ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"


พอวัลภากับฤดีรู้เรื่องลีลาเป็นลูกศิริ เป็นพี่น้องกับศตวรรษก็ตกใจมากพยายามโทร.หาลีลาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ จนกระทั่งลักษณ์นักข่าวโรงพิมพ์ของแม่โทร.มาต่อว่า ว่าลีลาแต่งงานสายฟ้าแลบทำไมไม่แง้มให้ฟังกันบ้าง ตอนนี้นักข่าวทุกหัวไปรอฟังแถลงข่าวเก้าโมงที่โรงแรมกัน

ศตวรรษโทร.แจ้งศิริ เขาตกใจบอกให้ลูกรอตนไปถึงก่อน แล้วรีบโทร.ไปบอกนรุตม์...ส่วนลีลาอยู่ในชุดสวยหรูโทร.บอกชลัมภ์ให้รอฟังข่าวดีที่พ่อและป้ารอคอย ลีลาพยายามเรียกกำลังใจให้ตัวเองแต่ก็ไม่ค่อยสบายใจกับท่าทีเงียบขรึมของศตวรรษ อยากคุยกับเขาเรื่องนรุตม์แต่เขาตัดบท ชมว่าวันนี้เธอสวยสมกับเป็นเจ้าสาวของเขา เขาจะทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในวันแต่งงาน ศตวรรษขยับเข้ากอดและจะจูบ เธอพยายามตั้งรับ แต่แล้วก็ทนไม่ได้เบี่ยงหน้าหนี เขาชะงักนิ่งสักพักก่อนจะเปลี่ยนมากุมมือเธอกล่าว

“งานแต่งงานครั้งนี้คือความรักจากผมเพื่อผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ผม...รัก”

ศตวรรษจูงมือลีลาออกจากห้องพัก สีหน้าเธอรู้สึกผิดต่อเขามากเหลือเกิน...วัลภากับฤดีมาถึงโรงแรมรีบวิ่งไปที่ห้องจัดแถลงข่าว เห็นศตวรรษและลีลาอยู่บนเวที ด้านหน้าเต็มไปด้วยนักข่าว ศตวรรษกล่าวขอโทษพี่ๆสื่อมวลชนที่แจ้งข่าวแต่งงานกะทันหัน

“ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่างานที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่การแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่เป็นการประกาศถึงความเป็นสามีภรรยาของผมกับคุณลีลาอย่างเป็นทางการ”

ศิริมาถึงยืนอึ้ง ศตวรรษโชว์ใบสมรสแก่สื่อมวลชนและกล่าวว่าลีลาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ตนรักและเลือกเป็นคู่ชีวิตตลอดไป ลีลากล่าวต่อ “ลีรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดที่ได้เจอกับผู้ชายที่รักลีด้วยความจริงใจ มีพี่ๆนักข่าวที่ให้ความสนใจและมาร่วมยินดีกับเรา”
นักข่าวถ่ายรูปพรึ่บพรั่บ ศตวรรษจูงมือลีลาลงมาหาศิริ กราบขอโทษที่ทำแบบนี้ เพราะอยากถนอมความรู้สึกของลีลา กัลยาก้าวเข้ามาแทรก “แล้วความรู้สึกของแม่ล่ะ!”

ทุกคนหันมอง ศิริติงบอกแล้วไม่ให้มา กัลยาโต้ “ฉันอยากรู้ว่าลูกคิดจะทำอะไร ทำไมวรรษถึงทำแบบนี้ วรรษคิดถึงใจคนนอกแล้วใจคนในครอบครัวล่ะวรรษ...ลูกเคยคิดบ้างไหม ว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไง”

“คุณกัล...เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ใช้อารมณ์ก็ไม่มีประโยชน์ วรรษจัดการเรื่องของลูกให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยคุยกัน”

กัลยาจำต้องนิ่งเพราะรับปากไว้แล้ว นักข่าวถามการแต่งงานครั้งนี้ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วยหรือ ศตวรรษตอบว่างานจัดขึ้นอย่างกะทันหันเพราะความใจร้อนของตน แต่การแต่งงานครั้งนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับทราบ ลักษณ์ถามไม่เห็นมีผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวมาร่วมงานเลย หรือผู้ใหญ่ไม่รับรู้

เสียงชลัมภ์ดังมาว่า...รับรู้ ทุกคนหันมองเห็นมัสยาเข็นชลัมภ์เข้ามา ศิริกับกัลยาตกตะลึง ศตวรรษงงว่าใคร ฤดีรีบโทร.แจ้งนรุตม์ให้รีบมา เขาบอกกำลังเข้าไป แดนวิ่งมาอีกทาง นรุตม์จึงบอกว่าชลัมภ์อยู่ในงานและถามหาดล แดนตอบว่าพ่อใกล้ถึงแล้ว สองหนุ่มรีบวิ่งไปที่งาน

ลีลาก้าวมายืนข้างชลัมภ์และแนะนำว่าคือพ่อของตน “มีหนังสือหลายฉบับสงสัยที่ลีไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องครอบครัว ลีขอชี้แจงในวันนี้ว่าสาเหตุไม่ใช่เพราะความพิการของคุณพ่อ แต่ท่านจำเป็นต้องเก็บตัวเพื่อความปลอดภัยจากเพื่อนทรยศที่ทำร้ายครอบครัวของเรา”

กัลยาแทรกว่าชลัมภ์ตายไปยี่สิบกว่าปีก่อน นรุตม์กับแดนมาถึงเห็นการเผชิญหน้าของทุกฝ่าย ลีลาตอบกัลยาว่าพ่อเกือบตาย แล้วมองไปทางศิริ “เพื่อนทรยศคนนั้นพยายามจะกำจัดคุณพ่อทุกทาง พ่อต้องพิการ แม่ของฉันต้องตาย เพราะจิตใจหยาบช้าของเขา”

นรุตม์รีบห้ามไม่ให้ลีลาพูดแบบนั้น ลีลากลับเสียงกร้าวขึ้นอีกจ้องไปที่ศิริ “คำว่าเลวยังน้อยไปสำหรับเพื่อนใจคด ทรยศคนที่ไว้ใจ มันกอบโกยความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นและยืนอยู่ในสังคมโดยไม่มีความละอาย”

