ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บางระจัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สไบกับพวกผู้ใหญ่แสงถึงกระทุ่มด่านในที่สุด แฟงกับเฟื่องรีบวิ่งไปดู ก่อนจะได้ยิ้มกว้าง เมื่อรู้ว่าทัพเป็นคนบอกทางให้ชาวบ้านกลุ่มนี้มาหลบภัยที่นี่ พันให้การต้อนรับตามมีตามเกิด แต่พวกสไบก็ไม่คิดมาก เกรงใจเสียอีกที่พาพวกพ้องจำนวนไม่น้อยมารบกวนผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่านกะทันหันแบบนี้

สไบสบายใจขึ้นมากที่พ่อและชาวบ้านได้พักในที่ปลอดภัย คนงามบ้านสามโก้ช่วยพวกเฟื่องทำงานสารพัด ตอบแทนที่ให้ที่พักพิงยามยาก แฟงเป็นห่วงทัพ อดไม่ได้จะถามถึง สไบเลยเล่าว่าอดีตทหารกล้าช่วยพวกเธอหนีออกจากหมู่บ้าน ตอนพวกอังวะเข้ามาปล้นและเผา ถือเป็นผู้มีพระคุณที่ทุกคนในหมู่บ้านสามโก้จะไม่มีวันลืม

นอกจากทัพ พันก็เป็นอีกคนที่ผู้ใหญ่แสงถือเป็นผู้มีพระคุณ พันไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ช่วยเพราะคิดว่าเป็นคนไทยด้วยกัน ผู้ใหญ่บ้านสามโก้กวาดตามองรอบๆเรือนพัน เห็นว่าผู้คนเริ่มมากหน้าหลายตา ถอนใจเบาๆ ก่อนจะบอกว่าอีกไม่นาน กระทุ่มด่านคงมีคนมาขอหลบภัยมากกว่านี้ พันพยักหน้ารับนิ่งๆแอบกังวล

ไม่ต่างกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก หน้าศึกหน้าสงครามแบบนี้ คงต้องช่วยกันไปก่อน

เฟื่องได้ฟังเรื่องศึกอังวะก็หนักใจไม่น้อย นึกเป็นห่วงหนุ่มคนรัก ต้องไปซุ่มตัวกลางป่าดักปล้นค่ายอังวะ ไม่รู้ว่าอีกนานไหมจะได้กลับมา แฟง สไบและจวงนั่งทำงานไม่ห่างกันนั้น ไม่ทันสังเกตท่าทางเศร้าๆของเฟื่อง มัวพูดคุยเรื่องความเก่งกาจของทัพ โดยเฉพาะสไบเชื่อมั่นในฝีมืออดีตทหารกล้ามาก เพราะเห็นมากับตาตัวเอง

“รับรองพวกศัตรูตายเกลื่อน ฝีมือดาบพี่ทัพเก่งเป็นที่หนึ่ง ไม่มีใครสู้ได้”

“นอกจากฝีมือดาบแล้ว ฝีปากพี่ทัพก็หวานนัก ไม่เชื่อถามพี่เฟื่องสิพี่สไบ พี่เฟื่องเขาเป็นคู่ชิ้นพี่ทัพ”

ถ้อยคำเย้าแหย่ของแฟง ทำให้เฟื่องรู้สึกตัวจากภวังค์ หน้าแดงด้วยความเขินอายที่ถูกล้อ สไบเห็นเฟื่องเขิน เลยบอกว่าชื่นชอบทัพจากใจจริง แต่แฟงกลับตีความว่าเพื่อนใหม่จากบ้านสามโก้แอบชอบทัพแบบคนรัก เลยโวยวายใหญ่ ไม่อยากให้ใครมาชอบทัพทั้งนั้น นอกจากพี่สาวสุดที่รักคนเดียว สไบยิ้มกว้าง ก่อนจะแหย่ขำๆ

“ทำไมหรือ...พี่ชอบพี่ทัพ แล้วนับถืออย่างพี่ชาย เพราะพี่ทัพเขาช่วยชีวิตพ่อ แล้วก็ทุกคน...ไม่ได้หรือ”

