ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"



ภารดียอมรับกับแดนว่านรุตม์น่าจะรู้ว่าตนชอบเขา แต่ไม่เคยพูดอะไรออกมา แดนอึ้งคิดว่าเธอจะเก่งเหมือนท่าทางที่ชอบเอาเรื่อง เธอย้อนเขาเองก็ไม่กล้าสารภาพกับลีลาเหมือนกัน แดนนิ่ง หญิงสาวจ้องจับผิดแล้วถามถ้าสองคนชอบกันจริงๆเขาจะทำอย่างไร

“ทำใจ...ผมอยากเห็นคนที่ผมรักมีความสุข แล้วคุณล่ะ”

“ฉันยอมได้นะ แต่ผู้หญิงคนนั้นต้องคู่ควรกับพี่รุตม์จริงๆ” ท่าทางภารดีจะไม่ปล่อยง่ายๆ

ด้านนรุตม์ช่วยแก้สถานการณ์ให้หาญกล้าว่าตนวานเขามาเยี่ยมลีลาเพราะตนติดงาน ศิริจึงตำหนิ ศิรินธาร ใช้แต่อารมณ์ไม่ถามไถ่กันก่อน กัลยาช่วยลูกสาวแก้ตัวว่าเรื่องมันเคยมีมูล จะไม่ระแวงได้อย่างไร ศิริสอน “สงสัยได้ ระแวงได้ แต่ต้องเช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนจะลงมือ ถ้าวิ่งตามความรู้สึกแบบนี้ จะทำธุรกิจได้ยังไง”

กัลยาจะแย้ง ศิริขัดลูกโตจนมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำอะไรต้องคิดให้มาก มัวมาวิ่งตามสามีแบบนี้ งานอยู่ตัวหรือยังแล้วเตือน “รักได้นะลูกหยีแต่ความรักไม่ใช่เรื่องสำคัญเรื่องเดียวในชีวิต ถ้างานน้ำหอมไปไม่รอดลูกหยีจะต้องเข้ามาทำงานโรงแรมและเริ่มงานจากหน้าที่แม่บ้าน”

ศิรินธารตาโพลงไม่อยากเชื่อว่าพ่อจะเอาจริง กัลยาสบตาสามีไม่กล้าหือ บอกลูกว่าถ้าพ่อเอาจริงแม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ศิรินธารโกรธเดินปึงปังออกไป นรุตม์ช่วยแก้สถานการณ์ว่าน้องยังเด็ก ศิริถอนใจก่อนจะกล่าว... ขอให้โตตอนที่ตนยังอยู่ก็แล้วกัน นรุตม์ปลอบอย่าเพิ่งท้อ ศิริตบไหล่เขาเบาๆขอบใจที่พยายามทำให้ครอบครัวสงบ แล้วบ่นเมื่อไหร่หาญกล้าจะสำนึกเสียที

“ผมไม่อยากโกหก แต่ถ้ามันจะทำให้บ้านสงบ โกหกก็คงดีกว่า” นรุตม์ขอตัวไปทำงาน

ธีรพัฒน์รอบอกทุกอย่างพร้อมแล้ว นรุตม์โทร.ตามณรัลเข้ามาที่ห้องประชุม...พอณรัลเปิดประตูเข้ามาภายในห้องปิดไฟมืด พลันแสงจากโปรเจกเตอร์ก็สว่างขึ้นพร้อมเสียงสารภาพ

“คุณณรัลสั่งให้ผมเก็บคุณนรุตม์ด้วยค่าจ้างสองแสนบาทครับ”

ณรัลตกใจ ไฟห้องสว่างขึ้นเห็นนรุตม์ยืนอยู่เอ่ยถาม “พี่คิดว่าถ้าผมตายแล้วเรื่องยักยอกมันจะจบหรือ...ถ้าผมตายพี่จะได้เป็นจีเอ็มหรือ...คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นหรือ...”

ณรัลปฏิเสธทุกอย่างหาว่านรุตม์ปรักปรำ ธีรพัฒน์ให้บอดี้การ์ดเอาตัวคนร้ายเข้ามาสองคน คราวนี้ณรัลหน้าซีด เอาไม้ตายมาขู่ “ฉันไม่ได้ทำ ถ้าแกคิดจะเล่นงานฉันก็เอาเลย แต่แม่จะเสียใจมากแค่ไหนถ้าแกจับฉันส่งตำรวจ แม่จะต้องเกลียดแกไปจนตาย”

ทันใดศิริก้าวเข้ามา “ฉันจะส่งแกให้ตำรวจเอง แม่แกจะได้รู้เช่นเห็นชาติว่างูพิษอย่างแกต่างหากที่เลี้ยงไม่เชื่อง” ณรัลหน้าซีดแต่ยังปรักปรำว่านรุตม์ใส่ความ ศิริอ่อนใจ “ตลอดชีวิตที่ผ่านมาฉันเจอคนเลวมากมายแทงข้างหลัง ฉ้อโกงอย่างเห็นแก่ตัว แต่ฉันไม่เคยเจอใครที่เลวมากเท่าแก แกคิดฆ่าได้แม้แต่น้องชายของตัวเอง แกยังเป็นคนอยู่รึเปล่า”

ณรัลไม่ยอมรับ แต่พอศิริให้ธีรพัฒน์เรียกตำรวจ เขาร้องลั่นพ่อจะให้ตำรวจจับตนไม่ได้ ถ้าแม่รู้แม่จะต้องเสียใจ ศิริเสียงกร้าวถ้าแม่รู้ว่าเขาเลวแค่ไหนจะต้องเสียใจยิ่งกว่า แล้วสั่งคนเอาตัวณรัลไปส่งตำรวจ นรุตม์ทนไม่ไหวขัดขึ้น อ้างถ้าเรื่องถึงตำรวจจะส่งผลเสียกับโรงแรม ตนพอมีวิธีถ้าณรัลจะรับปากว่าจะทำตามที่ตนขอ เรื่องจะไม่ถึงตำรวจ...

รุ่งเช้าที่หน้าบ้าน วิทยากำลังยกกระเป๋าเดินทางณรัลขึ้นรถ หาญกล้ายืนเยาะ ณรัลโกรธกระชากคอเสื้อแต่หาญกล้าไม่เกรงสักนิดมองกวนกลับ จู่ๆศิรินธารวิ่งออกมากระชากหาญกล้าจากมือณรัล แล้วโวยวายว่าโทร.หามันทำไม หาญกล้างง

“อย่ามาทำหน้าโง่ใส่แบบนี้นะ กล้าโทร.หานังลีลาเมื่อวาน เมื่อคืน เมื่อเช้า”

หาญกล้าโกรธที่เธอเช็กโทรศัพท์ ศิรินธารตอกกลับถ้าไม่เช็กก็คงไม่รู้ว่าเป็นควายที่มีแรดเป็นผัวคอยมั่วนังสำส่อน หาญกล้าฮึดฮัดที่ศิรินธารพูดรุนแรง เธอกลับไม่ลดละ

“แค่แรดรับไม่ได้ แล้วไอ้สองเขาที่โดนนังลีลามันเพิ่มให้ จนต้องกินฟางแทนข้าวอยู่ทุกวัน อย่าบอกนะว่าไม่รู้ตัว...จะโง่ดักดานไปถึงไหน เห็นๆอยู่ว่านังลีลามันเอาตัวเสี่ยงตายรับกระสุนแทนพี่รุตม์ แค่นี้คิดไม่เป็นหรือว่ามันจับกล้าเพื่อเข้าหาพี่รุตม์ นังนั่นมันหัวสูง ไม่มองแมเนเจอร์กระจอกๆอย่างกล้าหรอกนะ เลิกโง่สักที”

