ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสฝึกงานเสิร์ฟด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล รเมศก็ให้คนจับตามองตลอด ระแวงว่าอดีตนางแบบจะหาเรื่องใส่ตัวกลับไปติดต่อพวกกิตติชัยอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็ได้เบาะแสเพิ่มเติมจากราม สามีของขนิษฐาและหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวของสีหนาทเรื่องถนอมอาจเป็นหนอนบ่อนไส้ในหมู่บ้านปลายดอย

พิมพ์ลภัสไม่รับรู้ความเป็นห่วงของรเมศ ตั้งหน้าตั้งตา ประชดประชันพัชรี ไม่ยอมทำตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ดีสักที หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟสาวใหญ่เลยดัดนิสัยด้วยการให้ไปเป็นผู้ช่วยพนักงานเสิร์ฟ

“เธอต้องทำหน้าที่คอยรับจานอาหารจากเชฟแล้วเอาไปวางเคาน์เตอร์ พนักงานคนอื่นจะได้ยกไปเสิร์ฟแขก ฉันจะถือว่านี่เป็นการฝึกก่อนลงสนามจริง เธอกะน้ำหนักจานได้เมื่อไหร่ ฉันถึงจะให้ไปเสิร์ฟ”

เหล่าพนักงานเสิร์ฟและเชฟทำอาหารไม่ชอบใจนักแต่ก็ขัดคำสั่งพัชรีไม่ได้ พิมพ์ลภัสก็เช่นเดียวกัน เดินกระแทกปึงปังตามประสาคนเอาแต่ใจจนทุกคนเอือมระอา และเมื่อบวรทัตซึ่งได้รับคำสั่งจากรเมศให้มาสั่งมื้อค่ำไปกินบนห้องพักมาถึง พัชรีก็ไม่รอช้าจะรายงานความประพฤติของพิมพ์ลภัส

“เอาตรงๆก็แย่ค่ะ ทำอะไรไม่เป็น ปากเก่ง สอนอะไรก็เถียง มือไม้ก็หนักมาก แค่วางจานเบาๆยังทำไม่ได้”

บวรทัตหันไปมองพิมพ์ลภัสที่ทำงานแบบขอไปทีอย่างหนักใจ แต่รเมศที่รอรายงานด้วยใจจดจ่อกลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ยืนยันและยืนกรานให้พิมพ์ลภัสฝึกงานในห้องอาหารจารวีตามเดิม

“ตามที่ผมเห็นแล้วก็สอบถามคุณพัชรีมา คุณพิมพ์ลภัสไม่ได้เรื่องเลยครับ ไม่มีใจอยากจะทำเลย หน้าบึ้ง เสียงแข็ง พูดห้วน ใครสอนก็เถียงทุกคำ ต่อต้านสุดฤทธิ์ คุณพัชรีให้ลองวางจานเบาๆ ไม่กระแทกกระทั้น กว่าจะทำได้ก็เล่นเอาหมดแรง บอกตามตรงนะครับ ผมเห็นแล้วไม่มั่นใจว่าคุณพิมพ์ลภัสจะทำงานนี้รอด”

“ยังไงก็ต้องทำให้ได้ ชีวิตที่นี่จะเป็นบทเรียนที่ดีให้พิมพ์ หากเขาผ่านได้ ผมเชื่อว่าพิมพ์จะได้รับรางวัลที่คุ้มค่า”

“คุณเมศก็หวังว่าตัวเองจะได้รับรางวัลนั้นเหมือนกันใช่ไหมครับ...”

แต่กว่าจะถึงวันที่รางวัลใหญ่มาถึง เหล่าพนักงานก็ต้องป่วนเพราะฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัสไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะกานดาเพื่อนสาวร่วมห้องที่ต้องปวดประสาททุกเรื่อง อย่างเช่นเช้าวันนี้ที่เธอตื่นมาพบว่าพัดลมถูกขโมย!

พิมพ์ลภัสนั่นเองหัวขโมยพัดลมเพราะร้อนจนนอนไม่หลับ แต่นิสัยเสียก็ทำให้แถหน้าด้านๆ

“ฉันขโมยที่ไหน พัดลมเธอก็ยังอยู่นี่”

“แต่มันไปอยู่ที่เตียงเธอแทน แบบนี้ไม่เรียกขโมยแล้วจะเรียกอะไร”

“เรียกว่ายืม ฉันแค่ยืมลมมาใช้หน่อยเดียว เธอหลับไปแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”

“ทำไมจะไม่จำเป็น ฉันก็ร้อนเหมือนกัน”

“ร้อนก็มาเอาคืนไปสิ เธอไม่ลุกมาเอาเองแล้วมาโวยวายทำไม คนยิ่งง่วงๆอยู่”

พูดจบก็คลุมโปงนอนต่อ ทิ้งกานดาให้มองด้วยความแค้นใจ ยกพัดลมมาผูกโซ่ไว้กับเตียงตัวเองแล้วผละไปอาบน้ำ พิมพ์ลภัสตื่นเพราะความร้อน เมื่อเห็นผลงานของเพื่อนสาวร่วมห้องก็ยิ้มร้ายและย้ายที่นอนหน้าตาเฉย!

ooooooo

มาธวีไม่ละความพยายามจะตามหาตัวพิมพ์ลภัส และโอกาสก็มาถึงเมื่อเธอเจอยศพลที่เพิ่งหนีมาจากเชียงรายกำลังคุยกับกิตติชัยและอรอุษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง

“คนที่พลาดมันคือพิมพ์ไม่ใช่ผม ผมเสียค่าไปเฝ้าพิมพ์ตั้งเป็นแสน คุณต้องรับผิดชอบ” ยศพลประกาศกร้าว

“ของคุณแค่แสนเดียว แต่ผมน่ะตั้งห้าแสน แถมยังไม่ได้อะไรเลย” กิตติชัยตอกแบบไม่ยี่หระ

“คุณจะมาปัดความรับผิดชอบง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นผมไม่ยอมแน่”

“อยากจะโดนแฉกันหมดนี่ก็เอาสิ คุณหญิงแม่ของนายคงได้เดินเอาปี๊บคลุมหัวแน่ที่มีลูกชายเป็นหนี้พนันจนต้องยอมสมรู้ร่วมคิดเป็นขโมย”

คำขู่ของกิตติชัยทำให้ยศพลเริ่มหงอ กลัวถูกแฉจนฉาวกันทั้งแม่ทั้งลูก มาธวีไม่ได้ยินบทสนทนาแต่ก็ไม่รอช้า ตัดสินใจปรากฏตัวเพื่อดูปฏิกิริยาของยศพล แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่ออดีตแฟนหนุ่มของพิมพ์ลภัสมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด!

