ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ เจษอาศัยช่วงที่ไม่มีคนอยู่และขาวก็ยังไม่กลับ ลักลอบเขาไปหมายข่มขืนบัวซึ่งนอนหลับอยู่ที่ห้อง บัวตกใจสู้สุดชีวิต ถูกเจษชกท้องจนจุกแม้จะจุกจนตัวงอแต่บัวก็กัดฟันสู้ ใช้กระจกแจกันที่แตกกรีดมือเจษจนมันร้องจ๊าก

บัวหนีออกจากห้องได้ มันตามไปจนถึงหลังบ้านพักริมน้ำ มันกระชากบัวจนล้มแล้วขึ้นคร่อมหมายเผด็จศึก

แต่ขณะมันกำลังหน้ามืดนั่นเอง ก็ถูกเตะเสยคางจนหน้าหงายลงไปนอนกับพื้น บัวหันมองร้องอย่างดีใจสุดชีวิต

"พี่ขาว..."

ขาวเข้าเล่นงานเจษด้วยความโกรธสุดขีด ทั้งสองต่อสู้ คลุกดินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะนั้นเองบึมมาเจอเข้าไม่กล้าเข้าไปห้าม นึกได้วิ่งอ้าวกลับไปบอกเสี่ยพิทักษ์

เจษ ขาว และบัว ถูกเรียกไปที่ห้องทำงานของเสี่ยพิทักษ์ในคืนนี้เลย เสี่ยดุด่าตำหนิเจษอย่างหนักว่าชอบหาเรื่องให้ตนต้องหนักใจอยู่เรื่อย เจษตีหน้าจ๋อยขอโทษเสี่ย

"ฉันไม่น่าไว้ใจให้แกถือกุญแจห้องเลย แกออกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วไป!" เสี่ยไล่ตะเพิด พอเจษออกไป เสี่ยก็หันมาพูดกับบัวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ฉันไม่รู้จะขอโทษเธอยังไง"

ขาวเสนอขอเอาบัวออกไปจากที่นี่ เสี่ยทำเสียงอ่อนโยนบอกว่าไม่ใช่ความผิดของบัว คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ควรเป็นตนเอง ขาวไม่สบายใจบอกเสี่ยว่าเสี่ยไม่ใช่คนผิด

"ฉันผิดที่เอามันมาทำงาน ผิดที่มันทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฉันก็ยังหยุดมันไม่ได้ ฉันคิดว่าการให้โอกาสคน จะสร้างให้คนเป็นคนดี แต่นี่..." เสี่ยทำหน้าผิดหวังจนน้ำตาเอ่อ

"เสี่ยครับ..." ขาวเอ่ยอย่างไม่สบายใจ เสี่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขอร้องว่า

"อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะ ช่วยกันทำงาน ช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นนี้ให้เจริญ เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว บัว...เห็นว่าเคที่มันซื้อที่เธอไปใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะหาทางเอาคืนมาให้นะ"

ขาวกับบัวมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ เสี่ยทำทีขยับตัวจะนั่งไหว้ถามว่าหรือบัวจะต้องให้ตนไหว้ขอโทษ ขาวกับบัวรีบรั้งเสี่ยไว้ ขาวบอกเสี่ยว่าตนสองคนจะไม่ไปแล้ว เสี่ยจึงทำเป็นยิ้มออกด้วยความตื้นตันใจถามว่า "จริงเหรอ อย่าพูดเล่นนะ"

"ถ้าบัวอยู่แล้วทำประโยชน์ให้กับชุมชน บัวก็จะลองดูอีกครั้งจ้ะ" บัวตัดสินใจ

"ฉันสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องอย่างวันนี้เกิดขึ้นอีก ขอบใจเธอสองคนมากนะ ขอบใจจริงๆ"

เสี่ยทำหน้าตื้นตันดีใจจนขาวกับบัวสะเทือนใจ ขาวขอพาบัวกลับไปพัก เสี่ยพยักหน้าอย่างใจดี แต่พอขาวพาบัวออกไปพ้นประตูห้องเท่านั้น เจษก็พูดขึ้นก่อนตัวจะเดินออกมาว่า

"ตีบทแตกอีกแล้วนะครับเสี่ย"

เสี่ยเตือนเจษว่าวันหลังจะกินอะไรก็อย่ามูมมามนักตนยังต้องใช้งานสองคนนี้อยู่ เตือนเจษแต่เสี่ยเองกลับบอกว่าตนเองก็ดูจะอดใจยากเหมือนกันเพราะบัวน่าฟัดจะตาย แล้วหัวเราะชอบใจกัน

ooooooo

ขาวพาบัวไปที่แก่งเอื้อมดาว ขอโทษบัวที่ตนรับปากกับทุกคนว่าจะปกป้องบัวแต่ก็เกิดเรื่องจนได้ บัวถามว่าทุกครั้งที่ตนโดนรังแกขาวก็ช่วยตนไว้ทุกครั้งไม่ใช่หรือ บัวถือว่าขาวเป็นฮีโร่ของตน

ทั้งคู่คุยกันด้วยความรู้สึกดีและอบอุ่น จนบัวแอบหาวขาวถามว่าง่วงแล้วใช่ไหมกลับไปนอนไหม บัวขออยู่ที่แก่งนี้อีกสักครู่ ขาวถามยิ้มๆว่าจำตอนเด็กๆได้ไหม

"จำได้สิจ๊ะ บัวชอบดื้อขอนอนหนุนตักพี่ขาวดูดาว"

