ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่ทิมกับตุ๊ก พ่อกับแม่ของแก้วไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาล แทนที่ผู้ใหญ่จะห่วงลูกสาวกลับบ่นว่ากลับมาไม่ทันไรก็ก่อเรื่องรถยับเยินหมด แก้วบ่นว่าพ่อเป็นห่วงรถมากกว่าลูก

"อ้อ  แหงล่ะ  เอ็งยังนั่งเถียงข้าฉอดๆยังไงก็รอด  แต่รถข้าสิ ป้ายแดงนะโว้ย"

"โธ่พ่อ...พระท่านว่าของนอกกายไม่ตายหาใหม่ได้" ตุ๊กพูดพลางเดินมานั่งข้างๆลูกสาว แก้วรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดก็คิดอะไรขึ้นมาได้บอกแม่ว่า ให้สนทนาธรรมกับพ่อไปก่อนเดี๋ยวตนมา

แก้วบอกแม่กับพ่อว่าจะไปดูขาวกับดำหน่อย ว่าแล้ววิ่งปร๋อไปเลย ออกไปเจอบัวที่ประตูพอดี บัวถามว่าจะไปไหน ทำไมไม่พัก แก้วเลยถามว่าดำกับขาวเป็นไงบ้าง

"พี่ดำกับพี่ขาวให้ปากคำกับตำรวจเสร็จก็กลับวัดไปแล้วล่ะจ้ะ"

บัวบอกยิ้มๆ แก้วมองบัวอย่างสงสัยว่าทำไมดำกับขาวถึงออกจากโรงพยาบาลเร็วนัก

ooooooo

ดำกับขาวเดินมาส่งหลวงพ่อที่เชิงบันไดกุฏิ ดำบ่นว่าตำรวจสอบเรายังกับผู้ต้องหา นี่จะจับได้รึเปล่าก็ไม่รู้

"ได้ไม่ได้นั่นเรื่องของตำรวจ แต่เมื่อคืนได้พิสูจน์ ให้เห็นแล้ว ศิลปะป้องกันตัวที่พวกเอ็งเรียนไปไม่สูญเปล่า" หลวงพ่อพูดอย่างพอใจแล้วจะขึ้นบันได ขาวถามว่าหลวงพ่ออดนอนมาทั้งคืนจะให้ตนนวดให้ไหม หลวงพ่อบอกว่าสองคนนั่นแหละกลับไปนอนเสีย น่วมไปทั้งตัวขนาดนั้นเดี๋ยวได้ไข้กิน ไม่ต้องห่วงท่าน รีบไปพักเสีย

"ไปโว้ย เดี๋ยวบ่ายๆพี่ต้มน้ำใบบัวบกให้แกแก้ช้ำใน" ดำบอกขาว แต่ขาวเดินหน้าบอกบุญไม่รับไป ดำถอนใจเซ็งๆแต่ยังวิ่งตามไปบ่นกับตัวเอง "เอ้า...ไอ้นี่ อารมณ์แปรปรวนอีกแล้ว...เฮ้ย...รอด้วยขาว" ดำตะโกนเรียกพลางวิ่งตามไป

ดำตามไปทันถูกขาวตวาดว่าอย่ามายุ่งกับตน พอดำเซ้าซี้เลยถูกขาวต่อยเปรี้ยงเข้าให้ ดีที่ดำหลบทัน ขาวเลยเตะตัดขาดำจนล้มไปนอนกับพื้น แล้วปรี่ขึ้นคร่อมจะต่อยแต่ถูกดำยันกระเด็นออกไปแล้วปรี่เข้าหาพยายามรวบตัว ขาวบอกว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พอขาวไม่ยอมคุย ดำเลยถามแทงใจดำว่า

"เรื่องแก้วใช่ไหม แกชอบแก้วใช่ไหมขาว...แกชอบแก้วใช่ไหม"

ขาวชะงักกึก ถูกถามแทงใจดำเข้าก็อึกอักแล้วลุกจะผละไป ดำปาดเลือดที่มุมปากพูดตามหลัง

