ข่าว

วิดีโอ



ไฟรักเกมร้อน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัฐรัตน์

กำกับการแสดงโดย: ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเตอเทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,แซมมี่ เคาวเวลล์

อัลบั้ม: 'แซมมี่-ธันวา' ดราม่าแซบ เปิดฉาก 'ไฟรักเกมร้อน'

เหมือนมีลางร้ายสื่อถึงกัน อยู่ๆพิรญาณ์เกิดอาการวิงเวียนตาพร่า จะเป็นลม มือคว้าเปะปะปัดแจกันบนโต๊ะตกแตกดอกกุหลาบที่ปักอยู่กระจายเกลื่อนพื้น...

เสียงไซเรนที่ดังสนั่น ปลุกปาณัทให้รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง เลือดที่หัวของเขาเริ่มไหลอาบแก้ม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงคนร้องอย่างเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว หมอหนุ่มสะบัดหัวไล่ความมึนงง เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวถึงได้รู้ว่าเกิดระเบิดขึ้น เขาไม่ได้คิดถึงตัวเองที่หัวแตก มองไปยังจุดที่เกิดระเบิดฝั่งตรงข้าม ด้วยสัญชาตญาณของหมอทำให้ปาณัทรู้ว่าต้องมีคนบาดเจ็บ กัดฟันเดินเซไปตรงจุดนั้น เห็นคนนอนเจ็บร้องครวญครางเกลื่อนทางเท้า นักข่าวท้องถิ่นคนหนึ่งกำลังใช้มือถือถ่ายคลิปเหตุการณ์อยู่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับทหารเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ อีกส่วนหนึ่งกระจายกำลังกันเคลียร์พื้นที่ ปาณัทตะโกนบอกว่าตัวเองเป็นหมอมีอะไรให้ช่วยไหม
“ทางนี้หมอ มีเด็กกับผู้หญิงถูกระเบิด” เสียงตะโกนดังมาจากจุดที่มอเตอร์ไซค์กำลังถูกไฟไหม้

ปาณัทรีบเข้าหา เห็นแม่ลูกคู่ที่ตัวเองเจอก่อนข้ามถนน นอนหมดสติอยู่ข้างกันเลือดเต็มตัวไปหมด ปาณัทอาสาจะดูแลเด็กให้เอง แล้วจับข้อมือตรวจสัญญาณชีพ ส่วนคนเป็นแม่ มีทหารเข้าไปช่วยเหลือ

“เด็กชีพจรยังเต้นอยู่ แต่เลือดที่หน้าอกออกมาก” ปาณัทว่าแล้วกระชากเสื้อเด็กออกดู ต้องตกใจเมื่อเห็นเหล็กซี่ล้อรถมอเตอร์ไซค์ทิ่มอยู่ รีบอุ้มร่างโชกเลือดไปขึ้นรถของหน่วยกู้ภัย

ไม่นานนัก ปาณัทอุ้มเด็กน้อยเข้ามาภายในสถานีอนามัยที่ชุลมุนวุ่นวายไม่แพ้ที่เกิดเหตุ มีคนเจ็บถูกลำเลียงเข้ามาไม่ขาดสาย ปาณัทเห็นศิระกำลังให้การรักษาคนเจ็บอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง รีบเข้าไปหา

“ศิ...เด็กถูกเหล็กทิ่มหน้าอก อาการหนัก”

ศิระเห็นปาณัทบาดเจ็บ ไล่ให้ไปทำแผลก่อน ส่วนเด็กน้อยเขาจะดูแลให้เอง ทีแรกปาณัทไม่ยอมไป จะอยู่ช่วยเขาก่อน แต่ศิระไม่ยอมให้ช่วยจนกว่าปาณัทจะไปจัดการรักษาตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วคว้าเด็กน้อยไปจากมือเขาวิ่งไปยังห้องฉุกเฉิน

ooooooo

ปาณัทแค่หัวแตกจากถูกกระแทก รีบห้ามเลือดให้ตัวเองแล้วเอาผ้าพันแผลพันไว้อย่างลวกๆ ก่อนจะกลับไปที่โถงทางเดิน เจอศิระวิ่งวุ่นผ่านมาพอดี ร้องถามว่าเด็กน้อยเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ายังอยู่ในห้องฉุกเฉิน เอกซเรย์แล้วซี่ล้อรถทิ่มปอดทำให้หายใจลำบาก ที่นี่ไม่มีหมอผ่าตัด คงต้องส่งโรงพยาบาลในตัวจังหวัด

“แต่เรารอนานกว่านี้ไม่ได้นะศิ ตลอดทางที่ฉันอุ้มเด็กมา ชีพจรเด็กเต้นอ่อนลงมาก เลือดออกตลอดเวลา ถ้าไม่ผ่าตัดห้ามเลือดตอนนี้ ช่วยชีวิตเด็กไม่ทันแน่”

ศิระเป็นหมอใหญ่เพียงคนเดียวที่นี่และมีคนเจ็บล้นมือ จึงตัดสินใจให้ปาณัทลงมือผ่าตัดเด็กน้อยแทน เขาอ้างตัวเองอยู่ระหว่างพักราชการไม่ควรจะรักษาใครจนกว่าคดีความจะสิ้นสุด ศิระรู้ว่าตลอดสองเดือนที่เขาอยู่ที่นี่ เขาแอบรักษาคนป่วยไปทั่ว และที่สำคัญเขาเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง เหตุการณ์คับขันแบบนี้ใครช่วยอะไรได้ก็ต้องทำไปก่อน แต่ถ้าเขาห่วงปัญหาชีวิตส่วนตัวก็คงต้องรอส่งตัวเด็กไปโรงพยาบาล ปาณัทรู้ดีว่าถ้ารอนานขนาดนั้นเด็กคงไม่รอด ตัดสินใจลงมือผ่าตัดด้วยตัวเอง...

คลิปภาพภายหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกข่าวทีวีทุกช่อง เห็นปาณัทซึ่งได้รับบาดเจ็บที่หัวกำลังอุ้มเด็กน้อยวิ่งผ่านหน้ากล้องพอดี ดารณีกำลังดูข่าวอยู่กับมัทนาและสมใจเห็นเข้าก็จำได้ร้องเอะอะว่านั่นหมอนนท์ พิรญาณ์ที่เพิ่งเข้ามา รีบเดินมายืนด้านหลังทั้งสามคนโดยไม่มีใครเห็น

“ใช่จริงๆด้วยค่ะคุณผู้หญิง ว้ายตายแล้ว เลือดเต็มหน้าเต็มตาไปหมดเลย สงสัยหมอจะโดนระเบิดด้วย”

“หมอนนท์ โธ่เอ๊ยลูก แล้วไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงกันเนี่ย” มัทนาใจคอไม่ดี พิรญาณ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ได้เห็นชายคนรักในข่าวหลังจากไม่ได้ข่าวคราวมาสองเดือนแล้ว ความคิดถึง ความตกใจกับความห่วงใยตีกันวุ่นถึงกับทรงตัวไม่อยู่ ซวนเซก่อนจะล้มลงหมดสติ ทุกคนตกใจรีบเข้ามาช่วยกันพยุงไปที่โซฟา...

วาสิตาเห็นข่าวเดียวกันกับพิรญาณ์จากในมือถือ พาลจะเป็นลมเช่นกัน อดสงสัยไม่ได้ว่าปาณัทไปทำอะไรในที่อันตรายแบบนั้น

“ทำไมถึงโง่อย่างนี้ ชีวิตหมอไม่ควรจะตกต่ำแบบนั้น รักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อนนะหมอ รักษาไว้รอหวาหวา อย่าเป็นอะไรไปนะหมอ รอหวาหวาก่อน” วาสิตาเร่งฝีเท้าออกไปทันที...