"แต่วันนี้ไม่ต้องดื้อ" ขาวยิ้มอบอุ่น บัวยิ้มอายๆแล้วค่อยๆนอนหนุนตักขาว หนุ่มสาวมองตากันอย่างหวานซึ้งก่อนจะหันมองดูดาวบนท้องฟ้า ขาวถามว่า

"จำนิทานที่พี่เคยเล่าให้บัวฟังตอนเด็กๆได้ไหม"

เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากบัว ขาวก้มมองจึงเห็นว่าบัวหลับไปแล้ว หลับอย่างมีความสุขด้วยความรู้สึกปลอดภัย

"ฝันดีนะจ๊ะบัว ฮีโร่คนนี้จะปกป้องบัวเอง" ขาวบอกทั้งที่บัวหลับอยู่ แต่พอขาวเงยหน้ามองดูดาวบนฟ้า บัวก็ค่อยๆ ลืมตาดูขาวด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก...

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดำต้องเอาสินค้าปลอดสารพิษของโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินไปเปิดบูธที่กรุงเทพฯแล้ว คืนนี้ทั้งจีรายุส ครูทับทิม และแก้วจึงมาช่วยกันบรรจุของ ห่อของ เพื่อเอาขึ้นรถพรุ่งนี้

ดึกแล้ว แก้วบอกให้จีรายุสไปส่งครูทับทิมกลับที่พัก ส่วนตัวแก้วเองอยู่ช่วยดำแพ็กของต่อ ครูทับทิมถามว่าแก้วยังไม่กลับหรือ เลยถูกจีรายุสแซวว่า  "ก็อยากอยู่ใกล้ๆหวานใจกัน สองต่อสองไงครับครู"

แก้วเขินแต่ยังยืนหยัดไม่กลับ หยอกแหย่กันพอได้ครึกครื้น จีรายุสจึงไปส่งครูทับทิม แก้วรอจนดำที่ไปขนของมาเพิ่มเติมกลับมา ดำถามว่าทำไมแก้วยังไม่กลับ ทำให้แก้วนึกขวาง น้อยใจ งอน พานหาว่าดำไล่ นั่งหน้าง้ำ พอดำขนของขึ้นมาบนศาลา แก้วบอกว่า

"ยังมีของต้องแพ็กอีกตั้งเยอะก็เลยอยู่ช่วย ที่ไหนได้ ไล่เฉยเลย ไม่อยากให้อยู่กลับก็ได้"

"แหม...ล้อเล่นน่า อ่ะๆ อยากช่วยก็ได้ งั้นรับไปเลยนะจ๊ะที่รักจ๋า" ว่าแล้วแกล้งเอากล่องกระดาษเหวี่ยงใส่มือแก้วจนแก้วตัวเอนเพราะหนักมาก พอดำทำเป็นไม่สนใจเดินกลับไปดื้อๆ แก้วก็โวยวาย

"โอ๊ย...ๆๆ เดี๋ยว อะไรเนี่ย ดำช่วยฉันด้วยสิ ฉันหนัก" ร้องแล้วถือกล่องเดินตามดำไปอย่างทุลักทุเล

ระหว่างช่วยกันแพ็กของ แก้วบอกดำว่าตนลางานไว้แล้วเพื่อลงไปช่วยดำ เพราะลำพังดำกับครูทับทิมสองคนคงเหนื่อยแย่

ช่วยกันแพ็กจนดึก ดำบอกให้แก้วกลับได้แล้วเดี๋ยวตนจะไปส่ง แก้วไปเอาถุงนอนมาโชว์บอกว่าง่วงมากก็ถุงนอนนี่ไง แต่สงสัยท่าจะกลับยากเพราะงานยังอยู่เพียบเลย

"นั่นแน่...ทำเนียน อยากอยู่ใกล้ๆเขาล่ะซี้..." ดำแซวมองอำๆจนแก้วเขิน

ooooooo

จนวันรุ่งขึ้น ทั้งหลวงพ่อ ครูทับทิม และดำ ช่วยกันเช็กของที่จะเอาไป ต่างดีใจที่สินค้าจากโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินจะได้ไปอวดโฉมที่กรุงเทพฯ ต่างคาดหวังว่าสินค้าจะเป็นที่ต้อนรับของตลาด

พอขนของเสร็จจะเดินทาง จีรายุสก็หิ้วกระเป๋าวิ่งตะโกนมาแต่ไกลให้รอด้วย พอวิ่งมาถึงบอกว่าจะไปช่วยขายของที่กรุงเทพฯ บัวที่เดินตามมา บอกทุกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

"ส่วนบัวมาส่งจ้ะ  ผู้กองเจอบัวที่หน้าศูนย์หัตถกรรมเลยรับมาด้วย"

ไม่มีใครรู้ว่า ห่างออกไปในที่ลับตา แบ็งค์แอบดูแอบสังเกตอยู่ด้วยสีหน้าแววตาที่มีเลศนัย

แบ็งค์กลับไปรายงานเสี่ยพิทักษ์ที่บ้านพักริมน้ำ เสี่ยพูดอย่างไม่พอใจว่า

"มันคิดเปิดตัวโครงการมันให้โลกภายนอกรับรู้จะได้ สร้างเครดิตแล้วมาตลบหลังเราอีกที"

เคที่เสนอให้เสี่ยออกไปสั่งย้ายปลัดดำเสีย เสี่ยนิ่งฟังแล้วเรียกเจษมาคุย ครู่เดียวเจษตอบรับคำสั่งอย่างสะใจว่า