มาธวีมั่นใจว่ายศพล กิตติชัยและอรอุษาต้องปิดบังบางอย่างเกี่ยวกับพิมพ์ลภัส และท่าทางสงสัยใคร่รู้ของเธอก็ทำให้กิตติชัยกับอรอุษาเสียวสันหลังวาบ กลัวถูกตามสืบเรื่องแผนขโมยของรเมศ โดยเฉพาะกิตติชัย ประสาทเสียมาก ต่างจากอรอุษาที่คิดว่ามาธวีคงแค่อยากรู้เรื่องพิมพ์ลภัสเพื่อหาเรื่องมากกว่า

พิมพ์ลภัสไม่ได้คิดถึงมาธวีแม้แต่น้อย เพราะศัตรูของเธอเวลานี้คือความยากลำบาก เพราะต้องเป็นพนักงานเสิร์ฟของห้องอาหารโรงแรมจารวีที่ทั้งเหนื่อยและขัดใจ จากชีวิตนางแบบขาวีนคนดังกลายเป็นพนักงานใช้แรงงานที่ไม่มีแม้แต่น้ำแร่ให้ดื่มเหมือนเคย แถมบทเรียนเรื่องงานเสิร์ฟยังทำให้เธอแทบบ้า

แต่ที่ทำให้เธอคลั่งมากที่สุดคือกฎระเบียบเข้มงวดของโรงแรม ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม และเวลาเข้าออกงาน อดีตนางแบบที่มาสายเสมอเกือบจะถูกเชิญออกตั้งแต่วันแรกๆที่มาทำงานเพราะมาสายถึงสิบนาที

พัชรียืนคอยอยู่แล้ว หน่ายใจกับอาการอวดเก่งและท่าทางดูถูกงานเสิร์ฟของพิมพ์ลภัสเหลือเกิน

“งานเสิร์ฟอาหารไม่ใช่แค่ยกจานวางแล้วจบนะ ฉันสอนเธอไปเมื่อวานแล้วนี่ เธอต้องรู้ขอบเขตที่เธอรับผิดชอบ ต้องรู้เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เมนูนี้เป็นยังไง ทำมาจากอะไร รสชาติเป็นยังไง รวมถึงต้องรู้โปรโมชั่นที่จัดแตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วย เผื่อลูกค้าถาม เธอต้องตอบและแนะนำเขาได้”

“นี่ฉันต้องนั่งท่องเมนู สูตรอาหาร โปรโมชั่นรายวันด้วยเหรอคะ”

“บางอย่างตอบไม่ได้จริงๆก็ถามจากเชฟได้ แต่จะให้ดี เธอควรมีข้อมูลพื้นฐานและศึกษาเพิ่มเพื่อพัฒนาตัวเอง”

“โอ๊ย...ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ฉันอยากตาย!”

“เธอตายสมใจแล้วล่ะ ยินดีต้อนรับสู่นรกนะพิมพ์ลภัส!”

งานเสิร์ฟคงเป็นนรกสำหรับพิมพ์ลภัสจริงๆ เพราะตั้งแต่เริ่มงานอดีตนางแบบก็ก่อปัญหาไม่หยุด ตั้งแต่เรื่องโซนทำงาน หน้าตาและท่าทางไม่รับแขก แถมชุดฟอร์มที่เป็นกระโปรงยาวแคบก็ทำให้เธอเกือบหน้าคะมำ!

เหล่าพนักงานลุ้นกันแทบแย่ แต่คงไม่เท่าพัชรีที่อดรนทนไม่ไหวต้องเรียกพิมพ์ลภัสมาตักเตือน

“ลูกค้าจะสั่งอะไรมันก็เรื่องของเขา เธอมีหน้าที่บริการ และต้องบริการด้วยท่าทางสุภาพ ต้องพูดจาไพเราะ เสียงไม่ห้วน มีคำลงท้ายเสมอ ต้องยิ้มแย้ม อดทน ห้ามทำหน้าหงิก”

“โอเคๆ ฉันไม่เคยทำ จะให้เก่งตั้งแต่แรกได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอเก่ง ฉันแค่อยากให้เธอตั้งใจให้มากกว่านี้ แล้วก็จำไว้ด้วยว่างานบริการทุกที่มีกฎว่า ลูกค้าคือพระราชา เธอต้องปฏิบัติต่อลูกค้าให้ดีที่สุด...เข้าใจไหม”

“ฉันจะพยายามแล้วกัน!”

ooooooo

แม้จะรับปากพัชรีว่าจะพยายามมากขึ้น แต่พิมพ์ลภัสก็อดทนได้ไม่นาน เกือบจะปรี๊ดแตกอีกรอบเมื่อถูกลูกค้าจำหน้าได้และขอถ่ายภาพคู่ เรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมาทำให้อดีตนางแบบเครียดจัด ตั้งท่าจะแหวใส่ลูกค้าจนกานดาต้องลากตัวไปสงบอารมณ์และเตือนสติ ไม่ให้ก่อเรื่องจนเดือดร้อนกันทั้งห้องอาหาร

แต่นอกจากไม่สำนึก พิมพ์ลภัสยังสร้างเรื่องใหม่ เมื่อเธอถูกลูกค้าขอให้แนะนำเมนูของหวาน อดีตนางแบบพยายามท่องจำคำสอนและคำเตือนของพัชรีและกานดา แต่ความเลือกมากของลูกค้าก็ทำให้เธอสติแตก

“ฉันไม่ชอบกินผลไม้ มีพวกไอศกรีมไหม ไอศกรีมกะทิใส่เครื่องเยอะๆ”

