ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดอกไม้ใต้เมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เป่าจินจง" ส่ง "ดอกไม้ใต้เมฆ" ลงจอ "เด่นคุณ งามเนตร" ประกบ "แยม มทิรา"


อาหยางถามเหมยว่าคนงานใหม่มาจากไหนท่าทางไม่เหมือนพวกสุ่นเลย เหมยว่าคงมาจากต่างจังหวัดตนก็ไม่ได้ถามแต่ก็สังเกตเขาอยู่เหมือนกัน

“เขามาฝึกเชิดสิงโต ท่าทางเก่งนะ แต่จะทนความโหดได้กี่วันไม่รู้” หมิงบอกอาหยางพยักหน้า แล้วถามเหมยว่าวันนี้ไม่ร้องเพลงหรือ หมิงจึงเพิ่งนึกได้ว่าพี่เอกเอื้อไลน์มาบอกว่าให้เข้าบริษัท อาหยางบอกว่างั้นก็รีบไปเลย

ที่ห้องทำงานของเสี่ยอ๊อด เสี่ยบ่นเอกเอื้อว่าแค่เมญ่ามีรูปคู่กับลีโอเท่านั้นทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ นักหนา

“เพราะจุดขายของเมญ่ามันเป็นลักษณะไอดอลไงล่ะเสี่ย ต้องขายทั้งความสามารถ หน้าตา ภาพลักษณ์ แล้วพอมาแนวนี้ เรื่องมีแฟนมันก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะแฟนคลับเขาจะคาดหวังความเหมาะสม ดีงามไปด้วย”

“ไร้สาระ นี่มันยุคไหนแล้ว ศิลปินมันก็คนนะ จะมีผัวมีเมียมันก็เป็นเรื่องธรรมดา”

“เฮียฮ้า... สาเหตุที่เมญ่าดังเป็นพลุแตก ทำเงินให้เสี่ยอย่างมหาศาลภายในปีเดียวนี่ก็เพราะเมญ่ามีภาพที่ต่างจากคนอื่นนะ ตอนนี้ค่ายอื่นเขาก็พยายามเฟ้นหาศิลปินแนวนี้กันทั้งนั้น อีกไม่นานหรอก ดาราที่ขยันสร้างข่าวฉาวจะไม่มีที่ยืน เสี่ยรอดูได้เลย”

เสี่ยอ๊อดทำหน้าไม่อยากเถียง เปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วลีโอหลานตนไปถึงไหนแล้ว อย่าให้เงียบเหมือนเพลงชุดแรกนะ ย้ำว่าทำยังไงก็ได้ให้ลีโอหลานตนดัง มีกระแส เอกเอื้อถามว่ากระแสแบบไหน นักร้องคาสโนว่าหรือว่าศิลปินติดปาร์ตี้ เสี่ยตัดบทว่า

“มันหน้าที่ของฝ่ายดูแลศิลปินอย่างเธอนะเอกเอื้อ ถ้าฉันคิดเองได้ ฉันจะจ้างเธอมาทำไม คิดสิ กระแสอะไรที่จะทำเงินให้บริษัทฉัน คิดออกไหม”

“คิดได้ปุ๊บปั๊บ ปังเลยค่ะ” เอกเอื้อประชดแล้วเดินก้นบิดออกไป เสี่ยอ๊อดมองตามอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ไข่มุกเจ็บใจที่เล่นงานเมญ่ากับเอกเอื้อไม่ได้ บอกเจ๊ตุ๋มเจ้าของสถานี โอ้ว ว๊าว ว่า

“ถ้าเรากระชากหน้ากากเมญ่าได้นี่จะเป็นข่าวใหญ่ ข่าวเด็ดที่ทำให้สถานี โอ้ว ว๊าว ล้วง แคะ แกะเกาของเรายกระดับเป็นสถานีเบอร์หนึ่งชั่วข้ามคืนเลยนะ”

เจ๊ตุ๋มถามว่าที่หนึ่งเลยใช่ไหม ไข่มุกรับรองว่าล้านเปอร์เซ็นต์ ตนเห็นมาเยอะแล้ว พวกแอ๊บๆ ทำใสซื่อรับรางวัล เบื้องหลังกลิ่นคาว น้ำเน่าน่าอาย เราต้องกระชากหน้ากากศิลปินพวกนี้ออกมาแฉ

“ก็จริงนะ เรื่องแฉนี่มันงานของเรา สื่ออย่างเราจะปล่อยให้วัยรุ่นหลงเชื่อศิลปินพวกนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้เรตติ้งสถานีเรามันก็ยังต่ำมากกกกก”

“ให้ไข่มุกตามเรื่องฉีกหน้ากากเมญ่านะคะ”

“โอเค จัดมาให้หนัก ให้แรง เอาให้กระฉ่อน ถ้าข่าวนี้ฮอตจริงเจ๊จะยกรายการให้เธอทำเลย”

“โอ้ว ว๊าว นี่แหละค่ะ ความฝันของไข่มุก พิธีกรรายการบันเทิงเบอร์หนึ่ง”

“เจ๊ตุ๋มต้องที่หนึ่งเท่านั้น โอ้ว ว๊าววววว” เจ๊ตุ๋มทำท่าโอเว่อร์จนไข่มุกแอบเบะปาก

ooooooo

เกรียงเพชรแห่งค่ายเพลงเคพีมิวสิค หัวเสียอย่างหนักเมื่อ คริส อัคนี ร็อกเกอร์ดังของค่ายมีข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละเดือน ข่าวกระทืบขาโจ๋คาผับบ้าง เมาซิ่งแหกด่านบ้าง คลิปหลุดบ้าง

เมื่อเกรียงเพชรเรียกไปเตือนก็เถียงว่า มันเป็นวิถีชาวร็อก ถูกเกรียงเพชรด่าว่า

“วิถีชาวนรกน่ะสิ กระแสแฟนคลับที่เขารับไม่ได้มีมากขึ้นทุกวัน สื่อทีวี วิทยุเขาก็เริ่มแบนเราหลายรายแล้ว งานโชว์ตัวถูกแคนเซิล เสียหายเท่าไหร่รู้บ้างหรือเปล่า”

