ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"

ศิรินธารเดินตรงมายังห้องหาญกล้าด้วยอารมณ์ที่พุ่งแทบจะถึงขีดสุด ผลักประตูเข้าไป หาญกล้าหันมองสีหน้าตกใจนิดๆ เธอกวาดตามองทั่วห้อง เข้าดูในห้องน้ำไม่พบแม้แต่เงาลีลา หาญกล้าตำหนิตนอยู่คนเดียวจะมาคอยจับผิดอะไร คิดถึงหน้าตนบ้าง

“อายเหรอ แล้วที่ควงมันโชว์คนในโรงแรม

คุณคิดถึงหน้าหยีบ้างไหม ควงเมียน้อยในโรงแรมของหยี พวกพนักงานมันคงเห็นหยีหน้าโง่เต็มทีปล่อยให้ผัวสำส่อนไม่เลือก เลิกทำตัวเป็นแมงดาแล้วทำหน้าที่สามีที่ดีเหมือนคนอื่นเขาสักที!” เสียงศิรินธารกราดเกรี้ยวดังลั่นออกไป

หาญกล้าโกรธมาก ศิริกับนรุตม์เปิดประตูเข้ามาเห็นหาญกล้ากำลังเงื้อมือจะตบศิรินธาร ศิริตวาด “ผู้หญิงที่แกกำลังจะทำร้ายอาจจะเป็นเมียแก แต่แกคงไม่ลืมว่าเมียแกคือลูกสาวของฉัน”

หาญกล้าหน้าเสียลดมือลง หน้าห้องมีพนักงานมุงดู ลีลายืนอยู่ในกลุ่มนั้นหันหลังเดินยิ้มสะใจ ผ่านหน้าลำไพรไม่วายยิ้มหยันทำนอง เธอกับฉันมันคนละชั้นกัน ลำไพรเดือดแค้นใจ

สามคนพ่อลูกย้ายมาคุยในห้องทำงานนรุตม์

ศิริจะให้หาญกล้าออก ศิรินธารไม่ยอมบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ศิริแย้งที่เธออาละวาดจนพนักงานทั้งชั้นต้องมามุงดู นรุตม์เสริมเธอยังไปเสียงดังกลางล็อบบี้ขณะที่แขกกำลังใช้บริการ หญิงสาวสวนถ้าพูดแล้วไม่ดีขึ้นอย่าพูดดีกว่า ศิริเอ็ดไม่ให้ก้าวร้าวนรุตม์ ศิรินธารหาว่านรุตม์ฟ้องทำให้พ่อดุตน ศิริยืนยันไม่ใช่นรุตม์

“แล้วใคร ใครมันรายงานคุณพ่อ”

“ไม่สำคัญว่าใครรายงาน สำคัญที่ว่าที่พ่อพูดมาทั้งหมดมันคือการกระทำของหยี หยียอมรับไหมว่าทำ” ศิรินธารอ้ำอึ้ง “ไม่ว่าลูกจะพูดว่าอะไร พ่อจะไม่ไปค้นความจริง จะไม่จับผิด จะเชื่อในสิ่งที่หยีพูดนะคนดีของพ่อ”

ความใจเย็นแสดงออกว่ารักทำให้ศิรินธารอ่อนลง ยอมรับว่าตนทำ ศิริย้อนถามรู้ใช่ไหมว่าตนจะโกรธ “รู้ค่ะ แต่คุณพ่อสอนหยี...ความจริงทำให้คนฟังโกรธ แต่การโกหกจะทำให้คนฟังเกลียด...หยียอมรับผิดค่ะเพราะหยีอยากเป็นคนดีของคุณพ่อ” ศิรินธารเข้ากอดอ้อนจนศิริใจอ่อน

“เจอไม้ตายแล้วล่ะครับคุณพ่อ” นรุตม์ล้อ

ศิริถอนใจบอกลูกสาวมีอีกเรื่องที่คนดีจะต้องทำ แล้วมองไปทางนรุตม์ ศิรินธารยกมือไหว้ขอโทษที่เสียงดังใส่ เขากลับบอกว่า เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ ไม่อาละวาดในโรงแรมต่อหน้าคนเยอะๆจะได้ไหม เธออ้างถ้าโมโหมันยากแต่ก็จะพยายามเพื่อพ่อ ทั้งสามคนยิ้มให้กันด้วยความรักและความเข้าใจ... มือถือนรุตม์สั่น เขาอ่านข้อความแล้วบอกศิริว่าได้เวลาแล้ว ศิริจึงหันมาบอกลูกสาวช่วยกลับไปทานข้าวเป็นเพื่อนแม่ วันนี้พ่อกับพี่กลับค่ำ

ooooooo

ศิริกับนรุตม์มาประชุมสมาคม วันนี้มีผู้เข้าประชุมมากมายเพราะจะมีโปรเจกต์พิเศษ ศิริจึงได้เจอดล พิริยะกุล เพื่อนเก่าเจ้าของโรงแรมเอเดน...ดลทักทายแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

แต่ศิริทักด้วยความดีใจ “ไม่พบกันนานมากตั้งแต่ 20 ปีก่อน...เราสามคน”

“สามรึ ฉันคิดว่านายจะยังจำได้หลังจากที่นายทำลายมิตรภาพเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง”

“ถ้าแกเป็นฉัน แกก็ต้องตัดสินใจเหมือนกัน”

ศิริผิดหวังที่เพื่อนเข้าใจผิด

“ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะเลือกมิตรภาพไม่ใช่เงิน” ดลไม่ได้เข้าข้างแต่เพียงเห็นใจชลัมภ์

นรุตม์งงกับท่าทีเหมือนขัดแย้งกับการที่เพื่อนเก่าเจอกัน พอดีพิมพรรณ ประธานสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมแห่งประเทศไทยเดินเข้ามา ทุกคนจึงเข้าไปนั่งประจำที่ ศิริกับดลนั่งตรงข้ามกัน นรุตม์นั่งข้างศิริ ท่าทางดล เหมือนรอใครอีกคนที่ยังไม่มา แอบกดโทรศัพท์ตาม

ในห้องนอนที่บ้าน เดชอดุลย์หรือแดน หนุ่มหล่ออารมณ์ดี บุคลิกขี้เล่น สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่พ่อโทร.มาปลุกให้รีบไปคุยงานแทนที่โรงแรมตอนเที่ยง แต่นี่มันบ่ายสองแล้ว แดนรับคำด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

ขณะเดียวกัน ในโรงแรมเอเดน เกรียงหัวเสียเพราะการรอนานถึงสามชั่วโมง ภารดีเองก็หงุดหงิดแต่ก็ปลอบเกรียงให้ใจเย็น เขาบ่นอุบนัดเที่ยงนี่จะบ่ายสาม ตนนัดลูกค้าอีกรายไว้ผิดเวลาไม่ได้เพราะเป็นงานใหญ่ ภารดีจึงให้เขาไปก่อนตนจะไปคุยกับพีเอ็มขอเลื่อนลูกค้าเอง เกรียงหวั่นใจเพราะนี่ก็ลูกค้ารายใหญ่ แต่ภารดีคิดว่าเราไม่ผิด ทุกคนมีตารางงานของตัวเอง

ณรงค์ซึ่งเป็นคนคอยควบคุมการก่อสร้างเป็นตัวแทนของแดนเข้ามารายงานว่าแดนกำลังมาถึง แต่ต้องแปลกใจที่เห็นภารดีนั่งอยู่เพียงคนเดียว

แดนก้าวลงจากรถหน้าโรงแรมในมาดผู้บริหาร เดินคุยโทรศัพท์กับณรงค์ บอกตนมาถึงแล้วกำลังไปที่ห้องประชุม แต่พอได้ยินณรงค์บอกว่าสถาปนิกกับผู้รับเหมาขอเลื่อน

