ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดอกไม้ใต้เมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เป่าจินจง" ส่ง "ดอกไม้ใต้เมฆ" ลงจอ "เด่นคุณ งามเนตร" ประกบ "แยม มทิรา"

ที่บันไดทางขึ้นห้องพัก ธาวินบอกแทนว่าเราต้องไปหาของในกล่อง จำปาถามว่าอะไรหายตนจะไปช่วยหา แทนรีบบอกว่าไม่ต้องถาม อาหยางก็จะช่วยหา ธาวินบอกว่าเราจัดการกันเองได้ ขอแค่เชื่อว่าเราไม่ใช่ขโมยเท่านั้น

“ฉันไม่รู้หรอกว่านายกับพี่แทนขโมยหรือเปล่า แต่ตอนนี้เหมยกำลังเดือดร้อนเพราะช่วยนาย” หมิงไม่พอใจธาวินฟังแล้วเครียด

เฮียโชคตัดพ้อเหมยว่า ทำไมทำให้ตนอายได้ขนาดนี้ เหมยบอกว่าธาวินไม่ผิด เฮียโชคหาว่าเหมยฉีกหน้าตนปกป้องธาวิน เหมยบอกว่าตนจะให้ทุกคนเข้าใจธาวินผิดไม่ได้ ตนไม่ได้ทำผิดอะไร

เฮียโชคว่าตนอาย เพราะมีลูกสาวคนเดียว ก็เป็นข่าวเรื่องผู้ชายไม่เว้นแต่ละวัน คนพากันหัวเราะเยาะนินทากันสนุกปาก เหมยชี้แจงว่าเรื่องกับลีโอไม่ได้เป็นอย่างในข่าว

จะเป็นอย่างในข่าวหรือไม่เฮียโชคไม่สนใจ แต่เมื่อมีข่าวออกมาแล้วก็ทำให้เสียหาย อับอาย เฮียโชคจะไม่ให้เหมยเป็นนักร้องอีกเพราะเป็นห่วง เหมยรู้ว่าป๊าเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากให้ป๊าทำผิดในสายตาลูกน้อง ชี้ให้เห็นว่า

“เราก็เห็นกันอยู่ว่า เรื่องไฟไหม้ ขโมยแหวน มันแปลกๆ เหมือนทุกอย่างจงใจให้เป็นความผิดของวิน”

“ไอ้วินอีกแล้ว ตั้งแต่มันมา เหม่ยเหมยเปลี่ยนไป รู้ตัวหรือเปล่า” เหมยบอกว่าอย่าโทษวินเลย “ไม่โทษมันแล้วจะโทษใคร มันเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหมยถึงกับยอมเสียชื่อเสียง ฉีกหน้าป๊า ไอ้วินมีอะไรดี มันจนเป็นผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้า เราเชื่อใจมันไม่ได้”

“ทำไมป๊าตัดสินคนที่ฐานะล่ะคะ ความจนไม่ได้ตัดสินว่าคนเราดีหรือเลว ป๊าลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าแต่ก่อนเราก็เคยจน จนมากขนาดที่ป๊าก็เคยต้องยืมเงินเพื่อนมาซื้อข้าวให้เหมยกับแม่กิน พอวันนี้ป๊ารวย ทำไมป๊าถึงลืมอดีตของตัวเอง”

เฮียโชคโมโหตบหน้าเหมยตวาดว่าอย่างเถียงป๊า เหมยตกตะลึง อุทาน “ป๊าไม่เคยตบเหมย”

“เพราะเหมยปกป้องไอ้วิน ป๊าทนไม่ได้”

“เหมยปกป้องป๊าค่ะ ไม่ใช่วิน เหมยไม่อยากให้ป๊าลงโทษลูกน้องด้วยอำนาจ ทุกคนต้องยกย่อง นับถือว่าเฮียโชคคือหัวหน้าคณะที่มีเมตตา มีความยุติธรรมที่สุด”

เหมยหันหลังวิ่งไปด้วยความเสียใจเป็นที่สุด เฮียโชคมองมือที่ตบลูกแล้วก็กำมือทุบผนังอย่างเสียใจ

ooooooo

ธาวินกับแทนช่วยกันหาของที่หาย มองไปในพงหญ้าเห็นแว้บๆ ทั้งสองรีบวิ่งไปแหวกพงหญ้าดู ดีใจสุดชีวิตเมื่อเห็นเป็นผ้าสองผืนนั้นจริงๆ แต่ก็เสียใจสุดซึ้งที่ปลายผ้าไหม้ทั้งสองผืน

ธาวินบรรจงพับผ้าทั้งสองผืนให้อยู่ในสภาพเดิม แทนคำราม...

“มันตั้งใจหาเรื่อง เผาผ้า ใส่ร้ายเราว่าขโมยแหวน มันต้องตาย”

แล้วสุ่นก็ถูกทั้งธาวินและแทนเข้าไปทำร้ายในห้องน้ำ มันร้องก็เอากระป๋องแป้งยัดปาก สุ่นหนีตาย ธาวินตวาดว่า

“ถ้าแกรับสารภาพกับเฮียโชค ฉันสัญญาว่าพี่แทนจะไม่ทำอะไรแก แต่ถ้าไม่...ไม่ว่าแกจะหนีไปไหน แกจะได้เจอฉันสองคน”

แทนกับธาวินเล่นงานจนสุ่นสะบักสะบอม สุ่นหนีตายออกไป พอกระป๋องแป้งที่ยัดปากมันหลุด เลือดก็ทะลักจากปากเป็นลิ่มๆ

เมื่อธาวินกับแทน กลับไปในห้องพักคนงานของตน ธาวินไม่สนใจสายตาของคนงานที่มองเกรงๆ นั่งลง เอาผ้าสองผืนพับใส่กล่องอย่างทะนุถนอม นั่งสงบนิ่ง พวกคนงานทยอยกันออกไปจนหมด ธาวินจึงเอากล่องใส่ผ้ากับถุงพิณวางไว้ในที่สูงสุด แล้วพากันก้มคำนับ หัวจรดพื้น

