ตอนที่ 5
อัลบั้ม: 'แซมมี่-ธันวา' ดราม่าแซบ เปิดฉาก 'ไฟรักเกมร้อน'
พิรญาณ์ยังคงตกใจกลัวตัวสั่นกับเรื่องที่เพิ่งเผชิญมา ปาณัทต้องเขย่าตัวเธอเพื่อเรียกสติ พร้อมกับถามว่าใครทำแบบนี้กับเธอ หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบคำถาม เหวินเฉียงที่ใบหน้ามีรอยข่วนเลือดซิบแถมปากแตกจากถูกพิรญาณ์ถีบโผล่เข้ามา หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ปาณัทหันไปกระชากคอเสื้อเขา
“ไอ้เลวเอ๊ย แกทำอะไรน้องพิณฮะ ทำอะไร”
เหวินเฉียงเหวี่ยงกำปั้นใส่ปาณัทที่ไม่ทันตั้งตัวแทนคำตอบ สั่งห้ามมาแส่เรื่องของตน แล้วใช้ท่อนแขนทุบต้นคอเขาซ้ำ หมอหนุ่มถึงกับทรุด พิรญาณ์จะเข้าไปหา แต่เหวินเฉียงลากเธอตัวปลิวกลับไปที่ห้องพัก ปาณัทสะบัดหัวไล่ความมึนก่อนจะตามไปล็อกคอไอ้จอมหื่นไว้
“ปล่อยน้องพิณ ไม่งั้นคอหอยแกแตก”
ได้ผล เหวินเฉียงยอมปล่อยพิรญาณ์เป็นอิสระ ปาณัทอัดกำปั้นใส่เขาสองหมัดซ้อนก่อนจะจูงมือเธอวิ่งหนี เหวินเฉียงลากสังขารลุกขึ้นอย่างยากลำบากแต่ไม่วายตะโกนอาฆาตไล่หลัง แค้นนี้จะต้องเอาคืนให้ได้...
เมื่อหนีรอดมาได้ ปาณัทชวนพิรญาณ์ไปแจ้งความจะเอาเรื่องไอ้จอมหื่นให้ถึงที่สุด เธอขอร้องอย่าให้ต้องขึ้นโรงพัก เธอไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โตเหวินเฉียงยังไม่ได้ทำอะไรเธอ ปาณัททักท้วงไม่ทำได้อย่างไร สภาพเธอตอนนี้ดูไม่จืดเลย เขาจะพาไปโรงพยาบาลทำประวัติการรักษาเป็นหลักฐานจะได้ไปแจ้งความจับมัน
“บอกว่าไม่แจ้งความไง ไม่...ไม่” พูดได้แค่นั้นพิรญาณ์เข่าอ่อนเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ขอร้องให้เขาพากลับบ้าน ทุกอย่างจะได้จบ แล้วเอนหลังพิงผนังอย่างหมดเรี่ยวแรง ปาณัทถึงกับหน้าเครียดจะพาเธอกลับสภาพนี้ได้อย่างไร...
วาสิตาอารมณ์บูดเมื่อกลับถึงโรงพยาบาลแต่ไม่เจอปาณัท ให้สิรัตน์โทร.ตามก็ไม่รับสาย หายไปตั้งแต่กินข้าวที่ร้านอาหารป่านนี้ยังหาตัวไม่เจอ วิชัยต้องปลอบลูกสาวให้ใจเย็นๆก่อนอย่าเพิ่งอารมณ์เสีย เขาอาจมีธุระด่วนก็ได้ ณัฐวุฒิเดินผ่านมาพอดีก็หยุดฟัง
“ธุระด่วนอะไรคะคุณพ่อ ไปกินข้าวกับคุณหญิงอยู่ๆก็หายตัวไปเฉยเลยไม่บอกหวาหวาสักคำ”
“คุณหญิงท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ลูก เอาน่าเดี๋ยวรอหมอนนท์กลับมาแล้วพ่อจะถามให้”
ณัฐวุฒิสบโอกาสดิสเครดิตปาณัท ปรี่เข้ามาใส่ไฟว่าคนไข้มารอตรวจกับเขาตั้งหลายราย หายตัวไปแบบนี้คนไข้ไม่รอแย่หรือ วาสิตารู้เท่าทันความคิดของณัฐวุฒิรีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทันที
“คุณพยาบาล ไปบอกคนไข้สิว่าหมอนนท์ติดผ่าตัดให้เขาไปหาอะไรกินพลางๆก่อน”
ooooooo
ปาณัทพาพิรญาณ์ไปที่คอนโดฯที่พักของตัวเอง ค่อยๆประคองเธอซึ่งอยู่ในอาการสะลึมสะลือให้นอนลงบนเตียง แล้วรีบตรวจเช็กอาการของเธอว่าหนักหนาแค่ไหน ถึงกับถอนใจโล่งอกที่ไม่มีอะไรรุนแรง
“อาการแบบนี้ไอ้เลวนั้นต้องให้น้องพิณกินยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทอะไรเข้าไปแน่ๆ” ปาณัทว่าแล้วตบแก้มพิรญาณ์เบาๆเพื่อให้รู้สึกตัว ถามว่ากินอะไรเข้าไป เธอปัดมือเขาออกด้วยความรำคาญ
“อย่าสิ พิณจะนอน พิณง่วง...ง่วงแล้ว” พิรญาณ์พลิกตัวหนีแล้วหลับคาที่
“โธ่น้องพิณ ทำไมถึงเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้นะ” ปาณัทจะเอื้อมมือไปลูบแก้มเธอที่เป็นรอยถูกตบ แต่ยั้งมือไว้ เขาต้องหักห้ามใจไว้เท่านี้ ตั้งใจแล้วว่าจะไม่ถลำลึกไปกับเธออีก หากเธอไม่ต้องการ จากนั้นเขาหยิบยาและเครื่องมือต่างๆที่มีอยู่ในห้องพักมารักษาอาการของเธอ ความใกล้ชิดทำให้ปาณัทไม่อาจต้านทานความรักที่มีต่อเธอได้ ดึงตัวมากอดไว้แนบอก...
