ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดอกไม้ใต้เมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เป่าจินจง" ส่ง "ดอกไม้ใต้เมฆ" ลงจอ "เด่นคุณ งามเนตร" ประกบ "แยม มทิรา"

เมื่อธาวินพาเหมยและลีโอกลับมาที่พักกองกำลังในป่า เหมยบอกธาวินว่าอย่าโทษท่านกามิน ธาวินพูดอย่างไม่หายโกรธว่า

“ถ้าเราไปไม่ทัน รู้หรือเปล่าว่าป่านนี้เหมยจะเป็นยังไงบ้าง ไอ้ทหารพวกนั้นมันอาจจะ...”

“ทหาร?” กามินนิ่วหน้าสงสัย แทนบอกว่าเป็นทหารไม่สังกัดหน่วย ไม่ใช่ของภูผา แต่ไม่รู้ว่ามันทำงานให้ใคร

“เมื่อกี้เหมยจำได้ คนที่ไล่ยิงเหมยกับพี่ลีโอ เป็นลูกน้องบูรพาสมิง” เหมยเอ่ยขึ้น

“เรียกประชุมทุกคน” ธาวินโกรธจัด แล้วหันไปทางเหมยกับลีโอ “ไปพักซะ อย่าคิดออกไปไหนตอนนี้”

“ฉันผิดเอง ฉันเป็นคนดึงเหมยออกไป” ลีโอยอมรับ

“สำหรับที่นี่...ถ้าแกคิดว่าจะปกป้องเหมยด้วยสองมือเปล่า แกคิดผิด แกต้องมีสมองมากกว่าอารมณ์ อย่าทำตามใจตัวเองอีก เพราะทุกคนจะเดือดร้อน” ธาวินเดินออกไปทันที ลีโอหน้าจ๋อย เหมยก็รู้สึกตัวเองเหมือนโดนดุไปด้วย

เมื่อไปถึงหน้าเพิงพักชั่วคราว ลีโอถามเหมยว่าเราจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน เราจะได้กลับบ้านหรือยัง

“คงไม่นาน เจ้าชายกำลังจะเข้าไปยึดวังใต้เมฆคืน” ลีโอถามว่าหลังจากนั้นเหมยก็จะอยู่ในฐานะเจ้าหญิง? เหมยตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังว่า “เหมยไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น เหมยขอแค่ให้เจ้าชายปลอดภัย”

ooooooo

ที่พักกองกำลังลับในป่า แทนเสนอให้เราต้องปฏิบัติการให้เร็วขึ้น ก่อนที่นายพลภูผาจะเซ็นสัญญาให้สัมปทานป่าไม้ เพราะงานนี้บูรพาสมิงเรียกรับผลประโยชน์เข้าตัวมหาศาล

แทนวางแผนว่า ก่อนถึงวันยึดวังใต้เมฆ ทหารของเราจำนวนหนึ่งที่ลอบเข้าไปซ่อนอาวุธไว้ก่อน ก็จะเข้าไปในที่คุมขังเจ้าสัตยา ธาวินจะไปกับแทน แทนไม่เห็นด้วย แต่ธาวินยืนยันให้เหตุผลว่า

“เราอยากช่วยท่านพ่อออกมาก่อน ไอ้บูรพาสมิงมันฆ่าเราไม่สำเร็จ แถมยังปล่อยให้เราหลุดมือมาแบบนี้ มันอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายไปกำจัดท่านพ่อก่อนก็ได้”

ขณะเดียวกันนายพลภูผาไม่พอใจบูรพาสมิงและระมิงค์เมือง ตำหนิว่ากำจัดคนแค่หยิบเดียวทำไมถึงทำไม่ได้ บูรพาสมิงโทษว่าผิดพลาดครั้งนี้เพราะหลักชัยพลางเข้าไปจะยิง แต่ระมิงค์เมืองห้ามไว้ว่า

“ฆ่ามันตาย เราก็ไม่ได้ตัวธาวิน...ทำไมเราไม่สอบสวนมันว่าเห็นอะไรบ้างแทนที่จะฆ่าให้เปลืองกระสุน”

“พวกมันมีทหารฝีมือดีหลายคน ยังมีป่าลึกด้านที่เราเข้าไม่ถึงที่พวกมันจะซ่อนตัวได้” หลักชัยรีบรายงาน

แต่ภูผากลับด่าว่าเรื่องนี้แค่นี้ไม่ต้องบอกก็ได้ ตนต้องการตัวธาวินก่อนที่นายพลอินทรีจะได้ไป จ้องหลักชัยบอกว่า

