ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"



ลีลาเห็นว่าวันนี้ตนไม่ได้เป็นคนเลี้ยงขอบคุณนรุตม์ แต่เขากลับบอกว่าเท่านี้ก็ดีมากสำหรับเขาเพราะเขาไม่มีเพื่อนกินเบอร์เกอร์มานาน หวังว่าคงมีช่วงเวลาแบบนี้อีก เธอยิ้มรับ

ช่างเป็นความสุขเล็กๆสำหรับลีลาแต่เธอต้องพยายามตัดใจเมื่อคิดถึงความเจ็บปวดของพ่อ ตัดสินใจเกมนี้ตนจะเป็นเบี้ยล่างไม่ได้ กดโทรศัพท์หาฤดีให้ส่งเมลงานที่คาสเทิลแลนด์มาให้เดี๋ยวนี้ พอได้มาก็ส่งหาณรัลพร้อมข้อความ ว่างเมื่อไหร่ให้ติดต่อกลับ ไม่นานก็เป็นตามคาด

ขณะเดียวกัน นรุตม์ได้รับโทรศัพท์จากธีรพัฒน์ จึงรีบมาที่ห้องณรัลและหลบอยู่ สักพักณรัลเดินหัวเสียเข้ามาพร้อมชาญ โวยว่าไม่ได้เรียกอย่ามา แต่ชาญบอกว่าตนร้อนใจ เรื่องที่เขาขอเพิ่มค่าประสานงานอีก 20 เปอร์เซ็นต์ มันมากเกินไป ณรัลหาว่าเขากอบโกยจากคาสเทิลไปไม่น้อย ชาญโต้ตนก็ให้ใต้โต๊ะเขาไม่น้อยเหมือนกัน ณรัลว่านั่นเป็นการอำนวยความสะดวก ตนต้องการ 20 เปอร์เซ็นต์เป็นเงินสดทันทีที่เริ่มงาน ชาญเห็นว่าจะเป็นการแบกภาระเพิ่มขึ้นของตน ณรัลไม่สนใจเพราะชาญจะได้จากโครงการคาสเทิลแลนด์ที่ตนจะผลักดันให้อีก

ชาญแย้ง ณรัลตัดบทยังมีอีกหลายเจ้าที่พร้อมจะมาร่วมงาน ชาญจำต้องตกลง...นรุตม์ซึ่งแอบฟังอยู่ในห้องน้ำถึงกับอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ณรัลจับมือตกลงกับชาญแล้วออกไปส่งที่ลิฟต์ ลีลาเดินมาพอดี เขาตกใจแต่ทำเนียนว่าเธอมาเร็วกว่าที่นัดไว้ จึงให้เข้าไปรอในห้องก่อน

ลีลาเดินเข้ามาเป็นจังหวะที่นรุตม์ออกจากห้องน้ำ ทั้งสองตกตะลึงไม่ทันคุยกัน ได้ยินเสียงณรัลกลับเข้ามา นรุตม์จึงดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำกดล็อก เขารีบบอกเธอว่ามีธุระที่จะให้ณรัลรู้ไม่ได้ ลีลายังงงๆแต่พอได้ยินเสียงณรัลเรียก จึงตอบว่าขอล้างมือสักครู่

ลีลาออกจากห้องน้ำพยายามจะชวนณรัลไปคุยงานข้างนอก แต่เขากลับบอกว่าคุยในห้องนี้ดีแล้ว เธออ้างว่าไม่ชอบคุยอะไรที่เป็นทางการ บรรยากาศดีๆจะช่วยสร้างสรรค์ไอเดีย ณรัลจึงยอมโดยเป็นผู้ออกไอเดียว่าจะไปที่ไหน...

ณรัลพาลีลามาที่ท่าน้ำหลังโรงแรม มีเรือจอดอยู่ เขาพาลงเรือออกไปล่องกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ลีลาจำต้องโปรยเสน่ห์และชมเชยเขามากๆเพื่อให้เขาตายใจและคาดหวัง

ooooooo

เผอิญแดนและภารดีมีกิจกรรมยามว่างอย่างเดียวกัน คือการปีนหน้าผาจำลอง ทั้งสองพบกันโดยบังเอิญ และทำให้ภารดีตกใจจนหล่นลงมา แต่มีเชือกเซฟตัวไว้ แดนช่วยจับมือเธอจึงร่วงลงมาที่เบาะด้วยกัน ภารดีโวยเพราะเขาทำให้เธอเสียสมาธิ แดนถือโอกาสถาม

“ณรงค์บอกผมว่าคุณไม่ยอมกลับไปทำงาน ทำให้ทีมไม่ยอมกลับไปด้วย”

“ฉันบังคับใครให้ทำหรือไม่ทำงานกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ ลองพิจารณาดูไหมคะว่าทำไมเขาถึงไม่อยากทำงานกับคุณ”

แดนเสนอค่าจ้างเพิ่ม ภารดีโต้ว่าเงินซื้อตนไม่ได้ ตนจะกลับไปทำงานเมื่ออยากกลับใครก็บังคับไม่ได้ แดนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงท้าแข่งปีนหน้าผา ใครแตะกระดิ่งบนยอดก่อนคนนั้นชนะ หญิงสาวรับคำท้า...ทั้งสองเริ่มปีนหน้าผาอย่างคล่องแคล่ว แล้วหญิงสาวก็ใช้ความชำนาญเทกตัวขึ้นไปตีกระดิ่งได้ก่อน แดนเสียหน้าแต่ก็ยอมรับความพ่ายแพ้ถามเธออยากได้อะไร

“ฉันได้ชนะคนอย่างคุณ ฉันก็พอใจแล้วค่ะ” ภารดียิ้มเย้ย

ค่ำวันนั้นนรุตม์เข้ามานั่งสมาธิในห้องพระก่อน เพ็ญเข้ามาเห็นก็รู้ว่าเขาต้องมีเรื่องไม่สบายใจ นรุตม์เล่าว่ามีการทุจริตในโรงแรม ยากที่ตนจะจัดการได้ เพ็ญให้สติ

“การที่คุณรุตม์จัดการปัญหาโดยที่คนก่อปัญหาไม่รู้สำนึก มันคือการเลี้ยงปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหานะคะ แก้ที่สาเหตุเถอะค่ะ ให้เขารู้ตัวให้กลัวความผิด ป้ารู้ว่าคุณรัลเปลี่ยนความคิดยาก ป้าเลี้ยงคุณๆมากับมือนะคะ คนเราถ้าคิดถูกโปร่งใส ใจสูงคือหนทางสู่เกียรติยศที่แท้จริง คิดผิดคอร์รัปชัน จิตวิญญาณต่ำคือหนทางสู่หายนะ คุณอยากให้คุณรัลเดินไปทางไหนล่ะคะ”

นรุตม์ฟังคำเพ็ญแล้วตัดสินใจทำบางอย่าง รุ่งเช้าณรัลโวยวายที่เขาระงับการรีโนเวททั้งที่เป็นความรับผิดชอบของตน นรุตม์ไม่พูดพล่ามเปิดคลิปเสียงการสนทนาของเขากับชาญให้ฟัง ณรัลตาโพลงกลับหาว่านรุตม์คิดจะเขี่ยตนออก แต่มันไม่ง่าย นรุตม์ยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้เขาโกงโรงแรมต่อไปได้อีก ตนจะไม่บอกพ่อถ้าเขายอมทำตามที่ขอ

ณรัลอารมณ์เสียกลับมาบ่นกับวิทยาว่านรุตม์จะยึดทุกอย่างขายทอดตลาด วิทยาเห็นว่าดีแล้ว เพราะถ้าศิริรู้เกรงว่ากัลยาก็จะช่วยอะไรเขาไม่ได้ ณรัลไม่ยอมเสียเครดิต วิทยาแนะนำอีกทางให้ขายรถหรือไม่ก็สารภาพกับศิริ แต่เขาไม่ยอมสักทาง

