ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อเคที่กับแม่เลี้ยงอุ่มคำกลับมาเล่าเรื่องไปเจอบัวที่บ้าน และเคที่บอกบัวว่าตนเป็นคนซื้อที่นี้ไว้ ให้เสี่ยฟัง เสี่ยชมเปาะว่าดีมากเรื่องจะได้ไม่มาพัวพันถึงตนคนเดียว แล้วเสี่ยถามแม่เลี้ยงว่าออเดอร์ที่สั่งไว้ เมื่อคืนเรียบร้อยไหม

"ช้างเผือกบ้านนา ธิดาสิบเวที วัยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ถูกใจเสี่ยไหมคะ" แม่เลี้ยงถามยิ้มหน้าบาน เสี่ยฟังแล้วก็ยิ้มพอใจ

คืนนี้ว่าง ขาวเลยจะออกไปข้างนอก บึมขอตามไปด้วยคนก็ไม่ให้ไป แต่ออกไปไม่ทันพ้นบริเวณศูนย์ขาวก็เห็นรถตู้ติดฟิล์มดำขับสวนเข้าไป ขาวไม่สนใจคิดว่าคงเป็นเพื่อนๆเสี่ยเหมือนคราวก่อน

ในรถตู้คันนั้น มีสาวสวยวัยขบเผาะนั่งมา 6 คน พอมาถึง เจษ แบ็งค์ และหมีที่รออยู่ก็เปิดประตูรถ แม่เลี้ยงเรียกสาวๆพวกนั้นรีบลงมา ขาวถามว่าคนไหนของเสี่ย

"นี่จ้ะ..." แม่เลี้ยงบอกพลางชะโงกเข้าไปเรียก "เอ้า...ลงมาสิดอกไม้"

เด็กสาวเหล่านั้นลงจากรถท่าทางกลัวๆ แม่เลี้ยงมองเด็กสาวแล้วยิ้มภูมิใจที่ทำหน้าที่สำเร็จ

ดอกไม้ถูกส่งเข้าไปให้เสี่ยพิทักษ์ในห้องรับรองลูกค้า แม่เลี้ยงคุยอวดว่านี่คือห้าดาวของลอตนี้ สั่งดอกไม้ให้ไหว้เสี่ย ดอกไม้ยกมือไหว้กลัวๆ

"หมดจดไร้เดียงสาไปทั้งตัว เยี่ยมมากแม่เลี้ยง อย่างนี้ลูกค้าต้องชอบแน่ๆ เจษ..."

เสี่ยสั่งเจษให้พาแม่เลี้ยงไปรับเช็ค ส่วนตนจะทดลองสินค้าก่อน พอเจษกับแม่เลี้ยงออกไป เสี่ยก็แสดงความหื่นเข้าหาดอกไม้ เด็กสาวกลัวถอยกรูดเสี่ยก็ตามไปอย่างกระหาย

พอดีสายใจแม่บ้านเข้ามาบอกว่าน้ำเต็มแล้ว เสี่ยรับรู้ แล้วบอกให้สายใจออกไป

ooooooo

บัวมาอยู่บ้านแก้ว เห็นความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกที่อบอุ่นของผู้ใหญ่แล้วก็คิดถึงพ่อแม่ของตัวเอง

ขาวมาถึงบ้านแก้ว ทักทายกันแล้วเขาถามถึงบัว แก้วบอกว่าตนก็กำลังจะไปตามหาอยู่เหมือนกัน ขาวบอกว่าสงสัยจะไปอยู่แก่งเอื้อมดาว บอกแก้วว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนจะไปหาเอง ว่าแล้วขับรถไปเลย

แก้วเรียกไว้แล้วเล่าเรื่องที่เกิดกับบัวให้ฟังว่าตอนนี้ทั้งบ้านทั้งที่ดินของบัวถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำยึดไปหมดแล้ว เมื่อขาวรู้เรื่องยิ่งเป็นห่วง บึ่งรถไปที่แก่งเอื้อมดาวทันที

ไปเจอบัวนั่งร้องไห้อยู่ ขาวเข้าไปปลอบว่าให้ทำใจเสีย ของเสียไปแล้ว เอาคืนมาไม่ได้แล้วเราต้องทำใจแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ถ้าขืนบัวยังจมอยู่กับความเศร้าอย่างนี้ ก็จะไม่ต่างอะไรกับโขดหินที่รอเวลาจมน้ำ

เมื่อบัวบอกว่าตนยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ขาวเสนอจะพาไปทำงานกับตน บัวทำหน้าสยองบอกว่ากลัวเคที่

"มีพี่ไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น แม่เคที่น่ะเดี๋ยวพี่คิดบัญชีให้เอง พี่จะไปขอให้เสี่ยรับบัวเข้าทำงานในศูนย์หัตถกรรมแล้วพักที่นั่นเลย ที่นั่นให้ชีวิตใหม่เราได้ ดูพี่เป็นตัวอย่างสิ เสี่ยพิทักษ์ เป็นคนดีนะบัว"

ขาวหว่านล้อมเต็มที่ บัวฟังแล้วคิดหนัก แต่ยังไม่ตัดสินใจ

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์แสดงความหื่นกับเด็กสาวอย่างหยาบคาย เด็กสาวกลัวจนร้องไห้ขอร้องว่าตนไม่อยากได้เงินแล้ว ปล่อยตนไป ตนอยากกลับบ้านแล้วจะหาเงินมาใช้คืนให้

