นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ดั่งสวรรค์สาป

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: พลิกบทบาทสำคัญของ ปู-ไปรยา ประกบ อ๋อม-อรรคพันธ์  ใน “ดั่งสวรรค์สาป”



    ขณะกานต์เดินอ้าวมาอย่างหัวเสียตามทางเดินในโรงแรมนั้น จิตรากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาขอร้องให้ใจเย็น อยู่ต่ออีกสักห้านาทีได้ไหม พูดแล้วก็ปวดท้องกะทันหันขอตัววิ่งไปเข้าห้องน้ำก่อน

    ขณะกานต์ยืนรอจิตราอยู่ เขาเห็นครองขวัญเดินออกมากับเพื่อนนางแบบท่าทางลับๆล่อๆ เลยแอบดู เห็นนางแบบที่มาด้วยเหลียวมองซ้ายขวาแล้วพยักหน้าให้สัญญาณ ครองขวัญตรงไปที่ถังขยะเอาถุงอะไรบางอย่างทิ้งลงไป แล้วรีบไปจากตรงนั้นทันที

    ด้วยความสงสัย กานต์ไปหยิบถุงใบนั้นเปิดดูเห็นมีหลอดกาวเล็กๆ มีใบเลื่อยเล็กๆ ที่ถูกหักมา พอหยิบใบเลื่อยขึ้นดูก็เห็นเศษสีติดอยู่ กานต์แปลกใจแต่ไม่ติดใจ ก็พอดีจิตราทำธุระเสร็จวิ่งกลับมาบอกว่า ตอนที่ตนอยู่ในห้องน้ำทางซีเกตโทร.มาถามว่าเราอยู่ไหนแล้ว

    กานต์ถอนใจเฮือกอย่างเบื่อหน่าย

    เวลาเดียวกัน ที่หลังเวที พอดาหวันเดินเข้ามาพร้อมดีไซเนอร์และนที ครองขวัญกับพวกนางแบบที่รอกันเซ็งๆก็หางตาใส่ ครองขวัญพูดประชดขึ้นว่า

    “อุ๊ย กินน้ำชาอิ่มแล้วเหรอคะคุณดา ไม่ต้องรีบก็ได้นะ ให้คนทั้งกองรออีกสักชั่วโมงก็ได้” นทีแก้ต่างให้ว่า ดาหวันไม่ได้ไปกินน้ำชาเฉยๆ แต่คุณไก่ต้องปรับชุดฟินาเล่ใหม่ให้เข้ากับรูปร่างดาหวันไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ทันวันงาน

    ครองขวัญขุดคุ้ยขึ้นมาอีกว่าถ้าเป็นไปตามคิวเดิมคือตนเป็นคนเดินในชุดฟินาเล่ก็ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขแบบนี้ ทั้งคู่ต่อปากต่อคำเชือดเฉือนกันอีกจนนทีขอให้พอ เร่งให้เริ่มซ้อมกันดีกว่า

    กานต์กับจิตราเข้ามาในห้องพอดี ทักทายกับคนของซีเกตแล้วหันมองบนเวทีที่ดนตรีกระหึ่มเป็นสัญญาณการเริ่มซ้อม

    ขณะดาหวันยืนรออยู่ เด็กสเตจก็เอารองเท้ามาให้บอกว่า คุณไก่ให้เดินกับรองเท้าที่เดินจริงวันงาน ดาหวัน จึงเปลี่ยนรองเท้า ครองขวัญที่ยืนอยู่ด้วยกันมองรองเท้าแล้วยิ้มที่มุมปาก

    พอดาหวันเดินออกไป กานต์เห็นสีรองเท้าที่เธอใส่ก็ฉุกคิดถึงสีที่ติดบนใบเลื่อย ดาหวันเองเดินไปมีสะดุดบ้างแต่ก็ไม่คิดอะไร พอดีกานต์นึกออกเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ทันแล้ว เพราะส้นรองเท้าดาหวันหักพอดี!

    ดาหวันเสียหลักเซจะตกเวทีก็ถูกครองขวัญเหยียบชายกระโปรงชุดเกาะอกของเธอไว้ ทำให้ชุดเลื่อนหลุดลงมา

    พวกผู้ชายกลัดมันพากันโห่ร้องเป่าปาก ดาหวันที่ตกลงไปนั่งอยู่กับพื้นข้างล่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    ครองขวัญทำเป็นขอโทษที่จับดาหวันไว้ไม่ทัน

    แล้วทำเป็นตกใจว่าเสื้อหลุดด้วย แต่พูดเยาะว่าแค่นี้คงไม่เป็นไรเพราะดูท่าทางเธอคงคุ้นกับการถอดมากกว่า ใส่อยู่แล้ว พวกนางแบบได้ยินพากันหัวเราะชอบใจ

    กานต์สงสารดาหวันปรามพวกที่หัวเราะเยาะเธอแล้วอุ้มดาหวันออกไปทันที

    นทีโมโหครองขวัญมาก ด่าว่า “ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่อิจฉาเล็กๆน้อยๆ เห็นไหมว่านอกจากไม่ได้เรื่องแล้ว กานต์ยังได้หน้าไปเต็มๆอีก ภาวนาแล้วกันว่าพรุ่งนี้ให้คุณดามางานให้ได้ ไม่งั้นแกก็คุยกับปีเตอร์เอาเอง แล้วกัน”

    กานต์อุ้มดาหวันไปที่มุมสวนหย่อมในโรงแรม ทายาและนวดข้อเท้าให้เธออย่างชำนาญ คุยโวว่าหมอนวดมือดีอย่างตนข้อเท้าเคล็ดแค่นี้สบายมาก
    แต่พอนวดให้เธอหายเจ็บปวดเท่านั้น ดาหวันลุกขึ้นใส่รองเท้าแตะทันที กานต์ถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปตบเอาคืนพวกที่ทำกับตนทุกคน กานต์ถามว่าการแก้แค้นมันสำคัญกับเธอมากนักหรือ

    “แน่นอน...คุณไม่รู้หรอกว่าโลกนี้มันโหดร้ายแค่ไหน คนที่อ่อนแอมันก็จะโดนแต่คนอื่นเหยียบย่ำ เอาเปรียบ มันไม่มีทางอยู่บนโลกเส็งเคร็งใบนี้ได้หรอก”

    กานต์ตัดสินใจบอกเธอว่าตนนี่แหละจะปกป้องเธอถ้าเธอยอมอยู่ข้างๆตน เห็นดาหวันมองหน้าอย่างไม่เชื่อ เขายืนยัน