“คนอย่างนายพลอินทรี มันจะไม่ยอมพลาดซ้ำสอง”

บูรพาสมิงสั่งให้ไปล่าพวกธาวินดรณ ไปลากตัวมาให้ได้ หลักชัยรีบออกไป ระมิงค์เมืองบอกพี่ชายว่า นายพลอินทรีคงระดมทหารทั้งหมดเอาตัวธาวินมาที่นี่เหมือนกัน

“ฉันต้องการได้ตัวธาวินก่อน เจ้าสัตยาอยู่ในมือนายพลอินทรีไปคนหนึ่งแล้ว เจ้าชายรัชทายาท หมากตัวสุดท้ายในเกมนี้ มันต้องเป็นตัวต่อรองของฉัน”

“แล้วถ้าพ่อใช้งานมันเสร็จเมื่อไหร่ ผมขอชีวิตกับลมหายใจไอ้ธาวิน” บูรพาสมิงจิกตาเหี้ยม

แต่เพราะการเซ็นสัญญากับต่างชาติทำรวบรัดไม่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีอนุมัติ นายพลภูผาจึงสั่งบูรพา–สมิงให้เลื่อนการเซ็นสัญญาออกไปก่อน บูรพาสมิงหัวเสียบอกว่าสัญญาต้องการแค่ลายเซ็นของพ่อกับคู่สัญญาคนอื่นไม่มีสิทธิ์มายกเลิก ระมิงค์เมืองขอให้พี่ชายใจเย็นๆ เพราะอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ใช่จะได้มาภายในวันสองวัน บอกพี่ชายว่า

“ตอนนี้พ่อจำเป็นต้องประนีประนอมกับผู้ใหญ่พวกนั้นไปก่อน”

“บอกไว้ก่อนเลย ผมไม่รอพ่อนานนักหรอกนะ มีโอกาสเมื่อไหร่ผมจะยึดอำนาจทั้งหมดมาเป็นของเราให้ได้”

นายพลภูผามองหน้าลูกชายเลือดร้อนระห่ำอย่างหนักใจ

ooooooo

ก่อนวันปฏิบัติการ ธาวินไปหาเหมยที่อยู่กับกองกำลังลับในป่า ธาวินบอกว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จจะมีคนมาพาเธอกับฝั่งไทย

“คุณต้องทำได้ ฉันจะรอที่นี่ รอให้เจ้าชายกลับมารับฉันด้วยตัวเอง” เหมยให้กำลังใจ ธาวินหยิบแหวนจะสวมให้ เหมยดึงมือออก ธาวินอ่านใจเหมยออกบอกว่า “มันไม่ใช่สมบัติของเจ้าชายที่ไหนหรอกเหมย ผมซื้อแหวนวงนี้ด้วยเงินของนักร้องธรรมดาๆที่ชื่อธาวิน คนที่เหมยเทรนเรื่องร้องเรื่องเต้นมากับมือไง จำได้หรือเปล่า”
เหมยจึงยอมให้สวมแหวนให้ ต่างสบตากันอย่างลึกซึ้ง...

เช้ามืดวันปฏิบัติการ กองกำลังทุกคนเข้มแข็งมุ่งมั่น ทุกคนมีผ้าเหลืองผูกแขนซ้ายเป็นสัญลักษณ์ สายในวังที่เตรียมไว้ก็ผูกผ้าเหลืองเช่นกัน ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องต่างงุนงง บ้างก็ต่อสู้ แต่ถูกเก็บเงียบเปิดทางเข้าสู่ตึกบัญชาการโดยเร็ว

ที่โต๊ะอาหารเช้าวังใต้เมฆ นายพลภูผารวมทั้งดาราเลิศและพรีนนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่นั้น บูรพาสมิงได้รับโทรศัพท์ เขากดรับนิ่งฟังปลายสายเครียด “อืม...หรือว่าไอ้แก่อินทรีมันขังเจ้าสัตยาไว้ที่นั่น...”

นายพลภูผาถามว่ามีอะไร บูรพาสมิงลุกพรวดบอกว่าธาวินดรณบุกเข้ามาในวังกำลังมุ่งหน้าไปที่กองบัญชาการ นายพลภูผาสั่งให้ทหารวังไปล้อมกองบัญชาการและจับตัวเจ้าชายให้ได้ จับเป็นเท่านั้นไม่ใช่จับตาย บูรพาสมิงบอกว่าไม่รับปากแล้วรีบไป ดาราเลิศยุแยงว่าบูรพาสมิงเขาไม่เชื่อฟังท่านแน่ ถูกระมิงค์เมืองด่าว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ก็ถามว่าไม่ตามไปดูพี่ชายเธอจัดการกับศัตรูของครอบครัวหน่อยรึ หันสั่งพรีนว่าให้รอที่นี่อย่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอก แล้วตัวเองรีบตามนายพลภูผาไป