เกรียงเพชรบอกว่าตนจะจัดแถลงข่าวและให้คริสขอโทษแฟนๆ ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีแล้วขอโอกาสกลับตัว

“ผมไม่ทำเด็ดขาด แบบนั้นมันไม่ใช่ทางของผม”

“งั้นต่อไปนี้คริสก็เดินตามทางของตัวเองให้เต็มที่ไปเลย ไปทำเพลงอย่างที่อยากทำ อยากโปรโมตตัวเองให้มันฮาร์ดคอร์ขนาดไหนก็ตามสะดวก”

คริสยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่หารู้ไม่ว่า เกรียงเพชรสั่งลันตาเลขาทันทีว่า

“พรุ่งนี้จัดแถลงข่าว เคพียกเลิกสัญญาคริส อัคนี แล้วประกาศออดิชั่นหาศิลปินใหม่”

ลันตาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางตรงหน้าคริส พึมพำกับตัวเองว่า “กะอยู่แล้วพกไว้ต้องได้ใช้งาน” แล้วหยิบรูปวงร็อกในอดีตออกมาให้ดู มือกีต้าร์คือ เกรียงเพชร ท่าทางหน้าตาทรงผมเป็นแบบร็อกสุดๆ ลันตาบอกว่า

“คนพันธุ์ร็อกที่มองแต่เรื่องของตัวเอง ไม่แคร์โลก ไม่แคร์สังคมน่ะไม่ต่างอะไรกับไส้ติ่งอักเสบที่รอวันแตก... เคพีกีต้าร์เพลิง แห่งตำนานร็อกหูดับกล่าวไว้”

คริสเพ่งมองภาพนั้นจำได้อุทานว่าป๋าเกรียง ลันตาบอกว่า “ถูก...เคพี เท่ากับเกรียงเพชร โหดสลัดไหมล่ะชาวร็อก”

ลันตาดึงรูปกลับมาแล้วเดินออกไป เหลือคริส อัคนี นั่งอึ้งงงอยู่เพียงลำพัง

ooooooo

ส่วนค่ายเพลงของเฮียอ๊อดที่มีเอกเอื้อเป็นกำลังสำคัญ เอกเอื้ออบรมบ่มสอนเมญ่าอย่างเข้มงวดให้รักษาความดี ความขยันขันแข็งไว้ให้นานที่สุดอย่าให้เหมือนลีโอ ศิลปินหนุ่มสุดฮอต ขยันหาชื่อเสีย ไม่ใช่ชื่อเสียง

เมญ่ามีงานแน่นจนเอกเอื้อต้องปฏิเสธบางงาน วันนี้เอกเอื้อก็ปฏิเสธงานฟิตติ้งโฆษณาเพราะเมญ่า

ทำไม่ทัน ลีโอถามว่าแล้วตนล่ะทำไมเอกเอื้อไม่หางานโฆษณางานอีเวนต์ให้ตนบ้าง

“ว้าย...ผลงานเด่นไม่มี ความดังไม่ปรากฏ จะให้เอเจนซี่ เจ้าของงานที่ไหนเขามองเห็นหัวล่ะคะ น้องลีโอ” เมญ่ามองลีโออย่างสงสาร เอกเอื้อตัดบทว่า “เอาเป็นว่าซิงเกิลล่าสุด พี่ขอให้ปล่อยแล้วมีคนยอมดาวน์โหลดถึง ห้าพันก่อนนะคะ...ไปเมญ่า วันนี้มีคิวสัมภาษณ์หนังสือ”

ลีโอโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง ฟาดผ้าขนหนูกับเสาแล้วโยนทิ้งอย่างเจ็บใจ เมญ่ารำพึงกับหมิงว่าสงสารพี่ลีโอ หมิงถามว่าจะสงสารทำไมทำตัวเองแท้ๆ เมญ่าบอกลีโอร้องเพลงดี เต้นก็เก่ง

“พรสวรรค์น่ะใช่ แต่พรแสวงไม่มี เป็นศิลปินมันต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา หยุดนิ่งไม่ได้ พอดังแล้วก็ต้องรู้จักรักษาชื่อเสียง รักษาความดี เหมือนหนูน่ะเมญ่า”

เมญ่าบอกว่าตนโชคดีที่มีเอกเอื้อสั่งสอน เอกเอื้อก็ปลื้มที่ได้ปั้นเด็กกตัญญูอย่างเธอ

ooooooo

ในครัวคณะสิงโต ป้าเค็งทำข้าวต้มกระดูกหมูของโปรดของเหมย จำปาถามว่าเมญ่าน่ะหรือชื่อเหมย สุ่นสอดเข้ามาว่า จำปามาอยู่ที่นี่ไม่รู้จักลูกสาวเจ้าของคณะ สงสัยจะอยู่ได้ไม่นาน จำปาด่าว่าตนไม่ใช่พวกสอดรู้สอดเห็น

สุ่นหาเรื่องจำปา มีเด็กในคณะเชียร์เหยงๆ แทนขยับทันที ธาวินขอร้องให้แทนนั่งลง แทนจึงจำต้องนั่งลง

แทนติงว่าเจ้าชายไม่ต้องอดทนขนาดนี้ก็ได้ คณะสิงโตไม่เหมาะกับเจ้าชาย ธาวินพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เราจะอยู่ที่นี่ ผู้พัน เราต้องได้เชิดสิงโตต่อหน้าผู้นำเวียงพะเนิน”

เพราะเหมยไม่มีงานเช้าจึงกลับมานอนบ้าน เฮียโชคบ่นเสียดายที่แม่เหมยไม่อยู่แล้ว ถ้าแม่ยังอยู่ แม่คงดีใจที่เหมยเป็นนักร้อง แม่เขาชอบร้องเพลง แต่ก่อนป๊าต้องหัดร้องเพลงจีนกับแม่ แล้วเฮียโชคก็ฮัมเพลงจีนให้เหมยฟัง

