สมาชิก

บุษบาเร่ฝัน

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: "ไม้-วฤษฐิ์" ประกบ "มาร์กี้ ราศรี" ในละครคอมมาดี้ "บุษบาเร่ฝัน"




ซุ่ยงงมาก ไม่รู้ว่าตัวเองตื่นแล้วหรืออยู่ในความฝัน ลุกไปฉี่ทดสอบตัวเอง ไปเจอห้องน้ำหรู เจออ่างจาคุซซี่ก็ใช้ไม่เป็น ลองกดปุ่มนั้นปุ่มนี้จนถูกน้ำสาดมาเปียกไปหมดจึงรู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน

กระนั้น ซุ่ยก็ยังไม่แน่ใจ ไปยืนหน้ากระจกทำท่าต่างๆ เงาในกระจกก็ทำตามทุกอย่าง ซุ่ยอุทานอย่างอัศจรรย์ใจ

“คุณ...พระ...ช่วย...”

กลับห้องนอนกระโดดโลดเต้นร้องเหมือนเพ้อ “ฉันกลายเป็นคุณโรสจริงๆ ฮูเร้ยิปปี้ไชโยโห่ฮิ้ววว...”

ซุ่ยเปิดวอล์กอินโครเซ็ต ตะลึงเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ไล่เฉดสีอย่างสวยงามละลานตา เปิดลิ้นชักเห็นผ้าพันคอ หมวก แว่นกันแดด เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนมกระทั่งรองเท้า ซุ่ยอุทาน

“ว้าว...ว้าววว...ว้าววววววว!!!” แล้ววิ่งออกไปที่ระเบียงเห็นวิว กทม.จากตึกสูงก็กรี๊ดอย่างมีความสุขท้วมท้น

เมื่อลงมาเจอยามที่ต้อนรับอย่างนอบน้อมก็เช็กอีกถามยามว่ารู้ไหมว่าตนเป็นใคร พอยามบอกว่าคุณโรส ซุ่ยก็ถามว่ารถตนอยู่ไหน ยามชี้รถเบนซ์ที่ยามคนหนึ่งกำลังเช็ดอย่างตั้งใจก็พอใจ พอยามเชิญขึ้นรถ ซุ่ยตาลุก เดินตัวลอยไปขึ้นรถ...

ไปถึงหน้าบริษัท ยามรีบมาตะเบ๊ะโบกให้ไปจอดในที่วีไอพี ซึ่งกันไว้ให้แล้ว

ขณะนั้น ซุ่ยเห็นรถกระป๋องของตนที่โรสขับปุเลงปุเลงไปจอดที่ใกล้ถังขยะ ซุ่ยแอบดูจนโรสเดินมาก็เข้าไปพูดเพราะคิดว่าโรสต้องจำได้ว่าสลับร่างกัน แต่โรสงง ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ “ก็เรื่อง...ที่...เอ่อ มีอะไรแปลกๆเหนือธรรมชาติเกิดขึ้น”

“อะไรเหนือธรรมชาติค่ะ”

ขณะซุ่ยกำลังอึ้ง เบลล่า ยาย่า และสมบูรณ์แก๊งเม้าท์ก็เดินเข้ามาทักโรสเหยียดๆว่าทำผิดแล้วยังกล้ามาสายอีกหรือ ซุ่ยสงสารบอกทุกคนไม่ต้องว่าแล้วเรื่องมันแล้วไปแล้วก็ขอให้จบๆไปเถอะ ขาเม้าท์ทั้งสามเลยเงียบ โรสรีบขอตัววิ่งขึ้นบันไดไป ทั้งสามมองขำๆ แต่ซุ่ยมองตามอย่างสงสาร

เมื่อโรสขึ้นไปถึงแผนกการตลาด ก็ถูกชฎาด่าไทยคำฝรั่งคำ โรสฟังแล้วถามว่าแปลว่าอะไร ก็ถูกด่าเป็นภาษาฝรั่งอีกชุดใหญ่ ซุ่ยขอให้ชฎาหยุดด่า บอกว่า

“ด่าซุ่ยก็เท่ากับด่าโรสด้วย เพราะโรสก็มาสายเหมือนกัน มาสายกว่าซุ่ยด้วยซ้ำ”

ชฎาแก้ต่างให้ซุ่ยว่ามาสายเพราะเตรียมเอกสาร Business review ที่จะต้องใช้มีตติ้งกับตัวแทนจากเฟลอร์-อาเซียนไม่ใช่หรือ ซุ่ยงงว่าเอกสารอะไร ชฎายิ่งพูดซุ่ยก็ยิ่งงง เมื่อถึงเวลาประชุมซุ่ยขอให้ชฎาพรีเซ็นต์แทนเพราะภาษาตนไม่ถนัด ชฎาติงว่าอย่าถ่อมตัว ทุกอย่างอยู่ในหัวคุณน้องแล้ว คุณน้องต้องทำได้

“ทำไม่ด้าย...” ซุ่ยเสียงสูง แต่ทุกคนก็มองว่าเป็นมุก เธอต้องมีเซอร์ไพรส์แน่ๆ สมบูรณ์อวดฉลาดว่า

“มันคือเสน่ห์ของหญิงฉลาด คือแกล้งโง่ แต่พอถึงเวลาก็ชักอาวุธออกมาเชือดนิ่มๆ”

และเมื่อถึงเวลาเข้าห้องประชุม สิ่งมหัสจรรย์ก็เกิดขึ้น ซุ่ยเงอะงะอยู่ครู่เดียว ก็เปลี่ยนบุคลิกเป็นมั่นใจ ฉะฉาน พูดภาษาอังกฤษเป็นไฟ จนตัวเองก็แปลกใจ ซ้ำเวลาพักซุ่ยยังเชื้อเชิญแขกที่มาร่วมประชุมไปทานอาหารทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาสเปญและภาษาจีน จนชฎาปรบมือชื่นชมว่า “คุณน้องโรสสุดยอดเลยค่ะ”