"กูไม่เอา กูจะเอามึงนี่แหละ" เสี่ยหยาบคายดุดัน เมื่อ เด็กสาวดิ้นหลุดวิ่งหนีไปมุมห้อง เสี่ยตามไปตะครุบจิกหัวลากมาอย่างเหี้ยมโหด ตะโกนถามว่าใครอยู่ข้างนอก

พอเจษเข้ามาเสี่ยเหวี่ยงสาวน้อยให้เจษบอกว่าตนเบื่อแล้วจะทำอะไรก็เชิญ

เด็กสาวถูกเจษตบกระเด็นไปบนที่นอนแล้วแสดงความเหี้ยมหื่นอย่างเมามัน มันคนเดียวไม่พอเรียกแบ็งค์กับหมีมารุมอีกตะโกนบอก "เต็มเหนี่ยว!" แล้วมันก็ไปนั่งจิบเครื่องดื่มใกล้ๆ เสี่ยดูพฤติกรรมหื่นของแบ็งค์กับหมีจนเด็กสาวบอบช้ำสาหัส

สุดท้ายเสี่ยกระชากเข็มขัดที่เอวเจษรัดคอเด็กสาวจนแน่นิ่ง ก่อนสั่งให้สมุนเอาไปจัดการอย่างที่เคยทำ!

ooooooo

คืนนี้ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อและหลวงพี่ทั้งสามรวมทั้งเณรจ้อย กำลังช่วยกันเตรียมเอกสารแผ่นผับเกี่ยวกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หลวงพี่ฉิมถามดำอย่างเป็นห่วงว่าดำเอาเงินเดือนมาทำเอกสารพวกนี้หมดแล้วจะเอาที่ไหนใช้จ่าย

"โธ่...หลวงพี่ ผมน่ะบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อนะครับ เงินเดือนผมก็ภาษีประชาชน ผมคืนกำไรให้ประชาชนจะเป็นไรไป จริงไหมครับ"

หลวงพี่ฉิมเห็นด้วย หลวงพ่อเปรยๆว่าถ้ามีคนคิดแบบนี้ เยอะๆน่าจะดี ดำพูดอย่างไม่กังวลว่า มีหรือไม่มีตนไม่สนใจตนเริ่มจากตัวเองทำให้เป็นตัวอย่าง หวังว่าสักวันคงจะมีคนทำแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

"อย่างนี้รึเปล่าที่เขาว่าสร้างอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้าน" เณรจ้อยขี้สงสัยถามหลวงพ่อ


"ถูกแล้วเณร อาวุธทางปัญญาเนี่ย มีพลังยิ่งกว่าอาวุธสงครามเป็นไหนๆ แล้วก็...ผู้มีอาวุธในมือน่ะ ไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไปหรอกเณร"

"ถ้าชาวบ้านมีอาวุธทางปัญญา ก็จะได้ไม่หลงทำอะไรผิดๆ หรือโดนคนที่มีอำนาจทางสังคมมากกว่ามาเอาเปรียบอีก" ดำมีความหวังว่าสักวันหนึ่งสังคมที่นี่จะเป็นอย่างนั้น

เมื่อทำแผ่นพับเสร็จ ก็พอดีมีเสียงฟ้าร้องฟ้าคำรามขึ้น หลวงพี่ฉิมมองฟ้าแล้วบ่นว่าจู่ๆก็ผ่ามาไม่มีปี่มีขลุ่ย ดำไหว้ ขอบคุณหลวงพ่อที่มาช่วยกันจนงานเสร็จ หลวงพี่กับเณรต่างบอกว่างานแบบนี้เต็มใจเต็มที่

เสียงฟ้าคำรามถี่ขึ้น จนดำมองอย่างวิตก รู้สึกสังหรณ์ใจพิกล เมื่อหลวงพ่อพระเณรแยกย้ายกันกลับกุฏิแล้ว ดำเดินมา ทางชายน้ำใกล้วัดก็ตกใจ แปลกใจ เมื่อเห็นรถตู้คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอด แอบดูเห็นเจษลงจากรถส่งสัญญาณให้ลูกน้องบนรถ

ครู่หนึ่งลูกน้องเจษก็ช่วยกันยกร่างหญิงสาวที่หมดสติลงมาแล้วโยนลงน้ำทันที

"เฮ้ย...ทำอะไร!" ดำตะโกนถาม พวกเจษตกใจพากันวิ่งหลบ เจษชักปืนยิงสวนเสียงตะโกนของดำไปเกือบถูก เจษ ตะโกนเย้ยมาว่า

"จะไปช่วยผีจมน้ำเหรอปลัด เสียแรงเปล่าน่า เก็บแรง ไว้เอาตัวเองให้รอดดีกว่า"   พูดแล้วเจษยิงปืนไปทางดำอีกหลายนัด

หลวงพ่อและพระเณรได้ยินเสียงปืนพากันออกจากกุฏิมาดู ถามกันว่าเสียงปืนจากไหน หลวงพี่ฉิมบอกว่าเสียงดังขนาดนี้คงอยู่ใกล้ๆวัดเรานี่แหละ ทำให้หลวงพ่อคิดถึงดำขึ้นมาทันทีถามเสียงดัง

"แล้วดำล่ะ..."

ที่ชายป่าใกล้วัดนั้น เจษ แบ็งค์ และหมีวิ่งไล่ตามดำมา แล้วพวกมันก็งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อดำหายไปราวกับหายตัวได้ ขณะมันร้องถามกันอยู่นั้นเอง เสียงดำก็ดังมาจากบนต้นไม้

"ไม่ต้องหา ฉันอยู่นี่!"