เฟื่องอมยิ้ม แฟงถึงได้รู้สึกตัวว่าโดนแกล้ง เลยคลายความเคืองลง ก่อนจะพูดแก้เก้อว่าหวงทัพไว้ให้พี่สาว จวงได้ยินทุกอย่าง อดล้อขำๆไม่ได้ว่าน่าจะมีพี่สะใภ้สองคนไปเลยดีกว่า แฟงถลาไปบีบคอก่อนจะพูดเสียงเครียด

“ไม่ได้หรอกจวง พี่สะใภ้จวงต้องพี่เฟื่องของฉันคนเดียว ถ้าเป็นคนอื่นฉันจะบีบคอให้ตาย”

“อย่า...ฉันเย้าเล่นน่ะแฟง ยังไงพี่สะใภ้ฉันก็ต้องเป็นพี่เฟื่องคนเดียว โอ้ยๆ...ปล่อยได้แล้ว หายใจไม่ออก”

ระหว่างที่พวกสไบได้อยู่ในที่ปลอดภัย ทัพซึ่งตระเวนในป่าต้องเผชิญหน้ากับพวกทหารอังวะจำนวนหนึ่ง แต่โชคดีพวกฟักผ่านมาเห็นและช่วยไว้ทัน กลุ่มอดีตทหารแห่งกรุงศรีฯซึ่งมีอุดมการณ์แรงกล้าร่วมกันปล้นค่ายอังวะเลยได้มารวมตัวกันอีก เคลิ้มเห็นทหารอังวะป้วนเปี้ยนแถบนี้ จึงคิดว่ากระทุ่มด่านน่าจะปลอดภัยไม่นาน คนอื่นๆก็คิดไม่ต่างกัน รวมทั้งทัพที่คิดว่าพวกอังวะคงยกพวกมาทางนี้แน่ ถ้าทหารลาดตระเวนพวกนี้ไม่กลับค่าย

ทัพเกรงว่ากระทุ่มด่านจะเป็นทุ่งนองเลือด ถ้าไม่เตรียมตั้งรับ แต่พวกฟักไม่กลัว อาสาออกรบปกป้องบ้านเมืองเต็มที่ ทัพพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเล่าเรื่องหมู่บ้านสามโก้ โดยเฉพาะเรื่องของสไบที่เคยถูกจับไปค่าย

“สไบเล่าว่าพวกมันกวาดต้อนเสบียงอาหารเก็บไว้มากมายจนสุดจะนับ กวาดต้อนคนไทยไปเป็นเชลยทำงานให้มันก็มาก แสดงว่ามันขนทหารมาเป็นภูเขาเลากา คงตั้งใจจะลบชื่อกรุงศรีอยุธยาเป็นแน่”

พวกฟักประกาศกร้าวจะสู้ไม่ถอย ไม่ยกบ้านเมืองให้เป็นของข้าศึกง่ายๆเช่นเดียวกับทัพ

“กูก็จะสู้ ถึงได้ชื่อว่าเป็นคนหนีทัพ กลายเป็นโจร ก็ขอให้กูได้ภูมิใจว่าโจรอย่างกู จะปกป้องบ้านเมืองด้วยเลือดเนื้อ ไม่ต่างจากทหารคนใด โจรไพร่อย่างกูจะขอเอาเลือดเนื้อแลกเพื่อให้พี่น้องคนไทยของเรารอด!”

ooooooo

ไม่ใช่แค่พวกทัพ ตั้งหน้าตั้งตาจะปล้นค่ายอังวะเพื่อตัดกำลังข้าศึก พวกทหารกรุงศรีฯบางส่วนก็ทำไม่ต่างกัน มุ่งหน้าปล้นค่ายอังวะจำนวนไม่น้อย เพื่อช่วยเชลยไทยและฆ่าฟันข้าศึกที่มารุกรานบ้านเมือง แต่ถึงกระนั้น...จำนวนข้าศึกก็ไม่น้อยลงเลย แถมเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ อาละวาดหนักข้อ ครัวไทยเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

ด้านบ้านกระทุ่มด่าน...พวกเฟื่องช่วยกันเตรียมข้าวปลาอาหารแห้ง เป็นเสบียงกรังไว้ยามยาก ข้าศึกรุกรานจะได้มีอาหารไว้กิน สไบเห็นข้าวของมากมาย ก็อดคิดถึงตอนหมู่บ้านถูกเผาไม่ได้

“พวกมันเหี้ยมยิ่งกว่าโจร ปล้น ฆ่า เผา ข่มเหงเมียต่อหน้าผัว”

