ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดอกไม้ใต้เมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เป่าจินจง" ส่ง "ดอกไม้ใต้เมฆ" ลงจอ "เด่นคุณ งามเนตร" ประกบ "แยม มทิรา"



เฮียโชคตื่นขึ้นมาเห็นว่ามืดแล้วก็ตกใจ ร่ำร้องจะไปฟังเหมยร้องเพลง สุ่นหมดมุกที่จะเล่น เจ๊ง้อตัดสินใจบอกเฮียโชคว่าให้ทำใจดีๆ เหมยหายไปแต่ธาวินกำลังตามหาตัวเหมยอยู่

เฮียโชคพุ่งออกไปด้วยความตกใจ แต่ขาอ่อนแรงล้มลงหน้ารถเข็น เจ๊ง้ออยู่ใกล้กว่าเพื่อนรีบเข้าไปพยุง

“เจ็กครับ เจ็กใจเย็นๆนะครับ เรากำลังตามหาเหมย” อาหยางปลอบ ถูกเฮียโชคกวาดตาขวางมองทุกคน ตวาดถาม

“ตามที่ไหน พวกลื้อยังอยู่...ที่นี่ ลูกอั๊วทั้งคน ทำไมทำไมไม่บอก” เฮียโชคตาแดงก่ำ เรียกเสียงเครือ “เหมยลูกพ่อ”

ทุกคนหน้าจ๋อยรู้สึกผิด และสงสารเฮียโชคอย่างที่สุด...

คืนนี้ขณะที่ทุกคนทุกข์ใจเรื่องเหมยอยู่นั้น นายพลสมชาติและชายชุดดำ 4 คนก็เดินอย่างเร็วเข้ามา สุ่นคว้าไม้กวาดเตรียมสู้ถามว่าใคร นายพลสมชาติดุเบาๆ ให้เงียบ อย่าปากมาก เจ๊ง้อเรียกสุ่นให้ถอยมา

“คนของผมเฝ้าที่นี่ไว้ทุกจุดแล้ว” นายพลสมชาติบอก อาหยางถามว่าใครให้มาเฝ้า พอนายพลสมชาติบอกว่าธาวิน ทุกคนก็อึ้ง ถามกันด้วยสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

รถกระบะไปจอดที่กลางป่า แทนและธาวินรีบลงไปเพื่อช่วยประคองลีโอลงจากรถ แทนหยิบเป้สนามส่งให้ธาวิน แล้วหยิบของตัวเองมาสะพาย บอกทุกคนว่าจากนี้เราต้องเดินเข้าป่าเขตติดต่อชายแดน

“พวกแก...พวกผิดกฎหมาย” ลีโอโพล่งขึ้น ธาวิน บอกให้ลีโอรอที่นี่เดี๋ยวตนจะบอกให้คนมาช่วยพาออกไป และบอกเหมยว่าตนส่งคนไปคุ้มครองบ้านเธอแล้วยื่นมือไปบอก “ไปกับผมนะเหมย”

ลีโอโวยวายว่าจะเอาเหมยไปเสี่ยงด้วยไม่ได้ แทนหยิบปืนออกมาปรามว่ารำคาญปากมันมานานแล้ว ลีโอรีบหุบปาก

“นายไปกับเราไม่ได้ลีโอ” ธาวินบอก ลีโอถามว่าจะฆ่าตนไหม แทนขึงตาใส่บอกว่าอยากฆ่ามานานแล้ว เหมยตกใจบอกธาวินว่าฆ่าลีโอไม่ได้ ตนไม่ยอมให้ใครฆ่าลีโอ ธาวินมองเหมยที่เธอปกป้องลีโอ นึกถึงคลิปที่เหมยกอดลีโอไว้ในสภาพเปลือยท่อนบนทั้งสองคนที่โกดังลับก็ยิ่งเจ็บปวด บอกเหมยว่า “เหมยปล่อยลีโอไว้ที่นี่แล้วไปกับผม”

ระหว่างนั้น ลูกน้องของบูรพาสมิงที่เขาสั่งให้สกัดธาวินไว้ทุกเส้นทางก็โผล่มาสี่คน แทนยิงทันที ธาวิน กระชากเหมยหลบ ลีโอวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ เหมยจึงตัดสินใจวิ่งไปกับธาวิน ลีโอเห็นก็รีบวิ่งตามล้มลุกคลุกคลานน่าเวทนา แทนเข้าช่วยพยุงพลางยิงลูกน้องบูรพาสมิงตายสองคนแล้วพาลีโอวิ่งตามไปเพื่อไม่ให้ทุกคนเป็นห่วง ธาวินส่งไลน์บอกจำปา จำปาเอาให้คิมมี่ดูบอกว่าพี่วินส่งมาเมื่อเช้ามืดวันนี้ คิมมี่รับไปอ่าน