ชลัมภ์กล่าวแทรก ขอโทษที่ลีลาใช้คำพูดก้าวร้าว เพราะเธอเจ็บแค้นแทนตน ตนถูกโกง ถึงแม้ว่าคนที่ทำให้ชีวิตตนตกต่ำ ไร้เกียรติ ไร้ที่ยืนในสังคม วันนี้ตนก็พร้อมจะอภัยให้ ลักษณ์ให้ชี้ชัดว่าใคร ชลัมภ์จึงชี้ไปที่ศิริ นักข่าวฮือฮา ดลมาถึงบอกแดนให้กันนักข่าวออกไปขอความเป็นส่วนตัว ศิริทนไม่ไหวกับคำกล่าวหาของชลัมภ์

“ชลัมภ์ คนอย่างแกมันไม่เคยมีสามัญสำนึก ชีวิตแกต้องพังเพราะแกมันโลภคดโกงบริษัท ถ้าแกทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ชีวิตแกคงไม่พังแบบนี้”

“ถ้างั้นการที่แกเป็นชู้กับเมียฉันมันคือความถูกต้องใช่ไหม!” ชลัมภ์สวนเสียงลั่น

ทุกคนตกตะลึง วัลภาเห็นเรื่องไปกันใหญ่จึงขอร้องลักษณ์ให้พานักข่าวออกไปให้หมด ชลัมภ์ไซโคนักข่าวควรจะรับรู้ว่าเบื้องหลังของนักธุรกิจมือสะอาดที่รักครอบครัว ลักลอบเป็นชู้กับเมียเพื่อน...หัวหน้าครอบครัวที่แสนดี สามีที่ซื่อสัตย์ รู้สึกยังไงบ้างที่ได้เป็นเมียหลวงโดยไม่รู้ตัว กัลยาถามพูดเรื่องอะไร ชลัมภ์เยาะ “มะลิวัลย์...เธอยังจำชื่อนี้ได้ใช่ไหม ผัวเธอเป็นชู้กับเมียฉัน ฉันรู้ว่าเธอระแวง แต่เธอไม่เคยมีหลักฐาน วันนี้หลักฐานความชั่วของผัวเธอ มันอยู่ที่นี่แล้ว”

ดลตกใจร้องห้ามแต่ชลัมภ์ไม่สนใจพูดด้วยความสะใจ “ลีลานี่ไงคือหลักฐานความชั่วของไอ้ศิริกับมะลิวัลย์...มันคือสายเลือดชั่วๆของแกกับเมียของฉัน!”

ชลัมภ์เล่าเรื่องในอดีตวันที่พามะลิวัลย์หนีเมื่อความแตกว่าเขาโกงเงินบริษัท เธอถามจะพาไปไหน เขาบอกเธอว่าจะพาไปที่ที่ศิริหาลูกของมันไม่เจอ มะลิวัลย์น้ำตาร่วงบอกว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเรา ชลัมภ์ตวาดลั่น ว่าตนเป็นหมัน...ตนให้เธอเข้าไปสร้างหลักฐานปลอม แต่เธอกลับท้องกับมัน มะลิวัลย์เถียงไม่ออกหน้าซีดเผือด

“ฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าเด็กในท้องนั่นไม่ใช่ลูกของฉัน แต่มันจะเป็นเครื่องมือต่อรองให้ฉันได้ทุกอย่างกลับคืนมา ไอ้ศิริต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลูกมันตาย”

มะลิวัลย์ร้องลั่นว่าเด็กไม่เกี่ยวแล้วเกิดน้ำคร่ำแตกจะคลอด ชลัมภ์ตกใจทันใดมีรถบรรทุกสวนทางมาชนรถหมุนคว้าง เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ชลัมภ์รู้สึกตัวหันมองเห็นมะลิวัลย์เลือดอาบเต็มหน้า เขาพยายามจะจับเธอแต่แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง...

ทุกคนที่ฟังเรื่องแล้วต่างมองลีลาเป็นตาเดียว ดลขอร้องให้ชลัมภ์หยุดทำร้ายจิตใจลีลา แต่เขากลับให้ดลเป็นพยานว่าศิริเป็นชู้กับมะลิวัลย์ กัลยาถึงกับเซ นรุตม์เข้าประคอง ดลนิ่งอึ้ง ลีลาร้องไห้ไม่ยอมเชื่อ ชลัมภ์มองลีลาด้วยสายตารังเกียจกล่าวย้ำว่าตนเป็นหมัน และว่านังแพศยานั่นคงไม่ตายถ้าไม่คิดปกป้องเลือดชั่วของมัน ลีลาหันมามองดลอย่างขอความจริง ดลอึกอักนึกถึงวันที่มาที่โรงพยาบาลแล้วมะลิวัลย์ขอร้องให้ดูแลลูกก่อนจะสิ้นลม

ชลัมภ์สะใจมากบอกศตวรรษว่า ลีลาเป็นพี่สาวเขา ดลเองเพิ่งรู้ว่าชลัมภ์รู้มาตลอดว่าลีลาไม่ใช่ลูก ชลัมภ์ยิ้มเยาะ “ฉันขอบใจแกนะที่ช่วยดูแลฉัน เลี้ยงดูเลือดชั่วให้กลับมาทำลายพ่อของมันเอง เจ็บปวดสิที่โง่ แต่มันก็สาสมกับที่แกร่วมมือกับนังแพศยานั่น มันเป็นสิ่งที่แกต้องชดใช้”

“ไม่จริง! ลีเป็นลูกของพ่อ พ่อกำลังโกหกเขาเพื่อแก้แค้น มันเป็นเรื่องโกหก ลีเป็นลูกของพ่อ เป็นสายเลือดของพ่อ บอกลีสิคะพ่อว่าที่พ่อพูดมันไม่จริง”