ในขณะที่ลีลาเสิร์ชเน็ตดูเรื่องราวของกัลยา จึงรู้ว่าเธอต้องไปงานสมาคมสตรี เป็นงานแชริตี้งานการกุศล ลีลายิ้มเหยียดว่าเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ พลันได้ยินเสียงฤดีกล่อมวัลภา ที่กำลังจะขัดใจแม่ไม่ยอมออกงานกับท่าน วัลภาเบื่องานสมาคมของแม่ ลีลาได้ยินรู้ว่าเป็นงานเดียวกับที่กัลยาไป จึงช่วยโอ้โลมวัลภาให้ไปงานนี้แล้วตนกับฤดีก็จะไปด้วย วัลภายังเคืองเรื่องที่ลีลาไม่บอกว่าจะทำอะไรกับศิรินธาร ลีลาสัญญาจบเรื่องน้ำหอมเมื่อไหร่จะบอกเหตุผล

ลำไพรอดหมั่นไส้ไม่ได้ที่หาญกล้าออกหน้าจัดงานเปิดตัวน้ำหอมของศิรินธาร พอดีลีลาโทร.เข้ามา หาญกล้ารับคำแล้วออกไป ลำไพรหูผึ่งทันที

ที่ลานจอดรถ นรุตม์กำลังหยิบเอกสารในรถ เห็นหาญกล้าเดินคุยโทรศัพท์แล้วไม่ทันไรลีลาก็ขับรถมาจอดรับ เขาแปลกใจและสงสัย

ด้านหน้าสมาคมสตรี วัลภากับฤดีในชุดสวยหรูเดินลงจากรถ วัลภาบ่นว่าทำไมลีลาจะต้องขับรถมาเองอีกคัน มาพร้อมกันก็สิ้นเรื่อง ฤดีมองไปเห็นกัลยาเดินคู่กับศิรินธารก็รีบสะกิดบอกเพื่อนว่า ไฮโซจิตแตกมางานนี้ด้วย วัลภากังวลใจคิดจะโทร.บอกลีลาไม่ต้องมา

ภายในงาน กัลยาจูงศิรินธารเข้าทักทายอาภา ศิรินธารถือโอกาสแจกการ์ดเชิญร่วมงานเปิดตัวน้ำหอม อาภาแสดงความยินดีที่ดีลงานกับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ได้เพราะหลายคนเจรจาแล้วไม่สำเร็จ ตนจะพาลูกสาวไปออกงานด้วย ไม่ทันไรวัลภาเดินเข้ามากับฤดี ศิรินธารตะลึงเมื่อรู้ว่าวัลภาเป็นลูกสาวอาภา อาภาเองก็กระซิบลูกสาวให้โทร.บอกลีลาไม่ต้องมา แต่สายเกินไป

“สวัสดีค่ะคุณป้า ขอโทษนะคะที่ลีมาช้า” ลีลาสวัสดีอาภาและกัลยาแล้วปรายตาเปิดศึกกับศิรินธาร “ลีเคยได้ยินว่างานของสมาคมคือช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุกคามด้วยความรุนแรง งานแบบนี้ต้องเป็นคนที่มีเมตตาด้วยใจบริสุทธิ์นะคะถึงจะทำได้”

ศิรินธารสวนหมายความว่าอย่างไร ลีลายิ้มกวนกลับว่า ตนยินดีที่สังคมจะมีคนจิตเมตตาทำงานเพื่อสังคม ไม่ใช่ทำดีสร้างภาพ ลบความเหม็นเน่าของตัวเอง ศิรินธารเดือด กัลยาโต้แทน สมัยนี้มันมีคนหลายประเภท ประเภทที่ทำสกปรกแต่ยังมีหน้ามาตำหนิคนอื่น พวกนี้น่าสมเพชมาก ลีลารับว่าใช่น่าสมเพชมาก ศิรินธารอยากโผนเข้าตบ กัลยา ดึงบีบแขนอย่างแรงรีบขอตัวกับอาภาอ้างว่าตนต้องไปเตรียม ขึ้นกล่าวทางด้านโน้น ลีลาจึงขอตัวไปห้องน้ำเช่นกัน

อาภาถามลูกสาวเรื่องลีลาจะแย่งสามีเขาจริงหรือ วัลภายืนกรานว่าไม่จริงและผู้ชายอย่างหาญกล้าไม่น่ายุ่งด้วยสักนิด...ด้านหาญกล้าหวั่นใจตั้งแต่ที่ลีลาเลี้ยวรถเข้ามาที่นี่ ลงมายืนรอข้างรถ เห็นเอ๋กับลุงชุบคนที่บ้านก็รีบหลบแสดงว่าศิรินธารต้องมางานนี้ด้วย จึงโทร.บอกลีลา ลีลาได้ทีแกล้งเดินเฉียดไปทางศิรินธารแล้วรับคำหาญกล้าว่าจะรีบออกไป ศิรินธารได้ยินเดินตามทันที

หาญกล้ารออย่างกระวนกระวาย แล้วเสียงมือถือเขาก็ดังขึ้น เขาลังเลที่จะรับ ลีลาเดินมาถามไม่รับสายหรือ คงเป็นภรรยาเขาเพราะตนเจอในงาน หาญกล้ากลัวเสียหน้ากดตัดสายแล้วถามลีลารู้ก่อนแล้วว่าศิรินธารมาที่นี่ใช่ไหม เธอปฏิเสธอย่างตัดพ้อ

“ลีไม่รู้ค่ะ คุณบอกว่าอยากมีเวลากับลี แล้วลีก็ว่างหลังจากงานนี้เลยนัดคุณมา แต่ถ้าลีทำให้คุณลำบากใจ คุณจะกลับก่อนก็ได้นะคะ” ลีลายื่นกุญแจรถให้ หาญกล้ารู้ว่าถ้าปฏิเสธครั้งนี้ต้องไม่มีโอกาสอีกแน่ จึงขอโทษและว่าเวลาอยู่ด้วยกันอย่าพูดถึงคนอื่นอีกเลย

หาญกล้ายังข้องใจทำไมลีลาถึงไม่ใช้เวลากับณรัล เธอตอบว่ากับณรัลเป็นเรื่องธุรกิจแต่สำหรับเขามันไม่ใช่ ชายหนุ่มหัวใจฟูฟ่องขยับเข้าหา หญิงสาวดันเขาไว้อ้างแค่นี้ก็รู้สึกผิดมากพอ แล้วเธอก็ทำทีเสียใจแอบใช้นิ้วป้ายลิปสติกที่ปากตัวเองก่อนจะหันมาประคองหน้าแล้วลูบไล้ที่ปากเขาอย่างเนียนๆ หาญกล้ารู้สึกโดนปลุกเร้านิดๆ

ศิรินธารเดินตามหาลีลา พลันลำไพรโทร.มาย้ำว่าหาญกล้าไปกับลีลาจริงก็ยิ่งเดือดดาล...ลีลากะเวลาว่าศิรินธารใกล้จะมาถึงก็ทำเป็นขอตัวกลับเข้างาน ศิรินธารเห็นหาญกล้าก็ถลาเข้ากระชากเขาหันมาแต่ไม่เห็นลีลาแล้ว ชายหนุ่มพลิกลิ้นอ้อนว่าตั้งใจจะกลับไปทานกลางวันด้วย ที่บ้านบอกว่าเธอมางานนี้จึงตามมา หญิงสาวเกือบหลงเชื่อถ้าไม่เห็นสีลิปสติกที่ปากเขาเสียก่อน

พอหาญกล้าอ้อน “ผมตั้งใจจะมาง้อคุณ ตีกันมันไม่มีความสุขเลยจริงไหม”