“พี่มีธุระด่วนมาก คงไปหลายวัน ฝากขอโทษพี่คิมมี่กับทุกคนที่เคพีด้วย พี่จะรีบกลับมาเคลียร์ทุกอย่างให้ จำปาดูแลตัวเองด้วยนะ”

คิมมี่ถามว่าธาวินไปไหน กลับบ้านใช่ไหม บอกจำปาว่าต้องตามตัวกลับมาให้ได้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าธาวินจะเหลวไหลเสียงานเสียการได้ขนาดนี้ จำปาแก้ต่างให้ว่าปกติธาวินไม่ใช่คนเหลวไหล คราวนี้คงมีธุระสำคัญจริงๆถึงต้องรีบไป

คิมมี่โมโหมากบอกว่าถ้าเรื่องสำคัญระดับชาติจะไม่ว่าเลย ถ้าแค่เรื่องวัวหายควายหนีละก็กลับมาโดนแน่

เมื่อคิมมี่ไปบอกเกรียงเพชรว่าธาวินไม่อยู่ติดต่อไม่ได้ เกรียงเพชรระแวงว่าจะไปปรึกษาพ่อแม่หาทางยกเลิกสัญญากับค่ายเรา ลันตาสงสัยว่าเรื่องเหมยหรือเปล่า ถามจำปาว่าตามเหมยเจอหรือยัง พอรู้ว่าเจอแล้วและอยู่ด้วยกัน คิมมี่ตีขลุมว่าหนีตามผู้หญิงไปชัวร์

เกรียงเพชฉุนขาดแผดเสียงว่า “เรื่องผู้หญิงอีกแล้ว...”

ฝ่ายเสี่ยอ๊อดพอรู้ว่าลีโอหายไปกับเหมยและธาวินก็โวนวายอย่างหัวเสียว่าผูกดวงจองเวรกันมาแต่ชาติปางไหนถึงได้มีเรื่องกันไม่หยุดหย่อน

ooooooo

ลีโอถูกยิงที่หัวไหล่กระสุนฝังใน แทนจึงใช้มีดเผาไฟผ่าสดๆเอาหัวกระสุนออก ลีโอแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดจนสลบ เหมยสงสารดูแลอย่างใกล้ชิด ธาวินมองอย่างน้อยใจที่เหมยห่วงใยลีโอมาก

บูรพาสมิงกับระมิงค์เมืองทะเลาะกันเรื่องธาวินหนีไปได้ ระมิงค์เมืองโทษว่าเพราะความวู่วามของพี่ชาย ส่วนบูรพาสมิงโทษว่าเธอเป็นคนพาแทนมาช่วยเจ้าชาย ขู่ระมิงค์เมืองก่อนเดินออกไปว่า “ใครที่ช่วยศัตรูของพี่ พี่ถือว่ามันรนหาที่”

“ธาวิน เธออยู่ไหน” ระมิงค์เมืองรำพึงสีหน้ากังวล

ที่กลางป่า ธาวินบอกเหมยให้โทร.บอกเฮียโชคว่าเธออยู่กับตน แทน และลีโอ เหมยโทร.บอกเฮียโชคว่า เรากำลังไปดูสถานที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่เวียงพะเนินและจะรีบกลับ กำชับให้ป๊ากินยา ทำกายภาพบำบัดทุกวัน ก่อนวางสายเหมยบอกว่า

“เหมยรักป๊านะคะ”

“ป๊าก็รักเหมย” เฮียโชคหน้าเบะตอบเสียงเครือ เหมยวางสายแล้วน้ำตาไหลอาบแก้ม ธาวินสงสารจับใจ ค่อยๆเข้าไปโอบกอดเหมยไว้อย่างนุ่มนวล เหมย ซบหน้าร้องไห้กับอกกว้าง เสมือนที่พึ่งทางใจ

จำปาสงสัยว่าทำไมต้องไปจัดคอนเสิร์ตที่เวียง พะเนิน อาหยางถามว่าจำได้ไหม ธาวินเคยบอกว่าจะไปเชิดสิงโตที่เวียงพะเนิน แสดงว่าเวียงพะเนินสำคัญมาก เราต้องรู้ให้ได้ว่าเวียงพะเนินอยู่ที่ไหน จำปาบอกว่ารู้แต่ว่าเป็นแคว้นในหุบเขา

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะเตรียมออกเดินทางต่อ ธาวินบอกว่าเดินข้ามเขาไปอีกลูกก็ถึงวังใต้เมฆแล้วเดินไปไม่นานก็เจอกองกำลังลับในป่าที่มีกามินกับกันต์รอต้อนรับอยู่ ธาวินมองเหมยกับลีโอ บอกกามินว่า

“คนของเรา ดูแลเขาด้วย” บอกเหมยว่า “เหมยจะอยู่ที่นี่ จนงานของเราสำเร็จ ผมจะพาเหมยเข้าไปวังใต้เมฆ และอีกสองสามวันจะให้คนพาลีโอกลับเมืองไทย”

กลายเป็นปัญหาขึ้นมาอีก เมื่อเหมยกลัวว่าลีโอจะไปเจอพวกบูรพาสมิงระหว่างทาง ธาวินถามว่าเธอห่วงลีโอขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไร เหมยถามเสียงขุ่นว่า “เจ้าชายหมายความว่าอะไร”

“ตอนที่ไม่ได้อยู่กับผม คุณกับลีโอ กลับมาสนิทกันอีกใช่ไหม”

“เจ้าชาย... ถ้าคุณพาฉันมาเพื่อถามคำถามทุเรศๆ ก็ส่งฉันกับพี่ลีโอกลับไปตอนนี้เลย”

เหมยพูดอย่างผิดหวังว่านึกว่าเจ้าชายจะมีความคิดดีกว่านี้ บอกว่าตนจะไม่ตอบคำถามจากอคติ ถ้าไม่เต็มใจช่วยก็ให้ปล่อยเราไป ทำให้ธาวินยิ่งหึงที่เหมยแทนตนกับลีโอว่า “เรา” เหมยเร่งว่าตนไม่อยากเป็นตัวถ่วงของใคร ให้ส่งตนกับลีโอกลับไปเลย ธาวินหงุดหงิด ตะโกนเรียกผู้พันทยุตหรือแทน ให้พาเหมยไปพัก เหมยบอกว่าไม่อยากไปพักแต่อยากกลับบ้าน

“คุณไม่ได้กลับง่ายๆหรอกเหมย”

“เจ้าชายไม่มีเหตุผล” เหมยสะบัดหน้าไปอย่างขัดใจ แต่ธาวินเดินไปหาลีโอบอกว่าถ้าเขาอยากกลับไปตอนนี้ตนจะให้คนพาออกไป ลีโอบอกว่าตนไม่ไปคนเดียว เหมยต้องไปกับตนด้วย ถามอย่างไม่พอใจว่า พาเหมยมาทำไมทั้งลำบากทั้งอันตราย กำลังคิดจะทำอะไรกัน

“ถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าป่าอย่าถาม หุบปากให้เงียบที่สุด แล้วก็อยู่ห่างๆเหมยด้วย” ธาวินปราม ลีโอ รีบหุบปากทันที

ooooooo

เพราะลีโอบาดเจ็บ เหมยจึงดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด แต่ธาวินระแวงหึงหวงจนเหมยรู้สึกไร้เหตุผล ลีโอจะอธิบาย เหมยบอกว่าไม่ต้อง อยากคิดอะไรก็ให้เขาคิดไป ลีโอติงว่าธาวินกำลังเข้าใจผิด

“ช่างเขาเถอะ ถ้าเขาไม่เชื่อใจเหมย เหมยก็ไม่มีอะไรจะอธิบาย”

“พี่ไม่รู้เรื่องวิน เรื่องที่เหมยอยากมาที่นี่ แต่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ของเรา มันอันตรายมาก เหมยไม่ควรอยู่ที่นี่ต่อไป”

เหมยฟังแล้วนิ่งคิด คืนนี้เจอกับธาวินที่กองไฟลานกลางค่าย จึงถามว่าเขาจะเข้าวังใต้เมฆเมื่อไร เตือนว่าอันตรายมาก

“อันตรายมาก แต่คุณก็ยังมากับผม เหมย ผมตั้งใจไว้แล้วว่า คุณจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะพากลับไปวังใต้เมฆ”

“มันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่เจ้าชายคิด พวกนายพลภูผามีกำลัง มีอำนาจเขาไม่ยอมง่ายๆ”

“ผมไม่กลัวเรื่องนายพลภูผา ผมอยากรู้เรื่องคุณกับลีโอ”