“รู้ไหมว่าทำไมผมยอมโง่ เพราะผมมีเมียอย่างคุณไง...” พูดจบหาญกล้าเดินหนี

ศิรินธารร้องกรี๊ดอย่ามาเดินหนี ตนยังพูดไม่จบ เธอจะเดินตามแต่ณรัลรั้งไว้ถามลีลาช่วยนรุตม์จริงหรือ เธอหันมาเยาะใส่อีกคน “ก็ใช่น่ะสิ ไม่คิดเลยว่านังนั่นมันจะวางแผนซับซ้อนหลอกใช้พี่กับกล้าเป็นสะพานเหยียบข้ามหัวไปสอยพี่รุตม์ มันตามพี่รุตม์ไปกระบี่ เอาตัวไปรับกระสุนแทนจนเป็นบุญคุณกัน เพราะมันรู้ว่าคนที่มีอำนาจที่นี่คือพี่รุตม์ไม่ใช่พี่”

ณรัลอึ้งกำมือแน่นด้วยความแค้น ศิรินธารสะบัดหน้าวิ่งตามหาญกล้าที่กำลังจะขึ้นรถ เขาตวาดที่งี่เง่าเช็กมือถือแล้วบ้าไม่สิ้นสุด ตนรำคาญจะไปให้พ้นๆ ศิรินธารจะกรี๊ดแต่หันมาเห็นวิทยามองอยู่ จึงชะงักหยิบมือถือมากดหาลำไพร ตวาดถามอยู่ที่ไหนทำไมยังไม่ไปทำงาน

ลำไพรข่มใจตอบว่ายังเช้าอยู่ ศิรินธารสวน “กี่โมงฉันไม่สน แต่ฉันจ่ายเงินแก หน้าที่แกคือรับใช้ฉันให้มันคุ้มกับเงินที่ฉันจ่าย รีบไปดูกล้าที่ทำงานเดี๋ยวนี้”

ลำไพรสะกดอารมณ์เต็มที่รับคำ กำมือถือแน่นด้วยความแค้นใจ หันไปโยนเงินให้ชายคู่นอนที่หิ้วมานอนด้วยถึงสองคน ก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าเฉยเมยเป็นเรื่องธรรมดา

นรุตม์เดินออกมาสั่งการวิทยา ณรัลกราดเกรี้ยวใส่ สะใจแล้วใช่ไหมที่กำจัดตนไปได้ นรุตม์ชี้แจงว่า รีสอร์ตที่เขาจะไปอยู่นี้จะพิสูจน์ความสามารถของเขาให้พ่อเห็น ตนหวังว่าจะได้เห็นเขากลับมาที่นี่อีกครั้ง ณรัลอาฆาตวันที่กลับมาจะเป็นวันที่เขาต้องไปจากที่นี่ นรุตม์นิ่ง

ไม่ทันจะขึ้นรถ กัลยาออกมาปกป้องณรัล ด่าว่า นรุตม์คิดจะเขี่ยณรัลให้พ้นทาง เพื่อฮุบทุกอย่างไว้เอง ตนไม่น่าเอางูพิษอย่างเขามาเลี้ยง นรุตม์กล้ำกลืนความ เจ็บปวด พลันเสียงศิริประกาศิตว่าณรัลจะต้องไปจากที่นี่ กัลยาหาว่าเขาลำเอียงใจร้ายทั้งที่ลูกถูกจัดฉากใส่ร้ายทุกอย่าง

“จัดฉาก!...ผมพอจะเดาได้ว่าใครให้ข้อมูลบิดเบือนความจริง แต่ผมอยากให้คุณตัดสินใจนะคุณกัล ระหว่างคุกกับแม่ฮ่องสอน คุณอยากให้ณรัลอยู่ที่ไหน”

กัลยาเสียงอ่อยนี่เป็นลูกเรา ศิริเสียงแข็งไม่ว่าเป็นใครถ้าทำผิดต้องโดนลงโทษทุกคน แล้วถามย้ำจะเลือกอะไร กัลยากลัวลูกติดคุกไม่กล้าขัดอีก ณรัลผิดหวังที่แม่ช่วยไม่ได้ ศิริจ้องณรัลจนเขาจำต้องไปขึ้นรถ กัลยาร้องไห้มองนรุตม์ด้วยสายตาเกลียดชัง บอกศิริว่าสักวันจะต้องเสียใจที่เลี้ยงเขาไว้ ศิริลูบไหล่ปลอบนรุตม์ ให้ณรัลรับโทษอาจจะดีกับทุกคน นรุตม์ไม่คิดเช่นนั้น เพราะแม่คงโทษเป็นฝีมือตน ศิริเตือนปล่อยณรัลไปแบบนี้สักวันจะวกกลับมาทำให้ลำบาก

“ผมคิดว่าถ้าเราให้เวลา พี่รัลอาจจะคิดได้บ้าง ถึงยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน”

“ใจเมตตาเป็นสิ่งดี แต่ใจอ่อนมีค่าเท่ากับประมาท งูพิษต่อให้เราดีกับมันแค่ไหนมันก็ยังมีพิษ สักวันพิษมันอาจจะย้อนมาทำร้ายรุตม์”

นรุตม์รับปากว่าจะไม่ประมาท ศิริระอากับความเมตตาของนรุตม์ที่มีมากเกินไป...และแล้วระหว่างทาง ณรัลก็สั่งวิทยาให้ขับรถไปโรงแรมไม่ไปสนามบิน

ooooooo

จากที่เห็นในโรงพยาบาลทำให้ดลคิดว่านรุตม์กับลีลามีใจให้กัน จึงหยั่งเชิงถามลูกชายเมื่อไหร่จะมีหลานให้ตน แดนบอกว่าเมื่อลีลาตกลงปลงใจด้วย ดลแย็บดูลีลากับนรุตม์สนิทกัน แดนยอมรับว่านรุตม์สนใจลีลา แต่ลีลาบอกตนว่าที่ช่วยนรุตม์เพราะจำเป็น

“แกพร้อมจะเชื่อคำพูดที่จะทำให้แกสบายใจใช่ไหม”

แดนข้องใจทำไมสนใจเรื่องนี้ ดลถอนใจบอกไม่อยากให้ปักใจอยู่คนเดียว ให้เผื่อใจไว้บ้าง แดนกลับบอกว่าไม่ชอบเผื่อใจ ถ้ารักแล้วต้องให้สุดตัว...ด้านภารดีก็ถูกพิมพรรณเตือนให้เลิกปักใจกับนรุตม์เสียที สนใจคนอื่นบ้าง เธอเสียใจกับคำตัดรอนของนรุตม์อยู่แล้วยิ่งเศร้า

ใจนรุตม์ว้าวุ่นจนต้องเข้ามาสงบจิตใจในห้องพระ เพ็ญดักคอรู้สึกว่าทำดีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอสักทีหรือเปล่า นรุตม์ไม่ปฏิเสธแต่ตนก็จำคำหลวงพ่อจรัญได้ขึ้นใจ

