ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากเจษกลับไปรายงานเสี่ยพิทักษ์ที่บ้านพักริมน้ำแล้ว เสี่ยพอใจมาก ถามเจษว่าแน่ใจนะว่าขาวไม่เห็นพวกเขา เจษแน่ใจ ทั้งยังพูดอย่างสะใจว่าอยู่ดีไม่ว่าดีแส่หาเรื่องเข้าตัวแท้ๆ

เคที่นั่งอยู่กับเสี่ยและแม่เลี้ยงอุ่มคำพูดขึ้นอย่างพอใจว่า

"งานนี้มีแต่ได้กับได้ แม่เลี้ยงได้เงิน ส่วนป๊าได้ที่ดิน ป๊าคิดไม่ผิดจริงๆนะคะที่มาลงทุนที่นี่"

เสี่ยพิทักษ์บอกลูกสาวว่าฝึกไว้อีกหน่อยลูกก็เก่ง แม่เลี้ยงอุ่มคำเปรยๆว่าป่านนี้ดำคงไล่ล่าขาวสนุกไปแล้ว พูดอย่างสมน้ำหน้าว่า "ไอ้สองคนนี้ตีกันเมื่อไหร่ เดือดเป็นไฟทุกที" พูดแล้วนึกได้ถามเสี่ยว่าไม่ออกไปช่วยลูกน้องหน่อยหรือ

"ออกตอนนี้โฉ่งฉ่างเกินไป ถ้ามันโดนจับก็ให้มันนอนในคุกซะคืน พรุ่งนี้ผมค่อยออกโรงไปอย่างพระเอก เท่กว่าเป็นไหนๆ" เสี่ยพูดอย่างเลือดเย็น เจ้าเล่ห์

ooooooo

แม้ว่ารูปการณ์จะดูเหมือนขาวเป็นคนฆ่าก้อนกับเภา แต่ทั้งพวกผู้ใหญ่และพวกดำไม่มีใครเชื่อว่าขาวเป็นคนทำ เพียงแต่แม่ตุ๊กบอกว่ายังไม่ควรพูดอะไรตอนนี้ทุกคนจึงยังไม่แสดงความเห็น

จีรายุสเห็นบัวเสียใจมาก เขากุมมือบัวให้กำลังใจ ทุกคนก็มองบัวด้วยความสงสารเห็นใจ

จนกระทั่งกลางคืน เมื่อแม่เลี้ยงอุ่มคำลาเสี่ยพิทักษ์กลับไปแล้ว เคที่พูดกับเสี่ยอย่างสะใจว่า

"ป๊ามองคนไม่ผิดจริงๆนะคะ แม่เลี้ยงอุ่มคำมีประโยชน์ เยอะจริงๆ"

"หึ...คนที่ค้าคนด้วยกันได้อย่างแม่เลี้ยงอุ่มคำ มันไม่ธรรมดาหรอกลูก"

ขณะที่เสี่ยกับเคที่และเจษกำลังจะกลับเข้าบ้านนั่นเอง มีเสียงกุกกักในเงามืด เจษชักปืนออกมาเล็งไปทางนั้นตะคอกถาม "ใคร!"

"ฉันเอง" เป็นเสียงของขาวตอบก่อนที่จะเดินออกมาในสภาพสะบักสะบอมอ่อนแรงมาก

เมื่อเสี่ยพาขาวไปนั่งคุยกันตามลำพัง เสี่ยหว่านล้อมให้ขาวไปมอบตัวเสีย ขาวบอกว่าตนไม่ได้ทำ ไม่ได้ฆ่าลุงก้อนกับป้าเภา เสี่ยก็บอกว่านั่นยิ่งต้องไปแสดงตัวว่าเราบริสุทธิ์

"แต่ผมไม่มีพยานเลยครับ คนที่มาเห็นไม่มีใครเชื่อผมเลยนะครับ"

"แต่ฉันเชื่อ ฉันเชื่อว่าแกไม่ได้เป็นคนฆ่าก้อนกับเภา ไม่ผิดก็คือไม่ผิด ฉันเชื่อใจแก แกก็ต้องเชื่อใจฉันบ้างว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้แกเอง"

เสี่ยพูดอย่างมั่นใจจริงจัง จนขาวเชื่อมั่นในคำพูดของเสี่ย

ooooooo

เช้าตรู่ ขณะหลวงพ่อกำลังจะนำพระออกบิณฑบาต นั้น เจอดำมานั่งพับเพียบอยู่ที่เชิงบันไดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง หลวงพ่อถามว่ามีเรื่องอะไร พอนึกได้ก็ถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?

สายแล้ว ที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอน้ำงาม ชาวบ้านพากันมาชุมนุมประณามขาวว่าเป็นคนอกตัญญู  เสี่ยพิทักษ์ที่พาขาวมาสถานีตำรวจทำทีห้ามปรามชาวบ้านขอให้เป็นเรื่องของตำรวจไปจัดการตามกฎหมาย

แก้วกับบัวก็ช่วยกันชาวบ้านออกไปและป้องกันขาวไว้ ชาวบ้านหาว่าบัวบ้าไปแล้วที่ไปช่วยคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

"ไม่...บัวไม่ได้บ้า พี่ขาวไม่ใช่ฆาตกร บัวไหว้ล่ะพี่ขาวเจ็บมากแล้วอย่าทำอะไรพี่ขาวเลยนะจ๊ะ" บัวยกมือไหว้ชาวบ้านน้ำตาอาบแก้ม ชาวบ้านพากันชะงักด้วยความสงสารบัว

