นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ดั่งสวรรค์สาป

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: พลิกบทบาทสำคัญของ ปู-ไปรยา ประกบ อ๋อม-อรรคพันธ์  ใน “ดั่งสวรรค์สาป”



    วันนี้วีรอรทำซุปฟักทองเสร็จก็เรียกเพียงนภามากินกัน แต่เพียงนภากำลังจะออกไปข้างนอกบอกว่าไปหาเพื่อน ถูกวีรอรดักคอว่าไปหาเพื่อนหรืออติเทพกันแน่

    เพียงนภาโมโห โวยวายว่าตนบอกเพื่อนก็เพื่อนสิ แม่จะมากักตนให้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ ตนก็มีสังคมเหมือนกัน วีรอรหว่านล้อมว่าสังคมข้างนอกน่ากลัวมาก ไม่มีใครหวังดีกับเธอเท่าแม่หรอก มากินซุปร้อนๆ โรยพริกไทย นิดหนึ่งเสร็จแล้วเรามาเลโก้ที่เราต่อค้างกันดีกว่า เพียงนภาปัดซุปฟักทองทิ้งพูดเสียงดังลั่น

    “ไม่! หนูไม่กิน กินซุปนี้ทีไร หนูคิดถึงหน้าไอ้มูมู่ที่มันนอนตายเพราะกินซุปฝีมือแม่ทุกที” วีรอรตกใจมองซ้ายมองขวาปรามว่าพูดอะไรออกมา วันนี้ดาหวันอยู่ที่นี่ด้วย “นังดามันอยู่บ้านหลังใหญ่ มันไม่มาที่นี่หรอก แล้วที่หนูพูดมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ทุกคนก็คิดว่าเป็นฝีมือหนู ทั้งๆที่แม่ต่างหากที่เป็นคนวางยามัน”

    ที่ประตูนั่นเอง ดาหวันเดินมายืนฟังอยู่ เธอตัวสั่นด้วยความสะเทือนใจเมื่อรู้ว่ามูมู่ตายเพราะถูกวีรอรวางยา

    กานต์ตามมายกมือแตะบ่าปลอบใจแล้วพาดาหวันเดินออกไป แต่ในบ้าน เพียงนภากับวีรอรยังโต้เถียงกันไม่เลิก

    “เพราะงั้น แม่เลิกทำซุปฟักทองให้หนูกินเสียที หนูเห็นทีไรหนูอยากจะอ้วก หนูไม่สนุกกับเกมของแม่อีกแล้ว เชิญแม่เล่นไปคนเดียวเถอะ”

    เพียงนภาลุกขึ้นเปิดตู้เก็บของในครัว ดึงเสื้อกับน้ำหอมที่ซ่อนไว้ออกมา หันไปเตือนว่า

    “อ้อ...แล้วไอ้เสื้อกับน้ำหอมที่แม่เอาไว้หลอกผีนมมาลัยก็วางให้มันมิดชิดกว่านี้หน่อยนะ เดี๋ยวคราวหน้าจะไม่มีเล่น” เธอโยนทั้งเสื้อและน้ำหอมใส่หน้าวีรอร

    แล้ววิ่งออกไปแบบไม่ให้แม่ตั้งตัวทัน วีรอรได้แต่ตะโกนตามหลังให้กลับมา...กลับมา

    ooooooo

    ดาหวันสะเทือนใจและสับสนมาก ถามกานต์ที่เดินเคียงคู่มาว่า ตนจะเชื่อใจใครได้อีกบ้าง ทุกคนที่อยู่รอบตัวล้วนแต่ตีสองหน้ากับตน ไม่มีใครเชื่อได้เลย ตนกำลังอยู่ท่ามกลางคนแบบไหนกัน!

    กานต์บอกให้ใจเย็นๆ หายใจลึกๆ ตั้งสติไว้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ดาหวันยังอยู่ในวังวนของความสับสนว้าวุ่น

    “แล้วพินัยกรรมอีก พ่อเขียนพินัยกรรมแบบนั้นได้ยังไง มันยิ่งทำให้ทุกคนดูเหมือนจะจ้องฉีกเนื้อกันเอง รวมทั้งฉันด้วย มันต้องมีอะไรผิดพลาด พ่อไม่ควรเขียนพินัยกรรมไว้แบบนี้ ไม่ควร...ไม่ควรไม่ควร!”

    “ฟังผมนะ” กานต์รวบตัวดาหวันที่เดินพล่านไว้ “พ่อคุณเป็นคนมีจิตใจดีและมีเมตตากับญาติพี่น้อง ท่านจึงเขียนพินัยกรรมขึ้นมาบนพื้นฐานที่คิดว่าทุกคนรักกัน เอื้อเฟื้อกัน มีอะไรก็แบ่งปันกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนทุกคนล้วนแต่มีความโลภอยู่ในใจกันทั้งนั้น และที่สำคัญในแต่ละคนมันไม่เท่ากันเสียด้วย ความเท่าเทียมที่พ่อคุณคิดไว้ จึงไม่บังเกิด...ก็เท่านั้นเอง”

    “มันก็จริงของคุณ แล้วฉันควรทำยังไงต่อไป”

    “ก็ดูแลทุกคนอย่างที่พ่อคุณต้องการและยอมรับมัน พร้อมกับระมัดระวังตัวเองด้วยก็ยิ่งดี” ดาหวันมองหน้าเขาพูดอย่างหวาดหวั่นว่าเขากำลังทำให้ตนกลัว “ผม...ผมก็แค่เตือนไว้ คนเราควรดำเนินชีวิตด้วยความ ไม่ประมาทอยู่แล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะดาร์ลิ่ง อีกอย่างนะ คุณอยู่ใกล้ผม ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก”

    กานต์เบ่งกล้ามทำติดตลกให้คลายเครียด ดาหวันพลอยสนุกไปด้วย หยิบไม้อันเล็กๆขึ้นมา กานต์รับมุกคุกเข่าลงทันที ดาหวันใช้ไม้แตะบ่าเขาทีละข้าง พูดเสียงขรึม ขลัง

