ข่าว

วิดีโอ



ดอกหญ้าในพายุ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ดลกมล ศรัทธาทิพย์

กำกับการแสดงโดย: เอกภพ ตันหยงมาศกุล

ผลิตโดย: บริษัท มุมใหม่ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,แคท ซอนญ่า สิงหะ

ที่โต๊ะสนามหญ้าหน้าบ้านจิตรา ดุสิตากำลังคุยกับเดชาเรื่องที่พันมาแผนสูงไม่อยากให้บัวไปเมืองนอกก็เลยเอาอนาคตศิลปินมาล่อด้วยการส่งประกวดเปียโน สงสัยจะรักบัวมาก เดชาท้วงบัวมีคนชอบอยู่แล้วทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นบ้าง ดุสิตางงไม่เห็นจะมีใครที่ไหน

“เธอก็ซื่อบื้อเหมือนคนอื่น บัวเขาชอบคุณพี เพลงที่คุณพันส่งไปสมัครคือความในใจที่บัวเขาแต่งให้คุณพี”

“พี่พีก็เลยแกล้งกลับไปหวานกับคุณเพ็ญเพื่อหลีกทางให้น้อง...ไม่ดีเลย น่าสงสารบัว”

จิตราเดินออกมาจากตัวบ้าน เดชารีบออกตัว เห็นดุสิตาบอกว่าบ้านนี้ยังไม่มีคนสวน ก็เลยจะมาช่วยทำให้ไปพลางก่อน ท่านขอบใจเขามากแต่คนสวนคนใหม่มาแล้ว คงไม่ต้องรบกวนเขา แล้วหันไปถามลูกว่าไม่ต้องอ่านหนังสือหรือ เธอถึงกับหน้าจ๋อยรีบเดินเข้าบ้าน เดชาเห็นท่าไม่ดียกมือไหว้ลา จิตราร้องเรียกไว้

“ฉันจะจัดห้องสมุดใหม่ต้องการลูกมือที่ละเอียดรอบคอบมาช่วยแยกหมวดหนังสือพอจะทำไหวไหม”

“ไหวครับไหว” เดชารับคำก่อนจะเดินตามจิตราเข้าตัวบ้าน...คนสวนคนใหม่ที่จิตราพูดถึงไม่ใช่ใครที่ไหนคือเอกนั่นเอง ปวีณตามทั้งเอิบและเอกให้กลับมาช่วยงานที่บ้านเหมือนเดิม โดยให้เอกทำงานไปด้วยเรียนต่อเนติบัณฑิตไปด้วย และเหมือนเคยรุ่งกับเจียมแย่งกันเสนอตัวจะเป็นคุณนายของเขาหากภายภาคหน้าเขาสอบเป็นผู้พิพากษาได้ เอิบรำคาญที่สองสาววอแวลูกชายตัวเองไม่เลิกไม่แล้ว คว้าถังน้ำสาด ทั้งคู่พากันหนีกระเจิง

ooooooo

เดชากับดุสิตาชวนบัวมาดูหนังด้วยกัน แล้วหลอกให้เข้าไปนั่งรอในโรงก่อน เขากับดุสิตาขอไปซื้อน้ำอัดลมดื่ม แล้วพากันเดินหายไปเลย ครั้นใกล้เวลาหนังฉายคนที่มานั่งข้างๆเธอกลับเป็นพงศ์ระพี เธอสงสัยเขามาได้อย่างไร เขาชูตั๋วหนังให้ดู

“สิตากับเดชาชวนผมมา ซื้อตั๋วให้ด้วย แล้วนี่สองคนนั่นหายไปไหนหนังจะฉายแล้วด้วย”

“ทำได้ดีมาก เดี๋ยวสวย” ว่าแล้วบัวลุกออกไป โทร.เล่นงานเดชาที่หลอกให้มาเจอกับพงศ์ระพี เขาแก้ตัวที่ทำไปทั้งหมดเพราะหวังดีไม่อยากให้เธอตัดสินใจผิดๆ ถ้าเธอรักพงศ์ระพีก็ควรบอกให้เขารู้ไปเลย เธอตัดพ้อจะให้บอกรักผู้ชายก่อนได้อย่างไร และที่สำคัญพงศ์ระพีมีเพ็ญพธูอยู่แล้วทั้งคน เสียงดุสิตาพูดแทรกเข้ามาในสาย