สิ้นเสียง ดำก็หักกิ่งไม้โรยตัวลงมาฟาดฟันจนหน้าหงายไปทั้งสามคน ดำจ้องพูดใส่หน้าเจษ

"เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด"

"แต่กว่าจะรู้ แกก็หมดโอกาสเห่าให้ใครรู้แล้วล่ะ ไอ้ปลัดหน้าโง่ เฮ้ย!" เจษหันไปตะโกน สิ้นเสียงหมีก็ซัดมีดสั้นใส่ดำทันที ดำพลิกตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แล้วล้มตัวลงเตะตัดขาแบ็งค์กับหมีจนมันล้มไม่เป็นท่า

เจษชักปืนจะยิง ถูกดำพลิกตัวเข้าล็อกแบ็งค์แล้วบิดมือที่ถือปืนอยู่เล็งใส่เจษทันที ตะโกน "เอาเลย อยากยิงกันเองก็เอา!"

เจษตะโกนเสียงดัง "เฮ้ย!" อีกทีปรากฏว่าลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์อีก 5 คนก็กรูกันออกมาจากความมืดรอบด้าน ล้อมกรอบดำไว้ แต่ละคนมีอาวุธครบมือ

แม้จะถูกล้อมเหมือนเล่นหมาหมู่ แต่ดำก็มีสติดียังคงล็อกตัวแบ็งค์ไว้หาโอกาสพลิกสถานการณ์

เวลาเดียวกัน ที่บริเวณวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อกับพระเณรในวัดก็ช่วยกันออกตามหาดำกันทั่วบริเวณวัด หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยไปด้วยกันอีกทางหนึ่ง ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงหลวงพี่ฉิม โวยวายให้เณรจ้อยรอด้วยเพราะข้างหลังมันมืด

ปรากฏว่าหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยไปหาที่ท้ายวัดเจอแต่หลุมผีเลยแผ่นแน่บกลับมา

ที่บริเวณชายป่า เจษอยู่ในฐานะเป็นต่อ บอกดำให้มอบตัวเสีย แบ็งค์ตะโกนให้จับตายทั้งที่มันเองยังถูกดำล็อกตัวอยู่ ดำมองไปรอบๆได้จังหวะเหมาะก็กระชากปืนจากแบ็งค์ถีบมันกระเด็นไปชนเจษพร้อมกับยิงปืนเปิดทางหนีไป

ooooooo

เสียงปืนดังไปถึงทางเดินในวัด หลวงพ่อบอกหลวงพี่ฉิมว่า ยิงกันใกล้วัดขนาดนี้ไม่ดีแน่

เวลาเดียวกัน ที่บ้านพักริมน้ำของเสี่ย บึมวิ่งมาบอกขาวว่าใครยิงกันก็ไม่รู้ชวนออกไปดูกันไหม ขาวดักคอว่าจะหาเรื่องออกไปเที่ยวใช่ไหมอย่าหวังเลย ตนอยากนอนแล้ว

ทันใดนั้นเสียงปืนแว่วเข้ามาอีก ขาวได้ยินกับตัวเองก็ชะงัก บึมได้ทีชวนรีบออกไปดูกันขาวจึงลุกขึ้น แต่ไม่ทันขยับไปไหน เสียงเสี่ยก็ถามขึ้นอย่างมีอำนาจว่า

"จะไปไหนกัน"

พอทั้งสองชะงัก เสี่ยพูดอย่างใจเย็นว่าใครเขาจะยิงกันที่ไหนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่าเพราะคดีคราวก่อนเพิ่งเกิด ถ้าเกิดซวยขึ้นมาอีกตนช่วยไม่ได้แล้ว จากนั้นกำชับขาวว่า

"ถนอมตัวไว้ขาว เสี่ยงในเรื่องที่เราควรเสี่ยงไม่งั้นความเดือดร้อนจะพุ่งเข้ามาหานายไม่สิ้นสุด" เสี่ยสั่งก่อนออกไปว่า "ไปพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้มีนักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่จะมาที่ศูนย์หัตถกรรมเรา"

ooooooo

เจษ แบ็งค์ หมี และลูกน้องเสี่ยอีก 5 คนวิ่งไล่ล่าดำไปจนถึงชายป่าริมน้ำ ดำยิงต่อสู้จนกระสุนหมด ตัดสินใจพุ่งลงน้ำ ถูกพวกเจษยิงลงน้ำอย่างบ้าดีเดือด กระสุนเฉียดร่างดำไปรอบตัว

พวกมันยิงกันจนหนำใจแล้ว หมีบอกว่าป่านนี้ดำลงไปนอนอยู่ก้นแม่น้ำแล้วกระมัง เจษตวาดว่า

"มันยังไม่ตาย กระสุนสาดลงไปขนาดนั้นถ้าโดนมันต้องมีเลือดบ้างสิวะ"

ทันใดนั้นพวกมันก็สะดุ้ง เมื่อเสียงหลวงพ่อถามขึ้นว่า ดึกดื่นมาทำอะไรกัน หลวงพี่ฉิมก็เสริมว่ายิงกันสนั่นจนพระจำวัดไม่ได้เลย เจษหันมาโกหกพระคำโตว่า

"ซ้อมมือกันนิดหน่อยน่ะหลวงพ่อ" แล้วหันไปเรียกพรรคพวกกลับ แต่พอเดินห่างไปนิดเดียวมันก็หันมาเรียกแบ็งค์กับหมีสั่งการบางอย่าง ส่วนตัวมันเองกลับไปรายงานเสี่ยที่ห้องทำงานในบ้านพักริมน้ำ