ซุ่ยทึ่งตัวเอง หันมองไปที่โรส ที่ซุ่ยยิ้มอย่างเมตตากับร่างเก่าของตัวเองพึมพำภูมิใจ

“ฉันไม่ใช่พวกตัวประกอบตัวลีบข้างม่านอีกแล้ว ไฟสปอตไลต์จับที่ฉันแล้ว หึๆ” พลันก็ชะงักเมื่อมองไปเห็นรังสิตยืนยิ้มปรบมือให้ ซุ่ยมโนเตลิดว่า เห็นรังสิตมาโน้มหน้าพูดเสียงเซ็กซี่ “ซุ่ยเก่งที่สุดเลยครับ” ซุ่ยกะพริบตาปริบๆ มองไปอีกที เห็นรังสิตยังยืนอยู่ที่เดิมไกลๆ

ooooooo

ซุ่ยกลับเข้าห้อง มองไปไม่เห็นรังสิตแล้ว ซุ่ยเขินตัวเองไปมา เหลือบเห็นน้ำส้มคั้นสองขวดที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พลันก็ได้รับโทรศัพท์จากรังสิตเอ่ยเสียงหล่อมาว่า

“น้ำส้ม 100 วัน ที่ที่รักอยากได้ ครบกำหนดแล้ว นะคะ”

“ค่ะ? น้ำส้มที่โรสได้รับทุกวันเป็นของคุณรังสิตเหรอ คุณแอบจีบโรสงั้นเหรอ”

“คุณต่างหากที่อยากให้ผมแอบ...เที่ยงนี้เจอกันที่เดิมนะคะ ผมมีเซอร์ไพรส์”

ซุ่ยเพ้อโมเมไปว่า รังสิตชอบตนไม่ได้ชอบโรส ตอนนี้ตนเป็นโรส งั้นคุณรังสิตก็ชอบเรา คิดแล้วก็เขิน ตัวพองฟู

เมื่อซุ่ยไปรอรังสิตที่ร้านอาหาร ซุ่ยลังเลไม่มั่นใจเพราะไม่เคยเข้า พนักงานมาเชิญไปที่โต๊ะ ขณะนั้นชฎาโทร.เข้ามาถามว่าอยู่ไหน ซุ่ยไม่ยอมบอก เมื่อพนักงานพามาถึงโต๊ะ ซุ่ยถามว่ารังสิตยังไม่มาหรือ พนักงานบอกว่ารังสิตบอกให้เธอรอสักครู่

ระหว่างรอ ชฎาส่งข้อความมาถาม 5 ครั้ง ประโยคเดียวกันว่า “อยู่ไหนคะ...”

ครู่หนึ่ง พนักงานในชุดขาวถือถาดอาหารที่มีฝาปิดเงาวับเดินเรียงกันมา 3 ถาด วางถาดทั้งหมดตรงหน้าซุ่ยเอ่ย...

“อาหารพิเศษจากคุณรังสิตครับ”

ซุ่ยบอกว่ารังสิตยังไม่มา พนักงานยิ้มแล้วเปิดฝาครอบทีละฝา ทุกถาดมีดอกกุหลาบ 1 ดอกวางอยู่ ซุ่ยแอบกรี๊ด พลันก็ได้ยินเสียงรังสิตกระซิบข้างหูจากข้างหลังว่า

“อาหารพิเศษที่ผมอยากทานทุกมื้อทุกวันก็คือโรสไงครับ” พลางหอมแก้มซุ่ยทันที ซุ่ยซาบซ่าแทบหยุดหายใจ “รับสิครับ” รังสิตกระซิบแล้วหอมอีก

“หรือจะให้ผมหอมเรื่อยๆ ” รังสิตระดมหอมไม่หยุด ซุ่ยเขินจัดรีบบอกว่ารับแล้ว

รังสิตคว้ามือซุ่ยประคองไว้ เอ่ยอย่างแสนโรแมนติก

“โรสครับ น้ำส้ม 100 วัน คงจะพิสูจน์ได้แล้วนะครับว่าผมเสมอต้นเสมอปลายแค่ไหน” แล้วคุกเข่าตรงหน้า ซุ่ยตาโตถามอย่างอารมณ์ฟุ้งแทบสะกดกลั้นไม่อยู่ว่าจะทำอะไร “ผมก็จะบอกกับโรสว่า...ไม่มีอะไรต้องกลัว ถ้าเราจะเปิดตัวว่าคบกัน ผมรู้ว่างานของคุณเป็นยังไง ผมจะไม่ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องอะไรให้คุณลำบากใจเลย”

รังสิตหยิบกล่องแหวนในกระเป๋าออกมา อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์เข้า มือถือซุ่ยดังแทรกขึ้น รังสิตที่กำลังเปิดฝากกล่องแหวนชะงัก แต่ซุ่ยกำลังอยู่ในอารมณ์เคลิ้ม กดตัดสายบอกรังสิตให้พูดต่อ

“ผมอยากขอความเมตตาจากโรส ทำให้ผมเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดใน เฟลอร์-ไทยแลนด์” พลางเปิดฝากล่องแหวนอีกครั้ง

เจ้ากรรม! โทรศัพท์ซุ่ยดังขึ้นอีก รังสิตจะบอกว่าอย่ารับแต่ไม่ทัน ซุ่ยตัดสินใจรับสายแล้วบอกปลายสายว่า...

“ติดธุระอยู่ค่ะ อีกห้านาทีโทร.กลับ...” แล้วซุ่ยก็ชะงักฟังปลายสายช็อก “หา!! จริงเหรอคะ!! ค่ะๆๆ ...คุณรังสิตคะ โรสขอโทษด้วยนะคะ จำเป็นต้องรีบไปแล้วจริงๆ” ซุ่ยคว้ากระเป๋าทันที

“ครับ...ผมเข้าใจ ไม่งี่เง่า ไม่เรียกร้อง...”