"พี่ไม่เคยคิดอะไรกับแก้วเกินคำว่าเพื่อน แล้วพี่ก็ไม่ยอมให้เรื่องอะไรก็ตามทำลายมิตรภาพระหว่างแกกับพี่เด็ดขาด" ขาวชะงัก ดำเดินเข้ามาหา ดำยังคงพูดอย่างใจเย็น "อย่าลืมสิ เราสองคนโตมาด้วยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง"

ดำเอื้อมมือจะแตะบ่าขาว แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสขาวก็เดินเลี่ยงไป ดำยกมือค้างเก้อ ค่อยๆลดมือลงอย่างผิดหวัง...เขามองตามขาว ถอนใจเซ็งๆ...

ooooooo

ขาวกลับมานั่งที่เก้าอี้เก่าๆที่ใช้สำหรับนั่งเขียนหนังสือในห้อง เขานั่งเซ็งที่เจ็บระบมไปทั้งตัว ยิ่งเมื่อเปิดผ้าคลุมดูรูปลายเส้นใบหน้าแก้วที่เขาร่างไว้ยังไม่เสร็จก็ยิ่ง เซ็งหนักขึ้นไปอีก เขาเอื้อมมือสัมผัสแก้มในรูป พึมพำด้วยความรัก..."แก้ว"

ภาพในอดีตกลับสู่ความทรงจำ...

คราวนั้นเขากับดำกำลังเรียนและฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวที่วัดถ้ำผาน้ำไหล โดยมีหลวงพ่อเป็นผู้สอน หลวงพ่อนั่งอยู่บนแคร่ไม้คอยกำกับดูแลอย่างตั้งใจ

หลวงพ่อสังเกตเห็นขาวคอยชำเลืองไปที่พุ่มไม้ หลวงพ่อ มองตามไปอย่างรู้ทันแกล้งพูดดังๆ

"ลูกหมาที่ไหนวะ ไม่ออกมา เดี๋ยวได้ชิมไม้ตะพดหลวงพ่อ"

ทันใดนั้นแก้วโผล่พรวดร้องโวยวายออกมาโดยมีบัวเกาะชายเสื้อบังๆตัวออกมาด้วย ทั้งสองออกมาเพราะกลัวโดนตะพดหลวงพ่อ หลวงพ่อมองขำๆกับท่าทางลนลานของแก้ว พูดยิ้มๆอย่างมีเมตตาว่า

"ข้ารู้นะ ว่าเอ็งสองคนแอบซุ่มดูเจ้าดำกับเจ้าขาวเรียนศิลปะป้องกันตัวหลายครั้งแล้ว"

แก้วใจชื้นบอกหลวงพ่อว่ามันสนุกดีแต่พ่อบอกว่าผู้หญิงห้ามเรียน หลวงพ่อมองหน้าแก้วพูดเสียงดัง

"ไอ้ผู้ใหญ่ทิม ใหญ่มาจากไหนถึงมาห้าม" หลวงพ่อพูดถึงทิมซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวและโตมาด้วยกันอย่างหมั่นไส้ ถามแก้วว่า "อยากเรียนไหมล่ะ ข้าอนุญาต"

แก้วดีใจมากรีบบอกว่าอยากเรียน หันมองไปทางดำกับขาวสองหนุ่มพยักหน้าสนับสนุนอยากได้เพื่อนมาเรียนด้วย แก้วยกมือไหว้หลวงพ่อรับคำด้วยความดีใจ ผิดกับบัวที่ส่ายหน้าแหยงๆ

แต่นั้นมาแก้วก็กลายเป็นศิษย์เรียนศิลปะป้องกันตัวของหลวงพ่อไปอีกคนจนถึงบัดนี้...

ooooooo

ที่บ้านของบัว...ก้อนกับเภาพ่อและแม่ของบัวกลับมาแล้ว เจอทิมกับตุ๊กที่พาบัวกลับมาดูสภาพบ้านพอดี ทิมเห็นบ้านที่ถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ถามก้อนว่าใครทำ ก้อนเองก็ไม่รู้ แก้วถามว่าแล้วก้อนมีเจ้าหนี้กี่ราย