เมื่อขาวถูกนำตัวเข้าห้องขัง ขาวถามแก้วอย่างเจ็บปวดว่าสะใจไหมในที่สุดตนก็ต้องเข้ามาอยู่ในห้องขัง แก้วบอกว่าตนไม่ได้อยากจะจับขาว แต่ต้องทำตามหน้าที่ และตนก็ไม่เชื่อด้วยว่าขาวทำ

"ไม่ต้องพูดแล้วแก้ว ฉันจำได้ว่า แก้วจะเอาปืนที่ฉันให้ยิงฉันเอง" ขาวเสียงสะท้านด้วยความสะเทือนใจ แล้วเดินหนีแก้วเข้าไปจนสุดห้องขังนั่งอย่างเดียวดาย

แก้วพูดไม่ออก มองตามขาวไปน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกอัดอั้น กดดัน

ส่วนจีรายุสเห็นบัวนั่งร้องไห้อยู่ก็เอาน้ำมาให้ดื่มจะได้ สดชื่นขึ้น  บัวส่ายหน้ากินอะไรไม่ลง  จีรายุสนั่งลงข้างๆ  ให้ กำลังใจว่า

"ท่องไว้ แล้วมันจะผ่านไป บัวต้องผ่านความรู้สึกนี้ไปให้ได้นะ"

"บัวไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง บัวอยากตายไปกับความรู้สึกนี้"

จีรายุสปลอบใจว่าอย่าคิดอย่างนั้น ก็พอดีแก้ว ผู้ใหญ่ แม่ตุ๊กเดินมาจากด้านใน แก้วเดินไปหาบัวโผเข้ากอดกันด้วยความเศร้า แม่ตุ๊กบอกบัวให้ไปพักที่บ้านด้วยกัน ผู้ใหญ่ก็บอกให้กลับไปพักก่อน

"บัวขออยู่เป็นเพื่อนพี่ขาวก่อนนะจ๊ะ  บัวไม่อยากให้ พี่ขาวอยู่คนเดียว"

ทุกคนต่างเงียบด้วยความเข้าใจความรู้สึกของบัว

ooooooo

รุ่งเช้า บัวเอาอาหารมาส่งผ่านลูกกรงให้ขาว เขาถามว่าทำไมบัวไม่กลับไปพักผ่อน มองหน้าบัวเห็นรอยช้ำขาวถามว่า รอยนี่เป็นรอยที่บัวช่วยตนจากชาวบ้านใช่ไหม บัวยิ้มเศร้าๆ บอกว่านิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย ขาวถอนใจพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

"พี่ทำให้บัวต้องเจ็บตัว ทำให้พ่อกับแม่บัวต้อง..."

"พี่ขาวไม่ได้เป็นคนทำ พี่ขาวไม่ผิดนะจ๊ะ" บัวรีบแย้ง ขาวถามว่าเธอเชื่อว่าตนไม่ได้ทำหรือ "พี่ขาวบอกเหตุผลมาสิจ๊ะว่าพี่ขาวฆ่าพ่อกับแม่บัวทำไม ทั้งที่พี่ขาวช่วยเหลือครอบครัว บัวมาตลอด"

บัวร้องไห้ออกมาอีก ขาวมองด้วยความสงสาร สัญญาว่าถ้าออกไปเมื่อไรจะลากคอคนที่ทำกับพ่อแม่บัวมาชดใช้กรรมให้เร็วที่สุด

"แล้วกรรมจะหมดยังไง ถ้ายังจองเวรกันไม่เลิก" เสียงหลวงพ่อแทรกเข้ามา แล้วบอกบัว "บัว...ขอหลวงพ่ออยู่กับเจ้าขาวสักครู่นะ"

เมื่อบัวออกไป  เจอดำนั่งซึมอยู่  ดำถามทันทีว่าขาวเป็น อย่างไรบ้าง บัวบอกว่าคงรู้สึกแย่ไม่ต่างจากตนตอนนี้เท่าไหร่ ดีที่เสี่ยพิทักษ์พามามอบตัว ไม่อย่างนั้นจะเตลิดไปไหนก็ไม่รู้

"ขาวมันคงเกลียดพี่มากขึ้นไม่รู้กี่เท่า" ดำปรารภ บัวเชื่อว่าสักวันหนึ่งขาวต้องเข้าใจ "ถ้าพี่หนักแน่นเท่ากับหิน

ก้อนนี้ได้จริงๆก็คงดี" ดำจับหินแม่น้ำที่ห้อยคออยู่แล้วถอนใจ "แต่นี่...บัวรู้ไหมว่าถ้าพี่แลกได้ พี่ขอเข้าไปอยู่ในคุกแทนมัน ซะยังดีกว่าที่จะทนอยู่กับความรู้สึกแบบนี้"

บัวน้ำตาคลอด้วยเข้าใจความรู้สึกของดำ

ooooooo

หลวงพ่อเข้าไปคุยกับขาว บอกให้กินข้าวเสียจะได้มีแรงคิด ขาวมองหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งบอกว่าหลวงพ่อไม่ควรมาที่นี่ หลวงพ่อทำเสียงขึงขังพูดทีเล่นทีจริงถามขาวว่า

"ทำไมวะ ข้าก็มาเยี่ยมลูกศิษย์ข้าไม่เห็นแปลก" แล้วบอกขาวให้กินข้าวเสีย ถามแหย่ว่าหรือต้องให้ป้อนให้เหมือนตอนเป็นเด็ก พลางหลวงพ่อก็แกะห่อข้าว ขาวรีบเอาไปทำเอง ถามหลวงพ่อว่า