"ได้ครับเสี่ย ผมจะได้ชำระแค้นกับมันด้วยเลย รับรองเที่ยวนี้ไอ้ปลัดดำไม่รอดแน่"

เสี่ยยกมือเชิงห้ามสั่งหน้าเหี้ยมเลือดเย็นว่า

"ก่อนตายจริง งานนี้ให้มันตายทั้งเป็นสักดอกซิวะ"

ก่อนเดินทางแก้วถามบัวว่าไปอยู่ในนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีพิรุธอะไรบ้างหรือเปล่า

ฟังบัวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ระหว่างนั่งรถไปกรุงเทพฯด้วยกัน แก้วเล่าต่อให้ดำกับจีรายุสฟัง ดำมีความเห็นว่าโซนที่ห้ามคนนอกเข้ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

จีรายุสบ่นว่าอึดอัดเพราะจะขอหมายค้นจะทำอะไรผู้ใหญ่ก็ไม่เล่นด้วยกับเราแน่ แก้วเลยเสนอให้ยกกำลังไปลุยเลย ถูกดำเตือนสติว่า อย่าลืมว่าเราอยู่ในเครื่องแบบทำอย่างนั้นก็เข้าทางพวกมันพอดี

"ไม่น่าเชื่อเลย ว่านักบุญอย่างเสี่ยพิทักษ์จะกลายเป็นอย่างนี้ไปได้" ครูทับทิมพึมพำ

"ไม่ใช่กลายเป็นหรอกครับครู   ผมว่าเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วต่างหาก" ดำพูดอย่างมั่นใจ

ooooooo

ธุรกิจการส่งหญิงสาวข้ามชายแดนไปขายบริการยังคงดำเนินไปอย่างเหิมเกริม เพราะเสี่ยใช้เงินหว่านซื้อทุกอย่างหนทางธุรกิจผิดกฎหมายถึงไม่มีใครแตะต้อง

แม่เลี้ยงอุ่มคำทำงานอย่างเอาการเอางาน เงินยิ่งคล่องเท่าไรงานก็ยิ่งราบรื่นรวดเร็วและถูกใจเสี่ยเท่านั้น วันนี้ขณะส่งสินค้าข้ามฟาก เคที่ถามแม่เลี้ยงว่าผู้หญิงที่แม่เลี้ยงเอามาช่วยงานนั้นไว้ใจได้แน่หรือ แม่เลี้ยงพูดอย่างมั่นใจว่า

"อ๋อ นังสายใจน่ะเหรอคะ ไว้ใจได้ค่ะคุณเคที่ ได้มันนี่แหละฉันเบาแรงไปได้เยอะเลย"

ขณะที่ทั้งสามกำลังยืนดูเรือที่ขน "สินค้า" ข้ามฟากไปนั้น ขาวมาเจอถามว่าดูอะไรกันอยู่หรือ เสี่ยหัวเราะสบายใจบอกว่าชวนกันมาดูวิวแม่น้ำ ชี้ให้ขาวดูบอกว่าฝั่งประเทศโน้นเขายังสมบูรณ์อยู่เลย

"บ้านเราโค่นป่ากันเยอะน่ะครับเสี่ย" ขาวเอ่ย เคที่ขัดขึ้นทันทีว่า ไม่เห็นยากโค่นเท่าไหร่ก็ปลูกเสริมเข้าไปก็สิ้นเรื่อง ขาวหันขวับแย้งว่า "มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ โค่นป่าน่ะใช้เวลาแป๊บเดียว แต่กว่าต้นไม้จะโต จะแตกใบแต่ละใบมันใช้เวลานานมากนะ เฮ้อ...แต่พูดไปคนอย่างคุณก็ไม่เข้าใจหรอก"

"ว้าย...นี่นายว่าฉันเหรอ" เคที่เสียงสูงแล้วหันไปอ้อนเสี่ย "ป๊าคะ หักเงินเดือนเลยค่ะป๊า ทำงี้ได้ไง อย่างนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดนะคะ"

"โธ่...ขาวเขาล้อเล่นน่ะลูก" เสี่ยหัวเราะสบายๆถามขาวว่า "มีเรื่องอะไรเหรอขาว"

ooooooo

บัวกลับมาทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมของเสี่ย คราวนี้ยิ่งพยายามที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับโซนต้องห้ามมากขึ้น เมื่อเห็นสายใจเดินกลับมาท่าทางเหนื่อยๆ บัวสะกดรอยตามไป พยายามถามว่าสายใจข้ามไปฝั่งโน้นทำไม? เห็นข้ามไปตั้งหลายคน? คนที่ข้ามไปด้วยกันตนไม่เคยเห็นหน้าคงไม่ใช่คนแถวนี้รวมทั้งตัวสายใจก็ไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม?