    “ผมพูดจริง ตอนที่ผมอุ้มคุณออกจากงาน คุณเหมือนนกปีกหัก ไม่มีพิษสง ไม่มีมารยา เหมือนกับตอนที่คุณความจำเสื่อมแล้วมาเจอกับผมตอนแรก...คุณไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คุณพยายามสร้างภาพ แต่แท้ที่จริงแล้ว คุณต้องการใครสักคนที่ปกป้องคุณได้มากกว่า”

    “คุณกำลังจะบอกฉันว่า คุณชอบดาหวันที่ความจำเสื่อม เพราะหัวอ่อน กดขี่ได้ง่ายๆ ใช่ไหม หึ...เสียใจด้วยนะที่ตอนนี้ความจำของฉันกลับมาแล้ว เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วไม่ใช่เหรอ”

    “เปล่า...ผมกำลังจะบอกคุณว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในงานวันนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่า มันไม่สำคัญแล้วว่าความจำของคุณจะกลับมาหรือเปล่า เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นดาหวัน ที่ความจำเสื่อม หรือเป็นดาหวันคนเดิมที่วีนเหวี่ยง มองโลกแง่ร้าย คุณ...ก็คือคนคนเดียวที่ผม...แคร์ แล้วก็พร้อมจะยื่นมือเข้าไปช่วยคุณเสมอ”

    กานต์พูดจนดาหวันอึ้ง แล้วเขาก็รวบรัด

    “เชื่อผมนะ ใจจริงของเราสองคนไม่ได้รู้สึกต่างกัน แต่ที่เราพูดกันไม่รู้เรื่องมันก็เพราะคนอื่น” ดาหวันถามว่าเขาต้องการอะไร “ลืมเรื่องบ้าๆพวกนี้เสีย แล้วมาเริ่มต้นใหม่กันสองคน”

    ดาหวันยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยถามว่า “นี่คุณเมาใช่ไหม ถึงได้พูดอะไรเพี้ยนๆแบบนี้”

    “ผมเหนื่อยเหลือเกิน ผมจะไม่สู้กับคุณอีกแล้ว ผมจะคุยกันด้วยความจริงจากในนี้” เขาเอามือแตะที่หัวใจ “ดาหวัน...ผมไม่เคยต้องการผู้หญิงคนไหนนอกจากคุณอีกแล้ว ขอแค่ให้ผมได้ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าคุณทุกวัน ผมก็พร้อมจะดูแลปกป้องคุณจนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้ายของผม”

    ดาหวันโผกอดกานต์อย่างซึ้งใจ อิ่มใจ รำพึงว่าตนฝันไปใช่ไหม

    “มันจะไม่ใช่แค่ความฝันแน่นอน ดาร์ลิ่ง...คุณพร้อมที่จะทิ้งเรื่องร้ายๆทุกอย่างแล้วไปเริ่มต้นใหม่กับผมหรือยัง”

    “พร้อมค่ะ ฉันก็ไม่ต้องการอะไรนอกจากคุณเหมือนกัน”

    “ผมจะให้เวลาคุณเก็บเสื้อผ้า 1 คืน พรุ่งนี้ เวลานี้ ผมจะไปรับคุณที่บ้าน แล้วขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของผม เราจะไปอเมริกากันนะ ดาร์ลิ่ง...”

    “ค่ะ...ดาร์ลิ่ง...” ดาหวันเอานิ้วแตะจมูกกานต์เบาๆ อย่างรักใคร่...

    ooooooo

    กานต์กลับบ้านอย่างร่าเริงเบิกบาน บอกประจวบ ว่าตนเคลียร์กับดาหวันได้แล้วและจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกาด้วยกัน เป็นห่วงก็แต่สุขภาพของพ่อ

    ประจวบบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะตนมีหมอดีและจะไม่เป็นอะไรจนกว่าจะได้อุ้มเจ้ากานต์น้อยก่อน กานต์ยิ้มหน้าเป็นบอกว่าพ่อไม่ผิดหวังแน่

    ส่วนดาหวันก็ลานมมาลัย เมื่อนมมาลัยรู้ว่าเธอเข้าใจกับกานต์ดีแล้วก็ดีใจมาก บอกว่าในสายตาตนก็เห็นแต่กานต์นี่แหละที่รักเธอจริงใจ

    รุ่งขึ้นขณะดาหวันรอกานต์มารับนั้น ธวัชก็เดินหน้าตื่นเข้ามาถามว่าเธอได้ถอนเงิน 80 ล้านบาทจากบัญชีของบริษัทไปหรือเปล่า พอดาหวันบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ธวัชยิ่งตกใจ

    “แสดงว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นของน้องดาพร้อมทั้งขโมยตรายางไปปลอมแปลงเอกสาร ถอนเงินจากธนาคารไป” ดาหวันถามว่าแล้วรู้ไหมว่าเงิน 80 ล้านหายไปไหน เข้าบัญชีใคร ธวัชอึกอักบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน พอดาหวันคาดคั้นหนักเข้าจึงยอมบอกว่า “คุณกานต์ครับ เงินถูกโอนเข้าธนาคารที่สวิต แล้วโอนกลับเข้ามาที่บัญชีของคุณกานต์ครับ”

    ดาหวันไม่เชื่อ แต่ธวัชยืนยันว่ามีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน ทันใดนั้นอติเทพพูดแทรกเข้ามาว่า

    “ผัวเมียกันแท้ๆ ไม่น่าหักหลังกันเลย” ดาหวันบอกว่าถ้าจะมาพูดอะไรไร้สาระแบบนี้ตนไม่อยากฟังแล้วจะเดินหนีอติเทพคว้ามือไว้ “ดาจะวิ่งหนีความจริงแบบนี้ทำไมล่ะครับ ไปตามล่าหาหลักฐานกันดีกว่า เพราะถ้าดาไม่เชื่อว่าคุณกานต์ทำ เราก็น่าจะไปช่วยกันหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณกานต์ไงล่ะครับ”

    เมื่อพูดอย่างไรดาหวันก็ไม่เชื่อว่ากานต์จะทำแบบนั้น สุดท้ายอติเทพโยนกลองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเธอเพราะฉะนั้นให้เธอตัดสินใจเองดีกว่าว่าอยากหาหลักฐานเรื่องนี้หรือเปล่า ทำให้ดาหวันคิดหนัก

    ที่ออฟฟิศ รุจิกาถามสิริพรว่าเอาเอกสารไปให้ธวัชดูหรือยัง สิริพรบอกว่าเอาให้แล้ว พอดูเอกสารธวัชก็รีบออกไปเลย รุจิกาส่งซองเงินให้ บอกว่าเป็นค่าจ้าง สิริพรหน้าไม่ดีบอกว่าตนกลัวถูกจับได้