"ผมทำหลวงพ่อผิดหวังอีกแล้วใช่ไหมครับ"

"เปล่า...เพราะถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเอ็งไม่ใช่คนผิด เอ็งจะเป็นลูกผู้ชายที่สุดในโลก  ที่กล้ายืดอกเดินเข้าไปนั่งรอคำตัดสินอยู่ในนี้ แต่ถ้าเอ็งผิดจริง ลูกกรงนี่มันก็จะสอนเอ็งว่า

ถึงในนั้นจะมีอาหารการกินไม่บกพร่อง แต่สิ่งหนึ่งที่เอ็งจะไม่ได้ รับเลย ในสิ่งที่มนุษย์พึงมี...คืออิสรภาพ"

ขาวก้มกราบหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งใจในคำสอน หลวงพ่อเอื้อมมือไปลูบหัวขาวอย่างมีเมตตา

พอหลวงพ่อออกมาดำถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลวงพ่อบอกว่าก็ให้สติไปแล้วจะเก็บไปคิดหรือเปล่าอยู่ที่ตัวขาวเอง แล้วเตือนดำว่า

"เอ็งก็เหมือนกันไอ้ปลัด งานที่อำเภอกับงานที่โครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินยังรอเอ็งอยู่ อย่าให้เรื่องวุ่นๆทำชีวิตเอ็งเสีย"

"ครับหลวงพ่อ" ดำรับคำ หลวงพ่อจึงหันไปพูดกับบัวว่า

"ทำใจนะลูก คนเราเกิดมาเพื่อนับถอยหลังรอวันจากกันทั้งนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เอ็งทำหน้าที่ของลูกอย่างไม่มีข้อบกพร่องแล้ว เรื่องงานศพก้อนกับเภา หลวงพ่อจะจัดการให้เอง"

บัวก้มกราบหลวงพ่อน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ

ขณะนั้นเอง จ่าดำเกิงเดินเข้ามารีบเข้าไปไหว้ หลวงพ่อพูดปลงๆว่ากลิ่นหึ่งเชียว

"น่า...หยอดน้ำมันหล่อลื่นครับหลวงพ่อ เออ...คดีไอ้ขาวอาจไม่วุ่นวายอย่างที่คิดแล้วนะครับ"

ooooooo

ที่จ่าดำเกิงบอกว่าไม่วุ่นวายอย่างที่คิดคือ เสี่ยพิทักษ์มาพบผู้กำกับสุจริตที่ห้องเรื่องคดีของขาวว่าพวกเราคนกันเองทั้งนั้น  ที่สำคัญหลักฐานอะไรก็ไม่ชัดเจนด้วย

ขณะเสี่ยคุยอยู่กับผู้กำกับนั่นเอง จ่าดำเกิงก็พาขาวเข้ามา เสี่ยชวนขาวว่า

"ไป...กลับบ้านกันเถอะขาว"

เสี่ยพิทักษ์ลุกจากโซฟามาหาขาว ในขณะที่ขาวเองยังงงๆ จนมาถึงบ้าน เสี่ยบอกขาวโดยมีเคที่นั่งฟังอยู่ด้วยว่า

"เรื่องคดีฆ่าคนตายนายไม่ต้องห่วงเพราะนายไม่ได้ฆ่า ส่วนเรื่องปืนกับเรื่องขัดขืนเจ้าพนักงานเรื่องเล็ก ฉันเคลียร์ ให้เรียบร้อยแล้ว"

ขาวกังวลว่าชาวบ้านยังมองตนเป็นฆาตกรอยู่ดี เสี่ยหว่านล้อมว่าเราจะให้ทุกคนเข้าใจเราหมดไม่ได้  อย่างน้อยคนที่เข้าโครงการกับเราก็รักเขา ชี้ให้ขาวเห็นว่า

"ต่อสู้อยู่ในกรงขัง มีแต่แพ้กับแพ้ ออกมาสู้บนเวทีใหญ่ อย่างนี้ค่อยสูสีหน่อยนะขาว"

"รึนายไม่แค้นกับไอ้คนที่ลากคอนายเข้าตะราง" เคที่ถาม เสี่ยพูดต่อว่า

"ฉันเพิ่งรู้ว่าปลัดดำเป็นพี่ชายของนาย พี่ไม่น่าทำน้องเลยนะจริงไหม"

"ผมไม่ใช่พี่น้องกับมัน หลวงพ่อแค่เลี้ยงผมกับมันเหมือนพี่น้องเท่านั้น" ขาวแค้นพลุ่งขึ้นมา

"เพราะงั้นไงป๊าฉันถึงเอาตัวนายออกมา เพราะขืนปล่อยให้นายสู้อยู่ในนั้นมีหวังปลัดดำหาทางขังลืมนายแน่ๆ" เคที่ยุแหย่

"แล้วฉันก็ห่วงว่าถ้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ปลัดดำจะผูกขาดอำเภอน้ำงามทั้งหมดไว้กับตัวเอง" เสี่ยแบไต๋ เคที่ยุอีกว่าแล้วถ้าถึงเวลานั้นเชื่อหรือว่าดำจะเว้นแผ่นดินให้ขาวได้ยืน พูดแล้วเห็นขาวกำหมัดแน่น ครู่หนึ่งขาวโพล่งออกมาว่า

"มันจะไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้นเด็ดขาด!"