บัวถามมากมาย ทุกคำถามถูกตัดบท ปรามไม่ให้ถาม กระทั่งไล่ให้กลับไปทำงานของตัวเอง และหวังว่าเราไม่ต้องเจอกันอีก แต่บัวยังตามตื๊อ กระทั่งได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วมา สายใจดึงบัวหลบเข้าซอก

ครู่เดียวเสี่ยพิทักษ์ก็เดินคุยมากับแขกที่เป็นฝรั่งอย่างอารมณ์ดี สายใจกดบัวไว้ให้นิ่งให้เงียบจนพวกเสี่ยเดินผ่านไป สายใจปล่อยมือจากบัวอย่างโล่งอก บอกว่าตนต้องรีบไปทำงานแล้ว บัวจะตามไปอีก คราวนี้สายใจหันมาพูดด้วยความหวังดีว่า

"เชื่อที่ฉันพูด ฉันขอร้องล่ะ" พูดแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างเร็ว

บัวเอากล้องที่ดำให้มากดดูรูปที่ถ่ายไว้ เป็นรูปสาวสวยที่ถูกส่งข้ามไปฟากโน้น บัวถ่ายไว้ทั้งหมด 5 รูป ทุกรูปติดสายใจด้วยแต่เป็นรูปมัวๆไม่ชัด
จู่ๆขาวก็มาเจอบัวถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ บัวอึกอักตกใจตอบไม่ถูก...

ขาวพาบัวเดินกลับออกมา บอกบัวว่าพวกนั้นเป็นนักท่องเที่ยวเป็นเพื่อนเสี่ยเขาคงมาสังสรรค์กันข้างใน โซนนั้นเป็นโซนส่วนตัวของเสี่ยพวกเราเข้าไปไม่ได้ บัวบอกว่าเคยเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำเข้าไป

บึมที่มากับขาวบ่นว่าใครเขาจะเข้าจะออกยังไงก็ช่างเขาไม่ใช่เรื่องของเรา ขาวถามบัวว่ามีอะไรหรือเปล่า พอบัวบอกว่าตนก็แค่สงสัยเท่านั้นว่าข้างในนั้นมีอะไร

"นี่บัวสงสัยเสี่ยอีกคนแล้วเหรอ" ขาวถามยิ้มๆ แต่บัวไม่สบายใจเพราะรู้ว่าขาวรับไม่ได้ บัวพยายามจะแก้ตัว ถูกบึมขัดขึ้นว่าเลิกสงสัยเสีย เรื่องส่วนตัวของเจ้านายสงสัยไปก็เหมือนหาเหาใส่หัว ทำงานทำเงินของเราไปดีกว่า

ขาวพยักหน้าเห็นด้วยกับบึม  บัวไม่พูดอะไรอีก แต่ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความสงสัย

ooooooo

จีรายุสพาพวกดำไปพักที่ห้องคอนโดฯของตัวเองที่กรุงเทพฯ  ฝากคนขับรถให้นอนกับยามข้างล่าง ส่วนตัวเองขอไปหาแม่ที่ไม่ได้พบกันมาหลายเดือนแล้ว
คืนเดียวกัน  เสี่ยเดินคุยมากับขาวที่บ้านพักริมน้ำ ก่อนออกเดินทางว่า

"เจษไปธุระกับฉันสองสามวันเดี๋ยวก็กลับ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้วันหยุด นายกับบัวก็พักผ่อนเถอะ นายก็ไม่ต้องตามไปหรอก ฉันแค่ไปธุระในตัวจังหวัดแค่นี้เอง"

"ครับ" ขาวรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเชื่อใจไว้ใจและศรัทธาเสี่ยจนหมดหัวใจแล้ว

ooooooo

รุ่งขึ้น แก้วตื่นสายกว่าเพื่อน พอมาถึงดำกับครูทับทิมก็ชวนไปกันได้แล้ว แต่ยังติดต่อจีรายุสไม่ได้ ดำบอกว่าไปก่อนเดี๋ยวค่อยติดต่ออีกทีก็แล้วกัน
แต่พอลงมาถึงลานจอดรถในคอนโดฯ ครูทับทิมมองไปที่รถเห็นคนสองคนกำลังทำอะไรง่วนอยู่กับลังในกระบะท้ายรถ ซ้ำคนที่อยู่บนนั้นก็ไม่ใช่คนขับรถของเราด้วย ครูชี้ให้ดำดู

"เฮ้ย! ทำอะไร!" ดำพรวดเข้าไปตะโกนถาม พริบตานั้นคนที่อยู่บนรถชักปืนยิงสวนมาแทนคำตอบ ดีที่ดำระวังตัวอยู่แล้วหลบทันหันบอกครูทับทิมให้หลบอยู่แถวนี้ก่อนอย่าไปไหนพลางกดครูหลบอยู่หลังรถคันหนึ่ง ส่วนแก้วชักปืนยิงสวนไป คนร้ายทั้งสองถูกปืนร่วงลงทันที

แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น หมีที่หลบอยู่มุมหนึ่งค่อยๆโผล่มาพร้อมมีดสั้นอาวุธประจำกาย มันเล็งปามีดไปที่แก้วดำเห็นพุ่งเข้าคว้าแก้วหลบได้ทันหวุดหวิด อีกมุมหนึ่งเจษ โผล่มาเล็งปืนใส่ แก้วจับดำหมุนหลบกระสุนได้เฉียดฉิว

ดำพลิกตัวไปหยิบปืนของสมุนสองคนที่ถูกยิงบาดเจ็บยิงสวนไป ดำเห็นเจษกับหมีแวบๆจำได้บอกแก้วว่าให้อยู่กับครูทับทิม พวกนี้เป็นพวกเสี่ยพิทักษ์ พูดแล้วก็วิ่งไล่ล่าเจษ กับหมีไปทันที

