ตอนที่ 7
อัลบั้ม: "ไม้-วฤษฐิ์" ประกบ "มาร์กี้ ราศรี" ในละครคอมมาดี้ "บุษบาเร่ฝัน"
รังสิตเดินกะเผลกสะบักสะบอมหนีมาเจอต้นไม้ก็ไปยืนพิงอย่างหมดแรง ซุ่ยวิ่งมาเห็นหลังไวๆก็ถลาเรียก
“คุณรัง...”
“คุณรังสิต” เสียงโรสเรียกขึ้นพร้อมกันแต่เสียงโรสดังกลบเสียงซุ่ยจนซุ่ยชะงักหยุดกึก เห็นโรสผวาเข้าหารังสิตด้วยความเป็นห่วง ซุ่ยทั้งตกใจและแปลกใจว่าโรสมาได้อย่างไร ส่วนรังสิตเห็นโรสมาก็ถามเสียงตื่นเต้นดีใจว่ามาหาตนหรือ โผเข้ากอดโรสแล้วทรุดฮวบลง โรสประคองไว้บอกว่า
“ฉันไม่มีสัมมนาที่ทะเลหรอก คุณเป็นยังไงบ้าง ทำไมเยินอย่างนี้” รังสิตถามอ้อนว่าเป็นห่วงหรือ โรสเห็นสภาพเขาแล้วน้ำตาไหล รังสิตถามว่าร้องไห้ทำไม โรสพูดประชดว่าสมน้ำหน้าคุณมั้ง รังสิตบอกว่าตนไม่อยากเห็นเธอร้องไห้ โรสมองหน้าเขาเต็มตาแล้วยิ้มให้ เป็นยิ้มที่เปิดใจครั้งแรก...
โรสประคองรังสิตลุกขึ้น ถามว่าพวกนั้นทำร้ายเขาทำไม แล้วทำไมต้องไล่จับเขากับแวนด้าด้วย เขาบอกว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันตนก็ไม่รู้รายละเอียด รู้แต่ว่าต้องหนี โรสจะถามต่อแต่เหลือบเห็นซุ่ยกับป้องปกยืนอยู่ โรสร้องทักทั้งสองถามแวนด้าว่าเธอโอเคไหม ซุ่ยพยักหน้า จุกจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นความใกล้ชิดของโรสกับรังสิต ป้องปกเดาความรู้สึกของซุ่ยออก พูดออกตัวแทนว่า
“แวนด้าเขายังไม่หายตกใจ”
“ฉันเอาใจช่วยเธอนะแวนด้า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ขอให้เธอผ่านมันไปได้” แล้วหันบอกป้องปก “ส่วนคุณขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆที่ช่วยคุณรังสิตและแวนด้าไว้” ป้องปกบอกว่าตนไม่ได้ช่วยอะไรมาก “นั่นแหละค่ะ ถ้าไม่ได้คุณ...ทุกอย่างอาจจะแย่กว่านี้”
โรสมองป้องปกอย่างซาบซึ้งทำให้รังสิตไม่พอใจ แกล้งร้องโอดโอยเรียกร้องความสนใจ อ้อนว่าอยากกลับบ้าน โรสขอบคุณป้องปกอีกครั้ง หันยิ้มให้ซุ่ยแล้วประคองรังสิตออกไป ซุ่ยรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากร่าง ขณะนั้นเองคมน์ก็โผล่มาถามว่าโรสมาแล้วหรือ ป้องปกไม่อยากให้คมน์พูดมากรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าแจกลายเซ็นเสร็จแล้วหรือ
“เออ...เมื่อยมือเลยเนี่ย คุณโรสคงสบายใจสักที เป็นห่วงคุณรังสิตมาทั้งคืน” คมน์มองตามโรสที่ประคองรังสิตไปแล้วปากหวานกับแวนด้าว่า “เหมือนกับที่ผมห่วงคุณไงแวนด้า ห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตอนนี้ทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว คุณเริ่มต้นใหม่ได้นะครับ”
“ฉันคงไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่แล้วล่ะ” ซุ่ยพูดอย่างเจ็บปวดแล้วเดินไปอีกทาง ป้องปกไม่ตาม คมน์ขยับจะตาม แต่ถูกเด็กชาวบ้านมาดึงขากางเกงขอเซลฟี่ด้วย คมน์เซ็ง แต่ไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่มองตามซุ่ยไปตาละห้อย
ผ่านความเป็นความตายมาได้ รังสิตบอกโรสว่าตอนนั้นตนกลัวมาก กลัวจะไม่ได้เจอเธออีก เขาขอโทษทุกเรื่องที่ผ่านมา ขอให้เธออภัยให้ด้วย โรสยอมรับความจริงว่าตนก็เหมือนกัน ตอนขับรถมาตนกลัวมาก ไม่เคยกลัวอย่างนี้มาก่อนเลย กลัวว่าถ้าตนไม่ได้เจอเขาอีกจะเป็นอย่างไรเพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนอยากคุยกับเขา พูดแล้วน้ำตาไหล รังสิตน้ำเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน โรสพูดทั้งน้ำตาว่า