ooooooo

บัวยอมไปอยู่กับแก้วที่บ้านผู้ใหญ่ แก้วให้กำลังใจว่าบัวร้องไห้มามากแล้ว เริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีแต่ รอยยิ้ม เชื่อว่าบัวทำได้

ในวันเผาศพก้อนกับเภา หลังจากทุกคนวางดอกไม้จันทน์ แล้ว จู่ๆขาวก็ปรากฏตัวขึ้น ขาวให้กำลังใจบัวแล้วหันมองเชิงตะกอนให้สัญญากับก้อนและเภาว่า

"ฉันสัญญาว่าจะดูแลบัวด้วยชีวิต และจะลากคอไอ้ฆาตกรมาเซ่นวิญญาณลุงกับป้าให้ได้"

ขาววางดอกไม้จันทน์ที่เชิงตะกอนด้วยแววตามุ่งมั่นอย่างที่สุด

พอขาวจะกลับ ดำเรียกไว้แล้วเอ่ยขอโทษ ขาวตอบอย่างขึ้งเคียดว่า

"สำหรับแกกับฉัน ไม่มีคำว่าขอโทษ มีแต่จะล้างให้หายไปจากชีวิต"

ทั้งสองพูดกันไม่กี่คำก็จะวางมวยกันอีกแล้ว จนแก้วเข้ามาหย่าศึก บัวก็ขอร้องว่าอย่าทะเลาะกันเลย แก้วถามทั้งคู่ว่านี่มันเรื่องอะไรกันอีก

"แก้วดูแลมันให้ดี อย่าให้มันมายุ่งกับฉันมากนัก ไม่งั้นฉันเอามันตายแน่" ขาวบอกแก้ว

ดำบอกว่าตนก็แค่พยายามจะอธิบายเท่านั้น ขาวสวนไปทันทีว่าไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้นเพราะชาวบ้านคิดว่าตนเป็นฆาตกรไปแล้ว แก้วเลยเสนอว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้เราต่างคนต่างอยู่กันไปสักพักดีกว่า บัวขอร้องว่า

"บัวเสียพ่อกับแม่ไปแล้ว อย่าให้วันนี้บัวต้องเสียใจกับเรื่องพี่สองคนทะเลาะกันอีกเลยนะจ๊ะ"

พอขาวหันหลังเดินไป บัวเรียกไว้ ขอให้พรุ่งนี้ขาวเป็นเพื่อนตนไปลอยอังคารพ่อกับแม่หน่อย ขาวพยักหน้ารับคำแล้วขับรถออกไป

ooooooo

แก้วรู้สึกดีที่บัวชวนขาวไปลอยอังคารพ่อกับแม่ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ขาวรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าใครจะได้ไม่น้อยใจอีก ส่วนดำคิดหนักถามแก้วว่าตกลงที่เราไล่จับขาวมาให้มอบตัวนี่เราผิดใช่ไหม

"เราทำดีที่สุดแล้วนะดำ เรื่องขาวเข้าใจผิดมันอยู่ที่อคติในใจของขาวมากกว่า"

คิดแล้วดำก็ถอนใจบ่นว่าน้ำงามจะเป็นยังไงต่อไปไม่รู้ใจคอตนไม่ดีเลย แก้วเลยยกมือถือถ่ายรูปดำไว้ ดำขมวดคิ้วบ่นว่าทำอะไรคนยิ่งเครียดๆอยู่ แก้วเลยแกล้งเอามือลูบหัวดำทำเป็นโอ๋แบบเด็กๆ

ดำขำออกมาแล้วยีหัวแก้วคืนบ้าง ทั้งคู่เลยได้หยอกเย้าหัวเราะกันพอได้หายเครียดไปบ้าง แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือ ความรู้สึกลึกๆที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของทั้งสองคนที่งอกงามขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

วันต่อมา บัวกับขาวไปลอยอังคารที่แก่งเอื้อมดาว บัวร้องไห้บอกขาวว่าต่อไปตนไม่มีใครอีกแล้ว ขาวปลอบว่า "เหลือพี่ไงบัว เห็นไหมบัวไม่ได้โดดเดี่ยว ซะหน่อย ต่อไปพี่จะดูแลบัวเอง"

บัวนิ่งไปนิดหนึ่ง จึงขอให้ขาวเล่าเรื่องในคืนนั้นให้ฟัง ขาวถามว่าถ้าตนเล่าแล้วบัวจะเชื่อหรือ บัวตอบอย่างมั่นใจว่าเชื่อ ขาวจึงเริ่มเล่านับแต่ออกจากห้องพักไปเก็บดอกบัวจะไปถวายหลวงพ่อ...


เมื่อเล่าจบ ขาวบอกบัวว่า ก่อนที่ป้าเภาจะสิ้นใจได้ฝากบัวให้ตนดูแลด้วย บอกบัวว่าต้องเข้มแข็งแม่จะได้หมดห่วง

บัวรับปากว่าจะพยายามเข้มแข็ง ขาวให้กำลังใจว่าเชื่อว่าบัวทำได้แล้วจะได้กลับไปอยู่บ้าน

พอพูดถึงบ้าน บัวนึกขึ้นได้ถึงเงินที่ขาวให้ไว้เพื่อเอาไปไถ่ที่ดินคืนจากแม่เลี้ยงอุ่มคำ ทั้งสองรีบกลับไปที่บ้านของบัวช่วยกันหา ค้นหาเท่าไรก็ไม่เจอ