    “งั้นเราขอแต่งตั้ง ให้เป็นอัศวินพิทักษ์เรา”

    “ขอบพระทัยองค์หญิง” กานต์รับมุกพลอยสนุกไปด้วย ทั้งสองต่างนึกถึงวัยเด็กที่เคยเล่นและพูดกันแบบนี้ไม่มีผิด

    ooooooo

    แล้วเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น วันนี้ขณะที่ดาหวันกับกานต์กำลังเดินออกจากห้างสรรพสินค้า ถูกป้ายโฆษณาร่วงลงมาตรงดาหวันพอดี! กานต์กระโดดผลักดาหวันหลบพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด

    เห็นดาหวันไม่เป็นไรแล้ว กานต์มองขึ้นไปที่ป้ายโฆษณาซึ่งดูยังแข็งแรง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นมีคนบนโครงป้ายนั้นชะโงกลงมาดูผลงาน กานต์บอกให้ดาหวันอยู่ตรงนี้ก่อนแล้ววิ่งไปเลย ดาหวันเรียกก็ไม่ฟัง เธอตัดสินใจถอดรองเท้าวิ่งตามไป

    กานต์วิ่งไปเห็นชายลึกลับกำลังปีนลงมาทางบันไดหนีไฟ เขาปีนตามจนเกือบทันก็ถูกมันชักปืนยิงสกัดแต่ไม่ได้หมายเอาชีวิต กระสุนไปถูกเหล็ก กานต์วิ่งไล่ตามไปจนถูกมันยิงที่แขนได้รับบาดเจ็บทำให้เขาจับบันไดหนีไฟพลาดตกลงมา ดาหวันเห็นเขาลอยลงมาก็ร้องกรี๊ด แต่พอดูอีกทีก็โล่งใจที่เขาตกลงไปในรถขนขยะพอดี!

    ดาหวันรีบวิ่งลงไป ปีนขึ้นรถขนขยะคุ้ยหากานต์ จนเขาถามขึ้นจากข้างล่างว่า

    “คุณขึ้นไปหาสมบัติเหรอ ไม่มีหรอก ในนั้นมีแต่ขยะ ผมอยู่นี่”

    พอเห็นกานต์ตัวเป็นๆ ยืนยิ้มกริ่มอยู่ ดาหวันเปลี่ยนจากดีใจกลายเป็นโกรธ งอน ค่อยๆปีนลงมา

    ดาหวันทั้งดีใจทั้งโกรธทั้งงอน อารมณ์แปรปรวนจนกานต์แปลกใจ ยิ่งเมื่อเธอทุบเขาถามว่าคิดว่าตัวเองเป็นอะไรถึงได้วิ่งตามคนร้ายมือเปล่าแบบนั้น รู้ไหมว่ามันบ้ามาก เลยถูกกานต์ทำหน้าอำแซว...

    “อืม...แต่ไอ้ที่คุณโวยวายแบบนี้แสดงว่าคุณก็เป็นห่วงผมน่ะสิ แบบนี้ตายก็คุ้มแล้วกานต์เอ๋ย ได้เมียทั้งสวยแล้วก็รักเราขนาดนี้”

    ดาหวันทั้งเขินทั้งเคืองเลยหยิกแขนเขา ถูกแผลพอดี กานต์แกล้งร้องราวกับเจ็บเจียนตาย ดาหวันตกใจแต่พอรู้ทันว่าเขาแกล้งก็เมินทำเฉย พอดีตำรวจมา ตำรวจเอาไขควงสำหรับถอดนอตกับนอตสองสามตัวที่ตกอยู่ใกล้โครงเหล็กยึดแผ่นป้ายให้ดู กานต์อึ้ง เพราะเป็นไปอย่างที่ตนคาดไว้ ทั้งกานต์กับดาหวันมองหน้ากันนิ่ง

    ooooooo

    กลับถึงบ้านนมมาลัยถามดาหวันว่าเป็นอะไร หรือเปล่า เธอพูดให้นมสบายใจว่าไม่เป็นอะไร ตนปลอดภัยและมันเป็นอุบัติเหตุ เห็นนมมาลัยสบายใจ ดาหวันบอกให้เด็กรับใช้พานมไปนอนพักผ่อนเสีย

    พอนมมาลัยออกไปแล้ว เธอถามกานต์ว่า เขาคิดว่าเป็นฝีมือใคร ตนไม่มีศัตรูที่ไหนทำไมต้องทำกันแบบนี้ด้วย แม้กานต์จะเชื่อว่าเป็นการกระทำที่มุ่งต่อดาหวัน แต่ก็พูดให้เธอสบายใจว่าอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดคือ...ทำผิดตัวก็เป็นได้ แต่ดาหวันยังไม่เชื่อ กานต์ทำหน้าตายถามว่า

    “อ้าว...ไม่เห็นข่าวเหรอคุณ ยิงผิดตัวอะไรอย่างนี้ คิดไปก็ไม่มีประโยชน์น่า ไว้ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเขาสืบสวนดีกว่านะ เรากลับบ้านกันเถอะ ผมชักเริ่มเจ็บแผลขึ้นมาแล้ว” ดาหวันจำต้องออกไปทั้งที่ยังกังวลอยู่

    ที่มุมห้อง พรรณีแอบฟังอยู่ ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน กลัวเรื่องจะสาวมาถึงตัว พลันก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือมาแตะที่หลัง พอหันไปเห็นเป็นรุจิกาก็ถอนใจโล่งอก

    พรรณีพารุจิกาไปหาอิทธิมาเฟียที่ไปกู้เงินมา อิทธิมองรุจิกาแต่เท้าไล่ไปจนถึงหน้าถามพรรณีว่าเอามาส่งดอกหรือ ก็ใช้ได้นะ พรรณีโมโหด่าไอ้ทุเรศ ถามว่าเรื่องป้ายโฆษณาเป็นฝีมือเขาใช่ไหม อิทธิรับว่าใช่ด่าลูกน้องว่างานง่ายๆดันพลาด

