ตอนที่ 2
อัลบั้ม: 'แซมมี่-ธันวา' ดราม่าแซบ เปิดฉาก 'ไฟรักเกมร้อน'
มัทนากลับถึงคฤหาสน์ของตัวเอง กลับพบว่าเปิดไฟส่องสว่างเพียงดวงเดียว โวยวายตำหนิสมใจเสียงลั่น ทำไมปล่อยให้บ้านมืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ นายผลที่หอบกล่องของขวัญตามมาด้านหลังอาสาจะไปตามเธอให้ วางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะยังไม่ทันจะขยับ ไฟสว่างพรึบพร้อมกับมีเสียงเพลงคลอเบาๆขึ้นมาเสียก่อน
พีระเดชเดินเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ สมใจที่ยืนหลบมุมเสาคอยเปิดไฟกับเปิดเพลงให้เขารีบกวักมือเรียกนายผลให้หลบออกมา คนจะสวีตหวานกัน พีระเดชยื่นช่อดอกไม้ให้มัทนา
“ครบรอบแต่งงาน 27 ปีของเรา ผมไม่มีอะไรจะให้นอกจากดอกไม้ช่อนี้และความรัก ความซื่อสัตย์ที่ผมมีต่อคุณตลอดเวลาที่เราครองคู่กันมา ขอให้มี
ความสุขมากๆนะคุณมัท อยู่เคียงข้างผมตลอดไป เราจะดูแลกันและกันไปจนแก่จนเฒ่านะที่รัก” พีระเดชแสดงบทสามีผู้จงรักและภักดีได้สมบทบาท
“สวยมากเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะคุณเดช ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณดูแลกันและกันไปจนแก่จนเฒ่าค่ะ” มัทนาหอมแก้มพีระเดชซึ่งหอมแก้มตอบแล้วกอดเธอไว้ แค่นี้มัทนาก็ดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่...
ขณะที่พีระเดชเล่นบทซาบซึ้งใจต่อหน้าภรรยา ปาณัทซึ่งอยู่ที่สวนสาธารณะในมาดริด จำต้องบอกความลับที่เก็บงำมาเกือบยี่สิบปีให้พีรญาณ์รู้ว่าพ่อของเธอกับแม่ของเขาอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว และพศินก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อของเธอที่เกิดจากแม่ของเขา
“นี่แม่ของพี่เป็นเมียน้อยพ่อพิณเหรอ” คำพูดของพิรญาณ์ราวกับมีดฟาดฟันลงกลางใจสองพี่น้องหนุ่ม
พศิการับไม่ได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ไม่เชื่อว่านี่เป็นความจริง พศินเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นความจริง เขาเองก็เพิ่งรู้จากพี่ชาย พิรญาณ์โยนความผิดให้ปาณัทที่เก็บงำเรื่องนี้ไว้ไม่คิดจะบอกอะไรกันบ้าง เขาไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ได้แต่ขอโทษและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ไม่ต้องมาเสียใจ ถ้าพิณรู้เรื่องบัดสีนี้ตั้งแต่แรก เรื่องของเราจะไม่มีวันเกิดขึ้นเป็นอันขาด”
ถึงปาณัทจะรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่เคยเห็นด้วยกับแม่ พิรญาณ์ยิ่งโกรธที่เขาไม่เห็นแต่ไม่เคยคิดจะห้ามปรามแม่ตัวเอง คงเป็นเพราะเห็นบ้านของเธอเป็นแหล่งทองที่เขากับครอบครัวจะช่วยกันกอบโกย ได้เงินไปยังไม่พอ ยังมาหลอกเธออีก โชคยังดีที่พศิกาไม่เสียตัวไปอีกคนหนึ่ง ปาณัทขอร้องเธออย่าพูดอย่างนั้น เขารักเธอด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ ไม่เคยหวังเงินทองหรืออะไรจากเธอ จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้
ไม่ว่าปาณัทจะอธิบายอย่างไร พิรญาณ์เจ็บปวดใจเกินกว่าจะฟัง แถมยังด่าว่าไปถึงเปรมสุดาอีกด้วย และขอตัดขาดจากเขา ให้เรื่องของเราจบลงแค่นี้ ที่ผ่านมา ถือว่าเธอทำทานให้ ปาณัทคว้ามือพิรญาณ์ไว้ อ้อนวอนอย่าจากเขาไป เธอสะบัดมือเขาออก วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ปาณัทรีบวิ่งตาม พศิกาจะตามไปอีกคนแต่พศินคว้าแขนไว้ ขอให้ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน เธอผลักเขาออกห่าง
“ยังมีหน้าจะปรับความเข้าใจกันอีกเหรอ เอาพ่อฉันคืนมา...เอาพ่อฉันคืนมา”
“ผมจะคืนได้อย่างไร ในเมื่อท่านก็เป็นพ่อของผมเหมือนกัน” พศินร้องไห้โฮเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าพศิกา
ooooooo
พีระเดชกอดมัทนาโยกไปมาตามจังหวะเพลงเบาๆได้สักพักจัดแจงหาทางชิ่งหนี เธอนึกขึ้นได้ว่ามีของขวัญให้เขาเช่นกัน หยิบกล่องใส่สูทที่ห่ออย่างดียื่นให้ เขาขอบคุณเธอมากสำหรับของขวัญ แต่คงต้องเอาไว้แกะตอนกลับ เขาต้องรีบไปขึ้นเครื่องให้ทันสามทุ่ม
“อ้าว นี่คุณยังต้องไปประชุมที่ต่างจังหวัดอีกเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ ที่ผมเลื่อนไฟลท์ก็เพื่อคุณ” พีระเดชว่าแล้วรีบออกไปขึ้นรถโดยมีมัทนาตามมาส่ง เขาแอบถอนใจโล่งอกที่หลุดออกมาจากบ้านได้ เธอยืนโบกมือให้เขาด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม ไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังโดนหลอก...
ขณะที่พีระเดชกระหยิ่มยิ้มย่องที่หลอกมัทนาสำเร็จอีกครั้ง ปาณัทซึ่งอยู่ที่มาดริดวิ่งตามพิรญาณ์จนทัน ขอโอกาสให้เขาได้อธิบายบ้าง นอกจากจะไม่ให้โอกาส เธอยังขอตัดขาดจากเขาชนิดไม่ต้องมาเผาผีกันอีกแล้วขยับจะเดินหนี ปาณัทรวบตัวเธอไว้
“พี่ไม่ยอมเสียพิณไปแบบนี้เด็ดขาด ให้เวลาพี่นะพี่จะกลับไปสะสางเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แล้วเราหันหน้าเข้าหากัน ช่วยแก้ปัญหา...” ปาณัทพูดยังไม่ทันจบ พิรญาณ์ตบหน้าเขาเต็มแรง
“ชัดหรือยังว่าเวลาของคุณหมดแล้ว” พิรญาณ์ว่าแล้วหันหลังจากไป ทิ้งให้เขายืนเศร้าเพียงลำพัง ทันทีที่เดินพ้นสายตาของปาณัท พิรญาณ์ทรุดลงนั่งร้องไห้ เสียใจไม่แพ้เขาเช่นกัน...