แก้วจับลูกน้องเสี่ยสองคนที่ถูกยิงบาดเจ็บใส่กุญแจมือล่ามไว้กับราวเหล็กของลานจอดรถแล้ววิ่งตามเสียงปืนที่ยิงสู้กัน พอดีจีรายุสมาถึงแก้วจึงฝากครูทับทิมไว้กับเขาแล้วตัวเองก็วิ่งไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงปืน ไม่ฟังเสียงทัดทานของจีรายุสและครูทับทิมที่ร้องเตือนอย่างเป็นห่วง

ooooooo

แก้วถูกหมีที่ดักซุ่มอยู่กระชากไปตบอย่างแรงชกท้องซ้ำเข้าไปอีกจนแก้วลงไปกองกับพื้น แก้วยกปืนจ่อถูกมันเตะปืนกระเด็นปืนลั่นอย่างไร้ทิศทาง
เสียงปืนดังไปถึงลานจอดรถที่ชั้น 2 ที่ดำกำลังพันตูกับเจษอยู่ ดำชะงักเพราะเสียงปืนทำให้ถูกเจษจับได้ตวัดเชือกมัดอย่างเร็วลากไปกดคอยื่นออกไปด้านนอกถามว่า

"เลือกเอาปลัด ว่าจะตายแบบไหน ลูกตะกั่ว หรือหล่นปุ๊เป็นลูกแตงโมที่พื้นข้างล่างนั่นฮ่าๆๆ"

ส่วนแก้วถูกหมีล็อกตัวที่ลานจอดรถชั้น 3 มันพูดอย่างย่ามใจว่าเสียงปืนข้างบนเงียบไปแล้ว สงสัยปลัดคงเละ ชวนแก้วตามไปดู แก้วฉวยโอกาสตอนมันพล่ามรวมแรงสะบัดตัวหลุด หมีถูกเหวี่ยงกระแทกไปชนกำแพง แก้วตามไปแทงศอกแล้วหันไปหยิบปืนที่ตกอยู่ที่พื้น แต่ถูกมันพุ่งเข้าคว้าแขนแก้วเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงอย่างแรง

หมีชักมีดสั้นออกมาจะแทง ถูกแก้วยื้อยึดแขนไว้แล้วตีเข่าผ่าหมากมันสุดแรงจนมันชะงักทิ้งมีดเอามือกุมเป้าร้องลั่น

จีรายุสกับครูทับทิมตามขึ้นมาเห็น แก้วพูดอย่างสะใจว่ามันตามมาให้จับถึงกรุงเทพฯ พลางจะเอากุญแจมือจะใส่ พริบตานั้นหมีหยิบมีดสั้นอีกเล่มหนึ่งสะบัดใส่แก้วถูกที่แขนจนได้เลือด ขณะทุกคนกำลังตกใจนั่นเอง มันลุกวิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟอย่างเร็ว

"โธ่เอ๊ย...หนีไปจนได้" แก้วบ่นอย่างเสียดาย พลันก็นึกถึงดำขึ้นมารีบลงไปที่ลานจอดรถชั้น 2 ที่ดำกำลังถูกเจษสั่งให้เลือกวิธีตายอยู่

ooooooo

ดำใช้ความรู้สมัยเป็นลูกเสือแกะเชือกที่มัดออกระหว่างที่เจษกำลังพล่ามอย่างย่ามใจ พอสลัดเชือกได้ก็ตวัดไปรัดคอเจษมัดมือทำและถามแบบเดียวกับที่มันทำกับตัวเองเมื่อครู่นี้ แต่สุดท้ายตัดสินเองว่า

"แต่อย่างแกตายมันเร็วไป งั้นฉันเลือกอย่างหลังให้แกก็แล้วกันไปแห้งตายในคุก แล้วฉันจะส่งนายแกตามไปอยู่เป็นเพื่อน...ไป" ดำจะลากตัวเจษไป แต่มันทิ้งตัวลงพื้นเลยยื้อยุดกัน ทำให้ปืนในมือเจษลั่นอย่างไร้ทิศทาง

เป็นจังหวะที่แก้ว จีรายุส และครูทับทิมวิ่งขึ้นมาถึงพอดี และก็เป็นจังหวะที่หมีขับรถพุ่งเข้ามาจอดรับ  เจษกระโดดขึ้นรถหนีไปต่อหน้าต่อตา แต่ดำไม่ยอมกระโดดเกาะท้ายรถไปด้วย

หมีเห็นดำเกาะอยู่ท้ายรถก็ขับส่ายสะบัดไปมาแต่ดำก็มือเหนียวไม่ยอมหล่น จนมันชักปืนหันมายิง ดำจึงทิ้งตัวลงปล่อยให้มันขับรถหนีไปด้วยความเสียดาย
แก้ว จีรายุส และครูทับทิมวิ่งตามมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำบ่นอย่างเสียดายว่าไม่น่าให้มันหลุดไปได้เลย

"ไม่เป็นไรจ้ะ อย่างน้อยเราก็จับคนร้ายได้สองคน" ครูทับทิมพูดให้ดำสบายใจ

ทันใดนั้นทุกคนได้ยินเสียงปืนดังมาจากชั้นล่างต่างชะงักมองหน้ากันใจไม่ดี พากันวิ่งลงไปพบว่าสมุนเสี่ยสองคนที่ถูกล่ามกับราวเหล็กที่ลานจอดรถถูกยิงตายทั้งคู่

"ใจร้ายชะมัด ฆ่าพวกเดียวกันเองได้ลงคอ" แก้วด่าอย่างหัวเสีย

"ไม่ใช่ศพแรกที่มันทำนี่แก้ว อีกอย่างมันคงไม่ปล่อยให้ไอ้สองคนนี้ไว้เป็นพยานซัดทอดพวกมันหรอก" ดำบอก

