวแสดงความรักความห่วงใย แล้วขอไปเดินเล่นครู่เดียว

ดำจึงไปเจอตำรวจสองคนถูกยิงนั่งตายเหมือนหลับ อีกทั้งคนร้ายในห้องขังก็ถูกยิงตายเช่นกัน ดำตกใจมองไปที่ห้องพักคนไข้ที่อยู่ติดกันสองห้องทันที

ไปถึงพบว่าคนร้ายสองคนที่นอนรักษาตัวอยู่ถูกยิงตายหมดแล้ว แต่ในทันทีที่ดำขยับจะออกก็รู้สึกถึงความผิดปกติในห้อง ที่แท้คนร้ายยังอยู่ในห้อง มันใช้ปืนเก็บเสียงยิงใส่ดำทันที โชคดีที่ดำหลบทัน

ชายลึกลับทั้งสองวิ่งหนีออกไป ดำเจ็บใจมากวิ่งตามไปอย่างไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่พอชายลึกลับวิ่งมาถึงทางแยกมันจะวิ่งไปทางบันไดหนีไฟ ก็ถูกตะพดของหลวงพ่อยื่นมาตีตัดขาจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า

ชายลึกลับคนที่สองยกปืนจะยิงหลวงพ่อ ดำวิ่งมาทันตะโกนให้หลวงพ่อระวัง พริบตานั้นหลวงพ่อตวัดตะพดใส่ปืนในมือคนร้ายจนกระเด็น เมื่อเสียท่าเช่นนี้ ชายลึกลับทั้งสองส่งสัญญาณให้หนีกัน แต่มันยังยิงมาสกัดถูกไหล่ซ้ายดำ

แต่ดำไม่สนใจวิ่งตามมันไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของหลวงพ่อ

ooooooo

ชายลึกลับทั้งสองคนวิ่งออกมาทางด้านหลังอาคาร ชายลึกลับอีกคนบนรถขับรถตู้ปราดเข้ามาจอดทันที ดำวิ่งตามมาไม่ทันแล้ว อึดใจเดียวหลวงพ่อกับเจ้าหน้าที่ รปภ.ก็มาถึง หลวงพ่อบ่นอย่างเสียดายว่าไม่ทันแล้ว

จ่าดำเกิงไปที่โรงพักเห็นตำรวจกับคนร้ายในห้องขังตายเรียบก็รีบบึ่ง มอเตอร์ไซค์มาจนเกือบชนดำที่เพิ่งพุ่งหลบรถตู้ของคนร้าย ดำร้องบอกว่าให้รีบจับคนร้าย แต่จ่าบอกว่าเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้ที่โรงพักตายเรียบแล้ว

"เออ...ข้ารู้แล้ว" หลวงพ่อบอกเพราะรู้ก่อนแล้ว จ่าถามว่าหลวงพ่อรู้ได้ไง ดำเลยชี้ขึ้นไปที่ข้างบนบอกว่า "ข้างบนนั่นก็ม่องเหมือนกันจ่า"

จ่าตกใจ หลวงพ่อถอนใจอย่างระอาใจบอกจ่าว่า "แล้วไอ้รถที่วิ่งจะชนเอ็งเมื่อกี้น่ะรถโจร!"

"หา! โธ่เอ๊ย!" จ่าหันมองตามรถตู้คันนั้นอีกทีแล้วถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

โลงศพ 4 โลง ถูกวางเรียงกันอยู่ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล จ่าดำเกิงเดินดู เอ่ยกับหลวงพ่อว่า

"คงต้องฝากพวกโจรกับนังหนูเคราะห์ร้ายไว้ที่นี่ก่อน ส่วนศพตำรวจญาติๆ มันเอาไปจัดการแล้วครับ...เฮ้อ...ซ่วยจริงๆ"

หลวงพ่อสะกิดให้คิดว่าไล่ปิดปากกันอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว ผู้ใหญ่ถามจ่าว่าแล้วทางโรงพักไม่ขยับอะไรบ้างรึไง จ่าหน้าเจื่อนตอบไม่เต็มปากเต็มเสียงว่า