“ฉันว่า...คุณกินผลไม้ดีกว่านะ ไอศกรีมกะทิคอเลสเทอรอลสูงจะตาย แล้วเมื่อกี้คุณก็เพิ่งกินผัดไทยไปด้วย รู้ไหมว่ามันห้าร้อยแปดสิบกิโลแคลอรีเลยนะ จริงๆหุ่นแบบคุณยังไม่ถือว่าอ้วนมาก แต่ถ้าคุณยังตามใจปากแบบนี้ คุณได้อ้วนลงพุงแน่ แถมโรคอื่นๆจะตามมาอีกนะคะ ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ถ้าคุณอยากอายุยืนแล้วก็มีสุขภาพแข็งแรงล่ะก็...เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตอนนี้ดีกว่า”

ลูกค้าถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดัง ขอเขียนร้องเรียนเรื่องพนักงานเสิร์ฟสาวที่บังอาจวิจารณ์รูปร่างของเธอแล้วปึงปังออกจากห้องอาหาร พัชรีหัวเสียมากและไม่รอช้าจะเรียกตัวการมาตำหนิ

พิมพ์ลภัสเดินมาหาตามคำสั่ง ไม่สะทกสะท้านกับการกระทำของตนแม้แต่น้อย

“ลูกค้าด่าเต็มๆ เขาบอกเธอบริการแย่ไม่พอ ยังวิจารณ์หยาบๆคายๆ แล้วยังแช่งเขาอีกว่าจะเป็นโรคโน่นนี่นั่น ฉันจะบ้าตาย ที่ฉันปากเปียกปากแฉะสอนไม่เข้าหัวเธอเลยใช่ไหมพิมพ์ลภัส”

“ฉันทำตามที่คุณสอนทุกอย่าง! คุณบอกให้ปฏิบัติกับลูกค้าอย่างพระราชา ฉัน...ในฐานะข้าทาสที่ดีก็ต้องเตือนไม่ให้เขากินของหวานที่จะทำให้เขายิ่งอ้วน สุขภาพยิ่งแย่จนอาจจะตายก่อนวัยอันควร ฉันหวังดี เตือนด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ มาหาว่าฉันแช่งอีก ลูกค้าอะไรไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ!”

อาการเถียงคำไม่ตกฟากของพิมพ์ลภัสทำให้พัชรีกุมขมับ ต้องระงับอารมณ์อย่างมากก่อนจะโพล่งออกไป

“พิมพ์ลภัส...เธอไม่ใช่หมอหรือคนดูแลสุขภาพ เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟ มีหน้าที่แค่บริการลูกค้าให้ดีที่สุด ไม่ใช่ไปทำปากดีสอนเขาอย่างนั้น แนะนำเขาอย่างนี้ ต่อไปก็ปิดปากให้สนิท ทำงานไปเงียบๆ อย่าให้มีลูกค้าร้องเรียนมาอีก เข้าใจแล้วก็กลับไปทำงานต่อ”

พิมพ์ลภัสสะบัดหน้าไปทำงานต่อ แต่ก็มีเสียงบ่นจากลูกค้าและพนักงานไม่หยุดหย่อน จนพัชรีทนไม่ไหว แจ้นไปฟ้องรเมศในเวลาต่อมา พร้อมกับยื่นจดหมายร้องเรียนของลูกค้าที่มีต่อพิมพ์ลภัสเป็นหลักฐาน

“อ่านดูเถอะค่ะ...ต่อว่าเรื่องกิริยามารยาททั้งนั้น พูดจาห้วน หน้าตาไม่รับแขก กระแทกจาน ทำอาหารหก ตำหนิลูกค้าว่าอ้วนไม่ควรกินไอศกรีม ยังไม่นับเรื่องในครัวที่ทำจานแตก จำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไม่ได้ แถมยังมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานด้วยนะคะ ตอนนี้พนักงานในกะบ่นกันระงมว่าทิปรวมที่เคยได้หายไปเป็นร้อยๆ”

รเมศถอนใจยาว หยิบจดหมายร้องเรียนมาอ่านแล้วตัดสินใจยืนยันคำสั่งเดิม

“ผมว่าเราค่อยๆแก้ปัญหากันดีกว่า เรื่องข้าวของที่เสียหายก็บันทึกไว้แล้วหักจากค่าแรง ส่วนทิปรวม...ถ้าลูกค้าโต๊ะที่เขาดูแลอยู่ไม่ให้ทิป คุณก็ไม่ต้องแบ่งทิปให้เขา”

“หมายความว่าดิฉันต้องดูแลพิมพ์ลภัสต่อเหรอคะ”

“เปลี่ยนแผนกไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ไหนๆก็เริ่มที่จารวี สู้อดทนสอนงานต่อสักพัก พิมพ์ลภัสคงปรับตัวได้”

“ดิฉันกลัวว่าวันนั้นจะไม่มาถึงน่ะสิคะ”

“หนึ่งอาทิตย์ครับ...ถ้าพิมพ์ลภัสยังไม่ปรับตัวให้ดีขึ้น ผมจะให้คุณนงนุชส่งเขาไปทำงานส่วนอื่น ทำความสะอาดห้องหรือส่งไปช่วยในห้องซักรีดก็ได้ คงไม่นานหรอกครับที่พิมพ์ลภัสจะใช้หนี้โรงแรมหมด”

คำสั่งของรเมศถือเป็นคำขาด พัชรีขัดไม่ได้ต้องยอม บวรทัตยืนฟังเงียบๆ กลั้นยิ้มแทบแย่จนหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟสาวใหญ่ออกจากห้อง จึงหันมาแซวเจ้านายหนุ่มที่ดูจะเข้าข้างพิมพ์ลภัสเหลือเกิน

“คุณเมศคงไม่ต้องให้ผมจับตาดูคุณพิมพ์ลภัสบ่อยๆแล้ว ดูท่าห้องอาหารจารวีคงมีเรื่องรายงานรเมศ ทุกวันแน่”

ooooooo

เรื่องของพิมพ์ลภัสก่อกวนหัวใจรเมศไม่หยุดหย่อน ทั้งรักทั้งโกรธจนไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองเช่นไร แต่เรื่องกวนใจของรเมศคงไม่น่าเวียนหัวเท่าเรื่องของยศพลที่ติดหนี้พนันบอลจนเยาวลักษณ์คุณหญิงแม่ปวดขมับ และเพื่อแก้เกม เยาวลักษณ์คุณหญิงคนดังที่จมไม่ลงเลยคิดแผนให้ลูกชายคนเดียวจับมาธวี!