    “ถ้าเธอกับฉันไม่พูดแล้วใครจะรู้ ลูกเธอป่วยเดินไม่ได้ไม่ใช่เหรอ เป็นฉัน ฉันจะลาออกแล้วเอาเงินที่ได้เนี่ยพาลูกไปหาหมอเก่งๆที่เมืองนอก ลูกเธออาจจะกลับมาเดินได้อีกก็ได้นะ”

    สิริพรรับซองไปพยักหน้าอย่างคล้อยตาม

    ooooooo

    กานต์ไปฝากซองลาออกจากบริษัทไว้ให้จิตรายื่นแก่บอร์ดบริหารแล้วออกไป ขณะจิตรากำลังตกใจมึนงงนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ารถเธอถูกชนท้ายไฟท้ายแตกให้รีบไปดูเดี๋ยวนี้

    แต่พอจิตราไปดูก็ไม่เห็นรถเป็นอะไร

    ที่แท้เป็นแผนของนที เขาโทร.หลอกให้จิตราออกจากห้องแล้วรีบเอาตรายางของดาหวันไปซุกไว้ในลิ้นชักของกานต์

    กานต์เอาซองลาออกไปฝากจิตราแล้วก็ไปร้านดอกไม้ สั่งทางร้านให้จัดกุหลาบขาวช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่จะจัดได้ เพราะภรรยาตนชอบ

    ครองขวัญไปคอยท่าอยู่ในร้านแล้ว เธอพูดเหน็บว่า น่ารักจัง สามีซื้อดอกไม้ให้ภรรยา แล้วขอโทษที่เมื่อวานล้อเล่นกับดาหวันแรงไปหน่อย

    “ไม่เป็นไรหรอก ผมว่าผมต้องขอบคุณขวัญด้วยซ้ำ เพราะยิ่งมีมารมาผจญมันยิ่งทำให้ผมกับดาหวันรักกันมากขึ้น”

    ที่ออฟฟิศ ดาหวันเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้องทำงานของกานต์ จิตรารีบลุกไปบอกว่ากานต์ไม่อยู่ ดาหวันไม่สนใจตรงดิ่งไปที่โต๊ะทำงานของกานต์ อติเทพตามไปติดๆ เธอเปิดลิ้นชักค้นจนเจอตรายางซุกอยู่ในนั้น ดาหวันหัวใจแทบสลายในขณะที่อติเทพลิงโลดนัก โพล่งออกมาอย่างสะใจ

    “นี่ไง ตรายาง ตรายางของน้องดาจริงๆด้วย”

    ดาหวันคิดถึงคำพูดของกานต์ที่คุยกันเมื่อวาน เขาดีกับตนมากให้ความหวังจนตนตัดสินใจจะไปตั้งต้นชีวิตใหม่กับเขาที่อเมริกา คิดแล้วยิ่งแค้น ด่า

    “โกหก!” แล้วขว้างตรายางทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด

    ฝ่ายครองขวัญมองกานต์ที่กอดกุหลาบขาวช่อใหญ่ออกจากร้านยิ้มอย่างมีแผนและรอผล

    พอกานต์เดินออกไปไม่ไกลก็ถูกนักล้วงคนหนึ่งโผล่พรวดออกจากมุมชนกานต์อย่างแรง มันฉกมือถือกานต์ไปโดยเขาไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่กลัวกุหลาบจะช้ำ พอนักล้วงคนนั้นเอามือถือไปให้ครองขวัญเธอก็ปาทิ้งจนแตกกระจาย พึมพำสะใจ

    “หึๆ ไม่มีใครขัดขวางแผนของฉันได้หรอก”

    จิตราพยายามโทร.หากานต์เพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นแต่โทร.เท่าไรก็ไม่รับสายเลยยิ่งร้อนใจกระวนกระวาย

    กานต์เอาช่อกุหลาบชาวไปให้ดาหวันที่บ้านเพื่อจะรับเธอไปสนามบินตามที่นัดกันไว้ นมมาลัยบอกว่า เธอสั่งให้ไปหาที่งานเดินแบบ

    กานต์ทั้งแปลกใจทั้งงงว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    อติเทพประกบดาหวันอยู่หลังเวทีเดินแบบ โดยมีครองขวัญป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น อติเทพบอกดาหวันว่าจะไปคอยให้กำลังใจด้านหน้า ขณะเดินผ่านครองขวัญต่างสบตาอย่างรู้กัน พอครองขวัญทำท่าจะตามไป ดาหวันก็เรียกไว้

    “เดี๋ยว ฉันถามนิดได้ไหม ถ้าฉันเลิกกับกานต์ขึ้นมาจริง คุณสองคนเคยคุยกันไหมว่าจะทำอย่างไร”

    “แน่นอน เราสองคนมีแพลนว่าจะไปเที่ยวรอบโลกกัน กานต์เขาเล่าให้เธอฟังหรือเปล่า โอ๊ะ...แหมเรื่องแบบนี้จะเอาไปเล่าได้ไง จริงไหม” ครองขวัญโกหกได้ไหลลื่น จนดาหวันเชื่อ เธอเดินเข้าข้างในไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด

    ครองขวัญไปพบปีเตอร์ที่ซอกตึก ถามเขาว่านี่ใจร้อน เทกยารอเลยหรือ ปีเตอร์ถามว่าไหนล่ะดาหวัน

    “ของดีมันต้องยากหน่อย แต่หลังเสร็จงานนี้แหละ เดี๋ยวฉันส่งดาหวันไปให้คุณแน่ไม่ต้องห่วง” แล้วย้ำว่า “แต่อย่าลืมข้อตกลงระหว่างเรานะ เมื่อคุณมีดาหวันแล้ว คุณก็ควรจะปล่อยฉัน เราควรหย่ากันตามกฎหมายให้สมบูรณ์เสียที”

    เป็นเงื่อนไขที่ปีเตอร์โอเคทันที ครองขวัญลอบมองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์และเกลียดชัง

    ooooooo

    ทั้งจิตราและธวัชต่างรอคอยการมาของกานต์อย่างร้อนใจ จนถึงเวลาเดินแบบแล้วกานต์ก็ยังไม่มา ดาหวันเดินแบบไปก็คอยสบตาธวัชถามด้วยสายตาว่ากานต์มาหรือยัง ธวัชได้แต่ส่ายหน้าอย่างร้อนใจ

    ระหว่างเดินแบบ ดาหวันกับครองขวัญต่างก็หาจังหวะแกล้งกัน จนดีไซเนอร์ใจคอไม่ดีกลัวจะมีการตบกันกลางเวที