ทางด้านพศิกาสติแตก วิ่งกลับมาที่ห้องพักเพื่อจะโทร.บอกให้พ่อเลิกกับเปรมสุดา พศินพยายามห้ามปราม ขอร้องให้คุยกันอย่างคนมีสติ เธอไม่สนใจเข้าห้องปิดประตูล็อก เขาเคาะประตูเรียกให้ออกมาคุยกันก่อน อย่างน้อยเราก็เป็นพี่น้องกัน เธอตะโกนสวนทันทีไม่มีวันนับญาติกับเขา
ด้วยความแค้นแน่นอกที่เปรมสุดามาแย่งพ่อไปจากแม่ พศิกาพยายามโทร.หาพ่อ แต่เขาอยู่กับเปรมสุดาก็เลยปิดมือถือ เธอลองโทร.อยู่หลายครั้งไม่ติด ตัดสินใจโทร.หาแม่แทน ฟ้องว่าพ่อมีเมียน้อย เปรมสุดาเป็นเมียน้อยที่พ่อเลี้ยงดูจนมีลูกชายด้วยกัน แถมยังส่งเสียมาเรียนถึงสเปน มัทนาเจ็บแปลบที่อกเหมือนหัวใจจะหลุดออกจากร่างจนต้องยกมือกุมไว้ พศิกายังคงพ่นคำพูดที่เสียดแทงให้ฟังไม่หยุด
“มันหลอกให้คุณพ่อกอบโกยเงินจากคุณแม่ไปบำเรอมัน เท่านั้นยังไม่พอ อีพี่นนท์ลูกชายคนโตของนังเปรม ยังหลอกให้พี่พิณหลงรักหัวปักหัวปําจนยอมแอบแต่งงานด้วยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง พวกมันตั้งใจจะทำลายครอบครัวของเราค่ะคุณแม่” พศิการ้องห่มร้องไห้
มัทนาปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่เจอพีระเดชที่ห้างฯ ทั้งเรื่องที่เขาปดว่ามีประชุมต่างจังหวัด รวมถึงหมู่บ้านที่เปรมสุดาอยู่ มีแต่บ้านหลังจะยี่สิบล้านบาทขึ้นไป ไหนจะเรื่องเงินหนึ่งล้านบาทที่เขาขอไปสมัครเมมเบอร์สนามกอล์ฟ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องมดเท็จ พีระเดชกับเปรมสุดารวมหัวกันหลอกเธอ มือที่กุมอกเสื้อกระชากสร้อยเพชรขาดกระจุย ส่วนมืออีกข้างที่ถือโทรศัพท์มือถือก็ปล่อยมันร่วงพื้นแตกกระจาย
พศิกาไม่ได้ยินเสียงแม่ในโทรศัพท์ ชักใจคอไม่ดี ทรุดลงนั่งร้องไห้อย่างหนัก มัทนาแค้นใจมากสั่งให้ นายผลเอากุญแจรถมาให้ แล้วขับออกไปราวกับจะแข่งกับพายุ
ooooooo
พิรญาณ์ตกใจมากเมื่อรู้ว่าพศิกาโทร.ฟ้องแม่ว่าพ่อมีเมียน้อย แต่แม่ไม่พูดอะไรสักคำแถมเงียบเสียงไปเลย เธอโทร.กลับไปอีกก็โทร.ไม่ติด พิรญาณ์รีบโทร.เข้าเบอร์บ้านที่กรุงเทพฯถามว่าแม่ของตนไปไหน กลับไม่มีใครรู้สักคน รู้แค่ท่านขับรถออกไปข้างนอก พิรญาณ์วางสายด้วยสีหน้าไม่สบายใจ...
ด้านพศินวิ่งหน้าเครียดเข้ามาถามพี่ชายว่าคุยกับพี่พิณรู้เรื่องไหม พอรู้ว่าเธอไม่ฟังคำอธิบายอะไรทั้งสิ้น เขาแนะให้พี่ชายรอเธอทำใจสักพัก แล้วค่อยไปปรับความเข้าใจจะดีกว่า
“แต่ตอนนี้คนที่น่ากลัวที่สุดคือพั้นซ์นะพี่ พั้นซ์พูดว่าเรื่องนี้จบไม่สวยแน่ ผมกลัวพั้นซ์จะโทร.ไปอาละวาดที่กรุงเทพฯ ผมเป็นห่วงแม่มากพี่นนท์ เราโทร.ไปเตือนแม่ดีไหมครับ”...
ขณะที่ปาณัทครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรต่อไปดี เปรมสุดายกกาแฟมาวางให้พีระเดชซึ่งกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกภายในรังรักของตัวเอง มือถือของเธอสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เธอขยับจะไปรับแต่เขาสั่งให้นวดไหล่ให้ก่อน เมื่อยมาหลายวันแล้ว เปรมสุดาจำต้องทำตาม ปล่อยให้มือถือสั่นจนสายหลุดไปเอง
พศินกับปาณัทร้อนใจมากที่แม่ไม่รับสาย ลองโทร.หาอีกหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับสายเหมือนเดิม...
พีระเดชแทบจะหลับด้วยฝีมือนวดของเปรมสุดา เอนตัวซบไหล่สีหน้าฟินสุดๆ เธอเห็นเขาง่วงจับให้นอนราบไปกับโซฟา แต่สายตามองมือถือของตัวเองที่สั่นไม่หยุด โดยไม่ล่วงรู้ว่ามัทนาถอดรองเท้าปีนข้ามกำแพงบ้านเข้ามายืนจ้องทั้งคู่อย่างเคียดแค้น เปรมสุดาทนไม่ไหวลุกขึ้นไปหยิบมือถือมาดูเห็นเป็นสายของปาณัทรีบกดรับ ถามว่ามีอะไร ทันใดนั้นเธอเหลือบเห็นมัทนายืนจ้องอยู่ที่นอกประตูกระจกห้องรับแขก ตกใจแทบช็อกเรียกชื่อ “คุณมัท” เสียงลั่น พีระเดชกำลังเคลิ้มจะหลับถึงกับสะดุ้งโหยง ปาณัทที่อยู่ปลายสายตกใจไม่แพ้กัน
“หา!...ฮัลโหลๆแม่ เกิดอะไรขึ้น...แม่!”