"ขยับอะไร ผู้กำกับคนเก่าเพิ่งโดนสอยไปเอ็งก็รู้ คนใหม่ ยังไม่รู้จะประทานลงมาเมื่อไหร่เลย ส่วนข้าขอถนอมลมหายใจไว้กินเงินบำนาญได้ไหมวะ"

ดำที่เดินดูโลงศพ ตรงเข้ามาพูดอย่างไม่สบายใจว่า พวกมันต้องทำกันเป็นขบวนการแน่ๆ เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นก็ต้องเตรียมต่อโลงรอศพต่อไปได้เลย ถูกแก้วขัดคอว่า แล้วจะทำยังไงเพราะตัวดำเองก็เกือบไปเหมือนกัน พูดพลางดูแขนดำที่ถูกกระสุนเฉี่ยวด้วยความเป็นห่วง

เมื่อพากันไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมขาว หลวงพ่อชมดำว่าฝีมือการต่อสู้ดีขึ้นเยอะแต่ยังไม่ดีพอยังต้องฝึกอีกเยอะ ดำครึ้มขึ้นมาเลยแซวหลวงพ่อว่า

"แหม...ใครจะเหมือนหลวงพ่อล่ะครับ จู่ๆก็โผล่ยังกับนินจา ควงไม้ตะพดพึ่บๆ อย่างกับจอมยุทธ" พูดแล้วเอะใจถามหลวงพ่อว่า "เออ...จริงด้วย ตกลงเมื่อคืนหลวงพ่อรู้ได้ไงครับว่ามีคนร้ายมา"

"ถ้าเอ็งจมูกหมา...ตาข้าก็สับปะรดล่ะไอ้ดำ ข้าก็เดินตามเอ็งออกมาสิวะ ถามได้"

หลวงพ่อหยอดมุกจนทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย ก็พอดีเดินมาถึงหน้าห้องพักคนไข้ของขาว

ooooooo

บัวเก็บดอกไม้ป่ามาปักแจกันในห้องขาว หลวงพ่อทักว่ามาเยี่ยมขาวล่ะสิ

"จ้ะหลวงพ่อ หนูเอาดอกไม้มาเยี่ยมพี่ขาวด้วย แต่ดอกไม้ หนูลูกทุ่งหน่อยนะจ๊ะ" บัวเหนียมๆ

"ดอกไม้ริมทุ่งอย่างเราน่ะดีแล้วบัว คุณค่าน่ะไม่ได้อยู่ที่ราคาของ แต่อยู่ที่หัวใจเราต่างหาก" ดำให้กำลังใจบัว แก้วชมว่า บัวเป็นบัวที่สวยที่สุดของอำเภอไม้งามเลยรู้ไหม แล้วขอกอดให้ชื่นใจที

"ยังไงถ้าพี่ขาวฟื้น บัวจะทำกับข้าวมาให้พี่ขาวกินทุกวันเลยนะจ๊ะ" บัวพูดด้วยความจริงใจหวังเต็มเปี่ยมว่าขาวจะฟื้นเป็นปกติในเร็ววัน

ตลอดเวลาที่ขาวนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ทุกคนมาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ดำลงมือเช็ดตัวให้ขาวแทนพยาบาลทั้งที่แขนตัวเองยังเจ็บอยู่ หลวงพ่อเห็นแล้วก็มีความสุขที่เห็นดำรักขาวมาก

ขาวนอนอยู่อย่างนั้นวันแล้ววันเล่า ทุกคนก็เฝ้าอยู่ด้วยความหวังที่เขาจะฟื้นขึ้นมา ดำปฏิบัติต่อขาวราวกับขาวรู้สึกตัว เอาหนังสือพิมพ์มาอ่านให้อัง อ่านไปก็ชะโงกดูไปว่าขาวรับรู้ หรือยัง