“ฉันตามมาด้วย เพราะฉันอยากเห็นคุณเดินขึ้นไปยืนบนบัลลังก์ในฐานะเจ้าชายด้วยตาตัวเอง ฉันมีเหตุผลเท่านี้”

“แล้วเรื่องที่ผมขอให้คุณเป็นดอกไม้ของวังใต้เมฆ ...ดอกไม้ของผม”

“ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการช่วยประชาชนของเจ้าชาย อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ มารบกวนจิตใจ”

เหมยย้ำเตือนภารกิจที่สำคัญของเขาแล้วเดินออกไป ธาวินมองตามเศร้าๆ ที่เหมยไม่ยอมรับปาก

ธาวิน แทน และกันต์ ปรึกษากันในถ้ำ วิเคราะห์ที่คุมขังเจ้าสัตยาที่อยู่ในกองบัญชาการทหารมีทหารฝีมือดีรวมอยู่ที่นั่น ถ้าพลาดเพียงนิดเดียวก็เท่ากับเราเดินไปให้มันฉีกเนื้อเล่น แทนเสนอว่าเราต้องใช้คนในเปิดทาง

“รีบจัดการ เราต้องเข้าไปหาท่านพ่อให้เร็วที่สุด หมดเวลาของนายพลภูผาแล้ว” ธาวินเร่ง กันต์คำนับแล้วรีบออกไป ที่ท้องพระโรง...นายพลภูผาแผดเสียงใส่บูรพาสมิง อย่างโกรธจัดว่าสั่งให้ทำงานเฉพาะเรื่องธุรกิจไม่เข้าใจหรืออย่างไร ถ้าข่าวเรื่องการทำร้ายเจ้าสัตยากับเจ้าชายหลุดไปถึงหูประชาชน มันจะเกิดอะไรขึ้น บูรพาสมิงโต้ว่า ตนต้องการทวงทุกอย่างคืนมาให้ครอบครัวเรา

“เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ ตอนนี้คนที่อยู่เบื้องหลังอำนาจของเรา ไม่มีใครสนับสนุนเรื่องโค่นล้มเจ้าสัตยา พวกประเทศมหาอำนาจหลายๆที่ก็กำลังจับตาดูเราอยู่ ถ้าแกยังดื้อรั้นอีก ฉันจะปลดแกออกจากทุกตำแหน่ง”

“ทำไมเราจะต้องยอมก้มหัวให้คนแก่ ความคิดล้าหลังอย่างนายพลอินทรีกับพวกมันไม่กี่คนนั่นด้วยครับพ่อ ถ้ามันวุ่นวายนักเราก็กำจัดมันให้หมด”

“หุบปาก! อย่าคิดว่าตัวเองเก่งนัก บูรพาสมิงแกไม่รู้หรอกว่าในบ้านเมืองนี้นายพลอินทรีมันสามารถทำอะไรได้บ้าง”

บูรพาสมิงไม่โต้เถียงแต่สีหน้าไม่พอใจที่พ่อหวาดหวั่นพวก “คนแก่” เหล่านั้น ที่ตึกกองบัญชาการทหาร นายพลอินทรี กับนายพลขุนพล คุยกันอย่างเคร่งเครียด นายพลอินทรีเอ่ยขึ้นว่า

“เหิมเกริม ภูผามันกำลังจะเซ็นสัญญายกสัมปทานป่าไม้ทั้งแคว้นให้บริษัทต่างชาติ แล้วปล่อยให้บูรพาสมิงเรียกผลประโยชน์เป็นหุ้นในบริษัท 40%”

ขุนพลเสริมว่าบูรพาสมิงบ้าถึงกับคิดโค่นเจ้าสัตยาแล้วสถาปนาครอบครัวขึ้นเป็นเจ้าเอง นายพลอินทรีเสนอให้หาทางยับยั้งการเซ็นสัญญาครั้งนี้ก่อน ขุนพลติงว่า ถ้าเรื่องสัมปทานหยุดชะงักตอนนี้ เม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาเพื่อใช้กับการพัฒนาเรื่องอื่นก็จะพลอยสะดุด

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก ตอนนี้เวียงพะเนินกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติอยู่แล้ว ถ้าเราได้ตัวเจ้าชายธาวินดรณมาสร้างภาพความร่วมมือระหว่างราชวงศ์กับฝ่ายบริหารมันจะดีกว่ามากในสายตาต่างประเทศ”

เมื่อขุนพลพยักหน้าเห็นด้วย นายพลอินทรีตัดสินใจสั่งการ

“ไปเอาตัวเจ้าชายธาวินดรณกลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุด”

ooooooo

ที่กองกำลังลับในป่า เหมยถือกะละมังและผ้าขนหนูที่เช็ดตัวลีโอออกมา เจอธาวินดักอยู่บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน เหมยบอกว่าถ้าจะชวนทะเลาะกันอีกตนไม่อยากฟัง

“ผมต้องเข้าไปหาท่านพ่อ” ธาวินบอก เหมยหันมองทันทีถามว่าอันตรายมากหรือเปล่า ธาวินพูดเสียง

อ่อนโยนว่ายังดีที่เหมยห่วง กุมมือเหมยเบาๆ พูดอย่างขอกำลังใจว่า “เหมย...ทางข้างหน้ามันเสี่ยงมาก ผมมีศัตรูรอบด้าน ถ้าผมมีคุณเป็นกำลังใจบ้าง ไม่ว่าจะมีอันตรายไหน ผมก็พร้อมจะสู้กับมัน”

ที่ท้องพระโรง บูรพาสมิงยืนมองบัลลังก์ฝันว่าตนจะมีอำนาจเหนือบัลลังก์ในไม่ช้า แต่เสียงระมิงค์เมืองเข้ามากระชากจากภวังค์ว่า

“มีคำสั่งจากนายพลอินทรีให้ตามหาเจ้าชายธาวินดรณ ถ้าไม่เจอตัวที่เมืองไทย ทุกคนต้องรู้ว่าเจ้าชายหายตัวไป...เพราะใคร”

“แต่ถ้าทุกคนได้เจอศพมันก่อน พี่ก็ช่วยไม่ได้” บูรพาสมิงหันเผชิญหน้าระมิงค์เมืองยิ้มเหี้ยม

“เราต้องได้ตัวธาวินดรณมาก่อนอินทรี ห้ามใครแตะต้องมัน” นายพลภูผาเข้ามาจ้องบูรพาสมิง เขาถามเย้ยว่าต้องเตรียมพิธีต้อนรับเจ้าชายตกบัลลังก์ด้วยไหม “ฉันต้องสอนแกอีกกี่ครั้งบูรพาสมิง จำไว้ว่าเราจะยิ่งใหญ่ต้องมีคนหนุนหลัง”

“แต่ถ้ายังมีชื่อธาวินอยู่ในเวียงพะเนิน พ่อก็ไม่มีทางพ้นเงาเจ้าสัตยา” บูรพาสมิงโต้ ถูกนายพลภูผาขยุ้มคอจิกลงไปที่ลูกกระเดือกด้วยมืออันทรงพลังจนบูรพาสมิงหายใจติดขัด แต่ตายังจ้องพ่อเขม็ง

“พี่บูรพาสมิง ขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้” ระมิงค์เมืองกังวลการปะทะระหว่างความโกรธของพ่อกับความดื้อรั้นของพี่ชาย นายพลภูผาปล่อยมือ บูรพาสมิงสำลักลมหายไป เขาไม่ขอโทษแต่บอกว่าตนพูดความจริง ตนรักและเทิดทูนพ่อมากที่สุด

“ต่อไปนี้ ห้ามใครทำเกินคำสั่งฉัน ห้ามใครปิดบังฉัน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” นายพลภูผาสั่ง บูรพาสมิงบอกว่าไม่มีอะไรที่ตนต้องปิดบังพ่อ แล้วหันมองระมิงค์เมืองถามเป็นนัยว่า จริงไหม แล้วเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว นายพลภูผาถามระมิงค์เมืองว่า “แกมีอะไรปิดพ่อหรือเปล่าระมิงค์เมือง เรื่องเกี่ยวกับ...ธาวิน”

“ไม่มีค่ะ ธาวินดรณไม่สำคัญอะไรสำหรับลูกเลยแม้แต่นิดเดียว” ระมิงค์เมืองเชิดหน้ากลบเกลื่อน

ทันทีที่ออกจากท้องพระโรง บูรพาสมิงก็ตรงไปที่ห้องรับแขกในวังใต้เมฆ สั่งหลักชัยที่ยืนรออยู่ว่า

“ล่าตัวมันมา ไม่ว่าธาวินดรณมันซ่อนอยู่ที่ไหน ลากตัวมันมาให้ได้ ระวังกองกำลังของนายพลอินทรี จะหลอกให้มันไปทางอื่น หรือจะฆ่ามันทิ้งก็ได้ไป”

ธาวินบอกเหมยว่าจะส่งลีโอกลับ เหมยถามว่าถ้าพวกนายพลเจอลีโอกลางทางล่ะ บอกธาวินว่าไม่ต้องห่วงตนกับลีโอดูแลตัวเองได้ ให้เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด กระนั้นธาวินยังถามอย่างระแวงเมื่อนึกถึงคลิปที่โกดังลับว่าเหมยยังไม่ได้เล่าว่าตอนเธอถูกจับเกิดอะไรขึ้น เหมยย้อนถามว่า

“บอกซิ เจ้าชายมีอะไรที่สงสัยเหมยกับพี่ลีโอ อย่าพูดเรื่องให้เหมยไปเป็นดอกไม้ในวังใต้เมฆอีกเลย ถ้าแค่นี้ยังไม่เชื่อใจกัน” เหมยเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ธาวินมองตามไปนึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาตงิดๆ

ooooooo

เจ๊ง้อยังต้องต่อสู้กับความคิดของเฮียโชคที่ตั้งแง่เกลียดชังและกีดกันความรักของเหมยกับธาวิน เจ๊ง้อพยายามชี้ให้เห็นถึงความรักความห่วงใยของธาวินที่มีต่อเหมย กระทั่งบอกว่า

“เฮียโชคลื้อกับอาวินมันก็มนุษย์เหมือนกันนี่แหละ ทำไมจะต้องแบ่งแยกว่านี่เถ้าแก่ นั่นคนงาน คนจนที่ขยันเดี๋ยวมันก็รวยได้” เฮียโชคด่าว่าใฝ่สูง ถูกเจ๊ง้อแหวใส่ว่า “แล้วจะให้มันใฝ่ต่ำเรอะ ลื้อมันดื้อยิ่งกว่าแพะ เป็นพ่อประสาอะไรไม่อยากเห็นลูกมีความสุข”

“ไอ้วิน...ทำ ให้ เหมย เสีย ชื่อ”

“ชื่อใคร ชื่อลื้อหรือชื่อลูก ลื้อมันเห็นแก่ตัว เด็กมันรักกัน ลื้อก็เอาแต่ต้านไม่ลืมหูลืมตา ลื้ออย่ามองอะไรด้านเดียว บางทีอาเหมยอีอาจจะเต็มใจไป เรายังไม่รู้เหตุผลทั้งหมดของเขา อย่าเพิ่งตัดสินอะไรง่ายๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเผื่อใจให้เหตุผลของลูกด้วย”

ทุกคนเป็นห่วงการหายไปของเหมย จับกลุ่มปรึกษากัน อาหยางเสนอว่าทำไมเราไม่ไปตามหาเหมยที่เวียงพะเนิน แต่ขณะกำลังคุยกัน หมิงก็วิ่งเข้ามาบอกว่า เฮียโชคหายไป ทุกคนรีบแยกย้ายกันออกตามหาแถวละแวกบ้านก็ไม่เจอ กลับไปดูที่ห้องนอนก็ไม่ได้เขียนอะไรไว้ สุ่นสังหรณ์ใจว่าเฮียโชคตั้งใจจะไม่อยู่อีกแล้ว

เจ๊ง้อด่าสุ่นว่าปากเสีย อย่าให้ได้ยินเรื่องอัปมงคลนี้อีก เชื่อว่าคนหัวดื้ออย่างเฮียโชค ไม่ฆ่าตัวตายแน่ แต่ก็บอกให้แยกย้ายกันออกตามหา เชื่อว่าใช้รถเข็นอย่างนั้นคงไปได้ไม่ไกล

เฮียโชคเข็นรถมาหยุดที่กลางสะพาน เหม่อมองผืนน้ำพึมพำอย่างปวดร้าว

“ป๊า ผิด เอง เหมย...ยก โทษ ให้ ป๊า ด้วย...”

ในที่สุด เจ๊ง้อและทุกคนก็ตามพบเฮียโชคนั่งพิงรถเข็นอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่กลางสะพาน ทุกคนพากันเข้าไปห้อมล้อมเฮียโชคที่พร่ำโทษตัวเอง เจ๊ง้อเตือนสติว่าถ้าเหมยรู้ว่าเขาทำอย่างนี้จะร้องไห้สักแค่ไหน ปลอบว่า

“อย่าโทษตัวเองเลยเฮียโชค ฟ้ากำหนดโชคชะตามาทดสอบชีวิตคน ถ้าไม่มีพ่ออย่างลื้อ คิดเหรอว่าอาเหมยจะเป็นดอกไม้ที่สวยที่สุดได้” แม้เฮียโชคจะสงบลง แต่แววตายังเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจกับชะตาชีวิตที่ตกต่ำทำให้ลูกลำบาก

ooooooo

ที่กองกำลังลับในป่า ลีโอกับเหมยเดินมาเห็นธาวินคุยกับกามินและแทน ได้ยินทั้งสองเรียกธาวินว่าเจ้าชาย ลีโอก็คิดไปเลยเถิดว่าที่เหมยรักธาวินเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าชาย เหมยชี้แจงว่า

“เหมยรักธาวิน คนที่เป็นผู้ชายธรรมดา คนที่พยายามเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะถูกเหยียดหยามแค่ไหน เหมยรักวินคนนั้น”

แต่วันนี้ธาวินคนนั้นคือเจ้าชายที่กำลังเผชิญกับอันตราย เหมยก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ขณะนั้นเองกามินเดินมาบอกว่า

“ถ้าเธออยากกลับบ้าน ฉันจะให้คนของฉันไปส่งเดี๋ยวนี้เลย”

ข้างหลังกามินคือลีโอ เขาบอกเหมยว่า เราทำถูกแล้ว เราอยู่ที่นั่นไม่ได้ เหมยติงว่าเราน่าจะบอกเจ้าชายก่อน

“บอกเขา เหมยก็ไม่ได้ออก วินไม่ยอมให้เหมยไปแน่” พลางลีโอเข้าดึงมือเหมยเดินตามทหารไปเลย

ที่กลางป่า หลักชัยนำกำลังของบูรพาสมิงหกคนออกตามล่าธาวิน เจอกำลังของนายพลอินทรีที่ออกค้นหาธาวิน จึงวางแผนล่อไปทางอื่น แล้วหลักชัยก็นำกำลังแยกไปอีกทาง

ธาวินไม่พอใจกามินที่ขัดคำสั่งปล่อยเหมยไป กามินอ้างว่าทั้งสองอยากกลับเมืองไทย ธาวินไม่เชื่อ แทนจึงเสนอว่าตนจะให้ทหารไปตามเหมยกลับมา ธาวินจะไปตามเอง กามินจึงบอกแทนว่าตนเป็นคนปล่อยเหมยไปเอง

“ผมรู้แล้ว พ่อไม่น่าทำแบบนี้ เจ้าชายกำลังจะบุกเข้าไปหาเจ้าสัตยามันจะทำให้เจ้าชายเสียสมาธิ”

“กันต์ เอาคนตามออกไปอารักขาเจ้าชาย” กามินสั่งทันที

ooooooo

ขณะเดินป่ากันอยู่นั้น จู่ๆก็มีชายชุดดำโผล่มา 5 คน กามินยิงมันตายทันทีหนึ่งศพ ลีโอกระชากเหมยหลบ หลักชัยไล่ ยิงลีโอกับเหมย ทหารบูรพาสมิงไล่ยิงทหารกามินที่เหลือ หลักชัยกระชากเหมยไป แต่ทหารบูรพาสมิงก็ถูกแทนยิงตาย

เหมยกระชากแขนหลุดจากหลักชัย ธาวินวิ่งเข้ามาด้านหลังพาเหมยหลบ หลักชัยเห็นดังนั้นก้มตัวหลบไม่ให้ธาวินเห็น แต่ก็ถูกธาวินไล่ยิงหนีกระเจิงไป

ที่วังใต้เมฆ บูรพาสมิงเดาได้ว่างานนี้เป็นฝีมือใคร ถามระมิงค์เมืองว่ากลัวธาวินจะตายหรือไง ระมิงค์เมืองเสียงแข็งใส่ว่าอย่าพาลหาเรื่อง

“พี่หาเรื่องเธอหรือระมิงค์เมือง ถ้าพี่แค่บอกพ่อว่างานเราพลาดทุกครั้งเพราะเธอเอาใจช่วยไอ้ธาวิน”

“ค่ะ น้องคิดเรื่องธาวิน แต่ไม่ใช่ความเป็นห่วง น้องกำลังคิดว่าคนอย่างธาวินจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ ธาวินจะไม่ยอมถูกใครชักใยบงการเขาอีกแล้ว”

“อย่าดูถูกสมอง อย่าดูถูกกำลังของพี่ ไม่มีผู้นำคนไหนจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีการนองเลือด” บูรพาสมิงเดินเลี่ยงไป ระมิงค์เมืองเดินตามไปถามว่าเขาแอบซุ่มมีกองกำลังของตัวเองแบบนี้ ถ้านายพลอินทรีรู้เข้า? บูรพาสมิงสวนทันควันว่ากว่าจะรู้เราก็ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว

“สายตาไอ้แก่นั่นมันคม ถ้ามันเกิดระแคะระคายเรื่องนี้ขึ้นมา น้องกลัวว่าพ่อจะตกที่นั่งลำบาก” บูรพาสมิงเหล่มองน้องสาวพูดอย่างระแวงว่าหลังๆมานี้น้องไม่มั่นใจในตัวพี่หรือคิดว่าพี่จะแพ้ไอ้ธาวินดรณ “น้องก็แค่เป็นห่วงประสาผู้หญิง สำหรับน้อง ครอบครัวที่เหลือก็มีแค่พ่อกับพี่บูรพาสมิงเท่านั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พวกมันจะต้องชดใช้ให้พี่ ธาวินดรณ ไม่ว่ามันซ่อนตัวอยู่ไหนพี่จะลากตัวพวกมันออกมา”

“พี่ต้องส่งตัวเจ้าชายให้นายพลอินทรี”

“นั่นต้องหลังจากที่นายพบอินทรีคุกเข่าลงอ้อนวอนต่อหน้าพี่” บูรพาสมิงผยอง ยิ้มเหี้ยม ระมิงค์เมืองฟัง แล้วเครียด

แต่กำลังของบูรพาสมิงที่นำโดยหลักชัย ถูกแทนกับ กันต์เด็ดชีวิตทีละคนจนหมด หลักชัยเห็นท่าไม่ดีจึงหนีไป

เมื่อเสียงปืนสงบ ธาวินกับเหมยเดินมาดู แทนรายงานว่า “พวกมันไม่มีสังกัด ไม่ใช่ทหารของภูผาแต่มีอาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดจากต่างประเทศ” ธาวินสงสัยว่าเป็นทหารของใคร?

ooooooo

ที่ท้องพระโรง นายพลภูผาให้คนไปตามขุนพลกับนายพลอินทรีมาหา ถามหยั่งเชิงว่า ได้ข่าวว่าท่านกำลังตามตัวธาวินกลับมาที่นี่ นายพลอินทรีบอกว่าเพื่อผลประโยชน์ นายพลภูผาไม่พอใจถามว่าประโยชน์อะไรทำไมตนไม่รู้มาก่อน

“นายพลอินทรีคิดแล้วว่า การได้ควบคุมตัวเจ้าชายและเจ้าสัตยาคือสิ่งที่จะส่งเสริมการลงทุนกับต่างชาติ” ขุนพลตอบ

นายพลภูผาทักท้วงว่านี่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงตอนที่เราวางแผนโค่นล้มเจ้าสัตยากัน

นายพลอินทรีบอกว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนแล้ว ขุนพลเสริมว่าตั้งแต่ลูกชายท่านพยายามเรียกร้องผลประโยชน์การลงทุนใส่กระเป๋าตัวเอง นายพลภูผาบอกว่าตนจะตักเตือนบูรพาสมิงเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเอาธาวินดรณกลับมาที่วังใต้เมฆอีก ปล่อยให้ตนจัดการเรื่องนี้เอง

“ธาวินดรณไม่มีทางเป็นเสี้ยนหนามตำใจผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่อย่างท่าน ก็แค่เจ้าชายไร้อำนาจ เด็ก เมื่อวานซืน ตอนนี้แผนการของนายพลอินทรีคือการควบคุมทั้งพ่อทั้งลูกไว้เป็นหุ่นเชิดให้ต่างชาติยอมรับเรา ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับท่านนายพลอินทรี” ขุนพลแสดงท่าทีแจ่มชัดและก้าวไปยืนข้างนายพลอินทรี ทำให้นายพลภูผารู้สึกโดดเดี่ยวในทันที

“ทำใจสบายๆ ท่านผู้นำ หน้าที่การบริหารภายในบ้านเมืองนี้ เราทำมาตั้งแต่ก่อนเจ้าสัตยาขึ้นปกครองแล้วเราก็จะอยู่รับใช้ผู้นำทุกคนอย่างเต็มความสามารถเต็มสติปัญญาของเราแน่นอน” นายพลอินทรียิ้มนิดๆ

นายพลภูผารู้สึกถึงพลังของนายพลอินทรีที่จะบงการทุกอย่างต่อไปอย่างไม่ต้องการให้ใครมาขัดแย้งอีก

ooooooo








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.