เสี่ยพิทักษ์ด่าอย่างหัวเสียว่าทำงานแค่นี้ก็พลาดแถมยังปล่อยให้ดำรอดไปได้อีก เจษบอกว่าตนให้แบ็งค์กับหมีรอดักเล่นงานดำอยู่แล้ว

"เฝ้ามันให้ดี มีอะไรรีบรายงานฉันด่วน อย่าให้ไอ้ปลัดบ้านั่นแผลงฤทธิ์อีกเข้าใจไหม" เสี่ยสั่งสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ดำว่ายน้ำไปขึ้นที่ท่าน้ำวัดถ้ำผาน้ำไหล ต้องนั่งเหนื่อยหอบอยู่นาน คิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านไปด้วยความไม่สบายใจ บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า "ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว" พลางขยับจะลุก

ทันใดนั้นมีเสียงคนเดินคุยกันมา ดำค่อยๆทรุดตัวลงซุ่มฟัง

มันคือแบ็งค์ หมี กับลูกน้องเสี่ยอีก 3 คนที่ซุ่มอยู่ บริเวณนั้น แบ็งค์ถามหมีว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมีบอกว่าพวกเราตามมาเสริมแล้ว

"เยี่ยม...คืนนี้ถ้าไอ้ปลัดดำมันกลับมาที่นี่ ก็จะได้ส่งขึ้นเมรุซะเลย" แบ็งค์ผยองมาก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทางวัดยังไม่ได้ข่าวของดำเลย หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยพากันลงไปซักผ้าผืนใหญ่ที่บันไดท่าน้ำ ระหว่างเณรคลี่ผ้าสะบัดในน้ำนั้นเอง รู้สึกเหมือนมีอะไรมาตอดที่ขา นึกว่าปลา แต่ครู่หนึ่งก็รู้สึกผิดสังเกตเพราะมันดันเข้ามาที่ขาลักษณะหนักและใหญ่มาก

หลวงพี่ฉิมเข้าไปช่วยเณรจ้อยล้วงมือลงไปดึงขึ้นมา แล้วทั้งพระทั้งเณรก็แทบช็อกเมื่อมันคือศพของหญิงสาวสภาพน่ากลัวมาก

หลวงพี่ฉิมกลัวผีอยู่แล้ว  ปล่อยมือวิ่งขึ้นจากท่าน้ำ

เณรจ้อยวิ่งตามต่างร้องโวยวายว่าผีหลอก วิ่งเตลิดกลับกุฏิอย่างขวัญเสีย

ooooooo

ต่อมาเมื่อทางตำรวจกับชาวบ้านมาเอาศพหญิงสาวขึ้นจากน้ำห่อด้วยผ้าขาว จีรายุสหันไปสั่งตำรวจที่มาด้วยกันว่าเดี๋ยวเจอกันที่โรงพยาบาลแล้วจะออกไป ผู้ใหญ่เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"ไม่พบหลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นใครมาจากไหนเลยครับ แต่ดูจากภายนอกมีรอยช้ำหลายแห่ง ที่คอยังมีรอยถูกรัดด้วยครับ" จีรายุสเล่า แก้วฟังแล้วบอกว่าเหมือนเดิมไม่มีใครรู้จักคนตายมาก่อน บัวบอกว่าแสดงว่าคนร้ายยังวนเวียนอยู่แถวนี้ ส่วนครูทับทิมที่มาที่ท่าน้ำด้วยพูดอย่างเป็นห่วงเด็กๆว่า

"น่ากลัวจังเลย สงสัยต้องบอกเด็กๆที่โรงเรียนให้ระวังคนแปลกหน้าแล้ว"

"คนตายเป็นใบไม้ร่วง แต่จับคนร้ายไม่ได้ สงสัยชาวบ้านต้องเป็นตำรวจเสียเองแล้ว" หลวงพ่อเอ่ยขึ้น พอดีผู้ใหญ่เห็นผู้กำกับสุจริตเดินมา บอกทุกคนว่าคนที่รู้ดีที่สุดมาแล้ว พลางชี้ไปที่ผู้กำกับ

ทุกคนเดินตามหลวงพ่อไปหาผู้กำกับ หลังจากคุยกับหลวงพ่อแล้วผู้กำกับให้ความมั่นใจว่า

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ ผมจะเร่งสะสางคดีนี้ให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องคนของเสี่ยพิทักษ์มายิงปืนแถววัด ขอเวลาผมสอบถามทางโน้นนิดนะครับ"

"ถ้าผู้กำกับรับปาก อาตมาก็เบาใจ แต่ยังไงขอให้จริงจัง คดีมันเนิ่นนานมาตั้งแต่ก่อนผู้กำกับย้ายมาอยู่ที่นี่อีกนะ" หลวงพ่อย้ำ ผู้ใหญ่เสริมว่าที่ผ่านมาเหมือนใส่เกียร์ว่างยังไงไม่รู้

"อ้าว...ไอ้ผู้ใหญ่เล่นข้าอีกแล้ว อย่างนี้ข้าก็ซวยสิวะ" จ่าดำเกิงกินปูนร้อนท้อง

จ่ากับผู้ใหญ่ทำท่าจะเถียงกันอีกตามเคย หลวงพ่อตัดบทพูดกับผู้กำกับว่ายังไงเสียท่านกับชาวบ้านก็ฝากความหวังไว้กับผู้กำกับด้วย บัวฝากคดีพ่อกับแม่ของตนด้วย ส่วนครูทับทิมห่วงเด็กให้ผู้กำกับทำเพื่อเด็กๆที่นี่ด้วย

"โอเคครับผมจะพยายาม"