"หลายราย ทำไร่ไถนาก็ขาดทุนทุกปี" ก้อนบอก เภาเสริมว่าแต่ก่อนตายตนต้องใช้หนี้ให้หมดไม่อยากให้บัวต้องมารับเคราะห์แทน พ่อแม่อย่างนี้ บัวผวาเข้าไปหาแม่ให้กำลังใจว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน แล้วสองแม่ลูกก็กอดกันร้องไห้น่าเวทนา

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง แต่เรื่องบ้านนี่เดี๋ยวข้าจะขอแรงชาวบ้านมาช่วยซ่อมให้ คิดมากไปมันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก" ทิมให้กำลังใจ

"ค่อยๆคิดนะบัว สักวันบัวต้องผ่านมันไปได้ จะได้ กลับไปเรียนหนังสือ ท่องไว้ สู้ๆ!" แก้วให้กำลังใจอีกคน บัวฝืนยิ้มเศร้าๆ

ระหว่างนั่งรถกลับ แก้วนั่งคู่กับทิมที่เป็นคนขับส่วนตุ๊กนั่งเบาะหลัง แก้วบอกพ่อกับแม่ว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะปราบไอ้เงินกู้นอกระบบ พวกทำนาบนหลังคนให้หมดเลย ถูกทิมปรามว่าเลือดหัวเพิ่งออกยังไม่เจียมตัวอีก แก้วพูดอย่างอหังการว่า

"ไม่เจียม แล้วก็ไม่กลัวด้วยพ่อ เรียนตำรวจมาแล้วไม่ปราบคนชั่วก็ถอดเครื่องแบบคืนหลวงไปดีกว่า"

ทิมนึกขึ้นได้บอกว่าจะเลี้ยงข้าวขอบคุณขาวกับดำ

สักหน่อยที่ช่วยแก้วไว้ แก้วเชียร์สุดใจชมว่าพ่อผู้ใหญ่น่ารักจริงๆ แล้วอ้อนว่าถึงบ้านแล้วยืมรถแป๊บนึงนะ ทำเอาผู้ใหญ่เสียศูนย์ เบรกรถกะทันหันจนทั้งแก้วและตุ๊กหัวทิ่ม บ่นว่าป้ายแดงเพิ่ง เยินไปคันนี้พ่อไม่ให้

พอตั้งหลักได้ตุ๊กเรียก "พ่อ" คำเดียวผู้ใหญ่ก็เสียง อ่อนลงพูดดักคอเมียว่า

"เออๆ รู้แล้ว ของนอกกายไม่ตายหาใหม่ได้ เฮ้อ...กรรมของกูแท้ๆ"

ผู้ใหญ่บ่นไม่ทันขาดคำก็ได้รับโทรศัพท์จากไอ้ไข่ ฟังแล้วผู้ใหญ่ตกใจบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้

ข่าวที่ทำให้ผู้ใหญ่ตกใจคือมีชาวบ้านไปหาปลาแล้วเจอศพหญิงสาวชื่อสาลูกของ แสงนอนตายตาเหลือกอยู่ที่ริมตลิ่ง ผู้ใหญ่พึมพำอย่างเครียดจัดว่า

"ศพที่สี่ในรอบสองเดือน แต่จับมือใครดมไม่ได้สักคน"

"ฆาตกรมันต้องเป็นคนคนเดียวกันแน่ๆ" แก้วดูจากรูปการณ์แล้วสรุป

"เรื่องนั้นข้าไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องไม่มีศพที่ห้าเกิดขึ้นที่นี่ เด็ดขาด"

และเมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหลวงพ่อ หลวงพ่อมองไปอีกฟากหนึ่งของลำน้ำพูดอย่างหนักใจว่าจะจับมือใครดมได้ล่ะ สงสัยต้องล้อมรั้วตลอดแนวชายแดนนั่นล่ะ ทิมถามหลวงพ่อว่าฆาตกรมาจากฝั่งโน้นหรือ

