ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้รเมศจะแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยแต่พิมพ์ลภัสก็วางท่าเฉย รักษาท่าทีเหมือนไม่รับรู้ แต่ที่เขานึกไม่ถึงคือนางแบบขาวีนต้องเก็บอาการแทบแย่ พยายามสะกดอารมณ์อย่างมากไม่ให้หวั่นไหวกับความจริงใจของเขา

อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวรักเดี๋ยวเย็นชาของเธอทำให้รเมศสงสัย แต่กระนั้นความรู้สึกดีๆที่มีต่อเธอก็ทำให้ไม่ยอมแพ้ อยากเข้าใกล้มากขึ้นเพื่อทลายกำแพงหัวใจของเธอ ขนิษฐาที่สังเกตท่าทางเขามาสักพักอดไม่ได้จะซักถามด้วยความอยากรู้ บวรทัตได้ยินเลยถือโอกาสเย้าเจ้านายหนุ่มว่าคงกำลังปลูกต้นรักกับพิมพ์ลภัส...แขกคนพิเศษ

“คุณบวรทัตช่วยยืนยันขนาดนี้ น้องชักอยากเจอเธอแล้วสิ เมื่อไหร่จะพามาแนะนำให้รู้จักล่ะคะ”

“คุณน้องได้เจอแน่ครับ แต่คงไม่ใช่วันนี้”

สีหน้าเหงาๆของรเมศทำให้ขนิษฐานิ่วหน้า บวรทัตเลยอธิบายยิ้มๆว่าเจ้านายหนุ่มต้องไปดูงานข้างนอกวันนี้ ไม่รู้จะได้กลับโรงแรมกี่โมง

“แสดงว่าที่หน้าหงิกเมื่อกี้ เป็นเพราะวันนี้จะไม่ได้เจอคุณพิมพ์ลภัสสินะคะ”

“คุณน้องอย่าล้อผมนักเลยครับ ผมก็แค่...เสียดายนิดหน่อย กำลังไปได้ดีเลย”

“ถ้าคุณเมศอยากเจอเขา ทำไมไม่ชวนเขาไปด้วยล่ะคะ...”

คำแนะนำของขนิษฐาทำให้รเมศเบิกบานทันตาเห็น ไม่รอช้าไปชวนนางแบบขาวีนถึงห้องพัก พิมพ์ลภัสที่กำลังประสาทเสียเพราะถูกกิตติชัยตามงานแต่เช้า เลย

ถึงกับยิ้มร่าเพราะจะได้เข้าใกล้เป้าหมายหนุ่มมากขึ้น แต่เพื่อความแนบเนียน เลยต้องทำเป็นเล่นตัวบ้าง

“งานคุณต้องสำคัญกว่าพิมพ์อยู่แล้ว อีกอย่างเราก็เที่ยวด้วยกันตั้งหลายวันแล้ว ไม่เบื่อหน้าพิมพ์บ้างเหรอคะ”

“ไม่ครับ...ผมอยากเจอคุณทุกวัน เลยมาชวนคุณไปงานด้วยกัน ถ้าวันนี้คุณไม่ได้มีแพลน ไปกับผมนะครับ”

“พิมพ์ว่าไม่เหมาะมั้งคะ พิมพ์ไม่ได้รู้จักใคร ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานของคุณด้วย”

“คุณพิมพ์เป็นแขกคนสำคัญของผม แล้วงานนี้ก็เป็นงานเล็กๆ มีแต่คนกันเอง ผมอยากให้คุณไปด้วยกัน”

“แต่พิมพ์ไม่มีชุด”

“ชุดที่คุณแต่งอยู่ทุกวันก็ได้ครับ แค่นี้ก็สวยจะแย่แล้ว นะครับ...ไปด้วยกันนะ...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่พิมพ์ลภัสที่ถูกกิตติชัยตามงาน ยศพลที่เพิ่งกลับจากบ่อนประเทศเพื่อนบ้านก็ถูกจิกจนเวียนหัว ไฮโซหนุ่มรำคาญมากแต่เพื่อข้อแลกเปลี่ยนล้างหนี้พนันเลยต้องยอมทำตามแผนของกิตติชัยอีกครั้ง ด้วยการตามไปถ่วงเวลารเมศกับบวรทัต ไม่ให้กลับโรงแรมเร็วนัก พิมพ์ลภัสจะได้มีโอกาสเข้าไปขโมยของ!

แต่ที่ยศพลไม่รู้คือพิมพ์ลภัสไม่ได้อยู่รอเวลาขโมยของ แต่ออกไปงานกับรเมศบนดอยแห่งหนึ่ง และบรรยากาศร่มรื่นและเป็นกันเองรอบตัวก็ทำให้นางแบบขาวีนหงุดหงิด เพราะเธอแต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่

รเมศได้ฟังเหตุผลของเธอก็หลุดขำ เอ็นดูความตรงไปตรงมาของเธอเหลือเกิน

“โธ่เอ๊ย...ผมก็คิดว่าคุณไม่พอใจที่ผมพาคุณมาที่ห่างไกลความเจริญ”

“พิมพ์ไม่ได้รังเกียจที่แบบนี้ แต่ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ เลือกได้ก็อยากไปในที่สบายๆมากกว่า”

“ถือว่าผมพามาเปลี่ยนบรรยากาศแล้วกันครับ ส่วนชุดคุณ...อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่ แต่ผมว่าก็สวยดี”

“แต่บนป่าเขาแบบนี้เดินไปไหนชุดพิมพ์คงเกี่ยวกิ่งไม้ขาด ไหนจะรองเท้าส้นสูงอีก เดินทีคงปักโคลนจมมิด”

“ถ้าคุณเดินไม่ถนัด จับมือผมไว้ก็ได้นะครับ”

แววตาจริงใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจเต้นแรง แต่ก็ถูกบวรทัตเบรกหน้าทิ่มว่าเจ้านายหนุ่มคงเดินจับมือนางแบบขาวีนไปตลอดเวลาไม่ได้ เพราะไม่ใช่งานแต่งงานแต่เป็นงานเปิดโครงการผักปลอดสารพิษของชาวบ้าน

รเมศหน้าแดงด้วยความเขิน ไม่ต่างจากพิมพ์ลภัส โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านปรี่มาคุยเสียก่อน สองหนุ่มสาวเลยหายใจคล่องขึ้น ก่อนจะแยกกันคนละมุมเพื่อทำหน้าที่ของตน

หน้าที่ของพิมพ์ลภัสก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากนั่งเล่นเกมมือถือเป็นกำลังใจ ส่วนรเมศเดินตรวจงานรอบหมู่บ้านในฐานะผู้ริเริ่มโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ

พิมพ์ลภัสเซ็งมากเพราะไม่มีอะไรทำ นึกเคือง ถึงคนชวนว่าคงสร้างภาพทำดีกับชาวบ้านตามประสานายทุนหน้าเลือดที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ รเมศไม่ได้รับรู้ด้วย มัวปลื้มใจกับผลงานที่ริเริ่มกับมือ และวันนี้เขาก็อยากอวดกับนางแบบขาวีนจะแย่ แต่ก็ดูเหมือนพิมพ์ลภัสจะไม่สนใจนัก

ผู้ใหญ่บ้านที่รับผิดชอบโครงการก็อยากอวด เลยนำผักสลัดสดๆไปให้นางแบบสาวลองชิม พิมพ์ลภัสลอบเบ้หน้า ไม่เชื่อว่าผักปลอดสารพิษท้องถิ่นจะดีกว่าของในห้างหรูหรา แต่เมื่อได้ชิมก็ติดใจจะซื้อกลับไปกินที่โรงแรม รเมศได้ยินดังนั้นเลยรีบบอกว่าเขาเหมาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

นอกจากจะอุดหนุนผักสดของชาวบ้าน พิมพ์ลภัสยังทำให้รเมศประทับใจมากด้วยการยอมถ่ายรูปเพื่อโปรโมตโครงการให้ แถมช่วยจัดท่าทางด้วยความเต็มใจจนชาวบ้านสนุกสนานกันมาก

พิมพ์ลภัสเองก็ลืมเรื่องขุ่นใจชั่วขณะ บรรยากาศเรียบง่ายและความเป็นกันเองของชาวบ้าน รวมทั้งแววตาชื่นชมของรเมศทำให้เธอรู้สึกดี เหมือนตัวเองมีคุณค่ามากกว่าเดินเฉิดฉายบนแคตวอล์กเสียอีก

แต่ช่วงเวลาดีๆก็อยู่กับเธอไม่นาน เมื่อยศพลที่ถูกกิตติชัยส่งมาถ่วงเวลาตามมาจอดรถขวางหน้ารถของรเมศ บวรทัตซึ่งเป็นคนขับลงไปรับหน้า ทิ้งเจ้านายหนุ่มให้อยู่กับนางแบบขาวีนตามลำพัง พิมพ์ลภัสไม่ทันเห็นหน้ายศพล แต่มั่นใจว่าคงมีบางอย่างผิดปกติ และเมื่อรเมศลงไปช่วยบวรทัตเจรจา เธอก็ได้คำตอบ!

กิตติชัยนั่นเองที่โทร.มาถามความเรียบร้อย กับพิมพ์ลภัส หวังให้เธอฉวยจังหวะนี้เข้าห้องทำงานของรเมศ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนางแบบขาวีนไม่ได้อยู่โรงแรมตามที่เข้าใจ

“ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน ตอนนี้ฉันอยู่กับนายรเมศ!”

“คุณอยู่กับนายรเมศ! แล้วคุณไปอยู่กับมันทำไม เวลาแบบนี้ทำไมไม่รู้จักหาทางไปห้องทำงานมัน”

“ฉันหาทางตีสนิทให้ได้ไปห้องทำงานอยู่นี่ไง ฉันก็มีวิธีของฉัน คุณนั่นแหละจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาฉันก่อน”

“เออๆ...จะทำอะไร วิธีไหนก็เรื่องของคุณแล้วกัน แต่อย่าลืมที่ผมเตือน...ห้ามหลงเสน่ห์นายรเมศเด็ดขาด!”

ooooooo

พิมพ์ลภัสต้องหักห้ามใจอย่างมากไม่ให้เผลอไผลกับเสน่ห์ของเจ้าของโรงแรมหนุ่ม ต่างจากรเมศที่ ไม่ยับยั้งความรู้สึกใดๆเลย แต่อยากสานต่อความสัมพันธ์กับนางแบบขาวีนและเรียนรู้กันให้มากขึ้น บวรทัตเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายหนุ่มดี แต่ก็อดเตือนด้วยความหวังดีไม่ได้

“ผมรู้ว่าคุณจะพูดอะไร”

“งั้นผมถามแทนแล้วกัน คุณเมศแน่ใจเหรอครับว่าจะรับมือเธอไหว”

“ผมเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง พิมพ์ลภัสไม่ใช่คนเลวร้ายหรอก แต่คงถูกสปอยล์จนติดนิสัยเอาแต่ใจเกินไปหน่อย แต่เนื้อแท้เขาก็เป็นคนดีมีน้ำใจ คงต้องมีปรับทัศนคติกันบ้าง แต่เขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้แน่นอน”

แผนล่อลวงรเมศของพิมพ์ลภัสทำท่าจะไปได้ดี นางแบบขาวีนคงได้ออกจากเชียงรายเร็วๆนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด โดยไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ สมานตามหาตัวเธอให้วุ่น มาธวีต้องช่วยหาแบบเสียไม่ได้จนรู้ในที่สุดว่าพิมพ์ลภัสไปเช่าคอนโดหรูอยู่

หลังขายบ้านมาธวีส่งเป็ดกับหนูดีไปสืบเรื่องพิมพ์ลภัสถึงคอนโด และแม้จะไม่พบตัวนางแบบขาวีน แต่ก็ได้เบาะแสบางอย่างว่าพิมพ์ลภัสอาจมีเรื่องลับแบบฉาวๆกับกิตติชัยเจ้าของคอนโดเพราะได้รับการยกเว้นค่าเช่า

สมานใจร้อนอยากเจอพิมพ์ลภัสเลยโทร.จิกมาธวี แต่ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อกลับแกล้งไม่บอกที่อยู่ของอดีตลูกเลี้ยง เป็ดกับหนูดีมองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจเจตนาของเจ้านายสาว

“ทำไมคุณวีไม่บอกที่อยู่ยายพิมพ์ให้เสี่ยสมานเขารู้ไปเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรา”

“ไม่! ถ้าปล่อยไอ้เสี่ยหื่นเข้าถึงตัวยายพิมพ์เอง เราก็ถูกกันจากเรื่องนี้น่ะสิ วีต้องเป็นคนคุมเกม ไม่ใช่เสี่ยสมาน นึกดูนะ...ถ้าพิมพ์มันตกเหวเพราะวีผลักมันลงไป กับการที่วีแค่ยืนมองมันตกลงไปเพราะคนอื่น อะไรจะสะใจกว่ากัน”

มาธวีหมายมั่นปั้นมือ โดยยังไม่รู้เรื่องพิมพ์ลภัสไปทำงานให้กิตติชัยที่เชียงราย มุ่งมั่นกับการออกแบบชุดเพื่องานแฟชั่นโชว์ในโรงแรมจารวีด้วยความหวังจะให้รเมศประทับใจ...

พิมพ์ลภัสงัวเงียรับโทรศัพท์แต่เช้า รเมศนั่นเองที่ โทร.มาอรุณสวัสดิ์

“วันนี้พิมพ์ไม่ออกไปไหนนะคะ พิมพ์อยากนอนพัก”

“ผมก็ไปไหนไม่ได้ครับ อู้ไปหลายวัน วันนี้ต้องเคลียร์งาน”

กำหนดการของเขาทำให้พิมพ์ลภัสตื่นเต็มตา พร้อมแผนการจะขอเข้าห้องทำงานของเขา

“แหม...พูดแบบนี้พิมพ์ก็รู้สึกผิดที่ทำให้คุณเสียงานสิคะ”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมยินดีพาคุณไปเอง คุณไม่ต้องคิดมากนะครับ”

“แต่พิมพ์ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ดี งั้นให้พิมพ์ไถ่โทษได้ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสเสนอตัวช่วยทำงานเต็มที่ ไม่เกี่ยงว่าจะจัดเอกสารหรือทำความสะอาดห้อง ทำเอารเมศปลื้มใจมาก

“ผมไม่ต้องการแม่บ้านแต่ต้องการกำลังใจ ถ้าคุณพิมพ์ไม่มีแพลนอะไร มานั่งเล่นห้องทำงานผมไหมครับ...”

ooooooo

พิมพ์ลภัสตื่นเต้นมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน รเมศยอมให้เธอมานั่งเล่นที่ห้องทำงานสมใจ นางแบบขาวีนสำรวจห้องทำงานเหนือสระว่ายน้ำของโรงแรมเต็มที่ พลางชวนเขาคุยอย่างเป็นกันเอง

“ประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้ว คุณคิดจะขยายกิจการอีกไหมคะ”

“คิดครับ...ผมกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกำลังมองหาที่ดิน แต่ก็ดูเฉยๆ เศรษฐกิจแบบนี้เรายังไม่อยากเสี่ยง”

“แต่ถ้าจะทำจริง คุณก็น่าจะวางแผนไว้ก่อน อย่างน้อยก็ต้องซื้อที่ดินเก็บไว้”

“ครับ...กำลังจะซื้อ แต่ช่วงนี้มีปัญหาหลายเรื่อง ผมเลยยังชะลอโครงการไว้”

“พิมพ์ถามได้ไหมคะว่าปัญหาอะไร”

“การแข่งขันทางธุรกิจครับ แต่ผมคิดว่าคงแก้ไขได้ไม่ยาก”

ท่าทางมั่นใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสอดหมั่นไส้ไม่ได้ เข้าใจเอาเองว่าเขาคงจัดการทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของกิตติชัยด้วยการแบล็กเมล์ แต่กระนั้นก็เก็บอาการ ชวนเขาคุยพลางสำรวจห้องหาพิกัดตู้เซฟ

“คุณดูคล่อง เอาอกเอาใจเก่งขนาดนี้ ท่าทางคงพาแขกสาวๆมาคุยที่ห้องทำงานบ่อยนะคะ”

“คุณอาจจะไม่เชื่อว่าคุณเป็นคนแรก”

“จะบอกว่าคุณโสดเหรอคะ คุณออกจะเป็นผู้ชายที่น่าสนใจ ไม่น่าโสดมาได้ถึงตอนนี้”

“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจจริงๆน่ะครับ เพิ่งมาสะดุดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง”

รเมศส่งตาหวานสื่อความในใจ แต่แทนที่พิมพ์ลภัสจะปลื้ม กลับเบือนหน้าหนี

“คุณพิมพ์ไม่พอใจที่ผมพูดแบบนั้นหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ...เราเพิ่งเจอกันไม่กี่วัน คุณก็เริ่ม...เอ่อ...”

“แสดงออกว่าผมชอบคุณ”

“นั่นล่ะค่ะ...ฉันไม่ชอบ ภาพลักษณ์ฉันอาจจะดูเปรี้ยว มั่น ทำอะไรไม่แคร์ใคร แต่ฉันไม่ชอบอะไรที่มันรวดเร็วฉาบฉวย...วันที่ฉันเจอคุณที่งานเลี้ยง ฉันโดนผู้ชายในงานขอนอนด้วย ทั้งๆที่ยังคุยกันไม่ถึงห้านาที หน้าด้านที่สุด!”

“ผมขอโทษ...ไม่คิดว่าคุณจะมีประสบการณ์ไม่ดีกับเรื่องนี้ขนาดนี้”

“ฉันมีมากเกินที่คุณจะจินตนาการเลยค่ะ”

“แต่ผมอยากคบคุณอย่างจริงจังนะครับคุณพิมพ์ คุณให้โอกาสผมได้ไหม”

คำถามของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสแอบรู้สึกผิดปนลำบากใจ แต่แววตารอคอยคำตอบของเขาก็ทำให้ตัดสินใจพูด

“คุณรเมศคะ...คุณเพิ่งเจอพิมพ์ได้ไม่กี่วัน คุณก็มาบอกว่าอยากจริงจังกับพิมพ์ คุณรู้จักพิมพ์จริงๆหรือยัง”

“ผมรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวย มีเสน่ห์ ดูลึกลับชวนค้นหา และผมก็อยากค้นหาคุณจริงๆ คุณอาจจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่คุณก็ยังมีมุมน่ารักๆ คุณมีน้ำใจ แล้วก็เป็นคนตรงไปตรงมา”

พิมพ์ลภัสถึงกับอึ้งไป พยายามเก็บสีหน้าเต็มที่ ก่อนจะโพล่งถาม

“แต่ตอนนี้พิมพ์ไม่ได้เป็นลูกมหาเศรษฐีแล้วนะคะ ขนาดแฟนเก่ายังทิ้งพิมพ์เพราะเห็นว่าพิมพ์หมดตัว”

“ผู้ชายคนนั้นโง่”

“เขาอาจจะฉลาดก็ได้ค่ะ อนาคตเขาคงไม่สดใสเท่าไหร่ ถ้าต้องมาผูกติดกับผู้หญิงอย่างพิมพ์ สู้ไปหาผู้หญิงใหม่ที่มีอาชีพการงานมั่นคงกว่านี้ดีกว่า”

“ผิดกับผมนะครับ ผมไม่ได้มองผู้หญิงที่อาชีพหรือทรัพย์สินที่เธอมี ผมใช้สัญชาตญาณตัวเองเป็นหลัก หรือพูดอีกอย่างก็คือ...ผมทำตามหัวใจมากกว่าสมอง”

“คุณนี่ปากหวานนะคะ”

ท่าทางเหมือนไม่เชื่อถือของเธอทำให้รเมศนิ่วหน้าและตัดสินใจถามตรงๆ

“เวลาผมชื่นชมคุณ คุณชอบมองผมแปลกๆเหมือนไม่เชื่อที่ผมพูด คุณมีอะไรในใจรึเปล่าครับ ถ้าคุณสงสัยในตัวผม ถามออกมาตรงๆได้นะครับ ผมชอบความตรงไปตรงมาของคุณ”

เจอคำถามตรงๆของเขา พิมพ์ลภัสก็ถึงกับไปไม่ถูก ต้องบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็นจนรเมศอ่อนใจ แต่ก็ไม่อยากเร่งรัดเธอมากกว่านี้ แต่ก็แอบหวังว่าเธอจะมีใจและยอมเปิดใจให้เขาบ้างในไม่ช้า...

ooooooo

รเมศนั่งทำงานตลอดครึ่งวันเช้า ก่อนจะแยกไปตรวจงานด้านนอก พิมพ์ลภัสเลยไปเข้าสปาตามเคย แต่ไม่ทันไปถึงก็เจอยศพลโดยบังเอิญเสียก่อน ความลับเลยแตกว่าอดีตแฟนไฮโซของเธอก็ทำงานให้กิตติชัยด้วย

“พิมพ์ทำเพราะไม่มีทางเลือก! ครอบครัวพิมพ์ถูกฟ้องล้มละลาย งานหาย แฟนทิ้ง พิมพ์จำเป็นต้องรับงานนี้ แล้วพอลล่ะมีปัญหาอะไร ทำไมถึงต้องไปทำงานให้นายกิตติชัยด้วย”

ยศพลอึกอัก ไม่กล้าบอกว่ารับจ้างจับผิดเธอ แต่พิมพ์ลภัสกลับเข้าใจว่าเป็นสาเหตุอื่น

“นี่พอลเป็นหนี้พนันบอลอีกแล้วเหรอ ไหนเคยรับปากพิมพ์ว่าเลิกแล้วไง แสดงว่าที่ผ่านมา...พอลคบพิมพ์เพราะต้องการเงินใช่ไหม พอพิมพ์ไม่มีเงิน พอลถึงได้ ทิ้งพิมพ์อย่างเลือดเย็น”

“เลิกคุยเรื่องนี้เถอะพิมพ์ พิมพ์เองก็ไม่ได้รักผมเหมือนกันนั่นแหละ พิมพ์คงเห็นผมเป็นกระโถนมากกว่า ผมถึงต้องคอยรองรับอารมณ์วีนเหวี่ยงของพิมพ์มาตลอด”

พิมพ์ลภัสกับยศพลเถียงกันสีหน้าตึงเครียด เลยไม่ทันสังเกตว่ารเมศมาแอบฟังใกล้ๆ

“ไม่จริง!...พิมพ์อาจจะไม่ได้รักพอลมากเท่าไหร่เพราะคบกันได้ไม่นาน แต่พิมพ์มีความรู้สึกดีๆให้พอลเสมอ พิมพ์ทุ่มเทกับความสัมพันธ์ของเราเต็มที่ พิมพ์ไม่ได้คบพอลเล่นๆ พิมพ์จริงจัง ต่างจากพอลที่คบกับพิมพ์เพื่อเงิน!”

“พิมพ์ทุ่มเท จริงจัง...ตรงไหน...คบเป็นปีทำแค่ จับมือกับหอมแก้ม ไม่เคยได้จูบ ไม่รู้จะหวงอะไรหนักหนา!”

“นี่พลหวังแค่เงินพิมพ์กับตัวพิมพ์แค่นั้นใช่ไหม”

รเมศเห็นหน้ายศพลชัดๆก็จำได้ว่าเป็นคนที่ขวางรถเขาเมื่อวันก่อน แถมเป็นแฟนเก่าของพิมพ์ลภัส อีกต่างหาก แต่ที่ทำให้เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่ชอบใจคือคำตอบของยศพลที่ดูหมิ่นพิมพ์ลภัส

“มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นแฟนกันนี่”

“แต่แฟนกันควรจะให้เกียรติกัน และพร้อมจะเข้าใจถ้าอีกฝ่ายยังไม่พร้อม”

“คุณหนูพิมพ์ลภัสคร้าบ...ผู้ชายแบบนั้นมันมีแต่ในนิยาย”

“ต้องเป็นผู้ชายเฮงซวยแบบพอลใช่ไหมที่มีเกลื่อนโลก พิมพ์รู้สึกโชคดีขึ้นมาทันทีเลยที่ถูกพอลทิ้ง”

“อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย”

“พิมพ์ไม่ได้ดีแค่ปากนะ พิมพ์มีดีพอจะหาผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่าพอลได้แน่ๆ ถึงตอนนี้พิมพ์จะเหลือแต่ตัว แต่พอลก็น่าจะรู้ว่าชื่อพิมพ์ลภัสยังขายได้ พิมพ์จะตั้งใจทำงาน กอบกู้ทุกสิ่งทุกอย่างคืนมา ถึงตอนนั้นพอลอย่ามากอดขาอ้อนวอนให้พิมพ์กลับไปคืนดีด้วยแล้วกัน!”

ประกาศจบก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งยศพลให้มองตามอึ้งๆ รเมศรีบหลบไม่ให้สองหนุ่มสาวเห็น ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความชอบใจที่พิมพ์ลภัสหยิ่งในศักดิ์ศรี มุ่งมั่นและรักตัวเอง...สมแล้วที่เขาอยากเอาชนะใจเธอ

ooooooo

คำสารภาพแบบหมดเปลือกของยศพลทำให้พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก ความรักและเรื่องราวดีๆที่เคยคิดจะเหลือไว้เป็นความทรงจำแปรสภาพเป็นฝันร้ายในพริบตา นางแบบสาวคิดถึงอดีตด้วยแววตาคับแค้นใจ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้สงบและลงไปกินมื้อเย็นกับรเมศตามที่นัดหมายไว้

รเมศไม่ได้รอเธอคนเดียว แต่มีขนิษฐาหรือญาติสาวคนเดียวของสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของเขานั่งอยู่ด้วย

“นายสิงห์มันขี้เกียจ ไม่ยอมออกจากป่ามาช่วยงานโรงแรมเท่าไหร่ ภาระหนักเลยกลายเป็นของคุณน้องแทน”

“พี่สิงห์ชอบทำไร่มากกว่าค่ะ พี่สิงห์มีไร่ลิ้นจี่กับสักทองห่างจากโรงแรมไปทางเรือสักครึ่งชั่วโมงค่ะ ถ้าคุณพิมพ์มีโอกาสแวะไปเที่ยวบ้างนะคะ ไร่บัวขาวยินดีต้อนรับค่ะ”

พิมพ์ลภัสยิ้มรับด้วยความยินดี เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้จากคนร่วมโต๊ะ โดยเฉพาะขนิษฐาชอบใจในอัธยาศัยของนางแบบสาวมาก และเมื่อพิมพ์ลภัสลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็อดเปรยกับรเมศไม่ได้

“คนนี้น้องให้สามผ่านเลยค่ะ...ตอนแรกน้องคิดว่าคุณพิมพ์จะนิสัยไม่ดีอย่างที่ได้ยินมา แต่ตัวจริงคุณพิมพ์น่ารักดีค่ะ ถึงจะมีมุมเอาแต่ใจ หรือแสดงออกตรงๆไปบ้าง แต่น้องว่าก็จริงใจดี”

“แต่คุณพิมพ์เขามีอะไรบางอย่างในใจนะครับ ถึงตัวเขาจะดูเหมือนเปิดรับแต่ในใจก็คอยตั้งกำแพงไว้แน่นหนา”

“คุณเมศก็หาทางปีนกำแพงสิคะ ถ้าปีนไม่ไหวก็พังเลย คุณเมศทำได้อยู่แล้ว สู้ๆนะคะ น้องเชียร์เต็มที่”

ขนิษฐายิ้มให้กำลังใจ รเมศเลยฮึดสู้จะพิชิตใจพิมพ์ลภัสให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าความสนิทสนมระหว่างทั้งสองจะทำให้นางแบบขาวีนสงสัย...หรือทั้งสองจะไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานแต่เป็นแฟนกัน

บวรทัตมารับขนิษฐาไปส่งไร่บัวขาว พิมพ์ลภัสเลยได้โอกาสถามเรื่องคาใจ

“ฉันว่าจะถามคุณหลายครั้งแล้ว ทำไมคุณใช้เลขาผู้ชายล่ะคะ ฉันเห็นนักธุรกิจส่วนใหญ่ชอบใช้เลขาผู้หญิง”

“แรกๆผมก็ใช้ผู้หญิงครับ แต่ทำงานได้สักพักก็ลาออกไปแต่งงานบ้าง ท้องบ้าง มีปัญหาจุกจิกส่วนตัวบ้าง ผมเลยเปลี่ยนมาใช้ผู้ชายจะได้อยู่ด้วยกันนานหน่อย”

“แต่คุณบวรทัตนี่ก็ดูมีอายุแล้วนะคะ ปกติฉันเห็นเลขาส่วนใหญ่มักจะเด็กๆ”

“จริงๆคุณบวรทัตเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เคยช่วยงานคุณพ่อผมมาก่อนครับ สนิทกับผมเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา ผมเลยขอให้มาช่วยงานจนกว่าจะหาคนใหม่ได้”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้า ก่อนจะยิ้มเจื่อนเมื่อเขาเล่าว่าเลขาคนเก่าโดนให้ออกเพราะขโมยของ

“แย่จังนะคะ คนเป็นเลขาน่าจะไว้ใจได้ แต่กลับเป็นขโมยเสียเอง”

“ครับ...แต่ตอนนี้หมอนั่นก็ไปชดใช้ความผิด

ในคุกแล้ว”

“ค่ะ...คุกเหรอคะ เอ่อ...ฉันไม่คิดว่าบทลงโทษจะรุนแรงขนาดนี้ คิดว่าแค่ตักเตือนก็น่าจะพอ”

“ข้อหาขโมยหนักนะครับ ผมเกลียดที่สุดก็คือความไม่ซื่อสัตย์ จับได้ก็ต้องลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง!”

ooooooo

สีหน้าดุดันและน้ำเสียงเอาจริงของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสใจคอไม่ดี ร้อนรนด้วยความร้อนตัวกลัวจะถูกจับได้ว่ามีเจตนาร้ายจะขโมยของจากห้องทำงานเขา และคนแรกที่เธอต้องเอาเรื่องก็คือกิตติชัย

แต่มือถือเจ้ากรรมก็ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต นางแบบขาวีนเลยต้องลงไปใช้โทรศัพท์สาธารณะของ โรงแรม

“คุณหลอกฉัน! ทำไมคุณไม่บอกฉันว่าเลขาคนก่อนของนายรเมศเคยทำงานพลาดจนต้องเข้าคุก”

“ผมไม่อยากให้คุณกังวลจนสติแตกแบบนี้น่ะสิ”

“จะไม่ให้ฉันกังวลได้ยังไง คนเก่าถูกส่งเข้าคุก คุณยังช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าฉันเกิดโดนจับได้ คุณจะช่วยอะไรได้!”

“คุณไม่ต้องห่วงน่า ผมต้องหาวิธีช่วยคุณจนได้แหละ แต่ทางที่ดีคุณก็อย่าให้ถูกจับได้สิ”

“แล้วใครจะรับประกันความปลอดภัยฉัน ไม่เอาแล้ว ฉันเปลี่ยนใจ ขอยกเลิกงานนี้ ฉันจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้!”

พิมพ์ลภัสยื่นคำขาด โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางกระฟัดกระเฟี้ยดของเธอทำให้รเมศที่ผ่านมาโดยบังเอิญสงสัย เพราะนางแบบสาวอ้างว่าไม่ค่อยสบายเลยขอตัวพักในห้องก่อน แต่กลับลงมาพูดโทรศัพท์ข้างล่าง

รเมศตั้งใจจะเอาดอกไฮเดรนเยียไปเยี่ยมพร้อมนามบัตรเผื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ แต่ต้องรอให้เธอกลับห้องพักเสียก่อน จึงให้ชุติมานำไปให้ พร้อมกันนั้นก็ส่งพนักงานไปเช็กสายโทรศัพท์ห้องพักของเธอด้วย

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าถูกรเมศเห็น มัวโมโหกิตติชัยที่ไม่ยี่หระความเสี่ยงของเธอ แต่คะยั้นคะยอและหว่านล้อมให้เธอทำตามแผน พร้อมกับสัญญาจะส่งรหัสตู้เซฟของรเมศไปให้ทางไลน์

แต่จนแล้วจนรอดถึงเช้าวันต่อมา กิตติชัยก็ยังไม่ส่งรหัสมาให้ พิมพ์ลภัสร้อนใจมาก ตื่นแต่เช้าไปใช้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะต่อว่าเป็นการใหญ่ที่เขาไม่ส่งรหัสมาให้ กิตติชัยรับปากจะรีบหา พิมพ์ลภัสเลยยอมวางสายและปรี่ไปต่อว่าชุติมาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตของโรงแรมที่ห่วยแตกจนเธอต้องลงมาใช้โทรศัพท์ข้างล่าง

ระหว่างที่ชุติมารับศึกหนัก รเมศก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวคิดถึงท่าทางแปลกๆของพิมพ์ลภัส โดยเฉพาะเรื่องเมื่อคืนที่เธอโกหกว่าป่วย และเพื่อให้หายสงสัย เขาเลยตามหาตัวเธอให้วุ่น จนกระทั่งบวรทัตไปพบเธอที่หน้าโรงแรม กำลังโวยวายเอาเรื่องชุติมาเรื่องอินเตอร์เน็ตเสีย

พิมพ์ลภัสกระวนกระวายใจมาก กลัวแผนจะแตกถูกรเมศจับได้ แต่ความกลัวนั้นก็ต้องสูญเปล่าเมื่อรเมศไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อคืน แต่เป็นห่วงคิดว่าเธอไม่สบายและให้คนไปตามตัวเธอเพราะอยากให้เจอใครบางคนเท่านั้น

ใครคนนั้นของรเมศก็คือเอื้อยคำ เจ้าของห้องเสื้อเอื้องลดาที่จะมาร่วมงานแฟชั่นโชว์ในโรงแรมจารวีด้วย ความสวยสะดุดตาของพิมพ์ลภัสทำให้เอื้อยคำประทับใจมาก และอยากจะขอให้เดินชุดฟินาเล่ให้

รเมศไม่ได้ตั้งใจฟังเอื้อยคำ มัวจับสังเกตท่าทางของพิมพ์ลภัสที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเรื่องเมื่อคืนและเรื่องการหายตัวไปแต่เช้าของเธอวันนี้ แต่ไม่ทันได้ซักไซ้ตามที่ตั้งใจ เอื้อยคำกับขนิษฐาก็เจ้ากี้เจ้าการให้นางแบบขาวีนไปลองชุดฟินาเล่ที่เตรียมมาเสียก่อน

ชุดฟินาเล่ของเอื้อยคำสวยงามเหมาะสมกับพิมพ์ลภัสมาก ทุกคนมองมาด้วยความชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่รเมศที่ยังเคลือบแคลงในตัวนางแบบขาวีนไม่น้อย แต่กระนั้นเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็เก็บอาการ ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรจนพิมพ์ลภัสเสียวสันหลังวาบ ระแวงว่าเขาอาจรู้อะไรบางอย่าง

ความกังวลของพิมพ์ลภัสไม่ได้เกินจริงเลย เพราะรเมศแอบเห็นข้อความบางอย่างจากไลน์บนมือถือของนางแบบขาวีนที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขที่คุ้นตาเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้สรตะข้อสงสัยทุกอย่าง พิมพ์ลภัสที่ใจคอไม่ดีก็ขอตัวไปสปาเสียก่อน

ooooooo

เอื้อยคำประทับใจในตัวพิมพ์ลภัสมากและอยากได้เธอเป็นนางแบบชุดฟินาเล่ ขนิษฐาสนับสนุนเต็มที่และพยายามส่งสายตาบอกให้รเมศช่วยกล่อมอีกแรง แต่รเมศที่เริ่มไม่มั่นใจในตัว
พิมพ์ลภัสก็ทำแค่ยิ้มรับแกนๆ อยากขอพิสูจน์อะไรบางอย่างแล้วค่อยตัดสินใจเรื่องนี้อีกที

แล้วข้อสงสัยของรเมศก็เริ่มมีเค้าความจริง เมื่อเขาเช็กกับพนักงานแล้วพบว่าพิมพ์ลภัสไม่ได้มาใช้บริการสปาเหมือนอย่างที่อ้างไว้ แต่ที่เขายังไม่รู้ คือนางแบบขาวีนกำลังประสาทเสีย กลัวจะถูกจับได้จนต้องแอบไปโทร.หากิตติชัยเพื่อระบายความเครียดและอึดอัดใจ

กิตติชัยรับสายด้วยความเซ็งสุดขีด ไม่ได้ยี่หระความเสี่ยงและความเป็นไปของนางแบบขาวีนสักนิด นอกจากเร่งรัดให้เธอทำตามแผนที่วางไว้เท่านั้น

“รีบหาโอกาสซะ ได้เข้าถึงตัวนายรเมศบ่อยๆ แบบนี้คงไม่ยากหรอกใช่ไหม”

พิมพ์ลภัสอยากจะเป็นบ้า รู้ดีว่างานนี้ไม่ง่ายเลย “ยากหรือไม่ยาก...คุณก็รู้ดี ไม่งั้นคนที่คุณส่งมาคงทำสำเร็จไปแล้วมั้ง จะบอกให้นะ ฉันก็อยากรีบปิดจ๊อบแล้วไปจากที่นี่เหมือนกันนั่นแหละ!”

กิตติชัยต้องพยายามข่มโทสะอย่างมากไม่ให้เอ็ดนางแบบขาวีน “ยืนยันหนักแน่นอย่างนี้ก็ดี ผมล่ะกลัวจริงๆว่าคุณจะหลงนายรเมศจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว รู้กันอยู่ว่าหมอนั่นมันเสน่ห์แรง...เสือผู้หญิงเลยนะนั่น”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ อ้อ...เงินงวดที่สองน่ะ คุณเอาไปจ่ายค่าบัญชีบัตรเครดิตให้ฉันแล้วใช่ไหม”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกคุณ เออนี่...คราวนี้ถ้าได้แผ่นซีดีมาแล้ว คุณเอาไปให้ยศพลนะเขาจะเป็นคนจัดการที่เหลือเอง ยศพลทำลายหลักฐานเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมโอนเงินงวดสุดท้ายเข้าบัญชีคุณทันที”

พูดจบกิตติชัยก็วางสายพร้อมแสยะยิ้มร้าย...อย่าหวังว่าฉันจะโอนเงินให้เลย ถ้ายังขโมยของไม่สำเร็จ!

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสคิดหนัก จะทำตามแผนของกิตติชัยหรือหนีหน้าจากเชียงรายเพราะทนรู้สึกผิดต่อรเมศไม่ได้ เจ้าของโรงแรมหนุ่มที่เธอกำลังมีใจให้ก็ต้องหน้าถอดสี เมื่อบวรทัตนำผลการเช็กการใช้โทรศัพท์ภายในห้องพักของนางแบบขาวีนมาให้ดูว่ามีเบอร์โทรศัพท์ของกิตติชัยอยู่ด้วย

บวรทัตพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว เริ่มจะเห็นเค้าลางแต่ไม่แน่ใจนัก รเมศเลยต้องเล่าเสียงเครียด

“พิมพ์ลภัสเป็นคนที่นายกิตติชัยส่งมา”

“ผมไม่อยากเชื่อ คนระดับคุณพิมพ์ไม่น่าจะต้องทำงานให้กับนายนั่น”

“ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันแต่เขาโกหกผมหลายเรื่องเกินไปแล้ว เมื่อเช้าผมเห็นคนส่งรหัสเซฟเก่าของผมมาที่มือถือพิมพ์ลภัส เขาเมมชื่อว่า K. คุณคิดว่าจะเป็นใครกันล่ะ”

“อย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยครับ คุณเมศลองเปิดใจคุยกับคุณพิมพ์เลยดีกว่าว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า บางทีเธออาจจะถูกบังคับ ถูกแบล็กเมล หรืออะไรก็ได้ คนชั่วๆ อย่างกิตติชัยมันทำอะไรก็ได้อยู่แล้ว”

รเมศเห็นด้วยกับบวรทัตและตัดสินใจตะล่อมถามความจริงจากนางแบบขาวีนในเย็นวันเดียวกันระหว่างมื้อค่ำ แต่พิมพ์ลภัสกลับไม่ยอมพูดอะไร แถมตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรอีกต่างหาก

แต่กระนั้นรเมศก็ไม่ยอมแพ้ เมื่อเธอขอตัวไปพักก็ตามไปหลอกถามถึงความจริงบางอย่างที่เธอปิดบังไว้อีกครั้ง แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่บอกอะไรเหมือนเดิม นอกจากทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยู่ในใจ

“พิมพ์ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง คุณดีกับพิมพ์จริงๆ นอกจากคุณพ่อ ไม่มีผู้ชายคนไหนดีกับพิมพ์ขนาดนี้เลย”

“ดีแค่ไหนคุณก็ยังไม่เปิดใจรับผมอยู่ดี...ใช่ไหมครับ...”

ooooooo

ความดีของรเมศหลายวันที่ผ่านมาทำให้พิมพ์ลภัสลำบากใจมาก ใจหนึ่งอยากยกเลิกภารกิจและกลับกรุงเทพฯทันที ใจหนึ่งก็ลังเลเพราะเงินค่าจ้าง ก้อนโตจากกิตติชัย นางแบบขาวีนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าจะเดินตามแผนเดิม อย่างน้อยก็ได้ทำเพื่อช่วยอรอุษาที่ถูกรเมศหลอกแบล็กเมล

พิมพ์ลภัสเตรียมตัวอย่างดีแต่เช้า เก็บข้าวของลงกระเป๋าเดินทางและลงไปเช็กเอาต์ เมื่อหล้าขึ้นมายกกระเป๋า นางแบบขาวีนก็เริ่มต้นแผนด้วยการโทร.ตามรเมศให้มาหาที่ห้อง โดยอ้างว่าอยากให้พาไปหาหมอ

ยศพลเห็นอดีตแฟนสาวเริ่มแผนการแล้วก็ช่วยเสริมด้วยการจ้างเด็กแถวนั้นเจาะยางรถทั้งสี่ของบวรทัต หวังดึงเลขาหนุ่มของรเมศให้ออกจากห้องทำงาน แต่แผนทั้งหมดก็ต้องพังไม่เป็นท่า เมื่อพิมพ์ลภัสถูกจับได้!

ความจริงแล้วรเมศไม่ได้ไปหาพิมพ์ลภัสที่ห้องพัก แต่ดักรอแถวห้องทำงาน แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เมื่อพิมพ์ลภัสพยายามขโมยของจากตู้เซฟ เขาก็ตัดสินใจปรากฏตัว

“คุณบอกให้ผมไปหา แล้วคุณมาอยู่ที่ห้องผมทำไมครับ”

พิมพ์ลภัสตัวชาวาบ ละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่อยากรอ เลยมาหาเขาแทน แต่รเมศก็รู้ทัน ดักคอ

“ไม่ใช่ว่าจะแอบมาหาอะไรที่ห้องผมนะครับ”

“พิมพ์ไม่ได้มาหาอะไรสักหน่อย พิมพ์แค่มารอคุณ”

หลักฐานคาตาแต่พิมพ์ลภัสก็ยังปากแข็ง รเมศเลยต้องใช้ไม้แข็ง

“นายกิตติชัยจ้างคุณมาเท่าไหร่”

“กิตติชัยไหน...ฉันไม่รู้จัก!”

“อย่าคิดว่าผมโง่พิมพ์ลภัส! ผมเห็นข้อความที่นายกิตติชัยไลน์มาบอกรหัสเซฟ แล้วผมก็ให้ลูกน้องตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์ห้องคุณ คุณโทร.หาเขาตั้งแต่วันแรกที่มาถึง!”

พิมพ์ลภัสใจหายวาบ เหมือนจะเป็นลม แต่ไม่ทันได้ทำสมใจ รเมศก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“คุณคงคิดว่าผมจะหลงกลคุณสินะ ผมจะบอกให้เอาบุญว่าคนที่อยู่ห้องคุณตอนนี้คือแม่บ้านกับพนักงานอีกคน...ไม่ใช่ผม! ส่วนรหัสเซฟนั่นผมก็เปลี่ยนมันเพื่อรอคุณโดยเฉพาะเชียวล่ะ จริงๆต้องขอบคุณนายกิตติชัยนะที่จนปัญญาถึงกับส่งรหัสเซฟเดิมมาให้คุณ แล้วคุณก็กล้าเสี่ยงซะด้วย”

พิมพ์ลภัสอับอายมาก ทั้งอึ้งทั้งโกรธ แต่ก็ไม่สำนึกตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“คุณมันร้ายกาจ คุณรู้ความจริงแล้วทำไมไม่บอกฉัน ทำเป็นห่วงใย รักนัก หลงนัก คุณหลอกฉันทำไม!”

“นี่แม่คุณ ก่อนจะด่าคนอื่น ถามตัวเองก่อน...ใครกันแน่ที่หลอกลวง! คุณทรยศความเชื่อใจของผมได้ยังไงพิมพ์ลภัส เมื่อคืนผมให้โอกาสคุณสารภาพแล้วว่ามีปัญหาอะไร ทำไมต้องร่วมมือกับเขา แต่คุณก็เลือก
จะไม่พูด ผมอุตส่าห์หลงคิดว่าคุณเป็นนางหงส์ ที่แท้ก็แค่นางนกต่อที่นายกิตติชัยส่งมา”

“ฉัน...ฉันอธิบายได้นะ”

“จะมาหลอกอะไรผมอีกพิมพ์ลภัส เรื่องแม่เลี้ยงใจร้าย เรื่องคู่หมั้นแสนเลว หรือเรื่องอะไรที่ทำให้คุณยอมขายตัวมาทำงานสกปรกแบบนี้”

“ฉันไม่ได้ขายตัว!”

พิมพ์ลภัสโกรธมาก แต่คงไม่เท่ารเมศที่เสียใจอย่างรุนแรงเพราะถูกหักหลัง “ไม่ได้ขาย! อย่าบอกนะว่านางแบบดังอย่างคุณยอมทำงานให้ผู้ชายคนนั้นฟรีๆ ถามจริงๆเถอะ เขาสัญญาว่าจะให้อะไรคุณ...บอกมา!”
สายตาแข็งกร้าวของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสกลัวจับใจ ยอมสารภาพว่าได้ค่าจ้างถึงห้าล้านบาท

“คิดอยู่แล้วว่าค่าตัวคุณคงไม่ถูก แค่หลอกผู้ชายหน้าโง่คนหนึ่ง...เงินดีกว่าเดินแบบตั้งเยอะใช่ไหม”

คำพูดดูถูกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหน้าชา แต่ก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ “ใช่! ฉันรับจ้างนายกิตติชัยมา แต่เรื่องของคุณเขาเรียกว่ากรรมตามทัน สิ่งที่คุณเคยทำกับผู้หญิงคนอื่น ทำไมคุณไม่คิด พอโดนกับตัวเองก็ทำโวยวายด่าฉัน”

“ผมทำอะไรใคร”

“ยังมีหน้ามาถาม...ก็อรอุษาเมียนายกิตติชัยไง คุณหลอกลวงเธอ ใช้คลิปเสียงเธอข่มขู่ให้นายกิตติชัยยอมแพ้คุณเรื่องธุรกิจ คุณนั่นแหละเริ่มต้นก่อน เจอแบบนี้ก็สมควรแล้ว”

รเมศช้ำใจมาก เสียใจที่พิมพ์ลภัสเชื่อกิตติชัยมากกว่า ทั้งที่หลายวันที่ผ่านมาเขาก็แสดงความ จริงใจ ทุกอย่าง

“เขาบอกคุณแบบนั้นเหรอพิมพ์ อยากฟังไหมว่าผมใช้อะไรข่มขู่นายกิตติชัย”

ไม่ต้องรอให้พิมพ์ลภัสตอบ รเมศก็เปิดแผ่นซีดีเสียงของกิตติชัยที่แอบอ้างชื่อนักการเมืองเพื่อทุจริตเรื่องซื้อที่ดิน พิมพ์ลภัสถึงกับพูดไม่ออก เมื่อทุกอย่าง กลับตาลปัตร กิตติชัยต่างหากที่เป็นคนร้ายไม่ใช่รเมศ!

“นายกิตติชัยอยากได้ที่ผืนเดียวกับผมเลยทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผมถอย มีครั้งหนึ่งเขาพลาดที่อ้างชื่อนักการเมืองดังผู้มีอิทธิพลในวงการสีกากี ผมเตรียมการไว้ดีเลยอัดคลิปเขาไว้ได้”

สีหน้าซีดเผือดของพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำให้รเมศใจอ่อน แต่โกรธมากกว่าเดิมที่เธอไม่เคยเชื่อใจเขาเลย

“แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่นายกิตติชัยอยากได้คลิปนี่นักหนา ถึงกับต้องจ้างนางนกต่อกิตติมศักดิ์ระดับคุณมาขโมย นี่ถ้าคุณจะยึดอาชีพนกต่อคงต้องฝึกเยอะๆหน่อยนะ ไม่งั้นต่อไปคงไม่มีใครจ้าง”

“ฉันไม่ได้มีอาชีพนกต่อ ฉันถูกเขาหลอก”

“ถามจริงๆเถอะ...หลายวันที่คุณอยู่ที่นี่ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าผมอาจจะถูกใส่ร้าย หรือว่าเงินตัวเดียวที่ทำให้คุณยอมปิดหูปิดตาเชื่อสองผัวเมียตัวแสบนั่นทุกอย่าง”

“คุณไม่เคยเป็นอย่างฉัน คุณไม่รู้หรอกว่าเวลาไม่มีเงินมันเป็นยังไง คุณไม่รู้ว่าคนอื่นเหยียดหยามฉัน หัวเราะลับหลังฉัน ฉันเกลียด...เกลียดทุกคนที่หาว่าฉันเป็นหงส์ปีกหัก เกลียดทุกคนที่พอฉันหมดตัวก็รุมรังแก นี่ถ้าฉันมีเงิน...”

“คุณผิดแล้วพิมพ์ เงินไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ถึงผมจะไม่เคยตกในสภาพเดียวกับคุณ แต่ผมแน่ใจว่าต่อให้สิ้นเนื้อประดาตัว ผมก็ไม่มีวันสิ้นคิดรับจ้างใครมาหลอกลวงชาวบ้าน สิ่งที่คุณทำไม่ต่างกับพวกสิบแปด มงกุฎสักนิด!”

พิมพ์ลภัสเจ็บปวดใจมาก หวาดหวั่นแต่ก็ยังเชิดหน้าสู้ถามว่าเขาจะทำอย่างไรกับเธอ รเมศคิดหนัก เขาโกรธเธอมากก็จริง แต่ก็ทำใจร้ายจับเธอส่งเข้าคุกไม่ลง

“ไปจากที่นี่ซะ แล้วอย่ากลับมาให้ผมเห็นหน้าอีก!”

“มะ...หมายความว่าคุณจะไม่เอาเรื่องฉันจริงๆเหรอคะ”

“กลับกรุงเทพฯไปซะ แล้วไปบอกเจ้านายคุณด้วยว่าอย่ามายุ่งกับผมและที่ดินผืนนั้นอีก อย่าพยายามติดสินบนคนของผมหรือส่งนกต่อมาอีก ไม่งั้นผมจะเอาคืน อย่างสาสมแน่!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน
21 พ.ย. 2562
07:15 น.