สมาชิก

บางระจัน

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


แม้พวกแท่นจะฆ่าทหารอังวะล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ก็ล้าเกินกว่าจะต้านไว้ได้ทั้งหมด ผู้นำบ้านศรีบัวทองเลยตัดสินใจล่าถอยไปหลังพุ่มไม้ ทหารอังวะชะล่าใจ คิดว่าพวกบ้านระจันยอมแพ้ แต่ก็ต้องตาเหลือกในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อค้นพบว่าพวกตนกำลังตกหลุมพรางพวกพ่อค่ายที่เหลือ ถูกโอบล้อมและลอบโจมตีอย่างดุเดือด

เวลาเดียวกันที่ชายป่าอีกด้าน...ใจหรืออองนาย นายทหารหน่วยสอดแนมชาวอังวะ ถูกจาดหรือจอกยีโบ สยาหรือครูผู้สอนวิชาต่อสู้และเลี้ยงดูเขามาแต่เล็กตบหน้าอย่างแรง เพราะไม่พอใจมากที่ศิษย์รักส่งข่าวล่าช้าและผิดพลาด ทำให้กองทัพอังวะพ่ายพวกบ้านระจันไม่เป็นท่า ใจไม่โกรธ อธิบายอย่างใจเย็นว่ากำลังพยายามให้ชาวค่ายแตกความสามัคคี แต่จอกยีโบไม่เชื่อ ปักใจว่าศิษย์รักหลงผู้หญิงไทยที่ชื่อสไบจนคิดทรยศ

อองนายปกป้องหญิงอันเป็นที่รักสุดความสามารถ เจิดหรืออูทินลินศิษย์พี่ร่วมสำนักต้องปรามไม่ให้เถียง แต่อองนายไม่ยอม ขืนตัวเต็มที่เมื่อจะถูกลากกลับค่ายอังวะ และโพล่งออกไปเสียงเข้ม

“พวกระจันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ยิ่งเราทำลาย เขาจะยิ่งเข้มแข็ง”

จอกยีโบหัวเสียมาก ตบหน้าศิษย์รักอีกครั้งด้วยความโมโหสุดขีด แต่อองนายก็ไม่สะทกสะท้าน ไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่นใดๆ สามครูลูกศิษย์คงกลับค่ายอังวะไปแล้ว ถ้าแฟงซึ่งลอบออกจากค่ายมาแอบดูเขารบจะเดินผ่านมาเสียก่อน อองนายตกใจมาก ขอร้องไม่ให้ฆ่าเพื่อนรักของสไบ แต่จอกยีโบไม่สน วิ่งพรวดออกไป หมายจะฆ่าสาวไทยให้ตายคามือ อองนายจะตาม แต่อูทินลินขวางไว้ สองศิษย์ร่วมสำนักเลยต้องสู้กันเอง

เจิดหรืออูทินลินจัดการศิษย์น้องจนสลบเหมือด ก่อนจะไปสมทบจาดหรือจอกยีโบเพื่อฆ่าสาวไทยที่ดันผ่านมาผิดจังหวะ แฟงตกใจที่เห็นชายปริศนาสองคนตามฆ่า พยายามต่อสู้ป้องกันตัวเองอย่างหนัก แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเกือบถูกฆ่าอยู่แล้ว ถ้าทัพจะไม่มาช่วยได้ทันเวลา แต่ก็ต้องแลกกับการบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกลูกดอกพิษ

สองชายปริศนาหนีหายไปแล้ว ทัพตั้งท่าจะตาม แต่ก็ต้องนิ่วหน้า ทรุดตัวกับพื้นเสียเพราะพิษจากลูกดอก แฟงถลาประคอง อาสาจะพาเขากลับค่าย แต่ทัพปฏิเสธ ต้องรอพวกสังข์กับชาวบ้านคำหยาดที่เหลือ ซึ่งกำลังตามมา แฟงกังวลมาก อยากดึงลูกดอกจากแขนเขา แต่ก็ต้องชะงักมือไว้ เมื่ออองนายซึ่งฟื้นจากการถูกตีสลบวิ่งพรวดมาห้ามไว้ พร้อมคำเตือนว่าถ้าดึงพิษจะกระจายเร็วขึ้น...ทัพจะตายในชั่วลมหายใจ!

เวลาเดียวกันที่ค่ายบ้านระจัน...สไบมองหาใจด้วยความร้อนรน กลัวเขาจะออกไปรบและเป็นอันตรายโดยไม่ทันได้ล่ำลา แต่ที่ทำให้กังวลหนัก คงหนีไม่พ้นสายตาจับผิดของดอกรัก รวมทั้งคำพูดเย้ยหยัน กล่าวหาว่าพรานหนุ่มหายหน้าหายตาไปตั้งแต่เช้า...ทำตัวลับๆล่อๆ เหมือนเป็นพวกไม่หวังดี

หนุ่มสาวบ้านสามโก้ไม่รู้เลย ว่าคนที่ตามหากำลังมีท่าทีอึกอักที่ต้องตอบคำถามทัพกับแฟง ว่ามาปรากฏตัวในชายป่านอกค่ายบ้านระจันได้อย่างไร ทัพข่มความเจ็บปวด จ้องหน้าพรานหนุ่มด้วยความอยากรู้ แต่ก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อเห็นพวกสังข์เดินมาจากอีกทาง แฟงลืมความกังวลเรื่องทัพ ค่อยๆปล่อยแขนจากเขาและโผกอดพี่สาวด้วยความรักและคิดถึง เฟื่องเห็นหน้าน้องสาวก็ลืมความขุ่นเคืองใจก่อนหน้า สวมกอดน้องตอบด้วยความยินดีสุดหัวใจ