    และแล้วกานต์ก็มาถึง จิตราดีใจมากรีบเข้าไปจะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ถูกกานต์ปัดให้ไปคุยกับคนที่มีหน้าที่ต่อจากตนซึ่งได้ยื่นใบลาออกไปแล้ว
    เมื่อการเดินแบบสิ้นสุดลง กานต์ขึ้นไปมอบช่อกุหลาบขาวให้ดาหวันแล้วจะลงจากเวที เธอขอให้เขาอยู่กับตนก่อน

    พิธีกรประกาศอย่างตื่นเต้นว่า “คุณดาหวัน ทั้งร่วมเดินแบบและให้เกียรติบริจาคเงินให้กับงานนี้ถึงห้าแสนบาท”

    ดาหวันเดินมาดึงไมค์จากพิธีกรไปพูด “ขอบคุณค่ะที่ให้เกียรติฉัน ความจริงฉันอยากจะบริจาคมากกว่านี้นะคะ แต่น่าเสียดาย ที่สามีตัวดีของฉันโกงเงินฉันไปหมด”

    คนในงานฮือฮานึกว่าเป็นมุกของเธอ กานต์ตกใจถามว่าเธอพูดเรื่องอะไร ดาหวันเลยสาวไส้เขาอย่างไม่ไว้หน้ากลางงานว่ากานต์แต่งงานกับตนเพื่อให้บริษัทของเขาเติบโต แฉเรื่องกานต์โกงเงินตนไป 80 ล้านบาทมีหลักฐานมัดแน่นคือโอนเข้าบัญชีของเขาเอง ทั้งยังแฉเรื่องค้นพบตรายางของตนอยู่ในลิ้นชักเขาด้วย

    ดาหวันแฉจนสะใจแล้วท้าให้กานต์แก้ตัว เธอคว้าตรายางปาใส่หน้ากานต์ เขาถามอย่างเจ็บปวดว่า

    “แบบนี้ใช่ไหม คุณถึงนัดผมมาที่นี่ ในเมื่อคุณตัดสินทั้งหมดแล้ว ผมจะพูดอีกทำไม”

    ทันใดนั้นรุจิกาพาตำรวจเข้ามา ทำเอาแขกในงานแตกตื่นตกใจ ทั้งจิตราและนทีโกรธมากที่กานต์ถูกฉีกหน้ากลางงาน ในขณะที่ดาหวันยักไหล่อย่างไม่แคร์ บอกกานต์ว่า

    “โอเค เมื่อเราสองคนต่างไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว งั้นต่อไปเราก็พูดผ่านทนายก็แล้วกัน เชิญค่ะคุณตำรวจ”

    ดาหวันหันหลังเดินจากไป กานต์ยืนมองโดยมีตำรวจประกบ แล้วเขาก็หันหลังเดินไป กลายเป็นสองคนต่างหันหลังให้กันต่างเดินหน้าไป ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างกัน ครองขวัญฉวยโอกาสนั้นทำคะแนน ตะโกนบอกกานต์ว่า

    “กานต์คะ ขวัญเชื่อในตัวกานต์นะคะ” ตะโกนแล้วหันไปแอบยิ้มกับนทีที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเป๊ะ!

    ooooooo

    กานต์ถูกตำรวจนำตัวไปแล้ว ดาหวันกำลังเดินมาที่ห้องแต่งตัวโดยมีอติเทพเดินพล่ามตามมาตลอด ทางว่า

    “ดาทำถูกแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจกับทนายไป มันทุเรศจริงๆ ที่กล้าทำแบบนั้น กล้าเล่นกับความไว้ใจของดา นี่ถ้าเราจับไม่ได้ และดาไม่กล้าพิสูจน์ความจริงว่ามันทำเป็นคนดีคอยห่วงใยดา มันจะแอบยักยอกปอกลอกเงินจากดาไปอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้”

    “ขอดาอยู่เงียบๆคนเดียวสักพักได้ไหมคะ”

    ดาหวันขัดขึ้น พอเข้าห้องแต่งตัวก็ปิดประตูล็อกทันทีจนอติเทพตามเข้าไปไม่ทัน อติเทพโมโหอยากเตะประตูให้พัง แต่พอหันมาก็เจอครองขวัญยืนรออยู่อย่างมีเรื่องอยากคุยด้วย

    ครองขวัญมาบอกอติเทพว่าต้องส่งดาหวันไปให้ปีเตอร์เพราะปีเตอร์คลั่งไคล้เธอมาก และหากตนไม่เอาดาหวันไปให้ มันขู่จะแฉเรื่องที่เราใส่ความกานต์ ถามอติเทพที่ทำท่ามีปัญหาว่าจะให้ตนทำอย่างไร

    อติเทพไม่พอใจเพราะกว่าตนจะแย่งดาหวันมาจากกานต์ได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ พอแย่งมาได้ก็ต้องแย่งจากปีเตอร์ต่ออีก ครองขวัญบอกว่าหากทำได้อย่างนี้มันดีกับพวกเราทั้งหมด อ่อยว่า

    “คุณช่วยฉันก่อน พอนังดาเสร็จปีเตอร์ คุณก็เป็นฮีโร่มาช่วยนังดา แค่นี้ก็ได้คะแนนจากนังดาไปเต็มๆ”

    ครองขวัญกล่อมจนอติเทพเดินกลับมาหาดาหวันที่ห้องแต่งตัว แต่พอจะเคาะประตูดาหวันก็เปิดออกมาพอดี

    อติเทพแสดงความห่วงใยดาหวันอย่างมาก ถามเธอว่าเมื่อจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้แล้วเธอจะเลิกกับกานต์ไหม ดาหวันฟังแล้วเงียบไป อติเทพรุกต่อว่า

    “ก็ทุกอย่างเป็นไปตามพินัยกรรมแล้ว คุณแต่งงานกับกานต์ คุณได้เป็นคนดูแลทรัพย์สินทั้งหมด แต่พินัยกรรมไม่ได้ระบุไว้ไม่ใช่เหรอว่าคุณเลิกกับเขาไม่ได้” ดาหวันตอบหน้าเครียดว่าแน่นอนตนควรเลิกกับกานต์ “งั้นเราไปฉลองให้กับความโสดของคุณดีไหม”

    ดาหวันระแวงว่าอติเทพจะมอมเหล้าตน อติเทพตัดพ้อว่านับแต่เราคบกันตนเคยทำอย่างนั้นหรือ ดาหวันรู้สึกผิดแก้ตัวว่าอาจเพราะกานต์ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่ควรไว้ใจใครอีก อติเทพบอกว่าไม่เป็นไรตนรอได้รอจนกว่าเธอจะกลับมาไว้ใจตนอีกครั้ง ยกแก้วน้ำส้มขึ้นบอกว่าเธออาจจะไม่กล้าดื่มเพราะกลัวตนจะใส่ยาอะไรสักอย่าง แล้วทำท่าจะดื่มเอง

