ข่าว

วิดีโอ



ดวงใจพิสุทธิ์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พรดี และโซนิกซ์ทีม

กำกับการแสดงโดย: ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ยุกต์ ส่งไพศาล,มทิรา ตันติประสุต

ลูกหมีรบเร้าขอไปศาลเป็นเพื่อนปุ๊กกี้ เสนีย์ยอมให้ไปเพื่อปุ๊กกี้จะได้สบายใจขึ้น ปุ๊กกี้อุ้มตุ๊กตาดวงใจตัวที่หัฏฐ์เย็บให้ไปด้วย ลูกหมีกระซิบถามทำไมยังไม่บอกน้าหัฏฐ์ว่าปุ๊กกี้กลัวชลีกร ปุ๊กกี้ห้ามไม่ให้ลูกหมีบอกใคร ย้ำว่าลูกหมีสัญญาแล้ว ลูกหมีอึดอัดใจอย่างมาก

ชนนีรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงขอตัวอยู่รอที่บ้าน จะทำอาหารอร่อยๆรอ เสนีย์หันมาคุยกับปุ๊กกี้ “เรากลับมาเลี้ยงฉลองกันด้วยอาหารคุณย่าดีไหมครับ ดูน้าหัฏฐ์สิ อยากกินจนกลืนน้ำลายเลย”

หัฏฐ์ท้วงพูดเหมือนตนตะกละแต่ก็เป็นความจริง ทุกคนหัวเราะผ่อนคลายความเครียดลงได้บ้าง ลูกหมียังอยากให้ปุ๊กกี้บอกเรื่องชลีกร เพื่อผู้ใหญ่จะได้หาทางช่วยแต่ปุ๊กกี้ไม่ยอม ตาโตตื่นกลัว ลูกหมีอ่อนใจ “ถ้าไม่บอก งั้นพูดแค่คำเดียวว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์...นะ”

ปุ๊กกี้มองนิ่งสักพักถึงค่อยพยักหน้า ผู้ใหญ่มองมาด้วยความแปลกใจว่าเด็กๆคุยอะไรกัน

สองกลุ่มมาเจอกันหน้าห้องพิจารณาคดี สาวิตร กล่าวกับหัฏฐ์และหทัยว่า “ครั้งสุดท้ายแล้วนะครับไม่ว่าผลจะออกมายังไง มันก็เป็นแค่ข้อบังคับทางกฎหมาย ขอให้ถือว่าเราทำไปเพราะรักและหวังดีกับปุ๊กกี้ด้วยกันทุกคน”

ชลีกรฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนคุยกัน เฉียดมาใกล้ปุ๊กกี้ ทำเสียงเอ็นดูแต่สายตาดุร้าย “วันนี้วันสำคัญของปุ๊กกี้นะ ทำตัวเป็นเด็กดีหน่อยนะจ๊ะหลานป้า อย่าลืมที่เคยสอนล่ะว่าต้องทำยังไง”

ปุ๊กกี้กอดดวงใจแน่นตัวเกร็ง หัฏฐ์เห็นเข้าอุ้มหนูน้อย “สอนอะไร! นี่คุณข่มขู่เด็กเหรอ”

ปุ๊กกี้ผวากอดซุกหน้ากับหัฏฐ์ ลูกหมีเดินมาจ้องชลีกรอย่างกล้าหาญ กล่าวเสียงดัง “อย่ามาขู่กันหน่อยเลยป้า ปุ๊กกี้เขาเป็นเด็กดีอยู่แล้ว แต่ผู้ใหญ่บางคนนั่นแหละไม่ดี ผู้ใหญ่ใจยักษ์”

ทุกคนได้ยินหันมองชลีกร เธอโกรธ ยิ่งยศตัดบทเชิญเข้าข้างใน ชลีกรด่าว่าลูกหมีเป็นเด็กปากเสีย พ่อแม่ไม่สั่งสอน หัฏฐ์เครียดฝากปุ๊กกี้กับชินานางที่ต้องนั่งรอข้างนอกห้องพิจารณา เธอบอกไม่ต้องห่วง ตนเตรียมของแก้เบื่อไว้ให้เด็กๆพร้อม ลูกหมียืดตัวอาสาช่วยดูแลปุ๊กกี้ หทัยบอกว่าจะขออนุญาตศาลให้ลูกหมีเข้าไปเป็นเพื่อนปุ๊กกี้ตอนขึ้นศาล

ฝ่ายชลีกรมีพยานมาอีกหลายปาก ยกเว้นลดามณี ชลีกรกระซิบถามสาวิตรทำไมเธอไม่มา สาวิตรบอกว่าเธอให้การแล้ว ชลีกรเสียงเข้ม “แต่ลีสั่งแล้วว่าต้องมา จะได้ดูเหนียวแน่น”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า...” สาวิตรชักรำคาญ

“คุณก็ยอมน้องตลอด ถ้าเราชนะเขาก็ได้ประโยชน์ ยังไม่รู้จักคิดจะช่วยกันอีก” พลันลดามณีเดินเข้ามาในชุดเรียบร้อยกว่าปกติ สีหน้าเรียบขรึม ชลีกรเปลี่ยนน้ำเสียงหวานทันที “อุ๊ยน้องลดามาแล้ว นั่งนี่เลยค่ะน้องขา...”

ลดามณีไม่มองชลีกร กลับเดินผ่านไปนั่งฝั่งของเสนีย์ ชลีกรฮึดฮัดสั่งยิ่งยศให้เรียกกลับมา พอดีเจ้าหน้าที่กล่าว...เคารพศาล ทุกคนจึงลุกขึ้นยืน ชลีกรจำใจต้องหุบปาก

ด้านนอก ลูกหมีชวนปุ๊กกี้วิ่งเล่น ชินานางปรามวิ่งไม่ได้ ให้นั่งกินขนมอ่านการ์ตูน ลูกหมีเหน็บ เวลาอาช้างใจดีก็ดี๊ดีไม่น่าเชื่อ ชินานางถลึงตาใส่เข่นเขี้ยว “เดี๋ยวชู้ตไปนอกห้องเลย”

“ในศาลรังแกเด็กได้เหรอครับอาช้าง”

ชินานางหมั่นไส้จับหัวลูกหมีเขย่า ปุ๊กกี้นั่งนิ่งไม่สนุกด้วยเลย...เวลาผ่านไป ชินานางสังเกตเห็นปุ๊กกี้กอดดวงใจแน่นหน้าตาซีดเซียว จึงยื่นมือมาแตะตัว หนูน้อยสะดุ้งอย่างแรง ชินานางแปลกใจที่ตัวเย็นถามปุ๊กกี้เป็นอะไร หนูน้อยบ่นหนาว ลูกหมีแปลกใจเพราะตัวเองไม่รู้สึกว่าเย็นเลย ปุ๊กกี้บ่นอีกว่ากลัวๆ ชินานางจึงโอบกอดปลอบ

“จ้ะอารู้ แต่ยิ่งกลัวก็จะยิ่งแย่ ปุ๊กกี้ต้องเข้มแข็งนะลูก มาท่องพร้อมกันว่าเราไม่กลัว ไม่กลัวและก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

