ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"



แดนคิดหาคนที่จะดึงลีลาออกมาจากนรุตม์...ในขณะที่ชลัมภ์กับมัสยากำลังคุยกันว่าลีลาหายเงียบไปไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ แดนก้าวเข้ามาบอกว่าตนรู้

คืนนั้นลีลานั่งอ่านหนังสือฝรั่งเศสที่ซื้อมา นรุตม์เข้ามานั่งเบียดขออ่านด้วย เธอขยับออกส่งอีกเล่มให้ แต่เขายื้ออยากอ่านเล่มเดียวกับเธอ ลีลาเอ็ดอย่ามาตีมึนแบบนี้ เขายืนยันว่าสติครบแล้วกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสความหมายว่า

“ตั้งแต่วันที่คุณช่วยผมไว้ ผมก็รู้ว่าจะไม่มีวันปล่อยคุณไปจากชีวิตผมได้อีก”

ลีลามองในหนังสือว่าบรรทัดไหน นรุตม์บอกมันไม่ได้อยู่ในหนังสือแต่อยู่ในใจตน ลีลาจึงตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสเช่นกันว่า เขารู้สึกผิดอยากรับผิดชอบใช่ไหม เขาส่ายหน้ากุมมือเธอขึ้นมาจุมพิตกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นนุ่มนวลว่า “เพราะผมรักคุณ...”

ลีลาเขินกลบเกลื่อนติงว่าเขาดูเงียบๆกลับไม่ใช่ลูกเจี๊ยบ เขาบอกว่าเขาเป็นลูกไก่ในกำมือเธอ ลีลาย้อนถามหวังจะเห็นตนเขินหรือ เขาส่ายหน้าอีกครั้งหงายมือยื่นไปตรงหน้า

“หวังให้คุณเห็นว่าผมจริงใจ...คุณจะให้โอกาสผมได้ไหม”

ลีลามองแล้ววางหนังสือลงบนมือเขา “หนังสือมันหนาฉันเมื่อย คุณถือหนังสือให้ฉันได้ไหม หรือไม่อยากอ่านหนังสือกับฉันแล้ว”

นรุตม์ยิ้มดีใจโอบและเอาคางเกยไหล่เธอไว้ อ่านหนังสือไปด้วยกัน ลีลาเองก็มีความสุขยอมเปิดใจให้นรุตม์ก้าวเข้ามา...ตกดึก นรุตม์ส่งลีลาเข้านอนแล้วตัวเขาออกมานอนที่โซฟา

รุ่งเช้า ความสุขยังไม่จางหาย ลีลานั่งปอกผลไม้ไว้ให้นรุตม์ เขาอยู่ที่ทำงานโทร.กลับมาคุยด้วยจุ๋งจิ๋งตามประสาคนมีความรัก แต่พอวางสายก็มีสายโทร.เข้ามาซึ่งทำให้ลีลาแปลกใจใครที่รู้เบอร์นี้อีก พอรับสายก็ต้องตกใจเพราะเป็นมัสยาที่โทร.มานัดออกไปเจอ...

นรุตม์กับธีรพัฒน์เดินออกจากห้องประชุมไม่ทันไรได้ยินเสียงศิรินธารโวยวายใส่หาญกล้าว่าไม่ให้ไปหานังหน้าด้าน หาญกล้าโวยกลับให้เลิกบ้าเสียที แต่เธอไม่ยอมหยุดยื้อยุดกระชากไม่ให้เขาไปไหน พนักงานมุงดู นรุตม์เข้ามาปรามและดึงศิรินธารออกไป หาญกล้าหัวเสียหันมาเอ็ดไล่พนักงานที่มุงกลับไปทำงาน แล้วฮึดฮัดบ่นใครเป็นสาย จับได้จะไม่ปล่อยไว้แน่ ลำไพรแอบยิ้มตีเนียนบอกว่าจะช่วยหาตัวให้เจอ

ศิรินธารถูกนรุตม์ดึงออกมาริมแม่น้ำหลังโรงแรม เธอสะบัดมือเท่าไหร่ก็ไม่หลุดจากการจับกุม นรุตม์เสียงเข้มจะไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะพร้อมฟัง ศิรินธารมองเขาอย่างน้อยใจจะให้ฟังว่าตนเลวอย่างไรแล้วลีลาดีแค่ไหนใช่ไหม นรุตม์น้ำเสียงอ่อนโยนถาม...พร้อมจะฟังหรือยัง ทำให้เธอค่อยๆสงบลงยอมฟัง

“พี่ไม่เคยเห็นว่าลูกหยีเลว น้องสาวพี่ไม่ได้เป็นคนเลว แค่เอาแต่ใจ ไม่มีกาลเทศะ เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ถ้าพี่พูดผิดตรงไหนลูกหยีก็แย้งมาได้เลย...ที่นี่เป็นที่ทำงาน ลูกหยีไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาวุ่นวายที่นี่ มันไม่ดีกับหาญกล้าแล้วก็ตัวลูกหยีเอง พนักงานจะเคารพหาญกล้าได้ยังไง ถ้าลูกหยียังไม่ให้เกียรติสามีตัวเอง”

ศิรินธารน้ำตาคลอพรั่งพรูความเจ็บช้ำ คิดว่าตนอยากทำหรือ ตนพยายามจะใจเย็นแต่หาญกล้าไม่เคยเกรงใจ จับผิดทีไรเจอทุกครั้ง นรุตม์กอดปลอบเธอตัดพ้อว่าเขาไม่เข้าใจว่าการที่จับได้ว่าสามีโทร.หาหญิงอื่นตลอดเวลา ต้องเป็นเมียหน้าโง่ให้คนหัวเราะเยาะสมน้ำหน้า ตนพยายามอดทนจนทนไม่ไหวแล้ว...นรุตม์ปล่อยให้ศิรินธารร้องไห้ระบายออกมาแล้วปลอบ

“ถ้าเอาแต่คิดวนเวียนแบบนี้ ลูกหยีก็ต้องระแวงทั้งที่หาญกล้ากับลีลาอาจจะไม่ได้ทำอย่างที่คิดก็ได้ แบบนี้คนที่ไม่มีความสุขคือลูกหยีเองนะ”

“เวลาที่กล้าอยู่กับลูกหยี ยังอดคิดไม่ได้ว่าใจเขาอยู่กับเราหรือเปล่า เขาคิดถึงใคร เขารักลูกหยีบ้างไหม” นรุตม์ถามทำอย่างไรจะเลิกระแวง “ลูกหยีไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ทำไมมันต้องมายุ่งกับกล้า ผู้ชายก็มีตั้งเยอะ จะมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้มันหยุดร่านบ้างได้ไหม”

นรุตม์ตำหนิว่าพูดแบบนี้ไม่น่ารักแต่ศิรินธารร้องไห้โฮด้วยความกดดัน ระเบิดความอัดอั้นอย่างน่าสงสารว่า ตนจะพูด ตนเกลียดๆ ใครก็ได้ช่วยเอามันไปจากชีวิตหาญกล้าที นรุตม์ต้องกอดเธอคิดหาทางช่วยให้น้องหายเจ็บปวด

หลังจากนั้น นรุตม์โทร.ไปที่คอนโดไม่มีคนรับสายก็ใจหาย โทร.ไปถามวัลภาว่าลีลาไปหาเธอหรือเปล่า เธอปฏิเสธว่าไม่ได้มาและตนกำลังคุยงานกับลูกค้าอยู่ เขาจึงวางสายไป ฤดีได้ยินวัลภาพูดโทรศัพท์ก็เอะใจว่าลีลามีปัญหาอะไรอีก

เมื่อไม่ได้ไปหาวัลภา นรุตม์จึงมาหาแดนที่โรงแรมเอเดน ถามตรงๆว่าพาลีลาไปหรือเปล่า แดนชะงักรู้ว่าเธอกลับไปหาชลัมภ์แน่แต่แกล้งกวน