ที่โรงเก็บหัวสิงโต ธาวินกำลังเล่นพิณ โดนมีแทนยืนเฝ้าที่ประตู ทำนองเพลงเดียวกับที่เคยเล่นที่เวียงพะเนินแต่เล่นที่เวียงพะเนินนั้นฟังสนุก ร่าเริง แต่เมื่อมาเล่นที่นี่ ฟังดูเศร้าสร้อย

เหมยได้ยินเสียงพิณ ถามป๊าว่าบ้านไหนเล่นดนตรีเพราะจัง

“ไม่นึกเลยว่าเราจะต้องมาเล่นเพลงเวียงพะเนินท่ามกลางหัวสิงโต” ธาวินกอดพิณรำพึงเศร้า

ooooooo

ด้วยความเห่อลูกสาว เฮียโชคให้คณะสิงโตวอร์มอัพด้วยการเต้นเพลงของเหมย ที่มีจังหวะ สนุกสนานคึกคัก โดยให้เหมยยืนข้างหน้าเต้นนำ

สุ่นเต้นยึกยือไม่ถูกจังหวะ แทนเต้นแข็ง ส่วนธาวินเต้นได้ตามจังหวะแข็งแรง คล่องแคล่ว สายตามองที่เหมยตลอดเวลา จำปาอยู่ในห้องครัวได้ยินเสียงเพลงสนุก ก็วิ่งออกมาเต้นด้วย

หลังการเต้นวอร์มอัพ แทนชมว่าลูกสาวเฮียโชคหน้าตาน่ารักไม่เห็นเหมือนพ่อ ธาวินที่มองเหมยยิ้มค้างอยู่รีบหุบยิ้มเก๊กหน้านิ่ง ส่วนจำปาพูดอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่วิน เมญ่า เมญ่าจริงๆ เมญ่า หมวยยุคใหม่” เหมยได้ยินหันมายิ้มกับจำปา

จากนั้นเฮียโชคใช้ธาวินให้ไปซื้อกระเพาะปลากับเป็ดย่าง บอกว่าวันนี้จะบำรุงลูกสาว จำปาได้ยินจะไปด้วย เฮียโชคไม่ให้ไปบอกว่าของนิดเดียว ไปคนเดียวก็พอ ใช้ให้จำปาไปทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าแทน

จำปาขัดใจที่ไม่ได้ไปกับธาวินเดินปึงปังกลับไปที่ครัว พูดพาลๆว่าเมญ่าตัวจริงไม่เห็นน่ารักสักเท่าไรเลย ป้าเค็งบอกว่าหนูเหมยน่ารักจะตายใครเห็นใครก็รัก

“ฉันคนนึงไม่รัก พี่วินก็ไม่รัก พี่วินเขาไม่ชอบผู้หญิงสไตล์นี้” ป้าเค็งว่าจำปาท่าจะบ้าหวงพี่ชายไม่เข้าเรื่อง จำปาหน้างอเดินไปทำอย่างอื่น ยังพูดอย่างไม่พอใจว่า “ฉันไม่ให้พี่วินรักใคร นอกจากฉัน”

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อธาวินไปซื้อกระเพาะปลากับเป็ดย่างเดินมาที่จอดรถภัตตาคาร ระมิงค์เมืองมาจอดรถกำลังปิดประตู ก็ถูกวัยรุ่นวายร้ายชิงกระเป๋าถือ ธาวินเห็นพอดีเขาเอาถุงกระเพาะปลาร้อนๆ ฟาดใส่หน้าจนมันต้องปล่อยกระเป๋า ธาวินกระโดดถีบซ้ำ มันเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีไป

ระมิงค์เมืองหยิบกระเป๋าถือเงยหน้ามองธาวินก็ถึงกับตกใจแต่เก็บอาการอย่างเร็ว ถามว่าจะตอบแทนเขาได้อย่างไร ธาวินบอกไม่ต้อง ก็จะขอขับรถไปส่ง

“ไม่เป็นไรครับผมอยู่ใกล้ๆนี่เอง คุณระวังตัวด้วยนะครับเผื่อมันย้อนกลับมา”

ธาวินเดินเร็วๆแยกไป ระมิงค์เมืองมองอย่างตกใจ กลับไปเล่าให้บูรพาเมืองฟัง พี่ชายถามว่า

“จะเป็นไปได้ยังไง เจ้าชายธาวินดรนจะอยู่คณะสิงโต”

ooooooo

แทนบอกธาวินว่าวันหลังไม่ต้องออกไปซื้อของข้างนอกตนไปเองดีกว่า แต่ธาวินเห็นว่าไปไม่ไกลและที่สำคัญไม่อยากให้ใครสงสัยด้วย

กลับมาแล้ว ธาวินถูกเฮียโชคใช้ให้ขัดรองเท้า แทนจะทำเอง เฮียโชคถามว่าใช้น้องชายเขาทำงานทีไรทำไมต้องขวางทุกที ธาวินจึงรีบไปทำ แทนพูดอย่างเจ็บปวดว่า อย่าให้หัตถ์ของเจ้าชายต้องแปดเปื้อน

ของต่ำแบบนี้ ธาวินเตือนว่า อย่าลืมว่าตอนนี้ ที่นี่ เราไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าชาย แทนติงว่า

“ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน เจ้าชายก็คือเจ้าชาย คือศักดิ์ศรี คือเกียรติยศแห่งเวียงพะเนิน เราลืมความจริงข้อนี้ไม่ได้”

ธาวินมองแทน นึกถึงอดีต ในวันที่ธาวินคือเจ้าชายธาวินดรน และทยุตเป็นผู้รวมรองเท้าเงาวับให้ในวันเข้าพิธีสถาปนา เจ้าชายธาวินช่างงามสง่าเหลือเกิน...