“คนเรามีสองก้าว ก้าวขึ้นให้ดีมันต้องยาก ก้าวลงในความชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ ถึงผมจะมาจากที่ต่ำ แต่ผมไม่อยากก้าวลงครับป้า ผมเลือกจะก้าวขึ้น ผมจะไม่ย่อท้อครับ”

เพ็ญยิ้มให้กำลังใจขอให้สมหวังอย่างที่ตั้งใจ ทำดีย่อมได้ดีในทุกด้าน นรุตม์ไหว้ขอบคุณ

เช้าวันใหม่ ลำไพรเอาเอกสารเข้ามาให้หาญกล้าในห้องทำงาน เขาตบหน้าเธอล้มคว่ำลง ชี้หน้าว่าเธอเป็นคนบอกศิรินธารให้ตามตนไปโรงพยาบาล ลำไพรปากแข็งปฏิเสธไม่ใช่ตน แล้วแอบเหน็บเขารู้ว่าในโรงแรมมีหูตาของศิรินธารคอยจับผิดทำอะไรก็ควรระวัง จะเป็นเพชรถ้าไม่รอบคอบอาจต้องกลายเป็นก้อนดินเหมือนเก่า เขาตอกกลับถ้าก้อนดินไม่เจียมตัวจะเหลือแค่ฝุ่น

ลำไพรเก็บความกดดันที่ต้องรองรับอารมณ์ทั้งศิรินธารและหาญกล้า และยังต้องมาโดนพรพี่สาวหาญกล้าตวาดใส่ที่โอนเงินเดือนให้ช้า จึงระเบิดอารมณ์ใส่หญิงสาวที่เดินมาชนแบบเกินควร แม่ค้าแถวนั้นเข้าห้ามและเป็นพยานให้หญิงสาวบนโรงพัก ลำไพรได้สติรู้ว่าตัวเองผิดจึงขู่คู่กรณีให้รับเงินแล้วจบเรื่องไม่อย่างนั้นชีวิตไม่สงบสุขแน่...หลังจากนั้นลำไพรกลับเข้าออฟฟิศปรับสภาพตัวเองให้ดูสุขุมอย่างเคย แต่พนักงานที่เห็นแอบเม้าท์อย่างสงสัย...

แม้อาการดีขึ้นแต่แผลยังอักเสบ พยาบาลล้างแผลแล้วอดถามไม่ได้ว่าวันนี้แฟนไม่มาเยี่ยมหรือ ลีลาแปลกใจว่าใคร พยาบาลยิ้มกริ่มบอกคนหล่อๆที่มาเยี่ยมเมื่อคืน เขาบอกว่าเป็นแฟน ลีลานึกถึงที่ได้ยินนรุตม์คุยกับวัลภาเมื่อคืนว่าตนเป็นคนสำคัญสำหรับเขาแล้วอมยิ้ม

ฤดีโผล่มาพร้อมดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ ลีลาตื่นเต้นคิดว่าเป็นของนรุตม์ ฤดีถามอยากรู้ไหมว่าของใคร ลีลาวางฟอร์มไม่สนใจอยากบอกก็บอก ฤดีจึงบอกว่าเป็นของแดน สีหน้าลีลาผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ไม่ทันไรนรุตม์โทร.เข้ามาถามได้รับดอกไม้หรือยัง ตนไม่รู้ว่าชอบดอกอะไรจึงเลือกตามความหมาย ลีลายิ้มกริ่มเมื่อเขาบอกความหมาย...รู้สึกดีที่ได้รู้จักและได้อยู่ใกล้

พอวางสาย ฤดีถามเจ้าของดอกไม้โทร.มาใช่ไหม ลีลาโวยทำไมบอกว่าเป็นแดน ฤดีแหย่ “ก็ฉันอยากเห็นแกหน้างอคอหักเหมือนปลาทูในเข่ง เพราะคิดว่าแฟนไม่สนใจน่ะสิ”

ลีลาปัดยังไม่ใช่แฟน แล้วเขินล้มตัวลงนอนหันหลังให้กอดดอกไม้ยิ้มปลื้มปริ่ม...

ด้านนรุตม์พอวางสายก็อมยิ้ม ธีรพัฒน์แย็บถามทำไมถึงเป็นลีลา ตั้งแต่ทำงานกับเขา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่เขาให้ความสนใจมากขนาดนี้ นรุตม์รู้ว่าเขาสงสัยจึงเปรยว่า สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ตัวตนของเธอ ธีรพัฒน์จี้ถามรวมถึงเรื่องหาญกล้าด้วยหรือ นรุตม์ยอมรับ

“มันตลกไหม ถ้าผมจะบอกว่าผมเชื่อว่ามันไม่จริง”

“แต่คุณเคยบอกผมว่า ทำธุรกิจต้องใช้ข้อมูลนำ ไม่ใช่ความรู้สึก”

“นั่นมันธุรกิจ แต่นี่มัน...”

“ความรัก...ใช่ไหมครับ” ธีรพัฒน์สวน นรุตม์ชะงักเหน็บว่าเราคงสนิทกันมากเกินไป ธีรพัฒน์ตัดบทบอกแขกรอพบอยู่ในห้องประชุมนานแล้ว นรุตม์ยิ้มขำๆแต่ก็รีบเดินไป

คนที่มารอพบคือพิมพรรณ มาหยั่งเชิงท่าทีนรุตม์ว่าคิดอย่างไรกับภารดี แล้วก็ได้คำตอบที่แน่ใจได้ว่า เขาคิดกับภารดีแบบน้องสาวมาตลอด

ooooooo

วัลภากับฤดีกำลังคุยงานให้ลีลาฟังเพื่อช่วยกันตัดสินใจจะรับงานไหน แต่ลีลากลับสนใจยิ้มกริ่มกับช่อดอกไม้ไม่ได้ตั้งใจฟัง ฤดีสะกิดให้สนใจบ้างยังมีงานที่พวกตนต้องไปต่ออีก ลีลาตั้งสติบอกตนยินดีรับทุกงานที่ดีลไว้ แต่วัลภาเห็นว่าควรรับแต่งานเบาๆก่อน ลีลาว่าตนทำไหว

“เจียมตัวบ้างก็ดีนะ มีแต่เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ไหนจะเรื่องพ่อแกอีก เยอะขนาดนี้จะเอาหัวที่ไหนไปสร้างสรรค์” วัลภาปราม ฤดีจึงบอกว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าแกนะลี แต่ฉันกำลังเสนอว่าถ้าช่วงนี้แกยังทำงานหนักไม่ได้ ก็ยังมีทางเลือกที่จะทำพีอาร์แบบมินิมอล”

ลีลาสนใจ ฤดีขยายความว่า มีโปรโมเตอร์ค่ายเพลงติดต่อมา ลีลาท้วงไม่อยากทำงานตามกระแสจนเสียความเป็นตัวตน วัลภาแทรก “ไม่หรอกลี ถ้าเขาเลือกเราก็เพราะลุคของศิลปินเหมาะกับงานของเรา ถ้าศิลปินดัง คนก็จะเห็นงาน”