อาหยางแอบดูอยู่ มองภาพทั้งสองก้มคำนับด้วยความสงสัย

ooooooo

เหมยวิ่งมานั่งร้องไห้ที่ลานซ้อม ธาวินตกใจคุกเข่าลงข้างๆ ถามว่าเป็นอะไร เหมยบอกว่าถูกป๊าตบ ธาวินถามว่าเพราะตนใช่ไหม ธาวินกุมปลายนิ้วเหมยไว้ด้วยความเป็นห่วง สงสารจับใจ

ขณะเดียวกัน แทนอยู่ในห้องพักคนงาน มือถือเขาสั่นขึ้น แทนรีบเปิดกระเป๋าที่ซ่อนสมาร์ทโฟนไว้รีบกดอย่างตื่นเต้น

“ครับพ่อ...รู้ที่คุมขังเหนือหัวแล้ว...มีคนของนายพลภูผาตามเราอยู่... ครับ ผมจะรีบพาเจ้าชายกลับไปคืนนี้”

เหมยร้องไห้ บอกว่าป๊าจะให้เลิกร้องเพลง แต่ตนอยากร้องเพลง ธาวินอาสาจะไปคุยกับเฮียโชค บอกเหมยว่า

“เหมยไม่ผิดที่ช่วยผมมันไม่เกี่ยวกัน เหมยต้องได้ร้องเพลง ต้องได้ทำในสิ่งที่เหมยรัก”

ขณะนั้นเอง แทนเข้ามาบอกธาวินว่า “เราต้องกลับบ้าน พ่อไม่สบายหนักต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้”

ธาวินหันไปมองเหมยด้วยสายตาเครียดหนักทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น หมิงก็วิ่งหน้าตื่นถือจดหมายน้อยของเหมยไปให้เฮียโชค หมิงบอกว่า

“เหมยทิ้งโน้ตไว้ บอกว่าจะขอไปอยู่เงียบๆสักพัก สบายใจแล้วจะกลับ ไม่ต้องห่วง แล้วจะติดต่อกลับมาเอง”

เฮียโชคให้โทร.เรียกเหมยกลับมาคุยกัน หมิงบอกว่าเหมยไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป เฮียโชคคำรามแทบคลั่งว่า

“ไอ้วิน เพราะไอ้วิน เหมยถึงได้เป็นแบบนี้ อาหยาง ไปเอาตัวไอ้วินมา”

หารู้ไม่ว่า ทั้งแทน ธาวิน และเหมยนั่งรถไฟไปไกลแล้ว โดยไม่ได้เอาจำปามาด้วย แทนติงว่าไม่น่าพามาด้วยเลย ธาวินบอกกับแทนว่า

“เราจัดการเรื่องนี้เองผู้พัน เราสัญญากับเหมยไว้ เราจะพาเหมยไปบ้านเรา...วังใต้เมฆ”

ooooooo

ที่บ้านบูรพาสมิง หลักชัยรายงานว่า ตอนนี้เจ้าชายธาวินดรนอยู่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆคือออกจากคณะสิงโตแล้ว ตันหยงบอกว่าตอนนี้คณะสิงโตกำลังตามหาเจ้าชายเพราะเมื่อวานมีเรื่องกัน

“บ้าจริง หลุดมือไปได้ยังไง เมืองไทยมีทางเข้าเวียงพะเนินแค่ทางเดียว ที่เขตติดต่อชายแดน ตันหยงไปกับฉัน” ระมิงค์เมืองสั่ง แต่ถูกบูรพาสมิงสั่งไม่ให้

ยุ่งกับเจ้าชายธาวินดรนอีก โทษว่าเพราะเธอไม่เข้มงวด ไม่รอบคอบ เพราะฉะนั้นหมดหน้าที่ของเธอแล้ว ระมิงค์เมืองประกาศว่า “น้องจะตามตัวเจ้าชายมาให้ได้”

“ไม่ต้อง เสือถูกปล่อยเข้าป่า มีแต่นายพรานเท่านั้นที่จะล่ามันกลับมา หลักชัย แกไปกับฉัน โทร.สั่งคนของเราทุกคน อย่าให้เจ้าชายธาวินดรนข้ามชายแดนไปได้...จนกว่าฉันจะไปถึง” บูรพาสมิงสั่งเหี้ยม

ระมิงค์เมืองขึ้นไปที่ห้องนอน นึกถึงรอยยิ้มของธาวิน ตันหยงเอาน้ำส้มไปให้ ถูกระมิงค์เมืองตวาด

“ออกไป ฉันไม่เรียก อย่าให้ใครโผล่หน้าเข้ามา”

พอตันหยงออกไป ระมิงค์เมืองคิดอย่างว้าวุ่นใจ

“หนีไปทำไมนะ...เจ้าชายธาวินดรน...”

ooooooo

แทน ธาวิน และเหมยมาพักกินข้าวกัน แทนว่าป่านนี้เฮียโชคด่าไล่หลังมาแล้วที่พาลูกสาวแกมาด้วย เหมยบอกว่าเดี๋ยวจะโทร.ไปคุยกับป๊าเอา ถามธาวินว่าบ้านอีกไกลไหมกว่าจะถึง

“ต่อรถไปอีกชั่วโมง แล้วก็เดินทางอีกนิดหน่อยครับ”

แทนหงุดหงิดที่แบตโทรศัพท์หมด จึงแวะชาร์จแบตก่อนเผื่อพ่อติดต่อมา ธาวินจึงขอแยกไปตามเหมยที่ไปเดินดูโทรศัพท์กะจะซื้อเพื่อโทร.กลับไปหาป๊า แต่นึกน้อยใจที่ถูกตบเลยไม่ซื้อ