ในวันนั้น นายพลภูผา นายพลกามิน และนายพลอินทรี ยืนคุยกันอยู่ด้านหลัง นายพลภูผาเสนอว่าหลังพิธีสถาปนาเจ้าชายธาวินดรน เจ้าสัตยาเหนือหัวคงพิจารณาให้ต่างชาติมาลงทุนใหม่อีกครั้ง

นายพลกามินเห็นแย้ง นายพลภูผาเห็นว่าการหยุดนิ่งกับที่เท่ากับล้าหลัง นายพลกามินเห็นว่าควรค่อยเป็นค่อยไป ประชาชนของเราอาจจะยังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง หันถามนายพลอินทรีว่ามีความเห็นอย่างไร

“ผมเข้าข้างความถูกต้อง สิ่งไหนที่จะทำเพื่อแคว้นเวียงพะเนินของเรา ผมย่อมเห็นสิ่งนั้นสำคัญที่สุด”

งานนี้ระมิงค์เมืองและบูรพาสมิงยืนอยู่หลังห้องทั้งสองมีความเห็นว่าไม่ว่าพวกตนจะจากไปกี่ปี กลับมาเวียงพะเนินก็ยังเหมือนเดิม ไม่พัฒนา ดาราเลิศที่ยืนอยู่ด้วยพูดว่า

“นี่คือเหตุผลที่นายพลภูผาส่งลูกชายลูกสาวไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ ไม่ต้องให้คนที่นี่จำเธอสองคนได้”

ระมิงค์เมืองติงว่าน่าจะเป็นความคิดของแม่เลี้ยงอย่างคุณมากกว่า

“ถ้าจะแยกเธอให้ห่างจากพ่อ ฉันคงไม่เห็นด้วยที่จะให้พวกเธอกลับมาตอนนี้ จำหน้าเจ้าชายธาวินดรนองค์รัชทายาทไว้ให้ดี ถ้าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ก็จงเลือกเป็นศัตรู”

ดาราเลิศยิ้มร้าย บูรพาสมิงและระมิงค์เมืองยิ้มอย่างพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อพ่อ

ooooooo

ธาวินขัดรองเท้าไม่เป็น ทำยาขัดรองเท้าเปื้อน จมูกตัวเอง เหมยมาเห็นจึงส่งผ้าขนหนูของตนให้เช็ด ธาวินซึ้ง ชมว่าขนาดเธอเป็นถึงนักร้องดังเธอยังเฟรนด์ลี่ดี เหมยพูดสบายๆว่า

“จะเป็นนักร้องหรือจับกัง มนุษย์บนโลกนี้ก็สปีชีส์เดียวกันทั้งนั้นแหละ” พูดแล้วฉุกคิดได้ถามว่า “เดี๋ยวนะ เมื่อกี๊นายบอกว่าฉันเฟรนด์ลี่ นายรู้จักคำนี้ด้วยหรือ”

ธาวินอึกอักบอกว่าตนจำจากทีวี พอดีเสียงเฮียโชคเรียกเหม่ยเหมยถามว่ามาทำอะไรอยู่แถวนี้ ป๊าอยากคุยด้วย

เฮียโชคเรียกเหมยไปเตือนว่าไม่อยากให้ไปนั่งคุยกับลูกน้องในคณะ เดี๋ยวธาวินจะได้ใจคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นตีตัวเสมอลูกเจ้าของคณะ แทนเดินผ่านมาได้ยินเฮียโชคพูดถึงธาวินจึงหยุดแอบฟัง

ได้ยินเหมยบอกว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน แต่เฮียโชคว่ายังไงลูกเจ้าของคณะกับลูกน้องในคณะก็ไม่เท่ากัน ย้ำว่า

“เหม่ยเหมย ลูกเป็นศิลปิน จะคุยกับใครก็ต้องดูความเหมาะสม ลูกควรเลือกคนในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะพวกผู้ชาย เหม่ยเหมยไปนั่งคุยกับวินแบบนั้น ลูกอาจไม่คิดอะไร แต่ถ้าวินมันคิดล่ะ บอกตรงๆเลย ป๊าไม่อยากได้ลูกเขยที่ฐานะด้อยกว่า”

เหมยบอกว่าตนแค่คุยกับธาวินเรื่องทั่วไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ถามว่าป๊าคิดว่าตนเป็นแบบไหน แล้วเดินไป

แทนที่แอบฟังอยู่รำพึงว่า “เจ้าชายรัชทายาทกับนักร้องลูกคณะสิงโต ใครกันแน่ที่ไม่คู่ควร”

ooooooo

ขณะเฮียโชคกำลังกินข้าวกับเหมยนั่นเอง ลีโอก็ถือดอกไม้เข้ามา เหมยบอกว่าเพื่อนตนเอง ลีโอ สวัสดีเฮียโชคอย่างอ่อนน้อมและมอบดอกไม้ให้เหมย เฮียโชคยื่นมือไปรับแทน มองลีโอราวกับจงอางหวงไข่

ที่ข้างนอก อาหยางถือกล่องลูกพลับมาถามธาวินกับจำปาว่าเฮียโชคอยู่ไหม ธาวินบอกว่าอยู่ในบ้านคุยกับเหมยอยู่ ธาวินอาสาช่วยถือของให้ อาหยางส่งให้อย่างมีไมตรี

เฮียโชคกำลังชื่นชมลีโอว่ามีสัมมาคารวะดี เหมยบอกว่าพี่ลีโอช่วยสอนเรื่องเต้นให้ตนด้วย ก็พอดีอาหยางเข้ามา

“ลูกพลับครับ ม้าให้เอามาแบ่งเจ็กกับเหมย”

เฮียโชคแนะนำให้รู้จักลีโอบอกว่าศิลปินค่ายเดียวกับเหมย ดังมาก และไล่ธาวินออกไปได้แล้วครอบครัวเขาจะคุยกัน

อาหยางบอกเหมยอย่างภูมิใจว่าตนต้มน้ำรากบัวที่เหมยชอบมาฝากด้วยไม่รู้ว่าตอนนี้เหมยยังชอบอยู่หรือเปล่า เหมยบอกว่าชอบแต่มันหาซื้อยาก และชวนลีโอกินด้วย ลีโอปรายตามองบอกว่า