ส่วนจีรายุสคุยกับตำรวจชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่งที่ท้ายรถอีกคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ เปิดกล่องที่ท้ายรถดูเป็นขวดสมุนไพร ที่คล้ายกับของโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินของดำ แต่ภายในขวดเป็นยาเสพติดทั้งหมด

"นี่มันกะเปลี่ยนของแล้วยัดความผิดให้เราเหรอเนี่ย" แก้วพึมพำอย่างแค้นใจ

"เสี่ยพิทักษ์ ฉันปล่อยให้ทำความเลวบนแผ่นดินนี้ ไม่ได้อีกแล้ว" ดำประกาศสงคราม

ooooooo

ระหว่างที่ทางกรุงเทพฯมีเหตุร้ายเกิดกับดำและแก้วนั้น ที่น้ำงาม ขาวกับบัวและบึมก็พากันไปเก็บดอกไม้ป่าเพื่อเอาไปจัดใส่แจกันที่วัด บึมเดินตามบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเก็บไปทำไมตั้งเยอะแยะ ที่วัดพระก็มีให้ท่านจัดเองก็ได้ ขาวรำคาญเลยบอกว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องมา ตนกับบัวไปกันสองคนสบายใจกว่ากันเยอะเลย

"อ้าว...ไหงไล่ง่ายๆงั้นล่ะลูกพี่ รอด้วยดิ โธ่...ไปเป็นก้างขวางคอสนุกจะตาย ลูกพี่รอด้วย" บึมร้องโวยวายแล้วรีบตามไป

ส่วนที่ลานวัด หลวงพ่อกับพระเณรช่วยกันกวาดใบไม้ ที่ร่วงเกลื่อนมารวมๆกัน ระหว่างนั้นหลวงพี่ฉิมพูดถึงพวกดำว่าป่านนี้เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

"ขายดีรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่คนไทยจะรู้จักที่นี่ดีขึ้น รู้จักโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดิน พวกเขาจะรู้ว่าสิ่งที่เราจะคืนชีวิตให้ ไม่ใช่แค่ที่น้ำงามนี่เท่านั้น เพราะโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดิน ต้องการคืนชีวิตให้แผ่นดินทั้งประเทศน่ะสิ รอช้าได้ที่ไหน ไม่งั้นจะไม่เหลืออะไรให้เด็กรุ่นใหม่อย่างเณรจ้อยเลย...ไป...ช่วยกันโกยใบไม้ใส่บ่อหมักปุ๋ยอินทรีย์กัน" หลวงพ่อชวน

ทั้งพระเณรต่างขมีขมันช่วยกันโกยใบไม้ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อมีเสียงรถแว่วเข้ามาในวัด...

ooooooo

เป็นรถของพวกเสี่ยพิทักษ์นั่นเอง ทั้งตัวเสี่ย เคที่ และลูกน้องหลายคน ที่สำคัญมีแม่เลี้ยงอุ่มคำคนที่มาทำบุญที่วัดเป็นประจำด้วย

หลวงพ่อออกมาถามว่ามีธุระอะไรกับท่าน เสี่ยชมว่าวัดที่นี่สวยถามว่าถ้าตนจะซื้อหลวงพ่อจะขายเท่าไหร่ หลวงพ่อ พยายามกลั้นอารมณ์ถามว่า โยมไม่กลัวบาปบ้างหรือ

ทั้งเสี่ยพิทักษ์และเคที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบาปก็แค่ลมปากแตะต้องไม่ได้ แต่เงินในบัญชีตัวเลขในบัญชีเป็นของจริงที่เห็นแล้วสนุกกว่ากันเยอะ
แม่เลี้ยงอุ่มคำทำเป็นตำหนิเคที่ว่าพูดแรงไปหลวงพ่อ ท่านเป็นพระ แล้วแม่เลี้ยงก็กล่อมหลวงพ่อว่า พระที่วัดก็มีนิดเดียวอยู่วัดใหญ่ๆอย่างนี้เป็นภาระเปล่าๆ เอามาแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนแล้วไปหาที่สร้างวัดใหม่เล็กๆดีกว่า แถมหลวงพ่อยังมีเงินเหลือเก็บด้วย

หลวงพ่อเห็นถึงธาตุแท้ของแม่เลี้ยง ตำหนิอย่างผิดหวังแล้วไล่ทั้งหมดให้ออกจากวัดไปเลย พลันหลวงพ่อก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมโวยวายอยู่ข้างล่าง

ปรากฏว่าเณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมถูกสมุนของเสี่ยพิทักษ์ เล่นงานจนล้มกลิ้งไปกับพื้น หลวงพ่อตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้

เสี่ยพิทักษ์ยังไม่ละความพยายามเข้าไปยืนข้างๆ หลวงพ่อจะให้ท่านขายวัดนี้ให้ได้ ถูกหลวงพ่อไล่ให้พาพวกกลับไปก่อนที่ท่านจะทนไม่ไหว

"สิบล้านสำหรับวัดนี้" เสี่ยพิทักษ์เสนอราคาโครม ดีด เช็คในมือปลิวไปร่วงตรงหน้าหลวงพ่อ หลวงพ่อพยายามควบคุม อารมณ์ใช้ขันติอย่างที่สุด

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยทนไม่ไหวประกาศว่า วันนี้ขออาบัติเพื่อปกป้องศาสนาหน่อย แล้วพุ่งเข้าต่อกรกับสมุนของเสี่ย