“พี่พีเขาเคยบอกเธอเหรอว่าจะกลับไปรักกับคุณเพ็ญอีก เธอคิดไปเองหรือเปล่า”

บัวเห็นพงศ์ระพีตามออกมา “ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้คู่หูจอมป่วน” หมายหัวเสร็จรีบวางสาย

พงศ์ระพีอยากรู้ว่าเธอตามตัวเดชากับดุสิตาได้หรือเปล่านี่หนังฉายแล้วรอบนี้คงดูไม่ทันแล้ว บัวคิดว่าสองคนนั่นคงไม่มาแล้ว พวกนั้นหลอกให้เรามาเจอกันเพราะอยากให้เราสองคนสารภาพความในใจที่มีต่อกัน

“ทำเป็นเด็กๆ เล่นอะไรไร้สาระกันไม่เข้าท่า เรากลับกันเถอะ ฉันจะไปส่งเธอที่บ้านเอง”

“ไร้สาระหรือ คุณแน่ใจนะว่านี่คือคำตอบของคุณ”

บัวน้ำตาคลอ พงศ์ระพีอยากบอกรักเธอใจแทบขาด แต่พอนึกถึงคำพูดของน้องชายที่ว่าถ้าขาดบัวไป ตนคงตายแน่ๆ ทำให้เขาตัดสินใจเสียสละให้น้อง

“ฉันขอโทษที่ผ่านมาฉันอาจจะทำให้เธอเข้าใจผิด การที่ฉันคอยห่วงใยดูแลเธอเพราะเราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา เธอเองก็เคยดูแลฉันที่กระท่อมภูเขียว มันเป็นความผูกพันฉันเพื่อนแต่ไม่ใช่ความรัก”

ปดแค่นี้ไม่พอ พงศ์ระพียังโกหกอีกว่ารักเพ็ญพธูมากเพราะเธอเป็นรักแรกของเขา มันฝังใจจนยากจะลืม บัวทำเป็นยิ้ม

“ฉันก็ถามตามที่ไอ้สองคนนั่นมันวางแผนเอาไว้ เขาคิดกันว่าคุณรักฉัน ที่ไหนได้เราต่างก็คิดเหมือนกัน โล่งอกไปที ต่อไปนี้ฉันจะได้เลิกอึดอัดใจที่คิดว่าคุณมาหลงรักฉันอยู่ข้างเดียวซะที แยกกันตรงนี้นะคุณ ฉันขอเดินเล่นซึมซับบรรยากาศบ้านเราก่อนไปเมืองนอกซะหน่อย คุณไม่ต้องคิดมากนะ ฉันสบายใจแล้ว”

สีหน้ากับคำพูดของบัวไปกันคนละทาง พงศ์ระพีเองก็เจ็บปวดใจไม่แพ้เธอเช่นกัน...

ทางด้านปวีณไปเยี่ยมวรรณพรที่เรือนจำ เธอไม่ยอมออกมาพบได้แต่แอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งสีหน้าเศร้า

“รอให้ฉันรู้สึกว่าฉันมีค่าคู่ควรกับคุณเมื่อไหร่ เราจะได้พบกันคุณปวีณ”

ooooooo

ถึงวันที่บัวต้องขึ้นประกวดเปียโน ปวีณ พันกับจิตรา สารินทร์กับนงราม เดชาและดุสิตามาเชียร์ถึงขอบเวทีประกวด บัวใจหายที่พงศ์ระพีไม่มา แต่ก็ตั้งใจแสดงเต็มที่โดยไม่รู้ว่าเขาแอบมองเธอจากมุมมืด

เพลงที่บัวเล่นโดนใจคณะกรรมการและผู้เข้าชม รางวัลชนะเลิศจึงตกเป็นของเธอ กองเชียร์ส่งเสียงเฮลั่น