ทันใดนั้น ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินเสียงหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยโวยวายแว่วมาจับความได้ว่าเจอผี ทุกคนจึงตรงไปที่กุฏิหลวงพี่ฉิม หลวงพี่เผือกกับหลวงพี่น้อยยืนเคาะประตูกุฏิเรียกก็ได้ยินเสียงจากข้างในร้องเสียงสั่นมาว่า "อย่าๆ อาตมากลัวแล้ว"

หลวงพ่อถามว่ามีเรื่องอะไรกัน หลวงพี่เผือกบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เห็นเอะอะโวยวายกันว่าเจอผีแต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตู จีรายุสเลยเสนอให้พังประตูเข้าไปเลย

พอหลวงพ่ออนุญาต จีรายุสก็ตั้งท่าจะพังประตู ทันใดนั้นเอง ประตูเปิดผลัวะออก หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยถลาออกมาหลับหูหลับตาตะโกนให้ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ผีหลอก

พอออกมาเห็นหลวงพ่อและผู้คนมากมายทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยก็ตั้งสติได้ เล่าเรื่องให้ฟัง หลวงพ่อตำหนิว่าขาดสติแบบนี้ญาติโยมเห็นพระเห็นเณรหน้าซีดปากสั่นเพราะเห็นศพอย่างนี้แล้วจะไปสอนใครเขาได้ เตือนสติหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยว่า

"มีสติกันหน่อย ยิ่งบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ยิ่งต้องมีสติเป็นพระต้องเป็นหลักให้ชาวบ้านเขายึดเหนี่ยวนะท่าน"

หลวงพี่ฉิมยกมือไหว้ขอโทษหลวงพ่อ ขณะนั้นเองผู้ใหญ่ทิมก็ถามขึ้นอย่างไม่สบายใจว่า

"เออ...เรื่องเจ้าดำที่จู่ๆหายไปหลวงพ่อจะเอายังไงดีครับ"

ooooooo

แม้ผู้กำกับสุจริตจะรับปากกับหลวงพ่อที่จะคลี่-คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ยังจับคนร้ายไม่ได้สักคน แต่พอกลับมาถึงห้องทำงาน ผู้กำกับบ่นกับจ่าดำเกิงในฐานะตำรวจด้วยกันอย่างหัวเสียว่า

"ฆาตกรต่อเนื่อง ทำไมต้องต่อมาถึงฉันด้วยวะ"

จ่าถามว่าผู้กำกับจะเอาจริงใช่ไหม ถูกผู้กำกับย้อนถามว่าจ่าก็รับราชการมาจนจะเกษียณอยู่แล้วน่าจะเข้าใจความรู้สึกของตนดี จ่าทำหน้าเบื่อๆบอกว่าตนก็รู้สึกเหนื่อยใจอยู่เหมือนกัน

ขณะนั้นเองตำรวจหญิงคนหนึ่งเข้ามารายงานว่านายอำเภอมารออยู่ในห้องทำงาน ผู้กำกับจึงเดินไปพบ บอกว่ารอสักครู่แล้วเราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า

"ได้ข่าวว่างานเข้าหรือครับ" นายอำเภอปราบถามเป็นนัย

"เฮ้อ...ก็คดีหญิงสาวถูกฆ่าตายนั่นแหละ ไหนจะเรื่องคนของเสี่ยไปยิงปืนแถววัดอีก หลวงพ่อสิงโตออกปากเองเลยหนักใจหน่อย"

ทั้งสองยังไม่ทันออกไป ก็มีเสียงเคาะประตู ผู้กำกับอนุญาตให้เข้ามา จ่าดำเกิงก็เปิดประตูอย่างลังเล ไม่ทันที่จ่าจะพูดอะไร ดำที่เดินตามจ่ามาก็เบียดแทรกตัวเข้าไป นายอำเภอตกใจถามดำว่าปลัดไปทำอะไรมา

ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอต่างตกใจแปลกใจกับสภาพของดำที่ยังอยู่ในชุดที่ตกน้ำมอมแมม ผู้กำกับพยักหน้าให้จ่าออกไปก่อน แล้วจึงเริ่มคุยกับดำ

"เมื่อคืนผมเห็นคนของเสี่ยพิทักษ์เอาศพมาทิ้งแม่น้ำ" ดำเข้าเรื่องทันที

ผู้กำกับทำเป็นตกใจทั้งที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร นายอำเภอก็ปรามดำว่าอย่าพูดอะไรมั่วๆ ของอย่างนี้ต้องมีหลักฐาน

"สภาพผมนี่ไงครับหลักฐาน ผมเห็นพวกมัน พวกมันเลยไล่ปิดปากผม อ้อ...ยังมีศพผู้หญิงที่พวกมันทิ้ง เท่านี้พอให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นรึยังครับ"

เมื่อดำอ้างหลักฐานชัดๆอย่างนี้ ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอก็อึ้ง แต่มีโทรศัพท์มือถือเข้ามาที่ผู้กำกับ พอรับสายผู้กำกับก็หันหลังให้ดำ พูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจปลายสายมาก เป็นสายจากเสี่ยพิทักษ์โทร.จากบ้านพักริมน้ำนั่นเอง เสี่ยพูดโทรศัพท์อย่างใจเย็นว่า

"ผมว่าผู้กำกับรู้ดีว่าควรทำตัวยังไง ขอบคุณมาก ผู้กำกับไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ"

พอเสี่ยวางสายก็ยิ้มอย่างพอใจ พอดีขาวเดินเข้ามาถามว่าเสี่ยให้บึมไปตามมีอะไรจะใช้หรือ