“ไหนคุณบอกว่าให้เกียรติลีตัดสินใจไง ที่วิ่งพล่านตามหาเนี่ยคุณก็น่าจะรู้นะว่าคำตอบลีคืออะไร”

นรุตม์แค่อยากรู้ว่าลีลาปลอดภัย แดนตีเนียน “ถ้าลีอยากให้คุณรู้ก็จะติดต่อคุณเอง”

นรุตม์คิดว่าแดนไม่ยอมบอกอะไรแน่ๆ

ooooooo

ก่อนหน้านั้น...มัสยามาหาลีลาอ้างว่าเห็นเธอหายไปเลยเป็นห่วง แต่พอมาเจอดูสดชื่นดี ก็ถามตรงประเด็นว่าลูกชายศิริดูแลดีใช่ไหม หรือเขารู้ว่าเธอเป็นลูกใครเลยพาตัวมากักขัง ลีลารีบปฏิเสธว่า นรุตม์ไม่รู้อะไรเลย มัสยาสวนแสดงว่าเขาเป็นผู้ชายมักง่ายจะหลอกกินฟรี

“คุณรุตม์ไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะ เขารู้สึกผิดก็เลยอยากดูแลรับผิดชอบจนกว่าลีจะหายดีเท่านั้น” มัสยามองอย่างจับผิดเห็นเขาเป็นคนดีหรือ “เท่าที่ลีรู้จักเขา ก็ยังไม่มีอะไรที่มันเลวร้าย”

มัสยากล่าวแทงใจ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เพราะที่ผ่านมาพ่อเขาก็จะรับไม่ไหวอยู่แล้ว ลีลาตกใจถามพ่อเป็นอะไร มัสยาถอนใจตีหน้าเศร้า...ลีลาจำต้องกลับไปบ้านพร้อมมัสยา

เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน เห็นชลัมภ์นั่งบนรถเข็น สวมหมวกไหมพรม สีหน้าซีดเซียวพะอืดพะอม มัสยาหยิบกระโถนรองให้อาเจียน แล้วสบตาหลานสาวทำนองสิ้นหวัง ทำให้ลีลาใจหายรู้สึกผิดเข้าไปคุกเข่าข้างๆ ชลัมภ์เบนหนีบอกอย่ามาใกล้สภาพตนไม่น่าดู...มัสยาย้ำว่าตนเห็นยังรู้สึกแย่ พ่อเขายิ่งรู้สึกแย่มาก ชลัมภ์ท้วงอย่าทำให้ตนสมเพชตัวเองไปกว่านี้เลย

“ลีไม่ต้องห่วงนะ ทรมานยังไงพ่อก็จะอดทน ให้สมกับที่ลีลงทุนเอาตัวเสี่ยงตายเพื่อจับนรุตม์” ลีลาทำหน้าฉงน มัสยาเสริมไม่คิดว่าเธอจะลงทุนขนาดนั้น ลีลายิ่งงง

มัสยาขยายความ “ก็ลีบอกว่าตอนนี้นรุตม์ขึ้นเป็นจีเอ็มแล้ว ป้าคิดว่าลีลงทุนเสี่ยงตายเพื่อให้นรุตม์ไว้ใจ ลีไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นเหรอ”

ลีลาอึ้งมองพ่อกับป้า จำต้องฝืนรับอ้างไม่คิดว่าจะดูออก มัสยาดักคอตนเลี้ยงเธอมากับมือ คิดจะทำอะไรทำไมตนจะไม่รู้ และเตือนให้ระวังตัว ชลัมภ์ดึงลีลา

มากอดขอบใจที่ทำให้พ่อมีความสุข ลีลาสับสนว้าวุ่น มัสยาชวนลีลาออกไปช่วยกันตั้งโต๊ะอาหาร ลีลาอดถามไม่ได้ พ่อขอบใจตนเรื่องอะไร มัสยายิ้ม

“เรื่องที่ลีทำให้ลูกสาวนายศิริยอมคุกเข่าขอโทษออกสื่อไง พ่อเราน้ำตาร่วงเลยนะ พูดแต่ว่าลีเก่ง เพราะเขาคงไม่มีทางจะทำให้นายศิริขอโทษในความผิดที่มันทำกับพวกเราได้”

ลีลาฝืนยิ้มรับแต่มือเกร็ง เล็บจิกบนแขนด้วยความกดดัน ชลัมภ์แอบยิ้มกับมัสยา ที่รู้ว่าลีลายังเชื่อฟังพวกเรา

นรุตม์รีบกลับมาที่คอนโด พบว่าประตูห้องแง้มอยู่ก็มีความหวังว่าลีลากลับมา แต่พอเปิดประตูเข้าไป

กลับพบว่าศตวรรษนั่งอยู่ เขาบอกอยากเห็นคนที่ทำให้พี่ชายไม่กลับบ้านแต่คลาดกัน แล้วส่งกระดาษโน้ตที่ลีลาเขียนทิ้งไว้ให้ ข้อความว่า...ไปธุระด่วนจะกลับค่ำๆ

ศตวรรษถามว่าเธอเป็นใคร นรุตม์ตอบว่าคนสำคัญ แต่ไม่บอกว่าใคร รอให้ทุกอย่างแน่นอนก่อน แล้วไล่ให้เขากลับไปซ้อมเปียโนที่บ้าน ศตวรรษอิดออดจะรอเห็นหน้าว่าที่พี่สะใภ้ นรุตม์ทำหน้าอึดอัดใจ เขาจึงหัวเราะเบาๆ บอกล้อเล่น รอให้พี่แน่ใจแล้วเปิดตัวก็ได้ ตบท้ายอีกว่าให้กลับบ้านบ้างเพ็ญบ่นคิดถึง ตนจะอดทนรอเห็นหน้าว่าที่พี่สะใภ้

ooooooo

ลีลารู้สึกกดดันมากครุ่นคิดถึงที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมากับนรุตม์และความใกล้ชิด จนถึงคำพูดบอกรักของเขา จนต้องซบหน้ากับเข่าด้วยความอึดอัดใจ วัลภาเข้ามาลูบหัวเบาๆ ถามมีอะไรหนักหนาจนต้องเอาน้ำตา เช็ดหัวเข่า หญิงสาวเงยหน้ามาโผกอดเพื่อนร่ำไห้

ด้านชลัมภ์สีหน้ามีความสุข ไม่ได้ดูอ่อนล้าเจ็บป่วยเหมือนเมื่อตอนที่ลีลายังอยู่ คุยกับมัสยาว่า คืนนี้ตนมี ความสุขที่ลีลาได้ดั่งใจ แต่มัสยาสังหรณ์ใจจะไม่เป็นเช่นนั้นเพราะดูเธอมีใจให้นรุตม์ ชลัมภ์กลับหัวเราะอย่างสะใจ

“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ ให้มันรักทั้งที่ไม่ควรจะรัก รักที่ผิดศีลผิดประเพณี วันที่ความจริงเปิดเผย ฉันจะเปิดประตูนรกให้พวกมันเอง ไอ้ศิริมันต้องตายทั้งเป็น พวกมันทุกคนต้องทุกข์ทรมาน”

ในขณะที่วัลภาโอบกอดปลอบลีลา “ถ้ารักคุณรุตม์ ก็ไม่ควรใช้เขาเป็นเครื่องมือ เพราะสุดท้ายคนที่จะเจ็บคือตัวลีเอง”

ลีลานึกถึงคำพูดของมัสยาที่บอกว่าเพราะอะไรชีวิตพ่อต้องล้มคว่ำ...พ่อกอดขอบใจตนที่ทำให้มีความสุข ลีลาจิกเล็บบนแขนน้ำตาร่วงพรู ฮึดตัดสินใจบอกวัลภาว่า “คุณรุตม์กำลังเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้พ่อสมหวัง” วัลภาท้วงแล้วใจของนรุตม์ ลีลาเสียงกร้าวว่าตนเลือกพ่อ

“ใจเย็นๆนะลี ทางออกมันไม่ได้มีแค่สองทาง เราต้องใช้เวลาคิดเพื่อหาทางออกที่สาม ทางที่จะดีสำหรับทุกฝ่าย”

“ลีไม่มีเวลาแล้วค่ะเจ๊ วันนี้ที่ลีเห็นพ่อ ลีรู้เลยว่าตัวเองทำผิด ผิดที่เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ความสุขของตัวเอง ลีจะไม่ยอมให้ทุกอย่างมันสายเกินไป พ่อจะต้องได้ในสิ่งที่อยากได้”

วัลภาอ่อนใจสงสารเพื่อนจะต้องพบปลายทางที่จบไม่สวยแน่ ครุ่นคิดจะช่วยอย่างไรดี...