“ไม่ล่ะครับ ของแบบนี้ พี่ไม่ทาน ที่จริงวันนี้พี่อยากมาชวนเหมยไปทานไอติม”

อาหยางกระตุกใจที่ลีโอบอกว่าไม่กินของแบบนี้ ก็ต้องเศร้าใจอีกครั้งเมื่อลีโอชวนเหมยไปกินไอติมและเหมยยิ้มให้

เฮียโชคบอกลีโอว่าเอาไว้วันหลังดีกว่า วันนี้เหมยบอกแล้วว่าอยากอยู่กับป๊า ลีโอต่อรองว่าแป๊บเดียวเดี๋ยวพามาส่ง

เฮียโชคบอกว่าแป๊บเดียวก็ไม่ได้ ลีโอจึงลากลับ บอกเหมยว่าแล้วเจอกันที่บริษัท พอลีโอไปแล้ว เฮียโชคบอกว่า

“มันกล้าเข้าถ้ำเสือหวังจะล้วงลูกเสือ อั๊วต้องเตือนมัน นี่แค่เบาะๆ” เหมยมองป๊านึกในใจว่า นี่ถ้าป๊ารู้ว่าตนคบกับลีโอ...แล้วทำท่าคอขาดอย่างสยอง ส่วนลีโอพอออกไปก็บ่นอย่างดูถูกว่า

“หวงอะไรกันนักหนา แค่หัวหน้าคณะเชิดสิงโต ถ้าลูกสาวไม่ดัง ลีโอไม่มาเหยียบถึงบ้านหรอก”

จำปาหึงธาวินกับเหมย ธาวินบอกว่าเหมยมีแฟนแล้วเป็นนักร้องเหมือนกันชื่อลีโอ จำปาตื่นเต้นบอกว่าข่าวนี้ต้องอัพเฟซบุ๊ก มาวินรีบห้าม จำปาจึงจำต้องรับปาก ก็พอดีคนงานมาบอกว่าป้าเค็งให้มาตามไปซักผ้า จำปาบ่นพลางลุกไปว่าใช้จัง ธาวินถามว่าจะกลับบ้านไหม อยู่ที่นี่เหนื่อยนะ จำปาตอบอย่างไม่ลังเลว่า

“พี่วินทนได้ จำปาก็ทนได้”

ooooooo

เย็นนี้ มาวินเล่นพิณอยู่มุมหนึ่ง เหมยเดินมาดูถามว่าเมื่อคืนคงเป็นเขาเล่นใช่ไหม ถามว่าเล่นเพลงอะไรเพราะมากเลย

มาวินเผลอบอกว่าเพลงบ้านตน พอถูกซักว่าอยู่จังหวัดไหน ก็บอกว่าตนอยู่หลายจังหวัด เหมยเดินเข้ามาดูใกล้ๆ เป็นพิณเป็นสีดำ ชมว่าสวยดีนะเขาเรียกอะไร มาวินถามว่าคุณเหมยอยากฟังหรือ เหมยบอกว่า เรียกตนว่าเหมยเฉยๆก็ได้ บอกว่าอยากฟัง มาวินจึงเล่นให้ฟัง

ระหว่างนั้นเหมยนึกสนุกเอานิ้วเข้าไปแหย่ที่สายพิณทำให้เสียงแปร่ง ต่างหัวเราะกันขำๆ ธาวินกอดพิณไว้อย่างมีความสุข

เมื่อถึงเวลาซ้อมเชิดสิงโต เฮียโชคเล่าตำนานเรื่องสิงโตให้ลูกน้องฟังว่า

“การเชิดสิงโตเพื่ออวยพร คือการจำลองเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์ชิง เขาเล่ากันว่ามีสัตว์ประหลาดลงมาจากฟ้า มาหมอบทำความเคารพเฉียนหลงฮ่องเต้ พอข่าวนี้ออกไปถึงชาวบ้าน ก็ไม่มีใครเคยเห็นว่าหน้าตาจริงๆ มันเป็นยังไง มีแต่คำพูดกันปากต่อปากว่า มันคล้ายหมาปักกิ่งตัวโตๆ พวกชาวบ้านก็เลยใช้หน้าตาท่าทางของหมาปักกิ่งเป็นต้นแบบ”

ธาวินมองสิงโตแล้วอดนึกย้อนไปถึงการแสดงระบำหน้ากากของเวียงพะเนินไม่ได้...

ooooooo

เฮียโชคยังคงสาธยายศิลปะการเชิดสิงโต สุ่นถามว่างานต้อนรับผู้นำเวียงพะเนินจะจัดไปแค่ไหน เฮียบอกว่าเอาชุดใหญ่ บอกให้ตั้งใจซ้อมให้ดีถึงเวลาแล้วจะคัดเลือกอีกที ตอนนี้ให้แยกย้ายกันไปจับคู่ซ้อมก่อน

ธาวินมุ่งมั่นที่จะไปเชิดสิงโตในวันต้อนรับคณะผู้นำเวียงพะเนิน แต่สุ่นก็คอยหาเรื่องจนจำปาทนไม่ไหวจะเอาเรื่อง

“อดทน จำปา เราต้องรู้จักอดทน จนกว่าจะถึงเวลาของเรา” ธาวินคอยห้ามปรามเพื่อเป้าหมายใหญ่

ส่วนไข่มุกหันไปเกาะเกรียงเพชรกับเจ๊ตุ๋มเพื่อจะทำลายเมญ่าและไต่เต้าฐานะตัวเองลงทุนปลอมตัวไปสืบเมญ่าถึงคอนโด พอดีเจอหมิงจึงไม่ได้อะไรไป

ระมิงห์เมืองเอารถหรูไปสืบที่ค่ายสิงโตโชคนำชัยทำทีไปถามหาหัวหน้าคณะจะจ้างคณะสิงโต พอจำปาบอกว่าเฮียโชคไม่อยู่ก็กลับ