ทัพเองก็ลืมความเจ็บปวดที่แขน มองสองสาวพี่น้องที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยความชื่นใจ แต่ก็ยิ้มได้ไม่นาน เพราะพิษจากลูกดอกเล่นงานอย่างหนักจนแทบยืนไม่ไหว สังข์กับขาบตกใจมาก ถลาประคองเกลอรัก แล้วช่วยกันพากลับค่าย พวกฟักเห็นอดีตทหารกล้าที่เคยร่วมเป็นร่วมตายก็ดีใจมาก กระตือรือร้นจะช่วยให้หายจากความทุกข์ทรมาน โดยมีใจซึ่งตามมาด้วยท่าทีเป็นกังวล กำชับไม่ให้ดึงลูกดอก และจะขอตัวกลับเข้าป่าอีกครั้ง

“ฉันจะไปหายาแก้พิษ อย่าให้หลับ...หาอะไรให้กินเพื่อขย้อนของในท้องออกมา”

สั่งเสร็จก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งพวกฟักและพวกสังข์ให้มองหน้ากันงงๆ ก่อนจะเถียงกันใหญ่โต ต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจเพราะอดีตที่ผ่านมา ทัพพยายามห้ามแต่ก็ไม่มีแรงพอ เคลิ้มเลยต้องทำหน้าที่แทน

“โว้ย...พวกมึงจะหยุดกัดกันได้ไหม ไอ้ทัพไม่ได้จะตายเพราะพิษลูกดอก แต่จะตายเพราะห้ามพวกมึงนี่แหละ!”

ooooooo

ระหว่างที่พวกสังข์ พวกฟักช่วยกันเฝ้าดูอาการทัพด้วยความเป็นห่วง เฟื่องกับจวงก็รีบไปไหว้แม่และถ่วงเวลาไม่ให้ตามไปดูอาการทัพ เกรงจะตกใจและล้มป่วยกว่าเดิม ส่วนแฟงปลีกตัวไปต้มยาหม้อในครัวด้วยความเร่งรีบ แต่ก็ต้องอารมณ์เสียมาก เมื่อดอกรักซึ่งกำลังไล่ตามจับผิดสไบ เดินมาชนจนหม้อยาหล่นแตกกระจาย

แฟงโกรธมาก ยิ่งเห็นทัพดิ้นรนทุรนทุรายเพราะพิษจากลูกดอกยิ่งหัวเสีย พาลใส่อารมณ์กับดอกรักจนคนอื่นๆหน้าเสียไปตามๆกัน และก่อนที่พวกผู้ชายจะตะลุมบอนกันด้วยความโมโห แฟงก็ถามหาใจขึ้นเสียก่อน

สังข์ตอบแทนทุกคน “นั่นน่ะสิ...ไอ้ใจมันไปหายาถอนพิษถึงไหน หรือจะปล่อยให้ไอ้ทัพมันตายเสียก่อน”

แฟงชักสีหน้า หันไปแขวะสังข์กับขาบ “คนที่อยากให้พี่ทัพตาย มันก็มีแต่ไอ้เพื่อนชั่วสองคน”

สังข์หันขวับไปทางแฟง “เออ...ใช่ แต่ก่อนข้าอยากให้มันตาย แต่ตอนนี้ข้ารัก นับถือน้ำใจไอ้ทัพเท่าชีวิตข้า”

“สันดานงูพิษ มันไว้ใจไม่ได้หรอก”

“เอ็งไว้ใจพวกข้าได้แฟง ความดี ความเสียสละของไอ้ทัพมันเปลี่ยนสันดานชั่วของข้าสองคนไปแล้ว”

น้ำเสียงอ่อนๆของขาบไม่ได้ทำให้แฟงหายเคือง แต่สองหนุ่มพี่น้องร่วมสาบานของทัพก็ไม่ถือสา เพราะรู้ตัวดีว่าทำผิดกับพวกแฟงไว้มาก อยากจะไถ่โทษคืนด้วยซ้ำ ส่วนสไบมองหน้าดอกรักด้วยสายตาอึดอัด ก่อนจะพึมพำคนเดียวเบาๆ ว่าทัพต้องไม่เป็นอะไร และใจจะต้องหายามาช่วยได้แน่

ใจหรืออองนายหายามาช่วยทัพได้จริงๆ แต่ก็ต้องเกลี้ยกล่อมศิษย์พี่ด้วยความยากลำบาก เจิดหรืออูทินลิน

มองมาอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะบอกว่าจาดหรือจอกยีโบสยาหรือครูของทั้งสองโกรธมาก อยากให้ศิษย์น้องกลับค่ายอังวะเพื่อรายงานตัว พร้อมกำชับให้เลิกยุ่งหรือช่วยเหลือพวกบ้านระจัน ใจส่ายหน้า พยายามอธิบาย

“พี่อูทินลิน...ที่เราแกล้งช่วยคนไทยเพราะต้องการสร้างบุญคุณ แล้วมันก็ได้ผล เขาถือเป็นบุญคุณต้องตอบแทน คนไทยใจบุญ ถือนักหนาว่าใครเคยช่วยเหลือ จะนับเป็นพี่เป็นน้อง ทัพกับฉันสาบานเป็นพี่น้องกันแล้ว ถ้าคราวนี้ช่วยให้เขารอด ฉันจะอยู่ในค่ายระจันได้อีกนาน คนอย่างไอ้ทัพ จะพาฉันไปถึงตัวพ่อค่ายได้ทุกคน”

“กว่าจะถึงป่านนั้น แกคงใจอ่อนกลายเป็นคนไทย”

อองนายอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะสบตาศิษย์พี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว “ฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร ไม่เคยลืมว่าฉันมาที่นี่เพื่อทำให้กองทัพเรามีชัยเหนือกรุงศรี ขอยาให้ฉันเถอะพี่อูทินลิน แล้วแผนของเราจะสำเร็จ”

อูทินลินเห็นแววตาเอาจริงของศิษย์น้องแล้วถอนใจเหนื่อยหน่าย ควักว่านหัวเล็กๆ ห่อด้วยแผ่นผ้าลงอักขระจากอกเสื้อยื่นให้แบบเสียไม่ได้ “สยาบอกว่าคนใจอ่อนอย่างแกต้องมาขอยาแก้พิษไปให้คนไทย ยานี้...สยากำกับคาถาไว้ เมื่อไหร่ที่แกผิดคำสาบาน สยาบอกว่าเมื่อนั้นคมดาบไอ้ทัพจะบั่นคอแกเอง”