“ตีกับเมียไม่มีความสุขเลยต้องมาตีปากกับชะนีมีนอใช่ไหม” ศิรินธารทุบตีเขายกใหญ่

หาญกล้าตกใจพยายามแก้ตัว ลีลาแกล้งเดินผ่านให้ศิรินธารเห็นไกลๆ เธอแทบคลั่งถลาตามกลับเข้าไปในงาน...ระหว่างนั้นกัลยากำลังพูดอยู่บนโพเดียม ลีลาเดินมายืนข้างฤดี เธอถามไปทำอะไรมา ลีลาตอบยิ้มๆว่าไปหาเรื่องแก้เซ็ง ไม่ทันไรศิรินธารพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับยกอ่างแก้วที่มีน้ำพันช์อยู่ครึ่งอ่าง สาดใส่ลีลาทันทีแล้วโยนอ่างทิ้ง เสียงกัลยาเผลอร้องห้ามลูกออกไมค์ทำให้ทุกคนหันมองด้วยความตกใจ ไม่เพียงเท่านั้นศิรินธารยังเงื้อมือจะตบ ลีลาจับมือไว้แล้วบีบอย่างแรงจนเธอร้องลั่น กัลยารีบลงมาบอกให้ปล่อยลูกตน ลีลาจึงเหวี่ยงศิรินธารล้มลง

“ช่วยล่ามลูกสาวคุณด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้อาละวาดเหมือนคนบ้าแบบนี้ งานแม่ตัวเองแท้ๆยังไม่รู้จักเกรงใจ” ศิรินธารเดือดตะโกนฉันจะฆ่าแก “ขู่จะฆ่ากลางผู้คนแบบนี้ คุณกัลยาคะ ถ้าสอนลูกสาวให้มีความฉลาดทางอารมณ์ได้ต่ำขนาดนี้ ก็อย่าคิดไปสอนใครเลยค่ะ”

กัลยาหน้าชาด้วยความอับอาย ลีลายิ้มเยาะแล้วเดินออกไป วัลภากับฤดีละล้าละลังก่อนจะตามเพื่อนไป ศิรินธารร้องกรี๊ดๆ กัลยาเอ็ดให้เงียบแล้วลากตัวออกไป พอถึงที่จอดรถ ศิรินธารยังยื้อยุดจะไปฆ่าลีลา กัลยาพลั้งตบหน้าลูกสาวไปฉาดเพื่อให้หยุด เธอร้องไห้จนเป็นลมหมดสติไป กัลยาเห็นลีลาเดินอยู่กับเพื่อนจึงบอกเอ๋ให้ดูแลศิรินธารไว้ พูดจบก็เดินลิ่วไป

วัลภาตามถามลีลาไปทำอะไรศิรินธารถึงได้ฮีตขึ้นมาขนาดนั้น เธอตีหน้าตายว่าอยู่เฉยๆใครๆก็เห็นแต่ฤดีไม่เชื่อเพราะเมื่อครู่เพื่อนบอกว่าไปทำเรื่องแก้เซ็งมา เสียงกัลยาดังขึ้นว่าทำแบบนี้ทำไม ลีลาหันขวับมามองอย่างไม่เกรงบอก ควรไปถามลูกตัวเองเพราะตนไม่ได้ทำอะไร กัลยาแจงว่าเธอนัดหาญกล้ามาที่นี่ ลีลายั่วถ้ามาแล้วเขาอยู่ไหน กัลยายืนยันว่าศิรินธารเห็น

“คุณจะเอาอะไรกับผู้หญิงที่เป็นสามีลิซึ่มล่ะคะ คงวิ่งไล่ตามมากจนเห็นภาพหลอน”

กัลยาหมดความอดทนไม่คิดจะเจอคนไร้ยางอายแบบนี้ ลีลาสวนทำไมต้องอาย ตนไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนคนใกล้ตัวเธอ กัลยางงหมายถึงใคร ลีลาเยาะว่าอยู่ใกล้เรื่องหยาบช้าจนชิน จึงแยกไม่ออกว่าคนไหนดีคนไหนเลว กัลยาไม่เข้าใจแต่ก็ด่าอย่างผู้ดี

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอมาวุ่นวายกับลูกเขยฉันเพราะอะไร จะว่าเงินก็คงไม่ใช่ ระดับเธอคงไม่ได้ขัดสน ผู้หญิงดูดีอย่างเธอถ้าจะวุ่นวายกับสามีคนอื่น ฉันคงคิดได้คำเดียวว่า...ร่าน”

สองเพื่อนตะลึงกับคำที่กัลยาพูดออกมา ลีลาตอบโต้ “ดูคุณเข้าใจคำนี้ได้ดีเหมือนคนมีประสบการณ์ รู้สึกบ่อยๆเหรอคะ”

กัลยาปรี๊ดแต่คุมอารมณ์ไว้ได้ โต้คำพูดต่ำทรามของเธอมันแสดงถึงกำพืดตัวเอง ลีลาตอกกลับเหมือนการกระทำเลวๆของศิรินธารที่แสดงถึงการอบรมที่เลวร้ายจนกางกำพืดต่ำๆของตัว กัลยาโกรธมากชี้หน้าคิดว่ามีดีมาจากไหน ลีลาให้กลับไปถามศิริ เธอยิ่งงงเกี่ยวอะไรกับสามี วัลภากับฤดีงงไปหมด ตัดบทขอตัวลีลาไปทำธุระ ลีลายิ้มยั่วทำให้กัลยาชักระแวง

ooooooo

เมื่อศิริรู้ว่าณรัลไม่ยอมวางมือจึงคิดจะเอาเรื่องถึงที่สุด วิทยาห่วงไม่อยากให้ถึงตำรวจเชื่อว่าเขาแค่หลงทาง ถ้าชี้ทางที่ถูกอาจจะกลับตัวได้ ไม่ควรไล่ให้จนตรอก ศิริย้อนถามคิดว่าณรัลรู้ตัวว่าทำผิดอยู่หรือ วิทยารับว่าใช่เพราะดูเขากระวนกระวายหาทางแก้ไข

“ถ้าเขาไม่ถูกไล่บี้ให้รู้ว่าที่เขาทำมันผิด ฉันคงไม่เหลือโอกาสที่จะสอนให้เขาสำนึกได้อีก เขาเป็นลูกชายของฉัน ฉันเคยพลาดที่ปล่อยให้เขาเติบโตด้วยการเรียนรู้วิธีคิดแบบผิดๆ ไม้แก่ดัดยาก...แต่ฉันก็จะลอง จับตาดูเขาให้ดี ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รายงานฉันทันที” แม้ศิริจะหนักใจกับการจะเปลี่ยนสันดานณรัลครั้งนี้แต่ก็ต้องทำ วิทยารับคำ

ขณะที่ลีลาคิดถึงความสุขที่ได้ใกล้ชิดนรุตม์ มัสยาโทร.เข้ามาอวยพรวันเกิด เธอถึงนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง มัสยาปลุกเร้าให้รู้ว่าชลัมภ์กำลังโปรยกลีบดอกเบญจมาศลงในทะเลให้แก่มะลิวัลย์ ลีลานึกภาพอย่างสะเทือนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะตนแม่อาจจะไม่ตาย มัสยาเสียงเข้ม เป็นเพราะศิริที่ทำให้ลีลาไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่ ลีลาเผลอจิกเล็บที่แขนระบายความกดดัน

“อาบอกพ่อนะคะว่าลีไม่เคยลืมอดีต อีกไม่นานค่ะ ลีสัญญา” ลีลาวางสายรู้สึกละอายต่อชลัมภ์ จะไม่ลืมว่าตนมาที่นี่เพื่ออะไร

ด้านศิรินธารฟื้นขึ้นมาถามหาหาญกล้า กัลยาหน่ายใจพยายามเตือนสติลูกสาวว่า ถ้าสามีรักเราจริงจะต้องกลับมาดูแลเรา ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นเรื่อยมา เธอนิ่งคิด พอลงมาที่โต๊ะอาหาร ศิริถามไม่ได้ป่วยแล้วเป็นลมไปได้อย่างไร

กัลยาแก้ตัวแทนว่าคงเครียดเรื่องงานคืนพรุ่งนี้ เขาย้ำไม่ต้องตื่นเต้นเพราะมีพ่อและพี่คอยอยู่เคียงข้าง พูดไปศิริก็ตักอาหารใส่จานกัลยา ศิรินธารรับรู้ความห่วงใยของพ่อและเห็นความรักที่พ่อมีต่อแม่ก็น้ำตาร่วง ศิริตกใจถามเป็นอะไร เธอบอกว่าดีใจที่เห็นพ่อรักแม่และไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้แม่ต้องเสียใจ

“เพราะพ่อไม่อยากทำร้ายคนที่พ่อรักด้วยการมีคนอื่น”

ศิรินธารยิ่งสะเทือนใจกับชีวิตครอบครัวตัวเอง...