เปรมสุดาไม่ตอบคำถามของลูกได้แต่ถอยหนีไปหาพีระเดชด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดๆ พลางชี้ไปที่ประตูกระจก เขาหันมองตามมือเห็นเมียตัวเองยืน
ตาแดงก่ำถึงกับผงะ มัทนาจะเปิดประตูเข้ามาเล่นงานทั้งคู่ แต่ประตูล็อก หันซ้ายหันขวาเห็นกระถางต้นไม้อยู่ใกล้ๆ ยกทุ่มใส่กระจกแตกเป็นเสี่ยงๆ พีระเดชกับเปรมสุดาพากันถอยหนีจนเสียหลักล้มลงไปด้วยกัน มือถือของเธอร่วงจากมือไถลไปอยู่ใต้โต๊ะ
มัทนาก้าวเข้ามาในบ้านทั้งที่เท้าเปลือยเปล่า ย่างสามขุมเข้าหาเปรมสุดาไม่สนใจเศษแก้วที่บาดเท้า พร้อมกับชี้หน้าด่าหยาบๆคายๆที่มาแย่งผัวของตนเอง พีระเดชเห็นท่าไม่ดีรีบดึงเธอหนี
“จะหนีไปไหน ทำชั่วกับฉันขนาดนี้แล้ว จะกลัวอะไรฉันอีก” มัทนาแผดเสียงลั่นบ้าน...
ปาณัทใจคอไม่ดีเพราะก่อนที่สัญญาณมือถือของแม่จะขาดหาย ได้ยินท่านเรียกชื่อคุณมัทเมียบ้านใหญ่ของพีระเดช ทั้งเขาและพศินพยายามโทร.เข้ามือถือของแม่และของพีระเดชแต่ไม่ติด ปาณัทร้อนใจมาก เกรงจะเกิดเรื่องร้ายกับแม่ ตัดสินใจจะไปสอบถามพิรญาณ์ให้รู้เรื่องว่าโทร.ไปฟ้องแม่ของเธอหรือเปล่า
ooooooo
มัทนาอาละวาดขว้างปาข้าวของในบ้านแตกกระจาย ทั้งๆที่ฝ่าเท้าถูกแก้วบาดเลือดเปรอะพื้นไปทั่ว โดยมีพีระเดชกับเปรมสุดาคอยหลบข้าวของที่เธอปาใส่ไปรอบห้องรับแขก
“นี่ใช่ไหมเงินยี่สิบล้านของฉันที่คุณขอจากฉันไปลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แล้วบอกว่ามันเจ๊งหมด เงินมันกลายมาเป็นบ้านหลังนี้ที่คุณซื้อให้อีเลขาฯกับลูกมันซุกหัวอยู่ พวกแกเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองที่ฉันหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แย่งผัวฉันไปกกไม่พอ ยังเอาเงินฉันมาใช้อีก นังเปรมอีหน้าด้าน” ไม่พูดเปล่ามัทนาปาแจกันดอกไม้ใส่ เฉียดเปรมสุดาไปเส้นยาแดงผ่าแปด
พีระเดชพยายามขอร้องให้เธอระงับสติอารมณ์ แล้วมาคุยกันดีๆแต่ไร้ผล เธอยังคงก่นด่าเขาไม่หยุดที่แอบมีลูกกับนังเมียน้อย แต่มาหลอกว่าเป็นลูกติดผัวเก่าของนังนั่น แล้วคว้ากรอบรูปใกล้มือขว้างใส่ พีระเดชยกแขนกันหน้าตัวเอง กระจกบาดเลือดซิบ เปรมสุดารีบเข้าไปดูเขาด้วยความเป็นห่วง มัทนาปรี๊ดแตกพุ่งไปกระชากผมนังเมียน้อยมาตบไม่ยั้ง ฐานมายุ่งกับผัวของตนเองจนล้มคว่ำ ก่อนจะตามเข้าไปซ้ำ
“อยากรวยอยากสบาย จนทำลายครอบครัวของคนอื่นได้ นังคนชั่วไม่มียางอาย”
“หยุดนะมัท คุณจะฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่งหรือไง” พีระเดชลากตัวมัทนาออกจากเปรมสุดา
มัทนาถูกวิญญาณหมาบ้าเข้าสิง ทั้งดิ้นทั้งถีบพีระเดชสารพัดเพื่อจะเข้าไปเล่นงานเปรมสุดาให้ได้ เขาต้องบอกให้เธอหนีไปที่อื่นก่อน แล้วขอร้องให้มัทนาใจเย็นๆค่อยพูดค่อยจากัน เธอเย็นไม่ไหวคว้าตุ๊กตาไม้ฟาดเขาหมดสติแล้วไล่ตามเปรมสุดาที่ลากสังขารหนีขึ้นไปบนห้องนอนอย่างอาฆาตมาดร้าย
สักพักพีระเดชค่อยๆได้สติ เอามือจับที่เหนือคิ้วตัวเองพบว่ามีเลือดไหลซิบๆ พลันมีเสียงกรีดร้องของเปรมสุดาดังมาจากข้างบน เขาหายมึนเป็นปลิดทิ้งรีบวิ่งขึ้นบันได เมื่อมาถึงห้องนอนเห็นมัทนาถือกรรไกรจะแทงเปรมสุดาที่พยายามยื้อมือเอาไว้ เขาปรี่เข้าไปกระชากตัวมัทนาออก
“ปล่อยฉันนะ มันสวยนักใช่ไหม คุณถึงได้รัก
ได้หลงมัน ฉันจะกรีดหน้ามันเอาเลือดชั่วมันออกมา”
“พูดกันดีๆไม่ได้ อยากใช้กำลังนักใช่ไหม” พีระเดชตบมัทนาเต็มแรง ร่างกระเด็นไปชนกับขอบโต๊ะ หมดฤทธิ์ เขาตามมาดึงกรรไกรขว้างทิ้ง เป็นจังหวะที่เปรมสุดาเป็นลมทรุดฮวบ พีระเดชรีบเข้าไปประคองอย่างห่วงใย มัทนาเห็นภาพบาดตาถึงกับสติแตก กรีดร้องออกมาสุดเสียง...
ระหว่างที่เกิดเรื่องร้ายขึ้นที่บ้านของเปรมสุดาในกรุงเทพฯ ปาณัทกับพศินซึ่งอยู่ที่มาดริดมาหาพิรญาณ์ที่ห้องพักเพื่อสอบถามว่าพศิกาโทร.ไปฟ้องอะไรมัทนาหรือเปล่า เพราะเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ปาณัทโทร.ไปหาแม่ของเขา คุยกันอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงท่านอุทานชื่อแม่ของเธอออกมา พิรญาณ์ใจหายหันไปสบตากับน้องสาว
“แล้วสายก็ขาดไป พี่พยายามโทร.กลับไปใหม่ก็ไม่ติด พี่กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่โน่น”
“ทำไม ฉันจะฟ้องแล้วทำไม” พศิกายียวน พศินไม่พอใจมาก ถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับแม่ของพวกตนใครจะรับผิดชอบ พิรญาณ์กับพศิกาพูดไปในทำนองเดียวกันว่าพวกเขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ แล้วปิดประตูใส่หน้า ปาณัทได้แต่เดินคอตกกลับไปกับน้องชาย...
ในเวลาต่อมา ทั้งพีระเดช เปรมสุดาและมัทนาถูกนำตัวมายังห้องฉุกเฉิน เปรมสุดารู้สึกตัวได้สติก็ร้องหาชู้รักของตัวเอง เขาได้ยินเสียงร้องของเธอรีบลุกจากรถเข็นคนป่วยเข้าไปจับมือปลอบใจ มัทนาเห็นภาพบาดตาก็สติแตกอีกครั้ง ร้องกรี๊ดๆราวกับคนบ้า ลงจากเตียงคนไข้จะเข้าไปเอาเรื่องทั้งที่เท้าได้รับบาดเจ็บ
“ช่วยกันจับไว้สิ ช่วยกันจับไว้อย่าให้เข้ามานะ” พีระเดชโวยวาย
บุรุษพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉินกรูกันเข้ามาจับตัวมัทนาซึ่งดิ้นรนขัดขืนไว้ เปรมสุดากลัวจัดซุกหน้ากับอกพีระเดช มัทนาทนความบีบคั้นไม่ไหวโรคหัวใจกำเริบ หมดสติลงไปตรงนั้น แพทย์เวรเข้ามาเห็นอาการไม่สู้ดีนักของเธอ สั่งให้พยาบาลพาคนไข้ขึ้นเตียง
“คนไข้ไม่หายใจแล้วให้ออกซิเจนด่วน คนไข้มีอาการหัวใจวาย” สิ้นเสียงหมอ เกิดโกลาหลย่อยๆขึ้นในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ทุกคนกรูกันเข้ามาช่วยเหลือมัทนา
ooooooo
ปาณัทกับพศินจับเครื่องบินเที่ยวแรกกลับเมืองไทยเพื่อมาเยี่ยมอาการป่วยของแม่ พอเห็นใบหน้าที่บวมช้ำจากถูกทำร้ายของท่าน พศินโกรธแค้นมากจะตามไปเอาเรื่องพวกบ้านใหญ่ ปาณัทต้องบอกให้ใจเย็นๆก่อน
“เห็นแม่เจ็บขนาดนี้พี่ยังใจเย็นลงอีกเหรอพี่นนท์”
“ใช่พัฒน์ แม่เจ็บแต่คุณมัทก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าแม่หรอกนะ เธออาการหนักกว่าแม่ด้วยซ้ำ เธอเกือบหัวใจวายตายเพราะแม่รู้ไหม” เปรมสุดาถึงกับน้ำตาซึม พศินเห็นสีหน้าของแม่ก็เลิกโวยวาย...
ทันทีที่กลับถึงกรุงเทพฯ พิรญาณ์และพศิกาตรงไปที่โรงพยาบาล เจอพ่อยืนซึมอยู่หน้าห้องพักฟื้นของแม่ต่างวิ่งเข้าไปกอด สอบถามว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง ท่านส่ายหน้า อาการของแม่ไม่ค่อยดีนักตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่ยอมกินอะไรเอาแต่ร้องไห้ พิรญาณ์แปลกใจ พ่อมายืนทำไมนอกห้อง น่าจะเข้าไปปลอบใจและปรับความเข้าใจกับแม่ พีระเดชหัวเสียขึ้นมาทันที ขืนเข้าไปให้เธอเห็นหน้า จะได้อาละวาดโรงพยาบาลแตกแน่ๆ
“ทั้งด่าทั้งสาปทั้งแช่ง พ่อเป็นใครห๊ะ ตำแหน่งอะไร จะเสียใจยังไงก็ต้องไว้หน้ากันบ้าง”
พิรญาณ์เจ็บแค้นแทนแม่ที่พ่อยังมีหน้ามาเรียกร้องความเห็นใจทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิด แต่ไม่กล้าพูดอะไร ผิดกับพศิกาซึ่งรักและเทิดทูนพ่อมาก จึงโยนความผิดทุกอย่างไปให้เปรมสุดา ด่าว่าเธอต่างๆนานา พีระเดชทนฟังไม่ได้สั่งให้หยุดหยาบคาย เปรมสุดาไม่ได้เลวอย่างที่ลูกเข้าใจ คราวนี้พิรญาณ์หมดความอดทน
“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อช่วยบอกพิณหน่อยสิคะเรื่องเมียน้อยเมียหลวงที่เหม็นโฉ่ขึ้นมานี่ ใครเป็นคนเลวล่ะคะ ถ้าไม่ใช่นังเมียน้อย...คุณแม่ของพิณหรือไง”
“หรือแกว่าเป็นพ่อล่ะที่เลว...แกพูดออกมาตรงๆเลยพิณ”
พิรญาณ์ไม่อยากเถียงกับพ่อ ชวนพศิกาเข้าไปดูแลแม่แล้วดึงมือน้องเข้าห้อง พอทั้งคู่เห็นสภาพของแม่ที่นอนหลับไม่ได้สติ เท้าสองข้างมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ มือข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือระโยงระยางถึงกับน้ำตาร่วง สักพักมัทนารู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นลูกสาวทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮ ยื่นมือไขว่คว้าลูกมากอด นิภาพรรณซึ่งมาอยู่เฝ้าไข้ พลอยน้ำตาร่วงไปกับสามคนแม่ลูกด้วย...
ไม่ได้มีแต่มัทนา พิรญาณ์และพศิกาเท่านั้นที่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เปรมสุดาก็เสียใจเช่นกัน โทษตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องวิบัติครั้งนี้ ปาณัทสารภาพว่าเขาก็มีส่วนผิด ที่อาจเอื้อมไปรักพิรญาณ์ ความลับที่เก็บงำมานานก็เลยแตก และที่สำคัญเขาไม่ใช่แค่รักเธอเท่านั้น เขายังแต่งงานกับเธอเมื่ออาทิตย์ก่อนอีกด้วย
“แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือผมกับยัยพั้นซ์ดันมาเจอกันแล้วปิ๊งกันนี่สิครับแม่ พัฒน์เกือบจะรักพี่น้องร่วมพ่อเดียวกัน ถ้าความลับไม่แตกขึ้นมาเสียก่อน”
เปรมสุดาปล่อยโฮลั่น “เวรกรรมทุกอย่างที่แม่สร้างขึ้น สุดท้ายต้องมาตกกับลูกเพราะแม่คนเดียว”...
ฝ่ายพิรญาณ์ปาดน้ำตาทิ้ง จับมือแม่ขึ้นมากุม แนะให้ลืมเรื่องผู้หญิงคนนั้นแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ มัทนาส่ายหน้า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ครอบครัวของเราจะกลับไปเริ่มต้นใหม่ ตราบใดที่นังเปรมสุดายังอยู่บนโลกนี้
“แล้วถ้าคุณพ่อเฉดหัวนังนั่นทิ้งล่ะคะ คุณแม่จะยอมยกโทษให้คุณพ่อใช่ไหมคะ ครอบครัวของเราจะได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง” พศิกาช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่ง มัทนาไม่เชื่อว่าพีระเดชจะทิ้งนังนั่น เขาทั้งรักทั้งหลงมันจนไม่ลืมหูลืมตา พศิกามั่นใจพ่อจะไม่มีทางเป็นอย่างนั้น จะพิสูจน์ให้แม่ดู แล้วเดินไปเรียกพ่อให้เข้ามาในห้อง มัทนาเห็นหน้าสามีก็ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า
“เร็วสิคะคุณพ่อ บอกกับคุณแม่เลยค่ะว่าคุณพ่อจะเลิกยุ่งกับนังเปรมสุดา คุณพ่อจะเฉดหัวนังนั่นทิ้ง แล้วกลับมาคืนดีกับคุณแม่” พศิกาเร่งรัด
พีระเดชทนไม่ไหว สั่งให้ลูกหยุดบีบคั้น เขาจะไม่เลิกกับเปรมสุดา แล้วหันไปบอกมัทนาให้เลิกบ้าได้แล้ว จะได้มาคุยกันดีๆ มัทนาวีนแตกร้องกรี๊ดๆ คว้าของใกล้มือขว้างใส่ เขาเห็นเธออาละวาด รีบออกจากห้องแทบไม่ทัน พิรญาณ์ต้องเข้าไปปลอบแม่ให้หายคลุ้มคลั่ง ขณะที่พศิการีบตามพ่อจนทัน ตัดพ้อต่อว่าที่ท่านทำลายความไว้วางใจของแม่ ทำลายความรักความเทิดทูนที่เธอมีต่อท่านจนหมดสิ้น ในใจของเขารักเปรมสุดามากกว่าพวกตน เขาเถียงว่าไม่จริง เขารักทั้งสองบ้านเท่ากัน
“รักเท่ากัน...คุณพ่อเชิดชูอีพวกเมียน้อยมาเทียบเท่าพวกเราได้อย่างไรกัน” พศิกามองพ่อสีหน้าผิดหวัง
ระหว่างนั้นพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าหมออนุญาตให้เปรมสุดาที่อยู่ห้อง 1208 กลับบ้านได้แล้ว พศิการู้ว่านังเมียน้อยรักษาตัวอยู่ที่นี่ด้วยก็แค้นมากรีบวิ่งไปที่ห้องนั้นโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของพ่อ พิรญาณ์ได้ยินเสียงเอะอะ เปิดประตูห้องพักฟื้นออกมาถามพ่อว่ามีเรื่องอะไรกัน
ooooooo
ครู่ต่อมาพศิกามาถึงห้องเป้าหมาย กลับพบว่าเปรมสุดาเพิ่งจะออกไป รีบวิ่งตามจนทันกันตรงหน้า โรงพยาบาล ชี้หน้าด่าศัตรูสาดเสียเทเสีย พศินไม่พอใจสั่งให้เธอหยุดด่าว่าแม่ของตน แต่เธอกลับแผดเสียงดังขึ้นเพื่อให้เปรมสุดาอับอาย พศินคว้าแขน พศิกาจะลากไปจากตรงนั้น แต่เธอสะบัดมือเขาออก
“อย่ามาจับฉันนะไอ้ลูกเมียน้อย แม่แกมันหน้าด้านไม่มีศักดิ์ศรี ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน”
พศินฟิวส์ขาด เงื้อมือจะตบสั่งสอน แต่ต้องเงื้อค้างเมื่อพีระเดชซึ่งตามมาสมทบพร้อมกับพิรญาณ์ร้องห้ามเอาไว้ ขอร้องให้เลิกทะเลาะกัน ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นพี่น้องกัน พศิกาไม่มีวันนับญาติกับลูกเมียน้อยเด็ดขาด พีระเดชสั่งให้เธอเลิกงี่เง่าเอาแต่ใจตัวเองได้แล้ว เรื่องจะได้จบๆ
“มันจะจบได้อย่างไรกันคะในเมื่อพี่พิณถูกนายนนท์ลูกอีเมียน้อยหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่แค่แต่งงานกันธรรมดาๆ แต่มันยังหลอกพาพี่พิณไปฮันนีมูนแล้วด้วย”
“นี่มันอะไรกันเว้ย นนท์แกมาแต่งงานกับลูกสาวฉันทำไม ไอ้เนรคุณ”
พศิกาเห็นพ่อโกรธควันแทบออกหูก็ยิ่งสนุก แต่งเรื่องว่าตัวเองกับพศินดันมาชอบพอกันโดยไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน เราสองคนก็เลยได้เสียกัน พีระเดชถึงกับเข่าอ่อน เปรมสุดาทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอร้องให้ปาณัทพากลับบ้าน พศินมองพศิกาด้วยสายตาตำหนิที่เธอใช้แผนสกปรก ก่อนจะรีบขึ้นแท็กซี่ไปกับแม่และพี่ชาย พศิกามองตามสะใจที่ทำร้ายทุกคนได้...
ระหว่างนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พศินเห็นแม่ร้องไห้ทุกข์ใจอย่างหนัก ขอร้องอย่าไปฟังที่พศิกาพูดเรื่องไม่จริง เขากับเธอไม่เคยมีอะไรกัน เธอแค่อยากสะใจที่เห็นคนอื่นเจ็บปวดถึงได้พูดแบบนั้นออกมา แทนที่จะสบายใจ
เปรมสุดากลับร้องไห้หนักขึ้นจนปาณัทต้องขอให้น้องชายหยุดพูดได้แล้ว
“อย่าร้องไห้นะครับแม่ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เราต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้” ปาณัทปลอบใจแม่แต่ตัวเองกลับหวั่นใจว่าจะไม่เป็นอย่างที่พูด...
พีระเดชยังคาใจเรื่องที่พิรญาณ์ไปแต่งงานกับปาณัทไม่หาย ตามมาคาดคั้นถึงห้องพักฟื้นของมัทนา ไปแต่งงานกับมันทำไม มันคนละชั้นกับพวกเรา มัทนาได้ยินเข้าก็โวยวายว่ามีเรื่องอะไรกัน ใครแต่งงานกับใคร พิรญาณ์ตอกกลับ ถ้าพ่อรังเกียจที่เธอไปยุ่งกับพี่นนท์แล้วพ่อไปยุ่งกับแม่ของเขาทำไม พีระเดชโกรธที่ถูกยอกย้อน เผลอตัวบีบแขนลูกสาวคนโตถึงกับน้ำตาร่วง พศิกาช่วยพี่สาวเถียงกับพ่ออีกแรงหนึ่ง ว่าพี่พิณไม่ได้ผิด พ่อต่างหากที่เป็นคนผิด พีระเดชหันมาบีบแขนเธออีกคนหนึ่ง
“แกก็อีกคนยัยพั้นซ์ พัฒน์น่ะเป็นพี่น้องกับแกนะ ทำไมแกถึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยให้เรื่องน่าอายแบบนี้เกิดขึ้นได้ห่ะ” คำพูดของพีระเดชทำให้มัทนาเริ่มคลั่ง ทำท่าจะอาละวาด
พิรญาณ์เห็นท่าไม่ดี ขอร้องพ่ออย่าพูดอะไรอีก เขาไม่ฟังวันนี้ต้องเคลียร์กันให้จบ ลากลูกสาวทั้งสองคนออกไปคุยกันข้างนอก พศิกาขัดขืนไม่ยอมไปแต่พีระเดชลากตัวออกไปจนได้ มัทนาจะลงจากเตียงตามไปด้วย นิภาพรรณต้องคว้าตัวไว้ เธอปัดมือเลขาฯคนสนิทออก ดึงสายน้ำเกลือที่แขนทิ้ง ลากสังขารตัวเองไปยังรถเข็นคนป่วยที่อยู่
ใกล้กับประตูห้อง สั่งให้นิภาพรรณเข็นรถพาตนเองตามลูกกับผัวไป...
ด้านพีระเดชมีปากเสียงกับลูกสาวทั้งสองคน แถมยังเถียงแทนพศินว่าเป็นเด็กดีไม่มีวันทำอะไรเหลวไหลอย่างที่พศิกากล่าวหา สร้างความไม่พอใจให้กับพิรญาณ์ที่พ่อรักพศินมากกว่าพวกเธอ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะพิณ พ่อกำลังจะบอกว่าพัฒน์ไม่ใช่เด็กผู้ชายมักง่ายที่ชอบฉวยโอกาสกับผู้หญิง น้องเป็นเด็กดี แม่เขาเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมาดีมาก” ยิ่งพีระเดชพยายามอธิบายก็ยิ่งเหมือนแก้ตัวแทนพศิน ทำให้สองศรีพี่น้องช้ำใจสุดๆถึงกับร้องไห้ออกมา
อีกมุมหนึ่งตรงโถงทางเดิน มัทนารำคาญที่นิภาพรรณเข็นรถเข็นชักช้าไม่ทันใจ ผลักพ้นทางแล้วเข็นไปเอง เธอเป็นห่วงสวัสดิภาพของเจ้านายรีบวิ่งตาม...
พิรญาณ์กับพศิกายังคงช่วยกันต่อว่าพ่อที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวิบัติครั้งนี้ ถ้าท่านไม่ไปยุ่งกับเปรมสุดาตั้งแต่แรก พิรญาณ์ก็ไม่ต้องเจอปาณัท ไม่ต้องถูกหลอกให้รักหลอกให้แต่งงานด้วย ส่วนพศินก็ไม่ต้องเกิดมาเป็นมารหัวขนแล้วมามีอะไรกับพศิกา มัทนามาทันได้ยินพอดี ลงจากรถเข็นเข้าไปตบตีพีระเดชไม่ยั้ง
“บอกมานะ ลูกอีเปรมทำอะไรลูกฉัน บอกมาๆๆ”
นิภาพรรณ พิรญาณ์และพศิกาช่วยกันห้ามแต่มัทนากำลังคลั่งช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ พิรญาณ์เป็นห่วงอาการป่วยของแม่จะกำเริบ ขอร้องให้พ่อกลับไปก่อน มัทนาทนความกดดันไม่ไหวทรุดลงหมดสติ
ooooooo
มัทนาถูกนำตัวกลับมาที่ห้องพักฟื้น หมอต้องฉีดยาระงับประสาทเพื่อให้เธอสงบลง ไม่นานนักเธอก็หลับ พิรญาณ์อยากรู้ว่าอาการของแม่หนักหนาแค่ไหน จะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ หมอเองก็อยากจะคุยกับเธอเรื่องนี้เช่นกัน เชิญเธอไปคุยกันข้างนอก เมื่อได้อยู่ตามลำพัง หมอแจ้งถึงอาการของคนไข้ให้พิรญาณ์ฟังว่า
“โรคหัวใจของคุณมัทนาไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่คิดครับ อาการเป็นลมที่เป็นก็เพราะตกใจกะทันหันถึงได้ช็อกไป สามารถรักษาได้ด้วยยาไม่ต้องผ่าตัดและคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิดไปเรื่อยๆ ส่วนบาดแผลอื่นๆที่เท้ากับตัวก็ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เดี๋ยวก็หาย”
พิรญาณ์ดีใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นแม่ก็กลับบ้านได้แล้ว หมอพยักหน้าเพียงแต่มัทนายังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วงก็คืออาการทางจิตใจ หากมีอะไรมากระทบ เธออาจจะคุมสติไม่อยู่ เขาให้หมอทางด้านจิตเวชมาช่วยดูแล้ว เห็นว่าอาการของมัทนาหนักเอาเรื่อง จิตใจของเธอตอนนี้
เปราะบางมากพร้อมที่จะขาดได้ทุกเมื่อ
แค่คิดว่าแม่ซึ่งเป็นเสาหลักของชีวิตกำลังจะเป็นบ้า ขาของพิรญาณ์ก็หมดเรี่ยวแรงจะยืนต้องทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ร้องไห้อย่างน่าสงสาร ชีวิตที่ผ่านมาเธอไม่เคยลำบาก แม้เจอปัญหาก็จะมีคนช่วยทุกครั้ง พิรญาณ์คิดถึงปาณัทขึ้นมาทันที หลายปีที่ชีวิตของเธอมีเขาอยู่ข้างๆ ทุกครั้งที่มีปัญหาก็จะมีเขาคอยช่วยเหลือเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร นั่นทำให้เธอหลงรักเขาจนหมดหัวใจ แต่ตอนนี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว...
ปาณัทเองก็ใจลอยคิดถึงพิรญาณ์อยู่เช่นกัน
ตอนที่พีระเดชเข้ามาต่อว่าที่เขาบังอาจมายุ่งกับลูกสาวของตนเอง แล้วต่อยหน้าเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะตามเข้ามาขยุ้มคอเสื้อ ตะคอกใส่อย่างเกรี้ยวกราด
“ฉันสั่งให้แกคอยดูแลลูกสาวฉัน ไม่ใช่ให้แกเอาเนื้อตัวต่ำต้อยของแกไปทำให้ลูกสาวฉันแปดเปื้อน ไอ้สวะเอ๊ย แกมันไม่คู่ควรกับลูกสาวฉัน” พูดจบพีระเดชต่อยปาณัทอีกครั้ง พศินได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดูเห็นพ่อกำลังซ้อมปาณัทรีบเข้าไปห้าม พีระเดชไม่สนใจฟัง
โทษว่าเป็นเพราะปาณัทคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวของตนต้องพินาศป่นปี้ ชายหนุ่มเหลืออดที่อยู่ๆเขาก็มาโยนความผิดให้ทั้งที่เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด
“เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้นเหตุมาจากคุณลุงนั่นแหละ คุณลุงเป็นต้นเหตุทำให้ลูกเมียทั้งห้าชีวิตตกอยู่ในบ่วงกรรม รวมทั้งผมด้วย”
พีระเดชแค้นมากที่ปาณัทกล้าต่อปากต่อคำเตะเข้าชายโครงถึงกับทรุด พศินตกใจเข้าไปประคอง
เสียงทะเลาะเบาะแว้งกันทำให้เปรมสุดาซึ่งนอนหลับอยู่บนห้องสะดุ้งตื่น รีบลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เห็น พีระเดชจับปาณัทเหวี่ยงออกมากองที่สนามหญ้าหน้าบ้าน พร้อมกับไล่ตะเพิดไปให้พ้น เธอจะเข้าไปหาลูก แต่เขาคว้าแขนไว้ สั่งไม่ให้ยุ่งกับมันอีก เขาไล่มันออกจากบ้านแล้ว
“คุณจะไล่ลูกฉันไปไหนคะ นั่นมันลูกฉันทั้งคนนะ” เปรมสุดาร้องห่มร้องไห้
“แล้วลูกคุณทำอะไรเคยคิดถึงคุณบ้างไหม ที่คุณมีสภาพแบบนี้เพราะใคร ไปเลยนะไอ้นนท์ แกออกไปให้พ้นบ้านฉัน ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก...แกไม่ไปใช่ไหม”
พีระเดชจะเข้าไปเอาเรื่อง เปรมสุดาขอร้องให้ปาณัทออกไปก่อนไว้พีระเดชหายโมโหเมื่อไหร่ค่อยกลับมา เขาจำต้องเดินจากไปด้วยน้ำตานองหน้า
ooooooo
พิรญาณ์นั่งเหม่อใจลอยอยู่ข้างเตียงจับมือแม่ที่นอนหลับเอาไว้ โดยมีพศิกานอนอยู่ที่โซฟา นิภาพรรณเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวกลับก่อนมานอนเฝ้ามัทนาอยู่หลายคืนแล้ว พิรญาณ์ขอบคุณเธอมากสำหรับความช่วยเหลือ เธอรีบออกตัวพรุ่งนี้อาจจะไม่มา เนื่องจากไม่ได้เข้าออฟฟิศหลายวันแล้ว
“มีอะไรสายด่วนจิกตัวได้ตลอดเวลา นิภาพรรณรับประกันคุณภาพ ไปล่ะ”
พศิกาลุกขึ้นมาดูแม่ ทำไมหลับนานนักไม่รู้หมอให้ยาอะไร พิรญาณ์กลับเห็นว่าหลับนานๆมีผลดีกับแม่ จะได้ไม่ต้องคิดมาก พูดขึ้นมาแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้ ฝากน้องดูแม่ให้สักครู่ อ้างว่าหิวจะไปหาซื้อของกิน...
ทางฝ่ายปาณัทเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงฟุตปาทฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล หยุดมองเข้าไปข้างในเพราะรู้ว่าพิรญาณ์อยู่ที่นี่ อยากจะไปหาใจแทบขาดแต่ไม่กล้า รู้ดีว่าเธอไม่อยากเจอหน้า แต่แล้วหัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อเห็นหญิงคนรักเดินสีหน้าเศร้าหมองออกมาจากตึกผู้ป่วย อยากจะเข้าไปปลอบแต่ทำได้แค่ส่งกำลังใจไปให้ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเมื่อเห็นเธอเดินใจลอยไปตามทางเท้าหน้าโรงพยาบาล แอบสะกดรอยตาม...
ในเวลาเดียวกัน พีระเดชซึ่งตอนนี้อารมณ์เย็นลงแล้วกำลังฟังพศินเล่าว่าพิรญาณ์รักปาณัทมากถึงได้ยอมแต่งงานด้วย พีระเดชมั่นใจหากลูกรู้ว่าตนเป็นอะไรกับเปรมสุดา ลูกจะไม่มีวันรักปาณัทเด็ดขาด เปรมสุดาไม่ค่อยจะชอบใจนักที่เขาพูดแบบนี้ นั่นเท่ากับเขาเห็น
ลูกชายของเธอต้อยต่ำไม่คู่ควรกับลูกสาวของเขา
“ไม่เอาน่าเปรม ผมกำลังพูดถึงความถูกต้องไอ้นนท์เป็นลูกคุณ พิณเป็นลูกผม คุณเป็นเมียน้อยผม ลูกกับลูกจะมารักกันได้อย่างไร ทุเรศ”
“ใช่ เพราะฉันเป็นเมียน้อยคุณไง มันถึงไม่มีอะไรถูกต้องมาตั้งแต่แรก” เปรมสุดาพูดไปร้องไห้ไปด้วย พศินเตือนแม่อย่าร้องไห้ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก พีระเดชยังคาใจเรื่องระหว่างพศินกับพศิกาไม่หาย พอเขานั่งยันยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรกับเธออย่างที่เธอปั้นน้ำเป็นตัว
พีระเดชโล่งใจที่ทั้งคู่ไม่ได้เลยเถิดกัน...
ฝ่ายปาณัทเห็นพิรญาณ์ทรุดตัวลงนั่งที่ป้ายรถเมล์รีบข้ามถนนไปหา เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาไล่ตะเพิดไปให้พ้น เขาอ้อนวอนให้เธอกลับมารักกันเหมือนเดิม ในเมื่อเธอเคยพูดกับเขาไว้ตอนที่เขาขอแต่งงาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันไม่ใช่หรือ ป่วยการจะขอร้อง พิรญาณ์ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ปาณัทตัดสินใจแน่วแน่จะไม่ยอมเสียเธอไปอีก คว้าแขนไว้ เธอกัดมือเขาจมเขี้ยวทำให้เขาต้องปล่อยมือ
พิรญาณ์สบช่องรีบวิ่งหนี ปาณัทวิ่งตามมาคว้าเอวไว้แล้วลากตัวขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรอลูกค้าอยู่ เธอร้องไห้ไปพลางทุบตีเขาให้ปล่อยเธอไปจะพาเธอไปไหน
“ไปที่ไหนก็ได้ ไปให้พ้นจากเรื่องบ้าๆพวกนี้ที่เราสองคนไม่ได้ก่อขึ้น ทำไมเราต้องมาแบกรับทุกอย่างด้วย”
“ได้โปรดปล่อยฉันไป”
ปาณัทกอดเธอไว้ไม่ปล่อยเธอไปไหนเด็ดขาด เธอเป็นของเขา เราเป็นของกันและกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันไปจนวันตายเหมือนที่เราสาบานไว้ตอนทำพิธีแต่งงานว่าความตายเท่านั้นจะพรากเราจากกัน พิรญาณ์หยุดทุบตีเขา ปล่อยให้เขากอดเธอไว้ ต่างฝ่ายต่างร้องไห้เสียใจไม่แพ้กัน
ooooooo
มัทนาได้สติขึ้นมาก็เรียกหาพิรญาณ์เพื่อจะถามว่าไปแต่งงานกับลูกชายของนังเมียน้อยทำไม พอพศิกาบอกว่าเธอออกไปหาอะไรกิน มัทนาไล่ให้ไปตามตัวมาคุยกันให้รู้เรื่อง พศิกาไม่รู้จะไปตามพี่สาวที่ไหน มือถือก็ไม่ได้เอาไป อีกสักครู่ก็คงจะกลับเพราะออกไปนานแล้ว
“ลูกนอกสมรสของอีเปรมกับพ่อมันทำอะไรพั้นซ์ แม่ได้ยินพั้นซ์บอกพ่อว่ามีอะไรกับมัน”
“ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ พั้นซ์แค่โกหกคุณพ่อ”
“ไม่จริง แม่ไม่เชื่อ อีเปรมมันต้องบงการให้ลูกมันทำชั่วๆกับลูกของแม่” มัทนาเริ่มสติแตก พศิกาต้องเข้าไปกอดแม่เอาไว้ แล้วรีบกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาล...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เปรมสุดากับพศินช่วยกันอ้อนวอนขอร้องให้พีระเดชยอมให้ปาณัทกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม แต่เขากลับนั่งขบกรามนิ่งไม่ตอบอะไร...
ระหว่างปาณัทพาพิรญาณ์ไปห้องเช่าที่หวังจะใช้เป็นรังรัก เธอขัดขืนตลอดทางเพียงแต่ไม่ได้ร้องโวยวาย ในที่สุดเขาก็พาเธอเข้ามาในห้องเช่าสำเร็จแล้วปิดประตูล็อกกลอน พิรญาณ์มองสภาพห้องเก่าๆมีเพียงเตียงนอนกับตู้เสื้อผ้าและพัดลมบนเพดานด้วยสายตาเหยียดๆ
“ที่นี่น่ะเหรอจะเป็นรังรักของเรา”
ปาณัทไม่มีทางเลือก จึงต้องทำแบบนี้เพื่อให้ได้เธอคืนมา แล้วเดินเข้าหาจะจับมือ แต่เธอถอยหนี สั่งไม่ให้เข้ามาใกล้ เธอไม่ใจง่ายให้เขาหลอกเป็นครั้งที่สอง ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดใจเพราะยังรักผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าตัวเองแต่ต้องฝืนใจทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สมอะไรด้วย...
ขณะที่ปาณัทพยายามอ้อนวอนให้พิรญาณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม มัทนาเริ่มสติแตกร้องโวยวายลั่นห้องพักฟื้นที่ลูกสาวคนโตหายตัวไป พศิกาเห็นท่าไม่ดีโทร.บอกพ่อเรื่องที่พิรญาณ์หายตัวไป พศินเดินผ่านมากับเปรมสุดาได้ยินพ่อลูกคุยกันพอดี รีบดึงแม่ออกมา ตั้งข้อสังเกตว่าพิรญาณ์อาจจะอยู่กับปาณัท เปรมสุดาตกใจถึงกับเอามือทาบอก ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะเธอเกลียดเขาจนหน้าก็ไม่อยากมอง
“ยังไงพี่นนท์กับพี่พิณก็แต่งงานกันแล้วเป็นอะไรกันแล้ว ก็ต้องมีเยื่อใยกันแหละครับแม่ เขาอาจจะไปคุยปรับความเข้าใจกัน ผมอยากให้เป็นอย่างนั้น”
เปรมสุดาก็อยากให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้เช่นกัน...
เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่พศินกับเปรมสุดาคาดหวัง แม้พิรญาณ์จะยังรักปาณัทมากมาย แต่เธอเจ็บเกินกว่าจะให้อภัย ส่วนปาณัทเองก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามกล่อมให้เธอกลับมารักกันเหมือนเดิม...
ฝ่ายพีระเดชชักใจคอไม่ดีที่ลูกสาวคนโตหายไปนานผิดปกติ ตัดสินใจจะไปแจ้งความ ทันทีที่เขาขับรถพ้นประตูรั้ว ปาณัทใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.หาน้องชายให้ช่วยเอาสมุดบัญชีธนาคารที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้ามาให้
เขาจะพาพิรญาณ์หนีไปให้ไกลที่สุดและจะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก
“พัฒน์มาคนเดียวเงียบๆนะ อย่าให้แม่รู้ อย่าเพิ่งบอกอะไรแม่จนกว่าพี่จะไปไกลเสียก่อน เข้าใจไหม”
ooooooo