ซุ่ยรีบร้อนออกไป รังสิตถือกล่องแหวนเก้อ มองตามซุ่ย เซ็งจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ที่บริษัท...ชฎากำลังเกรี้ยวกราดโรสในร่างซุ่ยที่สั่งให้ไปซีร็อกซ์สัญญาซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ แต่โรสกลับเอาไปย่อยสลายเพราะสับสนว่าไหนเป็นเครื่องถ่ายเอกสารไหนเป็นเครื่องทำลายเอกสาร โรสจะไปปริ๊นต์สัญญามาให้ใหม่

ชฎายิ่งโมโหถามว่าจะเอาที่ไหนมาปริ๊นต์เพราะเป็นเอกสารจากปารีสมีลายเซ็นสดของมองซิเออร์ปิแอร์กำกับมาด้วย ประชดว่าไปให้ต่อจิ๊กซอว์มาให้เหมือนเดิม

ซุ่ยในร่างโรสตัดสินใจแก้ปัญหาพลิกแพลงฉับไว ให้สลับขั้นตอนการมีตติ้ง สั่งงานให้แต่ละฝ่ายไปทำ รีบติดต่อให้ทางเฮดออกฟิศให้เมล์เอกสารสัญญามาใหม่ภายใน 15 นาที ชฎาเกรงจะไม่ทัน ซุ่ยสวนทันทีว่าต้องทัน โดยตนจะสายตรงถึงมองซิเออร์ปิแอร์ให้เขาช่วยลัดขั้นตอนเป็นกรณีฉุกเฉิน สั่งทุกคนดำเนินการทันที

ซุ่ยในร่างโรสถูกตำหนิจนร้องไห้บอกแวนด้าที่มาปลอบว่าตนเป็นอะไรไม่รู้ งงๆว่าตนเป็นใครกันแน่ บางทีก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่ แวนด้ายุว่าต้องเปลี่ยนรถชีวิตถึงจะดีขึ้น ส่วนกอหญ้าก็ว่าอย่าอายเรื่องของตัวเอง ถึงซุ่ยจะผิดพลาด แต่ก็จะไม่ผิดตลอดไปหรอก ซุ่ยขอบใจทั้งสองที่ให้กำลังใจ พลันก็ชะงักเมื่อเห็นโรสในร่างตนยืนอยู่ แอบรังเกียจตัวเองว่า...

“ทำไมเรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ต้องทำพลาดด้วยซุ่ย ทำไมถึงได้งี่เง่าซื่อบื้อเฉิ่มเบ๊อะอย่างนี้ ฉันถึงไม่อยากเป็นเธอ และฉันจะไม่มีวันกลับไปเป็นอีก”

ซุ่ยรู้ว่าตัวเองกลายเป็นโรส แต่โรสไม่รู้ว่าตนกลายเป็นซุ่ย โรสจึงงงๆกับคำพูดของซุ่ย ส่วนซุ่ยมองโรสอย่างรู้สึกชิงชังและสงสารตัวเอง พอดีมือถือดังขึ้น ซุ่ยสะบัดหน้าเดินแยกไปอย่างรับไม่ได้กับความเบ๊อะของร่างเดิมตน

แล้วความสับสนก็ยิ่งทวี เมื่อหลิวโทร.บอกซุ่ยในร่างโรสว่าอาม่าหกล้ม โรสในร่างซุ่ยได้ยิน เป็นห่วงม่าถามว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ใครพาส่งโรงพยาบาลหรือยัง จนโรสหันมองทำนองว่าเกี่ยวอะไรด้วย ซุ่ยบอกโรสว่าจะไปส่งที่บ้าน ก็พอดีชฎามาบอกว่ามองซิเออร์ต้องการคอนเฟอเรนซ์ด้วยด่วน แล้วคว้าตัวซุ่ยไปเลย

โรสในร่างซุ่ยรีบกลับบ้าน ถามว่าทำไมม่าถึงหกล้ม เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ค่อยมีใครกล้าเล่าเพราะเกี่ยวกับกระถางต้นไม้ของป้องปก แต่โรสถามจนต้องเล่า โรสกลับไม่มีท่าทีโมโห ซ้ำยังขอบคุณที่ป้องปกพาม่าไปส่งโรงพยาบาล

แต่พอซุ่ยในร่างโรสมาถึง ป้องปกไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่กลับถูกโรสว่าอย่างรุนแรงที่ทำให้ม่าล้ม ซ้ำยังพูดอย่างคนรู้เรื่องในบ้านอย่างดี แสดงความห่วงใยว่าซุ่ยถูกไล่ออกกลัวไปกระโดดตึกตาย ป้องปกจึงรู้ว่าซุ่ยถูกไล่ออกจากงาน ขณะป้องปกกำลังเถียงกับโรสในร่างซุ่ยหาว่าจุ้นจ้านเรื่องในบ้านนั้น คมน์มาเจอจำโรสได้ เพราะตนเคยไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เจลใส่ผมของ เฟลอร์-ไทยแลนด์และไปออกอีเวนต์ด้วย

แม้แต่แม่ก็ผิดสังเกตสงสัยว่าทำไมซุ่ยจึงเปลี่ยนไปไม่เกรี้ยวกราดใส่ป้องปก หรือว่ากินยาผิด ทุกคนงุนงงกับซุ่ยในร่างโรสและโรสในร่างซุ่ยซึ่งต่างก็แสดงอุปนิสัยที่ผิดไปจากเดิม ทุกคนได้แต่แอบสังเกตเงียบๆ