เมื่อบัวลงจากเวที ปวีณกับพันต่างมอบช่อดอกไม้ให้ สักพักพิธีกรถือช่อดอกหญ้าที่จัดอย่างสวยงามเข้ามาให้บัว บอกว่ามีคนฝากมาให้ พอเห็นดอกหญ้าเท่านั้น เธอรู้ทันทีว่าดอกไม้ช่อนี้มาจากพงศ์ระพี รีบวิ่งไปดูหน้าสถานที่จัดการประกวดแต่ไม่เจอใคร ถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงร้องไห้

“ดอกหญ้าไร้ค่าอย่างฉันมันรักคุณ ทำไมคุณไม่ยอมรับรู้บ้าง คนใจร้าย”

บัวเช็ดน้ำตาป้อยๆ พันที่แอบตามมาได้ยินเต็มสองหูถึงกับตะลึง ครั้นตั้งสติได้จะเข้าไปถามให้รู้เรื่อง แต่เพ็ญพธูมาดึงแขนไว้...

บัวปาดน้ำตาทิ้ง ปรับสีหน้าเป็นปกติ กลับไปสมทบกับกองเชียร์ของตัวเอง ดุสิตาต่อว่าว่าหายไปไหนมาเดี๋ยวก็ตกเครื่องไม่ได้ไปเรียนกันพอดี จิตราเตือนให้รีบไป ปวีณจองร้านอาหารใกล้สนามบินเอาไว้แล้ว พันเดินสีหน้ายิ้มแย้มเข้ามาโกหกว่าห้องน้ำคนเยอะก็เลยรอนาน ปวีณเร่งทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวจะไม่ทัน...

สารินทร์ถือโอกาสมาเลี้ยงฉลองรางวัลชนะเลิศเปียโนให้บัว ประกาศขอหมั้นบัวให้พัน นงรามจัดแจงถอดแหวนมรดกตกทอดให้พันไว้สวมให้คู่หมั้น ดุสิตารู้ว่าบัวรักพงศ์ระพี เตือนให้คิดดีๆ ไม่ต้องรีบร้อนให้คำตอบ พันยังไม่ทันอ้าปากบอกว่าไม่ต้องการหมั้นเพราะรู้ว่าบัวไม่ได้รักเขา แต่เธอดันตกลงรับหมั้น เขาก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย สวมแหวนหมั้นให้บัว...

ขณะที่พงศ์ระพีนั่งเหม่ออยู่ที่สวนสาธารณะซึ่งบัวชอบมา เดชาไลน์มาบอกว่าบัวขึ้นเครื่องไปเมืองนอกแล้ว เขารับรู้ด้วยหัวใจร้าวราน เพ็ญพธูเข้ามานั่งลงข้างๆ เขาหันมอง ถามว่าจะมาสมน้ำหน้ากันหรือ

“เปล่า ฉันแค่อยากมานั่งเป็นเพื่อน ตอนนี้บัวไปแล้วก็เหลือเราแค่สองคน เผื่อบางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจมามองฉันบ้าง พอจะเป็นไปได้ไหมพี”

น้ำเสียงจริงจังของเพ็ญพธูทำเอาพงศ์ระพีนิ่งอึ้ง

ooooooo

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...

เดชากลายเป็นคนโปรดทั้งของจิตราและปวีณ

ถึงขนาดตอนมาฝึกงานวันแรกที่บริษัทตำรับยาไทย

ปวีณมอบสมุดบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรของกล้าให้เขาเป็นของขวัญการฝึกงาน แถมจิตรากับดุสิตายังมาเป็นกำลังใจให้พร้อมมีขนมอร่อยติดมือมาฝากอีกด้วย 

เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาพัก เดชาจึงออกมาหาไม่ได้ดุสิตาจึงได้แต่ชูสองนิ้วให้เขาสู้ๆผ่านทางกระจกหน้าห้อง เขาทำนิ้วเป็นรูปหัวใจกลับมาให้ ทำเอาทีมวิจัยตาร้อนไปตามๆกัน...