แดนรีบเดินมาถึงถามณรงค์ “เลื่อนได้ยังไง วันนี้ผมต้องสรุปงานให้คุณพ่อ เลื่อนไปแบบนี้ท่านต้องเอาเรื่องผมแน่ ทำไมคุณถึงไม่ห้ามเขาไว้” ณรงค์บอกว่าห้ามไม่ได้ จึงถามเหตุผล “เราจ้างเขาถูกไปหรือไง หรือว่างานของผมไม่สำคัญ...จะอ้ำอึ้งอีกนานไหม ผมรอคำตอบอยู่”

ภารดีเก็บของจะเดินออก ได้ยินเสียงแดนโวยด้านนอกจึงเดินออกมาตอบแทนด้วยน้ำเสียงปกติ “เพราะคุณมาสายสามชั่วโมง ฉันชื่อภารดีเป็นไลท์ติ้งดีไซเนอร์ ของโปรเจกต์นี้ค่ะ”

แดนหันไปถามณรงค์ว่าทำไมฝ่ายนี้รอได้แต่อินทีเรียรอไม่ได้ ภารดีตอบแทนว่า “เพราะโลกนี้ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่มีเงินจ้างพวกเราไงคะ ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ”

แดนหาว่าไม่มีความรับผิดชอบ ภารดีประชดกลับ เรารับผิดชอบด้วยการมารอประชุมกับเขาตั้งแต่เที่ยงแต่เขามาบ่ายสาม นี่คือความรับผิดชอบของเขาใช่ไหม แดนหน้าชาสวนกลับ

“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมมีสิทธิ์เลิกจ้างคุณ”

“ยินดีค่ะ เพราะฉันก็อยากทำงานกับลูกค้าที่มีความรับผิดชอบเหมือนกัน ฉันอยู่ตามที่คุณขอแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ” ภารดีเชือดนิ่มๆจนแดนเถียงไม่ออก

ด้วยยังไม่ยอมรับผิด แดนโทร.บอกดลว่าจะเปลี่ยนทีมออกแบบทั้งหมด ดลตวาดเสียงลั่นว่าไม่ได้ ตนตกลงแบบทั้งหมดไว้แล้ว โรงแรมจะต้องปรับปรุงให้ทันต้อนรับการประชุมนานาชาติในปลายปี เขาต้องไปตามทีมออกแบบทั้งหมดกลับมา ไม่อย่างนั้นจะตัดออกจากกองมรดก

ดลหัวเสียเดินกลับเข้ามาในห้องประชุม แต่การประชุมจบลง ศิริเดินคุยกับนรุตม์ออกมาว่าเราจะต้องเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้ต้อนรับผู้นำจากประเทศต่างๆ ดลได้ยินแทรกว่าเราต่างก็มีสิทธิ์รอผลการตัดสินที่จะประกาศในอีกสองเดือนข้างหน้า ควรทำใจไว้รับความผิดหวังบ้าง ศิริโต้ว่าตนเตรียมทุกอย่างเพื่อรองานนี้ ดลเยาะว่าเขาเป็นคนที่อยากได้อะไรต้องได้เหมือนเคย

ศิริหน้าเสียอยากอธิบาย จะต้องใช้เวลาคุยกันนานกว่านี้ แต่ดลปัดไม่อยากคุยกับเพื่อนเก่าเพราะมันพาลให้คิดถึงช่วงเวลาที่เพื่อนทรยศ นรุตม์สงสัยว่าทั้งสองต้องมีความหลังที่ไม่ดีต่อกัน

ooooooo

วันต่อมา วิทยาซึ่งเป็นเลขาณรัลมาพบศิริที่บ้าน ความจริงแล้วเขาเป็นสายที่คอยส่งข่าวทำให้ศิริรู้ถึงการทุจริตของณรัล ศิริเรียกวิทยามาเพราะต้องการให้สืบหา ชลัมภ์ ฤทธิเดช

ในวันเดียวกัน ลีลากับเพื่อนๆมาออกกำลังในห้องฟิตเนส สามสาวคุยกันถึงข้อสรุปของลีลาที่ว่า ลำไพรคือสุนัขเฝ้าสามีของศิรินธาร ระหว่างนั้นลีลารู้สึกว่าน้ำหนักเครื่องออกกำลังแขนของตนมันหนักขึ้นจนยกไม่ไหว พอหันมองก็เห็นขาชายคนหนึ่งยืนข้างๆจึงเงยหน้ามอง

“แดน!” ลีลาดีใจลุกขึ้นโผกอด ทั้งสองสนิทสนมกันตั้งแต่เด็ก

แดนบ่นตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ที่ร้าน แต่กลับเซอร์ไพรส์กว่าเพราะเจ้าของร้านไม่อยู่กันเลยสักคนต้องเดินหาทั่วโรงแรมกว่าจะเจอ สามสาวหัวเราะ วัลภาถามเขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แดนบอกว่าไม่ถึงเดือนแต่วุ่นกับการปรับตัว เพราะพ่อให้ทำงานแล้วจึงหนีไม่ได้อีก ลีลาขำ

“ลูกชายคนเดียวก็รู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายต้องรับช่วงแล้วจะหนีไปทำไม มาเริ่มงานเร็วๆก็ดี คุณอาจะได้ไม่เหนื่อย”

ฤดีเย้าตำแหน่งภรรยาผู้บริหารยังว่างไหมจะได้สมัคร แดนบอกว่าตำแหน่งนี้ไม่เปิดรับ วัลภาล้อคงมีคนที่อยู่ตำแหน่งนี้แล้ว ลีลารีบถามว่าใคร ตนรู้จักไหม แดนหน้าแดงเขินๆเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนไปทานข้าวตนเป็นเจ้ามือ วัลภากับฤดีสบตากันอย่างรู้สึกบางอย่าง

ด้านชลัมภ์จมอยู่กับความเจ็บแค้น รอฟังข่าวจากลีลาไม่เว้นแต่ละวัน มัสยาต้องคอยเตือนให้ปล่อยวางบ้างเพื่อจะได้ไม่เครียด...วันนี้ชลัมภ์นั่งมองภาพถ่ายตัวเองคู่กับมะลิวัลย์ตอนท้องแก่ ทำให้คิดถึงอดีตที่กำลังมีความสุขจะได้เห็นหน้าลูกน้อย ความตั้งใจที่จะสร้างรากฐานไว้ให้ลูก จะพาเธอไปเที่ยวอิตาลี ดลโผล่เข้ามาทักทาย ทั้งชลัมภ์และมัสยาแปลกใจ

ดลถามทุกข์สุขและบอกว่าได้เจอศิริจึงคิดถึงเขาและเรื่องเก่าๆ แล้วถามเขาลืมได้จริงหรือ

“พี่ไม่ลืม แต่มันจะมีประโยชน์อะไร คนพิการอย่างพี่จะทำอะไรได้ แค่จะยืนยังทำไม่ได้”

“ถ้าตอนนั้นผมห้ามศิริ พี่คงไม่ต้องเป็นแบบนี้”

“พี่รู้ว่าดลรู้สึกผิด แต่ดลก็ชดเชยด้วยการดูแลลีลาอย่างดี ถ้าไม่ได้ดลลีคงไม่ได้ไปเรียนต่อ ไม่มีอนาคตที่ดีอย่างทุกวันนี้ ดลชดเชยให้พี่มากพอแล้ว พี่ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปฝากลีด้วยนะ พี่กลัวว่าถ้าศิริรู้ว่าลีคือลูกพี่ ลีจะลำบาก”

“ผมสัญญาว่าจะดูแลลีให้เหมือนเป็นลูกของผมเอง จะไม่ให้ใครมาทำร้ายลีได้ พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ” ชลัมภ์ขอบใจ ดลดีใจคิดว่าเขาปล่อยวางได้ ตนอยากเห็นเขากับลีลามีความสุข ชลัมภ์ยิ้มให้ทำเหมือนว่าเขาปล่อยวางได้จริง