ซุ่ยในร่างโรสกลับถึงคอนโดของโรส รังสิตมารออยู่แล้ว เขาออดอ้อนขออยู่ด้วยกันสองคนสักชั่วโมง ถึงซุ่ยจะหลงรักรังสิตแต่ก็ติงว่าเราไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม รังสิตถามว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกที่คบกัน ทำให้ซุ่ยรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของรังสิตกับโรส แต่ตัวเองก็หลงและเคลิ้มกับการเล้าโลมของรังสิต

แต่ก็มีมารมาขวางจนได้ เมื่อชฎาโทร.ไม่ติดเพราะรังสิตบอกให้ซุ่ยปิดมือถือและยกหูโทรศัพท์บ้านไม่อยากให้ใครรบกวนเวลาส่วนตัว ชฎาจึงมาที่คอนโด

กลางดึก ทำให้รังสิตต้องหลบไปที่ระเบียงทั้งที่นุ่งบ็อกเซอร์ตัวเดียว

ชฎามาบอกซุ่ยในร่างโรสว่ามองซิเออร์ต้องการมีตติ้งกับเธอด่วน แล้วจัดการให้คอนเฟอร์เรนซ์คุยกัน ซุ่ยคุยนานจนชฎาฟุบหลับไปข้างๆ

ส่วนรังสิตแอบอยู่ที่ระเบียงอากาศเย็นลงเรื่อยๆ จนต้องกลั้นจามเอาไว้แทบไม่อยู่

ooooooo

เช้านี้ที่โต๊ะอาหาร ป้องปกย้ำกับแม่และม่าว่าต้องทำเป็นไม่รู้ว่าซุ่ยถูกออกจากงาน จนกว่าซุ่ยจะพร้อมบอกเราเอง ย้ำเตือนว่าถ้าใครทำให้ซุ่ยรู้คนนั้นต้องถูกลงโทษ

หลิวเข้าไปดูโรสที่ห้องนอนซุ่ย เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น โรสก็ยังไม่ตื่น หลิววิ่งมาบอกทุกคนว่าเจ๊ซุ่ยตายแล้ว ทุกคนวิ่งขึ้นไปดู โรสลุกขึ้นแล้วบอกว่าตนหลับสบายมากเหมือนไม่เคยหลับดีๆอย่างนี้มาสักชาติแล้ว พลางล้มตัวลงนอนกลิ้งไปมา ทำเอาทุกคนงงเพราะซุ่ยไม่เคยเป็นแบบนี้

ซุ่ยนั่งคอนเฟอร์เรนซ์จนเช้า พอปิดจอคอมก็ฟุบจะนอน ชฎาลุกขึ้นเร่งให้รีบเพราะมีมีตติ้งตอนสิบโมง

ซุ่ยใจคอไม่ดีกลัวชฎาจะเจอรังสิต ชวนรีบไปบริษัท พอออกจากห้องก็ทำทีว่าลืมกุญแจย้อนกลับมาดูรังสิต บอกเขาว่าให้รีบเปลี่ยนชุดแล้วไปมีตติ้งสิบโมง

ที่บ้านซุ่ย โรสลงมากินข้าวต้ม กินไม่กี่คำก็ลุกจะไปเก็บของที่บริษัทเพราะถูกไล่ออกแล้ว ป้องปกอาสาขับรถไปส่ง

ที่บริษัท...ซุ่ยในร่างโรสกับชฎา คุยกับคนจากกรุ๊ปสองคนที่จะให้โยกเฟลอร์โรลออนมาให้พวกตนดูแลอ้างว่าทีมของโรสกับชฎาเก่ง ซุ่ยรับว่าเก่งแต่ว่าทุกวันนี้ตนสองคนก็ทำงานเกินแรงไปมากแล้ว

“อ๊าย...อะไรกัน โรสพูดแบบนี้ไม่เหมือนโรสเลย พูดยังกะเป็นคนอื่นปลอมตัวมา คนอย่างโรสและชฎาเคยกลัวงานหนักที่ไหน” ชฎาโวย

รังสิตช่วยพูดว่าโรสกำลังจะปั้นคนใหม่มาแทนจึงอยากแบ่งงานให้ทีมอื่นทำบ้าง ชฎาโต้ว่ารังสิตจะไปรู้อะไร ตนต่างหากที่รู้จริง บอกโรสว่ายังไงทีมเราก็ต้องทำงานนี้ แล้วเดินกระแทกไหล่รังสิตออกไป

ซุ่ยในร่างโรสอึ้ง!

ป้องปกพาโรสในร่างซุ่ยมาเก็บของที่บริษัท ออกมาเจอชฎาเดินหน้าบอกบุญไม่รับ มีรังสิตและซุ่ยในร่างโรสตามมาคุย รังสิตถามชฎาว่าทำไมไม่โปรโมตคนอื่นบ้าง เห็นโรสพอดีก็แนะว่า อย่างน้องข้าวผัดนี่ก็ได้ ชฎาบอกว่าถูกไล่ออกแล้ว

ซุ่ยในร่างโรสถามโรสในร่างซุ่ยว่าจะไปไหน โรสบอกว่ากลับบ้าน ซุ่ยบอกว่าไม่ต้องไปไหนตนไม่ให้ไป แล้วซุ่ยก็ไปบอกชฎาว่าตนทำโรลออนให้ก็ได้ แต่ขอให้มีคนช่วย

ทันใดนั้นน้ำหวานก็เรียกโรสเสียงหวานเข้ามา รังสิตยิ้มเบาใจบอกซุ่ยว่าโชคดีที่น้ำหวานกลับจากจีนพอดี

น้ำหวานเป็นมาร์เกตติ้งไดเรกเตอร์ยอดฝีมืออีกคนของเฟลอร์-ไทยแลนด์ เพื่อนของโรสนั่นเอง

น้ำหวานบอกว่าตลาดที่จีนดีมากอยากให้โรสไปด้วย ทำหน้าซาบซ่าว่าหนุ่มตี๋ก็ฮอตฉ่า ซุ่ยพูดยิ้มๆว่าน้ำหวานเป็นคนตลก น้ำหวานหันมาอ่อยรังสิตว่าตนพูดเล่นไม่มีใครฮอตเกินหนุ่มไทยอย่างเขาหรอก แล้วหยิกแก้มหยอก หยอดตาหวานให้