หลังจากนั้นลีลากลับมาที่คอนโด พบนรุตม์ นอนหลับอยู่ที่โซฟา จึงเข้าไปนั่งข้างๆ เท้าคางมองใบหน้าเขาด้วยหัวใจสับสน จู่ๆนรุตม์ก็ผงกหัวขึ้นมาจุ๊บปาก ลีลาสะดุ้งตีปากเขาเบาๆ เขาโอดโอยว่าเธอใจร้าย ลีลาต่อว่าไม่น่าไว้ใจเขาเลย แล้วจะลุกขึ้น นรุตม์ดึงเธอไว้กล่าวขอโทษ

“ผมดีใจมากไปหน่อยที่คุณกลับมา ก็เลย...” นรุตม์สวมกอด “ผมขอโทษที่รุ่มร่ามกับคุณ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมอดทนรอเพราะเชื่อที่คุณบอกว่าจะกลับมา รอทั้งที่ใจก็กลัว...กลัวคุณไม่กลับมา” ลีลาแย็บถ้าตนไม่กลับ “ผมจะไปตาม ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนผมก็จะตามคุณกลับมา ผมบอกแล้วว่าจะไม่มีวันปล่อยคุณไป”

“อย่ามาทำพูดคำคมแล้วจะคิดว่าเอาเปรียบยังไงก็ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“งั้นเราก็เป็นแฟนกันนะ”

แทนที่จะดีใจลีลากลับลังเล เพราะตนทำผิดกับครอบครัวเขาไว้มาก เขาจะอภัยได้หรือ นรุตม์รับว่าได้ขอเพียงเธอกลับมาทำสิ่งที่ถูกต้อง เธอย้อนถูกต้องของตนอาจไม่ถูกใจเขาก็ได้

“อย่าทำในสิ่งที่ถูกใจใครถ้ามันไม่ถูกต้อง ถึงคนอื่นไม่เข้าใจ แต่ถ้าทำแล้วใจคุณเป็นสุข มันคือความถูกต้อง แต่ถ้าไม่ใช่ก็เลิกทำมันซะ...แล้วเรื่องของเรา...” นรุตม์มองเหมือนขอคำตอบ

ลีลาคิดหนัก ขอเวลาสักหน่อย นรุตม์ดีใจที่เธอให้โอกาส คืนนี้เขาขอกลับบ้านเพื่อให้เธอมีเวลาคิด พรุ่งนี้จะมาเอาคำตอบ ลีลายิ้มกลบเกลื่อน ต่างจากนรุตม์ที่ยิ้มมีความหวัง...

นรุตม์หน้าระรื่นกลับบ้าน ศตวรรษเห็นแล้วแซวว่ามีข่าวแต่งงานหรือ นรุตม์ถอนใจขอให้เธอยอมคบก่อนดีกว่า ศตวรรษอมยิ้ม นรุตม์ถามยิ้มอะไร เขาบอกว่าปลื้มใจไม่เห็นพี่หน้าบานแบบนี้นานแล้ว ปกติชอบทำขรึมเหมือนแบกโลก ตนอยากให้พี่มีความสุขแบบนี้นานๆ นรุตม์ขอบใจ รู้สึกมีความหวังมากขึ้น...ต่างจากลีลาที่กลัดกลุ้ม เพราะคำพูดของวัลภาที่รบกวนจิตใจ “ถ้ารักคุณรุตม์ก็ไม่ควรใช้เขาเป็นเครื่องมือ เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บคือตัวลีเอง”

ooooooo

เช้าวันใหม่ นรุตม์แวะมาฟังคำตอบลีลาที่คอนโด แต่ไม่พบเธอก็ใจหายคิดว่าถูกปฏิเสธ เห็นบนโต๊ะมีหนังสือที่เธออ่านวางอยู่กับปากกา พอดีธีรวัฒน์โทร.มาตามให้เข้าไปเซ็นเอกสารด่วน เขามองไปรอบห้อง อย่างสิ้นหวังหยิบหนังสือของลีลาติดมือออกไปด้วย

ตลอดทางที่ขับรถมาโรงแรม นรุตม์พยายามโทร.หาลีลาแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขารู้สึกเครียดจนมาถึงห้องทำงาน เปิดประตูเข้าไปต้องแปลกใจที่เห็นลีลานั่งรออยู่ เธอเย้าทำหน้าแบบนี้แสดงว่ายังไม่เห็นคำตอบใช่ไหม เขางงคำตอบที่ไหน เธอชี้ไปที่หนังสือในมือเขา

นรุตม์เปิดหนังสือหน้าแรกเห็นข้อความที่ลีลาเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า...เชอแตม ฉันรักคุณ...นรุตม์ดีใจเงยหน้ามองเธอเพื่อให้แน่ใจ เธอยิ้มเป็นการยืนยัน เขาโผเข้ากอด เธอหยิกปรามนรุตม์รีบถามตอนนี้เราเป็นแฟนกันหรือยัง หญิงสาวพยักหน้านิดๆ เขาดีใจหอมแก้มเธอฟอด เธอถลึงตาใส่ เขาทึกทักเป็นแฟนกันแล้วไม่ผิดกฎ พูดจบเขาก็หอมเธออีก จังหวะนั้นหาญกล้ากับลำไพรเดินเข้ามาต่างตะลึงกับภาพที่เห็น แต่ทั้งนรุตม์และลีลาหันมองนิ่งๆ

“พวกคุณควรเคาะประตูห้องก่อนที่จะเข้ามานะ” นรุตม์ติง

หาญกล้ารู้สึกตัวกล่าว “ผมขอโทษครับ...ไม่คิดว่า...”

ลีลาแทรกไม่ใช่ความผิดพวกเขาแต่เป็นความผิดนรุตม์ที่รุ่มร่าม เขากล่าวขอโทษยิ้มๆ แล้วขอตัวทำงานก่อนกลางวันไปทานข้าวด้วยกัน ลีลารับคำเดินผ่าน

หาญกล้าออกไปอย่างไม่สะดุ้งสะเทือนแถมสบตาลำไพรอย่างเยาะหยัน ลำไพรเอ่ยลอยๆ “ก้นไวตัวแม่จริงๆ...”