"ไม่มีอะไรหรอก แค่จะชวนไปทำบุญน่ะ" เสี่ยพูดด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาใจบุญ

ooooooo

ที่ห้องทำงานของผู้กำกับสุจริต ทั้งตัวผู้กำกับ นายอำเภอปราบ และดำ ยังเผชิญหน้ากันอยู่ พอผู้กำกับวางสาย ดำถามทันทีว่าเสี่ยพิทักษ์โทร.มาใช่ไหม ผู้กำกับทิ้งตัวลงนั่งเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่อยากตอบคำถามของดำ พอดำจะพูดอีก ก็ถูกนายอำเภอพูดแทรกขึ้นว่าให้เลิกตั้งคำถามเลิกพยายามได้แล้ว

"นายอำเภอครับ พวกเราจะยอมจำนนกับอำนาจเถื่อนไม่ได้นะครับ" ดำโพล่งขึ้นอย่างรับไม่ได้

"แต่นี่คือการอยู่ให้เป็นนะปลัด ปลัดจะไปงัดข้อกับเขาทำไมในเมื่อผลที่ได้มาคือการถูกดอง ถูกย้าย หรือไม่ก็ตาย"

"แต่ถ้าเราร่วมมือกันสู้ เสี่ยพิทักษ์ก็ทำอะไรเราไม่ได้นะครับ"

"มันไม่ใช่แค่เสี่ยพิทักษ์นะปลัด ปลัดรู้ไหมว่าเสี่ยพิทักษ์สนิทสนมกับ...เฮ้อ...อย่าให้ผมพูดดีกว่า เอาเป็นว่าคุณกำลังงัดข้อระดับชาติก็แล้วกัน" ผู้กำกับพูดอย่างน้ำท่วมปาก แต่ดำยังไม่ยอมแพ้เสนอว่า

"งั้นคนทั้งประเทศก็ต้องร่วมมือกัน ประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของคนแค่ไม่กี่คนนะครับ" พูดแล้วเห็นผู้กำกับกับนายอำเภอมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ ดำถามว่า "ตกลงเราต้องมองดูคนตายไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้ เราต้องมองดูพวกเขากัดกินประเทศกันอยู่อย่างนี้โดยไม่ทำอะไรเลยใช่ไหมครับ"

ทั้งนายอำเภอและผู้กำกับต่างนิ่งเงียบมีแต่สีหน้าที่เหนื่อยอ่อนแทนคำตอบ ดำเห็นท่าพึ่งอะไรไม่ได้เลยผลุนผลันออกไป

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ให้ขาวพาไปนมัสการหลวงพ่อสิงโตที่วัด โดยมีทั้งเคที่ เจษ แบ็งค์และหมีตามไปด้วย หลังจากกราบหลวงพ่อแล้ว เสี่ยพูดอย่างอ่อนน้อมว่า

"ผมต้องขอโทษหลวงพ่อด้วยนะครับ ที่ลูกน้องผมมา สร้างความรำคาญให้ เด็กหนุ่มน่ะครับเลยห้าวไปนิด"

"ผมเพิ่งรู้เรื่องครับ หลวงพ่ออย่าโกรธเลยนะครับ" ขาวช่วยพูด

หลวงพ่อบอกว่าท่านเคยโกรธใครที่ไหนขาวเองก็รู้ แล้วถามว่าขาวรู้หรือเปล่าว่าดำหายตัวไป หายไปตั้งแต่เมื่อคืน หลวงพ่อพูดด้วยความเป็นห่วงไม่สบายใจ แต่เสี่ยพิทักษ์ชำเลืองมองหน้าพวกพ้องกันอย่างมีเลศนัย

ทันใดนั้น ดำเดินขึ้นบันไดมาเอ่ยเรียก "หลวงพ่อครับ!"

ทุกคนหันมอง พอเห็นดำเท่านั้นต่างหน้าเสียพากันขยับอย่างคุมเชิง

หลวงพ่อดีใจมากถามดำว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ระหว่างนั้นเสี่ยพิทักษ์ทำเป็นยิ้มแย้มแต่ในใจร้อนเริ่มกระวนกระวายไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงที่ดำอาจพูดออกมา จึงกราบลาหลวงพออ้างว่าท่านจะได้คุยกับดำได้สะดวก ขาวกราบลาด้วยบอกหลวงพ่อว่าจะแวะมาใหม่

"เออ...ขาวเดี๋ยว" ดำจะเรียกขาวไว้คุยกันก่อน แต่ขาวลุกตามเสี่ยไปทำเหมือนไม่ได้ยิน

"เอ้า...ตกลงบอกข้าได้รึยังว่าหายไปไหนมา" หลวงพ่อ ถามดำ

ooooooo

ระหว่างทางออกจากวัดนั่นเอง เสี่ยสั่งขาวว่าเดี๋ยวจะไปส่งเขากับเคที่ก่อนแล้วตนจะเลยไปธุระในเมือง ฝากขาวดูแลศูนย์หัตถกรรมให้ด้วย ขาวจึงเอ่ยปากฝากคนเข้าทำงานที่ศูนย์ด้วยคนหนึ่ง

พอเสี่ยส่งขาวกับเคที่แล้ว เคที่จึงประชดประชันขาวว่าฝากบัวมาทำงานจะได้อี๋อ๋อกันในนี้เลยใช่ไหม ขาวฉุนขึ้นมาบอกเคที่ว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ

"ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อที่นี่เป็นของป๊าฉัน แล้วฉันก็เป็นลูกของป๊า" เคที่เสียงดัง ขาวอ้างว่าป๊าเธออนุญาตแล้ว เธอเสียงดังกว่าเก่าว่า "แต่ฉันไม่อนุญาต"