    ดาหวันคว้าแก้วน้ำส้มไปดื่มโชว์ให้เห็นว่าตนเชื่อใจเขา อติเทพสะใจนักที่แผนสำเร็จโดยง่าย

    ooooooo

    ครองขวัญไปอ่อยปีเตอร์หลอกล่อถ่วงเวลารออติเทพพาดาหวันมา ปีเตอร์รอนานจนเริ่มหงุดหงิดขู่ว่าถ้าเรื่องมากตนอาจไปทำเหมืองเพชรที่แอฟริกาแทน

    ครองขวัญเลยล้วงในเสื้อเขาเอายายัดใส่ปากให้กินไปสองสามเม็ด ปีเตอร์เลยเอายากรอกปากเธอด้วยสองเม็ดเช่นกัน

    นทีมาหาดาหวันที่ห้องแต่งตัวแต่ดาหวันหายไปแล้ว เขาสงสัยว่าดาหวันหายไปไหน

    ทั้งปีเตอร์และครองขวัญเมายานอนเขละ พอสะลึมสะลือขึ้นมาปีเตอร์ก็ทำรุนแรงกับครองขวัญจนกระทั่งหมดสติไปทั้งคู่

    อติเทพอุ้มร่างที่นอนหลับไม่ได้สติของดาหวันไปวางไว้บนเตียงอีกห้องหนึ่งในโรงแรม จัดแจงถ่ายรูปแล้วไลน์ไปให้ครองขวัญ ก่อนปิดประตูออกจากห้องไป

    ครองขวัญได้สติขึ้นมาก่อน เห็นปีเตอร์นอนไม่ได้สติอยู่ก็นึกแค้นที่ถูกปีเตอร์ทำร้าย ประสาทหลอนจนตรงเข้าไปกดหน้าปีเตอร์ไว้จนแน่นิ่ง พอได้สติก็เอามืออังจมูก จึงรู้ว่าปีเตอร์ไม่หายใจแล้ว เธอถอยหนีด้วยความตกใจสุดขีด

    พอดีนทีมาเคาะประตูเรียก พอเห็นสภาพในห้อง นทีถามว่าเธอทำบ้าอะไร ปีเตอร์เทกยาจนน็อกตายหรือเธอฆ่ามัน

    ครองขวัญตกใจปฏิเสธว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ตนให้ปีเตอร์กินยาระหว่างรออติเทพจัดการดาหวัน นทีฉุนขาดถามว่านี่เธอจะเอาดาหวันมาให้ปีเตอร์จริงๆหรือ ไหนบอกว่าเราจะหลอกปั่นหัวปีเตอร์เท่านั้น ส่วนดาหวัน ตนจะจัดการเอง

    “พี่จะพูดทำไมตอนนี้ล่ะ”

    “ไม่พูดได้ยังไง แกจงใจไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน จัดการเอง แล้วตอนนี้เป็นไง เรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว ดี...แกก็ติดคุกไป ไอ้กานต์มันจะได้กลับมาหาดาหวัน พัง! ทุกอย่างพังหมด!!”

    “ไม่นะ...ไม่...ขวัญไม่อยากติดคุก พี่นที...ไอ้ปีเตอร์ตายน่ะมันดีนะ เพราะทรัพย์สมบัติของมันทั้งหมดก็จะตกเป็นของขวัญ ยังไงขวัญก็ยังเป็นเมียมันอยู่นะ ยังไม่ได้หย่า เรารวยแล้วพี่นที ถึงพี่ไม่ได้นังดาเราก็รวย แล้ว เพราะงั้น ทำไมเราไม่ถือโอกาสนี้กำจัดมันไปด้วยล่ะ”

    “แกจะให้ฉันทำอะไร!” นทีสนใจขึ้นมาทันทีต่อมาจึงมีเหตุการณ์ที่ดาหวันตื่นขึ้นมา เธอตกใจมากเมื่อเห็นปีเตอร์นอนอยู่ข้างๆ ซ้ำยังเอามือมาพาดตนด้วย

    ดาหวันลุกพรวดตวาดถามว่าเข้ามาในห้องตนได้อย่างไร เอะใจเมื่อเห็นปีเตอร์นอนนิ่ง เอามืออังจมูก ปรากฏว่าไม่หายใจแล้ว เธอร้องกรี๊ดตกใจสุดขีด

    ooooooo

    กานต์ถูกคุมตัวไปสอบปากคำที่กองปราบอย่างหนัก เขายืนกรานปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ ประจวบให้ทนายความมาประกันตัว ปลอบใจลูกชายว่าทำใจให้สบาย เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว ส่วนเรื่องคดีเราจะสู้จนถึงที่สุด

    ขณะทั้งสองกำลังจะไปที่รถนั่นเอง จิตราก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกข่าวใหญ่ว่า นายปีเตอร์ตายคาอกดาหวัน!

    ต่อมาขณะกานต์เดินลงจากตึกกองปราบ สวนกับดาหวันที่ถูกตำรวจคุมตัวเข้ามาในตึก ต่างฝ่ายต่างมองกันชะงัก พอดีนักข่าวตามมารุมสัมภาษณ์ดาหวัน ถามว่าปีเตอร์ตายอย่างไร...เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของปีเตอร์อย่างไรและจริงไหมที่ว่าปีเตอร์ตายเพราะอัพยาและมีเซ็กซ์วิปริตกับเธอ อีกคนถามขณะสวนกับกานต์พอดีว่า

    “ตกลงนายปีเตอร์เป็นมือที่สามในชีวิตสมรสของคุณใช่ไหม”

    “ขอโทษนะฉันประกาศหย่าแล้ว ฉันจะไปนอนกับใคร มันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เหรอ” ดาหวันถามอย่างไม่แคร์กานต์

    “สำส่อน!” กานต์ด่าอย่างสุดทน นักข่าวเห็นกานต์จำได้ว่าเป็นสามีของดาหวัน กรูกันมาหากานต์ แต่เขายังโมโหตะโกนตามหลังดาหวันไปอีก “อยากมั่วกับใครก็ไป ผมไม่แคร์หรอก”

    ประจวบกับจิตรารีบช่วยกันห้าม แต่กานต์ก็ยังตะโกนตะเพิด “ไปให้พ้น คนหลายใจ”

    การสอบปากคำดาหวันไม่ได้ผล เพราะเธอไม่ยอมปริปากพูดอะไรทั้งสิ้น จนตำรวจบอกว่าถ้าเธอไม่ตอบไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ มันจะไม่เป็นผลดีกับตัวเธอเลย ดาหวันหัวเราะเยาะถามว่า

    “ผลดีเหรอ ชีวิตฉันยังมีอะไรดีอีก ไม่มีใครจริงใจกับฉันเลย สวรรค์สาปฉันให้มาเกิดใช่ไหม มันถึงเหมือนตกนรกอย่างนี้”

    ตำรวจจึงสั่งให้นำตัวเธอไปขังไว้ก่อน แต่ดาหวันไม่ทันไป ตำรวจนายหนึ่งก็มาบอกว่ามีทนายมาประกันตัวเธอทนายสิทธิกับเจนจิรานั่นเอง สิทธิให้กำลังใจว่า

    “หนูดาไม่ต้องห่วงนะ ลุงจะว่าความให้เอง หนูจะต้องชนะคดีแน่นอน” ดาหวันไหว้ขอบคุณ “ไม่เป็นไร หนูก็เหมือนลูกของลุงคนนึง เจน...พ่อจะคุยกับตำรวจเจ้าของคดีอีกสักหน่อย เจนพาหนูดากลับไปพักผ่อนก่อนนะ”

    แต่พอเจนจิรากับดาหวันเดินออกมาถึงบันไดหน้ากองปราบ ก็เจอนักข่าวกำลังรายงานข่าวอยู่ว่า

    “ขณะนี้ตำรวจได้สอบสวนคุณดาหวัน นักธุรกิจสาวชื่อดัง ที่พัวพันกับการตายของนายปีเตอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรามาฟังการสัมภาษณ์สดๆกันเลยนะครับ”

    แล้วจู่ๆนักข่าวก็กรูกันมาสัมภาษณ์ดาหวัน เจนจิรา ช่วยกันนักข่าวไว้บอกว่าสัมภาษณ์ไม่ได้เดี๋ยวจะกระทบรูปคดี แล้วขอทางออกไป

    แต่พอลงมาถึงหน้ากองปราบ ก็ถูกหญิงคนหนึ่งปราดเข้ามาตบดาหวันจนล้ม เจนจิราจะเข้าไปช่วยก็ถูกบรรดาไทยมุงเบียดออกมา ได้ยินแต่เสียงผู้หญิงคนนั้นด่าอย่างโกรธแค้น

    “นังสารเลว แกฆ่าผัวฉันทำไม”

    กานต์นั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านทนไม่ได้ เรียกสมให้เอากุญแจรถมาตนจะไปกองปราบ

    ที่หน้ากองปราบ หญิงคนนั้นยังด่าดาหวันอย่างคลุ้มคลั่ง จนอติเทพแทรกเข้ามาสั่งให้หยุด มิฉะนั้นตนจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย หญิงคนนั้นด่าอติเทพว่าอยากตายคาอกนังนี่อีกคนก็เชิญ แล้วแทรกเข้าไปในบรรดาไทยมุงหายไป

    “ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ผมไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณอีกแล้ว” อติเทพกอดดาหวันไว้อย่างปกป้อง

    “อติเทพ...” ดาหวันเรียกเขาอย่างซึ้งใจ กอดเขาไว้แน่นอย่างหาที่พึ่งพิง

    กานต์ยังไม่ทันออกไป เห็นภาพนั้นในทีวีถึงกับขว้างกุญแจรถลงบนโต๊ะทรุดนั่งมองอติเทพกอดดาหวันราวกับหัวใจถูกบดขยี้จนแหลกลาญ...

    ooooooo

    อติเทพประคองดาหวันที่กำลังขวัญเสียกลับเข้ามาในบ้าน เจนจิราเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง เมื่อนมมาลัยเข้ามาถามว่าคุณหนูเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถูกอติเทพกันท่าว่าดาหวันผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะให้พักผ่อนก่อนเถอะ

    อติเทพฉวยโอกาสจะพาดาหวันขึ้นข้างบน ถูกเจนจิราขัดขึ้นว่ารบกวนเขามามากแล้วและวันนี้เขาก็เหนื่อยมาทั้งวัน เดี๋ยวตนกับนมมาลัยจะดูแลดาหวันเอง

    “ไม่เป็นไรครับ ขืนกลับบ้านไปผมคงอกแตกตายเพราะเป็นห่วงดาแน่ๆ”

    ทันใดนั้นเสียงพรรณีก็แทรกเข้ามาอย่างหมั่นไส้ว่าแฟนคลับออกมาต้อนรับกันแน่นสมแล้วกับที่เป็นเจ้าหญิงของบ้าน แล้วรุจิกาก็ถล่มว่า เจ้าหญิงอะไร หญิงสองผัวมั่วผู้ชายไม่เลือกต่างหาก

    “พี่รุพูดจาให้มันดีๆหน่อย ดากับนายปีเตอร์ไม่ได้มีอะไรกัน” เจนจิราโต้ แต่ก็ถูกทั้งพรรณีและรุจิกาเอามือถือให้ดูคลิปที่แฉว่าดาหวันไปมั่วกันจนปีเตอร์หัวใจวายตาย

    ดาหวันทนฟังไม่ได้คว้าแจกันแถวนั้นเขวี้ยงใส่จนสองแม่ลูกหลบกันพัลวัน พอตั้งหลักได้พรรณีก็ด่า

    ดาหวันว่าทำตัวเป็นผู้หญิงหยำฉ่าไม่พอ ยังก้าวร้าวไม่เห็นหัวหงอกหัวดำอีก ดาหวันปรามว่าถ้ายังขืนพูดเรื่องบ้าๆ นี่อีกก็เชิญออกจากบ้านของตนไปเลย รุจิกาสะอึกออกมาปกป้องแม่ด่าดาหวันว่าทำให้หุ้นของบริษัทดิ่งลงเหว สมควรต้องออกจากบ้านนี้และตายๆตามพ่อตัวเองไปเสียเลยยิ่งดี

    เมื่อถูกด่าลามปามถึงพ่อ ดาหวันตบหน้ารุจิกาฉาดใหญ่ พรรณีพุ่งเข้ามาจะตบดาหวัน อติเทพรีบเข้ามาดึงพรรณีไว้ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย

    ดาหวันบอกพรรณีกับรุจิกาว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พ่อเคยสอนไว้ว่าถึงท้องเราจะหิวแค่ไหน แต่ทุกคนในบ้านของเราต้องอิ่มเสมอ เพราะฉะนั้น ดาจะทำทุกอย่างให้บริษัทอยู่ต่อไป ดาไม่ปล่อยให้ป้าพรรณกับพี่รุต้องอดตายหรอก” ถูกพรรณีชี้หน้าด่าว่าจองหอง แต่ดาหวันไม่สนใจ “ดาจะขึ้นไปเปลี่ยนชุด นมช่วยเตรียมรถไปบริษัทให้ดาด้วยนะคะ”

    ooooooo

    พอดาหวันไปถึงบริษัท เห็นกรรมการบริหารสามสี่คนกำลังออกจากลิฟต์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซ้ำบางคนยังปาหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเธอถูกจับ ด่าใส่หน้า “ทุเรศที่สุด!”