ชลัมภ์ตอบว่าจริงแล้วมองลีลาอย่างเลือดเย็นพร้อมกับลุกยืนให้ทุกคนเห็นว่าเขาเดินได้ปกติ “แกไม่ใช่ลูกฉัน ตลอดเวลาที่ฉันต้องทนนั่งเก้าอี้เข็นเส็งเคร็งเลี้ยงแกมา ทุกครั้งที่ฉันเห็นแก มันตอกย้ำให้ฉันต้องทนรอให้แกกลับมาทวงทุกอย่างให้กับฉันจากพ่อสารเลวของแก...ยี่สิบปีที่ฉันรอ วันนี้วันที่ลูกชายกับลูกสาวแกสมสู่กันเหมือนสัตว์เดรัจฉาน”

ทุกคนตะลึงกับแผนการโหดร้ายของชลัมภ์ นรุตม์ตัดสินใจก้าวออกมาประกาศ “ถ้านี่คือสิ่งที่คุณต้องการ ผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวังเพราะลีลาคือภรรยาของผม...ลีอาจจะเป็นภรรยาตามกฎหมายของศตวรรษ แต่ทางพฤตินัยผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ วรรษไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับลีเลย”

“แกโกหก...ที่กระบี่แกบอกว่าแกกับไอ้วรรษ...” ชลัมภ์หันไปทางลีลา นรุตม์ตอบแทนว่าคืนนั้นลีลาอยู่กับตน ชลัมภ์ไม่เชื่อถามย้ำกับลีลา เธอตกใจกับการคุกคามของเขาที่ไม่มีสายใยในดวงตานั้นเลย จึงกรีดร้องสุดเสียง “พอได้แล้ว! ลีไม่พูด ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น พอแล้ว!” สิ้นเสียง ลีลาก็สติขาดล้มลงหมดสติ

นรุตม์ตกใจเข้าประคอง ดลเอ่ยขึ้นว่ามันจบแล้ว ชลัมภ์โวยไม่จริงพุ่งเข้าจะทำร้ายศิริ ดลเข้าขวางผลักชลัมภ์ล้มลง มัสยาตกใจดึงชลัมภ์บอกเราแพ้แล้วไปกันก่อน ชลัมภ์ตะโกนก้องว่าตนไม่แพ้ ดลจึงเรียก รปภ.มาเอาตัวชลัมภ์ออกไป นรุตม์อุ้มลีลา วัลภากับฤดีวิ่งตาม แดนมองด้วยสายตายอมรับว่าไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว ศิริจะตามแต่ต้องชะงักหันมองกัลยาอย่างห่วงใยความรู้สึก

ooooooo

กัลยากลับบ้านนั่งร้องไห้ในห้องพระอยากตายที่ลูกๆเจอเรื่องเลวร้าย เพ็ญปลอบใจให้แง่คิด ร้องไห้วันนี้ให้เต็มที่แล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปล่อยวางเรื่องที่ผ่านมาให้ได้ กัลยาส่ายหน้า

“ถ้าคุณทำไม่ได้ ลูกๆของคุณก็จะไม่มีวันกลับมายืนได้อีก...พ่อแม่คือเสาหลักของลูกทุกคน ตอนนี้คุณกับคุณลูกหยีมีทุกข์ไม่ต่างกัน ถ้าคุณลูกหยีเห็นว่าคุณอ่อนแอ เป็นแม่เป็นภรรยาที่ประคับประคองครอบครัวไม่ได้ ละวางจากทุกข์ไม่ได้ ถ้าเขาคิดว่าแม่ยังทำไม่ได้แล้วเขาจะลุกขึ้นได้ยังไง จริงไหมคะ...คุณวรรษคงกำลังสับสนกับเรื่องทั้งหมด มันยากที่จะยอมรับเพราะเขาเกือบจะแต่งงานกับพี่สาวตัวเอง”

กัลยาสงสารลูกๆ เพ็ญบอกอีกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังเจ็บหนักรวมทั้งเธอ จะฟูมฟายเพื่อตัวเองหรือจะเข้มแข็งเพื่อครอบครัว ทางรอดของครอบครัวครั้งนี้ ภรรยาและแม่อย่างเธอเป็นคนเลือก...กัลยาคิดตาม พอตัดสินใจได้ก็เดินมาหาศิรินธาร เห็นว่ายังไม่ยอมทานอะไรเอาแต่ร้องไห้ ก็โอบปลอบ เธอหันมากอดแม่รำพันด้วยความผิดหวังที่แม้แต่พ่อยังทรยศเรา ตนเสียหาญกล้าไปตนทนได้ แต่พ่อที่ภูมิใจ ตนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว กัลยาน้ำตาซึมพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง

ศิริกำลังฟังนรุตม์โทร.มารายงานอาการของลีลา จึงบอกฝากด้วย ตนคงไปดูแลไม่ได้เพราะแค่นี้ก็ทำผิดต่อกัลยามากเหลือเกินแล้ว พอวางสาย กัลยาเดินเข้ามา เขารีบขอโทษที่ทำให้เสียใจ เขารู้ว่าคำขอโทษคงไม่มีความหมาย กัลยาสวน

“ถ้าคุณพร้อมจะลืมและเริ่มต้นใหม่ ฉันก็พร้อม...ฉันยอมรับว่าเสียใจ แล้วฉันก็รู้ว่าคุณก็เสียใจเหมือนกัน ความผิดพลาดหนึ่งครั้งเทียบกับความดีที่คุณทำ ความรักความห่วงใยที่คุณมีให้ฉันกับลูก มันไม่สามารถทำให้ฉันหมดรักคุณได้เลย ฉันอยากให้ครอบครัวเรากลับมาสงบสุขสักที เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้นะคะ”

ศิริยิ้มน้ำตาคลอกุมมือขอบคุณกัลยา เธอเอ่ยปากว่าลีลาช่วยศิรินธาร ตนคิดว่าเนื้อแท้ของเธอคงไม่เลวร้ายนัก ถ้าเขาอยากไปเยี่ยมลูกตนก็ไม่ว่าอะไร ศิริเต็มตื้น กัลยากล่าวทิ้งท้ายว่า...มันยาก แต่ตนจะพยายาม...กัลยายิ้มดีใจที่ตัวเองสามารถก้าวข้ามกำแพงของตัวเองสำเร็จ

