ตอนที่ 8
อัลบั้ม: "ไม้-วฤษฐิ์" ประกบ "มาร์กี้ ราศรี" ในละครคอมมาดี้ "บุษบาเร่ฝัน"
รุ่งขึ้น ซุ่ยไปยืนหน้าตาเอาเรื่องที่หน้าออฟฟิศ คำรามในใจ...น้ำหวาน...ถึงคุณโรสจะให้อภัย แต่ฉันไม่!! กอหญ้าเห็นซุ่ย ดีใจเข้าไปถามว่า ลมอะไรหอบมา หรือว่าแวนด้าจะกลับมาทำงานที่นี่อีก
“ไม่หรอก ฉันแค่แวะมาสะสางอะไรนิดหน่อย” ซุ่ยตอบไม่ยินดียินร้าย จ้องเขม็งเข้าไปในออฟฟิศ
ซุ่ยแปลกใจเมื่อเดินเข้าไปในออฟฟิศเห็นบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ โรสกับรังสิตต่างชะเง้อมองไปในห้องประชุมเครียด รังสิตหันมาเห็นซุ่ยก็ตกใจ “คุณแวนด้า คุณมาทำไม”
“แล้วฉันจะกลับมาออฟฟิศเก่าบ้างไม่ได้หรือไง” ซุ่ยย้อนถามอย่างท้าทาย
พอดีสมบูรณ์ร้องตื่นเต้นว่า คุณชฎาออกมาแล้ว แก๊งเม้าท์จอมสาระแนกรูกันไปห้อมล้อม ชฎาหันสั่งกอหญ้าว่า
“กอหญ้า บอกฝ่ายบุคคลด้วยว่าแผนกเรารับสมัครมาร์เกตติ้งคนใหม่ คุณสมบัติ ไม่แย่งแฟนใคร ไม่สนผู้ชาย ไม่ชอบผู้หญิง ถ้าตัดต่อมชู้สาวทิ้งไปแล้วจะดีมาก แล้วก็...ถ้าไม่สาระแนเรื่องชาวบ้านจะรับเข้าทำงานทันที”
ประโยคหลังชฎาจิกตาไปทางแก๊งเม้าท์ เล่นเอาทั้งแก๊งหัวหดรู้ว่าโดนด่า โรสถามว่าน้ำหวานถูกไล่ออกหรือ?
“เปล่า...แต่ให้ยื่นใบลาออกภายในสามวัน แล้วทำงานจนถึงสิ้นเดือนนี้ ออฟฟิศเราไม่สนับสนุนคนทำผิดศีลธรรม กรณีน้ำหวานก็เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง”
“น้ำหวาน” โรสเรียกเมื่อเห็นน้ำหวานเดินออกมา น้ำหวานมองโรสอย่างไม่พอใจ พูดพลางเดินเข้าหา...
“นี่ใช่ไหมที่เธอต้องการ...ฉันโดนให้ออกแล้วโรส!! ฉันโดนให้ออก!!! สะใจเธอแล้วใช่ไหม ดีใจมากล่ะซิ เพราะเธอ...เพราะเรื่องโกหกน้ำเน่าของเธอ เธอทำลายหน้าที่การงานฉัน เพราะเธอคนเดียว”
สมบูรณ์กับเบลล่ารุมถล่มน้ำหวานว่าแย่งแฟนคนอื่น น้ำหวานตะโกนสุดเสียงว่า
“ฉันไม่ได้มีอะไรกับคุณรังสิต!! คุณรังสิตทำไมคุณไม่พูดอะไรบ้าง บอกทุกคนเลยว่า เราไม่เคยมีอะไรกัน!!!”
ยาย่าเยาะเย้ยว่าขนาดนี้แล้วยังจะเรียกหารังสิตอีก ไม่เข็ด! แล้วทั้งแก๊งก็มองน้ำหวานอย่างรังเกียจ สมเพช
“ฉันไม่ได้ทำ!!!” น้ำหวานตะเบ็งอย่างทนกับสายตาเหล่านั้นไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกไป โรสกับรังสิตตกใจ แต่ซุ่ยวิ่งตามไปรั้งแขนน้ำหวาน เธอสะบัดตวาด “แวนด้า!! เธอมายุ่งอะไรด้วย”
“ฉันรู้ว่าเธอนอนกับคุณรังสิตตอนที่คุณโรสไปต่างประเทศ เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณโรสเป็นเพื่อนเธอนะ ขโมยของเพื่อนกินมันอร่อยเหรอ หรือว่าแย่งแฟนคนอื่นแล้วมันเท่ มันสนุก มันเร้าใจ จิตใจเธอทำด้วยอะไรหาน้ำหวาน!!”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำ!!!!” น้ำหวานตะโกน สะบัดมือจากซุ่ยวิ่งไปทางถนน มีรถคันหนึ่งแล่นมาอย่างเร็ว บีบแตรลั่น น้ำหวานหันไปดูแต่หนีไม่ทัน รถพุ่งเข้าชนอย่างแรง
โรสกับรังสิตพาน้ำหวานส่งโรงพยาบาล โชคดี ที่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากมีแค่รอยฟกช้ำและถลอกที่แขน โรสเลี่ยงไปโทร.บอกชฎา รังสิตมองไปที่ห้องฉุกเฉินพึมพำ “น้ำหวาน...ผมขอโทษ”
ซุ่ยเดินอยู่ในสวนของป้องปก ได้รับแจ้งจาก
กอหญ้าว่าน้ำหวานปลอดภัยแล้วก็โล่งใจ พึมพำว่าถึงฉันไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่อยากให้เธอตาย ซุ่ยเหลือบไปเห็นป้องปกถอดเสื้อล้างดินที่เปื้อนตัว เห็นแผ่นหลังแข็งแรงของเขาก็นึกเขินเมินไปทางอื่น เห็นแวนด้ายืนมองป้องปกเคลิบเคลิ้ม ทันใดก็วิ่งเข้าไปกอดเอาหน้าซบแผ่นหลังเขา ป้องปกตกใจถามว่าซุ่ยทำอะไรน่ะ! พยายามดึงมือแวนด้านออกแต่ยิ่งถูกกอดแน่น