พอเจอเหมย ถามว่าซื้อโทรศัพท์หรือยัง เหมยบอกว่ายังขอทำใจนิดหนึ่ง ไปถึงบ้านเขาค่อยโทร. ระหว่างนั้นเองธาวินเห็นชายชุดดำสองคนล้วงมือในเสื้อกำลังเดินตรงมา พอมันเอามือออกธาวินเห็นปืน เขาร้องบอกเหมยให้วิ่งแล้วคว้ามือวิ่งไป เหมยงงถามว่าใครจะทำร้ายเขา ธาวินบอกให้วิ่งไปก่อนแล้วจะเล่าทีหลัง

นอกจากชายชุดดำแล้ว บูรพาสมิงยังนั่งรถไล่ล่าธาวินอย่างสนุกสนานราวกับนายพรานล่าสัตว์ในป่า ไล่ยิงธาวินที่จูงมือเหมยวิ่ง พูดอย่างสะใจว่า

“ฉันไม่ให้แกตายง่ายๆหรอก ชีวิตแกต้องเป็นของเล่นให้ฉันล่า จนกว่าจะสะใจ ไอ้เจ้าชายธาวินดรน”

ธาวินพาเหมยวิ่งหนี เขาปกป้องเหมยพาวิ่งจนเหมยบอกว่าตนไม่ไหวแล้ว เมื่อเห็นบูรพาสมิงไล่ตามมา ธาวินพาเหมยหลบเข้าไปในซอก ดึงร่างเหมยไว้ในอ้อมอกปกป้องไว้ด้วยความรัก

แทนได้ยินเสียงปืนรู้ว่าเกิดเรื่องแล้ว เขาล้วงมีดสั้นอาวุธประจำตัวออกจากเป้ วิ่งออกไปทันที

ooooooo

สองฝ่ายต่อสู้กันในตลาด แทนจับลูกน้องบูรพาสมิงปาดคอแล้วแย่งปืนยิงสู้กับบูรพาสมิง

บูรพาสมิงหันยิงสู้กับแทน พอหันไปอีกที ธาวินและเหมยก็หายไปแล้ว บูรพาสมิงวิ่งเข้าซอยไป ลูกน้องรีบวิ่งตาม

ในที่สุด บูรพาสมิงก็ได้แต่เจ็บใจที่จับธาวินไม่ได้

เหมยวิ่งเหนื่อยจนหมดแรง ธาวินให้กำลังใจ ว่าอดทนอีกนิดเดียว เราต้องหาที่หลบพวกมันให้ได้ แล้วธาวินก็พบตึกร้างจึงพาเหมยเข้าไปหลบซ่อน

แทนวิ่งตามยิงบูรพาสมิงหมายสกัดไม่ให้ตามธาวิน พอดีเสียงรถตำรวจมา บูรพาสมิงจึงพาลูกน้องหลบไป

แทนหาธาวินกับเหมยไม่เจอ เขากลับไปที่บ้านลุงมินหรือนายพลกามินผู้เป็นพ่อที่อยู่กับนายพลสมชาติเพื่อนสนิทที่เกษียณแล้ว แทนพูดอย่างเสียใจว่า

“ผมผิดเองที่ปล่อยให้เจ้าชายเป็นอันตราย ให้ผมออกไปหาเจ้าชายเถอะพ่อ”

“อย่าเพิ่ง ตอนนี้ตำรวจกำลังตามหาตัวคุณจากเรื่องที่ยิงกันในตลาด” สมชาติห้ามไว้ แทนเป็นห่วงธาวิน นายพลกามินบอกให้รอก่อนถ้าแทนถูกจับไปตอนนี้เรื่องมันจะยุ่ง

สมชาติบอกว่าตนสั่งลูกน้องให้ออกตามหาตัวเจ้าชายแล้ว นายพลกามินเชื่อว่ายังไงเจ้าชายก็ต้องพยายามหาทางติดต่อเราทันทีที่ทำได้และเราจะไปรับเจ้าชายด้วยกัน แต่แทนก็ยังร้อนใจ

ในตึกร้าง ธาวินเดินสำรวจไปรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาก็เบาใจหันมาบอกเหมย เหมยบอกว่าตนกลัว

“ผมขอโทษนะเหมยที่พาคุณมาเดือดร้อน” ธาวินมานั่งตรงหน้าเหมยเอ่ยด้วยความเสียใจจริงๆ

“แล้วที่เกิดขึ้น มันคืออะไร ฉันไม่เข้าใจ ถึงกับยิงกันนี่ คือ...นายไม่ใช่คนร้ายใช่ไหม”

เหมยมองธาวินยังตกใจและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ooooooo

ที่บ้านเฮียโชค นอกจากทุกคนจะตกใจที่เหมยหายไปแล้ว ยิ่งว้าวุ่นเมื่อเอกเอื้อมาหาเหมยจะพบเหมยให้ได้เพราะพรุ่งนี้มีงานแถลงข่าวเพลงใหม่กับลีโอ ทั้งอาหยาง หมิง และจำปาต้องปดว่าเหมยป่วยหนัก ให้เลื่อนงานออกไปก่อน

เหมยกับธาวินยังอยู่ที่ตึกร้าง เหมยถามว่าทำไมเขาจึงถูกตามฆ่า ธาวินพูดความจริงไม่ได้ ได้แต่บอกว่าขอให้เชื่อว่าตนไม่ใช่คนร้าย ตนอยากบอกทุกอย่าง

แต่เรื่องทั้งหมดอาจเหลือเชื่อมาก จึงอยากให้เธอได้เห็นด้วยตาตัวเอง

จำปาโทร.มาถามตาสุขกับยายพรว่าธาวินพา

เหมยหนีมาที่นี่หรือเปล่า ตาสุขกับยายพรมาที่บ้านลุงมินบอกว่าธาวินพาลูกสาวเขาหนีมา ขาไปหลอกจำปาไปขากลับก็หลอกลูกสาวคนอื่นมาอีก บอกว่าจำปาเล่าให้ฟังหมดแล้ว ตนจะแจ้งตำรวจ ธาวินมีหวังติดคุกแน่