“สมองเธอมันแย่ยิ่งกว่าปลาทองอีกนะลำไพร จำใส่สมองไว้สิ ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นใคร เธอก็ต้องก้มหัวรับใช้ฉันอยู่ดี” ลีลากระซิบหยันแล้วเดินไปอย่างนางพญา ลำไพรแค้นฝังใจ

ลีลาทำงานอยู่ในร้าน วัลภากับฤดีพยายามเกลี้ยกล่อมให้รับงานดูแลเสื้อผ้าให้ศิลปินที่ใบบอนติดต่อมา แต่ลีลาไม่อยากทำอ้างเสียจุดยืนภาพลักษณ์ของร้าน ยิ่งถ้านักร้องหน้าใหม่คนนั้นนิสัยไม่ดีขึ้นมา แล้วลีลาก็ตัดบทเปลี่ยนเรื่องถามถึงวันเกิดของวัลภาพรุ่งนี้จะไปลั้นลากันที่ไหน ไม่ทันได้คำตอบนรุตม์เดินยิ้มเผล่เข้ามาถามลีลาเสร็จงานหรือยัง สองเพื่อนทำหน้างงๆ อะไรกัน

“คือผมกับลี...เรา...ผมขออนุญาตคุณเพื่อนๆ พาคนสำคัญไปกินข้าวนะครับ” นรุตม์แบมือให้ลีลาจับ สองเพื่อนมองหน้าลีลาทำนองจริงหรือ
ลีลาวางมือบนมือนรุตม์บอกเพื่อน เดี๋ยวกลับมาแถลง แล้วเดินยิ้มออกไป วัลภากับฤดีงงแต่ก็ยินดีถ้าทั้งสองจะคบกันจริงๆ ในใจวัลภาแอบห่วงว่าทั้งคู่จะไปกันรอดหรือ

ด้านหาญกล้าชกกำแพงระบายความเจ็บใจ ลำไพรเยาะไหนเคยบอกว่าได้ไปถึงไหนๆ ส่งต่อให้คนอื่นกินเดนแล้วจะอารมณ์เสียทำไม หาญกล้าตวาดให้หุบปากไม่ได้ถามความเห็น ลำไพรขยับเข้าปลอบประโลม

ถ้าแค่หิวน้ำก็หาน้ำกินเท่านั้น หาญกล้าตะคอกกลับ

“ผมอยากดื่มน้ำแร่จะให้ทดแทนด้วยน้ำบาดาล มันไม่มีทางแทนกันได้...แล้วก็อย่าให้มันเกินข้อตกลงของเรา ที่นี่ที่ทำงาน เจียมตัวให้สมฐานะด้วย ออกไป!”

ลำไพรเดินออกจากห้องสะกดกลั้นความเจ็บแค้น... ในขณะที่นรุตม์จูงมือลีลาท่าทางอินเลิฟจนหญิงสาวต้องเตือนไม่กลัวใครมาเห็นหรือ ชายหนุ่มย้อนทำไมต้องกลัว การมีแฟนไม่ใช่ความผิด พอดีอารีย์เดินผ่านมา นรุตม์ทักทาย เธอทำหน้าเหวอมองมือทั้งสองที่จับกัน พนักงานกลุ่มที่ชอบเม้าท์เรื่องเจ้านายเดินตามออกมาต่างตะลึงไปด้วย นรุตม์ยิ้มให้ทุกคน

ลีลาชักหมั่นไส้ “นี่มันจงใจสร้างกระแสชัดๆ ตั้งใจฝากไปบอกใครรึเปล่า”

“ก็นิดหน่อย ประกาศความเป็นเจ้าของไว้ จะได้ไม่มีใครกล้าแตะคุณ”

“ฟังดูเหมือนเป็นล้อแม็กที่มีสุนัขมาฉี่แสดงอาณาเขตเลย”

“ปากจัดมากๆ ระวังจะโดน...กัดปากนะ”นรุตม์ทำท่าเย้า

“เอ่อ...นี่ตัวจริงคุณใช่ไหม คุณนรุตม์ผู้แสนดี”

“ผมก็เป็นคนธรรมดา มีทั้งดีเลวปนๆกันไป...มีแฟนแบบนี้กลัวว่าจะเลือกผิดไหม”

ลีลาย้อนว่าถามตนหรือตัวเอง นรุตม์ย้ำถ้าตนเลือกแล้วไม่เคยลังเล เขาบีบจมูกเธออย่างมันเขี้ยว

ลีลายิ้มแล้วแอบถอนใจรู้สึกผิดถ้าต้องทำร้ายเขาในโรงอาหาร กลุ่มพนักงานนั่งเม้าท์เรื่องนรุตม์กับลีลา อารีย์เตือนถ้าทั้งสองเป็นแฟนกันจริงก็เท่ากับว่าลีลาจะมาเป็นเจ้านายพวกเรา ต้องให้เกียรติเธอ ลำไพรได้ยินไม่พอใจแกล้งถืออาหารมาหกราดใส่ก้องที่นั่งริมแล้วอ้างว่าสะดุด อารีย์รู้ทันติงหวังว่าจะไม่ตั้งใจแค่ครั้งเดียว เพราะถ้ามีครั้งหน้าตนคงยอมไม่ได้ ลำไพรตากร้าวสบตาอารีย์อย่างไม่กลัวเกรง

ooooooo

ในใจมีแต่ความเคียดแค้นไม่สำนึก ณรัลยังคงโทร.มาอ้อนกัลยา ว่าที่รีสอร์ตที่ตนมาไม่มีวันฟื้นตัวได้ หาว่านรุตม์จงใจแกล้งวางแผนให้ตนหมดทางไม่มีวันพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นได้

“ผมเป็นห่วงแม่และน้องๆ มันจงใจบีบให้ผมตายอยู่ที่นี่ แล้วก็ฮุบทุกอย่างที่พ่อสร้างมา แม่ครับ...ผมอยากกลับบ้าน อยากไปดูแลแม่กับน้อง แม่ช่วยผมได้ไหมครับ”

กัลยาเสียใจแต่ไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายเรื่องงานของศิริได้ ขอให้ณรัลอดทนอีกสักนิด ตนจะพยายามคุยให้ ณรัลผิดหวังปรับน้ำเสียงให้ดูเศร้าว่าคิดถึงแม่มาก แต่พอวางสายก็หันมากราดเกรี้ยวใส่วิทยา ปัดเอกสารที่เป็นเอกสารแสดงความคืบหน้าการบริหารที่ต้องส่งกลับกรุงเทพฯทิ้ง วิทยาให้แง่คิดว่า ที่นี่เหมือนอาณาจักรของเขาแต่ณรัลไม่ฟัง กลับเข่นเขี้ยวว่า ตนต้องเป็นเจ้าของคาสเทิลเท่านั้น วิทยาอ่อนใจที่ณรัลไม่สำนึกเสียที

กัลยากลัดกลุ้มไม่รู้จะทำอย่างไร หันมาต่อว่าศตวรรษที่กำลังเล่นเปียโนและศิรินธารที่กำลังทำเล็บอยู่ ว่าทั้งสองคนต้องหันมาทำงานดูแลโรงแรมของเรา ศตวรรษโอดครวญว่าตนเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นศิลปิน ส่วนศิรินธารย้อนว่า

“แม่บอกลูกหยีเองว่าเงินเรามีตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องไปทำงานให้มันปวดหัว ลูกหยีเชื่อฟังแม่แล้วลูกหยีผิดเหรอคะ” กัลยาฟังแล้วอึ้ง ศตวรรษเอ็ดน้องอย่าเสียงแข็งใส่แม่

กัลยาตัดพ้อที่ลูกๆเห็นแก่ความฝันตัวเองไม่เห็นความฝันของแม่ที่อยากเห็นลูกๆมั่นคง บริหารโรงแรมไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนโกง แม่จะได้ตายตาหลับบ้าง ทั้งสองบอกไม่น่าเป็นห่วงเพราะนรุตม์ดูแลอยู่ ทำให้กัลยา

บ่นความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย ไม่ควรไว้ใจนรุตม์ ตนตัดสินใจจะให้ลูกทั้งสองดูแลโรงแรมเอง ให้ศตวรรษไปยกเลิกสัญญาค่ายเพลงเสีย
ศตวรรษต้องมาขอร้องศิริให้ช่วยคุยกับแม่ ศิริบอกว่าตนก็อยากให้ลูกๆมาดูแลโรงแรม เขาย้อนถามพ่อไม่ไว้ใจนรุตม์เหมือนกันหรือ ศิริส่ายหน้าตนไว้ใจแต่มันเห็นแก่ตัวไปไหมที่ลูกทั้งสองปล่อยนรุตม์ทำงานคนเดียว นรุตม์ก็ต้องมีวิถีชีวิตของตัวเองเหมือนกัน ศตวรรษอึ้งสรุปตนควรทิ้งความฝันที่อยากเป็นนักร้อง ศิริอธิบายเราสามารถทำสองอย่างได้ ชีวิตมีทางออกเสมอ