วิวัฒน์เข้ามาเห็นสภาพห้องเชือดที่ราวกับโดนพายุถล่มและสภาพหน้าตาบวมปูดของเหวินเฉียง พานคิดไปเองว่าเขาซาดิสม์เข้าเส้นทั้งห้องทั้งคนถึงมีสภาพแบบนี้และคงจะได้ตัวพิรญาณ์สมใจอยาก เขาโวยลั่นสมใจบ้าอะไร ยังไม่ได้แอ้มนังนั่นแม้แต่น้อยเพราะมันดันมีไอ้หน้าจืดที่ไหนไม่รู้โผล่มาช่วยเอาไว้ งานนี้เขาไม่ยอมเจ็บตัวฟรีแน่ จะต้องเอาคืนให้สาสม จะต้องทำให้มันขายหน้าจนไม่มีที่ยืนในสังคม
“ถ้าเฮียจะเล่นแรงขนาดนั้น มันต้องมีหลักฐานมาโชว์นะเฮียถึงจะสนุกเร้าใจ แบบมีคลิปได้ยิ่งดี”
“คลิปไม่มีโว้ยมีแต่ส้นสูงนี่ไง ที่ถีบหน้าฉันแล้วทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าข้างหนึ่ง” เหวินเฉียงเตะรองเท้าส้นสูงที่ว่าไปให้วิวัฒน์ดู เขาใช้นิ้วเกี่ยวมันขึ้นมา พร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
“ส้นสูงนางซิน มันต้องสนุกแน่ๆเลยเฮีย ใครๆก็คงอยากจะตามหานางซินที่ลืมรองเท้าทิ้งไว้ในโรงแรม”...
ด้านปาณัทดูแลพิรญาณ์อย่างดี ถอดรองเท้าที่เหลืออีกข้างออกให้ นำแผ่นประคบเย็นมาวางตรงแก้มที่ถูกเหวินเฉียงตบ เอาเครื่องวัดออกซิเจนในกระแสเลือดมาสวมที่นิ้วชี้และฉีดวิตามินให้ ประคบแก้มอยู่พักใหญ่รอยแดงค่อยๆจางลง เขาถึงกับโล่งใจ
“พี่คงหมดโอกาสที่จะได้ดูแลน้องพิณทั้งชีวิต แต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่ได้ดูแลน้องพิณชีวิตพี่ก็สุขแล้วไอ้ชั่วนั่นเป็นใครกัน ทำไมน้องพิณถึงมากับมันได้” เขาตัดสินใจคว้ามือถือขึ้นมาเก็บสภาพบอบช้ำของเธอเอาไว้ ถึงได้เห็นว่ามีรายการมิสคอลล์นับสิบสาย รีบเช็กดู ปรากฏว่าเป็นสายจากโรงพยาบาล
“โอย ลืมเสียสนิทมีคนไข้ที่นัดไว้ ป่านนี้คนไข้มารอนานแล้ว ทำไงดี” ปาณัทเดินไปเดินมาครุ่นคิดหนัก จะทำอย่างไรดี แล้วนึกถึงหมอรัฐขึ้นมาได้ โทร.ขอแรงให้ไปช่วยดูแลคนไข้แทน
ณัฐวุฒิซึ่งหวังจะเตะตัดขาปาณัทก็เลยต้องแห้ว เพราะหมอรัฐมารับหน้าที่ดูแลคนไข้แทนคู่อริ โดยอ้างว่าปาณัทติดเคสด่วนที่อีกโรงพยาบาลหนึ่งก็เลยมาดูแลคนไข้ไม่ได้ เมื่อได้รับการชี้แจง คนไข้ที่มารอไม่ติดใจจะเอาเรื่องอะไรอีก ณัฐวุฒิหัวเสียมากที่วาสิตากับหมอรัฐช่วยแก้สถานการณ์ให้ปาณัทรอดตัวไปได้ ตามไปต่อว่าเธอที่มักจะออกหน้าแทนปาณัทอยู่ตลอด เธอแก้ตัวว่าถ้าเธอไม่ทำใครจะทำ ถือว่าครั้งนี้เขาติดหนี้บุญคุณเธอ
“คุณกำลังคิดจะทำอะไรหวาหวา กำลังจะมัดใจหมอนนท์งั้นเหรอ”
“นี่อย่ามาขึ้นเสียกับหวาหวานะ หวาหวาไม่ชอบ แล้วหวาหวาจะทำอะไรกับใครในโรงพยาบาลนี้ก็ได้ ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามทั้งนั้น” วาสิตาสีหน้าเอาเรื่องจนณัฐวุฒิต้องเป็นฝ่ายอ่อนลงอ้อนว่าไม่ได้จะห้ามแต่หึงต่างหาก
“หึง...หวาหวาชอบคำนี้จัง” วาสิตาแตะแก้มเขาสีหน้าพึงพอใจ
ooooooo
พิรญาณ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิด คว้าตุ๊กตาเรซินใกล้มือฟาดหัวคนที่เดินออกมา เพราะคิดว่าเป็นเหวินเฉียง ปรากฏว่าคนคนนั้นคือปาณัทโชคยังดีที่เขาหลบทัน เธอไม่วายต่อว่าที่เขาไม่พาไปส่งบ้านแต่กลับพามายังที่พักของตัวเอง เขาเห็นสภาพเหมือนโดนมอมยาของเธอแล้วจะปล่อยให้กลับบ้านได้อย่างไร
“เอ่อ ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ฉันจะกลับหลีกสิ” พิรญาณ์ผลักเขาพ้นทาง ปาณัทวิ่งไปขวางไว้
“พี่ปล่อยให้น้องพิณกลับเองไม่ได้หรอก ฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่สร่างดี เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
หญิงสาวทำเป็นยอมตามที่เขาว่า แต่พอปาณัทขอไปหยิบเสื้อก่อน เธอฉวยกระเป๋าถือตัวเองได้วิ่งหนีไปที่ประตูห้อง เขาวิ่งตามมาตะปบไหล่เธอไว้ได้ทัน เธอถึงกับร้องโอ๊ยลั่นด้วยความเจ็บปวดทรุดลงไปนั่งกับพื้น ปาณัทตกใจคิดว่าจับเธอแรงเกินไปเข้าไปคุกเข่าข้างๆจะขอดูไหล่
“อย่านะ ไม่มีอะไรจะดูทำไม”
ปาณัทรู้ดีว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ถลกคอเสื้อพิรญาณ์ที่พยายามขัดขืนจนสำเร็จ ต้องตกใจที่เห็นรอยกัดเป็นห้อเลือด ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้จอมหื่นนั่นเป็นใครทำไมทำกับเธอขนาดนี้ ทีแรกเธอไม่ยอมพูดอะไร เขาต้องขอร้องเธอถึงยอมเล่าให้ฟัง
“ไอ้เหวินเฉียงน่ะเหรอ มันก็เป็นลูกค้าที่ฉันอยากได้ยอดสั่งซื้อจากมัน 20 ล้าน ส่วนมันก็อยากจะได้กำไรจากฉันมากกว่าอยากได้สินค้าน่ะสิ มันถึงเอาเรื่องธุรกิจมาล่อฉันไปติดกับมัน แต่ไม่ต้องมาสงสารฉันนะ มันก็แค่ประสบการณ์เลวๆครั้งหนึ่งในหลายๆครั้งที่ฉันเคยเจอมาในชีวิต หลังจากบ้านแตก”