มาธวีรู้ทันยศพลแต่ตีมึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยอมให้อดีตแฟนหนุ่มของอดีตลูกเลี้ยงสาวเข้ามาวุ่นวาย พร้อมกันนั้นก็มุ่งหน้าหาเป้าหมายแท้จริงซึ่งก็คือรเมศเจ้าของโรงแรมจารวีที่เชียงรายนั่นเอง

ระหว่างที่มาธวีรุกหนัก พยายามหาทางใกล้ชิดรเมศ พิมพ์ลภัสก็ต้องรับศึกหนักจากเหล่าเพื่อนพนักงานที่ไม่พอใจจากท่าทางหยิ่งยโสไม่ยอมทำตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ดีสักที

จินตนาเห็นเหตุการณ์ตลอด เข้าใจสถานการณ์ดี เห็นใจอดีตนางแบบแต่ก็อยากให้ได้บทเรียนบ้าง

“เขาคงไม่คิดแกล้งเธอหรอก...ถ้าเธอไม่ไปทำอะไรเขาก่อน”

“ฉันทำอะไร!”

“ทำตัวเป็นภาระคนอื่นไง เธอทำงานแย่ เสิร์ฟพลาด วางจานแรง รินน้ำหก จดออเดอร์ผิด เชฟก็ด่า ลูกค้าก็บ่น ทุกคนต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างสิ่งที่เธอทำ เธอทำให้ทุกคนเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม แถมทำให้ทิปน้อยลงด้วย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนเซ็ง ก่อนจะโยนหน้าที่เสิร์ฟให้อภิชาติที่เสนอตัวช่วย ส่วนตัวเองแอบไปงีบแก้เครียดและเพื่อเอาคืนเหล่าเพื่อนพนักงานในสวนของโรงแรม!

พิมพ์ลภัสคงหลับเพลินไปแล้ว ถ้ารเมศจะไม่ผ่านมาเห็นและจัดการเรียกตัวไปอบรม

“ในเวลางานคุณไม่มีสิทธิ์ออกไปนอกพื้นที่บริการโดยไม่มีเหตุผลอันควร”

“คุณยังไม่ทันฟังเหตุผลฉันเลย รู้ได้ยังไงว่าควรหรือไม่ควร”

“ในเมื่อคุณบอกว่าไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย มันยังมีเหตุผลพอจะให้งีบในเวลางานด้วยเรอะ”

“คุณไม่รู้นี่ว่าฉันเจออะไรมาทั้งวัน ทนเรียนรู้งานตั้งหลายอย่างทั้งที่โดนดูถูกเหยียดหยามสารพัด เฉพาะเดินไปเดินมาเนี่ย...นับรวมกันก็ได้หลายสิบกิโลแล้วนะ กินก็ไม่ค่อยได้กิน จะดึงพลังงานที่ไหนมาใช้นักล่ะ”

“ในเวลางานเชฟเขาก็ทำให้กินฟรีๆได้ไม่อั้น แล้วทำไมไม่กิน”

พิมพ์ลภัสนึกถึงเมนูของเชฟที่ทำให้เหล่าพนักงานแล้วเบ้หน้า รเมศอ่อนใจมาก ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งให้

“ได้! ในเมื่อคุณบอกว่าการเดินไปเดินมาเสิร์ฟอาหารมันทำให้ทุกข์ทรมานขนาดนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปให้พิมพ์ลภัสมายืนตรงเคาน์เตอร์รับจานกลับ ทำงานประสานกับสจ๊วต ไม่ต้องไปเสิร์ฟอีก”

พัชรีที่มารับคำสั่งด้วยถึงกับอึ้ง รู้ดีว่าสิ่งที่รเมศหมายถึงคือให้พิมพ์ลภัสไปเป็นผู้ช่วยสจ๊วตหรือพนักงานล้างจาน แต่อดีตนางแบบคงไม่รู้ คิดว่าเป็นชื่อตำแหน่งใหม่โก้ๆ...

ooooooo

นอกจากเรื่องพิมพ์ลภัสที่ทำให้รเมศปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหาในหมู่บ้านปลายดอยก็ทำให้เขาเป็นกังวล หลังจากรามแจ้งเบาะแสเรื่องถนอมอาจเป็นคนของกิตติชัยที่ส่งมาป่วน เจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ส่งคนจับตามองภายในหมู่บ้านตลอด และวันนี้เขาก็ตัดสินใจมาดูสถานการณ์ด้วยตัวเองพร้อมกับรามและบวรทัต

ขณะที่รามให้ความรู้ชาวบ้านเรื่องบำรุงดินและเอาพันธุ์ผักผลไม้มาแจก รเมศก็สำรวจรอบหมู่บ้านกับบวรทัต พ่ออุ๊ยจรัญผ่านมาเห็นโดยบังเอิญก็เบือนหน้าหนี ระแวงและยังไม่ไว้ใจเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่ทุ่มทุนซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้านหลังเหตุเพลิงไหม้ แถมหอบข้าวของมากมายมาแจก รวมทั้งความรู้การเกษตรมาให้ไม่เคยขาด

รเมศมองตามพ่อเฒ่าพ่อแก่ประจำหมู่บ้านด้วยความเหนื่อยใจแต่ไม่ท้อ ตั้งใจแล้วว่าจะซื้อใจอีกฝ่ายให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าถนอมเห็นเหตุการณ์ตลอดและรีบไปดักหน้าพ่ออุ๊ยจรัญเพื่อใส่ร้ายรเมศ

“ยังไงพ่ออุ๊ยต้องระวังตัวนะ นายทุนหน้าเนื้อใจเสืออย่างมันไม่มีความจริงใจหรอก นี่ก็แกล้งทำดีกับชาวบ้าน แนะนำให้ปลูกนั่นเลี้ยงนี่เพื่อจะผูกขาดให้ส่งโรงแรมตัวเองถูกๆน่ะสิ ตอนนี้มันได้ที่ดิน ได้ใจ อีกหน่อยคงได้ทุกอย่าง”

“เอ็งก็ไปบอกไอ้พวกนั้นสิ มาบอกข้าทำไม ข้ายังไม่ได้ขายที่ให้พวกนั้นสักหน่อย”

“ก็เพราะเหลือพ่ออุ๊ยคนเดียวนี่แหละที่ยังไม่ขาย ฉันเลยเป็นห่วง เชื่อสิ...มันต้องหาทางบีบพ่ออุ๊ยหนักขึ้นแน่ๆ ไม้อ่อนไม่ได้ ต่อไปก็คงไม้แข็ง!”