ปาณัทดีใจมากที่ช่วยชีวิตเด็กน้อยไว้ได้ ศิระเห็นเขายืนสูดอากาศที่ระเบียงสถานีอนามัยหลังการผ่าตัดสำเร็จด้วยดี เข้ามาตบไหล่ขอบใจเขาที่ช่วยให้เด็กน้อยมีโอกาสได้เจอหน้าแม่ของแกอีกครั้ง แล้วถามอย่าง

ไม่อ้อมค้อมว่าเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไป ยังอยากจะอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า สู้กลับไปง้อแฟนที่กรุงเทพฯไม่ดีกว่าหรือ เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ ศิระไม่อยากเซ้าซี้อะไรอีก ไล่เขาไปหายาแก้อักเสบกิน ส่วนตนเองขอไปดูคนไข้ก่อน

“ฉันยังอยู่นี่แหละ เผื่อแกมีอะไรให้ช่วยอีกมาเรียกฉันได้” ปาณัทว่าแล้วก้มมองแหวนที่นิ้วตัวเอง มันเป็นสิ่งเดียวที่เหลือให้ดูต่างหน้าพิรญาณ์ นึกถึงเธอขึ้นมาเมื่อไหร่ เจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจจนน้ำตาคลอ

ooooooo

พิรญาณ์ฝันเห็นปาณัทที่มีแต่เลือดเปรอะไปหมด ตกใจตื่นสะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง ดารณีซึ่งค่อยบีบนวดให้ รีบจับให้นอนลงอย่างเดิม ขืนลุกขึ้นตอนนี้ ไม่พ้นเป็นลมไปอีก เธอเป็นห่วงปาณัทมากไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทั้งมัทนาและดารณีได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆ เขายังอุ้มเด็กวิ่งได้ คงไม่ได้เป็นอะไรมาก

“พี่นนท์หนีทุกสิ่งทุกอย่างไปไกลถึงใต้เลยเหรอเนี่ย โธ่พี่นนท์”

สมใจเดินถือถาดใส่ถ้วยยาหอมกับแก้วน้ำเข้ามาให้ พิรญาณ์แค่ได้กลิ่นก็ทนไม่ไหว รีบลุกไปอาเจียนในห้องน้ำ เสียงโอ้กอ้ากดังลั่น สมใจจะเข้าไปช่วยลูบหลัง ดารณีดึงแขนไว้ วานให้ออกไปซื้อของที่ร้านขายยาให้หน่อย แล้วกระซิบบางอย่างกับเธอ ไม่อยากให้พิรญาณ์ได้ยิน...

สิ่งที่ดารณีให้สมใจไปซื้อกลับมาให้คือชุดตรวจการตั้งครรภ์ ทีแรกพิรญาณ์จะไม่ยอมตรวจ ดารณียืนยันว่าอาการของเธอมันฟ้อง เธอถึงได้ยอมตรวจ ผลตรวจออกมาเป็นบวก พิรญาณ์กำลังจะมีลูกกับปาณัท แม้กระนั้นเธอก็ไม่คิดจะกลับไปหาเขา ตั้งใจจะเลี้ยงลูกเพียงลำพัง...

วาสิตาโทร.นัดเปรมสุดามาพบเพื่อจะแจ้งข่าวปาณัท แต่พอเห็นท่านในชุดนุ่งขาวห่มขาวก็ร้องทัก ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ เปรมสุดาทุกข์ใจมากตั้งแต่ปาณัทหายตัวไปไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน ก็เลยไปถือศีลสักพักเผื่อบุญกุศลจะช่วยดลใจให้เขากลับมาหา วาสิตาไม่เชื่อว่าการทำอย่างนั้นจะช่วยอะไรได้

“หวาหวาสิคะช่วยแม่เปรมได้ หวาหวารู้แล้วค่ะว่าหมอนนท์หลบไปอยู่ภาคใต้ค่ะ หวาหวาเห็นหมอนนท์ในข่าววางระเบิดค่ะ”

“คุณพระช่วย นนท์ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

“หวาหวามีหมอที่รู้จักอยู่ในพื้นที่นั้นค่ะ กำลังให้เขาเช็กให้อยู่ แม่เปรมอย่าเพิ่งถามอะไรเลยนะคะ ไปเตรียมตัวบินลงใต้กับหวาหวา เราจะไปรับหมอนนท์กลับกันค่ะ”...

มัทนาไม่เห็นด้วยกับความคิดที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของพิรญาณ์ ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกของปาณัทก็ควรให้เขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เธอยืนกรานว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขาจบไปแล้ว

“เรื่องพิณกับหมอนนท์อาจจะจบนะลูก แต่เรื่องหลานแม่มันไม่จบ พิณจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ยังไง เด็กที่เกิดมาจากความรักของพ่อกับแม่จะต้องมากำพร้าเพราะปัญหาระหว่างตาย่ายาย มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลาน แม่เสียใจ แม่ผิดที่ทำให้ลูกหลานต้องมารับกรรม”

“คุณแม่คะคุณแม่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่ผิด แย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่ทำลาย ครอบครัวของเรา” ยิ่งพูดพิรญาณ์ก็ยิ่งแค้น มัทนาขอร้องให้เธอให้อภัยทุกอย่างก็จะจบ พิรญาณ์ทิฐิเกินกว่าจะทำอย่างนั้น ตราบใดที่ยังไม่เห็นเปรมสุดาดาวดิ้นไปต่อหน้า ไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด...

ความเคียดแค้นที่ยังเกาะกินใจพิรญาณ์ทำให้มัทนาพลอยเครียดไปด้วย ทำท่าจะหมดแรงเดิน ดารณีต้องช่วยประคองไปนั่งพัก ปลอบให้ใจเย็นๆ ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ มัทนาไม่รู้จะทำอย่างไรลูกถึงจะหลุดจากบ่วงแค้นนี้ได้ ดารณีเล็งเห็นแล้วว่าการพูดคุยกับพิรญาณ์อย่างเดียวคงไม่ได้ผล มัทนาจะต้องลงมือทำให้เธอเห็นเป็นตัวอย่าง

ooooooo

พีระเดชไม่ยอมให้เปรมสุดาไปตามปาณัทกลับจนมีปากเสียงกันถึงขั้นลงมือลงไม้ แต่คราวนี้เธอไม่ยอมลงให้เขาดึงดันจะไปให้ได้ คว้ากระเป๋าใส่เสื้อผ้าเดินลิ่วออกจากบ้าน พีระเดชตามออกมาตะโกนไล่หลัง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเปรม ฉันไม่ให้เธอไป ปล่อยให้มันตายโหงไม่ต้องไปรับกลับมา ไอ้ตัวซวยมันทำลายครอบครัวฉัน ฉันบอกให้เธอกลับมาได้ยินไหม ถ้าเธอลากกระเป๋าออกจากบ้านนี้ไปก็ไม่ต้องกลับมาหาฉันอีก”

เปรมสุดาหยุดกึก หันกลับมามองด้วยสายตา เด็ดเดี่ยว ประกาศเสียงดังฟังชัดว่าจะไม่กลับมาหาเขาอีก แล้วลากกระเป๋าใส่เสื้อผ้าออกนอกรั้วบ้าน ทิ้งให้พีระเดชยืนโกรธตัวสั่น ก่อนจะกลับเข้ามาอาละวาดกวาดข้าวของในบ้านกระจุยกระจาย แทนที่จะโทษตัวเองว่ามีส่วนผิด กลับโยนบาปไปให้พิรญาณ์

“นังพิณ เพราะแกคนเดียวเลย นังลูกเนรคุณแกทำลายชีวิตฉัน”...

บ่ายวันเดียวกัน เปรมสุดากับวาสิตาไปถึงบ้านเช่าของปาณัทที่ชายแดนทางใต้ หลังจากกอดลูกชายจนคลายความคิดถึงเปรมสุดากล่อมให้เขากลับกรุงเทพฯด้วยกันเพื่อไปต่อสู้คดีในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด วาสิตาอาสาจะหาทนายเก่งๆให้เอง แล้วเราจะลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตให้หมด เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

“นนท์ การหลบหน้าผู้คนมาอยู่คนเดียว การทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังมันไม่ใช่ทางแก้ปัญหาหรอกลูก แม่เชื่อว่าความรักของหนูหวาหวาจะช่วยเยียวยาใจลูกให้ลืม เรื่องเลวร้ายในอดีตได้หมด กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหนูหวาหวานะลูก” เปรมสุดาอ้อนวอนทั้งน้ำตา ป่วยการจะเกลี้ยกล่อม ปาณัทยืนกรานจะอยู่ที่นี่ต่อไป ขืนกลับไปตอนนี้เขาก็อยู่ไม่ได้ ขอให้เขาทำใจได้ก่อนแล้วจะกลับไปหาแม่เอง

“คุณก็ด้วยหวาหวา กลับไปเถอะครับต่อให้คุณรักผมมากแค่ไหน ผมก็รักคุณไม่ได้จริงๆ คุณอาจจะเจ็บที่ผมไม่ได้รักคุณ แต่คุณจะเจ็บยิ่งกว่าถ้าผมทำเป็นโกหกว่ารักคุณ พอเถอะครับหวาหวา เลิกหลอกตัวเองว่ายังมีความหวังได้แล้วครับ” คำพูดตัดเยื่อใยของปาณัททำเอาวาสิตาถึงกับร้องไห้โฮ...

ขณะที่เปรมสุดากับวาสิตาหมดหวังที่จะดึงตัวปาณัทกลับ พีระเดชตามมาทวงหนี้สิบล้านบาทคืนจากพิรญาณ์อีกครั้ง ประกาศกร้าวถ้าไม่ได้เงินจะไม่กลับแล้วด่าว่าเธอต่างๆนานาว่าจิตใจชั่วช้าทำร้ายได้แม้กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง เธอตอกกลับอย่างเจ็บแสบ นิสัยไม่ดีเหล่านี้เธอได้รับการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์มาจากพ่อนั่นเอง พีระเดชยัวะจัดจะเข้าไปเล่นงานลูก มัทนาที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนร้องห้ามไว้

“หยุดนะคุณเดช อย่ามาแสดงกิริยาต่ำๆกับลูกที่นี่นะ”

พีระเดชหันไปหามัทนาแทนที่ พิรญาณ์เป็นห่วงแม่ รีบเข้าไปขวางเตือนไม่ให้พ่อทำอะไรแม่ เขาคว้าแขนลูกบีบ สั่งให้คืนเงินสิบล้านบาทของเขามา มัทนากลัวเขาจะทำร้ายลูกไปมากกว่านี้เสนอจะคืนเงินให้ แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องเซ็นใบหย่าให้เธอก่อน เธอรู้ดีว่าไม่มีอะไรในตัวเธอที่เขารักและอาวรณ์อีกแล้ว ดังนั้นเธอจะคืนอิสรภาพให้เขาไปตามทาง เขาจะได้มีความสุขในบั้นปลายชีวิตกับคนที่เขารัก พีระเดชถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก

“พรุ่งนี้สิบโมงตรง ฉันจะไปรอคุณที่ที่เราเคย จดทะเบียนสมรสกัน”

พีระเดชได้แต่พยักหน้ารับรู้ แล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก พิรญาณ์มองแม่ด้วยความสงสาร แต่ มัทนากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ ดึงเธอมากอดไว้ บอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร อภัยให้พีระเดชไปหมดแล้วก็เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก นับแต่นี้ไป เราไม่ติดค้างอะไรกันอีก

“พิณก็ควรจะปล่อยวางได้สักทีนะลูกนะ” มัทนาว่าแล้วมองสบตากับดารณีซึ่งดีใจที่เธอทำให้พิรญาณ์เห็นถึงตัวอย่างของการให้อภัย

ooooooo

เปรมสุดากับวาสิตาเดินคอตกออกจากบ้านเช่าของปาณัท ดูเหมือนฝ่ายแรกจะทำใจได้มากกว่าฝ่ายหลังเพราะรู้นิสัยลูกชายตัวเองดีว่าลองได้ตัดสินใจอะไรแล้ว จะแน่วแน่ไม่มีใครเปลี่ยนใจได้

“แน่ใจเหรอคะว่าไม่มีใครเปลี่ยนใจหมอได้... แม่เปรมลืมนังพิรญาณ์ไปแล้วเหรอ...มันเป็นคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนชีวิตหมอได้...ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตหมอจะสุขหรือทุกข์ก็อยู่ที่มันคนเดียว”...

ขณะที่วาสิตาและเปรมสุดาต้องกลับกรุงเทพฯด้วยความผิดหวัง ณัฐวุฒิถือกล่องใส่ต่างหูเพชรผูกโบอย่างสวยงามมาที่แผนกประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล ประชาราษฎร์ หวังจะมอบเป็นของกำนัลให้วาสิตา แต่กลับต้องหัวเสียเมื่อรู้จากสิรัตน์ว่าเธอไม่อยู่บินไปรับตัวปาณัทที่ต่างจังหวัด ณัฐวุฒิคิดหนักขืนให้คู่อริกลับมาต้องเป็นเรื่องแน่ๆ แล้วนึกถึงพิรญาณ์ขึ้นมาได้ ผลุนผลันออกไปทันที...

ไม่นานนักณัฐวุฒิมาดักเจอพิรญาณ์ที่หน้าตึกออฟฟิศของเธอเพื่อแจ้งข่าววาสิตาบินไปหาสามีของเธอที่ต่างจังหวัด เธอหึงปรี๊ดขึ้นมาทันทีแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ แสร้งทำไม่รู้สึกรู้สม

“หมอนนท์ไม่ใช่สามีของฉันอีกต่อไปแล้ว เขาไปจากฉันแล้ว เพราะฉะนั้นคุณหวาหวาจะทำอะไรกับหมอนนท์ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน คุณไม่ต้องมาบอก ธุระแค่นี้ใช่ไหมคะ ฉันต้องรีบไปทำงาน” พูดจบพิรญาณ์ขยับจะไป

ณัฐวุฒิคว้าแขนไว้ เตือนไม่ให้เธอลืมว่าเราสองคนยังร่วมมือกันอยู่ ดังนั้นเธอจะปล่อยให้ปาณัทกลับมาหาวาสิตาไม่ได้ พิรญาณ์ดึงมือเขาออก บอกให้ปล่อยทั้งคู่ไปได้แล้ว ในเมื่อเขาเองก็ได้ดิบได้ดีจากการใส่ร้าย ป้ายสีปาณัทไปแล้ว ณัฐวุฒิทำไก๋ไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร แล้วรีบเดินกลับไปขึ้นรถตัวเอง

“นังบ้าเอ๊ย มันรู้ได้ไงว่าเราเป็นคนปล่อยข่าวมุกระวี แล้วโยนความผิดให้ไอ้หมอนนท์ มันรู้ได้ไงวะ” ณัฐวุฒิแทบคลั่ง ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เรื่องนี้เป็นความลับต่อไป รีบส่งไลน์ไปขู่พิรญาณ์ “อย่ามาปากมากเรื่องกูนะ ไม่งั้นมึงตาย”

พิรญาณ์ถึงกับตะลึงกับข้อความที่ได้รับ ไม่คาดคิดว่าณัฐวุฒิจะกล้าทำขนาดนี้

ooooooo

พีระเดชไปที่สำนักเขตเพื่อเซ็นใบหย่าให้มัทนาตามนัด โดยมีพิรญาณ์เซ็นเป็นพยานในการหย่าครั้งนี้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย มัทนามอบเช็คสิบล้านบาทคืนให้เขาตามที่ตกลงกันไว้ พีระเดชไม่วายด่าทอลูกตัวเองต่างๆนานา พิรญาณ์เองก็โต้ตอบไม่ยอมแพ้เช่นกัน มัทนาทนไม่ไหวขอร้องให้ทั้งคู่พอได้แล้ว

“อย่าทะเลาะกันอีกเลย เราหย่ากันแล้วก็ขอให้เรื่องมันจบไป ฉันอโหสิกรรมให้คุณ อโหสิให้เปรมสุดาแล้วคุณก็อโหสิกรรมให้ลูกซะ อย่าจองเวรจองกรรมกันอีกเลยนะคะคุณเดช” มัทนาเห็นพีระเดชไม่ยอมลงให้ลูก ก็เลยหันไปขอร้องลูกแทน “พิณ ขอโทษพ่อเขาซะ...พิณ”

พิรญาณ์เห็นสายตาอ้อนวอนของแม่ จึงยอมยกมือ ไหว้ขอโทษพ่อ ขอรับผิดทุกอย่างคนเดียว และขอให้พ่อยกโทษให้เธอด้วย แม้พีระเดชจะรู้สึกผิด แต่จะให้ยอมรับมันไม่ใช่วิสัยของเขา ได้แต่ขอบคุณมัทนาที่อโหสิกรรมให้เขากับเปรมสุดา และหวังว่าเราสองคนยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ แล้วยื่นมือไปให้คนเคยรักกันจับเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินแยกไปทางใครทางใคร มัทนาเสียใจมากแต่พยายามข่มอารมณ์เอาไว้...

ครั้นกลับถึงบ้านที่มีแต่ความเงียบเหงา พีระเดชเดินหน้าเศร้ามาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา หยิบเช็คสิบล้านบาทที่เพิ่งได้ขึ้นมาดู แม้จะได้เงินได้บ้านหลังนี้คืน แต่ต้องสูญเสียครอบครัว ได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง แล้วนึกถึงเปรมสุดาขึ้นมาได้รีบโทร.หา แต่เธอไม่รับสาย พีระเดชร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น

“เปรมรับสายสิ...แม้แต่คุณ ผมก็จะไม่เหลือเลยเหรอ เปรม”...

ที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งชานกรุง เปรมสุดาปล่อยให้มือถือดังอยู่อย่างนั้นไม่ยอมรับสายของพีระเดช

“เรื่องของเราเกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจผิดพลาดของฉันในอดีต ฉันแย่งสามีคนอื่นแล้วลูกต้องมาชดใช้กรรมแทนฉัน มันจะเป็นตราบาปติดตัวฉันไปตลอดชีวิต” เปรมสุดาซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองร้องไห้...

ตกค่ำ พิรญาณ์นั่งกินข้าวเพียงลำพังที่โต๊ะอาหารตรงระเบียงเรือนเล็ก แม้เป็นผู้ชนะแต่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด เธอมองอาหารคาวหวานนานาชนิดตรงหน้าล้วนแต่เป็นอาหารบำรุงครรภ์ทั้งสิ้น แล้วเลยไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามซึ่งปาณัทเคยนั่ง แต่ตอนนี้ว่างเปล่า

“พี่นนท์วันนี้พิณไปหาหมอ หมอบอกว่าพิณท้องได้สองเดือนแล้ว พิณฝากท้องแล้วก็เข้าคอร์สสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งจะตั้งท้องเป็นครั้งแรก ทำให้พิณมั่นใจมากเลยว่าพิณจะทำหน้าที่แม่ที่ดูแลลูกของพี่ได้อย่างดีที่สุด”...

ในเวลาเดียวกัน เสียงสายเรียกเข้าจากพศินเหมือนเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจยามที่เปรมสุดาท้อแท้ที่สุดในชีวิต เธอรีบกดรับสายถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน อยากเจอเขามาก พศินมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่ย่างกุ้ง ทัวร์พม่าเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปหา เพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก เปรมสุดากลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยโฮลั่น พศินตกใจมาก

“แม่ร้องไห้เหรอครับนั่น มีเรื่องอะไรครับแม่”

ooooooo

พิรญาณ์จอดรถเสร็จจะเดินไปที่ทางเข้าออฟฟิศ เช้าๆอย่างนี้อาการแพ้ท้องมักจะมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก จู่ๆวาสิตาที่จะมาหาเธอเพื่อคุยเรื่องปาณัท ขับรถพุ่งเข้าหาราวกับจะชนให้ตาย แต่กลับกระแทกเบรกหยุดรถห่างเธอไปแค่คืบทำเอาพิรญาณ์ใจหายใจคว่ำ

“เป็นบ้าอะไร ขับรถแบบนี้จะชนฉันเหรอ”

วาสิตาลงมาโวยลั่น “เออ ฉันอยากจะชนหล่อนให้ตายๆไปเลย หล่อนทำลายชีวิตหมอนนท์ เขาแค่ผิดที่เกิดมาเป็นลูกแม่เปรมแล้วดันโง่มารักผู้หญิงอย่างหล่อนเข้า ทำไมหล่อนต้องเอาชีวิตเขามาชดใช้ในสิ่งที่แม่เขาก่อด้วย เขาผิดตรงไหนห่ะ”

พิรญาณ์รู้ตัวว่าผิดเต็มๆแทนที่จะยอมรับกลับเฉไฉ ถ้าวาสิตาจะมาพูดเรื่องปาณัท ตนไม่มีเวลาคุยด้วย เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ได้ข่าวว่าเธอไปตามหาเขาไม่ใช่หรือทำไมไม่พาเขากลับมาด้วย วาสิตาอ้อนวอนแล้วแต่ปาณัทไม่ยอมกลับ ในเมื่อพิรญาณ์เป็นคนทำให้เขาหนีเตลิดก็ต้องเป็นคนไปตามเขากลับ พิรญาณ์ไม่ยอมไป แถมขยับจะเดินหนี วาสิตาตามมากระชากผมจะลาก ขึ้นรถเพื่อไปตามปาณัทกลับ

สองสาวยื้อยุดกันไปมา พิรญาณ์กำลังท้องกำลังไส้สู้แรงวาสิตาไม่ได้เข่าอ่อนจะเป็นลม ฝ่ายหลังหาว่าสำออย แต่พอเห็นหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มของเธอ วาสิตารีบประคองขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ในเวลาต่อมา วิชุดาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโรงพยาบาลประชาราษฎร์ เห็นวาสิตานั่งคอตกก้มหน้าอยู่ที่มุมสงบ มุมหนึ่ง ปรี่เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำอะไรนังนั่น หรือเปล่า วาสิตาส่ายหน้า พูดเสียงเบาแทบจะเป็นเสียงกระซิบว่าตนพาพิรญาณ์มาโรงพยาบาล หมอบอกว่าที่นังนั่นเป็นลมไม่ใช่เพราะเธอแต่เพราะมันท้อง วิชุดาตกใจถึงกับร้องเอะอะ

“ท้อง!!...นังนั่นกำลังจะมีลูกกับหมอนนท์เหรอ คุณพระ!”...

มัทนารู้ข่าวพิรญาณ์เข้าโรงพยาบาล รีบชวนดารณีมาเยี่ยม เห็นลูกนอนหน้าซีดเซียวมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขนข้างหนึ่งเข้าไปลูบหัวลูบหูด้วยความเป็นห่วง พิรญาณ์ค่อยๆรู้สึกตัวตื่น แปลกใจแม่รู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ ได้ความว่าวาสิตาให้เลขาฯ โทร.มาบอกว่าเจอเธอเป็นลมก็เลยพามาส่งโรงพยาบาล

พิรญาณ์ถึงกับอึ้งเพราะจำได้ว่าก่อนจะหมดสติ วาสิตาเป็นคนจิกผมเธอเหวี่ยงไปมา มัทนาเห็นลูกเงียบไป สงสัยว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า พิรญาณ์รีบกลบเกลื่อน

“เอ่อไม่มีอะไรค่ะ แค่รู้สึกขอบคุณคุณหวาหวาที่ช่วยพาพิณมาส่งโรงพยาบาล”

“นั่นสิคะเธอเกลียดคุณพิณยังกับอะไรดี คิดไม่ถึงว่าจะมีน้ำใจกับคุณ” ดารณีตั้งข้อสังเกต...

ตั้งแต่วาสิตารู้ว่าพิรญาณ์ท้องกับปาณัท ความคิดจะดึงเขากลับมาเปลี่ยนเป็นอยากช่วยให้เขาได้อยู่กับลูกแทนที่ วิชุดาถึงกับมึนตึบ เพื่อนรักเพิ่งเล่นบทนางมารจิกหัวคู่อริมาหยกๆ ทำไมเปลี่ยนใจจะเป็นนางฟ้าขึ้นมา วาสิตาขอร้องให้เธอเงียบสักหนึ่งนาทีได้หรือเปล่า แล้วคว้ามือถือขึ้นมาโทร.แจ้งข่าวดีเรื่องพิรญาณ์ท้องให้เปรมสุดาฟัง ท่านดีใจมากคว้ากระเป๋าถือจะไปโรงพยาบาล แต่ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูห้องพักมาเจอพศินยืนสะพายเป้อยู่ สองแม่ลูกโผกอดกันด้วยความคิดถึง เปรมสุดาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับปาณัทให้พศินฟัง

“แม่ครับ พัฒน์คิดว่าสิ่งเดียวที่จะนำพี่นนท์กลับมาได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น”

“เพราะแม่เป็นต้นตอของปัญหาใช่ไหมลูก ถ้าแม่ใจแข็งไม่ยอมลงเอยเป็นบ้านเล็กของพ่อเพื่อหวังพึ่งเขาใช้หนี้ให้ ทุกคนก็คงไม่ต้องมาลงเอยกันแบบนี้”

พศินโอบไหล่แม่ไว้อย่างปลอบใจ ขอร้องอย่าไปพูดถึงเรื่องเก่าๆ กันอีก พูดถึงสิ่งที่ต้องแก้ไขวันนี้ดีกว่า แม่ต้องเลือกระหว่างพ่อกับพี่นนท์ เพราะแม่ไม่มีทางทำให้สองคนนี้มีความสุขพร้อมกันได้

“เราเป็นส่วนเกินของบ้านใหญ่มานานเกินไปหลายปีที่ทำให้เขาเจ็บปวดแม่จะคืนคุณพ่อให้เขาไป พี่นนท์กับหนูพิณจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งโดยไม่ตะขิดตะขวงใจเรื่องแม่อีกต่อไป แต่พัฒน์จะทำใจได้เหรอ”

แม้จะเจ็บปวดที่พ่อกับแม่ต้องเลิกกัน แต่พศินยอมรับความจริงได้ แล้วชวนแม่ไปหาพิรญาณ์ จะได้เอาจดหมายที่พศิกาเขียนถึงเขาไปให้เธออ่านด้วย

ooooooo

วาสิตาไม่รอช้าตรงไปหาพิรญาณ์ที่ห้องพักฟื้น แนะให้เธอไปบอกปาณัทด้วยตัวเองว่าเธอกำลังจะมีลูกกับเขา ถ้าเธอไปที่นั่นเขาต้องดีใจมาก พิรญาณ์ได้แต่นิ่งเงียบจนวาสิตาชักหวั่นใจ คาดคั้นให้เธอรับปากว่าจะไปตามปาณัทกลับมา พิรญาณ์กลับเฉไฉพูดเรื่องอื่น วาสิตาไม่พอใจมาก

“เธอนี่มันเลือดเย็นที่สุด ฉันไม่แปลกใจเลยที่เธอขโมยข้อมูลการรักษายัยดาราแท้งไปแฉกับนักข่าวเพื่อทำลายอนาคตหมอ”

พิรญาณ์ปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ทำ วาสิตาไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร มัทนานั่งฟังเงียบๆอยู่นาน ขอร้องให้ลูกบอกวาสิตาว่าเป็นฝีมือใคร อนาคตของปาณัท อยู่ในกำมือของเธอแล้ว พิรญาณ์นิ่งคิดไปอึดใจก่อนตัดสินใจบอกความจริงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือณัฐวุฒิ

“คุณไปหาหลักฐานได้เลย คุณเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้ ไม่มีอะไรยาก”...

เป็นอย่างที่พิรญาณ์พูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน หลังจากวาสิตาสั่งให้เจ้าหน้าที่ห้องคอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ของณัฐวุฒิ พบหลักฐานชัดเจนว่าเขาเข้าไปดูประวัติการรักษาของมุกระวีหลายครั้ง และยังได้หลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งว่าณัฐวุฒิใช้อีเมลของปาณัทส่งไฟล์การรักษาของมุกระวีไปให้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง วาสิตาอ่านเอกสารทั้งสองชิ้นซ้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าโกรธจัด...

ระหว่างที่มัทนาคุยกับพิรญาณ์และนิภาพรรณเรื่องที่จะให้พิรญาณ์หยุดพักเรื่องงานไว้ก่อน โดยที่ท่านจะกลับไปทำงานแทนลูกที่มณีมัทนาจิวเวลรี่เอง เปรมสุดากับพศินเข้ามาขอเยี่ยมคนป่วย พิรญาณ์ยังเคืองไม่หายวานนิภาพรรณช่วยไล่สองแม่ลูกออกไปให้ที เธอไม่มีอะไรจะคุยด้วย

เปรมสุดาแค่อยากจะมาขอร้องให้พิรญาณ์ยกโทษให้ปาณัท เพราะทั้งคู่กำลังจะมีลูกด้วยกัน นิภาพรรณไม่สนใจอะไรทั้งนั้นดันทั้งคู่ออกมานอกห้องจนได้ มัทนาตามมาห้ามคนของตัวเอง แล้วจูงมือเปรมสุดากลับมาในห้อง ขอร้องให้ลูกฟังเธอพูดก่อน พิรญาณ์ปฏิเสธเสียงลั่นว่าไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวของใคร

“น้าไม่ได้แก้ตัว น้าผิดน้าขอโทษที่ทำให้หนูพิณต้องเจอกับปัญหามากมาย น้าจะไปจากพ่อหนูพิณค่ะ ไปอยู่กับพัฒน์ที่เมืองนอก น้าขอแค่ให้หนูพิณอภัยให้นนท์”

พิรญาณ์สั่งให้หยุดพูดได้แล้ว มัทนาขอร้องให้ลูกลืมเรื่องในอดีตให้หมด ตอนนี้ทุกคนยอมรับผิดกันหมดแล้ว ขอให้ลืมทุกอย่างแล้วเธอจะได้ครอบครัวอบอุ่นกลับคืนมา มีสามีและลูกอยู่พร้อมหน้า เธอได้แต่นิ่งเงียบ

พศินหยิบจดหมายที่พศิกาเขียนถึงตัวเองออกมายื่นให้พิรญาณ์ซึ่งเห็นลายมือก็จำได้ว่าเป็นของน้องสาวดีใจน้ำตาซึม เรียกแม่มาอ่านด้วยกัน ในจดหมายมีข้อความสรุปได้ว่า พศิกาสบายดี ที่หายหน้าไปสองปีก็เพื่อหนีไปทำใจ ตอนนี้เธอกำลังเรียนการโรงแรมอยู่ที่สเปน กำลังรวบรวมความกล้าเพื่อติดต่อแม่กับพี่พิณ ซึ่งคงเป็นห่วงเธอมาก อาจคิดว่าเธอตายไปแล้วก็ได้

“พั้นซ์ขอโทษนะพัฒน์ที่เคยด่าว่าพัฒน์สารพัด โกรธเกลียดพี่นนท์ สาปแช่งแม่ของพัฒน์ที่มาแย่งคุณพ่อไปจากครอบครัวพั้นซ์ เรื่องใหญ่คงกลายเป็นเรื่องเล็กถ้าในวันนั้นพั้นซ์มีสติไม่หนีออกจากบ้าน พั้นซ์ไม่โกรธไม่เกลียดใครอีกแล้ว พั้นซ์อโหสิให้ทุกคน อย่าเพิ่งบอกเรื่องพั้นซ์กับใคร เมื่อพั้นซ์พร้อมพั้นซ์จะติดต่อทางบ้านเอง”

มัทนายังเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยทิฐิของพิรญาณ์ ตัดสินใจจับมือเธอมากุมไว้ ช่วยกันกับเปรมสุดากล่อมจนเธอใจอ่อน ให้อภัยทุกคนเหมือนที่พศิกาและมัทนาทำเป็นตัวอย่าง แถมเธอยังรับปากจะไปตามปาณัทกลับมาด้วยตัวเอง เปรมสุดาโผกอดพิรญาณ์ร้องไห้ด้วยความดีใจ

“ขอบคุณมากค่ะ หนูพิณ ขอบคุณจริงๆ”

ooooooo

เกิดการยิงปะทะกันที่หมู่บ้านใกล้ชายแดนทางใต้ มีชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงมายังสถานีอนามัยที่ศิระรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ทุกคนมีงานล้นมือเพราะผู้ที่เข้ามารับการรักษาล้วนแต่อาการหนัก แต่ยังมีชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งรอหมอไปช่วยปฐมพยาบาลที่โน่น เนื่องจากไม่มีใครว่าง ปาณัทจึงอาสาลงพื้นที่เอง

“ขอบใจมากนนท์ งั้นแกไปก่อนล่วงหน้า เดี๋ยวฉันจัดการตรงนี้แล้วจะรีบตามไป...วินัยๆ ไปกับหมอนนท์ก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป”

วินัยรับคำ เดินนำปาณัทไปขึ้นรถ อีกมุมหนึ่งหน้าสถานีอนามัย พิรญาณ์ลากกระเป๋าใส่เสื้อผ้าเข้ามาเห็นภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็มองอย่างสนใจ ทำให้ไม่เห็นปาณัทที่เดินไปขึ้นรถกับเจ้าหน้าที่ คลาดกันอย่างน่าเสียดาย กว่าเธอจะรู้ว่าปาณัทลงพื้นที่ก็เป็นตอนที่ศิระกำลังจะตามไปยังหมู่บ้านที่เกิดเหตุ พิรญาณ์ขอตามไปด้วย ทีแรกศิระไม่ยอมให้ไป แต่เธอยืนกรานจะไปให้ได้

“ฉันรอเจอหน้าพี่นนท์ไม่ไหวแล้ว ฉันคิดถึงเขามาก คุณรีบไปไม่ใช่เหรอคะ ไม่ต้องห่วงฉันรีบไปเถอะค่ะ”

อารามรีบร้อนจะต้องไปช่วยคนเจ็บ ศิระจึงต้องปล่อยเลยตามเลย...

ด้านปาณัทนั่งมาในรถกับวินัยด้วยสีหน้าร้อนใจอยากจะไปถึงหมู่บ้านเร็วๆ เพื่อช่วยเหลือคนเจ็บที่ยังตกค้าง อยู่ๆเขาคิดถึงพิรญาณ์ขึ้นมา จับแหวนแต่งงานที่นิ้วหมุนเล่นไปมา โดยไม่ล่วงรู้เลยว่ารถที่ตัวเองนั่งกำลังตกอยู่ในอันตราย...

ในเวลาเดียวกัน ณัฐวุฒิคนร้ายตัวจริงที่นำเรื่องของมุกระวีส่งไปให้สื่อแล้วป้ายสีว่าเป็นฝีมือของปาณัท ถูกวาสิตากระชากหน้ากาก เขาพยายามดิ้นเฮือกสุดท้ายอ้างว่าหลักฐานที่วาสิตาเอามาแฉเป็นหลักฐานปลอม เธอหลงปาณัทมากจนอยากจะเขี่ยเขาทิ้งก็เลยทำหลักฐานปลอมขึ้นมา ท่านสุทัศน์โกรธมากลุกขึ้นคว้าคอเขา

“หยุดแถซะทีเถอะ ผมเกือบโง่ทำลายอนาคตคนดีๆอย่างหมอนนท์ก็เพราะคุณ ผมจะฟ้องคุณเป็นพันล้านเอาให้หมดตัวไม่ให้เหลือแม้แต่สลึงเดียวเลย”

ณัฐวุฒิกระชากมือท่านสุทัศน์ออก ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ขอร้องให้วิชัยช่วยเขาด้วย วิชัยยินดีช่วยด้วยการไล่เขาออก แล้วสั่งให้ไปเก็บข้าวของไปให้พ้นจากโรงพยาบาลของตน...

วาสิตาเดินกลับมาที่แผนกประชาสัมพันธ์

ณัฐวุฒิยังไม่ละความพยายาม ตามมาขอร้องให้เธอเห็นแก่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของเราสองคน วาสิตาตบเขาหน้าหันแทนคำตอบ ทำให้เขายิ่งโกรธ คว้าไหล่เธอดันไปติดผนังห้อง คาดคั้นให้บอกมาว่าพิรญาณ์ใช่ไหมที่เป็นคนปูดเรื่องนี้

“ฉันจะถือว่าที่คุณถามฉันเมื่อครู่นี้เป็นคำรับสารภาพ ซึ่งมันตรงกับที่พยานบอกฉัน”

เขาถึงกับคลั่งเงื้อหมัดจะต่อย วาสิตากลัวมากได้แต่หลับตาปี๋ ก่อนที่เธอจะถูกทำร้ายมากไปกว่านี้ สิรัตน์กับพนักงานสองคนเข้ามาเห็นเสียก่อน ช่วยกันจับณัฐวุฒิเอาไว้ เขาพยายามดิ้นหนีจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน

“บ้าไปแล้ว ไปให้พ้นจากที่นี่เลยนะ ไป ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคุณออกไป” วาสิตาไล่ตะเพิด

ณัฐวุฒิเห็นองครักษ์พิทักษ์วาสิตาเต็มพรึดไปหมด จำต้องเดินหนี จากนั้นเขากลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อว่าอนาคตที่สดใสจะดับวูบไปในชั่วพริบตา แทนที่จะโทษตัวเองกลับโยนความผิดไปให้พิรญาณ์กับปาณัท หมายหัวจะเอาคืนให้ได้

ooooooo

รถของสถานีอนามัยที่ปาณัทนั่งมากำลังจะเลี้ยวเข้าถนนลูกรังซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้านเป้าหมาย สองข้างทางเป็นป่าหญ้าคาสูงท่วมหัว เขารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก กวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง เห็นชายคนหนึ่งแอบซุ่มอยู่ที่พงไม้ไกลๆ พอเห็นเขาจ้องอยู่ชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าป่า ปาณัทใจคอไม่ดีหันไปเตือนวินัย

“ขับระวังหน่อยนะครับ” ไม่ทันขาดคำ มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น รถเสียหลักไถลลงข้างทางพลิกคว่ำ ปาณัทกระเด็นตกจากรถกลิ้งไปคนละทางกับวินัย...

เสียงระเบิดดังไปถึงรถที่พิรญาณ์นั่งมา ศิระรู้ทันว่าเกิดเหตุร้าย รีบเร่งความเร็วขึ้นอีก สักพักมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เห็นสภาพหลุมขนาดใหญ่จากแรงระเบิด เศษดินเศษหินกระจายไปทั่ว รถของสถานีอนามัยคว่ำอยู่ข้างทางห่างไปพอสมควร ศิระรีบจอดรถ พิรญาณ์รู้ว่าปาณัทอยู่ในรถคันนั้นด้วย รีบวิ่งดู

“เดี๋ยวคุณ วิ่งระวังนะ อาจจะมีระเบิดซ่อนอยู่อีก”

พิรญาณ์ไม่สนใจคำเตือน ห่วงปาณัทมากกว่าตัวเอง วิ่งไปพลางร้องเรียกเขาไปด้วย ปาณัทที่นอนหมดสติโดยมีบาดแผลที่ท้อง ได้ยินเสียงร้องเรียกของหญิงคนรัก ปรือตามองคิดว่าตัวเองฝันไป พิรญาณ์ถลาเข้าไปประคองหัวชายคนรักมาหนุนที่ตัก พร่ำบอกเขาว่าห้ามตายเด็ดขาด

“น้องพิณ...พี่คิดไปเองใช่ไหมเนี่ย”

“พิณจริงๆ พิณมาหาพี่นนท์จริงๆ พิณมาตามพี่กลับบ้านของเรา พี่อย่าเป็นอะไรไปนะ พี่จะตายไม่ได้พี่จะต้องอยู่เพื่อลูกของเรา เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” พิรญาณ์จับมือเขามาจับแก้มตัวเอง ปาณัทพูดอะไรไม่ออก กุมมือเธอไว้ก่อนจะหมดสติไป...

อาการของปาณัทไม่สาหัสอย่างที่เห็น ศิระเย็บแผลให้แล้วปล่อยให้นอนพักโดยมีพิรญาณ์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง เธอกระซิบข้างหูเขาให้เขาตื่นขึ้นมาบอกรักเธอ ตื่นขึ้นมาบอกว่าเขาให้อภัยในสิ่งที่เธอทำเลวร้ายไว้กับเขา

“ตื่นขึ้นมาบอกว่าพี่จะกลับบ้านไปพร้อมกับพิณ กลับไปบ้านหลังเล็กๆของเรา ตื่นขึ้นมาบอกกับพิณว่าเราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”

“เรา...จะ...แต่งงานกัน...ให้เร็ว...ที่สุด” ปาณัทพูดด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น พร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นมองพิรญาณ์ที่อยู่ห่างกันแค่คืบ “ถาม...ลูกสิว่า...จะให้พิณแต่งงานกับ...พ่อไหม”

“ลูกบอกว่า โอเคให้พ่อแต่งกับแม่ได้” พิรญาณ์หัวเราะทั้งน้ำตาแล้วก้มลงจูบเขา

ooooooo

เช้าอันสดใส พิรญาณ์เข็นรถเข็นพาปาณัทออกมาสูดอากาศบริเวณต้นไม้ร่มรื่นใกล้กับสถานีอนามัย แม้จะยังบาดเจ็บอยู่ แต่สีหน้าของเขามีความสุขมาก เธอถือโอกาสนี้ขอโทษที่ทำร้ายเขามาตลอดทั้งที่รู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหนแต่ยังยอมให้ความโกรธแค้นเอาชนะใจตัวเองแก้แค้นเขาไปด้วย

“พี่ไม่ยกโทษให้ เพราะพี่ไม่เคยโกรธน้องพิณเลย กว่าจะมาถึงวันนี้เราสองคนต้องผ่านความทุกข์มามาก แต่ความสุขที่พี่ได้รับจากพิณในวันนี้มันคุ้มค่าจริงๆ ขอบคุณที่ให้ของขวัญแสนพิเศษสุดแก่พี่...ลูกของเรา”

“พิณก็ขอบคุณความรักของพี่นนท์ที่มีต่อพิณ ถ้าไม่ได้ความรักของพี่ พิณไม่รู้ว่าป่านนี้พิณจะเป็นอย่างไร”

“เพราะว่าพี่ยึดสโลแกนที่ว่า พี่นนท์รักน้องพิณ รักจนหมดลมหายใจ รักเดียวตลอดไป” ปาณัทอิงแอบพิรญาณ์หัวเราะกันอย่างมีความสุข...

ขณะที่โลกของปาณัทกับพิรญาณ์กำลังเป็นสีชมพู มัทนากลับไปทำงานที่มณีมัทนาจิวเวลรี่เป็นวันแรก วิวัฒน์เห็นเธอยืนรอลิฟต์เข้ามากล่าวต้อนรับการกลับมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันอีกครั้ง แม้คราวนี้เขาจะพ่ายแพ้ ต่อพิรญาณ์ราบคาบ แต่งานแสดงเครื่องประดับคราวหน้า เขาจะคว่ำเธอกับลูกให้ได้...

เคราะห์กรรมยังตามมาป่วนปาณัทกับพิรญาณ์ไม่เลิกไม่แล้ว ดึกคืนเดียวกัน ณัฐวุฒิตามมาแก้แค้นถึงสถานีอนามัย เจอพิรญาณ์เดินถือกระติกจะมาเอาน้ำดื่ม จึงล็อกคอเอามือปิดปากลากไปที่ห้องตรวจ แล้วคว้ามีดแถวนั้นจะแทง เธอหยิบถาดใส่ของขึ้นมาปัดคมมีดไว้ได้

ณัฐวุฒิโมโหตบเธอหนึ่งฉาดถึงกับเซถลาแล้วตามเข้าไปจิกผมจะเชือดคอ แต่ปาณัทเข้ามาขวางไว้เสียก่อน สองคนช่วยกันรุมเล่นงานแขกไม่ได้รับเชิญหมดสภาพ เสียงโครมครามทำให้ศิระและเจ้าหน้าที่คนอื่น กรูกันเข้ามาดู เห็นณัฐวุฒินอนหมดสติอยู่กับพื้น รีบแจ้งตำรวจให้มารวบตัว

ooooooo

หลังจากอาการบาดเจ็บของปาณัทดีขึ้น พิรญาณ์พาเขากลับกรุงเทพฯ เปรมสุดาและพศินรู้ข่าวว่าทั้งคู่จะกลับ มารอต้อนรับอยู่ที่บ้านของมัทนา ทันทีที่เห็นหน้าลูกชายคนโตเปรมสุดาเข้ามากอดร้องไห้ดีใจที่เขาไม่เป็นอะไรมาก ปาณัททักทายน้องชายพร้อมกับขอบใจที่มาช่วยเคลียร์เรื่องต่างๆตอนที่เขาไม่อยู่