ชายหนุ่มได้แต่ฟังเงียบๆ รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะห้ามหรือเถียง ดึงพิรญาณ์ให้ลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาจะได้ทำแผลให้ เธอตวาดเสียงเขียวว่าไม่ต้อง ปาณัทตวาดกลับ คิดว่าปากไอ้จอมหื่นนั่นสะอาดนักหรือ ถึงจะเก็บน้ำลายมันไว้เป็นที่ระลึก แค่คิดพิรญาณ์ก็ขยะแขยงสุดๆ จึงยอมให้เขาทำแผลให้
ระหว่างทำแผลให้พิรญาณ์ ปาณัทใจเต้นไม่เป็นส่ำ หากเป็นคนไข้สาวคนอื่น คงไม่ทำให้เขาหวั่นไหวเท่านี้ เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ทั้งคู่จำต้องฝืนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้จนทำแผลเสร็จ
“เดี๋ยวจะจัดยาไว้ให้ไปทำแผลเองที่บ้าน แล้วก็ยาแก้อักเสบไว้กินเผื่อคืนนี้แผลมันจะบวม”
“ทำอย่างนี้ทำไม ทำดีกับฉันทำไมทั้งๆที่รู้ว่าฉันไม่ต้องการ” พิรญาณ์เห็นเขาทำหูทวนลมไม่ยอมตอบคำถาม ตั้งหน้าตั้งตาเก็บอุปกรณ์ทำแผลก็ตวาดแว้ดไม่ได้ยินที่ถามหรือ ปาณัทได้ยินแต่เลือกที่จะไม่ตอบ ก้มหน้าเก็บของต่อ เธอกระชากให้เขาหันมาเผชิญหน้าด้วย
“ก็ตอบมาสิว่าเพราะพี่ยังรักพิณอยู่ พูดออกมาเลย”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าพี่ยังรักหรือไม่รักน้องพิณ มันอยู่ที่น้องพิณต่างหากว่ายังรักพี่ไหม” ปาณัทโพล่งขึ้นอย่างอัดอั้น ดึงแขนพิรญาณ์ออกแล้วเดินหนี เธอเพิ่งค้นพบว่าการได้เห็นเขาเจ็บปวดช่วยบรรเทาความแค้นในใจตัวเองได้
ooooooo
พิรญาณ์อยากเห็นปาณัทเจ็บปวดอีก แกล้งเข้าไปกอดจากด้านหลัง พร่ำเพ้อว่ายังรักเขาอยู่ ชายหนุ่ม หลงเชื่อว่าเป็นความจริงหันมากอดเธอตอบ สารภาพว่ายังรักเธอเสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
“แล้วพี่นนท์อยากรู้ไหมว่าพิณยังรักพี่มากแค่ไหน”
“พี่ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น แค่น้องพิณรักพี่ก็พอ” ว่าแล้วปาณัทบรรจงจูบแก้มเธอ รู้สึกเหมือนได้สิ่งที่รอคอยแสนนานกลับคืนมา สัมผัสอ่อนโยนของเขาทำให้พิรญาณ์เกือบจะแพ้ใจตัวเอง ล้มเลิกสิ่งที่ตั้งใจจะทำ แต่แล้วความเคียดแค้นก็ชนะ บอกเขาว่าเธออยากให้เขารู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน แล้วจับมือทั้งสองข้างของเขาหงายขึ้น หันไปหยิบ
ดอกกุหลาบในแจกันบนโต๊ะ ดึงกลีบกุหลาบออกมาสามกลีบวางบนมือขวาพร้อมกับบอกว่ารักเขาสามครั้งเท่ากับกลีบกุหลาบที่เด็ดออกมา
พอเด็ดกลีบที่สี่ยิ้มหวานของเธอเปลี่ยนเป็นร้ายกาจ แล้ววางมันบนมือซ้ายของเขา พร้อมกับบอกว่าเกลียด ปาณัทถึงกับยิ้มค้าง พิรญาณ์เด็ดกลีบกุหลาบทั้งหมดวางลงในมือซ้าย
“เกลียดๆๆๆแล้วก็เกลียด เห็นหรือยังว่าถึงฉันจะรักคุณอยู่ แต่ฉันก็เกลียดคุณมากกว่าเพราะฉะนั้นฉันจะอยู่กับคนที่เกลียดมากกว่ารักได้อย่างไรกัน” พิรญาณ์ว่าแล้ววิ่งออกจากห้อง ทิ้งให้ปาณัทยืนมองกลีบกุหลาบในมือทั้งสองข้างเสียใจสุดๆที่ถูกเธอทำร้ายจิตใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มทรุดลงนั่งแปะกับพื้น...
ด้านพิรญาณ์เดินออกจากห้องพักทั้งเท้าเปล่า ทำให้ปาณัทเจ็บเธอเองก็พลอยเจ็บไปด้วย ต้องหาที่ยืนพิงเพื่อร้องไห้ พยายามบอกกับตัวเองไม่ให้เสียใจ น่าจะดีใจด้วยซ้ำที่ทำให้ลูกนังเมียน้อยของพ่อเจ็บได้ แค่นี้ยังน้อยไปกับสิ่งที่แม่ของเขาทำไว้กับครอบครัวของเธอ คิดได้ดังนั้นพิรญาณ์ปาดน้ำตาทิ้งแล้วจะก้าวต่อไป แต่ อยู่ๆโลกก็หมุน ฤทธิ์ยานอนหลับยังไม่หมดจากกระแสเลือด ค่อยๆเกาะผนังไปยังลิฟต์ พลันนิภาพรรณโทร.เข้ามือถือของเธอ แจ้งเรื่องที่ในสังคมออนไลน์พากันแชร์คลิปรองเท้าส้นสูงของเธอกันเน็ตแทบล่ม
“ว่าไงนะ รองเท้า?” พิรญาณ์ก้มมองเท้าเปลือยเปล่าของตัวเอง แล้วนึกย้อนไปถึงตอนที่ถูกเหวินเฉียงดึงกระโปรงไว้ได้ เธอถีบหน้าเขาจนส้นสูงข้างนั้นหลุด ชักใจคอไม่ดีกลัวจะเป็นฝีมือของไอ้จอมหื่นนั่น
“พี่นิภา เอ่อ ที่พี่พูดเกี่ยวกับนายเหวินเฉียงหรือเปล่าค่ะ”
นิภาพรรณเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อีกสักครู่จะส่งคลิปที่ว่ามาให้ดู แล้วหันไปพยักพเยิดให้กรกฏจัดการส่งคลิปให้ พร้อมกับบ่นอุบว่าเจ้านายสาวไม่น่าออกไปคุยกับเหวินเฉียงข้างนอกเลย ก่อนจะหันมองเหล่าพนักงานที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงรองเท้าในคลิป บ้างก็จำได้ว่าเป็นรองเท้าของเจ้านายสาวที่ใส่มาเมื่อเช้า...