ซุ่ยทนไม่ได้วิ่งไปลากแวนด้าไปอีกทาง ตำหนิแวนด้าว่าทำอะไรไม่อายบ้างหรือ แวนด้าลอยหน้าถามว่าอายทำไม
“นี่!! เธออย่าเอานิสัยแวนด้ามาใช้กับร่างฉันได้ไหม” ซุ่ยโพล่งออกไปอย่างสุดทน
“นิสัยแวนด้า...ก็นิสัยเธอน่ะสิ”
“ไม่ นิสัยเธอนั่นแหละ แวนด้า ฉันเคยอิจฉาเธอนะ เลยอยากเป็นเธอมาก แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอแต่ละอย่างสิ เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เธอหากินกับเรือนร่างตัวเอง คนรอบๆตัวก็น่ากลัวทั้งนั้น หลอกเธอไปขาย หลอกเธอไปถ่ายหนังโป๊ เธอทนอยู่ได้ยังไงแวนด้า...เธอมีชีวิตแบบนี้ได้ไง”
แวนด้าถามงงๆว่าเธอด่าตัวเองทำไม ซุ่ยสวนทันทีว่าด่าเธอนั่นแหละ
แวนด้าเถียงว่าไม่ใช่ ซุ่ยพุ่งเข้าจับตัวแวนด้าเขย่าอย่างแรงจนแวนด้ามึน ยืนเซ ซุ่ยตกใจปล่อยมือแวนด้า ก็ทรุดฮวบถูกกระถางต้นไม้ล้มโครมคราม ป้องปกวิ่งมาถามว่าทำอะไรซุ่ย พลางประคองขึ้นมา แม่กับม่าวิ่งมาเห็นป้องปกประคองแวนด้าที่หมดสติอยู่ก็ตกใจ ซุ่ยถูกป้องปก ม่า แม่ และหลิว ต่อว่าที่ทำให้แวนด้าถึงกับหมดสติ ซุ่ยปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ
“แวนด้า ถ้าคุณอยากให้คนอื่นยอมรับคุณ คุณก็ต้องยอมรับความผิดของตัวเองให้ได้ก่อนนะ” ป้องปกปราม
ซุ่ยน้อยใจกลับไปเก็บของจะออกจากบ้าน แต่ไม่มีเงินจึงค้นกระเป๋าเครื่องประดับของแวนด้าเพื่อเอาไปขาย เจอตุ้มหูอีกข้างที่โรสเก็บได้ในรถรังสิตจนทะเลาะและเลิกกัน
“ตกลง...คนที่ไปทะเลกับคุณรังสิตคือแวนด้า...นี่แวนด้าคุณเป็นกิ๊กคุณรังสิตเหรอเนี่ย!!” แต่ซุ่ยก็เถียงกับตัวเองว่าไม่จริงเพราะรังสิตไม่เห็นเล่นด้วยเลย ต้องเป็นความเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ ซุ่ยเต็มไปด้วยความสงสัยสับสน
ooooooo
รุ่งขึ้น ซุ่ยเอาตุ้มหูข้างนั้นไปจับผิดรังสิต รังสิตโมโหด่าซุ่ยว่าเป็นคนวางยาตน ทำจนชีวิตตนพังหมดแล้ว
ความจริงคือ ในคืนที่โรสไปฝรั่งเศส รังสิตไปนั่งดื่มเหงาๆในร้านอาหาร แวนด้าเข้าไปอ่อยว่าแฟนตนก็ไปฉลองกับครอบครัว เราต่างก็เหงาน่าจะเปลี่ยนความเหงาให้เป็นความสุข รังสิตกำลังน้อยใจโรสมองแวนด้าเคลิ้ม เมื่อออกจากร้านเดินผ่านตู้ขายเครื่องเพชร เขาพาแวนด้าไปซื้อตุ้มหูเพชรแบบเดียวกับที่ซื้อให้โรสเป็นของขวัญวันสงกรานต์
ระหว่างทั้งสองนัวเนียกันอยู่ในรถบนทางเปลี่ยวนั้น แวนด้าดึงตุ้มหูข้างหนึ่งหย่อนลงที่พื้นฝั่งคนขับ เมื่อโรสกลับมาจับได้ว่าขณะตนไม่อยู่เขามีคนอื่น เลยทะเลาะจนเลิกกัน
รังสิตโมโหที่วันนี้แวนด้ายังเอาตุ้มหูตัวปัญหามาคาดคั้นกับตนอีก เขาเดินหนีไป ซุ่ยวิ่งตามถามว่าถ้าผู้หญิงอย่างแวนด้าน่ารังเกียจแล้วเขามายุ่งด้วยทำไม
“ใช่ ผมยอมรับว่าผมผิด ผมมันเลว โง่ คิดผิด คิดน้อย ตอนนั้นผมน้อยใจโรส อยากประชดเขาก็เลยทำสิ่งที่อ่อนแอและมักง่ายไปแบบนั้น แต่มันก็เป็นตราบาปที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตผม ผมไม่เคยขยะแขยงตัวเองเท่านี้มาก่อน ผมเข็ดแล้ว ผมจะไม่มีวันกลับไปทำตัวสกปรกอย่างเดิมอีกเด็ดขาด ส่วนคุณ ถ้ายังพอมีความละอายต่อบาปบ้างก็เลิกตามตื๊อผมเสียที”
ขณะนั้นโรสก้าวเข้ามาช้าๆอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นซุ่ยในร่างแวนด้านั่งคุกเข่าและรังสิตยืนด่าอย่างชิงชัง
ซุ่ยถามว่าทำไมเขาไม่บอกตนตั้งแต่แรก ปล่อยให้ตนเข้าใจน้ำหวานผิด รังสิตยิ่งโมโหด่าว่าเธอรู้แก่ใจดีทุกอย่าง เธอจงใจที่จะทำลายตนกับโรสตลอดมาต่างหาก
“เป็นแบบนี้เอง!!” โรสพึมพำ รังสิตกับซุ่ยหันมาเห็นโรสยืนอยู่ถึงกับอึ้ง โรสถามว่า “ไม่ใช่น้ำหวาน...คู่แข่งฉัน แต่เป็นแวนด้า เพื่อนร่วมแผนกที่แสนรักและหวังดี ต่อหน้าฉันนี่เอง...งั้นเหรอ?!”
โรสโกรธ ผิดหวังมาก ต่อว่ารังสิตที่ปล่อยให้ตนเปิดศึกกับน้ำหวานทั้งที่มันไม่ใช่ ถามว่าเวลาที่ตนอยู่กับแวนด้าเขาทนดูแวนด้าตีสองหน้ากับตนได้อย่างไร! รังสิตบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจหลอกเธอแต่ตนไม่อยากพูดความผิดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก
“อยากอธิบายอะไรก็พูดมา แต่บอกไว้ก่อนว่า ต่อให้คุณมีเหตุผลมากมายแค่ไหนโรสก็ไม่เข้าใจและไม่ให้อภัย! คุณก็ยังยอมรับความเลวของตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ รังสิต น่าสมเพชมาก” แล้วหันไปทางซุ่ย “ถ้าเธออยากได้มากก็เอาไปเลย ผู้ชายแบบนี้ ฉันไม่ลดตัวไปแก่งแย่งกับเธอหรอกแวนด้า” โรสเดินหุนหันออกไป ซุ่ยเดินมาใกล้รังสิตพูดงงๆว่า
“ฉันไม่รู้เลย...ว่าแวนด้า...คือคนคนนั้น”
“หยูดพูดอะไรโง่ๆได้แล้ว ไป! ไป!!” รังสิตฟิวส์ขาดไล่และผลักซุ่ยล้มลงแล้วเดินไปไม่เหลียวมองเลย
ooooooo
รุ่งขึ้น โรสไปที่ออฟฟิศแต่เช้า เห็นแก๊งเม้าท์ กำลังจับกลุ่มเม้าท์กันเรื่องข่าวน้ำหวาน โรสเข้าไปบอกทุกคนว่า
“น้ำหวานไม่ได้กิ๊กกับรังสิต ฉันและทุกคนเข้าใจผิด น้ำหวานไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรม น้ำหวานเป็นเหยื่อ พวกเธอช่วยเอาไปเม้าท์ให้ถูกคนด้วย” พูดแล้วโรสเดินผละไปทันที แก๊งเม้าท์ช็อกกับข่าวนี้
โรสไปเล่าให้ชฎาฟัง บอกว่ามันไม่ยุติธรรมที่น้ำหวานจะถูกไล่ออก ถ้าบอสจะลงโทษเพราะไม่ชอบปัญหาชู้สาวในออฟฟิศก็ควรลงโทษทุกคน ทั้งตนทั้งรังสิต มันเป็นความผิดของตน และตนยินดีรับผิดทุกอย่าง ช่วยพูดกับบอสให้ด้วย
“พี่ว่าเรื่องน้ำหวานเล็ทอิทโกเถอะโรส ดีแล้วล่ะจะได้ไม่มีใครมาคอยขัดแข้งขัดขาเลื่อยเก้าอี้เธออีก”
“ไม่ได้ค่ะ น้ำหวานไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ควรจะมีประวัติแย่ๆอย่างนั้นติดตัว ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกแก้ให้ถูกต้อง โรสจะขอลาออกค่ะ เพราะโรสก็หน้าไม่หนาพอที่จะทำงานที่นี่ได้อีก ช่วยพูดกับบอสให้ทีนะคะคุณชฎา” โรสยืนกรานแล้วจะออกไป
“เดี๋ยว!! ถ้าไม่ใช่น้ำหวาน แล้วผู้หญิงที่กิ๊กกับรังสิตเป็นใคร ผู้หญิงหน้าหนาคนนั้นเป็นใคร??”
ooooooo
ซุ่ยรับไม่ได้ที่แวนด้าในร่างตนสร้างเรื่องอัปยศไว้มากมายและถูกประณามไปทั่ว เย็นนี้เธอใส่แว่นดำมาซุ่มรอจนแวนด้าเลิกงานเดินออกมาก็ตรงไปคว้ามือลากไปอีกทาง
“แวนด้า!” แวนด้าในร่างซุ่ยตกใจ
“อย่ามาเรียกฉันแวนด้า เธอนั่นแหละคือแวนด้า เธอคือกิ๊กคุณรังสิต คือเมียน้อย คือเด็กเสี่ย คือสารพัดอย่างที่ฉันไม่มีวันทำ!” แวนด้าถามว่าเธอเมาหรือเปล่า “ฉันไม่ได้เมา เธอคือแวนด้าที่แอบไปทะเลกับคุณรังสิตตอนที่คุณโรสไปปารีส”
ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง ซุ่ยรู้ว่าตนกับแวนด้าสลับร่างกัน แต่แวนด้าไม่รู้ ตำหนิซุ่ยว่าโรสดีกับเธอขนาดนี้ยังไปแย่งแฟนเขาได้ยังไง บาปกรรม จะต้องตกนรก ด่าซุ่ยแล้วประกาศไม่คบคนอย่างนี้
“ไม่ต้องมาด่าฉันเลย เธอเป็นคนทำไม่ใช่ฉัน คนที่ต้องถูกด่าถูกประณามคือเธอ เธอต้องรับผิดชอบสิ่งที่เธอทำ เอาร่างฉันคืนมา ฉันไม่อยากเป็นเธอแล้ว สวยแต่เปลือก!”
แวนด้าถูกด่าสาดเสียเทเสียก็หาว่าซุ่ยบ้าไปแล้วไม่อยากคุยด้วยจะกลับบ้าน ซุ่ยดึงไว้ตะคอกว่าจะไม่รับผิดชอบหรือ เอาร่างตนคือมาเดี๋ยวนี้ ซุ่ยเขย่าร่างแวนด้าอย่างแรง ป้องปกวิ่งมาสั่งให้ปล่อยซุ่ยเดี๋ยวนี้ แวนด้าโผเข้าซบอกป้องปกฟ้องว่า
“แวนด้าแย่งแฟนคุณโรสแล้วยังมาโวยวายว่าซุ่ยทำอีก ซุ่ยกลัว”
ป้องปกตวาดอย่ามายุ่งกับซุ่ย เขาปกป้องซุ่ยในร่างแวนด้าดุด่าซุ่ย จนซุ่ยทนไม่ได้ ตะโกน...
“ซุ่ยๆๆ อะไรก็ซุ่ย เฮียไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้สักอย่าง ไม่รู้เลยว่าคนที่ปกป้องอยู่ไม่ใช่ซุ่ย เพราะซุ่ยตัวจริงอยู่...”