ลีลาจึงคิดว่าอยู่ที่ศิลปินคนนั้นเป็นใคร...ในขณะที่ต้อง...โปรดิวเซอร์ของศตวรรษแนะนำให้รู้จักเรย์ เอ็กซ์คลูซีฟโปรดิวเซอร์ เรย์มองศตวรรษว่าเป็นพวกไฮโซอยากเป็นศิลปิน แต่พอเช็กยอดวิวจากยูทบก็ทึ่งว่ายอดวิวไม่น้อย ศตวรรษบอกสมัยนี้คนฟังไม่ได้สนใจหน้าตา พวกเขาสนใจที่ผลงาน นามสกุลไม่ได้ช่วยอะไรตน เรย์มองศตวรรษอีกครั้งก่อนจะยอมรับและบอกแผนงานกับต้อง ต้องดีใจรับคำจะนัดประชุมทุกฝ่ายเริ่มงานทันที แล้วหันมาจับมือยินดี

ศตวรรษดีใจโทร.บอกนรุตม์คนแรกนัดให้กลับมาฉลองกัน แต่นรุตม์อ้างมีประชุม เขาไม่อยากเชื่อแอบโทร.ไปถามภารดีว่านรุตม์นัดกับเธอหรือเปล่า ภารดีชักไม่สบายใจ พอดีพิมพรรณบอกว่าป่วยให้ช่วยไปคุยงานเป็นเพื่อน เธอจึงต้องไป...แต่พอมาถึงห้องอาหาร พบดลกับแดนนั่งอยู่ก่อน แดนกับภารดีสบตากัน เริ่มจะรู้แล้วว่าพ่อแม่ให้มาดูตัวกัน

พิมพรรณเริ่มเกริ่นโรงแรมของตนยังได้รับความนิยมอยู่ แต่ตนไม่มีคนสืบทอดกิจการ เพราะภารดีไม่สนใจงานนี้ ตอนแรกคิดจะขาย แต่ดลเสนอให้รวมกิจการเพราะอีกหน่อย ลูกๆก็ต้องดูแลกันต่อไป ภารดีเอะใจลุกขึ้นกล่าวขอโทษขอตัวสักครู่แล้วดึงมือพิมพรรณออกไป

ภารดีติงคิดจะทำอะไร พิมพรรณยอมรับว่าแดนนี่แหละที่เหมาะสมกับลูก เปิดใจให้คนอื่นบ้างอย่าอยู่กับความหวังลมๆแล้งๆ ภารดีสงสัยแม่ไปรู้อะไรมา พิมพรรณยังเตือนอย่าทิ้งหัวใจในมือคนที่ไม่เห็นค่า เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง ภารดีไม่พอใจแต่เพื่อไม่ให้แม่เสียหน้าตนจะยอมอยู่จนจบ แต่ตนไม่ตกลงด้วย...ด้านแดนถามดลให้ตนมาดูสาวใช่ไหม พ่อไม่เคยบังคับเรื่องนี้ ทำไม จู่ๆถึงทำแบบนี้ ดลอ้างอยากมีหลานก่อนจะตายเสียก่อน

พอรู้ความจริงทั้งแดนและภารดีก็วางหน้ากันไม่ถูก ภารดีแอบไลน์ถามแดนว่าเย็นนี้มีนัดกับลีลาหรือเปล่า เขาแปลกใจเพราะไม่ได้นัดต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่

ooooooo

จากที่ไม่ไปสนามบิน ณรัลมาที่โรงแรม สั่งวิทยาลบหลักฐานที่มัดตนทิ้งให้หมด วิทยาเปิดมาเจออีเมลจากลีลา ณรัลเห็นแล้วแค้นใจไม่หายที่เธอพูดว่าเพราะเขาแต่งตั้งเธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไม่ได้ แถมยังไม่ได้ขึ้นเป็นจีเอ็ม เธอไม่ต้องการผู้ชายธรรมดา เขาไม่คู่ควรกับเธอ

คิดแล้วยิ่งแค้นใจ ณรัลให้วิทยาเลื่อนเที่ยวบินไปเป็นเช้าพรุ่งนี้ วิทยาหวั่นใจนึกถึงหลายวันก่อนที่ถูกนรุตม์เรียกเข้าไปพบ ถามทำงานกับณรัลมากี่ปี นรุตม์ยอมรับว่าเขามีผลงานดีและเป็นที่ไว้ใจของณรัล แล้วนรุตม์ก็ยื่นเงินให้ก้อนหนึ่งตรงหน้า แลกกับข้อมูลของณรัล เขาปฏิเสธไม่ต้องการเป็นนกสองหัว นรุตม์พอใจมากเอ่ยขึ้นว่า

“ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณพ่อถึงเลือกใช้คุณ...คลิปวีดิโอกับการแชร์โลเกชั่น” วิทยาหน้าเสียถามท่านประธานบอกหรือ “ท่านไม่ได้บอก ผมเห็นพฤติกรรมของคุณมาสักพักแล้ว ผมรู้ว่าคุณรายงานพ่อไม่หมดเรื่องความผิดของพี่รัล และพยายามแก้ไขโดยที่พี่รัลเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ผมพูดถูกต้องไหม”

“คุณรุตม์กำลังจะต่อรอง บีบให้ผมเป็นนกสองหัวให้ได้”

“ผมอยากให้คุณเป็นคนที่หวังดีต่อพี่รัล ต่อไป หน้าที่ของคุณคือตามไปเป็นผู้ช่วยดูแลพี่รัลให้ดีที่สุด ถ้าพี่รัลมีปัญหาให้โทร.หาผมโดยตรง ผมจะช่วยแก้ไขให้ แค่นี้คุณทำได้ไหม”

วิทยารับคำแต่สงสัยปัญหาระหว่างณรัลกับเขา นรุตม์บอกว่ามันเป็นปัญหาที่ตนต้องแก้เอง และขอบคุณที่ยืนเคียงข้างพี่ชายตน...ธีรพัฒน์ข้องใจทั้งที่ณรัลคิดจะฆ่าแต่ยังให้อภัย นรุตม์เชื่อว่าพี่น้องตัดกันไม่ขาด ตนทำทุกอย่างได้เพื่อให้ทุกคนมีความสุข ไม่อยากฟาดฟัน วันหนึ่งณรัลจะต้องเห็นตนเป็นน้อง...วิทยาแอบฟังหน้าประตูแล้วรู้สึกทึ่งในความดีของนรุตม์

คืนนั้นนรุตม์กำลังจะจอดรถในโรงพยาบาลและได้โทร.ไปหลอกลีลาว่าตัวเองงานยุ่งแต่มีเวลาคิดถึงเธอ ลีลายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลันได้ยินเสียงประตูเปิดก็คิดว่าเขาทำเซอร์ไพรส์ แต่กลายเป็นณรัลโผล่เข้ามาไม่ทันจะร้อง ณรัลพุ่งเข้าคว้ามือถือโยนทิ้ง ด้านนรุตม์แปลกใจที่สายตัดไป

จากที่ภารดีสะกิดทำให้แดนพยายามโทร.หาลีลา แต่เท่าไหร่ก็ไม่ติด ภารดีร้อนใจทนไม่ไหวลุกขึ้นบอกพิมพรรณกับดลว่าพวกตนมีงานด่วนต้องไปเคลียร์ แล้วดึงแดนออกไป ดลกับพิมพรรณกลับคิดว่าทั้งสองเข้ากันได้ดี จึงคุยธุรกิจการรวมโรงแรมกันต่อไป

แม้จะตกใจกลัวแต่ลีลาก็ข่มใจถามณรัลต้องการอะไร เขากราดเกรี้ยวหาว่าเธอลงทุนเจ็บตัวเพื่อจับนรุตม์หวังกอบโกย ลีลาเยาะกลับ