ซุ่ยเหลือบไปเห็นโรสมายืนรออยู่ ถามว่าทำไมมารอตรงนี้ เบลลากับยาย่าเสนอหน้ามาบอกว่าซุ่ยถูกไล่ออกแล้ว

“ตั้งแต่นี้ไป ซุ่ยจะมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน” ถูกชฎาแย้งทันทีว่าตนไล่ออกแล้วโรสจะทำอย่างนี้ไม่ได้ โรสแย้งว่าวันหลังชฎาจะทำอะไรควรปรึกษาตนก่อน ชฎาถามว่าซุ่ยไปอยู่แก๊งไหนหัวหน้าตายหมดโรสไม่กลัวหรือ

“ไม่กลัวค่ะ เพราะโรสมั่นใจว่าซุ่ยทำงานได้ดีกว่าที่เป็นอยู่มาก แค่อาจต้องให้เวลานิดหน่อย เอาเป็นว่าโรสขอนะคะถ้าใครไม่คิดจะมีเมตตาให้กับซุ่ยก็อยู่ห่างๆ โดยเฉพาะพวกชอบนินทาลับหลังอย่าให้ได้ยิน”

ชฎาบอกว่าอยากหาเรื่องใส่ตัวก็ตามใจ เกิดอะไรขึ้นอย่าหาว่าตนไม่เตือน ซุ่ยในร่างโรสไม่สนใจ เรียกโรสให้ตามตนเข้ามาเลย

ซุ่ยในร่างโรสซึ้งใจมาก ขอบคุณที่ให้โอกาสและยังปกป้องตน ไม่คิดเลยว่าโรสจะเมตตาตนขนาดนี้

“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจเธอดี” ซุ่ยสงสารร่างตัวเองที่ถูกดูถูกหัวเราะเยาะตลอดมาพูดอย่างเข้าใจ

ขณะนั้นเอง รังสิตโทร.เข้ามาอ้อนเย็นนี้ไปกินข้าวดูหนังด้วยกันเพราะเธอมีผู้ช่วยแล้ว ซุ่ยนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนรับคำ

“งั้นหกโมงเย็นผมจะจอดรถรอที่ด้านหลังตึกนะครับ...ที่รัก”

ooooooo

ป้องปกมารับซุ่ยในร่างโรส คมน์บ่นเพื่อนว่าหนักข้อขึ้นทุกวันถึงขนาดมารอรับที่บริษัท ป้องปกบอกว่าเวลานี้ซุ่ยเหมือนคนป่วย คมน์หาว่าซุ่ยอกหักจากคนอื่นแล้วป้องปกก็มาห่วงใยดูแล พูดประชดว่า พ่อพระจริง...จริ๊ง...

คมน์ยุว่าซุ่ยไม่ได้รักเขา ให้ทำใจและหาคนใหม่ที่ดีๆ ทำให้เขามีความสุขได้ ย้ำเตือนเพื่อนรักว่า

“นายก็ไม่ใช่เด็กๆ ไม่ใช่วัยรุ่น อดีตรักแรกเมื่อตอนมัธยมน่ะ ทิ้งมันให้หมดได้แล้ว ป้องปก”

ขณะนั้นเอง วัยรุ่นสาวสองสามคนเดินผ่านมาเห็นคมน์ ก็กรี๊ดกร๊าดรุมเข้ามาขอเซลฟี่ ป้องปกเลยเดินเลี่ยงไป

เพราะซุ่ยนัดกับรังสิตไว้ เธอสั่งโรสว่าจัดการเอกสารเสร็จให้กลับได้เลย เก็บเอกสารใส่ตู้ล็อกให้ดีเพราะเป็นเอกสารสำคัญมาก พอซุ่ยจะออกไปชฎาก็สวนเข้ามาถามว่ารีบร้อนจะไปไหน ซุ่ยบอกว่าธุระส่วนตัว งานวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว

ชฎาเอาแชมปลิ้งของโรลออนแบบต่างๆของเฟลอร์ออกมาบอกว่าโปรเจกต์ของเราอีกสิบนาทีประชุมด่วน ซุ่ยบอกว่าน้ำหวานรับงานนี้ไปแล้ว แต่ต้องตกใจเมื่อชฎาบอกว่าตนไปขอโปรเจกต์คืนจากน้ำหวานแล้ว

กระทบถึงรังสิตที่รอซุ่ยอยู่ที่รถ พอรู้ว่าซุ่ยติดประชุมด่วนเขาบอกว่าดึกแค่ไหนก็จะรอ

น้ำหวานไม่พอใจที่ถูกชฎาเรียกโปรเจกต์โรลออนคืนพอดี เห็นโรสกำลังจัดเอกสารอยู่จึงเข้าไปทำทีพูดดีว่าตนกำลังจะพัฒนากลิ่นใหม่ของลิปมันเฟลอร์ อยากให้โรสช่วยดมทุกกลิ่นแล้วบอกว่ารู้สึกยังไง เดี๋ยวตนจะนั่งจด

น้ำหวานเหลือบดูเอกสารที่โรสจัดค้างอยู่เห็นแฟ้มเกี่ยวกับโลชั่นเฟลอร์ก็แอบหยิบมา โรสในร่างซุ่ยดมครู่เดียวก็เริ่มมึน ยิ่งดมก็ยิ่งมึน อยู่ๆโรสเห็นซุ่ย