"มันเป็นไปได้ทุกอย่าง จากประเทศโน้น จากคนประเทศเรา แม้แต่คนน้ำงามเราเองเอ็งก็รู้ว่าคนบ้านเรากับฝั่งโน้นข้ามไปข้ามมาคุ้นเคย กันเป็นร้อยๆปีแล้ว"

ทิมถามว่ามันต้องการอะไร หลวงพ่อตอบปัดไปว่า "ข้าไม่รู้ พระนะโว้ยไม่ใช่นักสืบ" พอถูกผู้ใหญ่บ่นว่าถามดีๆ กวนซะงั้น หลวงพ่อก็ยืนยันอย่างหดหู่ใจว่า

"เรื่องจริงนี่หว่า ข้ารู้แต่ว่าสังคมบ้านเรามันเสื่อมลง เมื่อก่อนที่นี่ไม่เคยมีอย่างนี้ เรื่องคดีให้ตำรวจเขาจัดการไป ส่วนข้าก็จะช่วยตามแนวทางของพระ"

"เทศน์ดักกิเลสนะเหรอหลวงพ่อ จะไหวเหรอ"

"แล้วไอ้ที่บ้านเมืองมันยุ่งๆอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะกิเลสเหรอวะไอ้ผู้ใหญ่"

ooooooo

วันนี้แก้วย่องไปดูดำอ่านตำรา ดำถามว่าทำไมไม่อยู่บ้านเดี๋ยวแผลไม่หายหรอก  แก้วบอกว่าอยากแวะมาดูว่าตัวเขากับขาวเป็นยังไงบ้าง

ดำโชว์กล้ามให้ดูเลยถูกแก้วฟาดเข้ากลางหลังอย่างหมั่นไส้จนร้องโอ๊ย แก้วหัวเราะเยาะคำคุยโวของดำแล้วสั่งให้ถอดเสื้อ จากนั้นก็ทายาให้ ทีแรกดำก็ลังเลถามว่าจะดีหรือ แก้วพูดอย่างแก่นแก้วว่าเห็นกันมาตั้งแต่เด็กจะอายอะไร ดำเลยถอดเสื้อให้แก้วทายาให้

ขาวผ่านมาเห็นภาพบาดตานั้นรู้สึกเจ็บปวดใจนักรำๆจะเข้าไปซัดดำแต่ถูกหลวงพ่อ คว้าหมับเข้าที่บ่าเสียก่อนขาวเลยชะงักรีบลดหมัดลง หลวงพ่อไม่ว่าอะไรเพียงแต่ยิ้มอย่างรู้ทันอารมณ์ของขาวเท่านั้น

เมื่อเรียกขาวให้ตามขึ้นไปบนเขา หลวงพ่อเอ่ยขึ้นว่า

"ข้าไม่สามารถบังคับให้ใครรักหรือเลิกรักใครได้ เพราะเรื่องรักไม่ใช่ธุระของสงฆ์ แต่ข้ารั้งไม่ให้คนทำชั่วได้" ขาวพยายามจะชี้แจงแต่หลวงพ่อขัดขึ้นว่า "ข้าเลี้ยงพวกเอ็งมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้ตีนพวกเอ็งโตจนไล่ถีบกันเองแล้ว ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าพวกเอ็งคิดอะไร"

ความยากจนของครอบครัวบัวทำให้เป็นหนี้หลายเจ้า หนึ่งในนั้นคืออุ่มคำแม่เลี้ยงหน้าเลือดและเค็มจนขม วันนี้ก้อนกับเภาและบัวบรรทุกข้าวโพดมาส่งดอกเบี้ยให้แม่เลี้ยง ปรากฏว่าขาดไปห้ากระสอบก้อนกับเภาอ้อนวอนขอติดไว้ก่อนเพราะจะเอาไปขายเป็นค่ายารักษาเภา