หลวงพ่อกับดำผลัดกันเฝ้าขาว คืนนี้หลวงพ่อเฝ้าจนถึงตีสามก็ยังนั่งเฝ้าอยู่ บางครั้งก็เอามือลูบผมขาวอย่างอ่อนโยนเหมือนจะให้ขาวรับรู้ถึงความรักความ ห่วงใยที่หลวงพ่อมีต่อเขา...

ooooooo

รุ่งเช้า บัวหิ้วปิ่นโตมา หลวงพ่อกับดำเตรียมจะกลับ หลวงพ่อฝากบัวให้ดูแลขาวด้วย บัวรับคำแล้วเดินเข้าไปบอกขาวที่ยังนอนไม่รู้เรื่องว่า

"พี่ขาวต้องรีบฟื้นนะ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงพี่ขาวมากนะจ๊ะ" บัวบีบมือขาวเบาๆ แล้ววางหันไปหยิบแจกันดอกไม้จะยกออกไป พลันก็ได้ยินเสียงแผ่วๆ "น้ำ..." บัวหันมองถามว่าหิวน้ำหรือ แต่พอนึกได้ก็ดีใจจนแทบกระโดดเมื่อรู้ว่าขาวฟื้นแล้ว ทั้งยังลืมตามองไปรอบๆ ถามงงๆว่าตนอยู่ที่ไหน

รุ่งขึ้นขาวก็กลับวัด หลวงพ่อบ่นว่ายังเจ็บแผลอยู่จะรีบกลับทำไม ขาวบอกว่าค่อยยังชั่วแล้วอีกอย่างยิ่งอยู่ก็ยิ่งเปลืองเงิน

"เฮ้อ...ชีวิตเอ็งสำคัญกว่าเงินที่เสียนะ อีกอย่างพ่อไอ้แก้วมันก็ช่วยออก" หลวงพ่อบอก

"คนกันเองอย่าคิดมากสิขาว นายปลอดภัยก็ดีแล้ว" แก้วยิ้มให้จับมือขาวอย่างไม่คิดอะไร ขาวมองมือแก้วที่จับมือตนยิ้มให้อย่างขอบคุณ

"นึกว่าโดนทั้งมีดโดนทั้งซ้อมจนอ่วมขนาดนั้นแกจะแย่แล้ว ขอบใจมากนะขาวที่ช่วยพี่" ดำเอ่ยขาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยทันที ดำเห็นแล้วบ่นออด "อะไรวะ ฟื้นมานึกว่าจะดีขึ้น"

แก้วเห็นบรรยากาศชักกร่อยเลยชวนไปฉลองกันหน่อยดีไหม ฉลองในโอกาสที่เรื่องร้ายๆผ่านไป ขาวหายเจ็บ แขนดำหายเจ็บ และอีกอย่างคือ ตนจะเปิดเทอมแล้วต้องกลับกรุงเทพฯ เร็วๆนี้ บอกเพื่อนๆแล้วแก้วหันไปขออนุญาตหลวงพ่อ ซึ่งท่านก็อนุญาตให้ตามสบายกัน ขาวถามแก้วว่าจะกลับเมื่อไรหรอ...

ooooooo

แก้วขอจัดฉลองกันที่บ้าน เลี้ยงน้ำหวานหลากสี มีอาหารวางเต็มโต๊ะ ผู้ใหญ่ทิมมานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แก้วลุกขึ้นประกาศว่า

"อีกสามวันนักเรียนนายร้อยหญิงแก้วตาก็ต้องลาแล้วนะเพื่อนๆ"

"ดีจริงๆ ชีวิตข้าจะได้สงบ" ผู้ใหญ่อดไม่ได้ สองพ่อลูกเลยต่อปากต่อคำกันพอให้ครึกครื้น

ขาวชมว่าฝีมือบู๊ของแก้วเยี่ยมทีเดียวเรียนจบต้องเป็นตำรวจมือดีแน่ๆ แก้วบอกทุกคนว่าจบเมื่อไหร่จะขอมาประจำที่น้ำงามนี่แหละ ดำเอาบ้างบอกว่าสอบเป็นปลัดได้ก็จะกลับมาพัฒนาที่นี่เหมือนกัน