แม้จะหวั่นกับคำขู่ของจอกยีโบที่ฝากอูทินลินมาไม่น้อย แต่อองนายก็ตัดสินใจรีบเอาว่านถอนพิษไปให้ทัพ ซึ่งกำลังหนาวสั่นและอาละวาดจนใครก็เอาไม่อยู่ นายทหารสอดแนมจากอังวะตีหน้านิ่ง กลบเกลื่อนท่าทีพิรุธจากสายตาที่ทุกคนมองมาด้วยความสงสัย หยิบว่านหัวเล็กๆ ในมือยัดเข้าปากทัพ อดีตทหารกล้าทุรนทุรายหนักกว่าเดิม ก่อนจะอาเจียนเอาเลือดสีดำออกมาบนพื้น ใจหรืออองนายรีบดึงลูกดอกออก ทัพร้องลั่นก่อนจะสลบไป

สไบเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความโล่งอก แต่ถึงกระนั้นก็อดกังวลไม่ได้ เพราะใจหายตัวไปตั้งแต่เช้า เมื่อกลับมาทัพก็ถูกลูกดอกพิษ และถึงแม้พรานหนุ่มจะเป็นคนนำยาถอนพิษมาให้ แต่ก็น่าสงสัยอยู่ดี ใจซึ่งกำลังนั่งฟังพวกพ่อค่ายพูดต่อหน้าทุกคนด้วยความยินดีถึงชัยชนะต่อข้าศึกเมื่อบ่าย ถึงกับชักสีหน้า เมื่อถูกคนงามบ้านสามโก้ซักถามถึงการหายตัวไปตลอดเช้าของเขา

“ถ้าสไบคิดว่าพี่หายไปเพราะคิดไม่ซื่อ ก็บอกมาคำเดียว พี่จะออกจากค่าย”

“ฉันไม่อยากให้พี่ทำตัวลับๆ ล่อๆ น่าสงสัย”

ใจขยับไปใกล้สไบ จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักของอีกฝ่าย “พี่รู้ว่าเป็นคนใหม่ มีคนไม่ชอบหน้าพี่ พี่ต้องทำความดีให้มากกว่าคนอื่นๆ พี่ลอบตามออกไปเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง หรือว่าสไบเห็นพี่เป็นคนไม่ซื่อ”

สไบเงยหน้ามองเขาด้วยความรักเปี่ยมล้น ใจดึงตัวเธอมากอดแนบอก เอ่ยคำรักเสียงอ่อนแต่หนักแน่น

“หัวใจพี่มีแต่สไบ พี่รักสไบ สไบก็รักพี่ใช่ไหม...

สไบอยากไปกับพี่ไหม เสร็จศึกนี้ พี่อยากให้เราอยู่ด้วยกัน พี่ไม่อยากห่างจากสไบ ถ้าสไบรักพี่ ไม่รังเกียจพี่ พี่จะขอเป็นคนดูแลสไบ จนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้า”

คำพูดแปลกๆของเขาทำให้อดหวั่นไม่ได้ แต่ ความรักล้นอกก็ทำให้ตัดสินใจ...จะขอฝากชีวิตไว้กับเขา

ooooooo

ความรักของสไบกับใจกำลังไปได้ดี ต่างจากเฟื่อง ที่อัดอั้นตันใจยิ่งนัก ต้องเฝ้ามองอดีตคนรักแค่เพียงห่างๆ แต่ทำอะไรมากไม่ได้เพราะสำนึกผิดชอบชั่วดี แต่ถึงกระนั้น...คนงามบ้านคำหยาดก็อดรนทนไม่ไหว ทำกับข้าวของโปรดไปป้อนให้ทัพซึ่งกำลังบาดเจ็บถึงเรือน ปลื้มใจจนน้ำตาซึมเมื่อเห็นเขายอมให้เธอปรนนิบัติแต่โดยดี

แฟงซึ่งเป็นห่วงทัพไม่แพ้กัน ตามไปเห็นภาพบาดตาก็หงุดหงิดมาก พาลไปลงกับขาบและสังข์ที่นั่งกินข้าวหน้าเรือนไม่ไกลกันนั้น สองหนุ่มพยายามพูดดีด้วย หวังไถ่โทษเรื่องในอดีต แต่แฟงกลับทำท่ารังเกียจ โดยเฉพาะกับขาบที่ทำตัวเหมือนจะเป็นพี่ชายอีกคน สังข์ทนไม่ไหว โวยกลับแทนเกลอรัก

“แม่เจ้าโว้ย...แม่แฟงเนื้อทอง จะบอกให้นะข้า ไอ้ขาบ ไอ้ทัพน่ะ กลับมาเป็นเพื่อนรักกันแล้ว”

“พี่ทัพยกโทษโปรดสัตว์ แต่ข้าไม่ อย่านึกว่าที่พวกเอ็งฉุดคร่าพี่เฟื่องกับจวงไป อย่านึกว่าข้าจะลืมง่ายๆ”

“ยังไงเอ็งก็เลี่ยงพวกข้าไปไม่พ้น เราเป็นญาติกันแล้วนะแฟง” ขาบพูดเสียงอ่อน แฟงมองมาด้วยสายตาแค้นเคือง ประกาศกร้าวไม่มีวันยกโทษให้สองหนุ่ม ที่ฉุดคร่าเฟื่องกับจวง สังข์ตั้งท่าจะเถียงกลับ แต่ช้ากว่าขาบที่พยายามอธิบายว่าเฟื่องยินยอมเป็นเมียด้วยความเต็มใจ แฟงไม่เชื่อสวนกลับ

“ถ้าพี่เฟื่องรักเอ็งจริง เขาต้องอยู่กับเอ็งสิ นี่เขากำลังป้อนข้าวพี่ทัพอยู่” ขาบหน้าเสีย สะเทือนใจมากกับความจริงที่แฟงพูด แต่สาวแก่นกะโหลกก็ไม่สน ตอกย้ำเสียงเข้ม “เอ็งจำไว้ ความเลวของเอ็ง ข้าจะไม่มีวันให้อภัย!”