ขาวฉุกคิดขึ้นมาว่าหรือพวกโจรเอาไป บัวใจหายวาบเพราะนั่นหมายถึงที่ดินผืนนี้ก็ต้องหลุดไปเป็นของแม่เลี้ยงอุ่มคำ บัวยิ่งเศร้าเสียใจเป็นทวีคูณที่ต้องสูญสิ้นทุกอย่างแม้แต่ที่ดินที่พ่อกับแม่สะสมไว้ให้

แต่ยังมีความหวังที่เลือนลางว่าถ้าไปขอร้อง แม่เลี้ยงอาจจะผ่อนผันให้เวลาไปหาเงินมาใหม่ จึงพากันไปขอร้องให้แม่เลี้ยงยืดเวลาชำระหนี้ให้ จะคิดดอกเพิ่มก็ได้แต่ขอร้องอย่าเพิ่งยึดที่ไปเลย

"แม่เลี้ยง ถ้าไม่เห็นแก่ฉันก็เห็นแกเสี่ย" ขาวพยายามหาทางหว่านล้อม

"อย่าเอาเสี่ยมาอ้างนะ   ใช่...ฉันช่วยเสี่ยทำศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย แต่เรื่องหนี้ของนังบัวมันค้างมานานแล้ว เรื่องพ่อแม่แกฉันเห็นใจนะบัว แต่แกต้องเข้าใจด้วยว่าธุรกิจกับความเห็นใจมันคนละเรื่องกัน   ที่สำคัญแกก็รู้ว่าฉันไม่ใช่มูลนิธิ!"

ooooooo

ระหว่างเดินทางกลับอย่างผิดหวังนั้น ขาวยังมีความหวังเพราะยังมีเวลาอยู่บ้าง บัวท้อใจว่าเวลาที่เหลือ น้อยนิดกับเงินจำนวนมากขนาดนั้นจะหาที่ไหนได้ทัน ขาวจะไปขอร้องเสี่ย บัวไม่ต้องการรบกวนใคร ไม่อยากทำให้ชีวิตคนอื่นต้องมาเดือดร้อนไปกับตนด้วย


พอดีกลับมาถึงบ้านผู้ใหญ่ แก้วทักจากบนบ้านว่ากลับมาแล้วเหรอ พอโผล่มาเห็นขาวแก้วชวนอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเพราะวันนี้มีของโปรดของขาวด้วย พอขาวทำท่าลังเล แก้วชิงพูดขึ้นว่า

"ถ้านายยังโกรธฉันเรื่องวันนั้นอยู่ งั้นถือว่าฉันเลี้ยงนายเป็นการขอโทษก็แล้วกันนะขาว"

คำพูดของแก้วทำให้ขาวนิ่งนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า แก้วดีใจบัวเองก็โล่งใจ แต่ขณะขาวกำลังจะขยับขึ้นบ้านนั่นเอง เสียงดำก็แหวกอากาศมาอย่างร่าเริง

"ผัดผักปลอดสารพิษเสร็จแล้วคร้าบทุกคน เดี๋ยวต้มยำปลาช่อนจากบ่อจะลอยตามมา" พอโผล่ออกมาเห็นขาวก็ทัก "อ้าว...ขาว มา...มากินข้าวด้วยกัน"

ไม่มีใครคาดคิด ขาวหันหลังกลับทันที บอกแก้วว่าจะกลับแล้ว พอแก้วทำท่างง ขาวบอกว่า

"สำหรับเธอฉันพอเข้าใจ แต่สำหรับ..." ขาวมองไปทางดำก่อนพูดต่อ "ไม่มีวัน"

บัวพยายามขอร้องขาวให้อยู่กินข้าวด้วยกัน กระทั่งบอกขาวว่าเรื่องอื่นวางไว้ก่อนเถอะ พวกเราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้ว แก้วก็ช่วยพูด แต่ขาวก็ยังสงวนท่าทีอยู่

สุดท้ายขาวยอมอยู่กินข้าวด้วย พอตั้งสำรับเสร็จ ทุกคนมาล้อมวงกินข้าว    ผู้ใหญ่กินอย่างเอร็ดอร่อยคุยเสียงดังว่า แย่งกันกินเยอะๆอย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย

"ไม่น่าเชื่อนะ  ไม่นานมานี้พวกเอ็งยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย ตอนนี้เป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว" แม่ตุ๊กมองทั้งสี่ที่นั่งล้อมวงอย่างเอ็นดู

ผู้ใหญ่ถามขาวว่างานที่ทำเป็นอย่างไรบ้าง ขาวบอกว่าดีเพราะเสี่ยจะเอาครูมาสอนให้ชาวบ้านพัฒนางานฝีมือให้ทันสมัยแล้วยังจะหาตลาดให้ด้วย บัวดีใจที่ต่อไปชาวบ้านจะได้เงยหน้าอ้าปากได้แล้ว

"ความจริงโครงการของเสี่ยพิทักษ์น่าจะร่วมมือกับโครงการของฉันได้นะ" ดำเสนอขึ้น แก้วเห็นด้วยเพราะเป็นโครงการเพื่อช่วยชาวบ้านเหมือนกัน

"แต่น้ำกับน้ำมัน มันเข้ากันไม่ได้หรอกแก้ว" ขาวขัดขึ้น บอกทุกคนที่มองมาด้วยความสงสัยว่า  "งานที่ฉันทำ  อยู่บนโลกความเป็นจริง  ไม่ใช่อยู่บนอุดมการณ์เพ้อเจ้อ  หลอกชาวบ้านทำไร่ไถนาสร้างบารมีให้ตัวเอง"

ดำร้อนตัวท้วงติงว่า เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเพราะโครงการนี้ตนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง บอกขาวว่า "ถ้าข้องใจในตัวพี่ งั้นพี่ถามหน่อยเถอะว่า   แกไม่ข้องใจในตัวเสี่ยพิทักษ์บ้างเหรอไง แกรู้ไหมว่า..."