แม่เลี้ยงไม่ยอมพูดอย่างแล้งน้ำใจว่าตนทำธุรกิจไม่ใช่มูลนิธิ แก้วช่วยขอผ่อนผันก็ถูกแม่เลี้ยงตัดบทว่าไม่ใช่ เรื่องของแก้ว และเมื่อไม่ได้จริงๆแม่เลี้ยงก็คิดทบกับงวดหน้าพร้อมดอกเบี้ยเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์

ทุกคนจำต้องกล้ำกลืนกลับไป แก้วกับบัวไปนั่งปรึกษากับดำที่ร้านกาแฟ ดำเสนอว่าจะไปเล่าให้หลวงพ่อฟังเพราะแม่เลี้ยงนับถือหลวงพ่อเผื่อท่านเอ่ยปากจะเกรงใจบ้าง

บัวไม่อยากให้รบกวนหลวงพ่อ แต่ก็ไม่เห็นหนทางที่จะแก้ปัญหาได้ เอาแต่ร้องไห้โทษโชคชะตาของตัวเอง ดำกับแก้วได้แต่มองบัวอย่างสงสารจับใจ...

ooooooo

ที่อำเภอน้ำงามนี้ยังมีเสี่ยพิทักษ์มาเฟียในคราบนักบุญแผ่อิทธิพลอยู่ เสี่ยมีลูกสาวคนเดียวคือเคที่ในวัย 22 ปี เสี่ยส่งไปเรียนที่อเมริกาเกือบสิบปีแต่ไม่ได้ ปริญญากลับมาแม้แต่ใบเดียว

เสี่ยเรียกตัวกลับอ่อยด้วยบัตรเครดิตที่ไม่จำกัดวงเงินและรถสปอร์ตหรูป้ายแดงหนึ่งคัน เคที่พอใจกระโดดเข้าหอมเสี่ยอย่างเอาใจ

เสี่ยบอกเคที่ว่าทั้งหมดนี้ถือเป็นค่าจ้างให้เธอกลับเมืองไทย กลับมาช่วยป๊าทำงาน เคที่ไม่ปฏิเสธแต่ขอเที่ยวให้ หนำใจสักเดือนหนึ่งก่อน

เสี่ยพิทักษ์มีลูกน้องมือขวาในวัย 25 ปีเศษชื่อเจษ เป็นคนพูดน้อยสุขุมแต่เหี้ยมและมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบชำนาญอาวุธทุกชนิดและช่ำชองแม้แต่การต่อสู้ด้วยมือเปล่า

ขณะเสี่ยชื่นชมกับการกลับมาของลูกสาวนั้น เจษเข้ามารายงานธุรกิจบางอย่าง เสี่ยฟังแล้วทวนว่า "นางงาม...บอกมันไปว่าเดี๋ยวเราจัดให้...อ้อ แล้วทางชายแดนว่าไง"

"มีปัญหานิดหน่อยครับเสี่ย" เจษรายงานทำให้เสี่ยหน้าเครียดขึ้นทันที

ooooooo

ที่ริมน้ำอำเภอน้ำงามนี่เอง วันนี้มีผู้พบศพหญิงสาวอีกแล้ว  ผู้ใหญ่ทิมไปดูการเก็บศพ  พูดกับดำ  แก้ว  และบัวที่ตามไปดูเหตุการณ์ว่า

"สาววัยรุ่นเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่รู้เป็นคนที่ไหน ไม่มีหลักฐานอะไรติดตัวเลย"

บัวทำท่าสยองบอกว่าน่ากลัวจังเลย ดำพึมพำว่าไม่ใช่ เรื่องเล็กๆแล้ว ส่วนแก้วถามพ่อว่า

"แล้วนี่ตำรวจไม่ทำอะไรเลยเหรอพ่อ"