ยายพรโวยวายไม่เลิก ลุงมินโมโหบอกให้กลับไปก่อนตนกำลังยุ่ง ตาสุขบอกยายพรให้กลับไปก่อนเดี๋ยวถูกมันหักคอเอา ยายพรเต้นเหยงๆ บอกว่าไม่กลัว แต่เดินนำหน้าตาสุขลิ่วไปเลย

ระมิงค์เมืองยังอยู่ที่บ้าน ถามตันหยงว่าหลักชัยบอกอะไรมาบ้างไหม ตันหยงกดข้อความอ่านให้ฟังว่า

“บูรพาสมิง สั่งคนทั้งหมดออกล่าเจ้าชายอยู่ค่ะ”

เมื่อรู้ว่าพี่ชายจะฆ่าเจ้าชายธาวินดรนให้ได้

ระมิงค์เมืองโทรศัพท์ไปกล่อมนายพลภูผาผู้เป็นพ่อว่าอย่าให้พี่ชายฆ่าเจ้าชาย นายพลภูผาบอกว่า เจ้าชายธาวินเป็นเพียงเสี้ยนหนามเล็กๆ ยังไงวันหนึ่งก็ต้องตายพร้อมพ่อเขา

“ถ้าเราฆ่าเจ้าชาย แล้วข่าวแพร่ออกไปตอนนี้ ต่างชาติก็จะไม่มาลงทุนที่เวียงพะเนิน เรายังต้องการเงินต่างชาติมาเปลี่ยนแปลงเวียงพะเนินนะคะพ่อ”

นายพลภูผานิ่งไป ระมิงค์เมืองสีหน้ากังวลว่าพ่อจะเชื่อตนหรือไม่

ooooooo

ที่ตึกร้าง ธาวินออกไปซื้ออาหารกลับมา เหมยหนาวจนต้องกอดตัวเอง ธาวินบอกว่าคงเป็นไข้ เอ่ยขอโทษแล้วกอดเหมยให้ความอบอุ่น เหมยถามอีกว่าทำไมถึงมีคนอยากฆ่าเขา

“ผมเหมือนคนไม่มีแผ่นดิน ชีวิตเปลี่ยนไปชั่วพริบตา” แต่ไม่ทันบอกอะไรมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าคนทำให้ชะงัก ธาวินกระชับกอดเหมยนิ่ง เงียบ ครู่หนึ่งจึงเห็นเงาสูงใหญ่โผล่ขึ้นมา แทนกับลุงมินนั่นเอง ธาวินดีใจปล่อยกอดเหมยบอกว่า “ผมโทร.บอกพี่แทนว่าเราอยู่ที่นี่” เมื่อเห็นว่าทั้งสองไม่เป็นอะไร ลุงมินเร่งให้รีบไปจากที่นี่ พวกมันอาจจะตามเรามาก็ได้

เมื่อพากันไปที่บ้านแล้ว ธาวินบอกเหมยว่า

นี่คือบ้านของลุงมินพ่อของแทน ลุงมินบอกให้แทนพาเหมยไปพักก่อน แล้วตัวเองบอกกับธาวินว่า

“เจ้าชายไม่ควรพาผู้หญิงคนนี้มาด้วย เราจะให้ใครรู้ฐานะที่แท้จริงของเจ้าชายไม่ได้” ธาวินบอกว่าเหมยมีความหมายกับตน ลุงมินตกใจ “เจ้าชาย ยังไงเราก็จะไม่พาผู้หญิงไทยคนนี้ไปเวียงพะเนินด้วย ผู้หญิงคนนี้จะเป็นอันตราย พวกภูผามันตามล่าตัวเจ้าชาย ทางข้างหน้าของเรามีอันตราย ความเสี่ยง เราต้องส่งผู้หญิงคนนี้กลับให้เร็วที่สุด พ่อเขาก็กำลังรอลูกสาวกลับบ้าน”

สมชาติอาสาว่าพรุ่งนี้ตนจะไปส่งเธอเอง ธาวินสีหน้าลำบากใจแต่ก็ต้องยอมรับ เมื่อธาวินไปบอกเหมยว่าพรุ่งนี้เธอจะได้กลับบ้านแล้ว เหมยถามว่าแล้วเขาล่ะ แทนชิงตอบว่าเรื่องนั้นเธอไม่ต้องรู้ ธาวินบอกแทนว่าเขาขอคุยกับเหมยเอง บอกเหมยว่า “พักผ่อนก่อนนะเหมย แล้วผมจะเล่าให้คุณฟัง”

ooooooo

เฮียโชคทั้งแค้นและว้าวุ่นใจ บอกทุกคนว่าพรุ่งนี้จะไปแจ้งความเอาเรื่องธาวินให้ถึงที่สุด จำปาไหว้ขอโทษเฮียโชคแทนธาวิน อาหยางก็ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเหมยโตแล้ว

เฮียโชคบอกว่าโตแต่ตัว คิดทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยคิดถึงหัวอกพ่อแม้ จำปาแย้งซื่อๆว่า

“ที่เหมยหนีไป ก็เพราะเสียใจเรื่องทะเลาะกับเฮียนะคะ”

“ไม่ใช่เพราะอั๊ว เพราะไอ้วินคนเดียวต่างหาก ตั้งแต่มันมาอยู่ที่นี่ เหม่ยเหมยเปลี่ยนไปเพราะไอ้วินทั้งนั้น ถ้าไอ้วินมันรักตัวกลัวตาย ก็อย่ามาให้อั๊วเห็นหน้าอีก เพราะอั๊วจะลากมันมากระทืบแล้วฆ่าให้ตายคามือ”

เช้านี้ หมิงเข้ามาบอกว่าวันนี้มีเรื่องใหญ่แน่ เพราะมีงานเปิดตัวเพลงใหม่ อาหยางหวังว่าวันนี้อาจมีปาฏิหาริย์ก็ได้

เป็นเวลาเดียวกับที่เหมยอยู่ในชุดเดินทางแล้ว พูดกับธาวินว่าตนผิดเองที่หนีป๊ามาด้วยความน้อยใจและทิ้งงานมาเพราะมีงานต้องแถลงข่าวกับลีโอ ธาวินถามเชิงน้อยใจว่าเหมยคงเสียใจมาก

“ใช่ ฉันเสียใจ เสียใจเรื่องงานที่ฉันไม่รับผิดชอบ ไม่ใช่เรื่องพี่ลีโอ พี่ลีโอไม่มีความหมายอะไรกับฉันแล้ว พี่ลีโอไม่ใช่คนแรกที่ฉัน...คิดถึง” แล้วถามธาวินว่า

“วิน แล้วเธอจะกลับไปที่คณะอีกไหม”

“ผมต้องกลับไปสิครับ ผมสัญญาแล้ว ผมจะพาเหมยไปบ้านผม”

ทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกผูกพัน...