ธาวินเข้าไปในที่คุมขังเจ้าสัตยา ทรุดกราบแทบเท้าท่านพ่อ เจ้าสัตยาดีใจที่ได้เจอธาวินแต่ก็ทักท้วงว่ามาทำไม เสี่ยงชีวิตเกินไป แล้วดึงธาวินไปกอดแนบแน่นเอ่ยอย่างภูมิใจว่า

“เจ้าคือความภูมิใจของพ่อ ของเวียงพะเนิน ธาวินดรณ”

ธาวินมองท่านพ่อน้ำตาซึม ดีใจที่วันนี้มาถึงจนได้ แล้วธาวินก็พาเจ้าสัตยาก้าวออกจากห้องคุมขังไปด้วยสีหน้าองอาจ ห้าวหาญ

แทน กันต์ และทหารนำธาวินและเจ้าสัตยาออกไปหน้าตึกบัญชาการ ก็ถูกนายพลภูผากับบูรพาสมิงนำกำลังมาล้อมตึกไว้แล้ว

“ยินดีด้วยที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อลูกในวันสุดท้ายของชีวิต” บูรพาสมิงเยาะเย้ยพลางชักปืนออกมา นายพลภูพารีบห้ามพลางตะโกนสั่งให้จับตัวเจ้าสัตยาและเจ้าชายไปขังไว้

“ใครอยากตายก็ลองดู” เสียงกามินตะโกนก้องขึ้น นายพลภูผาและบูรพาสมิงหันมอง ปรากฏว่าพวกตนถูกกองกำลังของกามินล้อมไว้หมดแล้ว บูรพาสมิงกำปืนขบกรามแน่น

ระมิงค์เมืองถือกล่องใส่หมุดพิณทองคำเดินพล่านอยู่ในวัง ตัดสินใจถือกล่องเดินอ้าวออกไป

ooooooo

ทั้งนายพลภูผาและบูรพาสมิงดูถูกเหยียดหยามเจ้าสัตยาว่าถึงยึดบัลลังก์ไปได้ก็ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจบริหารบ้านเมืองล้วนอยู่ข้างตน อีกทั้งความคิดล้าหลังก็ไม่อาจพัฒนาประเทศได้

กามินสั่งสองพ่อลูกหุบปากและสั่งทหารจับตัวไปขังไว้ ธาวินกล่อมทหารที่แข็งข้อว่าใครวางอาวุธ

ตอนนี้จะได้รับการยกเว้นโทษ บรรดาทหารค่อยๆวางอาวุธลง บูรพาสมิงกลับยิงไปที่ธาวิน แต่ถูกแทนที่ไวกว่ายิงสวนเข้าที่ท้องก่อน

นายพลภูผาตกใจที่บูรพาสมิงถูกยิงถลาไปประคอง แทนนำทหารเข้าคุมตัวสองพ่อลูกทันที จ้องหน้าบอกว่า

“แค่โทษฐานกบฏยังไม่พอ แกสองคนยังพยายามฆ่าเจ้าชายไม่จบสิ้น เตรียมตัวรอรับโทษประหารได้เลย”

“เดี๋ยว” ระมิงค์เมืองก้าวเข้ามา ธาวินกับแทนเห็นระมิงค์เมืองก็ชะงัก แปลกใจ ระมิงค์เมืองถือกล่องใส่หมุดพิณทองคำเดินเข้าหาธาวิน “เจ้าชาย...ฉันขอแลกชีวิตพ่อกับพี่ชายฉันด้วยของสำคัญของราชวงศ์สกลสิทธิ์ ของที่เจ้าชายเคยฝากฉันไว้”

ทั้งธาวินและแทนผิดหวังที่ตนถูกระมิงค์เมืองหลอกตลอดมา ขณะที่ทุกคนกำลังอึ้งกันอยู่นั้น บูรพาสมิง ฉวยโอกาสยิงกลางลำตัวและขาของธาวิน พริบตานั้นเสียงปืนจากรอบทิศก็สนั่นขึ้น เมื่อเสียงปืนสงบ จึงเห็นนายพลภูผาและบูรพาสมิงนอนแน่นิ่ง ส่วนธาวินได้รับบาดเจ็บที่ขาจนทรุดนั่งเจ้าสัตยาสั่งให้ตามหมอมาเดี๋ยวนี้ แต่ธาวินบอกว่าตนไม่เป็นไร

