ข่าว

วิดีโอ



ไฟล้างไฟ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจธารา

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ภีรนีย์ คงไทย

อัลบั้ม: "บอย ปกรณ์" ปะทะ "แมท ภีรนีย์" ใน "ไฟล้างไฟ"



ร่างหาญกล้าโดนคมมีดของลำไพรปักเข้าที่หลังซีกซ้ายทะลึ่งพรวด ศิรินธารกรีดร้องลั่น ลำไพรแค้นจัดชักมีดออกมาแทงซ้ำอย่างบ้าคลั่ง

นรุตม์มาถึงกระโจนเข้าแย่งมีดจากลำไพร สั่งรปภ.เอาตัวส่งตำรวจ แล้วช่วยประคองหาญกล้าจะพาไปขึ้นรถ หาญกล้ารู้ตัวว่าไม่รอดจับมือศิรินธารกล่าวขอโทษ ตนผิดสัญญากับเธออีกแล้ว ที่บอกว่าจะดูแลเธอ...ศิรินธารร่ำไห้ใจแทบขาด ขอให้เขาอยู่กับเธออย่าทิ้งเธอ หาญกล้าพยายามพูดคำว่า...รักเธอ...ออกมา ก่อนจะสิ้นใจ ศิรินธารกอดร่างเขาด้วยหัวใจแหลกสลาย

ค่ำนั้น วัลภาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าไฟไหม้ที่ช็อป ก็ตกใจรีบออกไปที่คาสเทิลโดยให้ฤดีอยู่ดูแลลีลา ฤดีรีบเปิดทีวีหาข่าว เอะใจทำไมไม่มีข่าวเลย ลีลาตื่นขึ้นมา ฤดีขอโทษที่ทำให้ตื่น ลีลามองผ่านไปข้างหลังฤดีนิ่ง ไม่ทันไรก็มีของแข็งฟาดที่หัวฤดีล้มลงหมดสติ...ลีลามองมัสยาด้วยสายตาที่คุ้นเคย แต่มัสยากลับมองเธอแล้วยิ้มมีเลศนัย

นรุตม์อุ้มศิรินธารที่ร้องไห้จนหมดสติกลับมาบ้าน ทุกคนตกใจเมื่อรู้ว่าหาญกล้าตายเพราะช่วยศิรินธารไว้ กัลยาสบถ...เวรกรรมอะไรนักหนา ทันใดวัลภาโทร.เข้ามาถามนรุตม์เรื่องไฟไหม้ที่ช็อป เขาแปลกใจไม่ได้เกิดอะไรขึ้น รีบถามกลับว่ามีใครอยู่กับลีลาไหม

ระหว่างนั้นแดนกับภารดีมาเยี่ยมลีลา กำลังเดินขึ้นบันไดคุยกันถึงอาการของเธอ จังหวะนั้นมัสยาใช้มีดจ่อหลังพยาบาลบังคับให้เข็นรถเข็นพาลีลาเข้าลิฟต์ ทั้งสองเห็นแต่วิ่งมาไม่ทันลิฟต์ปิดเสียก่อน ฤดีวิ่งกุมหัวออกมาพอเห็นแดนก็รีบบอกว่ามัสยาเอาตัวลีลาไป...ภารดีคิดได้ให้ไปที่ที่จอดรถ แดนวิ่งมาถึงลานจอดรถ เห็นรถมัสยาแล่นมาก็จะพุ่งเข้าขวาง ภารดีร้องห้ามพร้อมกับดึงตัวเขาไว้ แต่แดนเสียหลักดันภารดีล้มไปกระแทกเสาหัวแตก หมดสติ เขาตกใจมากไม่นานนรุตม์ก็รายงานศิริว่ามัสยาลักพาตัวลีลาไป เขาถามพวกนั้นต้องการอะไร นรุตม์ลำบากใจที่จะตอบ...

ในขณะที่ลีลานั่งเหม่อลอยอยู่ในบ้านกลางไร่ ดูไร้ชีวิตชีวา มัสยายกชามโจ๊กมาป้อน เธอก็นิ่งไม่อ้าปาก ชลัมภ์กำลังตกลงกับณรัลเรื่องส่วนแบ่งเงินค่าไถ่ตัวลีลา

“เราคงได้เงินถ้ามันไม่อดข้าวตายซะก่อนนะ” มัสยาโพล่งขึ้นอย่างหงุดหงิด

ชลัมภ์เดินมาดู มัสยาบ่นว่าลีลาไม่ยอมเปิดปากไม่ขยับอะไรสักอย่าง เขาจึงตวาด “แกต้องกิน! แกจะตายไม่ได้จนกว่าแกจะชดใช้สิ่งที่พ่อแม่ของแกทำไว้กับฉัน ถ้าไม่กินก็กรอกปาก”

ลีลาเหมือนได้ยินเสียงคุ้นเคยที่ฝังใจจึงเผยอปากให้มัสยาป้อนโดยดี แต่น้ำตาไหลไม่รู้ตัว มัสยามองด้วยสายตาเย็นชา

ภารดีนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงในห้องคนไข้ เธอเอื้อมจะหยิบน้ำ แดนถลาเข้าประคองจะป้อน เธอเขินดึงแก้วจากมือเขาบอกตนแค่หัวแตกไม่ได้เจ็บหนัก แดนสารภาพสีหน้าห่วงใย

“ตอนเห็นคุณเจ็บผมใจหาย ถ้าคุณเป็นอะไรไปผมคงรู้สึกผิดชั่วชีวิตที่ปกป้องคุณไม่ได้”

ภารดีอึ้งกับท่าทีจริงจังของแดน ปัดเปลี่ยนเรื่องถามถึงลีลา จะทำอย่างไรต่อไป สีหน้าเขาหนักใจ...ด้านศิริเองก็เครียด กัลยาเข้ามาปลอบใจว่าลีลาต้องไม่เป็นอะไร พวกนั้นอยากได้เงินเท่าไหร่ก็ให้เขาไป เรื่องจะได้จบเสียที ศิริหวั่นใจว่าจะไม่จบ กัลยาจึงบอกว่า

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราค่อยๆแก้กันไปนะคะ เพื่อครอบครัวของเรา”