ศิรินธารเข้ามายืนเคียงข้างแม่มองพ่อเดินออกไป แล้วถามอภัยให้พ่อได้หรือ กัลยาหันมาบอกก่อนจะโทษพ่อ เราต้องมองตัวเองว่าเราทำดีต่อคนที่เรารักที่สุดหรือยัง “ตอนนั้นแม่ก็เอาแต่ใจ ใช้อารมณ์สารพัด คิดๆไปก็ผิดทั้งคู่ ทุกการกระทำมีเหตุจึงมีผลและคำขอโทษของพ่อทำให้แม่เชื่อว่าพ่อก็คงเสียใจไม่ต่างกับเรา ถ้าการให้อภัยและเข้าใจทำให้ครอบครัวเราเดินหน้าต่อไปได้ แม่ก็อยากจะลืมทุกอย่างเพื่อความสุขของเราทุกคน ลูกหยีก็ลืมอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่นะลูก”

ศิรินธารกอดแม่บอกตนไม่มีคนที่รักแล้ว กัลยาบอกยังมีแม่ที่รักลูกเสมอ ไม่ทันไรหาญกล้าโทร.เข้ามา ศิรินธารตัดสายทิ้งทันที...หาญกล้าในสภาพตกต่ำลง นั่งกินข้าวร้านข้างถนนกับแม่และพี่สาว หงุดหงิดที่ง้อศิรินธารไม่ได้ กลอยกับพรก็ดูถูกซ้ำเติมไม่ได้ปลอบใจแม้แต่น้อย

ศิรินธารมองมือถือที่กดสายทิ้งแล้วบอกกัลยาว่า เราควรรักคนที่เขารักเรา ตนโง่ที่รักคนอื่นมากกว่าครอบครัว สุดท้ายเขาก็แค่คนอื่น มันไม่ช้าไปใช่ไหมที่ตนจะขอแก้ไขตัวเองกลับมาดูแลคนที่รักตนมากที่สุด...ศิรินธารกราบที่อกกัลยา เธอกอดลูกด้วยความปลาบปลื้มใจ

ด้านลำไพรที่ได้รับเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส โดนคู่นอนกลับมาตบคว่ำเพราะทำให้เขาติดโรคร้าย เธอถึงกับตะลึงไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

อีกฝ่ายที่ผิดหวังเจ็บแค้นกับการรอคอยที่จะเอาคืน แต่กลับกลายเป็นล้มไม่เป็นท่า ชลัมภ์บีบแก้วจนแตกคามือ มัสยาต้องห้ามปราม ไม่ทันไรณรัลโผล่เข้ามา

ท่าทางหัวเสียสุดๆ โวยวายที่ชลัมภ์ไม่บอกว่าลีลาเป็นลูกพ่อของตน เขาย้อนถามรู้แล้วจะทำไม ณรัลโกรธบอกว่านรุตม์ได้ทุกอย่างไปหมด ชลัมภ์เยาะ ถึงไม่มีลีลา ศิริก็ให้ทุกอย่างแก่ลูกรักอย่างนรุตม์อยู่แล้ว เพราะเป็นทั้งลูกและลูกเขย ตนเข้าใจความรู้สึกคนที่ไม่เคยชนะนรุตม์อย่างเขา

“ก็คงเหมือนที่คุณแพ้คุณพ่อตลอดมา วางแผนมายี่สิบปีก็พังไม่เป็นท่า ไม่ได้อะไรสักอย่าง เกาะนั่นรวมทั้งเรื่องไอ้วรรษ”

ชลัมภ์เสียงกร้าว พวกมันจะไม่มีวันสงบสุข ณรัลเสริม...เกมยังไม่จบ ชลัมภ์ยิ้มย่อง

ooooooo

นรุตม์ แดน วัลภาและฤดีเฝ้าลีลาที่ยังไม่ฟื้นด้วยความเป็นห่วง ภารดีตามมาเยี่ยม แดนแปลกใจว่ารู้ได้อย่างไร เธอบอกว่าเรื่องของลีลาถูกแชร์ไปทั่วอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าเรื่องเป็นลูกศิริ เรื่องศตวรรษแต่งงานกับพี่สาวตัวเอง และเรื่องนรุตม์เป็นสามีลีลา ทุกคนหวั่นใจมาก

ภารดีเอ่ยถ้าลีลาฟื้นขึ้นมาจะรับเรื่องทั้งหมดไหวไหม ศิริเปิดประตูเข้ามา จังหวะนั้นลีลาขยับตัว นรุตม์ดีใจกุมมือเธอแน่น ลีลาลืมตามองเพดานนิ่ง ทุกคนเรียกแต่สายตาเธอเหม่อลอย นรุตม์ออกไปถามหมอกลับมาบอกทุกคนด้วยสีหน้าเครียด

“ลุงหมอว่าอาจเป็นกลไกป้องกันตัวเอง ลีคงรับไม่ไหว ถึงเลือกที่จะไม่รับรู้”

ฤดีแย็บไม่ได้เป็นบ้าใช่ไหม ทุกคนอึ้งกับคำของเธอ นรุตม์มั่นใจว่าลีลาจะต้องหาย ศิริกล่าวคำขอโทษออกมา นรุตม์ตั้งมั่นจะรักษาลีลาให้หาย เธอจะต้องกลับมาเหมือนเดิม...