ระมิงค์เมืองถลาเข้าหาพ่อและพี่ชาย เอื้อมมือไปยังร่างทั้งสอง แต่ไม่ทันถึงก็ถูกทหารกระชากตัวออกไป ทหารอีกส่วนก็เข้าแบกร่างนายพลภูผาและบูรพาสมิงออกไป

ดาราเลิศตกใจมากเมื่อนายพลภูผาถูกยิงวิ่งถลาจะไปหาถูกทหารจับตัวไว้ เจ้าสัตยาสั่งให้เอาตัวไปขัง ดาราเลิศโวยวายหวังเอาตัวรอดว่า

“ปล่อยกระหม่อมเถอะเจ้าสัตยา กระหม่อมโดนบังคับ กระหม่อมไม่ได้เต็มใจ”

เจ้าสัตยานิ่งสงบมองจุดจบของพวกกบฏอย่างสังเวชใจ

ooooooo

แทน กันต์ และทหาร นำธาวินออกไปถึงจุดตรวจชายแดน ถูกทหารสั่งให้หยุดตรวจ ทุกคนหยุดตามคำสั่ง พวกธาวินยืนอยู่หลังชาวบ้านหญิงชายที่แบกกระสอบใส่พืชไร่และหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ทหารสั่งให้เทข้าวของทั้งหมดออกตรวจ ชาวบ้านหญิงเงอะงะก็ถูกทหารเอาปืนฟาดจนล้ม

ธาวินทนเห็นชาวบ้านถูกรังแกไม่ได้สะอึกเข้าต่อยทหารจนล้ม เกิดการต่อสู้กันขึ้น ทหารคนหนึ่งเข้าคว้าตัวธาวิน ถูกแทนกะซวกท้องตายคาที่ จากนั้นทั้งแทนและกันต์ใช้มีดทั้งแทงและปาดคอพวกมันที่เหลือ ธาวินบอกทุกคนว่าไปได้แล้ว พอจะพากันไปทหารอีกสองคนก็วิ่งมายิงไปหลายนัด ธาวินถูกยิงเฉี่ยวที่แขน แต่มันก็ถูกแทนยิงตายเรียงตัว แล้วแทนก็พาทั้งหมดหายไปในป่าทึบ

ooooooo

เหมยอยู่ที่พักกองกำลังลับในป่า ถามทหารที่เฝ้าว่าได้ข่าวในวังไหม เจ้าชายทำสำเร็จไหม ทหารบอกว่านายพลภูผาถูกยึดอำนาจแล้ว เหมยดีใจถามว่าเจ้าชายปลอดภัยหรือเปล่า

“เจ้าสัตยาปลอดภัยครับ แต่...เจ้าชายถูกยิง”

เหมยช็อก ผงะถอยหลัง ลีโอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบประคองไว้ ฝ่ายธาวินหลังจากรู้ความจริงว่าระมิงค์เมืองเป็นลูกสาวนายพลภูผาและน้องสาวแท้ๆของบูรพาสมิง ก็ผิดหวังเสียใจ จนเจ้าสัตยาถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือ พอเขาเล่าให้ฟัง เจ้าสัตยาบอกว่า

“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย ลูกพักผ่อนเถอะ หลังจากนี้เรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”

ธาวินนิ่งไป แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ที่ระมิงค์เมืองคือลูกสาวของคนที่ตามฆ่าตนตลอดมาในห้องหนึ่งของกองบัญชาการ ร่างของบูรพาสมิงและนายพลภูผาถูกคลุมด้วยผ้าขาววางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

ทันใดนั้น บูรพาสมิงเฮือกขึ้นมาหายใจหอบแรง ทหารยามตกใจวิ่งเข้ามายกปืนจะฟาด แต่ช้ากว่าบูรพาสมิง เขายื่นมือมาบีบลูกกระเดือกอย่างแรง แล้วใช้สันมือฟันที่ต้นคอทหารคนนั้นล้มลงตายคาที่ ทหารยามอีกคนตกใจวิ่งหนีออกไป แต่เจอหลักชัยใช้ปืนเก็บเสียงยิงตาย แล้วลากศพไปเก็บในห้องทันที

หลักชัยรีบเข้ามาช่วยถอดเสื้อให้บูรพาสมิง ที่แท้ทั้งบูรพาสมิงและนายพลภูผาใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไว้ทั้งสองจึงไม่เป็นอะไรนอกจากบาดแผลเล็กน้อยตามแขนขา หลักชัยเอาศพทหารสองคนมาห่อผ้าขาววางแทนร่างบูรพาสมิงและภูผา

หลักชัยให้นายพลภูผานอนเปลหามออกไปส่วนบูรพาสมิงประคองตัววิ่งตามออกไปขึ้นรถที่รออยู่ด้านนอก

ระมิงค์เมืองให้ทหารไปบอกธาวินว่าตนต้องการพบ เมื่อธาวินมาพบ เธอคืนกล่องใส่หมุดพิณทองคำให้แลกกับการเผาศพพ่อและพี่ชายด้วยตนเอง เห็นแก่ความดีที่ระมิงค์เมืองเคยช่วยเหลือตน ธาวินพยักหน้ายินยอม

การเผาศพทำที่ลานกว้างชายป่า ระมิงค์เมืองกราบศพในห่อผ้าขาวแล้วจุดไฟเผามองไฟที่ลุกโชนด้วยความแค้น

ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงเหมย คืนนี้ธาวินจะแอบไปหาเธอ แต่พอออกจากห้องเจอเจ้าสัตยา บอกท่านพ่อว่าจะไปรับเพื่อนที่ค่ายพักชั่วคราว ยอมรับว่าเธอเป็นคนรักของตน

“ลูกเพิ่งจะถูกยิง คนของฝ่ายกบฏก็ยังกวาดล้างไม่หมด อันตรายนะลูก พรุ่งนี้เรามีการตัดสินนักโทษกบฏ ส่งคนออกไปดูแลเพื่อนของลูกก่อน เสร็จเรื่องแล้วค่อยว่ากัน”

ธาวินให้แทนไปดูแลเหมย ท่านพ่อยังไม่อนุญาตให้ตนออกนอกวัง บอกเหมยให้รอก่อน แล้วตนจะรีบไปรับ กามินบอกว่าเรื่องนี้ตนจัดการให้เองดีกว่า แทนควรอยู่กับเจ้าชายที่นี่

“ห้ามส่งเหมยกลับกรุงเทพฯเด็ดขาดนะท่านกามิน” ธาวินย้ำ กามินรับคำแล้วรีบออกไป

ooooooo

ธาวินไปเห็นนายพลอินทรีและขุนพลอยู่ในที่คุมขังได้กินอาหารอย่างดีก็ไม่พอใจ นายพลทั้งสองเอ่ยชื่นชมความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของเจ้าชายธาวินดรณ ธาวินมิได้ยินดีกับคำเยินยอนั้น บอกว่าพรุ่งนี้พวกเจ้าก็ต้องชดใช้กรรมในนรกแล้ว

ทั้งขุนพลและนายพลอินทรียิ้มเยาะอย่างมีเลศนัย ธาวินมองอย่างสงสัยท่าทีของนายพลทั้งสองพรีนหรือโสธาราซึ่งมีดาราเลิศเป็นญาติคนเดียว เมื่อดาราเลิศถูกจับจึงมาขออนุญาตธาวินเข้าพบน้า ธาวินจึงรู้ว่าพรีนเป็นหลานสาวของดาราเลิศ

เมื่อเข้าพบดาราเลิศ น้าสาวสั่งให้เธอไปขอธาวินอย่าประหารชีวิตตน พรีนรับปากว่าจะขอให้เจ้าชายลดโทษให้น้า และเมื่อพรีนไปขอธาวิน เขาเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของพรีนก็ใจอ่อน ลุกออกไปโดยไม่พูดอะไร ซึ่งพรีนเข้าใจว่าเจ้าชายให้อภัยน้าตนแล้ว

รุ่งขึ้น แทนยืนอยู่ข้างบัลลังก์ ประกาศราชโองการตัดสินโทษของนักโทษทั้งสี่ คือนายพลอินทรี ขุนพลระมิงค์เมืองและดาราเลิศ

อันดับแรกคือดาราเลิศกับระมิงค์เมือง ถูกจับในฐานะบุคคลในครอบครัวและมีส่วนรู้เห็นในการกระทำของกบฏต่อราชบัลลังก์ แต่ทั้งสองมิได้มีกำลังทหารหรือปฏิบัติการร้ายใดๆต่อเจ้าสัตยาและองค์รัชทายาท จึงให้ละเว้นโทษประหารเหลือเพียงจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

ส่วนนายพลอินทรีและนายพลขุนพล ถูกจับกุมในฐานะผู้คบคิดก่อการกบฏต่อราชบัลลังก์ แต่เนื่องจากทั้งสองเคยกระทำการอันเป็นคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเวียงพะเนินมานาน และยังมีความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์แห่งเจ้าสัตยาสกลสิทธิ์มิเสื่อมคลาย จึงให้ละเว้นโทษประหารชีวิต และให้อภัยโทษอื่นๆทั้งหมด เพื่อสามารถกลับมาทำงานรับใช้บ้านเมืองได้ต่อไป

นายพลทั้งสองยิ้มอย่างผู้มีชัย ในขณะที่ทั้งธาวินและแทนต่างอึ้ง หลังจากนั้นธาวินไปหาเจ้าสัตยาที่กำลังคุยงานกับกามินที่ห้องรับแขกในวัง ถามว่าทำไมท่านพ่อจึงยังปล่อยให้สองนายพลลอยนวลทั้งที่ควรถูกประหารฐานเป็นหัวหน้ากบฏ

เจ้าสัตยาสอนเจ้าชายว่า “อินทรียังมีอิทธิพลในฝ่ายบริหารอยู่มาก ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำเวียงพะเนิน ก็ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากคนพวกนี้อยู่ดี” ธาวินติงว่าสองนายพลนี้เป็นคนหนุนหลังภูผาให้ยึดอำนาจจากท่านพ่อ

“ครั้งนี้ นายพลอินทรีก็ร่วมมือกับเราครับเจ้าชาย” กามินบอก ธาวินจึงรู้ว่าเมื่อครั้งที่ตนลักลอบเข้ามาหาท่านพ่อก่อนการจู่โจมเข้ายึดอำนาจนั้น คืนนั้นพอตนออกจากที่คุมขังท่านพ่อ สองนายพลก็เข้าหาเจ้าสัตยา และได้ฆ่าทหารที่บูรพาสมิงให้เอาข้าวมาให้เจ้าสัตยา ขุนพลบอกแก่เจ้าสัตยาว่า

“ไม่มีใครรู้ว่าท่านถูกย้ายมาที่นี่ นอกจากคนที่ท่านนายพลอินทรีอนุญาตให้รู้เท่านั้น”

“อำนาจ ทำให้พวกเจ้ากับไอ้ภูผาแตกคอกันแล้วละสิ” เจ้าสัตยาอ่านสถานการณ์ออก ขุนพลตอบว่า

“การมีผู้นำที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากเกินไปจะทำให้บ้านเมืองพังพินาศยิ่งกว่าผู้นำคิดช้าล้าหลังหลายเท่านัก”

“ท่านเองก็ปกครองเวียงพะเนินมานาน กระหม่อมทราบดีว่าท่านห่วงใยบ้านเมืองและประชาชนเวียงพะเนินขนาดไหน...กระหม่อมมีข้อเสนออยากให้ท่านลองพิจารณา...” นายพลอินทรีเสนอ เจ้าสัตยามองนายพลอินทรีอย่างชั่งใจ และนี่คือจุดเริ่มต้นในการร่วมมือกันโค่นอำนาจของนายพลภูผาครั้งนี้

ชี้แจงแล้ว เจ้าสัตยาบอกธาวินว่า อะไรหลายๆ อย่างไม่เป็นไปอย่างที่ใจเราได้ทันที ย้ำว่า

“ถึงแม้จะไม่ถูกใจ แต่ถ้ามันจำเป็นเราก็ต้องทำไปก่อน อะไรที่เราเห็นไม่ตรงกับคนพวกนั้น ก็ต้องหาเหตุผลมาหักล้างกัน ไม่ใช่ทำลาย เราต้องคิดถึงความมั่นคงของบ้านเมืองไว้เป็นอย่างแรก”

แม้จะฟังเหตุผลของท่านพ่อแต่ธาวินก็ยังทำใจยาก เจ้าสัตยาได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง เจ้าชายจะเข้าใจ

ooooooo

ดาราเลิศดีใจที่ตนไม่ถูกประหาร แต่พรีนห่วงน้าตน จึงไปดักพบธาวินที่ทางเดิน ขอว่าน้าตนจะขอเนรเทศตัวเองไปอยู่ต่างประเทศแทนการติดคุก ที่นี่ได้หรือไม่ เพราะตนต้องกลับไปเรียนต่อ แต่ก็เป็นห่วงคุณน้า

“พี่จะลองคุยกับท่านพ่อให้ เช็ดน้ำตาซะน้องพรีน อย่าเพิ่งคิดมาก” ธาวินเช็ดน้ำตาให้พรีนอย่างเอ็นดู แต่ดาราเลิศไม่ต้องการให้พรีนไปเรียนต่อ บอกว่าให้หยุดเรียนไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องเจ้าชายสำคัญกว่า พรีนติงว่าเจ้าชายรักพี่เมญ่าไม่ได้รักตน ตนไม่อยากทำลายความรักของใคร

“น้าจะบอกอะไรให้นะ โสธารา การเป็นเด็กสาวจิตใจดีมีคุณธรรมน่ะมันก็ดี แต่การเป็นเจ้าหญิงสวยใส จิตใจดีงาม มันดีกว่าหลายเท่า” แล้วดาราเลิศก็วางแผนให้พรีนไปขอบคุณธาวินที่เมตตาปล่อยตนเพื่อหาทางใกล้ชิดเจ้าชายต่อไป

ระหว่างนั้นธาวินมาเจอทั้งสองคุยกันถามว่ามีอะไรกัน ดาราเลิศเสแสร้งทำเป็นเศร้าพูดแทนพรีนว่า พรีนเป็นเด็กบริสุทธิ์ เรื่องที่ผ่านมาพรีนถูกระมิงค์เมืองบังคับให้ไปตีสนิทกับเจ้าชาย จนพรีนมาร้องไห้กับตนทุกวันเพราะเป็นห่วงเจ้าชาย

“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ช่างมันเถอะ กลับไปตั้งใจเรียนหนังสือ อนาคตจะได้มาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองของเรา”

“ค่ะ พรีนจะพยายามทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่เจ้าชายเมตตาพรีนกับคุณน้า...ขอบคุณค่ะ” พรีนน้ำตาคลออย่างซึ้งใจ

ดาราเลิศเห็นว่าธาวินไม่โกรธ ก็มีความหวังว่าพรีนจะได้ใกล้ชิดกับเขาอีก

ooooooo

ในที่สุดธาวินก็มาหาเหมย เหมยดีใจมากที่เขาปลอดภัย ธาวินบอกว่าจะพาเธอไปหาท่านพ่อ เหมยติงว่าท่านคงไม่ชอบตนที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา

“เหมยไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดานะครับ เหมยคือผู้หญิงที่พิเศษมากสำหรับผม ท่านพ่อเป็นคนมีเหตุผล ท่านไม่คัดค้านเรื่องของเรา”

รุ่งขึ้น ธาวินพาเหมยในชุดสาวเวียงพะเนินเข้าพบเจ้าสัตยา แนะนำว่าเหมยคือลูกสาวเจ้าของคณะสิงโตที่ตนไปอาศัยตอนอยู่เมืองไทย และช่วยเหลือตนมาตลอดตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตนคือใคร เจ้าสัตยาขอบใจเหมยที่ทำให้เจ้าชายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบขึ้นมาก แต่พอธาวินจะขออนุญาตเรื่องเหมย เจ้าสัตยาตัดบทอย่างรู้ทันว่า

“ช่วงนี้ลูกยังพอมีเวลา พ่ออนุญาตให้พาเพื่อนไปท่องเที่ยวในเวียงพะเนินได้ ก่อนที่ลูกจะต้องเริ่มเรียนรู้การปกครองบ้านเมือง”

“ขอบคุณครับท่านพ่อ” ธาวินเอ่ยด้วยความยินดีคิดว่าท่านพ่อยอมรับเหมยแล้ว หันไปยิ้มกับเหมยอย่างมีกำลังใจ

แต่ขณะที่เรื่องราวเหมือนจะดีขึ้นนั้น ก็มีอุปสรรคจากหลายด้านถาโถมเข้ามาอีก เมื่อระมิงค์เมืองให้ทหารมาบอกธาวินว่าให้ไปพบ เมื่อธาวินไปพบแทนที่หน้าห้อง แทนบอกว่าระมิงค์เมืองขู่ว่าถ้าไม่ได้พบเจ้าชายก็จะปล่อยเรื่องอื้อฉาวอย่างที่เจ้าชายคาดไม่ถึง พลางส่งมือถือให้บอกว่าเป็นโทรศัพท์ของระมิงค์เมืองมันอาจอยู่ในนี้

ธาวินถือโทรศัพท์เดินเข้าไปหาระมิงค์เมือง เธอยื่นคำขาดว่า “แต่งงานกับฉัน” เมื่อธาวินปฏิเสธ เธอก็จะเอามือถือไปเปิดให้ดู ธาวินที่รู้มาก่อนแล้วเชื่อว่าเหมย ไม่มีวันจะทำอย่างนั้น

“คุณไม่เชื่อไม่มีปัญหาหรอกค่ะเจ้าชาย เพราะที่ฉันอยากให้เชื่อคือเจ้าสัตยา และประชาชนของเวียงพะเนินทั้งหมดต่างหาก”

“ระมิงค์เมือง เธอไม่ควรทำตัวให้ไร้ค่าได้ถึงขนาดนี้เลย” ธาวินออกจากห้องไปอย่างโกรธจัด ระมิงค์เมืองมองสะใจ

ธาวินออกมาเจอลีโอ บอกเขาว่าจะให้คนส่งเขากลับเมืองไทย ลีโอถามว่าแล้วเหมยล่ะ ธาวินถามว่าเหมยเกี่ยวอะไรด้วย ลีโอถามว่าทำไมไม่เกี่ยว เราถูกจับไปด้วยกัน ลำบากมาด้วยกัน เป็นห่วงกัน แล้วมันผิดตรงไหน ธาวินถามว่าตอนถูกจับไปด้วยกันเขาฉวยโอกาสกับเหมยหรือเปล่า

“โอ้โห...ฉันโดนกระทืบปางตาย หมดสภาพขนาดนั้นจะไปฉวยโอกาสอะไรได้เล่า เหมยเป็นคนดีมากนะ ทั้งๆเกลียดฉันขนาดไหน ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจกับคนใกล้ตาย ผู้หญิงดีๆอย่างนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว”

คำพูดของลีโอ ทำให้ธาวินยิ่งเชื่อว่าเหมยไม่มีอะไรกับลีโอจริงๆ แต่ถูกระมิงค์เมืองใส่ร้าย เมื่อเจอเหมยในเวลาต่อมาเขาบอกเหมยว่า “เหมย ผมต้องปกป้องคุณให้ได้ ผมจะทำทุกอย่างให้เราได้แต่งงานกัน”

แต่เมื่อธาวินไปเสนอกับเจ้าสัตยา กลับได้รับการปฏิเสธว่า เจ้าชายรัชทายาทจะแต่งงานกับหญิงต่างชาติไม่ได้

“แต่ผมอยากแต่งงานกับคนที่ผมรัก เหมยเป็นผู้หญิงที่ผมเลือกแล้วครับท่านพ่อ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้หัวใจผมอบอุ่นเท่ากับที่เหมยทำได้ ตลอดเวลาที่ผมลำบากอยู่เมืองไทย เหมยมีแต่ความอบอุ่น ทำให้ผมมีกำลังใจต่อสู้กับทุกเรื่อง ท่านพ่อครับ คนทุกคนควรมีสิทธิ์จะเลือกแต่งงานด้วยความรัก โดยไม่มีชนชั้น เชื้อชาติเป็นอุปสรรคไม่ใช่เหรอครับ”

เจ้าสัตยาลูบหัวธาวิน พยักหน้าอย่างเห็นใจ แต่หนักใจกับกฎของเวียงพะเนิน ธาวินมองพ่ออย่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

ระมิงค์เมืองนับวันยิ่งบ้าคลั่ง ขณะนั่งเหม่อดูดาวอยู่ในห้องขัง ดาราเลิศเห็นเข้าก็เย้ยว่าฝันว่าได้เป็นเจ้าหญิงของธาวินดรณอยู่หรือ คิดหรือว่าเด็กหนุ่มอย่างเจ้าชายธาวินดรณจะอยากกอดดอกไม้เหี่ยวเฉาอย่างเธอ

ระมิงค์เมืองพุ่งมายื่นมือผ่านลูกกรงบีบคอดาราเลิศจนฝ่ายนั้นหน้าแดงร้องให้คนช่วย ทหารมาช่วยดึงมือระมิงค์เมืองออก ทหารอีกคนก็มาไขกุญแจปล่อยระมิงค์เมือง บอกว่าเจ้าสัตยาสั่งให้ปล่อย ดาราเลิศถอยกรูดขู่ระมิงค์เมืองที่มองตนอย่างดุร้ายว่าเจ้าชายไม่เอาไว้แน่ถ้าเธอทำร้ายตนที่เป็นน้าของพรีนคนสนิทของเจ้าชาย ระมิงค์เมืองหันคำรามตาขวางว่า

“รักษาชีวิตตัวเองไว้ให้ดี ดาราเลิศ ฉันตามฆ่าแกแน่”

ดาราเลิศหนาวกับแววตาเหี้ยมของระมิงค์เมืองรีบวิ่งหนีออกไป ระมิงค์เมืองจ้องตามอย่างอาฆาตมาดร้าย

ธาวินไปถามเจ้าสัตยาว่าปล่อยระมิงค์เมืองทำไม เจ้าสัตยาอ้างว่าเธอเคยช่วยเขาไว้มาก คิดว่าควรจะลดหย่อนโทษให้เหลือแต่กักบริเวณก็พอ และภูผากับบูรพาสมิงก็ตายแล้วเธอคงไม่มีโอกาสคิดร้ายหรือก่อกบฏอะไรอีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.