ศิริซาบซึ้งกอดขอบคุณ ดลก้าวเข้ามา ทั้งสองแปลกใจ ดลบอกตนคิดว่าชลัมภ์ไม่ได้อยากได้เงิน ถ้าให้นรุตม์ไป ตนเกรงว่าทั้งลีลาและนรุตม์จะเป็นอันตราย ศิริสบตาดลอย่างเข้าใจว่า ชลัมภ์ต้องการชีวิตตนมากกว่า กัลยาเห็นสายตาศิริก็พอเดาออก ค้านไม่ยอมให้เขาไปอีกห้องหนึ่งนรุตม์นำกระเป๋าเงินมาวาง ศตวรรษขอไปด้วย นรุตม์ห้ามเกรงเป็นอันตราย ไม่ทันไรกัลยารีบร้อนเข้ามาบอกทั้งสองคนให้ช่วยไปห้ามศิริ สองหนุ่มตกใจเกิดอะไรขึ้น

แดนได้รับโทรศัพท์จากนรุตม์บอกว่าศิริออกไปกับดล เขาตกใจว่าต้องไปหาชลัมภ์แน่ๆ จึงบอกภารดีว่าตนจะต้องไปตามพ่อ ภารดีเป็นห่วงขอให้ระวังตัว

ขณะที่ลีลานั่งเหม่อมองออกไปด้านนอกอยู่บนเตียงภายใต้แสงไฟสลัว ณรัลย่องเข้ามาลูบไล้พวงแก้มเธอ เยาะว่า “ถ้าไอ้รุตม์มันรู้ว่าคืนนี้เธอกับฉัน...”

ลีลากำมือแน่นขยะแขยงกับการซุกไซ้ซอกคอของณรัล จึงผลักเขาสุดแรง ณรัลไม่ถอยพยายามจะปลุกปล้ำ เธอร้องด้วยความรังเกียจ เขายิ่งชอบใจบอกตอบโต้แบบนี้ถึงจะมันส์...ชลัมภ์กับมัสยาเปิดประตูเข้ามา ไม่ได้มีท่าทีตกใจกับการกระทำของณรัลแม้แต่น้อย ณรัลผละออกจากร่างลีลาแล้วบอกว่า “เรียบร้อย...หายบ้าแล้ว...”

ลีลาคิดไม่ถึงว่าพ่อจะสั่งณรัลมาทำแบบนี้ ชลัมภ์เยาะ “คิดว่าแกเป็นบ้าแล้วฉันจะหยุดเหรอ ไม่มีทาง ฉันเลี้ยงแกมากับมือ ทำไมฉันจะมองไม่ออกว่าแกบ้าจริงหรือแกล้งบ้า” ลีลาถามทำไมเขาไม่หยุดเสียที “ฉันจะหยุดต่อเมื่อพวกมันฉิบหายวายวอด”

“แล้วลีล่ะพ่อ...พ่อเคยเห็นลีเป็นลูกบ้างไหม สักครั้ง...”

“แกเป็นได้แค่หลักฐานความอัปยศในชีวิตฉัน”

“แล้วถ้าลีตายทุกอย่างจะจบไหม”

ชลัมภ์ตอบว่าไม่...แล้วเดินออกไปอย่างไม่ไยดี ลีลามองมัสยาแต่สายตาเธอว่างเปล่าไม่มีความอาทรแม้แต่น้อย ลีลาเสียใจอย่างมากที่ตัวเองไม่มีค่ากับใครเลย...มัสยาตามออกมาถามชลัมภ์ว่า ชำระหนี้แค้นแล้วเราจะเริ่มต้นใหม่กับเงินร้อยล้านใช่ไหม เขาพยักหน้ายิ้มๆ เธอถามแล้วณรัลล่ะ ชลัมภ์หัวเราะหึหึไม่ตอบ...ณรัลแอบฟังอยู่รู้ว่าต้องโดนหักหลังแน่

ooooooo

รุ่งเช้า เสียงรถแล่นเข้ามา ลีลารีบชะเง้อมองไปทางหน้าบ้าน แต่เป็นณรัลที่เดินมาทางหลังบ้าน บอกเธอว่า คนรักของเธอกำลังมา ลีลาหวาดหวั่น นรุตม์ขับรถมาด้วยความเร็ว มีแดนกับศตวรรษนั่งมาด้วย แดนโทร.หาดลแบบเปิดสปีคเกอร์โฟน

บอกให้พ่อรอพวกตนอย่าเพิ่งเข้าไป เสียงศิริตอบมาแทนว่า จะทำทุกอย่างให้จบในวันนี้ ฝากบอกนรุตม์ดูแลทุกอย่างแทนตนด้วย นรุตม์ตะโกนแทรกให้รอตนไปถึงก่อน ศตวรรษช่วยพูดแต่ศิริตัดสาย...ดลเรียกศิริให้มองไปหน้าบ้าน เขาตกตะลึงที่เห็นณรัลดึงลีลาออกมา

ศิริเปิดประตูลงจากรถทันที ณรัลเห็นพ่อก็ตกใจ ไม่นานรถนรุตม์มาถึงเขาถลาลงมายืนข้างศิริ แปลกใจที่เห็นคนร้ายเป็นณรัล ณรัลรู้ว่าไม่มีทางเลี่ยงแล้วจึงชักปืนออกมาขู่

“เมื่อไหร่แกจะสำนึก เมื่อไหร่แกจะกลับตัวเป็นคนดีสักที แกมีโอกาสมีหลายอย่างที่คนอื่นไม่มี ทำไมถึงกล้าทำร้ายครอบครัวของตัวเองแบบนี้” ศิริผิดหวัง

ณรัลจี๊ดกับคำว่าครอบครัว “แน่ใจเหรอว่าพ่อเห็นผมเป็นคนในครอบครัว ผมไม่เคยอยากเจอพ่อแม่แท้ๆ เพราะผมภูมิใจที่มีพ่อ ผมเคยคิดว่าพ่อแม่แท้ๆไม่รักผมไม่เป็นไร แค่มีพ่อก็พอ พ่อเก่งพ่อคือฮีโร่ที่ผมภูมิใจ แต่พ่อไม่เคยเห็นหัวผมเลย พ่อชื่นชมแต่ไอ้รุตม์ ไม่เคยปกป้องผมเลย...ไม่เคย...ถ้าทำดีแล้วมันสู้ไอ้รุตม์ไม่ได้แล้วผมจะดีไปทำไม ผมอยากจะฆ่ามัน เพราะมีมันพ่อถึงไม่รักผม ผมเกลียดมัน!”