ขาบช้ำใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ รู้ตัวดีว่าทำผิดคิดแย่งคนรักเพื่อน แต่ที่อดีตหัวหมู่ไม่รู้ คือทัพก็ต้องสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก พยายามเอาตัวและใจออกห่างจากอดีตคนรัก จนเฟื่องน้อยใจมาก ตัดพ้อเขาว่าคงชังน้ำหน้าเธอแล้ว

ทัพสบตาเธอนิ่ง “อย่าให้พี่ต้องพูดเลยเฟื่อง แต่ต่อไป เอ็งอย่าอยู่ใกล้พี่อีก เอ็งไปอยู่กับไอ้ขาบโน่น”

ทัพเบือนหน้าหนี ไม่ยอมให้ป้อนข้าว พยุงร่างกายที่ยังอ่อนเพลียเพราะพิษลูกดอกลงจากเรือน เฟื่องใจแทบขาด ตามไปต่อว่าและยืนยันความรู้สึกตัวเอง จะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเขาจนตาย แล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ทัพพยายามข่มใจไม่ให้ตามไปปลอบ แต่ไม่วายโพล่งออกไปทั้งที่ยังยืนหันหลังให้

“ไปซะเฟื่อง...เอ็งไม่ใช่ของพี่ เอ็งคือเมียรักของไอ้ขาบ เอ็งไม่ใช่เฟื่อง คนรักใต้ต้นตาลห้าต้นคนนั้นอีกแล้ว”

เฟื่องผลุนผลันกลับเรือนพักไปแล้ว ทิ้งทัพให้มองตามด้วยแววตาร้าวราน ต้องเสียคนรักที่เคยหวังให้เป็นคู่ชีวิต ฟักซึ่งแอบฟังมาตลอด ตัดสินใจปรากฏตัว ก่อนจะถามตรงๆ ว่าอีกฝ่ายยังรักน้องสาวอยู่หรือไม่

ทัพถอนใจยาว ก่อนจะตอบเสียงเคร่ง “อย่าถามข้าแบบนี้เลยฟัก คนอย่างข้า...ไม่มีวันแย่งของรักของเพื่อน”

ฟักไม่อยากเชื่อ เพราะทั้งสองรักกันมานาน แต่ถึงกระนั้นก็รู้ดีว่าทัพคงฝืนโชคชะตาไม่ได้ “วาสนาข้ากับเฟื่อง แค่ได้รัก แต่ไม่ได้ร่วมชีวิต ต่อแต่นี้ขาบต่างหากที่เฟื่องมันต้องร่วมชีวิต มันจะต้องซื่อสัตย์ อยู่ด้วยกันไปจนตาย”

ขณะที่ทัพต้องข่มใจอย่างหนัก ให้ตัดใจจากอดีตคนรัก เฟื่องทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน ต้องกลายเป็นเมียขาบทั้งที่ไม่เต็มใจ แฟงสงสาร พยายามปลอบใจเหมือนเคย เฟื่องร้องไห้โฮ ก่อนจะระบายถึงความอัดอั้นตันใจ

“พี่ไม่รัก ไม่อยากเป็นเมียพี่ขาบ แต่เมื่อเป็นแล้ว ก็บอกความทุกข์กับใครไม่ได้ พี่คงกรรมหนักเหลือเกินแฟง”

แฟงมองมาด้วยความเห็นใจ แต่ก็อดเคืองแทนพี่สาวไม่ได้ ต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“อยู่ที่นี่แหละพี่เฟื่อง อยู่กับฉันกับแม่ ไม่ต้องกลับไปเรือนมัน ถ้าไอ้ขาบมาตาม ฉันจะเอาดุ้นฟืนตีหัวมันเอง”

และแฟงก็ทำสำเร็จในคืนนั้น ขาบต้องกลับเรือนไปอย่างผิดหวัง เพราะเมียรักจะอยู่เรือนแม่และน้อง แต่ถึงจะช้ำใจแค่ไหน อดีตหัวหมู่ก็โล่งอก เพราะเห็นทัพขลุกตัวอยู่เรือนฟัก ไม่ได้ไปป้วนเปี้ยนหรือตอแยเฟื่องอย่างที่นึกกลัว ส่วนสังข์ก็ต้องกลับไปนอนเหงาที่เรือนเช่นเดียวกัน เพราะจวงยืนกรานจะอยู่กับแม่ แม้เขาจะทวงสัญญาที่เธอเคยให้ไว้เมื่อหลายวันก่อน จวงก็ไม่สน กระดากใจที่จะย้ายไปอยู่กับเขาดื้อๆ

ooooooo

ทัพแวะมาหาเกลอรักในคืนเดียวกัน ทันได้ยินสองหนุ่มบ่น ว่าเอาชนะใจเฟื่องกับจวงไม่ได้เพราะมีความผิดติดตัว เลยต้องนอนเหงาที่เรือนแบบนี้ อดีตทหารกล้าจึงโพล่งออกไปอย่างเหลืออด ว่าสองเกลอรัก เป็นพวกตาขาว

“มึงมันกล้าแต่ในสนามรบ ทำไมไม่ไปขอเฟื่องกับจวงตามประเพณี ทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้กับผู้หญิงเขาอาย”

สังข์หน้าเสีย อ้อมๆ แอ้มๆ แก้ตัวว่ากลัวจันทร์ไม่ยกจวงให้ ทัพเลยสวนกลับเสียงเข้ม

“มึงทำกับจวงจนอับอายไปทั้งบางเสียขนาดนี้ มึงคิดจะขอสมาแม่กูสักนิดไหม”

“กูจะเอาอะไรไปสมาแม่มึง ยามศึกยามสงครามเยี่ยงนี้ ก็มีแต่ดาบ”