ในขณะที่หาญกล้าไม่กลับหลบไปนอนบ้านแม่ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์เก่าๆ มีแม่อยู่กับพี่สาวและหลานชายวัยสิบขวบ ทุกคนรอรับเงินจากเขาคนเดียว ไม่ว่าอยากได้อะไรก็จะขอเงินจากเขา รวมทั้งอยากได้บ้านหลังใหญ่ ซึ่งเขาก็ให้สัญญาว่าได้เป็นจีเอ็มเมื่อไหร่จะซื้อคฤหาสน์ให้เลย

คืนนั้นกัลยาตัดสินใจเล่าเรื่องหาญกล้ากับลีลาให้ศิริฟัง เขาไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงฉลาดอย่างลีลาจะมาสนใจหาญกล้า กัลยาเริ่มระแวงแล้วผู้ชายแบบไหนที่เธอควรสนใจ...ขณะเดียวกัน ศิรินธารพยายามโทร.หาหาญกล้าให้กลับบ้าน เขารับสายบอกไม่อยากกลับไปได้ยินเสียงกรี๊ดให้รำคาญหูแล้วตัดสายไม่รับโทรศัพท์จากเธออีก พรพี่สาวเตือนทำแบบนี้ไม่กลัวเป็นเรื่องหรือ

“ไม่ล่ะ จะได้เข็ดไม่กล้าอาละวาดอีก โง่ๆอย่างลูกหยีต้องเลี้ยงให้เชื่องแบบนี้”

“ถ้าแกไม่ใช่น้องฉัน พูดได้เต็มปากเลยว่าแกนี่เลวจริงๆ”

“ก็เลวๆอย่างผมเลี้ยงให้พี่กับแม่สบายได้ก็แล้วกัน”

พรเกรงน้องสะใภ้จะขอหย่าเสียก่อน แต่หาญกล้ามั่นใจว่าไม่มีทาง พรุ่งนี้ก็ต้องง้อตนอีก

รุ่งเช้านรุตม์กับศตวรรษกำลังฟังเอ๋รายงานอาการศิรินธาร หาญกล้ากลับมาชะงักเล็กน้อยแต่ทำไม่สนใจจะเดินผ่าน นรุตม์ถามทำไมเพิ่งกลับ เขาบอกถ้ารู้ว่า กลับมาแล้วต้องร้อนหูจะกลับทำไม ศตวรรษไม่พอใจต่อว่าก็กลับมาดูแลผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเมีย ให้ความเกรงใจกันบ้าง

หาญกล้ายิ้มกวนๆเดินไป ศตวรรษโกรธทำไมนรุตม์ไม่สั่งสอนบ้าง นรุตม์ให้เหตุผลที่ทำให้ศตวรรษอึ้งว่า “ถ้าเราหัวเสียใส่ แล้วเขาจะไประบายกับใคร จะช่วยน้องหรือทำร้ายน้องดีล่ะ”

หาญกล้าเข้ามาในห้อง ศิรินธารถามด้วยน้ำเสียงไม่วีนว่าไปนอนบ้านแม่ทำไมไม่บอก ถ้าตนไม่โทร.ไปถามพี่พรก็คงไม่รู้ รู้บ้างไหมว่าตนเป็นห่วง เขาสวนห่วงหรือคิดจับผิด แล้วพาลโกรธจะไปนอนที่อื่น ศิรินธารรีบสงบปากง้องอนเขาเหมือนเคย ทำให้เขายิ่งได้ใจ

ทางลีลาเครียดที่เพื่อนทั้งสองมึนตึง ถามอะไรก็เมิน ถามเรื่องงานคืนนี้ก็ไม่ให้คำตอบว่าจะไปหรือไม่ ตัดบทออกไปโรงงานทั้งคู่ ไม่ทันไรณรัลเดินเข้ามาต่อว่าโทร.หาไม่รับ ลีลาอ้างว่างานยุ่งแล้วขอตัวไปทำงานต่อ ณรัลเดินตามถามเธอนัดกับหาญกล้าจริงหรือ หญิงสาวชะงักหันมายิ้มหยันว่าเรื่องแค่นี้โทร.มาถามก็ได้ เขาสวนเธอคงไม่คิดเอาตนไปเปรียบเทียบกับหาญกล้า

“ลีไม่เคยคบใครเพื่อเปรียบเทียบ ไม่เคยวางคุณไว้สูง วางคุณกล้าไว้ต่ำ ทุกคนเป็นเพื่อนลี หมายถึงเท่ากันหมดค่ะ”

ณรัลว่าตนไม่ได้วางเธอเป็นเพื่อน ลีลาอ้างไม่ชอบคิดเองเออเองจะดูที่การกระทำ เธอเดินมาหน้าโรงแรม ณรัลตามมาเห็นแดนจอดรถรอรับ ท่าทางทั้งสองสนิทสนมกันมาก...ขับรถออกมาได้สักพัก แดนเอ่ยถาม ณรัล

มาวุ่นวายอะไรด้วย ลีลาบอกว่าทำงานร่วมกัน แดนรู้สึกโล่งอกก่อนจะบอกเธอว่ามีคนสำคัญอยากเจอ เธอทำหน้าฉงนใครกัน

ในสนามกอล์ฟ ดลกำลังหวดวงสวิงร่วมก๊วนกับพิมพรรณ เธอถามเขาหนักใจไหมที่ต้องมาแข่งขันกับเพื่อนเก่าอย่างศิริ ดลบอกว่าเรื่องเป็นเพื่อนมันนานมากแล้ว แต่ถึงเป็นอยู่ก็ต้องแยกแยะ เวลานี้เป็นเวลาของคลื่นลูกใหม่ ตนเป็นเพียงที่ปรึกษา พิมพรรณยินดีด้วยที่แดนยอมทำงาน ไม่เหมือนลูกสาวตนที่ไม่ยอมสานต่องานโรงแรมที่ตนสร้าง ต่อไปคงต้องขายกิจการ

“ลูกสาวคุณเก่งนะ ตอนนี้เขามาเป็นไลท์ติ้งดีไซน์ให้กับงานของผม”

ระหว่างนั้นแดนพาลีลามารอบนสปอร์ตคลับ เผอิญณรงค์โทร.เข้ามาเขาจึงเลี่ยงออกไปคุยข้างนอก เรื่องภารดีไม่ยอมกลับมาทำงานทั้งที่เขาเพิ่มค่าจ้างให้ ขณะที่แดนคุยโทรศัพท์ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเดินอยู่กลางถนน รถภารดีแล่นมาเบรกอย่างแรงประชิดขาเขา แดนหันมาทุบกระโปรงรถโวย พอเห็นเป็นภารดีก็ตกใจ หญิงสาวเย้ากลัวจนสมองเสื่อมจำชื่อตนไม่ได้หรือ

“เจอกันแต่ละครั้ง คุณสร้างภาพจำให้ผมไม่ซ้ำกันเลย” หญิงสาวรับคำกวนๆ เขาต่อว่า “ผู้หญิงขี้เหวี่ยง ปากดีใจร้อน คราวนี้ก็มนุษย์ป้ารอไม่เป็น หน้าคุณก็ดูอายุไม่เยอะนะแต่พฤติกรรมคุณเยอะจนพูดได้ว่าแก่กว่าวัย”