พิรญาณ์เห็นคลิปที่โพสต์ลงในเน็ตเป็นรูปรองเท้าส้นสูงของตัวเอง พร้อมโครงร่างใบหน้าเบลอๆ ถึงเห็นไม่ชัดแต่เธอก็ดูออกว่าเป็นรูปของเธอ โดยมีข้อความกำกับใต้ภาพ
“ไฮโซสาวทายาทเจ้าของร้านอัญมณี จนตรอก เอาตัวเข้าแลกเงินกับลูกค้าเสี่ย หวังเงิน 20 ล้าน เสี่ยไม่เล่นด้วยโดนทำร้ายด้วยส้นสูงแล้วทิ้งรองเท้านางซินไว้ให้ดูต่างหน้า”
“นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้เหวินเฉียง ไอ้สารเลว” พิรญาณ์พึมพำด้วยความแค้นใจ
ooooooo
ในเวลาต่อมา พิรญาณ์เดินตัวเปียกปอนจากฝนที่เทกระหน่ำเข้ามาในบ้าน เห็นแม่นั่งเหม่ออยู่ที่ห้องรับแขก วิ่งเข้าไปกอดร้องไห้คร่ำครวญว่าตนเองไปทำอะไรให้ ทำไมเขาถึงทำร้ายเธอขนาดนี้
“คุณแม่ขากอดพิณหน่อย ปลอบพิณที พิณกลัว... พิณกลัวเหลือเกินทำไมโลกมันโหดร้ายขนาดนี้” พิรญาณ์ซุกหน้ากับตักแม่ ไม่ได้กลัวเหวินเฉียง แต่กลัวชีวิตที่เหลืออยู่กับสิ่งที่ต้องเผชิญต่อไป มัทนาเหมือนจะรับรู้ถึงความกลัวและท้อแท้ของลูกได้ สติที่เคยขาดผึงไปแล้วกลับมาแบบไม่เต็มร้อย ลูบหัวลูกปลอบใจ
“แม่อยู่นี่ แม่อยู่นี่ พิณของแม่”
หญิงสาวดีใจที่แม่พูดได้อีกครั้ง ตั้งแต่พศิกาหายไปท่านไม่เคยพูดอะไรอีกเลย แต่แล้วเธอเป็นลมล้มพับ มัทนาตกใจสุดขีดกรีดร้องลั่น สมใจกับนายผลได้ยินเสียงรีบเข้าไปดู ต่างตกใจกับสภาพของสองแม่ลูก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี สมใจนึกถึงพีระเดชขึ้นมาได้ รีบโทร.หาเขาตกใจไม่แพ้กัน สั่งให้พาทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลที่มัทนารักษาตัวอยู่ ส่วนเขาจะตามไปทันที วางสายแล้วหันไปคว้ากุญแจรถ เปรมสุดาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัทนา
“ไม่ใช่แค่คุณมัทคนเดียวน่ะสิ ยัยพิณเกิดเป็นลมเป็นแล้งอะไรขึ้นมาด้วยก็ไม่รู้”
“ฉันไปด้วยนะคะ ฉันอยากจะช่วยอะไรบ้างไม่ใช่อยู่เฉยๆ”...
ที่โรงพยาบาลประชาราษฎร์ วาสิตาได้ใจปาณัทไปเต็มๆที่ช่วยแก้สถานการณ์ให้จนคนไข้ไม่ถือโทษโกรธเขาที่หายหน้าไป ส่วนเรื่องค่ารักษาของคนไข้ที่โรงพยาบาลต้องขาดรายได้ เขาขอให้หักจากเงินเดือนของเขา
“หักอะไรกันคะหมอ ไม่เอาค่ะสำหรับหวาหวาเรื่องเงินน่ะเรื่องเล็ก แต่เรื่องมิตรภาพสำคัญกว่า ไว้หมอเลี้ยงข้าวหวาหวาแทนก็แล้วกันนะคะ”
“โอเคครับ ไว้ผมจะเลี้ยงข้าวคุณหวาหวา” ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างจริงใจทำให้มิตรภาพเริ่มงอกเงย ระหว่างนั้นมีคนไข้ด่วนสองรายถูกเข็นผ่านหน้าไป ปาณัทถึงกับหน้าเครียดที่เห็นพิรญาณ์กับมัทนาคือคนไข้สองคนนั้น วาสิตาเองก็ตกใจเช่นกันรีบวิ่งตามสองแม่ลูกไปกับปาณัท...
ชาญวิทย์ดูแลอาการประสาทกำเริบของมัทนา ขณะที่พิรญาณ์ยังไม่มีหมอคนไหนเป็นเจ้าของไข้ ปาณัทจึงรับหน้าที่ดูแลเอง พีระเดชเดินนำเปรมสุดาเข้ามา เห็นปาณัทรักษาลูกสาวของตัวเองอยู่ก็ไม่พอใจคำรามเสียงลอดไรฟันว่าโรงพยาบาลนี้ไม่มีหมอคนอื่นแล้วหรือ เปรมสุดาต้องขอร้องให้ใจเย็นๆ เขาถึงสงบลงได้...
ขณะที่ปาณัทรักษาอาการป่วยของพิรญาณ์ พีระเดชกับเปรมสุดาขอเข้าไปเยี่ยมมัทนา ชาญวิทย์เห็นว่าเขาเป็นสามีของคนไข้ ก็อนุญาตให้เยี่ยมได้ เปรมสุดาเห็นสภาพมัทนาที่นอนตาลอยอยู่บนเตียงตรวจก็ใจหาย อยู่ๆเธอหันหน้ามองทั้งคู่เขม็ง ทำเอาพีระเดชกับเปรมสุดาพากันสะดุ้งโหยง...
อีกมุมหนึ่งหน้าห้องฉุกเฉิน สิรัตน์เอาคลิปรองเท้าส้นสูงที่เหวินเฉียงโพสต์ไว้มาให้วาสิตาดูเมื่อรู้ข่าวพิรญาณ์เข้าโรงพยาบาล เธอตั้งข้อสังเกต ทายาทสาวเจ้าของร้านอัญมณีที่ในคลิปพูดถึงน่าจะใช่พิรญาณ์
“ไม่ต้องสงสัย ใช่แน่ๆที่เป็นลมเป็นแล้งเข้าโรงพยาบาลมา อาจจะเพราะเรื่องนี้นี่แหละ” วาสิตายิ้มสะใจ เนื่องจากไม่ชอบขี้หน้าพิรญาณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ooooooo
พิรญาณ์มีไข้สูงแถมยังหมดสติ ปาณัทฉีดยาลดไข้ให้ ก่อนจะสั่งให้พยาบาลถอดเสื้อผ้าเปียกออกเพื่อทำให้คนไข้อบอุ่นแล้วสั่งแอดมิต จากนั้น เขาพาแม่กับพีระเดชไปที่ห้องตรวจของเขาเพื่อคุยถึงอาการป่วยของสองแม่ลูก เป็นครั้งแรกที่เปรมสุดามาห้องทำงานลูก ปลื้มมากที่ลูกได้สิ่งเหล่านี้มาเพราะความสามารถของเขาเอง
พีระเดชหมั่นไส้ ทำไมต้องดีใจอะไรนักหนาก็แค่ห้องตรวจคนไข้ธรรมดา ลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยงก็เลยมีปากเสียงกัน พีระเดชจะเข้าไปเอาเรื่องปาณัท เปรมสุดาต้องเข้าไปกั้นกลาง ขอร้องเขาให้พอได้แล้ว ตอนนี้คุณมัทกับหนูพิณกำลังป่วยอยู่ จะมาทะเลาะกันทำไมให้วุ่นวายหนักเข้าไปอีก...
ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ พิรญาณ์ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนให้น้ำเกลืออยู่ในโรงพยาบาล ถึงกับเซ็งที่สุดท้ายก็ต้องมาที่นี่จนได้ จังหวะนั้นวาสิตาหิ้วตะกร้าผลไม้เข้ามา เธอถามอย่างเพลียๆว่ามาที่นี่ได้อย่างไร
“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่พอจะรู้ว่าที่คุณเป็นลมเป็นแล้งไปจนต้องหามส่งโรงพยาบาลเพราะเรื่องอะไร”
“ฉันอุตส่าห์มองโลกในแง่สร้างสรรค์คิดว่าที่คุณถือวิสาสะเข้ามาหาฉันถึงในห้องนี้เพราะมีน้ำใจมาเยี่ยม”
วาสิตาไม่ได้อยากมาเยี่ยมคนที่โกงค่าสร้อยเพชรตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะพิรญาณ์เป็นเพื่อนของปาณัทของเธอ พิรญาณ์ยิ้มให้อย่างสมเพชที่เธอทึกทักเอาเองว่าตนเป็นแค่เพื่อนของเขา เตือนว่าอย่าพยายามอีกเลย เธอไม่มีวันได้หัวใจของปาณัท เพราะเขาไม่มีวันรักใครได้อีก แล้วไล่ให้เธอกลับไปได้แล้ว วาสิตาจำต้องกลับออกไป พิรญาณ์มองตามอย่างถือไพ่เหนือกว่าเนื่องจากรู้อยู่เต็มอกว่าปาณัทมอบหัวใจให้ตนเองหมดแล้ว ตนจะทำอะไรกับหัวใจของเขาก็ได้...
ฝ่ายวาสิตายังคาใจไม่หายที่พิรญาณ์พูดเหมือนตัวเองเป็นอะไรกับปาณัทมากกว่าคนรู้จัก และถ้านังนั่นคิดจะเป็นศึกแย่งเขา รับรองชีวิตไม่สงบแน่ คิดได้ดังนั้นโทร.หาสิรัตน์
“เช็กซิ หมอนนท์อยู่ไหน...ศูนย์หัวใจเหรอ...
งั้นไปเจอกันที่นั่น ฉันมีงานที่เธอถนัดมากๆจะให้ทำ”
ครู่ต่อมา วาสิตาตามไปสมทบกับปาณัท พีระเดชและเปรมสุดา ทำทีจะมาแจ้งให้ปาณัทรู้ว่าพิรญาณ์ฟื้นแล้ว มีใครบอกเขาหรือยัง เขารู้เรื่องนี้แล้วกำลังจะพาคุณพ่อของพิรญาณ์ขึ้นไปเยี่ยม แล้วแนะนำให้เธอรู้จักกับพีระ-เดชและเปรมสุดาแม่ของเขา วาสิตาได้ทีชวนเปรมสุดาคุย
“หมอนนท์เคยบอกหวาหวาว่าคุณแม่ของหมอสนิทกับคุณแม่ของคุณพิณน่ะค่ะ”
ทุกคนพากันอึดอัด กลัวความลับจะแตก พีระเดชรีบตัดบทชวนให้ขึ้นไปเยี่ยมพิรญาณ์ เร่งให้ปาณัทพาไปได้แล้ว ทั้งสามคนยังไม่ทันจะขยับไปไหน สิรัตน์ทำเป็นเดินถือมือถือเข้ามาตามแผนการที่วางเอาไว้
“คุณหวาหวาเห็นข่าวฉาวนี่หรือยังคะ เขาฟันธงว่าต้องเป็นคุณพิรญาณ์แน่ๆ” สิรัตน์แสร้งตกใจที่เห็น
พีระเดชรีบเอามือถือซ่อนไว้ด้านหลัง เขาถึงกับหูผึ่งอยากรู้ว่าข่าวอะไร
“ไม่มีข่าวอะไรหรอกครับ รีบไปกันเถอะ”
พีระเดชจะดูข่าวที่ว่าให้ได้ สั่งให้สิรัตน์ส่งมือถือมาให้ พอเห็นคลิปเท่านั้น เขาโกรธควันแทบออกหู เปรมสุดาติงว่าในนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักหน่อย อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ พีระเดชไม่สนใจเสียงทักท้วงเดินหน้าเครียดออกไปทันที เปรมสุดาเห็นท่าไม่ดีรีบบอกให้ลูกชายตามเขาไป
ooooooo
พิรญาณ์พยายามแข็งใจกินอาหารเพื่อให้มีกำลังต่อสู้กับชีวิตต่อไป ตอนที่พีระเดชเปิดประตูผลัวะเข้ามาต่อว่าว่าทำไมถึงได้ทำตัวงามหน้าอย่างนี้ เปรมสุดากับปาณัทที่ตามมาต้องขอร้องให้เขาใจเย็นก่อน มีอะไรค่อยพูดกัน รอให้พิรญาณ์หายป่วยก่อน
“ปล่อยให้พ่อฉันพูด คนนอกครอบครัวไม่ต้อง มายุ่ง”
ปาณัทชะงัก ตระหนักในทันทีว่าความหวังดีของตัวเองไม่ได้ช่วยให้พิรญาณ์ให้อภัย สองพ่อลูกมีปากเสียงกัน พีระเดชเชื่อหมดใจว่าลูกสาวทำอย่างที่เห็นในคลิปโดยไม่ถามสักคำว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร พอถูกเธอต่อว่าให้บ้างเขากลับทนไม่ได้ปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง ปาณัทรีบเข้าไปขวาง
“ถ้าคุยกันดีๆไม่ได้ ผมจะใช้สิทธิ์ของหมอไล่ คุณลุงกลับเดี๋ยวนี้”
พีระเดชหยุดกึก เดินไปกระแทกตัวลงนั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟา...