"เรื่องนั้นผมไม่สน แต่ถ้าคุณแตะต้องบัวอีกเมื่อไหร่ ผมเล่นงานคุณแน่" ขาวตัดบท พอดีบึมเดินเข้ามาสมทบ พูดแหย่ทั้งขาวและเคที่อย่างคะนองปากไปตามประสา จนเคที่ด่าว่าทะลึ่งตบหน้าฉาดหนึ่ง ขาวเลยเดินเลี่ยงไป เคที่ พยายามเรียกไว้แต่ขาวไม่สนใจ บึมเลยรีบตามไป

"เดินหนีคิดว่าจะแก้ปัญหาได้งั้นเหรอ ดี นังบัวเข้ามา อยู่ที่นี่ จะได้ใกล้มือใกล้เท้าฉันหน่อย" เคที่พูดตามหลังขาวไป มองตามขาวไปด้วยแววตาร้ายกาจ

ooooooo

ดำเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หลวงพ่อฟังอย่างละเอียด หลวงพ่อฟังแล้วไม่สบายใจ เตือนว่า

"ถ้าเสี่ยพิทักษ์รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้จริงๆ เอ็งก็ต้องระวังตัวให้มากนะดำ"

"หนักใจตรงนายอำเภอปราบกับผู้กำกับสุจริตเพิกเฉยเรื่องนี้มากกว่าครับ ลองกลไกรัฐไม่ทำงานแล้วชาวบ้านลำบากแน่"

"แล้วเสี่ยพิทักษ์ทำศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยทำไม" หลวงพ่อถาม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นสภาพมอมแมมของดำ "ข้าว่าเรื่องนี้ค่อยคิดกันอีกที แต่ตอนนี้เอ็งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะวะไอ้ปลัด จะได้สดชื่นมีแรงทำอะไรต่อ"

"ครับหลวงพ่อ" ดำกราบหลวงพ่อลุกเดินกลับไปที่บ้านพัก

แต่พอดำไปถึงจะเปิดประตูห้องก็ถูกท่อนไม้ฟาดจนหลังแอ่นร่วงลงไปกองกับพื้น ดำหันมองเห็นเจษ แบ็งค์ และหมีมาซุ่มรออยู่แล้วและเข้าทำร้ายทันทีโดยที่ดำไม่ทันระวังตัว

ขณะที่เจษใช้เท้าเหยียบยอดอกดำหัวเราะเยาะอยู่นั้น เสียงเสี่ยก็หัวเราะดังกว่าแทรกเข้ามา พูดอย่างผยองว่า "สิ้นฤทธิ์จนได้นะปลัด"

"ที่แท้ก็แกจริงๆ" ดำจ้องหน้าเสี่ยอย่างแค้นใจ

เสี่ยพูดเย้ยว่าอย่าพูดดังไป เพราะในสายตาชาวบ้านตนคือนักบุญ แต่สำหรับข้าราชการหัวดื้ออย่างดำตนคือซาตานที่จะส่งเขาลงนรก เสี่ยหัวเราะร่าพูดหยันว่า

"แต่ฉันไม่ฆ่าแกตอนนี้หรอก เพราะมันง่ายไป ฉันจะเล่นเกมแมวจับหนูกับแก ฟังไว้นะปลัดต่อจากนี้ไป แกเผลอฉันล่า ชีวิตแกจะอยู่หรือไปเมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนลิขิตให้เอง"

ทันใดนั้น เสียงแก้วก็ร้องเรียกดำมาแต่ไกล เสี่ยพิทักษ์ สั่งลูกน้องกลับเพราะวันนี้สนุกพอแล้ว พอเสี่ยกับพวกออกไป แก้วกับบัวก็มาถึง พอเข้ามาเห็นดำพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แก้วตกใจเข้าประคอง บัวถามว่าเป็นอะไร

ดำไม่บอกความจริง ตอบเบี่ยงเบนไปว่าคงเป็นพวกโจรที่จะมาลักของในวัด ทั้งแก้วและบัวไม่ติดใจ แก้วนึกได้บอกว่าเมื่อกี้ขาวโทร.มาบอกว่าฝากบัวเข้าทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยได้แล้ว

ดำชะงักกึก นึกเป็นห่วงบัวขึ้นมา

ooooooo

เมื่ออยู่กับแก้ว ดำจึงเล่าความจริงให้ฟัง แก้วถามดำว่าเมื่อมันอันตรายขนาดนั้นทำไมเขาไม่ห้ามบัว ดำถามว่าห้ามแล้วบัวจะฟังหรือเพราะบัวไม่อยากรบกวนบ้านเธอและอีกอย่างบัวก็โตแล้วด้วย

เมื่อเห็นแก้วยังกังวล ดำบอกว่า ตนเชื่อว่าขาวไม่ยอมให้ใครทำอะไรบัวได้หรอก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ดำเชื่อว่า การเข้าไปของบัวอาจทำให้เรารู้อะไรดีๆก็ได้ ว่าแล้วก็พูดให้แก้วหายเครียดว่า "เชื่อสมองผู้ชายหน้าตาดีอย่างฉันเถอะแก้ว" เลยทำให้แก้วหัวเราะออกมาได้

ดำแกล้งแหย่แก้วทำเป็นจะจับปล้ำเลยถูกแก้วด่าจึงหยุด บอกว่าล้อเล่นอย่าโกรธเลยนะที่รัก