    “พวกแกทำจริงๆ รู้ไหมว่าแกกำลังทำให้ฉันเดือดร้อนนะ ใครๆก็รู้ว่าฉันมีเรื่องกับยายดาอยู่”

    “อ้าว...ก็เจ๊บอกเองไม่ใช่เหรอ ถ้านังนั่นมันตาย เจ๊จะได้มรดกมีเงินมาคืน นี่ใจดีจัดให้โดยไม่ต้องขอเลยนะ”

    “ฉันยังไม่อยากซวยไปกับแก เรื่องนี้ถึงตำรวจแล้วนะ อย่าลากฉันเข้าไปเกี่ยว”

    “ไม่ต้องห่วง ตำรวจตามไม่ถึงหรอก” อิทธิชักมีดออกมาปาดคอลูกน้องที่ทำงานพลาดให้ดูต่อหน้า ถามพรรณียิ้มๆว่า “ตกลงว่าไง เจ๊หาดอกมาจ่ายผมได้รึยัง หรือว่าจะจ่ายทั้งต้นทั้งดอกก็ได้นะ”

    รุจิการีบเปิดกระเป๋าหยิบสร้อยคอออกมาส่งให้พรรณี พรรณีรับส่งต่อให้อิทธิบอกว่าตนมีให้แค่นี้แหละ อิทธิบอกว่าก็พอได้ แต่แค่นี้ได้แค่ดอกนะ พรรณีทำท่าจะโวยแต่พอเห็นสายตาพิฆาตของอิทธิก็เงียบกริบกลัวจนตัวสั่น

    ooooooo

    คืนนี้ดาหวันนอนฝันร้ายสะดุ้งตกใจตื่นเหงื่อเต็มหน้า เริ่มปวดหัวขึ้นมา รู้สึกหิวน้ำจึงเดินไปที่ห้องแพนทรี ได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วๆ ลองเดินตามเสียงไป เห็นห้องหนังสือประตูปิดไม่สนิทมีแสงไฟส่องลอดออกมา

    ดาหวันย่องไปแอบดู เห็นกานต์ ประจวบ และทนายสิทธินั่งคุยกันอยู่ เธอหลบแอบฟัง ได้ยินกานต์บอกว่าดาหวันหลับสนิทอยู่ข้างบน เราคุยกันได้เต็มที่ ประจวบเอ่ยขึ้นก่อนว่า

    “ครั้งนี้มีหลักฐานชัดๆ เห็นคนทำเต็มๆ แต่ก็จับตัวคนบงการไม่ได้อยู่ดี เรื่องมันเหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆนะ”

    สิทธิบ่นว่าเปิดพินัยกรรมแล้วนึกว่าดาหวันจะปลอดภัยขึ้น แต่ดูเหมือนชีวิตดาหวันกลับยิ่งอันตรายขึ้น

    “มันจะง่ายกว่านี้มาก ถ้าไม่มีดาหวันเสียคน ทุกคนก็จะได้ประโยชน์ ไม่มีดาหวันทุกอย่างก็จบ” กานต์พูดจริงจัง

    “เพราะฉะนั้น ทุกคนที่อยู่รอบตัว จึงสามารถเป็นคนสั่งฆ่าหนูดาได้หมด!” ประจวบสรุป

    ดาหวันตกใจกับคำพูดของกานต์แล้วยิ่งเมื่อได้ยินประจวบสรุปเธอถึงกับมืออ่อนทำแก้วน้ำตกแตก กานต์พรวดออกมาทันที เห็นดาหวันยืนตัวสั่นอยู่ เธอมองทุกคนถามเสียงสะท้านว่า

    “มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตดา บอกดาทีได้ไหม ครั้งนี้มีคนจงใจฆ่า มีครั้งนี้ก็แปลว่ามีครั้งก่อนหน้านี้ใช่ไหมคะ แล้วใคร ใครเป็นคนทำ บอกดาสิ อธิบายให้ดารู้อย่าเงียบกันไปหมดแบบนี้ ชีวิตดา ดามีสิทธิรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บอกมาสิคะ”

    ประจวบบอกว่าพวกตนไม่ได้คิดจะปิดบังเธอแต่อยากให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนเพราะกลัวเธอตกใจเหมือนที่เป็นอยู่นี่ไง กานต์ก็บอกว่าที่ผ่านมาตนพยายามบอกแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเปิดใจรับฟัง ถึงตอนนี้เธอคงพร้อมแล้ว แล้วกานต์ก็เล่าว่า

    “เรื่องที่คุณรถคว่ำจนทำให้ความจำเสื่อม มันไม่ใช่อุบัติเหตุ เราพบหลักฐานว่ามีคนเจาะน้ำมันเบรกรถคุณ” ดาหวันถามว่าใคร! กานต์ส่ายหน้า ดาหวันเอ่ยชื่อทุกคนในบ้านกระทั่งถามว่าหรือว่าเป็นตัวเขา รำพึงว่า

    “ฉันคงทำตัวน่าเกลียดน่าขยะแขยงมากจนมีคนอยากฆ่าให้ตาย หรือเพราะถ้าฉันตายทุกคนก็จะได้ประโยชน์ทันทีอย่างที่คุณบอก มันเป็นทั้งสองอย่างมากกว่านะ จริงไหม!”