“น้าแสงบอกว่าคราวแรกก็จะยอมเป็นเชลยพวกมันแล้ว”

“จ้ะเฟื่อง...พวกมันเห็นว่าบ้านเรามียุ้งข้าว ในนายังมีข้าวที่ไม่ได้เกี่ยวไปเป็นเสบียงได้”

แฟงเจ็บแค้นแทนมาก มั่นใจว่าต้องเป็นกลลวงข้าศึก ไม่มีทางละเว้นชีวิตคนไทยแน่ ต่อให้ยกเสบียงให้ก็ตาม จวงมีสีหน้าหดหู่ไม่ต่างกัน แต่อยากรู้มากกว่าว่าสไบหนีมาเจอทัพได้ยังไง

“มันจะข่มเหงฉัน พี่ดอกรักไม่ยอม มันก็ฆ่าพี่ดอกรัก แล้วก็จับฉันไปค่าย ฉันหนีมาได้เพราะเชลยไทยยอมตายเพื่อให้ฉันรอด มันผูกล่ามพวกเขา ขังไว้เหมือนไม่ใช่คน หลังจากนั้นพวกมันก็ตามมาถึงหมู่บ้านแล้วก็เผา...”

น้ำเสียงสั่นเครือของเพื่อนใหม่จากบ้านสามโก้ ทำให้เฟื่อง แฟงและจวงอดมองมาด้วยความสงสารไม่ได้ สไบกลั้นน้ำตาเต็มที่ ก่อนจะบอกว่าโชคยังเข้าข้างเธอ ที่พวกพรานใจตามมาช่วยทัน ไม่ให้ถูกพวกอังวะข่มเหง ก่อนจะหนีมาเจอทัพ ที่ช่วยพวกเธอหนีออกจากหมู่บ้าน และฆ่าพวกข้าศึกตายหมด

แฟงตำข้าวอย่างแรงด้วยความโมโห โอดว่าอยากเกิดเป็นชายนัก จะได้จับดาบฆ่าฟันข้าศึก สไบกวาดตามองเพื่อนใหม่ทั้งสามด้วยแววตามุ่งมั่น ความเจ็บปวดและสูญเสียที่ผ่านมาทำให้ฮึดสู้

“ขอแค่พวกเราช่วยคนละไม้คนละมือ ช่วยเหลือกัน รวมตัวสามัคคีกันไว้ ศัตรูที่ไหนก็มาทำลายเราไม่ได้!”

ฝ่ายใจดูแลดอกรักจนอาการดีขึ้นมาก จาดกับเจิดเห็นว่าควรจะเอาตัวไปปล่อยใกล้ๆหมู่บ้าน แล้วจากไปเสียที เพราะทั้งสามมีเรื่องต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะการแกะรอยเส้นทางของกองทัพไทยว่าเดินทางทางไหนบ้าง ใจจะไม่ยอม อยากช่วยดอกรักให้ถึงที่สุดและพาตัวไปส่งให้สไบที่กระทุ่มด่าน แต่จาดปฏิเสธ เพราะเสียเวลาไปมากแล้ว

สองพรานพ่อลูกจ้องตากันไม่ลดละ ไม่มีใครยอมใคร เจิดเป็นคนกลางหนักใจมาก พยายามช่วยไกล่เกลี่ย

“ใจ...เราช่วยครอบครัวสไบหลายหนแล้ว ความจริงเราไม่ควรให้คนพวกนั้นมาใกล้เรามากนัก อย่าลืมสิว่า...”

“แต่ข้าปล่อยให้ดอกรักตายไม่ได้”

“งั้นเอ็งก็เลือกเอาว่าจะเดินทางต่อไปกับข้าและพี่เอ็ง หรืออยู่ช่วยมันจนมันหาย”

จาดผลุนผลันจากไปแล้ว เจิดคิดนิดเดียวก่อนจะคว้าห่อผ้าตามติด ทิ้งใจให้อยู่กับดอกรักตามลำพัง สีหน้าของพรานหนุ่มเศร้าหมอง รู้สึกผิดไม่น้อยที่ปล่อยให้อารมณ์และความรู้สึกห่วงหาที่มีต่อสไบ ทำให้ต้องแยกกับพ่อและพี่ ดอกรักซึ่งหลับๆตื่นๆ ได้ยินแค่ประโยคท้ายๆ มองใจด้วยสายตาขอบคุณและซึ้งใจ ก่อนจะพยายามแข็งใจลุกขึ้นเพื่อตามหาสไบ พรานหนุ่มอาสาพาไป แต่อยากให้อาการดีกว่านี้ ดอกรักมองมานิ่ง ก่อนจะถามเสียงเข้ม

“ไอ้ใจ...เอ็งรักสไบหรือเปล่า บอกมาตรงๆว่าเอ็งรักสไบหรือไม่”

ใจมีสีหน้าอึกอัก ได้แต่ตอบแบบเลี่ยงๆว่าช่วยคนงามบ้านสามโก้เพราะสงสาร ดอกรักไม่อยากเชื่อ

“ข้า...อาแสงกับสไบเป็นหนี้ชีวิตเอ็ง ข้าขอบใจเอ็งมาก มีโอกาสเมื่อใด ข้าจะชดใช้ไม่รีรอ แต่สำหรับเรื่องสไบ ข้าขอเตือนเอ็ง สไบโตมากับข้า ข้าเห็นสไบเป็นเหมือนน้อง ข้าไม่อยากให้สไบเสียใจ”

ใจหน้าเสีย เปลี่ยนไปพูดเรื่องยารักษาแผลดื้อๆ ไม่อยากแสดงอาการเจ็บปวดใดๆให้เห็น ดอกรักผ่อนลมหายใจยาว ก่อนจะหลับตาด้วยความอ่อนเพลีย ทิ้งใจให้มองมานิ่งๆ หนักใจเหลือเกินที่ต้องปกปิดความรู้สึกเช่นนี้

ooooooo

การมาถึงของสไบทำให้แฟงมีความสุขมากขึ้น เหมือนมีเพื่อนไปไหนด้วยกันตลอด ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่มีแต่พี่สาวเป็นเพื่อนวิ่งเล่น สองสาวสนิทกันอย่างรวดเร็ว แฟงเลยหวง ไม่อยากเสียเพื่อนรัก จึงบังคับให้สัญญาจะไม่มีคนรัก จวงกับเฟื่องได้ยินก็เอ็ดใหญ่ แฟงน้อยใจ คิดว่าไม่มีใครรัก สไบต้องช่วยปลอบ

“พี่ๆเขาหยอกเล่นน่ะแฟง แล้วแฟงมากะเกณฑ์ไม่ให้ฉันรักใคร ไม่ใช่กลัวว่าพี่จะไปชอบคนที่แฟงชอบน่ะ”

“ฉันไม่มีวันรักใครง่ายๆหรอก ที่ถามเพราะว่าพอพี่เฟื่องออกไปกับพี่ทัพ ฉันจะยังมีพี่สไบเป็นเพื่อนไง”

“โธ่...ยังไงพี่ก็จะเป็นเพื่อนแฟง อยู่เล่นกับแฟงไปเรื่อยๆ นานแค่ไหนก็จะเป็นเพื่อนกันแบบนี้”

สไบยิ้มจากใจจริง แฟงมีความสุขมาก โดยมีเฟื่องกับจวงมองมายิ้มๆ ประทับใจในมิตรภาพของสองสาว

ระหว่างที่ความสัมพันธ์ของสไบกับแฟงแนบแน่นขึ้นทุกวัน เฟื่องกับจวงกลับหนักใจ เมื่อได้ฟังเรื่องการศึกจากพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนคนในกระทุ่มด่านซึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่องคนไทยที่ตั้งตัวเป็นโจรดักปล้นชาวบ้านไทยด้วยกันเอง จวงเป็นห่วงพี่ชายมาก รู้ดีว่าทัพต้องไม่ฆ่าคนไทย แต่ก็กลัวจะตายเพราะโจรก๊กอื่น เฟื่องเป็นกังวลไม่ต่างกัน แม้จะมั่นใจในฝีมือดาบและหมัดมวยของคนรักแค่ไหน ก็อดหวั่นใจไม่ได้

ไม่ใช่แค่พวกบ้านกระทุ่มด่านเท่านั้นที่หนักใจเรื่องศึกครั้งนี้ แม้แต่พวกที่เตรียมตั้งรับอย่างพวกทัพ ก็อดกังวลไม่ได้ เพราะได้ยินจากพวกคนไทยที่อพยพขึ้นเหนือ ว่ากองกำลังอังวะกล้าแข็งขึ้นทุกวัน และมีแนวโน้มสูงจะยกไพร่พลมาถึงละแวกนี้ เพราะมีคนไทยอพยพมารวมตัวกันมาก อาจคิดซ่องสุมไพร่พลเพื่อโจมตีได้ พวกฟักเห็นด้วย และรีบเตรียมการให้พร้อม วางกำลังเวรยามแน่นหนา ไม่ประมาท เพราะข้าศึกอาจบุกประชิดได้ทุกเมื่อ

แต่คนที่ไม่สนใจเรื่องข้าศึกเท่าที่ควรกลับเป็นสังข์ มัวจมกับความแค้น ต้องเสียหน้าถูกทัพตามมาชิงตัวครอบครัวและคนรักคืนง่ายๆ ขาบพยายามเตือนสติให้เร่งต้อนคนเข้ากรุง แต่สังข์กลับหัวเสียด่ากลับ

“ถ้าเอ็งกลัวไอ้ทัพจนขี้ขึ้นหัว ก็ชักม้ากลับไปซะ อย่ามาพูดให้ข้ารำคาญใจอีก”

“ฉันไม่ได้กลัวไอ้ทัพ ห่วงแต่ว่าศึกมาประชิด ถ้าทางกรุงต้อนคนเข้าประตูเมืองหมด เราจะทำยังไง”

“ข้าเป็นใคร นายกองสังข์ ทหารของคุณพระนาย

ใครมันก็ต้องให้ข้าผ่านไป ข้าจะบอกอะไรให้นะไอ้ขาบ เอ็งยังเป็นแค่หัวหมู่เพราะเอ็งมันขี้ตื่น ขี้กลัว” สังข์มองขาบอย่างคนเหนือกว่า ก่อนโอ่สำทับ “ข้ารู้ว่าเอ็งเป็นยังไง แต่ไม่เคยรังเกียจ เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันมา เอาเอ็งติดสอยห้อยตามมาด้วย เพราะอยากให้เอ็งได้ดิบได้ดี”

ขาบได้ยินแล้วเจ็บใจเหลือจะกล่าว แต่ก็กัดฟันพูดบางอย่างที่ตรงข้ามกับใจ

“ขอบน้ำใจนายกองเหลือเกินที่ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูฉัน วันหนึ่งฉันคงได้ตอบแทน”

“เอ็งไม่ต้องคิดตอบแทนข้าหรอก เอาตัวให้รอดซะก่อน ข้าต้องช่วยคนช่วยเพื่อน หนุนบารมีอยู่แล้ว”

“เสียดายไอ้ทัพมันไม่อยู่เป็นฐานบารมีของนายกอง”

น้ำเสียงแดกดันของเพื่อนรักหัวหมู่ ไม่ทำให้สังข์สะกิดใจแม้แต่น้อย มัวหลงละเลิงในลาภยศ

“ไอ้ทัพมันโง่กว่าเอ็งน่ะสิ ถ้าเชื่อข้าสักนิด ข้าก็อยากจะอุ้มชูมันกับนังจวงน้องสาวมันอยู่แล้ว ไว้เจอตัวมัน จับมันไปรับโทษครานี้ให้สำนึก มันจะได้จดจำชื่อข้าว่านายกองสังข์มีบุญคุณกับชีวิตมันแค่ไหน!”

และแล้วความหวังของสังข์ก็เป็นจริง เมื่อวกม้ากลับไปทางกระทุ่มด่าน แล้วเจอทัพอย่างจังกลางป่า อดีตทหารกล้าเตรียมป้องกันตัวเต็มที่ แต่ก็พลาดท่าถูกขาบใช้เล่ห์กลถีบอ้ายเลาจนล้ม เลยถูกคุมตัวไว้ได้ สังข์รีบเยาะ

“เอ็งทำกูไว้มากนะไอ้ทัพ นี่ยังน้อยไปสำหรับโทษขบถ หนีทัพอย่างเอ็ง”

“ถ้ากลัวตายก็ฆ่าข้าซะไอ้สังข์ อย่ามัวแต่เห่าหอนให้หนวกหู”