"พูดอีกคำฉันชกหน้าแกแน่!" ขาวขัดขึ้น บัวขอร้องให้ขาวใจเย็นๆ ขาวพูดอย่างรับไม่ได้ว่า "คนที่พยายามช่วยฉันทุกอย่างกับคนที่แย่งทุกอย่างไปจากชีวิตพยายามจับฉันเข้าคุก แค่นี้ฉันก็รู้โดยไม่ต้องคิดแล้ว อาผู้ใหญ่อาตุ๊กผมขอโทษ" ขาวยกมือไหว้ ทั้งสองแล้วลุกลงจากบ้านไปทันทีท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ooooooo

บัวตามไปร้องเรียกขาวให้รอด้วย แล้วพยายามชี้แจงให้ขาวเข้าใจคำพูดของดำ   แต่ขาวกลับเอ็ดว่า บัวก็เห็นอยู่ว่าดำพยายามป้ายสีเจ้านายตนเพราะกลัวโครงการที่ตนทำจะโดดเด่นเหนือโครงการของตัวเอง พูดแล้วเดินไปเลย บอกบัวว่า จะมาหาใหม่ก็แล้วกัน

พอบัวกลับมา ได้ยินดำบ่นว่าขาวไม่เคยฟังตนพูดจบ สักครั้ง แก้วขอให้ดำใจเย็นๆ แม่ตุ๊กบอกบัวที่นั่งซึมอยู่ว่า ปล่อยขาวไปสักพักแล้วค่อยว่ากันใหม่ ส่วนเรื่องของบัวเดี๋ยวเราช่วยกันคิดหาทางออกกัน

บัวเกรงใจทุกคนไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นหนี้เพราะตนอีก ดำบอกว่าเราคนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องคิดมาก ส่วนผู้ใหญ่ บอกว่า ทำแบบนี้ก็ยังดีกว่าเป็นหนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำ

"ทางออกของบัว อาจจะต้องอยู่ที่การยอมรับความจริงก็ได้นะจ๊ะ" บัวบอกแก่ทุกคนอย่างท้อแท้กับชีวิต..

เจษทั้งเขม่นและข่มขาวตลอดเวลา แต่ขาวก็ไม่เคยยอมก้มหัวให้ เกือบปะทะกันหลายครั้งแต่เสี่ยมาหย่าศึกเสียก่อน

วันนี้ก็เกือบมีเรื่องกัน เพียงแค่เสี่ยให้เจษมาตามขาวไปพบ กว่าจะบอกกันได้เกือบวางมวยกันแล้ว

เมื่อขาวไปพบเสี่ยที่ระเบียงบ้านพักริมน้ำ เสี่ยบอกขาวว่านักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาที่ศูนย์หัตถกรรมของเราแล้ว ช่วงนี้ให้ขาวคอยดูแลให้ใกล้ชิดด้วย คุยอย่างจับจุดของขาวได้ว่า  ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามา  เราเปิดตลาดต่างประเทศได้  ประโยชน์ ก็จะตกอยู่กับชาวบ้านที่นี่ ทำให้ขาวมีความหวังบอกเสี่ยว่า

"ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิครับ โครงการของไอ้ดำจะได้ล้มเสียที"

"ชาวบ้านที่เข้าใจผิดในตัวนาย จะได้หมดข้อสงสัยด้วย" เสี่ยอ่อย

"เสี่ยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะทุ่มเทให้งานนี้สุดชีวิต" ขาวพูดอย่างมั่นใจ ลึกๆแล้วคิดว่าถึงคราวที่จะเอาชนะดำได้แล้ว

และขาวก็ทุ่มเททำงานสุดตัว เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเขาต้อนรับอย่างดีเยี่ยมและพยายามขายสินค้าสุดความสามารถ เมื่อเจษรายงาน เสี่ยพูดอย่างพอใจว่า

"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ  โฟกัสของทุกคนอยู่ที่นั่น จะได้ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เราไม่อยากให้สนใจ"

พูดแล้วเสี่ยกับเจษก็มองไปอีกด้านหนึ่ง เห็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติซึ่งเป็นชายล้วนเกือบ 20 คนเดินมาพร้อมไกด์นำเที่ยว ไปยังทางเดินด้านหลัง ทั้งสองยิ้มและมองหน้ากันอย่างพอใจ

ส่วนดำก็ทุ่มเทอบรมชาวบ้านที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ที่มาอบรมกันประมาณ 20 คน ดำอธิบายว่า "ที่ผ่านมา การทำเกษตรบ้านเรา ทำผิดกันมานาน ใบไม้ร่วงมาเก็บเกี่ยวเสร็จเราก็เผา ดินมันก็เปลือยหมด และที่เลวร้ายที่สุดคือปุ๋ยเคมีที่ไปสะสมในดินจนดินตาย หมดสภาพ"

ชาวบ้านฟังกันอย่างสนใจ จากนั้นดำนำชาวบ้านเอาฟางเข้าห่มคลุมดินที่แปลงสาธิต พลางก็อธิบาย "นอกจากหญ้าแฝกแล้ว ฟางยังช่วยห่มดิน ช่วยรักษาความชุ่มชื้น จากนั้นเราจะโรยด้วยปุ๋ยคอก และปุ๋ยชีวภาพนะครับ ดินก็จะได้รับสารอาหาร จากดินที่เสื่อมแข็งเป็นหิน ก็จะกลับมาเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์..."