ศิริอึ้งกับถ้อยคำพรั่งพรูของณรัล ชลัมภ์ยั่วยุว่าศิริไม่เคยเห็นณรัลเป็นลูก ถึงเวลาที่ควรจะเรียกความยุติธรรม ศิริขอให้ณรัลวางปืนแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ชลัมภ์แทรกว่าเริ่มในคุก “ถ้าแกยอม มันก็จะเอาแกเข้าคุก ปกป้องครอบครัวด้วยการเขี่ยแกเข้าคุก”

ศิริพยายามเกลี้ยกล่อม ณรัลไม่ฟังถามหาเงินแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าเปรี้ยง...นรุตม์บอกเงินอยู่ที่ตน ณรัลให้เอาเข้ามาให้ ลีลาร้องห้าม ศิริจึงดึงกระเป๋าเอาไปให้เอง ต่อรองให้ส่งตัวลีลามาก่อนถึงจะได้เงิน ชลัมภ์บิ๊วต์ “ถ้าแกแพ้แกจะต้องเป็นหมารับใช้มันกับไอ้รุตม์ไปตลอดชีวิต”

ณรัลเขว ศิริให้ฟังตน แต่ณรัลตัดสินใจโวย “พ่อสั่งผมมาชั่วชีวิต แต่ที่นี่พ่อต้องทำตามที่ผมสั่ง...โยน กระเป๋ามา”

ศิริยื้อให้ปล่อยตัวลีลาก่อน ณรัลเกิดความเครียดเล็งปืนใส่ศิริ นรุตม์ห้ามพร้อมกับพุ่งไปรับกระสุนแทน ทุกคนตกตะลึง ลีลาเห็นนรุตม์ทรุดฮวบลงก็กรีดร้องดิ้นรนจะไปหา ชลัมภ์หัวเราะร่า “รู้สึกยังไงที่ลูกของแกฆ่ากันเอง แต่มันยังไม่เท่ากับที่ฉันเจอ แกต้องสูญเสียมากกว่านี้”

ชลัมภ์ดึงปืนเล็งไปที่ลีลา เธอมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด ศิริตกใจบอกตนสูญเสียแล้ว เสียครอบครัว เสียชื่อเสียง เขาได้รับการชดใช้แล้วให้ปล่อยลูกตน ชลัมภ์สวน “ฉันต้องเสียศักดิ์ศรี กบดานเหมือนหมาจนตรอกมายี่สิบกว่าปี แกเจ็บแค่ช่วงเวลาไม่กี่เดือน มันทดแทนกันไม่ได้ แกต้องสูญเสียทุกอย่างเหมือนฉัน” ชลัมภ์จะเหนี่ยวไก ศิริขวางคุกเข่าลงตรงหน้า “ฉันทำลายชีวิตแก เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของแก มันเป็นความผิดของฉัน ถ้ามันจะทำให้แกหายแค้น เอาชีวิตฉันไปแทนอย่าทำร้ายครอบครัวฉันอีกเลย”

ชลัมภ์หัวเราะสะใจกล่าวอย่างเลือดเย็นว่าความตายมันสบายเกินไป เขาต้องทรมานด้วยการเห็นลูกสาว

ตายต่อหน้าโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้...ลีลามองคนที่ตัวเรียกว่าพ่อมาตลอดชีวิตด้วยหัวใจแหลกสลาย ตัดสินใจพุ่งเข้าจับมือที่ถือปืนของชลัมภ์มาจ่อตัวเองแล้วบอกให้พ่อฆ่าตนทุกอย่างจะได้จบ ตนรักพ่ออยากให้พ่อมีความสุข

ศตวรรษใช้จังหวะนี้เข้าชาร์จตัวณรัล แดนจึงพุ่งเข้าชาร์จตัวชลัมภ์ช่วยลีลา เกิดการต่อสู้กัน ศิริดึงตัวลีลาออกมา ดลเข้าช่วยแดนจับชลัมภ์จนปืนหล่นพื้น ณรัลสะบัดตัววิ่งไปเก็บปืนแล้วคว้ากระเป๋าจะหนี มัสยาไม่ยอมยื้อแย่งกัน ทุกคนชะงักหันมอง ณรัลเหวี่ยงมัสยาล้มจะยิงซ้ำ ชลัมภ์เข้าแย่งปืน เสียงปืนลั่นเปรี้ยง ร่างชลัมภ์สะดุ้งเฮือกทรุดลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องของลีลา

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ณรัลผลักชลัมภ์ออกทันใดได้ยินเสียงหวอตำรวจ เขาตกใจมากคว้ากระเป๋าวิ่งขึ้นรถขับพุ่งออกไปทางที่ดลยืนอยู่ แดนถลาเข้าผลักพ่อออกจากวิถีทางแล้วล้มลงกระแทกพื้นแขนเดาะ ดลรีบประคองลูกชายอย่างห่วงใย...ลีลากอดชลัมภ์ร้องไห้ เขามองด้วยสายตาทำไมไม่เกลียดตน ลีลาบอกว่าเขาคือพ่อของตน ชลัมภ์บีบมือลีลาแน่นจนสิ้นใจ

ณรัลหนีไม่รอดถูกรถตำรวจล้อม จึงลงรถจะหนี แต่ช้ากว่าตำรวจที่เล็งปืนสั่งให้เขาวางอาวุธ เขาร้องลั่นว่าไม่ยอมติดคุก ศิริวิ่งเข้ามาขวางณรัลขอร้องตำรวจอย่ายิงลูกตน ณรัลอึ้งกับการกระทำของพ่อ ศิริหันมาหาณรัล “พ่อขอโทษ มอบตัวเถอะ เชื่อพ่อ...”

“สุดท้ายพ่อก็ไม่เคยปกป้องผมเลย ไม่เคย...ผมอยากเก่งเหมือนพ่อ อยากให้พ่อภูมิใจแต่มันคงไม่มีวันนั้น...ไม่มี” ณรัลฟูมฟายแล้วยกปืนขึ้นจ่อขมับตัวเอง

ศตวรรษตะโกนขึ้นว่า “พ่อยกโปรเจกต์คาสเทิลแลนด์ให้พี่ดูแล” ณรัลชะงัก ศตวรรษบอก ว่าเรื่องนี้ลงมติในที่ประชุมแล้ว พ่อให้โอกาสเขา เขายังคิดว่าพ่อไม่รักอีกหรือ

ณรัลไม่อยากเชื่อ ศิริขยับเข้าหาณรัล “รัลเป็นลูกของพ่อ พ่อจะไม่ยอมให้ลูกไปจากพ่อ กลับไปกับพ่อนะรัล แม่กำลังรอลูกอยู่ กลับบ้านของเรา...” ศิริยื่นมือไปขอปืน

ณรัลมองมือพ่ออย่างหมดหวัง “มันสายไปแล้ว ผมทำให้ตัวเองกลับบ้านเราไม่ได้แล้ว”

“ไม่มีคำว่าสาย เราทุกคนจะรอเริ่มต้นกันใหม่ เชื่อพ่อนะให้โอกาสพ่ออีกครั้ง พ่อรักลูก”

“ผมรอ...รอมาตลอด” ณรัลหมดสิ้นความลังเลเมื่อได้ยินคำที่รอคอยมาตลอดชีวิตเหมือนเขาได้รับการปลดปล่อยจากปมที่รัดตัวเองว่าพ่อไม่รัก ศิริขอให้เขาวางปืน ณรัลทรุดลงวางปืนกับพื้น ศิริโผกอดขอโทษและย้ำคำว่ารักลูก ณรัลปล่อยโฮ ขอโทษศิริ ตำรวจเข้าจับกุม

ooooooo

หน้าห้องผ่าตัด กัลยา ศิรินธารและเพ็ญเดินเร่งรีบเข้ามาเห็นศิริกับศตวรรษมีคราบเลือดตาม เสื้อผ้าก็ตกใจรีบถามว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ทั้งสองส่ายหน้า ศตวรรษบอกว่านรุตม์เอาตัวขวางกระสุนแทนพ่อ หมอกำลังผ่าตัดเอากระสุนออก กัลยาตกใจที่ชลัมภ์หลอกศิริไปฆ่าจริงๆ

“พี่รัลจะยิงคุณพ่อครับ”

กัลยาตกใจกับสิ่งที่ศตวรรษบอก ศิรินธารรีบถามถึงลีลา ทั้งสองสลดใจ...ในขณะที่ลีลาและมัสยาซึ่งโดนจับใส่กุญแจมือ กำลังร่ำไห้กับศพของชลัมภ์ในห้องดับจิต ตำรวจเข้ามาคุมตัวมัสยา ลีลาบอกเธอว่าไม่ต้องกลัว ตนจะดูแลเธอเอง แต่มัสยากลับมองด้วยสายตาเย็นชา

“แกคิดว่าพวกมันจะยอมรับคนอย่างแกเป็นครอบครัวจริงๆเหรอ พวกมันก็แค่หลอกใช้แก แกทำลายความหวังของฉัน ทำให้ชลัมภ์ต้องตาย คนอกตัญญูอย่างแกจะต้องไม่เหลือใคร ชีวิตของแกจะต้องย่อยยับ”

ลีลาตะลึงกับคำสาปแช่งของมัสยา รู้สึกเจ็บปวดไม่มีความหวังที่จะได้เป็นครอบครัวอีก..ภารดีวิ่งมาเจอแดนเข้าเฝือกที่แขนก็ลืมตัวพุ่งเข้าไปกอดด้วยความดีใจ แดนกอดตอบถามหมอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือ ดลมองทั้งสองอย่างคาดไม่ถึงแกล้งกระแอม ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน ภารดีเขินถามดลปลอดภัยดีใช่ไหม ดลยิ้มรับ เธอนึกได้ถามถึงนรุตม์...

ทั้งสามตามมาที่หน้าห้องผ่าตัด พยาบาลเข็นเตียงนรุตม์ออกมาพอดี กัลยาโผเข้าเกาะขอบเตียงถามอาการ หมอบอกว่าปลอดภัยแล้ว นรุตม์ยิ้มรับความห่วงใยของกัลยา เธอขอบใจที่เขาช่วยชีวิตศิริ...ลีลาเดินมาเห็นความรักความห่วงใยของครอบครัว รู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกินจึงหลบออกไป แดนนึกได้จะไปดูลีลาที่ห้องดับจิต ภารดีประคองเขาเดินไป

หน้าโรงพยาบาล ฝนโปรยปรายลงมา ลีลาเดินฝ่าสายฝนออกไปอย่างไร้จุดหมาย วัลภากับฤดีวิ่งมาอีกทางไม่ทันเห็นลีลา ทั้งสองรีบเข้าไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

ในห้องพักคนไข้ ทุกคนกำลังดีใจที่นรุตม์ปลอดภัย กัลยาขอบคุณดลที่ช่วยให้เรื่องจบลง วัลภากับฤดีเข้ามา ทักทายทุกคนแล้วถามหาลีลา ไม่ทันไรภารดีหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าลีลาหายตัวไป มีพยาบาลเห็นเธอออกไปจากโรงพยาบาลแล้ว แดนกำลังตามหา นรุตม์จะลุกแต่ลุกไม่ไหว ศตวรรษรีบออกไปช่วยตาม ศิริโทร.สั่งคนออกตามอีกทาง...

วันต่อมา ศตวรรษพยายามห้ามนรุตม์ไม่ให้ลุกจากเตียง แดนกับภารดีเดินเข้ามา ศตวรรษให้แดนช่วยกันจับนรุตม์ไม่ให้ไปตามหาลีลา พยาบาลเข้ามาฉีดยานอนหลับแก่เขา...ทั้งสามหันมาปรึกษากันว่าลีลาจะหายไปไหน ภารดีเกรงเธอจะทำร้ายตัวเอง ศตวรรษบอกว่าธีรพัฒน์เช็กตามโรงพัก โรงพยาบาลและมูลนิธิแล้วยังไม่มีเคสไหนใกล้เคียงกับลีลา

ด้านลีลากระเซอะกระเซิงมาจนถึงโบสถ์คริสตจักรที่จังหวัดจันทบุรี คนทำความสะอาดมาแจ้งซิสเตอร์ว่ามีคนตายในโบสถ์ จึงรีบมาดูเห็นลีลาในสภาพขมุกขมัวนอนหมดสติด้วยพิษไข้...เมื่อได้รับการปฐมพยาบาล อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าฟื้นตัวขึ้นมา ซิสเตอร์เอาข้าวต้มและยามาให้

“กินข้าวสิ แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ในโบสถ์ บ้านอยู่ไหน แม่จะไปส่ง”

ลีลาน้ำตาร่วงตอบว่า “ฉันไม่มีบ้านค่ะ ไม่มีครอบครัว ไม่มีที่กลับไปอีกแล้ว”

ซิสเตอร์จึงบอกให้พักที่นี่ก่อน รักษาตัวหายแล้วค่อยคุยกันอีกที ลีลาขอบคุณทั้งน้ำตา...จากนั้นลีลาเอาแต่นั่งเหม่อลอยดุจคนหัวใจแตกสลาย เสียงเด็กเล่นกันดังจึงหันไปมอง เห็นสายตาเด็กเป็นสิบคนมองอยู่ โบกมือและยิ้มให้ ซิสเตอร์เดินมา เด็กๆเข้ากอดเรียกคุณแม่ ลีลามองด้วยสายตาฉงน ซิสเตอร์พาเดินดูสถานที่ ลีลาตั้งคำถามว่าเธอใช้บ้านเป็นสถานสงเคราะห์หรือ

“แม่รับช่วงต่อจากคุณแม่บุญธรรมมาอีกทีจ้ะเด็กทุกคนที่นี่เป็นเด็กที่ถูกทิ้ง ถูกทำร้าย”

“แล้วทำไมคุณแม่ถึง...”

“แม่ได้รู้ว่าการได้เกิดมาเป็นมนุษย์มีค่ามากแค่ไหน เมื่อได้รู้จักการให้ รอยยิ้มของเด็กๆเป็นของขวัญที่ทำให้แม่มีแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้รู้ว่าร่างกายที่เรารู้สึกว่าไร้ค่า สามารถสร้างประโยชน์และเยียวยาผู้อื่นได้ เพราะสิ่งที่เด็กๆที่นี่ต้องการคือ...”

เด็กๆวิ่งเข้ามาให้ซิสเตอร์กอดและหอม มีเด็กคนหนึ่งมากระตุกแขนลีลา ซิสเตอร์พยักหน้า เธอจึงก้มลงกอดและหอมแก้ม เด็กๆวิ่งเข้ามาขอกอดบ้างลีลารู้สึกดีที่มีคนยังต้องการตนอยู่

ooooooo

นรุตม์พากัลยาและศิรินธารมาเยี่ยมณรัล ผู้คุมพาเขาออกมาพบ ณรัลชะงักเมื่อเห็นนรุตม์มาด้วย กัลยาบอกว่าเอาของกินที่เขาชอบมาฝาก ศิรินธารบอกเขาอยากได้อะไรเพิ่มตนจะเอามาให้ ณรัลกราบขอโทษกัลยาและกล่าวขอโทษศิรินธารอย่างจริงใจ

“ช่างเถอะพี่ ลูกหยีไม่คิดมากหรอก เราพี่น้องกัน”

นรุตม์ยื่นเอกสารบอกณรัลว่า พ่อให้เอามาให้ ณรัลอ่านเอกสารน้ำตาคลอตื้นตันที่พ่อแต่งตั้งตนเป็นผู้บริหารคาสเทิลแลนด์จริงๆ นรุตม์กล่าวเราทุกคนจะรอเขากลับบ้าน ณรัลยิ่งรู้สึกผิดถ้ามีโอกาสจะแก้ไขทุกอย่าง กัลยาดีใจบอก “พ่อกับแม่จะรอรัลกลับบ้านของเรา”

ณรัลมองนรุตม์อย่างขอบคุณจริงใจ...วันต่อมา นรุตม์ใส่บาตรร่วมกับกัลยา ศิรินธารและเพ็ญที่หน้าบ้าน พอกรวดน้ำเสร็จนรุตม์ให้ศิรินธารเอาน้ำมาเทใต้ต้นไม้ใหญ่ อุทิศให้หาญกล้าแล้วอย่าลืมอุทิศให้ตัวเองด้วย

เธอถามต้องสวดอย่างไร นรุตม์สอนให้กล่าวตามกัลยายืนมองด้วยสายตาอ่อนโยนพูดกับเพ็ญว่า “พี่เลี้ยงนรุตม์มาดีมากเลยนะ ถ้าฉันเลี้ยงลูกๆได้ดีสักครึ่งนึงที่พี่เพ็ญเลี้ยงรุตม์ ครอบครัวเราคงจะไม่วุ่นวายแบบนี้ ถ้าวันนี้ไม่มีรุตม์ ครอบครัวเราคงแย่ รุตม์เหนื่อยกับเรามามาก ฉันอยากให้เขามีความสุขนะ”

“ถ้าความสุขของคุณรุตม์คือการให้คุณลีลากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว คุณรับได้ใช่ไหมคะ”

กัลยามองนรุตม์เงียบๆ จนเพ็ญเดาไม่ออกว่าเธอยอมรับได้หรือไม่...คืนนั้นนรุตม์นั่งมองดวงจันทร์คิดถึงลีลา ด้านลีลาก็นั่งมองดวงจันทร์เศร้าๆ ซิสเตอร์มานั่งข้างเอ่ยชมจันทร์คืนนี้สวย

“ค่ะ สวย สว่าง สงบจนอยากเก็บไว้ในมือ แต่ลีรู้สึกว่ามันไกล ลีคงไม่มีวันจะเอื้อมถึง”

“ถ้ามันไกล ก็อยู่กับสิ่งที่มี ทำในสิ่งที่เป็นไปได้”

ลีลาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ เพราะสิ่งที่ตนเริ่มไว้มันพัวพันแน่นเหนียวจนเห็นแต่ปมเต็มไปหมด

ซิสเตอร์กล่าว ถ้าเอาแต่มองเราจะเห็นแต่ปัญหา อย่าตัดสินยากง่ายตั้งแต่ไม่ลงมือทำ ถ้าไม่ลองแก้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันแก้ไม่ได้...ลีลาฟังแล้วครุ่นคิด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศตวรรษแต่งสูทเดินลงมาพร้อมนรุตม์ ถามทุกคนว่าตนดูดีพร้อมเป็นตัวแทนพ่อได้หรือยัง ศิรินธารตอบว่าหล่อมากแต่น้อยกว่านรุตม์ ศตวรรษขอยอม...ขอมีเขาอยู่ข้างๆก็อุ่นใจ นรุตม์บอกน้องๆว่าตนคงเป็นพี่เลี้ยงให้ไม่นาน เพราะศตวรรษทำงานดีกว่าที่คิด

“ทิ้งผมไม่ได้นะพี่รุตม์ พี่ต้องช่วยผมไปอีกนาน ลูกหยีด้วยอีกคนที่ต้องช่วยพี่”

“ได้ เดี๋ยวลูกหยีเข้าคอร์สเข้มข้นกับพี่รุตม์ก่อนนะ ลูกหยีจะกลับไปทำงานที่โรงแรมนะคะพ่อ เรื่องน้ำหอมด้วย ทิ้งให้พี่รุตม์เหนื่อยมานานแล้ว”

กัลยาถามพร้อมแล้วหรือ ศิรินธารยืนยันว่าการป่วยไม่ได้ทำให้ตนทำงานไม่เป็น ตนอยากพิสูจน์ตัวเอง ดังคำพูดของนรุตม์...แค่อยู่กับปัจจุบัน ทำมันให้ดีที่สุด...ศิริกับกัลยาปลื้มใจ

เพ็ญนำซองเอกสารมายื่นให้บอกว่าจ่าหน้าถึงศตวรรษแต่ไม่มีชื่อผู้ส่ง เขาเปิดออกดูแล้วต้องอึ้ง เพราะมันคือเอกสารการหย่าที่ลีลาเซ็นไว้เรียบร้อย มีกระดาษโน้ตแนบมาด้วยว่า

“...ลีขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียใจ คำขอโทษคงไม่เพียงพอกับความผิดของลี ถ้ามีอะไรที่ลีพอจะชดใช้ให้คุณได้ ลียินดีทำทุกอย่าง...ลีลา”

นรุตม์ดึงซองมาพลิกดูเห็นตราประทับว่ามาจากจันทบุรี ก็รีบถอดสูทออกบอกศตวรรษว่าวันนี้คงไปด้วยไม่ได้ กัลยาถามจะไปไหน นรุตม์บอกว่าจะไปตามลีลากลับมา กัลยาย้อนถามรู้ที่อยู่แล้วหรือมันยากที่จะหา แต่เขายืนยันว่ายากแค่ไหนก็ต้องลอง...นรุตม์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

นรุตม์เอารูปลีลาเที่ยวถามคนในตลาดไปทั่ว จนมาถึงบ้านสถานสงเคราะห์ เขาเอารูปให้ซิสเตอร์ เธอมองหน้าเขานิ่งๆ ก่อนจะพาเข้ามาในบ้าน...นรุตม์เห็นลีลาดูแลป้อนอาหารเด็กๆ สอนการบ้าน ทำทุกอย่างด้วยสีหน้ามีความสุข เด็กๆช่วยลีลาเก็บผ้าจากราวอย่างสนุกสนาน ลีลาดึงผ้าปูที่นอนจากราว แล้วต้องตะลึงที่เห็นนรุตม์ยืนอยู่ เด็กๆบอกลีลาว่าเก็บเสื้อผ้าหมดแล้ว เธอยังยืนอึ้ง ซิสเตอร์เรียกเด็กๆ ให้ไปช่วยอีกทาง นรุตม์เอ่ยปาก

“ผมคิดถึงคุณ ผม...” ลีลาตัดบทบอกต้องไปดูแลเด็กๆ นรุตม์เดินตาม “ลี...ผมมารับคุณกลับบ้าน”

“ที่นี่เป็นบ้านฉัน เด็กๆที่นี่ต้องการฉัน ฉันอยากอยู่เพื่อพวกเขา เพราะฉันรู้ว่าการไม่เป็นที่ต้องการของใครเลยมันเจ็บปวด ฉันไม่มีบ้านให้กลับแล้วค่ะ ไม่มีพ่อ ไม่มีป้าไม่มีคนรอที่จะให้ฉันเดินกลับไปหา”

“แต่คุณมีผม...”

ลีลามองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด “วินาทีที่คุณบอกกับทุกคนว่าฉันเป็นภรรยาคุณ ฉันผิดหวังเจ็บปวด เพราะรู้ว่าคำพูดนั้นของคุณมีเพื่อปกป้องครอบครัวเท่านั้น คุณไม่ต้องการให้...พ่อของคุณเสียใจ ปกป้องความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวคุณ แต่ไม่ใช่ฉัน สิ่งที่คุณทำไม่ต่างจากพ่อของฉัน ชีวิตฉันเป็นได้แค่เครื่องมือของทุกคน...ฉันจะอยู่ที่นี่ค่ะ จะไม่กลับไปอีก”

นรุตม์กุมมือจะขอร้อง ลีลาตัดบทขอให้เกียรติตนสักครั้ง เคารพการตัดสินใจของตน เขาจำต้องปล่อยมือเธอ ลีลากล่าวคำลาก่อน นรุตม์น้ำตาคลอ “ผมเสียใจที่ในเวลานั้นผมทำได้ดีที่สุดเพียงแค่พูดความจริง ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นเครื่องมือ แต่ผมไม่อยากให้คุณกับวรรษถูกกล่าวหาแบบนั้น ผมพยายามจะปกป้องคุณให้ดีที่สุด ปกป้องผู้หญิงที่ผมรัก ให้โอกาสผมอีกครั้งนะลี”

ลีลาชะงักตัดใจเดินจากไปไม่หันมอง...นรุตม์จนหนทางโทร.ปรึกษาแดน แดนฟังแล้วหนักใจ “ผมไม่เคยเห็นลียอมแพ้แบบนี้ ลีที่ผมรู้จักเขาเข้มแข็งและพร้อมจะต่อสู้กับทุกอย่างไม่เคยหนีใคร ผมเดาไม่ออกว่าจะรับมือกับลีครั้งนี้ยังไงถ้าคุณอยากให้ผมไปช่วย...”

นรุตม์ขอบคุณและบอกว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เองอยากให้ลีลากลับไปด้วยความเต็มใจ แดนรับคำวางสาย ภารดีซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ถามว่าเขาเป็นห่วงลีลาใช่ไหม เขารับว่าใช่ เธอหน้าเสีย แดนแกล้งบีบจมูกหยอกเบาๆ ก่อนจะบอกเธอว่าในฐานะเพื่อน ที่อยากเห็นเขามีความสุข ภารดีเข้าใจเพราะต่างอยู่ในสถานะหัวอกเดียวกัน แดนกุมมือเธอบอกว่า...เราถึงคุยกันรู้เรื่อง

ภารดีกระแอมทำนองให้ปล่อยมือและบอกว่าแค่คุย แดนดักคอถ้าแค่คุยแล้ววันก่อนมากอดตนที่โรงพยาบาลหมายความว่าอย่างไร หญิงสาวเขินไม่น่าพลาดแต่แดนอยากให้เธอพลาดบ่อยๆ เธอยิ่งเขิน แดนกุมมือเธอขึ้นมาจูบทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

ooooooo

ตกค่ำ ลีลานั่งมองจันทร์เหมือนทุกคืน ซิสเตอร์เข้ามานั่งข้างถามเหนื่อยไหม เธอตอบว่าไม่ มีดื้อบ้างแต่ตนจัดการได้ ซิสเตอร์บอกหมายถึงหนีอดีตเหนื่อยไหม ลีลาอึกอัก ซิสเตอร์ถามเคยถามตัวเองไหมว่าที่กำลังหนีอยู่ เธอหนีอะไร...ลีลานิ่งคิด

วันต่อมาลีลานั่งอยู่ในโบสถ์ นรุตม์เข้ามาหา ลีลากล่าวโดยสายตาจ้องมองไปที่แท่นบูชา “ฉันกลับไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่สามารถมองหน้าคุณกัลยา ศิรินธารที่ฉันปั่นหัวจนเขาแทบบ้า ไม่สามารถเผชิญหน้ากับศตวรรษ คนที่รักฉันอย่างจริงใจ ฉันรู้ว่าเขาต้องเจ็บปวดไม่ต่างจากฉัน เขาทิ้งความฝันเพราะฉัน การถูกใช้ความรักเป็นเครื่องมือมันเจ็บปวด”

“คุณหนีทุกคนได้ แต่คุณหนีความผิดในใจตัวเองไม่ได้หรอกนะลี ไม่ว่าคุณจะหนีไปที่ไหน ความรู้สึกผิดมันจะติดตามคุณไปทุกที่ ผมรู้ว่าทุกวันนี้คุณใช้ความรู้สึกผิดของตัวเองโบยตีจิตใจของคุณทุกวัน”

ลีลายืนยันว่าไม่อยากกลับ นรุตม์ติงไม่คิดว่าเธอจะขี้ขลาดขนาดนี้ ผู้หญิงที่กล้าทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมดกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดของตัวเอง เธอจะไม่มีวันมีความสุขได้ถ้าไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำ ลีลาที่ตนรู้จัก ยอมเจ็บ ยอมตายแต่จะไม่ยอมแพ้...ลีลานิ่งอึ้ง นรุตม์เสียใจบอกตนจะกลับกรุงเทพฯแล้วจะไม่มากวนใจเธออีก ลีลาเริ่มสับสนว้าวุ่นใจ

นรุตม์กลับออกมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ มองนาฬิกาข้อมืออย่างมีความหวังวัดใจลีลา แต่แล้วก็รู้สึกผิดหวังจึงเคลื่อนรถออก ลีลาก้าวมาขวางหน้า เขาเบรกสุดตัว

“ฉันไม่อยากหนีไปตลอดชีวิต แต่ฉันไม่รู้ว่าความกล้าที่ฉันมีตอนนี้จะมากพอที่ฉันจะเผชิญกับความผิดที่ฉันทำกับทุกคนไหม”

นรุตม์ดีใจยื่นมือไปตรงหน้าเธอบอกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตนจะอยู่เคียงข้าง ขอให้เชื่อมั่นในตน ลีลาตัดสินใจวางมือบนมือเขา เชื่อมั่นกับก้าวใหม่ของชีวิต

ทุกคนในเดชาเลิศรัตน์ให้การต้อนรับลีลาจนเธอทำตัวไม่ถูก นรุตม์บีบมือให้กำลังใจ ลีลาจะก้มกราบขอโทษกับความผิดที่ไม่อาจลบล้างได้ของตัวเอง กัลยาบอกไม่ต้อง ทุกคนหวั่นใจว่าเธอจะไม่ให้อภัยลีลา ศิริปรามเบาๆ กัลยากล่าว

“ฉันไม่รับคำขอโทษของเธอ ฉันเกลียดที่เธอมาทำร้ายลูกฉัน เกลียดที่เธอทำให้ครอบครัวฉันต้องแตกแยก ฉันควรจะเกลียดที่เธอเป็นหลักฐานการนอกใจของสามีฉัน...แต่ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง สิ่งที่ชลัมภ์ทำกับเธอมันหนักหนา จนคิดว่าถ้าเป็นฉัน ฉันคงรับมือกับมันไม่ได้”

บรรยากาศเริ่มดีขึ้น ลีลาอึ้ง กัลยายอมรับถ้าไม่มีเธอตนคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแม่ที่บกพร่อง ทุกเรื่องเป็นบททดสอบที่ตนต้องก้าวผ่านเพื่อครอบครัว เราเจ็บกันมามาก ลืมอดีตแล้วเริ่มต้นกันใหม่...ลีลาซาบซึ้งยกมือไหว้ขอบคุณ กัลยาลูบหัวอย่างอ่อนโยน ศิริมองกัลยาด้วยสายตาขอบคุณ ลีลาหันไปยิ้มกับนรุตม์จึงเห็นศตวรรษยืนอยู่ เขาทำหน้าไม่ถูกเดินเลี่ยงไป ลีลารู้สึกผิดตามไปขอโทษที่ทำให้ต้องเสียใจ นรุตม์ตามมาขอโทษอีกคน ศตวรรษยิ้มให้อย่างจริงใจ

“ผมอยากจะบอกพี่กับคุณลีว่า การแต่งงานทั้งหมดเป็นแค่แผนของผม ผมจดทะเบียนแต่งงานเพื่อให้คุณลีมีสิทธิ์ในการเอาที่ดินบนเกาะนั้นกลับไป ผมไม่เคยคิดจะใช้ชีวิตคู่กับคุณลีเลย...เพราะผมรู้ว่าคุณลีรักพี่รุตม์ ตั้งแต่วันที่ผมรับคุณลีกลับมาจากกระบี่แล้ว” ศตวรรษเล่าว่าได้ยินทุกคำพูดที่ทั้งสองคุยกันที่กระบี่ ทำให้รู้ว่าทั้งสองรักกันมากแค่ไหน

นรุตม์เสียใจจะขอโทษแต่ศตวรรษขัดว่าเขาคือพี่ชายที่ตนเคารพ และลีลาเป็นผู้หญิงที่ตนรัก ตนอยากเห็นคนที่ตนรักมีความสุข ศตวรรษจับมือทั้งสองมากุมกัน และย้ำว่าวันนี้ลีลายังเป็นผู้หญิงที่ตนรักเพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากคนรักมาเป็นพี่สาว ลีลากอดเขาด้วยรู้ว่าคงเจ็บปวด เขาบอกเธอว่าอีกไม่นานตนจะปรับตัวได้ ไม่ต้องห่วง ลีลาน้ำตาคลอรู้สึกผิด นรุตม์กอดปลอบ

งานเผาศพชลัมภ์จัดขึ้นเงียบๆ ศิริวางดอกไม้จันทน์กล่าวขออโหสิกรรม ลีลาร่ำไห้ “พ่อมีชีวิตอยู่กับไฟในใจของพ่อเผาพ่อให้ทุกข์ทรมานเพราะความแค้น ลีเคยคิดว่าไฟจะต้องล้างด้วยไฟ ลีจุดไฟแค้นขึ้นมาหวังจะให้ไฟล้างไฟไปเอง แต่วินาทีที่ลีจุดมันขึ้นมา ลีกับพ่อคือคนแรกที่ถูกเผา สุดท้ายไฟที่คิดจะเผาคนอื่นมันกลับเผาใจเราให้ทุกข์ทรมาน”

ดลถอนใจทำร้ายกันแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายก็กลายเป็นเถ้าทุกคน ลีลากล่าวทิ้งท้ายว่าจะไม่ลืมช่วงเวลาที่พ่อเลี้ยงดู จนถึงตอนนี้พ่อก็ยังเป็นพ่อตนเสมอ ถ้ามีโอกาสตนก็ขอเป็นลูกพ่อและจะดูแลพ่ออย่างดี ตนรักพ่อ...นรุตม์โอบกอดปลอบลีลายืนมองควันที่พวยพุ่งหลายวันผ่านไป ศิรินธารถือศีลอยู่ที่วัดโดยมีกัลยากับเพ็ญคอยดูแล นรุตม์พาลีลามาถวายสังฆทาน ลีลาเห็นศิรินธารดูสดใสขึ้น เธอรับคำ

“ได้มาปฏิบัติ ตามลมหายใจตนเอง จิตใจสงบไม่ร้อนก็ไม่ทุกข์ มันเบาสบายรู้สึกดีจริงๆ”

ลีลาขอบคุณกัลยาที่เป็นธุระจัดงานศพให้พ่อ เธอบอกว่าจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ลีลาก็หวังว่าพ่อจะละจากไฟแค้นไปอยู่ที่สงบสุข เพ็ญแนะนำให้ทำบุญให้บ่อยๆ ความเย็นของบุญจะช่วยท่านได้ ศิรินธารก็หวังว่าหาญกล้าจะไม่ทุกข์ทรมาน ตนทำบุญเพื่อเตรียมพร้อมกับความตายที่ต้องเจอ กัลยาย้ำ จิตก่อนตายสำคัญที่สุดให้นึกถึงสวรรค์ เขาถึงว่าสวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ กัลยาเปลี่ยนเรื่องบอกนรุตม์ว่าตนอยากเลี้ยงหลานเร็วๆ

“ผมไม่รู้ว่าลีเขาจะยอมร่วมมือด้วยไหม ถ้าเขายอมผมก็พร้อมครับคุณแม่”

ลีลาเขินถามนี่เขาไม่ได้เรียกว่าขอแต่งงาน เขาเรียกว่ามัดมือชก กัลยาโอบลีลาและบอกว่าถ้านรุตม์ทำให้เสียใจ ตนจะจัดการให้ ศิรินธารสนับสนุน นรุตม์โอดโอยที่โดนรุม

การแต่งงานของนรุตม์กับลีลาจัดอย่างเรียบง่ายด้วยการทำบุญเลี้ยงพระในโรงพยาบาลสงฆ์...ดล แดนและภารดีมาร่วมอวยพร นรุตม์สัพยอกภารดีว่าจะรองานฉลองแต่งงานของเธอกับแดน แดนรีบฟ้องว่าขอหลายครั้งแล้วแต่เธอไม่ตกลงเสียที ภารดีเขินอาย...หลังจากนั้นนรุตม์และลีลาก็นำของและอาหารมาแจกเด็กๆที่สถานสงเคราะห์ของซิสเตอร์

วันต่อมานรุตม์พาลีลามาดูที่ดินริมทะเล บอกเธอว่าที่นี่จะเป็นรีสอร์ตเล็กๆของเรา ลีลาปลื้มปริ่มไม่คิดว่าจะมีชีวิตที่สงบสุขกับคนที่รัก ไม่ต้องเป็นไฟทำร้ายใคร บอกว่าตนจะเป็นไฟที่คอยเผาเธอไปตลอดชีวิต จะเป็นไฟรัก ลีลาขำที่เขามีมุกแบบนี้ด้วย เขาบอกว่าเขาทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความรักและสัญญาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

ooooooo

–อวสาน–









ละครไฟล้างไฟ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านไฟล้างไฟ ติดตามไฟล้างไฟ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ภีรนีย์ คงไทย 28 ธ.ค. 2558 07:30 2015-12-31T01:05:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