"จะให้ทำอะไรมากกว่าเก็บศพวะ ก็มันแทบไม่มีหลักฐานอะไรให้เก็บเลย" ผู้ใหญ่หนักใจ

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำหน้าเลือดส่งคนไปยึดของในบ้านบัวจะเอาไปขายนำเงินมาใช้ดอกเบี้ย ใครขอก็ไม่ฟังแม้แต่ตำรวจแม่เลี้ยงก็บอกว่าตำรวจทั้งโรงพักยังไม่กล้าว่าอะไรตนเลย

ในที่สุดหลวงพ่อต้องจ่ายดอกเบี้ยแทนเพื่อไม่ให้ แม่เลี้ยงยึดข้าวของของบ้านบัวไป   หลวงพ่อจ่ายไปสองพัน แม่เลี้ยงดีใจมากทำบุญด้วยการคืนให้เป็นค่าน้ำค่าไฟวัดไปสี่สิบบาทแล้วยิ้มร่าออกจากวัดไป

เวลาเดียวกัน การตายอย่างปริศนาของหญิงสาวก็ยังเกิดขึ้น...

ที่ห้องลับแห่งหนึ่ง สาวสวยคนหนึ่งถูกมัดมือคุมขังอยู่ เธอถูกทารุณจนเลือดกบปาก หญิงสาวบอกกับเจษที่เข้ามาในห้องว่าตนยินดีคืนเงินให้แต่ขอให้ปล่อยตนไปสัญญาว่าจะไม่บอกใคร

เจษมองอย่างเลือดเย็น พอดีเสี่ยพิทักษ์เข้ามาห้ามเจษไว้ จากนั้นเสี่ยทำตัวเป็นพ่อพระเอามีดตัดเชือกที่มัดหญิงสาวทำให้ หญิงสาวดีใจนึกว่ารอดตายแล้ว เสี่ยสบตาเจษอีกครั้งแล้วออกไป

"นังนี่เป็นของพวกเอ็งแล้ว" เจษบอกพวกสมุนที่รายล้อมแล้วออกไป ปล่อยให้พวกสมุนกรูกันเข้ามารุมหญิงสาวอย่างหื่นจัดท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิตของสาวสวย

เช้าวันต่อมาหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวหญิงสาวถูกฆาตกรรม แก้วอ่านแล้วด่าว่าพวกนี้ต้องจับประหารทันที ตุ๊กถอนใจพึมพำ "เฮ้อ...น่าสงสารเป็นถึงนางงามแท้ๆ"

ที่ศาลาสวดศพวัดถ้ำผาน้ำไหล หลังสวดศพไม่มีญาติในคืนนี้ หลวงพ่อพูดขณะเดินกลับกับขาวและดำว่าสังคมเสื่อมลงทุกวัน ขาวเกรงว่านี่จะไม่ใช่ศพสุดท้าย หลวงพ่อเตือนทั้งสองคนต้องระวังเหมือนกัน

มาถึงกุฏิหลวงพ่อบอกให้ดำขึ้นไปนวดให้หน่อย ทำให้ขาวรู้สึกน้อยใจขึ้นมาที่หลวงพ่อไม่เรียกใช้ เมื่อขึ้นกุฏินวดให้หลวงพ่อ ดำปรารภว่าดูเหมือนขาวจะเกลียดตนมากขึ้นทุกวัน หลวงพ่อบอกว่าคงเพราะเห็นดำใกล้ชิดกับแก้ว ดำยืนยันกับหลวงพ่ออีกครั้งว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับแก้วเลยจริงๆ

"เอ็งสองคนโตมาด้วยกัน ถ้าต้องผิดใจกันเรื่องผู้หญิงคนเดียว ข้าจะตีให้ตาย...มันต้องมีเรื่องอื่นที่มากกว่านี้แน่ๆ" หลวงพ่อตั้งข้อสังเกต   ดำบอกว่าจะหาจังหวะคุยกับขาวดู "เหรอ...มันจะได้จังหวะเอาหมัดทิ่มหน้าเอ็งอีกน่ะสิ ขาวมันยอมเปิดใจคุยกับใครง่ายๆที่ไหน" หลวงพ่อถอนใจยาว...