    ดาหวันมองหน้าไล่ไปทีละคนอย่างเจ็บปวดแล้ววิ่งไป กานต์รีบตามไป แต่เธอวิ่งเข้าห้องปิดประตูล็อกไว้ เรียกก็ไม่ตอบ เขากลับมาถามประจวบว่าจะเอาอย่างไรดี แล้วก็นึกได้ว่าตนมีกุญแจห้อง ทำท่าจะวิ่งขึ้นไป

    “ให้หนูดาอยู่เงียบๆกับตัวเองสักพักเถอะ” ประจวบพูดอย่างผู้มีประสบการณ์ กานต์จึงชะงัก

    ooooooo

    เพราะรู้ว่าดาหวันเครียดและอยู่ในภาวะอันตรายที่จะต้องมีคนดูแลใกล้ชิด กานต์จึงพาเธอไปที่ออฟฟิศ ให้เธอนั่งรอในห้องทำงาน ส่วนตัวเองไปประชุม
    จิตราเลขาของกานต์มาดูแลและชวนคุย เล่าเรื่องที่กานต์เที่ยวป่าวประกาศว่าแต่งปุ๊บจะมีลูกปั๊บ คุยติดลมว่า

    “พวกเราดีใจกันทั้งออฟฟิศเลยค่ะ คุณกานต์จะได้หยุดทำงานลงบ้างบ้าพลังเหลือเกิน ทุกคนทำงานแทบไม่ทันอยู่แล้ว คิดว่าแต่งงานแล้วคุณกานต์จะเพลามือลงหน่อย ที่ไหนได้งานเยอะกว่าเดิมอีกค่ะ คงเพราะตั้งแต่แต่งงานกับคุณดา เราก็ได้ความน่าเชื่อถือกลับมา บริษัทมั่นคงเต็มที่ มีทั้งเงิน ทั้งกำลังคน”

    จิตราคุยเพลินพอนึกได้ก็ขอตัวบอกว่าถ้าต้องการอะไรเพิ่มก็เรียกได้ไม่ต้องเกรงใจ

    พอจิตราออกไป ดาหวันก็เครียดสับสนจนมือปัดของบนโต๊ะหล่น ก้มลงเก็บเห็นกล่องอะไรวางซ่อนอยู่ใต้โต๊ะหยิบดูเป็นปืนสั้นอยู่ในนั้น! ดาหวันตกใจไม่คิดว่าคนอย่างกานต์จะมีปืนด้วย ทันทีก็นึกถึงคำเป่าหูของอติเทพที่ว่า เธอรู้จักกานต์ดีแค่ไหน เธอแค่เห็นเขาในสิ่งที่เขาอยากให้เห็นในระยะเวลาแค่ 2-3 เดือนเอง ดาหวันยังคิดถึงที่เธอแอบได้ยินกานต์พูดเมื่อคืนที่ว่า “มันจะง่ายกว่านี้มาก ถ้าไม่มีดาหวันเสียคน ทุกคนก็จะได้ประโยชน์ไม่มีดาหวันทุกอย่างก็จบ”

    ดาหวันรีบเก็บปืนใส่กล่องโทร.บอกจิตราว่ามีเรื่องอยากรบกวนหน่อย พลางก็พลิกแฟ้มเอกสารเกี่ยวกับผลประกอบการของออฟฟิศดูอย่างเร็ว เธอเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีก เมื่อจิตรายกแฟ้มมาให้ดาหวันเปรยๆว่า

    “ดูเหมือนผลประกอบการของบริษัทเติบโตก้าวกระโดดจริงๆ”

    “ค่ะ...เรามีกำไรขึ้นมาก เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วของปีเดียวกัน”

    “ช่วงฉันแต่งงานพอดีสินะ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นสองสามปีก็ดูจะทรงๆด้วยซ้ำ ฉันคงเป็นตัวนำโชคจริงๆ”

    ขณะจิตรากำลังงงๆ ไม่รู้ว่าดาหวันหมายถึงอะไรนั่นเอง มือถือของจิตราดังขึ้น พอวางสายเธอบอกดาหวันว่า

    “คุณกานต์บอกว่าประชุมเสร็จแล้วค่ะ กำลังมา”

    ครู่หนึ่งเมื่อกานต์มาที่ห้องปรากฏว่าดาหวันหายไปแล้ว จิตราแปลกใจบอกว่าเมื่อกี๊ยังอยู่ บอกว่าอยากทานกาแฟตนจึงไปชงให้ สงสัยว่าจะไปห้องน้ำ
    กานต์เอะใจ มองที่โต๊ะเห็นของบนโต๊ะไม่ได้อยู่ที่เดิม มองไปใต้โต๊ะเห็นกล่องปืนโผล่มาไม่เหมือนเดิม กานต์เอะใจรีบเดินออกไป

    ดาหวันเดินอย่างเร็วออกไปพลางโทร.หาเจนจิราแต่เจนจิรากำลังน็อกบอร์ดอยู่ไม่ได้ยิน กริชที่มานั่งพักหยิบดูร้องบอกว่าดาหวันโทร.มา เจนจิราจึงขอให้พี่ชายช่วยรับสาย พอปลายสายรับดาหวันก็รีบบอกว่าให้มารับหน่อย พอรู้ว่าเป็นคมกริชรับสายเธอบอกให้เขารีบมารับหน่อยตนไว้ใจใครไม่ได้เลย คมกริชตกใจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ ดาหวันบอกว่าเรื่องมันยาวเร่งให้เขารีบมารับ คมกริชถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ดาหวันไม่ทันบอก กานต์ก็ทักขึ้นอย่างดีใจ

    “ดาร์ลิ่ง! คุณอยู่นี่เอง”

    พอได้ยินเสียงกานต์ดาหวันก็วิ่งหนี ในขณะที่คมกริชยังถามว่าเธออยู่ไหน จนเจนจิราวิ่งกลับมาถามว่าดาหวันว่าอย่างไรบ้าง?

    ooooooo

    ดาหวันวิ่งหนีกานต์ไปทางบันไดหนีไฟ เขาตามไปถามว่าวิ่งหนีตนทำไม เธอเห็นปืนตนใช่ไหม กลัวตนทำไม คิดว่าตนจะเอาปืนมาทำร้ายเธอหรือ?