วันเวลาผ่านไป ลีลาไม่ยอมทานอาหารนั่งเหม่อลอย นรุตม์พร่ำพูดให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม กลับมาหาเขา นรุตม์กอดลีลาร้องไห้

วันต่อมา ณรัลเห็นกัลยากำลังจะออกจากบ้านพอรู้ว่าจะไปเยี่ยมลีลา เขาแปลกใจมากที่แม่ยอมรับลูกเมียน้อยได้ กัลยาบอกว่าเรื่องมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็แค่ยอมรับความจริงเพื่อให้พ่อสบายใจ ศิรินธารตามมา ณรัลถามอีกรับได้หรือ ลีลาทำกับเราไว้ไม่น้อย

“เราก็ทำกับเขาไม่น้อยเหมือนกันนะพี่รัล”

พอดีเพ็ญบอกว่ามีคนจากนิตยสารโทร.มาจะขอสัมภาษณ์เรื่องน้ำหอม ศิรินธารจึงให้บอกตามไปเจอที่โรงพยาบาล ณรัลยิ่งไม่พอใจ เพ็ญเห็นณรัลหงุดหงิดจึงอธิบาย “คุณแม่เห็นความสุขของครอบครัวเป็นสำคัญ ต่อไปทุกอย่างก็จะดีขึ้นนะคะคุณณรัล”

ท่าทางณรัลฮึดฮัดเดินไปทำให้เพ็ญชักสงสัยว่าเขากลับตัวได้จริงหรือ...รถกัลยาแล่นจะผ่านประตูบ้าน หาญกล้าวิ่งมาขวางเคาะกระจกขอคุยกับศิรินธาร แต่เธอนิ่งแล้วสั่งชุบคนขับรถให้ออกรถไปเลย หาญกล้าไม่ยอมแพ้วิ่งไปขึ้นรถขับตาม

ถึงหน้าโรงพยาบาล กัลยากับศิรินธารกำลังจะเดินเข้าตึก ลำไพรซึ่งเป็นคนโทร.ไปหลอกขอสัมภาษณ์เข้ามาขวางหน้า ศิรินธารชะงักถามต้องการอะไร เธอตอบว่า... ความสุขของแก

“ไปให้พ้นนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกตำรวจมาจับแก” กัลยาขยับเข้าปกป้องลูก

ลำไพรท้าให้เรียกนักข่าวมาด้วยจะได้ฉาวโฉ่ หาญกล้ามาถึงกระชากลำไพรเหวี่ยงไปให้ห่าง ลำไพรเยาะ “คิดจะเล่นบทสามีปกป้องเมียงั้นหรือ เอาตัวเองให้รอดตายยังทำไม่ได้เลย”

หาญกล้าถามพูดบ้าอะไร ใครจะตาย ลำไพรบอกตนกับเขาจะตายด้วยกัน ว่าแล้วก็หยิบผลตรวจเลือดออกมาให้ดู ว่าตัวเองเป็นเอดส์ระยะสอง แล้วหัวเราะร่ามองศิรินธาร เยาะว่าไม่ใช่แค่เขาที่ติดเชื้อ ทุกคนช็อกโดยเฉพาะศิรินธารกับหาญกล้า

กัลยาหาว่าลำไพรหมดหนทางจนต้องกุเรื่องบ้าๆขึ้นมา ลำไพรท้าให้ไปตรวจจะได้รอวันตายถูก แล้วเยาะหยัน “รู้สึกยังไงล่ะลูกหยี ที่ขี้ข้าต่ำตมอย่างฉันลากแกลงนรกด้วยกันได้...นักข่าวคงได้ลงข่าว ทายาทหมื่นล้านถูกผัวสำส่อนแพร่เชื้อใส่ แกจะมองหน้าเพื่อนๆไฮโซของแกได้เหรอ พนักงานคงเม้าท์กันสนุกปากที่มีเจ้านายโง่ๆ โดนสวมเขาจนตัวตาย”

กัลยาตวาดให้หุบปาก ลำไพรสวน “อีแก่! มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู คิดว่ามีเงินแล้วทุกคนต้องมาสยบแทบเท้าพวกแกใช่ไหม หน้าโง่ๆเกาะผัวไปวันๆอย่างพวกแกมันมีค่าเพราะเอาเงินพอกไว้ หมดเงินแกกับฉันก็เท่ากัน”

ความเป็นแม่ที่รักลูกทำให้กัลยาตอบโต้ “อิจฉาใช่ไหมลำไพร...ลูกหยีของฉันมีเงินมีอำนาจ มีทุกอย่างที่เธอไม่มี ถึงลูกฉันจะติดเชื้อจริงๆ แต่ฉันเลือกหมอการรักษาและยาที่ดีได้ ลูกฉันมีครอบครัวคอยดูแล ฉันจะยืดชีวิตลูกฉันให้ยาวนานที่สุด ทำให้ลูกฉันมีชีวิตที่สะดวกสบาย ทำทุกอย่างที่อยากทำ ถึงตายเขาก็ไม่เสียดายชีวิต ตายอย่างมีความสุข แล้วเธอล่ะลำไพร งานไม่มีทำ เงินก็คงจะเหลือน้อยเต็มที อยู่ในสภาพอนาถา ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครเอา ไม่ว่าจะมองทางไหนคนอย่างเธอก็ไม่มีวันชนะลูกฉัน” กัลยามองด้วยสายตาสมเพชเวทนาแล้วแข็งกร้าวขึ้น

ลำไพรอึ้ง กัลยาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด อย่ามายุ่งกับลูกตนอีก ไม่อย่างนั้นตนจะแจ้งจับเข้าคุก จงเก็บเงินน้อยนิดของเธอไว้รักษาตัวน่าจะดีกว่า...ไปให้พ้น กัลยาสั่งให้คนเรียกตำรวจ ลำไพรตาเหลือกวิ่งหนีออกไป หาญกล้าขยับจะเข้าหาศิรินธาร กัลยาตวาด อย่าแตะต้องลูกตน เลิกทำร้ายลูกตนเสียที กัลยาดึงศิรินธารกลับ

หาญกล้าโกรธตามไปถามลำไพรว่าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องโกหกใช่ไหม เธอหันกลับมามอง คว้าถุงขยะแถวนั้นฟาดใส่ ด่าว่าเขาเป็นแมงดาใช้ตัวเดียวอันเดียวหากิน ตนไม่น่ามาเสียเวลายุ่งกับเขา คนโง่กระจอกอย่างเขากลับไปใช้ชีวิตสถุลอย่างเดิมเถิด ลำไพรหัวเราะเยาะแล้วเดินหนีไป หาญกล้าเจ็บแค้นตัวก็เหม็นไปด้วยขยะ

ooooooo

ศตวรรษหนีมาพักรักษาใจแต่นรุตม์ก็รู้และตามมาปลอบโยน ศตวรรษประมวลเรื่องราวและคำพูดของทุกคนที่ผ่านมา ถามนรุตม์ว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนที่ตนจะขอลีลาแต่งงานใช่ไหม เขานิ่ง

“ผมรู้มาตลอดว่าเรื่องลูคีเมียไม่ใช่เรื่องจริง แต่ผมชอบเขาตั้งแต่แรกที่ผมเจอ ผมพร้อมจะมองข้ามทุกอย่าง เพื่อมีเขาอยู่ข้างผมตลอดไป ผมไม่เคยโกรธที่เขาหลอกผม แต่ผมโกรธที่ยอมเป็นเครื่องมือให้คนอื่นทำร้ายครอบครัวของผมเอง ถ้าพี่ไม่พาตัวคุณลีไปวันนั้น วันนี้ผมคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ถ้าผมกับเขา...”

นรุตม์ปลอบว่าสิ่งที่กลัวไม่ได้เกิดขึ้น ศตวรรษถอนใจที่เคยมองว่าทำไมศิรินธารถึงเห็นหาญกล้าดีกว่าคนในครอบครัว มาวันนี้ตนกลับทำให้พ่อแม่เสียใจ นรุตม์แทรก ถ้าเสียใจแล้วทำซ้ำทำไม เขางง นรุตม์ขยายความที่เขาหายตัวมาแบบนี้พ่อกับแม่ไม่เสียใจหรือ ไม่ทันไรมือถือนรุตม์ดังขึ้น ศิริโทร.บอกเรื่องศิรินธาร นรุตม์จึงบอกศตวรรษว่า

“ไม่มีเวลาเสียใจอีกแล้ว เพราะตอนนี้ครอบครัวต้องการวรรษ โดยเฉพาะลูกหยี”

ภายในบ้าน กัลยานั่งกอดศิรินธารด้วยความเจ็บปวดใจ ศิริเข้ามาลูบหัวกล่าวขอโทษลูก น้ำตาผู้เป็นพ่อไหลริน ศิรินธารกุมมือพ่อบอกพ่อไม่ผิด ตนผิดเองที่ไม่เชื่อฟัง ตนทำตัวเองทั้งนั้น กัลยาสะอื้น ศิรินธารหันมาบอกว่า “แม่ก็ไม่ผิดค่ะ แม่แค่รักลูกหยีเท่านั้น อย่าร้องไห้นะคะแม่”

นรุตม์กับศตวรรษมาถึง ศิรินธารดีใจจะโผกอดแล้วชะงัก นรุตม์จึงดึงเธอมากอดเอง เธอถามพวกพี่รู้แล้วใช่ไหมว่าตนเป็นอะไร “ลูกหยีเป็นน้องสาวของพี่ มันเป็นแบบนั้นตั้งแต่วันแรกที่พี่ได้เจอลูกหยี มันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป”

ศตวรรษเข้าไปร่วมกอด “พวกพี่จะกอดลูกหยีแน่นๆแบบนี้ทุกวัน”

ศิรินธารขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง กัลยามองนรุตม์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยน ณรัลซึ่งแอบมองอยู่หน้าห้อง เจ็บใจที่ทุกคนดูรักกันดี

ฤดีวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องคนไข้ บอกวัลภาถึงเรื่องศิรินธารเป็นเอดส์ ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วอินเตอร์เน็ต แล้วคนก็โยงมาที่ลีลาว่าต้องติดเชื้อไปด้วย ตนชักไม่อยากให้ลีลาฟื้นกลับมารับรู้เลย แต่วัลภาอยากให้ลีลากลับมาเผชิญกับโลกความจริง แม้มันจะอยู่ยากแต่เราก็ต้องไม่อ่อนแอ ลีลาต้องกลับมาเข้มแข็งอย่างเดิม

เช้าวันใหม่ เอ๋จัดอาหารเช้าให้ทุกคน ณรัลมาเห็นว่าไม่ได้แยกจานชามของศิรินธารก็โวยวายเอ็ดตะโรใส่เอ๋ยกใหญ่ เอ๋บอกว่านรุตม์เป็นคนบอกว่าโรคนี้ไม่ได้ติดต่อง่ายๆ ณรัลไม่พอใจสั่งให้แยกจานชามของตัวเองออกมา...ศิรินธารยืนแอบฟังใจแป้ว น้ำตาร่วงเผาะ

นรุตม์กับศิริมาเยี่ยมลีลาที่โรงพยาบาล ศิริลูบหัวเธอขอโทษ ตนไม่เคยรู้ว่ามะลิวัลย์ท้องกับตน ถ้ารู้ตนคงไม่ปล่อยให้ลีลาไปอยู่กับคนอื่นแน่ ลีลาเหม่อลอยเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

ooooooo

ศิรินธารขับรถมาทำงานที่คาสเทิล พอลงจากรถก็มีคนโยนหาญกล้าล้มลงมาตรงหน้าสภาพบอบช้ำ นักเลงสามคนบอกว่าผัวเธอเป็นหนี้สามแสน ศิรินธารเสียงกร้าวว่าไม่รู้จักคนคนนี้

นักเลงทั้งสามจึงรุมเตะต่อยหาญกล้าจนเลือดอาบหน้า พนักงานตกใจยืนมอง ศิรินธารแทบทนไม่ไหวบอกชาติให้ไปตาม รปภ. พอ รปภ.มาถึงกลับถูกพวกนักเลงเตะต่อย หาญกล้าร้องเรียกศิรินธารสุดเสียง เธอสุดจะทนจึงสั่งให้หยุดแล้วบอกพวกเจ้าหนี้มาเอาเงินพรุ่งนี้บ่าย

พวกนักเลงยอมกลับ หาญกล้าพยายามลุกแต่ทรุดลงเพราะบอบช้ำมาก ศิรินธารให้ชาติช่วยประคองแต่เขาลังเลกับเลือดที่ท่วมตัวหาญกล้า บอกมือตนมีแผล ศิรินธารหันมองคนอื่นที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาจับตัวหาญกล้า จึงตัดสินใจเข้าประคองเองและบอกชาติให้เปิดประตูรถเธอ ชาติหน้าเสียกล่าวขอโทษเพราะกลัวจะโดนไล่ออก แต่เธอกลับบอกไม่ไล่ออก แถมยิ้มให้ก่อนจะขับรถออกไป...จิ๊บ เหมียววิ่งเข้ามาเม้าท์กับชาติว่าที่สุดก็ใจอ่อน น่าสงสารที่เจอแต่เรื่องร้ายๆ

ศิรินธารพาหาญกล้ามาพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โทร.ขอร้องกัลยา เธอรับปากจะให้นรุตม์จัดการเรื่องเงินให้หาญกล้า เพ็ญเข้ามาถามไม่โกรธหรือที่ศิรินธารกลับไปหาหาญกล้าอีก

“ลูกหยีโตแล้ว เขาต้องผ่านมันด้วยตัวของเขาเอง”

“เพ็ญรู้ว่ามันยากที่จะไม่ห่วง แต่ถ้าห่วงมันเป็นบ่วงรัดไม่ให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง วันที่พ่อแม่ไม่อยู่ คุณลูกหยีก็คงตายตามเราเพราะเขาไม่รู้จะยืนได้ยังไง”

กัลยายิ้มรับจะรอลูกที่บ้าน เป็นที่พึ่งพิงเวลาที่ลูกกลับมา...ในขณะที่ศิรินธารดูแลทำแผลให้หาญกล้า เขารู้สึกผิดและเสียใจกับความรักสนุกชั่วครั้งชั่วคราวของเขาทำร้ายเธอไปด้วย

“ลูกหยีเพิ่งรู้ว่าตัวเองเหมือนคนบ้าที่วิ่งไล่ตามคนที่ไม่เคยรักเรา เป็นลูกที่ทำร้ายจิตใจพ่อแม่เพราะเห็นคนอื่นดีกว่า คงเป็นเพราะลูกหยีทำให้แม่เสียใจ กรรมติดจรวดจริงๆ”

หาญกล้าสลดใจถามทำไมเธอถึงยังช่วยตนทั้งๆที่ตนทำเรื่องเลวๆกับเธอตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ศิรินธารบอกเขารู้คำตอบอยู่แล้ว หาญกล้าอึ้งตาสว่างขึ้นว่าเธอรักตนแค่ไหน ศิรินธารเอ่ยถามที่บ้านเขารู้หรือยัง หาญกล้า น้ำตาซึม เพราะรู้แล้วตนถึงกลับบ้านไม่ได้อีก เธอมองเขานิ่ง

“ถ้ากล้าไม่มีที่ไป เราก็อยู่เป็นเพื่อนกันจนต่างคนต่างหมดเวลา...ดีไหม”

หาญกล้ายิ่งรู้สึกผิด ร้องไห้รำพันถ้าตนซื่อสัตย์กับเธอคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เขาทรุดลงกุมมือเธอพร่ำขอโทษ ศิรินธารดึงเขาขึ้นมาแล้วสวมกอดปลอบให้หยุดร้องไห้ เขาเศร้าสลดใจ

“แม่โกรธผมที่หาเงินให้ไม่ได้ พี่พรรังเกียจไล่ผมออกจากบ้าน ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่ไม่เคยทิ้งผมคือคุณ... แต่ผมทำร้ายคนที่รักผมที่สุด ทำไมคนที่จะต้องตายไม่ใช่ผมคนเดียว ขอบคุณ สำหรับทุกอย่าง ถ้าผมกลับไปอยู่กับลูกหยี นักข่าวคงตามคุณแน่ๆ ผมไม่อยากให้คุณยุ่งยาก”

“งั้นเราก็ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นสิ” ศิรินธารปลงทุกอย่างแล้ว หาญกล้างงว่าเธอจะทำอะไร

รุ่งเช้า ทุกคนเห็นภาพคู่ในไอจีศิรินธาร ขึ้นข้อความสเตตัสว่า “ความผิดพลาดคืออดีต ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน ชีวิตที่เหลือเราจะก้าวไปด้วยกัน”

เหล่าขาเม้าท์ในคาสเทิลต่างดีใจและเป็นกำลังใจให้เจ้านาย...ศิรินธารกับหาญกล้ามาถึง มีนักข่าวรอสัมภาษณ์ที่ล็อบบี้มากมาย ว่าสรุปแล้วขาเตียงของทั้งสองยังไม่หัก ศิรินธารยิ้มรับว่ายังแข็งแรงดี นักข่าวรุกถามถึงมือที่สาม หาญกล้ายืดอกตอบว่า ตนกับลีลาไม่เคยมีความสัมพันธ์กัน เป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น ศิรินธารตัดบทขอตัวเข้าไปทำงาน แต่นักข่าวยังรุมถามถึงเรื่องที่ติดเชื้อเอชไอวี เธออึกอักจับมือกับหาญกล้าแน่นพูดไม่ออก นักข่าวรบเร้าให้ยืนยัน

เสียงศิริดังขัดขึ้นว่าเรายินดีตอบทุกคำถาม...ศิริกับกัลยาเข้ายืนข้างศิรินธาร ศตวรรษกับนรุตม์เข้ายืนข้างหาญกล้า นรุตม์เอ่ย “ขอโทษนะครับที่ทำให้ทุกท่านต้องรอ เหตุผลที่คุณศิรินธารไม่ตอบคำถามเพราะผมขอให้รอครอบครัวมาพร้อมหน้า เพื่อตอบคำถามที่ทุกท่านอยากทราบ”

นักข่าวถามทันทีว่าทั้งสองติดเชื้อจริงไหม กัลยาตอบเองว่าเป็นความจริง นักข่าวฮือฮาและถามถึงสาเหตุ นรุตม์ชี้แจงว่าการติดเชื้อมีได้หลายสาเหตุ บางอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่เราจะไม่หาสาเหตุเพราะมันคืออดีต เราสนใจกับปัจจุบันมากกว่า ศตวรรษเสริม

“ตอนนี้ครอบครัวของเราจะสนใจแค่การดูแลทั้งคู่ให้ดีที่สุดเพราะเราคือครอบครัวครับ”

นักข่าวถามยอมรับแบบนี้ไม่กลัวผลกระทบหรือ ศิริตอบอย่างจริงใจ “ผมทราบดีว่าเรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบกับธุรกิจ ครอบครัวเราอาจจะโดนวิพากษ์ วิจารณ์ ถูกตัดสินจากคนมากมาย แต่เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วผมก็ไม่คิดจะโกหกสังคม เราทุกคนยินดีที่จะพูดความจริงและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างร่วมกัน”

นักข่าวถามเรื่องเตียงหัก กัลยายืนยันว่าหาญกล้ายังเป็นคนในครอบครัวไม่เปลี่ยนแปลง ศิรินธารกับหาญกล้ามองกัลยาอย่างซาบซึ้ง ทุกคนถ่ายภาพร่วมกัน อย่างไม่สะทกสะท้าน

จบเรื่องวุ่น ศิรินธารจูงมือหาญกล้าเข้ามากราบขอบคุณศิริกับกัลยา ขอโทษกับทุกๆเรื่องที่ผ่านมา กัลยาบอก “ฉันรักและดูแลลูกหยียิ่งกว่าชีวิต น้ำตาของลูกหยีทำให้ฉันเจ็บปวดที่เห็นคนที่ฉันรักเสียใจ เธอไม่ใช่ผู้ชายที่เหมาะสมกับลูกหยีเลยสักนิด ฉันไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ลูกหยีอีก...” หาญกล้าหน้าเสีย ศิรินธารใจหายวูบ “แต่นั่นมันเมื่อก่อน มาคิดๆดู ฉันเองไม่เคยให้เกียรติ กดดันดูถูกเธอกับครอบครัว เรามีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่ ฉันอยากให้ลูกหยีมีความสุขกับช่วงเวลาที่เหลือ...แล้วคุณล่ะคะ” กัลยาหันไปถามศิริ

ทุกคนตะลึงกับการยอมรับของกัลยา ศิริรีบบอกว่า การตัดสินใจในบ้านเธอเป็นใหญ่ และบอกหาญกล้าว่า ในชีวิตเราไม่ได้มีโอกาสบ่อยนักรักษามันให้ดี นรุตม์ กับศตวรรษยิ้มให้กำลังใจหาญกล้า มีเพียงณรัลที่สีหน้า เคียดแค้นไม่พอใจ

ในห้องพักคนไข้...วัลภากับฤดีเห็นลีลาหลับก็คุยกันถึงข่าวของศิรินธารกับหาญกล้าด้วยความยินดีที่จบลงด้วยดี พลันวัลภาเห็นเหมือนมีคนมาส่องที่ช่องประตู ฤดีคิดว่าคงเป็นพยาบาลมาเดินตรวจ วัลภาจึงเลิกสนใจหยิบรูปถ่ายสมัยเป็นนักศึกษาของเราสามคนมาวางไว้ให้ลีลาดู

ที่โรงแรม นรุตม์มอบหมายให้หาญกล้าสอนงานแก่ศตวรรษ และขอบใจศิรินธารที่ให้อภัยลีลา เธอบอกว่าผลที่ลีลาได้รับทำให้ตนโกรธเธอไม่ลงอีก ทุกคนพลอยปลาบปลื้มไปด้วย

หาญกล้ากับศิรินธารเดินออกมาหน้าโรงแรมจะขึ้นรถ ทันใดลำไพรวิ่งมาขวางหน้า ถากถาง “กลับมาเกาะชายกระโปรงผู้หญิงเหมือนเดิม เธอนี่มันไม่ชอบเป็นคนสินะ ยอมให้มันสวมเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีสมองบ้างไหมศิรินธาร”

ชาติและจิ๊บตกใจแทนรีบโทร.ตามนรุตม์ และเรียก รปภ.ให้มาเอาตัวลำไพรออกไป แต่ศิรินธารกลับบอกให้ปล่อย ลำไพรพูดต่อไปถ้าพูดแล้วสบายใจ ลำไพรผงะที่ศิรินธารไม่กรี๊ดกร๊าด

“แกกำลังสมเพชฉันใช่ไหม คิดว่าไอ้แมงดานี่กลับมาหาแกแล้วแกจะชนะฉันงั้นเหรอ”

“ลำไพร ฉันอยากให้เธอรู้นะว่าฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นศัตรู ฉันไม่ได้อยากเอาชนะเธอ”

ลำไพรมองมือที่ทั้งสองจับกันอยู่ด้วยความริษยา ด่าว่าหาญกล้าเป็นได้แค่แมงดา เขากลับยิ้มรับไม่เดือดดาลเหมือนเคย “ฉันต้องขอบใจเธอที่ทำให้ฉันสำนึกว่าลูกหยีคือภรรยาที่ดีที่สุด ไม่เคยทำร้ายฉันและยืนอยู่เคียงข้างฉันเสมอ ขอบคุณนะลำไพรที่ยังเหลือเวลาให้ฉันได้แก้ตัว”

ลำไพรแทบคลั่งกับการเปลี่ยนแปลงของทั้งคู่ ศิรินธารสงสารบอกอย่างจริงใจว่าถ้าเธอลำบาก ตนยินดีช่วยเรื่องค่ารักษา เธอต้องดูแลตัวเองอย่าให้มีโรคอื่นแทรกจะอยู่ได้อีกนาน ลำไพรทนไม่ได้เหมือนตัวเองโดนดูถูก พ่ายแพ้จึงร้องลั่น “พวกแกต้องโกรธ ต้องเกลียดฉัน กรีดร้องสิลูกหยี อาละวาดด่าฉัน ไม่ใช่ดีกับฉันแบบนี้... ฉันกำลังจะตาย กำลังจะตาย...”

ศิรินธารจะเข้าไปปลอบ หาญกล้ารั้งไว้แต่เธอคิดว่าไม่มีอะไรอยากจะจบเรื่องร้ายๆเสียที ทันใดลำไพรชักมีดออกมาหมายจะแทง หาญกล้าระแวงอยู่แล้วดึงศิรินธารมากอดหมุนตัวรับ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 14:29 น.