“กอบโกยจากคนที่มี มันดีกว่าเสียเวลากับคนที่โลกไม่จำ ไม่ใช่เหรอคะ”

“เพราะคุณทำให้ชีวิตผมวุ่นวาย คุณเข้ามายุ่งจนชีวิตผมพังไปหมด”

ลีลาเข้าใจว่าณรัลโกรธเรื่องที่ตนปั่นหัวจึงโต้ “อย่าโทษคนอื่นถ้าคุณมันห่วย ช่วยตัวเองไม่ได้ ฉันเข้าใจนะที่คุณพยายามจะโปะตัวเองด้วยรถ ตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่ทุกอย่างที่คุณมีเป็นเพราะพ่อแม่ให้ คุณมันคนธรรมดาที่ไม่มีใครจำและไม่มีวันอยากจำด้วยซ้ำ”

ณรัลยิ่งเจ็บแค้นปรี่เข้าบีบไหล่ทั้งสองข้างของลีลา เธอหน้าเสียด้วยเจ็บแผลพยายามดิ้นให้หลุด เขาเสียงกร้าวว่าเธอจะต้องจำเขาไม่มีวันลืม ว่าแล้วก็ผลักเธอลงบนเตียงโถมตัวเข้าหมายจะข่มขืน ลีลาดิ้นรนสู้สุดฤทธิ์เหลือบเห็นโทรศัพท์ของโรงพยาบาลจึงเอื้อมสุดมือคว้ามาฟาดหัวเขาได้สำเร็จ ณรัลมึนหงายไปทำให้เธอฉวยโอกาสวิ่งหนีออกจากห้อง

นรุตม์ยืนรอลิฟต์ เพราะตัวหนึ่งมีช่างกำลังซ่อม อีกตัวบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้เข้าไปก่อน...ลีลาวิ่งออกมาไม่เห็นใครที่จะขอความช่วยเหลือได้ จึงวิ่งไปที่หน้าลิฟต์พยายามกดด้วยใจที่หวาดกลัว เห็นณรัลวิ่งมาใกล้ถึงตัว เธอยิ่งกดลิฟต์รัวจนเห็นประตูเปิดออก เจอหน้านรุตม์ก็ดีใจโผกอดจนเขาเซกลับเข้าไปในลิฟต์ เธอรีบกดให้ประตูปิด นรุตม์เห็นหน้าณรัลจังหวะที่ประตูจะปิดก็ตกใจรีบถามว่าเขาทำอะไรเธอ ท่าทางลีลายังหวาดกลัว

“เขาเสียหน้าที่ฉันไม่เลือกเขา เขาพยายามจะ...” ลีลาร้องไห้ ทันใดลิฟต์กระตุกแล้วค้าง

นรุตม์ขยับไปกดปุ่มขอความช่วยเหลือ หันกลับมาเห็นลีลามีอาการหายใจไม่ออก เหงื่อท่วมตัว กำมือแน่นเกร็ง...ลีลามีอาการหลอนภาพอดีตวัยเด็กที่โดนขังในห้องมืดขณะฝนตกฟ้าคะนอง เงาต้นไม้ที่ไหวไปมาทำให้เธอกรีดร้องหวาดกลัวฝังใจ หายใจติดขัดแทบขาดใจตาย

ไฟในลิฟต์ติดๆดับๆยิ่งทำให้ลีลาหวาดกลัวหน้าซีดจิกเล็บลงบนแขนตัวเอง นรุตม์ตกใจถามเธอเป็นอะไร ลีลาลุกขึ้นไปเคาะประตูร้องให้เปิด เปิดเดี๋ยวนี้ ท่าทางเธอเหมือนคนคลุ้มคลั่งหวาดกลัวจนเขาตะลึง รีบเข้าไปกอดปลอบให้คลายความกลัว

“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่กับคุณ ผมจะไม่ให้คุณเป็นอะไร เชื่อผมนะ...ผมอยู่ตรงนี้อยู่กับคุณ ผมจะดูแลคุณเองนะลี หายใจช้าๆ ผมอยู่กับคุณนะลี...”

ลีลาค่อยสงบลงด้วยเสียงอบอุ่นของนรุตม์...ในขณะที่ภารดีพยายามกดโทรศัพท์หาลีลาด้วยเครื่องของแดน เพราะเขากำลังขับรถอยู่ แดนสงสัยทำไมเธอถึงคิดว่านรุตม์อยู่กับลีลา ภารดีไม่ตอบแต่เครียดจากคำพูดของแม่

ด้านหน้าลิฟต์ วัลภากับฤดีเร่งให้ช่างซ่อมลิฟต์โดยเร็วเพราะรู้ว่าลีลากลัวที่แคบ พอประตูลิฟต์เปิดเห็นนรุตม์ประคองลีลาที่หลับไปด้วยความเพลียอยู่ในอ้อมแขนเขา สองเพื่อนตะลึง

ooooooo

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นรุตม์ไม่ไว้ใจใครอีก พาลีลาย้ายออกจากโรงพยาบาลในคืนนั้น วัลภากับฤดีเคลียร์ค่าใช้จ่ายเสร็จเดินออกมา เจอแดนกับภารดีหน้าตื่นมาถาม ลีลาไปไหน พยาบาลบอกว่าออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นเพราะมีมือถือจอแตกของลีลาทิ้งไว้

วัลภากับฤดีบอกแค่ว่ามีคนมาก่อกวน ตอนนี้ลีลาปลอดภัยแล้ว ต้องการความสงบไม่ให้ใครรบกวน แดนขอเจอสักนิดก็ไม่ได้ ภารดีชักสงสัยจะเกี่ยวข้องกับนรุตม์ไหม จึงลองโทร.หา...

มือถือนรุตม์วางอยู่บนโต๊ะในเพนท์เฮ้าส์ ส่วนตัวเขาดูแลห่มผ้าให้ลีลาอยู่ในห้องนอน เขาพาเธอมาพักที่เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัว...ภารดีให้แดนขับรถพามาที่บ้านนรุตม์ ซักถามเพ็ญยังไม่ได้ความอะไร แดนเห็นว่าถ้านรุตม์รู้จะพาลโกรธเธอมากขึ้น จึงดึงตัวกลับมาขึ้นรถ ภารดีโวยยังไม่รู้อะไรเลย เขาจะปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันหรือ แดนถอนใจ

“ผมไม่ได้สบายใจหรอกนะ แต่เราวิ่งพล่านแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้านรุตม์รู้ว่าคุณตามสืบเสาะวุ่นวายชีวิตส่วนตัวเขา เขาจะรู้สึกว่าคุณล้ำเส้น ผมพูดถูกไหม” เห็นภารดีอึ้งจึงแย็บถาม “นรุตม์เป็นคนให้เกียรติผู้หญิงไหม”

“เขาเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงเลยล่ะ”

“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะลีลาก็หัวโบราณ ผมเชื่อในคนของผม ถ้าคุณยืนยัน เราต้องเชื่อในเกียรติของคนที่เราชอบ ว่าไง” แดนถามย้ำ

ภารดีเชื่อ แดนสรุปให้จบที่รอทั้งสองกลับมาหรือเธอมีวิธีที่ดีกว่า เธอส่ายหน้าเศร้าๆ...