"บ๊ะ ให้มันได้อย่างนี้ซิวะ เขาถึงเรียกว่าสำนึกรักบ้านเกิด" ผู้ใหญ่ชอบใจ

ตุ๊กแม่ของแก้วเห็นขาวนั่งเงียบอยู่ก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเรียนต่อเสียที

"ดูๆอยู่น่ะครับ ผมอยากเรียนศิลปะแถวบ้านเราก็ไม่มีสอนพวกนี้เลย กำลังดูอยู่ว่าจังหวัดใกล้ๆมีที่ไหนสอนบ้าง ไม่อยากไปเรียนกรุงเทพฯ น่ะครับ เป็นห่วงหลวงพ่อ"

"แต่หนูคงหมดหวังเรื่องจะเรียนต่อแล้ว แค่จะมีชีวิตอยู่ยังลำบากมากเลย" บัวเปรยขึ้นเศร้าๆ ทุกคนหันมองบัวด้วยความสงสาร

ผู้ใหญ่บอกบัวว่ายังไงจะช่วยพูดกับแม่เลี้ยงอุ่มคำดู บัวรีบขอบคุณ ส่วนแก้วตั้งปณิธานว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะปราบพวกทำนาบนหลังคนไม่ให้เหลือ พอถูกแม่เบรกว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เอาให้จบเสียก่อน

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงแม่ ไม่นานเกินรอจะสอยดาวมาใส่บ่าให้ดูจ้ะแม่" แก้วคุยอวดกอดแม่อย่างเอาใจ ผู้ใหญ่ ให้เด็กๆสนุกกัน ตนกับตุ๊กจะขึ้นไปพักผ่อนก่อน แก้วจึงชวนเพื่อนๆไปหาที่คุยกันดีกว่า ว่าแล้วก็ชวนกันลุกไปนอนดูดาวกันที่แก่งเอื้อมดาวตามคำชวนของขาว

ooooooo

แก่งเอื้อมดาวเป็นสถานที่ที่ทั้งสี่ชอบไปนอนดูดาวกันที่นั่น แต่พอโตต่างคนต่างแยกย้ายกันเรียน จึงละเว้นเสียนาน คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีได้ระลึกความหลังกัน

ดำเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะกระซิบบอกขาวว่า

"ได้โอกาสทำคะแนนแล้วไอ้น้อง เดี๋ยวพี่จัดให้เอง"

พอมาถึงแก่งเอื้อมดาวเป็นพื้นที่ติดริมน้ำที่กั้นเขตแดนเป็นทุ่งหญ้าสวยทั้ง สี่ไปนอนเรียงกันดูดาว ดำ ขาว แก้ว และบัว ตามลำดับ ทุกคนจำได้ว่าห้ามนอนหันหัวไปทางทิศเหนือเพราะถือว่าเป็นทิศแห่งความตาย พอนอนลงต่างก็ดูดาวกันอย่างมีความสุข ดำบอกว่าดาวที่นี่เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม  ถูกขาวแทรกขึ้นอย่างแฝงนัยว่า  "แต่เอื้อมไม่ถึง"

ดำเดาใจขาวออกว่าหมายถึงอะไร เลยทำอุบายว่าจะไปเดินเล่นหน่อยทำท่าจะชวนบัวไปด้วย แต่บัวหลับไปแล้วเลยฝากให้สองคนช่วยดูแลบัวแล้วตัวเองก็ลุกเดินไปที่ริมน้ำ

พอแยกไปนั่งที่ริมน้ำ ดำหยิบหินก้อนเล็กๆขว้างไปในน้ำคิดในใจว่า "ที่พี่ทำอย่างนี้คงทำให้แกเข้าใจมากขึ้นนะขาว" แล้วก็อดคิดถึงอดีตในวัยเด็กไม่ได้...