เหมยโทร.บอกเฮียโชคว่าตนอยู่บนดอยเที่ยวเพลินไปหน่อยแต่วันนี้จะกลับแล้ว เฮียโชคดีใจมากบอกทุกคนว่าเหมยจะกลับมาแล้ว จำปาถามว่าแล้วธาวินล่ะ อาหยางรีบดึงจำปาออกไปกลัวจะทำให้เฮียโชคโมโหอีก

เฮียโชคดีใจที่เหมยจะกลับมา สั่งอาหยางให้ไปซื้อของโปรดมาทำอาหาร ส่วนหมิงก็ดีใจบอกว่ากลับมาทันงานพอดี

ooooooo

หลักชัยสืบรู้ว่าบ้านจำปาอยู่ไหน จึงพาบูรพาสมิงไปดัก เห็นแทนขับรถมีสมชาตินั่งคู่และด้านหลังคือ กามิน เหมยและธาวิน บูรพาสมิงสั่งขับรถตามทันที

แทนบอกทุกคนว่ามีรถตาม กามินสั่งให้รีบไปขึ้นเรือ เมื่อถึงท่าเรือ สมชาติบอกให้ทุกคนรีบขึ้นเรือ ตนจะอยู่สกัดเอง กามินบอกให้เหมยไปกับสมชาติแต่ธาวินไม่ยอม ก็พอดีบูรพาสมิงตามมาทัน แทนชักปืนยิงทันที ธาวินดึงเหมยวิ่งตัดพุ่มไม้ไป กามินวิ่งตามยิงคุ้มกัน แต่เพราะเหมยกำลังเป็นไข้ วิ่งได้ไม่ทันไรก็ล้มลงหมดสติ

“เจ้าชาย เราจะเอาเหมยไปด้วยไม่ได้” กามิน บอกอีก แต่ธาวินก็กอดเหมยไว้พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เราจะไม่ทิ้งเหมย เราพาเขามา เราต้องรับผิดชอบ” สมชาติเร่งว่าเรือมาแล้ว ธาวินตัดสินใจทันทีบอกว่าเราจะพาเหมยไปวังใต้เมฆ แล้วอุ้มเหมยในสภาพหมดสติลงเรือบ่ายหน้าไปทางชายแดนฝั่งเวียงพะเนินทันที

“คิดว่าจะกลับบ้านหรือ เจ้าชายธาวิน” บูรพาสมิงคำราม ขณะวิ่งมาหยุดยืนมองที่กลางสะพาน

ฝ่ายนายพลภูผาและขุนพล พอรู้ว่าพวกธาวินกำลังนั่งเรือออกจากเขตแดนไทย ก็ยิ้มเหี้ยมพูดกันอย่างสาแก่ใจว่า

“เราต้องเตรียมต้อนรับเจ้าชายให้สมเกียรติ”

เมื่อเรือถึงฝั่งเวียงพะเนิน ทั้งหมดจึงถูกคุมตัว ธาวินประคองร่างเหมยไปที่รถอีกคันหนึ่งแล้วตัวเองลงจากรถ แทนกับกามินอยู่รถอีกคัน ถูกทหารมีอาวุธครบครันควบคุมอย่างเข้มแข็ง นายพลภูผายืนตระหง่านพูดอย่างผู้ชนะว่า

“ขอต้อนรับกลับสู่เวียงพะเนิน เยี่ยงนักโทษ... ธาวินดรน...”

ทั้งสามมองนายพลภูผาและขุนพลด้วยแววตาเจ็บแค้น ขมขื่น

นายพลภูผาส่งกามินกับแทนเข้าคุก ส่วนธาวินให้อยู่ที่วังในฐานะนักโทษชั้นดี จนกว่าจะตกลงเรื่องบางอย่างกันได้ ทหารอีกสองคนลากเหมยที่ยังไม่ได้สติลงจากรถ ธาวินตะโกนลั่น

“ห้ามใครแตะต้องผู้หญิงคนนั้น” แล้วธาวินก็อุ้มเหมยเดินนำหน้าแทนกับกามินเข้าไปในวัง

ooooooo

เฮียโชครอเหมย คอยแล้วคอนเล่าเหมยก็ยังไม่มา จนเฮียเกิดอาการวูบเวียนหัวเซจะล้ม อาหยางบอกให้เจ็กไปนอนพักก่อนเครื่องลงเมื่อไรจะรีบปลุก หมิงตามเฮียโชคเข้าไปบอกว่าตนจะดูแลเจ็กเอง

ขณะเดียวกัน จำปากำลังยืนขวางไม่ให้ลีโอเข้าบ้าน อาหยางรีบออกไปกัน เมื่อห้ามไม่ฟังอาหยางเลยชกหน้าปรามว่า

“กลับไปเสีย เหมยพร้อมเมื่อไหร่จะกลับไปทำงานเอง”