ในคืนนั้นลีลาตัวร้อนเพ้อด้วยพิษไข้เพราะแผลระบมจากที่โดนณรัลทำร้ายที่โรงพยาบาล นรุตม์เช็ดตัวให้อย่างห่วงใย เธอเพ้ออย่าทิ้งตนไว้คนเดียว นรุตม์จับมือเธอบีบส่งความรู้สึกบอกให้รู้ว่า เขาจะไม่ไปไหน จะอยู่ข้างๆเธอให้นอนเสีย...ลีลาจึงสงบลง

ด้านแดนยังพยายามโทร.หาลีลาจนดลเข้ามาเตือนว่า วัลภากับฤดีบอกลีลาปลอดภัยก็ควรเลิกหงุดหงิด สองคนนั้นคบกับลีลามานานถ้ามีอะไรไม่ดีคงไม่ปล่อยเธอไป และที่ทั้งสองไม่บอกว่าอยู่ที่ไหนแสดงว่ามีเหตุผล... รักเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าลีลาไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีประโยชน์ หักใจเสีย แดนโอดครวญว่าตนรักเธอมายี่สิบกว่าปีจะเลิกได้อย่างไร

“มีผู้หญิงดีอีกมากนะแดน”

“หัวใจผมไม่ใช่สวิตช์ไฟที่จะเปิดปิดกับใครก็ได้นะครับพ่อ”

ดลอ่อนใจแล้วจะรอถึงเมื่อไหร่ แดนเองก็ไม่รู้ อาจจะชั่วชีวิต...ไม่ต่างจากภารดีที่งุ่นง่านจนพิมพรรณต้องเตือนสติว่า อีกไม่นานสิ่งที่อยากรู้ก็คงจะรู้ ภารดีเอะใจว่าแม่ต้องรู้เรื่องนรุตม์

“แม่ไม่รู้หรอกลูก แต่เราเห็นการกระทำที่เขาทำต่อเรา เอมก็น่าจะเดาได้ เอมคิดว่านรุตม์ชอบเอมแบบที่เอมชอบเขาไหม...มองโลกตามความเป็นจริง ไม่หลอกตัวเองนะ แม่เป็นคนนอกมองเข้าไปยังเห็นความจริง แล้วเอมล่ะลูก” พิมพรรณให้แง่คิดและดักคอ ภารดีน้อยใจสารภาพว่าตนรักนรุตม์ พิมพรรณปลอบ “มันคงถึงเวลาที่ลูกจะได้เรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร”

ภารดีพูดไม่ออกสวมกอดแม่น้ำตานองหน้าด้วยความปวดร้าวใจไม่มีทางออก...

เช้าวันใหม่ ลีลาลืมตาขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ มองไปเห็นอ่างน้ำกับผ้าขนหนูวางอยู่ เดินมองไปทั่วพบว่าตัวเองอยู่ในห้องคอนโดหรู พยายามทบทวนเหตุการณ์เมื่อวาน นรุตม์เปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงโจ๊กและชาร้อนที่ลงไปซื้อมาให้

ลีลารีบถามที่นี่ที่ไหน นรุตม์บอกว่าเป็นคอนโดส่วนตัวของเขา ที่ให้เธอมาพักเพราะจะได้ไม่มีใครมารบกวนอีก เธอจะกลับบ้านเขาจึงขู่ว่าณรัลยังตามหาเธออยู่ ลีลาไม่กลัวและติงเขาไม่มีสิทธิ์ลักพาตนมาที่นี่ นรุตม์ดึงเธอให้มานั่งบอกให้ดูสังขารตัวเอง พักให้หายแล้วค่อยกลับ เขาเห็นลีลาสงบลงแต่ยังวางฟอร์มปึ่ง จึงใช้มือขวาอ้อมมาด้านหลังเธอ จับช้อนจะป้อนโจ๊ก

ลีลารู้ทันถามใครเขาป้อนกันแบบนี้ นรุตม์อ้างตน ถนัดแบบนี้ เธอสะบัดตัวออกจะทานเอง แล้วบ่นถ้าเพื่อนๆรู้ว่าตนหายตัวไปเขาตายแน่ นรุตม์อมยิ้มเฉลยว่า เพื่อนทั้งสองของเธอรับรู้ ลีลาชะงัก เลี่ยงออกมาโทร.กลับไปโวยวัลภา ที่เอาตนใส่พานยกให้ผู้ชายง่ายๆได้อย่างไร

“ก็อาการคุณรุตม์แสดงออกขนาดนั้น”

ลีลาถามอาการอะไร วัลภาจึงเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟังว่า นรุตม์เป็นห่วงมากที่เห็นเธอกรีดร้องในลิฟต์ เข้าใจว่าเพราะเครียดสะสมจากทุกเรื่องที่รุมเข้ามา จึงขอดูแลเธอเอง...เล่าจบแกล้งแย็บรู้เรื่องหมดแล้วยังอยากกลับไหมตนจะไปรับ ลีลาเงียบตัดสินใจยังไม่กลับ

นรุตม์เอายามาให้กินและถามรู้แล้วใช่ไหมว่าตนไม่ได้ลักพาตัว ลีลาวางฟอร์มอ้างว่าที่ยอมอยู่ต่อเพราะเขาต้องรับผิดชอบอาการบาดเจ็บของตน เขายิ้มรับด้วยความดีใจ

ทุกอย่างลงตัวนรุตม์ก็แต่งตัวจะไปทำงาน บอกเธอว่าจะกลับใกล้ค่ำเพราะมีประชุม ตนเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้แล้ว ส่วนมื้อเย็นจะซื้อเข้ามาเอง ลีลาแอบยิ้ม

“ผมวางคีย์การ์ดไว้ตรงนี้นะครับแล้วก็มือถือเครื่องนี้ไว้ใช้ มีอะไรก็โทร.เข้ามือถือผมได้ตลอด” ลีลาถามไม่กลัวตนหนีหรือ “ผมให้เกียรติคุณตัดสินใจ แต่ผมก็หวังว่าจะกลับมาเจอคุณ”

ทางบ้าน ศตวรรษลงมาที่โต๊ะอาหารถึงรู้ว่านรุตม์ ไม่ได้กลับ ศิรินธารหาว่าไปนั่งเฝ้านอนเฝ้าลีลาอยู่ ศิริเอ็ด อย่าพาดพิงคนอื่นทั้งที่ยังไม่รู้จริง หาญกล้าสุดทนขอตัวไปทำงาน ศิรินธารไม่พอใจจะโวย ศิริปรามจะพูดอะไรควร ให้เกียรติสามีทั้งต่อหน้าและลับหลัง กัลยาจะช่วยลูก

ศิริขัด “คุณกัล...สามีภรรยาเหมือนคนคนเดียวกัน การเหยียดหยามสามีก็ไม่ต่างจากเหยียดหยามตัวเอง ความสะใจที่ได้ทำให้คู่ชีวิตรู้สึกผิด ต่ำต้อยตลอดเวลาไม่ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข ชีวิตคู่ไม่ควรมีมือที่สามตัดสินถูกผิด คู่แปลว่าสองไม่ใช่สาม เข้าใจนะครับ”

กัลยานิ่งที่โดนเบรก ศิรินธารครุ่นคิดไม่ยอมจบง่ายๆ ศตวรรษแทรกถามว่าณรัลหายไปไหน กัลยาชะงักสบตาศิริก่อนจะตอบลูกว่าอย่าถามตนเลย ศตวรรษมองพ่อซึ่งให้คำตอบว่าไปทำงานแต่ไม่บอกว่าที่ไหน ทำให้เขาเหวอที่เหมือนไม่รู้อะไรอยู่ดี

ooooooo

ณรัลเดินทางมาถึงรีสอร์ตที่แม่ฮ่องสอน รัตนาภรรยาวิรัตน์พาณรัลกับวิทยาสำรวจพื้นที่ เธอสาธยายว่าไม่ได้เปิดกิจการตั้งแต่ที่วิรัตน์ตายและเหน็บ ถ้าไม่ใช่ เพราะศิริทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้ ณรัลสวนคนขี้แพ้ มักจะหนีแบบนี้ รัตนาหันขวับมามองอย่างไม่พอใจ ณรัลใส่ไม่เกรง

“ที่คุณยังมีกินมีใช้ไม่ใช่เพราะเงินจากคุณพ่อซื้อรีสอร์ตห่วยๆนี่ไว้เหรอครับ”

“มันจะมากไปแล้วนะ”

“น้อยไปด้วยซ้ำ ผมขอเตือนว่าให้คุณเจียมตัวซะบ้าง ไม่อย่างนั้นเงินที่คุณพ่อสัญญาจะให้เปอร์เซ็นต์จากรีสอร์ตทุกสิ้นปี มันจะถูกยกเลิก”

“พี่ศิริจะกล้าเหรอ”

“ปล่อยให้อาวิรัตน์ตายยังทำมาแล้ว ถ้าจะปล่อยให้พวกปากมากอดตายคงไม่ยากหรอกครับ ลูกยังเล็กไม่ใช่เหรอครับ”

รัตนาโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้สะบัดหน้าเดินหนี วิทยาเตือนณรัลไม่กลัวเธอจะไปฟ้องศิริหรือ ณรัลตากร้าวไม่ว่าจะทำดีหรือเลวก็ไม่แปลกเพราะที่ที่ตนอยากอยู่คือคาสเทิล...

หงุดหงิดใจมาตลอดคืน แดนทนไม่ไหวมาหานรุตม์ที่โรงแรมถามลีลาอยู่ที่ไหน ต่อว่าเขาไม่มีสิทธิ์กักตัวเธอไว้ นรุตม์แก้ตัวไม่เคยกักตัวเธอ เธอมีอิสระจะไปไหนก็ได้ แล้วนรุตม์ก็จดเบอร์โทรศัพท์ของลีลาให้แก่แดน เน้นถ้าเธอต้องการให้เขาไปรับตนจะไม่ขวาง

“คุณมั่นใจว่าลีเลือกจะให้คุณเป็นคนดูแลหรือ”

นรุตม์ตอบว่าตนให้เกียรติลีลาตัดสินใจเอง แดนเจ็บลึกๆแต่ยังแย้ง “ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงเชื่อมั่นว่าลีจะยอมให้คุณเป็นคนดูแล แต่ระหว่างผมกับลี เรามีความผูกพันที่ยาวนาน” นรุตม์รับคำไม่สะทกสะท้าน แดนข่ม “มีผู้ชายหลายคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของลี แล้วก็ต้องเดินออกไป แต่คนที่ยังยืนอยู่ก็คือผม คุณก็จะไม่ต่างจากผู้ชายพวกนั้นเหมือนกัน” แดนหยิบโน้ตกลับออกไป

นรุตม์หันมาเครียดเพราะไม่ได้มั่นใจเลยว่าลีลาจะเลือกตน...ในขณะที่ลีลาเปิดตู้เย็นเห็นกล่องอาหารที่นรุตม์ทำไว้ให้ มีกระดาษโน้ตว่า...กินข้าวแล้วอย่าลืมกินยา ผมเป็นห่วง...ไม่ทันไร แดนโทร.เข้ามาถามอาการและถามว่านรุตม์ขังเธอไว้ใช่ไหม ลีลาอึ้งไปชั่วครู่ตัดสินใจบอกตนอยู่ในที่ปลอดภัยและไม่ได้โดนขังแค่อยากพักผ่อนไม่ให้ใครรบกวน แดนน้อยใจที่เห็นเขาเป็นคนอื่น เธอเสียงอ่อยไม่เอาน่า แดนจึงเอาชลัมภ์มาอ้างว่าเธอกำลังใกล้ชิดนรุตม์เพราะเรื่องพ่อใช่ไหม และย้ำให้จำไว้ว่านรุตม์เป็นลูกศัตรูของพ่อ อย่าทำให้ท่านผิดหวังเจ็บปวด

คำพูดของแดนทำให้ลีลาสับสนว้าวุ่นใจ เธอคว้าคีย์การ์ดเดินออกจากห้อง...นรุตม์เมื่อให้เบอร์แก่แดนก็ไม่สบายใจกลัวเขาเอาลีลาไปจากตน จึงรีบทำงานเพื่อกลับไปหาเธอ ธีรวัฒน์แปลกใจมีอะไรถึงรีบร้อน เขาบอกเพียงว่าอยากเช็กบางเรื่องให้แน่ใจจะได้รู้ว่าควรทำอะไรต่อ

แดนหงุดหงิดที่ลีลาตัดบท มาหาภารดีที่สนามปีนผาจำลอง พบเธอไม่มีสมาธิในการปีนจนหล่นลงมาจึงเตือนอย่าใจร้อน ทำอะไรให้มีสติจะได้รู้ว่าเราพลาดอะไรเป็นบทเรียนคราวหน้า

“คุณคิดว่ายังมีคราวหน้าสำหรับเราอีกเหรอ”

“ไอ้เสียงท้อๆแบบนี้อย่าบอกนะว่าคุณจะยอมแพ้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนไม่นับว่าแพ้”

“แต่พี่รุตม์ไม่เคยแคร์ผู้หญิงคนไหนเท่าคุณลีลา”

“ผมรักของผมมาเป็นสิบๆปี จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ...ไม่มีทาง แต่ถ้าคุณจะถอย...”

ภารดียืดขึ้นว่าถ้านรุตม์ไม่ยืนยันจากปาก ตนจะไม่ไปไหน ทั้งสองตีมือตกลงสู้ๆ แต่ไม่วายภารดีกำชับแดนห้ามเล่นสกปรกกับนรุตม์ แดนค่อนขอดยังจะห่วงอีก เธอตวัดเสียงว่าตนรักของตน แดนเองก็ไม่อยากเป็นคนเลวในสายตาคนที่รัก ภารดีย้ำตนก็เช่นกัน

ooooooo

แม้จะเชื่อมั่นในตัวเองแต่ก็เขวเพราะคำพูดของแดนไม่น้อย นรุตม์รีบกลับมาคอนโด ไม่พบลีลาก็ใจหาย ไม่ทันไรเธอเปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงหนังสือในมือ เขาดีใจยิ้มแก้มแทบปริ ลีลาเห็นสีหน้าเขาก็ขำถามมีอะไร เขาบอกดีใจที่เธอไม่ได้หนีตนไป

“ฉันเจ็บเพราะคุณ ก็ควรจะอยู่ให้คุณตอบแทน สำนึกในบุญคุณฉันสิ จริงไหม”

นรุตม์ยิ่งยิ้มจนเธอเขินเสถามถึงอาหารเย็นที่บอกจะซื้อกลับมา เขานึกได้ว่าลืมเพราะมัวกลัวเธอหนี ลีลาอึ้งกับท่าทีบอกความในใจของเขา แกล้งกลบเกลื่อนติงว่าคำหวานไม่ได้ทำให้ท้องอิ่ม นรุตม์จึงรีบบอกว่ามื้อนี้จะลงมือทำให้เอง ลีลาทึ่งในอีกมุมของชายคนนี้

นรุตม์ทำข้าวผัดอย่างคล่องแคล่วดูง่ายดาย เขาบอกว่าเพ็ญเป็นคนสอน เพ็ญเหมือนแม่อีกคนของตนเพราะเลี้ยงตนมาแต่เล็ก แล้วนรุตม์ก็อดนึกถึงความขมขื่นในอดีตไม่ได้ ครั้งที่ตนทำข้าวผัดนี้ให้กัลยา ไม่เพียงเธอไม่สนใจยังหันไปชื่นชมกับขนมที่ณรัลซื้อฝากมากกว่า

นรุตม์สลัดความรู้สึกน้อยใจนั้นทิ้งไป หันมาหาลีลา ปรากฏว่าเธอทานข้าวผัดจนหมดจาน และทำท่าจะกินจานของเขาอีก เขายิ้มปลื้มช่วยเช็ดข้าวที่ติดปากเธอให้ ลีลารู้สึกวูบวาบรีบลุกขึ้นขอตัวไปอ่านหนังสือที่ซื้อมา นรุตม์แอบยิ้มเริ่มสัมผัสความรู้สึกของเธอได้บ้าง

หลังจากล้างจานเก็บของเรียบร้อย นรุตม์เห็นลีลาพยายามจะทำแผลที่หัวไหล่ให้ตัวเอง ดูยักแย่ยักยัน จึงเข้าไปดึงขวดยามาทำให้ ลีลาอดค่อนขอดไม่ได้ว่าเขาไม่กลับบ้านมาอยู่ที่นี่ไม่กลัวแฟนจะโกรธหรือ นรุตม์ตอบทันทีว่าตนเป็นอิสระไม่มีแฟน ลีลาไม่อยากเชื่อเพราะมีเซฟเฮาส์แบบนี้ต้องมีสาวมาบ้าง เขาบอกว่าที่นี่มีเพียงน้องชายเท่านั้นที่มาพัก

“...แม้แต่เอมก็ไม่รู้ว่าผมมีที่นี่ คุณจะเป็นคนเดียวที่ได้มาที่นี่”

ลีลาปลื้มแต่เก็บอาการ นรุตม์หมั่นไส้จับให้เธอหันมา ถามไม่เชื่อหรือ ลีลาโต้ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงทุกวัน ตนไม่อยากคาดหวัง เขาย้ำจะไม่สัญญาแต่จะทำให้เห็น เธอรับคำจะคอยดู

วันต่อมานรุตม์เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ แล้วมานั่งดูลีลาออกแบบเสื้อผ้าผู้ชาย จากนั้นก็ทำงานเอกสารของตัวเองจนผล็อยหลับ ลีลาเอาผ้าชุบน้ำมาวางบนตาให้เพื่อคลายเครียด เขาคว้ามือเธอมากุมอย่างสุขใจ ลีลาเองก็มีความสุขที่ได้ใกล้ชิดเขา

ด้านภารดีร้อนรุ่มมาถามแดนติดต่อลีลาได้หรือยัง เขาไม่อยากให้เธอสะเทือนใจจึงบอกยังติดต่อไม่ได้แต่แย็บถาม ถ้านรุตม์กับลีลาอยู่ด้วยกันเธอจะทำอย่างไร จะยิ้มทั้งน้ำตาไหม

“คุณคงไม่คิดว่าเราสองคนจะยิ้มมีความสุข ถ้าคนที่เรารักอยู่กับคนอื่นใช่ไหม...”

แดนเลียบเคียงถามเธอรู้ไหมว่านรุตม์มีเซฟเฮ้าส์ที่ไหนบ้าง ภารดียอมรับว่าไม่รู้เรื่องส่วนตัวของนรุตม์เลย แต่รู้ว่าเขาเป็นคนดีที่สุดในโลก ไม่เคยฉวยโอกาสใดๆ แดนแอบหมั่นไส้ ทันใดเขาก็เห็นพนักงานโรงแรมเหมือนตื่นตระหนกอะไรกัน ผู้จัดการเข้ามารายงานว่ามีแขกทะเลาะกันที่ห้องจัดเลี้ยง แดนกับภารดีจึงรีบไปดู

เห็นศิรินธารกำลังตบตีกับไฮโซคนหนึ่ง ไฮโซอีกสองคนพยายามห้าม ภารดีตกใจเข้าไปดึงศิรินธารออกมาถามมันเรื่องอะไรกัน ศิรินธารบอกว่าพวกนี้ปากเสียนินทาตน แดนช่วยเคลียร์คู่กรณี...ภารดีดึงศิรินธารออกมาที่สวนของโรงแรม ถามทำแบบนี้แล้วได้อะไร เธอบอกได้สะใจ

ภารดีเหน็บ “แล้วก็เป็นข่าว ได้เสียชื่อ ได้เพิ่มข่าว ให้คนอื่นเม้าท์กันสนุกปาก ได้ทำให้คุณลุงคุณป้าเสียใจด้วยใช่ไหม” ศิรินธารโต้ว่าพวกนั้นพูดจาไม่ดี ภารดีให้เล่าออกมา

“มันบอกว่าลูกหยีโง่โดนผัวหลอก ไม่มีใครสนใจว่าลูกหยีเจ็บแค่ไหน มีแต่คนสมน้ำหน้า ซ้ำเติม ลูกหยีเกลียดพวกมัน เกลียดๆๆ” ภารดีย้อนถามว่าพวกนั้นมีค่าที่ต้องเสียใจหรือ “แต่ลูกหยีทนไม่ได้ที่พวกมันพูด ลูกหยีเจ็บ”

“ที่ลูกหยีเจ็บไม่ใช่เพราะคำพูดของคนอื่น แต่เป็นเพราะความคิดของลูกหยีเอง ถ้าลูกหยีไม่ฟังก็จะไม่เจ็บปวด เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ก็เปลี่ยนที่ความคิดเราแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นนะ”

ศิรินธารร้องไห้โผกอดภารดีว่าตนทำอะไรไม่เคยถูกในสายตาทุกคน ตนไม่มีใคร ภารดีปลอบว่ายังมีพี่ ให้ เลิกร้องไห้แล้วตนจะไปส่งบ้านให้ แดนเข้ามาได้ยินทุกคำ ทึ่งในตัวภารดีมากขึ้น ภารดีพยักพเยิดให้เขาขับรถตามไป

กัลยากำลังร้อนใจที่ศิรินธารยังไม่กลับ จะให้ศตวรรษตามก็พอดีภารดีพาเดินเข้ามาอ้างว่าเธอดื่มหนักไปหน่อยจึงขับรถมาให้ แล้วเลียบเคียงถามถึงนรุตม์ ศตวรรษบอกว่าไม่กลับอาทิตย์หนึ่งแล้วคงงานยุ่ง ภารดีฉุกคิดขอตัวกลับออกมา แดนจอดรถรอหน้าบ้าน ภารดีถามแดนว่าลีลาหายไปจากโรงพยาบาลกี่วัน นับแล้วเท่ากับวันที่นรุตม์ไม่กลับ แดนชักกังวลไปด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:20 น.