“แล้วผู้ชายสายเสมอ ไร้มารยาท ไม่เคารพกฎจราจร แล้วยังปากจัดไม่ให้เกียรติผู้หญิงอย่างคุณ นี่ก็คงพฤติกรรมมนุษย์ลุงสินะ”

แดนฮึดฮัดถามจะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ ภารดีให้เขาไปเรียนเรื่องมารยาทมาก่อนการขอให้คนช่วยควรขอร้องอย่างไร ว่าแล้วเธอก็ขึ้นรถขับออก เฉี่ยวเขาเขากระโดดหลบล้มกลิ้งไปกับพื้น

ooooooo

บนสปอร์ตคลับ ลีลาชะงักเมื่อนรุตม์เดินสวนมา เขายิ้มขอบคุณที่เธอช่วยเขาวันก่อน เธอจึงถามเข้าไปในห้องณรัลทำไม เขาอ้างเป็นเรื่องภายในครอบครัว ลีลาดักคอต้องเป็นเรื่องที่ณรัลรู้แล้วจะมีปัญหา

นรุตม์แซวเธอไม่ได้ถนัดออกแบบอย่างเดียวดูจะสร้างเรื่องเก่งด้วย

ลีลามองด้วยสายตาหมายความว่าอย่างไร นรุตม์ยิ้มขอนัดดินเนอร์ด้วยคืนนี้ เธอปัดว่ามีธุระ เขาแย็บสำคัญมากหรือ ลีลาชักไม่พอใจท่าทางกวนๆของเขาแล้วเอะใจที่เขาไม่ได้อยู่ในชุดที่จะมาตีกอล์ฟ เขาแหย่ว่าเธอน่าจะเป็นนักสืบอีกอาชีพหนึ่งก่อนจะเฉลยว่ามารอพบคนสำคัญ

ทันใดก็มีเสียงสาวร้องเรียกนรุตม์ ทั้งสองหันมอง ภารดีวิ่งมากอดแขนพร่ำบอกว่าคิดถึง “กลับมาเกือบเดือนแล้วค่อยโทร.หา คิดถึงจริงหรือ”

“ก็เอมรีบรับงานก็เลยยุ่งๆน่ะค่ะ พอมีเวลาปุ๊บก็โทร.เลย นี่ค่ะของฝาก” ภารดีส่งกล่องปากกาให้ นรุตม์ยิ้มขอบใจ

ลีลาเห็นท่าทีสนิทสนมของทั้งสองจึงขอตัว นรุตม์กล่าวแล้วค่อยพบกัน ลีลาแอบค้อนหมั่นไส้ พยายามข่มใจเดินออกไปอย่างไม่รู้สึกอะไร ภารดีเห็นสายตานรุตม์มองตามหญิงสาวก็ชักสงสัยว่าเธอเป็นใคร

ดลกับพิมพรรณขึ้นจากสนามกอล์ฟ แดนเข้ามาสวัสดี พิมพรรณชื่นชมไม่เจอพักเดียวเป็นหนุ่มหล่อเชียว แล้วชมที่เขารับงานหินต่อจากพ่อ เขาโอดครวญถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ พิมพรรณแย็บจะให้ดลมาเทกโอเวอร์โรงแรมตนเพราะมีเป้าหมายจะให้ลูกทั้งสองดองกัน

ลีลานั่งครุ่นคิดที่นรุตม์บอกว่ามารอคนสำคัญ คงจะเป็นภารดี แดนกับดลเดินเข้ามา แดนถามหงุดหงิดอะไร เธอปัดว่าคิดเรื่องงานนิดหน่อย แล้วสวัสดีดลชวนคุยเรื่องผลงานที่ผ่านมา ลีลาบอกจะออกแบบคอลเลกชั่นผู้ชายให้เขาเซตหนึ่งเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ดูแลตนมา ดลขอเปลี่ยนให้มาเป็นลูกสาวแทน แดนแกล้งโวยจะแย่งตำแหน่งลูกรักไม่ได้ ดลแย็บถ้าเป็นลูกสะใภ้ล่ะจะยอมไหม แดนมองลีลาจะว่าอย่างไร เธอทำหน้าไม่ถูก ดลตัดบทชวนไปหาอะไรกินกัน

ด้านนรุตม์ถามภารดีคิดจะเรียนเอกต่ออีกไหม เธอส่ายหน้าไม่อยากกลับไปแล้วคิดถึงเขา นรุตม์ชะงักเปลี่ยนมาถามเรียนจบมาไม่ทำงานเสียดายความรู้ ภารดีทนความสงสัยไม่ไหวถามบ้างว่าลีลาเป็นใคร เขาตอบว่าลูกค้าเช่าพื้นที่โรงแรม เธอย้ำแน่ใจหรือ เขาจึงบอกว่าเป็นเรื่องของอนาคต พอดีพิมพรรณโทร.ตาม ภารดีจึงต้องขอตัวแยกจากนรุตม์เพราะต้องพาแม่ไปทำผม

นรุตม์รีบมาสนามบิน ศิรินธารกำลังกระวนกระวายที่เขามาช้า เพราะเครื่องของมิสเตอร์ฟรองซัวส์กำลังจะแลนดิ้ง นรุตม์บอกให้ใจเย็นทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ธีรพัฒน์เอาข้อมูลจากแท็บเล็ตให้นรุตม์ดู เป็นภาพข่าวการร่วมงานต่างๆของลีลากับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ เขาเห็นแล้วหนักใจ ธีรพัฒน์ไม่เข้าใจว่าเรื่องอะไร

ระหว่างที่ลีลาทานอาหารกับดลและแดน เธอคอยเช็กข่าวหน้าเพจศิริน ซึ่งเป็นเพจของศิรินธาร จนได้เห็นว่ามิสเตอร์ฟรองซัวส์มาถึงแล้วถ่ายภาพคู่กับนรุตม์และศิรินธารที่สนามบิน เธอฉุกคิดนรุตม์จะไปรับด้วยทำไม พอดีดลทักขึ้นมาว่าเห็นข่าวลีลามีปัญหากับศิรินธาร

“อ๋อ ก็เข้าใจผิดน่ะค่ะ แต่เขาเป็นพวกอาฆาตหาเรื่องลีไม่เลิก”

“อาไม่อยากให้ลีมีเรื่องกับพวกเดชาเลิศรัตน์ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะนะ”

แดนถามเหตุผล ดลปัดเอาเป็นว่าตนขอ ลีลาจึงรับปากจะพยายาม แดนชักสงสัย

ooooooo

ส่วนพิมพรรณพยายามจะยุให้ภารดีดูตัวลูกชายดล เลิกหวังในตัวนรุตม์เสียที เพราะถ้าเขามีใจให้คงสานความสัมพันธ์ไปนานแล้ว แต่ภารดีย้ำว่า
นรุตม์เป็นรักแรกยากที่จะลืม

ขณะที่ณรัลกำลังดูความเรียบร้อยตัวเอง วิทยาเข้ามารายงานว่านรุตม์ทวงถามเดดไลน์เรื่องเงิน เขาบอกว่าผ่านคืนนี้ไปทุกอย่างจะจบแล้วถามถึงลีลา วิทยาบอกส่งรถไปรับเธอแล้ว อดแย็บถามไม่ได้ดูเขาจะจริงจังกับลีลามาก เขายิ้มอย่างพอใจ “เธอเป็นตัวช่วยชั้นดีและฉันก็กำลังดูอยู่ว่าผู้หญิงคนนี้จะพรีเมียมพอที่จะอยู่ถาวรสำหรับฉันไหม”

ขณะเดียวกัน นรุตม์เข้ามาบอกศิริว่างานกำลังจะเริ่ม ศิริเปรยหวังว่าคืนนี้ศิรินธารจะไม่แผลงฤทธิ์จนเป็นเรื่องอีก นรุตม์รับปากจะดูแลเอง ศิริรู้สึกว่ามีปัญหาบางอย่างที่นรุตม์ไม่บอก

หน้าห้องจัดเลี้ยงมีโต๊ะลงทะเบียน แขกและนักข่าวทยอยกันมาที่โต๊ะ ศิริ กัลยาและณรัลเดินทักทายแขกผู้ใหญ่ นรุตม์ต้อนรับแขกในวงการธุรกิจ เซเลบยืนเม้าท์ว่าศิรินธารจะทำงานนี้ออกมาได้คงปวดหัวน่าดู ศิรินธารยืนอยู่กับหาญกล้า ตอบว่าไม่ยุ่งยากเลย ตนติดต่อไปมิสเตอร์ฟรองซัวส์ก็ตอบตกลง คงเป็นเพราะภาพลักษณ์ตนกับเขาอยู่ระดับเดียวกัน

“ภาพลักษณ์อะไรไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ใช้เงินถมเข้าไปทุกอย่างก็ง่าย ถ้ารวย...ถึงโง่ก็จ้างคนอื่นมาทำได้ จริงไหมคะ”

“ก็ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ พอดีรวยมีปัญญาจ่ายไม่ได้เป็นเจ้าแม่สินเชื่อเหมือนคุณพี่เลยไม่ค่อยเข้าใจเรื่องหมุนเงินจนหัวปั่นเป็นยังไงน่ะค่ะ” ศิรินธารตอกกลับฉุนๆ

สองเซเลบหน้าเสียสะบัดหน้าไป หาญกล้าติงจะต่อปากต่อคำให้เสียอารมณ์ทำไม ศิรินธารฮึดฮัดหาว่าหมาเห่าก็ต้องตบให้เจ็บบ้าง ลำไพรเข้ามารายงานว่ามิสเตอร์ฟรองซัวส์มาถึงแล้ว

ศิรินธารตื่นเต้นเตรียมต้อนรับ...นรุตม์สั่งธีรพัฒน์อยู่หน้าห้องให้ยืนรอรับมิสเตอร์ฟรองซัวส์แล้วตนจะตามเข้างานทีหลัง นรุตม์เดินแยกออกมา

บนทางเดิน มิสเตอร์ฟรองซัวส์เดินเฉิดฉายมากับลีลาในชุดเซ็กซี่สุดหรู ลีลาผายมือให้เขาเดินนำ จู่ๆก็มีมือมากระชากเธอออกไป มิสเตอร์ฟรองซัวส์หันมาแปลกใจว่าลีลาหายไปไหน

นรุตม์ลากลีลาหลบมามุมหนึ่งที่ปลอดคน เธอโวยจะทำอะไร เขาบอกไม่อยากให้เธอเข้าไปแย่งซีนน้องสาวในงาน ลีลาทำเป็นไม่เข้าใจ ชายหนุ่มดักคอ

ไม่เข้าใจเรื่องไหน เรื่องขับรถไปรับหาญกล้าไปงานสมาคม หรือเรื่องวางแผนให้มิสเตอร์ฟรองซัวส์ยอมดีลงานกับศิรินธาร ลีลาหาว่าเขาใส่ร้าย นรุตม์จึงพูดภาษาฝรั่งเศสประโยคที่ได้ยินเธอพูดโทรศัพท์กับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ ลีลาตกตะลึงที่เขาฟังออก นรุตม์ย้ำอย่ายุ่งกับหาญกล้าและศิรินธารอีก

“ถ้าฉันปฏิเสธ” ลีลาดวงตาแข็งกร้าว

“ผมก็คงต้องทำให้คุณหยุด”

ลีลาท้าอย่างพร้อมเป็นศัตรู ว่าหยุดตนให้ได้แล้วกัน นรุตม์จับข้อมือเธอไว้ไม่ปล่อย เธอบอกไม่มีประโยชน์ ปล่อยตนก่อนจะเสียหน้าเพราะโดนตนบีบให้ปล่อย แต่เขาไม่สนคิดว่าจะทำอะไรได้ ลีลาจึงถามคิดจะอยู่กับตนแบบนี้จนจบงานหรือ

“ให้ฟรองซัวส์กับน้องสาวผมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ผมถึงจะปล่อยคุณ”

ลีลายิ้มทำนองจะคอยดู...ด้านในงาน พิมพรรณเดินมากับภารดีเข้าทักทายกัลยากับณรัล ทั้งสองชมว่าภารดีสวยจนจำแทบไม่ได้ ภารดีถามหานรุตม์ทันที ณรัลหน้าตึงส่ายหน้าไม่รู้ ศิริแปลกใจได้เวลาจะเปิดงานแล้ว ทำไมมิสเตอร์ฟรองซัวส์ยังไม่เข้ามาในงานอีก ณรัลไปเช็กให้ ทุกคนในงานแปลกใจรวมทั้งอาภาและวัลภา ฤดีหน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่า มิสเตอร์ฟรองซัวส์เหวี่ยงอยู่ข้างนอกไม่ยอมเข้างาน

ธีรพัฒน์พยายามไกล่เกลี่ย มิสเตอร์ฟรองซัวส์จะเข้างานพร้อมเอมิลี่เท่านั้น อารีย์ท่าทางร้อนรนมาบอกว่าหาลีลาทั่วแล้วไม่เจอ ลำไพรออกมาบอกว่าในงานปั่นป่วนใหญ่แล้ว ธีรพัฒน์ตัดสินใจโทร.หานรุตม์ นรุตม์ฟังรายงานแล้วอึ้งมองหน้าลีลาที่ยิ้มเยาะอยู่ ก็รู้ว่าเธอเตรียมการไว้ก่อนแล้ว ลีลาเยาะไม่มีทางเลือกแล้วใช่ไหม เขาสบถมันยังไม่สุดทางหรอก ไม่ทันไรศิรินธารโทร.เข้ามาโวยอีกคน นรุตม์จำต้องยอมปล่อยตัวลีลาไป

ขณะที่ลำไพรกำลังจะรายงานณรัล มิสเตอร์ ฟรองซัวส์ก็จับมือลีลาแบบชาวอังกฤษเดินคู่กันเข้ามา

ในงานอย่างอลังการ ทุกคนตะลึงกับความเซ็กซี่ของลีลา ศิรินธารอ้าปากจะโวย ก็พอดีพิธีกรประกาศเชิญขึ้นเวที ศิรินธารจำต้องขึ้นกล่าวเปิดงานแล้วเชื้อเชิญผู้ออกแบบกลิ่นน้ำหอมคือมิสเตอร์ฟรองซัวส์...ความเซ็กซี่ของลีลาที่เดินควงมิสเตอร์ฟรองซัวส์ขึ้นบนเวทีสะกดสายตา

ทุกคนให้แลมอง กลุ่มเดชาเลิศรัตน์รวมทั้งวัลภาและฤดีมองด้วยความแปลกใจ

“ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับ และเลดี้ศิรินในค่ำคืนนี้คือผลงานการออกแบบร่วมระหว่างผมกับเอมิลี่” มิสเตอร์ฟรองซัวส์กล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส

ศิรินธาร ศิริ กัลยาและณรัลตกใจ แขกในงานปรบมือชื่นชม นักข่าวรุมถ่ายรูป ศิรินธารเห็นสายตาลีลาเยาะเย้ยก็กำมือแน่น กัลยาเกรงลูกสาวอาละวาดรีบพุ่งขึ้นไปจับแขนสบตาปรามไว้ เหล่าเซเลบเม้าท์กันเสียงดังว่าคู่ปรับมาแย่งซีนกันชัดๆ ศิรินธารจำต้องปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปก่อน จนทุกคนลงจากเวทีให้สัมภาษณ์นักข่าว กัลยากระซิบถามณรัลทำไมถึงเป็นแบบนี้ ณรัล บอกตนก็ไม่รู้เรื่องนี้ ศิริโพล่งขึ้นว่า...ฉลาด...ทุกคนหันมอง

“เขาทำให้งานของยัยลูกหยีกลายเป็นงาน โปรโมตตัวเขา โดยที่เขาไม่ได้ลงทุนอะไรเลย”

“ฉลาดหรือว่าเหลี่ยมจัดกันแน่คะ แย่งซีนงานคนอื่นหน้าด้านๆ” กัลยาเหน็บ

“แต่ผมชอบนะ” กัลยาหันขวับมามองด้วยความระแวง ศิริขยายความ “ที่ลูกหยีคุมอารมณ์ได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นปกติคงอาละวาดไปแล้ว...มีอะไรรึเปล่าคุณกัล”

กัลยากลบเกลื่อนว่าเห็นด้วย ศิรินธารยังจ้องมองลีลาให้สัมภาษณ์ด้วยความแค้นเพราะตนเหมือนตัวประกอบ ลีลาบอกว่าปลายปีตนกับมิสเตอร์ฟรองซัวส์มีโปรเจกต์การกุศลร่วมกัน รายได้ทั้งหมดจะมอบให้มูลนิธิช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

ภารดีเห็นนรุตม์มองไปทางลีลาและศิรินธารจึงเข้ามาเกาะแขนถามสองคนมีปัญหาอะไรกันดูสายตาเหมือนจะฆ่ากันมากกว่ายินดี ชายหนุ่มถอนใจหน้าเครียด

หาญกล้าพยายามจับมือศิรินธารบีบเบาๆ เตือนให้ใจเย็นพ่อมองอยู่ เธอจำต้องยิ้มและกล่าวกับนักข่าว หวังว่าทุกท่านจะให้การต้อนรับศิรินในครั้งนี้ ลีลาไม่วายหยอด

“นอกจากการออกแบบน้ำหอมที่คุณศิรินธารให้ความไว้วางใจกับดิฉัน ในปีนี้ยังมีโปรเจกต์สำคัญที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างคาสเทิลกับลาลูน” นักข่าวถามเรื่องอะไร “เรื่องนี้ลีคงตอบเองไม่ได้ค่ะ คงต้องให้คุณณรัลผู้บริหารคนสำคัญของคาสเทิลเป็นคนตอบ”

นักข่าวจึงหันไปทางณรัล ไฟฟอลโล่มาทางเขา ณรัลต้องยิ้มรับ นรุตม์รู้ว่าลีลากำลังจะมัดมือชกดึงตัวเองเข้ามาเกี่ยวพันกับคาสเทิล จึงขอให้ภารดีช่วย
บางอย่าง...นรุตม์ดึงภารดีขึ้นบนเวทีกล่าวสวัสดีแขก

ผู้มีเกียรติทุกท่าน ประกาศแนะนำแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่จะเป็นตัวแทนความงดงามของศิรินกับคาสเทิล คือภารดี อัศรานุวัฒน์ นักข่าวถามทำไมต้องเป็นเธอ

“นอกจากความสวยสง่าที่เหมาะสม ในฐานะไลต์ติ้งดีไซเนอร์เธอยังจะรับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบงานแสงทั้งหมดของโครงการคาสเทิลแลนด์”

นักข่าวถามถึงความร่วมมือกับลาลูนคืออะไร นรุตม์ชิงตอบว่า ทางเราเลือกทีมงานตามความเชี่ยวชาญเราได้รับเกียรติจากลาลูนเป็นผู้ออกแบบเครื่องแบบพนักงานในโครงการทั้งหมด ทุกคนปรบมือชื่นชมยินดี ลีลาโกรธมากแต่ต้องฝืนยิ้มรักษาภาพลักษณ์ ในใจแค้นนรุตม์อย่างยิ่ง

ลีลาเดินมารวมกลุ่ม อาภาถามทำไมลดเกรดแบรนด์ตัวเองแบบนี้ ลีลารู้สึกผิด วัลภากับฤดีโกรธมากเดินหนีออกไป ลีลารีบตาม ภารดีเกาะนรุตม์แจจนกระทั่งณรงค์โทร.เข้ามานัดให้เธอเข้าไปที่โรงแรมเอเดนด่วน นรุตม์จึงเดินออกมาส่งภารดีและสั่งธีรพัฒน์ดูแลความเรียบร้อยทางนี้...ศิริมองรอบงานไม่เห็นศิรินธารจึงถาม ธีรพัฒน์ เขาบอกว่าไม่เห็นตั้งแต่นรุตม์ขึ้นบนเวที

ด้านนอก ศิรินธารกำลังต่อว่าลำไพรถึงกับตบหน้าที่ปล่อยให้ลีลาเข้ามาในงานพร้อมมิสเตอร์ฟรองซัวส์ ลำไพรแค้นใจเป็นที่สุด...ส่วนนรุตม์ขอโทษภารดีที่ดึงมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ เธอยินดีแล้วอดถามไม่ได้ว่าเขามีอะไรกับลีลา นรุตม์นิ่งเธอจึงยิ้มเก้อลากลับ

ooooooo

หลังจากส่งภารดีแล้ว นรุตม์เห็นลีลาเดินตามวัลภาและฤดี แต่ทั้งสองไม่สนใจขึ้นรถขับออกไป เขาจึงเข้ามาประกบ ลีลาหันมาเจอต่อว่าเขาทันที “ชนะด้วยการทำลายและกดคนอื่นให้ต่ำ คงเป็นวิธีการของครอบครัวคุณสินะ ฉันมองคุณผิดไปจริงๆ”

“เราสองคนมันก็ตาถั่วพอกันล่ะครับ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

“แล้วคนที่เห็นแก่พวกพ้องมันน่าเทิดทูนเหรอคะ ถ้าไม่มีใครให้ความยุติธรรมกับฉัน ฉันก็ต้องสร้างมันขึ้นเอง”

“ที่คุณกำลังทำอยู่เขาเรียกว่าจองเวร ไม่ใช่เรียกร้องความยุติธรรม คุณลี...เราทั้งสองฝ่ายจะไม่มีใครต้องเสียหาย เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะครับ”

“สำหรับฉัน เวรย่อมระงับได้ด้วยการ...จองเวร” น้ำเสียงลีลาหนักแน่นแววตากร้าว

ไม่ทันที่ลีลาจะกลับเข้าไปในงาน ลำไพรเข้ามาล็อกแขน เธอโวยถ้าหาญกล้ารู้โดนไล่ออกแน่ ลำไพรไม่กลัวเพราะคนที่ก้าวเข้ามาอีกคนคือศิรินธาร ลีลายั่วว่าผู้ดีสมองกลวงคงถนัดแต่ใช้กำลัง ศิรินธารกราดเกรี้ยวใส่

“ผู้หญิงหน้าด้านที่คิดจะฉวยเอาของคนอื่นตลอดเวลาอย่างแก มันก็ต้องวิธีไพร่ๆแบบนี้ล่ะถึงจะสาสมถ้าแกไม่ไปจากชีวิตฉัน ฉันจะทำให้แกจำจนตาย”

“ไม่ว่าจะสามีเธอ ชื่อเสียงของเธอ ฉันจะแย่งมาให้หมด สมองกลวงอย่างเธอไม่มีวันชนะฉันหรอกศิรินธาร”

ศิรินธารโกรธจัดเข้ากระชากเสื้อลีลาขาดลุ่ย จิกผมเธอพูดใส่หน้า “ฉันจะแฉให้ได้ ทุกคนต้องรู้ความจริงว่าแกมันเน่าเฟะขนาดไหน” ศิรินธารเงื้อมือจะตบ