เวลานั้นขาวป่วยนอนซมเพราะพิษไข้ ดำดูแลอย่างดีเช็ดตัวให้น้องเอายาให้น้องกิน หลวงพ่อมาเห็น ยกมือลูบหัวดำ พูดอย่างฝากความหวังว่า

"จำไว้นะลูก เอ็งเป็นพี่ ขาวมันเป็นน้อง พี่ต้องดูแลน้องให้ดีเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องด้วยนะเข้าใจไหม"

เวลานั้นดำรับคำและจำใส่ใจ มาวันนี้ดำก็ยังจำคำสอนของหลวงพ่อได้ เขาอมยิ้มอย่างมีความสุขพึมพำเหมือนจะบอกหลวงพ่อว่า

"ครับหลวงพ่อ ผมยังจำคำนั้นได้ดี ผมจะดูแลน้อง ถึงมันจะไม่เรียกผมว่าพี่ก็เถอะ"

คิดแล้วดำก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำเพื่อน้องตามคำสอนของหลวงพ่อ

ooooooo

ขาวกับแก้วยังนอนดูดาวกันอยู่ แก้วมองบัวแล้วพูดอย่างสงสารเห็นใจว่าหลับไม่รู้เรื่องเลยคงเหนื่อยกับชีวิตมาก ขาวยังแหงนมองท้องฟ้าพูดขึ้นลอยๆว่า

"ชีวิตคนก็เหมือนดาวบนฟ้า อยู่บนฟ้าผืนเดียวกัน แต่สุกสว่างไม่เหมือนกัน บางดาวสว่างเจิดจ้า บางดาวริบหรี่อ่อนแรงเหมือนจะดับลงเมื่อไหร่ก็ได้"

แก้วเห็นด้วยเพราะบัวเป็นคนเรียนเก่งที่สุดในโรงเรียนแต่กลับไม่มีโอกาสเรียนต่อ แล้วถามขาวว่าแล้วเขาล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นดาวดวงไหน ขาวชี้ไปที่ดาวกลุ่มหนึ่งมีดวงที่สุกใสและดวงที่ริบหรี่อยู่ข้างๆแล้วเทียบว่า ตนเหมือนดาวดวงที่ริบหรี่ด้อยค่าจนมองไม่เห็นค่า

"พูดอะไรของนาย ตัวร้อนรึเปล่า" แก้วแซวยกมือไปอังหน้าผากทั้งที่รู้ว่าขาวคิดอย่างไรกับตน

ขาวฟังแล้วเซ็งมากถามว่าแก้วไม่รู้เลยหรือว่า...แก้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าดำหายไปไหนป่านนี้ยังไม่กลับแล้วหาเหตุไปตามดำ  ฝากขาวให้ดูแลบัวด้วย  ทำให้ขาวเซ็งมากที่จะบอกความในใจแก้วกลับเฉไฉไปทางอื่น

ooooooo

แก้วตามไปเจอดำนั่งอยู่ที่โขดหินริมน้ำแกล้งทำเสียงผีหลอก ดำหันมองถามว่ามาคนเดียวหรือ แก้วบอกว่ามาคนเดียว   บ่นขาวว่าพูดอะไรเลอะเทอะเลยให้ อยู่เป็นเพื่อนบัวคนเดียว

ขาวกระวนกระวายใจที่แก้วหายไปนานจะทิ้งบัวไปก็ยังเป็นห่วง สุดท้ายก็ทนไม่ได้เดินตามไปหาแก้ว ไปเจอแก้วกำลังชวนดำกลับกลัวสองคนนั้นรอแย่แล้ว ดำลุกขึ้นส่งมือให้แก้วจับฉุดขึ้นมา แต่แก้วเสียหลักเซจะตกน้ำ ดำคว้าไว้ทันแรงเหวี่ยงทำให้แก้วเข้าไปในอ้อมกอดของดำ

ขาวมาเห็นพอดีแผดเสียงอย่างโกรธจัด "ไอ้ดำ!" แล้วโผนเข้าชกดำจนหน้าหงายตกโขดหิน แก้วตกใจร้องห้ามแต่ขาวกลับไล่ตะเพิดให้หลีกไปแล้วกระโจนเข้าเล่นงานดำซ้ำท่ามกลางเสียงร้องห้ามของแก้ว "ขาว...อย่า!"