ตั้งแต่บัวไปเมืองนอก พงศ์ระพีทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับงาน วันนี้ก็เช่นกัน เขาทำงานไม่ยอมหยุดพักกินอะไร ชินเป็นห่วงต้องไปหาซื้ออาหารกล่องมาให้ สั่งให้หยุดพักกินข้าวเที่ยงได้แล้ว ปล่อยไว้แบบนี้เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะเดือดร้อนมาถึงตน โตๆกันแล้วอย่าทำตัวเป็นเด็กให้ต้องคอยเตือน

พงศ์ระพีตวาดแว้ด ตกลงใครเป็นนายใครเป็น ลูกน้อง แล้วไล่ให้ยกอาหารออกไป ชินไม่ทำตามหยิบ โน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดแทน

“ถ้าบอสเอาแต่ทำงานไม่ยอมกินข้าว ผมจะฟ้องคุณนงราม คุณสารินทร์ คุณปวีณ คุณเพ็ญด้วย เอาสิ”

เจ้านายหนุ่มตัดรำคาญคว้ากล่องข้าวมากิน จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชินชิงคว้าไปดูเอง เห็นมีคลิปส่งมาให้ ถือวิสาสะเปิดดู ถึงกับร้องเอะอะ พงศ์ระพีสงสัยจะแย่งมาดูแต่ชินเอาหลบ เขาสั่งเสียงเข้มให้เอามาให้ดู แล้วถึงกับตะลึงเมื่อเห็นพันกำลังสวีตหวานอยู่กับสาวสวยนางหนึ่ง

“พี่พี ผมแนะนำให้รู้จักนะ นี่แฟนคนใหม่ของผม เราเข้ากันได้ดีมาก ผมเคยคิดว่ามันคงไม่ยุติธรรมถ้าจะแอบคบกันอย่างนี้ ผมจะถอนหมั้นกับบัว พี่ช่วยผม หน่อยนะ ช่วยส่งคลิปอันนี้ให้บัวทีนะพี่ ผมขอร้องล่ะ”

พงศ์ระพีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่น้องชายทำตัวน่ารังเกียจ มีแฟนอยู่แล้วทั้งคนยังกะล่อนไปทั่ว แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป ชินมองตามงงๆ ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย บัวไม่ใช่แฟนตัวเองสักหน่อย

ครู่ต่อมาพงศ์ระพีตามมาเอาเรื่องน้องชายที่กำลังนั่งตรวจการบ้านนักเรียนอยู่ในห้องโถงของบ้าน เปิดคลิปในโทรศัพท์มือถือเอาวางกระแทกตรงหน้า ด่าเป็นชุดว่าบัวไปแค่ปีเดียวคิดจะนอกใจแล้วหรือ ไหนบอกว่ารักนักรักหนา แล้วสั่งให้เลิกกับสาวคนใหม่ ถ้าไม่ฟังตนจะไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นเอง

“ผมโตแล้วนะพี่ ผมจะรักใครเลือกใครผมตัดสินใจเองได้ พี่ก็แค่ส่งคลิปอันนี้ให้บัวก็จบ”

“ฉันไม่จบ” พงศ์ระพีพุ่งใส่อย่างเอาเรื่อง

พันไม่รอช้าวิ่งหนี นงรามกับสารินทร์รีบเข้ามาห้ามพร้อมกับขอร้องให้คุยกันดีๆ พงศ์ระพีฟ้องพ่อกับแม่เรื่องที่พันไปมีผู้หญิงอื่น นงรามเอ็ดพันทำไมทำตัวเหลวไหลแบบนี้

พันไม่ได้รักบัวอีกแล้ว เธอเองก็ไม่ได้รักตน ในใจเธอมีผู้ชายคนอื่น เขาคนนั้นคือพงศ์ระพีนั่นเอง ตนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่บัวเดินทางไปเรียนต่อแล้ว เพ็ญพธูบอกตนว่าพงศ์ระพีเห็นตนรักบัวมากจึงยอมเสียสละด้วยการทำให้บัวและทุกคนเข้าใจผิดว่าเขากับเพ็ญพธูกลับมารักกัน บัวเองก็ต้องการตัดใจจากเขาจึงรับหมั้นตน

พงศ์ระพีพยายามอธิบายว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่พันไม่ฟังและยืนกรานจะถอนหมั้น สั่งห้ามเขามาเสียสละอะไรให้ตนอีก พงศ์ระพีจะตามแต่สารินทร์จับแขนไว้