ระหว่างนั้นแดนกับลีลาและเพื่อนทานอาหารกันอยู่บนดาดฟ้าโรงแรมเอเดน คุยกันถึงเรื่องที่ผ่านมา แดนต่อว่าลีลาที่กลับเมืองไทยไม่บอกกล่าว อุตส่าห์บินไปหาถึงอิตาลี ลีลาตกใจจะคืนค่าตั๋วเครื่องบินให้ แดนไม่รับอ้างเพราะตนอยากไปเอง ลีลาดีใจที่ตอนนี้อยู่เมืองไทยจะได้เจอกันตลอดไป

วัลภาแซวว่าดีเหมือนกัน ถ้าต่างอายุเลยสามสิบแล้วยังไม่มีแฟนก็แต่งงานกันไปเลย แดนยิ้มชอบใจ

แต่ลีลาออกตัวว่าชอบอยู่คนเดียว แล้วทำตลกชวนกินของฟรีให้เต็มคราบ พรุ่งนี้มีงานเช้าจะได้มีแรง ฤดีรับมุกที่เพื่อนพยายามกลบเกลื่อน ก่อนจะกระซิบวัลภา

“แกไม่น่าชงเลยภา สงสารแดนว่ะ”

“ก็แดนมันเป็นคนดี” วัลภามองแดนที่พยายามเก็บสีหน้าผิดหวังด้วยความสงสาร

ooooooo

วันต่อมา ลีลากับฤดีมาคุยงานกับ บก.นิตยสารชื่อดัง เพราะเธอชอบคอนเซปต์คอลเลกชั่นใหม่ของลีลา จะนำมาลงเซตแฟชั่นในหนังสือ และเดือนหน้า จะจัดแฟชั่นโชว์ถ้าลีลาสนใจก็ขอเชิญ ลีลารับว่าสนใจ บก.จะไปเอารายละเอียดมาคุยให้ลีลากับฤดีไปรอที่ห้องประชุม

สองสาวเดินผ่านสวนเล็กๆที่มีการจัดไฟถ่ายภาพ และได้เห็นศิรินธารกำลังวีนใส่สตาฟฟ์ ช่างหน้า ช่างผมว่าแต่งหน้าให้ตนไม่ได้เรื่อง สตาฟฟ์ไกล่เกลี่ยขอร้องให้ไปรอที่ห้องประชุมจะตามช่างเจิดมาแก้ไขให้ ช่างคนที่แต่งหน้าให้ไม่พอใจนินทาให้ช่างภาพฟังว่า

“หน้าเพอร์เฟกต์มาก...กรีดทั้งตา เสริมทั้งดั้ง ตัดกรามอีกต่างหาก ชะนีชัดๆ”

ช่างภาพปรามให้ใจเย็น ฤดีกระซิบบอกลีลาว่า “ยัยศิรินธารนี่มันไม่ใช่แต่ผัวเบื่อนะฉันว่า เข้าขั้นโลกเบื่อเลยล่ะ” เผอิญมีคนโทร.เข้ามา ฤดีจึงหยุดเม้าท์แล้วเลี่ยงไปรับสาย

ลีลามองไปทางศิรินธารอย่างแค้นใจที่ขังตนไว้ในห้องเซาน่า จึงตามเข้าไปในห้องประชุม สตาฟฟ์ออกมาเห็นรีบเชื้อเชิญและบอกว่าวันนี้มีถ่ายสัมภาษณ์ใช้เค้กเป็นพร็อพจึงเอามาเก็บไว้ห้องนี้ ลีลาบอกไม่เป็นไรยิ้มให้แบบสบายๆไม่เรื่องมาก ภายในใจตั้งใจจะเปิดศึกกับศิรินธารเท่านั้น เมื่อศิรินธารเงยหน้ามาเห็นลีลาก็โวยมาได้อย่างไร

“แปลกใจสินะ ที่ฉันยังไม่ตาย” ลีลาย้อนถาม

ศิรินธารงงพูดเรื่องอะไรแต่ก็ตอกกลับไปว่า “ผิดหวังนิดหน่อย เพราะผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างพวกแกมันน่าจะตายให้หมด”

ลีลายิ่งมั่นใจว่าใช่ฝีมือศิรินธาร จึงโต้ไปว่าตนคงไม่ตายง่ายๆ ตนถนัดตาต่อตาฟันต่อฟันไม่ลอบกัดอย่างที่เธอทำ ศิรินธารโกรธไม่ได้ฉุกคิด คิดว่าลีลาตั้งใจจะแย่งหาญกล้าให้ได้ จึงเอามือควักเค้กหมายจะโปะหน้าลีลา ช่างเจิดเดินเข้ามาเห็น ลีลาจับมือศิรินธารไว้ทันแล้วดันมือให้ป้ายหน้าตัวเอง ศิรินธารโกรธพยายามจะกดหัวลีลาลงไปบนเค้ก แต่เธอสู้แรงไม่ได้ล้มไปใส่เค้กร้องกรี๊ดๆเสียเอง บก.กับฤดีวิ่งเข้ามาตกใจกับสภาพเละเทะ ศิรินธารฟ้องว่าลีลาจงใจแกล้ง

“ไม่จริงค่ะ คุณศิรินธารเป็นคนเริ่มก่อน เจิดเห็นกับตา คุณศิรินธารใช้มือควักเค้กจะเล่นงานคุณลี เจิดร้องห้ามแล้วนะคะ แต่คุณศิเหมือนคนบ้าไม่ฟังเลย”

กัลยาโผล่มาท่าทางไม่พอใจถามถ้าลูกตนเริ่มก่อนทำไมอยู่สภาพนี้ แล้วโทษลีลาจงใจแกล้ง ลีลาบอกว่าตนป้องกันตัว ถ้ามีคนทำร้ายจะยืนเฉยหรือ ฤดีโวยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ลีลากลับบีบมือปรามเพื่อน บอกอย่าทำให้ บก.ลำบากใจ...ศิรินธารยิ่งถูกมองว่าเป็นมารร้าย บก.ตัดบทไม่ต้องคิดหาคนผิดแล้วสั่งลูกน้องเก็บกวาด ศิรินธารถามแล้วจะให้สัมภาษณ์ในสภาพนี้หรือ บก.สวนว่าตนขอยกเลิกงานนี้ แล้วสั่งลูกน้องติดต่อแขกที่สำรองไว้มาแทน กัลยาไม่พอใจ

“ขอโทษค่ะคุณกัลยา แต่ดิฉันไม่คิดว่าคุณศิรินธารจะพร้อมกับการให้สัมภาษณ์ บรรยากาศระหว่างทีมงานของดิฉันกับคุณศิรินธารก็คงจะไม่ราบรื่นแล้ว ดิฉันจำเป็นจริงๆขอโทษอีกครั้ง” บก.หันมาชวนลีลาไปคุยงานที่ห้องทำงาน เธอกล่าวขอโทษ แต่ บก.กลับบอกว่าเธอไม่ผิด

ศิรินธารร้องกรี๊ดๆอย่างหัวเสียที่ไม่มีใครสนใจ กัลยาต้องปลอบและพากลับ กัลยาเห็นสายตาเยาะเย้ยของลีลาก็ชักสงสัย

ooooooo

เสร็จงาน ฤดีให้ลีลาระวังตัวบ้างเพราะได้ประกาศศึกกับศิรินธารเป็นทางการไปแล้ว ลีลาบอกว่าแค่เอาคืนบ้างเท่านั้น ฤดีเตือนทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทั้งกิจการ ชื่อเสียง แล้วจะเอาไปแลกกับเรื่องแย่ๆนี้ทำไม เสียเวลา ลีลาเหน็บวันนี้พูดยาวแต่ก็รับปากว่าจะคิดดู

พอแยกกับฤดีเดินมาที่จอดรถ รถเกิดสตาร์ตไม่ติด โชคดีที่นรุตม์ขับรถผ่านจึงลงมาช่วยดูให้ แต่เขาก็เป็นห่วงกลัวจะไปดับกลางทางอีก จึงแอบขับตามไปส่งระหว่างนั้นศตวรรษโทร.เข้ามาน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ บอกว่าตนได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินแล้ว อาทิตย์หน้าต้องเริ่มเก็บตัว นรุตม์เตือนเรื่องข้อตกลงเป็นสิ่งที่เขาพอใจไหม ศตวรรษอยากปรึกษา นรุตม์จึงบอกว่าอีกสักพักจะกลับถ้ารอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็คุยกันพรุ่งนี้เช้า ศตวรรษเอะใจที่พี่ชายดูท่ามีความสุข

และแล้วพอลีลาเลี้ยวรถเข้าซอยบ้าน ก็มีคนร้ายสามคนดักเล่นงานลากตัวเข้ารถตู้หมายข่มขืน ลีลาต่อสู้สุดฤทธิ์ได้ยินคนร้ายคุยกันว่าอย่าให้ถึงตายทำเท่าที่สั่งมาก็พอ นรุตม์ตามมาถึงกระชากคนร้ายขึ้นจากตัวหญิงสาว แต่พวกมันมากกว่าทำให้เขาบาดเจ็บเล็กน้อย พอดีมีพลเมืองดีสองคนผ่านมาเข้าช่วย คนร้ายขึ้นรถหนี

นรุตม์ให้ลีลาแจ้งความแต่เธอปฏิเสธไม่อยากให้เป็นข่าวอีกจะกระทบงานใหญ่ของตัวเอง แต่เธอก็รู้ว่าคนร้ายไม่ใช่โจรทั่วไป มันตั้งใจดักทำร้าย และตนไม่เคยมีปัญหากับใครนอกจาก...นรุตม์รู้ทันทีว่าหมายถึงศิรินธาร แต่ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้ได้

ลีลาพานรุตม์เข้ามาทำแผลในบ้าน เขารู้สึกปลาบปลื้ม ลีลาเห็นท่าทางเขินอายไม่กล้าถอดเสื้อให้ทำแผลก็รู้ว่าเขาคงไม่เคยรักใครมาก่อน ยิ่งทำให้รู้สึกดีๆกับเขา ลีลาพูดหน้าตาเฉยว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่ถอดเสื้อต่อหน้า เพราะอาชีพตนต้องแต่งตัวให้นายแบบนางแบบ ระหว่างทำแผล ฤดีกับวัลภาเดินเข้ามาตกใจที่เห็นนรุตม์ถอดเสื้ออยู่ ลีลารีบแนะนำว่าทั้งสองเป็นหุ้นส่วนของตนและบอกเพื่อนว่าเขาบาดเจ็บเพราะช่วยตน สองเพื่อนสาวอมยิ้มอย่างรู้ทัน

ลีลาเดินออกมาส่งนรุตม์หน้าบ้าน ตัดสินใจถามเขาเชื่อหรือไม่ว่าประตูห้องเซาน่าถูกล็อก เขาอึกอักอ้างกำลังให้ช่างเทคนิคตรวจสอบ ลีลาหยั่งเชิงถาม

“แล้วถ้าประตูไม่ได้มีปัญหาเหมือนวันนี้ที่จู่ๆก็มีคนร้ายในซอยบ้าน คุณจะบอกฉันไหม”

นรุตม์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะรับคำ ลีลามองเขาด้วยรู้สึกผิดหวัง...พอกลับเข้าบ้าน วัลภาและฤดีไม่พอใจที่เธอโดนทำร้ายวันนี้ จะแจ้งความ ลีลาปฏิเสธอ้างพวกเธอบอกเองว่าตนเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ จะให้เสียชื่อได้อย่างไร ตนขอจัดการเรื่องนี้เอง สองเพื่อนชักสงสัย

ในขณะที่กัลยาพยายามกล่อมให้ศิรินธารเลิกกับหาญกล้า ชีวิตจะได้ดีขึ้น ศิรินธารไม่ยอมเสียสามีให้ใคร พาลทำให้โกรธลีลามากขึ้น พอหาญกล้ากลับมาจึงชวนทะเลาะ คราวนี้ลำเลิกบุญคุณสารพัด ทำให้ชายหนุ่มโกรธมาก ตอกกลับว่านับวันเธอก็ยิ่งน่าเบื่อ ถ้าไม่เลิกบ้าไม่ต้องมาคุยกัน ว่าแล้วก็เดินหนีไป ศิรินธารร้องกรี๊ด นรุตม์กลับมาเข้าไปปรามและปลอบ เธอโวย

“กล้าไม่เคยทำกับหยีขนาดนี้ เพราะมันนังลีลา หยีเกลียดมัน อยากให้มันตายๆไปนัก” ศิรินธารตั้งใจไปคุยกับหาญกล้าให้รู้เรื่อง นรุตม์จึงเตือนให้มีสติอย่าวู่วาม

ศตวรรษเดินสวนเข้ามาบอกนรุตม์ว่าปล่อยให้น้องรู้จักเจ็บบ้างจะได้จำ แต่นรุตม์ก็อดห่วงไม่ได้ และฉุกคิดว่าเธอจะเป็นคนจ้างคนไปทำร้ายลีลาจริงหรือเปล่า

ขณะเดียวกัน ศิริออกมาคุยโทรศัพท์ในสวนทั้งที่ค่ำมืด กัลยายืนมองอย่างสงสัย ศิรินธารกำลังจะไปโวยหาญกล้า พอเห็นแม่ก็ชะงักทักทำไมยังไม่นอน กัลยาถามกลับได้ยินเสียงทะเลาะกัน หาญกล้าก่อเรื่องอีกหรือ ศิรินธารถอนใจขอร้องแม่อย่าต่อว่าเขาอีกเลย ตนจะจัดการเอง กัลยาสีหน้าทุกข์ใจเป็นห่วงลูกสาว

ศิรินธารใจเย็นลงตั้งใจจะง้อหาญกล้า แต่กลับโดนเขาว่าใส่หน้าว่าน่ารำคาญและแกล้งเอาน้ำเทบนเตียงข้างที่เธอต้องนอน ทำให้เธอนอนไม่ได้ เธอข่มใจไม่โวยวายทั้งที่น้ำตาตกใน

ooooooo

รุ่งเช้า ลีลาขับรถมุ่งหน้าไปหาพ่อที่จันทบุรี ฤดีแปลกใจที่ไปไม่บอกกล่าว เธออ้างว่ามีเรื่องต้องตัดสินใจ ฤดีไม่คิดถาม กลับให้กำลังใจถ้ามีอะไรให้ช่วยตนยินดีเสมอ

ด้านลำไพรนั่งค้นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ หาญกล้าเดินเข้ามาถามว่าหาอะไร เธอพลั้งปากว่าหาข่าวข่มขืน แล้วกลบเกลื่อนว่าข่าวทั่วไป หาญกล้าอวดเช็คที่เพิ่งได้จากศิรินธาร ลำไพรหมั่นไส้เหน็บว่า ถ้าทะเลาะกันทุกวันไม่นานศิรินธารคงหมดตัว หาญกล้ามองอย่างไม่สบอารมณ์บอกบ่ายนี้ตนจะออกไปข้างนอก แต่ไม่บอกว่าไปไหน ลำไพรอยากรู้แต่ตอนนี้สนใจข่าวลีลาถูกข่มขืนมากกว่า ทำไมไม่มีหนังสือพิมพ์สักฉบับลง หรือจะไม่มีการแจ้งความ

ทันทีที่ลีลามาถึง ได้ยินเสียงโครมครามจากในบ้าน ตามด้วยร่างชลัมภ์ถูกโยนออกมา นักเลง 3 คนออกมาพร้อมยกรถเข็นทุ่มเฉียดเขาไป ลีลาตกใจถลาเข้าปกป้องพ่อ แต่โดนกระชากขึ้นมาตบคว่ำไปอีกคน มัสยาวิ่งออกมาพร้อมไม้กวาดไล่ฟาด แต่แล้วก็โดนตบไปกระแทกกำแพงล้มลง นักเลงเหยียบบนตัวชลัมภ์ขู่ อย่ากลับไปยุ่งกับศิริอีก ถ้าไม่อยากตายยกครัว

ลีลาตกใจมองนักเลงทั้ง 3 กลับไป แล้วรีบเข้าประคองพ่อและป้าพาเข้าบ้าน...ลีลาเช็ดเนื้อตัวให้ชลัมภ์แล้วบอกจะแจ้งความ ชลัมภ์ร้องห้าม ถ้าเป็นข่าวเธอจะโดนเล่นงานไปด้วย

“แต่เราจะปล่อยให้มันทำร้ายเราแบบนี้ไม่ได้นะคะ พ่อต้องโดนใส่ร้ายหนีจากกรุงเทพฯ หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างเพราะมัน ถึงขนาดนี้แล้วมันยังตามมาทำร้ายพ่อ ลีไม่ยอม ลีจะแฉให้เขาเป็นจำเลยสังคม ให้ครอบครัวเราได้รับความยุติธรรม”

ชลัมภ์ห้าม มัสยาช่วยปรามว่าเราไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจจะไปสู้เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงมีแต่จะพัง ลีลาย้อนถามแล้วจะปล่อยให้พวกนั้นทำร้ายเราแบบนี้หรือ ชลัมภ์ไม่อยากให้ลูกต้องเดือดร้อนไปด้วย หญิงสาวยิ่งรู้สึกกดดันจนแอบจิกเล็บที่มือตัวเองเพราะความเครียด

ค่ำนั้น ชลัมภ์นั่งดูภาพข่าวย้อนหลังงานฉลองความสำเร็จของโรงแรมคาสเทิล แล้วรู้สึกสิ้นหวังตัดสินใจเงื้อมีดจะแทงตัวเอง ลีลาวิ่งมาคว้ามือยื้อให้ปล่อย มัสยาวิ่งเข้ามาฟูมฟายที่น้องคิดสั้น ชลัมภ์บ่นจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้มันเหยียบย่ำทำไม ชีวิตและศักดิ์ศรีตนไม่เหลือแล้ว

“พ่อจะตายไม่ได้ค่ะ พ่อต้องอยู่ อยู่เพื่อดูความเจ็บปวดของพวกมัน ลีจะทำให้พวกมันต้องเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น” ลีลาหันมองภาพข่าวสัมภาษณ์ศิริว่าอะไรทำให้เขาประสบความสำเร็จ ศิริตอบว่าภรรยาและครอบครัวเป็นกำลังใจในการทำงาน ลีลาแค้นใจ

ในขณะที่ดลสั่งแดนตามทีมงานออกแบบกลับมาทำงานให้โรงแรมเอเดนให้ได้ แดนแย็บดูแล้วคู่แข่งของเรามีเพียงโรงแรมคาสเทิล ดลรับว่าตนอยากให้เราชนะครั้งนี้ แดนพยักหน้า ดลย้อนถามไม่สงสัยหรือว่าเพราะอะไร แดนส่ายหน้าคิดว่าพ่อรักโรงแรมนี้และอยากให้ตนดำเนินการตามรอยเหมือนอย่างที่พ่อรักและตัดแต่งต้นบอนไซจนมันออกมาสวยงาม ดลดีใจที่ลูกเข้าใจว่าเราสามารถตัดแต่งให้เป็นอย่างใจเราต้องการได้

ooooooo

จากที่ให้วิทยาสืบหาตัวชลัมภ์ ศิริก็ได้รับเอกสารการยืนยันว่าชลัมภ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 24 ปีก่อนพร้อมผู้หญิงที่ชื่อมะลิวัลย์

แม้ศิรินธารจะเอาอกเอาใจหาญกล้าแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เลิกล้มความสนใจลีลา พอเธอโทร.มานัดเขาก็รีบร้อนออกจากบ้านโดยบอกศิรินธารว่ามีงานด่วน ไม่ว่าเธอจะโวยวายให้เขาเห็นความสำคัญของเธอ อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันก่อน เขาก็ไม่ไยดี กัลยาพยายามปลอบลูกสาวว่าเขาคงมีงานสำคัญจริงๆ แต่ท่าทางเธอจะไม่สนใจคำเตือนสักนิด

หาญกล้ามาเจอกับลีลาที่ห้องทำงาน ฟังเธอเล่าทุกอย่างที่ศิรินธารกระทำต่อเธอแล้วต้องขอโทษแทน ตนเองก็หนักใจที่ศิรินธารทำอะไรไม่ไว้หน้าไม่ให้เกียรติตนเลย ลีลาพยายามหว่านเสน่ห์อ้างว่าถึงอย่างไรตนก็เห็นว่าเขาเป็นคนเก่งที่อยากร่วมงานด้วย หาญกล้าค่อนขอดว่าคงสู้ณรัลซึ่งมีเงินมีโอกาสมากกว่าไม่ได้ ลีลาทำทีเอาใจว่าตนชื่นชมคนที่ผลของงาน ไม่ใช่เงิน

“ผมต้องรับผิดชอบทั้งงานตัวเองและงานในส่วนของหยี นี่ก็คิดจะทำธุรกิจน้ำหอมอีก”

ลีลาชะงักเมื่อรู้ว่าศิรินธารจะทำธุรกิจน้ำหอม หาญกล้าเองก็แปลกใจเพราะรู้นิสัยภรรยาเป็นคนไม่ชอบทำอะไรที่ต้องรับผิดชอบ ลีลาเห็นว่าน่าจะเป็นการดี แต่หาญกล้าเกรงจะตกมาเป็นความรับผิดชอบของตนอีก เพราะเธอชอบทำๆเลิกๆ แต่ด้วยเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ จึงไม่มีใครขัดใจ ลีลาอยากรู้ว่าเธอสนใจน้ำหอมตัวไหน หาญกล้าสาธยายหมดเปลือก

ลีลารับรู้ข้อมูลเดินออกมา ลำไพรจงใจเข้าไปเปิดฉากกระแนะกระแหนไม่ทราบว่าเป็นหุ้นส่วนโรงแรมตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นเดินเข้าออกห้องผู้จัดการยันห้องผู้บริหารได้ทุกห้อง ลีลารู้ว่าลำไพรตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ จึงแย็บถามรู้แล้วจะทำอะไร

“ดิฉันจะได้ทำตัวถูกไงคะ ว่าจะปฏิบัติกับคุณแบบไหน แบบภรรยาของว่าที่ประธานหรือว่าเมียเก็บผู้จัดการ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆนะคะ ดิฉันไม่ชอบอ้อมค้อมค่ะ” ลำไพรยิ้มเชือด

“ฉันชอบนะคะพูดกันตรงๆมันเข้าใจง่าย เอาเป็นว่าฉันมีสิทธิ์เลือกได้ทั้งสองแบบ แต่ไม่ว่าแบบไหน คุณก็ต้องดูแลรับใช้ฉัน...จริงไหมคะ” ลีลาเยาะกลับก่อนจะเดินเชิดออกไป

ลำไพรคั่งแค้นกดโทรศัพท์ไปฟ้องศิรินธารอย่างเติมสีใส่ไข่ ศิรินธารหลงเชื่อแค้นจัด แต่สิ่งที่จะเยาะเย้ยลีลาได้คือการทำธุรกิจน้ำหอมให้ดูยิ่งใหญ่กว่าแบรนด์ลาลูนของลีลา...ศิรินธารมาขอให้กัลยาสนับสนุน เธอหวั่นใจเพราะรู้ว่าลูกสาวไม่เคยทำอะไรจริงจังจะสูญเงินเปล่า

“ลูกหยีจะให้มิสเตอร์ฟรองซัวส์ออกแบบกลิ่นน้ำหอมให้เท่านั้น พี่รัลต้องเอามาให้ได้”

“คนมีชื่อเสียงระดับนั้น ถ้าเราไม่มีคอนแทกต์ เขาจะยอมตกลงกับแกง่ายๆได้ยังไง” ณรัลอ่อนใจ

ศิรินธารให้เอาเงินฟาดหัว กัลยาไม่เห็นด้วย เตือนว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง

ศิรินธารโกรธที่ไม่ได้ดั่งใจพาลเหยียดณรัลว่าถ้าเป็นนรุตม์ต้องจัดการให้ตนได้แน่ ณรัลตาวาวไม่พอใจ พอดีวิทยาติดต่อณรัลไม่ได้ จึงมาถึงบ้านเพื่อบอกข่าวว่า มิสเตอร์ฟรองซัวส์ตอบตกลงออกแบบกลิ่นน้ำหอมให้ ศิรินธารดีใจบอกณรัลว่าถ้าเขากันลีลาออกไปจากหาญกล้าได้เมื่อไหร่จะช่วยคุยสนับสนุนเขากับพ่อ ณรัลดีใจ

ooooooo

บ่ายวันนั้น ลีลาซื้อกาแฟเดินคุยโทรศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศสกับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ ทั้งสองสนิทสนมกันพอสมควรตอนอยู่ฝรั่งเศส ขอบคุณที่เขายอมทำบางอย่าง ด้วยเหตุผลที่ว่าศิรินธารทำร้ายตนหลายครั้ง ระหว่างนั้นนรุตม์เดินมาได้ยิน เผอิญเขาฟังภาษาฝรั่งเศสออกแต่ทำนิ่งๆ

ลีลาวางสายหันมาชนนรุตม์ทำให้กาแฟหกใส่เสื้อ เธอตกใจเกรงเขาจะได้ยินการสนทนาของตน จึงขอโทษแล้วหยั่งเชิงถามมาเมื่อไหร่คงได้ยินตนพูดถึงเขาอยู่ นรุตม์ทำเป็นยิ้มบอกว่าเธอไม่ได้พูดอังกฤษ ลีลาเข้าใจว่าเขาฟังไม่ออกจึงยิ้มแย้มเย้าว่าตนคุยงานไม่ได้นินทา

“มีโปรเจกต์ใหม่เหรอครับ น่าสนใจไหมครับ บางทีผมก็สนใจธุรกิจด้านนี้เหมือนกัน”

“ยังเป็นความลับค่ะ ลีว่าจะโทร.ไปขอนัดเวลากับคุณแต่ยังไม่มีโอกาส อยากเลี้ยงขอบคุณสักมื้อ คุณพอจะมีเวลาไหมคะ” ลีลาหาเรื่องกลบเกลื่อน

นรุตม์มีประชุมตอนบ่ายแต่ใจอยากให้เวลาแก่เธอจึงรีบบอกว่าตอนเย็นยังไม่มีนัด ลีลาขอนัดเวลานั้น เขารับคำด้วยใจพองโต หลังจากนั้นนรุตม์กดโทร.หาธีรพัฒน์ให้เช็กข่าวย้อนหลังผลงานของลีลากับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ว่าเกี่ยวพันกันบ้างหรือไม่

ขณะเดียวกันศิริเดินมา ธีรพัฒน์เข้าไปต้อนรับและรายงานว่าทางฮ่องกงยื่นข้อเสนอการร่วมทุนมาแล้ว ศิริสั่งอาทิตย์หน้าเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคน ตนจะทำให้นรุตม์มีอำนาจจัดการรับผิดชอบเรื่องนี้เพียงคนเดียว ธีรพัฒน์ตกใจเล็กน้อยว่าเขาจะวางมือแล้วหรือ

“ฉันอยากให้อำนาจหน้าที่ทุกอย่างมันชัดเจน ฉันเป็นเจ้าของเต็มตัว แค่เลิกยุ่งกับการบริหารสักที”

ธีรพัฒน์ถามแล้วณรัล ศิริตัดบทเปลี่ยนเรื่องถามตนมีเวลาเท่าไหร่ก่อนเข้าประชุม เขาตอบว่าครึ่งชั่วโมงและส่งดอกเบญจมาศสีขาวดอกเดียวให้ ศิริรับกล่าวคำขอบใจ

หาญกล้าแอบฟังการสนทนาอารมณ์ดีกลับเข้าห้องทำงาน ลำไพรแปลกใจ เขาเลียบเคียงถามถ้าไม่มีณรัลกับนรุตม์ คิดว่าใครจะได้ดูแลโรงแรมนี้ เธอคิดว่าเป็นศตวรรษหรือไม่ก็ศิรินธาร

“ไอ้ศตวรรษมันฝันเฟื่องจะเป็นศิลปิน งานบริหารโรงแรม อย่างมันจะไปรู้เรื่องอะไร ส่วนลูกหยีนอกจากชี้นิ้วสั่งก็ทำอย่างอื่นไม่เป็น”

ลำไพรคิดๆแล้วกล่าวว่าถ้าตัดทุกคนไปก็เหลือลูกเขยอย่างเขา หาญกล้ายิ้มรับ เลขาสาวอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร เขายักไหล่ให้รอจนกว่าจะถึงเวลา...

หน้าร้านลาลูน ลีลายืนส่งลูกค้ารายใหญ่ มีเด็กในร้านหอบถุงแบรนด์ลาลูนตามไปส่งที่รถ...ฤดีเพิ่งมาถึงถามลีลารู้เรื่องศิรินธารจะทำน้ำหอมขายหรือยัง เธอทำเนียนว่าไม่รู้ ฤดีรีบบอกว่ามิสเตอร์ฟรองซัวส์เป็นคนออกแบบจะไม่รู้จริงหรือ ลีลาว่าไม่ได้สนใจ

“ถ้าแกคิดแบบนั้นก็เริ่ดเลย เจ๊เขาไม่อยากให้แกมีเรื่อง แกสั่งสอนยัยนั่นไปหลายแมตช์แล้วนี่ ไปตีกับน้องสาวของว่าที่แฟนระวังจะกลับตัวไม่ได้ ไปก็ไปไม่ถึงนะเว้ย”

ลีลาถามเสียงหลงใครว่าที่แฟน ฤดีเน้นหนักแน่นคือนรุตม์ ลีลาจะปฏิเสธ ฤดีสวนอย่าปากแข็งตนรู้ว่าเธอสนใจเขา หญิงสาวว่าเพื่อนแสนรู้จะมารู้ดีกว่าตนได้อย่างไร ฤดีจ้องจับผิดถามเพิ่งคุยกับเขามาไม่ใช่หรือ ลีลาหลุดปากรู้ได้อย่างไร เพื่อนสาวหัวเราะบอกว่าดวงตามันฟ้อง มีนัดกันด้วย ลีลายิ่งตกใจ ฤดีโอ่ว่าตนคือดีดี้ตาทิพย์ ลีลาขู่จะเอานิ้วจิ้มตาถ้าไม่บอก

“โหดเหลือเกิน! เลขาคุณรุตม์เขาติดต่อแกไม่ได้เลยโทร.มาหาฉันว่าเย็นนี้เขานัดเจอที่ห้องอาหารโรงแรม... ถ้าชอบเขาก็เลิกตีกับน้องเขาแล้วรีบทำตัวเป็นว่าที่พี่สะใภ้ที่น่ารัก แบบไปเสนอหน้าไหว้พ่อแม่แฟนอะไรแบบเนี้ย”

ลีลาฉุกคิดถามเจอศิริหรือ ฤดีรับว่าใช่เพิ่งเห็นเขาเดินไปทางท่าน้ำ ท่าทางเท่มากดูสุขุมลุ่มลึก ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมนรุตม์ถึงดูดี ลีลาเลิกฟังวิ่งออกไป ฤดีงงเพื่อนคิดไปไหว้จริงหรือ

ลีลาเดินมาที่ท่าน้ำ เห็นศิริโยนดอกไม้ลงในแม่น้ำเป็นการขอโทษวิรัตน์ ทำให้ลีลาคิดถึงภาพพ่อโดนซ้อมยกมือไหว้ขอชีวิต...ต้องสูดหายใจเข้าตั้งสติก่อนจะเดินเข้าไปทักทายสวัสดี ศิริยิ้มอย่างเอ็นดูเผลอมองรอยยิ้มบนหน้าเธอ หญิงสาวต้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ผมรู้สึกว่าคุณเหมือนใครคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก”

ลีลาเปลี่ยนเรื่องถามเขาเอาดอกไม้มาให้ใคร เขาถอนใจก่อนจะตอบว่าเป็นรุ่นน้องที่เคยทำธุรกิจด้วย มาเสียชีวิตที่นี่ ลีลาแทรกสาเหตุคงเป็นเพราะธุรกิจ ศิรินิ่ง เธอทำเป็นเปรย

“ตอนที่คิดว่าจะสร้างธุรกิจก็ว่ายากแล้ว พอทำได้ก็ต้องประคองให้มันอยู่รอด เวลาดิฉันมองอาณาจักรของคาสเทิล ดิฉันก็สงสัยว่าคุณต้องทำงานหนักแค่ไหนถึงได้ทำให้มันกลายเป็นอาณาจักรที่มั่นคงได้ขนาดนี้”

“ช่วงแรกก็หนักหน่อยครับ แต่ถ้าเรารู้จักในสิ่งที่เราทำ รู้ว่าเราต้องการอะไรแล้ววางเป้าหมาย ความสำเร็จมันก็จะเป็นของเรา”

“โรงแรมมูลค่านับพันล้านมันคงเป็นความสำเร็จบนเลือดเนื้อและน้ำตาของอีกหลายคน ฉันเริ่มต้นธุรกิจกับเพื่อน เพราะอยากทำกับคนที่เราไว้ใจ แต่บางครั้งก็กลัวค่ะ ว่าคนที่เราไว้ใจจะทำร้ายเราอย่างเลือดเย็น” ลีลาแอบเชือดเฉือน

ศิริไม่ได้ฉุกคิดยังแนะนำอย่างจริงใจถ้าเราทำงานด้วยความรู้สึก ธุรกิจจะไม่มีวันเดินหน้า เพราะทุกนาทีมันคือการตัดสินใจ ไม่มีคำว่าพี่น้อง ลีลาเหน็บแม้แต่เพื่อนใช่ไหม ศิริยกตัวอย่างว่าเธอคงไม่คิดจะตัดเสื้อผ้าแจกการกุศล ถ้าทำแล้วขาดทุนจะเหนื่อยไปทำไม ลีลาแย็บเพื่ออุดมการณ์ ชายผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนแจกแจง

“วันที่คุณเริ่มต้นทุกอย่างมันก็สวยงาม แต่ทุกอย่างมันขับเคลื่อนด้วยเงิน ความฝันจบไป ความเป็นจริงจะเข้ามา เมื่อถึงวันนั้นคุณก็จะต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับผลประโยชน์”

“เมื่อไหร่ที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา เราจะหาความจริงใจจากเพื่อนไม่ได้เลยเหรอคะ เพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซื่อสัตย์ต่อกันมันเป็นแค่อุดมคติ ไม่มีอยู่จริงใช่ไหมคะ”

ศิริเน้นรอบคอบเท่าไหร่ยิ่งดี การทำงานไม่ใช่เล่นขายของแบบเด็กๆ ลีลาแทรกถ้าโดนหักหลังขึ้นมาเราควรจัดการกับคนคนนั้นแบบไหนถึงจะเหมาะสม

ศิริสะอึกนึกถึงที่โดนชลัมภ์หักหลัง จึงตอบไปว่าเสียเท่าไหร่เท่ากัน ลีลาไม่รู้ความจริงสายตาแข็งกร้าวขึ้น ขอบคุณที่ศิริแนะนำจะเอาไปปรับใช้ ศิริไม่ติดใจอะไรขอตัวไปประชุม ลีลายิ้มให้ด้วยสายตาเคียดแค้น

ooooooo

ก่อนเข้าประชุมนรุตม์ตัดสินใจสั่งธีรพัฒน์หาผู้รับเหมาเจ้าใหม่ ตนจะเจรจากับนายชาญเอง ให้นัดเขาเข้ามาพบ

ในห้องประชุม หัวหน้าทุกแผนกเข้าร่วม เบื้องหน้ามีเอกสารยอดรายได้และค่าใช้จ่ายของฝ่ายต่างๆ นรุตม์สรุป เดือนหน้าเราสามารถเพิ่มสมาชิกได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ศิริหันมาพูดถึงฝ่ายหาญกล้าที่ดูแลพื้นที่จัดงานว่าทำยอดเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เขายืดโอ่บอกอีกว่ายังมีลูกค้าหลายรายที่สนใจ คาดว่าในอีกหกเดือนพื้นที่จะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ศิริพยักหน้าหันมาทางณรัล

“อืม...ทำไมบัญชีของฝ่ายจัดซื้อมันถึงได้ไม่บาลานซ์กับจำนวนของในสต๊อก”

ฝ่ายบัญชีหลบตากันเป็นแถว ณรัลต้องออกตัวเองว่ามีความผิดพลาดทางการสื่อสาร ตนสั่งให้คนเคลียร์จำนวนที่ถูกต้องแล้วแต่ทำเอกสารไม่ทันการประชุม ศิริติงนี่เป็นครั้งที่สามในรอบครึ่งปีที่ฝ่ายจัดซื้อทำผิดพลาด ณรัลรีบบอกว่าจะปรับปรุงแต่ศิริสวนไม่ต้อง ตนขอปลดฝ่ายจัดซื้อทั้งหมด สั่งนรุตม์หาทีมใหม่มาดูแลแทนแล้วตัดบทปิดการประชุม ทำให้ณรัลโกรธแค้นโทษเป็นเพราะนรุตม์อีกตามเคย มีเพียงหาญกล้าที่สะใจ

ด้านลีลานั่งดูคลิปสัมภาษณ์ศิริกลับไปกลับมา วัลภาหน้าเครียดเข้ามา มีฤดีตามรั้งให้ใจเย็น วัลภาถามเป็นฝีมือลีลาใช่ไหมที่มิสเตอร์ฟรองซัวส์รับงานศิรินธาร ทั้งที่ปกติเขาไม่รับงานใครที่ไม่มีคอนแทกต์กัน ลีลาอ้างว่าศิรินธารมีเงินจ้างแต่วัลภาก็ไม่เชื่อ ถามเพื่อนรักคิดจะทำอะไร ลีลาจึงยืนยันว่าไม่ต้องห่วงจะไม่กระทบธุรกิจของเราแน่ วัลภาย้อนถามคิดว่าตนกลัวเดือดร้อนหรือ ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ต้องคุยกันอีก ลีลารีบขอโทษ ยืนยันผู้ชายห่วยๆอย่างหาญกล้าไม่มีค่าพอที่ตนจะลงไปแลกหรอก ขอให้เพื่อนทั้งสองเชื่อใจแต่ก็ไม่ยอมบอกเหตุผลทำให้วัลภางอน

ในขณะที่ศิรินธารเอาการ์ดแกรนด์โอเพนนิ่งมาอวดกัลยา เธอเตือนลูกสาวจะลงทุนมากมายเพื่อเอาชนะคนคนเดียวมันไม่มากเกินไปหรือ หญิงสาวอ้างว่าต้องการลบคำสบประมาทของพวกเซเลบเห็บเหาที่ชอบเม้าท์ตนลับหลังด้วย ทีแม่ยังลงทุนบริจาคเงินเพื่อเอาตำแหน่งในสมาคม กัลยาอึ้งเมื่อโดนย้อน ศิรินธารย้ำไม่ต้องห่วง ตนมีณรัลและนรุตม์คอยช่วย

“จะลบคำสบประมาทคน ลูกหยีจะต้องทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองถึงจะถูกนะลูก พึ่งคนอื่นมันจะน่าภูมิใจตรงไหนล่ะ”

ศิรินธารเถียงไม่ออกเปลี่ยนเรื่องคุยไปดื้อๆ กัลยาหน่ายใจ...ต่างจากนรุตม์ที่ไม่ใช่ลูกแท้กลับห่วงใยบริษัทและครอบครัวอย่างมาก พยายามขอร้องศิริอย่าลงโทษณรัล ตนขอจัดการเรื่องนี้เอง ศิริยื่นคำขาดว่าถ้าทำไม่ได้จะจ้างคนนอกเข้ามาบริหารแทนจะได้ไม่มีคำว่าพี่น้องอีก

ooooooo

ศิรินธารเข้ามาที่โรงแรมเพื่อจัดแจงงานเปิดตัวน้ำหอม ลำไพรคอยยุแยงเป่าหูว่าหาญกล้าเข้างานสายคงแอบไปหาลีลา แต่ดูเธอจะใส่ใจกับงานมากกว่า ทำให้ลำไพรเดือดดาลหาวิธีใหม่

ชาญเข้ามาพบนรุตม์ด้วยใจหวาดหวั่น พอถูกยื่นเอกสารการคดโกงให้ดูก็หน้าเสียยอมสารภาพว่าไม่ได้ทำคนเดียว นรุตม์รู้ดีว่าหมายถึงใคร จึงบอกให้ใจเย็นตนแค่จะหาทางออกให้

บ่ายวันนั้น ลีลาตื่นเต้นกับนัดของนรุตม์ เธอสำรวจเสื้อผ้าดูความเรียบร้อยหน้าผม แล้วรู้สึกแปลกใจตัวเอง พอมาถึงห้องอาหารโรงแรม เห็นเขากำลังดูแลเด็กๆและอาจารย์ ช่วยป้อนอาหารเด็ก เช็ดปากให้อย่างไม่มีท่าทีรังเกียจ ดูเป็นกันเองและจริงใจ นรุตม์เงยหน้ามาเห็นลีลาจึงบอกเธอว่าขอเวลาอีกครึ่งชั่วโมง สีหน้าเธอฉงน เขาขยายความว่าเป็นกิจกรรมตอบแทนสังคม

“ทำไมคุณถึงคิดทำกิจกรรมนี้ล่ะคะ มันไม่ได้กำไรเลยนะ”

“สำหรับผมมันเป็นกำไรทางความรู้สึก เงินใช้ไปมันก็สุขในช่วงสั้นๆที่เราใช้เพื่อตัวเอง แต่ถ้าทำเพื่อคนอื่นมันจะเป็นสุขระยะยาว”

ลีลาแย้งไม่คิดว่าคนทำธุรกิจจะคิดให้ใคร ต้องมีแต่คำว่าได้ไม่ใช่หรือ นรุตม์ให้เหตุผลว่า ถ้าคนรวยมีแค่กลุ่มเล็กๆคนจนมีอยู่ทั้งโลกแล้วจะทำธุรกิจกับใคร ตนอยากให้คืนเพื่อความสมดุล ลีลาคิดว่าให้เงินก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลา นรุตม์บอกไม่เคยเสียเวลาเพราะทุกนาทีที่ตนให้ ตนจะได้สิ่งมีค่ามากกว่าเงินคืนมาเสมอและมันก็คุ้ม ลีลายิ้มประทับใจ

พอเสร็จกิจกรรม ส่งเด็กๆกลับขึ้นรถตู้แล้ว ลีลาถามนรุตม์อยากทานอะไรให้เขาเลือก เขาขอเปลี่ยนสถานที่ แล้วหันไปเชิงถามธีรพัฒน์ทำนองเรียบร้อยไหม เขาพยักหน้ารับ...นรุตม์พาลีลาขึ้นมาบนดาดฟ้าโรงแรม เธอคิดว่าเขาจัดโต๊ะอาหารสวยเก๋ไว้ แต่แล้วกลับพบเป็นเพียงการปูผ้าแบบปิกนิกกินแฮมเบอร์เกอร์ หญิงสาวรู้สึกสนุกอบอุ่นไปกับความสบายๆของชายหนุ่ม เห็นที่ปากเขาเลอะซอสจึงลืมตัวใช้มือปาดให้ นรุตม์ชะงักเขินเล็กน้อย ก่อนจะตั้งสติถามทำไมเธอถึงเลือกเป็นดีไซเนอร์ เธอตอบว่าตอนเด็กชอบแต่งตัวให้ตุ๊กตา

ภาพอดีตวัยเด็กที่ลีลาต้องเล่นแต่ตุ๊กตาเพราะพ่อกับป้าไม่ยอมปล่อยให้ออกไปเล่นกับเด็กเพื่อนบ้านเลย...แต่เธอก็กลบเกลื่อนเล่าให้นรุตม์ฟังว่า ตนชอบจับโน่นนี่มาแมตช์กัน จนอยากแต่งตัวให้คนอื่นบ้าง ตนมีความสุขที่เห็นคนใส่เสื้อผ้าที่ตนออกแบบ แล้วย้อนถามทำไมเขาถึงทำงานโรงแรม ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ ความจริงอยากเป็นครูเพราะคิดว่าการศึกษาเป็นรากฐานที่ควรให้ความสำคัญ โรงแรมเป็นธุรกิจครอบครัวที่ตนต้องดูแล แม้ไม่ได้ทำงานที่ตนรักแต่ก็รักในงานที่ทำ ตนมองข้อดีของงานก็ทำให้มีความสุขได้ แล้วนรุตม์ก็หยั่งเชิงถาม

“คุณทำงานในวงการแฟชั่นที่ยุโรป รู้จักกับมิสเตอร์ฟรองซัวส์ไหม”

ลีลาชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบว่าเคยเจอตามงานบ้าง นรุตม์ดักคอว่าเธอเคยทำงานที่มิลานไม่น่าแค่เจอ เขาเอ่ยขอโทษแทนน้องสาวกับทุกเรื่องที่ผ่านมา ลีลาถามเธอให้เขามาพูดหรือ เขาส่ายหน้าขอให้เธออภัยจบแค่วันนี้ได้ไหม ลีลาสวนคำว่าอภัยให้ได้กับคนที่สำนึกในสิ่งที่ทำลงไป เธอขังตนในห้องเซาน่าและยังส่งคนมาทำร้ายตนอีก เธอน่ามาขอโทษเองเรื่องอาจจบ

นรุตม์ทวนคำว่าอาจจะ หญิงสาวถามถ้าตนเป็นน้องสาวเขาโดนแบบนี้จะจบง่ายๆไหม นรุตม์คิดว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่าจะทำร้ายกันไปมาเหมือนจองเวรไม่สิ้นสุด ไม่มีใครมีความสุข ลีลาจึงรู้ว่าเขารักน้องสาวมาก เขาแทรกว่าไม่อยากให้มีช่องว่างระหว่างเรา ลีลาขอเหตุผล นรุตม์ไม่กล้าพูดความในใจเลี่ยงว่าเพราะเธอเป็นเพื่อน หญิงสาวผิดหวังในคำตอบแต่ก็ขอบคุณ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:55 น.