    ดาหวันอึ้ง หน้าชา พอดีธวัชวิ่งมาหา เธอถามว่ามีประชุมบอร์ดหรือ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกตนเลย

    “กว่าพี่จะรู้เรื่อง เขาก็ประชุมกันเรียบร้อยแล้ว พี่กำลังจะโทร.บอกน้องดาอยู่พอดีว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว คือ บรรดาบอร์ดบริหารเห็นว่าน้องดาเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงเลยมีมติให้ปลดน้องดาออกจากตำแหน่ง แล้วแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่เรียบร้อยแล้ว”

    ดาหวันแทบช็อก ยิ่งเมื่อรู้ว่าประธานกรรมการคนใหม่คือวีรอรก็ถึงกับน้ำตาคลอ วีรอรถามเย้ยว่าเสียใจมากสินะที่ตกกระป๋องกลายเป็นนางหงส์ปีกหัก

    “เปล่าค่ะ แค่เสียตำแหน่ง แต่ได้เห็นธาตุแท้ของผู้ใหญ่บางคน ดาว่ามันก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

    วีรอรสั่งดาหวันให้ขนข้าวของของตัวเองออกจากห้องประธานกรรมการบริษัท ซึ่งบัดนี้เป็นห้องของตนแล้ว อติเทพออกโรงโต้ว่าวีรอรจะชุบมือเปิบขโมยตำแหน่งกันหน้าด้านๆอย่างนี้หรือ

    “น้าอรฮะ ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะครับ น้าอรลองคิดดูใหม่ดีกว่า ทำแบบนี้มันเหมือนกับหักหลังน้องดา” ธวัชเตือนสติ กลับถูกวีรอรด่าว่า เพราะคิดโง่ๆ แบบนี้ถึงได้เป็นขี้ข้าให้เขาโขกสับตลอดปีตลอดชาติ

    ทันใดนั้น พรรณีกับรุจิกาเดินเข้ามาสมทบ ด่าวีรอรว่ามากไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาว่าลูกชายตนฉอดๆ แบบนี้

    กลายเป็นสองพี่น้องที่ชิงดีชิงเด่นกันมาตลอดเปิดฉากด่าทอกันอย่างดุเดือดรุนแรงจนพรรณีตบหน้าวีรอรด่า

    “นังน้องทรยศ” ส่วนวีรอรก็ประกาศตัดพี่ตัดน้องกับพรรณีนับแต่บัดนี้

    วีรอรตบหน้าพรรณีจนกลิ้งแล้วตะโกนสั่งใครอยู่ข้างนอกให้มาไล่พวกนี้ออกไป

    รปภ.สองคนมาลากพรรณีออกไป ดาหวันพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ

    ooooooo

    ทั้งหมดยังอยู่หน้าห้องทำงานของดาหวัน วีรอรประกาศว่าถ้าใครยังกำแหงกับตนจะโดนยิ่งกว่านี้ พรรณีตะโกนว่าจะฟ้องบอร์ดว่าตำแหน่งประธานบริษัทต้องเป็นของตนเพราะตนเป็นพี่ต้องมีสิทธิ์กว่า

    วีรอรขู่กลับว่าตนก็จะแฉว่าพรรณีเป็นหนี้มาเฟียก้อนโต แค่ตนกดส่งเมลเดี๋ยวเดียวกรรมการบอร์ดก็จะได้เห็นสัญญาเงินกู้ที่พรรณีทำกับมาเฟีย แล้วดูซิว่าบอร์ดยังจะให้คนที่มีปัญหาการเงินอย่างนี้มาเป็นประธานไหม

    “แก...เลวมาก...ฉันจะฆ่าแก” พรรณีลุกขึ้นจะเอาเรื่องวีรอรอีก แต่โกรธจัดจนความดันขึ้นล้มลงชักหมดสติไปดาหวันสั่งให้รีบพาไปโรงพยาบาล ในขณะที่วีรอรไม่แม้แต่จะมอง หันหลังเดินเข้าห้องประธานบริษัทไปอย่างเลือดเย็น

    ดาหวันเห็นความแตกแยกของคนในครอบครัวแล้วเศร้า หดหู่ จนบอกไม่ถูก

    ครองขวัญกับนทีไปดื่มไวน์ฉลองชัยชนะกัน ครองขวัญพูดอย่างสะใจว่าการตายของปีเตอร์ไม่ได้เสียเปล่าเสียทีเดียว ถูกนทีติงว่า การที่ดาหวันหลุดจากตำแหน่งประธานบริษัท ทำให้ตนเสียผลประโยชน์ไปด้วย ครองขวัญบอกว่าไม่ต้องห่วง ถึงดาหวันจะไม่ได้เป็นประธานบริษัท ตนก็ยังมีวิธีดูดทรัพย์จากบริษัทได้อยู่ดี ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์โทร.ถึงวีรอรทันที

    “สวัสดีค่ะคุณอาอร...ขวัญขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ของคุณอาด้วยนะคะ สัก 20-30 ล้านจะได้ไหมคะ”

    แล้วครองขวัญก็ทิ้งไพ่ตายส่งคลิปที่วีรอรด่าคนร้ายที่จ้างไปทำร้ายดาหวันไม่สำเร็จที่ตัวเองแอบได้ยินและอัดคลิปไว้ให้วีรอรดู

    วีรอรเห็นคลิปถึงกับหน้าซีดเผือด ทรุดนั่งอย่างหมดแรง

    ooooooo

    ดาหวันเดินลงมาจากออฟฟิศอย่างเซื่องซึม เลื่อนลอย อติเทพตามมาวอแว เธอบอกว่าขอเดินเล่นสักพัก และขออยู่คนเดียว อติเทพจึงจำต้องหยุดอย่างหงุดหงิด

    ที่ถนนข้างออฟฟิศนั่นเอง ดาหวันเห็นครอบครัวของคนงานก่อสร้างมีพ่อ แม่ และลูกเล็กๆอีก 3-4 คนเลิกงานแล้วเด็กๆวิ่งหยอกล้อกันอย่างร่าเริง วิ่งเหนื่อยก็มากินน้ำจากกระติกเล็กๆที่แม่ถือ แล้ววิ่งเล่นกันต่อ