    ดาหวันระบายความอัดอั้นกดดันที่ตนถูกลอบฆ่าโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเวลานี้ใครเป็นศัตรูของตนแม้แต่ตัวกานต์เอง บริษัทเขาได้ผลประโยชน์จากตน เขาทำดีกับตนแต่ใจเขาใครจะรู้ว่าคิดแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า ไม่ว่าตนจะไปไหนเขาก็คอยติดตามไปไม่ให้คลาดสายตาตลอดเวลา

    “ผมคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณไง”

    “ไม่อ่ะ...คุณจับตาดูฉันต่างหาก ฉันจะไม่ไว้ใจใคร ไม่ควรไว้ใจใครอีกแล้ว”

    กานต์ขอให้เธอตั้งสติหน่อยพลางเดินเข้าหา แต่เธอถอยหนี สั่งเขาถอยไป ปล่อยให้ตนไปจากที่นี่เถิด ดาหวันเดินลงบันไดไปไม่กี่ขั้นก็เป็นลมกลิ้งตกลงไป กานต์รีบวิ่งลงไปดูด้วยความตกใจ

    ooooooo

    ดาหวันหนีกานต์กลิ้งตกบันไดหนีไฟหมดสติไป มารู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนที่บ้านพักชายทะเล พอลืมตากานต์ก็ถามอย่างเป็นห่วงว่า

    “ตื่นแล้วเหรอ ยังปวดหัวอยู่อีกหรือเปล่า” ดาหวันถามว่าตนอยู่ที่ไหน กานต์บอกว่า “เซฟเฮาส์ รับรองว่าไม่มีใครหาคุณเจอแน่ จำได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น”

    ดาหวันทบทวนแล้วจำได้ว่าตนวิ่งหนีเขา กานต์บอกว่าไม่ใช่ เธอวิ่งหนีปืนกระบอกนี้ต่างหาก พลางเอาปืนออกมาให้ดูแล้วใช้ปืนขู่ให้เธอทำตามคำสั่ง

    “ถึงเวลาแล้วสินะ ฉันขอแค่อย่างเดียว หลังจากฉันตาย ถ้าคุณยังมีความกรุณาอยู่บ้าง ช่วยเอากระดูกฉัน ไปโปรยที่เดียวกับพ่อ” ดาหวันสั่งเสียปลงๆ

    กานต์ไม่สนใจ มือถือปืนปากก็บอกให้เธอกินยาที่วางอยู่ สั่งดุๆ “แล้วต่อไปนี้คุณต้องกินยาที่คุณหมอให้มาตรงเวลา และผมจะเป็นคนดูเรื่องนี้เอง” ดาหวันถามว่าเอาปืนขู่ตนให้กินยาหรือ “ก็คุณเป็นเด็กดื้อ เป็นคนไข้ที่รู้ดีกว่าหมอ”

    เหตุเพราะกานต์จับได้ว่าดาหวันไม่กินยาตามหมอสั่ง และไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ หวาดระแวงไปหมด กระทั่งระแวงว่าตนจะทำร้ายเธอ ดาหวันเถียงว่าเพราะเรื่องที่รับรู้ทำให้ตนสับสน กานต์เสริมว่าและเครียดมากด้วย แล้วย้ำกับเธอว่า “หมอ บอกว่าความเครียดไม่ดีกับอาการของคุณ ผมเลยคิดว่าคุณน่าจะได้มาพักผ่อน หรืออย่างน้อยก็ได้ตั้งสติสักนิดก่อนกลับไป”

    ดาหวันยังคงพูดถึงความไม่จริงใจของคนรอบตัวที่มุ่งแต่จะหาประโยชน์จากตนไม่เว้นแม้แต่เขาที่แต่งงานกับตนก็เพื่อผลประโยชน์ กานต์จึงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเซ็นชื่อไว้ในกระดาษเปล่า และอนุญาตให้เธอเขียนข้อความเอาเอง

    “เขียนอะไร”

    “ผมรู้ว่านี่มันยังคงไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ถือว่าเป็นหนังสือสัญญาก็แล้วกัน ผมยินดีหย่ากับคุณทันทีที่เราจับตัวคนร้ายได้ แบบนี้คงทำให้คุณสบายใจขึ้นนะ” กานต์ฝืนยิ้มให้ แต่ดาหวันกลับอึ้ง

    ooooooo

    เจนจิรากับคมกริชมาที่บ้านกานต์เพื่อถามข่าวดาหวัน ประจวบบอกว่าไม่มีอะไรทุกอย่างปกติดี

    ดาหวันออกไปกับกานต์ตั้งแต่เช้าตนไม่ได้ถามว่าไปไหนกัน แต่ถึงมีเรื่องอะไรก็เป็นเรื่องของผัวเมียตนไม่อยากยุ่ง ยังไงเราก็คนนอก

    ทั้งเจนจิราและคมกริชยิ้มเจื่อนๆรู้ตัวว่าถูกปรามในที

    ประจวบโทร.เล่าให้กานต์ฟัง เขาขอบคุณพ่อที่ไม่บอกเจนจิรากับคมกริช ตนอยากให้ดาหวันได้พักผ่อนจริงๆ เพราะดูเธอเครียดมาก กานต์เชื่อว่าเจนจิราไม่เท่าไรคมกริชคงเป็นคนบอกให้พามา บ่นว่างานแต่งก็ทีหนึ่งแล้วมองเมียตนตาละห้อยเชียว เลยถูกประจวบแซวว่าหึงล่ะสิ

    สองพ่อลูกคุยกันอย่างสนิทสนมหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเหมือนทั้งพ่อลูกและเพื่อน พอกานต์วางสายหันมาเห็นดาหวันยืนอยู่ ดาหวันรีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง พูดอย่างชื่นชมว่า

    “ดูคุณสนิทกับพ่อจังนะ ฉันจำไม่ได้เลยว่าฉันมีช่วงเวลาคุยเล่นกับพ่อแบบนี้หรือเปล่า หรือมีแต่ทะเลาะกันก็ไม่รู้”

    “มีสิ ผมจำได้ติดตาเลย ตอนเด็กๆ คุณเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ แต่เวลาคุณอ้อนจะเอาของเล่นนะ อาทวียอมทุกที คุณจะขึ้นไปนั่งตักแล้วก็คลอเคลีย” กานต์บีบเสียงเลียนแบบให้ฟังว่า “พ่อขา...ดาอยากได้ตุ๊กตาพ่อซื้อให้หน่อยนะคะ ดารักพ่อม้าก...มากเลยนะคะ พ่อรู้ไหม”

    ดาหวันยิ้มตาเป็นประกายถามว่าตนทำแบบนั้นด้วยเหรอ กานต์บอกว่า ใครเจอลูกอ้อนเธอก็เสร็จทุกราย แล้ววันรุ่งขึ้นเธอก็จะเอาตุ๊กตาตัวใหม่ทำหน้าหยิ่งๆ มาอวดตน ดาหวันทำหน้าทึ่งถามว่าตนทำแบบนั้นใส่เขาหรือ

    กานต์เล่าความขี้อ้อนและขี้โอ่ของเธอให้ฟัง ดาหวันนึกสนุกขึ้นมาเลยทำเป็นอ้อนให้เขาไปจับปูลมเป็นเพื่อนตนหน่อย กานต์ทำเป็นไม่เล่นด้วยบอกว่าตนไม่ใช่อาทวีไม่หลงกลเธอหรอก แต่พอดาหวันอ้อนไม่เลิก เขาเลยไล่จับตัวเธออย่างมันเขี้ยวบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว ดาหวันวิ่งหนีกรีดร้องอย่างสนุกสนาน

    หลังจากนั้นก็พากันกลับเข้าที่พักทำอาหารกิน กันเอง แม้ดาหวันจะทอดปลาจนไหม้แต่ก็กินกันไปหัวเราะขำกันไป บรรยากาศสดชื่นผ่อนคลาย แล้วดาหวันก็ถูกอุ้มเข้าห้องนอนอย่างหมดพิษสง

    จนรุ่งเช้ากานต์ตื่นขึ้นมาไม่เห็นดาหวัน เขาตกใจนึกว่าเธอหนีไปแล้ว แต่พอเดินมาดูที่ระเบียงก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อเห็นดาหวันในชุดบิกินีสีขาวกำลังขึ้นจากน้ำ ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน

    กานต์ลงไปหยอกเย้าเธออย่างมีความสุข จนดาหวันบอกว่าอยากหยุดเวลาเอาไว้แค่นี้ ไม่ต้องมีอดีต ไม่ต้องมีปัจจุบัน มีแค่เวลานี้เท่านั้น กานต์ถามว่าเธอไม่อยากให้ ความจำกลับมาแล้วหรือ?

    “ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ได้แบบนี้ก็ดีสินะ เราจะได้รีเซตชีวิตใหม่ของเราได้ทุกวัน เมื่อไหร่ที่มีเรื่องไม่ดีหรือเรื่องร้ายเกิดกับเรา เราก็ลบมันไปเสีย แล้วก็เริ่มต้นใหม่ แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นใช่ไหม” แล้วเธอก็ลุกขึ้นทำท่าร่าเริงชวนไปทานอาหารกันดีกว่าตนหิวแล้ว คุยอวดว่า “วันนี้ฉันจะทอดไข่ให้คุณกินรับรองไม่ไหม้แบบปลาแน่นอน”

    แต่ไม่ทันได้เข้าครัว ก็มีคนงานมาถามว่า “คุณกานต์ใช่ไหมครับ” พอกานต์รับว่าใช่ เขาบอกว่า ตนอยู่ที่ไซต์์งานบนภูเขา หัวหน้าบอกว่าเขาจะมาตรวจไซต์งาน กานต์พยักหน้า คนงานเลยเร่ง...

    “งั้นรีบไปดูตอนนี้เลยดีกว่าครับ ที่ไซต์งานมีปัญหาแล้ว”

    กานต์สีหน้ากังวลขึ้นทันที

    ooooooo

    กานต์ไปที่ไซต์งานก่อสร้างกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าของเอกชน โดยหารู้ไม่ว่าเขาถูกลวงไปฆ่า เพราะความขัดแย้งระหว่างบริษัทที่รับสร้างกังหันลมกับนายทุนที่ต้องการที่ดินไปสร้างรีสอร์ต

    ที่แท้กานต์เป็นเพียงผู้รับช่วงงานต่อ แต่ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง จนถูกลวงไปหมายฆ่าเพื่อยับยั้งโครงการสร้างกังหันลม เมื่อถูกลอบยิงโดยไม่ทันตั้งตัว กานต์พาดาหวันหนีไปก็ยังถูกตามล่าจนเขาพาเธอกระโดดลงน้ำก็ยังถูกกระหน่ำยิง โชคดีที่ทั้งสองดำดิ่งลงไปจนมันคิดว่าไม่รอดแน่ แล้วพากันกลับ

    กานต์กับดาหวันว่ายน้ำไปจนหมดแรงนอนเกยตลิ่งอยู่ จนชาวบ้านมาเจอช่วยเหลือพาไปพักที่กระท่อมจัดข้าวปลาอาหารให้กิน ถามไถ่ที่มาที่ไป ทั้งสองปดว่าพากันมาเที่ยวนึกสนุกอยากพายเรือเล่น แต่เรือรั่วเลยต้องว่ายน้ำเข้าฝั่ง กานต์เลียบเคียงถามว่าที่ตรงนี้ไกลจากโครงการสร้างกังหันลมไหม

    “โอย ก็ไกลอยู่ นี่มันท้ายๆน้ำแล้ว คุณจะไปแถวนั้นเหรอ อย่าไปเลยคุณ เดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวจตยไปไม่รู้ตัวเปล่าๆ”

    จากการบอกเล่าของชาวบ้าน กานต์นึกออกว่าใครส่งคนมาตามฆ่าตน เล่าให้ดาหวันฟังว่า

    “ผมรู้มาว่า ที่แถวนี้มีกลุ่มนายทุนอยากได้ทำเป็นรีสอร์ต แต่ชาวบ้านตกลงขายที่ส่วนหนึ่งให้โรงงานแล้ว”

    “อ๋อ...งั้นเป็นไปได้ไหมว่าพวกนี้แหละที่มายุให้ชาวบ้านกลัวเรื่องมลพิษให้ชาวบ้านเข้าใจผิดจนออกมาต่อต้านแล้วค่อยกว้านซื้อที่ชาวบ้านทีหลังอีกที”

    “ใช่ แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นพวกมันนี่แหละที่ส่งคนมาเก็บเรา”

    เพราะโทรศัพท์มือถือตกน้ำโทร.ไม่ได้ กานต์จึงเอาไปซุกถังข้าวสารดูดความชื้นเผื่อจะใช้ได้ แล้วนั่งรอดูทีวีฆ่าเวลา

    ooooooo

    เมื่อประจวบได้ข่าวเหตุการณ์ที่ไซต์งาน เขาตกใจจนโรคหัวใจกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล เขาให้ตามตัวสิทธิกับคมกริชมาพบมาขอให้ช่วยติดตามเรื่องนี้เพราะตนถูกหมอห้ามออกจากโรงพยาบาล

    ประจวบบอกคมกริชว่า วันก่อนที่เขาถามว่าดาหวันกับกานต์ไปไหน ตนไม่รู้จริงๆว่าสองคนหายไปไหน แต่ มานึกได้ว่าตนมีบ้านพักตากอากาศ คาดว่าเรื่องที่กานต์ไป

    ที่ไซต์งานดาหวันก็น่าจะอยู่กับกานต์ด้วย ทำให้คมกริชกับสิทธิตกใจมาก

    กานต์กับดาหวันดูทีวีที่กำลังรายงานข่าวเหตุการณ์ที่ไซต์งาน กานต์ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งถามชาวบ้านว่าคนนี้เป็นใคร

    “อ๋อ...ไอ้ผู้ใหญ่จวบ เขาเป็นคนมีอิทธิพลแถวนี้ เรียกว่าพูดอะไรชาวบ้านก็ต้องเชื่อ”

    กานต์กับดาหวันมองหน้ากัน รู้ทันทีว่าใครคือผู้นำในเหตุการณ์นี้ ออกมาเห็นมีมอเตอร์ไซค์เก่าๆคันหนึ่งจอดอยู่ เอ่ยปากขอยืมกับชายคนนั้น เขาบอกว่าถ้าสตาร์ตติดก็เอาไปใช้ได้เลยไม่ต้องใช้กุญแจ 

    โชคดีที่กานต์สตาร์ตติด เขาพาดาหวันซ้อนท้ายออกไป แม้จะช้าแต่ก็ยังดีกว่าเดิน กานต์ส่งโทรศัพท์ให้ดาหวันทดลองโทร.ดูว่าใช้ได้หรือยัง ปรากฏว่าโทร.ติด จิตรารับสายอย่างตื่นเต้น ประจวบคุยกับกานต์แล้วบอกเขาว่าไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวตนจัดการเอง แล้วสั่งจิตราทันที

    “ต่อสายผู้กำกับการตำรวจให้ที ด่วน!”

    ooooooo

    ที่ไซต์งาน ผู้ใหญ่บ้านที่รับใช้นายทุนที่จะสร้างรีสอร์ต กำลังปลุกปั่นชาวบ้าน กล่าวโทษว่าโครงการกังหันลมจะสร้างมลพิษทำให้น้ำเสีย ชาวบ้านจะเดือดร้อนทั้งการดำรงชีวิตและการทำมาหากิน

    ชาวบ้านถูกปลุกปั่นจนฮือขึ้นมาทำลายข้าวของและรถของโครงการกังหันลมอย่างคลุ้มคลั่ง

    กานต์ขี่มอเตอร์ไซค์มาเห็นเหตุการณ์พอดี เขาทนไม่ได้บอกดาหวันให้รอที่นี่ตนจะเข้าไปดูแลลูกน้องของตนที่กำลังตกอยู่ในอันตราย รอตำรวจมาคงไม่ทันการณ์แน่ บอกดาหวันไม่ต้องเป็นห่วง ตนดูแลตัวเองได้

    “ฉันเป็นภรรยาเจ้าของโปรเจกต์นี้ ฉันก็ควรรับผิดชอบเช่นกัน ถ้าคุณไปฉันไปด้วย มีคุณอยู่ฉันไม่กลัวหรอก”

    ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งของดาหวันทำให้กานต์ต้องยอมให้เธอไปด้วย

    คนขับรถแทรกเตอร์ไถดินขึ้นรถจะขับออกไป ถูกลูกน้องผู้ใหญ่บ้านลากตัวลงมา กานต์เข้าไปล็อกคอต่อสู้จนฝ่ายนั้นสลบ เขายิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้ชาวบ้านชะงัก พากันวิ่งหลบ กานต์กระโดดขึ้นยืนบนรถ ดาหวันตามไปทันที กานต์ประกาศกับชาวบ้านว่า

    “ผมชื่อกานต์ นิชยนันท์ เป็นเจ้าของและผู้บริหารของพีเค คอร์เปอร์เรชั่น ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้”

    ชาวบ้านพากันนิ่งฟังเมื่อเห็นเจ้าของโครงการมาเอง

    กานต์แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนมาดีมามือเปล่า อยากคุยกับชาวบ้านโดยตรง ตนยินดีตอบปัญหาและข้อสงสัยของทุกคน แต่ขอร้องอย่าทำร้ายลูกน้องตน และขอชี้แจงว่าข้อมูลที่พวกเขาได้มามันอาจมีการบิดเบือน

    ผู้ใหญ่บ้านตะโกนไม่ให้ชาวบ้านฟัง ยุชาวบ้านว่าเมื่อหัวหน้าใหญ่มาก็จัดการเลย

    กานต์รู้เบื้องหลังของผู้ใหญ่บ้านคนนี้ดี เอาข้อมูลที่รับใช้นายทุนจนร่ำรวยและใส่ร้ายโครงการกังหันลมว่าจะทำลายระบบนิเวศทำให้ปลาตายมาแฉ ถามผู้ใหญ่บ้านว่าเอาข้อมูลนี้มาจากไหน ใครเป็นคนให้ข้อมูลนี้

    ผู้ใหญ่บ้านเห็นชาวบ้านลังเลก็ตะบี้ตะบันยุชาวบ้านไม่ให้เชื่อกานต์ หาว่ากานต์เอาเมียมาเป็นตัวประกันต่อรองกับชาวบ้านด้วย ด่าว่าไม่แน่จริง ยุชาวบ้านว่า