“แกสองคนจำไว้เลย” ลีโอชี้หน้าอาหยางกับจำปา พอเห็นจำปาหันไปคว้าถังขยะก็รีบเผ่น แอบไปถามสุ่นว่าพวกอาหยางเอาเหมยไปไว้ไหน สุ่นบอกไม่รู้ พอลีโอด่าเหมยว่า “โธ่เอ๊ย ทำเป็นหวงตัว ที่แท้ก็แอ๊บ ของดีๆไม่ชอบ ชอบกินของต่ำ”สุ่นไม่พอใจถามว่า ว่าคุณเหมยหรือ เสียงแข็งใส่ลีโอว่า

“ว่าคุณเหมยไม่ได้นะครับ ต้องด่าไอ้วินที่มันหลอกคุณเหมยไป”

“เออใช่ เหมยนายแก วิเศษเหมือนนางฟ้านางสวรรค์” ลีโอแดกดันที่สุ่นก็ปกป้องเหมย เมื่อกลับไปรายงานเสี่ยอ๊อดว่าเหมยหนีตามคนเชิดสิงโตไป บอกเสี่ยว่าต้องจัดการอะไรสักอย่าง ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปตนจะซวยด้วยเพราะเพลงกำลังจะโปรโมตอยู่แล้ว

“จัดการแน่ ถ้าฉันต้องเสียรายได้เพราะเรื่องนี้ คอยดู ไม่ว่าเป็นตัวทำเงินแค่ไหนฉันก็จะฟ้องให้หมดตัว”

เอกเอื้อแอบฟังอยู่ตกใจ ภาวนาขอให้อะไรก็ได้ ช่วยดลใจให้เมญ่ารีบกลับมาทีเถิด

ooooooo

เหมยยังไม่ฟื้น ถูกนำตัวมานอนพักอยู่ในห้องเจ้าชายธาวินดรน โดยมีนางกำนัลสองคนเปลี่ยน

เสื้อผ้าและเช็ดตัวให้ ส่วนธาวิน แทน และกามิน ถูกนำไปเป็นตัวประกันบีบบังคับให้เจ้าสัตยาพระนามเปลี่ยนแปลงการปกครอง

“ถ้าเราไม่พบพ่อ จะไม่มีการตกลงอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น คนของเราทุกคนที่รออยู่นอกเวียงพะเนิน พร้อมจะทำตามแผนที่วางไว้” เจ้าชายธาวินดรนเด็ดเดี่ยว

กามินเสริมว่าเพื่อนของเจ้าสัตยาที่มีความสัมพันธ์อันดีกันมาตลอดเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ คงไม่ปล่อยให้เจ้าสัตยาอยู่ใต้อำนาจชั่วนานนัก

ขุนพลจึงให้เจ้าชายพักผ่อนก่อนอ้างว่าเพื่อนของเจ้าชายคงต้องการให้เจ้าชายไปดูแล นายพลภูผาหว่านล้อมว่ายังมีเวลาอีกหลายวัน ระหว่างนี้ทุกคนจะอยู่กันสุขสบายตามปกติภายใต้การดูแลของตน เมื่อเจ้าชายธาวินออกไปแล้ว นายพลอินทรีบอกนายพลภูผาว่า “ผู้หญิงคนนั้นคือจุดอ่อนของธาวินดรน”

“รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่เจ้าสัตยามันจะมีคนให้ความช่วยเหลือ” นายพลภูผากำชับ

ฝ่ายขุนพลเข้าพบเจ้าสัตยาในคุก เจ้าสัตยาถามว่าเขาไม่ได้ทำร้ายธาวินดรนใช่ไหม ขุนพลบอกว่ายังไม่มีคำสั่งจากท่านภูผา เจ้าสัตยาหว่านล้อมว่า ถ้าเห็นแก่คำสัตย์สาบาน ให้ช่วยธาวินดรนออกไปและถ้าต้องการทรัพย์สินมากเท่าไรก็จะให้

“ท่านทำให้ข้าสูญเสียลูกชายผู้สืบสกุล สมบัติมีค่าที่สุดในชีวิต เวลานี้ก็เป็นเวลาของท่านจะลิ้มรสความเจ็บของคนเป็นพ่อเช่นข้า” ขุนพลพูดอย่างเจ็บแค้นก่อนเดินออกไป เจ้าสัตยาทรุดลงด้วยความเป็นห่วงองค์รัชทายาท

ooooooo

เมื่อเหมยฟื้นขึ้นมา พบตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกและกลายเป็นสาวเวียงพะเนินไปแล้ว เธอถามธาวินว่าตนอยู่ไหนทำไมแต่งตัวอย่างนี้

“ห้องของเจ้าชาย วังใต้เมฆ เวียงพะเนินครับ”

เหมยถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ตนต้องกลับไปหาป๊า พลางลุกจะออกไป เจ้าชายธาวินบอกว่าเธอออกไปไม่ได้ เธอต้องอยู่ที่นี่ ตนอนุญาตให้อยู่ ยังความงุนงงและว้าวุ่นใจแก่เหมยมาก คาดคั้นให้ธาวินเล่าความจริงให้ฟัง

เมื่อเจ้าชายธาวินดรนให้ฟังและพูดความจำเป็นที่ตนต้องปลอมเป็นเด็กเชิดสิงโตในคณะเฮียโชค เหมยโกรธมากหาว่าเขาโกหกตนกับป๊าและคงแอบหัวเราะเยาะตนกับป๊ามาตลอดที่ดูไม่ออกว่าเขาเป็นใคร เหมยจะถอดสร้อยออก เจ้าชายรีบห้ามบอกว่าเธอสัญญาแล้วว่าจะใส่ไว้ใกล้หัวใจที่สุด เหมยโต้ว่าตนสัญญากับธาวินเด็กเชิดสิงโตไม่ใช่เจ้าชายธาวินดรน

เหมยถอดสร้อยออกจนได้ พูดอย่างเสียใจและโกรธมากว่า “ฉันเกลียดที่สุดคือคนโกหก ไม่จริงใจ คำโกหกถึงแม้คำเดียวมันก็ไม่ต่างอะไรกับยาพิษ คนระดับคุณคงเข้าใจเรื่องที่ฉันพูดได้ไม่ยาก...เจ้าชายธาวินดรน”