ชาวบ้านที่มาอบรม ช่วยกันทำตามที่ดำแนะนำ ต่างมีกำลังใจและมีความหวังกับอนาคตการทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง

ooooooo

เมื่อชาวบ้านกลับไปกันหมดแล้ว ดำเอาขวดน้ำเปล่ามาใส่น้ำจนเต็มแล้วเอาขวดปักทิ่มลงบนดินใต้ ต้นไม้จนแน่น พอดีแก้วมาหาเห็นเข้าถามว่าทำอะไร ดำบอกว่าให้น้ำต้นไม้แบบประหยัดน้ำ แล้วอธิบายให้แก้วฟังว่า

"ใส่น้ำให้เต็มขวดแล้วปักลงไปในดินอย่างนี้ น้ำจะค่อยๆซึมลงไปในดิน กว่าจะหมดเป็นวันๆเลยนะแก้ว ไว้จะเอาไปสอนให้คนที่มาอบรมไปใช้ในช่วงขาดแคลนน้ำน่ะ"

แก้วดูอย่างสนใจ ดำถามว่ามีอะไรหรือเปล่า แล้วผู้กองไปไหนถึงได้มาคนเดียว แก้วค้อนควักถามเชิงต่อว่าว่าต้องมีธุระถึงจะมาได้หรือ แล้วตนก็ไม่ได้เป็นแฟนกับผู้กองจะได้ตัวติดกันตลอด เลยถูกดำหยอกว่างั้นก็คิดถึงตนใช่ไหม พอถูกด่าไอ้บ้า ดำเลยหัวเราะแก้เกี้ยว

แก้วถามถึงขาวว่ามาที่นี่บ้างหรือเปล่า พอรู้ว่าตั้งแต่งานศพลุงก้อนกับป้าเภายังไม่เคยมาเลย แก้วเดาว่า "สงสัยจะยุ่ง เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งไทย ทั้งเทศเริ่มเข้าไปเที่ยวศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยพิทักษ์แล้วนี่"

ดำเลยตั้งปัญหาถามว่าตกลงศูนย์นี้ทำอย่างที่เราสงสัยหรือเปล่า แก้วก็ไม่รู้ ดำเลยเสนอว่าถ้ามีสายสืบเข้าไปอยู่ในนั้นได้ก็ดี

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน นี่ดำ...ปลายเดือนนี้นายทำอะไรรึเปล่า" แก้วถามอย่างมีจุดประสงค์เพราะปลายเดือนนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง ดำทำเป็นแกล้งลืมบอกว่า

"ฉันมีประชุมที่อำเภอ ต้องเอาคนไปซ่อมหลังคาโรงเรียนครูทับทิม แถมยังมีคนมาขออบรมที่โครงการอีกรุ่น ยุ่งชะมัดเลยแก้ว" ดำพูดให้เห็นว่าตนยุ่งมากแล้วเดินออกไปเลย แก้วได้แต่มองตามเซ็งๆ

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้น บึมที่มาทำงานกับเสี่ยเหมือนกันชวนขาวไปหาอะไรกินกัน ขาวตกลงและมื้อนี้ตนเลี้ยงเอง แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะออกไปก็เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งมีทั้งคนต่างชาติและคนไทยแต่ทั้งหมดล้วน เป็นผู้ชายเดินเข้ามาที่ศูนย์ ทุกคนแต่งตัวดีมีสง่าราศี ขาวตกใจถามบึมว่าไหนว่าไปกันหมดแล้วไง บึมเองก็สงสัย ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ บึมพรวดออกไปทักนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่กำลังจะเปิดประตูไปในห้อง

ทันใดนั้น เจษออกมาขวางถามว่าจะทำอะไร ขาวถามว่าไม่เห็นหรือว่ามีนักท่องเที่ยวหลงเข้าไปด้านใน เจษยียวนว่าเห็น ตอกหน้าบึมที่ถามว่าแล้วทำไมไม่ห้ามว่า

"ห้ามไม่ห้ามไม่ใช่เรื่องอะไรของพวกเอ็ง"

ขาวฉุนขาดเงื้อหมัดชกเจษจนหน้าหงาย ขณะกำลังจะตามซ้ำเจษก็ชักปืนออกมาขู่ว่า ขยับอีกก้าวเดียวตนยิงแน่

ทันใดนั้นเสี่ยพิทักษ์เดินมากับลูกน้องอีกคนเจอเข้า เจษรีบเก็บปืน ขาวรายงานเสี่ยว่า

"ผมเห็นนักท่องเที่ยวหลงเข้าไปในนั้นครับเสี่ย"

"อ๋อ...เพื่อนฉันทั้งนั้นฉันชวนมาดูงานที่นี่เลยว่าจะสังสรรค์กันหน่อย" เสี่ยตอบหน้าตาเฉยพูดอารมณ์ดีกับขาวว่า "ขอบใจมากนะขาว ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แต่ไม่มีอะไรคนกันเองทั้งนั้น นายกลับไปพักผ่อนได้แล้วไป เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่"

พอขาวเลี่ยงไป เจษเดินเข้าหาเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยสั่งเสียงเข้มก่อนเดินเข้าไปด้านในว่า

"หาการ์ดมาประจำตรงนี้ด้วย"

บึมยังไม่หายสงสัยว่าแค่ห้องส่วนตัวของนายทำไมเจษถึงต้องทำเหมือนหมาบ้า ขาวบอกว่าเป็นหน้าที่ของเขา บึมถามว่าแล้วขาวไม่สงสัย ไม่อยากเข้าไปในนั้นบ้างหรือ

"ทำหน้าที่ที่มีอยู่ให้ดีก็พอแล้ว ถ้าเขาอยากให้เข้าเมื่อไหร่เขาก็เรียกเองนั่นแหละ"

ขาวตอบอย่างซื่อสัตย์หัวอ่อนเชื่อใจเสี่ยเต็มที่ แล้วหันไปวาดรูป บึมชะโงกไปดูถามว่ารูปใคร เพราะหน้าของผู้หญิงในรูปไม่ใช่แก้วที่บึมเคยเห็น หยอกขาวว่ากิ๊กใหม่เหรอ เลยถูกขาวเอาสมุดตีหัวป้าบหนึ่ง ด่าแถมท้าย "ทะลึ่ง" แล้วนั่งร่างรูปต่อ มือลากปลายดินสอไปตามความทรงจำรูปหน้าบัวในสมอง

ooooooo

บัวไปอยู่ที่บ้านแก้ว อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว เห็นรูปวาดของแก้วในห้องก็ชมว่าขาววาดได้ดีและขาวคงชอบแก้วมากจริงๆ ถึงได้วาดรูปออกมาได้ขนาดนี้

"แต่สำหรับขาว พี่ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกจากเพื่อนเป็นอย่างอื่นได้ เพื่อน...ยั่งยืนที่สุดแล้วล่ะบัว" แก้วบอกบัวอย่างไม่ปิดบัง ถามบัวว่าจะไว้ทุกข์พ่อกับแม่ถึงเมื่อไหร่

"อีกสองสามวันจ้ะ บัวต้องกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อน อีกอย่างบัวจะลองไปขอร้องแม่เลี้ยงอุ่มคำอีกครั้งเผื่อแกจะยอมใจอ่อนลงบ้าง"

วันต่อมาบัวกลับไปที่บ้าน ก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น บริเวณบ้านที่เคยอยู่ถูกล้อมด้วยรั้วสังกะสี เดินเข้าไปดูใกล้ๆเห็นข้าวของของตัวเองถูกยัดใส่ลังและห่อด้วยหนังสือพิมพ์มาวางกองที่นอกบ้าน

ครู่หนึ่งแม่เลี้ยงอุ่มคำก็นั่งรถเข้ามา บัวรีบเข้าไปถามว่าทำไมทำอย่างนี้เพราะยังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายวันถึงจะครบกำหนด

คำตอบที่ได้รับจากแม่เลี้ยงและเคที่คือแม่เลี้ยงได้ขายที่ผืนนี้ให้เคที่ไปแล้ว บัวร้องไห้โฮอ้อนวอนขอให้ผ่อนผันให้ตนอีกนิดตนจะหาเงินมาใช้หนี้

เคที่พูดในฐานะเจ้าของที่คนใหม่ว่าไม่ต้องมาบีบน้ำตา น่ารำคาญ พอบัวอ้อนวอนอีกก็ถูกตบลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเสียงเคที่สั่งอย่างเหี้ยมเกรียมให้รีบขนของออกไปเสีย

บัวเดินไปหยิบรูปพ่อกับแม่ในกรอบขึ้นมากอด มองไปรอบๆที่บ้านและที่ไร่นาของตัวเอง น้ำตาอาบแก้ม

เมื่อกลับไปที่บ้านผู้ใหญ่ แก้วฮึดฮัดจะไปเอาเรื่องแต่บัวไม่อยากให้เรื่องบานปลายกว่านี้แล้วแม่ตุ๊กปลอบบัวว่า ให้ถือเสียว่าบัวเป็นลูกแม่อีกคนก็แล้วกัน ของนอกกายไม่ตายหาเอาใหม่ได้

บัวตัดสินใจว่าช่วงนี้ตนจะไปช่วยงานที่โครงการก่อนก็ได้ ไม่ว่างานทอผ้า จักสาน ตนทำได้หมดทั้งฝีมือการทำอาหารก็พอมีอยู่บ้างคงไม่ถึงกับอดตายหรอก
ดำพยักหน้าให้บัวอย่างเห็นใจแล้วจะปั่นจักรยานกลับ ถูกแก้วแซวว่าจะเป็่นปลัดสองล้อไปอีกนานไหม ดำตอบอย่างภูมิใจว่าสองล้อนี่แหละคล่องตัวดี ไว้มีงานด่วนเมื่อไรค่อยใช้รถหลวง

"เออ...เดี๋ยวดำ...ตกลงปลายเดือนนี้นายว่างเปล่า" แก้วถามอย่างมีเป้าหมายอีกครั้ง ดำถามว่าวันไหนของปลายเดือนล่ะ แก้วมีธุระอะไรหรือ "เออ...ไม่มีอะไร ไว้ค่อยคุยกันใหม่แล้วกัน"

แก้วมองดำปั่นจักรยานออกไปหน้ามุ่ย อยากจะบอกว่าใกล้วันเกิดตนแล้วแต่ก็ไม่รู้จะบอกยังไงดี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:07 น.