ขณะที่สิรัตน์เตรียมตัวจะกลับบ้าน ณัฐวุฒิปรี่เข้าไปถามว่าวาสิตาสั่งให้เธอเอาอะไรให้ผู้ชายคนนั้นดู ทีแรกเธอไม่ยอมบอก แต่พอถูกคาดคั้นบวกกับความที่เป็นพวกปากโทรโข่ง สิรัตน์เปิดคลิปรูปรองเท้าส้นสูงให้เขาดู พร้อมกับเม้าท์ให้ฟังว่าทุกคนพากันสงสัยว่าไฮโซปริศนาคนนี้จะเป็นพิรญาณ์คนไข้ของโรงพยาบาล เขาอดแปลกใจไม่ได้ วาสิตาไปเกี่ยวอะไรด้วย สิรัตน์เล่าว่าเจ้านายของตนไม่กินเส้นกับเธอ
“แล้วคุณพิรญาณ์ก็ดันมาสนิทสนมกับหมอนนท์ ผู้ชายที่สิรัตน์ส่งข่าวนี้ให้ดูก็เป็นพ่อของคุณพิรญาณ์
นี่แหละค่ะ ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็เป็นคุณแม่ของหมอนนท์ แค่นี้นะคะ คุณหมอไปคิดปะติดปะต่อเรื่องเอาเอง สิรัตน์กลับล่ะ สวัสดีค่ะ” สิรัตน์คว้ามือถือคืนแล้วเดินไปที่ตึกจอดรถ...
แม้ภายในห้องพักฟื้นของพิรญาณ์จะเงียบสงบแต่บรรยากาศยังคงมาคุ พิรญาณ์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ถามพ่อว่าคิดจะตามหาพศิกาบ้างไหม เขาตามหาแล้วทั้งจ้างนักสืบทั้งแจ้งตำรวจ และออกตามหาด้วย
ตัวเองก็ไม่เจอจะต้องให้เขาทำอย่างไรอีก หรือต้องฆ่าตัวตายตามพศิกาไปด้วยถึงจะพอใจ
“พิณไม่รู้ว่าคุณพ่อต้องทำยังไง พิณรู้แค่ว่าคุณพ่อต้องทำหน้าที่พ่อ” คำพูดของพิรญาณ์เหมือนหลอกด่าพ่อตัวเองกลายๆ พีระเดชโมโหลุกพรวดขึ้น ถ้าอย่างนั้นที่เธอป่วยแล้วเขามาเยี่ยม เขาก็ทำหน้าที่พ่อจบแล้ว จากนั้นเดินออกจากห้องไปเลย เปรมสุดารีบเดินตาม พิรญาณ์ต้องหลับตาเพื่อข่มความเสียใจเอาไว้
เปรมสุดาตามพีระเดชจนทันขอร้องให้ใจเย็นๆ
ก่อน พิรญาณ์กำลังป่วยคงไม่รู้ว่าพูดอะไรออกมา แล้วชวนเขาไปเยี่ยมมัทนาด้วยกัน พีระเดชไม่มีอารมณ์จะเยี่ยมใครทั้งนั้น ถ้าเธออยากไปก็เชิญตามสบาย เขาจะไปรอที่รถ ครู่ต่อมาเปรมสุดาเข้ามาในห้องพักฟื้นของมัทนา พยาบาลที่เฝ้าไข้อยู่เตือนว่าอย่าเยี่ยมนาน แล้วปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง เปรมสุดาเดินเข้ามาแตะแขนมัทนาที่นอนหลับอยู่บนเตียง อวยพรให้เธอหายไวๆ
อยู่ๆมัทนาลืมตาโพล่งจ้องหน้าคนเยี่ยมไข้เขม็ง ก่อนจะคว้ามือของเปรมสุดาที่แตะแขนตัวเอง เธอตกใจจะถอยหนีแต่มัทนาจับมือไว้แน่น ตัวเกร็งจนเตียงสั่น เธอพยายามแกะมือออกแต่ไม่สำเร็จ พยาบาลเปิดประตูเข้ามาเห็น ช่วยแกะมือมัทนาออกจนได้ เปรมสุดาใจหายใจคว่ำ รีบออกไปทันที
ooooooo
ปาณัทเห็นอาหารในถาดของพิรญาณ์ยังไม่พร่อง บอกให้กินข้าวจะได้กินยา ไข้ลดเมื่อไหร่จะอนุญาตให้ไปเยี่ยมแม่ของเธอได้ พิรญาณ์ตกใจที่รู้ว่าแม่อยู่ที่นี่ด้วย
“ตอนที่คุณเป็นลมล้มพับไป แม่คุณคงตกใจอาการก็เลยกำเริบ”
พิรญาณ์เจ็บใจตัวเอง ไม่น่าอ่อนแอให้แม่เห็น ปาณัทเตือนในฐานะหมอ ถ้าเธออยากผ่านปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างไปให้ได้ ก็ต้องทำตัวให้เข้มแข็ง แล้วขอตรวจเช็กร่างกายของเธอหน่อย ไม่พบอาการผิดปกติ เพียงแต่ตัวยังรุมๆ บอกให้ฝืนใจกินข้าวให้หมด แล้วขอตัวกลับก่อน พิรญาณ์คว้ามือเขาไว้ อ้อนให้ช่วยป้อนข้าวให้
“นี่น้องพิณคิดจะทำอะไรอีก”
“พิณพยายามเข้มแข็งอย่างที่พี่บอกไง ถึงแม้ว่าเราสองคนไม่มีวันจะกลับมารักกันได้อีก แต่เรากลับมาเป็นพี่น้องกันได้นะ พี่น้องต่างแม่ไง พี่เป็นลูกเมียน้อย พิณเป็นลูกเมียหลวง อบอุ่นจะตาย” พิรญาณ์หัวเราะชอบใจ ปาณัทแกะมือเธอออก ผละจากไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ณัฐวุฒิเห็นปาณัทออกมายืนหน้าประตูห้องพักฟื้นด้วยสีหน้าไม่สบายใจ เดาได้ไม่ยากต้องมีอะไรบางอย่างในห้องนั้นแน่ๆ รอจนเขาลับสายตา รีบตรงไปยังห้องที่ปาณัทเพิ่งเดินออกมา มีชื่อ “พิรญาณ์ เกียรติดำรงกุล” ติดอยู่หน้าห้อง ณัฐวุฒิแอบมองทางช่องกระจกหน้าประตูเห็นพิรญาณ์กำลังสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกพลังให้ตัวเอง ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ พบทางจะทำให้ปาณัทห่างจากวาสิตาได้แล้ว...
ทางฝ่ายวาสิตาเห็นสีหน้าเหนื่อยอ่อนของปาณัท อยากจะให้เขาได้ผ่อนคลาย ชวนไปหาอะไรกินกัน เพราะเขายังติดเลี้ยงข้าวเธอหนึ่งมื้อ เธอเห็นเขาอึกอัก รีบออกตัวถ้าเขาไม่อยากไปเธอก็ไม่บังคับ
“โอ๊ะเปล่าครับ ผมก็หิวเหมือนกัน งั้นรอผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนะครับ”
ไม่นานนัก ปาณัทกับวาสิตาพากันไปที่รถของเธอ ณัฐวุฒิออกมาเห็นพอดี จะวิ่งไปหาแต่เธอขับรถออกไปเสียก่อน ได้แต่มองตามอย่างหงุดหงิด แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ คว้ามือถือโทร.หาวาสิตา แต่เธอปิดเครื่องหนีไม่อยากให้ปาณัทรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ณัฐวุฒิพยายามโทร.หาอีกครั้ง คราวนี้มีเพียงเสียงให้ฝากข้อความ ถึงกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแทบจะขว้างมือถือทิ้ง
ooooooo
ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน วาสิตารบกวนปาณัทช่วยไปเป็นนายแบบถ่ายโฆษณาให้กับโรงพยาบาลในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งประจำศูนย์หัวใจเนื่องจากรูปที่เขาเคยถ่ายโฆษณาเอาไว้แทบไม่เห็นหน้าเขา แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดรูปที่ว่าให้ดูเป็นรูปหมู่ของคณะแพทย์ประจำศูนย์หัวใจซึ่งดูเขาจะไม่ค่อยพร้อมให้ถ่ายรูปนัก
“หน้าผมเด๋อด๋ามากเลย จำได้ว่าตอนนั้นรีบมาจากอีกโรงพยาบาลหนึ่ง กลัวไม่ทันถ่ายรูปหมู่ เลยซิ่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้างมา ผมยังแทบไม่ได้หวีเลย”
“อ๋อเหรอคะ มิน่าล่ะหัวตั้งมากเลย” วาสิตาหัวเราะสดใสพลอยทำให้ปาณัทหัวเราะไปด้วย เธอรับประกันครั้งนี้เธอจะทำให้เขาหล่อและดูดีที่สุดให้สมกับความสามารถในตัวเขา ปาณัทขอบคุณเธอมากที่มีน้ำใจกับเขาและทำให้วันนี้เขาได้หัวเราะอีกครั้ง เธอให้สัญญาว่าจากนี้ไปเธอจะทำให้เขาหัวเราะบ่อยๆเมื่ออยู่ใกล้เธอ
ปาณัทไม่คิดว่าหัวใจที่เหงามาแรมปีจะมีโอกาสเต้นรัวได้อีกครั้งเพราะผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่พิรญาณ์ วาสิตาเองก็สุขใจไม่แพ้เขาเช่นกัน ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรให้ได้หัวใจของเขามากอดเร็วๆ พลันแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเธอ จากนั้นชวนเขาไปยังจุดชมวิวของร้านอาหาร ขอบคุณที่พาเธอมาเลี้ยงข้าว พอเขาเผลอเธอแกล้งทำต่างหูคู่โปรดหล่นไปหนึ่งข้าง แล้วทำท่าจะร้องไห้ด้วยความเสียดาย
“ใจเย็นๆครับ ตกอยู่แถวนี้ เดี๋ยวก็เจอครับ ผมช่วยหา” ปาณัทก้มลงกวาดตาไปตามพื้นในที่สุดก็เจอ
วาสิตาทำเป็นคลำที่พื้นตรงโน้นตรงนี้ ก่อนจะชูแป้นเสียบต่างหูขึ้นมาบอกว่าหาเจอแล้วเช่นกัน เขาคืนต่างหูให้ เธอทำเป็นใส่ต่างหูไม่เข้าวานให้เขาช่วยใส่แล้วเอียงตัวเข้ามาเกือบชิดตัวเขา ความใกล้ชิดบวกกับความโดดเดี่ยวที่มีมานานทำให้เขาเผลอตัวเผลอใจยื่นหน้าจะจูบเธอ แต่กลับหยุดตัวเองไว้ทัน รีบตัดบทชวนเธอกลับ วาสิตาเสียดายมากโอกาสที่จะได้จูบแรกจากเขาเป็นอันแห้ว เท่านั้นไม่พอ ปาณัทยังขอนั่งแท็กซี่กลับเองไม่ยอมให้เธอขับรถไปส่ง เธอได้แต่มองตามรถแท็กซี่ที่เขานั่งด้วยความเซ็งเป็นรอบที่สอง
“หมอเดินหนี ฉันก็จะเดินตาม ต่อให้หมอวิ่งหนีฉันก็จะวิ่งตามเพื่อไล่ล่าเอาจูบแรกของหมอมาให้ได้ เมื่อไหร่ที่ฉันได้จูบแรกของหมอมา เมื่อนั้นหมอจะไม่มีวันหนีพ้นจากเสน่ห์ของวาสิตา”...
ระหว่างที่ปาณัทรอดจากเสียจูบให้วาสิตาได้อย่างหวุดหวิด พิรญาณ์ลากเสาแขวนน้ำเกลือมาที่ห้องของแม่จะขอเข้าเยี่ยม แต่พยาบาลไม่ให้เข้า ต้องให้ปาณัท อนุญาตก่อน ณัฐวุฒิเข้ามาโวยวาย คนไข้อยากจะเยี่ยมคุณแม่ทำไมต้องห้ามด้วย ถ้าปาณัทไม่อนุญาต ตนอนุญาตเอง ถ้ามีอะไรตนจะรับผิดชอบเอง พยาบาลเดินหน้าจ๋อยออกไป ณัฐวุฒิหยิบหน้ากากอนามัยในถุงพลาสติกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ยื่นให้พิรญาณ์
“ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกเข้าไปด้วยนะครับ ผมอนุญาตให้เยี่ยมห้านาที”
พิรญาณ์ขอบคุณเขามาก รับหน้ากากอนามัยมาสวมแล้วเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้าไปหาแม่...
หลังกินมื้อค่ำกับวาสิตา ปาณัทไม่ได้กลับคอนโดฯที่พัก แต่แวะมาดูอาการของพิรญาณ์ด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอนอนกระสับกระส่ายหวนนึกถึงคำพูดของชาญวิทย์ที่คุยกันเมื่อตอนเย็น
“เมื่อสักพักผมเข้าไปเยี่ยมคุณพิณมา คุณพิณมีอาการเครียดมากนะครับ สภาพจิตใจย่ำแย่ต้องมีเรื่องมีเหตุกระทบใจรุนแรงมาแน่ๆ ผมถามแต่คุณพิณไม่ยอมบอก ผมเลยตัดสินใจสั่งยาคลายเครียดให้ กลัวปล่อยไว้แล้วเป็นหนัก มีอาการทางประสาทตามคุณแม่ไปอีกคน”
ปาณัทมองพิรญาณ์ด้วยความรักเต็มหัวใจ ตัดสินใจจะยุติปัญหาเรื่องเหวินเฉียงให้เธอด้วยตัวเอง
ooooooo
ขณะนั่งกินมื้อเช้ากับพ่อ วาสิตาถามหยั่งเชิงว่าปาณัททั้งเก่งทั้งมีความสามารถครบถ้วน พอจะเป็นว่าที่ลูกเขยของท่านได้ไหม วิชัยเตือนลูกว่าเพิ่งจะรู้จักกับเขาอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ น่าจะคบหาดูใจกันไปก่อน เพราะเท่าที่ท่านรู้ การใช้ชีวิตของปาณัทแตกต่างจากเธอมาก วาสิตายอมรับว่าจริง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค
“เท่าที่พ่อเลี้ยงลูกมา ลูกก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน นี่ลูกรักหมอนนท์เข้าแล้วน่ะสิ”
วาสิตาไม่ตอบ คว้าดอกกุหลาบในแจกันบนโต๊ะขึ้นมาถือ ยิ้มอย่างผู้หญิงที่กำลังตกหลุมรัก แล้วนึกแผนพิชิตใจปาณัทขึ้นมาได้รีบวิ่งเข้าครัวไปทำแซนด์วิชแฮมชีส จัดใส่กล่องสวยงามจะเอาไปกินมื้อกลางวันกับเขา นั่นยิ่งทำให้วิชัยมั่นใจว่าลูกสาวของตนเองหลงรักผู้ชายคนนี้จริงๆ
ครั้นมาถึงโรงพยาบาล วาสิตาต้องผิดหวังเมื่อพบว่าปาณัทโทร.มาแจ้งกับพยาบาลหน้าห้องตรวจว่าวันนี้จะเข้าสาย เพราะกว่าจะมีคิวตรวจคนไข้ก็เป็นตอนบ่ายโมง เธอบ่นพึมพำเมื่อคืนไม่เห็นเขาบอกว่าจะเข้าสาย ทำเอาสิรัตน์กับเหล่าพยาบาลที่เคาน์เตอร์พากันหูผึ่ง วาสิตาหงุดหงิดมากคว้าตะกร้าใส่แซนด์วิชไปจากมือ สิรัตน์เดินลิ่วออกไป ทันทีที่เจ้านายสาวพ้นสายตา สิรัตน์ไม่วายนินทา
“ตกลงว่าหมอนนท์กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนางไปเรียบร้อยแล้ว”...
วันนี้นิภาพรรณกับกรกฏมาเยี่ยมอาการป่วยของพิรญาณ์ ทั้งคู่พากันก่นด่าที่เหวินเฉียงเอาเรื่องไม่จริงไปโพสต์ลงเน็ตทำให้เจ้านายของพวกตนเสียหาย พิรญาณ์จะลองสู้กับจอมหื่นดูสักตั้ง ไหนๆจะเสียชื่อทั้งทีแล้ว จะไม่ยอมหดหัวเน่าตายเงียบๆ แล้วคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา ทันทีที่เขารับสายเธอตะคอกใส่ “นี่ฉันเองนะไอ้หื่น”
“ปากดีนักนะนังนี่ ที่ฉันโพสต์แฉแกมันยังแซ่บน้อยไปสิท่า อยากจะให้ลงชื่อชัดๆเลยใช่ไหมว่าเป็นแก”
พิรญาณ์ท้าให้ลงชื่อได้เลย เธอจะได้แฉเขากลับบ้าง น้ำหน้าอย่างเขาดีแต่เป็นอีแอบแฉผู้หญิงทางออนไลน์ ถ้าแน่จริงเจอกันตัวต่อตัวดีกว่า เธอพร้อมเมื่อไหร่จะโทร.ไปนัด แล้ววางสายใส่...
แม้จะรู้ว่าพิรญาณ์ไม่ต้องการให้มาวุ่นวายกับชีวิต แต่ปาณัทตัดสินใจจะไปจัดการเหวินเฉียงตามที่ตั้งใจเอาไว้ เขาตามไปถึงห้องพักที่จอมหื่นใช้เป็นห้องเชือดสาวๆ วิวัฒน์ซึ่งมาหาเหวินเฉียงพอดี แปลกใจมากว่าเขาเป็นใคร ทำไมถึงกล้าบุกเดี่ยวมาถึงที่นี่ จอมหื่นจำหน้าเขาได้ว่าเป็นไอ้หน้าจืดที่มาช่วยพิรญาณ์เอาไว้
“ฉันไม่ได้แค่ช่วยอย่างเดียว แต่มีหลักฐานทุกอย่างว่าแกมอมยาและพยายามจะล่วงเกินน้องพิณ” ปาณัทว่าแล้วเปิดรูปบาดแผลของพิรญาณ์ที่ตัวเองถ่ายไว้ในมือถือให้ดูเพื่อยืนยันคำพูด “แล้วยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงแรมอีก ถ้าฉันเอาไปแจ้งตำรวจ รับรองว่าตำรวจต้องมาขอดูจากโรงแรมนี้แน่”
เหวินเฉียงกับวิวัฒน์ทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่อง ปาณัทขู่ ถ้าตนเองเป็นอะไรไปมีคนพร้อมจะส่งรูปพวกนี้ให้ตำรวจทันที แต่ถ้าเหวินเฉียงยอมลบโพสต์ในเน็ต
และแก้ข่าวให้พิรญาณ์ ตนรับรองว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา วิวัฒน์ยุส่งอย่าไปกลัว มันแค่ขู่เท่านั้น ปาณัทไม่ได้ขู่แต่เอาจริง ถ้าเหวินเฉียงอยากติดคุกข้อหาพยายามข่มขืนก็ลองดู เพราะถ้าเป็นเรื่องขึ้นมาคงต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัว แถมไม่มีใครอยากทำธุรกิจด้วย เหวินเฉียงตระหนักในทันทีงานนี้ได้ไม่คุ้มเสียแน่ พิรญาณ์โทร.เข้ามือถือของเขาพอดี เหวินเฉียงตัดสินใจยุติทุกอย่าง
“ไม่ต้องโทร.มาหาฉันอีกนะ ฉันจะไม่ยุ่งกับเธอแล้ว ต่างคนต่างอยู่” พูดจบจอมหื่นตัดสายทิ้ง แล้วชูเบอร์โทร.ของพิรญาณ์ที่เพิ่งโทร.เข้ามาให้ปาณัทดู ตกลงจะทำตามข้อเสนอของเขาและให้คำมั่นว่าชาตินี้จะไม่เจอหน้าเธออีก แล้วไล่เขาออกจากห้อง ปาณัทเห็นรองเท้าส้นสูงของพิรญาณ์วางอยู่ตรงประตูห้อง ขอเอากลับไปด้วยแล้วหิ้วรองเท้าเดินออกไปเลย เหวินเฉียงแค้นใจมาก พาลเล่นงานวิวัฒน์ทีหน้าทีหลังถ้าอยากกำจัดศัตรูหรือเล่นงานพิรญาณ์ ให้ลงมือเอาเอง อย่ามาหลอกใช้ตนอีก
ooooooo










