ตอนที่ 8
อัลบั้ม: 'แซมมี่-ธันวา' ดราม่าแซบ เปิดฉาก 'ไฟรักเกมร้อน'
นายพิธีรอจนปาณัทและวาสิตานั่งพับเพียบต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเรียบร้อย จึงเริ่มพิธีด้วยการให้ฝ่ายชายสวมแหวนหมั้นให้ฝ่ายหญิง ปาณัทยังไม่ทันจะขยับ มีเสียงโวยวายดังขึ้นเสียก่อน
“หมอปาณัทจะหมั้นกับคุณวาสิตาไม่ได้”
ทุกคนในงานหันมองตามเสียงเห็นพิรญาณ์ยืนหน้าเครียดอยู่ วาสิตาไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้นหน้า เธอประกาศกร้าวจะไปก็ต่อเมื่อพาสามีของเธอกลับไปด้วยเท่านั้น วาสิตาไล่ให้ไปหาที่อื่นไม่ใช่ที่งานหมั้นของตน พิรญาณ์มาถูกที่แล้วเพราะสามีของเธอก็คือปาณัทที่นั่งอยู่ข้างวาสิตานั่นเอง และเพื่อเป็นการยืนยันคำพูด เธอหยิบเอกสารที่ได้จากโบสถ์ที่เธอกับเขาทำพิธีแต่งงานกันเมื่อสองปีก่อนให้ดู แถมยังบอกอีกว่าเราสองคนรักกันมาก ทุกวันนี้ก็ยังรักกันอยู่ แล้วชูแหวนแต่งงานรูปหัวใจให้ปาณัทดู
“พี่นนท์จำได้ไหม พี่สวมให้พิณแล้วสาบานว่าชั่วชีวิตของพี่จะรักพิณคนเดียว แล้วพิณก็สวมแหวนให้พี่แล้วสาบานว่าชั่วชีวิตของพิณจะไม่รักใครอีกนอกจากพี่นนท์คนเดียว พิณจะรักพี่คนเดียว”
ปาณัทถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นี่คือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดว่าเมื่อไหร่พิรญาณ์จะกลับมาหา เขาลุกพรวดจะไปกอดเธอให้หายคิดถึง แต่เปรมสุดาดึงตัวเอาไว้
ไม่ยอมให้ไป แล้วหันไปขอให้พีระเดชช่วยพาพิรญาณ์ไปจากที่นี่ เขารีบลากลูกสาวตัวเองออกจากห้อง แต่พิรญาณ์ยังโวยวายไม่หยุด
“พิณไม่เคยลืมความสุขวันนั้น วันที่พี่คุกเข่าขอพิณแต่งงาน พี่บอกว่าพี่จะไม่แคร์อะไรอีกแล้ว พี่รักพิณมากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ทั้งหมด”
พีระเดชทั้งฉุดทั้งกระชากลากถูพิรญาณ์ ปากก็สั่งให้หยุดพล่าม แต่เธอไม่ฟังคร่ำครวญว่ารักปาณัทมากแค่ไหน และเขาเองเคยบอกว่ารักเธอมากเช่นกัน และการที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อมาหาอ้อมกอดของเขา กว่าพีระเดชจะลากตัวพิรญาณ์ออกจากห้องได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ แต่เสียงคร่ำครวญของเธอยังคงดังแว่วเข้ามาไม่ขาดสาย ปาณัทกำมือแน่นน้ำตาไหลพราก ต้องเบือนหน้าหนีไม่อยากให้แขกในงานเห็น
พิรญาณ์ยังคงร้องเรียกปาณัทให้ออกมาหาตัวเองระหว่างที่ถูกพีระเดชลากตัวไปตามโถงทางเดิน เขาสั่งให้เธอหยุดประจานตัวเองได้แล้ว ไม่รู้จักอายบ้างหรือ พิรญาณ์พยายามเหนี่ยวทุกอย่างเอาไว้ไม่ยอมให้พ่อลากไปไกลจากห้องจัดพิธีหมั้น พลางต่อว่าท่านกลับที่ทิ้งลูกเมียแล้วแอบไปอยู่กินกับเมียน้อย
“หุบปากของแกนะ ประจานตัวเองไม่พอยังเอาฉันมาประจานด้วย ไป...แกกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ไม่ พิณไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าพี่นนท์ไม่ไปด้วย... พี่นนท์”
เปรมสุดาไม่ยอมให้เรื่องนี้มาขวางการหมั้น รีบหยิบแหวนส่งให้ปาณัททำพิธีหมั้นต่อไป วิชัยโวยวายว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นความจริงหรือเปล่า ปาณัทได้แต่อึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร วาสิตาชิงบอกพ่อตัวเองว่านังนั่นตั้งใจจะมาทำลายงานหมั้นของเธอ ถึงได้พูดแบบนั้นออกมา แล้วยื่นมือไปให้ปาณัทสวมแหวนหมั้นให้ แต่แล้วเสียงร้องเรียกของพิรญาณ์ทำให้เขาชะงัก
ooooooo
พิรญาณ์ดิ้นรนจากถูกพ่อฉุดกระชากลากถูจนเป็นอิสระ หันหลังกลับไปที่ห้องจัดงานพลางตะโกนลั่น
“พี่นนท์ พิณรอพี่อยู่”
พีระเดชตามมาตะครุบตัวไว้ พยายามลากเธอไปให้พ้นจากหน้าห้องจัดงาน พิรญาณ์ดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อจะให้หลุดจากมือของพ่อ พร้อมกับตะโกนเรียกให้ปาณัทมาหา เสียงเรียกของเธอทำให้คนถูกเรียกหันมองไปที่ประตูห้องไม่ยอมสวมแหวนให้วาสิตาสักที จนเปรมสุดาต้องจับหน้าลูกให้หันกลับมา
“นนท์ฟังแม่นะลูก ไม่ต้องฟังเสียงอะไรทั้งนั้น ลูกกำลังจะหมั้น กำลังจะมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ ตั้งสติแล้วสวมแหวนให้หนูหวาหวาเดี๋ยวนี้” ป่วยการจะบังคับใจของปาณัทกระเจิดกระเจิงไปเรียบร้อย ขอโทษแม่ ขอโทษวาสิตา วางแหวนไว้ตรงนั้นแล้วลุกออกไป เปรมสุดารีบวิ่งตาม ส่วนวาสิตานั่งช็อกน้ำตาไหลพราก วิชัยต้องเข้ามาโอบกอดลูกสาวไว้ ขณะที่บรรดาแขกเหรื่อพากันตกตะลึง มีเพียงณัฐวุฒิเท่านั้นที่ยิ้มสะใจ...
ด้วยแรงที่มากกว่าทำให้พีระเดชลากพิรญาณ์มาจนถึงหน้าลิฟต์ ปากก็ด่าว่าเธอไปด้วยที่ทำตัวไม่มีค่า เธอสวนทันที ต้องทำแบบท่านใช่ไหม สร้างภาพเป็นคนดี ถึงไม่รู้สึกรู้สมอะไรที่ทิ้งให้แม่ต้องเป็นบ้า
“แกด่าฉันเหรอ อีลูกทรพี” พีระเดชเงื้อมือจะตบ ปาณัทเข้ามาทางด้านหลังคว้ามือเอาไว้ เขาไล่ตะเพิดไม่ต้องมายุ่ง กลับไปงานหมั้นของตัวเองจะดีกว่า ปาณัทไม่ยอมให้เขามาบงการชีวิตของเราทั้งคู่อีกแล้ว จูงมือพิรญาณ์พากันวิ่งหนีออกไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของพีระเดช เปรมสุดาที่เพิ่งตามมาตะโกนลั่น
“นนท์ อย่าทำอย่างนั้นนะลูก เร็วสิคะคุณรีบตามไปห้าม อย่าให้เขาไปด้วยกันนะ” เปรมสุดาวิ่งนำพีระเดชออกไป วาสิตาวิ่งไล่หลังมาทั้งน้ำตา พยายามร้องเรียกให้ปาณัทกลับมาแต่ไร้ผล วิชุดาเห็นเธอจะวิ่งตามรีบคว้าตัวเอาไว้ เตือนว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตามเพราะปาณัทเต็มใจหนีไปกับนังนั่น วาสิตาทิ้งตัวนั่งแปะกับพื้นร้องไห้โฮ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สิรัตน์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ แอบถ่ายคลิปเก็บไว้โดยตลอด...
ระหว่างที่ขับรถหนีไปด้วยกัน ปาณัทจับมือพิรญาณ์ไว้ตลอดจนคนถูกจับต้องทักท้วงไม่มีใครตามมาแล้วปล่อยมือเธอได้แล้ว เขากลับยิ่งจับไว้แน่นกว่าเดิม
“ไม่ ถ้าคราวนี้น้องพิณปล่อยมือจากพี่อีก พี่จะไปจากชีวิตน้องพิณจริงๆ พี่จะไปให้ไกลที่สุด ไม่ให้น้องพิณได้เห็นหน้าพี่ตลอดกาล”
พิรญาณ์เงียบทันที รู้ดีว่าการที่ปาณัทตัดสินใจหนีมาด้วยกันเพราะเลือกแล้วที่จะยอมเสียทุกอย่างได้แต่ถามว่าจะพาไปไหน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอแค่ไปให้ไกลจากทุกคนเป็นพอ
ooooooo
คลิปที่สิรัตน์แอบถ่ายตอนที่พิรญาณ์กับปาณัทหนีไปด้วยกันว่อนไปทั่วเน็ต นิภาพรรณที่กำลังเครียดกับการรับสายทวงหนี้เห็นคลิปจากมือถือของกรกฎถึงกับกุมขมับทำไมมีแต่เรื่องไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มงงไม่หาย
“ผมเห็นกับตาตัวเองเวลาเจอหมอนนท์ คุณพิณโกรธแค้นหมอนนท์มากยังกับจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ แล้วนี่อะไรอ่ะเจ๊ อยู่ๆก็บุกไปทวงเขาคืนกลางงานหมั้น”
“ฉันจะไปรู้เหรอ” พูดจบนิภาพรรณยัดมือถือคืนให้กรกฎ แล้วขอตัวไปดื่มกาแฟเผื่อเจ้าแม่คาเฟอีนจะช่วยให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของตน เมื่อได้กระดกกาแฟเข้าไป นิภาพรรณนึกย้อนไปถึงวันก่อนที่ไปหาพิรญาณ์ที่บ้าน เธอตระหนักในทันทีว่าเจ้านายสาวควานหาแหวนแต่งงานวงนั้นทำไม
“มหกรรมเอาคืนเพื่อแม่ คงเริ่มขึ้นแล้วสินะ” แค่นึกนิภาพรรณขนลุกเกรียวด้วยความสยอง...
งานหมั้นต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย หลังจากแขกกลับไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงพีระเดช เปรมสุดา วิชัยและวาสิตาที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดโดยมีวิชุดาคอยปลอบไม่ห่าง วิชัยซึ่งเคืองจัด ต่อว่าเปรมสุดาว่าเป็นแม่ประสาอะไร ลูกชายมีเมียอยู่แล้วยังปล่อยให้มาเลยเถิดกับวาสิตาถึงขั้นหมั้นหมายกันและมีแผนจะแต่งงานกัน
“แต่เขาเลิกกันแล้วนะคะท่าน ตั้งสองปี ฉันไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันขอโทษค่ะ”
วิชัยโวยวาย ขอโทษไม่ได้ช่วยให้หน้าตาชื่อเสียงที่เสียไปกลับมาได้ พีระเดชทักท้วงไม่ใช่เขาจะเสียหน้าคนเดียว ตนกับเปรมสุดาก็เสียหน้าเช่นกัน วิชัยยิ่งโมโหหนักที่พีระเดชยังจะกล้ามาพูดแบบนี้อีก
“ทั้งๆที่คนที่มาทำลายงานหมั้นของลูกสาวผมวันนี้ก็คือลูกสาวคุณ อย่ามาพูดนะว่าคุณไม่รู้ว่าลูกสาวคุณกับลูกชายเลขาฯคุณมีอะไรกันมาก่อน”
พีระเดชยอมรับว่ารู้เรื่องที่ปาณัทกับพิรญาณ์คบหากันมาก่อน แต่ทั้งคู่เลิกรากันมานานกว่าสองปีแล้ว และที่สำคัญ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่านังลูกเฮงซวยนั่นจะลุกขึ้นมาทำเรื่องงามหน้าอย่างนี้ เปรมสุดาเห็นต่างฝ่ายต่างแรงเข้าหากัน รีบดึงแขนพีระเดชเอาไว้ ขอร้องทั้งคู่อย่าทะเลาะกันเลย ถ้าจะโทษก็ให้โทษเธอคนเดียว เธอผิดเอง วาสิตาทนฟังไม่ไหววิ่งหนีไปทั้งน้ำตา วิชุดารีบลุกตาม
ฝ่ายวาสิตาวิ่งร้องไห้ออกมาตามทางเดิน อยู่ๆ ณัฐวุฒิโผล่พรวดมาดึงตัวไปกอด ปลอบว่าไม่ต้องร้องไห้เสียใจ เธอยังมีเขาอยู่อีกทั้งคน ทีแรกเธอพยายามดิ้นหนี แต่สุดท้ายซบอกเขาร้องไห้ แต่ร้องไห้ได้พักเดียว เธอเกิดฮึดขึ้นมา จะไปตามเอาปาณัทคืนแล้วผลักณัฐวุฒิออกห่าง เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
ooooooo
ปาณัทเดินจูงมือพิรญาณ์มาตามริมแม่น้ำแม่กลองซึ่งเงียบสงบ ตัดสินใจถามเธอว่าทำไมถึงมาทำลายงานหมั้นของเขา ต้องการอะไรกันแน่ เธอตอบโดยไม่ต้องคิดเพราะเตรียมคำตอบมาแล้วว่าต้องการเขา
“แล้วใครกันที่บอกว่าเกลียดพี่มากกว่ารัก ทนอยู่กับคนที่เกลียดมากกว่ารักไม่ได้ ใครกันที่พูด...ใคร”
“ผู้หญิงโง่ๆคนหนึ่งเป็นคนพูด ผู้หญิงที่คิดว่าจะทนอยู่ได้โดยไม่มีพี่ แต่พอรู้ว่าพี่จะแต่งงาน นังหน้าโง่คนนี้ก็เกือบจะฆ่าตัวตาย พิณมันโง่มาตลอด แล้วเรื่องที่ทำวันนี้ก็โง่มาก แต่มันเป็นโอกาสสุดท้ายของพิณที่จะได้พี่กลับคืนมา” พิรญาณ์สวมบทสาวสิ้นหวังได้อย่างแนบเนียน ทำให้ปาณัทไม่ติดใจสงสัยการกระทำของเธออีก เธอจับมือข้างที่เขากุมมือเธอขึ้นมาแนบอก
“พี่นนท์ แค่พี่เลือกมากับพิณพิณก็ซึ้งใจแล้ว
พี่ไม่ต้องกลับมาหาพิณหรอกนะ พิณแค่อยากให้พี่รู้ว่าไม่มีวันไหนที่พิณรักพี่น้อยลงเลย ความเกลียดชังที่เกิดจากการกระทำของพ่อแม่ ไม่มีวันทำลายความผูกพันที่เรามีต่อกันได้ มันมากกว่าคำว่ารัก กลับไปเถอะพี่นนท์กลับไปหาคุณหวาหวา พิณขออวยพรให้พี่มีความสุข... ลาก่อน” พูดจบพิรญาณ์วิ่งร้องไห้ออกไป ปาณัทรีบวิ่งตามจนทันคว้าแขนเอาไว้
“น้องพิณร่ำร้องให้พี่กลับมาหาแล้วจะวิ่งหนีพี่อีกทำไม”
พิรญาณ์อ้างไม่อยากทำลายอนาคตของเขา บอกให้เขากลับไปหาวาสิตาซึ่งรักเขามาก ต้องอภัยให้เขาอยู่แล้ว ปล่อยเธอไว้ที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง ปาณัทไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น ในเมื่อตัดสินใจมากับเธอแล้ว ตรงไหนมีเธอจะต้องมีเขา เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่รอคอยวันนี้ วันที่น้องพิณกลับมาหาพี่ เราจะไม่พรากจากกันอีกแล้ว” ปาณัทดึงพิรญาณ์มากอดไว้แน่น เธอยิ้มมีความสุขจนลืมไปว่านี่เป็นแค่แผนแก้แค้นของตัวเอง...
ขณะที่ปาณัทรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมีเพียงตัวเองกับพิรญาณ์ เปรมสุดายังร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่ออกจากโรงแรมยันกลับถึงบ้าน พีระเดชรำคาญถึงจะร้องจนขาดใจตายลูกเนรคุณของเธอก็ไม่เห็นป่านนี้คงพาพิรญาณ์ ไปปู้ยี้ปู้ยำถึงไหนต่อไหนแล้ว แล้วเหวี่ยงเสื้อนอกไปที่เก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย เธอสุดทนเถียงกลับ
“นนท์ไม่ผิด ถ้าหนูพิณไม่มาที่งานหมั้น ป่านนี้นนท์คงจะได้หมั้นกับหนูหวาหวามีความสุขไปแล้ว ลูกสาวคุณนั่นแหละที่ผิด เธอจงใจจะมาเอาคืนพวกเราทุกคน”
พีระเดชไม่อยากเถียงด้วย ขอให้เลิกพูดเรื่องนี้แล้วจะเดินหนี เปรมสุดาดึงแขนไว้ จะเลิกพูดได้อย่างไรนั่นลูกของพวกเราจะปล่อยให้หนีไปด้วยกันอย่างนี้ไม่ได้ ขอร้องให้เขาไปตามพวกนั้นกลับ เขาไม่รู้จะไปตามที่ไหน โทร.ไปเช็กที่บ้าน พิรญาณ์ก็ยังไม่กลับ โทร.เข้ามือถือเธอก็ปิดเครื่องหนี เปรมสุดาผิดหวังที่เขาไม่คิดจะทำอะไร ตัดสินใจจะไปตามหาลูกเอง วิ่งปรู๊ดออกจากบ้านทั้งน้ำตา พีระเดชรีบตามไปคว้าตัวไว้ พวกนั้นจงใจจะหนี ตามให้ตายก็ไม่มีวันเจอ เธอควรเป็นห่วงสุขภาพตัวเองมากกว่า
“คุณไม่ทำอะไรก็อย่ามาห้าม ฉันจะไปหาลูกฉัน” ว่าแล้วเปรมสุดาขยับจะไป
คราวนี้พีระเดชโอบเอวดึงเธอเข้าบ้าน เปรมสุดาพยายามดิ้นหนี สุดท้ายก็หมดสติในอ้อมแขนของเขา...
ในขณะที่เปรมสุดาเครียดจัดที่ลูกชายตัวเองหนีงานหมั้นไปกับพิรญาณ์ ปาณัทปลื้มปริ่มที่ได้ของรักของหวงที่หายไปคืนมาอีกครั้ง จูงมือพิรญาณ์เดินเที่ยวไปตามริมแม่น้ำแม่กลองหยอกล้อกันอย่างมีความสุข
ooooooo
วิชัยยังแค้นปาณัทไม่หายบอกกับวาสิตาว่าจะไล่เขาออกไปจากโรงพยาบาลและจะฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ทำให้เธอต้องอับอายขายหน้า วาสิตาทักท้วงขืนทำอย่างนั้นก็เท่ากับยอมรับว่าเธอพ่ายแพ้นังพิรญาณ์และยกปาณัทให้มันไปโดยปริยาย วิชัยไม่สนใจ ถ้าพิรญาณ์อยากได้ก็ยกให้ไปเลย วาสิตายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้
“หวาหวา...หมอนนท์ถึงกับทิ้งงานหมั้นหนีไปกับผู้หญิงอื่น ลูกยังจะอาลัยอาวรณ์ผู้ชายแบบนั้นอีกเหรอ”
“ศูนย์หัวใจของโรงพยาบาลเราจะขาดหมอมือหนึ่งอย่างหมอนนท์ไม่ได้ เช่นเดียวกัน หัวใจของหวาหวาก็ขาดหมอนนท์ที่หนึ่งในใจไม่ได้เหมือนกัน” วาสิตาพูดจบ ลุกหนี วิชัยร้องเรียกให้กลับมาคุยกันก่อน แต่เธอเดินจากไปไม่เหลียวหลัง เขาได้แต่มองตามทำอะไรไม่ได้
วิชุดาบอกให้วิชัยปล่อยวาสิตาไปก่อน น้ำกำลังเชี่ยวขืนไปขวางจะพังไปกันใหญ่ เขาฝากเธอช่วยดูแลลูกสาวของเขาให้ด้วย เธอพึมพำเบาๆ ไม่ใช่แค่ดูแลแต่จะช่วยเพื่อนซี้ล้างแค้นอีกด้วย...
วาสิตาบ่นอย่างคับแค้นใจที่ถูกพิรญาณ์ฉีกหน้ากลางงานหมั้น แถมปาณัทยังเลือกที่จะหนีไปกับมันแทน ที่จะเลือกเธอทั้งที่เธอเหนือกว่าทุกอย่าง วิชุดายุส่ง แล้วจะยอมให้นังนั่นหยามหน้าอยู่อย่างนี้หรือ
“ฉันไม่ปล่อยมันแน่ คนอย่างหวาหวาไม่เคยยอมแพ้ใคร ตลอดชีวิตมีแต่ผู้ชายมาสยบแทบเท้า นังพิณวันนี้แกสุข พรุ่งนี้แกจะทุกข์ คอยดู...ฉันจะตามรังควานแกให้ถึงที่สุด” วาสิตากำมือแน่นด้วยความแค้น
วิชุดารู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างปาณัทกับพิรญาณ์ดูแปลกๆเหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่ พ่อนังนั่นมาเป็นเถ้าแก่สู่ขอวาสิตาให้เขา ทั้งๆที่ก็รู้ว่าลูกสาว
ตัวเองกับเขาเคยคบหากันมาก่อน วาสิตาเห็นด้วยกับเพื่อนซี้ แต่คิดดูอีกทีอาจเป็นเพราะแม่ของปาณัทเป็นเลขาฯหน้าห้องของพีระเดช พอถูกขอร้องให้มาเป็นเถ้าแก่ ก็เลยหนีไม่ออก ต้องเข้ามายุ่ง วิชุดาเห็นว่าประเด็นนี้นี่เองที่ดูแปลกๆ
“แม่ของหมอนนท์เป็นเลขาฯของพ่อนังนั่น แล้วนังนั่นก็คบกับหมอนนท์ ทุกอย่างมันก็น่าจะลงตัวแฮปปี้ที่สุด แต่ทำไมเพราะอะไรนังนั่นถึงได้เลิกกับหมอนนท์ หล่อนไม่อยากรู้เหรอหวาหวา”
“ฉันต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าความเป็นมาของหมอนนท์กับนังพิณมันยังไงกัน ทำไมถึงมาคบแล้วเลิกกันไปได้” วาสิตาสีหน้ามุ่งมั่น...
ระหว่างเดินเล่นไปตามสวนผลไม้ของชาวบ้านกับปาณัท พิรญาณ์เห็นลิ้นจี่ที่ออกลูกเต็มต้นนึกสนุก ชวนเขาปีนขึ้นไปเก็บมากินเหมือนสมัยเด็กๆโดยที่ตัวเองคอยชี้ให้เก็บพวงโน้นพวงนี้แล้วให้โยนลงมาให้ พลันมีเสียงป้าเจ้าของสวนโวยวายดังขึ้นว่าโจรที่ไหนมาขโมยลิ้นจี่ ปาณัทตกใจเกือบจะร่วงตกจากต้น พอตั้งหลักได้ค่อยๆปีนลงมาส่งพวงลิ้นจี่คืนเจ้าของ พร้อมกับแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้ขโมย แค่จะเก็บก่อนจ่ายทีหลัง แล้วหยิบแบงก์หนึ่งพันบาทยื่นให้ ป้าเจ้าของสวนไม่รับเงิน ผลไม้นิดหน่อยแค่นี้ขอกันกินได้
“นี่ถ้าคุณเป็นลูกค้าเช่าบ้านพักของป้าด้วยล่ะก็ คุณได้กินฟรีไม่อั้น อยากกินกล้วย ลิ้นจี่ มะพร้าวอ่อน สอยไปกินได้เลยไม่ต้องเสียตังค์ ขออย่างเดียวอย่าใส่ห่อกลับไปกินบ้านก็แล้วกัน”
ปาณัทสนใจจะพักค้างคืน แต่พิรญาณ์ไม่สน สุดท้ายเขาเป็นฝ่ายชนะ ตกลงใจเช่าบ้านพักกลางสวนผลไม้ของป้าเจ้าของสวน
ooooooo
ไม่นานนัก ปาณัทเดินถือกุญแจบ้านพักนำพิรญาณ์มาถึงบ้านเดี่ยวริมคลองท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น สภาพโดยรอบของบ้านทำให้เขาพอใจมากที่คืนนี้เราสองคนจะได้นอนใกล้ชิดธรรมชาติฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องทั้งคืน พิรญาณ์ใจเต้นโครมคราม กลัวใจตัวเองจะลุ่มหลงไปกับความสัมพันธ์จนลืม
เป้าหมายการแก้แค้น
“แต่เราไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาพักเลยนะคะพี่นนท์ จะค้างเหรอคะ”
“มีชุดเดียวก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะถึงอย่างไรคืนนี้เราก็ไม่ได้ใส่นอนอยู่ดี” ปาณัทแกล้งแหย่ พิรญาณ์อายหน้าแดงขึ้นมาทันทีจนเขาอดขำไม่ได้ “ดูสิ ใครเอาสีแดงมาป้ายหน้าน้องพิณ หน้าแดงก่ำเลย”
พิรญาณ์อายมากจะเดินหนี ปาณัทคว้าแขนไว้ชวนให้เข้าไปดูข้างในด้วยกัน พอเธออิดออด เขาอุ้มตัวลอยพาเดินขึ้นบันไดบ้านพัก ก่อนจะวางเธอลงตรงประตูทางเข้า แล้วค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปสำรวจในบ้าน
พิรญาณ์เกาะแขนเขาไว้ท่าทางกลัวจัด เขาจึงแกล้งทำพวงกุญแจหล่นให้เธอตกใจเล่น พิรญาณ์ผวากอดเขาไว้แน่น ขณะที่เขาหัวเราะชอบใจ เธอรู้ว่าถูกแกล้งทุบอกเขาเอาคืน ปาณัทวิ่งหนีไปรอบห้องโดยมีพิรญาณ์วิ่งไล่ เขาหันมารวบตัวเธอให้ล้มลงบนเตียงด้วยกัน สายตาประสานกันต่างนิ่งงันราวกับต้องมนต์สะกด
ถ่านไฟเก่าปะทุ ปาณัทยื่นหน้าจะจูบส่วนพิรญาณ์หลับตาพริ้มรอรับ แต่ป้าเจ้าของสวนมาขัดจังหวะเสียก่อน ถามว่าเตียงแข็งแรงดีไหม ทั้งคู่เด้งออกจากกันแทบไม่ทัน ปาณัทเด้งแรงไปหน่อยตกเตียงโครม
ป้าเจ้าของสวนแค่จะมาบอกเรื่องอาหารการกินของที่นี่ให้ฟังว่ามื้อเช้ากับมื้อกลางวันจะกินกับตนหรือไม่ก็ได้ แต่มื้อค่ำมีโปรโมชั่นพิเศษจะให้ตนทำให้กินหรือจะทำกินเองก็ได้ ที่นี่มีเตาถ่านสำหรับปิ้งย่างให้อยู่หน้าบ้านพัก ถ้ากินตนจะได้เตรียมอาหารทะเลพร้อมน้ำจิ้มมาให้ ปาณัทอยากให้ป้าทำให้กิน แต่พิรญาณ์จะทำเอง
“ตกลงจะเอายังไง”
“ตกลงตามใจแฟนผมครับ คืนนี้เธอจะทำอาหารให้ผมกินเป็นมื้อแรกในรอบสองปีที่เราจากกัน” ปาณัทจับมือพิรญาณ์ขึ้นมาจูบ มองสบตากันราวกับโลกทั้งใบมีแค่เราสองคน...
ในระหว่างที่ปาณัทกำลังมีความสุขที่ได้พิรญาณ์มาอยู่ข้างกายอีกครั้ง เปรมสุดาร้องไห้เป็นเผาเต่าไม่เป็นอันกินข้าวกินปลา พีระเดชกลัวเธอจะเป็นอะไรไปรับปากจะไปตามปาณัทกลับมาให้...
ด้านพิรญาณ์กำลังเอายาหม่องทาตรงที่ปาณัทโดนมดกัดตอนปีนไปเก็บลิ้นจี่ เขาถือโอกาสดึงเธอมานั่งตักจะหอมแก้มตอบแทนที่ทายาหม่องให้ เธอแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ทำจมูกฟุดฟิดไปรอบๆตัวเขา บอกว่าตัวเหม็นมาก ไล่ให้ไปอาบน้ำก่อน เขาลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย พิรญาณ์ตะโกนไล่หลัง
“ฟอกสบู่ฆ่าเชื้อโรคให้สะอาดๆนะคุณหมอ”
ปาณัทโผล่ออกมาส่งยิ้มพร้อมกับยื่นนิ้วเป็นสัญลักษณ์ว่าโอเคแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ ยิ้มหวานของพิรญาณ์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ก่อนจะเดินออกจากบ้านพัก แอบโทร.กลับบ้าน ฝากให้สมใจช่วยดูแลมัทนาแทนตนเองด้วย แล้วขอสายคุย
กับท่าน สมใจยื่นหูโทรศัพท์ให้มัทนาบอกว่าคุณพิณอยากคุยด้วย
“คุณแม่ พิณขอโทษนะคะที่ทิ้งคุณแม่มา แล้วพิณจะรีบกลับไปค่ะ คุณแม่ฟังพิณนะคะพิณมีอะไรจะบอก”
ooooooo
ปาณัทออกจากห้องน้ำไม่เห็นพิรญาณ์อยู่ในบ้าน ออกมาดูที่ระเบียงหน้าบ้านพักก็ไม่เจอ ตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงขานตอบ ชักใจคอไม่ดีกลัวเธอจะหนีไปอีก...
มัทนายังคงถือหูโทรศัพท์แนบไว้กับหูตัวเอง ตอนที่พีระเดชส่งเสียงเรียกพิรญาณ์อย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้น สมใจกับนายผลหันไปเห็นเขาเดินหน้าเครียดเข้ามามองหน้ากันเลิ่กลั่ก พีระเดชเห็นมัทนาถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ โวยวายว่าคุยกับพิรญาณ์ใช่ไหม แล้วปรี่เข้าไปหา นายผลเข้าไปขวางหน้าไว้
“เปล่าครับคุณท่าน ไม่ใช่คุณพิณ”
พีระเดชผลักนายผลพ้นทาง ตะคอกถามมัทนาว่าคุยอยู่กับนังลูกไม่รักดีใช่ไหม สมใจเข้ามายกมือไหว้ขอร้องเขาอย่าส่งเสียงดัง เดี๋ยวคุณผู้หญิงตกใจ ท่านไม่ได้คุยสายอยู่กับคุณพิณ พีระเดชรำคาญผลักสมใจเซถลาแล้วก้าวไปยืนตรงหน้ามัทนา
“ยัยพิณกำลังพูดสายอยู่ใช่ไหม มันอยู่ที่ไหนห่ะ”
มัทนามองหน้าพีระเดชด้วยสายตาบ่งบอกถึงอาการโรคประสาทกำลังจะกำเริบ แต่เขากลับหาว่าเธอแกล้งบ้าเข้าไปดึงโทรศัพท์ในมือของเธอเพื่อจะพูดสายกับพิรญาณ์ แต่เธอจับไว้แน่น เขาออกแรงกระชากจน มัทนาเสียหลัก สมใจกับนายผลตกใจ รีบเข้าไปประคองคุณผู้หญิงของตัวเองไว้ มัทนาเริ่มหายใจหอบถี่ โดยที่พีระเดชไม่สนใจแม้แต่น้อย ตะคอกใส่โทรศัพท์
“แกอยู่ไหนยัยพิณ กลับมาเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่มีวันยอมให้แกอยู่อย่างบัดสีกับไอ้นนท์เด็ดขาด กลับมา” พีระเดชเพิ่งจะรู้ว่าปลายสายวางหูไปตั้งนานแล้ว ก่อนที่เขาจะมาถึงเสียอีก “บ้าเอ๊ย นังลูกเจ้าปัญหา แกคิดจะทำลายทุกคนไปพร้อมกับแกหรือไง” พูดจบเขาขว้างโทรศัพท์ลงกับพื้นแตกกระจาย มัทนาสะดุ้งโหยง เอามือสองข้างปิดหูไม่ชอบเสียงดัง พลันภาพที่เขานอกใจถูกกระตุ้นให้กลับมา เธอถึงกับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง...
ด้านปาณัทเดินหาพิรญาณ์อยู่นานสองนาน จนเริ่มหมดหวัง ทันใดนั้นเหลือบไปเห็นเธอเดินเข้ามาแต่ไกล ดีใจมากรีบวิ่งเข้าไปกอด พร้อมกับตัดพ้อ คิดว่าเธอทิ้งเขาไปอีก เธอจะทิ้งได้อย่างไรในเมื่อเราคุยกันแล้วว่าจะเริ่มต้นกันใหม่ เขาผละออกห่างเพื่อมองหน้าเธอชัดๆ พิรญาณ์เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานให้
“พี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ที่ได้ยินน้องพิณพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างนี้”
เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ฝันไป พิรญาณ์หยิกแก้มเขาทั้งสองข้างโยกไปมา เขาจับมือเธอมาจูบ ถามว่าหายไปไหนมา เธอเป็นห่วงแม่ มือถือของเราสองคนทิ้งไว้ในรถ ก็เลยไปขอใช้โทรศัพท์ของป้าเจ้าของสวนโทร.ไปบอกคนที่บ้านให้ช่วยดูแลแม่จนกว่าเธอจะกลับ ปาณัทมองเธอด้วยความสงสารจับใจ
“ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณแม่นะ พี่กลับไปจะช่วยน้องพิณรักษาคุณแม่ทุกวิถีทาง ท่านจะต้องหาย พี่สัญญา”
ooooooo
มัทนาไม่ใช่แค่กรีดร้อง ยังวิ่งหนีออกมานอกบ้านอีกด้วย พีระเดช นายผลและสมใจรีบวิ่งตาม พีระเดชแรงดีกว่าคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อน มัทนาพยายามดิ้นหนี
“อย่ามาจับ...ออกไป เกลียด...ผู้ชายเลว นอกใจฉัน...” ไม่ดิ้นเปล่า มัทนาร้องกรี๊ดๆไปด้วย ก่อนจะล้มลงหมดสติ พีระเดชคว้าตัวไว้แทบไม่ทัน สมใจกับนายผลถลาเข้ามาดูอาการของเธอ พีระเดชสบช่องส่งต่อให้ทั้งคู่ดูแลแทน แล้วกุมขมับตัวเองพลอยประสาทจะกินไปด้วย สมใจเขย่าแขนให้เธอรู้สึกตัวแต่เธอนอนไม่ไหวติง
“คุณผู้หญิงไม่รู้สึกตัวเลยครับคุณท่าน เป็นอะไรมากหรือเปล่าไม่รู้ รีบพาส่งโรงพยาบาลเถอะครับ”
“เว้ย นี่มันวันมหาวิบัติอะไรเนี่ย ทำไมชีวิตฉันถึงมีแต่เรื่อง”
ครู่ต่อมา มัทนาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พีระเดชเดินตามบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงพาเธอไปที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมกับโทร.แจ้งข่าวเปรมสุดาว่าไม่เจอปาณัท เจอแต่มัทนาตอนนี้อาการโรคประสาทกำเริบ กรีดร้องโวยวายใส่เขาจนจะเป็นประสาทตามไปด้วย จนต้องพามาส่งโรงพยาบาล
“ผมไม่น่ากลับไปบ้านนั้นเลยจริงๆ เพราะคุณทำให้ผมต้องกลับไป พูดแล้วโมโห”
เปรมสุดาพยายามกลั้นน้ำตาไว้ ทั้งเจ็บใจทั้งน้อยใจที่พีระเดชเอาแต่ตัวเองสบายไม่เคยนึกถึงคนอื่น...
สิรัตน์กำลังเม้าท์กระจายให้พนักงานคนหนึ่งฟังเรื่องที่วาสิตาถูกฉกว่าที่สามีไปต่อหน้า ตอนที่เหลือบเห็นพีระเดชกำลังคุยมือถือเดินตามเตียงเข็นที่มัทนานอนอยู่ก่อนจะหายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน สิรัตน์รีบขอตัวไปก่อน เพิ่งนึกขึ้นได้มีงานสำคัญต้องทำแล้ว
ตรงรี่ไปที่ห้องฉุกเฉินเผื่อจะมีข่าวอะไรไปเอาหน้าเจ้านายสาว
หลังจากได้ข่าวเรียบร้อย สิรัตน์รีบโทร.รายงานวาสิตาว่าแม่ของพิรญาณ์อาการโรคประสาทกำเริบ อาจเป็นไปได้ว่าสาเหตุมาจากที่ลูกสาวทำงามหน้าฉกปาณัทไปจากงานหมั้น วาสิตาปรี๊ดแตก
“นี่ ไม่ต้องมาวินิจฉัย หน้าที่ของเธอคือไปสืบข้อมูลมาให้หมดว่าแม่ยัยนั่นแอดมิตหรือเปล่า พักอยู่ห้องอะไร หมอคนไหนเป็นเจ้าของไข้และสำคัญที่สุด...รู้ใช่ไหมว่าอะไร”
สิรัตน์รู้งานว่าต้องไปเช็กประวัติคนไข้ของมัทนามาให้ด้วย...
ในระหว่างที่วาสิตาหมายมั่นปั้นมือจะล้วงเอาความลับของพิรญาณ์และครอบครัวออกมาประจานจนต้องกระเด็นไปจากชีวิตปาณัท และชิงเขากลับคืนมาเป็นของตัวเอง พิรญาณ์กับปาณัทยังคงหยอกล้อกันสนุกสนานเหมือนเมื่อครั้งตอนเป็นเด็ก โดยที่
เธอใช้ใบบัวบกทัดหู ส่วนเขามีใบสะระแหน่ทัดหูไว้เช่นกัน และต่างคนก็เรียกอีกฝ่ายหนึ่งตามชื่อชนิดของใบไม้ที่เอามาทัดหู พิรญาณ์แกล้งกัดคางเขาแล้ววิ่งหนี
ปาณัทวิ่งไล่จนทันกันที่ศาลาริมน้ำ ก่อนจะรวบตัวไว้เอาไว้จากด้านหลัง พระอาทิตย์ยามจะลับขอบฟ้าช่างสวยงามยิ่งนัก พิรญาณ์อดมีความสุขไม่ได้ แม้การกลับมาหาปาณัทครั้งนี้จะมาเพื่อแก้แค้น
“2 ปีมานี้ พิณได้แต่ก้มหน้าจมอยู่กับความทุกข์ ไม่มีวันไหนเลยที่เงยหน้ามองท้องฟ้าสวยๆเหมือนวันนี้”
“พี่ก็เหมือนกัน ตลอดสองปีที่ผ่านมา พี่เฝ้าอิจฉาพระอาทิตย์ไม่ว่ายามขึ้นหรือยามตกก็จะมีท้องฟ้าสวยๆอยู่เคียงข้างเสมอ แต่ในวันนี้พระอาทิตย์ต้องอิจฉาพี่บ้างแล้ว เพราะถึงพระอาทิตย์จะมีท้องฟ้าอยู่เคียงข้างตลอดเวลา แต่ก็กอดท้องฟ้าเหมือนที่พี่
กอดน้องพิณอยู่ตอนนี้ไม่ได้” ปาณัทเกยคางกับไหล่ของพิรญาณ์ซึ่งหันมายิ้มหวานให้ ก่อนจะหันกลับไปมองพระอาทิตย์โดยที่เขาไม่ล่วงรู้เลยว่ารอยยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยม
ooooooo
ท้องไส้เริ่มส่งเสียงประท้วง ปาณัทกับพิรญาณ์จึงกลับมาช่วยกันติดเตาถ่านเพื่อจะปิ้งอาหารกิน ด้วยความไม่ชำนาญก้มๆเงยๆอยู่กับเตานานสองนานแต่ไฟไม่ติดสักที จนเริ่มท้อ แต่แล้วป้าเจ้าของสวนถือถาดใส่ถ่านไฟร้อนๆเข้ามาเทใส่เตาให้ แล้วยกตะแกรงสำหรับย่างมาวาง
“เรียบร้อย...ทีนี้ก็เชิญคุณทั้งสองคนโหมไฟรักกันต่อได้เลย ขอให้อร่อยขอให้แซ่บ” ป้าเจ้าของสวนเลียปาก แผล็บ แล้วเดินหายไปในความมืด ทั้งคู่มองตามผวาๆ ก่อนจะคีบอาหารทะเลมาย่างกินด้วยความหิว...
ขณะที่ปาณัทกับพิรญาณ์กินมื้อค่ำท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีความสุข วาสิตานั่งดื่มเหล้าเคล้าความทุกข์ใจอยู่ในผับหรูกลางกรุง ณัฐวุฒิซึ่งแอบมองอยู่ห่างๆ หยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพของเธอเอาไว้ ยิ่งเห็นเธอผิดหวังมากเท่าไหร่ เขายิ่งมั่นใจว่าโอกาสที่จะได้เธอคืนมาก็มีมากขึ้นเท่านั้น แล้วกดไลน์ส่งภาพไปให้พิรญาณ์
“คืนนี้ขอให้เข้าหอกับไอ้หมอนนท์อย่างมีความสุขนะยัยคุณพิณ ส่วนคุณหวาหวา คืนนี้ผมจะดูแลเอง”...
ที่บ้านพักในสวนผลไม้ ปาณัทเท้าคางรอพิรญาณ์แกะกุ้งให้ พอตอนจะป้อนเธอกลับแกล้งจะเอากุ้งใส่ปากตัวเอง แต่เขาคว้ามือเธอแย่งไปกินได้ก่อน แถมจับมือเธอมาจูบ กุมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ความใกล้ชิดบวกกับบรรยากาศแสนสบายของสถานที่ทำเอาพิรญาณ์เขวไปวูบหนึ่ง แม้จะรักเขาปานใด แต่เธอตั้งใจมั่นจะต้องแก้แค้นเขา รวมทั้งเปรมสุดาและพีระเดชให้ได้...
คชาเห็นข่าวงานหมั้นล้มคว่ำไม่เป็นท่าจากในเน็ต
เข้ามาสมน้ำหน้าวาสิตาที่เพิ่งกระดกเหล้าหมดแก้ว เธอด่าสวนทันทีว่าสารเลวไม่ใช่ลูกผู้ชาย แล้วคว้าแก้วน้ำสาดหน้า เขาฉุนขาดเงื้อมือจะตบ ณัฐวุฒิปรี่เข้าไปขวางไว้ทัน
สั่งห้ามแตะต้องเธอเด็ดขาด คชาไม่พอใจหันมาจะเล่นงานคนชอบแส่ไม่เข้าเรื่องแทนที่ จนเกิดศึกกำปั้นกันกลางผับ บรรดาการ์ดของร้านต้องเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน
“หยุดครับคุณคชา อย่ามามีเรื่องกันในร้านนี้ ไม่อย่างนั้นเจอพวกผมแน่”
สองหนุ่มจำต้องหยุดทะเลาะกัน คชาไม่วายเยาะเย้ยถากถางวาสิตาก่อนจะเดินจากไปว่าสะใจจริงๆที่เวรกรรมตามเธอทัน ณัฐวุฒิแอบยิ้มพอใจที่เห็นเธอทั้งเจ็บใจทั้งอายจนทนอยู่ในผับไม่ไหว เดินเมาแอ่นออกมาที่รถ โทษว่าเป็นเพราะพิรญาณ์คนเดียวที่ทำให้เธอถูกหัวเราะเยาะใส่หน้าแบบนี้
“ที่จริงเรื่องนี้จะไปโทษผู้หญิงฝ่ายเดียวก็ไม่ได้นะถ้าหมอนนท์ไม่ยอมไปด้วยซะอย่างผู้หญิงจะทำอะไรได้”
วาสิตาหันมาเหวี่ยงกระเป๋าถือใส่ณัฐวุฒิที่เดินตามหลัง สั่งไม่ให้พูดซ้ำเติมเธออีก แล้วเซจะล้มเพราะความเมา เขาคว้าตัวไว้ในอ้อมแขนได้ทัน ขอร้องให้หยุดทำร้ายตัวเองแบบนี้ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้ปาณัทกลับมาหาเธอ หรือทำให้เธอชนะพิรญาณ์ได้
“แล้วที่คุณมาทำเป็นปากดี ช่วยอะไรฉันได้หรือ
ไงห่ะ” วาสิตาดิ้นหนีจากอ้อมแขนของเขาแต่เขาคว้าไหล่ไว้ อ้างว่าอกอุ่นๆของเขาช่วยเป็นที่ให้เธอซบเพื่อร้องไห้ได้ ถึงปาณัทจะทิ้งไปไม่ไยดี แต่เธอยังมีเขาอีกทั้งคนที่คอยเป็นห่วงไม่ทิ้งให้เธอต้องร้องไห้คนเดียว แล้วดึงเธอมากอด วาสิตาถึงกับปล่อยโฮ
“ทำไมๆเขาเลือกนังนั่นแทนที่จะเลือกฉัน มันดีกว่าฉันตรงไหน”
ooooooo
ขณะที่ณัฐวุฒิกระหยิ่มใจที่ได้วาสิตากลับมาอยู่ในอ้อมอกของตัวเองอีกครั้ง ปาณัทซึ่งอยู่ที่ระเบียงบ้านพักในสวนผลไม้ เล่นเป็นเด็กน้อยเพราะรู้ว่าพิรญาณ์ชอบ ทำเป็นเอื้อมมือไปคว้าพระจันทร์ดวงสวยบนฟ้ามากำไว้ ถามว่าใครอยากได้บ้าง เธอสนุกตามไปด้วยรีบยกมือเป็นทำนองว่าอยากได้
“งั้นน้องพิณต้องหลับตาก่อนแล้วแบมือ พี่จะวางพระจันทร์ใส่ให้ในมือ”
พิรญาณ์ลีลาเล็กน้อยก่อนจะทำตามที่เขาบอก ปาณัทกำพระจันทร์ใส่มือเธอแล้วค่อยๆแบมือออกช้าๆ ประสานนิ้วตัวเองกับนิ้วของเธอไว้แน่น ความรักที่เขาส่งผ่านมาทางนิ้วมือแผ่ซ่านไปทั่วตัวพิรญาณ์
“ความสุขมาอยู่ในมือน้องพิณแล้ว กำมันไว้นะอย่าปล่อยมือ” ปาณัทค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาจะจูบ พิรญาณ์เผลอปล่อยใจไปตามแรงปรารถนา แต่สุดท้ายยั้งใจไว้ทัน แกล้งหาวง่วงนอน เขารู้ทันว่าเธอจงใจหลบเลี่ยง ในเมื่อเธอแกล้งง่วงเขาก็แกล้งง่วงเช่นกัน ชวนเข้านอนแล้วดันตัวเธอให้ลุกขึ้น เธอกลับบอกว่าจะนอนตรงนี้
“นอนให้เลือดหมดตัวเหรอ ยุงทั้งนั้นเลยเข้าไปนอนในห้องดีกว่า” ปาณัทเห็นเธออิดออด จัดการอุ้มเข้าข้างใน ทันทีที่วางเธอลง เธอทำเป็นเดินไปเปิดตู้หาโน่นหานี่ เขาตบที่นอนเรียกให้เธอมานอนได้แล้ว ไหนบ่นว่าง่วง เธอจะขออาบน้ำก่อน ตัวเหม็นจะแย่แล้ว
“เหม็นแล้วไง ไม่มีใครรู้หรอก ตอนนี้ในบ้านหลังนี้เราอยู่กันสองคนเองนะ แค่น้องพิณกับพี่” ปาณัทลุกจากเตียงเดินเข้าหา “ต่อให้น้องพิณไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน ตัวเหม็นแค่ไหนพี่ก็นอนกอดได้ทั้งคืน”
ชายหนุ่มเดินรุกไล่จนพิรญาณ์ถอยหลังชนตู้
ไม่มีที่ไป เอามือข้างหนึ่งยันตู้เอาไว้ ส่วนมืออีกข้างจับไหล่เธอแล้วยื่นหน้าจะจูบ เธอเบี่ยงตัวลอดแขนเขาไปได้หวุดหวิด
“ไม่เอาอ่ะ ไม่อาบน้ำพิณนอนไม่หลับหรอก พี่นนท์นอนไปก่อนนะ” พูดจบพิรญาณ์หนีเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก ยืนพิงประตูไว้ ถอนใจโล่งอก บอกกับตัวเองว่าจะให้มันเกิดขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด ถึงจะรักเขามากแค่ไหน ต้องทำใจแข็งเข้าไว้ ท่องไว้ให้ขึ้นใจว่าตัวเองกลับมาเพื่อแก้แค้น...
พิรญาณ์พยายามอ้อยอิ่งอยู่ในห้องน้ำให้นานที่สุด ค่อยๆถอดเสื้อผ้าเอาผ้าเช็ดตัวมานุ่งกระโจมอก แล้วกวาดตามองหาเครื่องทำน้ำอุ่น สายตากลับไปจ๊ะเอ๋กับอะไรบางอย่าง พอเพ่งดูชัดๆก็กรีดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ ปาณัทได้ยินเสียงร้อง พุ่งไปที่ประตูห้องน้ำแต่เปิดไม่ออกเพราะมันล็อก ตัดสินใจใช้ไหล่กระแทกประตูเข้าไป เห็นพิรญาณ์นุ่งกระโจมอกร้องกรี๊ดๆเอามือ
ปิดหน้าอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องน้ำ เข้าไปจับไหล่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหลับหูหลับตาชี้ไปที่ผนัง มีตุ๊กแกตัวเขื่องสองตัวโผล่หัวออกมาจากหลืบ
“โธ่ พี่ก็นึกว่าน้องพิณเป็นอะไรไปซะอีก ก็แค่ตุ๊กแกสองตัว”
“แค่สองตัวเหรอ...ตัวเดียวก็จะแย่แล้วนี่มาเป็นคู่เลย พี่นนท์รีบไล่มันไปสิ พิณจะอาบน้ำ”
ปาณัทโบกมือไล่ แทนที่ตุ๊กแกจะไปกลับมีลูก
ตัวเล็กๆของมันโผล่มาสมทบอีกหนึ่งตัว พิรญาณ์ยิ่งกรี๊ดหนัก แล้วจะให้เธออาบน้ำได้อย่างไร เขารับรองว่ามันไม่ทำอะไร บอกให้รีบๆอาบ เขาจะไปรอข้างนอก เธอขอร้องให้เขาอยู่เฝ้าตุ๊กแกระหว่างที่เธออาบน้ำ ปาณัทหันขวับยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที พิรญาณ์จับหน้าเขาหันไป
ทางอื่น กำชับไม่ให้แอบมองเธอเด็ดขาด...
ระหว่างที่ปาณัทยืนมองดูตุ๊กแกฟังเสียงพิรญาณ์อาบน้ำอย่างมีความสุข ณัฐวุฒิฉวยโอกาสที่วาสิตาเมาไม่ได้สติ พาไปยังคอนโดฯที่พักของตัวเองและจัดการรวบหัวรวบหาง
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกัน พีระเดชหงุดหงิดมากที่โทร.หาพิรญาณ์เท่าไหร่ก็ไม่ติด แถมยังต้องมานั่งเฝ้ามัทนาที่หลับไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้อยู่บนเตียงคนไข้ก็ยิ่งอารมณ์บูด
“โธ่เว้ย ทำไมฉันจะต้องมาอยู่โยงเฝ้าคนบ้าด้วยเนี่ย” พีระเดชทนอึดอัดไม่ไหวจะออกจากห้อง เปรมสุดาเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน เขานิ่วหน้าแปลกใจเธอมาทำอะไรที่นี่ เธอเห็นเขามีประชุมที่กระทรวงแต่เช้าก็เลยจะมาอยู่เฝ้ามัทนาแทน พีระเดชไม่ยอมให้อยู่ หากมัทนาตื่นมาเห็นเธอเข้า อาการบ้ากำเริบก็จะโดนตบตีเอาได้
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรู้ว่าจะระวังตัวอย่างไร”
“อย่าทำเก่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผมไม่ให้คุณอยู่ กลับไปกับผม...ไป” ว่าแล้วพีระเดชดึงแขนเปรมสุดาจะพากลับ เธอขืนตัวไว้ไม่ยอมไปด้วย เขาไม่พอใจมากที่เดี๋ยวนี้เธอกล้าขัดใจ หากอยากอยู่ก็เชิญตามสบาย แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกลางดึกอย่าโทร.ตามเขาก็แล้วกัน แล้วเดินปึงปังออกจากห้อง...
ด้านพิรญาณ์รีบร้อนอาบน้ำให้เสร็จๆ ทำให้ผมเปียกปอนไปหมด ปาณัทอาสาจะช่วยเช็ดผมให้
“ไม่เป็นไรหรอก พิณเช็ดเองได้”
“สามีจะเช็ดผมให้ภรรยาไม่ได้หรือไง” พูดจบปาณัทคว้าผ้าเช็ดตัวไปจากมือเธอ แล้วค่อยๆเช็ดผมให้อย่างอ่อนโยน เธอไม่เคยลืมว่าเราเคยแต่งงานกันและเธอเคยเป็นภรรยาของเขามาก่อน ปาณัทถึงกับชะงัก ก่อนจะออกตัวว่าที่พูดไปเมื่อครู่ไม่ได้จะเรียกร้องอะไรจากเธอแม้แต่น้อย แล้วโอบกอดเธอเอาไว้
“ในเมื่อพี่บอกน้องพิณแล้วว่าเราจะเริ่มต้นกันใหม่ ความหมายก็คือเริ่มต้นใหม่จริงๆ เราจะเริ่มต้นเป็นแฟนกันใหม่เรียนรู้กันใหม่ และเราจะแต่งงานกันใหม่ให้ถูกต้องตามประเพณีไทย ทันทีที่พี่สะสางเรื่องคุณหวาหวาเสร็จเรียบร้อย พี่จะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอน้องพิณ ตกลงไหม”
“ตกลงค่ะพี่นนท์” พิรญาณ์เบาใจไปเปลาะหนึ่งที่ปาณัทไม่ได้เร่งรัดอะไร...
ทั้งพิรญาณ์และปาณัทต่างนอนลืมตาโพลงมองเพดานห้องพัก ข่มตาหลับไม่ลง เขาหันมาอ้อนให้เธอช่วยทำบางอย่างให้ เธอยังไม่ทันจะตอบรับหรือปฏิเสธ เขาพลิกตัวมากอดหน้าตาเฉย พิรญาณ์บ่นอุบ ไหนว่าเราจะเริ่มต้นกันใหม่ แล้วทำไมขี้โกงแบบนี้
“ก็เริ่มต้นด้วยการกอดไง พี่เป็นคนขี้หนาวถ้าไม่ให้กอดคืนนี้พี่นอนไม่หลับน้องพิณถูกกวนทั้งคืนไม่รู้ด้วย”
“กอดก็ได้” พิรญาณ์กอดเขาตอบ นอนมองหน้ากันตาหวานฉ่ำน้ำตาลจืดไปเลย
ปาณัทได้คืบจะเอาศอก ได้กอดเธอแล้วยังขอให้เธอจูบราตรีสวัสดิ์อีกด้วย ขู่สำทับอย่าให้เขาเป็นฝ่ายจูบไม่อย่างนั้นไม่รับประกันความปลอดภัย พิรญาณ์รีบจุ๊บเขาหนึ่งที แล้วจะผละหนี แต่เขารั้งตัวเข้ามาหา
“ราตรีสวัสดิ์น้องพิณของพี่นนท์ พี่รักน้องพิณมากนะ” ปาณัทจูบพิรญาณ์อย่างดูดดื่ม แล้วซุกหน้าออเซาะก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข เธอฟังจากเสียหายใจที่สม่ำเสมอของเขาก็รู้ว่าเขาหลับไปแล้ว แต่เธอยังข่มตาให้หลับไม่ลง มองใบหน้าของเขาทั้งรักทั้งแค้น
“พิณก็รักพี่นนท์ค่ะ แต่สิ่งที่ครอบครัวของพี่ทำกับแม่ทำกับน้องพั้นซ์ ทำกับครอบครัวของพิณ มันให้อภัยไม่ได้” พูดพลางเธอยื่นมือไปจับใบหน้าของปาณัท น้ำตาไหลพราก “พวกพี่ไม่มีวันเข้าใจความทุกข์ทรมานที่พิณกับแม่ได้รับ จนกว่าพวกพี่จะได้สัมผัสกับมันด้วย
ตัวเอง พิณจะทวงคืนความยุติธรรมและทุกสิ่งทุกอย่างที่ครอบครัวพิณเคยมีคืนมาให้หมด” พิรญาณ์แกะมือปาณัทที่กอดตัวเองออกอย่างเบามือ แล้วนอนหันหลังให้ ปาดน้ำทิ้งก่อนจะข่มตาหลับ
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ปาณัทนั่งมองพิรญาณ์ที่นอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสายตาเปี่ยมสุข ก่อนจะแกล้งบีบจมูกปลุกให้เธอรู้สึกตัวตื่น กระเซ้าว่าจะนอนกินบ้านกินเมืองหรืออย่างไร เธอยังไม่อยากตื่น เมื่อคืนเสียงที่เขาบอกว่ารักมันกวนใจจนเธอนอนไม่หลับ ปาณัทชอบใจโดดขึ้นเตียงจะให้จูบเป็นรางวัล แต่เธอหลบทัน
“อิๆๆ ไม่ได้แอ้มหรอก”
“ไม่เป็นไร เก็บแค้นไว้ก่อนพี่ค่อยสะสางทีเดียว”
หญิงสาวสะดุดกับคำว่าแค้น หุบยิ้มทันที รีบขอตัวไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน ปาณัทร้องเรียกเอาไว้ ก่อนจะส่งเสื้อให้ ป้าเจ้าของสวนเห็นเรามีเสื้อผ้าแค่
ชุดเดียวก็เลยจัดมาให้เราเปลี่ยน
“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะพิณ เดี๋ยวพี่จะพาไปที่พิเศษแห่งหนึ่ง”...
ฝ่ายวาสิตางัวเงียตื่นขึ้น กุมหัวที่ยังมึนๆเนื่องจากเมาค้าง พอเห็นว่าตัวเองอยู่ในห้องใครก็ไม่รู้ หายมึนเป็นปลิดทิ้ง ลุกพรวดขึ้นนั่งถึงได้เห็นว่าตัวเองเปลือยเปล่าตกใจแทบช็อกรีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ก่อนจะถลาไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่ทิ้งเรี่ยราดไว้ที่ปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่
อีกมุมหนึ่งในส่วนที่เป็นครัว ณัฐวุฒิกำลังเตรียมอาหารเช้าให้วาสิตาอย่างอารมณ์ดีที่ได้ตัวเธอมาครอบครอง แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อมีเสียงด่าว่าสารเลวดังมาจากด้านหลัง เขาหันไปมองเจ้าของเสียงด่าด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน
“ตื่นขึ้นมาก็บอกรักสามีแต่เช้าเลยนะจ๊ะที่รัก”
วาสิตาปราดเข้าไปทุบตีเขาอุตลุดฐานข่มขืนเธอ เขารวบทั้งตัวทั้งมือของเธอเอาไว้ ยืนยันว่าไม่มีการข่มขืน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการยินยอมพร้อมใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย วาสิตาด่าเขาสาดเสียเทเสีย ปลุกปล้ำเธอตอนเมาแล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีก ณัฐวุฒิสั่งให้หยุดด่าว่าสักที ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเขารักเธอและยินดีจะรับผิดชอบ เขาไม่แคร์ว่าเธอเพิ่งจะถูกปาณัททิ้งการหมั้นไป ยินดีจะแต่งงานกับเธอวันนี้พรุ่งนี้เลย
“ฉันไม่แต่งกับคุณ”
“หา...แปลว่าคุณยอมนอนกับผมฟรีๆงั้นเหรอ” ณัฐวุฒิร้องเอะอะ วาสิตาฉุนขาดตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วผลุนผลันออกไป เขาเจ็บใจมากปัดข้าวของใกล้มือกระจุยกระจาย...
ทางด้านปาณัทพาพิรญาณ์เข้าวัด อยากทำบุญด้วยกันจะได้เกิดมาเป็นคู่กันทุกชาติไป เธออดทักท้วงไม่ได้ เขาไม่อยากจะเกิดมาเจอผู้หญิงอื่นที่ดีกว่าเธอบ้างหรือ ปาณัทส่ายหน้า ไม่มีผู้หญิงที่ไหนดีสำหรับเขาเท่าเธออีกแล้ว และไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไรเขาจะรักเธอเสมอไม่มีวันเปลี่ยนใจ
“ไปเถอะ ไปไหว้พระกันทางโน้น” ปาณัทจูงมือพิรญาณ์ไปที่โบสถ์ ดารณีถือตะกร้าใส่อาหารจะมาทำบุญ เห็นหมอหนุ่มไกลๆถึงกับชะงัก เธออ่านข่าวการหมั้นที่พังไม่เป็นท่าของเขาแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เจอเขามากับผู้หญิงที่เป็นข่าวด้วยที่นี่ ครู่ต่อมา ปาณัทพาพิรญาณ์มาอธิษฐานขอพรต่อองค์พระประธานในโบสถ์
“ขอให้ได้อยู่เคียงคู่ดูแลน้องพิณไปตลอดชีวิตของผม ขอให้เราสองคนรักกันจับมือฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายไปได้ ไม่พรากจากกันอีกแล้ว” อธิษฐานเสร็จ เขาก้มกราบ คำอธิษฐานของเขาทำให้พิรญาณ์รู้สึกสะเทือนใจ ยิ่งเขาถามว่าเธออธิษฐานอะไรบ้าง เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ตัดสินใจลุกหนี
ooooooo