    แม้จะเป็นครอบครัวที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ แต่ชีวิตก็มีความรักความสามัคคีและอบอุ่น ช่างผิดกับครอบครัวพวกตนที่ร่ำรวยแต่หาความสุขไม่ได้ มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นริษยากัน เธอคิดถึงพ่อที่เคยสอนว่า

    “...แล้วสิ่งที่พ่อทำให้หนูดูมาตลอด มันไม่ได้สอน ไม่เคยสอนให้หนูรักความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนอื่นบ้างเลยเหรอ โดยเฉพาะกับญาติพี่น้องที่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้”

    คิดถึงคำพูดของพ่อ คิดถึงความจริงในครอบครัว และเห็นความจริงของชีวิตที่หาเช้ากินค่ำเมื่อครู่แล้ว

    ดาหวันร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

    ooooooo

    นทีไปหากานต์ที่บ้าน ถามว่าดาหวันโดนบอร์ดบริหารปลดจากตำแหน่งแล้วเขาจะนั่งเฉยๆ แบบนี้โดยไม่ทำอะไรเลยหรือจะไม่แม้แต่ให้กำลังใจเธอเลยหรือ หรือว่าเขาไม่รักดาหวันแล้ว

    กานต์ขอให้นทีเลิกพูดเรื่องความรักเสียที ถ้าดาหวันรักตนแล้วจะเรียกตำรวจมาจับหรือ ตนมีเรื่องต้องทำอีกมาก คงไม่ว่างที่จะทำอะไรอย่างที่เขาบอกได้ ถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่ไหมตนมีธุระต้องออกข้างนอก

    พอนทีออกไป โทรศัพท์มือถือของกานต์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากนมมาลัย พูดอย่างร้อนใจว่าคนที่บริษัทบอกว่าดาหวันออกจากบริษัทนานแล้วแต่ทำไมจนป่านนี้ยังกลับไม่ถึงบ้าน ถามว่าเธอมาหาเขาหรือเปล่า กานต์ย้อนถามว่าเธอจะมาหาตนทำไม เธอเกลียดตนอย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ บอกนมมาลัยว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมาเองแหละ

    กานต์ทำเป็นไม่สนใจ แต่พอนมมาลัยขอให้ช่วยนึกได้ไหมว่าดาหวันไปอยู่ที่ไหน กานต์ประชดว่านมควรบอกเรื่องนี้กับอติเทพมากกว่า เขาคงช่วยตามหาดาหวันได้ แล้วตัดสายทิ้งเลย

    แม้ปากจะพูดอย่างไม่สนใจไยดี แต่พอวางสายจากนมมาลัย กานต์ก็ไปตามหา เจอดาหวันนอนหลับอยู่ที่บ้านต้นไม้ เขายืนมองพึมพำอย่างอ่อนใจ

    “ปล่อยให้คนอื่นเขาตามหากันให้ควั่ก เรียกร้องความสนใจล่ะสิ”

    กานต์อดไม่ได้ที่จะนั่งมองใกล้ๆ เห็นคราบน้ำตายังเปื้อนแก้ม ยังมีเสียงสะอื้นเบาๆทั้งที่หลับอยู่ เขาอดสงสารไม่ได้ เช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา

    นมมาลัยตามมาเจอเห็นกานต์กำลังเอาเสื้อของตนพัดโบกไล่ยุงให้ดาหวันที่ยังซุกตัวหลับอยู่ เขาบอกนมมาลัยว่า

    “อย่าเพิ่งปลุกเลย เขาหนีทุกคนมาที่นี่ ที่ประจำของเขาตั้งแต่เด็ก ก็ให้เขาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยของเขาสักพักเถอะ”

    เมื่อกานต์อุ้มดาหวันกลับไปนอนที่ห้องนอนของเธอ นมมาลัยขอบคุณที่เขาไม่ทิ้งคุณหนู กานต์แก้เกี้ยวว่าที่ตนช่วยตามหาก็เพราะเห็นแก่นมมาลัยและบังเอิญเจอ ตนไม่ได้ห่วงเธอและอีกหน่อยตนกับเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

    “ค่ะ ไม่ว่าคุณกานต์จะพูดยังไง นมไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ขอให้คุณทำอย่างวันนี้ก็พอ”

    เมื่อกานต์ขอตัวกลับ นมมาลัยยังจับมือเขาขอร้อง “อย่าทิ้งคุณหนูนะคะ นมขอแค่นี้เท่านั้นเอง”

    ooooooo

    แต่พอกานต์กลับถึงบ้าน ก็เจอครองขวัญมารอ อยู่แล้ว เธอบีบนวดให้เขาอย่างเอาใจ จัดอาหารของโปรดไว้ให้เขากิน เอาใจจนกานต์ใจอ่อน ถามว่าเธอจะจัดการเรื่องปีเตอร์อย่างไร

    “ขวัญคือเมียตามกฎหมายคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ แม้แต่ปอนด์เดียวก็ไม่ได้ ขวัญคุยกับทนายแล้ว”

    “ผมไม่ได้หมายความเรื่องทรัพย์สมบัติ ผมหมายถึงเรื่องงานศพ มีอะไรให้ผมช่วยไหม”

    ครองขวัญพูดอย่างไร้ความรู้สึกว่าปีเตอร์เป็นคนไม่มีศาสนา กะว่าจะเผา สะดวกดีจะได้ไม่ต้องทิ้งอะไรไว้ให้ค้างคาอีก พูดออกตัวว่าตนไม่อยากเป็นคนใจดำแต่สิ่งที่ปีเตอร์ทำ...

    เธอไม่พูดต่อ กานต์เห็นรอยช้ำยาวที่ถูกปีเตอร์ทำร้ายที่แขน แต่พอถามว่าปีเตอร์ทำร้ายเธออีกใช่ไหม เธอกลับบอกว่าไม่ใช่ ปดว่าตนลื่นหกล้มเอง และเรื่องที่ปีเตอร์ทำกับตนนั้น ตนขออโหสิให้ แล้วถามกานต์ว่าคดีของเขาที่โดนดาหวันใส่ร้ายไปถึงไหนแล้ว พูดทำคะแนนว่า

    “ขวัญเชื่อว่ากานต์บริสุทธิ์นะคะ” กานต์ขอบใจที่เป็นกำลังใจให้ตน “ขวัญอยู่ข้างกานต์เสมอ ดาหวันทำเกินไปจริงๆ แต่กรรมก็ตามทันทันทีเหมือนกัน!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์