ooooooo

แล้วก็มีเหตุให้ขาวต้องเจ็บช้ำน้ำใจและกระทั่งแค้นใจดำมากขึ้น เมื่อดำไปทำความสะอาดที่โต๊ะหมู่บูชามือปัดตะเกียงล้มทำให้น้ำมันหก ดำวิ่งไปหาผ้าขี้ริ้วมาเช็ด ระหว่างนั้นลมพัดทำให้ไฟจากเทียนที่ล้มลามไปถูกน้ำมันเกิดไฟไหม้ขึ้น

เป็นจังหวะที่ขาวเดินมาพอดี หลวงพ่อมองขาวสีหน้าดุมาก เมื่อดับไฟได้แล้วขาวถูกเฆี่ยนเป็นการลงโทษสั่งสอน ขาวยิ่งกดดันในขณะที่ดำกลับมาทั้งตกใจทั้งงง พอเห็นดำถือถังน้ำกับผ้าขี้ริ้วมาหลวงพ่อชมว่ารอบคอบมากรีบไปช่วยเก็บกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย

ขาวยืนมึนที่ถูกลงโทษโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ซ้ำยังถูกหลวงพ่อไล่ให้ไปช่วยดำทำความสะอาดด้วย กลับถึงห้องก็ครุ่นคิดอย่างน้อยใจหลวงพ่อโกรธแค้นดำ กำหมัดชกที่นอนคำราม

"ไอ้ดำ...มึง!"

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ขยายธุรกิจอย่างลำพองใจคิดจะทำบริการครบวงจรไม่เพียงเป็นที่หนึ่งในประเทศเท่านั้นหากแต่จะเป็นที่หนึ่งของเอเชียด้วย

ขณะเสี่ยกำลังคุยกับเจษอยู่อย่างผยองอยู่นั้น เคที่กลับมาพร้อมหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งมาส่ง  เสี่ยปรามลูกสาวว่าทำอะไรให้คิดถึงหน้าพ่อบ้างกลับมาไม่นานแต่ควงผู้ชายนับไม่ถ้วน เคที่ไม่แคร์ถือว่าตัวของเราชีวิตของเราคนอื่นไม่เกี่ยว ทำให้เสี่ยปวดหัวกับความประพฤติของลูกสาวมาก

คืนเดียวกัน ที่ชายป่าบริเวณวัดนั่นเอง มีวัยรุ่นสาวคนหนึ่งถูกคนร้ายฉุดมา เธอหนีสุดชีวิตโชคดีที่ดำเพิ่งนวดให้หลวงพ่อเสร็จ กลับมาอาบน้ำออกมาได้ยินเสียงหญิงสาวร้องกรี๊ด ดำรู้ว่าเธอต้องตกอยู่ในอันตรายรีบออกไปทันที เจอคนร้าย 3 คนกำลังรุมจับตัวหญิงสาวลากไป ดำคว้าไม้ไปยืนจังก้าขวางพวกมัน

แต่เพราะพวกมันมีถึง 3 คนดำจึงถูกมันตีจนลงไปกองกับพื้น แต่ก็ยังลุกขึ้นตามไป ดำแอบเกาะที่ท้ายรถ ขณะพยายามจะปีนขึ้นไปนั้น คนร้ายรู้ตัว เขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคารถ พวก คนร้ายรู้ตัวอีกทีดำก็อยู่บนหลังคาแล้ว มันพยายามเหวี่ยงรถจะให้ดำตกแต่ไม่ได้ผล สุดท้ายมันยิงปืนขึ้นไปแต่ก็พลาดอีก พอมันจะยิงขึ้นไปอีกครั้ง ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อขาวมายืนจังก้าถือปืนเล็งใส่มันอยู่

ขณะมันกำลังตกใจนั่นเอง ขาวยิงปืนใส่สองสามนัดจนกระจกหน้าแตกละเอียด พวกคนร้ายทั้ง 3 หลบกันชุลมุน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:39 น.