หลวงพ่อนั่งวิปัสสนาอยู่ที่กุฏิ พลันก็ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ ข้างนอกฟ้าแลบสว่างวาบ หลวงพ่อรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...

ที่ริมแม่น้ำ ขาวยังชกดำอย่างโกรธจัด ดำป้องกันตัวแต่ พลาดเท้าไปยันเอาแผลที่ท้องของขาวจนร้องโอ๊ย! ดำรีบขอโทษแต่ขาวกลับโกรธเป็นทวีคูณ

"เฮ้ย...ขาว พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่ขอโทษ แกฟังก่อนได้ไหมมันไม่ใช่อย่างที่แกเห็น"

"แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันไม่ใช่สิ่งที่แกพยายามจะพูด" ขาวสวนไปอย่างไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น ทั้งยังด่าดำว่าหน้าไหว้หลังหลอก พูดอย่างแค้นใจว่า "แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ทุกอย่าง!! ทุกอย่าง!!!"

ดำถูกขาวตีกระหน่ำไม่ยั้งจนดำคว้าไม้ใกล้มือขึ้นมาตั้งท่าพร้อมสู้ ตะโกนบอกขาวว่า

"ถ้าสติแกไม่มีอย่างนี้ จะเอาไอ้นี่เรียกสติแกเอง"

ทั้งคู่เข้าฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใครท่ามกลางสายฟ้าที่สว่างวาบเป็นระยะ และเสียงร้องห้ามของแก้วแข่งกับเสียงฟ้าคะนอง...

หลวงพ่อออกไปที่ระเบียงกุฏิ เห็นต้นไม้ใหญ่ไหวเอนน่ากลัว ท่านมองอย่างครุ่นคิด "อย่าให้สิ่งที่ข้ากลัวเกิดขึ้นเลย..." แล้วก็ถอนใจอย่างกังวล

บัวถูกฝนเทลงมาทำให้ตื่น ลุกขึ้นมาไม่เห็นใครแล้ววิ่งไปพลางร้องเรียกแก้ว พลันก็ได้ยินเสียงแก้วตะโกนอยู่อย่างตกใจ "ฉันบอกให้หยุดไง หยุด!!" บัววิ่งไปทางต้นเสียงทันที

ooooooo

บัวแทบช็อกเมื่อไปเห็นดำกับขาวกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่แก้วนั่งดูเฉยๆ  บอกบัวว่าเมื่อห้ามไม่ฟังก็นั่งบนภูดูหมากัดกันแบบนี้แหละ

ดำกับขาวยังชกต่อยใช้ไม้หวดและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไม่เลิก จนจังหวะหนึ่งขาวพลาดท่าลงไปนอนอย่างหมดสภาพ ดำทิ้งไม้ยื่นมือเข้าไปจะฉุดขาวขึ้นมา ขาวฉวยโอกาสนั้นกระชากมือดำและคว้าท่อนไม้หวดดำอย่างแรง ดำชักมือกลับร้องอย่างเจ็บปวด ขาวได้ใจจะกระหน่ำซ้ำ ทันใดนั้นเองแก้วพุ่งเข้าไปเอาตัวบังดำไว้ทำให้ขาวชะงัก ขาวเสียใจจนบอกไม่ถูกที่แก้วปกป้องดำอย่างออกหน้าออกตา หันหลังเดินไป

แก้วมองตามขาวไปอย่างโกรธจัด เรียกไม่หยุด เลยวิ่งไปขวางตบหน้าฉาดๆๆๆซ้ำเข้าไป 4 ที ขาวยืนนิ่งมองแก้วอย่างเสียใจเจ็บปวดแล้วร้องไห้ออกมา ดำเองก็อึ้งกับภาพที่เห็น

ขาวถามแก้วเสียงสะท้านว่าทำไม...ทำไม...แก้วพูดออกมาทั้งน้ำตาว่า

"ขาว นายไม่ต้องพยายามอะไรทั้งนั้น เพราะไม่ว่านายจะทุ่มทั้งชีวิต เททั้งหัวใจ แต่ความรู้สึกของฉันที่มีให้ได้ก็แค่เพื่อนเท่านั้น"

"เพื่อน..." ขาวทวนคำอย่างเจ็บปวด

"คนเราถ้าจะรักใครสักคนอยู่เฉยๆมันก็รัก แต่ถ้าใจมันไม่รักแล้ว ต่อให้ขนดาวทั้งฟ้ามาให้ ต่อให้ตายไปกี่ภพกี่ชาติ มันก็ไม่ใช่นะขาว...เราเป็นเพื่อนกันนะขาว...เพื่อน...นาย เข้าใจคำว่าเพื่อนใช่ไหม" แก้วจับแขนของขาวบีบเบาๆแล้ว ตัวเองก็ร้องไห้โฮออกมา

ขาวยืนเหมือนหุ่นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แก้วยังยืนร้องไห้ ส่วนดำกับบัวยืนตะลึงเหมือนถูกตรึงกับที่ ทั้งสี่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ดำกับขาวในสภาพบอบช้ำพอกันนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อที่มองมาพูดอย่างผิดหวังมาก

"คำสั่งสอนของข้าที่ให้พวกเอ็งไว้เหมือนเอาน้ำราดลงบนผืนทรายจริงๆ นี่ข้าจะทำยังไงกับเอ็งสองคนดี"

ดำขอโทษ ส่วนขาวขอให้หลวงพ่อลงโทษ หลวงพ่อยังเอาปืนที่ขาวใช้ยิงคนร้ายออกมาให้ดู

"ของบ้าๆนี่ไม่ควรอยู่ในวัด ข้าจะให้ผู้ใหญ่ทิมเอาไปคืนเพื่อนเอ็งเอง ปืนมันไม่เข้าใครออกใคร เอ็งจับมัน...มันก็จับเอ็งเข้าเส้นทางฆาตกรได้เหมือนกัน"

หลวงพี่ฉิมเอาไม้เรียวมาให้อย่างรู้หน้าที่ แต่คราวนี้หลวงพ่อไม่เฆี่ยนแต่ให้ทั้งสองนุ่งขาวห่มขาวเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรมในถ้ำ ขาวเข้าไปนั่งทันทีอย่างสงบนิ่ง แต่ดำยังอดหยอกหลวงพ่อไม่ได้ พอถูกหลวงพ่อปรามก็นิ่ง หลวงพ่อพูดกับทั้งสองอย่างจริงจังว่า

"ตั้งใจให้ดี  ไม่ใช่เพื่อข้า  ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวของเอ็งสองคนเอง ทบทวนดูให้ดีว่าสิ่งที่พวกเอ็งทำมันก่อประโยชน์อะไรรึเปล่า นอกจากความสะใจกับความบรรลัยวายวอดในชีวิต"

คืนนี้ หลวงพ่อสั่งหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยว่าพรุ่งนี้เช้าให้ดูกับข้าวกับปลาให้สองคนด้วย หลวงพี่ถามว่าวิธีนี้จะได้ ผลหรือ เณรจ้อยพูดอย่างกังวลว่าปล่อยไว้สองคนอย่างนี้เกิดเห็นถ้ำเป็นเวทีมวยขึ้นมาล่ะยุ่งแน่

"ก็ถ้ามันจะไม่เกรงใจพระพุทธรูปที่จ้องมันอยู่ในนั้นก็เอา ไปๆแยกย้ายกันไปจำวัดได้แล้ว"

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยยกมือไหว้หลวงพ่อแล้วแยกกันไปคนละทาง หลวงพ่อเดินไปแล้วยังอดหันมองเข้าไปในถ้ำด้วยความกังวลไม่ได้ แต่แล้วก็ตัดใจเดินหายไปในความมืด...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:05 น.