ลีลาเห็นนรุตม์เดินมาจึงปล่อยให้ตัวเองโดนตบ นรุตม์ตกใจเข้าห้ามไม่ให้น้องทำผิดอีก แต่ศิรินธารไม่ยอมจะตบซ้ำ ศิริกับศตวรรษเดินมาจะห้าม แต่นรุตม์จับมือศิรินธารเหวี่ยงไปชนลำไพรล้มไปทั้งคู่ ศิรินธารโวยหาว่าเขาปกป้องลีลาเพราะชอบมันอีกคน เสียงศิริห้าม ทำให้ทุกคนชะงัก ลำไพรรีบปล่อยตัวลีลาถอยออกอย่างหวาดๆ ศิริไม่ฟังลูกสาวอธิบายสั่งให้นรุตม์กับศตวรรษพาศิรินธารกลับเข้าไปในงาน

กัลยาเดินออกมาเห็นศิริถอดเสื้อนอกคลุมให้ลีลาก็ช็อกเข้าใจผิดแต่ไม่กล้าโวยตัดสินใจเดินกลับไป ศิริกล่าวขอโทษลีลาแทนลูก และชมว่าเธอเก่งที่ทำให้มิสเตอร์ฟรองซัวส์มาปรากฏตัวในงานได้ ลีลาทำทีขอโทษที่ฉวยโอกาสอ้างว่า “ธุรกิจใหม่ก็ต้องหาช่องทางโปรโมตที่ดีและได้ผลเร็ว เคยมีคนบอกดิฉันว่าคนธรรมดาโลกไม่มอง ดิฉันก็เลยต้องใช้ทางลัดที่ไม่ธรรมดา”

“คุณเริ่มเข้าใจคำว่าธุรกิจแล้วนะ”

“ดิฉันก็เรียนจากคำแนะนำของคุณไงคะ” ลีลายิ้มๆ ท่าทางศิริพอใจ

ลีลารู้สึกว่าจะหยุดแค่นี้ไม่ได้ จึงขอบคุณและถอดสูทคืนศิริพร้อมกล่าวว่าตนคงไม่กลับเข้าไปในงานแล้ว พอเดินพ้นออกมาลีลาก็กดโทรศัพท์หาหาญกล้า ทำเสียงสะอึกสะอื้นว่าอยากพบเขาเดี๋ยวนี้ หาญกล้าตกใจจะรีบออกไป มิสเตอร์ฟรองซัวส์ถามหาศิรินธาร เขามองไปเห็นนรุตม์ประกบพาเดินมาพอดี จึงเลี่ยงออกไป

แล้วลีลาก็โทร.หาณรัลทำนองเดียวกันอีกคน ณรัลหลงกลรีบออกไป...ศิริเดินเข้ามาหากัลยาเห็นสีหน้าเธอซีดก็ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร เธอปัดว่าปวดหัวนิดหน่อย อารีย์รีบกดโทรศัพท์บอกชาติให้เอากล่องยามาให้ พอออกมาเอาทั้งสองก็ตกใจเมื่อเห็นสภาพลีลาอยู่ในชุดที่ขาดลุ่ยยืนร้องไห้ และหาญกล้าเดินเข้ามาโอบปลอบ ลีลาฟ้องว่าภรรยาเขาเป็นคนทำร้ายตน เขาตกใจจะไปจัดการศิรินธารให้ แต่ลีลาบอกว่าเขาทำไม่ได้หรอกเราจบกันดีกว่า เขาไม่ยอมยื้อกอดเธอไว้ ณรัลเดินมาเห็นเข้าใจว่าหาญกล้าปล้ำลีลาก็ถลาเข้ากระชากหาญกล้ามาชกตูม

อารีย์เห็นท่าไม่ดีวิ่งกลับไปรายงานนรุตม์ เขาส่งมิสเตอร์ฟรองซัวส์กลับพอดี นักข่าวได้ยินรีบวิ่งออกไป ลำไพรจะตามแต่ศิริเรียกมาถามเสียก่อน

สองคนณรัลกับหาญกล้าต่อยกันนัว ลีลาแอบสะใจแต่ทำทีร้องห้าม ชาติพยายามเข้าห้ามแต่ก็โดนลูกหลงไปหลายหมัด นักข่าวถ่ายภาพลีลาและการชกต่อยของสองหนุ่มอย่างเมามัน นรุตม์มาถึงดึงตัวณรัลออก ศิริ กัลยาและศิรินธารวิ่งมา ศิรินธารรีบเข้าไปประคองหาญกล้า ลีลาร้องไห้ห้ามไม่ให้นักข่าวถ่ายภาพตน นักข่าวรุมถามทำไมเธอถึงเสื้อผ้าขาดแบบนี้

“ลี...พูดไม่ได้ค่ะ...ลี...” แล้วลีลาก็ร้องไห้โฮ

นรุตม์รู้ว่าต้องเป็นแผนของลีลา เพาะเธอพูดไว้ว่าเวรย่อมระงับด้วยการจองเวร...ณรัลเข้าปกป้องพาลีลาฝ่าฝูงนักข่าวออกไป กัลยาอับอายจนเป็นลมล้มพับ ศิริต้องประคองเอาไว้ นรุตม์ตั้งสติได้สั่งชาติกับอารีย์พาหาญกล้าออกไปแล้วขวางนักข่าวไม่ให้ตามทุกคน

นรุตม์ทำการเจรจากับกลุ่มนักข่าว ขอร้องอย่าเผยภาพข่าวนี้ออกไป เพราะจะมีผลเสียต่อโรงแรมคาสเทิล ตนต้องรักษาเครดิตไว้ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ตนให้ข่าวพวกเขาแต่บางข่าวก็ต้องขอร้องบ้าง ธีรพัฒน์ช่วยก้มหัวขอร้อง กลุ่มนักข่าวอึ้งมองหน้ากันลังเล

ณรัลมาส่งลีลาที่บ้าน เธอถามไม่โกรธตนหรือที่ใช้งานน้องสาวเขาโปรโมตธุรกิจ เขากลับเยาะหยันว่า ศิรินธารโง่เอง เธอถามอีกว่าเขาประกาศตัวแบบนี้จะไม่ทำให้ที่บ้านโกรธหรือ ณรัลยืนยันว่าถ้าตนเลือกใครทุกคนต้องเห็นด้วย ว่าแล้วก็ขยับจะเข้ากอดจูบ ลีลาเบี่ยงหนีกล่าวคำอำลา ณรัลไม่กล้ารุกเร้ายอมถอยก่อน...ลีลาเข้ามาในบ้านต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาวัลภากับฤดี

ภารดีมาที่โรงแรมเอเดน ณรงค์พาไปพบผู้รับเหมาและคนงาน พร้อมบอกว่าแดนจะไล่ตนกับพวกนี้ออกหมดเพราะตนไม่สามารถตามเธอกลับมาทำงานได้ สีหน้าคนงานแต่ละคนดูน่าสงสาร ทำให้หญิงสาวไม่พอใจขอพบแดนทันที

แผนของแดนดูท่าจะสัมฤทธิผล เมื่อภารดีบุกเข้ามาต่อว่า มีอีกหลายบริษัทที่จะทำงานนี้ได้ ทำไมต้องเป็นตน แดนยักไหล่บอกว่าพ่อตนติดใจฝีมือเธอ ภารดีเจ็บใจแต่ต้องยอมตกลง...ภารดีกลับออกมาหาณรงค์ เขาขอบคุณที่เธอยอมกลับมาทำงานนี้ ณรงค์ถามถึงเกรียงและคนอื่นๆในทีม ภารดีรับปากจะไปกล่อมให้ พอเธอเดินออกมาที่จอดรถ มีรถส่องไฟใส่หน้า เธอหยุดมอง รถแดนวิ่งมาจอดข้างๆ เขากดกระจกลงส่งสำเนาสัญญาว่าจ้างที่เธอเซ็นให้ บอกว่าเธอลืมไว้และเน้นให้อ่านทวนข้อสุดท้าย เธอรับมาอ่านแล้วต้องฉุนเพราะข้อความว่า ผิดสัญญาปรับสิบเท่า

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:44 น.