“ก็ยิ่งดีสิ มึงจะได้ไม่ต้องเสียสินสอด แม่กูจะกล้าเรียกสินสอดอะไรมึงนักหนา ขอให้มึงรับปากกับแก ว่าจะรักน้องกู ดูแลน้องกูตลอดไป แม่กูก็ไม่มีอะไรแล้ว...มึงด้วยไอ้ขาบ”

ถ้อยคำเตือนสติของทัพ ทำให้สังข์กับขาบคิดได้ แต่ยังติดปัญหา ไม่รู้ว่าจะให้ใครไปสู่ขอ จันทร์กับเฟี้ยมถึงยอมยกโทษให้ ทัพอยากช่วยให้สองเกลอรักสมหวัง เลยลากไปหาพ่อค่ายในเช้าวันถัดมา แต่ไม่ทันได้พูดเรื่องที่ตั้งใจ ก็ต้องเปลี่ยนมาคุยเรื่องศึกเสียก่อน เพราะพันเรืองสงสัยว่าใครคือคนร้ายที่ลอบยิงลูกดอกใส่ทัพ

“ไม่รู้เหมือนกันจ้ะพ่อ พอโดนเข้ามันก็หนีไป ไม่ทันตาม ฉันก็ล้มลงเสียก่อน”

เหล่าพ่อค่ายมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่แท่นจะเตือนให้ระวังตัว และอาสาพาทัพไปหาหลวงพ่อธรรมโชติ เพราะเห็นอดีตทหารกล้ามีสีหน้าเหมือนยังไม่หายดี หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์มองไปทางทัพอย่างเพ่งพินิจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาแต่มั่นคงว่าอาการเจ็บปวดตอนนี้ไม่ได้มาจากพิษ แต่เป็นเพราะสาเหตุอื่น

เหล่าอดีตทหารกล้าจากบ้านคำหยาดพากันแปลกใจ แล้วก็หายสงสัย เมื่อทัพขย้อนของเหลวบางอย่างออกมา หลังจากที่หลวงพ่อราดน้ำมนต์ซึ่งร่ายคาถาประกอบบนหัว

“ข้าล้างคาถาที่คนมีวิชามันเอามาใส่ในตัวเจ้า มันว่าคาถากำกับไว้ด้วย ว่าไม่ให้ใครตามรอยเจอ”

ทัพก้มกราบหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งใจ ที่สามารถรักษาอาการเจ็บปวดให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“จงรักษากาย รักษาใจให้แกร่งเช่นนี้ พวกเอ็งจะทำคุณให้บ้านให้เมืองได้อีกมาก”

แท่นและเหล่าอดีตทหารกล้าจากบ้านคำหยาดก้มกราบหลวงพ่ออีกครั้งด้วยความศรัทธา ปลื้มใจเหลือเกินจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องผืนแผ่นดินอันเป็นที่รัก แต่ถึงกระนั้น...สี่หนุ่มก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าของสกปรกที่ว่า มาอยู่ในตัวทัพได้ยังไง สังข์โพล่งออกไปด้วยความมั่นใจ ว่าต้องเป็นใจแน่ เพราะเป็นคนเอาว่านถอนพิษมาให้

ข้อสันนิษฐานของสังข์ ทำให้ทัพระแวงไม่น้อย และเพื่อกันไม่ให้ใครสงสัย อดีตทหารกล้าเลยเลือกจะพันแผลที่แขนไว้เหมือนเดิม และตัดสินใจไปตะล่อมถามใจว่าได้ยาถอนพิษมาจากไหน แต่ไม่ทันได้คำตอบ ทัพก็ต้องไปเป็นพยานสำคัญให้เกลอรักทั้งสองแทน เมื่อจันทร์กับเฟี้ยมตามมาเอาเรื่องขาบกับสังข์...ว่าที่ลูกเขยแบบไม่ทันได้ตั้งตัว!

การเผชิญหน้าของสองว่าที่แม่ยายกับสองว่าที่ลูกเขย เต็มไปด้วยความอึดอัด เฟื่องกับจวงหลบไปด้วยความเขิน ไม่อยากอยู่รู้เห็นให้กระดากใจ สังข์กับขาบเลยต้องรับศึกหนัก โดยมีทัพนั่งเป็นพยานในฐานะพี่ชายของจวง

เฟี้ยมเป็นฝ่ายเปิดฉาก “มือไม้มันแข็งดีจริงนะไอ้พวกนี้ กูแม่ยายมึงนั่งหัวโด่อยู่นี่ มึงเห็นกูมั่งไหม ฉุดคร่าลูกกูสองคนไป จะสำนึกมาขอสมาสักนิดมีไหม หรือต้องให้กูไปแจ้งพ่อค่าย เอาเลือดหัวกบาลมึงสองคนก่อน”

จันทร์มีสีหน้าเอาเรื่องไม่ต่างกัน สังข์กับขาบถึงกับหน้าเจื่อน กระวีกระวาดกราบขอสมาสองแม่แทบไม่ทัน แล้วก็ต้องดีใจเนื้อเต้น เมื่อได้ยินว่าจันทร์กับเฟี้ยมไม่คิดรังเกียจความเลวในอดีตที่ฉุดคร่าลูกสาวทั้งสอง แต่อยากให้ทำตามประเพณีให้ถูกต้อง จึงจะยอมให้เฟื่องกับจวงไปอยู่ด้วยตามที่สองหนุ่มต้องการ

เรื่องราววีรกรรมของสังข์กับขาบถูกโจษไปทั่วค่ายไม่นานหลังจากนั้น เฟื่องกับจวงถึงกับพูดไม่ออก และเห็นว่าคงหมดหนทางจะหลีกหนีโชคชะตา ต้องตกเป็นเมียสังข์กับเมียขาบอย่างที่นึกกลัวมาตลอด แต่คนอาการหนักสุด คงหนีไม่พ้นเฟื่อง เพราะยังตัดใจจากทัพไม่ได้ จวงต้องปลอบและเตือนสติให้คิดถึงความเป็นจริง