ลูกหมีชวนปุ๊กกี้ท่องพร้อมกัน แต่ปุ๊กกี้เอ่ยขึ้น “ถ้าเขาถาม แล้วปุ๊กกี้บอกว่า...จะอยู่กับ...ป้าลี น้าหัฏฐ์จะเกลียดปุ๊กกี้ไหมคะ”

ลูกหมีหงุดหงิดทำเสียงจิ๊จ๊ะ “โธ่เอ๊ย ทำไมต้องกลัวเขาด้วย”

“ลูกหมี!” ชินานางปรามก่อนจะหันมาบอกปุ๊กกี้ “น้าหัฏฐ์ไม่โกรธหรอกจ้ะ ถ้าปุ๊กกี้อยากไปอยู่กับคุณป้าจริงๆ” ปุ๊กกี้ส่ายหน้าจะร้องไห้ ชินานางประคองหน้าหนูน้อย “ฟังนะจ๊ะปุ๊กกี้ ลองฟังเสียงจากหัวใจดูซิ ว่า

ปุ๊กกี้อยากอยู่กับใครแล้วตอบไปตามนั้น ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ป้าหทัยกับน้าหัฏฐ์ คุณย่า อาช้าง ลูกหมีจะรักและคอยช่วยปุ๊กกี้นะ”

“ใช่ อย่ากลัวเลย บอกความจริงอาช้างไปเหอะ ปุ๊กกี้” ลูกหมีคะยั้นคะยอ

ชินานางถามความจริงอะไร ปุ๊กกี้ตัดสินใจอ้าปากจะพูด แต่เจ้าหน้าที่มาเรียกให้เข้าไปในห้องพิจารณาพอดี หนูน้อยสะดุ้งสุดตัว มองชินานางตัวแข็งทื่อ

เมื่อปุ๊กกี้เดินเข้ามา ทุกคนจับตามอง ผู้พิพากษาลงจากบัลลังก์มานั่งคุยอย่างเป็นกันเอง ชลีกรจ้องเขม็ง ลดามณีมองหลานสาวอย่างห่วงใย เสนีย์เข้ามาจูง ปุ๊กกี้ผวา ชินานางลูบหลังไหล่ปลอบไม่ต้องกลัว ท่องไว้

ไม่ต้องกลัว ทุกคนเป็นกำลังใจให้...เสนีย์ขอเก็บตุ๊กตาก่อนแต่ปุ๊กกี้ส่ายหน้ากอดดวงใจไว้แน่น ชินานางจูงลูกหมีแยกไปนั่งข้างหัฏฐ์ กระซิบบอกว่าอาการไม่ดีเลย

หัฏฐ์เครียดเล่าว่าครูประจำชั้นยืนยันว่าชลีกรดูแลปุ๊กกี้อย่างดี คนอื่นๆก็พูดทำนองเดียวกัน ถ้าปุ๊กกี้ไม่ยอมพูด ความหวังคงยาก หทัยพนมมือภาวนาให้หรรษาช่วยปุ๊กกี้ด้วย ลูกหมีฮึดฮัดเกาหัวแกรกๆทำไมปุ๊กกี้ต้องกลัว ชินานางปรามให้นั่งเฉยๆอย่าเสียมารยาท

ผู้พิพากษามองปุ๊กกี้ที่ท่าทางหวาดกลัวด้วยสายตาอ่อนโยน ถามชื่อแล้วชวนคุยถึงตุ๊กตาที่อุ้มว่าชื่ออะไร ปุ๊กกี้ตอบว่าดวงใจ “หนูคงรักดวงใจมาก ถึงได้พาดวงใจมาเที่ยวที่นี่ด้วย...ดูแล้วเหมือนตุ๊กตาทำเอง ใครเป็นคนทำดวงใจให้หนูคะหวันยิหวา”

ปุ๊กกี้ตอบเสียงแผ่วเบาว่าน้าหัฏฐ์ เสนีย์ผ่อนลมหายใจมองหัฏฐ์ทำนองมีความหวัง ชลีกรสายตากร้าวไม่พอใจ สาวิตรเหลือบมองภรรยา ผู้พิพากษายิ้มชวนคุยอีก “น้าหัฏฐ์ของหนูเป็นคนเย็บให้เองเลยเหรอคะ” ปุ๊กกี้พยักหน้า “หนูหวันยิหวาเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปทุกที่เลยหรือคะ เอาไปโรงเรียนด้วยรึเปล่า” หนูน้อยส่ายหน้า

ผู้พิพากษาซักถามถึงที่โรงเรียน ครูใจดีไหม มีเพื่อนเยอะไหม ปุ๊กกี้พยักหน้ารับ ท่านถามอีกว่าที่บ้าน ป้าหทัยกับน้าหัฏฐ์ใครใจดีกว่ากัน หนูน้อยเริ่มผ่อนคลายตอบว่าใจดีทั้งสองคน ชลีกรร้อนรุ่มมองหน้ายิ่งยศอย่างหงุดหงิด ที่ผู้พิพากษามีวิธีถามทำให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของปุ๊กกี้อย่างแยบยล “วันนี้นอกจากพาดวงใจมาแล้ว หวันยิหวายังพาเพื่อนมาด้วยใช่ไหมคะ”

ลูกหมียกมือเหมือนอยู่ในห้องเรียน “ครับ ผมชื่อเด็กชายชินกฤต หรือลูกหมีครับ เป็นเพื่อนรักและรู้ใจที่สุดของปุ๊กกี้ครับ”

ชินานางปรามให้เงียบๆ ผู้พิพากษายิ้มอย่างเอ็นดู “หนูนี่โชคดีนะ มีคนรักเต็มไปหมด หนูรู้ไหมว่าคุณลุงสาวิตรกับคุณน้าหัฏฐ์ต่างก็รักหนูมาก อยากให้หนูไปอยู่ด้วยทั้งคู่เลย แล้วหนูล่ะหวันยิหวา อยากอยู่กับคุณลุงหรือคุณน้ามากกว่ากัน...”

คำถามดูธรรมดาแต่สำหรับปุ๊กกี้มันน่ากลัว หนูน้อยตาโตตัวสั่นอย่างแรง กอดดวงใจแนบอก ชลีกรจ้องปุ๊กกี้ด้วยแววตาอำมหิต ทุกคนลุ้นให้ปุ๊กกี้พูดออกมา ผู้พิพากษาแปลกใจถามทำไมเงียบไม่ตอบ จึงถามใหม่ว่าอยากอยู่กับทั้งสองคนหรือ ปุ๊กกี้เบะจะร้องไห้ ผู้พิพากษาหันไปมองหัฏฐ์ทำนองมีใครข่มขู่เด็กไว้ แล้วหันมาเกลี้ยกล่อมหนูน้อย

“ตอบป้ามาเถอะหวันยิหวา ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ตอบมาอย่างที่ใจหนูต้องการ ป้ารับรองว่าจะไม่มีใครทำอันตรายหนูได้”

ปุ๊กกี้เครียดเกร็งหายใจหอบ ลูกหมีสงสารเพื่อนจนทนไม่ไหวยกมือขึ้นพูด “ปุ๊กกี้เขาไม่กล้าพูดหรอกครับ เขาอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์ แต่ป้าใจดำของเขาบอกให้พูดว่าอยากอยู่กับลุงคนนั้น”

ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นลูกหมีชี้ไปที่สาวิตร ต่างมองชลีกรเป็นตาเดียว ชลีกรลุกขึ้นโกรธเกรี้ยวว่าไม่จริง ทำไมปล่อยให้เด็กพูดจาเหลวไหลแบบนี้ในศาล ยิ่งยศได้สติค้านว่าผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กเข้ามาเอะอะกล่าวหาคนอื่น ลูกหมีเถียงว่าตนพูดความจริง ปุ๊กกี้บอกตนเองว่าถ้าพูดว่าอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์ ป้าเขาจะตีให้ตาย ปุ๊กกี้ร้องไห้ด้วยความกลัว ชินานางปรามลูกหมีให้หยุดพูด เสนีย์ลุกขึ้นค้านให้ปล่อยลูกหมีพูดต่อไป ยิ่งยศขู่ถ้าพูดโกหกจะติดคุก

“อ้าว อย่าขู่เด็กสิครับ รู้สึกว่าจะถนัดเรื่องขู่จริงนะครับ” เสนีย์เหน็บ

ยิ่งยศขอให้ศาลสั่งให้เอาลูกหมีออกไปจากห้อง แต่เสนีย์กลับขอเบิกลูกหมีเป็นพยานในคดีนี้คู่กับปุ๊กกี้ ผู้พิพากษาทำสัญญาณให้ทั้งสองอยู่ในความสงบ แล้วถามลูกหมีว่าที่พูดเป็นความจริงใช่ไหม ลูกหมียืนยันว่าจริง ตนเป็นลูกผู้ชายพูดปดไม่ได้ ต้องเป็นคนดี ต้องซื่อสัตย์

“หวันยิหวาบอกหนูจริงๆเหรอ ว่าคุณป้าของหวันยิหวาสั่งห้ามไม่ให้เธอบอกศาลว่าอยากอยู่กับคุณน้า”

“ปุ๊กกี้บอกจริงๆครับ”

ชลีกรลุกพรวดสวนว่าโกหก เด็กคนนี้โกหก มีคนสอนให้มาพูด ยิ่งยศปรามให้ใจเย็น ชลีกรได้สติสบตาสาวิตรที่มองอย่างสับสน จึงพยายามควบคุมอารมณ์ ผู้พิพากษาอนุญาตให้นำลูกหมีเบิกความได้ ลูกหมีดีใจรีบเดินไปนั่งข้างปุ๊กกี้ ปุ๊กกี้ร้องไห้ “ช่วยปุ๊กกี้ด้วย...”

ผู้พิพากษาซักถามลูกหมีด้วยตัวเองว่าคุณป้าที่พูดถึงหมายถึงคนไหน ลูกหมีชี้ไปที่ชลีกร “ป้าคนนั้นไงครับ ลูกหมีจำได้เขาเคยไปที่บ้าน เขาหยิกพุงลูกหมี เจ็บด้วย แล้วก็จับปุ๊กกี้เขย่าๆ ลูกหมีเลยร้องให้คนช่วย” ผู้พิพากษาถามช่วยจากอะไร “ก็ช่วยจากป้าใจดำคนนี้น่ะสิครับ”

“แล้วหวันยิหวาเคยบอกอะไรชินกฤตอีกบ้าง เกี่ยวกับคุณป้าคนนี้”


“บอกว่ากลัว กลัวคุณป้าจะตีให้ตาย ถ้าพูดอยากอยู่กับน้าหัฏฐ์”

ปุ๊กกี้กอดดวงใจน้ำตาร่วงพรู ผู้พิพากษาถามว่าปุ๊กกี้เคยบอกคนอื่นอีกไหม ลูกหมีบอกปุ๊กกี้ไม่กล้าพูดให้ใครฟังเพราะกลัวถูกป้าฆ่าให้ตาย ชลีกรแทบคลั่งบอกยิ่งยศให้หยุดเด็ก แต่ยิ่งยศกลับบอกให้ใจเย็นถ้าห้ามตอนนี้เท่ากับเรายอมรับ ผู้พิพากษาหันมาถามปุ๊กกี้ว่าที่ลูกหมีพูดเป็นความจริงไหม ปุ๊กกี้เงยหน้ามองพยายามจะพูด แต่พอเห็นสายตาชลีกรก็ชะงัก ผู้พิพากษาเห็นปลอบ “ใจเย็นๆค่อยๆพูด หนูอยู่ในความคุ้มครองของศาล ไม่มีใครทำร้ายหนูได้หวันยิหวา”

“กะ...กลัว ปุ๊กกี้ยังไม่อยากตาย”

ผู้พิพากษาอึ้งตวัดสายตามองชลีกรก่อนจะกล่าวกับปุ๊กกี้ “หนูไม่ตายแน่ อยู่ที่นี่ไม่มีใครทำอันตรายหนูได้ ป้าให้สัญญา”

“ไม่...ช่วยไม่ได้...ป้าลีจะตีให้ตายถ้าปุ๊กกี้พูด”

ชลีกรหน้าซีดเผือด สาวิตรแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ยิ่งยศสบถว่าจบกัน...ชลีกรสติแตกแผดเสียง “ไม่!!

นังปุ๊กกี้มันโกหก! นังเด็กโกหก พูดความจริงออกมานะ พูดออกมาสิว่าน้าแกป้าแกสอนมาให้พูดแบบนี้ ฉันไม่เคยขู่ไม่เคยพูดอะไรกับแกทั้งนั้น”

ปุ๊กกี้กลัวตาเหลือก ชลีกรปราดเข้ากระชากแขนปุ๊กกี้ หัฏฐ์ปรี่เข้าขวาง ลูกหมีเจ็บใจกระโจนเข้ากัดแขนชลีกรให้ปล่อยปุ๊กกี้ เธอทั้งโกรธและเจ็บสะบัดแขนออกเงื้อมือจะตบตี ลูกหมีถอยกรูดหนี สาวิตรกับลดามณีเข้ามาคว้าแขนชลีกรคนละข้าง เธอร้องลั่นให้ปล่อย เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม ผู้พิพากษายกมือห้ามอยากดูฤทธิ์ของ

ชลีกรให้ถึงที่สุด สาวิตรปรามให้พอ ที่นี่ศาล

“ในศาลแล้วทำไม จะปล่อยให้ไอ้เด็กพวกนี้มันรวมหัวกันกล่าวหาลีอย่างงั้นเหรอคะ พวกน้ามันสอนให้ปุ๊กกี้ใส่ร้ายลี พูดโกหกทั้งนั้น”

ผู้พิพากษาเคาะโต๊ะให้เคารพศาล ชลีกรยังไม่หยุดตวาดปุ๊กกี้ให้พูดออกมาว่าตนไม่ได้ขู่ ลูกหมีกลัวถอยไปหลบหลังหัฏฐ์ ชลีกรหันมาชี้หน้า “อย่าคิดว่าโกหกแล้วจะรอดนะไอ้เด็กเวร”

หัฏฐ์กล่าวอย่างใจเย็น “เรื่องมันจบไปแล้วคุณชลีกร ไม่ใช่คำพูดของปุ๊กกี้หรอกที่ใส่ร้ายคุณ แต่การกระทำของคุณเป็นการยอมรับทุกอย่าง ผมว่าตอนนี้