"พวกเอ็งหยุดได้แล้ว ข้าไม่อยากทำร้ายใคร" หลวงพ่อ ตะโกนสั่ง

เสี่ยเดินตามหลวงพ่อมายกปืนขึ้น หลวงพ่อรู้โดยสัญชาตญาณหันไปเห็นกับตาท่านยกตะพดขว้างไปทันที ตะพดลอยละลิ่วฟาดเข้าหน้าเสี่ยจนคิ้วแตก
ขณะเรื่องกำลังจะลุกลามใหญ่โตนั่นเอง ขาวก็มาถึงพร้อมกับบัว เห็นตะพดหลวงพ่อ เห็นรอยแตกที่คิ้วของเสี่ย แต่พอขาวจะถามหลวงพ่อ แม่เลี้ยงอุ่มคำก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"เสี่ยเขาแค่จะปรับปรุงวัดให้ใหม่เท่านั้น ไม่ชอบก็น่าจะบอกกันดีๆนะคะ" ส่วนเสี่ยพิทักษ์ก็ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่า ตนก็แค่แวะมาถามเผื่อหลวงพ่อตกลงจะรับเป็นเจ้าภาพให้

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยต่างบอกขาวว่าพวกนี้โกหก อย่าไปเชื่อ ส่วนหลวงพ่อฟังแล้วไล่พวกนั้นให้ออกจากวัดไปให้หมด

ขาวถามหลวงพ่อว่าเรื่องมันเป็นยังไง หลวงพ่อไม่ตอบแต่พูดให้ขาวคิดว่า

"เอ็งรู้จักข้าดีกว่าใคร ถ้าเอ็งยังไม่เชื่อสิ่งที่ข้าพูด ข้าก็ไม่มีอะไรต้องอธิบาย" พอขาวมองท่านอึ้ง หลวงพ่อย้ำอีก "ถอนตัวออกมาซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" พูดแล้วหลวงพ่อเดินไปเลย

ขณะขาวจะตามหลวงพ่อไปนั้น เสี่ยก็ร้องโอดโอยขึ้นขาวจึงหันไปประคองเสี่ย  ขณะละล้าละลังหันไปมองหลวงพ่อนั้นเสี่ยก็ทำเหมือนจะตายบอกให้ขาวรีบพาไปหาหมอเร็วๆ ขาวจึงต้องประคองเสี่ยกลับไป ท่ามกลางความสะใจของแม่เลี้ยงอุ่มคำ ส่วนบัวมองตามหลวงพ่อไปด้วยความไม่สบายใจ

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยมองสภาพของขาวอย่างอ่อนใจที่ช่างมืดบอดเสียจนเห็นปีศาจเป็นนักบุญ

ooooooo

เมื่อพาเสี่ยกลับถึงที่พัก เสี่ยพิทักษ์ทำเป็นบ่นว่าไม่นึกว่าหลวงพ่อจะอารมณ์ร้อนขนาดนี้ ขาวท้วงติงว่าปกติท่านไม่เคยเป็นแบบนี้ เสี่ยรำพึงรำพันว่าตนผิดเองที่ไปคะยั้นคะยออยากสร้างโน่นสร้างนี่ให้วัดท่านเจริญขึ้น ท่านคงรำคาญ

เคที่เห็นเสี่ยเล่นละครจนมุกจะฝืดแล้วจึงไล่ขาวให้กลับไปเสียป๊าตนจะได้พักผ่อน พอขาวออกไปเคที่ก็หัวเราะร่าพูดอย่างผยองพองขนว่าขาวนี่โง่จริงๆ แค่นี้ก็เชื่อจนหน้าเครียด

"มันไม่ได้โง่หรอก แต่มันดีเกินไปต่างหาก คอยดูจะป่วนให้มันอยู่ไม่ได้เลยสักคน" เสี่ยมีเป้าหมายใหญ่ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ

ทันใดนั้นมีเสียงเข้ามือถือเป็นสายจากเจษ เสี่ยรีบรับถามเสียงแจ่มใสว่า

"ว่าไงเจษเรียบร้อยไหม" เสี่ยชะงักหน้าเสียเมื่อฟังปลายสาย แล้วกลายเป็นเสียงเครียดถาม "อะไรนะ...เรื่องนั้นฉันเคลียร์เอง พวกแกรีบกลับมาได้แล้ว ที่นี่มีงานใหญ่ต้องทำอีกเยอะ"

พอวางสายจากเจษ เคที่ถาม "เกิดอะไรขึ้นคะป๊า"

"ไอ้ดำมันรอดอีกแล้ว กลับมาคราวนี้มันรุกเราหนักแน่ แต่ก็ดีทุกอย่างจะได้จบเร็วขึ้น!"

ooooooo

ขาวสับสนอย่างหนัก เมื่อคุยกับบัวขณะนั่งอยู่

ริมน้ำ ขาวบอกว่าตนไม่เชื่อว่าหลวงพ่อจะทำอย่างที่เสี่ยพิทักษ์พูด บัวถามว่าแล้วที่หลวงพ่อให้เราสองคนถอนตัวจากศูนย์หัตถกรรมล่ะ

"นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ ทั้งหลวงพ่อ ทั้งเสี่ยพิทักษ์ ต่างก็มีบุญคุณกับพี่ทั้งนั้น แล้วพี่ก็เชื่อว่าทั้งสองคนเป็นคนดี

"แล้วถ้าหลวงพ่อพูดถูกล่ะจ๊ะพี่ขาว"   บัวถามแล้วตัดสินใจพูดตรงๆว่า "พี่ขาวก็รู้ว่าหลวงพ่อไม่เคยพูดอะไรมั่วๆ"