“ฉันไม่อยากสนใจอดีตอีกแล้ว ไม่อยากทำลายความสุขของฉันด้วยสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ คุณรังสิต...เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม” รังสิตยิ้มดีใจบอกว่าตนรอฟังคำนี้มาตลอด ทั้งสองโผกอดกัน โรสกอดถูกแผลจนรังสิตร้องเธอผละออกจะทำแผลให้ รังสิตอ้อนทันที ชี้ตรงนั้น ตรงนี้ ตรงโน้น บอกว่าเจ็บไปหมดทั้งตัว โรสยิ้มอย่างรู้ทัน แล้วต่างหัวเราะอย่างเข้าใจกัน
ooooooo
ซุ่ยเดินซึมออกมา ถามตัวเองว่าถ้าเขาเข้าใจกัน แล้วเราล่ะ? ป้องปกเดินตามมาบอกว่ารถตนอยู่ทางโน้น เห็นซุ่ยเงียบนิ่งก็เดินไปยืนข้างหน้าบอกว่าตนไม่มีผ้าเช็ดหน้า ถ้าเธอจะร้องไห้ตนมีแต่กระดาษทิชชู
ป้องปกหยิบกระดาษทิชชูยับย่นออกจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้ ซุ่ยมองนิ่ง พูดอย่างหมดอาลัยว่า
“เหมือนฉันเลย ทิชชูใช้แล้ว ไม่มีใครต้องการ” ป้องปกบอกว่าถึงมันจะถูกใช้มาบ้างแต่มันยังซับน้ำตาได้นะ พลางเอาใส่มือซุ่ย พูดเตือนใจว่า อย่าให้ความผิดพลาด ทำคุณหมดหวังในชีวิต ซุ่ยมองหน้าแย้งว่า “คุณก็พูดได้ คุณไม่เคยผิด”
“รู้ได้ไง บางทีผมก็อยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตเหมือนกัน” ซุ่ยบอกว่าดูเขาเป็นคนอยู่ในกรอบไม่น่าจะผิดพลาดอะไร “บางที ผมก็คิดว่า ควรฉีกกรอบออกมานานแล้ว แต่ผมกลับ...มีหลายเรื่องเลยที่พอกลับไปคิดดูก็มองเห็นว่า เราควรจะทำ ทำไมไม่ทำ เราควร จะพูดทำไมไม่พูด...แต่ทำไงได้ล่ะ ผมไม่มีไทม์แมชชีนนี่นา ย้อนกลับไม่ได้ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ชีวิตไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเสมอหรอก”
“แต่ฉันไม่ชอบ เวลาผิดหวังนี่มันเจ็บ”
“ถ้าเจ็บแล้วจำ ก็ทำให้เราไม่พลาดอีก”
พอดีคมน์กระหืดกระหอบมาบอกว่ากว่าจะเคลียร์ตัวเองจากแฟนคลับได้เล่นเอาเหนื่อย เห็นซุ่ยร้องไห้ก็มองป้องปกถามว่าทำอะไรให้เธอร้องไห้ ซุ่ยตัดบทว่าตนเหนื่อยอยากกลับบ้าน ป้องปกจะไปส่งแล้วเดินนำไปที่รถ ซุ่ยเดินตาม คมน์ถูกทิ้งไว้ข้างหลังถามตัวเองว่าทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนพลาดเรื่องสำคัญไป พลางร้องเรียก “แวนด้า..รอด้วย...”
คมน์พยายามจะไปส่งและอยู่เป็นเพื่อนซุ่ย อ้างว่าสภาพอย่างนี้ไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว ป้องปกแย้งว่า
“ให้เขาอยู่กับตัวเองเถอะ คุณแวนด้าของนายมีเรื่องเยอะเลยที่สมควรต้องทบทวนให้ชัดเจนแจ่มแจ้งด้วยตัวเอง”
ส่งซุ่ยที่หน้าบ้านแล้วสองหนุ่มกลับไป แต่พอซุ่ยเข้าบ้านก็เจอกับลูกน้องสามสี่คนของแม่กำลังเอาข้าวของของซุ่ยโยนออกมานอกบ้าน พอซุ่ยโวยวายก็บอกว่า
“แพ็กเกจแย่งผัวชาวบ้านแถมรถแถมบ้านหมดโปรฯแล้ว อะไรที่ได้พ่วงมาต้องเอาคืนให้หมด” อีกคนบอกว่า นายให้เคลียร์บ้านให้สะอาด พรุ่งนี้จะมีคนมาซื้อ
ซุ่ยถูกคุกคามจนต้องหยิบเสื้อผ้าที่ถูกโยนออกมาใส่กระเป๋าออกจากบ้านไป ซุ่ยลากกระเป๋า เดินท่อมๆไป ร้องไห้รำพึงอย่างรันทดกับชีวิต... “ทำไมชีวิตฉันถึงเป็นอย่างนี้...”
ไม่มีรถ ไม่มีบ้าน โทรศัพท์ก็ไม่มี ซุ่ยตัดสินใจลากกระเป๋าเข้าไปในหอพักราคาถูก ป้าผู้ดูแลบอกว่าห้องพัดลมสามร้อย แอร์ห้าร้อย ซุ่ยบอกว่าเอาห้องแอร์แต่พอเปิดดูเงินในกระเป๋าก็เปลี่ยนเป็นห้องพัดลม จ่ายเงินไปสามร้อยบาทแล้วเห็นโทรศัพท์จึงขอโทร. ป้าหน้าเลือดบอกว่านาทีละยี่สิบบาท ซุ่ยเอายี่สิบบาทที่เหลือมาวางไว้แล้วกดโทรศัพท์ ปรากฏว่าไม่มีคนรับ ซุ่ยเลยวาง ป้าคว้าเงินหมับ ซุ่ยบอกว่าตนยังไม่ได้พูดเลย
“ชั้นสี่ ห้องริมสุด ไม่มีลิฟต์นะยะ ขนของเอง” ป้าชิงพูดแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ซุ่ยได้แต่ถอนใจเซ็งๆ
ooooooo
พอเข้าห้องซุ่ยผงะเพราะทั้งเหม็น สกปรก แต่ไม่มีทางเลือกและเหนื่อยมาก เลยนอนทั้งอย่างนั้น
นอนหลับเป็นตายจนถึงเช้าก็ตกใจตื่นเมื่อมีเสียงเคาะประตูปังๆๆ ซุ่ยคิดว่าเป็นพวกนั้นตามมามองหาอาวุธป้องกันตัวแต่พอตะโกนถามไปได้ยินเสียงเจ๊ซ่าตอบมาก็ดีใจรีบเปิดประตูรับ ถามว่าเจ๊ได้รับข้อความที่ตนฝากไว้ใช่ไหม
เจ๊บ่นว่าอยู่บ้านหรูๆไม่ชอบ ก่อเรื่องจนตนต้องเดือดร้อนไปด้วย ถามว่าที่ว่าท้อง ท้องจริงหรือเปล่า ซุ่ยบอกว่าตนโกหกเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น เจ๊พึมพำ “เออ...ดี...จะได้ไม่เสียราคานัก” แล้วบอกให้รีบเก็บของจะได้รีบไป
ซุ่ยดีใจนึกว่าเจ๊จะพาไปอยู่ด้วย แต่เจ๊พาไปที่คอนโดที่ซุ่ยบอกว่าดูดีจังถามว่าเจ๊จะให้ตนอยู่ด้วยใช่ไหม ตอนนี้ตนไม่มีเงินเลยถ้าให้เช่าก็ขอแปะไว้ก่อนได้ไหม
ที่แท้เจ๊ซ่าพาซุ่ยไปขายต่อให้เสี่ยแอร์ ขณะซุ่ยกำลังงงๆ เสี่ยแอร์ก็เข้ามาทักทาย ซุ่ยถามว่าเสี่ยจะคิดค่าเช่าเท่าไร เสี่ยปรามกึ่งตัดพ้อว่า เจ๊ซ่าบอกว่าหนูไม่มีที่อยู่เสี่ยเลยให้มาอยู่ที่นี่ อย่าถามแบบนี้มันเหมือนดูถูกน้ำใจกัน เจ๊ซ่าแอบเอาศอกกระทุ้ง ซุ่ยรู้ตัวรีบขอโทษ
“เสี่ยยกโทษให้ ต่อไปก็อย่าถามอย่างนี้อีกนะ ไป...ไปพักผ่อนได้แล้ว ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกเดี๋ยวเสี่ยต้องไปทำงานแล้ว” เจ๊ซ่าไปพร้อมกับเสี่ย เสี่ยแอร์หันบอกซุ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “อยู่ให้สบาย พักให้หายเหนื่อย แล้วเจอกันนะจ๊ะ”
ซุ่ยมองตามเสี่ยและเจ๊ซ่าไป รู้สึกอะไรมันง่ายไปหมด คิดเข้าข้างตัวเองว่านี่คือแวนด้าถึงจะลำบากแต่ก็ไม่แย่ไปหมด
พอหมดห่วงเรื่องที่อยู่ ซุ่ยก็คิดถึงรังสิตขึ้นมาว่า ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ฝ่ายคมน์เป็นห่วงซุ่ย ถามป้องปกว่า แวนด้าติดต่อมาบ้างไหม พอรู้ว่าไม่ก็บ่น
“ฉันติดต่อแวนด้าไม่ได้เลย ไปดูที่บ้านก็ติดประกาศขาย” ป้องปกถามคมน์ว่า เมื่อวานยังไปส่งแวนด้าที่นั่น เช้านี้ประกาศขายแล้วหรือ “ฉันก็ว่ามันแปลก ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับแวนด้าหรือเปล่า”
คมน์เป็นห่วงแวนด้า ป้องปกเองก็เครียดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ooooooo
รุ่งขึ้น โรสกับรังสิตจูงมือกันไปทำงาน พอเข้าออฟฟิศโรสขอให้เขาปล่อยมือตนบอกว่าเราเดินกันแบบธรรมดาก็ได้ รังสิตไม่ยอมปล่อยบอกว่านี่แหละธรรมดาของคนเป็นแฟนกัน
แก๊งเม้าท์จอมสาระแนเห็นทั้งสองจูงมือกันมา ก็กลายเป็นเหยื่อโอชะได้เม้าท์กันทันที ยาย่ากับเบลล่าคาดคั้นกอหญ้าที่เจอทั้งสองก่อนเพื่อนว่าตอนนั้นเห็นอะไรบ้างเล่ามาให้หมด
กอหญ้าอึกอัก มองเอกสารในมือบอกว่าตนยังไม่ได้ก๊อบปี้ เดี๋ยวจะประชุมแล้ว ต้องรีบไปทำ แล้วรีบเลี่ยงไป
แก๊งเม้าท์รีบตามไป แต่เจอน้ำหวานออกจากลิฟต์ พอดี สมบูรณ์รี่เข้าไปถามว่ารู้เรื่องโรสกับรังสิตหรือยัง น้ำหวานเดินนำเข้าออฟฟิศ แก๊งเม้าท์ตามแซะว่าโรสลักกี้อินเกมยังอินเลิฟสุดๆด้วย ยาย่ายุว่า งานก็รุ่งรัก ก็เริ่ด ในออฟฟิศนี้ไม่มีใครสู้โรสได้ น้ำหวานหันขวับถามเสียงขุ่น
“ตั้งใจพูดให้ฉันได้ยินทำไม คนที่ไม่ทำงาน เอาเวลาไปทำอย่างอื่น อยู่ออฟฟิศนี้ได้ไม่นานหรอก” เห็นชฎาออกจากห้องพอดี น้ำหวานรีบตรงไปหา “คุณชฎาคะ น้ำหวานมีเรื่องจะบอกค่ะ”
ต่อมสาระแนกระตุ้นอย่างแรง แก๊งเม้าท์ตามทันที!