คืนนี้นรุตม์ส่งลีลาที่บ้านแล้วเขาก็บอกเธอว่า คงกลับไปอยู่คอนโดไม่ได้อีกเพราะทนคิดถึงเธอไม่ไหว ลีลาค้อนหาว่าเลี่ยน ชายหนุ่มหัวเราะอ้างมือใหม่หัดจีบก็แบบนี้...พอนรุตม์กลับไปลีลาก็ถอนใจ วัลภาออกมาเตือนทำแบบนี้มันไม่เวิร์ก ได้ไม่คุ้มเสีย แต่ลีลาว่าคิดดีแล้ว

“เมื่อลีแต่งงานกับเขา ลีจะเล่าความจริงให้เขาฟัง ลีเชื่อว่าเขาต้องรู้สึกผิดและชดใช้แทนพ่อของเขา รุตม์เป็นคนรักความถูกต้อง ลีเชื่อว่าสิ่งที่ลีทำนั้นถูกต้อง เขาจะต้องอภัยในสิ่งที่ลีทำ”

วัลภาอ่อนใจจะเอาใจช่วย ลีลาเดินเข้าห้อง ฤดีติงไปให้กำลังใจทำไมทั้งที่รู้ว่าจบไม่สวยแน่ วัลภาย้อนถามจะให้ลีลาทำอย่างไร คนหนึ่งพ่ออีกคนหนึ่งแฟน เป็นเธอจะเลือกได้ไหม ฤดีคิดหนักเราเป็นคนนอกไม่มีทางรู้ คงเหมือนศิรินธารที่ทำไมถึงรักผัวเลวๆอย่างหาญกล้า

แต่พออยู่คนเดียว ลีลาก็จิกแขนตัวเองครุ่นคิดเสียใจที่ต้องทำร้ายจิตใจนรุตม์...ต่างจากนรุตม์ที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีจนศตวรรษแซวว่าเขาเปลี่ยนไปมากตั้งแต่มีความรัก แล้วถามทำไมเขาถึงไม่เคยมีแฟนมาก่อน นรุตม์บอกว่าตนไม่เคยเจอผู้หญิงที่รักตนด้วยชีวิตเหมือนเธอ ศตวรรษฟังแล้วอยากรู้จักคนที่ทำให้พี่ชายตนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้จริงๆ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ลีลานัดวัลภากับฤดีมาทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้า เธอมาถึงก่อนเจอศตวรรษกำลังเล่นคีย์บอร์ดให้เด็กๆฟังอย่างครึกครื้น ศตวรรษเห็นลีลาก็ประทับใจจำได้ว่าเจอในงานโรงแรม จึงแนะนำตัวว่าตนเป็นน้องนรุตม์ ลีลาชั่งใจเขาดูแตกต่างจากณรัลและศิรินธารมาก

“พี่รุตม์กับพ่อเคยพูดว่าคุณไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป”

“ฟังดูเป็นพวกแปลก เหมือนมนุษย์ต่างดาว”

“ผมหมายถึงผู้หญิงฉลาดคงไม่เลือกหาญกล้า” ศตวรรษพูดแล้วขำที่เอาน้องเขยมาขาย

ลีลาขอบคุณที่มองตนในแง่ดี ศตวรรษบอกเธอช่วยนรุตม์ไว้ คะแนนความดีเธอพุ่งทะลุเพดาน ลีลายิ้มๆนั่งมองศตวรรษเล่นและร้องเพลงให้เด็กๆฟัง

ทั้งสองคุยกันถูกคอชอบเพลงแนวเดียวกัน และที่สำคัญชอบช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า พอวัลภากับฤดีมาถึง ลีลาแนะนำให้รู้จักศตวรรษ ทั้งสองพลอยทึ่งในตัวเขาไปด้วย

ขณะเดียวกัน กลอยกับพรแม่และพี่สาวหาญกล้ามานั่งทานอาหารในห้องอาหารของโรงแรมโดยมีลำไพรคอยดูแล แม้จะไม่พอใจแต่เธอก็ต้องฝืนเอาอกเอาใจ หาญกล้าประชุมเสร็จออกมาหา ต่อว่าแม่ที่ไปขอเงิน

ศิรินธารทั้งที่ตนให้อยู่ทุกเดือน กลอยกับพรหันไปด่าว่าลำไพรปากสว่าง เธอปฏิเสธเคืองๆ กลอยปัดเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงคนใหม่ที่เขาคั่วอยู่ที่เป็นดีไซเนอร์ ได้มาอีกเท่าไหร่ทำไมปล่อยให้หลุดมือไปเป็นของนรุตม์ได้ หาญกล้าจิกตามองลำไพรอย่างไม่พอใจที่คงเล่าให้แม่ฟัง พรปลอบไม่ได้เงินแต่ได้ฟันฟรีๆก็ยังดี หาญกล้ายิ่งหงุดหงิด

“อย่าบอกนะว่าแม้แต่ตัวแกยังไม่ได้แตะ ไอ้กล้าเอ๋ยยอมโดนเมียด่า พ่อตาแม่ยายเกลียด ยังไม่เคยได้แม่นั่นเลยเหรอ ใครรู้เข้าคงหัวเราะเยาะ แล้วนี่พี่เมียก็คว้าไปกินอีก โง่ซับซ้อนเลยนะเนี่ย” พรจี้ใจให้เขาแค้นมากขึ้น ลำไพรแอบสะใจแต่ก็รู้ว่าเขาไม่ลามือง่ายๆแน่

ด้านลีลาถูกวัลภากับฤดีซักไซ้จะตีสนิทน้องแฟนเพื่อหาพวกหรือ คนนี้นี่หัวแก้วหัวแหวนของบ้านเชียว ลีลาได้ฟังก็เริ่มคิด พอดีหาญกล้าโทร.เข้ามา หน้าลีลาเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดทันที ตัดสินใจเลี่ยงออกมารับสาย หาญกล้าขู่ว่ามีคลิปเสียงเวลาที่เธอคุยกับเขาว่าหวานขนาดไหนจะเอาไปเปิดให้นรุตม์ฟัง ลีลาถามต้องการอะไร เขานัดให้เธอมาพบที่โรงแรมคืนนี้ ลำไพรแอบได้ยินครุ่นคิดหาทางขัดขวาง ส่วนลีลาคิดแผนตลบหลัง ขอเบอร์ศิริจากวัลภา

แล้วคืนนั้นลีลาก็มาพบหาญกล้า เขาพาเธอขึ้นไปบนห้องพัก ลำไพรไม่รอช้าโทร.แจ้งศิรินธารให้รีบมา เธอชวนกัลยามาช่วยหวังประจานลีลา...หาญกล้าต่อว่าลีลาที่ใช้ตนเป็นสะพานไต่ไปหานรุตม์ ลีลาไม่สนใจถามถึงคลิป เขาถามอีกว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงมารยาของเธอใช่ไหม

ลีลาเยาะ “ถ้าฉันจริงจัง คุณคงไม่ฉลาดน้อยครั้งแล้วครั้งเล่าหรอกนะคะ” หาญกล้าโกรธกระชากแขน ลีลาขู่ “กล้าแตะฉัน ไม่กลัวว่าจะหมดอนาคตหรือ อุ๊บ! ฉันลืมไปว่าคุณมีกระโปรงคุ้มหัวอยู่ถึงได้กล้ากับว่าที่ พี่สะใภ้เมีย”

หาญกล้าโกรธบอกตนทำได้มากกว่านี้ ลีลายั่วอยากเห็นว่าจะทำได้สักแค่ไหน และทำทีเตือนให้ปล่อยก่อนที่จะเดือดร้อน เขาไม่สนใจเหวี่ยงเธอลงไปบนเตียงกระชากเสื้อเธอขาดหมายปลุกปล้ำ...ศิริเปิดประตูเข้ามาตวาดเสียงกร้าวให้หยุด หาญกล้าตกใจตาเหลือกแก้ตัวว่าตนถูกลีลาหลอกให้มา ศิริสุดทนกล่าวสั่งสอน “เกาะผู้หญิงกินโดยไม่รู้สึกเขาเรียกแมงดา แต่คนไม่ซื่อสัตย์และเห็นแก่ตัวอย่างแกมันคือหน้าตัวเมีย ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ไป!”