ซุ่ยพูดไม่ทันจบสมบูรณ์ก็เข้ามาเรียก “แวนด้า!!” ซุ่ยหันไปเห็นแก๊งเม้าท์ปากมอมกรูมาก็ตกใจกลัวโดนรุมเลยวิ่งหนีไป แก๊งเม้าท์วิ่งตาม ซุ่ยวิ่งไปครู่เดียวก็ส้นรองเท้าหัก ถูกแก๊งเม้าท์ล้อมไว้รุมกันด่าประณาม
“อย่ามาด่าฉัน มันไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ได้เป็นคนทำ” ซุ่ยตะโกน
แก๊งเม้าท์ถามว่าไม่ได้ทำแล้วใครทำ ตอนที่ยุ่งกับรังสิตนั่นผีสิงหรือ ทุเรศ! แวนด้าในร่างซุ่ยกับป้องปกวิ่งตามมาทันพอดี แวนด้าขอร้องว่า
“อย่าไปว่าแวนด้าเลยค่ะ แค่นี้ชีวิตแวนด้าก็น่าสงสารมากพอแล้ว ตกงาน ถูกเสี่ยทิ้ง ถูกเมียหลวงตามราวีจนไม่มีที่อยู่ ไม่มีรถขับ เหลือแต่ตัวเปล่า ต้องไปขออาศัยบ้านซุ่ยนอน น่าสงสารมากนะคะ”
แก๊งเม้าท์ฟังแล้วยิ่งรังเกียจด่าไม่มีชิ้นดี ซุ่ยพยายามบอกว่าตนไม่ได้ทำ ก็ยังด่ากันไม่หยุด จนซุ่ยแผดเสียง
“ฉันไม่ได้ทำ! ไม่ได้ทำ!! ไม่ได้ทำ!!!” แล้วร้องไห้ฟูมฟาย ป้องปกสงสารเข้าไปห้ามแก๊งเม้าท์ แต่ชฎาที่เดินออกมากับกอหญ้า โพล่งขึ้นว่า
“ใครจะมองก็มองไป ทุกคนจะได้รู้ว่าผู้หญิงหน้าตารูปร่างสะสวยคนนี้ชอบแย่งแฟนคนอื่น เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ สมควรประณามเพื่อไม่ให้ใครเอาอย่าง”
เบลล่ากับยาย่าเอามือถือจะถ่ายรูปซุ่ย ป้องปกไม่ให้ถ่ายปรามว่ามากไปแล้ว บอกให้ซุ่ยรีบไป แล้วหันตำหนิแก๊งเม้าท์ว่า
“พวกคุณอยากให้คนเห็นนิสัยแวนด้า แต่ตอนนี้คนกำลังเห็นนิสัยพวกคุณอยู่นะครับ!!” กอหญ้ามองซุ่ยที่ปิดหน้าวิ่งออกไปอย่างเห็นใจ
ooooooo
ซุ่ยร้องไห้วิ่งหนีออกมา เสียใจที่แวนด้าในร่างตนทำในสิ่งที่น่าทุเรศ ร่ำร้องจะกลับเข้าร่างตัวเอง กอหญ้าตามมาบอกว่าตนเป็นห่วง ซุ่ยถามว่าเธอมาสมน้ำหน้าตนเหมือนคนอื่นใช่ไหม
“ไม่เลยค่ะ กอหญ้าเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี ไม่มีใครอยากทำเรื่องผิดๆ แต่ความจำเป็นในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน กอหญ้าจะไม่ตัดสินพี่จากมุมของตัวเองฝ่ายเดียวหรอกค่ะ” กอหญ้ายังพูดถึงคนบางส่วนที่ใจแคบมองว่าใครที่คิดไม่เหมือนตนใช้ชีวิตต่างจากตนก็คือผิด บอกซุ่ยว่า “มันไม่ใช่เลยค่ะ มนุษย์มีความหลากหลาย การ
เข้าใจความหลากหลายคือพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันค่ะ”
ซุ่ยสารภาพว่านี่อาจเป็นบทลงโทษคนขี้อิจฉา ยอมรับว่าตนอิจฉาคนที่เขาสวยกว่า เก่งกว่า อยากจะเป็นแบบเขา เพราะคิดว่ามันจะดี ชีวิตคงจะมีความสุข แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่เรามองจากภายนอกกับความเป็นจริง มันกลับไม่ใช่เลย ถามกอหญ้าว่า “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ใช่แวนด้า เธอจะเชื่อไหม” กอหญ้าหยอกว่าเป็นร้อยตำรวจเอกหญิงปลอมตัวมาหรือ
“เรื่องพิสดารแบบนี้อธิบายให้ตายคงไม่มีใครเชื่อ” ซุ่ยพูดปลงๆ
“ไม่แปลกหรอกค่ะ บางทีเราจะรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่ตัวเรา บางทีเราก็อยากหนีปัญหาที่เราเจอไปให้พ้นๆ แต่มันเป็นไปไม่ได้ แล้วเราจะเสียเวลามโนทำไมคะ คนอื่นมีในสิ่งที่เราไม่มี เราก็มีในสิ่งที่คนอื่นไม่มีเหมือนกัน ไม่มีใครดีกว่าหรือแย่กว่าใครร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจว่าดี เราก็จะอยู่ไปได้อย่างดีจริงๆนะคะ”
ซุ่ยบอกว่าตนอยากคิดได้อย่างกอหญ้า แต่ตนไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์เหมือนเธอถึงได้มองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้ ถ้าตนคิดบวกได้อย่างเธอ ชีวิตตนคงมีความสุขมาก
เมื่อเป็นความปรารถนาของซุ่ย ดร.ถ้วยทองก็ปรากฏตัว บอกซุ่ยว่า “เธอจะได้รับคืนความสุขนั้นเดี๋ยวนี้”
ฉับพลัน บริเวณนั้นก็กลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีแซมด้วยดอกหญ้าสีขาวดอกเล็กน่ารัก มีผีเสื้อตัวเล็กๆ บินว่อน อากาศสดชื่นมาก
“ไม่นะ...ไม่!!!!” ซุ่ยร้องอย่างตระหนก
พริบตานั้นซุ่ยรู้สึกตัวเองและกอหญ้าหมุนติ้วอยู่ในวังน้ำวน แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาวโพลน!!
ooooooo
ซุ่ยสะดุ้งตื่น นึกว่าตัวเองนั่งแท็กซี่อยู่ มองข้างทางถามว่าจะพาตนไปไหน ตนไม่ได้บอกให้ไปทางนี้ และทำไมไม่กดมิเตอร์
“มิเตอร์? ฮ่ะๆๆ นี่จะเล่นมุกอะไรเหรอครับคุณหนูกอหญ้า” นายชุ่มคนขับรถของคุณหยกถามขำๆ
ซุ่ยถามว่าเมื่อกี้เรียกตนว่าอะไรนะ นายชุ่มบอกว่า กอหญ้า ซุ่ยร้องอย่างรับไม่ได้ว่า
“ไม่จริง...ไม่ ฉันไม่ได้อยากเป็นกอ...” พอก้มมองตัวเอง เห็นใส่ชุดของกอหญ้าจริงๆ ซุ่ยช็อก
รถเลี้ยวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โต ซุ่ยยังบอกตัวเองว่าไม่อยากเป็นกอหญ้า แต่พอเห็นบ้านใหญ่ก็อุทานตาโตว่าบ้านใหญ่เว่อร์ ความรู้สึกตื่นเต้นแทนที่ความแปลกใจ ซุ่ยตื่นตาตื่นใจกับโคมไฟสวย พื้นหินอ่อน โซฟาใหญ่หรูหรา
ขณะนั้น แม่ออกมาทักว่ากลับมาแล้วเหรอลูก กอหญ้ามองท่าทางแล้วไม่น่าเป็นเจ้าของบ้าน คาดว่าคงเป็นแม่นม เลยใช้ให้เอาน้ำแร่และของว่างมาให้ แม่บอกรอแป๊บ แล้วรีบออกไป
ซุ่ยเพ้อพกภูมิใจว่าตนมีแม่นมเกลือกกลิ้งบนโซฟา มองออกไปเห็นคุณหยกท่าทางมีสง่าราศีกำลังคุยกับหนุ่มหล่อท่าทางผู้ดี ซุ่ยคิดว่านี่คงเป็นแม่ของกอหญ้าแน่ๆ วิ่งร่าเริงไปร้องเรียกคุณแม่ขา...เข้าไปกอด หอม อ้อนว่า
กอหญ้าคิดถึงคุณแม่มากที่สุดเลย คุณหยกงงว่าวันนี้กอหญ้าเป็นอะไร ขณะเดียวกันแม่ก็รีบตามมาเรียกกอหญ้า
กอหญ้าฉอเลาะคุณหยก มองไปทางหนุ่มหล่อก็รีบขอโทษบอกว่าไม่ทันเห็นว่าคุณแม่มีแขก ชายหนุ่มลุกขึ้นแนะนำตัวอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผม...หม่อมราชวงศ์ ธรธราจุฑาเทพนมครับ” ซุ่ยตะลึง คิดเตลิดไปว่าคุณแม่นัดจิบน้ำชาตอนบ่ายต้องนัดให้มาดูตัวกอหญ้าแน่ๆเลย
กอหญ้ายิ้มแอ๊บแบ๊วแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้หญิงทำงาน ไม่ไร้สาระ ไม่เน้นมีแฟน หันถามคุณหยกเลียนแบบละครว่า
“คุณหญิงแม่นัดคุณชายมาที่บ้าน เพื่อคุยเรื่องเกี่ยวกับกอหญ้าหรือเปล่าคะ”
“คุณหยกมีลูกสาวด้วยหรือครับ ผมไม่เห็นทราบ”
“ไม่ใช่ลูกสาวพี่หรอกค่ะคุณชาย ลูกแม่แก้วแม่บ้านน่ะ กอหญ้าปกติเป็นเด็กสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่เคยตลกแบบนี้นะ กินน้ำแดงเกินขนาดแล้วมันดีดหรือไงกอหญ้า มาเรียกฉันว่าคุณหญิงนี่ เพื่อจะแกล้งแซวคุณชายท่านหรือไง เอาใหญ่แล้ว”
คุณชายจำได้ ถามว่าลูกแม่บ้านคนนี้ที่คุณหยกรับอุปการะเหมือนลูก ส่งเสียเรียนจบปริญญา ให้ที่พัก ให้ติดรถไปส่งที่ทำงานด้วยทุกวันใช่ไหม คุณชายชมว่า
“ผมว่านั่นก็เมตตามากแล้วนะครับ ไม่คิดเลยว่าจะให้ความสนิทสนมกันมากขนาดนี้ คุณหยกเป็นเจ้านายใจบุญสุนทานต่อบริวารจริงๆครับ”
ซุ่ยช็อกเมื่อรู้ว่ากอหญ้าเป็นลูกคนใช้ พอดีแม่มาเรียก และขอโทษคุณหญิงแทนกอหญ้า ดุกอหญ้าว่าเล่นอะไรลามปามคุณท่านต่อหน้าแขก เสียใจจริงๆที่ลูกทำตัวไม่มีกาลเทศะ
ที่แท้คุณหยกเป็นเจ้านายแม่ และคุณชายเป็นคณะกรรมการวัดหน้าปากซอยบ้านคุณหยกมาขอบริจาค คุณหยกบริจาคสองล้านและให้เอาชื่อจารึกไว้ที่กำแพงด้วยว่าอุทิศให้คุณพ่อคุณแม่ตน!
ooooooo
ซุ่ยถูกแม่ลากเข้าครัวพึมพำในสภาพอึ้งๆ บื้อๆ ว่าตนไม่ใช่คุณหนูของคฤหาสน์หลังนี้ แต่เป็นลูกแม่บ้านงั้นเหรอ?! แม่ได้ยิน พูดอย่างน้อยใจว่า แม่ขอโทษนะที่เป็นแค่แม่บ้าน แล้วเดินแยกไป
ซุ่ยเข้าไปห้องนอนของกอหญ้า เห็นรูปกอหญ้าถ่ายกับแม่ ที่มุมอ่านหนังสือของกอหญ้ามีโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ วางไว้ มีกระดาษเขียนข้อความต่างๆ ใช้สกอตช์เทปแปะไว้ข้างฝา
ซุ่ยเห็นสภาพห้องของกอหญ้าแล้วเศร้าใจร้องไห้ที่ไม่มีชีวิตใครเป็นอย่างที่ตนคิดเลยสักคน แม่จะปลอบก็ปลอบไม่เป็น เลยหันไปดึงกระดาษคำคมที่กอหญ้าติดไว้มาให้อ่าน
“ไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง ทำใจซะเถอะ” ซุ่ยอ่านแล้วร้องไห้ แม่ดึงมาให้อีกใบ “ถ้าเอาแต่ร้องไห้ เมื่อไหร่จะได้หัวเราะ” แม่ดึงให้อ่านสองสามใบแล้วบอกให้ไปทำงาน แม่เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้แล้ว
ซุ่ยต้องไปขัดห้องน้ำคุณหยก ขัดไปคร่ำครวญไปอย่างรับไม่ได้เพราะส้วมบ้านตัวเองก็ยังไม่เคยขัดเลย
แม่พาซุ่ยเข้าไปกราบขอโทษคุณหยกที่ลูกสาวทำตัวเสียมารยาท คุณหยกเป็นห่วง ถามว่ากอหญ้าไม่สบายหรือเปล่าวันนี้ถึงทำตัวแปลกๆ ถ้าบริษัทให้ทำงานหนักไปก็ออกมาทำงานที่บริษัทตนดีกว่าไหม พร้อมกับเอาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วให้ไปเลือกเอา ที่เหลือก็เอาไปบริจาคหรือแจกใครก็ได้ แม่บอกกอหญ้าว่าเสื้อผ้าของใช้ทุกอย่างที่ใช้อยู่ล้วนเป็นของที่คุณหยกให้มาทั้งนั้น
“ขอบพระคุณค่ะ...คุณหยก” ซุ่ยขอบคุณคุณหยกลอยๆ ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร
พอมาถึงหลังบ้าน แม่เลือกชุดที่คุณหยกให้มา ซุ่ยนั่งมองนิ่งๆ แม่ถามว่าไม่ดีใจหรือ ซุ่ยพูดอย่างทำใจไม่ได้ว่า
“เสื้อมือสอง ของบริจาคจากเจ้านาย ทำไมชีวิตฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมต้องมาเป็นคนใช้คนอื่นด้วย ทำไม...ทำไมๆๆ”
ooooooo
แวนด้ากลับสู่ร่างตนเองแล้ว สะดุ้งตื่นพบตัวเองนอนหมดสติอยู่มุมหนึ่งในบริเวณตึกบริษัท ยามมาเจอบอกให้รีบลุกไป เดี๋ยวใครมาเจอเข้าตนจะโดนด่า
แวนด้าเดินสะโหลสะเหลมาตามทาง พยายามเรียกสติตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น นึกได้โทร.หาเจ๊ซ่า โทร.ติดยังไม่ทันคุยก็ถูกวางหูใส่ แวนด้ามองโทรศัพท์งงๆ แล้วเปลี่ยนใจโทร.ไปหาพ่อที่ทำงาน พอพ่อรับสายก็ตะคอกว่า “โทรมาอีกทำไม!”
ชีวิตที่ขาดหายไปขณะถูกสลับร่างกับซุ่ย ทำให้แวนด้าไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น คิดว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เมื่อพ่อเดินออกมาหา แวนด้าถามพ่อว่าตนทำผิดอะไรหรือ ถึงตะคอกและยึดบ้านยึดรถ หรือว่าแม่รู้เรื่องของเราแล้ว พ่อบอกว่าเวลานี้ตนตาสว่างแล้วรู้ว่าใครรักตนจริง เธอมีชายหนุ่มรูปหล่อรุมรักมากมายจะมาจริงใจอะไรกับชายชราอย่างตน แล้วควักล็อกเกตที่คอออกมาให้ดูเป็นรูปแม่ บอกว่า รู้เสียบ้างว่าตอนนี้ตนบูชาใคร แล้วท่องคาถาบูชาเมียให้ฟัง
แวนด้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่ยืนร้องไห้อย่างเคว้งคว้าง...ถามตัวเองว่า...
“ฉันเนี่ยนะ มีหนุ่มหล่อล้อมหน้าล้อมหลัง อะไรกัน...แวนด้าไม่รู้เรื่องเลย เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันจำไม่ได้สักอย่าง!”
ขณะแวนด้ามารอรถเมล์ที่ป้ายอย่างไม่รู้จะไปไหนนั่นเอง คมน์กลับจากถ่ายละครมาเจอก็เข้าหยอกล้อเธอทำเป็นเข้ามาทักแบบผู้ร้ายในหนังไทย ทีแรก
แวนด้าก็ทำหน้าไม่พอใจเพราะไม่มีความสนิทสนมกันขนาดนั้น แต่คมน์พอใจแวนด้าและสนิทกันตอนที่เธอสลับร่างกับซุ่ย ไปอยู่ที่บ้านซุ่ยและผจญปัญหาต่างๆ ร่วมฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกัน
แวนด้าในภาวะมืดมนไม่มีที่ไป คิดเอาตัวรอดเลยผสมโรงทำเป็นจำได้ อ้อนว่า
“ตอนนี้แวนด้าไม่สบาย แวนด้าอาจจะมีใครสักคนดูแล แวนด้า...โอ๊ย...เป็นลมดีกว่า...”
คมน์รับแวนด้าไว้ทัน พาไปขึ้นรถจะไปส่งบ้าน
ซุ่ย แวนด้าบอกว่าตนไม่ได้สนิทกับซุ่ยถึงขนาดไปนอนบ้านนั้นได้ ถามอ้อนว่าตนสนิทกับเขา ขอไปพักบ้านเขาได้ไหม คมน์จึงพาไปที่บ้านตน
รุ่งขึ้นคมน์จะออกไปถ่ายละครแต่เช้า เขามอบเงินให้แวนด้าไว้ใช้จ่ายห้าพันบอกให้เธออยู่ให้สบายใจคิดเสียว่าบ้านนี้เป็นบ้านเธอ ตนจะออกไปทำงานหาเงินมาให้เธอใช้ แวนด้าดึงคมน์ไปจูบ แอบมองเงินในมืออย่างสบายใจ...
ooooooo
ซุ่ยมาเป็นกอหญ้าที่บ้านคุณหยก ถูกแม่ปลุกตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเข้าครัวช่วยแม่ทำอาหาร เสร็จแล้วกวาดบ้านถูบ้านจัดโต๊ะ อาหารเช้า แล้วรีบเข้าครัวกินอาหารอย่างเร็ว วิ่งไปจัดเอกสารให้คุณหยกเอาไปวางไว้ในรถ ทั้งที่ปากยังเคี้ยวอาหารคำสุดท้ายอยู่ กลับมาหยิบรองเท้ามาวางไว้ พอดีคุณหยกเดินมาถามว่าเสร็จแล้วใช่ไหม เดี๋ยวตนสาย พอคุณหยกเดินออกไป ซุ่ยเหลือบมองนาฬิกาเพิ่งจะหกโมงเช้า!
“หกโมงเช้า ต้องออกจากบ้านเช้าขนาดนี้ทุกวันเหรอ...เฮ้อ...”
นายชุ่มขับรถไปส่งคุณหยกแล้ว ซุ่ยเป็นห่วงว่ากอหญ้าสลับร่างเป็นตนมาอยู่ที่บ้านจะเป็นอย่างไรบ้าง จึงให้นายชุ่มไปส่งที่บ้าน ถึงหน้าบ้านพอดี ชฎาโทร.เข้ามือถือเร่งเอกสารที่จะประชุมเช้านี้ บ่นว่าปกติกอหญ้ามาถึงออฟฟิศไม่เกินเจ็ดโมง นี่ยังไม่มา ไม่สบายหรือเปล่า ซุ่ยรับปากว่าไม่ต้องห่วงตนจะเอาเอกสารไปให้ทันประชุมแน่นอน
กอหญ้าในร่างซุ่ยมาอยู่ที่บ้านซุ่ย ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนหลิวรู้สึกแปลก ทั้งยังสนใจเรื่องประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ซึ่งปกติซุ่ยจะไม่เคยพูดเรื่องเหล่านี้เลย เมื่อรู้ว่าป้องปกยังไม่ได้กินข้าวก็บอกให้กินผัดมะกะโรนี–ขี้เมาที่ตนผัดไว้ในครัว ป้องปกจะเอามือแตะหัวขอบใจ กอหญ้าเบี่ยงตัวหลบไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวจนป้องปกแซวว่า “วันนี้...รักนวลสงวนตัวด้วยแฮะ”
ป้องปกเห็นซุ่ยในร่างกอหญ้ามา เขาถามว่านั่นใคร ซุ่ยบอกว่าตนคือกอหญ้าเป็นเพื่อนที่ทำงานของซุ่ย ป้องปกจำได้ว่าเป็นเพื่อนที่ช่วยซุ่ยทำงานยากๆเสมอ รำพึงว่าแปลก หลังๆมานี่ซุ่ยมีเพื่อนแวะเวียนมาตลอด เลียบเคียงถามว่า
“เวลาอยู่ออฟฟิศ ซุ่ยสนิทกับคุณแวนด้ามากไหมครับ เพราะรู้สึกว่าแวนด้ามีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆซุ่ย ทีแรกผมคิดว่าซุ่ยไปแอบติดพฤติกรรมแวนด้ามา แต่บางทีผมก็รู้สึกเหมือนแวนด้าต่างหากที่เหมือนซุ่ย...เขาสนิทกันมากไหมครับ”
ซุ่ยบอกว่าเคยสนิท แต่ตอนนี้ไม่สนิทแล้ว มาสนิทกับตนแทน พอดีกอหญ้าออกมาถามซุ่ยว่ามาทำไมหรือ ซุ่ยบอกว่าพอดีผ่านมาเลยแวะเยี่ยมเห็นว่าไม่ค่อยสบาย ป้องปกบอกว่าเดี๋ยวจะไปส่ง
พอดีนายชุ่มเข้ามาตามบอกว่าเดี๋ยวตนต้องแวะธนาคารให้คุณหยก ซุ่ยจึงขอไปก่อนเพราะต้องเอาเอกสารไปให้ชฏาด้วย กอหญ้าจึงเดินไปส่งหน้าบ้าน บอกป้องปกว่าไปเจอกันหน้าบ้านก็แล้วกัน ป้องปกขอเวลาเคลียร์งานแป๊บเดียว
แต่กอหญ้าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ฟุบหมดสติ หลิววิ่งมาเห็นร้องบอกเฮียป้อง แม่และม่าว่าเจ๊ซุ่ยเป็นลมอีกแล้ว ป้องปกรีบมาอุ้มกอหญ้าขึ้นรถ ในขณะที่ซุ่ยยืนเงอะงะทำอะไรไม่ถูกและมือถือก็ดังเร่งตลอดเวลา
ooooooo
ซุ่ยในร่างกอหญ้าไปถึงออฟฟิศก็ถูกแก๊งเม้าท์รอให้ชงกาแฟให้ สามคนสามแบบ แต่กอหญ้าวันนี้ไม่ใช่กอหญ้าคนเดิม นอกจากไม่ชงกาแฟให้แล้วยังสั่งสอนว่า
“คนเราพึ่งพาคนอื่นไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะคะ หัดทำเองบ้างค่ะ แล้วจะได้รู้ว่าความภาคภูมิใจเป็นยังไง”
แก๊งเม้าท์พากันเหวอ นอกจากไม่ได้กินกาแฟแล้วยังถูกกอหญ้าอบรมสั่งสอนอีก ซุ่ยเดินหัวเสียไปที่โต๊ะทำงานบ่นงึมงำ “โดนสั่งแค่ที่บ้านก็พอแล้ว ยังจะมาเจอที่ออฟฟิศอีก กอหญ้า...เธอนี่เกิดมาเป็นเบ๊ของชาวโลกหรือไง” แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นคำคมที่กอหญ้าเขียนใส่โพสต์อิทแปะไว้ที่คอมพิวเตอร์หลายสีหลายแผ่น ซุ่ยลองอ่าน
“จงเป็นกอหญ้าตามลม โอนอ่อนผ่อนปรนตามพายุ”... “เอาชนะคนใจร้ายด้วยความดี เอาชนะคนตระหนี่ด้วยการแบ่งปัน”... “ยิ้มเยอะๆ มีความสุขให้มากอย่าให้เรื่องเล็กน้อยมากวนใจ”... “ชีวิตของเราสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาไปโกรธหรือหงุดหงิดใคร”
อ่านคำคมที่กอหญ้าติดไว้แล้ว ซุ่ยบอกตัวเองว่า “เอาวะ ลองดู เป็นสาวใสโลกสวยมันคงไม่ยากหรอก ยิ้มเข้าไว้สู้ๆ” แล้วซุ่ยก็ฉีกยิ้มพยายามมีความสุขเต็มที่
ซุ่ยจำคำคมที่กอหญ้าเขียนไว้ เตือนใจและนำไปใช้เมื่อเจอกับแรงกดดันและความจุกจิกจู้จี้ของชฎา จนชฎาแปลกใจ
เมื่อโรสรู้ความจริงว่าน้ำหวานไม่ได้เป็นชู้กับรังสิต เธอรู้สึกผิดเมื่อชฎาให้หามาร์เกตติ้งคนใหม่ เธอจึงพา น้ำหวานกลับมาทำงาน ประกาศแก่ทุกคนในออฟฟิศว่า
“น้ำหวานเคลียร์ตัวเองจนพ้นทุกข้อกล่าวหา ดังนั้นจะไม่มีการเชิญออกใดๆทั้งสิ้น น้ำหวานยังเป็นมาร์เกตติ้งขององ เฟลอร์-ไทยแลนด์เหมือนเดิม” และเมื่อเห็นรังสิตเดินเข้ามาก็ประกาศอีกว่า “ต่อไปนี้จะไม่มีการทะเลาะ อิจฉา เสียเวลากับเรื่องไร้สาระอีก เรามาตั้งใจทำงานที่เรารักกันนะน้ำหวาน”
น้ำหวานขอบใจโรสที่ทำให้ตนได้กลับมาทำงาน และชฎาก็พอใจกับบรรยากาศที่ทุกคนจะมาสู้กันด้วยผลงาน สามัคคีกันประชันฝีมือ แล้วจัดทีมงานเตรียมเปิดตัวเซรั่มกันแดดสูตรใหม่
ชฎาจัดให้แก๊งเม้าท์ช่วยน้ำหวานไปทำแบบสอบถามลูกค้า ให้โรสสำรวจตลาดโดยมีกอหญ้าเป็นลูกทีม รังสิตบอกโรสเบาๆว่าเธอจะให้ตนอยู่ในฐานะไหนก็ยอม โรสบอกว่าเขาอยากได้ข้อมูลอะไรให้ประสานกับกอหญ้าเลย
แต่รังสิตก็ยังตามง้อโรส เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงโรสยังไม่ไปก็เข้ามาถามอย่างเป็นห่วงและเอาน้ำส้มคั้นที่เคยทำให้โรสมาเตือนความจำ โรสรับไว้เพราะไม่รับเขาก็จะไม่ออกไป แต่โรสรับแล้วเอาไปให้ซุ่ยบอกว่าถ้าไม่อยากกินก็ทิ้งไปเลย รังสิตคว้าแขนโรสถามตัดพ้อว่า “ต้องทำขนาดนี้เลยใช่ไหม”
โรสตอบอย่างไม่แยแสว่า “คนอย่างฉัน งานคือสิ่งสูงสุด ผู้ชายคือสิ่งต่ำสุด” บอกซุ่ยในร่างกอหญ้าว่า “ผู้ชายดีๆมันเหมือนผี อาจจะมีจริง แต่ฉันกลับไม่เคยเห็น” แต่ในความคิดของโรสกลับคิดถึงป้องปกที่เธอได้สัมผัสขณะถูกเปลี่ยนร่างกับซุ่ยและไปอยู่ที่บ้านซุ่ย พูดเหมือนระลึกถึงว่า “แต่ความจริง ฉันดูเหมือนก็เคยรู้จักผู้ชายดีๆ กับเขาคนนึงเหมือนกัน เขาคือ...” รังสิตหูผึ่งถามว่าใคร โรสหันบอกหน้าตึงว่าไม่เกี่ยวกับคุณ แต่ก็สงสัยตัวเองว่า “ทำไมคิดถึงคุณป้องปกอีกแล้ว...”
ซุ่ยในร่างกอหญ้าเห็นใจที่รังสิตถูกโรสปฏิเสธ ปลอบใจเขาว่า “ยามทุกข์เราต้องอดทน ยามสับสนเราต้องใช้สติ” รังสิตขอบใจซุ่ยและขอให้เธอเป็นสื่อรักให้โรสอภัยให้ตนด้วย
แก๊งเม้าท์ต่างเตือนซุ่ยว่าโลกสวยไม่ดูกาลเทศะ และถ้าขืนยุ่งกับรังสิตระวังจะโดนแบนอีกคน
ooooooo
กอหญ้าในร่างซุ่ยขยันขันแข็งและโอบอ้อมอารีย์โลกสวยกับทุกคน แต่สุขภาพอ่อนแอลงทุกที ทุกคน ในบ้านพยายามพาไปหาหมอ หมอก็หาสาเหตุไม่เจอผลการตรวจทุกครั้งก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
วันนี้ม่าตัดสินใจพาซุ่ยไปหา “หมอทางเลือก” เป็นบ้านมีร่มไม้ครึ้ม ทีมงานให้นั่งรออยู่ข้างนอกเดี๋ยวหมอว่างจะให้คนมาเรียก ซุ่ยได้ข่าวกอหญ้าไปหาหมอ จึงโทร.ถามป้องปกว่าหมอที่ไหนตนจะตามไปดูด้วย
พอดีทีมงานของหมอออกมาเรียกซุ่ยเข้าไป ซุ่ยตะลึงเมื่อเห็นหมอแต่งตัวแบบล้านนา ใส่แหวนเพชรส่งแสงวูบวาบ สวมสร้อยคอเส้นใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ
แม่ หลิว และป้องปกตะลึงเมื่อรู้ว่าหมอทางเลือกของม่าคือหมอดูฉีกกระดาษ!
ระหว่างนั้น หมอดูยังดูคนอื่นอยู่ ซุ่ยได้ยินความทุกข์ของคนเหล่านั้นแล้วก็เข้าไปพูดปลอบใจ ชี้ทางออกประสาคนโลกสวย หมอดูเหล่ซุ่ยขวางๆ ซุ่ยปลอบใจลูกค้าของหมอดูพลางหยิบกระดาษมาพับเหมือนไม่ได้ตั้งใจแต่พับได้เองโดยอัตโนมัติ พลางพูดให้กำลังใจไปเรื่อย ลูกค้าคนนั้นพูดกับป้องปกว่าพอฟังหนูคนนี้พูดแล้วสบายใจขึ้น
“หนูคนนี้มีพลังงานบางอย่าง” หมอเขม่นมองอย่างสนใจ
ซุ่ยพูดปลอบหญิงคนหนึ่งที่คร่ำครวญเรื่องผัวไปติดพริตตี้ ซุ่ยปลอยให้ใจเย็นๆ ผู้ชายไปได้ก็กลับได้พลางหยิบ กระดาษที่ตนพับไว้เป็นรูปผู้ชายให้ หมอดูเห็นกระดาษที่ซุ่ยพับก็อุทาน
“นี่มันตุ๊กตาผัวรักนี่นา ใครสอนให้เธอพับ ยัยนี่จะมาแย่งอาชีพฉันหรือ”
ป้องปกเห็นท่าไม่ดีบอกซุ่ยว่าพอเถอะ ซุ่ยบอกว่าตนแค่ให้กำลังใจทุกคน
“นี่มันทางของหมอดู อย่ามาหากินทับทางกันสิ ฉันหมอดูฉีกกระดาษ แกจะมาเป็นหมอดูพับกระดาษเหรอ เดี๋ยวตบ เล่นงานมันเลย มันมาหยามฉันถึงถิ่น”
หมอดูสั่งทีมงานดุดัน บรรดาทีมงานกรูกันเข้าหาซุ่ย แม่ ม่า และหลิวเข้าไปห้ามปรามช่วยซุ่ยกันวุ่นวาย
ooooooo