คำพูดของบัวทำให้ขาวยิ่งคิดหนักจนสับสนไปหมด

ooooooo

หลวงพ่อเข้าไปนั่งอยู่หน้าองค์พระประธานในโบสถ์ หยิบไม้ขีดมาจุดไฟเผาเช็คเงินสดที่เสี่ยพิทักษ์ เอามาซื้อวัด   วางลงในกระโถนให้มันไหม้อยู่ในนั้น ท่านพูดราวกับเห็นข้างหลังว่า

"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากให้ใครมากวน"

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยนั่นเอง พระกับเณรมานั่งข้างหลังหลวงพ่อโดยเณรจ้อยถือตะพดของท่านมาด้วย

"คือ...ตั้งแต่เกิดเรื่องดูหลวงพ่อเงียบไป แถมเข้ามาเก็บตัวในโบสถ์นี่ตั้งนานแล้ว พวกผมเป็นห่วงเลยตามเข้ามาดูครับ" หลวงพี่ฉิมเอ่ย

"อีกอย่างหลวงพ่อลืมไม้ตะพดไว้ด้วยน่ะครับ" เณรจ้อยเสียงอ่อยๆ พลางส่งไม้ตะพดให้ หลวงพ่อหันมารับไม้ตะพด มองหน้าพระเณรเอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า

"ข้าเข้ามาดับโทสะในใจ ตั้งแต่ข้าตัดสินใจบวช ข้าบอกกับตัวเองว่าจะไม่ใช้ศิลปะป้องกันตัวทำร้ายใครอีก แต่วันนี้..."

"วันนี้ผมก็ผิด ไม่นึกเหมือนกันครับว่าเลิกชกมวยมาห่มผ้าเหลืองแล้วจะมีคนยั่วโทสะจน...เฮ้อ...แต่พวกมันก็เหลือเกิน จะซื้อวัดทั้งวัด" หลวงพี่ฉิมตำหนิตัวเองบ้าง

"ลองคนมันตีราคาพระศาสนาเป็นเช็คเงินสดได้ ความเป็นคนมันก็ไม่เหลือแล้วล่ะ" หลวงพ่อหยิบกระโถนเผาเช็คที่เหลือแต่เถ้ามาให้พระกับเณรดู หลวงพี่ฉิมถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดี ท่าทางมันไม่หยุดแค่นี้แน่ "ทำยังไงเรายังไม่ได้คิด รู้แต่ถ้าใครมากระทำย่ำยีพระศาสนา...เรายอมตาย"

น้ำเสียงหลวงพ่อนิ่งๆ เรียบๆ แต่หนักแน่นจริงจัง

ทันใดนั้นเสียงประตูโบสถ์เปิดออก ทั้งหลวงพ่อและพระเณรหันมองด้วยความตกใจ

กลายเป็นดำกับแก้วเดินเข้ามากราบหลวงพ่อ


"อ้าว...ทำไมรีบกลับมานักล่ะ" หลวงพ่อถาม ดำกับแก้วมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ แค่นั้นหลวงพ่อก็เข้าใจแล้ว ถาม "เกิดอะไรขึ้นดำ"

ooooooo

เมื่อพากันออกมานั่งที่ศาลาวัด ดำเล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แล้วสรุปตอนท้ายว่า

"ของทั้งหมดผมฝากผู้จัดงานขาย แล้วตัดสินใจกลับมาเลยครับ" ดำรายงาน

"ไอ้เสี่ยพิทักษ์มันแสบจริงๆ ส่งคนไปป่วนเราที่โน่นแล้วยังกล้ามาทำชั่วในวัดอีก หางโผล่ซะขนาดนี้เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะดำ" แก้วเสนอ

หลวงพี่ฉิมเอ่ยขึ้นว่าจะทำอะไรเขาได้ ที่เขากล้าทำขนาดนี้ก็แสดงว่าอิทธิพลเขาไม่ใช่ย่อย  เณรจ้อยก็พูดประชดประชันว่าอิทธิพลขนาดนี้ ทำอะไรไม่มีใครกล้าทำอะไรก็ยกประเทศไปให้เลยแล้วกัน

พอถูกหลวงพ่อมองขวับเณรก็สะดุ้งหยุดพูด หลวงพี่ฉิมเสนอว่าจะลาสึกสักระยะ หลวงพ่อบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆคิดหาวิธีอื่นก่อน

"บ้านเมืองถูกรังแกขนาดนี้จะให้ผมห่มผ้าเหลืองนิ่งอยู่ได้ยังไง ผมเป็นนักมวยเก่า อาจพอช่วยอะไรชาวบ้านได้บ้างนะครับ" หลวงพี่ฉิมทนไม่ได้แล้ว

"แต่หนูเห็นด้วยกับหลวงพ่อนะจ๊ะ ถ้าเดือดร้อนขนาดหลวงพี่ต้องสึกออกมาก็อย่าเลี้ยงข้าราชการอย่างพวกหนูให้เปลืองภาษีประชาชนเลยจ้ะ...ดำ" แก้วหันไปเรียกดำอย่างอยากให้ออกความเห็น

ดำนิ่งคิดอย่างหนัก ครู่หนึ่งพูดอย่างตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า

"งั้นเอางี้..."

ทุกคนมองหน้าดำอย่างใจจดจ่อว่าดำจะทำอย่างไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:43 น.