“พี่เฟื่อง...เราคงคิดมากไม่ได้แล้ว แม่เขาประกาศยกเราให้พี่สังข์ พี่ขาบ ดังไปทั้งค่ายขนาดนี้ ถ้าเราสองคนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เราสองคนนี่แหละจะมองหน้าใครเขาไม่ได้”

เฟื่องร้องไห้โฮ ระบายอย่างอัดอั้น “ฉันไม่นึกเลยว่าชีวิตฉันกับพี่ทัพจะมาพลัดจากกันด้วยเรื่องแบบนี้”

จวงโอบกอดด้วยความสงสารและเห็นใจ “ลืมอดีตหนหลังเสียเถอะ พี่ทัพเขาก็ตัดใจ ทำใจแล้ว ถ้าพี่เฟื่องยังอาลัยพี่ทัพอยู่ พี่เฟื่องนี่แหละจะกลายเป็นคนเรรวน พูดจริงๆเถอะพี่เฟื่อง พี่เฟื่องว่าพี่ขาบไม่ดีตรงไหนพี่เฟื่องถึงไม่อาจรักพี่ขาบได้ แต่งงานกับพี่ขาบให้เป็นฝั่งเป็นฝาเถอะ แม่กับพี่ทัพจะได้สบายใจ ฉันก็จะยอมแต่งกับพี่สังข์พร้อมพี่เฟื่องเหมือนกัน ชีวิตผู้หญิงเรานะพี่เฟื่อง...จะชั่วดีถี่ห่าง ก็ขอมีผัวเดียวจนตายเถอะนะ”

ooooooo

สังข์กับขาบร้อนใจอยากมีเมีย เลยมุ่งไปหานายทองเหม็นในยามวิกาลคืนเดียวกันนั้นเอง นักรบบนหลังควายจอมเมาหัวเราะลั่น ก่อนจะไล่ทั้งสองไปหาพันเรืองแทน เพราะเห็นว่าน่าเกรงขามและน่าเชื่อถือกว่าถ้าจะให้ขอผู้หญิง ซึ่งพันเรืองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตอบรับแต่โดยดี แต่ไม่วายสงสัย

“ข้าว่าเอ็งสองคนคงทำมิดีกับลูกสาวเขาไว้สิ เขาถึงไม่ยกให้...แต่ถ้าเอ็งคิดว่าข้าไปขอแล้วเขาจะยอมยกให้ ข้าจะช่วย เพราะเห็นว่าเอ็งสองคนจะมาช่วยข้ารบดอกนะ แต่เอ็งแน่ใจนะว่าเขาจะยอมยกให้”

สังข์กับขาบมั่นใจ เชื่อว่าสองแม่ต้องเกรงใจพ่อค่าย ไม่รู้เลยว่านายทองเหม็นมองมาจากเรือนพักไม่ไกลกันนั้น เห็นท่าทีกระตือรือร้นอยากมีเมียของสองหนุ่มจากบ้านคำหยาดแล้วอดขำไม่ได้ ถึงขั้นเปรยกับลูกน้องคนสนิท

“ไอ้คนบ้านคำหยาดนี่กูว่าหน่วยก้านมันฟันอังวะขาดได้หลายท่อนอยู่ แต่กับเมีย...กูว่าไม่รอด”

งานแต่งสังข์กับขาบถูกจัดขึ้นในเช้าวันต่อมา โดยมีเหล่าพ่อค่ายมาเป็นพยานหลายคน รวมทั้งชาวบ้านจากบ้านคำหยาดและบ้านสามโก้ สองเจ้าบ่าวถือกระทงดอกไม้ธูปเทียนมาขอสมาเฟี้ยมกับจันทร์อย่างเป็นทางการ ที่ลักลอบพาตัวลูกสาวทั้งสองไปโดยไม่บอกกล่าว สองแม่รับกระทงไว้ ก่อนจะแกล้งแหย่ จะเรียกสินสอดให้หมดตัว แลกกับความผิดครั้งก่อน สองเจ้าบ่าวถึงกับสะดุ้ง แต่ก็ไม่กล้าหือเพราะอยากได้เฟื่องกับจวงเป็นเมียใจแทบขาด

เฟี้ยมยิ้ม ก่อนจะเป็นตัวแทนพูดเข้าเรื่องจริงจัง “ข้าคงไม่เรียกร้องอะไรหรอกนะ ยามศึกยามสงครามเยี่ยงนี้ ขอแค่รักลูกสาวข้า ยกย่องเชื่อฟังลูกสาวข้าทุกเรื่อง ห้ามขัด ห้ามว่า ห้ามเถียง ลูกสาวข้าต้องเป็นใหญ่ที่สุด”

“รับรองจ้ะแม่...ฉันจะรัก จะเชื่อฟังน้องจวง คำน้อยไม่มีว่าให้เคืองใจ” สังข์รับปากคนแรก

“ฉันก็ขอสัญญา ชีวิตฉันจะรักเฟื่องจนกว่าจะสิ้นใจตาย” ขาบเป็นคนถัดมา

จวงมองมาด้วยความเขินอาย เพราะแอบมีใจกับสังข์ไม่น้อย ต่างจากเฟื่อง เบือนหน้าหนี ขาบหน้าเสีย แววตาหม่นลงทันที แฟงสงสารและเห็นใจพี่สาวมาก ก่อนจะเหลือบไปทางทัพ เห็นเขามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทีขุ่นเคืองใจอย่างที่นึกกลัว...หรือว่าพี่ทัพจะตัดใจจากพี่เฟื่องได้แล้ว

แฟงเบาใจ และอารมณ์ดีพอจะชวนสไบไปเต้นรำฉลองให้เฟื่องกับจวง ไม่ทันมองว่าทัพเลี่ยงไปคุยกับใจที่มุมหนึ่ง พรานหนุ่มรู้ดีว่าทัพสงสัย แต่พยายามไม่ทำตัวพิรุธตอนตอบคำถามว่าไปหาว่านถอนพิษลูกดอกมาจากไหน

“ฉันก็พอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง ดีใจที่ช่วยเอ็งได้ ตอนแรกฉันจะวิ่งตัดทุ่งไปทางที่เขารบกันอยู่แล้ว ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเสียก่อน พอไปถึงก็เลยเห็นแฟงกับเอ็ง”