    “จัดการมันเลย ทำลายมันให้หมด มีอะไรฉันรับผิดชอบเอง”

    ในสถานการณ์ที่คับขันนี้ ดาหวันตัดสินใจรวบรวมความกล้าออกไปยกมือไหว้ชาวบ้าน ขอให้ชาวบ้านเชื่อกานต์เพราะเขาเป็นคนซื่อตรงและซื่อสัตย์ และก่อนรับโปรเจกต์นี้ก็ได้คุยกับบริษัทแล้วว่าไม่มีผลอะไรอย่างที่ผู้ใหญ่พูดแม้แต่น้อย

    “ใช่...บริษัทมีรายงานให้ผมดูทุกขั้นตอนซึ่งจะแจกให้ทุกคนได้อ่าน และเปิดใจคุยกัน ถ้ามีอะไรผิดปกติ ผมยินดียกเลิกการทำงานนี้ทันที ยินดีขนเครื่องมือและลูกน้องของผมทั้งหมดออกจากพื้นที่ ผมขอให้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายและเหตุการณ์ในวันนี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ผมไม่ติดใจเอาความใครทั้งนั้นขอให้ทุกท่านกลับบ้านแล้วเราจะนัดคุยกันใหม่โดยปราศจากความรุนแรง ตกลงไหม” กานต์ขอความเห็นชาวบ้าน

    ชาวบ้านสงบลงหันไปปรึกษากันเอง ผู้ใหญ่บ้านเห็นทีชาวบ้านจะยอมจึงแอบส่งสัญญาณให้ลูกน้อง ลูกน้องผู้ใหญ่ชักปืนออกมาจะยิงชาวบ้าน แต่ถูกตำรวจจับได้ เสียก่อน ผู้ใหญ่เห็นท่าไม่ดีจะหนี แต่ถูกชาวบ้านกั้นเอาไว้หนีไม่รอด ตำรวจจับกุมได้ทั้งผู้ใหญ่และลูกน้อง

    ต่อมา ข่าวทีวีรายงานว่า

    “ในที่สุดการชุมนุมประท้วงของชาวบ้านที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความรุนแรงก็จบลงด้วยความเข้าใจ มีรายงานว่าทางผู้บริหารของโรงไฟฟ้าและชาวบ้านนัดคุยและปรึกษาพร้อมถกข้อมูลกันอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง สนามข่าวเจ็ดสี รายงาน”

    กล้องถ่ายให้เห็นกานต์ ดาหวัน ตำรวจ และชาวบ้านคุยกันอย่างเข้าอกเข้าใจกัน ต่างยกมือไหว้ขอโทษกัน

    จัดการปัญหาได้แล้ว กานต์โทร.คุยกับประจวบอย่างสบายใจโดยเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ดาหวันได้ยินด้วย

    “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วฮะพ่อ ส่งต่อให้ตำรวจจัดการ ผู้ใหญ่จวบยอมรับสารภาพแล้วว่านายทุนเป็นคนส่งคนมาทำร้ายผม แต่ผมคงอยู่เคลียร์อะไรนิดหน่อยทางนี้อีกสองสามวัน”

    ประจวบโล่งใจแต่ตำหนิกานต์ที่เอาดาหวันไปเสี่ยงอันตรายด้วย ดาหวันบอกว่าตนเป็นคนขอตามไปเอง กานต์พูดแทรกว่า

    “เห็นไหม ชัดไหม แต่พ่อต้องเห็นตอนดาร์ลิ่งของผมไฮปาร์ค โดดขึ้นบนรถคุยกับชาวบ้านโคตรเท่เลย ส่วนหนึ่งชาวบ้านยอมเชื่อก็เพราะฝีมือดาหวันนี่แหละ คืนนี้ต้องให้รางวัลกันสักหน่อยนะดาร์ลิ่ง” แล้วส่งสายตาหวานฉ่ำให้ดาหวัน

    ประจวบเบรกว่าจะหวานกันก็ปิดโทรศัพท์เสียก่อนบอกว่าทนฟังความเลี่ยนไม่ไหว แล้วปิดโทรศัพท์เลย

    ooooooo

    อติเทพอยู่กับเพียงนภาในม่านรูด ขณะเขาไปอาบน้ำนั้น อรอุมาไลน์ข่าวดาหวันและแจ้งที่อยู่ให้ หมายให้เขาไปป่วนกานต์ที่บ้านพักตากอากาศ เพียงนภาแอบดูไลน์ยิ้มร้าย ร้องบอกอติเทพว่าตนกลับก่อนนะ

    แต่ที่แท้เธอแอบไปซ่อนตัวอยู่ท้ายกระโปรงรถเพื่อติดตามอติเทพไปหาดาหวันและกานต์ที่บ้านพักตากอากาศ

    ดังนั้น ขณะที่ดาหวันกับกานต์กำลังดีใจกับผลงานและสวีตกันประสาสามีภรรยาที่ต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกันมานั่นเอง คมกริชก็ขับรถมาถึง ทักดาหวันด้วยความดีใจว่า “น้องดา! ปลอดภัยดีนะ” กานต์ถึงกับเซ็งบ่นงึมงำว่าตามมาได้ไงเนี่ย?

    อึดใจเดียวรถอติเทพก็ขับตามมา เขาทำเป็นดีใจร้องทัก “ดา...ผมเป็นห่วงดาแทบแย่” แต่พูดไม่ทันขาดคำ เพียงนภาก็เปิดท้ายรถปีนออกมา อติเทพมองมึนถามว่าแอบตามตนมาหรือ

    “ก็คุณยังแอบมาหานังดาแล้วทำไมนภาจะตามคุณมาไม่ได้” ว่าแล้วก็ตรงไปควงแขนกานต์ทันที ทุกคนอึ้ง โดยเฉพาะกานต์บ่นอย่างเซ็งสุดขีด...

    “อืม...เอากันเข้าไป สนุกล่ะคราวนี้”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์