ตอนที่ 61
ตอนที่ 61 ย่อยอาหาร
เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่มา เหยียนหมิงซุ่นแค่เหลือบมองแวบเดียวก็รู้ว่าอู่เหมยไม่อยู่ เขาเลยไม่รู้ว่าเธอยังเจ็บหัวอยู่หรือเปล่า
เหอปี้อวิ๋นแม่คนนี้ก็จริงๆ เลย ลูกสาวคนเล็กโดนลูกบาสชนหัวก็ไม่เป็นห่วงเลยสักนิด ลูกสาวคนโตแค่ก้างปลาติดคอกลับแทบจะเป็นจะตาย ช่างลำเอียงไม่มีขอบเขตเสียจริงๆ
เหยียนหมิงซุ่นส่ายหัว เขารู้สึกเห็นใจอู่เหมยมาก แต่เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าอู่เหมยนั้นได้ค่อยๆ เข้ามาใกล้หัวใจของเขาแล้ว
อู่เยวี่ยร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ห้องรับแขก เธอร้องเจ็บโอดโอยไม่หยุดและน้ำตาไหลพราก เหอปี้อวิ๋นคอยปลอบโยนเธอ วงแหวนของแม่อันเป็นที่รักเปล่งแสงระยิบระยับอยู่เหนือศีรษะ ไม่ว่าใครเห็นต่างก็ต้องชมว่า “แม่ที่ดี”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของอู่เยวี่ยเล็ดลอดเข้าไปในห้องอย่างไม่ขาดสาย เหยียนหมิงซุ่นถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกที่มีต่ออู่เยวี่ยยิ่งแย่ลงไปอีก แค่ก้างปลาติดคอนิดหน่อย จำเป็นต้องร้องไห้ขนาดนี้เชียวหรือ
เขาปิดนิตยสารลง แล้วเปิดหน้าต่างปีนข้ามออกไป อยากออกไปเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย พออู่เยวี่ยกับแม่ของเธอไปแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน เหยียนหมิงซุ่นเดินไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เดินมาถึงสนามของอาคารบ้านพักใหม่โดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางไฟถนนที่มัวสลัว มีคนสี่ห้าคนกำลังเดินเล่นอยู่ ทันใดนั้นเองเหยียนหมิงซุ่นก็เห็นเงาร่างผอมบางเดินตัวโก่งเล็กน้อยไปบนลู่วิ่งอย่างช้าๆ
เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางไม่ค่อยดี เหยียนหมิงซุ่นคิดว่าเป็นผลกระทบมาจากลูกบาสลูกนั้น แล้วพลันก้าวพรวดพราดเข้าไปหา
“เอิ๊ก”
อู่เหมยเรอเสียงดังกังวาน ยิ่งท้องอืดท้องเฟ้อมากขึ้น เธอเริ่มเรอหลังจากที่พวกเหอปี้อวิ๋นออกไปข้างนอก จากนั้นท้องก็เริ่มปวดมวน ท้องไส้เธอที่หิวโซมาสิบสองปีไม่อาจแบกรับอาหารมื้อใหญ่ได้ไหว จึงเริ่มประท้วง
“เอิ๊ก”
เหยียนหมิงซุ่นเพิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงเรอดังชัดนี้ เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ สมองถูกกระทบกระเทือนทำให้เรอได้เหรอ
“เธอไม่สบายตรงไหนเหรอ”
เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาอู่เหมยสะดุ้งตกใจ เธอหันขวับทันที แล้วก็เห็นเหยียนหมิงซุ่นในเสื้อลายขวาง เธอหน้าแดงอย่างน่าประหลาด แล้วส่ายหัวแรง “ไม่ได้... เป็นอะไรค่ะ”
แต่เหยียนหมิงซุ่นไม่เชื่อ ใบหน้ายับยู่ยี่อย่างกับลูกมะระ ยังจะบอกว่าไม่เป็นไร แม้แต่ผียังไม่เชื่อเลย
“เวียนหัวหรือเปล่า อยากอาเจียนมั้ย”
เหยียนหมิงซุ่นไม่ค่อยพอใจอู่เจิ้งซือสักเท่าไร ทั้งๆ ที่เขาบอกอู่เจิ้งซือเรื่องที่อู่เหมยโดนลูกบาสชนหัวไปแล้ว แต่ทำไมไม่เห็นจะสนใจเลยสักนิด!
อู่เหมยส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่...ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ พี่หมิงซุ่น ฉันแค่กิน...กิน...เอ๋? ฉันหายเรอแล้ว ไม่เรอแล้ว ฮ่าๆ!”
ตั้งแต่เหยียนหมิงซุ่นปรากฎตัวจนถึงตอนนี้ เวลาผ่านไปอย่างน้อยสองนาทีแล้ว เธอไม่ได้เรอเลยสักครั้งเดียว ไม่เรอแล้วรู้สึกสบายจริงๆ ถ้าท้องสบายกว่านี้อีกหน่อยก็ยิ่งดี
เหยียนหมิงซุ่นมองดูสาวน้อยพูดพึมพำด้วยความดีอกดีใจ มุมปากเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก เขาอดถามไม่ได้ว่า “เธอเรอถึงได้มาเดินเล่นงั้นเหรอ”
อู่เหมยใบหน้าร้อนผ่าว เดี๋ยวพยักหน้า เดี๋ยวก็ส่ายหน้า เดิมทีจะกุเหตุผลไปเรื่อยเปื่อย แต่ไม่รู้ทำไม เมื่ออยู่ต่อหน้าเหยียนหมิงซุ่น เธอกลับพูดโกหกไม่ออก รู้สึกร้อนตัวไปหมด
“ฉัน... ฉันกินอิ่มตื้อ ก็เลยออกมาเดินย่อยค่ะ”
เหยียนหมิงซุ่นเห็นหญิงสาวก้มหน้าจนแทบจะจดสะดือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าเธอ “ปลาคงจะอร่อยมากเลยล่ะสิ”
อู่เหมยเบิกตาโตและย้อนถามว่า “พี่รู้ได้ยังไงว่าที่บ้านฉันกินปลา”
เหยียนหมิงซุ่นแอบขำอยู่ในใจ ช่างซื่อบื้อจริงๆ อู่เยวี่ยก้างปลาติดคอ แถมไปที่บ้านเขาอีก แจ่มแจ้งชัดเจนขนาดนี้ แม้แต่คนโง่ก็คงรู้!
“ฉันได้กลิ่นปลาบนตัวเธอน่ะ ตอนเย็นคงกินปลาไปไม่น้อยสิท่า” เหยียนหมิงซุ่นพูดหลอกเด็กสาวด้วยสีหน้าจริงจัง