ออกจากห้องประชุมก็จะเดินไปหา น้ำหวานรีบคว้าซุ่ยไปกอดบอกว่าอย่าบอกโรสว่าตนอยู่นี่

ซุ่ยในร่างโรสเข้ามาดุซุ่ยว่าทำไมยังไม่กลับ พลันก็ได้รับไลน์จากรังสิต ซุ่ยจึงรีบออกไป พอเห็นซุ่ยออกไปน้ำหวานก็รีบออกไปแต่ไม่ได้หยิบถาดเครื่องมือเทสต์ไปด้วย โรสจะเอาเอกสารไปเก็บเผลอทำถาดเครื่องมือเทสต์ล้ม ทุกอย่างในถาดคว่ำหมด ไฟกระเด็นไปติดพรม ซุ่ยยังเบลอๆอยู่ พอเห็นไฟไหม้ก็พยายามเรียกแก๊งเมาท์ที่กำลังจะกลับให้มาช่วยดับไฟ แต่ไม่มีใครได้ยินแล้ว

โรสก็หมดสติไป ขณะที่ไฟลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

ชฎาได้กลิ่นไฟไหม้ตามกลิ่นจนเจอ รีบเข้ามาตะโกนให้เก็บเอกสาร ในขณะที่อีกด้านหนึ่งน้ำหวานดูเอกสารที่ขโมยมาพึมพำอย่างสะใจว่า “ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายอาวุโสเป็นของของฉันไม่ใช่ยัยโรส!!”

ป้องปกเห็นซุ่ยในร่างโรสไปพบและอี๋อ๋อกับรังสิตก็ต่อว่าโรสว่าใช้ซุ่ยทำงานจนดึกทั้งที่ซุ่ยไม่สบาย ทันใดนั้นสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้น ยามตะโกนบอกว่าไฟไหม้ที่ชั้นทำงานของโรส ป้องปกนึกถึงซุ่ยทันที ซุ่ยในร่างโรสเป็นห่วงร่างของตัวเองรีบวิ่งไป รังสิตบอกให้รอที่นี่อย่าไป ป้องปกกับซุ่ยวิ่งไปถึงพร้อมกัน ป้องปกพุ่งเข้าไปช่วยซุ่ย

“ซุ่ย...เธออย่าเป็นอะไรนะ ถึงชีวิตไอ้ซุ่ยมันจะห่วย แต่...แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นตัวเองตาย...ไม่อยากไปงานศพตัวเอง แล้วก็ไม่อยากให้แม่กับม่าเสียใจด้วย เฮียป้องอีกคน” ซุ่ยในร่างโรสเป็นห่วงร่างตัวเอง

ทันใดนั้นมีเสียงโครมเหมือนอะไรล้มลงมา ซุ่ยตกใจวิ่งเข้าไป เห็นป้องปกประคองโรสออกมามีรังสิตประคองป้องปกต่อทีหนึ่ง ซุ่ยในร่างโรสพุ่งเข้าไปถามอย่างตระหนกว่า “ซุ่ยไม่เป็นอะไรใช่ไหม...ใช่ไหม!!”

“ยัยข้าวผัดปลอดภัยดี” รังสิตบอกแล้วผละมาประคองโรสในร่างซุ่ย “บอกแล้วไงว่าให้รอผม ดื้อตลอดเลยนะโรส”

ooooooo

ป้องปกพาโรสกลับถึงบ้าน ทั้งแม่และม่าต่างห่วงใย แต่โรสบอกว่าตนไม่เป็นอะไร ตอนนั้นคงเพราะดมน้ำมันหอมระเหยมากไป ก็เลยวิงเวียนกะทันหัน ตอนนี้แข็งแรงดีแล้ว

“เอ่อ...ผมว่าเราพาซุ่ยไปพักก่อนดีกว่านะครับ ซุ่ยคืนนี้นอนให้เต็มที่นะไม่ต้องกังวลเรื่องงาน ถ้ายังหาไม่ได้ ช่วยเฮียทำสวนดอกไม้ไปก่อนก็ได้”

“ไม่เป็นไรค่ะเฮียป้อง ซุ่ยจะทำงานที่เฟลอร์ต่อ คุณโรสไม่ได้คิดร้ายกับซุ่ยหรอกค่ะ เฮียไม่ต้องเป็นห่วง” ป้องปกจะแย้งแต่ซุ่ยขอไปพักเพราะเหนื่อยมาก...

คืนนี้...ที่คอนโดโรส รังสิตดูแลโรสอย่างหลงใหลรักใคร่ กอดโรสรำพันถึงความรักและยอมคบกันลับๆ ตามที่โรสต้องการจนกว่าโรสพร้อมที่จะเปิดเผย

ส่วนป้องปกก็พูดปลอบใจซุ่ย ติติงว่าทำไมดื้อนัก รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอคนเดียว

แต่ทั้งซุ่ยและโรสต่างหลับไปแล้ว โดยที่ผู้ชายทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า...ผู้หญิงที่ตัวเองกอดและปลอบนั้น ถูกตัวแต่ผิดคน!

ooooooo

ซุ่ยนอนกับรังสิตทั้งคืนแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอตีห้าชฎาก็โทร.มาบอกว่ามีเรื่องประชุมด่วน ซุ่ยรีบออกไปพบที่ร้านกาแฟโดยไม่รอรังสิต

ที่แท้ชฎาเรียกซุ่ยในร่างโรสไปเตือนว่า รู้ไหมว่าเครดิตของเธอกำลังเสื่อมเพราะรับซุ่ยไว้ทำงาน และเตือนว่าอย่าไว้ใจน้ำหวานเพราะยายนี่เป็นเพื่อนหักเหลี่ยมโหด แข่งความสวย แข่งความเก่ง แข่งทุกอย่างกับโรส

ซุ่ยในร่างโรสฟังแล้วอึ้ง เมื่อกลับมาที่ออฟฟิศ ซุ่ยเห็นป้องปกมาส่งโรสก็เดินเข้าไปเตือนโรสในร่างของตนว่า

“อย่าให้ผู้ชายที่ไม่เกี่ยวอะไร ญาติก็ไม่ใช่ มาคอยบงการชีวิตสิซุ่ย” โรสในร่างซุ่ยมองป้องปกอย่างระแวงบอกให้กลับไปได้แล้ว โรสเข้าไปบอกให้ซุ่ยไปหาตนที่ห้องด้วย ป้องปกจึงบอกโรสในร่างซุ่ยว่าเย็นจะมารับ โรสเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ก็พอดีรังสิตไลน์มาบอกโรสว่า

“ผมให้โรสแก้ตัวนะ กลางวันนี้ เรากินข้าวกันที่ร้านเดิมของเรา ถ้าเบี้ยว ก็แปลว่าโรสไม่รักรังสิต”

ซุ่ยดีใจมาก แล้วก็สะดุ้งเมื่อนึกได้ว่าไม่รู้ว่า “ร้านเดิม” ที่ว่าคือร้านไหน เพราะไม่เคยไป

เมื่อเดินต่อไปซุ่ยเห็นรังสิตยืนคุยกับน้ำหวานอยู่ด้วยท่าทางสนิทสนม ซุ่ยนึกถึงคำเตือนของชฎาทันที โกรธจนนึกเห็นตัวเองเข้าไปกระชากผมน้ำหวานตวาด

“แข่งทุกอย่างจริงๆด้วย” น้ำหวานร้องกรี๊ดถามว่าโรสทำอะไรน่ะ “เลื่อยขาเก้าอี้ฉันไม่พอใช่ไหม ยังจะหักขาเตียงคนอื่นอีก งานของฉัน คุณรังสิตของฉัน อย่ามาแหยม เข้าใจ??” โรสตบน้ำหวานหลายทีอย่างแค้นใจ

พลันก็ได้ยินเสียงชฎาร้องเรียกถามว่าเป็นอะไรยืนนิ่งเชียว โรสสะดุ้งจากภวังค์ตอบอึกอักว่าเคารพธงชาติ บอกว่าเพลงจบพอดีชวนชฎาไปทำงานกันเถอะ ชฎาเดินไปงงๆ ส่วนรังสิตกับน้ำหวานมองตามโรสไปอย่างไม่สบายใจ

เมื่อไปถึงห้องทำงาน โรสในร่างซุ่ยเรียกซุ่ยในร่างโรสไปเลียบเคียงถามเรื่องร้านอาหาร “ร้านเดิม” เผื่อโรสจะจำได้ โรสตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะไม่เป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ ซุ่ยจึงบอกให้เล่าเหตุการณ์ตอนเกิดไฟไหม้ เมื่อโรสเล่าให้ฟัง ซุ่ยหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อน้ำหวาน โรสเล่าซื่อๆว่า

“ค่ะ...คุณน้ำหวานเอามาใช้ให้ซุ่ยดมค่ะ...”

ขณะโรสเดินออกไป เจอน้ำหวานสวนมา น้ำหวานถามว่ามาหารังสิตหรือ รังสิตไปดูงานวันนี้คงไม่เข้าออฟฟิศแล้ว

“ขอบใจจ้ะที่บอก แต่ก็ไม่ได้ถามนะ” โรสหน้าตึงเห็นน้ำหวานอึ้ง โรสพูดต่ออีกว่า “เธอเริ่มก่อนนะโรส...”

ooooooo

คมน์พยายามที่จะหาสาวสวยในวงการมาแนะนำให้ป้องปก เขาพาเฟิร์นมาให้ป้องปกแนะนำต้นไม้ที่เหมาะกับคอนโด และให้ไปปลูกให้

แม่กับม่ารู้แกวพูดกันว่าคมน์จับคู่ให้ป้องปกอีกแล้ว แต่ก็เห็นว่าเหมาะกันดี เพราะยังไงซุ่ยก็ทำตัวเป็นขมิ้นกับปูนกับป้องปกอยู่แล้ว แม่บอกว่า

“พวกเราอยากให้พ่อป้องมีความสุขเหมือนกัน ถ้าพ่อป้องได้เจอคนดีๆ เราก็ดีใจด้วย” แต่แอบบ่น “เสียดายแทนยายซุ่ย มีทองอยู่ใกล้ตัวแท้ๆกลับไม่สนใจ เอาเถอะ ใครเคยทำบุญร่วมกันมาสุดท้ายเขาก็ต้องได้กัน”

คมน์แปลกใจที่ครอบครัวซุ่ยเชียร์ป้องปกไปคบกับผู้หญิงอื่น

แต่ที่แท้ป้องปกไม่ได้ว่อกแว่กเลย เขาดูแลเฟิร์นแบบพ่อค้าที่ดีเท่านั้น

ซุ่ยนัดกินข้าวกับรังสิตแต่ไปช้าเพราะไม่รู้ว่า “ร้านเดิม” อยู่ตรงไหน รังสิตรอนานจนสั่งพนักงานมาเช็กบิล ซุ่ยจึงกระหืดกระหอบมาถึง รังสิตบอกว่าตนจะกลับพอดีเพราะมีนัดต่อ ซุ่ยถามว่านัดกับใคร พอรังสิตบอกว่า นัดกับน้ำหวานเพราะคุยกันค้างไว้ ซุ่ยไม่ยอมให้ไป เผลอพูดเสียงดัง เบลลา ยาย่าและสมบูรณ์ที่มาร้านเดียวกันได้ยินจำได้ว่าเป็นเสียงซุ่ยต่างมองหา ตามหา ทั้งซุ่ยและรังสิตหลบจนหาไม่เจอ สมบูรณ์บ่นว่าเราหูฝาดตาฝาดอุปทานไปเองมากกว่า ทั้งสองเลยรอดตัว

ตกเย็น เมื่อเลิกงานพนักงานทยอยกันกลับแล้ว รังสิตแอบดักซุ่ยแถวห้องน้ำรวบซุ่ยไปกอด โรสเห็นพอดี ซุ่ยเรียกไปขู่ว่าถ้าปากโป้งจะถูกไล่ออก ป้องปกมารับ

โรสเห็นซุ่ยดึงโรสไปขู่ก็เข้าไปดึงโรสออกมา ถูกซุ่ยในร่างโรสด่าว่าไม่มีมารยาท ป้องปกให้โรสไปรอที่รถตัวเองยืนโต้เถียงอย่างไม่เกรงใจที่โรสใช้งานซุ่ยหนัก ซุ่ยลืมไปว่าตัวเองอยู่ในร่างโรส โต้เถียงกับป้องปกอย่างเผ็ดร้อนจนป้องปกบอกว่าสมเพชบริษัทที่รับคนตรรกะป่วยอย่างเธอเข้าทำงาน แล้วออกไปเลย

โรสมาเจอเฟิร์นที่รถของป้องปก เฟิร์นเห็นโรสหน้าซีดมากจึงเอายาดมให้และพาเข้าไปนั่งรอในรถ ป้องปกกลับมาขอโทษเฟิร์นที่ต้องพาโรสกลับบ้านก่อนทั้งที่ยังไม่ได้ไปปลูกต้นไม้ให้ที่คอนโด

ตลอดทางกลับบ้านป้องปกแสดงความห่วงใยโรสในร่างซุ่ยอย่างมากจนเหมือนไม่มีเฟิร์นมาด้วย เมื่อมาถึงบ้านคมน์แปลกใจว่าทำไมซุ่ยมาด้วย ถามเฟิร์นว่าเป็นไปได้ยังไง เฟิร์นบอกตามตรงว่าแผนของคมน์คงไม่เวิร์กหรอก เมื่อคมน์คุยกับป้องปก เขาบอกคมน์ว่ากับซุ่ยตนไม่เคยเป็นอะไรกันอยู่แล้ว ขอร้องเพื่อนไม่ต้องพาใครมาอีกแล้วนะ

รังสิตนัดกับซุ่ยไปเที่ยวหัวหินกัน ซุ่ยตื่นเต้นมากกลับมาคอนโดก็เปิดดูเสื้อผ้าและชุดว่ายน้ำของโรส เอามาทาบกับตัวคิดจะถ่ายรูปให้รังสิตดูแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเอาไว้ให้เขาเซอร์ไพรส์ดีกว่า นอนคิดเคลิ้มจินตนาการถึงการเล่นน้ำทะเลกับรังสิตหัวเราะระริกมีความสุขมาก ซุ่ยตื่นเพราะเสียงหัวเราะของตัวเองจึงรู้ว่าที่แท้ตนนอนหลับฝันไป

รุ่งขึ้น ซุ่ยลงมาจะไปหัวหินกับรังสิต ขณะกำลังจะขึ้นรถ สมบูรณ์ขี่มอเตอร์ไซค์บอกว่าชฎาให้เอาตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสมาให้ ซุ่ยโทร.ถามชฎา ชฎาบอกว่าทริปฝรั่งเศสคืนนี้สี่ทุ่มของเรา นัดเจอกันคืนนี้ อย่าทำเป็นลืม

รังสิตถามว่าจะไปฝรั่งเศสหรือ ซุ่ยตอบเอาใจว่าไปหัวหินกับเขาย่อมดีกว่าไปฝรั่งเศสอยู่แล้ว แต่ระหว่างนั่งรถไปซุ่ยก็คิดวนเวียนแต่เรื่องไปฝรั่งเศส รังสิตบอกว่าเธอไม่ไปน้ำหวานก็ไปแทนอยู่แล้ว ทำให้ซุ่ยยิ่งอยากไปฝรั่งเศส พอถึงปั๊มน้ำมันก็บอกรังสิตว่าตนอยากเข้าห้องน้ำ พอจอดรถเธอขอให้เขาไปซื้อกาแฟให้ รังสิตกลับมาเห็นซุ่ยนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตะบึงกลับไปแล้ว

ซุ่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าเปลี่ยนกระเป๋าไปถึงสนามบินเจอรังสิตรออยู่แล้ว ชฎาถามว่านัดรังสิตมาหรือ ซุ่ยบอกว่า เจอกันโดยบังเอิญ รังสิตแอบกระซิบซุ่ยว่า “อย่าไปนะ” แต่ซุ่ยก็ลากกระเป๋าเดินเชิดไปแล้ว

ไปถึงฝรั่งเศส ซุ่ยตื่นเต้นมากกะว่าจะไปเที่ยวนั่นนี่โน่นให้สมใจหายอยาก แต่พอไปถึงชฎาก็เรียกประชุม...ประชุม...และประชุม จนซุ่ยเซ็ง พอประชุมนัดสุดท้ายเสร็จ ชฎาบอกซุ่ยเตรียมเดินทางกลับ ซุ่ยเก็บกระเป๋ากลับ เซ็งจนพูดไม่ออก

กลับถึงกรุงเทพฯ ซุ่ยรีบโทร.หารังสิต เขาไม่รับสายซุ่ยนึกว่าเขางอน คิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจเลยโทร.ไปที่บ้าน แม่รับสาย

ซุ่ยได้ยินเสียงหลิวดังเข้ามาในโทรศัพท์ว่า

“เจ๊ซุ่ย...นี่แน่ะ...นี่แน่ะ ม่ามาช่วยกันรุมเจ๊ซุ่ยกับเฮียป้องเร็ว”

เสียงม่าบอกว่าน้ำหมด ป้องปกบอกว่าเดี๋ยวตนเติมให้ ทุกคนเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน ซุ่ยถือโทรศัพท์ค้าง ฟังแล้วพูดไม่ออก แม่เห็นเงียบไปนึกว่าสายหลุดจึงวางสาย

“ทำไมทุกคนถึงสนุกกันจัง” ซุ่ยพึมพำเศร้าๆ

บุษบาเร่ฝัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด