ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บางระจัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สังข์กับขาบกลับถึงสะแกโทรมในเวลาไม่นาน แต่ความแค้นเรื่องทัพยังอยู่ โดยเฉพาะสังข์ สั่งให้ทหารในกองกลับไปซุ่มดูความเคลื่อนไหวละแวกบ้านกระทุ่มด่าน แล้วก็ได้หัวเสีย เมื่อทหารกลับมารายงานว่าทัพยังอยู่ที่นั่น

“พวกมึงจำไว้ ถ้าใครมันไม่เกรงกลัวอำนาจกู กูจะไม่เอามันไว้ โดยเฉพาะพวกไอ้ทัพ มันหนีทัพไปเป็นขบถ

ถึงจะเคยเป็นเกลอกัน กูก็จะไปลากตัวมันมารับโทษให้จงได้!”

ทัพไม่รู้เรื่องความแค้นของสังข์ มัวตกในภวังค์รัก เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับเฟื่อง สองหนุ่มสาวบอกรักกันและกันอย่างอ่อนหวาน ทัพจูบแก้มนวลของสาวคนรัก ระเรื่อยมาจะถึงริมฝีปาก เฟื่องใจเต้นรัว อ่อนไหวไปกับสัมผัสเล้าโลมนั้น แต่ด้วยความเป็นหญิง ทำให้พยายามเบี่ยงตัวหลบ ทัพไม่ยอมหยุด อ้อนขอจูบเสียงหวาน

“เรารักกันไม่ใช่หรือเฟื่อง พี่ขอชื่นใจนิดเดียว ให้พี่ได้จำกลิ่นแก้มนวลของเฟื่องไว้ ยามไปรบกับข้าศึก ทั้งหลับ ทั้งตื่น...กลิ่นกายหอมของเฟื่องจะเป็นกลิ่นหญิงเดียวที่พี่เฝ้าฝันถึง”

เฟื่องระทวยไปกับคำรัก เกือบปล่อยตัวให้เขาเชยชมสมใจอยู่แล้ว ถ้าจะไม่ได้ยินเสียงของหล่นมาจากข้างหลังเสียก่อน แฟงนั่นเองที่โผล่มาขัดจังหวะ เบิกตาโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ ที่ได้เห็นพี่สาวคนเดียวกอดจูบกับผู้ชายในที่ลับตา เฟื่องรีบดันตัวออกห่าง ส่วนทัพขยับไปใกล้แฟง แก้เก้อว่าแค่คุยกันฉันคนรักเท่านั้น

“พี่ทัพเห็นฉันโง่นักหรือ จะปดยังไงก็ได้ ก็เห็นอยู่ตำตาว่ากอดจูบกัน”

“แฟง...อย่าเอะอะไป เฟื่องจะเสียหาย”

“แล้วทำไมคิดได้ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ฉันมาเห็น พี่เฟื่องคงเป็นขี้ปากชาวบ้าน ที่มานอนให้ผู้ชายกอดจูบกลางป่า”

เฟื่องตั้งท่าจะอธิบาย แต่แฟงไม่สนใจ ปาห่อยาที่เตรียมมาให้ใส่อกทัพ ก่อนจะวิ่งหนีไปดื้อๆ เฟื่องใจเสีย อยากตามไปคุยด้วย ทัพรั้งไว้ อาสาไปแทนเพราะเขาเป็นฝ่ายผิดที่ทำตัวรุ่มร่าม แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะแฟงโมโห ไม่พร้อมจะฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งนั้น ทัพไม่ยอมแพ้ ตามไปดึงตัวไว้และบังคับให้เผชิญหน้ากันจนได้

“ทำไมพี่ทัพเป็นคนแบบนี้ พี่ทัพเป็นผู้ชาย ทำแบบนี้กับพี่เฟื่อง พี่เฟื่องจะเสียหาย”

“พี่ยอมรับ...พี่หยุดความรักเฟื่องไม่ได้ พี่ผิดที่หักห้ามใจไม่ได้ ไว้มึงรักใครนะอีแฟง มึงจะเข้าใจความรู้สึกกู”

“พี่ทัพรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เข้าใจ”

“เอ๊ะ...มึงนี่พูดชอบกล แสดงว่ามึงคิดจะมีคู่ชิ้นแล้วใช่ไหม”

แฟงชะงัก รู้สึกตัวว่าเถียงจนเลยเถิด ทัพยิ่งสงสัย คาดคั้นใหญ่ว่าใครคือชายหนุ่มคนนั้น แฟงไม่ตอบ ทัพเลยอ้างตัวเป็นพี่ชาย อยากให้ไว้ใจและบอกความจริงกับเขา แต่แฟงก็เอาแต่เงียบ แม้จะมีท่าทีอ่อนลงแล้วก็ตาม

“น้องสาวคนนี้ของพี่ชอบพอใคร กูเป็นพี่...ก็ต้องช่วยดูว่าไอ้ผู้ชายคนนั้น มันเหมาะกับน้องสาวคนนี้ไหม”

ทัพขยี้หัวแฟงเบาๆด้วยความเอ็นดู ไม่รู้เลยว่าแฟงต้องสะเทือนใจแค่ไหน ที่ได้รับสัมผัสอ่อนโยนนั้น

ไม่ใช่แค่แฟงที่มีปัญหาเรื่องความรัก ดอกรักก็ร้อนรนไม่ต่างกัน เมื่อเห็นใจใกล้ชิดสไบมากขึ้นทุกที ไม่เว้นแม้แต่วันนี้ ที่เขาแอบเห็นพรานหนุ่มนำดอกแก้วมาเหน็บหูให้ญาติสาว ท่าทางเขินอายของสไบ ทำให้ดอกรักหึงมาก จนต้องไปดักรอข้างเรือน ดึงดอกแก้วออกจากหู แล้วถามดื้อๆว่าเธอหนีจากค่ายอังวะได้ยังไง

สไบอึกอัก ไม่ยอมบอกว่าใจพาหนี แต่เลี่ยงตอบว่ามีคนมาช่วย ดอกรักไม่เชื่อ โพล่งออกไปเสียงเข้ม

“ไอ้ใจมันคอยตามช่วยสไบ มันเป็นแค่พรานแต่คอยตามช่วยสไบทุกที่ เหมือนรู้ว่าสไบอยู่ที่ไหน ทำอะไร...กระทั่งค่ายทหารอังวะ มันยังตามไปถูก ไม่ว่ามันจะคิดยังไงกับสไบ หรือไม่ว่ามันจะเป็นคนดี คอยช่วยเหลือพวกเราแค่ไหน แต่สำหรับสไบ...อาผู้ใหญ่ออกปากยกสไบให้พี่แล้ว”

“นั่นมันเรื่องนานมากแล้ว ตั้งแต่ฉันกับพี่เด็กๆ ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง”

“สไบพูดแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นเมียพี่”

“ฉันไม่เคยคิดเรื่องเป็นเมียใคร ฉันนับถือพี่ดอกรักเป็นพี่ชาย”

“แต่พี่ถือว่าผู้ใหญ่หมั้นหมายเราไว้แล้ว...สไบต้องเป็นเมียพี่”

ขาดคำก็ย่างสามขุมเข้าหา สไบกลัวมาก ตะโกนเรียกจวงให้มาหาและพากันไปที่ครัว ทิ้งให้ดอกรักมองตามด้วยแววตาร้อนรนและหึงหวง ไม่รู้เลยว่าใจแอบได้ยินทุกอย่างจากอีกมุมหนึ่ง กังวลมากที่ทำให้สไบไม่สบายใจ

ooooooo

เรื่องราวจากปากดอกรักว่าสไบเป็นคู่หมั้นคู่หมายทำให้ใจสะเทือนใจมาก อารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความหึงหวงถาโถมจนต้องออกไปเดินเล่นตามลำพัง ก่อนจะระบายความคลุ้มคลั่งด้วยการเตะต้นกล้วยข้างทาง เจิดซึ่งแอบมาตามน้องชายโผล่มาจากอีกมุม ใจถึงกับตะลึง รู้ดีว่าการปรากฏตัวของพี่ชายคงไม่ใช่เรื่องดี

แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเจิดยอมรับว่ามาตามเขากลับเข้าป่า และต้องไปตอนนี้ด้วย เพราะเสียเวลามามากแล้ว ใจลำบากใจมาก ใจหนึ่งก็อยากกลับไปทำหน้าที่ แต่หัวใจก็ปวดร้าวเหลือเกิน ไม่อยากจากสไบไปไหน

ด้านจวง...ปวดหัวมากกับเพื่อนทั้งสอง แฟงกับสไบทำหน้าบอกบุญไม่รับทั้งคู่ เหมือนกำลังมีเรื่องคาใจ แต่คาดคั้นเท่าไหร่ สองสาวก็พร้อมใจกันปิดปากเงียบ ไม่บอกว่ากลุ้มใจเรื่องอะไร จวงรำคาญ เลยแยกตัวจากครัวดื้อๆ ทิ้งสองสาวให้นั่งมองหน้ากันนิ่ง ต่างคนต่างมีเรื่องหนักใจทั้งคู่

ฝ่ายทัพกับเฟื่องนั่งเล่นอยู่ท้ายหมู่บ้านเช่นเดิม คนงามบ้านคำหยาดสีหน้าไม่ดีนัก เป็นห่วงความรู้สึกน้องสาวคนเดียวที่ชอบคิดว่าไม่มีคนรัก ทัพส่ายหน้า บอกว่าแฟงคงไม่โกรธแล้ว เฟื่องนิ่วหน้าสงสัย ทัพเลยเฉลยยิ้มๆ

“มันมีคนที่ดูๆกันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าผู้ชายบ้านไหน แฟงมันไม่ยอมบอก”

“โธ่เอ๊ย...แล้วมาทำเป็นค่อนฉันว่าจะลืมน้อง ไม่รักน้อง ทีตัวเองแอบมีคนที่ชอบ จะลืมพี่ก่อนล่ะไม่ว่า”

“เฟื่องอย่าเพิ่งไปล้อแฟงล่ะ แฟงมันเด็กหัวดื้อ ไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ”

“ไม่ล้อก็ไม่ล้อ...แต่ฉันต้องสืบรู้ให้ได้ ว่าผู้ชายบางไหนกล้ามาสยบใจอีแฟง”

ใช่แต่เฟื่องที่อยากรู้ความลับของแฟง สไบก็อยากรู้ เพราะเพื่อนรักทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยาก แฟงปิดปากเงียบ สไบทนความอึดอัดไม่ไหว เลยยอมเผยเรื่องตัวเองว่าดอกรักกำลังทวงสัญญาที่ผู้ใหญ่แสงเคยหมั้นหมายเธอให้ แฟงสงสารและเห็นใจเพื่อนมาก รู้ดีว่าสไบคงกลุ้ม เพราะไม่ได้รักดอกรัก

“รักคนที่ไม่ควรรัก...มันก็ทุกข์”

เสียงถอนใจยาวของแฟง ทำให้สไบมั่นใจว่าเพื่อนรักคงกลุ้มใจเรื่องเดียวกัน แต่แฟงก็ไม่พูดอะไร ยังสับสนอย่างบอกไม่ถูก ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่

ระหว่างที่สาวๆมีเรื่องหนักใจ ชายหนุ่มก็มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน โดยเฉพาะดอกรัก คอยหาเรื่องใจไม่หยุด แม้กระทั่งตอนนี้ที่พรานหนุ่มจะมาลาสไบเข้าป่าอีกครั้ง ดอกรักไม่สนใจ เค้นถามอีกฝ่ายว่าเป็นคนให้ดอกแก้วสไบหรือไม่

“ข้าจะให้อะไร ถ้าสไบไม่รับ ก็คงไม่มีความหมาย”

“เอ็งหมายความว่าอะไรไอ้ใจ พูดเหมือนสไบรับรักเอ็งแล้วงั้น เอ็งจะเย้ยข้างั้นหรือ”

ใจนิ่ง ไม่อยากต่อความให้มีเรื่อง แต่ดอกรักเข้าใจว่าเป็นการยั่วประสาท จะพุ่งไปเอาเรื่อง

“ไอ้ใจ...สไบต้องเป็นของกูคนเดียว คนอย่างมึงไม่มีหัวนอนปลายตีน อย่ามายุ่งกับสไบของกู!”

เสียงเอะอะของดอกรักดังลั่น แฟงกับสไบวิ่งมาจากครัว เช่นเดียวกับทัพกับเฟื่องที่มาจากท้ายหมู่บ้าน ทันได้ยินถ้อยคำเกรี้ยวกราดของดอกรัก ที่โมโหหึงสไบจนเลือดขึ้นหน้าไปหมด

“มึงช่วยชีวิตกู กูจะตอบแทน แต่มึงเอาสไบไปจากกูไม่ได้”

“มันไม่ได้อยู่ที่มึงหรอกดอกรัก ให้ผู้หญิงเขาเลือกดีกว่า”

“สไบต้องเลือกกู!”

ขาดคำก็เงื้อไม้จะฟาดใจ แต่ทัพมาขวางเสียก่อน สไบรีบลากญาติหนุ่มไปอีกทาง ใจหน้าเสีย แต่ไม่ลืมความตั้งใจ ตะโกนไล่หลังว่าอยากมาลา สไบหันขวับ ใจหายไม่อยากให้เขาหายไปไหน แต่ใจยืนยัน พร้อมกับการปรากฏตัวของเจิดที่อ้างว่าจาดไม่สบาย ใจเลยต้องตามไปดูแล สไบไม่กล้าขัดต้องปล่อยให้เลยตามเลย แต่ไม่วายมองตามด้วยความอาวรณ์ สร้างความขุ่นแค้นให้แก่ดอกรักมาก...ไอ้ใจ อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ!

ooooooo

การจากไปของใจทำให้สไบเสียใจมาก แฟงแอบสังเกตตลอด สงสารและเห็นใจเพื่อนสาว แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ปลอบว่าความรักที่สไบมีต่อใจเป็นเรื่องสวยงาม ไม่ใช่เรื่องต้องลืมหรือตัดใจ

“อย่างน้อยมันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ให้เราเก็บไว้ในใจ เวลาทุกข์ก็คิดถึงมัน มันก็ช่วยให้เรามีความสุขได้นะพี่”

แฟงยิ้มให้กำลังใจเพื่อน เฟื่องซึ่งเดินผ่านมา เห็นน้องสาวคุยกับสไบ ก็หลบมุมแอบฟัง ทันได้ยินแฟงตอบคำถามสไบว่ามีใครในใจหรือยังด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“สำหรับฉัน...ฉันรู้แต่ว่ารักสำคัญที่สุดคือรักพ่อแม่ รักอย่างอื่น...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ก็จะขอเก็บมันไว้ในใจ ให้มันอยู่ตรงนั้น และจะไม่ให้ความสำคัญมันมากไปกว่า...รักคนที่เป็นสายเลือดเดียวกัน”

เฟื่องยิ่งสงสัย เมื่อเจอทัพที่ศาลาท่าน้ำหลังเรือนพัน ก็อดบ่นไม่ได้ ว่าอยากรู้เหลือเกินว่าแฟงรักใคร

“อีกไม่นานก็คงรู้ ความรักมันปิดไม่ได้หรอก”

สายตาหวานหยดของทัพ ทำให้เฟื่องเขินมาก ลืมความกลุ้มใจเรื่องน้องสาว หันมาหยอกล้อกับหนุ่มคนรักแทน ทัพชื่นใจมาก ฝากฝังให้คนรักช่วยดูแลแม่และน้องสาว เฟื่องรับปากอย่างดี อ้อนขอให้เขาอยู่ด้วยกันที่เรือนพันนี้ อย่าไปซ่อนตามป่าให้ลำบากเลย ทัพปฏิเสธเพราะตัวเองเป็นพวกหนีทัพ ไม่อยากให้พันลำบากใจ

เฟื่องพยักหน้ารับรู้ ก่อนบอกว่าจะช่วยกันกับแฟง จวงและสไบ ทำอาหารร้อนๆไปส่งในป่าทุกวัน ทัพเป็นห่วง หน้าศึกหน้าสงคราม ไม่อยากให้สี่สาวลำบากเข้าป่าตามลำพัง แต่เฟื่องอาสาด้วยความเต็มใจ

“ไม่ลำบากเลยจ้ะ พี่อยู่ป่าหลังทุ่งแค่นี้ เดินชั่วอึดใจเดียวก็ถึง เราจะสลับกันไปส่งข้าวพวกพี่ ไม่มีใครรู้หรอก”

ทัพเอื้อมไปแตะมือคนรัก “น้ำใจเอ็งอาทรพี่เหลือเกินเฟื่อง ยิ่งเห็นรอยยิ้มของเอ็งอย่างนี้ พี่จะเฝ้านับคืนที่แผ่นดินเราจะพ้นศึก ถึงวันนั้น...เราจะได้ร่วมหอกันเสียทีนะเฟื่อง”

สองหนุ่มสาวสบตากันด้วยความรัก ไม่รู้เลยว่าแฟงกำลังมองจากอีกมุมด้วยดวงตาเศร้าๆ แม้จะรักพี่สาวคนเดียวสุดหัวใจ แต่ก็ปวดร้าวในอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้เห็นเฟื่องกับทัพใกล้ชิดกัน

แต่ถึงกระนั้น...แฟงก็ปัดความคิดแปลกๆนั้นทิ้ง เมื่อได้อยู่กับพี่สาวตามลำพังบนเรือน ก็ขยับเข้ากอดแน่นจนเฟื่องเริ่มผิดสังเกต แต่เค้นถามเท่าไหร่ แฟงก็ไม่ยอมบอก ได้แต่พูดบางอย่างที่อยู่ในใจเสมอมา

“อภัยให้ฉันนะที่เคยพูดไม่ดีกับพี่ แต่ฉันรักพี่เฟื่องที่สุด ฉันอยากให้พี่เฟื่องมีความสุข”

“เรื่องแค่นี้...เราพี่น้องกัน ไม่มีอะไรมาตัดเราให้ขาดจากกันได้”

“จ้ะพี่...ไม่มีสิ่งใดมาตัดความเป็นพี่เป็นน้องของเราได้”

เช้าวันต่อมา...พวกเฟื่องช่วยกันทำอาหารไปส่งพวกทัพในป่าตามที่รับปาก เหล่าอดีตทหารกล้านั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีเฟื่องกับจวงตักนั่นเติมนี่ไม่ขาด สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พวกทัพนัก จะได้มีแรงตระเวนปล้นศัตรูที่จะเข้ามารุกรานแผ่นดินไทย

สถานการณ์ที่กระทุ่มด่านเงียบสงบ ไร้วี่แววข้าศึกหรือโจรที่ไหนมาโจมตี เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่สะแก–โทรม ที่เงียบและราบรื่นจนขาบเริ่มเอะใจ ว่าเหตุใดสังข์ถึงไม่เคลื่อนกลุ่มชาวบ้านจากบ้านคำหยาดเข้ากรุง สังข์ซึ่งมัวจิบเหล้าย้อมใจกับทหารม้าเร็วของคุณพระนาย หัวเสียมาก เมื่อได้ยินคำถามเซ้าซี้ของเพื่อนรัก

“วะ...ไอ้ขาบ...นายกองอย่างกูหรือหัวหมู่อย่างมึงจะเป็นคนออกคำสั่ง มึงจะขัดคำสั่งคุณพระนายหรือ”

ขาบเงียบ ไม่อยากโต้ตอบอะไรอีก แต่ก็อดไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนรักนายกองหมกมุ่นกับการกินเหล้า

“ข้าสงสัยว่ายามศึกลำบากอย่างนี้ ใครช่างสรรหาเหล้ายาปลาปิ้งมาบำรุงบำเรอนายกองได้ถึงใจนัก”

สังข์กระแทกแก้ว มองเพื่อนรักด้วยความไม่พอใจ ขาบไม่ยี่หระ ผละไปดื้อๆ สังข์จะด่าไล่หลัง แต่ต้องยั้งไว้ เมื่อเห็นทหารซึ่งเขาส่งไปสังเกตการณ์ที่กระทุ่มด่านกลับมา ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย เมื่อได้ยินว่าพวกทัพยังปักหลักที่เดิม

“เอ็งไปรวบรวมพรรคพวกที่ไว้ใจได้มาให้ข้าสี่ห้าคน อย่าให้ใครรู้...แม้แต่หมู่ขาบ”

ทหารหนุ่มรีบไปทำตามคำสั่ง สังข์ยิ้มเจ้าเล่ห์ตามหลัง มั่นใจมากว่าจะได้ล้างแค้นทัพ ไม่รู้เลยว่าขาบแอบมองตลอดด้วยความสงสัย และหมายมาดว่าจะต้องรู้ให้ได้ว่าเพื่อนรักนายกองมีแผนลับๆล่อๆอะไรกันแน่

ooooooo

ทัพเดินมาส่งพวกจวงที่ชายป่า ไม่ไกลจากหมู่บ้านกระทุ่มด่านนัก อดบ่นไม่ได้ด้วยความเป็นห่วง ว่าสองสาวไม่น่าลำบากหาบข้าวหาบอาหารมาให้ในป่าแบบนี้ กลัวจะเจอข้าศึก สองสาวยิ้มขำๆ ก่อนจะหยิบอาวุธลับที่แฟงเตรียมไว้ให้ใต้หาบ ทัพถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นมีดยาวคมกริบสองเล่มในมือน้องสาวและคนรัก

“เก็บก่อนๆ ดีจริงๆนะแฟง ช่างสรรหาของดีๆทั้งนั้น ถ้าไปอยู่ในมือคนที่เอ็งจะฟันล่ะ...พี่ไม่อยากจะคิดเลย”

“ไม่หรอกจ้ะพี่ทัพ ทางมาใกล้แค่นี้ ไม่มีอะไรหรอก พวกฉันก็ติดตัวไว้เพราะแฟงสั่งน่ะ” เฟื่องแก้ตัวแทนน้อง

“ดีจริง...แฟงเอ๊ย...จะสอนให้คนอื่นห้าวอย่างตัวตลอด เจอคราวหน้าจะหวดเสียให้ก้นลาย!”

แฟงไม่รู้ว่าโดนว่าลับหลัง มัวตำข้าวอยู่กับสไบ ในครัวเรือนพัน โดยมีดอกรักด้อมๆมองๆอยู่นาน ก่อนจะเข้ามาชวนสไบคุย แต่สไบกลับตำข้าวเสียงดังกลบเสียงญาติหนุ่ม ดอกรักโกรธมาก คิดว่าญาติสาวคิดถึงแต่พรานหนุ่มจนไม่สนใจคนที่ผู้ใหญ่หมั้นหมายไว้ สไบไม่เถียงด้วย ดอกรักเลยต้องออกไป ก่อนจะสะอึก เมื่อได้ยินเสียงไล่หลัง

“พี่เคยบอกว่าอยากไปช่วยรบอังวะ ทำไมพี่ถึงไม่ออกไปอยู่กับพวกพี่ทัพ แทนที่จะมาคอยหาเรื่องฉัน”

ดอกรักหน้าเสียที่ถูกไล่อ้อมๆ เดินหนีไปด้วยความช้ำใจ แฟงมองตามด้วยความสงสาร สไบเลยแกล้ง บอกให้ตามไปปลอบใจญาติหนุ่ม แฟงส่ายหน้าเร็วๆ ก่อนจะบอกว่าดอกรักชอบสไบ ไม่ได้ชอบม้าดีดกะโหลกอย่างเธอ

ไม่ใช่แค่สไบที่อาลัยอาวรณ์กับการจากลา ใจก็มีอาการเศร้าซึมไม่ต่างกัน เจิดเห็นสภาพก็อดหนักใจไม่ได้ ดูท่าว่าพิษรักจะมากนัก ทำให้น้องชายที่เคยเข้มแข็งของเขากลายเป็นคนอ่อนไหวเช่นนี้

คืนเดียวกันที่ชายป่ากระทุ่มด่าน พวกทัพหารือกันอย่างเคร่งเครียดถึงการศึกครั้งนี้ ว่าคงสงบไม่นาน เพราะกองทัพอังวะตั้งใจมาทำลายแผ่นดินไทยให้สิ้นซาก เลยตีขนาบสองทางเช่นนี้ แถมปล้นสะดมจากชาวบ้านให้เดือดร้อนกันไปทั่ว เคลิ้มเสนอให้พาพวกชาวบ้านกระทุ่มด่านหนีไปทางทุ่งสมิง แต่ทัพไม่เห็นด้วย เพราะทุ่งสมิงเต็มไปด้วยซ่องโจร ยากต่อการคุ้มครองเพราะมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อย

“ถ้าต้องหนีจริงๆ ตัดจิกโพรงเข้าดงไปเลย อ้อมหลายคืนหน่อย แต่หนทางมิดชิดกว่า ไม่น่าเจอทั้งโจรทั้งข้าศึก”

เหล่าอดีตทหารกล้าพยักหน้าเห็นด้วย วางแผนและตกลงร่วมกันอย่างเร่งรีบ หากทัพอังวะยกมาเมื่อใด จะได้ช่วยกันพาพวกชาวบ้านหนีไปทางจิกโพรงได้ทันท่วงที

ขณะที่ทุกคนเตรียมตัวพร้อมรับข้าศึก ดอกรักยังหมกมุ่นกับเรื่องสไบ ตามไปหาเรื่องจับผิดถึงในครัว โดยเฉพาะเรื่องใจ ที่ญาติสาวปักใจหนักหนา สไบแหวกลับว่าพรานหนุ่มเป็นผู้มีพระคุณ ช่วยชีวิตเขาและเธอไว้หลายครั้ง แต่ดอกรักไม่ยี่หระ ปักใจเชื่อว่าใจทำดีเพราะหวังในตัวสไบ

“ถ้าพี่ใจเขาหวังในตัวฉัน เขาจะรักษาแล้วพาพี่มากระทุ่มด่านทำไม เขาปล่อยให้พี่ตายในป่าไม่ดีกว่าหรือ พี่ทำให้พวกเรากลายเป็นคนใจดำ ขับไล่ไสส่งแม้คนที่เสี่ยงตายช่วยชีวิต ที่ฉันเสียใจก็เพราะพี่ไม่รู้ตัวว่าทำผิดแค่ไหน”

สไบเดินหนีเข้าครัวไปแล้ว ทิ้งดอกรักให้มองตามด้วยความหัวเสีย...ไอ้ใจ...อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ!

แฟงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ตามไปปลอบเพื่อนรักถึงในครัว สไบไม่สนใจดอกรัก ตั้งหน้าตั้งตาทำกับข้าวให้พวกทัพ แฟงอยากคุยต่อ แต่ต้องเร่งมือช่วยเฟื่องกับจวงทำครัว เลยต้องหยุดความตั้งใจไว้ก่อน และคงจะหมดความสนใจเรื่องดอกรักแค่นั้น ถ้าไม่บังเอิญเห็นว่าญาติหนุ่มของสไบสะพายห่อผ้าออกจากหมู่บ้าน

ooooooo

แฟงเป็นห่วงดอกรัก กลัวเจอข้าศึกฆ่าตายในป่า เลยแอบตามไป แต่ก็คลาดกัน หญิงสาวจอมแก่นแห่งบ้านคำหยาดเลยตัดสินใจไปบอกทัพ อยากให้ตามไปช่วย ทัพยังไม่ตอบตกลง แต่อยากรู้มากกว่าว่ามีเรื่องอะไรกัน แฟงเบ้หน้า ก่อนจะบอกว่าเพราะเรื่องหึงหวงบ้าๆบอๆของพวกผู้ชาย

“พวกผู้ชายหน้ามืดตามัว หึงไม่เข้าเรื่อง เขาไม่รักตัวก็ยังไปหลงรักเขา สุดท้ายเขาก็ไม่เคยสนใจ”

ขาดคำก็มองไปทางทัพด้วยแววตาตัดพ้อ แต่ทัพกลับไม่รับรู้ และบ่นเรื่องดอกรักแทน

“ไอ้ใจก็ไม่อยู่แล้ว ดอกรักมันจะกลัวอะไร ผู้หญิงคนเดียว ทำให้รักไม่ได้ก็อย่าเรียกว่าชายเลยว่ะ”

“ทำไม...ใจหญิงมันต้องโลเลไม่มั่นคง คอยเปลี่ยนไปตามน้ำคำผู้ชายที่คอยหยอดคำหวานหรือไง”

“เอ้า...เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พี่ไม่ได้ว่าผู้หญิงต้องหลงคำหวาน แต่ถ้ารักก็ต้องเอาชนะใจ อย่าให้เสียเชิงชาย”

“เชิงชายที่ไล่ต่อยตีคนอื่น เอากำลัง เอาแรงเข้าบังคับน่ะหรือ หรือไม่ก็เที่ยวกอดจูบลับตาคน”

ทัพเริ่มรู้ตัวว่าถูกแขวะ โต้กลับเสียงดังจนแฟงน้ำตาคลอ อดีตทหารกล้าเห็นน้ำตาผู้หญิงแล้วใจอ่อนยวบ เอื้อมมือจะจับหัว แต่แฟงปัดมือออก ไม่ยอมบอกว่าตัวเองร้องไห้ทำไม ทัพทำตัวไม่ถูก จะช่วยปาดน้ำตาให้ แต่นั่นยิ่งทำให้แฟงสะอื้นหนักกว่าเดิม แฟงส่ายหน้า ร้องไห้โฮด้วยความอัดอั้นตันใจ ทัพประคองหน้าแฟงไว้

“แฟง...เป็นอะไร บอกพี่...ทำไมพูดกับพี่ไม่ได้ คิดซะว่าพี่เป็นพี่...เป็นพี่ชายคนหนึ่ง”

คำว่าพี่ชายทำให้แฟงยิ่งร้องหนัก ทัพตกใจมาก รีบดึงมากอดปลอบ ลูบหัวเบาๆอย่างอ่อนโยน ไม่รู้เลยว่าเฟื่องซึ่งหาบข้าวปลาอาหารมากับจวงแอบเห็นทุกอย่าง ฉุกใจคิดถึงคำพูดของน้องสาวเมื่อวันก่อน ว่าถึงมีความรัก ก็จะไม่ให้มันสำคัญกว่าความรักต่อคนสายเลือดเดียวกัน คนงามบ้านคำหยาดเห็นท่าทางสองหนุ่มสาวแล้วถึงกับอึ้ง แม้ไม่มีอะไรเกินเลยอย่างที่กลัว แต่สังหรณ์ผู้หญิงก็ทำให้อดกังวลไม่ได้...ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

แต่ถึงจะเพียรบอกตัวเองเท่าไหร่ว่าไม่ให้คิดมาก เฟื่องก็อดน้อยใจไม่ได้ พิษรักแรงหึงทำให้ขาดสติ ผลุนผลันไปที่หาบ เก็บข้าวของจะกลับหมู่บ้าน จวงวิ่งตามแทบไม่ทัน ไม่รู้เลยว่าว่าที่พี่สะใภ้ฉุนเฉียวเรื่องอะไร

ฝ่ายทัพกับแฟงยืนกอดกันที่เดิม อดีตทหารกล้าเช็ดน้ำตาให้แผ่วเบา แฟงเริ่มรู้ตัวว่าปล่อยใจกับเขามากเกินไป เลยดึงตัวออก บอกว่าจะกลับหมู่บ้านแล้ว ทัพยิ้ม บางๆ ก่อนจะขอให้เธอพูดกับเขา หากมีเรื่องไม่สบายใจ

“ฉันขอโทษนะพี่ทัพ บางทีฉันก็ดื้อกับพี่”

“พี่ไม่ถือโทษอะไรเอ็งหรอกแฟง เฟื่องก็เหมือนกัน ใครจะโกรธเอ็งลง”

แฟงรู้ดีว่าพี่สาวรักตนมากแค่ไหน เลยยิ่งรู้สึกผิดมาก ที่คิดเกินเลยกับทัพเช่นนี้

“พี่เฟื่องเป็นคนดี พี่ทัพต้องรักพี่เฟื่องมากๆนะ อย่าทำให้พี่เฟื่องเสียใจ”

“พี่รักเฟื่องมากอยู่แล้ว...รักมากจนไม่รู้ว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีเฟื่อง พี่จะอยู่ต่อได้ยังไง”

แฟงฟังแล้วสะเทือนใจมาก ปาดน้ำตา ฝืนยิ้มให้ทั้งที่หัวใจร้าวราน ไม่อาจเผยความรักที่มีต่อทัพได้

ด้านเฟื่อง...โมโหหึงจนขาดสติ วิ่งหนีกลับหมู่บ้าน เข้าไปในป่า ไม่ได้มองระแวดระวังภัยอย่างที่ควร จวงที่วิ่งตามติด ถึงกับร้องลั่น เมื่อเจอกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งล้อมไว้ สองสาวสู้ตายด้วยมีดยาวที่แฟงหามาให้ แต่ก็สู้แรงเหล่าชายฉกรรจ์ไม่ได้ โดนชกท้องจนสลบ และถูกแบกขึ้นม้าควบไปอีกทาง

กว่าทัพกับแฟงจะรู้เรื่อง ทุกอย่างก็สายไปแล้ว แม้พวกฟักจะควบม้าช่วยตามหาอีกแรง ก็ไร้วี่แววของสองสาว มีแค่กองข้าวของและหาบกับข้าวเกลื่อนกลาดกลางป่า ที่ทำให้ทั้งหมดมั่นใจว่าสองสาวถูกจับตัวไปแน่ๆ

แต่ถึงกระนั้นพวกทัพก็ไม่ยอมแพ้ ควบม้าตระเวนทั่วป่า จึงเจอกับดอกรักที่กำลังหลงทาง อดีตทหารกล้าไม่สนใจเรื่องหึงหวง และคาดคั้นเสียงเข้มว่าเห็นใครควบม้าผ่านมาบ้างไหม ดอกรักคิดนิดเดียว ก่อนจะบอกว่าเห็นกลุ่มคนไทยสี่ห้าคนมาพร้อมผู้หญิงสองคนพาดบนหลังม้า แฟงตกใจมาก เร่งให้ทัพออกตาม แต่ฟักยั้งไว้ อยากให้คิดดีๆ เพราะมีชาวบ้านกระทุ่มด่านอีกทั้งหมู่บ้านที่พวกเขาต้องดูแลหากข้าศึกเข้าโจมตี

ooooooo

จันทร์กับเฟี้ยมแทบลมจับ เมื่อรู้ข่าวร้ายว่าลูกสาวถูกใครไม่รู้ลักพาตัวกลางป่า พันกับผู้ใหญ่แสงต้องช่วยกันปลอบ ไม่อยากให้เสียขวัญไปมากกว่านี้ โดยมีทัพอาสาตามไปช่วยสองสาว ฟักอยากไปด้วย แค้นใจนักที่น้องสาวถูกพาตัวไปดื้อๆ แต่ทัพไม่ยอม และขอให้ดูแลชาวบ้านแทนเขาฟักเห็นสายตามุ่งมั่นและจริงจังของทัพก็ไม่กล้าขัด รู้ดีว่าเป็นการตัดสินใจที่ควรแล้ว เพราะหากเกิดอะไร พวกที่เหลือจะได้ช่วยพาชาวบ้านหนีออกจากหมู่บ้านตามแผน ทัพพยักหน้าฝากฝัง ก่อนจะไปขึ้นอ้ายเลา แฟงวิ่งตามไปดักหน้า ขอร้องให้เขาพาพี่สาวคนเดียวกลับมาให้ได้

“ถ้าเจอพี่เฟื่อง...บอกพี่เฟื่องด้วยว่าอภัยให้ฉันด้วย”

“อภัย...เอ็งทำอะไรให้เฟื่องโกรธ”

“พี่เอิบพี่ช่วงบอกว่า...ก่อนพี่เฟื่องจะถูกจับ พี่เฟื่อง ถามหาเราสองคน แล้วก็เดินไปตาม พอกลับออกมาพี่เฟื่องก็วิ่งหนีจนถูกจับตัวไป พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิดจนน้อยใจวิ่งหนีออกมา”

“โธ่...กูกอดมึงด้วยความรักแบบน้อง ไม่มีอย่างอื่น”

“แต่พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิด ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งหนีไป บอกพี่เฟื่องด้วยว่าอภัยฉันด้วย ฉันทำให้พี่เฟื่องถูกจับ”

“กูไม่รับฝากคำขออภัยของมึง แต่กูจะพาเฟื่องกลับมา ให้มึงบอกทุกอย่างกับเฟื่องเอง”

“พาพี่เฟื่องกลับมานะพี่ทัพ พาพี่เฟื่องกับจวง กลับมา”

“กูจะพาเฟื่องกับจวงกลับมาให้ได้ ถ้ามึงไม่เห็นเฟื่องกับจวง ก็ขอให้รู้ว่าไอ้ทัพคนนี้สิ้นวาสนาเสียแล้ว”

ทัพควบม้าออกจากกระทุ่มด่านนานแล้ว แฟงยังนั่งกอดเข่าคนเดียวที่ชานเรือน น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พี่สาวถูกจับ สไบผ่านมาเห็นก็นั่งปลอบ สงสารและเห็นใจเพื่อนรักมาก ต้องพรากจากพี่สาวอันเป็นที่รัก

“ฉันทำให้พี่เฟื่องเข้าใจผิด เรื่องฉันกับพี่ทัพ”

“พี่เฟื่องไม่โกรธแฟงหรอก”

“ฉันรู้...พี่สไบ ฉันถึงยิ่งละอายใจ พี่เฟื่องรักฉัน ให้อภัยฉัน ไม่ว่าผิดแค่ไหน พี่เฟื่องไม่เคยดุด่าซ้ำเติม มีแต่ความรักความเป็นห่วง แต่ฉัน...ฉันทำให้พี่เฟื่องกับจวงถูกจับไป เพราะฉันคนเดียว”

แฟงร้องไห้โฮ อัดอั้นตันใจเหลือเกินแต่ก็บอกใครไม่ได้ สไบกอดปลอบ แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก

“ถ้าพี่เฟื่องกับจวงเป็นอะไรแม้ปลายเล็บ ฉันจะ ไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกแล้ว”

ระหว่างที่ทัพตามไปช่วยเฟื่องกับจวง พวกฟักแทบผงะ เมื่อออกลาดตระเวนแล้วพบว่ากองกำลังอังวะหลายร้อยมุ่งหน้ามากระทุ่มด่าน พันกับผู้ใหญ่แสงเลยตัดสินใจอพยพชาวบ้านทั้งหมด โดยมีพวกฟักคอยคุ้มกันและมุ่งหน้าไปทางจิกโพรงตามที่ทัพวางแผนไว้ เพราะทุ่งสมิงไม่ปลอดภัย เต็มไปด้วยซ่องโจร

สไบกับแฟงใจไม่ดี เป็นห่วงคนไกล ทั้งใจและทัพ กลัวจะตามหาพวกตนไม่เจอ แต่ถึงกระนั้น ความปลอดภัยของคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ก็ทำให้สองสาวตั้งหน้าตั้งตาเก็บข้าวของขึ้นเกวียนไปพร้อมกับคนอื่นๆ

แต่คนที่กำลังเจอสถานการณ์ลำบาก คงหนีไม่พ้นจวงกับเฟื่อง ตะลึงนึกไม่ถึงเมื่อพบว่าสังข์เป็นคนลักพาตัวมา ขาบมีท่าทีอึดอัด พยายามปรามเกลอรักไม่ให้รังแกเฟื่องกับจวง แต่สังข์ก็ไม่สน ถีบเกลอรักกระเด็นที่มาขวางทาง สองสาวมีท่าทางตื่นตระหนก ขาบมองไปทางเฟื่องก็นึกโมโหเกลอรัก

“ไอ้สังข์...กูนี่เชื่อมึงทุกอย่าง แต่ถ้าถึงกับรังแกผู้หญิง กูทนไม่ไหว นั่นมันน้องไอ้ทัพ”

“ก็เพราะน้องไอ้ทัพไงล่ะ กูถึงจะทำให้สาแก่ใจ”

“มึงชิงชังพี่แล้วมาลงกับน้อง มันไม่ใช่วิสัยผู้ชาย”

สังข์ชักดาบด้วยความโมโห ขาบผงะถอยด้วยความกลัว เฟื่องทนไม่ไหว โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ฟันพวกฉันให้ตายไปด้วยเลยไอ้สังข์ ฉันขอตาย... แกจะได้หมดเรื่องก่อกรรมก่อเวรกับพี่ทัพ”

สายตากร้าวของเฟื่องยิ่งทำให้สังข์โมโห ขยับจะไปคว้าตัว ขาบปรี่ไปขวาง สังข์ยิ่งโกรธ “เอ็งจะปกป้องผู้หญิงของไอ้ทัพไว้เหนือหัวทำไมวะไอ้ขาบ มึงรักนังเฟื่องมาตั้งนาน นี่เป็นโอกาสแล้ว ที่จะได้คนรักของไอ้ทัพมาเป็นเมีย”

เฟื่องหน้าเสีย เช่นเดียวกับจวงที่ร้องลั่น ไม่ยอมให้สองหนุ่มยุ่งกับว่าที่พี่สะใภ้ ขาบจ้องเฟื่องนิ่ง สังข์เลยยุใหญ่

“ดูสิ...ข้าอุตส่าห์ให้ลูกน้องเอานังเฟื่องมาส่งถึงมือ แถวนี้พอมีเรือนว่างเป็นห้องหอมึงได้ หรือว่าเอ็งกลัวไอ้ทัพมันจะตามมาทวงของรักมันคืน แล้วเอ็งจะสู้มันไม่ได้ ถึงตอนนั้น...ไอ้ทัพมันจะชนะเอ็งได้ไง ในเมื่อเอ็งกุมหัวใจมันอยู่”

เฟื่องเริ่มกลัว พร่ำขอเสียงสั่นอย่าข่มเหงกันเลย จวงพยายามช่วยเตือนสติขาบ แต่หัวหมู่หนุ่มยังจ้องมาทางเฟื่องนิ่งๆ ก่อนจะขยับมากระชากตัวเฟื่องออกไป จวงถลาจะตามแต่สังข์คว้าตัวไว้เสียก่อน และลาก

น้องสาวอดีตเกลอรักไปที่กระท่อมตน จวงขัดขืนเต็มกำลังไม่ยอมให้เข้าใกล้ แต่ก็สู้แรงไม่ได้ ถูกเหวี่ยงหัวกระแทกเสาหมดสติ สังข์ขยับไปอุ้มมานอนบนแคร่ ก่อนจะมองด้วยสายตาอ่อนหวาน ไม่ได้หื่นกระหายเหมือนก่อนหน้านี้

“เป็นเมียนายกองสังข์ เอ็งจะสบายทั้งชาตินะจวง ไม่ต้องอพยพหนีข้าศึกลำบากลำบนในป่า ข้าจะพาเอ็งไปอยู่กรุงศรี เป็นข้ารับใช้คุณพระนาย อีกหน่อยชีวิตเราจะได้สบาย”

สังข์ลูบหัวจวงด้วยความรัก ก่อนจะโน้มตัวจูบแก้มและนอนลงข้างๆอย่างสบายใจ

ฝ่ายเฟื่องดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก อยากไปให้พ้นอ้อมกอดของขาบ พร้อมพร่ำขอเสียงสั่นไม่ให้ข่มเหงตนที่เป็นคนรักของทัพ ท่าทางบอบช้ำทั้งกายและใจของเฟื่อง ทำให้ขาบใจอ่อนยวบ เหวี่ยงเธอไปอีกทาง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม

“ไม่ต้องขอข้าขนาดนี้หรอกเฟื่อง เอ็งไม่รักข้า ข้ารู้อยู่แก่ใจ จะให้บังคับขัดขืนแล้วได้แต่ตัวเอ็ง ข้าไม่อยากได้”

เฟื่องอึ้งไปอึดใจ ส่วนขาบเมินหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากให้เธอเห็นแววตาช้ำใจ

“ข้าจำต้องเอาเอ็งมา ให้ทุกคนเข้าใจว่าเอ็งเป็นของข้า ต่อไปจะได้ไม่มีใครรังแกเอ็ง”

เฟื่องถึงกับพูดไม่ออก ขาบเลยตัดบทไล่ให้ไปนอน โดยอาสาจะเฝ้าจนเช้าและจะออกไปเอง เฟื่องซึ้งใจมาก ขอบคุณเสียงอ่อนที่เขายังพอมีความเป็นลูกผู้ชาย ขาบถอนใจยาว ก่อนจะพูดด้วยความน้อยใจ

“ข้าควรจะดีใจสินะ อย่างน้อยเอ็งก็ยังมองข้าเป็นคนดีบ้าง”

“ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนดี และขอให้พี่รักษาความดีข้อนี้ ไว้ให้นานที่สุด”

“เพื่อเอ็งจะได้กลับไปหาไอ้ทัพ...” เฟื่องนิ่ง ไม่อยากกวนโมโหให้เขาเปลี่ยนใจ “เอ็งทนอีกไม่นานหรอกเฟื่อง ศึกนี้พวกอังวะมากันมากมาย ไม่รู้กรุงศรีจะต้านได้แค่ไหน ข้าเป็นทหาร คงได้ตายในสนามรบ สิ้นลมข้าเมื่อไหร่ เอ็งจงรีบกลับไปหาไอ้ทัพ หรือหากไอ้ทัพมันตามมาเจอเอ็งก่อน ข้าจะหาทางช่วยให้เอ็งรอดออกไปเจอคนรัก...ข้าสัญญา”

เฟื่องยกมือไหว้ขอบคุณในน้ำใจ ขาบมองมานิดเดียว ยิ้มให้เศร้าๆ ทั้งรักและหวังดีต่อเธอจากใจจริง

ooooooo

ทัพควบม้าไม่หยุดพัก เร่งวันเร่งคืนอยากไปช่วยน้องสาวและคนรักให้ทัน แต่ก็พลาดท่าถูกเสือปิ่นหัวหน้าโจรป่าและพวกดักปล้นกลางทางเสียก่อน อดีตทหารกล้าพยายามต่อสู้เต็มกำลัง แต่ก็สู้แรงพวกโจรไม่ไหว ถูกด้ามปืนของเสือปิ่นกระแทกหน้าสลบ ก่อนจะฟื้นขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับสายตาสำรวจตรวจตราของหัวหน้าโจร

“เอ็งไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แววตาเอ็งมันกล้า ไม่กลัวตาย ข้าถามว่าเอ็งเป็นใคร”

“ข้าชื่อทัพ เป็นคนทุ่งคำหยาด ข้าไม่มีสมบัติ มีชีวิตเดียว เอ็งฆ่าก็ตายเปล่า”

ทัพดิ้นรนจะหนี สมุนโจรรุมจับก็ต้านไม่อยู่ ร้อนถึงเสือปิ่นต้องเอาด้ามปืนกระแทกที่หัวอีกครั้ง อดีตทหารกล้าสลบเหมือดไปแล้ว ชิดลูกน้องคนสนิทยุให้ฆ่าทิ้ง แต่เสือปิ่นไม่ยอม เชื่อว่าทัพไม่น่าใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่ต้องเป็นทหารจากกรุงศรีฯแน่ๆ ถึงได้มีฝีมือดีพอตัว อยากจะเก็บตัวไว้ก่อน เผื่อได้ใช้ประโยชน์ต่อรองกับทางการได้

เฟื่องหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน สะดุ้งตื่นอีกครั้ง ก็เช้าตรู่วันต่อมา ขาบหายออกไปตามที่สัญญา คนงามบ้านคำหยาดเลยรีบไปสำรวจข้างนอก เจอกับจวงนั่งน้ำตาซึมอยู่อีกด้าน พร้อมความจริงอันน่าอัปยศว่าถูกสังข์ข่มเหงเมื่อคืน เฟื่องใจหาย กอดจวงแน่น ก่อนจะต้องผละจากกันเมื่อสังข์กับขาบมาตามตัว

จวงจำต้องตามสังข์กลับกระท่อมเพราะสู้แรงเขาไม่ไหว เฟื่องได้แต่มองตามด้วยความเสียใจที่ช่วยอะไรไม่ได้ ขาบมองมานิ่งๆ เข้าใจความรู้สึกสองสาวดี แต่ตอนนี้คงได้แต่ประวิงเวลาให้เฟื่องได้เจอทัพอีกครั้งเท่านั้น

ด้านกลุ่มชาวบ้านกระทุ่มด่าน...มองรอบๆตัวด้วยแววตาหวาดวิตก ไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือไม่ พวกฟักที่เป็นคนนำทางก็หนักใจไม่น้อย ไม่คุ้นเคยเส้นทาง เกรงว่าหากเกิดเหตุร้ายจะป้องกันลำบาก แล้วก็จริงดังคาด เมื่อกลุ่มโจรหลายสิบคนโผล่พรวดมาจากมุมหนึ่งของป่า วิ่งปล้นสะดมชาวบ้านให้วุ่นวายไปหมด

พวกฟักต่อสู้กับพวกโจรอย่างห้าวหาญ โดยมีผู้ใหญ่แสงคอยช่วยอีกแรงตามประสานักเลงเก่า สไบเป็นห่วงพ่อมาก แต่ต้องช่วยแฟงไล่ต้อนเด็กๆและคนแก่ไปหาที่ซ่อน แต่ก็เหมือนจะหนีไม่พ้น พวกโจรตามมาล้อมหน้าล้อมหลังอีกหลายสิบคน แฟงตัดสินใจสู้ คว้าไม้ใกล้มือฟาดเหล่าโจรไม่ยั้ง สไบเลยช่วยอีกแรง แต่สองสาวก็สู้แรงโจรไม่ไหว ถูกตบล้มลงกับพื้น พวกฟักจะเข้ามาช่วย แต่ก็ช้าไป กลุ่มโจรควบม้าคว้าร่างแฟงหายไปเสียก่อน

สไบตกใจมากที่เพื่อนถูกจับตัว แต่ตัวเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด เกือบถูกพวกโจรจับไปอีกคน ถ้าผู้ใหญ่แสงจะไม่มาช่วยเสียก่อน แต่ผู้ใหญ่แสงก็ทำได้แค่นั้น ก่อนจะถูกพวกโจรที่เหลือฟันกลางหลังสิ้นใจกลางป่า เช่นเดียวกับพันที่ต้องจบชีวิตลงเพราะตัดสินใจวิ่งไปช่วยแฟง

กลุ่มชาวบ้านช่วยกันฝังศพคนที่ตายจากการสู้โจรป่า ฟักร้อนรนอยากไปตามหาน้อง แต่เคลิ้มยั้งไว้ อยากให้หาที่พักแรมให้ชาวบ้านที่เหลือ เข้าที่เข้าทางแล้วจะช่วยกันควบม้าตามหาแฟงอีกแรง ฟักเลยต้องยอมแบบไม่เต็มใจนัก

ฟากแฟงเกือบถูกพวกโจรป่ารุมข่มเหงอยู่แล้ว ถ้าชายชาวบ้านศรีบัวทองสี่คนจะไม่มาช่วยเสียก่อน โชติ แท่น อิน และเมืองพาร่างสลบไสลของหญิงชาวบ้านหน้าตามอมแมมไปที่หมู่บ้านศรีบัวทอง เมื่อแฟงฟื้นก็แนะนำตัวง่ายๆว่าเป็นกลุ่มผู้กล้าชาวศรีบัวทอง รวมตัวกันตั้งค่ายเล็กๆดักซุ่มโจมตีพวกอังวะเหมือนกองโจร

แฟงร้องไห้อย่างอัดอั้น ต้องพรากจากแม่และพวกพ้อง สี่ผู้กล้ามองมาด้วยความเห็นใจและเสนอให้พักอยู่ที่นี่ แฟงดีใจมาก อาสาช่วยงานทุกอย่าง แม้แต่ร่วมฆ่าข้าศึก สี่ผู้กล้าชอบใจ แต่ไม่เห็นว่าจำเป็นเพราะเธอเป็นหญิง

แฟงส่ายหน้า ก่อนจะประกาศกร้าว “ถึงเป็นผู้หญิง แต่พร้อมตายเพื่อปกป้องผืนดินเหมือนพวกผู้ชายได้ ให้ฉันอยู่ช่วยอะไรก็ได้ ฉันไม่เกี่ยง แต่อย่าไล่ฉันไปเลย ฉันพลัดแม่พลัดพี่น้องพลัดครอบครัวมาอย่างเหลือเชื่อ พระท่านคงอยากให้ฉันมาที่นี่ มาช่วยพวกพี่เอาชีวิตข้าศึกที่มารุกรานแผ่นดินเรา มาเซ่นไหว้ศพพี่น้องไทยที่ต้องตาย”

ท่าทางจริงจังและน้ำเสียงหนักแน่นของแฟง ทำให้ทุกคนทึ่ง แต่แฟงไม่ได้สนใจ สัญญาเสียงเข้ม

“ฉันจะทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องศรีบัวทองเหมือนเป็นบ้านเกิดตัวเอง จะปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตของฉัน!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:20 น.