“น้องมันพูดถูก พ่อว่าพีคิดผิดแล้วที่เสียสละให้น้องด้วยวิธีนี้ มันไม่ใช่วิธีที่จะช่วยให้ใครมีความสุขขึ้นมาได้เลย ทั้งพัน บัว หรือแม้แต่พีเอง”

ขณะพงศ์ระพีเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงคำพูดของพ่อเมื่อตอนเย็น มีเสียงเตือนดังมาจากโน้ตบุ๊ก เขาลุกขึ้นไปเปิดดู เจอฝรั่งผู้ชายอยู่หน้าจอ แนะนำตัวเองว่าชื่อเคน

เขามองงงๆว่าเป็นใครไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพ็ญพธูยื่นหน้าเข้ามาในจอ แนะนำว่าเคนเป็นแฟนของเธอเอง เราคบกันมาหลายเดือนตั้งแต่เขาปฏิเสธเธอวันนั้น เธอก็เลยต้องรีบหาบอยเฟรนด์มาดามหัวใจถึงนิวยอร์ก แล้วถามเขาว่าเจอใครบ้างหรือยัง

“จะหาใครที่ไหนได้ ผมไม่ได้เสน่ห์แรงเหมือนคุณนี่”

เพ็ญพธูแนะให้เขากลับไปหาคนเดิม มัวแต่คิดนั่นคิดนี่ระวังจะแก่จนไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากได้ เขายังไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้ กำลังมีความสุขกับงาน ขี้เกียจหาเหาใส่หัว...

บัวกลับเมืองไทยโดยไม่บอกให้ใครรู้ สิ่งแรกที่มาถึงคือแวะไปเยี่ยมหาญที่เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ เขาแปลกใจเธอมาได้อย่างไร ไหนว่าไปเรียนเมืองนอก เธอปิดเทอม มันเหงาเลยแอบบินกลับเมืองไทย

“คิดว่าจะนอนเล่นที่กระท่อมสักสองสามวันแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯไปเยี่ยมพ่อ เดี๋ยวจะไปขอข้าวเตี่ยอุดมกินด้วย แล้วนายเป็นยังไงบ้าง ลำบากไหม”

“สารภาพผิดทุกข้อหา ทำตัวดีๆอีกไม่กี่ปีก็ได้ออกไปแล้ว บัวไม่ต้องห่วงเราหรอก เราฝึกงานฝีมือมันทุกอย่าง กะว่าออกมาจะหาอาชีพสุจริตทำเป็นคนดีกับเขาสักที”

ตกค่ำบัวนอนเล่นที่แคร่หน้ากระท่อมมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว นึกถึงตอนที่อยู่บนเขาสามมุก เธอนอนหนุนตักพงศ์ระพีมองดาวที่เต็มท้องฟ้าเหมือนคืนนี้ เธอเปรียบตัวเองเหมือนดาวดื้อในนิยายพื้นบ้านที่หลงฟ้าหาทางกลับไม่ได้ เขาอาสาจะเป็นคนพาดาวดื้ออย่างเธอกลับบ้านเอง บัวอยากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังมองดาวดวงเดียวกับเธออยู่หรือเปล่า แต่คงไม่ใช่ แม้แต่โทร.หาเธอยังไม่เคยสักครั้ง น้ำตาไหลด้วยความน้อยใจ

ooooooo

พงศ์ระพีรู้จากเพ็ญพธูตอนที่คุยกันเมื่อคืนว่าบัวกลับมาเที่ยวเมืองไทยช่วงปิดเทอม ไม่ได้กลับบ้านหาพ่อในทันทีแต่จะแวะไปพักผ่อนที่กระท่อมกลางป่าภูเขียวของตากล้าก่อน เขารอจนเช้าขับรถตรงดิ่งมาหาเธอทันที เธอยังงอนเขาไม่หาย ไล่ตะเพิดไปให้พ้น ไม่อย่างนั้นจะตีขาเขาให้เดี้ยงอีกรอบ

“ฉันตั้งใจมาหาเธอเพราะคิดถึงเธอ”