หาญกล้าตาลีตาลานออกไป ศิริบอกลีลาจะจัดการไม่ให้หาญกล้ามาวุ่นวายกับเธออีก ลีลาขอบคุณที่เขามา ตนอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีอะไรกับหาญกล้าจริงๆ ศิริเข้าใจ

ศิรินธารกับกัลยามาถึง กัลยาเตือนลูกสาวให้มีสติอย่าวู่วาม แต่พอเปิดประตูเข้ามาเห็นศิริกำลังสวมเสื้อคลุมอาบน้ำให้ลีลา สองแม่ลูกตกตะลึงเข้าใจผิดคิดว่าคนที่มีอะไรกับลีลาคือศิริ กัลยาช็อกกรีดร้องจนหอบ ศิริพยายามอธิบายแต่สองแม่ลูกไม่ฟัง กัลยาตบหน้าศิริต่อหน้าทุกคน

“คุณพ่อทำลายคุณแม่ ทำลายครอบครัวของเราเพราะความมักมากของคุณพ่อเอง!”

ศิรินธารโวยแล้ววิ่งตามแม่ออกไป ศิริอึ้งกับเหตุการณ์ที่กลับตาลปัตรขอตัวกลับ พวกที่มุงดูแตกกระจาย...วัลภาออกมาจากตู้เสื้อผ้า ถามลีลานี่อยู่ในแผนด้วยหรือเปล่า เธอส่ายหน้างงๆ

ด้านหาญกล้ากลับบ้านรีบเปลี่ยนเป็นชุดนอน กลอยโทร.เข้ามาเขารีบบอกตนออกมาทัน คนที่รับเคราะห์คือพ่อตา กลอยจึงแนะนำลูกว่าให้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

ศิริกลับถึงบ้าน นรุตม์ยังไม่รู้อะไรมากบอกพ่อ เพ็ญกำลังปลอบแม่อยู่ ศิรินธารเข้ามาโวยพ่อนอกใจแม่ไปนอนกับนังลีลาได้อย่างไร นรุตม์อึ้ง ศิริปฏิเสธเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ศิรินธารปรี๊ดแล่นขึ้นไปเล่นงานหาญกล้าบนห้อง แต่เขาทำเนียนต่อว่าเธอเร่งให้ตนกลับแล้วไม่อยู่

ศิรินธารเข้าทุบตีด่าว่า “คุณนอกใจฉัน กล้าดียังไงเอามันไปนอนในโรงแรมของเรา พนักงานมันคงมองฉันเป็นควายให้ผัวสวมเขา คุณทำได้ยังไง ทำได้ยังไง”

หาญกล้าสะบัดเสียงใส่ “นี่มันเรื่องบ้าอะไร อยู่ๆจะด่าผมก็พูดให้มันรู้เรื่องก่อนได้ไหมว่าผมโกหกคุณเรื่องอะไร มาถึงก็ด่าๆๆ บ้ารึเปล่า”

ศิรินธารมองสามีที่แอ๊บหน้าซื่อราวกับไม่รู้เรื่องจริงๆก็ชักลังเล หาญกล้าฟังศิรินธารเล่าเรื่อง ก็ใส่ไฟว่าศิริเอาตำแหน่งมาจ้างให้ตนเลิกกับเธอ ตนไม่ยอมและมีอีกหลายเรื่องที่พี่ๆของเธอทำกับตนเพื่อให้เลิกกับเธอ ตนไม่อยากเล่ากลัวเธอลำบากใจ ศิรินธารหลงเชื่อเค้นให้เล่า

ส่วนกัลยาร้องไห้คิดว่าสามีนอกใจ เพ็ญปลอบและให้สติว่าควรจะฟังเรื่องราวก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาศิริก็ดูแลครอบครัวอย่างดี ให้เกียรติและยกย่องตลอด อย่ามีทิฐิอย่าเอาความโกรธมาเป็นโทสะ โกรธแล้วก็ไม่มีความสุขจะเก็บมันไว้ในใจทำไม กัลยาสับสน ศิริเข้ามาขอคุยด้วย กัลยาไม่รับฟังใดๆเดินหนีออกจากห้อง ศิริตามอธิบายว่าตนไปที่นั่นเพื่อลูก

กัลยาระเบิดอารมณ์ขุดเรื่องอดีตมาโวย “แล้วกับนังสำส่อนมะลิวัลย์ล่ะ คุณทำเพื่อใคร” ศิริชะงักติงว่าอย่าเริ่ม กัลยาปรี๊ด “ทำไม!แตะต้องนังเลขาโสเภณีนั่นไม่ได้เลยหรือไง”

“มันจบไปแล้ว มะลิวัลย์ก็ตายไปแล้ว ทำไมถึงไม่เลิกพูดเรื่องนี้สักที” ศิริเสียงเข้ม

“ฉันต้องยกนังโสเภณีนั่นขึ้นหิ้ง แตะต้องไม่ได้ คุณรักมันใช่ไหม รักมันมากใช่ไหม”

ศิริโมโหประชดว่าใช่พอใจไหม กัลยากรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะล้มฟุบลง...

ooooooo

รุ่งเช้าที่บ้านลีลา สามสาววิเคราะห์เรื่องราวเมื่อวาน ใครคือคนที่เสี้ยมให้ศิรินธารกับกัลยามา เจาะจงให้มาตีเรื่องหาญกล้าแต่กลับไปโป๊ะแตกที่ศิริ คราวนี้ลีลาจะโดนคนทั้งบ้านเกลียด ที่น่าห่วงที่สุดคือนรุตม์จะเข้าใจผิดไปด้วย วัลภากับฤดียุให้ลีลาไปเคลียร์ด่วน

แต่ลีลากลับคิดว่าเรื่องเคลียร์กับนรุตม์ไม่ยาก ตนมีวิธีจะทำให้เขาหันมารักตนมากขึ้น

ต่างกับศิรินธารที่ต้องคิดหนักว่าจะเชื่อใครระหว่างพ่อกับสามี หาญกล้าเข้ามากอดเอาใจ ตัดพ้อจะไม่เชื่อตนก็ได้ อย่างไรเสียครอบครัวก็ต้องสำคัญกว่า ศิรินธาร ลังเลกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา...ส่วนศิริถามกัลยาว่าวันนี้จะไปต้อนรับมิสเตอร์เฉินด้วยกันไหม เธอนั่งนิ่ง ปั้นปึ่ง เขาถอนใจเดินออกไป กัลยาทนไม่ได้ที่สามีไม่สนใจลุกเดินตาม ศิริเดินมาเจอหาญกล้าก็ตำหนิ

“เรื่องที่แกไปวุ่นวายกับลีลา แกต้องสารภาพกับทุกคนตามความจริง”

หาญกล้ารู้ว่าศิรินธารเดินตามมาจึงตอแหลออกไป “จะให้ผมรับผิดแทนคุณพ่อทั้งที่ไม่ได้ทำ ผมทำไม่ได้หรอกครับ เรื่องตำแหน่งกับเงินที่คุณพ่อเสนอให้ผม ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยนะครับ” ศิริงงพูดเรื่องอะไร หาญกล้าแหลต่อ “ผมรักลูกหยี ไม่ว่าคุณพ่อจะใช้วิธีไหน ผมก็จะไม่มีวันเลิกกับลูกหยีครับ ผมขอโทษครับ” หาญกล้าก้มหัวให้แล้วเดินไป

ศิรินธารก้าวเข้ามาต่อว่า “ลูกหยีผิดหวังในตัวคุณพ่อที่สุดเลย” ว่าแล้วก็วิ่งตามหาญกล้าไป สวนกับศตวรรษที่ยืนมองดูแม่เข้าไปพูดกับพ่อ

“ศรัทธาที่สร้างกับลูกมาเป็นสิบๆปี มันหมดลงเพราะความมักมากของคุณแท้ๆ”

ศิริอึ้งที่กลายเป็นคนผิด อ่อนใจจะแก้ตัวจึงเลี่ยงลงข้างล่าง...เสียงศิรินธารเรียกหาญกล้าแล้วบอกเขาว่า ตนไม่คิดว่าพ่อจะเอาเขาเป็นโล่แบบนี้ หาญกล้าย้อนถามว่าเชื่อตนแล้วหรือ

“ถ้ามันไม่จริง กล้าคงไม่กล้าปะทะกับคุณพ่อแบบนั้น ไม่เคยมีใครทำกับคุณพ่อ...”