ถนอมเป่าหูพ่ออุ๊ยจรัญให้เข้าใจผิดรเมศอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ รามที่รู้เรื่องในเวลาต่อมามั่นใจว่าถนอมต้องเป็นสายให้กิตติชัย เป็นห่วงชาวบ้านและพ่ออุ๊ยจรัญจะเสียทีถูกหลอกให้ขายที่ รเมศเลยตัดสินใจจะซื้อที่ดินในหมู่บ้านโดยเร็วที่สุด กิตติชัยจะได้ไม่ทำอันตรายชาวบ้าน...

พิมพ์ลภัสถึงกับหน้าหงายเมื่อรู้ว่าหน้าที่ใหม่ของตนตามคำสั่งรเมศคือผู้ช่วยคนล้างจาน อดีตนางแบบเจ็บใจมาก ตั้งท่าจะดราม่าไม่ยอมทำ เลยถูกพัชรีทั้งปลอบทั้งขู่จนต้องทำแบบเสียไม่ได้

เหล่าพนักงานมองมาอย่างสาแก่ใจ ยกเว้นอภิชาติที่แอบส่งสายตาห่วงใยให้เสมอ จินตนาที่หลงรักเขามานานเห็นเข้าก็อดไม่ได้จะไปแขวะพิมพ์ลภัสที่กำลังจะเป็นบ้ากับเศษอาหารน่ารังเกียจบนจานลูกค้า

“ยี้! เคี้ยวจนเละแล้วยังคายทิ้งไว้ในจานอีก”

“เธอก็เคยเคี้ยวแล้วคายทิ้งไว้เหมือนกัน ฉันจำได้”

“แต่ฉันคายไว้ตรงริมๆแล้วเอาผักมาปิดไว้นะ ไม่ได้ทิ้งโจ๋งครึ่มแบบนี้ซะหน่อย”

“มันก็ดีกว่ากันนิดเดียวเท่านั้นแหละ เป็นไงล่ะ ...ไม่คิดสินะว่าจะมีวันนี้”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้หัวเสียจนพาลไปถึงคนออกคำสั่ง

“ฉันไม่คิดจริงๆว่าจะมีวันนี้ นายรเมศ...ฉันเกลียดนาย!”

ooooooo

ยศพลลำบากใจมากเมื่อถูกเยาวลักษณ์แม่แท้ๆคะยั้นคะยอให้จีบมาธวี แต่กระนั้น...สถานภาพทางการเงินของครอบครัวที่ง่อนแง่นเต็มทีก็ทำให้ต้องบากหน้าไปทำตามคำสั่ง มาธวีรู้ทันและเกือบปฏิเสธแล้ว ถ้าเป็ดกับหนูดีจะไม่เสนอให้ลองเล่นด้วยสักตั้ง เพราะหากพิมพ์ลภัสรู้ว่าอดีตแฟนกับอดีตแม่เลี้ยงมีข่าวกิ๊กกันคงเจ็บแทบกระอัก!

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวจะถูกกลั่นแกล้ง เหนื่อยสายตัวแทบขาดกับหน้าที่ใหม่ที่ต้องยืนจนขาแข็ง กานดาเห็นเพื่อนสาวร่วมห้องสะบัดก้นขึ้นเตียงโดยไม่สนใจเสื้อผ้าใช้แล้วก็อดบ่นไม่ได้ พิมพ์ลภัสรำคาญบอกว่าส่งซักทีหลังแต่ก็ถูกเบรกด้วยกฎของโรงแรมที่ห้ามพนักงานใช้บริการห้องซักรีด แถมค่าซักก็แพงมากจนเธอไม่น่าจ่ายไหว

กานดาสาธยายยาวยืดถึงวิธีการซักเสื้อผ้าของคนอื่นๆ พิมพ์ลภัสฟังแล้วนิ่วหน้า ก่อนจะคิดได้หยิบรองเท้าของดีมียี่ห้อแต่เธอเบื่อแล้วยื่นให้เพื่อนสาวร่วมห้อง แลกกับการช่วยซักผ้าแทนเธอทั้งหมดเป็นเวลาสองเดือน!

เมื่อจินตนารู้เรื่องก็เบิกตาโพลง ไม่อยากจะเชื่อว่ากานดาจะยอมให้พิมพ์ลภัสเอาเปรียบขนาดนี้

“ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกนะกาน จะรับจ้างใครก็รับไป แต่ต้องไม่ใช่ยัยพิมพ์ลภัส มันเสียศักดิ์ศรี แถมรองเท้าบ้าบอนั่นก็ไม่ใช่ของใหม่ซะหน่อย”

พิมพ์ลภัสที่เพิ่งกลับจากโรงอาหารผ่านมาได้ยินพอดี เห็นสองสาวคุยกันสีหน้าจริงจังก็แอบฟัง ทันได้ยินประโยคคำตอบของกานดาที่เชื่อในความดีและความขยันขันแข็งของตัวเอง

“ตราบใดที่ทำงานสุจริต ฉันไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีหรอกนะ เมื่อก่อนฉันรับจ้างสารพัด ตอนเด็กๆ เก็บเศษขยะขายด้วยซ้ำ ไม่มีงานไหนต่ำหรอกนะจิน ถ้าเราทำด้วยใจที่สูง”

ทัศนคติของกานดาทำให้พิมพ์ลภัสอดทึ่งไม่ได้ แต่จินตนากลับมองว่าเพื่อนสาวใจอ่อนเกินไป

“เธอก็คิดซะว่าฉันรับจ้างซักผ้าก็แล้วกัน อย่าไปสนใจว่าคนจ้างเป็นใคร”

“ถ้าเราเกิดมารวย เราคงเลือกทางเดินชีวิตได้ ไม่ต้องมารองมือรองเท้าคนอื่นเขาเนอะ”

“จะรวยจะจนก็เลือกทางเดินชีวิตได้ทั้งนั้นแหละ ดูอย่างพิมพ์ลภัสสิ...เขาเกิดมารวยแล้วไงล่ะ ในที่สุดก็ตกอับมาอยู่เท่ากับเรา เราเกิดมาจนก็จริง แต่วันหนึ่งชีวิตเราจะต้องดีขึ้นถ้าเราใฝ่ดี”

“เธอต้องมีชีวิตดีขึ้นแน่กาน ฉันไม่เคยเห็นใครขยันและอดทนอย่างเธอเลย”

พูดพลางจับมือให้กำลังใจ กานดาส่งยิ้มบางๆให้เพื่อนสาว นึกถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวแล้วฮึดสู้

“ฉันไม่อดทนไม่ขยันไม่ได้หรอก เพราะฉันต้องเป็นหลักให้ที่บ้าน ให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อให้ครอบครัวสบาย ขออย่างเดียว...อย่าขายตัวก็แล้วกัน”

พิมพ์ลภัสสะท้อนใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าคำพูดง่ายๆของกานดาจะเตือนสติให้เธอคิดถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของตัวเอง โดยเฉพาะความเอาแต่ใจและอาการขี้เหวี่ยงของเธอที่ทำให้คนรอบข้างเอือมระอา

ไม่ใช่ว่าพิมพ์ลภัสจะไม่รู้ตัว แต่เพราะเติบโตมาอย่างสุขสบาย อยากได้สิ่งใด ตรัยก็ตะเกียกตะกายหาให้ทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สินเงินทองและชีวิตหรูหรา แต่หลายวันที่ผ่านมานับจากวันพ่อตาย อดีตนางแบบก็ได้เรียนรู้ว่าชีวิตฟุ้งเฟ้อแบบนั้นคงเป็นได้แค่อดีต ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญกับเธอ

คิดได้ดังนั้นพิมพ์ลภัสก็กลับห้อง รื้อกระเป๋าหยิบชุดสวยมาเตรียมไว้ ก่อนจะมอบเป็นของกำนัลให้กานดาที่ช่วยให้เธอตาสว่างและคิดได้ว่าถึงเวลาแล้วต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

ooooooo

กิตติชัยให้คนขนของจากห้องพักของพิมพ์ลภัสในคอนโดและสั่งให้ปล่อยเช่า มั่นใจว่าอดีตนางแบบ คงไม่กลับมาแล้ว แต่กระนั้นก็ไม่นิ่งนอนใจ ส่งถนอมไปสืบทุกโรงพักในเชียงราย รวมถึงในโรงแรมจารวี

พิมพ์ลภัสมัวดีใจจะได้ไปเดินตลาดนัดพร้อมกานดา จินตนาและอภิชาติ ที่อยากตอบแทนเรื่องชุดสวย แต่ก็ถูกพัชรีเรียกตัวไว้ก่อน ถนอมเลยไม่เห็นว่าอดีตนางแบบยังอยู่ในโรงแรมจารวี

ถนอมโทร.รายงานกิตติชัยว่าไม่พบตัวพิมพ์ลภัส คิดว่าอดีตนางแบบดังคงตั้งใจหายตัวหลังจากล้มเหลวเรื่องขโมยของจากรเมศ กิตติชัยโล่งใจมากแต่ก็ยังไม่ไว้ใจสั่งให้ตามดูเรื่อยๆเผื่อเธอโผล่มา

พิมพ์ลภัสไม่รู้เรื่อง กำลังหัวเสียที่ถูกพัชรีสั่งห้ามไม่ให้ไปตลาดนัดกับพวกกานดา

“ใครจะไปรู้ว่าเธอแค่ไปเที่ยวหรือจะหายเข้ากลีบเมฆ คุณรเมศกำชับเด็ดขาดว่าห้ามเธอไปไหนนอกเขตโรงแรม”

“นี่มันลิดรอนสิทธิกันเกินไปแล้วนะคะ ฉันเป็นลูกหนี้นะ ไม่ใช่นักโทษ!”

“ถ้ามีปัญหาจะคุยกับคุณรเมศก็ได้นะ ฉันจะต่อสายให้”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว...เข้าใจคนอย่างเขาดีที่สุดก็วันนี้เอง!”

รเมศรับฟังเรื่องราวของพิมพ์ลภัสจากบวรทัตด้วยความอ่อนใจ เห็นใจอดีตนางแบบไม่น้อย แต่ก็ระแวงกลัวเธอจะหวนไปหากิตติชัยจนต้องสั่งคนตามคุม บวรทัตจับไต๋เจ้านายหนุ่มได้ รู้ดีว่าออกคำสั่งเพราะความห่วงใย หาใช่อยากจับผิดอย่างที่พยายามแสดงออก...

ด้านมาธวี...อ่อนอกอ่อนใจกับความหล่อแต่เปลือกของยศพลมาก วันๆไม่ทำอะไรนอกจากล่องลอยไปเรื่อย ชวนไปกินร้านหรูและโม้เรื่องตัวเองไม่หยุดปาก เจ้าของห้องเสื้อสาวไม่เข้าใจว่าพิมพ์ลภัสทนคบผู้ชายแบบนี้ได้อย่างไรตั้งหลายปี แล้วตัวช่วยของเธอก็มาถึง...รเมศนั่นเองที่บินมาทำธุระที่กรุงเทพฯ

กิตติชัยกับอรอุษาก็บังเอิญมากินข้าวในโรงแรมเดียวกัน เชื่อแน่ว่ามาธวีต้องรู้ทันไฮโซรวยแต่เปลือกอย่างยศพล แต่คงยอมเดตด้วยเพราะผลประโยชน์บางอย่าง ข้อสันนิษฐานของสองผัวเมียก็ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะมาธวียอมมาเพราะต้องการเก็บภาพไว้ปล่อยข่าวซุบซิบ หวังให้พิมพ์ลภัสช้ำใจเล่นเท่านั้น

การปรากฏตัวของรเมศทำให้มาธวีตัดสินใจทิ้งยศพลดื้อๆ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ความจริงแล้วแอบไปโพสท่ายั่วรเมศหวังให้เขาประทับใจในความเซ็กซี่แบบฉบับอดีตนางแบบดังในตำนาน

รเมศตะลึงในความสวยของมาธวีจริง แต่ก็แค่ชั่วเดียวเท่านั้น และเมื่อเธอชวนไปคุยเรื่องงานแฟชั่นโชว์ของโรงแรมก็ตอบรับง่ายๆตามประสาเจ้าภาพที่ดี แถมเสนอจะให้การต้อนรับเธออย่างดีหากเธอไปดูสถานที่ของโรงแรมที่เชียงราย มาธวีตื่นเต้นมาก โดยไม่รู้เลยว่ายศพลผ่านมาเห็น จ้องเขม็งด้วยความโกรธที่ถูกชิ่งกลางอากาศ

ยศพลตั้งท่าจะไปต่อว่ามาธวีเต็มที่ แต่ต้องหมุนตัวออกจากโรงแรมแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังนั่งคุยอย่างอ้อล้อและออกรสคือรเมศ...เจ้าของโรงแรมจารวีที่เขาเกือบถูกจับได้ฐานสมคบคิดขโมยของกับพิมพ์ลภัส!

ooooooo

พิมพ์ลภัสพยายามปรับปรุงตัวเองมากกว่าเดิม คำพูดเตือนสติของกานดาเมื่อวันก่อน รวมทั้งคำพูดถากถางของเหล่าพนักงาน โดยเฉพาะจินตนากับชุติมาที่ปรามาสว่าเธอคงทำงานเสิร์ฟไม่ได้ ทำให้ฮึดจนพัชรีมองเห็นความตั้งใจ

“วันนี้ฉันจะให้โอกาสเธอกลับไปเสิร์ฟ แต่จำไว้ ...ถ้าเธอทำผิดกฎอีก ฉันจะส่งเธอไปให้คุณนงนุชหางานใหม่ แล้วอย่าแปลกใจล่ะถ้าเธอถูกส่งไปล้างส้วมหรือเป็นยามหญิง แผนกอื่นเขารู้กิตติศัพท์เธอดี ไม่มีใครต้องการเธอทั้งนั้น!”

พัชรีขู่เสียงเข้ม แต่ครั้งนี้อดีตนางแบบกลับไม่ต่อต้านหรือเถียงคอเป็นเอ็นเหมือนทุกที แค่พยักหน้ารับคำสั่งและออกไปเสิร์ฟแต่โดยดี แต่กระนั้น...พิมพ์ลภัส ก็ยังเป็นคนเดิม ยังรับไม่ค่อยได้กับความตกต่ำของตัวเอง ทำให้หน้าบึ้งตอนบริการลูกค้า อภิชาติสังเกตเห็นและขยับมาเตือนด้วยความหวังดี

“การบริการที่ดีไม่ใช่แค่ความสุภาพ กระตือรือร้น หรือความเต็มใจบริการนะครับ แต่ยังต้องมีรอยยิ้มด้วย ยิ้มหน่อยสิครับคุณพิมพ์ ยิ้มให้เหมือนคุณกำลังเอาอาหารไปให้คนที่คุณรักที่สุดกินสิครับ”

พิมพ์ลภัสคิดตาม หน้าตรัยผุดขึ้นในห้วงคำนึงทำให้น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ อภิชาติตกใจและอาสาเสิร์ฟแทน แต่จินตนากับกานดากลับคิดว่าอดีตนางแบบสำออย...ใช้มารยาหลอกให้อภิชาติทำงานแทน

ความเคลื่อนไหวของพิมพ์ลภัสถูกบวรทัตตามติดและนำมารายงานรเมศในเวลาต่อมา

“คุณพัชรีอนุญาตให้คุณพิมพ์กลับมาเสิร์ฟแล้วครับ ท่าทางเธอสงบเสงี่ยมลงไปเยอะ ดูจริงจังขึ้น แต่ว่ายังหน้าบึ้ง ไม่เต็มใจให้บริการ แต่ก็โดนคุณพัชรีเรียกไปเตือนแล้วล่ะครับ ผมว่าคนที่เห็นงานบริการเป็นงานน่ารังเกียจจนออกนอกหน้าแบบคุณพิมพ์ คงฝึกยากหน่อย”

“เขาไม่ใช่คนทัศนคติเลวร้ายจนปรับไม่ได้หรอกครับ แค่คนที่เคยถูกเอาใจจนมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล คนแบบนี้ถ้าได้รับคำชมอาจจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำจนมีกำลังใจทำงานก็ได้นะครับ”

บวรทัตได้ยินความเห็นของเจ้านายหนุ่มก็อดยิ้มไม่ได้ รู้ทันว่าแอบเอาใจช่วยพิมพ์ลภัสมากแค่ไหน แต่รเมศก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาเย้า นอกจากขอตัวไปให้สัมภาษณ์เรื่องงานแฟชั่นโชว์ที่ห้องเสื้อของมาธวี บวรทัตรู้ทันมารยาของมาธวี เป็นห่วง กลัวเจ้านายหนุ่มจะถูกใช้เป็นเครื่องมือปั่นกระแสเหมือนครั้งที่แล้ว

“เข้าถ้ำเสือแบบนี้ ระวังตัวระวังใจ อย่าหลงเสน่ห์แม่เสือสาวเข้าล่ะครับ คราวนี้เกรงว่าที่หลุดจะไม่ใช่แค่ภาพ แต่จะเป็นคลิปฉาวเอาน่ะสิ!”

รเมศวางสาย ส่ายหน้าขำๆ ไม่คิดว่ามาธวีจะทำ แต่ที่เขาไม่รู้คือม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อเตรียมแผนการไว้แล้วจะดึงตัวเขามาเป็นข่าวด้วยกันจริงๆ...

ooooooo

บทเรียนเรื่องงานเสิร์ฟของพิมพ์ลภัสดำเนินไปเรื่อยๆ และวันนี้ก็ถึงเวลาที่เหล่าพนักงานรอคอย เมื่ออดีตนางแบบต้องเจอฤทธิ์แขกขาวีน สั่งให้เธอไปอุ่นซุปที่เย็นชืดเพราะวางทิ้งไว้นาน

พัชรีกับเหล่าพนักงานมองหน้ากันลุ้นๆ พิมพ์ลภัสต้องข่มโทสะอย่างมากให้ทำตามคำสั่ง กานดาโล่งใจมากแต่ก็อดไม่ได้ต้องตามไปเหน็บตามประสาคนเคยมีประสบการณ์ตรง

“เวรกรรมมันติดจรวดจริงๆ”

“เวรกรรมอะไรของเธอ”

“ของเธอต่างหากย่ะ จำไม่ได้เหรอ เธอเคยทำแบบนี้กับฉันตอนเธอเป็นลูกค้าน่ะ”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ กานดาไม่โกรธแล้วแต่ก็อยากให้อดีตนางแบบได้บทเรียน

“ตอนนี้รู้แล้วสินะว่าฉันรู้สึกยังไง แล้วก็ลำบากยังไงที่เจอลูกค้าเอาแต่ใจ”

จินตนาผ่านมาได้ยินก็ถือโอกาสสำทับ “ทีหลังจะทำอะไรหัดคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง อย่ารอให้กลายเป็นหงส์ปีกหักซะก่อนถึงจะสำนึกได้ เพราะเธออาจจะถูกเหยียบจมดินก่อนจะทันได้คิด”

พิมพ์ลภัสน้ำตาซึมเมื่อถูกต่อว่าตรงๆ กานดากับจินตนาตกใจมาก ไม่อยากเชื่อสายตาว่าอดีตนางแบบจะร้องไห้ พัชรีก็เห็นแต่ไม่อยากเข้ามาทัก จนกระทั่งพิมพ์ลภัสเริ่มใจลอยถึงได้เรียกมาเตือนสติ

“คุณสมบัติของพนักงานเสิร์ฟที่ดีมีหลายข้อ นอกจากสุขภาพดี แต่งกายดี ความจำดีแล้ว โสตสัมผัสกับสีหน้าก็ต้องดีด้วย เธอรู้ไหมเธอไม่ได้สังเกตทีท่าของลูกค้าเลย แล้วรู้ตัวรึเปล่าว่าสีหน้าเธอเป็นยังไง”

พิมพ์ลภัสหันไปมองสภาพตัวเองในกระจกแล้วหน้าเสีย สีหน้าเหมือนคนซังกะตายทำให้แม้แต่ตัวเองยังทนไม่ได้ พัชรีเข้าใจดีว่าอดีตนางแบบต้องรับเรื่องวุ่นวายทั้งวันทั้งที่ไม่เคยก็เห็นใจ ไล่ให้ไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ

อาการของพิมพ์ลภัสรู้ถึงหูบวรทัตในเวลาต่อมา และรเมศก็ได้รับข้อความรายงานเรื่องพวกนั้นทางไลน์ เจ้าของโรงแรมหนุ่มถึงกับหน้าเสีย เป็นห่วงอดีตนางแบบจนแทบอยากแล่นกลับเชียงรายเดี๋ยวนั้น แต่ติดที่ต้องให้สัมภาษณ์คู่มาธวีกับนิตยสารชื่อดังที่อยากให้เขาขึ้นปก

รเมศแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากปฏิเสธเพราะกลัวเสียน้ำใจ แต่ความกังวลเรื่องพิมพ์ลภัสก็ทำให้เขาต้องพักเรื่องถ่ายแบบไว้ก่อน ขอตัวไปขึ้นเครื่องกลับเชียงรายหลังจากนั้น มาธวีได้แต่มองตามด้วยความสงสัย...ใครกันที่ทำให้เจ้าของโรงแรมหนุ่มมีสีหน้าห่วงใยขนาดนั้น...

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าทำให้ใครเป็นห่วงขนาดไหน หลังสงบสติอารมณ์เรียบร้อยก็จะออกไปเสิร์ฟ แต่ก็ถูกชุติมาขวางไว้พร้อมบอกข่าวซุบซิบระหว่างมาธวีอดีตแม่เลี้ยงและยศพลอดีตแฟนของเธอ

ข่าวซุบซิบนั้นทำให้พิมพ์ลภัสเจ็บใจจนน้ำตาซึมอีกรอบ แต่เมื่อนึกถึงหน้าที่ เธอก็พยายามข่มอารมณ์และตั้งหน้าตั้งตาเสิร์ฟ แขกต่างชาติชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเห็นสีหน้าเฉยชาและท่าทางแนะนำอาหารแบบไม่เหมือนใครของเธอก็อดไม่ได้จะเย้าด้วยความเอ็นดู

“หนูนี่มีอารมณ์ขันนะ” แขกผู้ชายเปิดฉาก

“นั่นสิ...แล้วก็สวยมากด้วยรู้ไหม หนูน่ะสวยที่สุดในห้องอาหารนี้เลยนะ ฉันชอบมากเลยนะชุดไทยแบบนี้ หาไม่ได้หรอกนะในบ้านเมืองฉัน แหม...ฉันอยากแต่งตัวเหมือนหนูจังเลย แต่คงยัดตัวลงไปในชุดไทยสวยๆ

แบบนี้ไม่ได้”

คำชมจากแขกทั้งสองทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจพองโตเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานเสิร์ฟ เลยเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เธอเต็มใจแนะนำเมนูของห้องอาหารจารวีตามคำสอนของพัชรี

“ขอบคุณค่ะ...คุณจะรับอะไรกันดีคะ ถ้าจะเรียกน้ำย่อยก่อน ลองข้าวตังหน้าตั้งหรือกระทงทองไหมคะ รับรองว่าอร่อยทั้งสองอย่าง...”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.