“จะมาคิดถึงหาสวรรค์วิมานอะไร คุณบอกว่าไม่ได้รักฉัน ผลักไสให้ฉันไปรับหมั้นครูพัน ยังจำที่โรงหนังได้ไหม ฉันอุตส่าห์ยอมหน้าด้าน บอกความในใจก่อน แต่คุณก็บอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ คุณมันใจดำใจคอโหดร้ายที่สุด”

ด่าเสร็จบัวหันหลังเดินหนี พงศ์ระพีตามมาดึงแขนให้หันกลับมา ขอโทษเธอด้วยที่เขาทำไปทุกอย่างเพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจพัน ไม่อยากแย่งผู้หญิงกับน้องชาย บัวโมโหตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“คนเห็นแก่ตัว คุณมันห่วงแต่ตัวเอง กลัวคนอื่นจะมองว่าคุณเป็นคนไม่ดี ไม่เป็นสุภาพบุรุษ แล้วฉันล่ะ คุณเคยรู้บ้างไหมว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบหลงรักผู้ชายอยู่ฝ่ายเดียวมันทรมานใจแค่ไหน”

“ฉันเป็นอย่างที่เธอว่าทุกอย่าง ฉันเสียใจจริงๆ เธอจะให้อภัยให้โอกาสฉันแก้ตัวได้หรือเปล่า”

บัวไม่ให้โอกาสอะไรเขาทั้งนั้นเพราะลืมเขาหมดไปจากใจแล้ว พงศ์ระพีไม่พูดอะไรเดินลิ่วออกไปเลย บัวมองตามทั้งงอนทั้งน้อยใจ ทำไมเขาถึงถอดใจง่ายนัก แล้วเดินน้ำตาซึมเข้ากระท่อม

“ไปเลย ฉันไม่มีวันง้องอนคุณหรอก ฉันไม่เสียใจ ไม่เสียใจเลยสักนิดที่คุณไปพ้นๆซะได้”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นบัวออกมาบิดขี้เกียจหน้ากระท่อม ได้ยินเสียงเทน้ำ รีบเดินตามเสียงเห็นพงศ์ระพีกำลังเทน้ำจากกระป๋องน้ำใส่โอ่ง เธอโวยวายว่ากลับมาอีกทำไม เขาเห็นระบบส่งน้ำไม้ไผ่ของเธอผุหมดแล้ว กลัวจะไม่มีน้ำอาบก็เลยไปหาบน้ำมาใส่โอ่งไว้ให้ เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือของเขา ไปอาบเองที่น้ำตกได้

“ไอ้เราหลงดีใจเห็นเดินงุดๆไป นึกว่าจะถือทิฐิกลับไปแล้ว”

“รถมันจอดไกลเลยต้องรีบเดิน แล้วฉันก็ไม่คิดจะกลับกรุงเทพฯด้วย แต่ออกไปซื้อของกินของใช้ เราจะได้อยู่กันไม่ลำบาก”

บัวโวยเสียงลั่นใครอนุญาตให้เขาอยู่ที่นี่ได้

พงศ์ระพีอ้างว่าขออนุญาตจากวิญญาณตากล้า แล้วท่านก็อนุญาตเรียบร้อย บัวไม่พอใจ อย่ามาเอาตาของเธอไปอ้าง เขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงจะมาอยู่กลางป่าตัวคนเดียวได้อย่างไร ให้เขาอยู่เป็นพื่อนดีแล้ว รับปากจะไม่รบกวนเธอแม้แต่น้อย จะคอยปรนนิบัติพัดวีรับใช้เป็นทาสเธอ ถือว่าเขาทำคุณไถ่โทษจนกว่าเธอจะยกโทษให้ก็แล้วกัน

“อยากจะทำก็ทำไป ดูซิว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ” บัวว่าแล้วกลับเข้าข้างใน...

พงศ์ระพีทำทุกอย่างเหมือนที่ปากพูด ทั้งผ่าฟืนกองโตไว้ให้ แถมเข้าครัวจุดเตาไฟเตรียมทำกับข้าว ด้วยความที่ไม่เคยติดเตาถ่านมาก่อนทำเอาครัวเกือบไฟไหม้ บัวเห็นใบหน้าเขาเต็มไปด้วยเขม่าควันดำปี๋เกือบจะหลุดขำ ต้องกลั้นหัวเราะแทบตาย...