ทัพตีหน้านิ่ง ก่อนจะถามว่าเห็นคนร้ายที่ยิงลูกดอกหรือไม่ ใจปฏิเสธหน้าตายว่ามัวเป็นห่วงอีกฝ่าย เลยไม่ได้มองทางอื่น ทัพพยักหน้ารับน้อยๆ และตัดสินใจบอกว่าหายขาดจากการเจ็บปวดเพราะน้ำมนต์หลวงพ่อธรรมโชติ ใจอึ้งไปอึดใจ แล้วทำท่าเหมือนตื่นเต้น ยกย่องความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อยกใหญ่ ทัพตบบ่าอย่างเป็นกันเอง

“เราไม่รู้ว่าศัตรูมันมาไม้ไหน เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาช่วยเหลือ...สามัคคีกัน”

ใจฝืนยิ้มให้ทัพ ที่ไม่ทันระแวงเลยว่ากำลังอยู่ใกล้ศัตรูที่มองไม่เห็นอย่างเขามากขึ้นทุกที

ความสงสัยของทัพทำให้ใจร้อนรนมาก แอบลอบออกนอกค่ายไปหาเจิดกับจาดไม่นานหลังจากนั้น ไม่รู้เลยว่าสไบตามหาด้วยความเป็นห่วง กลัวเขาจะเป็นอันตราย หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศแผ่นดินอีก แต่เพียรหาเท่าไหร่ คนงามบ้านสามโก้ก็ไม่พบ ดอกรักซึ่งคอยจับผิดพรานหนุ่มตลอด เห็นท่าทางกังวลใจของญาติสาว เลยตัดสินใจแอบออกจากค่าย หวังมากว่าคราวนี้ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา...ไอ้ใจ คนอย่างมึงต้องไม่หวังดีกับคนในค่ายแน่ๆ!

ooooooo

ใจหรืออองนายเอาไม้เขียนบนดินเป็นแผนผังค่ายบ้านระจันโดยละเอียด พร้อมข้อมูลลับมากมายเกี่ยวกับชัยภูมิ และบรรดาพ่อค่ายที่มีฝีมือดียากจะต่อกร แต่ที่น่ากลัวสุดคงหนีไม่พ้นที่มั่นทางใจ

“พวกมันนับถือหลวงพ่อธรรมโชติ เป็นพระมีวิชา ผู้นำทุกคนเชื่อถือมาก”

“สยาสั่งให้ดูว่าพวกมันมีอาวุธเท่าไหร่” เจิดหรืออูทินลินถามขึ้น

“ชาวค่ายมีแต่มีด ไม้ ดาบ มีกองปืนขุนสรรค์กองหนึ่ง แต่น่ากลัวสุดของค่ายบ้านระจันคือความสามัคคี พวกมันมาจากสาระทิศ แต่จิตใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาก เพราะความเจ็บแค้นในกองทัพเรา”

“ยังไงเราก็ต้องทำลายที่นี่ให้ราบ ไม่ให้คนไทยบางอื่นเอาเยี่ยงอย่าง แข็งข้อกับพวกเรา ไม่งั้นเราจะหาเสบียงส่งทัพใหญ่ไม่พอกิน และที่สำคัญ...พวกค่ายใหญ่ที่ตั้งประชิดกำแพงกรุงโยเดีย จะได้ไม่ต้องระวังว่าจะมีใครลอบตี”

ใจลำบากใจมาก ไม่อยากทำร้ายพวกบ้านระจันซึ่งไม่เคยคิดร้ายกับตนเลย แต่หน้าที่นายทหารสอดแนมก็ละเลยไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งสยาหรือจอกยีโบอย่างเคร่งครัด อูทินลินรู้ดีว่าศิษย์น้องเป็นคนใจอ่อน เลยสั่งให้จัดการพวกพ่อค่ายทันทีที่สบโอกาส ใจไม่เห็นด้วย เพราะพวกพ่อค่ายมีฝีมือมาก ผลีผลามทำอะไรจะถูกจับฆ่าทิ้งเสียก่อน สองศิษย์ร่วมสำนักคงจะคุยกันอีกนาน ถ้าไม่รู้สึกแปลกๆ เหมือนว่ามีใครแอบฟังจากข้างหลัง!

ดอกรักนั่นเองที่แอบสะกดรอยตามจนเจอความลับของใจ และไม่รอช้าจะโพล่งออกไป

“ชาติชั่ว...ไอ้ใจ มึงเป็นอังวะ กูนึกแล้วว่าน้ำหน้าอย่างมึงไม่ได้มาดี เสียแรง สไบทั้งรักทั้งไว้ใจมึงที่สุด”

เจิดกระโจนพรวดถีบกลางอกดอกรักจนล้มหน้าหงาย หนุ่มบ้านสามโก้ก็สู้กลับยิบตา แต่ฝีมือก็เป็นรองอยู่หลายขุม จนในที่สุดก็ถูกอองนายศอกเข้ากลางหัวจนสลบเหมือด อูทินลินชักดาบ หวังจะฆ่าปิดปาก แต่อองนายยับยั้งไว้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกสงสัย หากดอกรักหายตัวไปจากค่าย

อูทินลินจะไม่ยอม อองนายเลยออกอุบายให้มัดตนไว้กับดอกรัก แล้วถีบลงคลองไม่ไกลจากค่าย เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน สร้างเรื่องราวให้น่าเชื่อถือ ว่าตัวเองก็ถูกพวกอังวะเล่นงานไม่ต่างจากดอกรัก อูทินลินอยากจะเป็นบ้า แต่ก็จำต้องทำตามที่ศิษย์น้องขอร้อง และได้แต่หวังสุดใจว่าอองนายจะหลอกชาวค่ายสำเร็จ

