ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อาการกระฟัดกระเฟียดของพิมพ์ลภัสทำให้กิตติชัยไม่ไว้ใจ กลัวจะท่าดีทีเลว อรอุษาต้องปลอบให้คลายใจ เพราะส่งตัวช่วยคือยศพลตามประกบนางแบบขาวีนแล้ว

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าจะโดนตามประกบ มัวเพลินกับห้องพักสุดหรูและบริการแสนสบายของโรงแรม

แถมชุติมาที่ถูกเธออาละวาดเรื่องย้ายห้องยังยกแจกันดอกกุหลาบแดงของรเมศมาให้ถึงห้องพัก ทำให้นางแบบขาวีนยิ่งย่ามใจ คิดว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มหลงเสน่ห์

และเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดินอย่างที่อรอุษาบอกจริงๆ

ชุติมาเห็นท่าทางไม่ยี่หระของพิมพ์ลภัสแล้วหัวเสียมาก ทั้งเรื่องย้ายห้อง เรื่องท่าทางหยิ่งยโสและความเรื่องมาก ทำให้เธอหมดศรัทธา จนนึกโกรธตัวเองที่เคยโง่ชื่นชอบอยู่นานสองนาน

“หมั่นไส้! ทำตัวอย่างกะเป็นนางฟ้านางสวรรค์ มันก็คนเหมือนกันนั่นล่ะวะ คุณรเมศนี่ก็แปลก อะไรจะเทกแคร์นางดีเว่อร์ขนาดนี้ เปลี่ยนห้องให้แล้วยังส่งดอกไม้ตามมาอีก”

หล้าพนักงานโรงแรมที่มาช่วยยกแจกันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

“สวยขนาดนี้...ผู้ชายที่ไหนก็อยากส่งดอกไม้ให้ทั้งนั้นแหละ”

“สวยแต่รูปจูบไม่หอมอย่างแม่นี่ ถ้าฉันเป็นผู้ชายจ้างก็ไม่ให้!”

ท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของชุติมาทำให้ขนิษฐาที่เพิ่งมาทำงานสงสัย แล้วก็ได้แปลกใจมากกว่า เมื่อรู้จากประชาสัมพันธ์สาวว่ารเมศเปิดห้องพักตัวอย่างที่กำลังซ่อมแซมให้แขกพิเศษ

ระหว่างที่ขนิษฐาตามหาตัวรเมศ ชายหนุ่มต้นเรื่องกำลังชิมเมนูแนะนำในห้องอาหารโรงแรม โดยมีบวรทัตเลขาหนุ่มร่วมด้วย พัชรีคอยบริการเต็มที่ ปลื้มใจที่สองหนุ่มชอบรสชาติอาหาร ก่อนที่รเมศจะแยกตัวไปก่อนเพราะถูกขนิษฐาโทร.ตาม ทิ้งบวรทัตให้ตรวจงานในห้องอาหารแทน

พิมพ์ลภัสเดินสำรวจรอบโรงแรม หวังหาข้อมูลเกี่ยวกับรเมศ และภาพบวรทัตตรวจงานในห้องอาหารก็ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือรเมศ!

ooooooo

ยศพลตามพิมพ์ลภัสมาถึงเชียงรายในวันเดียวกัน ไฮโซหนุ่มโปรยเสน่ห์พนักงานโรงแรม โดยเฉพาะชุติมา จนได้ห้องพักในโรงแรมจารวีสมใจ แต่กระนั้น...ค่าห้องก็แพงหูดับสมชื่อโรงแรมชั้นหนึ่งชื่อดัง ทำให้ต้องแจ้นไปทวงค่าจ้างกับกิตติชัยเพราะกลัวจะไม่มีเงินจ่าย

กิตติชัยต้องยอมแบบเสียไม่ได้ หงุดหงิดมาก จนต้องไปบ่นกับอรอุษา

“ไอ้หมอนี่จะได้เรื่องไหม เขี้ยวพอกับพิมพ์ลภัสเลย ไม่ทันทำงานก็ทวงค่าจ้าง ผมคิดผิดคิดถูกกันแน่ที่เชื่อคุณ”

“ถูกสิคะ ตอนนี้ยศพลร้อนเงิน ยังไงก็ไม่มีทางทิ้งงานนี้แน่ แล้วคนที่จะรู้ใจพิมพ์ลภัสได้ดีที่สุดคงไม่มีใครนอกจากเขา อีกอย่างถ้ามีคนเจอยศพลที่นั่น ก็ไม่มีใครนึกถึงเราแต่ต้องคิดว่าหมอนั่นตามไปง้อพิมพ์ลภัส เพราะฉะนั้นนายรเมศไม่มีทางเอะใจได้ว่าสองคนนี้เป็นคนที่เราส่งไปแน่...”

ทั้งพิมพ์ลภัสกับรเมศไม่มีใครรู้ตัวจริงๆ โดยเฉพาะนางแบบขาวีน เพลิดเพลินกับบริการสปาสุดหรูของโรงแรมจนไม่มีแก่ใจจะสนใจใคร ส่วนรเมศก็ถูกขนิษฐาซักฟอกเกือบขาวเรื่องที่แอบส่งดอกกุหลาบแดงช่อโตให้พิมพ์ลภัสแขกพิเศษที่ทำเอาป่วนกันทั้งโรงแรม!

พิมพ์ลภัสเข้าใช้บริการสปาของโรงแรมหลายชั่วโมง โดยไม่รู้เลยว่าสมานจะโทร.หาจนหงุดหงิด ร้อนถึงมาธวีต้องถูกเสี่ยจอมหื่นคาดโทษ หากตามหาตัวนางแบบขาวีนไม่พบ จะยกเลิกงานและการสนับสนุนทั้งหมด

มาธวีไม่ได้หวั่นเรื่องสมานมากนัก มัวฝันหวานจะได้สานสัมพันธ์กับรเมศเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่ชอบใจตั้งแต่แรกเห็น แต่การเงียบหายของเขาหลังมีข่าวซุบซิบกับเธอก็ทำให้เป็นกังวลจนต้องโทร.ไปหยั่งเชิง รเมศไม่ได้คิดมากและตอบกลับตามมารยาท ไม่อยากหักหาญน้ำใจให้เธอเสียหน้าเพราะต้องทำงานด้วยกันอีกนาน

ขนิษฐาได้ยินว่ารเมศคุยโทรศัพท์กับมาธวีก็อดเย้าไม่ได้

“รู้สึกช่วงนี้คุณเมศจะสนิทสนมกับนางแบบเป็นพิเศษนะคะ”

รเมศเขินหน้าแดง ก่อนจะบอกว่ามาธวีเป็นเพื่อนร่วมงาน ขนิษฐาพยักหน้ารับยิ้มๆ

“อ้าว...ทำไมถึงเชื่อง่ายนักน่ะครับ ทีเมื่อกี้ยังต้อนผมซะจนมุม”

“น้องทำงานกับคุณเมศมานานจนเดาใจคุณเมศออกหมดแล้วล่ะค่ะ มองตาแป๊บเดียวน้องก็รู้แล้วว่าคิดยังไง”

“นี่ถ้าไอ้สิงห์มันรู้ว่าผมเสียทีให้คุณน้อง มันคงล้อผมตาย”

“น้องสัญญาค่ะว่าจะยังไม่บอกเรื่องนี้ให้พี่สิงห์รู้จนกว่าคุณเมศจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ”

“ถ้าผมโชคดีนะครับ”

“คุณเมศต้องโชคดีแน่ๆค่ะ พี่สิงห์ชมคุณเมศเสมอว่ามองขาดเรื่องธุรกิจ เรื่องความรักก็คงไม่แพ้กัน”

ooooooo

พิมพ์ลภัสออกจากสปาอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับนับสิบครั้ง นางแบบสาวไม่คุ้นเบอร์และคิดเอาเองว่าคงเป็นรเมศที่พยายามตามจีบ

และเพื่อให้แผนหลอกล่อได้ผล พิมพ์ลภัสเลย

ไม่ปรี๊ดแตกเหมือนที่เคยทำกับสมานและค้นหาข้อมูลของรเมศในอินเตอร์เน็ตแทน แต่มือถือเจ้ากรรมดันใช้ไม่ได้เพราะเธอค้างชำระค่ามือถือ นางแบบขาวีนเลยต้องพึ่งบริการไวไฟของโรงแรม โชคร้ายที่เธอลืมว่าเก็บพาสเวิร์ดไวไฟไว้ที่ไหน ชุติมาเลยต้องรับเคราะห์!

ชุติมาต้องข่มอารมณ์อย่างมากทันทีที่ได้ยินเสียงแหลมๆของพิมพ์ลภัส เพราะหน้าที่และใบหน้าดุๆของรเมศแท้ๆทำให้เธอกัดฟันตอบว่าพาสเวิร์ดอยู่ในซองใส่กุญแจห้อง พิมพ์ลภัสรู้ตัวว่าผิดที่โวยวายเกินกว่าเหตุแต่ยังแถหน้าด้านๆว่าหาไม่เจอ ประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ขึ้นมาก แต่ยังระงับใจและขอให้หล้านำพาสเวิร์ดไปให้นางแบบขาวีน

ยศพลแอบเห็นเหตุการณ์ตลอดและมั่นใจว่าชุติมาคงไม่ชอบหน้าพิมพ์ลภัสนัก เลยคิดจะใช้เป็นแหล่งข่าว

“เมื่อกี้ผมเห็นคุณพิมพ์ลภัสแวบๆ เขามาพักที่นี่เหรอครับ ตัวจริงสวยกว่าที่เห็นในรูปถ่ายอีกนะครับ”

“สวยน่ะสวยจริงค่ะ แต่นิสัยนี่...อย่าให้พูดเลยค่ะ”

ชุติมากำลังอารมณ์เสีย ลืมตัวเม้าท์พิมพ์ลภัสอย่างมันปาก ลืมสนิทว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นแขกของโรงแรม

“ก็ตอนที่ดิฉันเห็นในแมกกาซีนก็คิดว่าเธอดี๊ดีน่ะสิคะ ที่ไหนได้...ตัวจริงวี้นวีนค่ะ มาถึงก็ขอเปลี่ยนห้องพัก เมื่อกี้ยังมาวีนเรื่องรหัสไวไฟอีกนะคะ วีนขนาดนี้ มิน่าถึงได้มีข่าวเม้าท์ว่าแฟนขอเลิก”

ยศพลถึงกับสะดุ้ง แต่ชุติมาคงไม่ทันสังเกต มัวตกใจตัวเองที่หลุดปากนินทาพิมพ์ลภัส

“อุ้ย...ตายแล้ว...ขอโทษค่ะ ฉันไม่สมควรจะเม้าท์แขกต่อหน้าแขกแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าแบ่งปันประสบการณ์”

ชุติมายิ้มเขิน ก่อนจะหน้าเสียเมื่อรเมศปรากฏตัว ยศพลเห็นท่าทางกระวีกระวาดของประชาสัมพันธ์สาวตรงหน้า แถมได้ยินชื่ออีกฝ่ายเลยนึกรู้ว่าคือเป้าหมายของพิมพ์ลภัส...แล้วตอนนี้อดีตแฟนสาวของเขาอยู่ที่ไหน!

พิมพ์ลภัสไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่ยศพลคิด หญิงสาวเตรียมตัวอย่างดีจะไปอ่อยเหยื่อรเมศถึงในห้องอาหารของโรงแรม แต่เพราะเข้าใจผิดคิดว่าบวรทัตคือรเมศ เลยกลายเป็นจุดสังเกตให้เจ้าของโรงแรมตัวจริงสงสัย

รเมศดีใจมากที่ได้เจอพิมพ์ลภัส แต่สำหรับเธอคงตรงกันข้าม เพราะเขาดันโผล่มายืนบังสายตาเธอจากเป้าหมายหนุ่ม รเมศเห็นดังนั้นเลยเป็นฝ่ายชวนคุย เลยถูกเธอแว้ดกลับอย่างหัวเสีย

“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วรึไง หรือเจ้าของที่นี่เทรนพนักงานมาแค่ประโยคเดียว”

“ที่นี่...ความพอใจของลูกค้าคือสิ่งที่มาเป็นอันดับหนึ่งครับ”

“ฉันจะพอใจมาก ถ้าไม่มีกัปตันมายืนบังโชว์อยู่อย่างนี้”

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะบังคุณ แค่มาตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้น แล้วผมก็ไม่ได้เป็นกัปตัน”

พิมพ์ลภัสไม่ยี่หระ ตั้งท่าจะไล่เขาให้พ้นสายตา แต่พัชรีนำอาหารมาเสิร์ฟเสียก่อนและทำความเคารพรเมศตามหน้าที่ ตามด้วยบวรทัตที่เดินมาสมทบ พิมพ์ลภัสเลยได้หน้าแตกยับ เพิ่งถึงบางอ้อว่าตนเองเข้าใจผิดมาตลอด!

พิมพ์ลภัสอับอายขายขี้หน้ามาก ต้องหลบไปตั้งหลักในห้องน้ำ พลางคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ทั้งคำพูดของกิตติชัย อรอุษาและท่าทางของรเมศตอนเปลี่ยนห้องให้เธอ แถมด้วยดอกไม้ช่อโตที่ชุติมายกมาให้ถึงห้องพัก

อาการเหล่านั้นทำให้พิมพ์ลภัสมั่นใจว่าเสน่ห์ของตนคงได้ผล รเมศต้องปลื้มเธออย่างที่กิตติชัยเคยบอก และวันนี้เธอก็จะทำให้เขาตกหลุมพรางจนถอนตัวไม่ขึ้น!

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น พิมพ์ลภัสก็ต้องหัวเสียเพราะสมานโทร.จิก นางแบบขาวีนปรี๊ดใส่ก่อนตัดสาย รเมศที่เห็นเธอหายมานานเลยตามมาดูด้วยความเป็นห่วง พิมพ์ลภัสเลยแก้ตัวแบบหลอกด่าเขาในตัว

“ไอ้พวกโรคจิตคิดจะใช้เงินฟาดหัวนอนกับผู้หญิงน่ะค่ะ แต่ฉันด่ามันไปแล้ว มันคงไม่กล้าโทร.มาอีก”

รเมศไม่ได้รับรู้ความนัยนั้นด้วย พิมพ์ลภัสเลย

ได้แต่งุบงิบด่าเขาในใจแทน

“นี่ก็อีกคน มาถึงก็หว่านเสน่ห์เรี่ยราด คิดเหรอว่าฉันจะตกหลุมนายง่ายๆ!”

ooooooo

สมานถูกพิมพ์ลภัสตัดสายทิ้งก็โกรธจัด ไม่คิดเลยว่านางแบบสาวจะเรื่องมากและปากจัดขนาดนี้ ลูกน้องคนสนิทที่ได้ยินบทสนทนามาตลอดเลยอดแนะไม่ได้

“เสี่ยจะไปสนใจมันทำไมครับ มีดารานางแบบอีกตั้งเยอะแยะที่ไม่เล่นตัว”

“ปัดโธ่! แกก็แหกตาดูสิวะ พิมพ์ลภัสน่ะมันของเกรดเอ คนอย่างฉัน...มันต้องได้ของเกรดเอเท่านั้น!”

เวลาเดียวกันนั่นเอง...สินค้าเกรดเอของสมานกำลังพยายามข่มใจทอดสะพานให้รเมศ แต่เรื่องราวและกิตติศัพท์ของเขาจากกิตติชัยและอรอุษาก็ทำให้ขยาด ท่าทางและสายตาของเธอที่มองเขาเลยขัดกันอย่างประหลาด

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ ผมเห็นคุณมองผมแปลกๆ”

คำถามของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหลุดจากห้วงความคิดและตั้งสติจะเดินตามแผน “คิดว่าคุณเป็นเจ้าของโรงแรมอายุน้อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาน่ะสิคะ ฉันได้ยินมาว่าคุณสร้างโรงแรมนี้ด้วยตัวเอง ไม่ได้รับช่วงต่อจากธุรกิจครอบครัว เลยคิดว่าเจ้าของที่นี่น่าจะเป็นคนมีอายุ สวมสูททั้งวัน หน้าผากเริ่มเถิก หรือพุงยื่นอะไรทำนองนั้น”

“ผมยอมรับครับว่าโชคดีที่ครอบครัวมีส่วนช่วยปูทางให้ เลยประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น จะมาลำบากก็ตอนพยายามรักษาสิ่งที่สร้างมากับมือให้คงอยู่แล้วก็เติบโตนี่ล่ะครับ”

รเมศสบตาเธออย่างไม่ปิดบังความในใจ แต่พิมพ์ลภัสกลับเข้าใจว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์ใส่เธอ

“ฉันเห็นด้วยค่ะ...การพยายามรักษาเอาไว้มันยากยิ่งกว่าตอนสร้างมันขึ้นมาเยอะ”

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ มาพักผ่อนหรือมาทำงาน”

“พักค่ะ ฉันกำลังว่างงาน นึกเบื่อกรุงเทพฯก็เลยมาเที่ยว”

“แล้วจะอยู่นานไหมครับ”

“สามสี่วัน...หรืออาจจะนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ”

“งั้นคุณคงได้อยู่นานแน่เพราะที่นี่สวย สงบ ผู้คนอัธยาศัยดี รับรองไม่มีแทงข้างหลังอย่างที่คุณไม่ชอบแน่ครับ”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้า รเมศเลยต้องอธิบายว่าเคยเจอเธอในงานเลี้ยงวันเกิดของประธานเมื่อหลายวันก่อน นางแบบขาวีนเลยถึงบางอ้อว่าผู้ชายที่เธอเดินชนก่อนกลับคอนโดก็คือรเมศ

สีหน้าตื่นตะลึงของเธอทำให้รเมศนึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก และอดไม่ได้จะเย้ายิ้มๆ

“หลังผมปลอดภัยเพราะคุณเตือนไว้ก่อน ผมเลยระวังหลังตัวเองตลอดเวลา”

รอยยิ้มจริงใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสแอบรู้สึกผิด เขาจำเธอได้ดีแทบทุกเรื่อง แต่เธอกลับจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย ต้องค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และคงเพราะไม่รู้จักเขาดีนั่นเอง ทำให้พิมพ์ลภัสวีนเหวี่ยง เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เมื่อเห็นว่าอาหารที่ยกมาเสิร์ฟเป็นชุดอาหารพื้นเมืองเหนือที่เต็มไปด้วยของมันๆ

รเมศอดอึ้งไม่ได้ที่เจอภาคนางมารของพิมพ์ลภัส แต่ก็ยิ้มรับอย่างใจเย็นและจัดการแก้ไขอาหารให้ตามมารยาทและหน้าที่เจ้าของโรงแรมที่ดี นางแบบขาวีนเสียอีกที่หน้าชาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ถือสาความเรื่องมากของเธอ แถมทำให้เธอทึ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำเมื่อเขาบอกว่าเคยเห็นเธอเดินแบบในงานเปิดตัวคอนโดหรู

“เซอร์ไพรส์จังนะคะ เราเคยเจอกันตั้งสองครั้งแล้ว แต่ฉันกลับไม่ทันสังเกตคุณ”

“คุณจะต้องเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าถ้าผมบอกว่ารู้จักพ่อของคุณด้วย ขอแสดงความเสียใจเรื่องท่านอีกครั้งนะครับ”

เรื่องของตรัยทำให้พิมพ์ลภัสชะงัก ความรู้สึกผิดจางหายเพราะไม่ว่ากี่รายที่เจอก็ต้องอ้างถึงพ่อเธอทั้งนั้น

“ขอบคุณค่ะ...ฉันเป็นนางแบบมาสักพักแล้ว แต่คิดจะทำเป็นอาชีพก็ตอนที่คุณพ่อฉันเสียนี่ล่ะค่ะ ฉันรู้ว่าตัวเองถังแตกเลยต้องยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง แต่ช่วงนี้ใครๆก็คงเบื่อหน้าฉันแล้วมั้งคะ ฉันเลยว่างงานจนเซ็ง ถึงมาเที่ยวที่นี่”

ท่าทีมึนตึงกะทันหันของเธอทำให้รเมศแปลกใจ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ติดใจมากมาย

“ผมกำลังจะจัดแฟชั่นโชว์การกุศลเดือนหน้า มีห้องเสื้อมาร์ธาแล้วก็ห้องเสื้อท้องถิ่นที่นี่มาร่วมงานด้วย ถ้าคุณยังไม่ได้รับงานที่ไหน สนใจรับงานนี้ไหมครับ”

“คงต้องไปถามมาธวีก่อนดีกว่ามั้งคะว่าเขาเต็มใจให้ฉันร่วมเดินแบบงานนี้ด้วยรึเปล่า”

สีหน้าสงสัยของเขาทำให้พิมพ์ลภัสต้องอธิบายแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

“เขาเป็นอดีตแม่เลี้ยงฉันค่ะ เราไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ เงินที่เขาเอามาตั้งห้องเสื้อนั่นก็เงินของพ่อฉันทั้งนั้นล่ะค่ะ เขาเรียกร้องเอาไปตอนหย่ากับคุณพ่อ ทั้งๆที่รู้ว่าคุณพ่อกำลังมีปัญหา”

“คุณไม่จำเป็นต้องเดินแบบให้กับมาร์ธาก็ได้นี่ครับ ยังมีห้องเสื้ออื่นๆอีกตั้งหลายที่”

“เอาไว้ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ บางทีฉันอาจจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นก็ได้”

ooooooo

พิมพ์ลภัสมัวบริหารเสน่ห์กับรเมศ เลยไม่รู้ว่ามาธวีวิ่งตามหาตัวให้วุ่น เพราะถูกกดดันจากสมานมาอีกที แต่ทั้งเป็ดและหนูดีก็ยังไม่มีใครตอบได้ นอกจากพิมพ์ลภัสหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเท่านั้น

ขณะที่มาธวีสืบข่าวให้วุ่น พิมพ์ลภัสก็กำลังทำคะแนนนำโด่ง โปรยเสน่ห์ใส่รเมศจนเขายิ้มไม่หุบ

แต่กระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าเธอไม่ค่อยยอมกินมื้อเย็นที่เขาจัดหามาเปลี่ยนให้เท่าไหร่

“อาชีพของฉันก็อย่างนี้แหละค่ะ ขืนกินตามใจปากต้องลำบากทีหลังแน่”

“แต่ผมว่าสำหรับคุณคงไม่น่ามีปัญหาหรอกครับ เพราะถึงยังไงคุณก็...สวยอยู่แล้ว”

“ไม่ยักรู้นะคะว่าเจ้าของโรงแรมต้องตระเวนชม แขกทุกคนแบบนี้”

“ก็ไม่ทุกคนหรอกครับ เฉพาะคนที่สวยมากๆอย่างคุณเท่านั้น”

“ขอบคุณค่ะที่ชม และก็ขอบคุณอีกครั้งที่เลี้ยงข้าวฉัน”

“ถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับจากผมก็แล้วกันนะครับ”

“หมายความว่าจะเลี้ยงแค่มื้อเดียวเหรอคะ”

“กี่มื้อก็ได้ครับ...ถ้าคุณต้องการ”

รเมศสบตาซึ้ง พิมพ์ลภัสถึงกับอึ้งไปอึดใจ กว่าจะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาได้

“งั้นพรุ่งนี้ถ้าฉันเปลี่ยนใจ คุณยังยินดีจะเป็นไกด์ให้ฉันอยู่รึเปล่าคะ”

ประตูลิฟต์เปิดพอดี พิมพ์ลภัสก้าวเข้าไป เกือบถอดใจแล้วว่าเขาคงไม่รับปาก แต่ก็ได้ยิ้มกว้างในอึดใจต่อมา

“แล้วผมจะรอครับ...กู๊ดไนท์ครับ”

“กู๊ดไนท์ค่ะ อ้อ...ความจริง ฉันไม่ค่อยชอบดอกกุหลาบสักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ”

“งั้นผมขอแก้ตัวใหม่ครั้งหน้าละกันนะครับ”

สายตาแพรวพราวของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่สติก็เตือนให้ระวังไม่ให้หลงสเน่ห์เขา ต่างจากรเมศที่เข้าข้างตัวเองคิดว่าคงมีหวังหากเขาแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่ายศพลแอบสังเกตทุกอย่าง และอดเจ็บใจไม่ได้ที่พิมพ์ลภัสให้ความสนิทสนมกับรเมศมากกว่าสมัยเป็นแฟนเขาเสียอีก!

แผนการของเธอทำท่าจะไปได้ดี แต่พิมพ์ลภัสกลับอึดอัดใจมาก ต้องสร้างภาพและทำท่าเหมือนสนใจเสือผู้หญิงตัวร้ายอย่างรเมศ แต่กระนั้น...เพื่ออนาคตอันสดใสและเงินค่าเช่าคอนโดหรูตลอดปีก็ทำให้เธอต้องยอมข่มใจเดินแผนขั้นถัดไป ด้วยการพยายามทำให้ไลฟ์สไตล์ของเธอกับเขาตรงกัน

พิมพ์ลภัสเริ่มต้นเช้าวันต่อมาด้วยการวิ่งรอบโรงแรม หวังให้รเมศที่เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารว่า ชอบออกกำลังกายมาเจอ แต่โชคชะตาก็เล่นตลก นางแบบขาวีนต้องวิ่งคอยเก้อ เพราะคลาดกับเขาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ

แผนการวิ่งไม่ได้ผล แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ละความพยายาม แต่งตัวสวยไปดักรอในห้องอาหารเพราะรู้แน่ว่าเขาต้องลงมาตรวจงานทุกเช้า แต่เธอก็ต้องรอเก้ออีกหนเพราะรเมศดันติดธุระเรื่องที่ดินหมู่บ้านปลายดอย

พัชรีเห็นพิมพ์ลภัสแขกสาวคนพิเศษของรเมศนั่งนานก็หวังดีจะไปรับออเดอร์ เลยถูกปรายตามองอย่างเย็นชา และกลายเป็นเครื่องระบายอารมณ์โดยไม่รู้ตัว “สลัดอโวคาโดกุ้งย่าง น้ำสลัดงาญี่ปุ่น เสิร์ฟที่ห้องพักฉันในสิบห้านาที ห้ามเลท ไม่งั้นฉันเขียนคอมเมนต์ถึงผู้บริหารแน่!”

ooooooo

ความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสทำให้เหล่าพนักงานเอือมระอา ใบหน้าสวยงาม รูปร่างสมสัดส่วนและความโด่งดังของเธอไม่ได้ทำให้พวกเขาหลงเสน่ห์อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่จินตนากับกานดาสองสาวเสิร์ฟเพื่อนซี้ที่ดันผ่านมาเจอนางแบบขาวีนระหว่างทางเดินกลับห้องพัก

คราแรกจินตนากับกานดาตั้งท่าจะขอถ่ายรูปด้วย แต่พิมพ์ลภัสกำลังอารมณ์ไม่ดีเลยเชิดใส่ สองสาวเสิร์ฟเลยอดนินทาไม่ได้ถึงความหยิ่ง นางแบบขาวีนได้ยินก็ถึงกับปรี๊ด หมุนตัวไปเอาเรื่องทันที

“ฉันไม่ใช่คนของประชาชนที่ต้องเอาใจแฟนคลับ แล้วนี่ก็เวลาส่วนตัว พวกเธอเป็นพนักงาน แล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้ฉันพอใจ ฉันไม่จำเป็นต้องยิ้มให้ และข้อสำคัญนะ ฉันเป็นลูกค้าโรงแรม พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์”

“ขอโทษค่ะคุณพิมพ์ลภัส”

“ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้ แต่ถ้าเธอทำให้ฉันอารมณ์เสียอีก ฉันฟ้องผู้จัดการพวกเธอแน่”

คาดโทษจบก็อ่านป้ายชื่อของสองสาวเพื่อยืนยันว่าเธอทำจริงแน่หากมีคราวหน้า จินตนากับกานดาหน้าเสีย กลัวเรื่องไปถึงรเมศแล้วจะถูกไล่ออก เลยได้แต่ก้มหน้างุดพลางคิดในใจ...ใครว่าคนสวยจะร้ายกาจไม่ได้!

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสแผลงฤทธิ์ในโรงแรมจารวี...

รเมศก็วุ่นวายกับการเคลียร์ปัญหาในหมู่บ้านปลายดอย เมื่อจู่ๆคืนก่อนก็มีเสียงปืนขู่เหมือนจะไล่พวกชาวบ้าน ถนอมลูกสมุนของกิตติชัยที่ถูกส่งตัวมาสอดแนมแกล้งโวยวายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน ก่อนเป็นโต้โผปั่นหัวทุกคนว่ารเมศเป็นตัวการเรื่องทั้งหมด

รเมศหนักใจมาก พยายามอธิบายและไกล่เกลี่ยแต่ก็เหมือนจะฟังไม่ขึ้นเพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน ถนอมเลยใช้จุดนี้ปั่นหัวชาวบ้านให้เกลียดชังเขามากขึ้น โดยเฉพาะพ่ออุ๊ยจรัญผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้านที่รเมศเพียรผูกมิตรด้วยมานาน งานนี้เจ้าของโรงแรมหนุ่มเลยตกที่นั่งลำบาก ต้องหาทางจับมือปืนตัวจริงมาลงโทษให้ได้!

พิมพ์ลภัสหัวเสียมากที่ตามหารเมศไม่พบ กิตติชัยที่เพิ่งได้รับข่าวดีจากถนอมโทร.มาเช็กความคืบหน้า นางแบบขาวีนก็เหวี่ยงใส่ อรอุษาเลยต้องช่วยออกอุบายให้เธอออกไปดักรอรเมศที่ริมสระน้ำของโรงแรม

ตำแหน่งสระน้ำของโรงแรมจารวีอยู่ในจุดที่มองเห็นห้องทำงานของรเมศ พิมพ์ลภัสเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่และอุปกรณ์เสริมความงาม รวมทั้งจัดฉากสุดฤทธิ์ให้พนักงานเอาร่มกันแดดออก เขาจะได้สังเกตเห็นเธอง่ายๆ แต่รอแล้วรอเล่าจนผิวหนังขาวผ่องของเธอเริ่มแดงเพราะไอแดด เจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ไม่ปรากฏตัว!

กว่ารเมศจะรู้ว่าพิมพ์ลภัสอยู่ที่สระน้ำ นางแบบขาวีนก็ถอดใจและตั้งท่าจะกลับห้องพักแล้ว

“ผมคิดว่าคุณยังอยู่ในห้องซะอีก”

พิมพ์ลภัสไม่ได้ดีใจที่เห็นเขา หงุดหงิดที่รอนานเลยเหวี่ยงใส่ “ใครจะทนอุดอู้ในห้องได้ล่ะคะ ฉันลงมาวิ่งจ๊อกกิ้งที่ท่าน้ำ ไปกินข้าวที่ห้องอาหาร แล้วก็มานั่งตรงนี้ใต้ห้องทำงานคุณตั้งแต่เช้าแล้ว คุณไม่เห็นรึไง”

“ไม่เห็นเลยครับ ไม่งั้นผมคงลงมาหาคุณนานแล้ว ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงครับว่าห้องทำงานผมอยู่เหนือสระว่ายน้ำ”

คำถามง่ายๆของเขาทำให้พิมพ์ลภัสชะงัก ก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปที

“เดาเอาน่ะค่ะ คอนโดที่ฉันอยู่ ห้องผู้บริหารก็อยู่เหนือสระว่ายน้ำ แล้วฉันเดาถูกรึเปล่าล่ะคะ”

รเมศยิ้มเอาใจ ง้องอนสุดฤทธิ์ “ครับ...แต่งานผมยุ่ง เลยไม่ค่อยได้มองลงมา ไม่งั้นคงสะดุดตาคุณก่อนใคร ผมขอโทษนะครับที่บอกว่าจะพาคุณเที่ยวแต่กลับปล่อยให้คุณรอ”

สายตาจริงใจและคำขอโทษของเขาทำให้พิมพ์ลภัส ใจอ่อนยวบ ยอมเปลี่ยนเรื่องแต่โดยดี

“ฉันหิวแล้ว คุณพอจะแนะนำอาหารอร่อยๆให้ผู้หญิงที่หิวโหยมากอย่างฉันได้ไหมคะ”

“มีให้เลือกเยอะเลยครับ คุณพิมพ์...ผมขอเรียก แบบนี้ได้ไหมครับ”

รเมศยิ้มหวานออดอ้อน พิมพ์ลภัสเลยยอมให้เขาเรียกชื่อเล่น แถมแทนตัวเองด้วยชื่อนั้นอีกต่างหาก จนเจ้าของโรงแรมหนุ่มหัวใจพองโตเพราะคิดว่าเธออาจมีใจให้เขาบ้างแล้ว

ooooooo

พิมพ์ลภัสเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดว่ายน้ำวาบหวิวเป็นชุดลำลองสวยสง่าควงรเมศเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม เหล่าพนักงานมองตามตาไม่กะพริบ มั่นใจว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มคงจริงจังกับนางแบบขาวีนแน่...เปิดตัวขนาดนี้!

รเมศปลื้มใจมากที่พิมพ์ลภัสให้โอกาส เขาเอาอกเอาใจเธอที่เลือกกินด้วยการพาไปกินบุฟเฟ่ต์หรูของ โรงแรม พิมพ์ลภัสแอบนิ่วหน้าเพราะไม่ชอบ แต่เมื่อได้เห็นวิธีการปรุงสดๆและรสชาติกลมกล่อมก็ยิ้มออก

จินตนาเห็นรเมศเอาใจพิมพ์ลภัสออกนอกหน้าก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ก็แอบเสียว กลัวว่าโผล่หน้าไปให้เห็นแล้วนางแบบขาวีนจะเอาเรื่องตอนนินทาแบบเผาขน ไปฟ้องเจ้านายหนุ่ม

แต่กานดาที่ยืนอยู่ด้วยไม่คิดเช่นนั้น “เขาไม่ฟ้องหรอก แค่ขู่ๆไปอย่างนั้นแหละ แต่ถึงจะฟ้องเราไม่ได้ทำ อะไรผิด อย่างมากก็ถูกตักเตือน คุณรเมศไม่โหดขนาดไล่เราออกหรอก”

“ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากเสี่ยง แกไปดูแลโต๊ะคุณรเมศแทนฉันหน่อยนะ”

“ก็ได้...ไม่เห็นจะยากตรงไหน เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูว่า แกน่ะคิดมากไปเอง”

แล้วกานดาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของตัวเองในอึดใจ ต่อมา เมื่อถูกพิมพ์ลภัสสั่งอย่างเอาแต่ใจ

“ช่วยเอาซุปถ้วยนี้ไปอุ่นให้ฉันหน่อย”

“ถ้าซุปถ้วยนี้เย็นแล้ว เดี๋ยวดิฉันเอาถ้วยใหม่มาเปลี่ยนให้นะคะ”

“แต่ฉันปรุงรสชาติถูกใจแล้ว ทำไมฉันต้องปรุงใหม่ ฉันจะกินซุปถ้วยนี้”

กานดาตั้งท่าจะเถียง แต่พิมพ์ลภัสก็หันไปหารเมศเพื่อวัดใจ อภิชาติกัปตันห้องอาหารที่ตามมาดูเพราะเห็นท่าทางหัวเสียของกานดาเลยรับอาสายกซุปไปอุ่นให้จินตนาเห็นท่ากระฟัดกระเฟียดของกานดาก็พอเดาได้ว่าคงถูกพิมพ์ลภัสแผลงฤทธิ์ใส่

“เป็นไง...ฉันคิดมากไปไหมล่ะ”

“เธอคิดน้อยกว่านั้นเยอะ คนอะไรเอาแต่ใจเว่อร์ แค่ซุปถ้วยเดียวก็ต้องเอามาอุ่น พี่ชาติไปตามใจทำไมไม่รู้”

“เพราะลูกค้าถูกทุกอย่าง ลูกค้าคือพระเจ้า อย่างนั้น ใช่ไหมคะพี่ชาติ”

จินตนาบ่นพลางหันไปมองอภิชาติ แต่เขาก็ไม่ยี่หระ ตอบกลับเสียงเรียบ

“เขาเป็นลูกค้า ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเราก็ต้อง ยินดีให้บริการ ให้ลูกค้าพอใจที่สุด จำที่คุณเมศสั่งไม่ได้เหรอ”

กานดาหมั่นไส้กัปตันหนุ่มมาก แต่เคืองพิมพ์ลภัสมากกว่าที่ทำให้ทุกคนวุ่นวาย

“จำได้ แต่มันอดไม่ได้เข้าใจป่ะ ไม่รู้ว่าคุณเมศไปคบกับคนนิสัยแย่ๆแบบนั้นได้ไง”

“ห้ามเม้าท์ลูกค้าในเวลางาน คุณเมศสั่งเอาไว้เหมือนกัน”

“รู้แล้วค่า ต่อไปจะหุบปากให้สนิทเลย!”

อภิชาติส่ายหน้าอ่อนใจ ยังไม่เชื่อว่าคนสวยอย่างพิมพ์ลภัสจะร้ายกาจถึงขนาดนั้น แต่กานดาก็ทำให้เห็น เมื่อเธอเดินสงบเสงี่ยมยกซุปไปเสิร์ฟ แต่นางแบบขาวีนกลับ ไม่แตะแม้แต่น้อย แถมควงรเมศออกจากห้องอาหารหน้าตาเฉย ทิ้งอภิชาติให้มองตามงงๆ กานดาเลยได้ทีแขวะยิ้มๆ

“คุณลูกค้าพอใจม้ากมากจริงๆค่ะพี่ชาติ”

ooooooo

รเมศเห็นความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสแต่กลับไม่คิดว่าเป็นปัญหา แถมมองว่าน่าเอ็นดูด้วยซ้ำ ชวนเธอไปเที่ยวรอบๆเชียงรายเพื่อสร้างบรรยากาศและกระชับความสัมพันธ์ พิมพ์ลภัสเห็นเป็นโอกาสจะเข้าห้องทำงานของเขาเลยแกล้งบอกว่าอยากเดินชมโรงแรมจารวีมากกว่า

เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่อยากเชื่อหู และนางแบบขาวีนก็เพิ่งรู้ตัวว่าบุ่มบ่ามมากเกินไป

“ทำไมคะ...หรือว่าคุณไม่อยากให้พิมพ์รู้จักคุณ เอ่อ...หมายถึงโรงแรมของคุณน่ะค่ะ หรือว่าที่นี่ไม่มีอะไรดึงดูดใจมากพอ หรือไม่งั้นก็...คุณมีอะไรปิดบังอยู่”

รเมศพอจะเข้าใจนิสัยอยากเอาชนะของเธอ และแอบปลื้มไม่น้อยที่เธออยากรู้จักที่ทางของเขา เลยยิ่งกว่าเต็มใจจะพาเธอเดินชมรอบโรงแรมแบบทุกซอกทุกมุม!

พิมพ์ลภัสไม่คิดเลยว่าทุกซอกทุกมุมของเขาจะทำให้เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนี้ รเมศเป็นเจ้านาย ที่เข้มงวดและละเอียด เขาพาเธอตระเวนไปทุกที่ในโรงแรมแบบสบายๆ แต่เธอกลับเบื่อและเมื่อยมาก แถมเขา ก็ไม่ยอมพาไปห้องทำงานสักที นางแบบขาวีนเกือบจะถอดใจแล้ว ถ้าเขาจะไม่พาไปที่โปรดของเขาเสียก่อน

รเมศเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของพิมพ์ลภัสก็นึกสงสารและเห็นใจ แต่ก็อยากให้เธอเห็นสถานที่สุดพิเศษของเขา จึงพยายามประคับประคองให้เธอเดินไปชมน้ำตกหลังโรงแรม

พิมพ์ลภัสตะลึงลานกับความงามของน้ำตก รเมศชื่นใจมากและมองรอยยิ้มของเธออย่างหลงใหล

“ผมถึงได้อยากให้คุณมาเห็นไงครับ ผมชอบที่นี่มาก แล้วหวังว่าคุณจะชอบเหมือนกัน”

แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งของเขาทำให้พิมพ์ลภัส หัวใจเต้นแรง แต่ก็พยายามกลบเกลื่อน

“ก็โอเคนะคะ แต่ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะชอบมากไหม เพราะพิมพ์ยังเที่ยวไม่ครบทุกซอกทุกมุมเลย”

รเมศยิ้มกว้าง เสนอตัวเป็นไกด์ให้ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่ แต่วันนี้คงต้องให้เธอพักเพราะเหนื่อยมากแล้ว

“พรุ่งนี้เราไปข้างนอกกันดีกว่า เที่ยวแต่ในโรงแรม เดี๋ยวคุณพิมพ์จะเบื่อผม...ผมหมายถึงโรงแรมของผมซะก่อน”

“สงสัยพิมพ์จะต้องอยู่ยาวอย่างที่คุณบอกแล้วสิคะ...”

ยศพลแอบสะกดรอยตามดูพิมพ์ลภัสตลอด แม้จะหมั่นไส้อดีตแฟนสาวไม่น้อย แต่ก็ไม่ลืมหน้าที่ตัวเอง ถ่ายรูปเธอกับรเมศส่งไปให้กิตติชัย ก่อนจะผละไปบ่อนในเขตประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเบื่อเต็มทนที่ต้องจับเจ่าในโรงแรม!

ooooooo

พิมพ์ลภัสเหนื่อยมากกับการชมโรงแรมเมื่อวันก่อน แต่ก็สู้ไม่ถอย ตั้งมั่นจะทำให้รเมศไว้ใจให้ได้ เป้าหมายการมาเชียงรายครั้งนี้จะได้สำเร็จ รเมศยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกปั่นหัว มัวเอ็ดชุติมาที่แต่งหน้าทาปากแบบจัดเต็มมาทำงาน

“ฉันเคยเตือนเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่า ลิปสติกสีฉูดฉาดแบบนี้มันไม่เข้ากับกฎของโรงแรม”

“ขอโทษค่ะคุณเมศ ฉันแค่เอามาลองแล้วลืมลบ”

“ชุติมา...เธอจะชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัวแต่งหน้าฉันไม่ว่า แต่ต้องไม่ใช่ในเวลางาน โรงแรมเรามีกฎการแต่งกายของพนักงาน และฉันก็ไม่คิดว่ามันจะยากลำบากในการปฏิบัติตาม มันอาจจะไม่อินเทรนด์ ไม่สวยเก๋อย่างที่เธอชอบ แต่กฎก็คือกฎ ถ้าเธอไม่เคารพในกฎ เธอก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นพนักงานของโรงแรม”

“ฉันจะไม่ทำอีกค่ะ คุณเมศอย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ”

น้ำเสียงอ้อนวอนและน้ำตาของประชาสัมพันธ์สาวทำให้รเมศใจอ่อนยอมให้โอกาสเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่วายคาดโทษว่าอย่าให้เห็นอีก พิมพ์ลภัสผ่านมาได้ยินพอดี อดหวั่นไม่ได้เพราะท่าทางเขาดุดันเหลือเกิน

ชุติมาผละไปลบเครื่องสำอางแล้ว รเมศเลยเดินไปหาพิมพ์ลภัส

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่ตักเตือนพนักงานนิดหน่อย”

“ไม่หน่อยแล้วมั้งคะ วิ่งร้องไห้ไปแบบนั้น”

รเมศส่ายหน้าอ่อนใจ “เธอทำผิดซ้ำสองครับ ผมเคยเตือนแล้วแต่เธอก็ยังทำอีก ครั้งนี้ผมเลยต้องเล่นบทโหด เธอจะได้เคารพกฎของโรงแรมและไม่ทำผิดอีก”

“คุณน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย”

“ผมต้องคุมพนักงานให้อยู่ครับ พนักงานของเราเยอะ ถ้ามีคนทำผิดแล้วผมปล่อยไป คนอื่นก็จะเอาเป็นแบบอย่าง โรงแรมก็จะขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่สุด”

พิมพ์ลภัสเริ่มกลัว หากเขาจับผิดเธอได้จะต้องโดนลงโทษขนาดไหน แต่รเมศก็ไม่ให้เวลาเธอคิดนาน เปลี่ยนเรื่องดื้อๆว่าเธออยากไปไหน นางแบบขาวีนทำการบ้านมาแล้วและรู้ว่าเขาชอบไปวัด เลยต้องฝืนใจชวนไปทำบุญ

รเมศนิ่วหน้า ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินเธอชวนไปวัด แต่ก็เป็นห่วงเธอมากกว่าว่าจะมีอะไรไม่สบายใจ

“พิมพ์ไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หาที่เงียบๆสงบๆนอกจากในห้องพักบ้าง ถ้าพิมพ์ขอให้คุณพาไป คุณสะดวกไหมคะ พอดีพิมพ์ไม่ค่อยรู้ที่ทางแถวนี้เท่าไหร่”

“ยินดีครับ ผมเองก็ไปวัดบ่อยๆอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะเป็นไกด์ให้คุณเอง”

ooooooo

แต่ถึงจะออกปากอยากไปวัดแบบนั้น พิมพ์ลภัสก็ทำอะไรไม่ถูก เงอะๆงะๆเพราะเป็นพวกห่างวัด รเมศจับสังเกตอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ติดใจ คอยช่วยเธอทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ

พิมพ์ลภัสอับอายมาก แต่ก็ยังมั่นหน้าแก้ตัวกับรเมศหน้าตาเฉย

“พิมพ์เรียนคอนแวนต์มาตลอดค่ะ เลยอาจจะไม่ค่อยรู้พิธีรีตองพวกนี้เท่าไหร่ แต่พิมพ์ชอบไปวัดนะคะ ชอบเดินดูศิลปะในวัด อย่างพวก...การออกแบบประตู หน้าต่าง หลังคาหรือพวกจิตรกรรมฝาผนังอะไร แบบนี้”

“คุณพิมพ์ชอบศิลปะหรือครับ”

“ชอบดูเฉยๆค่ะ ไม่ได้มีความรู้อะไร แต่คุณดูคล่องจังเลย สมแล้วที่บอกว่ามาวัดบ่อย...มากับใครเหรอคะ”

“มาคนเดียวบ้าง มากับครอบครัวบ้าง แต่ถ้าคุณพิมพ์ชอบไปวัด ชวนผมได้นะครับ ผมจะได้มีเพื่อนไปด้วย”

ท่าทีเอาอกเอาใจของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสหวั่นไหว เขาพาเธอเที่ยวชมรอบเมืองเชียงรายตามที่สัญญา แต่ก็ไม่เฉียดเข้าใกล้ห้องทำงานเป้าหมายของนางแบบขาวีนสักที แต่กระนั้นพิมพ์ลภัสก็ไม่ถอย เดินหน้าทำตามแผนของตัวเองด้วยการสานสัมพันธ์ให้เขาไว้ใจมากขึ้นทุกวัน

แต่ก็ไม่ใช่แค่รเมศที่ไว้ใจพิมพ์ลภัส นางแบบขาวีนก็ไว้ใจเขามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อวันหนึ่งที่เขาพาเธอชมสวนดอกไม้บนพระตำหนักดอยตุง ดอกไฮเดรนเยียของที่นั่นก็ทำให้เธอคิดถึงแม่

“เสียดายที่แม่พิมพ์สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เลยอยู่กับพิมพ์ไม่ได้นาน ไม่งั้นพิมพ์อาจจะได้ความอ่อนหวาน อ่อนโยนมาจากแม่บ้าง คุณว่างั้นไหมคะ”

ภาพในอดีตสมัยที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากลับมาอีกครั้ง พิมพ์ลภัสคิดถึงพ่อแม่จนน้ำตาไหล รเมศมองมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะชวนคุยเพื่อปลอบใจ

“คุณพิมพ์รู้ความหมายของดอกไฮเดรนเยียไหมครับ”

“อย่าบอกนะคะว่าคุณรู้...ให้ดอกไม้ผู้หญิงบ่อยจนต้องหาความหมายเลยหรือคะ”

รเมศตกใจ รีบแก้ตัว “เปล่านะครับ ผมรู้มาจากคนดูแลสวนที่โรงแรมต่างหาก ผมเคยไปยืนดูตอนเขาเอาลงแปลง เขาก็เลยบอกความหมายดอกไม้มาหลายชนิดเลย”

“ไม่ต้องแก้ตัวซะยาวเหยียดขนาดนี้ก็ได้ค่ะ พิมพ์ก็แค่แซวเล่น ตกลงความหมายคืออะไรคะ”

“คุณช่างเย็นชาเหลือเกิน....ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้แห่งความเย็นชาครับ”

“อุตส่าห์สวย...ทำไมความหมายถึงเศร้าเนี่ยไม่เข้ากับหน้าตาเลย”

“อาจเพราะไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่เกิดและเติบโตในเมืองหนาวครับ แต่จริงๆยังมีอีกความหมายหนึ่งนะครับ เป็นความหมายที่ผมว่าเหมาะกับไฮเดรนเยียที่สุด”

รเมศยิ้มเหมือนจะรอให้อยากรู้ แล้วก็สมหวัง

เมื่อพิมพ์ลภัสเร่งเร้าให้เขาบอก

“ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ...จริงๆผมว่าไฮเดรนเยียไม่ได้เย็นชาหรอกครับ ออกจะเซนซิทีฟด้วยซ้ำ เพราะเป็นดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปมา อ่อนไหวกับค่ากรดด่างในดิน แถมยังไม่มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ทั่วไป ไฮเดรนเยียคงอยากขอบคุณที่เข้าใจความเย็นชาของมัน ขอบคุณที่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของมัน”

“เหมือนคนเลยนะคะ อยากให้ใครสักคนมาเฝ้าดู เรียนรู้ และเข้าใจตัวตนของเรา...”

สองหนุ่มสาวสบตากันซึ้ง รเมศเกือบจะสารภาพความในใจบางอย่างอยู่แล้ว แต่พิมพ์ลภัสก็รู้สึกตัวเสียก่อน หลบสายตาเขาแล้วเดินหนีดื้อๆ เจ้าของโรงแรมหนุ่มแปลกใจมาก แต่ก็ไม่ท้อ พาเธอไปเดินเที่ยวต่อ

พิมพ์ลภัสพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเพราะความหวั่นไหว นับวันการเข้าใกล้รเมศก็ทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้มากขึ้นทุกที และตอนนี้เขาก็เริ่มต้นมันอีกครั้งด้วยการชวนเธอคุยเรื่องเข็มกลัดรูปหงส์

“คุณเมศเก่งจังนะคะ ดูออกด้วยว่าของแบรนด์ไหน”

“แต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองครับ เห็นบ่อยเข้าก็พอแยกออก”

“เห็นบ่อยหรือซื้อแจกสาวบ่อยคะ ถึงได้แยกออกแม่นเหลือเกิน”

“อย่างผมมีปัญญาซื้อแจกที่ไหนล่ะครับ ผมเห็นบ่อยเพราะแม่กับพวกพี่สาวช่างซื้อกันเหลือเกิน”

รเมศเล่าว่ามีพี่สาวสองคน คนหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ ส่วนอีกคนอยู่เชียงใหม่กับแม่ของเขา พี่สาวทั้งสองมีลูกแล้ว ตัวเขาเลยมีหลานมากถึงห้าคน พิมพ์ลภัสฟังเพลินและบอกว่าเขามีครอบครัวที่อบอุ่น รเมศได้โอกาสอยากชวนเธอไปเจอแม่ นางแบบขาวีนก็แบ่งรับแบ่งสู้ แต่เขาคิดว่าเธอยังเกร็งเลยปลอบให้สบายใจ

“คุณแม่ผมใจกว้าง ยอมรับทุกคนอย่างที่เขาเป็นเสมอ อีกอย่างท่านเชื่อมั่นและเคารพการตัดสินใจของผมครับ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ตูน" ยืนช็อกเจองูเห่าแผ่แม่เบี้ย "ยุ้ย" ออกโรงป้องเอาตัวเข้าขวาง

"ตูน" ยืนช็อกเจองูเห่าแผ่แม่เบี้ย "ยุ้ย" ออกโรงป้องเอาตัวเข้าขวาง
24 ม.ค. 2563
07:15 น.