“ขอบใจทำไมพี่ ที่จริงผมน่าจะกลับมาช่วยพี่ตั้งนานแล้ว แต่ผมกลับปล่อยให้พี่สู้กับปัญหาอยู่คนเดียว”

ปาณัทไม่อยากให้พศินพูดถึงเรื่องในอดีตอีกอะไรที่มันแล้วก็ให้แล้วกันไป เขารู้จากพิรญาณ์ว่าแม่จะไปอยู่เมืองนอกกับน้องชาย ถ้าอย่างนั้นเขาฝากดูแลแม่ให้ดีๆด้วย พศินรับปากจะดูแลท่านให้มีความสุขที่สุด

ระหว่างนั้นพีระเดชเดินเข้ามาในห้องรับแขก เปรมสุดาหันไปต่อว่าว่าจะตามมาทำไมอีก มัทนากลับเห็นว่าเขามาก็ดีแล้ว จะได้เคลียร์กันให้จบๆ ไม่มีอะไร ค้างคาใจกันอีก พีระเดชไม่ได้จะมาต่อว่าหรือห้ามปรามไม่ให้เปรมสุดาไปอยู่กับลูกที่เมืองนอก แค่จะมาบอกลา และอวยพรให้เธอไปอยู่ที่โน่นอย่างมีความสุข

“ฉันก็หวังว่าคุณอยู่ที่นี่ก็จะมีความสุขเหมือนกันค่ะ”

พิรญาณ์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของพ่อ บอกให้แวะมาที่นี่ได้ทุกเมื่อที่ท่านเกิดเหงาขึ้นมา ทุกคนต่างตะลึง โดยเฉพาะพีระเดชไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามย้ำว่ามาได้จริงหรือ

“มาได้สิคะ คุณพ่อยังเป็นคุณพ่อของพิณอยู่นี่คะ”

“และกำลังจะเป็นคุณตาของลูกน้องพิณด้วยนะครับ”

ไม่พูดเปล่า ปาณัทจับไปที่ท้องของพิรญาณ์ พีระเดชดีใจ น้ำตาไหลที่จะมีหลาน จังหวะนั้นนายผลลากกระเป๋าเดินทางวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่าพศิกากลับมาแล้ว ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ รีบออกไปต้อนรับ

มัทนาโผกอดพศิกาไว้แน่นด้วยความคิดถึง เธอขอโทษแม่ด้วยที่ทำอะไรไม่คิด มัทนาไม่ถือโทษโกรธลูก แค่เห็นลูกกลับมาก็ดีใจสุดๆแล้ว พีระเดชเข้าไปสวมกอดลูกไว้ ขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องหนีเตลิด ขอให้เธอยกโทษให้ท่านด้วย พศิการู้ตัวว่ามีส่วนผิดที่ทำให้ เป็นเรื่องใหญ่โตจนทุกคนต้องเดือดร้อน

“พั้นซ์กลับมาแล้วค่ะ พั้นซ์กลับมาชดใช้”

“ไม่ต้องชดใช้อะไรอีกแล้วจ้ะน้องรัก พวกเราทุกคนอโหสิให้กันหมดแล้ว” พิรญาณ์เข้ามากอดน้องไว้ ทุกคนต่างดีใจที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี...

ฝ่ายดารณีเห็นว่ามัทนากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องจากไปสักที มัทนาขอบใจเธอมากที่ช่วยให้ตนเองหายบ้าได้ เธอไม่เคยคิดว่ามัทนาบ้า แค่หลงไปกับความทุกข์จนหาทางออกไม่ได้ เธอก็แค่เป็นผู้ช่วยส่องแสงสว่างให้มัทนามองหาทางออกจนเจอ

“ถ้าไม่ได้คนที่เข้าใจอย่างคุณดาช่วย ฉันก็คงยังหลงอยู่กับความทุกข์ไปจนตายนั่นแหละ มันน่าเศร้านะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็แค่สามีมีเมียน้อย ก็แค่ปล่อยเขาไปตามทาง ชีวิตเราทั้งชีวิตยังมีอะไรที่ดีๆให้ทำอีกเยอะ ถ้าคิดได้แค่นี้ก็จบ”

“ค่ะ ดาก็หวังว่าผู้หญิงทุกคนจะคิดได้อย่างคุณมัทดาลานะคะ”

“ฉันคงต้องคิดถึงคุณมากเลย” มัทนาว่าแล้วดึงดารณีมากอด

ooooooo

พิรญาณ์กับปาณัทรู้ข่าวว่าวาสิตามีทริปยาวจะไปท่องยุโรป จึงพากันแวะมาขอบคุณเธอที่ช่วยเหลือให้ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เธอรีบออกตัวว่าไม่ได้ทำเพื่อพิรญาณ์แต่ทำเพื่อลูกของปาณัท

“นั่นแหละครับเราสองคนขอบคุณในน้ำใจของคุณ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณดีกับผมมากผมจะไม่มีวันลืม”

“แต่ฉันจะลืมหมอ ฉันจะไปเมืองนอกสักพัก กลับมาฉันคงจะลืมหมอได้แล้ว”

“ครับ ผมขออวยพรให้คุณหวาหวาได้เจอใครสักคนที่คู่ควรกับคุณหวาหวานะครับ”

วาสิตามั่นใจว่าจะต้องเจอผู้ชายคนนั้นแน่นอน อวยพรให้ทั้งคู่โชคดี รักกันอย่างมีความสุขตลอดไป แล้วกล่าวคำอำลาด้วยความอาลัย ก่อนจะยิ้มให้พิรญาณ์เป็นครั้งแรกแม้จะฝืนใจก็ตาม เธออวยพรให้วาสิตาเดินทางปลอดภัย วาสิตายิ้มให้เธออีกครั้ง รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถปลดปล่อยใจตัวเองให้เป็นอิสระจากปาณัทได้...

ไม่นานนัก ปาณัทกับพิรญาณ์เดินจูงมือกันมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนเล็ก เขาอยากรู้ว่าลูกดิ้นบ้างหรือยัง เธอหัวเราะขำเพิ่งจะท้องได้แค่สามเดือนจะให้ลูกดิ้นได้อย่างไร เขาบ่นอุบแบบนี้ก็ยังไม่รู้สักทีว่าลูกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พิรญาณ์ตั้งใจไว้ว่าถ้าลูกเป็นผู้ชาย จะเลี้ยงให้เขาโตขึ้นเป็นผู้ชายแสนดีรักเดียวใจเดียวอย่างพ่อของเขา ปาณัทมั่นใจว่าถ้าลูกของเราเป็นผู้หญิง จะต้องสวยเหมือนพิรญาณ์แน่ๆ

“อย่าเลี้ยงให้เหมือนพิณนะ เพราะพิณมันร้าย”

“ถึงร้ายพี่ก็รัก หัวใจของพี่นนท์มีแต่น้องพิณคนเดียวมาตลอด”

“ผู้หญิงร้ายคนนี้ก็เหมือนกันหัวใจของพิณมีแต่พี่นนท์คนเดียวมาตลอด น้องพิณคนนี้รักพี่นนท์มากค่ะ” พิรญาณ์เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปาณัท ทั้งคู่จุมพิตกันอยู่หน้าเรือนหลังเล็กอย่างมีความสุข

ooooooo

- อวสาน -


ละครไฟรักเกมร้อน ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านไฟรักเกมร้อน ติดตามไฟรักเกมร้อน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,แซมมี่ เคาวเวลล์ 2 พ.ค. 2559 08:49 2016-05-05T02:04:12+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