ศาลคงได้ข้อสรุปที่ดีแล้ว ว่าใครกันแน่เหมาะที่จะเป็นผู้ปกครองของปุ๊กกี้...เกือบหนึ่งปีที่ปุ๊กกี้เคยอยู่กับคุณ มันยิ่งกว่าเป็นการตกนรก คุณเลี้ยงหลานผมแย่ยิ่งกว่าเลี้ยงสัตว์ในบ้าน สิ่งใดที่คุณทำกับแกลงไปคุณคงรู้แก่ใจดี ไม่ต้องมาแฉกันให้อับอายมากไปกว่านี้”

“ฉันมีสิทธิ์ ฉันกับสามีต้องเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ แกอย่ามาหวังว่าจะชุบมือเปิบเลย”

“อย่างคุณน่ะ อย่าว่าแต่จะเป็นผู้ปกครองเด็กเลย เป็นคน...คุณยังเป็นไม่ได้”

ชลีกรปรี๊ดพุ่งเข้าใส่หัฏฐ์ เจ้าหน้าที่เข้าจับไว้ เธอดิ้นรนร้องลั่น ลดามณีช่วยจับโดนผลักล้มลง ผู้พิพากษาเคาะโต๊ะสั่งเสียงเฉียบ ถ้าไม่หยุดการกระทำจะถือว่าดูหมิ่นศาล เสนีย์ให้หัฏฐ์พาปุ๊กกี้ออกไปก่อน สาวิตรเข้ามาปรามกลับโดนชลีกรสะบัดมือฟาดหน้าแล้วพุ่งเข้าคว้าผมปุ๊กกี้ดึงจนหน้าหงายกราดเกรี้ยว “แกต้องกลับบ้าน กลับไปกับฉัน”

หัฏฐ์พยายามแกะมือชลีกรออก ปุ๊กกี้กรีดร้อง “ไม่!ไม่ไป ปุ๊กกี้จะอยู่กับน้าหัฏฐ์ ปุ๊กกี้ไม่อยากตายเหมือนคุณย่า...คุณป้าจะฆ่าปุ๊กกี้เหมือนฆ่าคุณย่า คุณป้าเอาหมอนกด กด คุณย่าดิ้น คุณย่าดิ้น...ปุ๊กกี้กลัว...กลัว...”

ชลีกรช็อกผละถอยมองทุกคนที่จ้องมอง ปุ๊กกี้เล่าเหตุการณ์ที่ตนแอบดูชลีกรฆ่าภาวนาอยู่ในห้องน้ำ...

สาวิตรสะเทือนใจอย่างมากที่ภรรยาตัวเองเป็นคนฆ่าแม่ เสียงสั่นถามปุ๊กกี้พูดอะไรออกมา ปุ๊กกี้ร้องไห้เสียขวัญ “กลัว...กลัวแล้ว...คุณป้าเอาหมอนกดหน้าคุณย่า ปุ๊กกี้กลัว”

หทัยกับหัฏฐ์โผกอดปุ๊กกี้ปลอบไม่ต้องกลัว ชลีกรมองหน้าสาวิตรส่ายหน้า “มันโกหก นังปุ๊กกี้โกหกคุณต้องไม่เชื่อมันนะคะ มันเกลียดลี มันใส่ร้ายลี มันโกหก”

สายตาสาวิตรที่มองชลีกร เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทุกคนมองเธออย่างรังเกียจ

ooooooo

เย็นวันนั้น จูนกำลังดูแลเด็กๆเล่นที่สวนบ้านพักพิง เห็นจิรัชเก็บของเตรียมจะกลับ จึงเอ่ยถามกลับแล้วหรือ เขาย้อนถาม “เสร็จรึยังล่ะ ไปดูหนังกันไหม”

จูนอึ้งถามให้แน่ใจว่าชวนตนหรือ จิรัชพยักหน้ายิ้มๆ เธอย้อนถามว่าชวนผิดคนหรือเปล่า จิรัชทำหน้ากวนๆ “อ้าว...นี่ไม่ใช่ครูจูนหรอกเหรอ...ว่าไงครับ”

จูนยังตะลึงมองหน้าจิรัชนิ่ง ไม่ทันตอบก็มีเสียงเด็กทะเลาะกัน จึงได้สติวิ่งเข้าไปห้าม โดนลูกหลงเข้าที่จมูกเลือดไหล เด็กชะงักตกใจที่ทำร้ายครูวิ่งหนีเข้าบ้าน จิรัชเอาผ้าเช็ดหน้าให้จูนซับเลือดจะพาไปหาหมอ เธอส่ายหน้า จิรัชจะไปพาเด็กมาขอโทษ แต่จูนห้ามไว้

“ไปบังคับให้มาขอโทษ ไม่ได้รับบทเรียนหรอก ให้เวลาเขาคิดหน่อย ดูสิว่าจะรู้ตัวไหม ถ้าพรุ่งนี้ไม่ขอโทษค่อยสอน” จิรัชชมว่าเธอใจเย็น “คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเด็กของเราจิตใจไม่มั่นคงขนาดไหน ยิ่งโกรธก็เหมือนยิ่งทำร้ายเขา”

“จิตใจไม่มั่นคง ขอบคุณที่เตือน...ไปกันเลยไหม” จูนขอตัวกลับบ้าน จิรัชขอไปส่ง เธอจะกลับเอง จิรัชดึงแขนไว้ “เข้าใจแต่เด็กนะคุณเนี่ย ผมก็จิตใจไม่มั่นคงเหมือนกัน ยิ่งคุณปฏิเสธไม่ไปกับผม ก็ยิ่งเหมือนทำร้ายผมนะ” จูนเหวออะไรของเขา จิรัชยิ้มอย่างเป็นต่อ...

ลดามณีตามกลับมาที่บ้านชินานาง ปุ๊กกี้และลูกหมีนอนหลับที่โซฟาด้วยความอ่อนเพลีย ชนนีฟังทุกคนเล่าเรื่องในศาลแล้วต้องตกใจกับความร้ายกาจของชลีกร ลดามณีร้องไห้ละอายใจ โทษตัวเองไม่ดีที่ไม่ดูแลแม่ไม่ดูแลหลาน เสนีย์ปลอบ “กรรมใดใครก่อ เขาต้องรับกรรมนั้น”

หทัยจับมือลดามณีปลอบว่าเธอมองชลีกรผิดเหมือนทุกคน แต่เธอคิดว่าถ้าตัวเองใส่ใจคนในบ้านบ้าง คงไม่เกิดเรื่องขนาดนี้ พูดจบก็เดินเลี่ยงออกมาร้องไห้ เสนีย์ตามมาปลอบ เธอสะอื้น “ลดาผิด ลดาคิดถึงแต่ตัวเอง เห็นแต่เรื่องตัวเองสำคัญจนไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวบ้าง ตอนนั้นแม่คงต้องการลดามาก ถ้ารู้สักนิดลดาคงช่วยแม่ได้ แม่คงไม่ต้องมาตายแบบนี้”

เสนีย์ให้หยุดโทษตัวเองได้แล้ว แต่เธอยิ่งรู้สึกผิดที่ทำตัวเหลวไหลมาตลอด...หทัยเป็นห่วงลดามณีอยากไปช่วยปลอบ แต่หัฏฐ์ห้ามไว้บอกว่าเสนีย์กับลดามณีเคยสนิทสนมกันมาก่อน

หัฏฐ์ช่วยอุ้มเด็กๆขึ้นนอน มองปุ๊กกี้ที่นอนกอดดวงใจหลับปุ๋ยแล้วเอ่ยว่า ปุ๊กกี้โชคดีที่มีลูกหมีเป็นเพื่อน ลูกหมีเป็นเด็กดีมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่น่านับถือ ชินานางยืดตัวโอ่ว่า ฝีมือใครอบรม หัฏฐ์ย้อนว่าชนนีอบรม เธอโวยว่าตนด้วย หัฏฐ์ขำจับไหล่เธอหันมาจ้อง “แน่นอนคุณด้วยอยู่แล้ว ขอบคุณมากนะครับ ถ้าวันนี้ไม่ได้นายลูกหมี ความจริงทุกอย่างคงไม่เปิดเผย”

ชินานางเขินเบี่ยงตัวออกหันมาห่มผ้าให้เด็กๆ หัฏฐ์ยิ้มปลื้มบอกเหมือนพ่อแม่กำลังส่งลูกเข้านอน หญิงสาวยิ่งเขินทำอะไรไม่ถูก บอกให้เขาอยู่เฝ้าไปคนเดียวแล้วรีบเผ่นออกจากห้อง

ด้านชลีกรแทบบ้าที่ถูกสาวิตรมองด้วยความรังเกียจ ไม่ยอมเชื่อว่าตนโดนปรักปรำ กลับบอกให้รอฟังตำรวจสืบคดี จึงโวยจะปล่อยให้ตนโดนจับหรือ ทันใดเสียงลูกๆร้องลั่นว่า แม่จะโดนตำรวจจับแล้วพากันร้องไห้ ชลีกรตวาดสาวิตร สะใจแล้วใช่ไหมที่ลูกๆจะมีแม่ชื่อเสียงฉาวโฉ่ ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินหนี สาวิตรพยายามปลอบขวัญลูกๆอย่างเจ็บปวดใจ

เมื่อสุวัฒน์รู้เรื่องจากเสนีย์ว่าชลีกรฆ่าภาวนา ก็ให้ฉุกคิดว่าการตายของพ่อตนก็คงเป็นฝีมือเธอเช่นกัน... สาวิตรเครียดหลบมานั่งกลัดกลุ้มในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เผอิญกรรมการทั้งสามคนที่เป็นพยานในพินัยกรรมอยู่ในร้านและกำลังคุยกันเรื่องการตายของภาวนา สาวิตรได้ยินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเจ็บปวด บอกทั้งสามคนช่วยหาความจริงมาบอกตนด้วย ทั้งสามหน้าเจื่อนรับคำ

ชลีกรทั้งเจ็บใจแค้นใจ มาหายิ่งยศที่สำนักงาน เขาปิดประตูล็อกห้องแล้วนั่งประจันหน้า บอกให้เธอเปิดอกคุยกันว่าเธอฆ่าภาวนาจริงหรือไม่...ชลีกรอึกอักๆ ยิ่งยศย้ำถ้าไม่พูดความจริงตนก็จะช่วยอะไรไม่ได้ ชลีกรหน้าเสียขอให้เขาช่วยให้ได้ เสียเท่าไหร่ไม่ว่า ตนต้องไม่เดือดร้อน

“ผมอยากให้คุณเล่าเหตุการณ์วันนั้นอย่างละเอียด คุณทำรึเปล่า”

ชลีกรจนหนทางยอมสารภาพว่าพลั้งมือไม่ได้ตั้งใจ และไม่รู้ว่าปุ๊กกี้เห็นได้อย่างไร ยิ่งยศถามมีใครรู้เรื่องนี้อีก เธอตาโตนึกได้ว่ายังมีพร้อมพรที่รู้ทุกเรื่อง...กลับมาบ้าน ชลีกรโทร.สั่งลูกน้องให้จับตัวพร้อมพรไปกักขังไกลๆไม่ให้ตำรวจเจอตัว พอวางสายหันมาเจอลูกๆทั้งสามหน้าตาตื่นกลัวว่าแม่ท่าทางโหดสั่งเก็บใคร ชลีกรตวาดไล่ตีลูกๆ ก่อนจะกุมหัวหลอนระแวง

ooooooo

หลังจากบ้านไฟไหม้ พร้อมพรมาช่วยงานที่ร้านซ่อมเครื่องยนต์ของสามี...สุวัฒน์มาขอสอบถามเรื่องภาวนา เธอตกใจเกรงสามีจะรู้เรื่อง จึงโกหกว่ามีคนมาขอดูที่ ตนจะพาไปดู

ทั้งสองนั่งคุยที่ร้านข้างๆ พร้อมพรขอร้องอย่ามายุ่งกับตนอีกเลย แต่สุวัฒน์บอกว่าถึงตนไม่มา ไม่นานก็จะมีหมายศาลมาถึง ตนช่วยกันให้เธอเป็นพยานได้ถ้าไปให้ปากคำตำรวจ สุวัฒน์ทิ้งนามบัตรไว้ก่อนกลับ ...ไม่ทันไรคนของชลีกรมาฉุด พร้อมพรร้องให้คนช่วย สามีกับลูกน้องวิ่งมาพร้อมไม้ในมือ ลูกน้องชลีกรจึงเผ่นหนี พร้อมพรปากคอสั่น “นังลี...นังลีมันจะฆ่าฉัน!”

สามีแปลกใจทำไมจะต้องฆ่ากัน พร้อมพรไม่กล้าเล่า มองนามบัตรในมืออย่างตัดสินใจ...

เย็นวันนั้น สาวิตรเครียดไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมาหาลดามณีที่โรงแรม สองพี่น้องปลอบใจกันและกัน สาวิตรไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะฝ่ายหนึ่งก็แม่ อีกฝ่ายก็แม่ของลูก ลดามณีเตือนสติว่า ถ้าชลีกรผิดจริงก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนกฎหมาย ส่วนหลานๆตนจะช่วยดูแล ตนจะไม่ทิ้งครอบครัวไปอีก สาวิตรรู้สึกมีกำลังใจขึ้นด้วยสายใยของความเป็นพี่น้องจริงๆ...

เสนีย์แวะมาหาลดามณี เธอบอกเขาว่าเธอตัดสินใจจะไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงขอมารับไปส่งสนามบินวันเดินทาง เธอส่ายหน้า เขาย้ำ “พี่เป็นห่วง ให้พี่ได้ดูแลลดาหน่อยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะลดาดูแลตัวเองได้จริงๆ ต่อไปนี้ลดาจะไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครอีก”

“พี่ทำด้วยความเต็มใจ ลดาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้พี่เลยแม้แต่นิดเดียว”

“ถ้าลดาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลดาจะกลับมา พี่จะคอยลดาไหมล่ะคะ”

เสนีย์ดีใจถามพูดจริงใช่ไหม หญิงสาวพยักหน้า เขาขอบคุณและสัญญาจะรอเธอกลับมา

ด้านหัฏฐ์กลุ้มใจที่ปุ๊กกี้ต้องให้ปากคำตำรวจ ชินานาง เป็นห่วงว่าถ้าปุ๊กกี้ต้องรื้อฟื้นอดีตอันเลวร้าย สภาพ

จิตใจจะรับไม่ไหว หัฏฐ์บอกว่าหมอรับปากจะช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เราจึงขอให้ทางตำรวจมาสอบปากคำที่กรุงเทพฯ ชินานางโล่งใจแล้วถามจะสอบปากคำเมื่อไหร่

“พรุ่งนี้บ่ายครับ ต้องเร่งก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะไหวตัวทัน แล้วหนีไป”

ชินานางถามอยากให้ไปเป็นเพื่อนไหม หัฏฐ์ยิ้มพยักหน้าและขอให้เอาลูกหมีไปด้วย

ooooooo

วันต่อมา พร้อมพรตัดสินใจมาหาสุวัฒน์ เขาพาเธอไปให้ปากคำตำรวจ สารภาพทุกอย่างแต่ไม่รู้เห็นการฆ่าภาวนา มารู้ก็ตอนลงมือไปแล้ว ตำรวจถามทำไมเก็บงำไม่แจ้งความ เธอสวนถ้าทำอย่างนั้นก็ต้องตายเหมือนทนายสุทิน สุวัฒน์ตกใจเมื่อรู้ว่าชลีกรฆ่าพ่อตนจริงๆ

ทางกรุงเทพฯ หัฏฐ์ ชินานางและลูกหมีพาปุ๊กกี้มาที่ห้องหมอ พร้อมตำรวจที่มาสอบปากคำ ลูกหมีคอยยุให้ปุ๊กกี้เล่าทุกอย่างออกไปไม่ต้องกลัวอะไร ปุ๊กกี้เล่าด้วยน้ำเสียงช้าๆแต่มั่นใจ

ทางสงขลา ตำรวจบุกจับชลีกรที่บ้าน เธอตกใจกลัวจะหนี ตำรวจขู่อย่าคิดหนีจะโดนอีกกระทง ชลีกรโวยวายตนไม่ได้ทำอะไรผิดตนจะเรียกทนาย ตำรวจยินยอมพร้อมดึงเธอออกไป

ลูกน้องชลีกรทั้งสี่คนถูกตำรวจจับได้หมด สาวิตรมาโรงพักพร้อมยิ่งยศ ชลีกรอาละวาดด่ายิ่งยศ ว่าความก็แพ้ ทำเรื่องประกันแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ยิ่งยศโกรธเชิญให้ไปหาทนายความใหม่ ตนขอถอนตัว ชลีกรกรี๊ด “ทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะไอ้ยิ่งยศ ไอ้ทนายชั่ว...คุณวิตรช่วยลีด้วยนะ ไปหาคนมาช่วยลีสิ จะปล่อยให้ลีตายอยู่ในกรงนี่ไม่ได้นะ คุณต้องช่วยลี”

สาวิตรมองอย่างเจ็บปวดก่อนจะก้มหน้ากลับไป ชลีกรเหมือนโดนทิ้งเรียกให้กลับมา...ในคืนนั้น ชลีกรเกาะกรงขังโวยวายขู่จะฟ้องย้ายทั้งโรงพัก ตำรวจไม่สนใจปิดไฟเหลือเพียงแสงสลัว ทันใด ชลีกรเห็นเท้าใครมาหยุดตรงหน้า ค่อยๆเงยมองแล้วแทบช็อก เมื่อเป็นภาวนากับสุทินยืนถมึงทึง ก็กรีดร้องกลัวแล้วๆเขย่ากรงสติแตก ตำรวจคิดว่าคงเป็นกรรมตามสนอง

สาวิตรกลับบ้านเอาพวงมาลัยมาขอขมาหน้ารูปภาวนา วิริยะและหรรษา...ลดามณีเข้ามาปลอบใจตอนนี้คนที่น่าสงสารคือลูกๆของเขา อย่าให้พวกเด็กต้องขาดพ่ออีกคน สาวิตรจึงได้สติ

ooooooo

จิรัชพาจูนมาบ้านชินานาง จูนน้อยใจคิดว่าเขาเอาตนมาบังหน้าเพราะอยากมาหาชินานางมากกว่า จิรัชบอกไม่ใช่ ที่พามาเพราะจะเปิดตัวให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นแฟน จูนหน้าเหวอ

“ฟังนะ ผมเองก็คิดมาตลอดว่าผมชอบช้างอยู่ โดยที่ผมไม่รู้ว่าผมชอบคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมมารู้ตัวก็ตอนเราไปทะเลด้วยกัน ว่าทำไมผมไม่เจ็บเรื่องช้างแต่อบอุ่นเมื่ออยู่กับคุณ ทีนี้คุณจะยอมรับผมไหม คุณชอบผมรึเปล่า ถ้าใช่ก็เข้าไปด้วยกัน” จิรัชแบมือให้จูนจับ

“แล้วก็ไม่พูดให้ฟังตรงๆตั้งแต่แรก เพราะจูนก็แมนๆอยู่แล้ว”

จูนยื่นมือไปจับมือจิรัชแล้วพากันเดินเข้ามา ลูกหมีเห็นก็แซวจนจูนเขิน ค่อยๆดึงมือออกมาสวัสดีทุกคน หัฏฐ์กับหทัยรับไหว้ ชินานางบอกว่าแม่ทำพะแนงหมูให้เป็นพิเศษกับลูกชายคนโปรด ชนนีเสริมว่าจิรัชโทร.มาสั่งเพราะเป็นของชอบของจูน

จูนฟังแล้วยิ่งเขินอาย ลูกหมีโพล่งขึ้นว่านึกแล้วอาอ้อยหวานต้องเป็นแฟนกับอาจูนแน่ๆ จูนแทบสำลักน้ำ คนอื่นๆพากันอมยิ้มและหัวเราะอย่างขำขัน

ooooooo

หลายวันผ่านไป หมอบอกหัฏฐ์ว่าปุ๊กกี้มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็จะลืมฝันร้ายที่เกิดขึ้น และจะมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง

หัฏฐ์ดีใจมากพาปุ๊กกี้กับลูกหมีมาเล่นที่สนามเด็กเล่น ชินานางตามมา พอเห็นปุ๊กกี้มีชีวิตชีวาขึ้นก็ดีใจด้วย หัฏฐ์บอกว่าชลีกรอาจจะโดนจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่ต่ำกว่า 20 ปี ชีวิตปุ๊กกี้หลุดพ้นจากมือเธอเสียที

ชินานางสงสารสาวิตรคงทำใจลำบาก หัฏฐ์เองก็สงสารลูกๆของสาวิตรถูกส่งไปเรียนเมืองนอกเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจเรื่องแม่ โดยมีลดามณีไปคอยดูแล ชินานางเปรยขึ้นอย่างอนาถใจ

“เวรกรรมมีจริงนะคะ จากครอบครัวที่อบอุ่น กลายเป็นบ้านแตกสาแหรกขาด ไม่น่าเลย”

ชินานางพาลูกหมีกลับเข้าบ้าน เด็กชายแปลกใจที่บ้านเงียบ ร้องเรียกย่าว่าตนหิวจะแย่แล้ว ทันใดธาดากับชีระโผล่ออกมา ลูกหมีดีใจกระโดดกอดพ่อกับแม่ ชินานางก็ดีใจที่พี่ชายพี่สะใภ้กลับมา ธาดาขอบคุณเธอที่ช่วยดูแลลูกหมี ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เหนื่อยมาก

ชินานางยอมรับว่าเหนื่อยแต่ในความเหนื่อยก็มีความสนุกปะปน

ชนนีจะแสดงฝีมือทำอาหารเต็มที่ต้อนรับที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ลูกหมีจะไปตามปุ๊กกี้มาร่วมด้วย ชีระแซวว่าใครกัน ชินานางบอกว่ากิ๊กของลูกหมี ชีระหยอกล้อต้องพามาให้พ่อแม่รู้จัก

ลูกหมีมาชวนปุ๊กกี้ หัฏฐ์ และหทัยไปทานข้าวที่บ้าน หทัยเตรียมผลไม้ติดมือไปด้วย ปุ๊กกี้ดีใจด้วย

แม้จะสะเทือนใจคิดถึงพ่อแม่ตัวเอง หัฏฐ์แกล้งถามว่าพ่อแม่ลูกหมีกลับมาแล้วลูกหมียังเป็นเพื่อนสนิทกับปุ๊กกี้ใช่ไหม ลูกหมีรับว่าใช่ และพ่อแม่ตนก็จะรักปุ๊กกี้เช่นกัน

ooooooo

เมื่อแขกมาเยือนถึงบ้าน ชินานางแนะนำหทัยกับหัฏฐ์ให้ชีระกับธาดารู้จัก ชีระบอกว่าแม่ส่งข่าวไปเล่าให้ฟังทุกอาทิตย์ หัฏฐ์ยิ้มๆบอกถ้าเป็นชินานางเล่าคงฟังดูแย่

ธาดาหัวเราะบอกว่าแย่แค่ตอนแรกๆ ทั้งธาดาและชีระขอบคุณหัฏฐ์กับหทัยที่ช่วยดูแลลูกหมี ระหว่างนั้นลูกหมีจูงปุ๊กกี้เข้ามาสวัสดี ธาดาชมว่าหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแล้วขอกอด ปุ๊กกี้ไม่หวาดกลัวยอมให้กอดโดยดี

ชนนีเชิญทุกคนไปทานอาหารที่จัดไว้ในสวน ทุกคนอิ่มอร่อยและคุยกันสนุกสนาน ปุ๊กกี้ก็ร่าเริง จู่ๆลูกหมีก็เอ่ยขึ้นจนทุกคนอมยิ้ม

“แฟนลูกหมีน่ารักไหมครับแม่”

ชินานางปรามหลานชายอย่าขี้โม้ ลูกหมียืนยันเสียงดังว่า

“ปุ๊กกี้ยอมเป็นแฟนลูกหมีจริงๆ ตอนเช้าไปโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำการบ้านด้วยกัน ตอนเย็นก็ดูทีวีด้วยกันอีก อย่างนี้ไม่ใช่แฟนเหรอครับ”

“นี่นายลูกหมี แก่แดดจริงนะเรา”

“อ๊ะๆ อาช้างอิจฉาลูกหมีล่ะสิ ลูกหมีมีแฟนแต่อาช้างไม่มี” ลูกหมีโยกตัวล้อเลียน

“ใครว่าอาช้างไม่มีแฟน นี่ไงแฟนอาช้าง” หัฏฐ์กล่าวและชี้ที่ตัวเอง

ชินานางตกใจระคนเขินอาย ลูกหมีถามว่าจริงหรือ หัฏฐ์ยืนยันว่าจริง ทุกคนมองอย่างแปลกใจ ชินานาง อายหน้าแดง ถามว่าตนเป็นแฟนเขาเมื่อไหร่ หัฏฐ์ตอบหนักแน่นว่า

“ก็เรากินข้าวด้วยกัน เลี้ยงหลานมาด้วยกัน แถมผ่านสุขทุกข์มาด้วยกัน อย่างนี้ไม่ใช่แฟนเหรอครับ”

ลูกหมีทำเสียงล้อเลียน ชินานางอายมากดึงหัฏฐ์ออกไปคุยข้างนอก หัฏฐ์ยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินออกไป

ชนนีส่ายหน้าไม่รู้มาก่อน ชีระนึกว่าตนตกข่าวคนเดียว ลูกหมีโอ้อวดว่าตนรู้ก่อนใคร แล้วหันไปหาแนวร่วมกับปุ๊กกี้ เด็กหญิงยิ้มรับคล้อยตาม

ooooooo

เมื่อออกมาอยู่กันตามลำพังนอกบ้าน ชินานางต่อว่าหัฏฐ์จะแกล้งอะไรก็ดูสถานการณ์บ้าง คนนั่งกันเต็มพูดออกมาได้อย่างไร ชายหนุ่มถามกึ่งแซวว่าเขินหรือ?

“เขินสิ เอ๊ย! ไม่ได้เขินแต่อายคนเขา แล้วตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นโมโหแล้วด้วย”

“อ้าว...แล้วคุณจะโมโหทำไมเล่า ผมก็แค่พูดตรงๆ”

ชินานางหาว่าเขาแกล้งพูด หัฏฐ์ยืนยันว่าพูดจริง แล้วย้อนถามเธอจะว่าอย่างไร หญิงสาวทำหน้างุนงง เขาพูดจริงจังว่าจะตกลงไหม ชินานางถึงกับอึ้งไปไม่ถูก พลันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของ

ลูกหมีกับปุ๊กกี้ก็ยิ่งอาย โอดครวญว่าตนต้องโดนลูกหมีล้อแน่ๆ

ชินานางหน้างอเดินหนีไป หัฏฐ์ถามลูกหมีมาแอบฟังทำไม ลูกหมีบอกว่าทุกคนอยากรู้ตนจึงอาสามาสืบ หัฏฐ์ส่ายหัวในความเจ้ากี้เจ้าการของเด็กชาย แต่คราวนี้จะยกโทษให้ ลูกหมียอกย้อนว่า

“น้าหัฏฐ์ยกโทษให้ลูกหมี แต่อาช้างจะยกโทษให้น้าหัฏฐ์เหรอครับ...พังแป้นตกมันอีกแล้วแน่”

“นี่...อย่าไปเรียกให้ได้ยินต่อหน้านะ แล้วน้าก็คิดว่าน้ามีวิธีปราบพังแป้นได้ ลูกหมีกับปุ๊กกี้คอยเป็นกำลังใจให้น้านะ”

ลูกหมีรับคำแล้วถามปุ๊กกี้อยากให้น้าหัฏฐ์เป็นแฟนกับอาช้างหรือไม่ ปุ๊กกี้บอกว่าอยาก หัฏฐ์ยิ้มพรายบอกหลานๆว่าเดี๋ยวมา แล้วเขาก็วิ่งตามไปชวนชินานางให้กลับโต๊ะอาหาร

“กลับไปได้ยังไงน่าอายขนาดนี้ แล้วช้างกำลังคิดว่าไม่คุณก็ช้างคงไข้ขึ้นสูงจนเพ้อแน่”

“อุณหภูมิของผมปกติ แต่ของคุณคงสูงนิดหน่อย เพราะหน้าแดงเชียว”

“นึกยังไงคุณถึงพูดกับนายลูกหมีอย่างนั้น ต่อหน้าทุกคนด้วย”

ชินานางต่อว่าแต่หัฏฐ์ยืนยันว่าพูดจริง

“เหรอคะ ช้างนึกว่าเรื่องแบบนี้จะต้องยินยอมทั้งสองฝ่ายก่อนประกาศออกมาซะอีก”

หัฏฐ์อ้างว่าเธอยินยอมตอนที่เธอยอมรับกับลดามณีที่สงขลา ชินานางโวยว่านั่นเป็นแค่ละคร หัฏฐ์ส่ายหน้า จับไหล่เธอให้หันมาสบตา

“รู้จักกันมาเกือบปี คุณไม่รู้นิสัยผมเหรอ และวันนั้น ผมขอให้คุณเป็นแฟน ผมไม่ได้พูดซะหน่อยว่าให้แกล้งเป็นแฟน”

“คุณหลอกช้างหรอ”

“ผมไม่ได้หลอก ผมจริงใจ เพราะตลอดเวลาที่รู้จักกัน คุณพิสูจน์ให้ผมเห็นว่าคุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด”

“คุณอยากเป็นแฟนกับช้าง เพราะช้างเป็นเพื่อนที่ดี” ชินานางเสียงอ่อย

“ใช่ เพื่อนที่รู้ใจและเข้าใจกัน เป็นคนที่คอยส่งเสียงแจ๋วๆไม่ให้ผมเหงา ต้องให้ผมเห็นหน้าทุกวัน ไม่งั้นผมจะหงุดหงิด จนบางคืนต้องลุกไปยืนมองที่ระเบียง ถึงไม่เห็นอะไรเห็นห้องคุณก็ยังดี...ถ้าอาการพวกนี้เรียกว่าความรัก...ก็ใช่...ผมรักคุณ แล้วคุณล่ะ”

ชินานางอ้าปากค้าง ลูกหมี ปุ๊กกี้ และคนอื่นๆย่องมาแอบฟัง ชินานางตั้งสติตอบเลียนแบบเขา

“รู้จักกันมาตั้งนาน คุณก็น่าจะรู้ว่าถ้าช้างรับคำอะไรไป ก็ความหมายตามนั้น”

หัฏฐ์ดีใจดึงชินานางเข้ามากอดและหอมแก้ม หญิงสาวเขินอายหยิกแขนเขา ลูกหมีคุยอวดกับทุกคนว่าเป็นฝีมือตน ถ้าไม่ได้แผนของตน ชินานางไม่ได้หัฏฐ์เป็นแฟนแน่ ชนนีขำแซวว่าลูกใครนะขี้โม้ ชีระสะดุ้งโยนให้ธาดารับไป ลูกหมีหันมาขอกอดปุ๊กกี้บ้างแต่เธอส่ายหน้า ธาดาเอ็ดลูกชายเบาๆ

“ตายแล้ว ลูกแม่กล้าจริงๆ คอยดูนะโตเป็นหนุ่มเมื่อไหร่ แม่จะเล่าเรื่องพวกนี้ให้ลูกหมีฟัง ดูซิจะอายไหม”

“ไม่อายหรอกครับ โตขึ้นลูกหมีก็จะเป็นแฟนกับปุ๊กกี้ เนอะปุ๊กกี้”

ปุ๊กกี้ไม่ตอบแต่ส่งยิ้มหวานให้ลูกหมี

ooooooo

หลังจากวันนั้น หัฏฐ์โทร.ไปเล่าให้เสนีย์ฟัง ปรากฏว่าเขาไม่ชอบใจหากไม่ได้หัฏฐ์เป็นน้องเขย หัฏฐ์แจงเหตุผลว่าจูนมีจิรัชเป็นแฟนแล้ว แต่เสนีย์ก็ยังไม่ยอม

เมื่อหัฏฐ์ถามว่าเสนีย์หายไปไหนนาน เขาบอกว่ากำลังรอรับลดามณีและตั้งใจว่าจะบินไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ หัฏฐ์ยินดีด้วยที่สองคนเข้าใจกันได้...

วันเวลาผ่านไป หัฏฐ์และชินานางแต่งงานใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข และอีกหลายปีต่อมาสองคนก็เตรียม

จัดเลี้ยงต้อนรับปุ๊กกี้กลับจากเรียนต่างประเทศ โดยจัดขึ้นที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง แต่ปุ๊กกี้ขอแวะไปเยี่ยมบ้านที่สงขลาก่อนแล้วจะตามมา

ชินานางแกล้งปิดบังไม่ให้ลูกหมีรู้ว่าปุ๊กกี้กลับมาวันนี้ ทุกคนคอยโทร.ถามถึงไหนแล้ว ปุ๊กกี้โผล่มาในสภาพสาวสวยหวาน มีความมั่นใจต่างจากตอนเด็ก โผกอดทุกคนแล้วถามหาลูกหมี

ปุ๊กกี้ใส่หมวกสวมแว่นดำเดินมาเจอลูกหมีนอนฟังเพลงเสียบหูฟัง ลูกหมีโตเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สาวน้อยเดินเข้ามานั่งข้างๆ ดึงหูฟังข้างหนึ่งออกมาเสียบหูตนเอง ลูกหมีตกใจเด้งตัวลุกทันที

“อ้าวคุณ นั่นของส่วนตัวผม แต่งตัวก็ดีไม่มีปัญญาซื้อเองเหรอ”

แทนที่ปุ๊กกี้จะโกรธ กลับหัวเราะขำในความปากไวของลูกหมีที่ไม่เคยเปลี่ยน

“ว่าแล้วยังหัวเราะได้อีก พูดรู้เรื่องรึเปล่าเนี่ย คนไทยรึเปล่า”

“ลูกหมียังพูดมากเหมือนเดิมเลยนะ”

“ว่าเราพูดมากเหรอ...เอ๊ะ!”

ปุ๊กกี้ถอดหมวกและแว่นออก ลูกหมีอ้าปากค้าง ดีใจมากที่ปุ๊กกี้กลับมา คนอื่นๆตามมาแอบดูพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ชินานางเข้ามาแซวลูกหมีที่แสดงอาการเขินจนพูดไม่ออก ลูกหมีโอดโอยว่าปุ๊กกี้ทิ้งตนไปตั้งหลายปี ไม่ยอมกลับมาเลยจะจำได้อย่างไร ปุ๊กกี้กุมมือลูกหมีขอร้องอย่าโกรธกันเลย ตอนนี้ตนกลับมาแล้ว

หัฏฐ์แกล้งดุเสียงเข้มว่าลูกหมีจับมือหลานสาวตนได้อย่างไร ลูกหมีเขินสะบัดมือออกแล้วบอกปุ๊กกี้ว่าอย่าทิ้งตนไปอีก ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป

ปุ๊กกี้พยักหน้ารับแทนคำตอบ ลูกหมีดีใจมากสวมกอดปุ๊กกี้ทันทีโดยไม่ฟังเสียงปรามของหัฏฐ์ ทุกคนหัวเราะครื้นเครง ต่างยิ้มมีความสุขถ้วนหน้า

ooooooo

–อวสาน–


ละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านดวงใจพิสุทธิ์ ติดตามดวงใจพิสุทธิ์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ยุกต์ ส่งไพศาล,มทิรา ตันติประสุต 15 ต.ค. 2559 08:01 2016-10-20T02:05:14+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