น้ำหวานตามไปเล่าเรื่องโรสกับรังสิตถึงห้องทำงานชฎา บอกว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แต่ดูเหมือนชฎาไม่ค่อยสนใจ น้ำหวานย้ำว่า
“ใครๆก็รู้ว่าออฟฟิศเราห้ามมีเรื่องชู้สาว โรสทำผิดกฎ ต้องโดนลงโทษนะคะ ไม่งั้นคนอื่นก็คงเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”
ชฎาตวาดอย่างขัดใจว่าตนไม่ได้หูหนวก แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่ารู้ไหมว่าบ่ายนี้เรามีมีตติ้งใหญ่ น้ำหวานบอกว่าทราบ โรสถามว่าไม่เตรียมตัวรึไง น้ำหวานเลยจำต้องหยุด พอออกมาก็ถูกแก๊งสาระแนถามว่าโรสว่ายังไง ไม่จัดการหรือ น้ำหวานถูกถามก็ยิ่งโมโหตวาดทั้งแก๊งว่า อย่าพูด! อย่าถาม! แก๊งเม้าท์กลัวระเบิดลงเลยหุบปากหัวหด
“มันต้องมีวิธีสิ” น้ำหวานพึมพำเครียด แก๊งสาระแนพากันเสนอหน้าว่ามีอะไรให้พวกตนช่วยพวกเราพร้อมเสมอ
ooooooo
เมื่อเสี่ยแอร์กับเจ๊ซ่าไปแล้ว ซุ่ยส่องกระจกเห็นหน้าตัวเองโทรมมาก ก็คิดเป็นห่วงรังสิตขึ้นมาว่าเขาโดนหนักกว่าตนจะเป็นอย่างไรบ้าง พึมพำว่าไปเยี่ยมดีกว่า แต่ช้าไปแล้ว เสี่ยแอร์เข้ามาถามว่าจะไปเยี่ยมใครจ๊ะ
เสี่ยเปิดเผยตัวเอง มองซุ่ยด้วยสายตาหื่น ซุ่ยจึงแกล้งร้องกรี๊ดบอกว่าเห็นคนขี่หลังเสี่ยแล้ววิ่งออกจากห้อง เสี่ยตามไปทันที่ห้องรับแขก ซุ่ยยังร้องกรี๊ดๆ กลัวผี พลางร้องขอความช่วยเหลือ ถูกเสี่ยใช้กำลังจับกดลงที่โซฟา
ทันใดนั้นประตูห้องเปิดผลัวะ! คมน์ ป้องปกและพนักงานคอนโดพรวดเข้ามา คมน์พุ่งเข้าต่อยเสี่ยทันที ป้องปกบอกเสี่ยว่าไปหื่นต่อในคุกดีไหม บอกพนักงานคอนโดว่าโทร.แจ้งตำรวจเลย เสี่ยโต้ว่าคนจะกุ๊กกิ๊กกันจะแจ้งตำรวจทำไม
“ผู้ชายเลวๆที่ข่มเหงผู้หญิง ปล่อยไว้ไม่ได้” คมน์ดุดัน บอกพนักงานคอนโดว่า “โทร.แจ้งตำรวจไม่อย่างนั้นผมจะประจานคอนโดคุณออกสื่อ”
พนักงานตกใจทำท่าจะโทร. เสี่ยเห็นท่าไม่ดี วิ่งออกจากห้องไป พนักงานคอนโดบอกคมน์ว่า เราจัดการลูกบ้านรายนี้ให้เอง ช่วยปิดเรื่องนี้ไว้ด้วย คมน์ไม่อยากให้ซุ่ยเสียหายจึงยอม แล้วหันไปหาซุ่ยด้วยความเป็นห่วง
ซุ่ยรีบลุกขึ้น คมน์อ้าแขนนึกว่าซุ่ยจะโผเข้าหา แต่ซุ่ยกลับโผไปกอดป้องปก
“เฮียป้อง...ช่วยด้วย มันจะปล้ำฉัน...”
คมน์ยืนเหวอ ซุ่ยกอดป้องปกร้องไห้อย่างหนัก เขาค่อยๆยกมือขึ้นลูบหลังซุ่ยอย่างปลอบใจ คมน์มองเคืองๆ ผิดหวัง ป้องปกมองคมน์ ถามด้วยสายตางงๆว่าทำไมซุ่ยจึงมากอดตน...
ทั้งสามพากันเดินมาที่ลานจอดรถ ซุ่ยตำหนิตัวเองว่าโง่ไว้ใจคนง่ายเกินไป ป้องปกบอกว่าเธอไม่โง่แค่ประมาทเท่านั้น ซุ่ยพูดอย่างไม่หายตื่นกลัวว่าถ้าเขามาไม่ทันไม่รู้จะเป็นอย่างไร ป้องปกบอกว่ามันผ่านไปแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว เห็นสายตาคมน์ที่มองมาอย่างไม่พอใจ ป้องปกปลอบซุ่ยทำคะแนนให้คมน์ว่า
“คุณไม่ต้องกลัวไปหรอก ยังไงไอ้คมน์มันก็ไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไร”
“ใช่ ผมพร้อมจะปกป้องคุณเสมอ แต่ทำไมถึงเป็นไอ้ป้องตลอดเลย รู้ว่าไม่ใช่เวลาหึง แต่ฉันชอบอะไรเคลียร์ๆ แวนด้า ทำไมถึงเป็นไอ้ป้องตลอดเลยล่ะครับ ที่ทะเลก็ทีนึงแล้ว คุณโทร.มาขอความช่วยเหลือจาก
ไอ้ป้อง แล้วพอคุณย้ายมาอยู่คอนโด คุณก็โทร.บอกไอ้ป้อง ตอนผมเข้าไปช่วยคุณ คุณก็...กอดไอ้ป้อง ขอบคุณแต่ไอ้ป้อง”
“ไอ้คมน์...”
“ไม่ต้องเรียก เคืองอยู่เว้ย ว่าไงล่ะครับแวนด้า ทำไมคุณไม่เคยเห็นผมในสายตา ทำไมคุณมีแต่ไอ้ป้อง” ซุ่ยปฏิเสธว่าเปล่าสักหน่อย “แต่คุณโทร.หามันคนแรก”
ซุ่ยแก้ตัวว่าตนโทร.บอกเพราะไม่อยากให้แม่ ม่า หลิว และซุ่ยเป็นห่วง” คมน์ถามว่าแล้วทำไมต้องกอด? “ตอนนั้นฉันตกใจอยู่นะ ฉันไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร เห็นเขาตัวใหญ่กว่า เตะตาว่า” ซุ่ยแก้ตัวมั่ว
“นายจะคาดคั้นเอาอะไรวะ มันไม่มีอะไรหรอก” ป้องปกช่วยพูด ซุ่ยรีบสนับสนุนว่า
“ใช่ ไม่มีอะไร หรือคุณคมน์อยากให้ฉันย้อนเวลากลับไป กลับไปกอดคุณ ขอบคุณคุณ กลับไปให้เสี่ยมันปล้ำอีก”
“โธ่แวนด้า อย่าประชดอย่างนั้นสิครับ ผมก็แค่ห่วง แค่หวง ถึงแม้เราจะยังไม่ได้เป็นอะไรกันก็เถอะ แต่ผมก็ห่วงคุณจริงๆนะ”
“งั้นเรามาคิดกันดีกว่าว่าจะพาแวนด้าไปที่ไหน บ้านโดนยึดไปแล้ว คอนโดก็อยู่ไม่ได้แน่” ป้องปกเสนอ
ทั้งคมน์และซุ่ยต่างอึ้ง ครู่เดียวคมน์ก็ยิ้มดีใจเสนอว่า
“งั้นก็กลับไปที่เดิมสิ”
ooooooo
เพราะพวกสมบูรณ์เคยบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกพวกตนพร้อม วันนี้น้ำหวานจึงเอากล้องถ่ายรูปมาให้แก๊งเม้าท์แอบถ่ายรูปรังสิตกับโรส ย้ำว่า
“ขอชัดๆเน้นๆ ฉันอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า มาร์เกตติ้งเบอร์หนึ่งของบริษัท วันๆทำอะไรกันแน่”
“เราจะไม่ทำให้คุณน้ำหวานผิดหวังครับ” สมบูรณ์รับรอง เบลล่ากับยาย่าพยักหน้ายืนยัน
“ลักกี้อินเกมแถมอินเลิฟเหรอ...หึ! ไม่มีทาง!!” น้ำหวานหมายมั่นปั่นมือจะคว่ำโรสให้ได้
วันนี้สบโอกาสเมื่อโรสถือแก้วกาแฟเดินออกจากห้องทำงานอีกมือถือไอแพดเหมือนอ่านงาน ครู่เดียวก็เห็นรังสิตเดินออกจากห้องทำงานไปทางเดียวกับโรส รังสิตทำเป็นคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียด อีกมือถือถุงกระดาษข้างในมีขวดน้ำส้ม
โรสเข้าไปในห้องชงกาแฟ ขณะกำลังตักกาแฟ ถูกรังสิตจับมือไว้บอกว่านี่เป็นแก้วที่สองแล้ว โรสบอกว่าตนต้องการคาเฟอีนจริงๆ เดี๋ยวมีประชุมสรุปผลการทำงานยาว รังสิตดึงถ้วยกาแฟออกหยิบขวดน้ำส้มจากถุงให้บอกว่าตนคั้นเอง
“เอาเวลาที่ไหนไปคั้น”
“เวลาที่คิดถึงคุณไง” รังสิตหยอดคำหวานตาเชื่อม โรสแกล้งทำหน้าเลี่ยนถามว่าจะเป็นเบาหวานไหมเนี่ย “คุณขาดหวานมานานแล้ว เติมน้ำตาลบ้างจะได้มีพลังงานช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจไง”
แก๊งเม้าท์มองเข้าไปในห้องกาแฟ สมบูรณ์ยกกล้องขึ้น ยาย่ากระซิบบอกสมบูรณ์ว่าหวานขนาดนี้วีดิโอเลย
โรสกับรังสิตใกล้ชิดกันมากคุยกันกะหนุงกะหนิง แก๊งเม้าท์จ้องตาไม่กะพริบ ขณะนั้นเอง กอหญ้ามาข้างหลังถามเสียงดังอย่างตื่นเต้น “โห...กล้องอะไรคะเนี่ย ถ่ายชัดดีจัง”
แก๊งเม้าท์สะดุ้งหันขวับ โรสกับรังสิตได้ยินเดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เบลล่าเห็นรีบพูดแก้สถานการณ์ว่าอยากถ่ายเซลฟี่ด้วยกันใช่ไหม แล้วลากกอหญ้ามายืนด้วยกัน สมบูรณ์ผสมโรงนับหนึ่งถึงสามแล้วถ่ายเลย
ยาย่าทำเป็นชวนไปถ่ายมุมอื่นบ้างดีกว่า แล้วพาพรรคพวกชิ่งไปเนียนๆ
“คงไม่มีอะไรหรอก...มั้ง” รังสิตบอก แต่โรสยังหน้าเครียดอย่างไม่ไว้ใจ
เมื่อได้เวลาประชุม โรสถือไมค์รายงานผลงานหลังจากการเปิดตัวโลชั่นและครีมอาบน้ำในที่ประชุม น้ำหวานนั่งในที่ประชุมแอบอ่านข้อความในโทรศัพท์ที่สมบูรณ์ส่งมาว่า
“ผมเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ในห้องประชุมแล้ว เริ่มเมื่อไรบอกได้เลยนะครับ”
น้ำหวานอ่านแล้วยิ้มมั่นใจในแผนการของตน
ooooooo
คมน์บอกป้องปกให้พาซุ่ยไปอยู่ที่เดิม คือที่บ้านซุ่ยเอง แม่ฟังเรื่องราวของซุ่ยในร่างแวนด้าแล้วสงสารถามว่าทำไมเกิดเรื่องร้ายๆกับหนูถี่ขนาดนี้นะแวนด้า ซุ่ยบอกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดกระมัง ตนคงทำกรรมไว้มาก
ทุกคนให้การต้อนรับซุ่ยอย่างอบอุ่น ม่าบอกว่าอยู่กับเราที่นี่ก่อนรับรองไม่มีใครมาทำร้ายหนูได้ หลิวอวดว่าเพราะบ้านเรามีเฮียป้อง คมน์ได้ยินกลัวเสียคะแนนแอบชี้ที่ตัวเอง หลิวเลยเพิ่มให้ว่า พี่คมน์สุดหล่อด้วย คมน์เลยยิ้มหน้าบาน
พลันทุกคนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแก้วแตกเพล้งในห้องครัว ทุกคนวิ่งไปดู เห็นแวนด้าในร่างซุ่ยตกใจยืนดูแก้วน้ำที่แตกเกลื่อนพื้นท่าทางยังง่วงๆ แก้ตัวกับเฮียป้องว่าแก้วร่วงจากมือแตก ตนไม่ได้ตั้งใจ ป้องปกบอกให้หลบไปก่อนเดี๋ยวแก้วบาด ถามว่าจะดื่มน้ำใช่ไหม ม่าบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้เอง หลิวรีบวิ่งไปเอาไม้กวาด
ซุ่ยมองแวนด้าแปลกใจ คมน์ชี้แจงว่าวันนี้เขาลางานไม่ค่อยสบายดูท่าอยากอู้งานมากกว่า ซุ่ยมองแวนด้างงๆ ถามว่าเธอเป็นอะไรน่ะ แวนด้าจึงเห็นซุ่ยทักว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
แวนด้าก้าวหาซุ่ยเกือบเหยียบเศษแก้ว ป้องปกรีบจับไว้ แวนด้าเคลิ้มเอียงหน้าซบบ่าเขาทันที หลิวถือไม้กวาดเข้ามาถามงงๆว่าเจ๊ซุ่ยหลับไปอีกแล้วหรือ ม่าบอกให้ป้องปกพาไปนอนที่โซฟา คมน์เข้าไปช่วยพยุง แวนด้าลืมตาบอกว่าตนไม่หนักขนาดนั้นหรอก
ทุกคนผงะ หลิวถามว่าแกล้งหลับหรือ แวนด้าลืมตายิ้มหวานแล้วหาวหวอดๆ ดูง่วงนอนจริงๆ
ooooooo
น้ำหวานหวังคว่ำโรสด้วยแผนการครั้งนี้ของตน แต่ผิดพลาด เมื่อกอหญ้ามาทักท้วงไม่เห็นด้วยกับที่แก๊งเม้าท์จะปล่อยคลิปโรสกับรังสิต เพราะสิ่งที่ทำจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน
รังสิตได้ยินเสียงโต้เถียงกันเดินออกมาถามว่าเสียงดังอะไรกัน กอหญ้าจะบอกแต่เบลล่ารีบปิดปากไว้ไม่ให้พูดบอกรังสิตว่ากำลังเถียงกันว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี รังสิตไม่เชื่อเห็นสมบูรณ์มีพิรุธมองไปที่โต๊ะเห็นกล้องถ่ายรูปวางอยู่ รังสิตถามว่าซ่อนอะไรไว้ ขอดูหน่อย พลางดึงสมบูรณ์ออก
สมบูรณ์ตกใจเบี่ยงตัวออกหันกลับไปที่คอมพิวเตอร์คว้าเม้าส์จะปิดคลิป แต่รีบมากเลยกดเพลย์เข้าเต็มๆ ภาพในจอคอมพิวเตอร์เป็นคลิปรังสิตและโรสในห้องชงกาแฟ ขณะที่ในห้องประชุมโรสกำลังรายงานสรุป ภาพที่โชว์บนจอโปรเจกเตอร์เปลี่ยนจากรูปกราฟแสดงยอดขายกลายเป็นรูปโรสกับรังสิตในห้องกาแฟใกล้ชิดกันจนเหมือนกอดกันอยู่ ทุกคนในห้องประชุมอึ้ง
“ยังไม่ใช่ตอนนี้สักหน่อย” น้ำหวานพึมพำขัดใจ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” ชฎาโวยวาย รังสิตตกใจวิ่งเข้าไปในห้อง แก๊งเม้าท์วิ่งตามเข้าไป ชฎาตวาดถามว่า “ฝีมือใคร!” แก๊งเม้าท์กลัวความผิดชี้ไปที่น้ำหวานพร้อมกัน ชฎามองขวับถาม “จริงเหรอน้ำหวาน”
น้ำหวานอึกอัก แก้ตัวไม่ออก หันไปชี้แก๊งเม้าท์ พวกนั้นสวนทันทีว่า “พวกเราโดนบังคับ” แล้วเบลล่ากับยาย่าก็แย่งกันพูดเอาตัวรอดว่าพวกตนไม่เคยคิดที่จะดิสเครดิตโรส แต่น้ำหวานบังคับให้ทำ
ชฎาถามน้ำหวานว่าเธอทำจริงไหม โรสถามว่าเธออยากได้รังสิตขนาดนี้เลยหรือ น้ำหวานโต้ว่าตนไม่ได้ทำเพราะจะแย่งรังสิต โรสสรุปว่าแปลว่าเธอทำจริง
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว น้ำหวานตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน พุ่งเข้าหาโรสประกาศในที่ประชุมแฉโรสว่า ที่ผ่านมาอาจจะทำงานดี แต่สามสี่เดือนมานี่ทำพลาดตลอด แฉว่าโรสเบี้ยวนัด โกหกว่าไปหาลูกค้าแต่แอบไปหารังสิต เห็นผู้ชายดีกว่างาน ด่าโรสว่าถ้ายังมีสามัญสำนึกบ้างก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้วว่าสมควรจะเป็นภาระอยู่ที่นี่ต่อไปหรือไม่
โรสถูกแฉกลางที่ประชุมก็สาวไส้น้ำหวานว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อดิสเครดิตตน อยากแทนที่ตน ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เพราะเธอชอบรังสิตด้วย ประจานว่าอยากได้ผู้ชายขนาดต้องมาถ่ายคลิปเล่นสกปรกกัน ที่ตัวเองแอบมีอะไรกับรังสิตลับหลังตนยังไม่พออีกหรือ
น้ำหวานปฏิเสธเสียงแข็งว่าถึงตนจะชอบรังสิตแต่ไม่เคยมีอะไรกับเขา
ทั้งสองสาวไส้กันเลือดสาด ขณะนั้นเองชฎาก็ได้รับโทรศัพท์จากบอส พอวางสายชฎาประกาศว่า บอสให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยน้ำหวาน ย้ำกับน้ำหวานว่า
“เธอก็รู้ว่าบอสไม่ชอบเรื่องชู้สาว ยิ่งแย่งผัวแย่งเมียแบบนี้ ดีไม่ดีอาจถึงขั้นไล่ออก”
น้ำหวานตกใจ โรสกับรังสิตเครียดไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงขั้นนี้
น้ำหวานเดินออกจากห้องประชุม กอหญ้าเรียกน้ำหวาน รู้สึกผิดคิดว่าเรื่องบานปลายเพราะตน พอดีโรสออกมาเรียก น้ำหวานอยากเคลียร์เพราะรู้สึกผิดเหมือนกัน น้ำหวานร้องไห้พูดอย่างแค้นใจว่า
“ใครๆก็เชื่อเธอ ทั้งที่เธอแต่งเรื่องมาใส่ร้ายฉัน ฉันไม่ได้มีอะไรกับคุณรังสิต แต่ฉันกลับถูกสอบความประพฤติ สะใจแล้วใช่ไหม ถ้าฉันโดนไล่ออกจริงๆน่ะ เธอนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก” น้ำหวานร้องไห้วิ่งออกไป
รังสิตตามมาสมทบกับโรส มองอย่างไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ooooooo
ซุ่ยมาอยู่ที่บ้าน เห็นทุกคนทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ม่ากับแม่ร้อยลูกปัดถักโครเชต์เอาจริงเอาจังจนซุ่ยบอกให้พักเพราะเห็นทำมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวสายตาเสีย
ม่าพูดอย่างร่าเริงว่าสายตาม่าแข็งแรง แล้วกะพริบตาปิ๊งๆให้ดู ส่วนแม่ก็บอกว่าถ้าส่งลอตนี้ได้เงินมาก็จะพาซุ่ยไปหาหมอ
ซุ่ยไม่สบายใจที่ทุกคนทำงานขยันขันแข็ง ตนไม่อยากอยู่เฉยๆ เป็นภาระใคร จึงออกไปหางาน เห็นในเฟซบุ๊กประกาศวันนี้มีออดิชั่นนางแบบโฆษณาโฟมล้างหน้าจึงลองไปสมัครดู
ทีมงานมองซุ่ยด้วยสายตาเหยียดๆขำๆ แนะนำว่าอย่างนี้ต้องไปเป็นแบบโฆษณาขายผ้าอ้อมผู้ใหญ่หรือกาวติดฟันปลอม หรือไม่ก็ยาปิดผมขาว
ขณะนั้นเองเจ๊ซ่าพาเด็กใหม่วัยขบเผาะคนหนึ่งเข้ามาเร่งว่าเร็วๆเข้าเดี๋ยวต้องไปออดิชั่นอีกหลายที่
เมื่อเจอกัน ทั้งซุ่ยและเจ๊ซ่าต่างตกใจ ซุ่ยตรงไปต่อว่าเจ๊ซ่าที่พาตนไปทิ้งไว้ให้เสี่ยแอร์ปล้ำ เจ๊ให้เด็กสาวไปลงทะเบียนก่อน แล้วลากซุ่ยไปอีกทางอย่างเร็ว
เจ๊ซ่าแก้ตัวว่าตนไม่รู้ว่าเสี่ยแอร์เป็นคนแบบนั้น เจ๊หวังดีเห็นเสี่ยสงสารซุ่ยที่ตกระกำลำบาก แต่จู่ๆซุ่ยก็หายไปเจ๊เป็นห่วงมากเกือบไปแจ้งความคนหายแล้ว ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ชวนไปอยู่ด้วยกันไหม เจ๊ขอแก้ตัว หางานใหม่ให้ทำ
ซุ่ยถามว่าจะให้เป็นเมียใครอีก เจ๊บอกว่าตนหวังดีกับเด็กทุกคน เห็นว่างานนี้ได้เงินเยอะดี ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เกือบแสน พูดเชิงตัดพ้อและไม่ง้อว่า ถ้าซุ่ยไม่ไว้ใจตนก็ไม่เป็นไรเจ๊ให้งานคนอื่นก็ได้
“เดี๋ยวก่อนเจ๊” ซุ่ยสนใจเพราะอยากได้เงินช่วยทางบ้าน
เจ๊ซ่าพาซุ่ยไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซุ่ยเอะใจว่าทำไมถ่ายหนังที่บ้านนี้ เจ๊ซ่าพูดอย่างไม่ง้อว่าถ้าไม่สบายใจจะกลับก็ได้ตนจะได้เรียกเด็กคนใหม่มา ซุ่ยขอเข้าไปดูก่อน เจ๊ให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องหนึ่ง ซุ่ยไปเห็นอุปกรณ์การถ่ายหนังที่มีทั้งกุญแจมือ แส้โซ่ และเทียน!
ซุ่ยเห็นผิดปกติจะออกไปปรากฏว่าประตูถูกล็อก ซุ่ยตะโกนเรียกให้เปิดก็ไม่มีใครเปิดให้ แต่เจ๊ซ่ามาร้องบอกที่หน้าห้องว่ารอช่างแต่งหน้าแป๊บนึง เดี๋ยวผู้กำกับก็มาแล้ว พลางเจ๊ซ่านับเงินครบสองหมื่นบอกซุ่ยว่าเจ๊รับเงินมาครบแล้วเธอจะกลับตอนนี้ไม่ได้ รับผิดชอบหน่อย แล้วเจ๊ก็ไปจากตรงนั้น
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วนี่ งั้นก็ไปเข้าฉากเลย” ชายฉกรรจ์เปิดประตูเข้ามาจะพาตัวซุ่ยออกไป
ที่กองถ่ายละคร คมน์ถ่ายเสร็จก็จะกลับ บอก
ทีมงานว่าต้องรีบไปรับจ๊อบเสริมเพราะช่วงนี้ช็อตต้องวิ่งหลายงานหน่อย ช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมคุยกันเองว่างานที่เราเคยคุยกันงานแบบนี้ต้องแต่งหน้าด้วยหรือนัวๆเนียๆ กันมันก็เละอยู่ดี
ทั้งสองคุยกันถึงนางเอกว่าเคยเป็นนางแบบโฆษณาแอร์เย็นเฉียบเงียบกริบอะไรนี่แหละชื่อแวนๆด้าๆ อะไรสักอย่าง คมน์ได้ยินอุทานว่า แวนด้า!! ช่างถามว่ารู้จักเหรอ คมน์ลุกพรวดถามว่าแวนด้าถ่ายอะไรที่ไหน นัวเนียยังไง ก็พอดีทีมงานมาเร่งคมน์ให้ไปเข้าฉาก คมน์บอกเดี๋ยวได้ไหม
“เดี๋ยวไม่ได้ค่ะ นางเอกได้ถึงเที่ยง ต้องไปอีเวนต์ต่อ ช่วยเร่งให้หนูนิดนึงนะคะพี่”
“เอาไงดีวะ?!” คมน์ชะงักคิดหนักหน้าเครียด
ooooooo
คมน์โทร.บอกป้องปก ป้องปกรีบขับรถไปยังบ้านหลังนั้นซุ่มดูเห็นซุ่ยกำลังพยายามปีนหน้าต่างหนี เขาปลอมตัวเป็นพระเอกหนังโป๊หลอกทีมงานเข้าไปช่วยซุ่ยออกมาได้
ระหว่างพาซุ่ยหนีกลับ ซุ่ยร้องไห้ เสียใจที่ตัวเองโง่ถูกหลอกติดกันสองวันซ้อน ป้องปกจอดรถริมน้ำสวยเพื่อให้ซุ่ยสบายใจ แต่เธอกลับปิดหน้าวิ่งหนี ชนต้นไม้จนผงะเลยยิ่งร้องไห้
ป้องปกมองอย่างพินิจ ถามว่า “แวนด้า ทำไมบางทีคุณนิสัยเหมือนซุ่ยเมื่อก่อนนี้เลย แต่เมื่อก่อนซุ่ยนิสัยแย่แบบนี้เลย แต่ช่วงหลังๆนี่เขาว่าง่าย นิสัยดีขึ้นเยอะ”
นิสัยและท่าทางเดิมๆของซุ่ยในร่างแวนด้า ทำให้ป้องปกอดคิดถึงซุ่ยไม่ได้ จนเผลอมองเป็นซุ่ย พอรู้สึกตัวก็ถามตัวเอง “เห็นยัยบ้านี่เป็นซุ่ยได้ไงวะ”
เมื่อพาซุ่ยกลับถึงบ้าน คมน์รีบมารับถามว่าเป็นยังไงบ้าง พูดทำคะแนนให้ตัวเองว่า ตนเป็นห่วงมากแต่ต้องส่งป้องปกไปแทน เพราะติดถ่าย ไปช่วยด้วยตัวเองไม่ได้
กลับถึงบ้านแล้ว ป้องปกยังคิดติดพันว่า...
“ทำไม...ยัยแวนด้าถึงเหมือนซุ่ย พูดเหมือนซุ่ย ทำอะไรๆ เหมือนซุ่ย แต่ซุ่ยสิ ไม่เหมือนซุ่ยแต่เหมือนใครไม่รู้”
ป้องปกสะดุ้ง เมื่อมองไปที่หน้าบ้านเห็นโรสยืนอยู่ ที่จริงโรสยืนอยู่นานแล้วแต่ลังเลสงสัยว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม?
ก่อนมาที่นี่ โรสได้ยินรังสิตถามกอหญ้าว่าเห็นน้ำหวานไหม เธอถามเขาว่าเป็นห่วงน้ำหวานหรือ? เขาบอกว่าไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ โรสเงียบเขานึกว่าเธอโกรธ
“ไม่ได้โกรธค่ะ จริงๆโรสก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรเรื่องมันบานปลายกว่าที่โรสคิดไว้”
ยังไม่ทันคุยกันต่อ ชฎาก็มาสั่งโรสให้เตรียมตัวประชุมกับกรุ๊ปเรื่องสบู่อาบน้ำตัวใหม่แทนน้ำหวาน เพราะน้ำหวานไลน์มาขอลางานตนโทร.กลับก็ไม่รับ ชฎาส่ายหน้าพูดเอือมๆว่าคิดว่าหลบหน้าแล้วจะหนีปัญหาได้หรือ ชฎามองไปทางรังสิตพูดว่า ในเมื่อตัวปัญหาก็ยังอยู่ ก่อนเดินไปยังย้ำขู่โรสว่า
“ฉันเมลรายละเอียดให้เธอแล้วนะ อ่านด้วยล่ะอย่ามัวแต่ทำอย่างอื่น ฉันขี้เกียจหามาร์เกตติ้งใหม่ทีละสองคน”
ทั้งโรสและรังสิตถอนใจเครียด จนค่ำโรสรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่หน้าบ้านซุ่ยแล้ว
ป้องปกเห็นโรส เดินออกมาคุย เธอบอกว่ายังไม่อยากกลับคอนโดแต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงขับรถมาที่นี่แต่รู้สึกว่าคุ้นๆ โรสขอโทษป้องปกบอกว่าช่วงนี้มีปัญหาที่ออฟฟิศ ปรารภหน้าเครียดว่า
“ฉันอาจจะเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนร่วมงานโดนไล่ออก”
ป้องปกเชิญเข้าบ้านฟังโรสแล้วเสนอว่า
“ก่อนอื่น คุณอาจจะต้องหาโอกาสคุยเปิดใจกับคุณน้ำหวานตามลำพัง โดยไม่ต้องมีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง”
ซุ่ยเห็นโรสก็สงสัยว่าค่ำมืดแล้วโรสมาทำไม คุยอะไรกัน ซุ่ยตัดสินใจเดินเข้าไปทัก โรสแปลกใจว่าแวนด้ามาทำอะไรที่นี่ ซุ่ยในร่างแวนด้าบอกว่าตนมาค้างกับซุ่ยเพราะเราสนิทกัน แต่โรสสนิทอะไรกับป้องปกถึงมาที่นี่
“เอ้อ...พอดีฉันมีเรื่องไม่สบายใจ แล้วคุณป้องปกเป็นคนที่น่าไว้วางใจที่ฉันจะคุยอะไรได้” ซุ่ยบอกว่าถ้างั้นคุยกับตนก็ได้ ถามว่ามีปัญหาอะไรเรื่องรังสิตหรือเปล่า “เอ้อ...ก็ทำนองนั้นรังสิตคือต้นเหตุ ทำให้น้ำหวานเปิดตัวเป็นศัตรูกับฉัน แต่ตอนนี้น้ำหวานกำลังแย่ ถูกสังคมลงโทษอย่างหนัก ฉันเลยชักสงสารเขา”
ซุ่ยถามว่าน้ำหวานยอมรับแล้วหรือ ในที่สุดก็เปิดเผยตัวเอง โรสขอร้องซุ่ยอย่าโกรธน้ำหวานเพราะตนก็ไม่ได้โกรธน้ำหวานแล้ว แต่ซุ่ยโกรธน้ำหวานมาก พึมพำ “น้ำหวาน เป็นเธอจริงๆ!!”
ooooooo










