ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แก้วก็เช่นกัน ถูกผู้กำกับสุจริตตำหนิอย่างรุนแรงว่าตัวเองมีหน้าที่รักษากฎหมายไม่ใช่ไปทำไร่ ไถนาจนเกิดเรื่องแบบนี้ พอแก้วชี้แจงว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ก็ถูกผู้กำกับบ่นว่าดื้อชะมัด

ทั้งสองโต้เถียงกันอยู่นาน จนในที่สุดแก้วถามว่า

"ตกลงนายจ้างของข้าราชการคือใครคะ ผู้บังคับบัญชาที่กรุงเทพฯ หรือประชาชนทั้งประเทศ"

"ใช่...ที่หมวดคิดน่ะถูกทุกอย่าง แต่หมวดรู้ไหมว่าทำไมผมถึงถูกเด้งมาอยู่อำเภอไกลปืนเที่ยงอย่างนี้ แล้วรู้ไหมว่าทำไมนายอำเภอปราบถึงถูกดองอยู่ที่นี่"

ooooooo

เมื่อแก้วออกมาเจอบัวกับจีรายุสที่คอยฟังข่าว อยู่ข้างนอก บัวถามว่าเป็นยังไงบ้าง แก้วบอกว่าโดนบ่นจนหูชาไปแล้วถอนใจดังๆบ่นว่า

"เฮ้อ...ตกลงฉันจะต้องเป็นข้าราชการตามน้ำใช่ไหมเนี่ย ชีวิตถึงจะมีความสุข"

จ่าดำเกิงบอกแก้วเหมือนสอนลูกหลานว่าให้ทำตัวอย่างตนจึงจะไม่มีปัญหา แต่บัวเอาใจช่วยแก้วให้กำลังใจแก้วว่าอย่าเพิ่งหมดไฟ   จ่าดำเกิงยังพยายามแสดงความหวังดีกับแก้วอีก ถูกแก้วสวนไปว่า

"แก้วทรยศต่อภาษีอากรของประชาชนไม่ได้หรอกจ้ะลุงจ่า...เฮ้อ ป่านนี้พี่ดำจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้" แก้วบ่นนึกห่วงดำขึ้นมาว่าคงโดนแบบเดียวกับตนแล้วแน่ๆ

แต่ดำไม่ได้ท้อแท้หมดกำลังใจ ยิ่งได้รับกำลังใจจากหลวงพ่อดำก็ยิ่งมุ่งมั่น หลวงพ่อเตือนว่าคิดมากไปมันไม่ช่วยให้แก้ปัญหาได้หรอก สอนดำว่า

"หายใจลึกๆ ตั้งสติให้มั่น เมื่อเอ็งมีสติ เอ็งจะเห็นทางออกของปัญหานี้เอง"

ooooooo

เช้าวันต่อมา เมื่อบัว ก้อน และเภา เอาผักปลอดสารพิษไปขายที่ตลาด ถูกชาวบ้านพากันเมิน จนก้อนบ่นว่าไม่มีใครซื้อผักเราเลย ถ้าเป็นอย่างนี้คงแย่เพราะยังมีผักคาแปลงอยู่อีกตั้งเยอะ

แล้วจู่ๆแม่เลี้ยงอุ่มคำก็มาเยาะเย้ยพวกบัวว่า ในที่สุดก็แพ้ภัยตัวเอง ผักปลอดสารพิษทำเอาหามเด็กเข้าโรงพยาบาลเป็นคันรถเลย

เสียงแม่เลี้ยงอุ่มคำทำให้ชาวบ้านที่มาตลาดหันมา สนับสนุนแม่เลี้ยงรุมกันต่อว่ามากมาย บัวกับแม่พยายามชี้แจง ก็ถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำประกาศกลางตลาดว่า

"อย่าไปเชื่อมัน ไอ้ผักพวกนี้มันผักลวงโลก"

"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ลวงโลกด้วยสิวะ" เสียงหลวงพ่อดังขึ้น ทุกคนหันมอง หลวงพ่อเดินผ่านผู้คนเข้ามา ดำเดินตามมาติดๆ "ข้าไม่เคยสอนให้ลูกศิษย์ข้าลวงโลก แล้วถ้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินมันลวงโลกก็เท่ากับว่าข้าลวงโลกด้วย   เพราะว่าข้าสนับสนุนโครงการนี้"

แม่เลี้ยงแก้ตัวว่าตนไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แล้วจะชี้แจง แต่ถูกดำขัดขึ้นว่า

"ฉันว่าแม่เลี้ยงรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเกิดเพราะอะไร"

แม่เลี้ยงหันขวับจะเอาเรื่องดำ แต่พอเห็นหลวงพ่อกับดำจ้องเขม็งก็ท่าทีอ่อนลง พอดีแก้วแหวกคนเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

ดำยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ตัดสินใจหยิบผักที่วางขายขึ้นมาเคี้ยวกินกร้วมๆ พิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นกันจะจะว่ากินแล้วไม่เป็นอะไร หลวงพ่อช่วยเต็มที่หยิบผักขึ้นมาเคี้ยวบ้าง จากนั้นทั้งแก้ว และบัวก็ทำตาม

ชาวบ้านเกิดความมั่นใจขึ้นมาเลยเอาบ้าง หลวงพ่อกับดำช่วยหยิบผักส่งให้ชาวบ้านอีก พวกเขาเคี้ยวกินแล้วบอกว่าอร่อยดี ดำหันไปถามแม่เลี้ยงว่าเอาสักคำไหม แม่เลี้ยงค้อนตาแทบกลับหันไปสั่งลูกน้องให้กลับเดี๋ยวนี้

"เฮ้อ...ข้าจะโกรธหรือสมเพชเอ็งดีนะแม่เลี้ยงอุ่มคำ" หลวงพ่อมองตามแม่เลี้ยงพึมพำ

คราวนี้แม่เลี้ยงเสียหน้าหนักกว่าเก่า เพราะถูกหลวงพ่อฉีกหน้ากลางตลาด ลูกน้องยุให้สั่งสอนหลวงพ่อสักทีดีไหม แม่เลี้ยงไม่กล้า ไม่ใช่เพียงเพราะกลัวบาปแต่กลัวใจหลวงพ่อไม่รู้ว่าใครจะจัดการใครก่อนกันแน่ เลยได้แต่คิดแค้น

ooooooo

เคที่อ้อนเสี่ยจะขอตามไปที่น้ำงามด้วย จนเสี่ยใจอ่อนยอมให้ไป เธอดีใจมากพึมพำกับตัวเองขณะมองขาวว่า "นายหนีฉันไม่พ้นหรอก"

ขาวถูกตามตัวมาพบเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยมอบกุญแจรถให้ดอกหนึ่งบอกว่าเป็นรถสำหรับขาวไว้ใช้งาน ขาวเห็นว่าเกินความจำเป็น เสี่ยพูดหว่านล้อมว่า

"เอาไว้เถอะน่า นายทำงานให้ฉัน ยังไงนายก็ต้องมีรถไว้ใช้"

"ขอบคุณครับเสี่ย" ขาวรับกุญแจรถไปอย่างว่าง่าย แต่ที่ดีใจลึกๆ คือจะได้กลับไปที่น้ำงามแล้ว

ooooooo

โครงการของดำไม่เพียงไม่หยุดชะงัก  หากแต่ยังพัฒนายิ่งขึ้น เมื่อมีชาวบ้านมาลงชื่อสมัครอบรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่กับเขามากกว่าเดิม เณรจ้อยพูดกับหลวงพี่ฉิมว่างานนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำจ๋อยสนิท แต่ดำไม่เชื่อว่าแม่เลี้ยงจะยอมหยุดแค่นั้น เพาะเคยได้ประโยชน์ มากมายพอเสียไปก็คงไม่พอใจแน่
"เฮ้ย...ความโลภไม่สิ้นสุด แล้วความสุขจะเกิดได้ยังไง" หลวงพี่ฉิมเปรยๆ

"โอ้โห...ใช้ได้เลยนะเนี่ยหลวงพี่" เณรหยอกจนหลวงพี่ยิ้มภูมิใจมาก

ขณะนั้นเอง แก้วกับบัวเดินมา พอเห็นป้ายไม้ที่เขียนไว้ว่า "โรงเรือนอนุบาลต้นไม้" แก้วบอกว่าชื่อน่ารักจัง ดำยิ้มเห็นฟันขาวคุยโอ่ว่าก็น่ารักเหมือนคนตั้งไง   เลยถูกแก้วทำเสียงแหวะใส่

บัวถือขวดติดมือมาด้วย หลวงพี่ฉิมถามว่านั่นขวดอะไร บัวบอกว่ามันคือน้ำส้มควันไม้   ดำสอนไว้ตอนนี้ตนทำเองได้แล้ว

"โห...เก่งมากบัว เนี่ยใช้บำรุงดินป้องกันแมลงศัตรูพืช ช่วยให้ผลไม้ติดดอก คราวนี้กิ่งไม้ที่ไม่ใช้ในไร่ก็เอามาทำให้เกิด ประโยชน์แล้วเห็นไหม" ดำยิ้มแย้มดีใจที่บัวเอาจริงเอาจัง

"จริงด้วย ครูทับทิมเขาเข้าใจพวกเราแล้วนะจ๊ะ เขาฝากมาบอกว่าขออนุเคราะห์โครงการอาหารกลางวันเหมือนเดิม" บัวนึกได้รีบบอก ดำตอบรับด้วยความยินดี

แก้วเดินดูผลงานของดำถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาบอกว่าเตรียมกล้าไม้ให้ชาวบ้านที่จะมาอบรมเอาไปปลูกตามป่าตามเขา โดยทุกคนที่มาอบรมต้องปลูกป่าแทนการเสียเงินอบรม พูดอย่างคาดหวังว่า

"ประโยชน์ก็จะเกิดกับทุกคน มีป่า มีน้ำ ทุกคนก็มีชีวิต โรงเรือนอนุบาลของต้นไม้เล็กๆที่จะเติบใหญ่ในธรรมชาติต่อไป"

ดูแลแปลงอนุบาลต้นไม้แล้ว ดำกับแก้วเดินไปทางท่าน้ำเพื่อจะล้างมือ ระหว่างทางดำยังบอกแก้วว่าเขาคิดจะทำค่ายเยาวชนเพื่ออบรมเด็กๆให้เป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป ซึ่งแก้วก็สนับสนุนเต็มที่ บอกว่าจะช่วยเหมือนอย่างที่ช่วยเขาปลูกต้นไม้วันนี้ แล้วชวนกันลงไปล้างมือที่ท่าน้ำ

เพราะคบหากันมาแต่เด็กๆหยอกล้อพูดคุยลุยมาด้วยกัน ทั้งแก้วและดำจึงคุยกันเหมือนเพื่อนสนิท แต่เพราะในใจต่างมีอะไรแอบแฝงอยู่ เมื่อดำคว้ามือแก้วไปช่วยล้างโคลนออกให้ เลยทำให้แก้วเขิน พอแก้วเขินชักมือกลับ ดำก็ชักเขินเหมือนกัน แต่พอรู้สึกตัวต่างก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แก้วดึงมือตัวเองกลับจะล้างเอง ลุกขึ้นแต่บันไดท่าน้ำ ลื่นทำให้เสียหลัก คว้าเอวดำหมับเลยตกน้ำไปด้วยกัน คราวนี้เลยยิ่งเขิน แก้วขึ้นจากน้ำก็เดินกลับบ้านไปเลย

ดำมองตามแก้วไปด้วยความรู้สึกที่สับสนกับ ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน

ooooooo

ขณะดำเดินกลับที่พักนั่นเอง เห็นสายใจ ผู้หญิงที่เขาเห็นมาคุยกับหลวงพ่อบ่อยๆเดินลงมาจากศาลาวัด พอเดินลงมาถึงที่โล่งแจ้งก็เอาผ้าคลุมไหล่คลี่ออกคลุมหัวอำพรางใบหน้าและเดินเลี่ยงๆไป ดำมองอย่างคุ้นตาสงสัย กำลังจะเดินตามไปดูก็พอดีหลวงพ่อเรียกเสียก่อน

ดำถามหลวงพ่อถึงผู้หญิงคนนั้น หลวงพ่อบอกว่าเขาก็แค่มาคุยธุระด้วยเท่านั้น


"ธุระ...ความลับเหรอครับหลวงพ่อ เห็นท่าทางลับๆล่อๆทุกที แล้วมาทีไรก็ต้องคุยกับหลวงพ่อนุ้งนิ้งๆกันอยู่สองคน"

ดำพูดไม่ทันจบก็ถูกตะพดหลวงพ่อเคาะหัวดังโป๊กฐานปากไม่ดีหาว่าหลวงพ่อคุยกับสีกานุ้งๆนิ้งๆ ดำคลำหัวป้อยๆตั้งข้อสังเกตว่า ดูๆไปผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนบ้านเราใช่ไหม เลยถูกหลวงพ่อตัดบทถามว่าตกลงจะเป็นปลัดหรือจะเป็นพนักงานสอบสวนกันแน่

"แหม...ก็แค่อยากรู้ให้หายสงสัยเท่านั้นแหละครับหลวงพ่อ"

"แต่ข้าขี้เกียจตอบ วันนี้งดให้ข่าว งดให้สัมภาษณ์ ข้าจะไปนั่งสมาธิในถ้ำ ห้ามกวนใจ"


แต่พอเข้าไปในถ้ำจริงๆ หลวงพ่อก็ต้องตั้งสติอยู่นานกว่าจะนั่งสมาธิได้อย่างที่ตั้งใจ

ooooooo

ดำยังคิดไม่ตก กลับไปนอนคิดจนฝันไปว่า ตอนนั้นตนยังเด็กๆเห็นสายใจเข้าไปนั่งคุยกับหลวงพ่อที่ศาลาท่าน้ำ ท่าทางหลวงพ่อค่อนข้างจริงจัง

ต่อมายังเห็นสายใจมาอีกหลายหน ทำให้ดำยิ่งสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

ขณะที่ในฝันกำลังจะไปหาคำตอบนั่นเอง ดำก็สะดุ้งตื่น พอตื่นมาก็ยังอดสงสัยไม่ได้คิดต่อไปว่า "ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่" แต่พอจะนอนต่อก็เอะใจ เมื่อแว่วเสียงบางอย่างอยู่ข้างนอก...

ดำถือไฟฉายส่องออกไปดู ที่แท้คือขาวมาซ้อมไม้ศอกอยู่อย่างจริงจัง พอเห็นแสงไฟฉายสาดมาขาวคว้าคบไฟที่อยู่ใกล้มือโยนใส่แต่ไม่ถูกไฟฉาย ขาวเลยวิ่งหนีไปในความมืด

ดำยังไม่รู้ว่าเป็นใครวิ่งตามไปหมายจะจับตัวให้ได้ วิ่งไล่กวดกันไปจนถึงชายป่าบริเวณวัด ขาวหยุดถอดเสื้อยืดที่ใส่มาพันหัวอำพรางใบหน้าไว้ ดำวิ่งมาพร้อมไม้พลองในมือ พุ่งไม้พลองใส่ขาวทันทีจนขาวเสียหลักล้มลง ดำพุ่งเข้าไปจับแขนขาวล็อกพลิกหน้าขึ้นมาดู ถูกขาวใช้ศอกกระทุ้งจนเบ้าไฟฉาย
แตกแสงดับวูบลงทันที

ทั้งสองต่อสู้กันในความมืด ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร  จังหวะหนึ่งทั้งคู่ประสานสายตากัน  ดำชะงักจำแววตาคู่นั้นได้ แต่ถูกขาวใช้ไม้ศอกตีใส่จนดำหงายลงไปกองกับพื้น แล้วขาวก็วิ่งหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

ooooooo

ที่ตลาดนัดเช้าวันรุ่งขึ้น บัวเอาสินค้าปลอดสารพิษไปวางขายหลายอย่าง จู่ๆแม่เลี้ยงอุ่มคำก็เข้ามาทักว่าขายดีสินะ

บัวบอกว่าขายดี ตนจำเป็นต้องปรับตัวใหม่มาทำเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อลดต้นทุนจะได้มีเงินมาใช้หนี้แม่เลี้ยง เภาเองก็ช่วยพูดว่าตนแพ้ยาฆ่าแมลงด้วย ขอให้แม่เลี้ยงเห็นใจด้วยเถิด

"ยังไงก็รีบๆเข้านะนังบัว ใกล้เวลาใช้หนี้แล้ว แกเบี้ยว ฉันยึดที่แกหมดแน่" พอบัวรับปากแม่เลี้ยงบอกว่าเดี๋ยวจะทำกับข้าวไปทำบุญสักหน่อย บัวเลยหยิบผักปลอดสารพิษฝากไปทำบุญด้วย หยิบผักถามว่าแค่นี้พอไหม

"ไม่..." แม่เลี้ยงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องกรูกันเข้ามาแย่งสินค้าของบัวไปหมด มิไยว่าเภากับก้อนจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่ฟัง สั่งลูกน้อง "ฉันจะเอาหมดนี่ ขนไปขึ้นรถให้หมด"

เมื่อก้อนเข้าแย่งคืนก็ถูกลูกน้องแม่เลี้ยงชกจนหน้าหงายลงไปกองกับพื้น แม่เลี้ยงเองก็เงื้อมือจะตบบัว พริบตานั้นเองขาวปรี่เข้ามาชกลูกน้องแม่เลี้ยงจนกระเด็น เขาจัดการลูกน้องแม่เลี้ยงลงไปหมอบกระแตหมด ทำเอาทุกคนมองตะลึง

พอแม่เลี้ยงเห็นว่าเป็นขาวแต่งตัวดูดีก็ทักว่าหายไปไหนแล้วทำไมถึง...แม่เลี้ยงมองอึ้งๆกับการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปของขาว

"พาคนของแม่เลี้ยงกลับไป ไม่อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแน่" ขาวบอก

แม่เลี้ยงขู่จะฟ้องหลวงพ่อ ขาวปรามว่าอย่าเอาหลวงพ่อเข้ามาเกี่ยว แม่เลี้ยงเลยจำต้องพาลูกน้องกลับไป

จากนั้นขาวขับรถพาบัว ก้อน และเภามาส่งที่บ้าน ทั้งยังจ่ายค่าสินค้าที่ถูกแม่เลี้ยงแย่งไปให้ด้วย บัวเกรงใจเพราะขาวเคยส่งเงินมาช่วยหลายครั้งแล้ว แต่ขาวบอกว่าเล็กน้อยไม่เป็นไร

ก้อน เภา และบัว ต่างชื่นชมที่ขาวมีน้ำใจและเจริญขึ้น ขาวบอกว่าบังเอิญตนได้เจ้านายดี บัวถามว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ เลยใช่ไหม

"พี่ยังไม่รู้นะบัว แต่ที่แน่ๆ พี่จะกลับมาช่วยคนที่นี่" ขาวพูดอย่างภาคภูมิใจ แล้วขอตัวกลับไปทำธุระก่อน

ooooooo

ขาวไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อลูบหัวขาวด้วยความปลื้มปีติที่เห็นขาวกลับมา ทั้งหลวงพ่อและพระเณรในวัดต่างได้รับจีวรและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ขาวนำมาถวาย หลวงพ่อถามว่าเลิกซิ่งแล้วใช่ไหม

"ครับหลวงพ่อ ตอนนี้ผมทำงานเป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ" หลวงพ่อถามว่างานอะไร ที่ไหน "มูลนิธิพิทักษ์ไทย ที่สร้างศูนย์หัตถกรรมอยู่ที่นี่น่ะครับ"

หลวงพี่ฉิมอุทานอย่างตื่นเต้นว่าไม่เบาเลยนะเนี่ย ก็พอดีดำในชุดข้าราชการเดินขึ้นมาที่ศาลา ดำดีใจมากที่เห็นขาวรีบเข้าไปหา แต่พอขาวหันมาเห็นดำ รอยยิ้มบนใบหน้าก็เจื่อนจางลงทันที

เมื่อหลวงพ่อพาขาวไปดูห้องที่ดำจัดตกแต่งและทำความสะอาดทุกอาทิตย์รอคอยวันที่ขาวจะกลับมาอยู่ ขาวมองไปรอบห้อง เห็นทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ขาวหันไปยกมือไหว้ ขอบคุณหลวงพ่อ

"ขอบคุณเจ้าดำเขาเถอะ เพราะเขาปัดกวาดเช็ดถูให้เอ็งทุกอาทิตย์"

"มีปลวกขึ้นตรงนั้น แต่พี่ซ่อมให้แล้ว แต่กว่าจะสำเร็จต้องรื้อของออกมาทั้งห้องเลยนะ ไงเนี้ยบไหม" ดำเล่ายิ้มแย้มดีใจที่ได้ทำให้ขาวมาตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่

ขาวฟังดำแล้วนึกถึงวันที่เขากลับมาเห็นดำขนข้าวของในห้องออกมากองนอกห้องหมด เกิดเข้าใจผิดจนหนีไปด้วยความไม่พอใจ

แต่สุดท้ายขาวก็ไม่กลับมาอยู่ที่ห้อง หลวงพ่อถามว่าแล้วจะไปอยู่ไหน ขาวแค่ยิ้มๆ

ooooooo

ขาวกลับมาถึงบ้านพักริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ พอดีเสี่ยถามเจษว่าขาวหายไปไหน เจษจะโทร.ตาม ขาวก็ปรากฏตัวขึ้น ขอโทษที่ไปโดยไม่ได้บอกเสี่ย เล่าว่าตน ไปไหว้หลวงพ่อมา

เสี่ยยิ้มแย้มบอกว่าไม่เป็นไรตนแค่ถามดูเฉยๆเท่านั้น บอกขาวว่า

"ระหว่างรอศูนย์หัตถกรรมเปิดอย่างเป็นทางการ ฉันคงต้องอาศัยนายช่วยแนะนำอำเภอน้ำงามให้ฉันด้วย ฉันอยากเข้าถึงชาวบ้านที่นี่ให้มากที่สุด จะได้ช่วยพวกเขาได้ถูกจุด"

"ได้ครับเสี่ย"

"เดินทางมาเหนื่อยๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนซะ วันพรุ่งนี้ ค่อยเริ่มงานกัน อ้อ...ขาว วันหลังฉันขอไปไหว้หลวงพ่อของนายด้วยคนนะ"

"ครับเสี่ย" ขาวยิ้มยินดีที่จะได้พาเสี่ยไปไหว้หลวงพ่อที่ตนเคารพรัก

มาถึงบ้านพักยังไม่ทันจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ เคที่ก็มาอ่อยขาวถึงห้องนอน ดีที่บึมอยู่ด้วยจึงช่วยกันแก้ปัญหาไปได้ ขาวระอาใจกับเคที่มากได้แต่คอยระวังตัวมากขึ้นเท่านั้น

ooooooo

วันต่อมาจ่าดำเกิงก็เอาห่อพัสดุไปวางที่โต๊ะแก้วบอกว่ามีคนฝากของมาให้ แก้วถามว่าใคร จ่าก็ไม่รู้ เลยลองแกะดูโดยมีจีรายุสคอยลุ้นอยู่ว่าจะเป็นระเบิดหรือเปล่า

พอแกะออกดู ข้างในเป็นกรอบรูปที่มีรูปลายเส้นของแก้วอยู่ทั้งยังมีกล่องปืนด้วย พอแก้วเห็นของในกล่องก็เดาได้ทันทีว่าเป็นของฝากจากใคร

แก้วเอากล่องพัสดุและการ์ดแสดงความยินดีที่แนบมาในกล่องไปยืนอ่านที่มุมหนึ่งในสถานีตำรวจด้วยความตื่นเต้น

"ของขวัญสำหรับผู้หมวดใหม่ ไม่แปลกใจเลยที่แก้วจะมีวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าแก้วทำได้ในสิ่งที่แก้วฝันเสมอ เก็บภาพนี้ ไว้ให้ดี เพราะฉันวาดมันด้วยชีวิต หอบมันไปทุกที่ที่ฉันไป เพื่อรอเวลาส่งให้แก้วในวันที่เหมาะสม...ส่วนปืน ฉันให้แก้วไว้จับคนร้าย ปืนดีๆเหมาะกับตำรวจดีๆ แก้วดีมากพอที่จะใช้มันบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน จำไว้นะแก้ว ฉันให้ของที่ดีที่สุดกับคนที่ฉันรักเสมอ"

แก้วดูรูปและปืนแล้วก็เอ่ยเบาๆด้วยความรู้สึกดีๆว่า "ขอบใจมากนะขาว"

ดำกับบัวตามหาแก้วอยู่พอเจอก็ทัก "ฮั่นแน่ หลบอยู่นี่เอง"

ที่แท้ดำกับบัวจะมาบอกแก้วเรื่องขาว แต่พอแก้วเอารูปกับปืนให้ดู ทั้งสองก็เข้าใจทันทีถึงความหมายการกระทำของขาว

ooooooo

วันนี้ เสี่ยพิทักษ์ไปกับเจษตามลำพังเพราะไม่ต้องการให้ขาวมารับรู้เรื่องราวที่ตนจะคุยกัน ขับรถวนจนคิดว่าหลง เสี่ยถามเจษว่านายอำเภอกับผู้กำกับรู้ไหมว่าตนมา เจษบอกว่ารู้ เสี่ยบ่นอย่างไม่พอใจว่า

"รู้แล้วยังไม่มาต้อนรับขับสู้ เดี๋ยวได้เก้าอี้ร้อน"

ขณะนั้นเอง เสี่ยมองออกไปเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำกำลังแสดงความเกรี้ยวกราดกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้อยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง เสี่ยดูรู้ทันทีว่าแม่เลี้ยงกำลังทำอะไรอยู่ สั่งเจษให้จอดรถ

แม่เลี้ยงแสดงความเกรี้ยวกราดอำมหิตกับลูกหนี้ ทั้งด่าทั้งให้ลูกน้องซ้อมชาวบ้าน เจษถามว่าเสี่ยสนใจหรือ

"ใช่ คนท้องถิ่นที่เค็มคับแคบอย่างนี้ ฉันต้องการให้มาร่วมงานด้วย"

"เสี่ยแน่ใจเหรอครับว่ามันจะช่วยงานให้เราได้"

"มองตานังคนนี้สิ ความเป็นคนแทบจะไม่เหลือ ที่สิงร่างมันอยู่อสุรกายชัดๆ" พูดแล้วเสี่ยให้เจษรอจนแม่เลี้ยงจัดการกับลูกหนี้เรียบร้อยแล้วจึงแวะเข้าไป ทีแรกแม่เลี้ยงก็มองตาขวางถามว่าเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นเสี่ยพิทักษ์ที่มาสร้างศูนย์หัตถกรรมใหญ่โต ก็ต้อนรับขับสู้อย่างนอบน้อม พูดออกตัวว่าที่ทำกับชาวบ้านเมื่อครู่นี้เพราะ "มันเป็นวิธีของที่นี่ คนจนหลายคนอ่านหนังสือไม่ออก ต้องใช้มือใช้ตีนพูดถึงจะเข้าใจ เสี่ยข้องใจอะไรรึเปล่า"

"ไม่ข้องใจเลยสักนิด เข้าใจทุกอย่าง ผมคิดว่าเราร่วมงานกันได้นะแม่เลี้ยง"

แม่เลี้ยงมองหน้าเสี่ยอย่างสงสัยเพราะไม่ทันตั้งตัวกับคำชวนแบบง่ายๆนี้

ooooooo

เช้านี้ขณะหลวงพ่อจะออกบิณฑบาต   ดำมาขอโทษหลวงพ่อที่ตามไปไม่ได้เพราะต้องไปธุระกับนายอำเภอ หลวงพ่อพูดติดตลกว่าไม่เป็นไร ตามหลวงพ่อ ออกบิณฑบาตตั้งแต่เล็กจนเป็นปลัดอำเภอขาดสักวันไม่เป็นไรหรอก

แต่ขาดดำไปก็ยังมีขาวเข้ามาแทน เพราะจู่ๆขาวก็มาขอตามหลวงพ่อไปบิณฑบาตด้วย ซึ่งขาวก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยออกมาใส่บาตร เอ่ยกับหลวงพ่ออย่างปีติยินดีว่า

"ดีใจครับ   ในที่สุดผมได้พบรู้จักหลวงพ่อจนได้" หลวงพ่อบอกว่าท่านก็เป็นแค่พระบ้านนอกเท่านั้น เสี่ยชมว่า "แต่หลวงพ่ออบรมขาวมาดีมากครับ ขาวช่วยชีวิตผมมาแล้วนะครับ แถมยังไม่เคยลืมที่จะกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดอีก"

คำชมของเสี่ยพิทักษ์ทำให้หลวงพ่อพลอยปลื้มไปด้วย เสี่ยยังบอกหลวงพ่อว่าแล้วจะไปกราบหลวงพ่อที่วัดอีก ส่วนขาวก็บอกกับเสี่ยว่าขอไปส่งหลวงพ่อแล้วจะรีบกลับมา

หลังจากใส่บาตรแล้ว เสี่ยพูดด้วยใบหน้าอิ่มเอิบว่า ทำบุญแล้วจิตใจสบายดีเหมือนกัน แล้วหันไปถามเจษว่า เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

"เรียบร้อยครับเสี่ย   บ้านเราพร้อมต้อนรับแขกชุดแรกที่จะมาเยือนครับ" เจษตอบด้วยแววตาที่พราวไปด้วยเลศนัย

แขกพิเศษของเสี่ยวันนี้คือแขกจากอำเภอและสถานีตำรวจ   แน่นอนว่าทั้งนายอำเภอปราบและผู้กำกับสุจริตต้องเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้ปลัดใหม่กับร้อยตรีหญิงแก้วตาไปด้วย แม้ทั้งสองจะพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ก็ขัดคำขอของเจ้านายไม่ได้

ooooooo

เมื่อไปถึงบ้านเสี่ยพิทักษ์ซึ่งสร้างอย่างใหญ่โตที่ริมน้ำ จ่าดำเกิงซึ่งขอติดสอยห้อยตามไปด้วย เห็นคนงานขนลังจากรถบรรทุกเข้าไปในศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยของเสี่ยก็สงสัย แต่ขณะกำลังจะขยับเข้าไปดูนั่นเอง แบ็งค์กับหมีที่จับตาดูอยู่ก็เข้ามาบอกจ่าว่า เป็นแอร์ ชาวบ้านที่มาทำงานจะได้เย็นสบาย แล้วรวบรัดเร่งให้จ่ารีบไปกินข้าวเสียเขาตั้งโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว

ที่บ้านเสี่ยนี่เอง เคที่ได้เจอกับดำ เธอเลียบเคียงถามดำว่าเขาเป็นคนที่นี่ก็คงต้องรู้จักผู้ช่วยของป๊าตน ทำให้เสี่ยนึกขึ้นได้ถามว่าขาวยังไม่กลับใช่ไหม เจษจะโทร.ตาม เสี่ยบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวคงมา แต่คนที่มาถึงก่อนคือแม่เลี้ยงอุ่มคำที่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ

พอเห็นดำกับแก้วก็ทักทายว่ามากับเขาด้วยหรือ แม่เลี้ยงทักทายยิ้มแย้มแต่แววตานั้นเชือดเฉือน ซึ่งทั้งดำและแก้วก็ไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
พอแก้วกับดำอยู่กันตามลำพัง ขณะขอตัวไปเข้าห้องน้ำก็ลงความเห็นพ้องกันว่าแม่เลี้ยงอุ่มคำมางานนี้ด้วยแบบนี้ชัดเลย สงสัยกันว่าเสี่ยพิทักษ์ต้องการอะไรกันแน่ แก้วบอกว่าไม่รู้เหมือนกันแต่รู้สึกที่นี่มีอะไรแปลกๆแล้วจะไปดู พอดำทัดทาน แก้วตั้งข้อสังเกตว่ามันน่าแปลกที่ตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมแต่มีการ์ดเยอะมาก

ดำทัดทานว่ามันเสี่ยงเกินไปเพราะเราขอตัวมาเข้าห้องน้ำเท่านั้นเดี๋ยวเขาจับได้ แก้วรั้นจะไปบอกดำว่า "ยากอะไร ก็อย่าให้เขาจับได้สิ ไปเร็ว!"

แต่ทั้งสองไม่ทันจะทำอะไร ก็เจอขาวที่เปลี่ยนชุดแล้วเข้าอย่างจัง ทักทายกันแล้วแก้วขอให้ขาวพาไปดูรอบๆนี่หน่อย ขาวถามว่าอยากดูที่ไหนบอกมาเลย

"ห้องน้ำไม่ได้อยู่ทางนี้นะครับ" เสียงเจษแทรกเข้ามา แล้วเดินมาหาทั้งสามด้วยสายตาที่มองอย่างจับผิด

ส่วนเสี่ยพิทักษ์นั่งคุยอยู่กับแม่เลี้ยงอุ่มคำ นายอำเภอปราบ และผู้กำกับสุจริตกันอย่างถูกคอ ต่างกรุยทางเอื้อประโยชน์ แก่กัน เสี่ยยิ้มแย้มยินดีชูแก้วดื่มให้กับความร่วมมือที่จะนำพาชาวบ้านให้หลุดพ้นความยากจนกัน

แก้ว ดำ และจีรายุส เฝ้าดูความสัมพันธ์ของเสี่ยพิทักษ์ กับเจ้าหน้าที่และแม่เลี้ยงด้วยความรู้สึกที่อึดอัดใจมาก

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพวกดำและแก้วมาตลอด เตือนเสี่ยให้ระวังดำกับแก้วเพราะสองคนนี้แสบจริงๆ

แต่เสี่ยกลับเห็นว่าดำกับแก้วก็เป็นแค่ตำรวจกับปลัดมือใหม่เท่านั้น ส่วนขาวก็เป็นแค่ลาโง่ตัวหนึ่งที่ตนหลอกใช้ ได้ง่ายดาย

การกลับมาของขาวครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ กับดำดีขึ้นเลย เพราะขาวยังคงมีอคติกับดำ เมื่อดำเตือนขาวเรื่องการทำงานกับเสี่ยพิทักษ์ กลับถูกขาวหาว่าดำอิจฉาที่ขาวได้ทำงานที่ดีกว่าและมีทางก้าวหน้ากว่า แก้วช่วยชี้แจงก็ถูกหาว่าเข้าข้างดำมาตลอด และเมื่อบัวบอกว่าทุกคนเป็นห่วงเขา ขาวกลับย้อนถามบัวว่า คิดว่าตนโง่ใช่ไหม ย้ำกับบัวอย่างหงุดหงิดว่า

"พี่ตั้งใจจะช่วยชาวบ้านทุกคนที่ลำบาก พี่ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้ เอาไว้บัวคอยดูก็แล้วกันนะ พี่จะทำให้บัวเห็นเอง"

บัวได้แต่ถอนใจกับความอคติของขาว ส่วนดำบ่นกับแก้วว่า

"เวลาไม่ช่วยล้างความเกลียดชังไปจากใจมันได้เลยจริงๆ"

ที่บ้านน้ำงามเวลานี้ กลายเป็นสนามต่อสู้แย่งชิงชาวบ้านกัน ระหว่างดำที่พยายามชักชวนชาวบ้านให้มาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ กับขาวที่ชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปทำงานในศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยของเสี่ยพิทักษ์ โดยล่อใจชาวบ้านด้วยรายได้ที่เจษคุยโวว่าจะได้เดือนละเป็นหมื่นๆบาทโดยไม่ต้องไปอาบเหงื่อต่างน้ำ

นอกจากแย่งชิงชาวบ้านกันแล้ว เสี่ยพิทักษ์ยัง หมายตาที่ของวัดถ้ำผาน้ำไหลเพราะสวยถูกใจมาก เริ่มอ่อยด้วยการเอาของราคาแพงจากเมืองนอกมาถวายเป็นสังฆทาน ทั้งยังบอกหลวงพ่อว่าถ้าทางวัดจะสร้างอะไรให้บอก ตนเต็มที่อยู่แล้ว

การทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มของเสี่ย ทำให้หลวงพ่อกับดำยิ่งสงสัยการมาของเสี่ยพิทักษ์คนนี้ แต่หลวงพ่อก็บอกดำว่าอย่าเพิ่งมองเสี่ยในแง่ร้ายเพราะศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยก็มีประโยชน์กับชาวบ้านไม่น้อย แต่ของที่เสี่ยนำมาถวายเป็นสังฆทานนั้น หลวงพ่อให้ดำเอาไปแจกจ่ายให้คนอื่นเอาไปใช้หมด

เสี่ยไม่เพียงมีความคิดอุบาทว์ที่จะฮุบที่ดินของวัดเท่านั้น แต่ยังสมคบกับแม่เลี้ยงอุ่มคำจะฮุบที่ดินของครอบครัวบัวด้วย พอแม่เลี้ยงบอกว่าบัวกำลังทำเกษตรทฤษฎีใหม่สะสมเงินจะไถ่ถอนคืนอยู่แล้ว หรือไม่ก็รอจนกว่าจะหมดสัญญาค่อยจัดการ

"ก็ไม่เห็นต้องรอให้ครบสัญญานี่แม่เลี้ยง ของพรรค์นี้มันมีทางลัด...เจษ" เสี่ยเรียกมือขวามาทันที

หลังจากนั้นไม่นานแปลงพืชผล กองฟาง โรงเพาะเห็ดที่บ้านบัวก็ถูกไฟเผาไหม้ไปหมด ซ้ำพ่อก้อนกับแม่เภายังถูกไอ้โม่งที่มาแอบเผาทำร้ายเกือบตาย
โชคดีที่ขาวกับดำต่างวิ่งมาช่วยบัว ทั้งสองใช้พลองกับไม้ศอกหันหลังพิงกันสู้กับเจษ แบ็งค์และหมีที่สวมหมวกไอ้โม่งมันมีทั้งปืนและมีด แต่ทั้งดำและขาวต่อสู้ประสานกันอย่างถึงพริกถึงขิง ในที่สุดลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์ก็ต้องล่าถอยไป ส่วนไฟที่ลุกโหมอยู่ก็ถูกฝนที่เทลงมาดับสนิท แต่ไฟก็ไหม้ทุกอย่างเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ooooooo

ก้อน เภา และบัวอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ขาวปลอบใจบัวว่าไม่ต้องเสียใจตนจะช่วยบัวเอง

"บัวต้องเก็บเงินไปใช้หนี้ที่จำนองที่ดินไว้ แต่มาเกิดเรื่องอย่างนี้ บัวคง..." บัวพูดไม่ออก

"คงต้องสู้ใหม่" เสียงหลวงพ่อดังขึ้นแล้วเดินเข้ามาพร้อมผู้ใหญ่ หลวงพ่อชี้ทางออกว่า "คิดมากไปก็หาทางออกไม่เจอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิด นับจากนาทีนี้ก็เริ่มทำมันใหม่เสีย ลมหายใจเรายังมี พวกเราก็ตั้งเยอะแยะ ช่วยกันได้นี่"

"ส่วนเรื่องของคดี ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเขา" ผู้ใหญ่บอกแล้วหันไปสั่งแก้ว "อย่าให้เหลวนะไอ้แก้ว"

"ไม่ต้องห่วงจ้ะพ่อ  งานนี้ไม่มีเหลว"   แก้วรับคำ แข็งขัน

วันต่อมาทุกคนก็ตกใจ เจ็บใจ ที่ผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุ จ่าดำเกิงแจ้งว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่พอถูกดำกับแก้วซักถามมากเข้า   จ่าก็โยนกลองให้ไปถามผู้กำกับเอาเอง ครั้นทั้งสองจะไปถามจริงๆ   จ่าก็บอกอีกว่าวันนี้ผู้กองไม่อยู่ไปธุระในต่างจังหวัด แก้วกับดำเลยถามกันว่าจะเอายังไงดี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:20 น.