แม้จะยากลำบากแต่ในที่สุดพงศ์ระพีติดเตาไฟสำเร็จ ทำมาม่าผัดมาให้บัวที่กำลังโรยข้าวเปลือกให้ไก่อยู่ที่แคร่หน้ากระท่อม แล้วเท้าความถึงตอนที่เขานอนเจ็บอยู่ที่นี่ เธอจำได้หรือเปล่าว่าเธอต้มบะหมี่ให้กินตลอด วันนี้เขาเลยลองทำแบบผัดใส่ไข่มาให้ชิม บัวลืมไปหมดแล้ว ไม่เห็นน่าจำตรงไหน พงศ์ระพีคีบบะหมี่ในชามตัวเองกินไปแอบมองเธอที่คีบบะหมี่กินไปด้วย

“อร่อยล่ะสิ ฉันแอบซอยเบคอนใส่ลงไปด้วย”

“ก็แค่กินกันตาย รสชาติคงไม่ต่างจากข้าวเปลือกพวกนี้เท่าไหร่”

บัวเขี่ยๆไปกินไปเหมือนไม่อยากกิน เขาตัดพ้อเปรียบเทียบแบบนั้นไม่เกินไปหน่อยหรือ บัวหันมองอย่างเอาเรื่อง มีปัญหาหรือ เขาทำเป็นหงอ

“เปล่าสักหน่อย”

“เฮ้อ เบื่อจริงๆ ขี้เกียจซักผ้า อยู่เมืองนอกซักตู้หยอดเหรียญจนเคยตัว เดี๋ยวค่อยซักดีกว่า” บัววางชามบะหมี่แล้วเดินเข้าข้างใน...

บัวหายเข้าป่าไปหาผลไม้พักใหญ่ พอกลับถึงกระท่อมทั้งโกรธทั้งอายที่เห็นพงศ์ระพีเอาชุดชั้นในมาซักให้ เหวี่ยงผลไม้ในมือทิ้งวิ่งมากระชากชุดชั้นในคืน ด่าเขาว่าโรคจิต ใครใช้ให้เอาของส่วนตัวของเธอมาซัก

“อ้าว...ก็เธอบอกว่าขี้เกียจซักผ้า ฉันก็ทำให้ ใครจะไปรู้ว่ามีชุดพวกนี้หมกอยู่ก้นกะละมัง”

“หมกบ้าอะไร ฉันแช่รวมกันเฉยๆ”

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ส่งมาให้ฉันซักต่อ ไอ้นั่นน่ะ... เขาเรียกว่าอะไร หน้าตาเหมือนซาลาเปาไส้หมู เอ...

หรือว่าเบ้าขนมครก” พงศ์ระพีแกล้งไม่รู้จักเสื้อยกทรง บัวชี้หน้าเขา สั่งห้ามเปรียบเทียบ เขาไม่ได้เปรียบเทียบแต่มันเหมือนเบ้าขนมครกจริงๆ บัวอายมากขยุ้มชุดชั้นในเดินหนีเข้ากระท่อม ขณะที่พงศ์ระพีแอบขำ

ooooooo

ครั้นแดดร่มลมตก พงศ์ระพีไปว่ายน้ำเล่นที่น้ำตก ปีนขึ้นไปบนโขดหินแล้วโดดลงน้ำ บัวแอบมองอยู่หลังต้นไม้เห็นหุ่นเขาแล้วแอบกลืนน้ำลาย พอนึกขึ้นได้ว่าเป็นกุลสตรีไม่ควรแอบดูผู้ชายอาบน้ำ

จึงหันหลังกลับ พงศ์ระพีแกล้งร้องเอะอะว่าตะคริวกิน เธอเห็นเขาจะจมน้ำรีบโดดลงไปช่วย ล็อกคอลากเข้าฝั่งแต่เขาขืนตัวไว้

“ห่วงฉันด้วยหรือ” พงศ์ระพีกระซิบข้างหู บัวรู้ทันทีว่าหลงกลเขาเข้าให้ หันมาทุบเขาไม่ยั้ง

“หลอกฉันหรือไอ้คนเจ้าเล่ห์”

เขารวบทั้งตัวทั้งแขนเธอไว้ไม่ให้ดิ้น “เธอลงมาช่วยฉัน พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเธอไม่อยากเห็นฉันตาย”

บัวแก้ตัวว่าเห็นหมาเห็นแมวจมน้ำก็ช่วยทั้งนั้นไม่ใช่เฉพาะแต่เขา อย่าคิดว่าที่มาทำโน่นทำนี่ให้แล้วเธอจะใจอ่อนยกโทษให้ คนอย่างเธอเจ็บแล้วจำ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ เขาไม่สนใจ อย่าว่าแต่เจ็บตัวเลย ต่อให้ตายก็ยอมถ้าได้กอดเธอกลางน้ำตกแบบนี้

บัวเคลิ้มไปกับคำหวานทำท่าจะยอมให้จูบ แต่พอได้สติเธอผลักเขาออกห่าง ยืนยันไม่มีทางใจอ่อนกับเขาง่ายๆ แล้วหันหลังเดินลุยน้ำขึ้นฝั่ง

“นานเป็นปีแล้วนะบัวที่ฉันไม่ดูแลเธอเลย ฉันเคยทำหน้าที่คอยจัดสรรชีวิตให้เธอจนกลายเป็นความเคยชิน พอไม่ได้ทำมันเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป”

พงศ์ระพีลุยน้ำตามมากอดเธอไว้จากด้านหลัง

“พอได้เจอกันอีกครั้ง สิ่งแรกที่ฉันรู้สึกคืออยากทำสิ่งเหล่านี้ให้เธอ ตื่นเช้ามาเตรียมน้ำอุ่นให้เธออาบ ทำกับข้าวให้เธอกิน ช่วยกันล้างจาน ช่วยกันทำงานบ้าน คอยห่มผ้าให้เวลาที่เธอหลับ บัว...ฉันอยากมีชีวิตแบบนี้กับเธอ”

“ก็น่าจะขอแบบนี้ตั้งนานแล้ว” บัวหันมาซบหน้ากับอกพงศ์ระพีร้องไห้อย่างอัดอั้น...

จากนั้นทั้งคู่พากันไปยังทุ่งดอกหญ้า บัวถามเขาแน่ใจแล้วหรือว่าเลือกดีแล้ว เธอเป็นแค่ดอกหญ้าไม่มีราคา แถมยังมีเชื้อโจรติดมาด้วย ถึงไม่มีตัวหนังสือสักไว้ที่หน้าผาก แต่วันหนึ่งอาจจะมีเสียงในสังคมพูดใส่หูให้เขาได้ยิน เขาไม่สนใจ ที่สำคัญตอนนี้เธอเป็นดอกบัวที่อยู่ในแจกันแก้วเจียระไนชั้นดี

“แล้วถ้าบัวอยากจะเป็นดอกหญ้า คุณยังจะเห็นคุณค่าของดอกหญ้าอย่างบัวไหม”

“ต้องให้จูบไหมถึงจะเชื่อ” พงศ์ระพีส่งตาหวานให้ บัวส่ายหน้า ขืนให้จูบจะมาบอกว่าจูบเพราะเมาแบบ

วันนั้นอีก เขาเฉลยว่าวันนั้นไม่ได้เมา แต่ตั้งใจจูบเธอจริงๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปจะจูบให้ดู

ปวีณโทร.มาขัดจังหวะเสียก่อน ครั้นวางสาย

จากท่าน เขาจะจูบเธออีกครั้ง คราวนี้สารินทร์กับนงรามโทร.มา เขาเริ่มหงุดหงิด รีบคุยรีบวางสาย หมายมั่นจะจูบบัวให้ได้ แต่เหมือนโดนกลั่นแกล้ง พัน เดชากับดุสิตาแท็กทีมโทร.มาถามว่าสารภาพรักกับบัวหรือยัง เขาหมดความอดทนปิดมือถือแล้วดึงบัวมาจูบอย่างดูดดื่ม

ooooooo

-อวสาน-


ละครดอกหญ้าในพายุ ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านดอกหญ้าในพายุ ติดตามดอกหญ้าในพายุ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,แคท ซอนญ่า สิงหะ 30 ก.ค. 2561 08:41 2018-07-31T23:48:03+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