ข่าว

วิดีโอ



เด็ดปีกนางฟ้า

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: แดน ซิวิไลซ์และพราว พิสุทธิ์

กำกับการแสดงโดย: คุณสำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แพทริเซีย กู๊ด, ยุกต์ ส่งไพศาล

ปฐพีฟังแม่อบรมพิมานแล้วกอดแม่ไว้ด้วยความสะเทือนใจ แต่ก็ขอให้ตนได้รักพ่อด้วยเพราะพ่อเป็นผู้ให้กำเนิด อย่าให้ตนได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญูเลย

“แม่รักดินมาก มากจนไม่อยากให้คนอื่นมาแย่งความรักของดินที่มีให้แม่ไป...”

ปฐพีบอกแม่ว่าพ่อก็อยู่ส่วนพ่อ “ส่วนแม่ ดินรักแม่มากนะครับ รักมากขึ้นทุกวัน...ทุกวัน”

สองแม่ลูกกอดกันด้วยความรักอย่างซาบซึ้งใจ

ฝ่ายพิมานฟังเฟื่องฟ้าแล้วกระทบจิตใจอย่างมาก วันนี้เดินไปเจอชะเอมควงคู่มากับสายฟ้า สายฟ้าแกล้งถามว่ามาคนเดียวหรือ ชะเอมเล่นตามเกมว่าจะให้เดินกับใครล่ะในเมื่อไวน์ก็ไม่อยู่แล้ว

พิมานตกใจถามว่าไวน์ไปไหน ชะเอมบอกว่าไวน์เดินทางไปหาพ่อแม่ที่ลอนดอน ก็คงไปแบบ...ขอขมาถ้าพ่อแม่ไม่โกรธไม่ว่าอะไรก็คงจะย้ายไปอยู่ที่โน่นเลย

พิมานถามว่าไวน์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ว่าบินคืนนี้สามทุ่มครึ่งพิมานก็พรวดออกไปทันที ชะเอมกับสายฟ้ายกมือไฮไฟว์กันดีใจที่ได้จังหวะพอดี ขอให้พิมานคิดได้ก็แล้วกัน

พิมานโทร.หาไวน์ก็ถูกตัดสายทิ้ง เขาร้อนใจทนไม่ได้ขับรถบึ่งไปสนามบิน มองหาไวน์ไม่เจอ โทร. หาก็ถูกตัดสาย เขาตัดสินใจไปขอให้เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกตัว แต่เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าไวน์ก็ไม่ปรากฏตัว พิมานกลัวไวน์จะขึ้นเครื่องเสียก่อนจะขอประกาศเอง เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตจนเกือบทะเลาะกัน

พอดีไวน์มาบอกพิมานให้หยุดได้แล้วเดี๋ยวน้องเขาจะเดือดร้อน พิมานออดอ้อนถามไวน์ว่าโกรธตนหรือ ไวน์บอกว่าไม่โกรธ เราต่างคนต่างอยู่ ตนก็จะไปใช้ชีวิตกับพ่อแม่ที่ลอนดอน ส่วนเขาก็เชิญเสเพลไป ลูกของตนตนเลี้ยงได้ แล้วอย่ามาเรียกร้องอะไรตอนลูกโตเพราะลูกมีแต่แม่คนเดียวเท่านั้น

เมื่อไวน์จะไปขึ้นเครื่อง พิมานขอร้องให้ฟังตนก่อน ตนขอเคลียร์งานก่อนแล้วค่อยบินไปขอขมาพ่อแม่ด้วยกัน

ไวน์ดีใจจนร้องไห้ พิมานปลอบว่าอย่าร้องไห้ ตนกลัว...กลัวมากว่าเธอจะทิ้งตนไป แล้วเราจะไม่ได้เจอกันอีก พูดหนักแน่นจริงจังว่า

“ต่อให้ไวน์ไม่ได้ท้อง พี่ก็จะขอไวน์แต่งงานอยู่ดี...แต่งงานกับพี่นะ...พี่สัญญาว่าจะดูแลไวน์ไปตลอดชีวิต” ทำเอาไวน์น้ำตารื้นท่ามกลางเสียงปรบมือเชียร์ของคนรอบข้างที่ได้เห็นเหตุการณ์

ooooooo

ปฐพีตัดสินใจตามหานาง คิดว่าผักกาดที่เป็นเพื่อนรักน่าจะรู้ แต่ผักกาดก็ไม่ยอมบอก ให้ไปถามพ่อแม่นางเอาเองดีกว่า เขาจึงถามที่อยู่ของพ่อแม่นางเพื่อจะไปถาม ผักกาดจึงบอกที่อยู่ที่เพชรบูรณ์ให้

ปฐพีจัดกระเป๋าเดินทางโดยมีไฟแต่งหล่อเดินทางไปด้วย เฟื่องฟ้าถามว่าจะกลับเมื่อไหร่

“คงสักสองสามวันครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลเจ้าไฟเป็นอย่างดี”

“แม่ก็ไม่รู้ว่าดินมีเรื่องอะไรกันนักหนา ผู้หญิงคนนี้แม่ก็ไม่เคยเห็นแต่แม่ก็เชื่อในวิจารณญาณของดินนะ”

“ผมรักเขาครับแม่”

“งั้นก็ลองดู เอาความจริงใจของลูกไปคุยกับพ่อแม่เขาแล้วกัน ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกที่จะไม่ใจอ่อนกับคนที่เขารักลูกตัวเอง...แล้วไฟก็เป็นเพื่อนน้าเขานะ ถือว่าได้เที่ยวปิดเทอมแล้วกัน”

“ไม่ต้องห่วงครับ ไฟจะช่วยน้าดินเกลี้ยกล่อมคนที่บ้านน้านางเอง”

ปฐพีได้พิกัดของไร่รัศมีจากผักกาดก็ตรงดิ่งไป เมื่อถึงไร่รัศมี ไฟร้องบอกอย่างดีใจ ปฐพีพยักหน้า ไฟ ถามว่าแล้วยังไงต่อละน้า

“ลุย!”

“เยส!”

น้าหลานประสานเสียงกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เตรียมลุยเต็มที่

ooooooo

เมื่อเข้าไปแนะนำตัวกับรัศมีและไพรัช ทั้งสองถามว่าสรุปวันนี้มาหานางในฐานะอะไร “โคไพล็อตปฐพี” หรือ “ดินคนขายปาท่องโก๋”

เมื่อปฐพีอึกอัก รัศมีถามว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำอย่างนี้ด้วย เห็นว่าลูกสาวตนโง่หรือถึงมาหลอกกันแบบนี้

ปฐพีเล่าเหตุการณ์วันที่ได้รู้จักนางโดยบังเอิญและนางก็ไม่ได้รังเกียจตนเลยเพราะคิดว่าเป็นคนจน และที่เรื่องเป็นอย่างนี้ก็เพราะตอนนั้นตนเริ่มชอบนางเลยอยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับตน

“พูดจริงๆนะ สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชายเขาทำกัน คุณคงมาเสียเที่ยวแล้วล่ะวันนี้  กลับ ไปเถอะ คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาคุยกับพวกเราหรอก นางเขากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีแล้ว และก็คงไม่อยากพบคุณอีกเช่นกัน”

ปฐพีหน้าเสีย ผิดหวังอย่างหนัก...

ooooooo

เย็นนี้แจสเปอร์พานางไปเดินชมวิวแถวท่าเรือเมืองเก่าริมทะเล ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุข นางบอกว่าตนบินไปหลายประเทศทั้งเที่ยว ทั้งทำงาน แต่ที่นี่เป็นที่ที่ตนหลงรักมากที่สุด

แจสเปอร์ถามว่าทำไม นางบอกว่าที่นี่มีทั้งความเป็นตะวันตกและตะวันออกผสมผสานกันอย่างมีเสน่ห์ที่สุด ผู้คนก็เป็นมิตรโอบอ้อมอารี ตนรู้สึกปลอดภัยและสบายใจเหมือนอยู่เมืองไทยเลย

“ถ้าอย่างนั้น ที่นี่ก็คงเป็นบ้านหลังที่สองของคุณได้ใช่ไหม” แจสเปอร์ตาเป็นประกาย นางบอกว่าตนอยู่ได้เรื่อยๆ ถามว่าเขาจะจ้างตนทำงานต่ออีกกี่ปี “จ้างได้เรื่อยๆนะ ตลอดชีวิตเลยก็ยังไหว”

นางสะดุดหูเหมือนถูกจีบ แต่ท่าทางแจสเปอร์สดใสบริสุทธิ์ใจ นางเลยตอบตกลง แล้วยกมือแปะไฮไฟว์กัน ยิ้มสดใสอย่างมีความสุข...จากนั้นนั่งรถม้าชมเมืองกันอย่างตื่นเต้น แจสเปอร์มองกิริยาที่เป็นธรรมชาติของนางอย่างเอ็นดู ประกายตาเริ่มมีแววลึกซึ้ง...

ooooooo

ที่เพชรบูรณ์...ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังเจรจากันอยู่ในบ้านนั้น ไฟกับได๋กำลังเล่นไลฟ์เฟซบุ๊กอยู่ ไม่ทันไร ปฐพีก็เดินหน้าเครียดออกมาทำมือบอกให้ไฟไปขึ้นรถ

ไฟเห็นน้าดินเดินหน้ามุ่ยมาก็เดาว่าการเจรจาคงไม่ได้ผล ได๋ถามว่าเจรจาเรื่องอะไร พอไฟเล่าให้ฟังได๋ก็รู้ทันทีว่าอีตาเกรียนโคไพล็อตนี่เองที่มาหลอกพี่นางจนพ่อกับแม่โกรธมาก ปฐพีขอโทษขอร้องได๋อย่าโกรธตนเลยแค่ทุกคนโกรธตนก็แย่พอแล้ว

“แล้วมาง้อพวกเราทำไมล่ะ พวกเราจน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรหรูๆแบบพวกคุณหรอก”

“เงินมันของนอกกาย สำคัญที่ไหนล่ะ คนเราจะคบกัน เป็นเพื่อนกัน เขาไม่ได้ใช้สมองเลือกสักหน่อย เขาใช้ตรงนี้เลือกต่างหาก” ปฐพีชี้ที่หัวใจตัวเอง ได๋ฟังแล้วโดนใจมากแต่บอกปฐพีว่าพี่นางยังโกรธมาก

“ไม่เป็นไรหรอกน้าดิน ยายบอกไว้ก่อนเรามาไงว่าไม่มีใครจะไม่ยอมใจอ่อนกับความรักที่แท้จริงหรอก”

ปฐพีมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นว่ายังไงก็ต้องง้อนางให้สำเร็จให้ได้

ฝ่ายรัศมีสะใจที่ปฐพีต้องมาง้อนาง แม้ไพรัชจะไม่พอใจปฐพีแต่ก็ยอมรับว่าดูไม่เลว กิริยามารยาทการพูดจาก็ใช้ได้แต่ไม่รู้สมองซีกไหนบกพร่องถึงได้คิดแผนแบบนั้นมาหลอกลูกเรา รัศมีเชื่อว่านางสวยเลือกได้ อีกหน่อยก็หาใหม่ได้ รวยกว่านี้อีกพันเท่า ไพรัชขัดคอว่าไหนว่าเงินซื้อไม่ได้ไง

“เอ๊ะนี่คุณ อย่ามาขัดคอกันเองได้ไหม ฉันหมายถึงว่า ถ้ามีเงินแล้วนิสัยไม่ดีมันก็ไม่น่าเอา ถ้ามีเงินนิสัยดีแล้วลูกเราชอบน่ะ ไม่เอาก็บ้าแล้ว”

“สรุปก็ยังอยากได้ลูกเขยรวยอยู่ดีใช่ไหม”

“ไม่ช่ายยย...นี่คุณคิดว่าบทเรียนที่ผ่านมามันยังไม่มากพอสำหรับฉันเหรอ ฉันรู้น่ะว่าอะไรก็ไม่สำคัญสำหรับชีวิตเรามากไปกว่าความรักและความเข้าใจกันในครอบครัว ฉันจำคำพูดของคุณได้เสมอนะว่าความรักมันต่อลมหายใจให้เรามีแรงสู้ได้ทุกวัน...ทุกวัน”

“ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณภรรยาดีเด่น”

ไพรัชหยิกแก้มรัศมีหยอกอย่างเอ็นดู ทั้งสองหัวเราะกันอย่างมีความสุข

ooooooo

แล้วก็เหมือนโชคหนุนบุญช่วย ขณะปฐพีขับรถออกมา รถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ที่ขี่ย้อนศรคันหนึ่งล้ม ปฐพีกับไฟรีบลงไปดู เจอลุงเลิศเจ้าของร้านเลิศลีลาศที่พวกปฐพีเคยไปร้องเพลงและเต้นรำกันขณะออกตามหาพ่อ

ลุงเลิศดีใจที่ได้เจอกันอีก บอกว่าไร่ของตนอยู่ถัดจากนี้ไปไม่ไกล ลุงเลิศชี้ไร่ที่ถัดจากไร่รัศมีไปมีที่ดินว่างเปล่าคั่นอยู่ผืนหนึ่ง ลุงเลิศบอกว่าที่ของตนเป็นที่ผืนเล็กๆ ตนมีปัญญาซื้อได้แค่นั้น

ขณะนั้นเองไฟเดินหน้ามุ่ยมาเร่งให้น้าดินรีบไปตนปวดฉี่ ลุงเลิศบอกให้ไปที่บ้านตนก็ได้ใกล้นิดเดียวเอง ปฐพีขอบคุณ ลุงเลิศถามว่าเขาชื่อดินใช่ไหม พอปฐพีบอกว่าใช่ ลุงเลิศเรียกเต็มปากเต็มคำว่า

“งั้นดินขับรถตามลุงมาเลยนะ” แล้วขี่มอเตอร์ไซค์นำไป พอไปถึงลุงเลิศชี้ทางไปห้องน้ำให้ ไฟก็วิ่งจู๊ดไป

ปฐพีมองรอบบ้านอย่างชื่นชม โดยเฉพาะเฟื่องฟ้าที่ออกดอกสะพรั่ง เขาบอกว่าถ้าแม่มาเห็นแม่คงชอบบอกว่าแม่ตนชื่อเฟื่องฟ้า ถามลุงเลิศว่า “ลุงชอบต้นเฟื่องฟ้าเหรอครับ”

“ก็...เป็นไม้มงคลนี่ครับ เขาว่าบ้านไหนถ้าปลูกไว้งามๆจะช่วยเสริมสร้างคุณค่าของชีวิต ดอกเฟื่องฟ้าที่บานเยอะๆนี่ ก็หมายถึงชีวิตที่เบิกบานสว่างไสวรุ่งเรือง”

“พูดเหมือนแม่ผมเปี๊ยบเลย แม่บอกว่าเฟื่องฟ้าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับด้วย”

“ใช่...” ลุงเลิศพยักหน้า พูดเหมือนรำพึงกับตัวเอง “เฟื่องฟ้า...เป็นดอกไม้ที่สวยและมีคุณค่าที่สุดในตัวเองอยู่แล้ว”

ooooooo

ลุงเลิศเอาน้ำมารับแขก พูดออกตัวว่าบ้านนี้บ้านคนแก่เลยไม่มีขนมสำหรับเด็ก ไฟบอกว่าตนตุนมาเยอะเลย

สืบสาวราวเรื่องกันจึงรู้ว่าปฐพีมีธุระกับบ้านหลังโน้นที่เขาเลี้ยวออกมาเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ล้ม ปฐพีถามลุงเลิศว่ารู้จักคุณไพรัชกับคุณรัศมีเจ้าของบ้านนั้นไหม

“ไม่รู้จักหรอก ลุงก็มัวแต่ไปๆมาๆเชียงใหม่ เลยยังไม่ทันได้เจอกันสักที แต่แกก็เพิ่งย้ายมาไม่นานนี่เอง แล้วดินล่ะไปรู้จักเขาอีท่าไหนถึงได้ทำเขาโกรธจนต้องมาง้อคืนดีกันนี่”

“คือผมทำผิด ทำให้ลูกสาวบ้านโน้นเขาโกรธแล้วก็หนีหายไป ก็เลยอยากจะมาขอโทษครอบครัวเขาแล้วก็อยากตามหาเขาด้วย”

ลุงเลิศจำได้ว่าคือสาวเท้าไฟที่เต้นรำกับตนวันนั้น บอกปฐพีว่า

“เขาคงไม่เกลียดดินง่ายและเร็วขนาดนั้นหรอกมั้ง ความรักลุงว่าถ้าได้รักแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน และเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ มันก็คงอยู่ในใจเราเสมอแหละ”

ปฐพีมองหน้าลุงเลิศอย่างรู้สึกแปลก ที่รำพึงถึงความรู้สึกแห่งรักฝังใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง...

ooooooo

ปฐพีกับไฟค้างที่บ้านลุงเลิศ ไฟหลับสบายกับอากาศบริสุทธิ์สดชื่นจนไม่อยากลุกจากเตียง ปฐพีกับลุงเลิศคุยกันอย่างถูกคอ ลุงเลิศบอกว่าต่อไปถึงตนไม่อยู่ก็ติดต่อชื่นคนดูแลบ้านและมาพักได้ตลอดเวลา

ปฐพีสนใจที่ดินผืนใหญ่ที่คั่นระหว่างที่ของรัศมีกับลุงเลิศ ลุงเลิศบอกว่าเห็นชื่นว่าเจ้าของจะขายตนก็สนใจแต่คงสู้ราคาไม่ไหว

ปฐพีปิ๊งไอเดียบางอย่าง เขาย้อนไปปรึกษาไพรัชกับรัศมีว่า ตนมีโครงการเกษตรจะมาปรึกษาเพื่อเป็นอาชีพธุรกิจสำหรับครอบครัวคุณพ่อคือจะทำ “ฟาร์มดอกไม้” เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเดี๋ยวนี้เดินเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น ไพรัชติงว่าที่ของเรามีนิดเดียวจะทำได้ยังไง

“มันจะไม่เล็กหรอกครับ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยอมให้ผมเป็นหุ้นส่วนด้วย...”

ปฐพีบอกว่าตนจะซื้อที่แปลงนี้แล้วเรามาเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจกัน ถ้าแนวโน้มดีที่สวยๆด้านหลังนี้เราก็จะซื้อเพิ่มในวันหลังก็ได้

ที่ทำให้ทุกคนทึ่งกว่านั้นคือ ปฐพีจะทำทัวร์เครื่องบินให้แขกชมวิวจากที่สูงซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก

ไพรัชติงว่าเขาอย่ามาขายฝันกับตนเลย แต่พอฟังเหตุผลและข้อมูลการทำธุรกิจฟาร์มดอกไม้ และทัวร์เครื่องบินของปฐพีแล้วก็คล้อยตาม เมื่อชื่นให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อเจ้าของที่ได้แล้ว ปฐพีจึงกลับไปปรึกษากับแม่เพื่อเอามรดกส่วนที่ยายแบ่งให้ตนมาใช้ เฟื่องฟ้าบอกว่าเดี๋ยวแม่จะไปจุดธูปบอกยายให้

ปฐพีตั้งชื่อฟาร์มดอกไม้นี้ว่า “ไร่นางฟ้า” ซึ่งถูกใจทุกคนมาก ไฟกับได๋ก็จะทำเพจฟาร์มนางฟ้าด้วย

ความตั้งใจจริงของปฐพีทำให้ไพรัชกับรัศมีเห็นถึงความมุ่งมั่นของเขา ยิ่งเมื่อรัศมีจำได้ว่าเขาคือคนที่ขับรถเฉี่ยวตนขณะหนีเทศกิจที่กรุงเทพฯแล้วลงมาดูแลอย่างดีก็ยิ่งชื่นชมว่าผู้ชายคนนี้นิสัยดีมากๆเลย

รัศมียังระแวงถามว่าสิ่งที่เขาพยายามทำนี่เพื่อเอาชนะใจนางหรือเปล่า เตือนว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่มี ประโยชน์เพราะตนรู้นิสัยลูกคนนี้ดี

“ไม่เป็นไรครับ ถึงนางจะไม่เข้าใจความตั้งใจดีของผม ผมก็ยังอยากเดินหน้าอยู่ดี ผมรู้ว่านางเป็นคนรักครอบครัว สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะทำเพื่อเขาได้ดีก็คือการช่วยดูแลทุกคนที่นี่ แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ผมตัดสินใจทำ ผมเห็นช่องธุรกิจตรงนี้จริงๆ...ผมขอเพียงความกรุณาของคุณพ่อที่จะมาช่วยกันสานฝัน สานโครงการนี้ด้วยกันเท่านั้นเอง”

เห็นความตั้งใจดีของปฐพีแล้ว รัศมีบอกให้เขาลองไปคุยกับนางก่อนดีไหม ถ้านางไม่เห็นด้วยเขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลากับเรา ปฐพีบอกว่าตนไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน

“ฉันซึ้งใจในความรักจริงที่คุณมีให้ลูกสาวเรา ฉันอาจจะรู้ว่านางอยู่ที่ไหนแต่ฉันไม่รู้นะว่าคุณจะไปตามเขาได้ยังไง” เพียงเท่านี้ปฐพีก็ดีใจเป็นล้นพ้นแล้ว

ooooooo

ปฐพีไปหาผักกาดกับนักรบที่แคนทีนลูกเรือ บอกว่าตนอยากรู้ว่านางไปทำงานเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องสำอางอะไรที่ญี่ปุ่น ผักกาดกับนักรบมองหน้ากันเพราะนางกำชับนักหนาว่าไม่ให้บอกปฐพี

“ขอร้องเถอะ พี่อยากไปปรับความเข้าใจกับนางจริงๆ พี่รักเขานะ...รักมากด้วย แล้วเราสองคนจะไม่ให้โอกาสพี่ไปบอกเขาเลยเหรอ”

ที่งานฉลองเทศกาลมัตซึริ แจสเปอร์พานางไปชมขบวนแห่เฉลิมฉลองที่สวยงามสนุกสนาน ทั้งคู่ร่าเริงสนุกสนานกับงานท่ามกลางผู้คนมากมาย แวบหนึ่งในสายตา นางเห็นคนคล้ายปฐพี เขาคนนั้นมองมาพอดีแล้วรีบก้าวเข้าหา แต่ถูกผู้คนมากมายแทรกบัง ทำให้คลาดกัน

นางพยายามมองหาเขาแต่ไม่เห็น แจสเปอร์ถามว่ามีอะไรหรือ เธอบอกว่าเปล่า คิดว่าเห็นเพื่อน

ชมงานกันอย่างสนุกสนานร่าเริง แล้วแจสเปอร์ ก็บอกให้นางรอตรงนี้แป๊บนึงตนจะไปซื้อไอศกรีม ขณะนั้นเองปฐพีเดินมาเห็นนาง เขาพยายามแหวกผู้คนเข้าไปหา แต่แจสเปอร์กลับมาพร้อมไอศกรีมพอดี นางรับไปกินบอกว่าอร่อยมาก แจสเปอร์เอาของตนที่เป็นคนละรสให้ชิม นางก็ชอบอีกเขาเลยยกให้

ปฐพีเห็นความสนิทสนมของทั้งสองแล้วหัวใจสลาย คิดว่านางคงมีคนใหม่แล้ว ส่วนนางพอเห็นคนคล้ายปฐพีแค่นั้นก็ซึม ครุ่นคิด แจสเปอร์ถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่ารู้สึกมึนหัวเพราะคนมาก เขาจึงพาเธอกลับ

ปฐพีเดินมาหยุดที่อพาร์ตเมนต์ของนาง เขายิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นแจสเปอร์ขับรถมาส่งนางและเอ่ยลากันอย่างหวานแหวว ปฐพีหมุนตัวกลับอย่างคนหัวใจสลาย...

ooooooo

รุ่งขึ้นนางเตรียมตัวเพราะแจสเปอร์จะมารับ แต่พอเดินออกมาก็เจอปฐพีที่มารอหน้าอพาร์ตเมนต์แต่เช้าแล้ว นางตกใจ ปฐพีเอ่ยขอโทษทันทีที่พบกัน

แม้จะตะลึงอึ้ง แต่นางก็พูดอย่างเยือกเย็นว่าไม่มีประโยชน์หรอกเพราะเราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกันเลยก็แล้วกัน ปฐพียังอึ้ง นางบอกเขาเมื่อแจสเปอร์มาถึงว่า

“หลีกไป! ‘แฟน’ ฉันมารับแล้ว”

นางเดินผ่านเขาไปอย่างเร็ว ปฐพีรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากไปจากร่าง ยิ่งเห็นแจสเปอร์ประคบประหงมนางขึ้นรถ ปฐพีมองด้วยสายตาร้าวราน นางหันมองปฐพีอีกครั้งด้วยสายตาที่เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน

แจสเปอร์มองนางแล้วหันมองปฐพี รู้โดยสัญชาตญาณว่าสองคนต้องเคยมีความสัมพันธ์กัน นางรู้ซึ้งแก่ใจว่าปฐพีต้องเสียใจมาก แต่นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรได้รับแล้ว

ooooooo

ปฐพีกลับบ้านในสภาพซึมเศร้าอกหักยับเยิน เฟื่องฟ้าเดินมาพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกของลูกว่า

“ชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้นะลูก ไม่มีใครที่จะสมหวังไปทุกอย่างที่เราต้องการหรอก ดินต้องเข้มแข็งนะลูก แล้วมันก็จะค่อยๆผ่านไปเหมือนกับครั้งหนึ่งที่แม่ก็เคยผ่านความทุกข์แบบนี้มาก่อน”

ภาพในอดีตย้อนกลับมาสู่ความทรงจำราวกับมันเกิดขึ้นสดๆในความนึกคิดของเฟื่องฟ้า...

เวลานั้น ชีพและเฟื่องฟ้าอยู่ในวัยหนุ่มสาว ทั้งคู่เต้นรำในคลับลีลาศที่เชียงใหม่ ชีพชมว่าที่นี่ยังไม่มีใครเต้นได้พลิ้วเท่าเธอเลย เฟื่องฟ้าก็ชมเขาเหมือนกัน

อีกหน่อยเราน่าจะเปิดร้านลีลาศแบบนี้ ตนชอบเต้นรำ

ชีพพูดอย่างถอดใจว่าตนเป็นนักดนตรีไส้แห้งแค่มีนางฟ้าเดินดินลงมาหาแค่นี้ก็บุญแล้ว เธอบอกว่าจะลองคุยกับพ่อแม่ดู ชีพถามว่าคุยเรื่องอะไรเพราะเขาไม่ชอบหน้าตนอยู่แล้ว

“เดี๋ยวก็ชอบเองแหละค่ะ ฟ้ารับรอง”

เฟื่องฟ้าพูดอย่างมั่นใจ แย้มว่าพอได้เป็นคุณตาคุณยายเขาก็ต้องรักหลาน ชีพจึงรู้ว่าตนกับเฟื่องฟ้ากำลังจะเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว

จนเมื่อปฐพีได้ 5 ขวบ วันหนึ่งชีพบอกเฟื่องฟ้าว่ามีคนจ้างตนไปเล่นดนตรีที่เพชรบูรณ์เงินดีมาก พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็กลับแล้วให้ตนไปนะ จากวันนั้นเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย เพื่อนๆก็บอกว่าไม่มีใครจ้างเขาไปเล่นดนตรี

“แม่ไม่รู้ว่าแม่ทำผิดอะไร ทำไมเขาทิ้งเราไป...

มันเจ็บมากนะดิน ที่อยู่ๆคนที่รักกันก็ทิ้งไป ไม่มีแม้แต่คำบอกลา” เฟื่องฟ้าน้ำตารื้นเมื่อเล่าจบ ปฐพีกอดแม่ด้วยความสงสารจับใจ...

ooooooo

วันนี้ชะเอมนำข่าวดีมาบอกผักกาดกับนักรบว่าไวน์เชิญพวกเราไปกินข้าวและคุยกันที่ร้านพิมาน เพื่อบอกข่าวการแต่งงาน ไวน์พูดกับผักกาด นักรบ ที่เชิญมาในงานว่า

“ที่ฉันเชิญพวกเธอมาวันนี้เพราะฉันมีความในใจอยากจะคุยด้วย...ฉันอยากจะขอโทษเธอทุกคนที่เคย

เหวี่ยงวีนและทำอะไรไม่ดีใส่ อย่าโกรธฉันเลยนะ...เลิกแล้วต่อกัน แล้วก็มาเป็นเพื่อนกัน...นะผักกาดนะ...”

ผักกาดบอกว่าตนไม่เคยโกรธไวน์เลย ชะเอมบอกว่าถือว่าทั้งหมดดีกันก็แล้วกันเนอะ

ผักกาดดีใจที่เห็นไวน์ใจเย็นขึ้น ไวน์บอกว่าหมอบอกทัศนคติและอารมณ์ของแม่สามารถถ่ายเทถึงลูกได้ ตนเลยกลัว ผักกาดชมว่า ไม่น่าเชื่อว่าไวน์จะทำทุกอย่างได้เพื่อลูกขนาดนี้ ไม่เพียงเท่านี้ ไวน์ยังจะลาออกจากงานเพื่อมาช่วยพิมานดูแลร้านด้วย เพื่อลูกจะได้แข็งแรง

ไวน์บอกว่าตนอยากจะเชิญนางมางานด้วย แต่ไม่รู้ว่านางจะยอมมาหรือเปล่า

“คงยากน่ะ ตอนนี้งานมันยุ่งอยู่ด้วยเพราะแบรนด์เครื่องสำอางที่มันเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ที่ญี่ปุ่นน่ะกำลังใกล้จะเปิดตัวแล้ว”

แต่ผักกาดว่าถึงนางมาได้ก็คงไม่อยากมาเพราะเจอเรื่องดราม่าหนักขนาดนั้น คนเรามันไม่ได้หายเจ็บกันง่ายๆหรอก ไวน์ฟังแล้วหน้าเสียในใจรู้สึกผิดกับนาง

เฟื่องฟ้าแสดงความยินดีและอวยพรให้ทั้งสองมีความสุข พิมานขอบคุณเฟื่องฟ้าที่ชี้ทางที่เหมาะที่ควรให้ตน ไม่อย่างนั้นตนคงเสียใจไปตลอดชีวิตจริงๆ

พิมานถามปฐพีว่าง้อนางไปถึงไหนแล้ว ปฐพีพูดอย่างถอดใจว่าคงไม่มีหวังแล้ว เธอโกรธตนมากและดูเหมือนจะมีคนอื่นมาจีบแล้วด้วย ไม่อยากทำตัวเป็นหมาหวงก้าง ส่วนที่เพชรบูรณ์ที่ลงทุนไปมากแล้วนั้น ปฐพีบอกว่านั่นเป็นธุรกิจที่ตนรับปากไปแล้วว่าจะทำกับพ่อแม่เขา เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป และนางก็ไม่รู้เพราะตนไม่ให้พ่อแม่บอกเธอ

“ไอ้บ้าเอ๊ย...ไอ้คนปิดทองหลังพระ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ผู้หญิงเขาถึงจะรู้วะว่านายรักและจริงใจกับเขาขนาดไหน” พิมานด่าแล้วตบบ่าปลอบใจ ปฐพีได้แต่นั่งหน้าเศร้า

ooooooo

เพราะการทำฟาร์มดอกไม้ต้องใช้เวลานาน ปฐพีกับไพรัชจึงให้รัศมีกับคนในครอบครัวทำปาท่องโก๋ขายหารายได้ไปพลาง โดยพัฒนารถเข็นให้สวยงามน่ารักและปาท่องโก๋ก็ทำรูปแบบต่างๆ ทั้งเป็นรูปสัตว์และดอกไม้เพื่อจูงใจผู้ซื้อ

 นอกจากนี้ ป้าชุนยังคิดทำน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพขาย ทั้งยังมีเครื่องเสียงเล็กๆเปิดเพลงลีลาศสนุกสนาน ปรากฏว่าเรียกลูกค้าได้ฉมัง บรรยากาศเลยสนุกทั้งคนขายและคนกิน

ฝ่ายไพรัชกับลุงชื่นและคนงาน ก็ทำหน้าที่เพาะเมล็ด ลงกล้า รดน้ำพรวนดินต้นไม้ ดอกไม้

รัศมีบอกปฐพีว่าตอนนี้พ่อเขามีความสุขมาก ตื่นแต่เช้ามืดลงมาดูไร่ทุกวัน รัศมีขอบใจดินที่ทำให้พ่อกลับมามีพลังมีชีวิตชีวาเหมือนเก่า

“พ่อและทุกคนในบ้านนี้ก็มอบพลังและชีวิตชีวาให้ผมเช่นกันครับแม่” รัศมีถามว่าแม้ว่านางจะยังไม่ยอมคุยด้วยเหรอ “ครับ สักวันเขาคงเข้าใจและยอมรับ

ผมเป็นเพื่อนได้”

รัศมีถามว่าถ้าต้องใช้เวลานานหรือถ้ามันไม่เกิดขึ้น เขายังจะมาหาแม่อยู่หรือเปล่า

“มาสิครับ ผมจะมาจนกว่าคุณพ่อคุณแม่หมดความเมตตาผมแล้ว”

“โถ...ลูกดินเป็นลูกของแม่และพ่อเสมอนะ ความดีของดินมันมากมายและมีคุณค่ากับพวกเราทุกคน สักวันนางเขาจะต้องเข้าใจและเห็นใจดินนะลูก” รัศมีโอบไหล่ปลอบโยนอย่างรักใคร่ สงสาร

ooooooo

ในงานอีเวนต์เปิดตัวเครื่องสำอาง Naja ที่ห้างสรรพสินค้าในชลบุรี ไวน์เดินเข้ามาในงานกวาดตามองหาอย่างคาดหวัง แล้วก็เห็นนางกำลังยืนถ่ายรูปและแจกลายเซ็นให้ลูกค้าอยู่ ไวน์เดินเข้าไปทักนางทันที

นางตกใจมากไม่คาดคิดว่าจะเจอไวน์ที่นี่ แต่ก็ตั้งหลักได้ในทันที หลังจากทักทายกันแล้วไวน์บอกว่าเดือนหน้าตนจะแต่งงานแล้ว นางตกใจ ไวน์บอกว่า แต่งกับคนที่นางรู้จักนั่นแหละ นางนึกถึงเรื่องที่ไวน์ขึ้นห้องสวีตในโรงแรมกับปฐพีทันที เธอเจ็บจี๊ด แข็งใจถามว่าจะแต่งเมื่อไหร่ ไวน์บอกว่าเดือนหน้า ต้องรีบ เดี๋ยวท้องป่องมากแล้วจะใส่ชุดเจ้าสาวไม่สวย

นางแสดงความยินดีด้วย ไวน์ขอให้เราสองคนกลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ที่ผ่านมาเธออภัยให้ฉันแล้วตั้งหลายครั้ง มันทำให้ฉันเรียนรู้ชีวิตนะนาง แต่ถ้าเธอพอจะอภัยให้ฉันได้อีกสักครั้ง ฉันอยากเชิญเธอมางานแต่งงานฉันด้วย”

“ฉันไม่ได้โกรธอะไรเธอแล้วนะไวน์ แต่ว่าฉันขอดูก่อนแล้วกันว่าจะไปได้หรือเปล่า”

“เพื่อนทุกคนก็อยากเจอเธอนะนาง ถ้าเธอมา เธอก็จะได้ไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วยไง นะนาง...ไปให้ได้นะ ฉันจะรอ”

นางอวยพรให้ไวน์มีความสุขมากๆ ไวน์ขอบใจ เอ่ย “เทกแคร์นะนาง” แล้วกอดกันด้วยความรู้สึกดีๆในมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นใหม่ นางยิ้มยินดี ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ

เมื่อไวน์กลับมาเล่าให้พิมานฟัง เขาชมว่าเยี่ยมมาก ถามว่าสรุปแล้วนางใจอ่อนแล้วใช่ไหม ไวน์บอกว่า

นางไม่ได้โกรธอะไรแต่จะไปงานหรือไม่ไม่รู้ พิมาน

ขอให้นางไปเถอะเรื่องจะได้เรียบร้อยเสียที

“เราก็ทำเต็มที่แล้วนะ ลำพังพี่ปฐพีน่ะ ไวน์ว่าเหมือนเขาจะถอดใจแล้วยังไงไม่รู้”

“ก็มันหน้าบางไม่อยากเทียวไล้เทียวขื่อ ไอ้ดินเอ๊ย...เรื่องอื่นเก่งนัก พอเรื่องตัวเองดันทำอะไรไม่ถูก ของแบบนี้มันต้องตื๊อ ด้านได้อายอด” พิมานพูดอย่างผู้มีประสบการณ์โชกโชน

ooooooo

วันนี้ปฐพีจะไปเพชรบูรณ์อีกแต่ไม่เอาไฟไปกลัวหลานจะเมารถ เฟื่องฟ้าจึงไปเป็นเพื่อนและจะได้ดูไร่นางฟ้าด้วยว่าไปถึงไหนแล้ว

พอไปถึงลงจากรถ เฟื่องฟ้าชมว่าที่นี่สวยและอากาศดีมาก ขณะนั้นเองปฐพีเห็นลุงเลิศยืนคุมคนงานอยู่ก็ร้องทัก

“อ้าว...ลุงเลิศ วันนี้มาช่วยดูไร่ด้วย” ทักลุงเลิศแล้วหันบอกเฟื่องฟ้าว่า “เป็นลุงไร่ข้างๆนี่ครับแม่ ใจดีมากๆ คอยช่วยเหลือผมมาตลอด แกมีบ้านที่เชียงใหม่ด้วย ก็ไปๆมาๆเหมือนผมนี่แหละครับ” แล้วแนะนำลุงเลิศว่านี่แม่ตนเอง

“ฟ้า!” ลุงเลิศอุทานเมื่อเห็นหน้าเฟื่องฟ้าเต็มตา

เฟื่องฟ้ารู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้า หันหลังผลุนผลันเดินหนีไปทันที ปฐพีถามว่าแม่จะไปไหน

“ดิน...พาแม่กลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้”

ปฐพีงุนงง หันมองลุงเลิศเห็นตกใจมากเช่นกัน ปฐพีตามไปถามแม่ว่ารู้จักลุงเลิศหรือ เฟื่องฟ้าปฏิเสธเสียงสะท้านว่าไม่รู้จัก คนแบบนี้จะรู้จักไปทำไม เร่งให้ดินรีบพากลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ แม่ไม่อยากอยู่ที่นี่

เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ เฟื่องฟ้าเข้าห้องเปิดกล่องที่เก็บรูปเก่าๆหยิบมาดู มีรูปของชีพในวัยหนุ่มกำลังเต้นรำอยู่กับตนในวัยสาวอย่างร่าเริงมีความสุข ดูรูปแล้วเฟื่องฟ้าน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด

ฝ่ายลุงเลิศหรือชีพ หลังจากเฟื่องฟ้าไปแล้ว ก็ไปนั่งซึมเศร้าอยู่ใต้ซุ้มเฟื่องฟ้า...

ปฐพีอยู่ในห้องนอน เขาลำดับเหตุการณ์ต่างๆทั้งคำบอกเล่าจากลุงเลิศและแม่ จนเหตุการณ์สดๆร้อนๆวันนี้ ทำให้เขามั่นใจว่า ลุงเลิศคือชีพ พ่อที่ตนตามหาอยู่...

ooooooo

ปฐพีเข้าไปหาแม่ในห้อง บอกว่าตนรู้แล้วว่าพ่อเป็นใคร ถึงตนจะเจอพ่อแล้วแต่ตนก็ยังรักแม่เหมือนเดิมมากกว่าด้วยซ้ำ

วันต่อมาเขาไปหาเลิศที่ไร่ ทันทีที่เห็นหน้าลูก เลิศขอโทษตำหนิตัวเองว่าไม่สมควรที่จะเป็นพ่อของลูกเลย ดินขอร้องให้พ่อไปหาแม่...เมื่อไปถึงเขาขอร้องแม่ให้ฟังพ่อหน่อย พ่ออยากบอกแม่ว่าทำไมพ่อถึงหายไป ขอร้องว่า “แม่ให้โอกาสพ่อ ให้โอกาสดินหน่อยนะครับ” เฟื่องฟ้าฟัง แต่ยังปั้นปึ่ง

เหตุการณ์ในอดีตเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนรื้อฟื้นขึ้นในความทรงจำ...

เฟื่องฟ้าที่เกิดในครอบครัวมีฐานะ แม่ส่งเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่ไม่ทันทำงานเธอก็ท้องกับชีพนักดนตรีที่รักการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน แม่โกรธมากคิดว่าชีพหวังสมบัติมากกว่าความรัก ยื่นคำขาดว่า

“ถ้ายังอยากอยู่บ้านนี้ก็ให้เลิกกับมันเสีย หรือถ้าอยากอยู่กับมันก็ขนข้าวของออกไปเดี๋ยวนี้เลย”

เลิศเล่าถึงการตัดสินใจขณะนั้นว่า

“ผมรู้ว่าผมทำให้คุณลำบาก ชีวิตคุณเคยสุขสบายแต่ก็ต้องมาอดๆอยากๆกับผมด้วย ผมสงสารคุณแล้วก็รู้สึกผิดกับคุณตลอดมา ถ้าคุณไม่มีผม คุณคงไม่ต้องทุกข์ขนาดนี้...ผมมันเป็นแค่ตัวถ่วงชีวิตของคุณ ลำพังแค่ความรักของผมมันไม่พอที่จะเลี้ยงเมียและลูกให้ทัดเทียมกับคนอื่นเขาได้ ฟ้า...ผมขอโทษที่ผมหนีไป แต่นั่นมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณกับลูกกลับไปมีชีวิตที่สุขสบาย ดินต้องการอนาคตซึ่งคนอย่างผมไม่มีปัญญาจะหาให้เขาได้หรอก...”

เลิศบอกว่าตนรู้ตั้งแต่วันแรกที่เจอปฐพีแล้วว่าเขาคือลูก แต่ตนขี้ขลาดเกินกว่าที่จะยอมรับว่าตนคือชีพเพราะกลัวลูกจะรังเกียจ แต่ไม่เลย ลูกไม่โกรธตนด้วยซ้ำ ตนรู้ว่าชีวิตเขาประสบความสำเร็จทุกอย่าง เขาไม่จำเป็นต้องมีพ่ออย่างตน พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“แต่...ผมขอได้ไหมฟ้า ขอให้ผมได้เห็น ชื่นชมในตัวเขาบ้าง ผมสัญญานะว่า ผมจะไม่รบกวนหรือเรียกร้องอะไรจากคุณหรือลูกเลยแม้แต่นิดเดียว”

เมื่อเฟื่องฟ้าได้ฟังความจริงจากปากเขา เธอน้ำตารื้น ขอโทษที่โกรธเกลียดเขามาตลอด ดินโหยหาพ่อเสมอ วันนี้เขาได้เติมเต็มให้แก่ชีวิตลูกแล้ว อย่าหนีลูกไปอีก เลิศจับมือเฟื่องฟ้าขอบคุณที่เข้าใจและให้โอกาสตน

ปฐพีมองพ่อกับแม่จับมือเข้าใจกันแล้วยิ้มอย่างมีความสุข...

ooooooo

ผักกาด นักรบ ชะเอม และไวน์ ทุกคนวางแผนให้นางมางานแต่งงานของไวน์ให้ได้ เมื่อแผนหนึ่งคิดว่าไม่เวิร์กจึงร่วมกันวางแผนสอง นั่นคือหลอกนางว่าพ่อป่วยหนัก นางที่รักครอบครัวมากต้องรีบบินมาหาพ่อแน่

ทุกคนขอร้องพ่อกับแม่ให้ร่วมมือ พ่อกับแม่ที่มีใจให้ดินอยู่แล้วเต็มใจร่วมมือ เมื่อแม่โทร.ไปบอกนางว่าพ่อป่วยหนัก นางขอลางานรีบกลับมาทันที ซึ่งแจสเปอร์ที่เริ่มมีใจให้นางอยากทำความรู้จักกับครอบครัวนางก็จัดการทุกอย่างให้อย่างเร็วและอย่างดี

พอนางบินกลับมาพบว่าพ่ออาการดีขึ้นมากแล้ว ทุกคนช่วยกันพูดว่าเมื่อวานพ่อยังอาการน่าเป็นห่วง

แต่เช้านี้ก็ดีขึ้นมากและออกจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้านแล้ว

เมื่อนางสบายใจ เพื่อนๆจึงบอกเรื่องงานแต่งงานของไวน์เย็นนี้และชวนนางไปด้วย นางอ้างว่าไม่มีชุด ก็ชวนกันไปซื้อ สุดท้ายเพื่อนๆก็ช่วยกันหว่านล้อมจนนางซื้อชุดและตัดสินใจไปงานแต่งงานของไวน์

นางมาเจอไวน์จึงรู้ว่าเจ้าบ่าวของไวน์คือพิมาน ไม่ใช่ปฐพีอย่างที่เธอคิด ไวน์เล่าว่าภาพที่ตนขึ้นโรงแรมกับปฐพีเป็นเพียงการสร้างเรื่องเพื่อเอาชนะนางเท่านั้น จริงๆแล้วคืนนั้นทั้งสองไม่มีอะไรกันเพราะต่างมีเจตนาของตัวเอง

ไวน์ยังหว่านล้อมนางว่าตนทำผิดกับนางไว้มาก ขอร้องอย่าโกรธปฐพีเลย นางเองก็รักเขาไม่ใช่หรือ แล้วจะให้อภัยคนที่เธอรักไม่ได้หรือ ย้ำกับนางว่า

“นี่คือคนที่ดีและรักเธออย่างจริงใจที่สุดแล้วนะนาง ให้โอกาสหัวใจและความรู้สึกของตัวเองเป็นคนตัดสินใจเถอะ อย่าให้ทิฐิมันทำร้ายทั้งตัวเธอและตัวเขาอีกต่อไปเลย”

ในงาน นางยังได้เจอกับวิเวียน วิเวียนถามว่านาง เลิกกับปฐพีแล้วหรือ บอกว่าดี ตนจะได้มีหวังเสียทีเพราะผู้ชายดีๆอย่างดินไม่ได้หาง่าย แต่ตอนนี้นางยังมีโอกาสเพราะดินยังรอเธออยู่ นางถามว่าเธอไม่เกลียดตนแล้วหรือ วิเวียนบอกว่าตนเคยเกลียดและเกลียดมากด้วยเพราะนางทำให้ตนเจ็บปวดมาก นางเอ่ยขอโทษ

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก ความรักของดินสอนอะไรฉันตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าฉันทำผิดแค่ไหน เขาก็ให้อภัยและถือฉันเป็นเพื่อนเสมอ แม้แต่วันที่ฉันไม่มีที่ยืนเลยในสังคมนี้ เขาก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยซ้ำเติม ตอนนี้ฉันไม่อยากได้อะไรมากไปกว่าการได้เห็นเขามีความสุข เธอโชคดีนะนางที่เขารักเธอ เพราะเขาไม่มีวันทอดทิ้งเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

นางฟังแล้วหัวใจเริ่มหวั่นไหว...

นางบินกลับไทยเพียงข้ามคืนแจสเปอร์ก็บินตามมา เขาเผยความในใจกับนาง นางซึ้งใจและยอมรับว่าตนชอบอัธยาศัยและความจริงใจมีน้ำใจของเขา แต่เป็นการชอบแบบเพื่อน ซึ่งแจสเปอร์ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษมาก เขายอมรับความสัมพันธ์นี้อย่างหน้าชื่นอกตรม

ooooooo

ฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างมีความยินดีและลุ้นให้ปฐพีกับนางได้เข้าใจกันและทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

“ความรักต้องชนะอุปสรรคทั้งหมดทั้งมวลค่ะ” รัศมีเชื่อจากประสบการณ์ครอบครัวของตัวเอง

เมื่อนางกลับมาที่ไร่รัศมี เธออึ้งกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ไร่ก็พัฒนาสวยงาม ซ้ำยังมีร้านปาท่องโก๋ที่ตกแต่งอย่างน่ารักกลมกลืนกับธรรมชาติอยู่หน้าบ้านด้วย รัศมีบอกว่ามันเป็นบุญของเราที่ได้เจอคนดีแบบนี้มาร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วย นางชื่นชมไร่และได้รู้จักกับเฟื่องฟ้าและลุงเลิศกับชัยด้วยความยินดี ครู่หนึ่งมีเสียงเครื่องบินแว่วมา นางถามพ่อว่าเครื่องบินอะไรทำไมมาบินอยู่แถวนี้

นักรบกับผักกาดที่นั่งกินปาท่องโก๋อยู่เข้ามาถามไพรัชว่าเครื่องบินของใคร ไพรัชบอกว่าหุ้นส่วนใหม่ของพ่อ เขาชื่อเอริคเป็นฝรั่งแต่พูดไทยได้ เอริคอยากทำทัวร์เครื่องบินให้คนนั่งเครื่องบินวนดูวิวฟาร์มดอกไม้ของเรา วันนี้เอริคอยากให้พ่อช่วยบินสำรวจเส้นทางด้วย แต่พ่อเพิ่งหายป่วยกลัวขึ้นไปแล้วจะเวียนหัว

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไพรัชให้รัศมีขึ้นไปแทนตน รัศมีบอกว่าตนกลัวความสูง ทำทีปัดให้ชุนชุนร้องว้ายกลัวจะเป็นลม ไพรัชจึงให้นางขึ้นไปแทน

พอเอริคเชิญนางไปขึ้นเครื่องบินเล็กที่จอดอยู่ ทุกคนก็แทบเฮที่แผนสำเร็จ

ปฐพีทำหน้าที่นักบิน พอนางรู้ก็บอกให้จอดตนจะลง แม้จะดีใจลึกๆแต่นางก็ยังมีทิฐิเวิ่นเว้อสั่งให้บินกลับ ปฐพีส่ายหัวยิ้มเอ็นดูพึมพำ “ฤทธิ์เยอะจริงๆ”

ปฐพีลงจอดที่จุดชมวิว อันเป็นสถานที่แห่งความหลัง เขาขอโทษที่ทำผิดกับเธอมากแต่นั่นเป็นเพราะตนรัก

นางมาก รักจนอยากจะรู้ว่านางรักตนบ้างหรือไม่...นางเองก็ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองเพราะตนมีเรื่องกับไวน์มาตลอด และตอนนั้นตนมีปัญหาเรื่องบ้านไม่รู้จะแก้ยังไง

“พี่เข้าใจนางทุกอย่าง คนเราน่ะมีเรื่องผิดพลาดกันทั้งนั้น แต่แทนที่จะยึดติดกับความผิด...เรามาให้ความสำคัญกับบทเรียนที่เราได้รับไม่ดีกว่าเหรอ เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ทำมันผิดซ้ำอีก”

เมื่อต่างก็เปิดใจแก่กัน เข้าใจกันบนพื้นฐานแห่งความรักที่มีต่อครอบครัวและมีต่อกัน ปฐพีจึงขอนางแต่งงาน สัญญาว่าจะรัก ดูแลนางกับครอบครัวไปจนตลอดชีวิต นางพยักหน้าน้ำตาไหลพรูอย่างปลาบปลื้ม ปฐพีจุมพิตนางอย่างแผ่วเบา

ปฐพีเปิดกล่องที่วางอยู่ข้างตัว นางเห็นกลีบดอกไม้นานาพันธ์ุหลากสีสวยงาม เมื่อเขาพยักหน้านางหยิบกลีบดอกไม้โปรยลงด้านล่างอย่างสวยงาม รับกับฟาร์มดอกไม้ที่บานสะพรั่งหลากสีสัน เป็นความงามจากบนผืนฟ้าและแผ่นดิน ที่รังสรรค์ไว้ด้วยความรักและความจริงใจของหนุ่มสาวทั้งสองที่มีต่อกันตราบนิรันดร์...

ooooooo

–อวสาน–


ละครเด็ดปีกนางฟ้า ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านเด็ดปีกนางฟ้า ติดตามเด็ดปีกนางฟ้า ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย แพทริเซีย กู๊ด, ยุกต์ ส่งไพศาล 25 มี.ค. 2561 07:50 2018-03-27T00:00:00+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