ธาวินกับเหมยนับวันก็สนิทกันมากขึ้น นอกจากจะกำพร้าแม่เหมือนกันแล้วยังชอบการเต้นเหมือนกันแม้จะเป็นคนละอย่างแต่ก็ต้องอาศัยการฝึกซ้อม ทั้งคู่จึงแบ่งสนามกันฝึก และช่วยเหลือกันอย่างดี

แต่เสี่ยอ๊อดเจ้าของค่ายเพลงที่มุ่งมั่นเชียร์ลีโอหลานตนจะให้โด่งดังให้ได้ ก็พยายามผลักให้ไปเต้นคู่กับเหมย จนหมิงบอกว่าลีโอหวังเกาะกระแสเมญ่า เสี่ยอ๊อดดุว่า

“เกาะกระแสอะไร เขาเรียกว่าขายแพ็กคู่ จริงไหมเอกเอื้อ”

“จริงค่ะ เป็นการจัดที่เริ่ดมากกก ไม่ได้เสี่ยอ๊อดคิดไม่ได้นะคะ” เอกเอื้อประชดแล้วแอบเบะปาก

ฝ่ายพวกเกรียงเพชรพอได้ข่าวนี้ก็คิดวางแผนสกัดทันที เกรียงเพชรว่าเสี่ยอ๊อดจะเอาเบอร์หนึ่งกับเบอร์สามมาฟีเจอริ่งกันแสดงว่าจะให้เมญ่าดันลีโอ ถ้าเราไม่สกัดมีหวังบริษัทขาดทุนย่อยยับแน่

ลันตาจึงโทรศัพท์คุยกับไข่มุกให้เขียนด่าลีโอ ไข่มุกบอกว่าไม่ต้องเขียนลีโอก็โดนด่าอยู่แล้ว ลันตาบอกว่าแสดงว่าไข่มุกยังไม่ได้ข่าว รับรองว่าได้ข่าวแล้วต้องคันปากคันมือแน่

เมื่อเมญ่ารู้ว่าจะต้องร้องเพลงคู่กับลีโอ ก็ถามเสี่ยอ๊อดว่าจริงหรือ ลีโอคุยฟุ้งว่าเป็นความคิดของตนเอง ต่อไปจะได้ไม่ต้องกลัวเรื่องภาพคู่ เป็นคู่จิ้นไปเสียเลยจะได้จบเรื่อง

“ขายงานได้อีกยาว รีบๆเลยนะปล่อยซิงเกิลฟีเจอริ่งกันอัดด่วนเอาให้หนัก สร้างกระแสถล่มศิลปินค่ายไอ้เกรียงเพชรให้ดับฝันจมดินไปเลย” เสี่ยอ๊อดหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

ลีโอบอกเหมยว่าดีใจมากที่จะได้ร้องเพลงด้วยกันตนจะทำเต็มที่เพื่อได้ยืนบนเวทีกับเหมย หมิงว่าจะฉุดลงไปด้วยกันมากกว่า เหมยติงว่า “พี่ลีโอเขาก็ตั้งใจทำงาน ทำไมต้องคอยว่าเขาด้วย”

“ฉันล่ะสยอง ภาพเมญ่าดีๆ อุตส่าห์ปั้นมา กลัวจริงๆ ลีโอจะมาทำพังไปด้วย” เอกเอื้อบ่นแล้วเดินออกไป

แต่เหมยไม่ได้กังวลอะไรเลย กลับมีความสุขที่จะได้ร้องเพลงคู่กับลีโอ

ooooooo

การซ้อมเชิดสิงโตนับวันกวดขันเข้มงวดสุ่นเต้นเหยาะแหยะจนถูกเฮียโชคไล่ออกเพราะพาคนอื่นเสียไปด้วย ส่วนธาวินได้รับคำชมว่าเต้นได้ดี แข็งแรง ทะมัดทะแมง ให้จำไว้ว่าเราคือสิงโต มีความสง่างาม ทุกคนต้องก้มหัวให้

พวกบูรพาสมิงและระมิงค์เมืองใช้สมุนไปซุ่มถ่ายรูปคนที่เข้าออกคณะสิงโตแต่ดูแล้วไม่มีรูปเจ้าชายธาวินดรน บูรพาสมิงจำได้ว่าเจ้าชายมีองครักษ์คนสนิทเป็นลูกชายนายพลกามิน ระมิงค์เมืองจะให้ทางเวียงพะเนินส่งรูปมาให้ บูรพาสมิงบอกว่าถ้าเจอคนนี้เราก็จะเข้าถึงตัวเจ้าชายธาวินดรนได้ง่ายขึ้น ระมิงค์เมืองถามว่าคนคนเดียวทำไมเราต้องกลัวด้วย

“คนคนเดียวที่ยอมตายแทนเจ้าชายได้ เป็นศัตรูที่เราไม่ควรประมาทฝีมือ”

“น้องไม่กลัวค่ะ แล้วน้องก็จะไม่ประมาทด้วย น้องมีตั้งหลายวิธีที่จะแยกเจ้าชายออกจากองครักษ์”

ระมิงค์เมืองมั่นใจ

ooooooo

ความมุ่งมั่นที่จะเชิดสิงโตให้ได้ นอกจากธาวินจะฝึกอย่างทรหดอดทนแล้วยังบอกเฮียโชคว่าถ้าเฮียให้โอกาสตนก็จะไม่ทำให้คณะขายหน้า

“ดี อั๊วชอบคนทะเยอทะยาน งั้นลื้อก็ฝึกไป ฝึกจนกว่าอั๊วจะเห็นว่าลื้อทำได้ดีกว่าคนที่อยู่มาทั้งหมดนี่”

ธาวินหันไปจะหยิบหัวสิงโต สุ่นลุกขึ้นมาขวางบอกว่าซ้อมอย่างไรก็สู้พวกตนไม่ได้คิดว่าเฮียโชคจะเอาเด็กเมื่อวานซืนมาทำให้คณะขายขี้หน้าหรือ แทนทนไม่ได้จะลุกขึ้นไปเอาเรื่อง ธาวินรีบห้ามไว้ สุ่นบอกว่าจะฟ้องเฮียโชค

“แกไม่ชอบหน้าฉัน ฉันไม่ว่า แต่ในสนาม สู้กันด้วยฝีมือดีกว่าสุ่น”

“ไอวิน เอ็งไม่ก้มหัวให้ข้า แล้วยังวางท่าเป็นนายมาสั่งสอน” สุ้นชี้หน้าอาฆาต

แทนติงว่าเจ้าชายไม่น่าปล่อยให้สุ่นไปแบบนี้

“ที่นี่คณะสิงโต เราไม่ได้สูงกว่าใครนะผู้พัน เราต้องอดทนจนกว่าจะได้ไปเล่นสิงโตต่อหน้าคนทรยศ” แทนบอกว่าถ้าได้ยืนตรงนั้น ตนจะฆ่าไอ้นายพลภูผา “เราจะได้โอกาสนั้นผู้พัน เวลาที่เราจะได้ช่วยท่านพ่อ กำลังใกล้เข้ามาแล้ว”

ธาวินมองผ้าประจำราชวงศ์และผ้ารัชทายาทสองผืนด้านหน้าอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม

ooooooo

หมิงบอกอาหยางที่เอาซาลาเปาไส้ที่เหมยชอบมาให้ว่าเหมยจะได้ร้องเพลงกับแฟน อาหยางถามว่าคนที่ชื่อลีโอหรือ เหมยรีบบอกอาหยางว่าอย่าบอกป๊าเพราะป๊ายังไม่รู้ว่าตนเป็นแฟนกับลีโอ

จำปากอดตะกร้าผ้ามาจากบ้านเฮียโชคผ่านมาได้ยินเข้าพอดี แอบยิ้มดีใจที่เหมยมีแฟนแล้ว ไปพูดเป็นนัยให้ธาวินรู้ แทนฟังอยู่ด้วยลอบมองหน้าธาวิน ธาวินรู้ตัวทำหน้าเฉย ไม่แสดงอาการอะไร

เมื่อโอกาสเหมาะ แทนบอกธาวินว่า นักร้องคนนั้นไม่เหมาะกับเจ้าชาย ธาวินยืนยันว่าตนรู้จักกับเหมยในฐานะเพื่อน

“ครับ ผมดีใจที่เจ้าชายพูดแบบนี้ ที่นี่ไม่ใช่เวียงพะเนิน เราแค่มาอยู่เพื่อรอเวลากลับไปบ้านเรา”

ในที่สุด บูรพาสมิงก็สืบได้ว่าองครักษ์ของเจ้าชายอยู่ที่คณะสิงโต เตือนน้องสาวว่า

“พันตรีทยุตเก่งการต่อสู้ทุกรูปแบบ พี่ไม่อยากให้น้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ถ้ามันสงสัยมันจะฆ่าอย่างเดียว ชีวิตน้องมีค่ากว่าพวกรองมือรองเท้าอย่างนั้น ระมิงค์เมือง จำไว้ เรายังมีงานใหญ่ที่ต้องทวงศักดิ์ศรีของครอบครัวเรารออยู่ข้างหน้า”

ระมิงค์เมืองจึงสั่งหลักชัยให้จับตาทุกฝีก้าว ตนอยากรู้ว่าเจ้าชายธาวินดรนทำอะไร ที่ไหน กับใคร

นายพลกามินส่งข่าวมาบอกแทนว่า ภายในวังยังเงียบ ประชาชนไม่รู้เรื่องนายพลภูผาพยายามจะเปลี่ยนการปกครอง แต่ยังไม่รู้ว่าเจ้าสัตยาถูกจับไว้ที่ไหน

“ถ้าวันนั้น เราอยู่กับท่านพ่อ เราคงช่วยท่านพ่อได้” ธาวินรำพึง...

เหตุการณ์ในวันนั้นคือ เจ้าชายธาวินดรนไปดูดอกไม้หอมเดือนสิบในเมือง และนายพลภูผาเจรจากับเจ้าสัตยาให้เปิดประเทศไม่สำเร็จจึงสั่งทหารคุมตัวเจ้าสัตยาและส่งกำลังออกไล่ล่าเจ้าชายธาวินดรนแต่ทยุตทหารองครักษ์ไหวตัวจึงพาเจ้าชายธาวินหนีไปได้

เจ้าสัตยาถามองครักษ์ขุนพลว่าเหตุใดจึงร่วมมือกับนายพลภูผาและนายพลอินทรี ขุนพลบอกว่าเพราะตนแค้นใจที่สูญเสียลูกชายคนเดียวไปในการรบ นายพลอินทรีชี้แจงเพิ่มเติมว่า

“ลูกชายคนเดียวของราชองครักษ์ขุนพล ต้องการเป็นหมอ ไม่ใช่ทหาร แต่คำสั่งของท่านส่งเด็กหนุ่มคนนั้นไปตาย”

นายพลภูผาเพิ่มเติมว่า “มันเป็นความผิดของท่านเจ้าสัตยา ถ้าท่านยอมเปลี่ยนชายแดนให้เป็นเขตการค้าเวียงพะเนินจะมั่งคั่ง ร่ำรวยกว่านี้ จะไม่มีใครตายเพราะการรบอีก’’นายพลภูผาจ้องหน้าเจ้าสัตยาอย่างกดดัน

เวลานั้น เจ้าชายธาวินดรนสั่งให้ทยุตพากลับวังใต้เมฆเดี๋ยวนี้ นายพลกามินว่ากลับไม่ได้เพราะนายพลภูผาคุมกำลังไว้หมดแล้ว อีกทั้งทยุตบอกว่า เวียงพะเนินจะต้องเหลือรัชทายาทกลับมากอบกู้บัลลังก์ เจ้าชายธาวินดรนยังดิ้นรนจะกลับไป นายพลกามินสั่งทยุตให้จัดการเจ้าชาย ส่วนตนต้องรีบกลับไปก่อนจะปิดชายแดน

ทยุตหยุดเจ้าชายด้วยการชกอย่างแรงจึงพาหนีมาได้

เมื่อเจ้าชายทราบจากแทนว่าพวกนายพลผู้ทรยศยังไม่ได้ฆ่าเจ้าสัตยาก็บอกว่า

“เราต้องหาทางกลับไป พาตัวท่านพ่อออกมา แล้วบอกทั้งโลกให้รู้ว่า เวียงพะเนินต้องการการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มเดียว”

ooooooo

คิมมี่ นักปั้นมือทองแมวมองข้ามเพศ พาเด็กไปออดิชั่นแต่เกรียงเพชรไม่ถูกใจสักคน ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางคุ้ยแคะเมญ่าว่าเป็นคนไลน์ด่าสี่สาววงสโนววี่นักร้องคู่แข่งว่าเป็นพวกผิดเพศ

เมญ่าปฏิเสธก็ถูกซักไซ้คาดคั้นจนโมโห ไข่มุกจับประเด็นว่านักร้องดังตอบปัญหาไม่เคลียร์เหวี่ยงใส่นักข่าวจนเอกเอื้อต้องมาแก้สถานการณ์ประกาศจบการแถลงข่าวเรื่องไลน์ปลอม

ไข่มุกยังตามเมญ่าหาแง่มุมแคะคุ้ย ไปเจอลีโอจับมือถือแขนเหมย เหมยห้ามปรามก็ไม่ฟัง ไข่มุกได้ภาพเด็ดไปอย่างสะใจ เอกเอื้อหัวเสียมากบอกลีโอว่าต้องฟังตนบ้างถ้าอยากดังในวงการนี้นานๆ ต้องทำตัวเป็นนักร้องที่ดี แทนที่ลีโอจะฟังกลับเดินหนี เอกเอื้อบ่นอย่างอ่อนใจ “โอ้ย...อกกะเทยจะแตก”

ฝ่ายเสี่ยอ๊อดเห็นข่าวโจมตีเมญ่าก็ให้เมญ่ากับลีโอรีบทำเพลงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

เช้านี้ ธาวินไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ระมิงค์เมืองแกล้งวิ่งชน พอธาวินขอโทษก็ทำเป็นจำได้ว่าเคยเจอกันตอนตนถูกคนร้ายวัยรุ่นกระชากกระเป๋าที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ธาวินจึงจำได้ บอกว่าตนชื่อวิน อยู่คณะสิงโต

ขณะนั้นเอง เหมยวิ่งมาเห็นธาวินคุยและวิ่งกับระมิงค์เมืองก็สงสัยว่าเป็นใครแอบหึงไม่รู้ตัว พอนึกได้ก็บอกตัวเองว่า

“วินจะวิ่งกับใครก็เรื่องของเขาสิ”

เมื่อระมิงค์เมืองกลับไปเล่าให้บูรพาสมิงฟัง พี่ชายเสนอให้จับตัวมาเลย แต่ระมิงค์เมืองว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น บูรพาสมิงจึงวางแผนให้ประกบไว้รู้แผนพวกนั้นแล้วค่อยวางแผนถอนรากถอนโคนพวกเจ้าสัตยา พ่อจะได้เหนื่อยน้อยลง

ooooooo

สุ่นยังคอยแกล้งธาวินไม่ให้ได้เชิดสิงโตในวันต้อนรับผู้นำจากเวียงพะเนินกระทั่งเอาตะปูใส่รองเท้าจนธาวินได้รับบาดเจ็บ เฮียโชคให้เงินไปหาหมอ ธาวินบอกว่าตนยังไหว

“ไหวบ้าบออะไร ไอ้แทนพาน้องเอ็งไปคลินิก ฉีดยากันบาดทะยัก หัดดูแลตัวเองกันหน่อย”

แทนบอกธาวินว่าต้องเป็นฝีมือสุ่นแน่ ๆ ธาวินบอกให้ใจเย็นๆ ไม่จำเป็นอย่ามีเรื่อง เพราะ...

“หัวสิงโตจะช่วยเป็นเกราะกำบังที่ทำให้เราปลอดภัย มองเห็นอะไรภายนอก ในขณะที่คนอื่นไม่เห็น ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร” แทนบอกว่าจะหาทางอื่นให้เจ้าชายกลับเวียงพะเนิน ธาวินยืนยันว่า “เราขอเลือกทางนี้ผู้พัน อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแสดงต้อนรับผู้นำเวียงพะเนิน เราจะไม่ทิ้งโอกาสนี้ไปเด็ดขาด”

ฝ่ายค่ายเพลงเคพี ยังหานักร้องใหม่เพื่อสู้กับค่ายเสี่ยอ๊อดอย่างเร่งรีบ วันนี้คิมมี่พาจั๊มไปออดิชั่น เกรียงเพชรและลันตาช่วยกันสัมภาษณ์ แต่คิมมี่รับรองว่า

“พ่อแม่เค้าให้น้องมาอยู่บ้านคิมมี่ค่ะ คิมมี่ดูแลให้อยู่แล้ว เรากันไว้หมดแล้ว เรื่องเหล้าบุหรี่ยาเสพติด เรื่องชู้สาวไม่มีปัญหาแน่”

แต่ขณะจั๊มเข้าห้องอัดเทสต์เสียงนั้น เกรียงเพชร ลันตา คิมมี่และไข่มุกดูอยู่ข้างนอก คิมมี่หยิบมือถือของจั๊มมากดเล่นพอเห็นภาพในมือถือของจั๊ม ทั้งเกรียงเพชร ลันตา และไข่มุกก็มองช็อก คิมมี่เบะปากน้ำตาคลอพูดแทบไม่มีเสียงว่า

“ใครจะไปรู้ว่ามันชอบโซโล่โชว์เสียว”

ส่วนเกรียงเพชรทำหน้าเซ็ง บอกทุกคนว่า

“จบข่าว...”

ooooooo










นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.