ธาวินเสียใจอย่างที่สุด ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทันทีที่ฐานะเจ้าชายของตนเปิดเผยออกมา

ที่วังใต้เมฆนี่เอง บูรพาสมิงตำหนิระมิงค์เมืองที่โทร.ขอชีวิตเจ้าชาย ระมิงค์เมืองบอกว่าตนแค่ไม่อยากให้พี่ใจร้อนจนเสียเรื่อง บูรพาสมิงดักคอว่า ดูท่าน้องจะห่วงเจ้าชายมากเกินไปแล้ว ระมิงค์เมืองอ้างว่าตนแค่ห่วงงาน

“ไม่ว่าจะเหตุผลไหน จำไว้ ตระกูลเจ้าสัตยาแย่งทุกอย่างของตระกูลเราไป ทั้งสมบัติ อำนาจ แล้วก็บัลลังก์เวียงพะเนิน คนที่ต้องเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิงคือเราสองคนพี่น้อง ไม่ใช่ธาวินดรน” บูรพาสมิงตอกย้ำเสียงเข้ม

ฝ่ายเฮียโชคคอยการกลับมาของเหมย เครียดจนต้องเข้าโรงพยาบาล จำปากับหมิงได้แต่กลุ้มใจที่ไม่รู้จะติดต่อเหมยได้อย่างไร

ooooooo

เมื่อเหมยยืนยันจะกลับบ้าน ธาวินบอกว่าตนจะทำตามที่เธอต้องการ แล้วบอกพวกทหารว่าตนอยากเยี่ยมแทนและกามินเดี๋ยวนี้ เมื่อได้พบกัน กามินย้ำว่าเจ้าชายอย่าตกลงอะไรกับนายพลเจ้าเล่ห์นั้นเด็ดขาด

เจ้าชายรับปากว่าจะถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด แทนย้ำว่าจนกว่าคนของเราจะพร้อม

หลังจากเหมยยื่นคำขาดกับธาวินแล้ว เมื่อใจเย็นลง เธอก็นึกเห็นใจว่า “เจ้าชายธาวิน คุณต้องเจอกับอะไรที่นี่บ้าง?”

เมื่อเจ้าชายได้พบนายพบภูผา ก็บอกว่าตนต้องการพบท่านพ่อ

“ได้ หวังว่าคงจะคุยเรื่องที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง อย่าคิดจะวางแผนสู้กับกองกำลังของเรา เพราะนั่นเท่ากับเจ้าชายเร่งให้เจ้าสัตยาต้องตายอย่างทรมาน”

แต่นายพลภูผาหารู้ไม่ว่า ในขณะที่ตนมุ่งแย่งชิงบัลลังก์จากเจ้าสัตยานั้น ในครอบครัวกำลังเกิดคลื่นใต้น้ำระหว่างดาราเลิศภรรยาคนที่สองกับระมิงค์เมืองลูกสาว เพราะต่างก็หมายตาตำแหน่งเจ้าหญิงแห่งเวียงพะเนิน

เมื่อดาราเลิศเข้าไปคุกคามดูถูกเหมยว่า เพื่อนเธอคือเจ้าชายไร้บัลลังก์ ธาวินดรนกำลังกลับมาหาที่ตายเหมือนพ่อ เหมยจึงรู้ว่าดาราเลิศเป็นฝ่ายกบฏ

“ยังไงเธอก็ไม่ได้กลับบ้านง่ายๆ ที่นี่สามีฉันนายพลภูผาคือผู้นำ เป็นคนชี้เป็นชี้ตายทุกคน วังใต้เมฆไม่ใช่ที่ของธาวินดรนกับเจ้าสัตยาอีกแล้ว” ดาราเลิศสั่งให้ทหารและนางกำนัลพาเหมยออกไป

ทันทีที่เหมยออกไป ระมิงค์เมืองที่แอบฟังอยู่ก็ปรากฏตัว ดาราเลิศตำหนิว่าระมิงค์เมืองแอบฟัง ไม่มีใครสั่งสอนหรืออย่างไร เธอโต้ว่าตนยังไม่อยากเผยตัวเพราะงานยังทำไม่เสร็จ ดาราเลิศเย้ยว่าทำเป็นฉลาด

“คุณเป็นแม่เลี้ยงฉัน เราไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด อย่าอวดดีมาสั่งสอนหรือดูถูกฉันเป็นอันขาด” ระมิงค์เมืองจ้องหน้าดาราเลิศอย่างไม่หวั่นเกรงแล้วสะบัดออกไป ดาราเลิศจิกตามองตาม พึมพำ

“คิดว่าจะได้ขึ้นเป็นเจ้าหญิงระมิงค์เมืองล่ะซิ” ดาราเลิศยิ้มร้าย พูดอย่างหมายมาด “บนบัลลังก์เวียงพะเนินต้องมีฉันเป็นเจ้าหญิงคนเดียว”

ooooooo

ขุนพลนำเจ้าชายธาวินดรนไปพบเจ้าสัตยาที่คุกชั้นบน คำแรกที่เจ้าสัตยาถามเจ้าชายคือ พวกมันทำร้ายลูกหรือเปล่า เจ้าชายทุกข์ระทมใจแสนสาหัสเมื่อเห็นสภาพของท่านพ่อ เอ่ยน้ำตาคลอว่าท่านพ่อลำบากกว่าลูกมากเหลือเกิน

ขุนพลเร่งว่าเวลาเยี่ยมมีไม่มาก รีบพูดสิ่งที่ต้องการพูดเสีย

“ไม่ต้องห่วงชีวิตพ่อ หน้าที่ของลูกคือ จงรักษาแผ่นดินเวียงพะเนินไว้ให้ประชาชน” ขุนพลปรามว่าอยากตายต่อหน้าลูกหรือเจ้าสัตยา เจ้าชายสวนขุนพลไปอย่างไม่พอใจว่า