แก้วไม่โกรธ แต่พอถามดำว่าปลายเดือนนี้ว่างหรือเปล่า ดำก็ทำเป็นจำไม่ได้ว่าเป็นวันเกิดของแก้ว พูดอย่างหนักใจว่างานยุ่งมากเพราะยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะเลย แก้วน้อยใจตัดบทว่าช่างมันเถอะ จากหัวเราะแจ่มใสเมื่อครู่เลยกลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมาอีก

ooooooo

แยกจากดำแล้วกลับถึงบ้านแก้วก็ยังหงุดหงิดเอาปืนมาเช็ดก็ทำกระแทกกระทั้น จนผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กบ่นว่าสองสามวันนี้เป็นอะไรของมันดูหงุดหงิดพิกล

ครู่หนึ่งบัวออกมา แก้วทำเป็นต่อว่าบัวที่ไม่ยอมอยู่ ด้วยกันแต่จะไปทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมบ้าบอนั่น บัวบอกว่า ยังไงเสียตนก็จะอยู่ฉลองวันเกิดของแก้วก่อนแล้วค่อยไป ทำให้ แก้วยิ้มออก แต่ยิ่งน้อยใจดำที่จำวันเกิดตนไม่ได้

รุ่งขึ้น แก้วไปใส่บาตร หลวงพ่อถามว่าวันนี้วันเกิด ใช่ไหม แก้วดีใจขอบคุณหลวงพ่อที่จำวันเกิดตนได้

"อ้าว...จำได้สิวะ แถวนี้มีใครจำวันเกิดเอ็งไม่ได้บ้าง" หลวงพ่อยิ้มอย่างเมตตา

แก้วมองขวับไปทางดำทันทีพร้อมกับหยิบขนมมาวาง ที่บาตร  แต่พอดำจะมาหยิบไปใส่ถุงแก้วกลับคว้าไว้ไม่ยอมให้ ยื้อกันอยู่ตรงนั้นจนแม่ตุ๊กเรียกปรามแก้วจึงยอมปล่อย เป็นอยู่ อย่างนี้หลายครั้ง สุดท้ายหลวงพ่อต้องออกมาหย่าศึก ร้องให้หยุด ถามว่า

"จะเล่นกันอีกนานไหม ข้าเวียนหัว จะเป็นลมอยู่แล้ว เดี๋ยวพ่อยันลงนรกทั้งคู่เลยนี่"

แก้วเลยยอมปล่อยมือจากดอกไม้ที่ถวายหลวงพ่อ เอ่ยขอโทษ แต่ไม่วายค้อนดำอีกรอบ

ooooooo

คืนนี้มีเลี้ยงฉลองวันเกิดให้แก้ว นอกจากอาหาร พิเศษหลายอย่างแล้ว ยังมีเค้กวันเกิดสวยงามด้วย จีรายุสมาร่วมงานวันเกิดแก้วอย่างสนิทสนม เมื่อพร้อม แล้วก็เตรียมลงมือฉลองกัน

"อ้าว...แล้วไม่รอดำมันหน่อยเหรอลูก"  ผู้ใหญ่ถาม แก้วทำหน้างอนบอกว่า   รอทำไมวันเกิดตนยังจำไม่ได้เลยไม่ต้องรอเราฉลองกันแค่นี้แหละ  แต่ไม่เห็นบัวเลยร้องเรียก

จีรายุสบอกว่าบัวไปเก็บดอกไม้ที่ริมน้ำจะเอามาปักแจกันยังไม่กลับมาเลย

แก้วเป็นห่วงบัวรีบออกไปตามเพราะค่ำมืดแล้ว พอแก้ววิ่งไปทุกคนตรงนั้นก็มองหน้ากันยิ้มๆ จีรายุสร้องบอกบัวให้ออกมาได้แล้ว บัวเดินออกมาจากในห้องหน้าเจื่อนๆ เพราะไม่อยากโกหกแก้วเลย

ที่แท้ทุกคนรวมหัวกันหลอกแก้วให้ไปที่ริมน้ำ เพราะดำคอยอยู่ที่นั่น พอแก้วไปถึงดำก็โผล่มาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข "สุขสันต์วันเกิดจ้ะแก้ว" พลางเอามงกุฎดอกไม้ที่ร้อยขึ้นอย่างสวยงามสวมหัวให้แก้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังเอาหินดำที่เหมือนของตัวเองร้อยเชือกคล้องคอให้แก้วด้วย บอกแก้วว่า

"ฉันไม่มีวันลืมวันเกิดของเธอหรอกแก้ว"

แก้วมองหินที่ดำทำให้บอกว่าเหมือนของดำเลย ดำบอกอย่างภูมิใจว่า

"ฉันทำเองกับมือเลยนะแก้ว ถึงมันจะไม่มีราคา แต่มันมีค่าตรงไหนรู้ไหม ตรงที่ฉันตั้งใจทำให้เธอไงแก้ว..." แล้วดำก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า "แก้ว...หลวงพ่อเคยบอกว่าหินแม่น้ำที่ฉันสวมอยู่บอกถึงความเข้มแข็งความอดทนรอเวลาให้สายน้ำขัดเกลาจนสวยงาม ส่วนเส้นที่ฉันให้เธอฉันอยากให้เธอรู้สึกถึงวันเวลาที่ขัดเกลาความรู้สึกของเราสองคนจนถึงวันนี้นะแก้ว"

สวมสร้อยให้แล้ว ดำกุมมือแก้วขึ้น ทั้งสองสบตายิ้มให้กันด้วยความเข้าใจความรู้สึกที่มีต่อกันมายาวนาน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:55 น.