หาญกล้าปากหวานให้ตายใจ ศตวรรษเข้ามากระชาก คอเสื้อต่อว่าหาญกล้าเป็นต้นเหตุเรื่องบ้าๆนี่ใช่ไหม หาญกล้า ปฏิเสธ ศิรินธารโวยอย่ามาใส่ร้ายสามีตน ศตวรรษย้อนถาม คิดว่าพ่อนอกใจแม่จริงหรือ หาญกล้ารีบใส่ไฟ “คุณพ่อคงพยายามจะหาทางเอาตัวรอดด้วยการอาศัยพฤติกรรมที่แย่ๆที่ผ่านมาของผม เสียแรงที่ผมนับถือ...”

ศตวรรษสุดทนชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าหาญกล้าแล้วจะเข้าซ้ำ ศิรินธารพยายามกัน หาญกล้าแอบยิ้มกวน นรุตม์เข้ามาเห็นเสียงกร้าว “นายควรจะเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้...ผิดก็ยอมรับผิด”

ศิรินธารโวยอะไรกันจะให้คนไม่ผิดยอมรับผิด หาญกล้าทำเสียงเศร้า “ผมรู้ว่าพวกคุณเคารพคุณพ่อยกไว้สูงห้ามแตะต้อง แต่ถ้าผมผิดมันก็ต้องพิสูจน์ ต้องมีหลักฐาน มีไหมล่ะครับ”

ศิรินธารทวงถามหาหลักฐานและต่อว่าทำไมพวกพี่ๆถึงชอบหาเรื่องหาญกล้า นรุตม์มองไปทางประตูเห็นภารดีก็ชะงัก เธอยิ้มแหยๆขอโทษที่มารับรู้เรื่องภายใน อ้างแม่ให้เอาของมาให้กัลยา ศิรินธารถือโอกาสเดินมาส่งหาญกล้าที่รถ ขณะขับออกจากบ้านสวนกับรถลีลาที่แล่นเข้ามา เขาตกใจมากกลัวเธอแฉความจริง... นรุตม์กำลังคุยกับศตวรรษว่าเรื่องนี้ต้องเป็นการเข้าใจผิด ภารดีแย้งทำไมถึงเชื่อทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ นรุตม์มองหน้าเธอทำนองไม่อยากต่อความ

เพ็ญให้เอ๋มาตามนรุตม์...ศตวรรษและภารดีอยากรู้ ตามติด ศิรินธารกำลังตวาดไล่ลีลาออกไปจากบ้าน ภารดีเห็นท่าไม่ดีรีบโทร.ตามแดน

ลีลายืนประจันหน้ากับศิรินธาร กัลยาเข้ามายืน ประกบลูกสาว นรุตม์กับศตวรรษคอยคุมเชิง ศิริเดินเข้ามา ตกใจเมื่อเห็นว่าลีลามา เธอรีบบอกว่าต้องการมาชี้แจง เรื่องเมื่อวาน กัลยาจี๊ดในใจด่าว่าช่างไร้ยางอาย ลีลาขอให้เธอสงบสติแล้วฟังเรื่องทุกอย่างให้จบ ศิรินธารโพล่งขึ้น

“นังฮิสทีเรีย! แกมันมากกว่าสำส่อน โรคจิต สันดานงูพิษ ฉกผัวชาวบ้านเป็นงานหลัก ต่อมคันใต้ร่มผ้าแกคงอักเสบสินะ ถึงแรดร่านวิ่งพล่านมาแสดงความต่ำถึงที่นี่”

“งั้นคุณก็ช่วยกระตุกต่อมสติของคุณให้สมองได้ใช้ปัญญาบ้างนะคะ ถ้าฉันกับคุณศิริทำผิดจริง ฉันจะมาที่นี่เพื่ออะไร”

“เพื่อเหยียบหน้าแม่ฉันไง เยาะเย้ยที่แกกินรวบตั้งแต่พ่อยันลูกเขย”

“จุ๊ๆถ้าคุณมองโลกในแง่ลบขนาดนี้คนอื่นคงมองความฉลาดทางอารมณ์ของคุณต่ำจริง”

ศิรินธารปรี๊ดชี้หน้าด่า จะพุ่งเข้าใส่ นรุตม์กับศตวรรษช่วยดึงไว้ กัลยาสุดทนเรียกคนให้มาเอาตัวลีลาออกไป ศิริเสียงเข้มให้ทุกคนหยุด แล้วฟังลีลาพูด กัลยาหน้าเสีย

ลีลาได้ทีเหน็บ “คุณกัลยาคะ เวลามีปัญหาถ้าคุณปิดหูปิดตาใช้แต่อารมณ์โดยไม่รับฟัง แล้วคุณจะแก้ปัญหาได้ยังไง วุฒิภาวะแบบนี้มันจะดูไม่สมกับเป็นนายกสมาคมสตรีนะคะ”

กัลยาเห็นสายตาทุกคนมองมา จึงบอกอยากพูดอะไรก็พูดมา ศิรินธารไม่ยอม ลีลาจึงใส่ให้อีกดอก “คุณศิรินธารช่วยคุยแบบคนมีการศึกษาได้ไหมคะ เรื่องนี้มันเกิดเพราะหาญกล้าตามตื๊อดิฉัน คุณศิริไปที่นั่นเพื่อเตือนหาญกล้าให้เลิกยุ่งกับฉัน”

“โกหก!” ศิรินธารแว้ด ศิริสวนเป็นความจริง ตนไปที่นั่นเพราะรู้ว่าหาญกล้านอกใจลูก

“ลูกหยีไม่เชื่อ กล้าบอกลูกหยีว่าเขาถูกหลอก ยัยนี่มันปั่นหัวพวกเรา ใส่ร้ายกล้า”

ศิริเสียงอ่อนลงบอกลูกสาวว่าหาญกล้าหลอกเธอ แต่เธอกลับย้อนว่าพ่อโกหก ลีลาแทรกเธอเชื่อสามีมากกว่า พ่อหรือ ทุกคนรอฟังคำตอบ ศิรินธารยืนยันว่าเชื่อเพราะหาญกล้ารักตน

“แล้วพ่อคุณล่ะคะ พ่อที่เลี้ยงดูคุณมาให้ทุกอย่างกับ คุณ รักคุณมากกว่าชีวิตท่านเอง คุณไม่เชื่อในความหวังดี ของท่านเลยเหรอคะ” ลีลาหันมาพูดกับกัลยา “ลียืนยันนะคะ ว่าคุณศิริเป็นสามีที่ซื่อสัตย์และรักครอบครัว ลีกับคุณศิริไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมเลย และไม่มีวันคิดจะทำ”

กัลยาหาว่าตอแหล ศิริผิดหวัง กัลยาโวยจะไม่ฟังคำพูดดัดจริตอีกเพราะตนเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้น ลีลาทำท่าหนักใจ “ไหนๆก็โดนด่าแล้ว ที่จริงฉันไม่อยากจะทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงด้วยกันหรอกค่ะ แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่คุณศิริต้องกลายเป็นตาแก่ตัณหากลับเพราะความเข้าใจผิด ถ้าคุณกัลยาอยากจะเห็นด้วยตา ฉันก็พร้อม ยืนยัน...ความจริงทุกอย่างอยู่ในนี้ค่ะ”

ลีลาสบตานรุตม์ก่อนจะส่งมือถือเปิดคลิปที่วัลภาแอบอัดเหตุการณ์วันนั้นไว้...เมื่อทุกคนได้ดูก็อึ้งไปตามๆกัน กัลยารู้สึกผิดมหันต์ ศิรินธารกรีดร้องไม่จริง ภารดีปลอบ ลีลาถามกัลยา ชัดเจนแล้วใช่ไหมว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริง กัลยาเสียใจเอ่ยปากถ้าจะให้ตนขอโทษ...ลีลาสวนตนต้องขอโทษที่รบกวนศิริจนเป็นเรื่องยุ่งยากใจ ศิริขอบคุณที่เธอมาช่วยคลี่คลาย ลีลาลากลับ

ศิริหันมากล่าวกับศิรินธารว่าหาญกล้าไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป ก่อแต่เรื่องไม่เคยรักลูกเลย ศิรินธารกดโทรศัพท์หาหาญกล้าพอรู้ว่าอยู่ไหนก็วิ่งออกไป ศิริบอกนรุตม์วันนี้โรงแรมมีงานสำคัญอย่าให้น้องก่อเรื่อง นรุตม์รีบตามออกไปจัดการพาศิรินธารไปเสียเอง กัลยาสบตาศิริแต่เขาเย็นชาจนเธอน้ำตาร่วง ศิริเดินออกมาเจอเพ็ญ เธอบอกว่ากัลยาเสียใจมาก เขาย้อนตนก็เสียใจที่กัลยาไม่เคยไว้ใจตนอีกเลย ทำดีร้อยครั้งจำไม่ฝังใจเท่าทำผิดครั้งเดียว ส่วนเรื่องลูกตนคงเป็นพ่อแม่รังแกฉัน เพราะตามใจลูกมากเกินไป เพ็ญปลอบใจว่าทุกอย่างแก้ไขได้ ไม้อ่อนดัดง่าย

ศตวรรษมองลีลาอย่างปลาบปลื้ม เธอกล่าวลายิ้มๆ ออกมาเจอภารดี สองสาวประคารมกันอย่างมีชั้นเชิง ลีลา กวนนิดๆว่าเธอไม่มีวันแทรกระหว่างตนกับนรุตม์ได้อีก ภารดีตอกกลับตนไม่มีวันให้เธอทำร้ายนรุตม์ ถ้าจะต้องเสียเขาให้ใคร คนนั้นต้องคู่ควรและเห็นค่าของเขามากกว่า เป็นบันไดให้ไต่เต้า ลีลาถามถ้าเธอแพ้ ภารดีโต้ ไม่มีคำว่าแพ้สำหรับตน ไม่ว่านรุตม์จะเลือกใครขอแค่ให้เขามีความสุข เพื่อนรุตม์ตนยอมทุกอย่าง ลีลาอึ้งรู้สึกผิดนิดๆ

ooooooo

แม้วิทยาจะเป็นสายให้ศิริแต่เขาก็จงรักภักดีต่อณรัล คาดหวังว่าเขาจะกลับตัวเป็นคนดีได้ วิทยาลงมือทำแผนการปรับปรุงรีสอร์ตให้เพื่อส่งกลับไปรายงานทางคาสเทิล ณรัลซาบซึ้งที่เขาอยู่ข้างตนเสมอ วิทยายุให้เขาสร้างเครดิตตัวเองกลับมาให้ได้ แต่ณรัลมีแผนร้ายในใจ

นรุตม์ยอมพาศิรินธารมาโรงแรมโดยให้เธอสัญญาจะไม่ก่อเรื่องเพราะวันนี้จะมีการเซ็นสัญญาร่วมทุนสำคัญ ธีรพัฒน์รายงานว่ากำลังให้รถไปรับมิสเตอร์เฉินที่สนามบิน ศิรินธารขอตัวไปหาหาญกล้า นรุตม์ย้ำมีปัญหาอะไรให้โทร.มาหาทันที เธอรับคำ

ลำไพรช่วยหาญกล้าวางแผนหลอกศิรินธาร โดยการจัดฉากว่าหาญกล้ากำลังเตรียมทำเซอร์ไพรส์เนื่องในวันครบรอบแต่งงาน ทำให้ศิรินธารใจอ่อนลง ต่อว่าว่าเบื่อที่เขาทำผิดซ้ำซาก หาญกล้าตีหน้าเศร้าสำนึกผิด อ้างตนถูกครอบครัวเธอเหยียบย่ำจนไร้ศักดิ์ศรี ตนยินดีจะไปจากเธอโดยไม่รับเงินสักบาท หาญกล้าเดินออกจากห้อง ลำไพรรีบบอกศิรินธารว่าเขาไปแล้ว จะทำอย่างไร กับห้องอาหารที่เขาให้ตนจองไว้ฉลอง ศิรินธารตะคอกกลับ ครบรอบแต่งงานมันอีกสองเดือน ลำไพรตีหน้าขลุม ว่าหาญกล้าคงจำผิดถึงให้ตนจองร้านล่วงหน้าเป็นเดือน

ลำไพรเห็นว่าคราวนี้ศิรินธารใจแข็งจึงรีบใส่ไฟว่า ความจริงแล้วลีลาเรียกหาญกล้าไปขู่ว่าจะทำให้แตกกับเธอ ถ้าเขาไม่ช่วยให้จับนรุตม์สำเร็จ ศิรินธารหลงเชื่อ รีบวิ่งไปตามหาญกล้า

ในขณะที่ลีลากลับบ้านต้องตกใจเมื่อเห็นแดนกับดลมารอพบ ดลซักไซ้ลีลากำลังคิดทำอะไรอยู่ และสั่งให้เลิกยุ่งกับพวกเดชาเลิศรัตน์ ลีลาขอขัดคำสั่งเพราะต้องการเอาที่ดินบนเกาะคืนมาให้พ่อ แดนช่วยเสริมว่าชลัมภ์ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ลีลาต้องเอาที่นั่นคืนก่อนพ่อจะจากไป ดลแปลกใจทำไมตนไม่รู้เรื่องนี้ จึงบอกลีลาว่าถ้าเธอไม่เชื่อตน ตนจะขัดขวางทุกทาง...

แม้จะหนักใจกับคำสั่งของดล ลีลาต้องหยุดคิดหันมาทำงานเพราะวัลภากับฤดีพามาค่ายเพลงเพื่อคุยเรื่องออกแบบเสื้ออีกครั้ง เผอิญศิลปินที่ลาลูนต้องทำเสื้อให้คือศตวรรษ ลีลาเปลี่ยนท่าทียินดีรับงานนี้ วัลภากับฤดีมองหน้ากันงงๆ...พอกลับออกมา วัลภาก็ถามจะทำทันไหม ลีลากลับบอกว่าคอนเซปต์เขาชัดเจน ฤดีแซวพอเห็นศิลปินก็ไอเดียบรรเจิด ลีลาย้อน “ก็แกแนะนำให้ฉันหาพวกไว้คานอำนาจกับศิรินธาร คุณวรรษคงเป็นกันชนที่ดีจริงไหม”

จังหวะที่สามสาวจะข้ามถนนไปที่จอดรถ ศตวรรษวิ่งออกมาเรียกลีลา เธอหันมองเกิดมีมอเตอร์ไซค์วิ่งมาจะเฉี่ยว ศตวรรษรีบเข้าไปดึงเธอมากอดหลบได้ทัน สองเพื่อนตาโพลง ลีลาให้ปล่อยตนได้แล้ว ศตวรรษหน้าแดงเขิน บอกที่ออกมาจะแสดงความยินดีที่ได้ร่วมงานกับเธอ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:38 น.