แต่อองนายก็เกือบไม่ได้โอกาสนั้น ถ้าทัพจะไม่เป็นคนเจอเขาถูกมัดติดกับดอกรัก ไหลมาตามคลอง ทหารสอดแนมในคราบพรานหนุ่มถึงกับถอนใจโล่งอก คิดว่าอาจต้องเอาชีวิตมาทิ้งในคลองหน้าค่ายแล้ว เพราะถูกร่างใหญ่โตของดอกรักถ่วงไว้ใต้น้ำนานเกินไป แฟง เฟื่องและสไบตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วงสามหนุ่มไม่นานหลังจากนั้น ใจเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ตีหน้าตายบอกทุกคนว่าเห็นคนหน้าแปลกทำตัวลับๆล่อๆที่หลังค่าย

“ฉันคิดว่าเป็นพวกที่เคยทำร้ายเอ็งนะทัพ แต่เดินไปใกล้ก็ไม่เจอใคร ดอกรักมาเจอฉันตอนกำลังจะกลับพอดี เขาหาว่าฉันออกมาส่งข่าวให้ข้าศึก เราเถียงกัน แล้วจู่ๆฉันก็ถูกตีหัว มารู้ตัวอีกทีก็ถูกมัดติดกับดอกรักนี่แหละ”

น้ำเสียงและท่าทางจริงจังของใจทำให้ทุกคนเริ่มเชื่อ แต่ไม่ทันซักอะไรมากกว่านี้ ก็ต้องช่วยกันพยุงร่างอ่อนแรงของดอกรักกลับค่ายเสียก่อน เพราะดูท่าอาการจะไม่ค่อยดี เพ้อและอาละวาดไม่หยุดว่าทุกคนคือทหารอังวะ!

ใจเกือบจะถูกเปิดโปง เพราะแม้ทุกคนจะเชื่อเรื่องราวที่เขาสร้าง แต่การหายตัวไปจากค่ายตั้งแต่เช้า กลับทำให้หลายคนระแวง โดยเฉพาะพวกทัพ เช่นเดียวกับสไบ ที่ถึงจะโล่งใจเมื่อเห็นเขาปลอดภัย แต่อาการคลั่งของดอกรักก็ทำให้อดถามไม่ได้ ว่าใจหายไปไหนมาก่อนหน้านี้ตั้งนานสองนาน

ทหารสอดแนมในคราบพรานป่ากำลังจะจนมุม ถ้าดอกรักจะไม่ฟื้นขึ้นอีกรอบ และตะโกนด่ากราดทุกคน หาว่าเป็นพวกอังวะปลอมตัวเข้ามาในค่าย หลังจากนั้นทุกอย่างก็วุ่นวาย เพราะดอกรักอาละวาดเละเทะไปหมด จนพวกทัพต้องช่วยกันรั้งตัวไว้ และจับขังในเรือน กลัวจะหนีเตลิดไปไหนอีก

สังข์กับขาบมองดอกรักด้วยความเวทนา เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับทัพ ก็โพล่งออกไปอย่างเหลืออดว่าใจต้องเป็นตัวการเรื่องทั้งหมดแน่ ทัพเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ปรามสองเกลอรักให้หาหลักฐาน เพราะหากกล่าวหาผิด ใจจะเป็นคนเดือดร้อนที่สุด แต่สังข์กับขาบก็ไม่สนใจ เพราะไม่ชอบหน้าใจตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

สภาพบ้าๆบอๆของดอกรักทำให้สไบเสียใจมาก ระบายกับใจอย่างหมดเปลือก ว่าอยากเจอคนที่ทำให้ดอกรักเป็นเยี่ยงนี้นัก จะได้ฆ่าให้ตายคามือ พรานหนุ่มมีสีหน้าเคร่งขึ้น เต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็พยายามกลบเกลื่อนด้วยการปลอบหญิงคนรักเสียงอ่อน ว่าดอกรักต้องหายและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแน่ๆ

ไม่ใช่แค่พวกทัพและสไบที่เป็นห่วงอาการของดอกรัก แม้แต่พวกฟักก็อดรนทนไม่ไหว ต้องไปขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อธรรมโชติมาล้างความซวย แต่อาการของหนุ่มบ้านสามโก้ก็ไม่ดีขึ้น รุ่งหัวหน้าคนครัวผ่านมาเห็น เลยโจษไปทั่วตามประสาคนปากมาก ว่าดอกรักไปเจอผีป่าจึงกลายเป็นบ้า แฟงทนไม่ไหว โพล่งกลับอย่างสุดทน

“ผีป่าไม่น่ากลัวเท่าปากพี่หรอก เล่าเรื่องปด แล้วยังให้ร้ายพี่ดอกรัก ฉันว่าผีป่าชอบมาหาคนอย่างพี่นี่แหละ”

แฟงคงมีเรื่องกับรุ่งไปแล้ว ถ้าเฟื่องไม่ผ่านมาได้ยินและลากตัวออกไปเสียก่อน สาวแก่นกะโหลกหัวเสียมาก มั่นใจมากว่าที่ดอกรักเป็นแบบนี้เพราะพวกข้าศึก โชคดีที่ทัพตามไปเจอ เลยรอดชีวิตมาได้ เฟื่องได้ฟังก็ชะงัก คิดว่าน้องสาวคงห่วงทัพมาก เลยเดือดร้อนแทน แฟงเห็นสีหน้าพี่สาว ก็เริ่มรู้ตัวว่าพูดมากไป รีบตีหน้าตึงกลบเกลื่อน ก่อนจะยืนยันว่าไม่ได้รักหรือชอบทัพมากไปกว่าพี่ชาย

เฟื่องได้ยินก็โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าแฟงต้องกล้ำกลืนความอึดอัดใจแค่ไหนเมื่อได้อยู่ตามลำพัง ภาพอดีตแสนหวานของพี่สาวกับอดีตคนรักผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง สร้างความสะเทือนใจให้แก่สาวแก่นกะโหลกยิ่งนัก

“ยังไงพี่ทัพก็รักแต่พี่เฟื่องคนเดียว ไม่มีใครเปลี่ยนใจพี่ทัพไปจากพี่เฟื่องได้!”

ooooooo

บางระจัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด