ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไฟล้างไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"






โรงแรมคาสเทิลเติบโตอย่างหรูหรา แขกที่มาพักดูดีมีระดับ พนักงานทุกคนยิ้มแย้มตั้งแต่พนักงานต้อนรับจนถึงพนักงานเปิดประตู พนักงานรับรถ โดยการบริหารของ ศิริ เดชาเลิศรัตน์ และชลัมภ์ ฤทธิเดช ...แต่แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ศิริกล่าวในที่ประชุม

“คาสเทิลเติบโตขึ้นมาได้เพราะผมกับคุณชลัมภ์ได้ร่วมกันบริหาร มาถึงวันนี้ผมมีความเสียใจที่จะต้องกล่าวกับทุกคนว่า คาสเทิลจะก้าวต่อไปโดยที่มีผมเป็นผู้ถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์ และจากการลงมติของผู้ถือหุ้นทั้ง 11 ท่านรวมทั้งผมขอปลดคุณชลัมภ์พ้นจากทุกตำแหน่งของคาสเทิลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

ชลัมภ์ลุกพรวดโวยจะปลดตนข้อหาอะไร ศิริกล่าวนิ่งๆว่า...ทุจริต ชลัมภ์ตะลึงปฏิเสธตนไม่เคยโกง ศิรินำหลักฐานทั้งหมดมายืนยันทำให้ทุกคนในที่ประชุมไม่มีใครเข้าข้างชลัมภ์เลย

ในขณะที่มะลิวัลย์อดีตเลขาของศิริที่ร่วมมือกับชลัมภ์นั่งอ่านหนังสือเด็กพลางลูบท้องใหญ่ใกล้คลอดอยู่ในบ้าน คุยกับลูกว่าเดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมา ไม่ทันไรชลัมภ์เปิดประตูผางเข้ามา

“วัลย์เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ ไอ้ศิริมันใส่ร้ายผม เราต้องหนี” ชลัมภ์ดึงภรรยาที่ท้องแก่ให้ลุก

บนทางหลวง ชลัมภ์ขับรถด้วยความเร็วทำให้มะลิวัลย์กลัวขอให้เขาขับช้าลง แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล ท่าทางเขาขาดสติพร่ำพูดว่า “ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องแพ้มัน ทำไม!”

ทันใดมะลิวัลย์รู้สึกว่าน้ำคร่ำแตกจึงร้องบอกสามี เขาหันมองเห็นน้ำคร่ำไหลนอง พลันมีเสียงแตรรถดังลั่นเขาหันกลับมามองหน้ารถ ต้องตกใจเมื่อเห็นรถบรรทุกแซงสวนทางมาและพยายามเบรก เขาหักหลบแต่ยังโดนเฉี่ยวชน รถหมุนคว้างกระแทกขอบทางอย่างแรง...

เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ชลัมภ์ที่สติเหลือน้อยเต็มทีหันมองภรรยา เห็นเธอโดนกระจกบาดทั้งตัวเลือดท่วมพยายามที่จะพูดถามถึงลูก ชลัมภ์เอื้อมมือไปตรงหน้าเธอแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

ในโรงพยาบาล ชลัมภ์ฟื้นขึ้นมาเห็นมัสยาพี่สาวกับหมอประสิทธิ์ยืนอยู่ข้างเตียง มัสยาโผกอดน้องชายด้วยความดีใจ พยาบาลเข็นเตียงเด็กทารกเข้ามา ชลัมภ์ถามถึงมะลิวัลย์ ประสิทธิ์นิ่ง มัสยาน้ำตาร่วง เขารู้ในทันทีว่าภรรยาได้จากไปแล้วจึงฟูมฟาย

“ไม่จริง!วัลย์ต้องไม่ตาย” ชลัมภ์จะลงจากเตียง วินาทีนั้นเขาถึงรู้ว่าขาทั้งสองข้างของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ ยิ่งทำให้เขาแทบบ้า ทุบขาตัวเองร่ำไห้อดสูกับสภาพตัวเอง

ooooooo

เวลาผ่านไป โรงแรมคาสเทิลฉลองครบรอบ 25 ปี ศิริชูแก้วแชมเปญอยู่บนเวทีท่ามกลางความยินดีของแขกที่มาร่วมงาน เบื้องหลังเป็นภาพโปรเจกเตอร์การออกแบบตึกลักษณะสามมิติ

“ขอบคุณครับ กว่า 25 ปีที่เดอะคาสเทิลได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน ก้าวที่ 26 ของเรา ทุกท่านจะได้พบกับเพชรเม็ดงามใจกลางทะเลอันดามัน...

คาสเทิลแลนด์ รีสอร์ท ที่ผสมผสานความหรูหรากับธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ออกแบบและสร้างสรรค์จากผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งในทุกด้านกับข้อเสนอดีเยี่ยม ที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านได้รับประสบการณ์แสนพิเศษ”

เสียงปรบมือดังกึกก้อง ผู้รายงานข่าวหันกลับมาหากล้อง กล่าวสรุปนี่คือภาพการฉลองความสำเร็จครบรอบ 25 ปีของโรงแรมคาสเทิล ภายใต้การบริหารของศิริ เดชาเลิศรัตน์...

ศิริยืนอยู่กับกัลยาและลูกๆ ณรัล ศตวรรษและศิรินธารกับหาญกล้าสามี ให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงคำถามที่ว่าจริงหรือเขาจะวางมือจากการบริหาร ศิริยอมรับว่าถึงเวลาที่คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจะเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และคาสเทิลแลนด์คือก้าวแรกที่เป็นผลงานของลูกๆ

นักข่าวคิดว่าคงเป็นไอเดียของณรัล ศิริแทรก “นรุตม์ครับ ลูกชายคนรองของผมเอง”

ณรัลกำลังยิ้มยืดต้องชะงักรู้สึกเสียหน้า ด้วยความที่กัลยารักณรัลมากจึงรีบแก้หน้าให้ว่า ณรัลช่วยในการบริหาร ศตวรรษกับศิรินธารกำลังเรียนรู้งาน...หาญกล้ายิ้มรอแต่กัลยากลับไม่เอ่ยถึงและตัดบทว่า “ดิฉันหวังที่จะเห็นลูกๆทุกคนพาเดอะคาสเทิลให้เติบโตไปสู่ความสำเร็จ”

ศิรินธารเห็นสามีที่หน้าเสียจึงกล่าวเสริม

“คุณหาญกล้าในฐานะลูกเขยก็ต้องเหนื่อยไม่น้อย หยีก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ทุกคนก็พยายามเพื่อบริการที่ดีที่สุดสำหรับแขกทุกท่านค่ะ”

นักข่าวถามอีกว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ศิริตอบอย่างยิ้มแย้มว่าครอบครัว ภรรยาและลูกๆที่ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำงานและประสบความสำเร็จในวันนี้

ภาพข่าวทำให้ชลัมภ์เขวี้ยงกรอบรูปที่ตัวเขาถ่ายกับลูกสาวใส่จอแตก เสียงดังสนั่นทีวีดับ มัสยาตกใจวิ่งเข้ามาเห็นรถเข็นล้มตะแคง ชลัมภ์นอนหายใจแรงเหมือนจะขาดใจก็ตื่นตระหนก

ooooooo

ณ กรุงโรม...ทีมงานนิตยสารของไทยบินมาเพื่อทำสกู๊ปเรื่องของลีลา สาวสวยมีเสน่ห์ เธออยู่ในชุดเท่เรียบหรูโพสท่าให้ตากล้องราวกับนางแบบก็ไม่ปาน

“คุณเอมิลี่...”

“เรียกลีก็ได้ค่ะ เอมิลี่เป็นชื่อที่ใช้เวลาทำงานที่นี่”

“เวลา 5 ปีสำหรับการเป็นดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับเลือกให้ดูแลลุคของภรรยาท่านประธานาธิบดี สิ่งที่ได้จากงานนี้คืออะไรคะ”

ลีลาตอบว่าชื่อเสียงและการยอมรับ ประสบการณ์แต่ละงานทำให้มีมุมมองใหม่ๆเพิ่มขึ้น คอลัมนิสต์ชมว่าเมื่อสองปีก่อนเธอทำให้ผู้หญิงไทยหันมาสนใจเสื้อสูทที่มีกิมมิคจนสาวๆตามหาแบรนด์ลาลูนในเมืองไทย ลีลากล่าวขำๆว่า หลังจากนั้นงานของตนก็ถูกก๊อบปี้ทุกคอลเลกชั่น ฉะนั้นคงถึงเวลาที่ควรจะเปิดแบรนด์ลาลูนที่ประเทศไทย

“...ฉันอยากสร้างลาลูนในฐานะแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ”

คอลัมนิสต์ถามถึงครอบครัว ลีลาตอบยิ้มๆ “ฉันว่าเรื่องส่วนตัวมันคงไม่สำคัญเท่ากับผลงาน ฉันอยากแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกันค่ะ ฉันอยากขอความเข้าใจในจุดนี้ด้วยนะคะ”

ท่าทีลีลาไม่ต้องการพูดถึงเรื่องครอบครัว เธอหันมาสรุปด้วยโครงการที่จะจัดแฟชั่นเปิดคอลเลกชั่นใหม่ในเมืองไทยเร็วๆนี้ แล้วขอตัวกลับไปทำงาน...

เจสซี่ผู้ช่วยชาวฝรั่งเศสของลีลา ส่งมือถือให้พร้อมบอกว่าจากคุณป้าของเธอ ลีลารับสายแล้วหน้าเสีย ต้องกลับเมืองไทยด่วน...

ออฟฟิศลาลูนทางเมืองไทย วัลภาและฤดีเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนของลีลา วัลภาเป็นคนเนี้ยบเข้มจริงจังกับทุกเรื่อง ส่วนฤดีจะเป็นคนสบายๆไม่ซีเรียสกับอะไร ขณะที่วัลภากำลังตำหนิพนักงานอย่างรุนแรงเรื่องลืมสั่งผ้าลูกไม้ ฤดีสงสารเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ไปตามผ้ามาให้เร็วที่สุด วัลภาไม่พอใจหาว่าก้าวก่ายหน้าที่ที่แบ่งกันชัดเจน ฤดีบอกว่าตนรู้แต่สงสารเด็กที่กลัวลาน แล้วหาทางเอาตัวรอดด้วยการบอกว่าลีลาไลน์มาจะกลับเช้านี้ วัลภาตกใจลืมเรื่องโกรธรีบออกไปรับที่สนามบิน ลีลาลากกระเป๋าออกมาดูโดดเด่นในชุดเดินทางสุดเก๋จนคนมองด้วยความสนใจ...วัลภากับฤดีวิ่งเข้ามากอดรุมถามทำไมกลับมาก่อนกำหนด ลีลาบอกว่าป้าเรียกตัว ฤดีส่งกุญแจรถพร้อมบอกว่าตามที่สั่งตนจัดให้ วัลภาหันมองจิกๆ ฤดียิ้มเก้อๆสารภาพว่าวัลภาเป็นคนจัดการ ลีลาเย้า ตนก็คิดว่าอย่างนั้น แล้วถามเรื่องงาน วัลภาบอกว่าทันเปิดตัวแน่ ฤดีแจง

“ชุดต่างๆขึ้นตามที่แกสั่งแล้ว เหลือแค่แกมาเก็บดีเทล”

“โอเค ฉันขอเวลาสองสามวันจะตามมาเคลียร์ทุกงาน”

ฤดีตะเบ๊ะรับคำ วัลภาส่ายหน้ากับความกวนของเพื่อน ลีลายิ้มขำๆเพื่อนทั้งสองคน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขณะที่ศตวรรษกำลังเล่นเปียโน กัลยานั่งฟังด้วยความภูมิใจ ณรัลเดินเข้ามานั่งข้างๆสีหน้าเครียด กัลยารักณรัลมากรู้ว่าไม่พอใจเรื่องอะไร พยายามปลอบว่าพ่อให้เครดิตลูกทุกคน แต่ณรัลแย้งว่าพ่อหักหน้าตนคนอื่นๆจะคิดอย่างไร ศตวรรษแทรกคงคิดว่าเอาดีเข้าตัว

ณรัลหันขวับมามองแต่ไม่กล้าโวย กัลยาปรามแต่ศตวรรษยังพูดต่อ “พี่รัลจะคิดมากทำไมที่คุณพ่อพูดมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น พี่รุตม์เป็นคนเริ่มโครงการนี้ก็สมควรได้เครดิตจริงไหมครับ”

กัลยาให้พอแล้วติงว่าศิริก็ไม่น่าพูดแบบนั้น เพราะณรัลก็ทำงานหนักเพื่อครอบครัวไม่น้อย ศตวรรษยังเถียงว่านรุตม์ทำมากกว่า กัลยาเอ็ดให้หยุด ณรัลบ่นน้อยใจ

“ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหน วรรษก็ไม่เคยเห็นผมเป็นพี่เหมือนรุตม์”

กัลยาปลอบอย่าคิดมาก ศตวรรษเอือมเดินหนี ณรัลมองตามเคืองๆก่อนจะเบนสายตาไปมองรูปนรุตม์ที่ตั้งอยู่ด้วยสายตาเกลียดชัง

ในขณะที่นรุตม์แม้จะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็ทำตัวสบายๆมาช่วยมุงกระเบื้องหลังคาห้องสมุดให้แก่โรงเรียนที่จันทบุรีร่วมกับทีมงาน และได้มอบอุปกรณ์กีฬาพร้อมเงินหนึ่งแสนบาทเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กๆอีกด้วย

เอสเข้ามาถามว่าเห็นภาพข่าวงาน 25 ปีบริษัทหรือยัง ที่จริงเขาน่าจะอยู่ฉลองที่โรงแรมไม่เห็นต้องมาเหนื่อยแบบนี้ นรุตม์ตอบยิ้มๆว่าตนเริ่มโครงการนี้เพราะอยากช่วยเด็กที่ขาดโอกาส จึงอ้างว่ามาทำพีอาร์ เอสยิ้มอย่างเข้าใจเจ้านายตนดีแล้วหันไปบอกทีมงานให้เก็บของกลับ ไม่ทันไรศตวรรษโทร.เข้ามาเหน็บเรื่องปล่อยให้ณรัลคาบผลงานไปกินทั้งที่เป็นผลงานของตัวเอง

“ผลงานใครก็ช่าง ขอให้คุณพ่อมีความสุขที่เห็นคาสเทิลสำเร็จอย่างที่ท่านต้องการก็พอ”

“ถ้าพี่รัลคิดแบบพี่ก็ดี...”

“พี่รัลเขาก็ดีในแบบของเขา วรรษก็ดีได้นะถ้ามาเริ่มเรียนรู้งานที่โรงแรมสักที”

ศตวรรษโอดโอยที่วกมาเรื่องนี้อีก นรุตม์ย้ำว่าโรงแรมนี้เป็นของเขาเป็นสิ่งที่พ่อสร้างให้เขา ศตวรรษแย้งว่าเป็นของนรุตม์ด้วย นรุตม์สวน “แกก็รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์”

“เปลี่ยนเรื่องเลย...พี่จะกลับเมื่อไหร่” ศตวรรษเซ็ง

นรุตม์เน้นย้ำจะเลี่ยงความจริงตลอดไปไม่ได้ ศตวรรษตัดบทร้องว่าหิวข้าวไม่คุยแล้ว บอกให้เขารีบกลับบ้านเร็วๆแล้ววางสายไปดื้อๆ นรุตม์มองมือถือขำๆที่น้องชายไม่ยอมรับความจริงเสียที ก่อนจะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจบึ่งออกไป

ร้านกาแฟเล็กๆริมทางหลวง ลีลาแวะซื้อกาแฟ ระหว่างรอก็เปิดแท็บเล็ตดูแบบร่างเสื้อผ้าที่ออกแบบไว้ พอได้รับกาแฟถือเดินกลับมาที่จอดรถ กดรีโมตรถแต่เปิดประตูไม่ถนัด จู่ๆก็มีมือหนึ่งมาช่วยเปิดให้ ลีลาชะงักหันมอง นรุตม์ตะลึงเล็กน้อยกับความสวยเท่ของเธอ ลีลาขอบคุณแล้ววางของในรถหันมาเห็นรถบัสเล็กวิ่งผ่าน เสียงเด็กๆตบมือร้องเพลงโบกมือให้อย่างไร้เดียงสา ก็โบกตอบ นรุตม์มองท่าทางเธออย่างชื่นชม

ผ่านไปชั่วครู่ นรุตม์ขี่รถมาเห็นรถของลีลาจอดอยู่ข้างทาง เบื้องหน้ามีอุบัติเหตุรถบัสเล็กชนเสาไฟฟ้า เด็กๆร้องกันระงม ชาวบ้านช่วยกันเอาคนเจ็บออกจากรถ ลีลาอุ้มเด็กคนหนึ่งมาวางรวมกลุ่มแล้ววิ่งกลับไปช่วยคนอื่นอีก นรุตม์เห็นเธอพยายามจะดึงเด็กที่ติดใต้เบาะจึงเข้าไปช่วยดันเบาะขึ้นแล้วให้อุ้มเด็กเบาๆเพราะไม่รู้ว่ากระดูกหักบ้างหรือเปล่า แล้วเขาก็เห็นคนขับหมดสติคาพวงมาลัย ที่ฝาถังน้ำมันมีน้ำมันรั่วไหลออกมา ใกล้จะถึงสายไฟที่ขาดห้อย จึงรีบไปช่วย

ลีลาวิ่งกลับมา นรุตม์ห้ามอย่าเข้ามาเพราะเกรงรถจะระเบิด ลีลาชะงักเล็กน้อย ตัดสินใจเข้าไปช่วยอุ้ม

คนขับพากันวิ่งออกมาแบบสุดแรง สักพักรถระเบิดตูม ...เด็กๆเข้ามากอดลีลาด้วยความกลัว นรุตม์ทิ้งตัวนอนอย่างหมดแรง

ทุกคนถูกนำส่งโรงพยาบาล ลีลาเดินแยกจากตำรวจที่สอบปากคำมานั่งกับเด็กๆ นรุตม์ยื่นขวดน้ำให้ เห็นที่แขนเธอมีรอยช้ำจะพาไปใส่ยา เธอบอกว่าเล็กน้อย เขายิ้มๆ ลีลาถามยิ้มอะไร

“ขอโทษครับ คือตอนแรกผมเห็นคุณ ผมคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบที่ชอบเปิดแมกกาซีนแล้วก็แต่งตัว...”

“สวยไร้สมองน่ะเหรอคะ”

“เอ่อ...ก็ทำนองนั้น พอผ่านเรื่องเมื่อกลางวันแล้ว คุณเปลี่ยนความคิดผมไปเลย”

ลีลายิ้มเป็นมิตร ตำรวจพาพ่อแม่เด็กมาขอบคุณทั้งนรุตม์และลีลาที่ช่วยลูกๆพวกเขา ทั้งสองสะเทือนใจเล็กๆเมื่อเห็นความรักความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก...ลีลาขอตัวกลับ นรุตม์รีบแนะนำตัว เธอลังเลนิดหน่อยก่อนจะบอกชื่อตัวเอง นรุตม์คิดในใจ เราต้องได้พบกันอีก...

ฟ้าเริ่มมืด ลีลาขับรถมุ่งหน้าไปจันทบุรี มัสยาโทร.เข้ามาถามทำไมยังไม่ถึง เธอบอกมีเรื่องนิดหน่อยแล้วถามกลับว่ามีอะไร มัสยาร้องไห้บอกเรื่องชลัมภ์ ลีลารีบขับรถมาโรงพยาบาล เจอมัสยายืนรอหน้าห้องคนไข้ ทั้งสองสวมกอดกัน ลีลาถามทำไมพ่อถึงอาการหนักขึ้นขนาดนี้

“พวกมันกำลังเอาที่ดินมรดกของหนูไปย่ำยี ที่ดินบนเกาะนั่นเป็นมรดกของคุณย่าที่ยกให้กับพ่อของลี พ่อเขาเอาไปลงทุนเข้าหุ้นกับนายศิริหวังจะต่อยอดสร้างมรดกไว้ให้ลี แต่ก็ถูกเพื่อนทรยศโกงเอาไปหน้าด้านๆ พ่อของลีต้องพิการแม่ต้องตายเพราะพวกมัน พวกเดชา-เลิศรัตน์”

ลีลามึนงงกับเรื่องที่เพิ่งรับรู้ เธอเข้ามาเยี่ยมชลัมภ์ในห้องที่นอนอิดโรยอยู่บนเตียง พอเขาเห็นเธอก็บอกเพียงว่าอยากกลับบ้าน ลีลาจึงต้องมาปรึกษาหมอประสิทธิ์ ท่าทางเขาหนักใจอยากตรวจให้ละเอียดอีกสักหน่อย ลีลาฟังด้วยความกังวล

ooooooo

นรุตม์กลับมาถึงโรงแรมคาสเทิลตอนค่ำ ธีรพัฒน์เลขาคนสนิทเอาแฟ้มมาวาง รายงานว่าเป็นข้อมูลจากทางบัญชีช่วงสองปีหลังที่เขาต้องการ ตนจัดการอย่างเงียบที่สุดแต่สำหรับศิริตนไม่แน่ใจ นรุตม์พยักหน้า รู้ว่าไม่มีเรื่องไหนในบริษัทที่พ่อไม่รู้ แล้วลงมืออ่านเอกสารหน้าเครียด

เช้าวันใหม่ ชลัมภ์ได้กลับมาอยู่บ้านตามความ ต้องการ แต่ไม่ยอมทานอะไรจนลีลาเป็นห่วง พยายามชวนคุยและป้อนอาหารอยากให้พ่อมีแรง เขากลับย้อนด้วยดวงตาเจ็บปวดว่า มีแรงอยู่เพื่อเห็นความสำเร็จของพวกมันหรือ ลีลาเห็นพ่อก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหันมองภาพข่าวศิริก่อนจะซักถามถึงหลักฐานการโกงของศิริ เพื่อเอามาฟ้องศาลบังคับให้คืนที่ดิน

มัสยาเข้ามาฟังการสนทนาของสองพ่อลูก ชรัมภ์บอกไม่มีหลักฐานเพราะไว้ใจเพื่อนมากเกินไป ลีลาจึงถามถึงสนนราคาที่ดิน มัสยาแทรกคงไม่คิดจะไปซื้อคืนเพราะมันมากกว่าร้อยล้าน ลีลาอึ้งแต่ก็ยืนยันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อได้ที่ดินนั้นคืนมา และจะทำให้พวกนั้นได้รับผลกรรม

ในขณะที่ศิริกับกัลยานั่งที่โต๊ะอาหาร ศิริถามเพ็ญว่านรุตม์กลับจากระยองหรือยัง นรุตม์ก้าวเข้ามาในชุดเตรียมออกไปทำงานกล่าวอรุณสวัสดิ์ยิ้มแย้ม กัลยาแอบค้อนหมั่นไส้ ศิริถามถึงงานที่ไปทำเรียบร้อยดีไหม เขารับว่าดี ศิริกล่าวชมถึงงานครบรอบ 25 ปีของบริษัท ที่เขาจัดว่าดีมาก แขกในงานชื่นชม กัลยาแทรกว่าถ้าณรัลไม่ช่วยต้อนรับแขกคงไม่ออกมาดีแบบนี้

“ที่จริงพ่ออยากให้อยู่พร้อมหน้ากันนะ จะได้แนะนำรุตม์กับนักข่าว” ศิริเบี่ยงความสนใจแต่กัลยายังแทรก “ทำพีอาร์ทางโน้นก็ได้หน้าเพียวๆ งานใหญ่ๆหลายๆคนจะโฟกัสที่ตัวคนคนเดียวมันยากตารุตม์ เขาไม่ชอบหรอกค่ะ”

นรุตม์รู้ดีว่าณรัลมักจะเป่าหูกัลยาว่าตนทำงานเอาหน้า คอยกันท่าบ่อยๆจนกัลยาพลอยมีอคติกับตน ศิริปรามภรรยา นรุตม์รู้สึกถึงบรรยากาศมาคุจึงรีบขอตัวอ้างว่ามีนัดคุยงานแต่เช้า...เอ๋สาวใช้เห็นเจ้านายเถียงกันก็กระซิบถามเพ็ญ ว่าทำไมดูกัลยาไม่ค่อยรักนรุตม์ เพ็ญเอ็ดไม่ใช่เรื่องของเรา ทำหน้าที่ตัวเองให้เรียบร้อยจะดีกว่า

กัลยาไม่พอใจที่ถูกศิริตำหนิจึงประชดด้วยการขอโทษที่ไปแตะลูกรักของเขา ศิริสวนว่าตนรักลูกทุกคนเท่ากัน กัลยาจึงตำหนิบ้างว่าเขาไม่เคยชมณรัลเลย

ทั้งที่เป็นลูกคนโต หนุนแต่นรุตม์ให้ทำงานใหญ่ๆจนออกนอกหน้า ทำให้ณรัลน้อยใจ ศิริโต้เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องในบ้านเธอเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องที่บริษัทเธอจะไม่ก้าวก่าย กัลยาแย้งแต่ณรัลเป็นลูกคนโต

“ผมเลือกคนทำงานที่ความสามารถไม่ใช่อายุ ผมมีโอกาสและทางเลือกให้เดิน ถ้าณรัลอยากได้งานสำคัญ เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ผมเห็น เหมือนที่นรุตม์ทำเท่านั้น จะไม่มีทางลัดในการทำงานไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตาม ผมไม่อยากให้คุณพูดหรือทำกับนรุตม์เหมือนเมื่อครู่อีก”

กัลยาเห็นสามีขอร้องก็จำใจรับคำทั้งที่จิตใจเอนเอียงรักณรัลมากเกินไป...ด้านนรุตม์มาถึงโรงแรมในมาดผู้บริหารดูโดดเด่น ธีรพัฒน์เข้ามารายงานว่าให้ทุกคนรอที่ห้องทำงานแล้ว นรุตม์ถามถึงณรัล เขาบอกว่าพักอยู่ห้องสวีตตั้งแต่เมื่อคืน นรุตม์พยักหน้ารับรู้แล้วเดินไป

ณรัลพาดาวสาวเซเลบริตี้มากกกอด ท่าทางทั้งสองผ่านศึกหนักหน่วง เช้ามาชายหนุ่มยังถามเธอมีธุระที่ไหนไหม เมื่อเธอตอบว่ามีตอนเที่ยง เขาก็ยิ้มกริ่มจะปฏิบัติศึกต่อ ไม่ทันไรมีคนโทร.มาบอกเรื่องนรุตม์ก็ตกใจลุกขึ้นแต่งตัวบอกหญิงสาวตนต้องเข้าออฟฟิศด่วน

ในห้องทำงานนรุตม์ เจ้าหน้าที่บัญชีสามคนยืนหน้าซีดอยู่ นรุตม์เสียงเข้มจะไม่ถามว่าพวกเขาทำเพราะอะไร แต่พวกเขาต้องบอกกระบวนการทั้งหมดว่าทำอะไรลงไปบ้าง ถ้าไม่พูดก็เก็บไว้พูดกับตำรวจ ทั้งสามมองกันเลิ่กลั่ก ก่อนจะยอมสารภาพ...ณรัลเดินหน้าเหวี่ยงมาถึง ธีรพัฒน์เดินนำพนักงานบัญชีทั้งสามออกมา ณรัลรีบถามจะพาสามคนนี้ไปไหน เขาตอบว่าพาไปฝ่ายบุคคลเพราะสามคนนี้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโรงแรม ทั้งสามหลบตาณรัล

ณรัลโกรธมากเดินเข้ามาโวยนรุตม์ในห้องทำงาน ที่ไล่คนของตนออก นรุตม์ใจเย็นบอกว่าพวกนั้นไม่ซื่อสัตย์ทำบริษัทเสียหาย ณรัลว่าทั้งสามเป็นคนของตน เขาไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย

“ผมมีคำถาม...บัญชีในบริษัทสองปีหลังมีการโยกย้ายอยู่หลายครั้ง โดยที่ไม่มีที่มาที่ไป พี่รู้เรื่องนี้ไหมครับ” นรุตม์หยั่งเชิงถาม

ณรัลชะงักก่อนจะแก้ตัวว่า ตนรู้ว่าทั้งสามคนทำผิดแต่ตนให้โอกาสคนผิดกลับตัว นรุตม์แย้งว่าจำนวนเงินเป็นหลักล้าน พนักงานระดับนี้ไม่น่าทำได้ แต่ตนจะไม่สาวถึงคนสั่งการ ขอแค่ได้เงินจำนวนนั้นคืนมา ณรัลหน้าเสียพาลตวาดอย่ามาสั่ง เพราะเรามีตำแหน่งเท่ากัน เสียงศิริดังขึ้นว่า...ไม่เท่ากัน ณรัลตกใจที่เห็นศิริเข้ามา เสียงอ่อนลงถามพ่อหมายความว่าอย่างไร

“นรุตม์ทำถูกแล้วที่จัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะตำแหน่งเหนือกว่าหรือต่ำกว่า ถ้าทำผิดกับโรงแรม นรุตม์ก็มีสิทธิ์จัดการกับทุกคนเพื่อปกป้องโรงแรม”

ณรัลแย้งว่าตนเป็นพี่ สมควรแล้วหรือที่ให้น้องขึ้นมาควบคุม ศิริยืนกรานว่าที่นี่วัดที่ผลของงานไม่ใช่อาวุโส ตนต้องการคนซื่อสัตย์และทำงานเป็น ไม่ใช่เอาตำแหน่งไว้โชว์ไปวันๆ นรุตม์จะแทรกเปลี่ยนเรื่องแต่ศิริกลับเน้นย้ำกับณรัล ให้ทำทุกอย่างตามที่นรุตม์สั่ง ถ้าทำไม่ได้ ตำแหน่งประธานจะเหลือคนเดียว นรุตม์ตะลึงพยายามจะไกล่เกลี่ยแต่ศิริตัดบท

“พ่อเป็นประธานบริษัท เป็นคนตัดสินใจทุกอย่างและพ่อเลือกคนทำงานจากวิสัยทัศน์ของนายทุน เข้าใจตามนั้นนะ...จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” ศิริพูดจบเดินออกไป

ณรัลตามออกมาต่อว่า “พ่อครับ ทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรม ผมรู้ว่ารุตม์มันเป็นลูกรักของพ่อ แต่พ่อลืมไปรึเปล่าครับว่าผมก็เป็นลูกพ่อเหมือนกัน”

“พ่อไม่เคยลืม แต่ที่ทำงานไม่มีพ่อลูก มีแต่หัวหน้ากับลูกน้องที่มีสิทธิ์เท่ากันทุกคน”

ณรัลแย้งว่าไม่จริง หาว่าพ่อไม่เคยให้โอกาสตนเท่านรุตม์ “พ่อไว้ใจมันให้มันทำแต่งานใหญ่ๆ บีบให้ผมอยู่ใต้อำนาจมัน มันใส่ร้ายผมแล้วพ่อก็เชื่อมัน”

“ไม่มีเรื่องไหนที่เกิดขึ้นในโรงแรมนี้แล้วพ่อไม่รู้ พ่อให้โอกาสแกเสมอ...หลายครั้ง ที่แกยังมีตำแหน่งอยู่ก็เป็นโอกาส แกได้ดูแลแผนกที่เป็นเส้นเลือดของโรงแรม แต่เป็นแกที่ทำลายมันเอง...การยอมรับและแก้ไขคือสิ่งที่พ่อสอนแกตั้งแต่เล็กจนโต พ่อหวังว่าแกจะจำในสิ่งที่พ่อสอนได้”

ณรัลจะแย้ง ศิริสุดทนตัดบทว่าคนที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิดก็เสียเวลาที่จะคุยกัน ศิริไม่ฟังคำแก้ตัวอีกเดินออกไป ณรัลเจ็บใจหันมองนรุตม์ด้วยความแค้น ไม่ได้สำนึกผิดสักนิด ยังมาเล่นงานวิทยาเลขา ที่ปล่อย ให้คนล้วงข้อมูลจากบัญชีไปได้ และที่สำคัญอยากรู้ว่า ศิริรู้เรื่องได้อย่างไร วิทยาก้มหน้าเกรงกลัว ฟังณรัลโวยวายว่า นรุตม์จงใจจับผิดคิดแย่งเก้าอี้ประธานของตน

ooooooo

มัสยาหน้าเครียดเมื่อหมอประสิทธิ์มาตรวจอาการชลัมภ์ที่บ้านและบอกผลตรวจล่าสุด ลีลากลับมาพอรู้จากป้าก็สะเทือนใจเข้าไปหาพ่อ ชรัมภ์ยิ้มเศร้าๆ บอกให้ช่วยหาอะไรให้กิน

ลีลาพยายามร่าเริงทำข้าวต้มมาวางแล้วเย้า “พ่อยังจำฝีมือข้าวต้มเกลือของลีฝังใจใช่ไหมคะ ลีอยู่ที่โน่นฝึกทำแทบทุกวัน กะว่ากลับมาจะทำข้าวต้มกุ้งที่อร่อยที่สุดให้พ่อกินให้ได้ โชคดีที่วันนี้มีโอกาสให้ลีแก้มือ ชิมดูสิคะพ่อว่าอร่อยไหม”

ชรัมภ์ชิมแล้วชมว่าอร่อย ลีลาดีใจแต่พอเห็นพ่อน้ำตาร่วงก็ใจแป้ว ชรัมภ์เปรยว่า “รสชาติของการได้แก้ไขความผิดพลาดมันดีแบบนี้นี่เอง รสชาติที่พ่อไม่มีวันจะได้สัมผัสมัน”

ลีลารีบปลอบว่าต้องมีวันนั้น ขอให้เข้มแข็ง แต่ชรัมภ์กลับบอกว่าตนไม่มีเวลาแล้ว ลีลาโผกอดสะอื้นเบาๆด้วยความเจ็บปวดทุกข์ใจไปกับพ่อด้วย

ความเครียดและสับสนทำให้ลีลาโทร.มาปรึกษาวัลภา พูดไปร้องไห้ไปว่าตนสู้อุตส่าห์ทำงานหนักสิบกว่าปีเพื่อให้มีทุกอย่างให้พ่อกับป้าภูมิใจ แต่กลับเหลือเวลาน้อยนิด

“แกมีชื่อเสียง กำลังจะมีบริษัทของตัวเอง มีกำลังเลี้ยงดูพ่อกับป้าให้สบายอย่างที่แกตั้งใจแล้วนะลี อีกแค่อาทิตย์เดียว ทุกอย่างที่แกฝันไว้ก็จะเป็นจริง”

“แต่พ่อฉันกำลังจะตาย เซลล์มะเร็งมันลุกลามไวเกินไป ฉันไม่ได้จากบ้านไปเป็นสิบปีเพื่อมีเวลาเหลืออยู่กับพ่อแค่สามเดือน แกเข้าใจฉันไหมภา” ลีลาสะอื้น

วัลภารับฟังสีหน้าหนักใจ พยายามปลอบว่าเอาเวลาที่ฟูมฟายนี้ไปทำให้พ่อมีความสุขจะดีกว่า ลีลาฟังแล้วคิดได้ กลับเข้ามาในห้องพ่อ เห็นมัสยาฟุบหน้าร้องไห้อยู่ข้างเตียง ทำให้เธอต้องเข้าไปกอดป้าร้องไห้กันอย่างเงียบๆสองคนป้าหลาน

ooooooo

เมื่อนรุตม์กลับถึงบ้าน เห็นเอ๋ยืนรอก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องของกัลยา เอ๋รับว่าใช่เธอรออยู่ที่ห้องหนังสือ แล้วถามอย่างห่วงใยจะให้ตนไปเรียนศิริไหม เขาส่ายหน้าไม่อยากให้พ่อลำบากใจ แต่เอ๋ก็ยังเป็นห่วงจึงแอบไปตามศตวรรษให้มาช่วย

ทันทีที่นรุตม์เปิดประตูเข้ามา กัลยาก็ใส่ว่ามีความสุขมากไหมที่ยุแยงให้พ่อเกลียดพี่ชายได้ เขาปฏิเสธไม่เคยคิดอย่างนั้น กัลยาโวยแล้วใส่ร้ายณรัลทำไม นรุตม์บอกว่าตนตั้งใจทำให้เรื่องเงียบที่สุด แต่ไม่รู้ว่าพ่อรู้ได้อย่างไร กัลยาไม่เชื่อหาว่าโกหก ณรัลแอบฟังด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ

ไม่ว่านรุตม์จะอธิบายอย่างไรกัลยาก็ไม่รับฟัง เขาจึงบอกว่าตนไม่เคยคิดหาเรื่องใคร แต่ถ้ามันมาเกี่ยวพันกับงานส่วนรวม ไม่ให้ตนยุ่งคงไม่ได้ นรุตม์ยกมือไหว้ขอโทษ กัลยาปรี๊ด

“ไม่ว่าฉันจะเลี้ยงดูแกดีแค่ไหน คงจะเปลี่ยนกำพืดลูกโจรอย่างแกให้เป็นคนดีอย่างคนอื่นเขาไม่ได้ เลือดนอกอกมีแต่จะสร้างปัญหา”

นรุตม์เจ็บปวดเพราะเจียมตัวในกำพืดของตัวเองมาตลอด ศตวรรษโผล่มาด้านหลังณรัลและโต้แทน ไม่ใช่นรุตม์คนเดียวที่สร้างปัญหา เพราะบ้านนี้มีเลือดนอกอกถึงสองคน และนรุตม์ก็เป็นคนแก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหา...ณรัลหน้าเสียที่ถูกเผยให้เห็นว่าแอบฟังอยู่ กัลยาเดือดเนื้อร้อนใจแทน เอ็ดลูกชายคนเล็กอย่ามายุ่ง เขากลับเถียงว่าไม่อยากยุ่งถ้าแม่จะยุติธรรมกับทุกฝ่าย

กัลยาโกรธ ศตวรรษรู้แกวเข้ากอดเอาใจตะล่อมว่า “เรื่องวันนี้พ่อออกโรงจัดการเอง ถ้าพี่รุตม์ไม่ทำตามที่พ่อบอก พี่รัลอาจจะโดนปลดนะครับ แม่ก็รู้ว่าพ่อเข้มงวดกับเรื่องงานมากแค่ไหน พี่รุตม์ไม่ได้หาเรื่อง แต่ช่วยพี่รัลต่างหาก”

กัลยาจะเถียง ศตวรรษตัดบทบอกว่าพ่อให้มาเรียกแม่ เธอชะงักร้อนใจบอกลูกแม่ต้องรีบไป ณรัลท้วงแล้วเรื่องของตน เธอจึงบอกว่ามีโอกาสจะช่วยพูดกับศิริให้ ศตวรรษเห็นณรัลหัวเสียก็แกล้งกวนประสาท “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องแม่...สักครั้งคงทำไม่ได้ใช่ไหมพี่”

ณรัลโกรธเอ็ดไม่ใช่เรื่อง ศตวรรษจึงพูดจี้ใจว่าไม่อยากให้แม่โดนสะกดจิตย้ำว่านรุตม์ไม่ใช่ลูก เพราะความจริงเขาก็ไม่ใช่เหมือนกัน ณรัลตาเขียวแต่ไม่กล้าทำอะไร ศตวรรษอ่อนลงบอกตนกับศิรินธารไม่เคยคิดว่าพี่ทั้งสองไม่ใช่เดชาเลิศรัตน์ แต่ถ้าเขาย้ำกับแม่บ่อยๆ ตนคงต้องย้ำกับเขาเช่นกัน นรุตม์ปรามน้องก่อนจะหันมาบอกพี่ว่าไม่ต้องกังวลแค่คืนเงินบริษัทที่หายไป เรื่องที่ออฟฟิศวันนี้ก็จบ....ณรัลมองทั้งสองด้วยสายตาเกลียดชังก่อนจะเดินหนีไป ศตวรรษเห็นนรุตม์มองก็รู้แกวรีบยกมือห้ามอย่าบ่นตนเลย ตนมาช่วย นรุตม์ยิ้มขำๆก่อนจะกล่าวคำขอบใจ

ตกดึกนรุตม์มักจะมาสวดมนต์กับเพ็ญที่เรือน เพราะแต่เล็กคนที่ดูแลเลี้ยงดูเขามาคือเพ็ญ เขาจึงเคารพเพ็ญเหมือนแม่คนหนึ่ง และทุกครั้งที่เขามีเรื่องไม่สบายใจก็จะมาระบายให้เธอฟัง และเพ็ญก็จะปลอบเสมอว่า ทำความดีต้องมีใจที่เข้มแข็ง สู้กับโทสะโมหะ ที่สุดคนทำดีต้องได้ดี

ooooooo

รุ่งเช้า ลีลาตื่นมาพบว่าชรัมภ์หายไปจากเตียงก็ตกใจ ร้องบอกมัสยาแล้ววิ่งมาที่ชายหาด พบรถเข็นล้มตะแคงอยู่ มองออกไปเห็นพ่อกำลังจะจมน้ำก็รีบวิ่งลุยทะเลลงไปช่วยดึงพ่อขึ้นมา มัสยาร้องไห้โฮ ชรัมภ์ฟูมฟายที่คิดจะตายยังทำไม่ได้ น่าสมเพชตัวเองจริงๆ ลีลารู้สึกเครียด

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ลีลาฟังมัสยาเล่าเรื่องในอดีตว่าพ่อของเธอเป็นคนเก่งมีภรรยาที่ดี ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ถูกศิริเพื่อนทรยศ ทำให้เขาต้องพิการจมอยู่กับความทุกข์

“ป้าอยากจะทวงทุกอย่างคืนมาแต่ป้าก็ไม่มีอะไรไปต่อสู้กับมัน ชื่อเสียงเงินทอง สุดท้ายพ่อเขาคงต้องตายไปกับความรู้สึกผิด” มัสยาร่ำไห้

ลีลามักจะใช้เล็บจิกแขนตัวเองให้รู้สึกเจ็บเป็นการตอกย้ำให้มีสติ ทุกครั้งที่ฟังเรื่องเคียดแค้นของพ่อ และสัญญาจะเอาทุกอย่างที่เป็นของพ่อคืนมาให้จงได้...

ที่ด้านหน้าโรงแรม หาญกล้าขับรถเข้ามา วางท่ากร่างให้พนักงานรับรถไปจอด พนักงานกำลังจะรับกุญแจก็มีเสียงแตรดังไล่จากรถอีกคัน ทั้งสองหันมองเป็นรถหรูของณรัล เขาลงจากรถโยนกุญแจให้พนักงานเอารถไปจอด พนักงานมองหาญกล้าอย่างลำบากใจ ณรัลเหน็บ

“ให้คุณหาญกล้าเขาจัดการรถของเขาเอง คงยังไม่ลืมนะว่าตัวเองมาจากไหน...กว่าจะสบายได้ขนาดนี้ แกคงต้องเหนื่อยกับน้องสาวฉันมาก ต่อให้แกพยายามยกตัวเองให้สูงแค่ไหน แกก็ไม่มีวันเทียบฉันได้”

หาญกล้ามองณรัลด้วยความเจ็บแค้นที่หักหน้ากันแบบนี้ แต่เขาก็ยังเรียกความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการจีบพนักงานสาว ไม่เข็ดขยาดถึงแม้จะโดนศิรินธารจับได้หลายครั้ง...ลำไพรเลขา สาวที่เป็นเมียเก็บคนหนึ่งของเขารู้ทัน คอยขัดขวางและถ้าเหลือบ่ากว่าแรงก็จะรายงานศิรินธาร

ลำไพรฉลาดทำตัวเป็นสาวเนิร์ด ให้ดูท่าไม่มีใครน่ามีจิตคิดชู้สาว เหมือนคนถือตัวและคอยเป็นสายรายงานศิรินธาร พนักงานสาวเอือมระอากับพฤติกรรมของหาญกล้าแต่ต้องอดทน ด้วยเพราะศิรินธารรักและเข้าข้างสามีมาก จนผู้หญิงทุกคนต้องผิดหมด

เผอิญอรเป็นพนักงานใหม่เพิ่งเข้ามาทำงาน อารีย์กำลังสอนงาน เห็นหาญกล้าก็ส่งสายตาหวานให้ อารีย์ อ่อนใจกับความไวไฟของเด็กสมัยนี้ จึงบอกเป็นนัยๆ ว่าหาญกล้าเป็นใคร แต่ด้วยความทะเยอทะยานทำให้เล็กส่งซิกให้หาญกล้า แล้วเดินตามเขาไปที่ห้องทำงาน ลำไพรทำทีเป็นมองนิ่งๆ แต่ในใจร้อนระอุ คิดกำจัดโดยไม่ต้องลงมือเอง

ไม่นานศิรินธารเดินหน้าตึงเข้ามาในโรงแรม ณรัลกำลังจะเข้าประชุมเห็นสีหน้าน้องสาวก็รู้ว่าไม่พ้นเรื่องหาญกล้าแน่ จึงบอกวิทยาว่าที่ห้องหาญกล้ามีเรื่องสนุกกว่า ว่าแล้วก็เดินไป วิทยาหนักใจรีบโทร.รายงานนรุตม์ทันที

ลำไพรทำทีตกใจเมื่อเห็นศิรินธารมา ศิรินธารเดินตรงไปเคาะประตูห้องทำงานอย่างแรง หาญกล้าเปิดออกมาอย่างอารมณ์เสียกำลังจะโวย กลับต้องช็อกเมื่อเห็นหน้าภรรยา พยายามยืนบังไม่ให้เธอเห็นในห้อง ศิรินธารนิ่งมากสั่งให้เรียกมันออกมาเดี๋ยวนี้ ณรัลที่ตามมา นั่งมองด้วยความสนุก แรกๆหาญกล้าทำเป็นไม่มีอะไรแต่พอรู้ว่าแถไม่ได้แล้วก็ไปดึงเล็กออกจากห้อง

สาวใจแตกมีท่าทางกลัวมากแต่ไม่ทำให้ศิรินธารเห็นใจ เธอตบเล็กหน้าคว่ำแล้วสั่งลำไพรให้จิกหัวขึ้นมาให้ตบอีกหลายฉาด ณรัลนั่งดูแบบหวาดเสียวกับศึกตรงหน้า มีของปลิวออกมาประปราย ไม่นานก็มีเสียงห้าม ศิรินธารชะงักหันมองแต่ไม่ยอมหยุด นรุตม์เสียงเข้มบอกให้หยุดแล้วสั่งลำไพรพาเล็กไปห้องพยาบาล ศิรินธารหงุดหงิดแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง นรุตม์ดุว่าไม่ควรทำแบบนี้ในที่ทำงาน ณรัลเข้ามาแทรก

“แต่พี่ว่าที่หยีทำมันไม่ผิดนะ จะผิดก็ตรงที่เลี้ยงสามีเท่าไหร่ก็ไม่เชื่อง มีแบรนด์เนมอยู่ในมือยังคุ้ยหาของกินราคาถูก...ยัยหยีคงโดนพนักงานระดับล่างนินทากันสนุกปาก”

หาญกล้าโกรธที่โดนเปรียบเป็นสุนัข ศิรินธารฟังแล้วของขึ้นจะไปจัดการเล็กอีก นรุตม์ต้องขวางแล้วยื่นคำขาดอยากให้พ่อลงมาเคลียร์เรื่องนี้เองหรือ เธอชะงัก นรุตม์ให้ไปคุยกันที่ห้อง เธอยืนนิ่งจะไม่ไป แต่พอนรุตม์มองแบบให้เลือกเอา จึงต้องยอมเดินตาม ณรัลหันมองหาญกล้าอย่างสะใจ หาญกล้าแค้นใจสบถ สักวันจะเอาคืนให้ได้

ในห้องทำงาน นรุตม์เตือนสติให้ศิรินธารรู้ตัวว่าเราอยู่ในระดับผู้บริหารไม่ควรลงไม้ลงมือแบบนั้น เธอโต้ว่ามีคนมาสอยสามีถึงที่จะให้ยกมือไหว้ขอบคุณหรืออย่างไร นรุตม์ตะล่อมต่อไปทำอะไรอย่าใช้อารมณ์ ไม่นึกถึงตัวเองก็นึกถึงพ่อแม่บ้าง ตนจะจัดการเรื่องนี้เอง

เล็กถูกให้ออกแต่นรุตม์ยังปรานีให้เงินชดเชย 3 เดือน พนักงานไปจนถึงเมดเม้าท์เรื่องนี้อย่างสนุกปาก ลำไพรได้ยินวางหน้าเฉยแกล้งทิ้งบอมบ์ไว้ว่า ตนได้ยินก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้แต่จะให้ไปคุยกับศิรินธารดีไหม ทุกคนหน้าเจื่อนเม้าท์กันอีกว่าลำไพรเบ่งถือว่าสนิทกับเจ้านาย

“ไม่ต้องถึงคุณลำไพรหรอก ฉันนี่แหละจะจัดการก่อน” อารีย์แทรกเอือมๆ ทุกคนวงแตก

ด้านหาญกล้ามาซักไซ้ลำไพรว่าทำไมศิรินธารถึงรู้ ลำไพรอ้างว่าเขาไม่เคยเก็บอาการ แสดงออกเปิดเผยจนพนักงานเอาไปนินทาทั้งโรงแรม หาญกล้าโอ่ว่าตนเป็นลูกเขยเจ้าของโรงแรม ใครมันกล้านินทาจะไล่ออกให้หมด ลำไพรเตือน

“ดิฉันว่าทำแบบนั้นคุณจะเป็นคนลำบากที่สุด ทั้งคุณณรัล คุณนรุตม์...อยู่นิ่งๆจะดีกว่า”

หาญกล้าเคืองย้ำกับลำไพรอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก เธอรับคำว่าจะรอบคอบให้มากกว่านี้ แต่ในใจคุกรุ่นไม่มีวันยอมให้ใครมาเทียมตน

เมื่อศิรินธารกับหาญกล้ากลับมาบ้านก็โดนศิริกับกัลยาเล่นงานทันที ศิรินธารแก้ตัวแทนสามีตามเคยแล้วบีบน้ำตาเอาตัวรอดเพราะรู้ว่าพ่อกับแม่รักตนมาก กัลยาใจอ่อนทันที ปรามศิริให้หยุดต่อว่าลูก แล้วพาศิรินธารออกไป เพ็ญรีบเอาน้ำเย็นมาวางให้ศิริจะได้ใจเย็นลงเขาบ่น

“ฉันคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ยังไม่เหนื่อยใจเท่ากับยัยหยีคนเดียวเลย”

เพ็ญยิ้มอย่างเห็นใจ บอกจะเก่งมาจากไหนก็แพ้ทางเลือดในอกทุกคน ศิริถอนใจ...

ศิรินธารรู้ว่าหาญกล้าโกรธที่โดนแม่กับพ่อต่อว่า จึงพยายามเอาใจแต่เขาปัดอย่างรำคาญก็ชักโกรธขึ้นมาบ้างว่าเรื่องวันนี้เขาเป็นคนผิด หาญกล้าใช้แผนเดิมคือพูดแบบน้อยใจว่าเธอจะไปฟ้องพ่อแม่หรือพี่ให้มาเล่นงานตนอีกก็ได้ เธอประจานหักหน้าตนที่ทำงานยังไม่พอ ยังให้ทุกคนมองตนเป็นกาฝากเป็นสัตว์เลี้ยงอีก ไม่รู้จะอยู่กันต่อไปทำไม หย่ากันเลยดีกว่า เท่านั้นศิรินธารก็ฟูมฟายโผกอดเขาแน่นไม่ยอมหย่า ยอมสัญญาจะไม่ทำแบบนั้นอีก หาญกล้ายิ้มสมใจ

ooooooo

หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากป้า ลีลากลับมาบ้านที่กรุงเทพฯก็เสิร์ชเน็ตหาข่าวครอบครัวเดชาเลิศรัตน์ทันที พอเห็นว่านรุตม์เป็นลูกชายคนหนึ่งถึงกับอึ้งมองอย่างใช้ความคิด

ฤดีตื่นมาเจอทักกลับมาเมื่อไหร่ ลีลาตอบว่ามาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้ว ฤดีเห็นสีหน้าเพื่อนเครียดๆ ก็ถามอีกเป็นอะไรหรือเปล่า ลีลาหันมาถามถ้าโดนโกงเงินจะทำอย่างไร ฤดีบอกให้ไปทวงต่อหน้า ลีลาถามถ้าอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี ไม่ซื่อตรงมีเล่ห์เหลี่ยม จอมวางแผนจะทวงแบบไหน ฤดีอ้างว่าถ้าไม่รู้จักว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างไร ก็ไม่รู้จะทวงแบบไหน ลีลาเห็นด้วยต้องเข้าไปรู้จักให้ดีก่อน ว่าแล้วก็บอกฤดีให้โทร.หาวัลภา บอกว่าตนมีปัญหาเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ของร้าน อยากจะเข้าไปคุยเรื่องการชำระเงิน ช่วยโทร.นัดให้ที ฤดีแทรกว่าวัลภาไปสปา

“ให้มันรอที่สปา เดี๋ยวเราไปรับ” ฤดีติงเพิ่งกลับมาไม่พักก่อนหรือ ลีลาบอกไม่มีเวลาแล้ว

ระหว่างที่วัลภากำลังนวดโดยรสาเจ้าของร้านอยู่ ลูกน้องเข้ามารายงานว่า ศิรินธารให้เรียกเธอไปทำทรีตเมนต์ รสาออกมากระซิบลูกน้องให้ไปเรียนศิรินธารรอสักครู่ ลูกน้องสีหน้าหนักใจเดินไป ลีลากับฤดีสวนเข้าไป รสาทักทายและบอกจะไปเรียนวัลภาให้ว่าทั้งสองมาแล้ว

ไม่ทันที่ลีลากับฤดีจะนั่งก็ได้ยินเสียงศิรินธารโวยวายใส่เด็กว่าต้องการให้รสามาทำเดี๋ยวนี้ และเดินออกมาในชุดเสื้อคลุมสีหน้าเหวี่ยงเอาแต่ใจ ไปเปิดห้องที่วัลภาอยู่ รสาพยายามขอเวลาสักครู่แต่เธอวางอำนาจจะให้ไปเดี๋ยวนี้ วัลภาโกรธบอกให้มีมารยาทหน่อย

“เธอน่ะสิไม่มีมารยาท ฉันจองคิวรสาไว้ก่อนก็มาแซงหน้าด้านๆ”

“คุณมาสายครึ่งชั่วโมงเท่ากับเสียสิทธิ์ไปแล้ว ยอมรับเถอะค่ะว่าต้องรอ”

ศิรินธารโกรธเสียงเขียว รสาต้องปรามขอร้องอย่ารบกวนแขกอื่น ศิรินธารขู่ถ้าไม่ไปเรื่องไม่จบแน่ วัลภาเห็นใจรสาจึงยอมให้เธอไป ลีลาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไม่พอใจเข้ามาขวางให้รสาดูแลเพื่อนตนจนเรียบร้อยก่อน ศิรินธารหันมาเห็นลีลาก็อุทาน “เอมิลี่!”

“รู้จักฉันด้วยเหรอคะ แต่ดูแล้วคุณไม่น่าจะใช่ลูกค้าเสื้อผ้าแบรนด์ฉัน”

ศิรินธารปรี๊ด “คุณรสา...ลูกค้าของที่นี่ คุณควรจะคัดบ้างนะคะ พวกที่มีชื่อเสียงวูบวาบมีเงินไม่กี่ล้านคงเทียบกับ...”

“เทียบกับทายาทพันล้านของเดอะคาสเทิลไม่ได้เหรอคะ คุณศิรินธาร เดชาเลิศรัตน์”

“ถ้ารู้จักฉันก็รู้สินะว่าเราคนละระดับกัน” ศิรินธารยืดโอ่

“คนละระดับเราวัดจากตรงไหนล่ะคะ ถ้าวัดจากเงินที่คุณมีได้เพราะพ่อแม่หามาให้เป็นพันล้าน กับเงินของฉันที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองไม่กี่สิบล้าน ฉันก็คงอยู่ต่ำกว่าคุณ...คุณจบมัธยมปลายเพราะจ่ายใต้โต๊ะ อุตส่าห์เข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่จบเพราะเรื่องผู้ชาย ส่วนฉันแค่จบโอกูตูร์ปารีเซียนจากฝรั่งเศส ถ้าเราจะวัดจากสติปัญญา เห็นชัดใช่ไหมคะว่าสติปัญญาของเราสองคนใครอยู่ต่ำกว่ากัน” ศิรินธารจะกรี๊ด ลีลาเสียงเข้ม “ฉันดีใจนะคะที่ฉันมีความรู้ถึงจะฐานะปานกลาง เพราะถ้ารวยแต่โง่คงไม่กล้าไปอวดอ้างว่าดีกว่าใครเขาทั้งที่นอกจากเงินที่โบกตัวอยู่ ก็ดูจะ ไม่มีดีจากเนื้อแท้ให้อวดเลย เวลาเห็นคนแบบนี้แกชอบพูดว่าอะไรนะดีดี้...”

ฤดีรีบบอกว่า...น่าสมเพช ลีลายิ้มรับว่าใช่ก่อนจะหันไปบอกวัลภาให้ไปทำทรีตเมนต์ให้เสร็จ แต่วัลภาหมดอารมณ์ขอกลับ รสาต้องขอโทษขอโพย ในขณะที่ศิรินธารอยากจะร้องกรี๊ดแต่ไม่กล้าเพราะเริ่มอายแทบแทรกแผ่นดินหนี มองลีลาด้วยความแค้นสุดๆ

ooooooo

ธีรพัฒน์กำลังรายงานนรุตม์ว่าคนขับรถนักเรียนที่เขาช่วยไว้ตอนนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายตนจัดการให้เรียบร้อยตามที่สั่ง ส่วนเรื่องลีลาผู้หญิงในที่เกิดเหตุตนยังหาข้อมูลไม่เจอ ที่อยู่ที่เธอให้กับตำรวจก็ไม่ถูกต้อง ตนแปลกใจที่เธอทำให้เจ้านายยิ้มเมื่อพูดถึงได้

นรุตม์หุบยิ้มหันมาพูดเรื่องงาน ธีรพัฒน์บอกว่าเขาต้องเดินทางไปเชียงใหม่สี่วัน เรื่องรีสอร์ตวิรัตน์ที่จะร่วมหุ้นแต่สภาพการเงินทางนั้นไม่ดี นรุตม์รู้แต่ศิริอยากช่วยตนก็ต้องปฏิบัติ

เวลานั้นลีลากับเพื่อนๆเดินเข้ามาในโรงแรมคาสเทิล ดูโดดเด่นสะดุดตา วัลภาถามลีลามีปัญหาตรงไหนตนส่งสัญญาให้ดูก่อนแล้ว เธออ้างว่าเรื่องการจ่ายเงิน วัลภาทำหน้างง ลีลาขอว่าอย่าเพิ่งถามอะไรให้ทำตามตนไปก่อน จังหวะนั้นนรุตม์เดินออกจากลิฟต์ขณะที่ลีลากับเพื่อนเดินเข้าอีกตัว ทั้งสองจึงไม่เห็นกัน

สามสาวมาพบณรัล เขาเห็นลีลาก็เกิดความสนใจทันที ลีลาทำทีชี้ในเอกสารสัญญาว่ามีบางจุดที่ไม่เข้าใจ ณรัลอธิบายเป็นฉากๆ ลีลาหว่านเสน่ห์ “ขอบคุณนะคะ ลีเข้าใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ภาเขาก็พยายามอธิบายแต่ลีไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ก็เลยกังวล ต้องการความมั่นใจน่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้...เราต้องไปดูร้านที่ตกแต่งต่อใช่ไหมภา”

วัลภารับมุกว่าใช่ ณรัลอาสาพาไปเอง ระหว่างนั้น หาญกล้ากับลำไพรกำลังดูแลการตกแต่ง พอเห็นลีลา หาญกล้าก็ตกบ่วงเสน่ห์ทันที ณรัลรีบออกตัวว่าหาญกล้ามีหน้าที่ดูแลเรื่องการเช่าพื้นที่ แต่สำหรับเธอมีปัญหาอะไรคุยกับตนโดยตรงจะดีกว่า หาญกล้าหน้าหงิกรู้ว่าถูกกันท่าแต่ก็ยังท้าทายพยายามแนะนำจุดต่างๆกับลีลาให้เธอสนใจที่จะคุยกับตนมากกว่า ลำไพรเหล่อย่างไม่สบอารมณ์ ลีลาตัดสินใจเช่าสถานที่จัดแฟชั่นเปิดแบรนด์ที่นี่ วัลภากับฤดีเหวอ

กลับถึงออฟฟิศ วัลภากับฤดีต่อว่าลีลาทันทีว่าที่ที่ไปจองไว้จะทำอย่างไร ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเวที แสงสีเสียง เอฟเฟกต์ต่างๆ ลีลาฟังนิ่งๆในหัวคิดแผนไว้มากมาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:07 น.