“ถ้าเจ้าแตะต้องท่านพ่อ เจ้าจะไม่มีวันได้สิ่งที่เขาต้องการที่สุด ไอ้คนทรยศ”

เพียงครู่เดียวนายพลภูผาก็บอกว่าหมดเวลาครอบครัวแล้ว เจ้าชายบอกเจ้าสัตยาว่าลูกจะมาอีกเจ้าสัตยาเตือนเจ้าชายว่าให้ระวังตัวด้วย เมื่อเจ้าชายออกไปแล้ว เจ้าสัตยาพึมพำอย่างเชื่อมั่นและภูมิใจว่า

“ธาวินดรน สายเลือดของฉันจะไม่มีวันยอมแพ้คนชั่ว”

ส่วนนายพลอินทรีก็แยกไปหว่านล้อมเหมยว่า “เรารู้เรื่องที่เจ้าชายไปอาศัยอยู่ที่บ้านเธอ คณะเชิดสิงโต” อ่อยว่า “เจ้าชายธาวินดรนควรจะมีชีวิตวัยหนุ่มที่ยาวนานมีความสุข ไม่ต้องแบกรับหน้าที่หนักอึ้ง”

เมื่อเหมยบอกว่าธาวินเป็นคนรับผิดชอบ เขาต้องเป็นเจ้าชายที่อยากดูแลบ้านเมืองของตัวเอง

“เวียงพะเนินต้องการเปิดประเทศ ต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเจ้าชายยอมเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายที่นี่ เลือกไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา มีชีวิตสนุกสนานที่เมืองไทย มีชีวิตคู่กับเธอ”

เหมยบอกว่าตนตัดสินใจแทนธาวินไม่ได้ ถามว่าพวกเขาจะฆ่าธาวินหรือ นายพลอินทรีบอกว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องถึงขึ้นนั้น ถ้าเจ้าชายจะเชื่อฟังคนอื่นบ้าง นายพลอินทรีหลอกล่อเหมยก่อนเดินออกไปว่า

“ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กฉลาด แล้วก็เป็นห่วงเจ้าชายมาก เหมยถ้าเธอช่วยเปลี่ยนใจเจ้าชาย เธอจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น”

เมื่อธาวินกลับมา เหมยถามว่าไปไหนมาตนเป็นห่วง ธาวินบอกเหมยว่าเธอยังกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้ เหมยบอกว่ารู้พวกที่จับเขามาคงไม่ปล่อยตนกลับไปง่ายๆคนเดียว เหมยเรียกธาวินว่าเจ้าชาย ธาวินขอให้เรียกเขาเหมือนเดิม

“ไม่ได้หรอก ที่นี่เธอคือเจ้าชายไม่ใช่คนงานในคณะ เจ้าชายคะ ป๊าต้องเป็นห่วงฉันมาก ฉันอยากติดต่อป๊า”

เหมยกับเจ้าชายไปขอโทรศัพท์กับดาราเลิศและนายพลภูผา นายพลถามเจ้าชายว่ามีใครในวังใต้เมฆบ้างที่จงรักภักดีกับเจ้าสัตยา เจ้าชายบอกว่าไม่รู้ นายพลภูผาเอาปืนจ่อบอกว่าหนึ่งชื่อแลกกับการโทรศัพท์ เหมยบอกว่างั้นตนไม่โทร. เจ้าชายท้าว่าถึงยิงตนตรงนี้ ก็จะบอกได้คำเดียวว่าไม่รู้

“อย่าให้เลือดตกต้องท้องพระโรง มันจะเป็นอาเพศ” ดาราเลิศขัดขึ้น นายพลภูผาจึงลดปืนลง ดาราเลิศส่งโทรศัพท์ให้เหมยบอกว่า “รีบโทร. รีบวาง ถ้าพูดอะไรที่เกี่ยวกับที่นี่ เธอจะโดนตัดลิ้น”

เหมยรับโทรศัพท์มองหน้าเจ้าชาย เจ้าชายพยักหน้าเหมยจึงกดถึงเฮียโชค หมิงเป็นคนรับสาย รีบส่งต่อให้เฮียโชคด้วยความตื่นเต้น เหมยรีบบอกว่า ตนสบายดี มาเที่ยวกับธาวินและแทน เฮียโชคเร่งให้รีบกลับป๊าคิดถึง

สุ่นรับใช้ลีโอมาเลียบเคียงถามจำปาว่าเฮียโชคอยู่โรงพยาบาลไหน แล้วลีโอกับเสี่ยอ๊อดก็พากันไปหา รุมกันขู่ว่าเหมยหายตัวไปไม่กลับมาทำงานภายในสามวันตนจะฟ้องเรียกค่าเสียหายสิบล้าน ขู่แล้วลีโอรีบชวนกลับก่อนที่เฮียโชคจะช็อกตาย

ooooooo

ธาวินขอโทษเหมยที่ทำให้เธอต้องจากบ้านจากคนที่รักมา เหมยบอกว่าตนจากป๊าเดี๋ยวก็ได้เจอกัน แต่เจ้าชายกับพ่อ...เหมยพูดทิ้งไว้แค่นั้น ธาวินซึ้งใจมากบอกเหมยว่าตนต้องช่วยท่านพ่อออกมาให้ได้

เหมยคิดถึงคำหว่านล้อมของนายพลอินทรี ตัดสินใจชวนเจ้าชายกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ได้รับคำตอบที่เด็ดเดี่ยวจากเจ้าชายว่า

“ผมเกิดที่นี่ ประชาชนของผมอยู่ที่นี่นะเหมย”

“แต่เจ้าชายต้องเสี่ยงมาก ถ้าคิดจะสู้กับพวกนายพลภูผา”

“ผมยอมตาย แต่จะไม่ยอมยกแผ่นดินให้คนขายชาติ” ธาวินน้ำเสียงจริงจัง แววตามุ่งมั่น เหมยมอง

อย่างห่วงใยกลัวธาวินจะเป็นอันตราย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.