ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขาวเก็บมีดสั้นในที่เกิดเหตุได้ เอาไปถามแบ็งค์กับหมีว่ามีดนี่ตนพบในที่เกิดเหตุ พวกเขาเป็นคนไปเผาไร่ของบัวใช่ไหม

แบ็งค์ขยับจะหยิบปืนแต่ขาวไวกว่าเอาปืนจ่อแบ็งค์พูดเยาะว่า แค่แบ็งค์หยิบกระสุนตนก็ลั่นแล้ว เสียงเจษแทรกเข้ามาว่า "แต่ฉันว่ากระสุนฉันถึงหัวแกก่อนว่ะ" ขาวชะงักหันไปเจอกระบอกปืนเจษจ่อที่หัวตนแล้ว

"ไม่มีกระสุนใครต้องลั่นออกไปทั้งนั้นแหละ หยุดกัดกันได้แล้ว" เสี่ยพิทักษ์เข้ามาสั่ง จากนั้นพาขาวไปนั่งคุยกันที่ระเบียงริมน้ำ

เสี่ยพิทักษ์หว่านล้อมขาวว่า มีดแบบนั้นใครๆก็มีใช้ แล้วทำเป็นเสียใจถามขาวว่ากำลังคิดว่าตนใช้พวกนั้นไปทำอะไรชั่วๆใช่ไหม โอดครวญว่า คนที่เคยถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นมาเฟียมันจะเป็นตราบาปไปตลอดชีวิตกระทั่งคนใกล้ชิดก็ยัง...เสี่ยพูดแค่นั้นก็ทรุดนั่งอย่างเสียใจ ผิดหวัง

ขาวตกใจรีบชี้แจงว่าตนไม่ได้หมายความอย่างที่เสี่ยคิด เพียงแต่คิดว่าอาจมีพวกที่แตกแถว

"ฉันให้ชีวิตที่ดีกับพวกมันขนาดนี้ พวกมันไม่กล้าทำหรอก ถามหน่อยพวกมันจะทำเพื่ออะไร? ฉันเอาชีวิตทั้งชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อทำความดี แต่ฉันเสียใจถ้าการมาของฉันนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ทุกคน"

พูดแล้วเสี่ยก็น้ำตาคลอ จนขาวต้องรีบขอโทษบอกเสี่ยว่าต่อไปตนจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้แล้วขอตัวไป พอขาวหันหลังเท่านั้นเสี่ยก็เช็ดน้ำตายิ้มเหี้ยมเจ้าเล่ห์ แล้วเจษก็ ออกจากที่ซ่อนชมว่าฝีมือการแสดงของเสี่ยยอดเยี่ยมจริงๆ

"เด็กอ่อนอย่างไอ้ขาว มันว่านอนสอนง่ายจะตาย ต่อไปทำอะไรให้ระวังหน่อยก็แล้วกัน ฉันขี้เกียจบีบน้ำตาอีก"

เจษรับคำ ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างได้ใจที่แผนการสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง

ส่วนขาว พอออกจากเสี่ยก็ไปหาบัวปลอบใจ ให้กำลังใจ และมอบเงินให้ปึกใหญ่บอกว่าให้เอาไปใช้หนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำ

บัวจะไม่ยอมรับเพราะขาวให้มาหลายครั้งแล้ว

"บัว...อย่าดื้อสิจ๊ะ เงินเก็บของพี่ พี่ยังไม่ได้ใช้อะไร บัวเอาไปใช้ก่อนเถอะ บัวกำลังจำเป็นต้องใช้เงินนะ" ขาวพูดให้บัวสบายใจว่า ตนอยู่บ้านฟรี กินข้าวฟรี เสี่ยพิทักษ์เลี้ยงดูตนดีไม่ต้องห่วง มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนก็แล้วกัน

"ทำไมพี่ขาวถึงดีกับบัวอย่างนี้ล่ะจ๊ะ" บัวเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ

"ก็บอกแล้วไง เราจะไม่ทิ้งกัน" ขาวโอบไหล่บัวอย่างอ่อนโยน

ooooooo

ขณะขาวคุยกับบัวที่แก่งเอื้อมดาวนั่นเอง เคที่ตามมาเจอต่อว่าขาวว่านึกว่าหายไปไหน ที่แท้มาอี๋อ๋อกับสาวอยู่ที่นี่เอง ขาวอ้างว่าตนบอกเสี่ยแล้วพลางจะชวนบัวกลับ เคที่ไม่ยอมจะให้ขาวไปส่งตนก่อนโกหกว่ารถตนเสีย บัวจึงเป็นฝ่ายบอกขาวให้ไปส่งเคที่ ตนกลับเองได้เพราะนี่เป็นบ้านของตัวไม่ต้องห่วง

สุดท้ายขาวตัดสินใจให้นั่งรถไปด้วยกัน โดยไปส่งบัวก่อนแล้วจึงไปส่งเคที่ ระหว่างทางเคที่อ่อยขาวเต็มที่ถลกกระโปรงโชว์ขาอ่อนยกพาดคอนโซล จนขาวบอกให้เอาลงเสียเกะกะลูกตา

เคที่มองบัวทางกระจกมองหลังถามว่าชื่อบัวใช่ไหม แล้วทำเป็นชมว่าสวย แนะนำให้ไปนวดหน้าบำรุงผิวทำผม พูดแล้วทำเป็นนึกได้ว่าฐานะอย่างบัวแค่จะกินยังจะไม่มีคงคิดเรื่องพวกนี้ไม่ได้

ขาวทนฟังเคที่ดูถูกบัวไม่ไหวเบรกรถเอี๊ยดทันที เคที่หัวคะมำชนคอนโซลหน้าอย่างแรง ขาวปรามว่า "ถ้าคุณพูดดูถูกบัวอีกครั้งเดียว ผมจะไล่คุณลงจากรถทันที"

"ฉันจะฟ้องป๊า" เคที่ขู่ แต่ขาวไม่สนใจกลับจ้องหน้าเธอเขม็งจนเธอไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย

พอไปถึงบ้านบัว ขาวลงไปไหว้ก้อนกับเภาถามว่าวันนี้ทำอะไรกินกัน บัวเพิ่งลงจากรถ เธอหันไปไหว้ขอบคุณเคที่ ถูกเคที่หยิกแขนดึงไว้พูดเบาๆแต่เหี้ยมว่า
"ขาวเป็นสมบัติของฉัน เพราะฉะนั้นแกห้ามยุ่งเข้าใจไหม" บัวตกใจรีบบอกว่าตนกับขาวไม่ได้คิดอะไรกัน "ฉันก็ไม่ได้เครซี่อะไรนายนั่นนักหรอก แต่ฉันหวงของเล่นของฉันก็เท่านั้น"

ขณะนั้นเอง ก้อนร้องถามบัวว่าทำอะไรอยู่ไม่เห็นเข้าบ้านสักที บัวจึงขอร้องเคที่ให้ปล่อย พอเคที่ปล่อยมือที่หยิกแขนอยู่บัวก็รีบออกไปหาพ่อกับขาว

ooooooo

บัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินยิ้มแย้มเข้าไปชวนขาวกินข้าวด้วยกันเพราะแม่แกงขี้เหล็กของชอบของเขา ขาวถามว่าชวนใครมากินบ้าง บัวร่ายรายชื่อยาวจนสุดท้ายบอกว่าดำก็มาด้วยเท่านั้นขาวก็เปลี่ยนสีหน้าทันที อ้างว่าต้องไปส่งเคที่อยู่กินด้วยไม่ได้

เคที่เดินตามมาถึงที่แคร่หน้าบ้าน บัวแนะนำพ่อกับแม่ว่าเคที่เป็นลูกสาวของเสี่ยเจ้านายของขาว ทั้งก้อนและเภาต่างพากันไหว้อย่างนอบน้อม เคที่เพียงแต่มองหน้าทั้งสองคน แล้วเดินไปดูปลากับผักท้องนาที่เก็บมาวางอยู่บนแคร่ ทำหน้ารังเกียจถามว่ากินอะไรกันเนี่ย

จนมาถึงจานที่ใส่แมงดาวางอยู่ เคที่มองเหมือนเห็นสัตว์ประหลาดถามว่านี่ตัวอะไร ขาวคุยอวดว่านี่แหละเคล็ดลับความอร่อย หอมสุดๆเลยล่ะ เคที่มองหน้าขาวแล้วหยิบแมงดาขึ้นสูดดม

พอสูดดมเข้าไปอึกเดียว เคที่ทำหน้าจะอ้วกให้ได้ ร้องว่าเหม็นที่สุดในโลกเลย แล้วทำดีดดิ้นขยะแขยง แม้ขาวกับบัวจะรู้สึกขัดตาแต่เห็นท่าทางของเคที่แล้วก็อดขำกันไม่ได้

ขาวขับรถพาเคที่กลับ ระหว่างทางเขาแซวๆว่าเป็นไป ได้ไงไม่รู้จักแมงดา เคที่ทำหน้ารังเกียจบอกว่าของดีๆมีเยอะแยะไม่กินไปกินแมลงอะไรก็ไม่รู้ ตนไม่จำเป็นต้องรู้จักอาหารชั้นต่ำพวกนี้

"ของกินชั้นต่ำแบบนั้น เลือกกินเลือกอยู่อย่างคุณ ถ้าวันหนึ่งอับจนขึ้นมาจะอยู่ยังไง" ขาวถาม เคที่ตอบอย่างยโสว่า อย่างตนไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่เพราะสมบัติที่ป๊าให้ไว้กินไปอีกชาติหนึ่งก็ไม่หมด พูดแล้วถามขาวว่า เดี๋ยวจะกลับไปกินข้าวที่บ้านบัวอีกใช่ไหม

" ไม่..." ขาวตอบหน้าเครียดขึ้นมาทันที เพราะรู้ว่าถ้าไปต้องเจอดำแน่นอน

ooooooo

หลังจากล้อมวงกินข้าวกับแกงขี้เหล็กกันแล้ว บัวเอาเงินที่ขาวให้เอาไปไถ่ที่นาจากแม่เลี้ยงอุ่มคำให้ทุกคนดู ผู้ใหญ่ชื่นชมน้ำใจของขาวว่าไม่เสียทีที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ บัวบอกว่าตนเกรงใจถ้าทำงานหาเงินได้จะเอาไปคืนให้ขาวเร็วที่สุด

"เรื่องคดีไฟไหม้บัวไม่ต้องห่วงนะ    งานนี้ไม่มีมวยล้มแน่" จีรายุสเอ่ยขึ้น ถูกดำแซวว่าถึงแม้ลุงจ่าจะล้มมวยดื้อๆก็เถอะ เลยทำให้จ่าดำเกิงกินปูนร้อนท้องขึ้นมา พูดเสียงเมาๆว่า

"โธ่...ก็หลักฐานมีอยู่เท่านั้นจริงๆ อีกอย่าง ผู้กำกับแกก็ไม่ได้ให้เน้น"

แม่ตุ๊กถามว่าคดีมีเน้นไม่เน้นด้วยหรือ ผู้ใหญ่หยอกแกมหยิกว่า "เน้นตามฐานะเจ้าทุกข์รึเปล่าวะไอ้จ่า"

"เฮ้อ...โดนยำกลางวงทุกทีเลยกู โน่น...ลูกเอ็งก็ตำรวจเหมือนกันล่ะวะ" จ่าโอดโอย

"แต่หนูนี่แหละจะปฏิวัติโรงพักเราซะใหม่ หมดยุคแล้วที่ข้าราชการต้องไหลไปตามนายทุกเรื่อง ขืนนายพาไหลเข้ารกเข้าพงไม่แย่ไปทั้งประเทศเหรอ" แก้วประกาศอย่างมุ่งมั่น

เภาบอกว่าเอาเถอะที่ดินเราก็จะได้คืนแล้ว ไร่นาเราจะฟื้นกันใหม่ ก้อนบอกทุกคนว่าถ้าพวกมันกลับมาอีกตนสู้ตายแน่ บัวเลยตัดบทว่าจะไม่มีใครตายทั้งนั้น ก้อนเลยเงียบไป

ดำนั่งอยู่ในวง หูฟังการสนทนากันแต่ตามองไปไกล จนแก้วถามว่าคิดอะไรอยู่ เมื่อพากันมาที่แก่งเอื้อมดาว ดำปรารภว่าฐานะของขาวมั่นคงจนตนเป็นห่วง แก้วท้วงติงว่าเรายังไม่พบสิ่งผิดปกติของเสี่ยพิทักษ์มากไปกว่าอดีตที่เป็นมาเฟีย

"แก้วลืมอาหารมื้อกลางวันที่บ้านเสี่ยพิทักษ์ไปแล้วเหรอ" ดำถาม แล้วชี้ให้เห็นว่า "ถึงยังไงฉันก็ยังสงสัยว่าแค่ทำ ศูนย์หัตถกรรมช่วยเหลือชาวบ้าน ทำไมต้องเรียกข้าราชการระดับปกครองอย่างนายของเธอ นายของพี่เข้าไปพบด้วย"

แก้วเสริมว่าโดยเฉพาะแม่เลี้ยงอุ่มคำ ดำเชื่อว่าคนที่เลวเข้ากระดูกดำอย่างแม่เลี้ยง ไม่มีวันกลับตัวได้ง่ายขนาดนี้แน่

ดำคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งแล้วลุกพรวดขึ้น แก้วถามว่าจะไปไหน

"ในเมื่อสงสัยก็ไปหาคำตอบสิแก้ว"

ooooooo

แก้วกับดำพากันไปที่ข้างกำแพงศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย แก้วมีกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วย พอทุกอย่างพร้อม แก้วก็กระโดดจะปีนกำแพง ถูกดำกระชากตัวลงมาอย่างแรงจนเสียหลักล้มทับกันที่พื้น ปากต่อปากชนกันโดยไม่ตั้งใจ แต่ทั้งคู่ต่างก็เขิน พอลุกขึ้นได้ แก้วถามว่ามาดึงตนทำไม ดำชี้ให้ดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตลอดแนวกำแพง

เมื่อถูกดักไว้แน่นหนาขนาดนี้ ทั้งคู่ก็เปลี่ยนแผนแอบไปที่ถนนหน้าศูนย์ซึ่งมีรถบรรทุกมาจอดรอเข้าข้างในอยู่ แก้วกับดำแอบขึ้นไปที่ท้ายรถมุดเข้าใต้ผ้าใบนั่งเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก

ครู่หนึ่งรถก็เคลื่อนเข้าข้างใน ทั้งสองมองลังรอบตัวแล้วตกลงกันว่าเราต้องงัดลังออกดูว่าข้างในเป็นอะไร แต่ไม่ทันลงมือทำอะไร เสียงลูกน้องเสี่ยคนหนึ่งก็สั่งพรรคพวกให้เอาลังลงแล้วขนเข้าข้างในให้หมด

เมื่อจวนตัวแบบนี้ แก้วตัดสินใจเดินเข้าไปหาการ์ดคนหนึ่ง เรียกเสียงหวาน

"พี่ขา..." การ์ดตกใจถามว่ามาได้ยังไง แก้วโกหกว่าตนทำงานที่นี่ มันขอดูบัตร แก้วทำเป็นล้วงมือลงในกระเป๋าดึงความสนใจของมัน แต่พอชักมือออกมาอีกมือหนึ่งก็ซัดหมัดเข้าที่ปลายคางจนมันลงไปนอนสลบกับพื้นทันที แก้วบอกกับร่างหมดสติก่อนเดินไปว่า "ไปดูในฝันแล้วกันนะพี่"

ดำกับแก้วซึ่งผ่านการฝึกปรือทั้งจากหลวงพ่อและโรงเรียนตำรวจมาอย่างดีแล้ว ต่างช่วยกันกำจัดการ์ดที่เหลือแล้ววิ่งเข้าไปในโถงด้านหลังศูนย์ฯ

ที่นั่นไม่มีกล้องวงจรปิด เลยตัดสินใจงัดลังกันตรงนั้น แม้จะมีแค่ไขควงตัวเดียวก็ยังมีความพยายามที่จะเปิดลังให้ได้  ขณะทั้งสองช่วยกันใช้ไขควงเปิดลังอย่างทุลักทุเลนั่นเอง เสียงหนึ่งก็ถามขึ้น

"ให้ช่วยไหม!"

ดำกับแก้วชะงักหันไปมอง เห็นเจษ แบ็งค์ และหมียืนจังก้าอยู่ เจษสั่งลูกน้องให้จับทันที แต่จะจับทั้งสองไม่ใช่เรื่องหมูๆ

ขณะกำลังตะลุมบอนกันนั่นเอง จู่ๆขาวก็เข้ามาช่วยแก้วที่กำลังถูกแบ็งค์กับหมีรุมเล่นงาน เจษตะโกนถามขาวว่าทำอะไร! ก็พอดีเสียงเสี่ยพิทักษ์เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นมีอำนาจว่า

"เอาล่ะ พอกันได้แล้ว" เสี่ยเดินออกมาจากด้านในพร้อมกับบึมเข้ามาพูดกับดำและแก้วด้วยสีหน้าผิดหวังว่า "ทำไมปลัดกับหมวดไม่ขอค้นดีๆล่ะครับ"

แล้วเสี่ยก็พาทั้งสองไปที่มุมโถงด้านหลังศูนย์ฯ เปิดลังให้ดูกันจะจะ ปรากฏว่าลังหนึ่งเป็นหนังสือกองโต อีกลังหนึ่งเป็นเครื่องปั้นที่ทำขึ้นอย่างสวยงาม เสี่ยบอกว่าหนังสือพวกนี้

ตนตั้งใจจะเอามาแจกเด็กๆ ขาวชี้ไปที่อีกลังหนึ่งบอกว่า

"ส่วนเครื่องไม้กับเครื่องเคลือบนั่น เราสั่งมาเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านที่มาทำงานที่นี่ เราจะยกระดับงานฝีมือชาวบ้านเพื่อการส่งออก" พูดแล้วขาวจ้องหน้าดำอย่างไม่พอใจ

เจษถามว่าโทร.หาผู้กำกับสุจริตกับนายอำเภอเลยดีไหม เสี่ยบอกว่าเรื่องนั้นตนจัดการเอง แล้วพูดกับดำและแก้วว่า

"ผมเข้าใจเจตนาของคุณสองคนดี แต่ผมขอยืนยันว่าผมเข้ามาที่อำเภอน้ำงามด้วยเจตนาบริสุทธิ์" แล้วเสี่ยก็ทำหน้าเศร้าพูดน่าเห็นใจว่า "ผมอายุมากขึ้นทุกวัน ขอโอกาสให้ผมทำอะไรดีๆกับแผ่นดินก่อนที่ผมจะจากโลกนี้ไปเถอะนะครับ ผมขอร้อง..."

ooooooo

เมื่อดำกับแก้วกลับมาขึ้นรถที่จอดอยู่ชายป่า ทั้งคู่หงุดหงิดมาก นอกจากเสียฟอร์มแล้วยังต้องโดนผู้กำกับและนายอำเภอตำหนิรุนแรงแน่ๆ แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญอะไรอีก แก้วก็ยังไม่หายสงสัยเสี่ยอยู่ดี ดำบอกว่าเอาไว้เล่นยกหน้าก็แล้วกัน พลางสตาร์ตรถออกไป

ทันใดนั้น ดำต้องเบรกรถอย่างแรงเมื่อเห็นขาวโผล่พรวดออกมายืนขวางถนน ขาวเอาปืนที่เขาซื้อให้แก้วมาคืน บอกแก้วว่าเธอลืมมันไว้ เตือนว่า

"ทำอะไรระวังหน่อยนะแก้ว  ฉันไม่อยากให้ประวัติการรับราชการของแก้วต้องแปดเปื้อน"

"ฉันว่านายนั่นแหละต้องระวัง   บอกตรงๆนะขาวถึงตอนนี้ฉันก็ยังสงสัยเสี่ยนั่นอยู่"

"พี่ดีใจนะ ที่แกเอาเงินไปช่วยบัวไถ่ที่ดิน แต่แกไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมเสี่ยนั่นถึงให้เงินเดือนแกมากขนาดนี้" ดำชมแล้วสะกิดให้คิด

แทนที่ขาวจะคิด เขากลับมองว่าดำอิจฉาเสี่ยที่มีโครงการโดดเด่นล้ำหน้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินของตัวเอง ทั้งคู่โต้เถียงกันอีกตามเคย แก้วต้องหย่าศึกแล้วชวนดำกลับ ก่อนไปยังบอกขาวว่า

"ถ้าวันไหนเห็นท่าไม่ดีก็ถอนตัวซะนะ อย่าให้ฉันต้องใช้ปืนกระบอกนี้ไล่ล่าคนที่ให้ฉันมาเลย"

ขาวฟังแล้วมองตามรถของแก้วไปด้วยความหงุดหงิด

ooooooo

หลังจากจัดการกับดำและแก้วแล้ว เสี่ยชมเจษ ว่ารอบคอบดี เจษย่ามใจคุยว่า

"เพราะรู้ไงครับว่าสองคนนั่นมันจ้องเราอยู่ ผมเลยสั่งของเผื่อไว้ต้อนรับมัน แล้วก็ได้ต้อนรับจริงๆ"

"ส่วนของที่ส่งมาใหม่ บอกคนของเรารีบติดตั้งให้เร็วที่สุด อีกสองสามวันจะมีกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศเข้ามา" เสี่ยกำชับ เจษรับคำแล้วเสนอให้จัดการย้ายดำกับแก้วไปอยู่ที่อื่น

เสียก่อนที่จะทำให้เราเสียหาย เสี่ยตัดบทว่า "ขืนทำอย่างนั้นตอนนี้ภาพนักบุญของฉันก็หมองกันพอดี เลี้ยงมันไว้ดูเล่นก่อน แกก็รู้ไม่ใช่เหรอเจษ ว่าฉัน...ชอบเล่นกับชีวิตคนแค่ไหน" เสี่ยพูดอย่างเลือดเย็น แล้วทั้งสองก็หัวเราะอย่างรู้ใจกัน

แล้วแก้วกับดำก็ถูกผู้กำกับและนายอำเภอตำหนิตามคาด ทั้งสองไม่พอใจที่ดำกับแก้วไปทำงานเกินหน้าที่ ปรามทั้งคู่ว่าถ้าไม่เชื่อตนระวังเก้าอี้จะร้อนกันหมด

ooooooo

วันต่อมา ขณะมานั่งกินข้าวด้วยกันที่หน้าบ้านบัว แก้วยังไม่หายเจ็บใจบ่นว่างานนี้ถ้าเป็นมวยก็แพ้น็อกไม่เห็นท่า แม่ตุ๊กตำหนิว่าดำกับแก้วก็ผิด วันหลังทำอะไรให้ระวังหน่อย

"อีกหน่อยถ้าสงสัยอะไรก็เดินเข้าไปได้นี่หว่า อีกไม่กี่วันเขาก็เปิดเป็นที่ท่องเที่ยวแล้ว" จ่าดำเกิงเสนอบอกข่าวไปในตัว

พอดีดำกับจิรายุสไปปลูกหญ้าแฝกที่ท้ายไร่ของบัวกลับมา ทั้งเภาและก้อนขอบคุณทุกคนมาก เพราะถ้าลำพังตนสองคนกับบัวไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรจึงจะฟื้นฟูสภาพของไร่นาขึ้นมาได้

ดำนึกได้บอกทุกคนว่าอีกสองวันจะเป็นวันแม่แล้วอย่าลืมไปที่วัดกัน เพราะหลวงพ่อจะจัดงานวันแม่ควบไปกับวันพระเพื่อชาวบ้านจะได้เรียนรู้และชมโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินด้วย

ขณะนั้นเองบัวเพิ่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับมา แก้วถามว่า ไปไหนมาตั้งนาน

"อ๋อ...บัวแวะไปบ้านแม่เลี้ยงอุ่มคำมาจ้ะ" บัวบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ

ooooooo

ที่ห้องนั่งเล่นบ้านริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยกำลังคุยโทรศัพท์อารมณ์ดีกับปลายสาย พูดกลั้วหัวเราะว่า "ว่างๆเชิญท่านมาพักผ่อนที่นี่ได้...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงผมจัดช้างเผือกรอให้บริการท่านอยู่แล้วครับ" พูดเสร็จวางสายยิ้มกริ่มอารมณ์ดี

แม่เลี้ยงอุ่มคำเดินหน้าง้ำเข้ามา เสี่ยถามว่าผู้หญิงที่ตนให้หามาทำงานสำเร็จไหม แม่เลี้ยงคุยโวว่ามือชั้นนี้แล้วไม่มีพลาด เสี่ยเลยถามว่าแล้วทำไมถึงหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น

"ก็นังบัวสิคะแวะมาบอกที่บ้านว่าสิ้นเดือนนี้จะมาไถ่ที่ดินคืน ฉันล่ะไม่อยากเชื่อจริงๆไหนว่าเสี่ยส่งลูกน้องไปเผาผลผลิตมันจนวอดวายหมดแล้วไงคะ"
ทั้งเสี่ยและเคที่ยืนยันว่าเผาวอดวายแล้วจริงๆเพราะตนเห็นกับตา แต่สงสัยว่าทำไมบัวจึงยังมีเงินมาใช้หนี้

แม่เลี้ยงพูดยั่วยุว่าถ้าบัวเอาที่กลับไปได้ก็น่าเสียดายมาก เสี่ยหัวเราะร่วนบอกว่าเรื่องเล็กตนอยากได้อะไรก็ต้องได้ บอกแม่เลี้ยงให้เตรียมขายที่ผืนนั้นต่อให้ตนเลย รับรองไม่มีปัญญามาไถ่คืนแน่

"แล้วป๊าจะทำยังไงเหรอคะ" เคที่ถาม

"เผาไร่ขู่มันยังไม่ยอมแพ้ งั้นคงต้องให้มันเผาคน!"

ooooooo

ในงานวันแม่ที่หลวงพ่อพูดติดตลกเชิญชวนญาติโยมมาฟัง "ทอล์กโชว์" ของท่านนั้น มีชาวบ้านมากันหนาตาที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวผู้ใหญ่ ส่วนบัวมาคนเดียวเพราะเภาไม่ค่อยสบายบัวจึงให้แม่นอนพักที่บ้านกับพ่อ

แต่ก่อนออกมาที่วัดบัวก็ได้กราบแม่ด้วยความระลึกถึงบุญคุณที่อุ้มท้องและเลี้ยงตนมาจวบจนวันนี้

"คำพูดล้านคำก็ไม่เท่ากับการกระทำที่เอ็งมีให้พ่อกับแม่หรอกบัว เพราะเอ็งทำในสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้วที่ลูกพึงกระทำต่อพ่อแม่" เภากอดบัวไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ


วันนี้แก้วและจีรายุสก็มาด้วย ทั้งสองรีบเดินไปที่ศาลาวัดเพราะหลวงพ่อขึ้นศาลาแล้ว บัวมาถึงพอดีจึงขึ้นศาลาไปด้วยกัน

บัวไม่เห็นดำ ถามแก้วว่าดำไปไหน แก้วเองก็ไม่รู้เพราะตั้งแต่เย็นก็ไม่เห็นแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่าดำไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่แก่งเอื้อมดาว เขาอดคิดถึงแม่ไม่ได้แต่แล้วก็ตัดใจบอกตัวเองว่า "ทำใจเรื่องไม่มีแม่ ให้ได้ซะทีซีวะ เอ็งมีหลวงพ่อเป็นทั้งพ่อทั้งแม่อยู่แล้วนี่หว่า"

คิดได้แล้วดำก็ลุกจะเดินกลับไปที่วัด แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นขาวเดินมาทางนี้ ดำเรียกขาวไว้ด้วยความดีใจ แต่พอขาวหันมากลับบอกดำด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรว่า

"วันนี้ฉันไม่อยากมีเรื่อง"


"ฉันก็ไม่อยากมีเรื่องกับแกสักครั้ง" ดำตอบแล้วหว่านล้อมว่า "วันนี้...วันแม่ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม"

"ไม่! ชีวิตฉันมีแต่ปัจจุบันกับอนาคต อดีตสำคัญตรงไหนฉันไม่เห็นต้องใส่ใจกับคนที่ทิ้งเราได้ลงคอ" ขาวพูดอย่างมีอารมณ์

"ถึงแกกับฉันจะไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ แต่ฉันก็พอมองหัวใจแกออกว่าแกก็เศร้าเหมือนกับฉัน" พูดแล้วดำเดินมายืนตรงหน้าขาว "วันนี้วันแม่ แต่แกเอาดอกมะลิไปไหว้หลวงพ่อ ก็ได้นะขาว หลวงพ่อเป็นทั้งพ่อและแม่ของเราสองคนนะ"

พูดแล้วดำก็คิดถึงอดีต...อดีตเมื่อ 20 กว่าปีก่อน...

เวลานั้นดำยังเด็ก หลวงพ่อได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ เมื่อไปดูจึงพบทารกแรกเกิดร้องไห้จ้าอยู่ในผ้าอ้อมเก่าๆที่วาง ไว้ในพุ่มไม้ ตามเนื้อตัวมีมดแมลงไต่กัดแดงเป็นตุ่มๆ

หลวงพ่อเอาทารกนั้นมาเลี้ยง ตั้งชื่อให้ว่าขาว เพื่อจะได้ คู่กับดำ หมายให้เป็นตัวแทนของความสมดุล หลวงพี่ฉิมมองหลวงพ่ออย่างสงสัยในคำพูด หลวงพ่อลุกเดินพลางอธิบาย

"ขาวกับดำ สว่างกับมืด ความเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง ความเศร้าหมองกับการมีชีวิตชีวา คล้ายๆตำราหยินหยางของจีนนั่นแหละ"

"โอ้โห...แล้วเจ้าเด็กสองคนนี่มันจะเข้าใจเหรอครับหลวงพ่อ" หลวงพี่ฉิมยังงงๆอยู่

"เรียนรู้สิท่าน คนเราเกิดมาต้องเรียนรู้ เด็กสองคนนี่ จะได้รู้ว่าชื่อของเขาไม่ใช่แค่ดำกับขาวดาดๆเท่านั้น จำไว้นะเจ้าดำ...เจ้าขาว"

หลวงพ่อหัวเราะ มองดำกับขาวด้วยความรัก เมตตา และเปี่ยมด้วยความหวัง

คิดถึงอดีตแล้ว ทำให้ดำยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะต้องไม่ทำให้ หลวงพ่อผิดหวัง ชวนขาวว่า

"พี่กำลังจะกลับไปที่วัด วางความเกลียดพี่ไว้ตรงนี้ สักวัน แล้วเอาดอกมะลิไปไหว้หลวงพ่อด้วยกันนะขาว"

ดำชวน แต่ขาวกลับนิ่งคิด...ไม่ตอบอะไร

ooooooo

ที่วัด หลวงพ่อยังนั่งธรรมาสน์ เทศนาแก่ญาติ โยมอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ยิ่งวันนี้เป็นวันแม่ หลวงพ่อได้สอนให้ทุกคนได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ที่ให้กำเนิดเรามาเป็นตัวตนทุกวันนี้

พอดีดำมาถึง หลวงพ่อจงใจพูดสื่อถึงดำว่า

"สำหรับคนที่มีแม่แต่ไม่ได้อยู่กับแม่หรือแม้ไม่มีโอกาส ได้เลี้ยงดู อย่าเพิ่งน้อยใจไปว่าแม่ทอดทิ้ง เพราะที่จริง ระยะเวลาเก้าเดือนที่เราได้อาศัยไออุ่นในครรภ์มารดา ก็เป็นพระคุณ ที่สุดจะทดแทนได้หมดแล้ว"

ดำยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งในคำสอนของหลวงพ่อ

ส่วนขาวกลับไปนอนพักที่ห้องในบ้านพักริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ บึมนอนดูหนังอยู่บนเตียงถามว่าไปไหน ทำไมกลับมาเร็วจัง ขาวไม่ตอบ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเอามือก่ายหน้าผาก บึมมองแล้วบ่น "อะไรวะ พูดด้วยก็ไม่พูด..."


ขาวนอนหลับไป เขาฝันถึงตัวเองตอนเป็นเด็กว่าเคยถามหลวงพ่อว่าหน้าตาแม่ของตนเป็นอย่างไร เพราะครูให้วาดรูปแม่ แต่ตนไม่เคยเห็น นึกไม่ออก

หลวงพ่อบอกขาวว่าแม่เขาเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุด ครั้นขาวถามว่าหลวงพ่อเคยเห็นแม่ตนหรือ กลับได้รับคำตอบว่า

"ไม่เคยหรอก แต่ข้าว่าผู้หญิงทุกคนที่อุ้มท้องลูกมาได้เก้าเดือนนี่ มหัศจรรย์มากๆ มากจนคิดว่าให้ข้าไปอุ้มท้องข้าจะทำไหวรึเปล่า"

เวลานั้นขาวพูดประสาเด็กว่าตนวาดรูปหลวงพ่อแทนแม่ได้ไหม เพราะตนนึกหน้าแม่ไม่ออกจริงๆ หลวงพ่อเลี้ยงตนมานึกหน้าหลวงพ่อง่ายกว่าตั้งเยอะ หลวงพ่อดึงขาวเข้าไปกอดด้วยความรักเอ็นดู

ขาวตื่นจากฝัน ลุกพรวดขึ้น บึมยังดูทีวีอยู่ถามว่าจะไปไหน ขาวบอกว่าไปหาหลวงพ่อแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อยังเทศนาไม่จบ ท่านเทศน์จนบัวน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของแม่

ที่นั่น แม่เลี้ยงอุ่มคำมาฟังเทศน์ด้วย แต่เป้าหมายสำคัญคือ ต้องการมาย้ำกับบัวว่าอย่าลืมที่เรานัดกัน จนแก้วต่อว่าที่ทำอะไรไม่เกรงใจหลวงพ่อบ้างเลย เล่นทวงกันบนศาลาวัดแบบนี้

"ไม่ลืมจ้ะแม่เลี้ยง บัวเตรียมเงินไว้แล้วล่ะจ้ะ" บัวตอบอย่างเจียมตัว

เภากับก้อนอยู่ที่บ้าน เภากังวลบ่นกับก้อนว่าเราน่าจะเอาเงินไปฝากธนาคารไว้ ก้อนบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องถอนไปไถ่ที่คืนแล้วเอาไว้ที่บ้านนี่แหละ   อีกอย่างคือที่บ้านเราไม่เคยมีเรื่องปล้นชิงกัน

ก้อนบอกให้เภานอนพักเสียเดี๋ยวตนจะรอลูกเอง เภาเข้านอนด้วยความหวังว่าอีกไม่กี่วันครอบครัวเราก็จะได้มีความสุขจริงๆกับเขาเสียที

ก้อนเองก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เขาเดินไปหยิบของที่มุมบ้าน แต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักที่นอกบ้าน ก้อนมองขวับถามเสียงดัง

"ใครน่ะ!"

ที่แท้เป็นแผนชั่วของเสี่ยพิทักษ์ที่ต้องการฆ่าก้อนกับเภา แม้กระทั่งบัวเพื่อยึดที่ดินไปเป็นของตน โดยให้เจษนำแบ็งค์กับหมีสมุนคู่ใจบุกขึ้นไปบนบ้าน   ค้นได้เงินที่บัวจะเอาไปใช้หนี้ไถ่ที่นาก็ยึดไป เมื่อเภาต่อสู้ก็ถูกมันแทงจนมิดด้ามมีด ล้มเลือดทะลัก

ก้อนเข้าไปช่วยเภา สุดท้ายก็ถูกพวกมันยิงตายคาที่

ooooooo

ขาวลุกไปเก็บบัวที่บึงจะเอาไปไหว้หลวงพ่อ ได้ยินเสียงปืนมาจากทางบ้านของบัว ขาวทิ้งดอกบัววิ่งไปขึ้นรถขับไปที่นั่นทันที

ดำ แก้ว บัว และจีรายุสได้ยินเสียงปืนจากทิศบ้านบัวต่างลุกขึ้นพากันไปทางทิศนั้น

ขาวไปถึงเจอพวกเจษ แบ็งค์ และหมี แต่พวกมันอำพรางใบหน้า  เขาจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร  พอขาวมา  พวกมันก็พากันหนีไป ขาวเข้าไปอุ้มร่างเภาที่โชกเลือดจะพาไปหาหมอ เภาอาการหนักมากพยายามพูด ขาวก้มฟังได้ยินกระท่อนกระแท่นก่อนสิ้นใจว่า "ฝาก...บัว...ด้วย..."

ดำ แก้ว บัว และจีรายุสมาถึงพอดี ผลักประตูเข้าไปเห็นแต่ศพของเภาและก้อนนอนอยู่ ส่วนขาวหลบอยู่ในมุมมืดค่อยๆขยับจะหลบออกไป แต่พวกดำได้ยินหันไปเห็นพอดี ดำพยายามเรียกขาวที่ยกปืนเล็งมาที่ตน จีรายุสยกปืนเล็งขาว ทุกคนเห็นตัวขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือด ต่างเข้าใจว่าขาวเป็นคนฆ่าเภากับก้อน

ดำบอกให้ขาววางปืนเสีย ขาวไม่ยอมวางปืนแต่กลับวิ่งออกจากบ้านไป แต่ไปไหนไม่ได้เพราะรถของขาวถูกรถของแก้วจอดขวางอยู่ แต่เพราะดำกับจีรายุสวิ่งตามมา ขาวจึงยิงปืนขึ้นฟ้าสองนัดแล้ววิ่งหายไปในความมืด

ดำกับจีรายุสวิ่งตามไปจนถึงชายป่าเห็นขาววิ่งอยู่ไวๆ ดำร้องเรียกบอกให้ฟังตนก่อน ขาวไม่สนใจ อาศัยจังหวะที่ดำกระชากไหล่ ขาวก็เล็งปืนใส่อกของดำทันที

ดำจ้องตาขาวอย่างไม่สะทกสะท้าน ในขณะที่จีรายุส ถือปืนเล็งใส่ขาวอย่างระวังอยู่ใกล้ๆ จิตใต้สำนึกบางอย่าง ทำให้ขาวเบี่ยงปืนยิงไปทางอื่นแล้ววิ่งหนีไป จีรายุสตกใจนึกว่าดำถูกยิงวิ่งเข้าไปหา

"ผู้กองครับ ทางนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผม ผู้กองช่วยไปดูทางบ้านบัวด้วยนะครับ" ดำบอก

จีรายุสเอาปืนของตนให้ดำไว้ใช้ ดำไม่รับ จีรายุสเตือนว่าขาวมีปืน

"ถ้ามันจะยิง เมื่อกี้ผมเป็นผีไปแล้วครับ" ดำบอก จีรายุส พยักหน้าแล้วรีบวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านของบัว ดำตั้งสติก่อนลุกวิ่งไล่ตามขาวไปอีก

ooooooo

ดำวิ่งไปทันขาวที่ชายป่าอีกด้านหนึ่ง ขาวหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่โดยไม่รู้ว่าดำมาถึงตัวแล้ว พอรู้ตัวก็เล็งปืนใส่ ขาวสั่งห้ามขยับ ดำไม่สนใจ ถามขาวว่าใครฆ่าลุงก้อนกับป้าเภา ขาวบอกว่าตนไม่รู้

"แกไว้ใจฉันหน่อยสิขาว เราเป็นพี่น้องกันนะ" ดำหว่านล้อม

"ฉันไม่เคยนับญาติกับแก แกเองก็รอวันที่ฉันจะย่อยยับอับปางอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แกจะได้หมดคู่แข่ง"

"พี่ไม่เคยคิดแข่งอะไรกับแกเลยนะขาว..." ดำขยับเข้าหา พริบตานั้นขาวลั่นกระสุนเฉียดดำไปถูกต้นไม้ข้างหลัง ดำพุ่งเข้ารวบมือที่ถือปืนของขาวพูดอย่างฉุนจัด "เลิกบ้าได้แล้วขาว"

ขาวตีศอกใส่ดำจนหงายถามว่าอยากตายมากนักใช่ไหม ดำพูดเตือนสติว่าตนไม่อยากให้หลวงพ่อผิดหวังมากกว่า

"ไม่ต้องเอาหลวงพ่อมาอ้าง ถ้าจะวัดกันก็เข้ามาเลย!" ขาวท้าปรี่เข้าหาดำอย่างหน้ามืด

ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครด้วยฝีมือที่ทัดเทียมกัน จังหวะหนึ่งขาวตั้งหลักได้กำลังเงื้อหมัดใส่ดำก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแก้วถือปืนกระบอกที่ขาวซื้อให้เข้ามาจ่อที่ขาว น้ำตาคลอ

"อย่าให้ฉันต้องใช้ปืนกระบอกนี้ยิงคนที่ให้ฉันมาเลย

นะขาว" แล้วพูดเสียงเครือ

ขาวทำทียอมอ่อนข้อ แต่พอแก้วเข้าไปหากลับถูกขาวล็อกตัวไว้พูดข้างหูแก้วว่า

"ฉันรู้ว่าเธอไม่ทำอย่างนั้นหรอกแก้ว" สิ้นเสียงขาวก็ผลักแก้วใส่ดำอย่างแรงจนล้มไปทั้งคู่

พอดำกับแก้วลุกขึ้นมา ขาวก็หายไปแล้ว ต่างมองกันด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:13 น.