ขาบพยายามรวบรัด ไม่อยากเสียเวลา แต่นั่นกลับทำให้สังข์โกรธมาก แหวกลับ

“เอ็งเป็นใครไอ้ขาบ ถึงมาสั่งข้า”

ขาบเงียบ เก็บกดเหลือแสนแต่ต้องพยายามข่มไว้ ทัพมองมาแล้วเหยียดยิ้ม

“เอ็งเคยเห็นอึ่งอ่างไหมวะขาบ อึ่งอ่างที่มันพองตัวให้ใหญ่จนท้องแตกตายเพราะคิดจะอวดศักดิ์ศรี”

สังข์พุ่งมาเตะอดีตเพื่อนรักด้วยความโมโห แต่ทัพซึ่งรอโอกาสอยู่แล้ว เบี่ยงตัวหลบและเป็นฝ่ายถีบกลับ จนสังข์หน้าหงาย ทหารคนอื่นจะช่วย แต่ก็ถูกทัพจัดการเรียบ ขาบรั้งรอ ไม่อยากสู้เพื่อน สังข์โกรธมาก สั่งลั่นให้จับตัวทัพมาให้ได้ แล้วจะอวยยศให้ ทัพเลยต้องเจอกับสถานการณ์ลำบาก เพราะเหล่าทหารสู้ไม่ถอยเพราะอยากได้เลื่อนยศ!

ooooooo

เฟื่องใจไม่ดี สังหรณ์ใจบางอย่างถึงคนรัก แฟงเห็นท่าพี่สาว นึกรู้ว่าคงเป็นห่วงทัพ เลยพยายามปลอบและกล่อมให้เข้านอน เฟื่องเดินตามแต่โดยดี แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง กลัวเหลือเกินจะเกิดเรื่องร้าย

เวลาเดียวกันที่กลางป่าลึก ไม่ไกลจากกระทุ่มด่านนัก...ทัพต้องประดาบกับพวกสังข์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ด้วยชั้นเชิงที่มากกว่า เลยปลิดชีพไปได้เกือบทุกนาย แลกกับแผลฉกรรจ์ที่ถูกฟันตรงกลางหลังหลายแผล เลือดทหารกล้าหลั่งไหลจนแทบยืนไม่ไหว แต่ทัพยังยืนหยัดสู้ ไม่ยอมให้ถูกจับไปกรุงศรีฯง่ายๆ

ขาบเห็นเพื่อนรักถูกฟันเลือดอาบ เลยพยายามกล่อมให้ยอม แต่ทัพไม่ยอม วาดดาบไปจ่อตรงหน้าทหารลูกน้องสังข์ที่เหลือเพียงหนึ่งนายด้วยแววตามาดมั่น สังข์โมโหที่อดีตเพื่อนรักฆ่าทหารในกองตายเกือบหมด แหวลั่น

“มึงฆ่าทหารกรุงศรีไอ้ทัพ มึงเป็นขบถ วางดาบซะ กูบอกให้วางดาบ”

“มึงอยากได้หัวกูไม่ใช่หรือไอ้นายกองสังข์ เข้ามา... กูจะยอมให้เกลอรักตัดหัวไปปูนบำเหน็จตัวเอง”

“มึงอย่าท้า กูไม่กลัว”

“กูไม่ท้า...เข้ามาไอ้สังข์ ไอ้ขาบ ถ้ากูจะต้องตาย ด้วยมือเกลอรัก...กูยอม กูจะได้จำไว้ว่าถูกเกลอทรยศ เพราะเห็นแก่ลาภยศ ความเป็นใหญ่ ลาภ ยศ อำนาจ มันบังตาพวกมึงจนมองไม่เห็นความสัตย์ซื่อใดๆแล้ว”

ท่าทางบ้าเลือดของทัพ ทำให้ขาบนึกกลัวใจพยายามบอกให้นายกองจอมกร่างหนี แต่สังข์ทิฐิไม่ยอม จะจับตัวทัพเข้ากรุงให้ได้ แต่ทหารหนึ่งเดียวที่เหลือกลัวฝีดาบทัพ เลยควบม้าหนีไปก่อน ขาบตามติด ทิ้งสังข์เผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนรักตามลำพัง ทัพย่างสามขุมเข้าหา สังข์ตั้งท่าจะสู้ แต่ก็พลาดท่าต้องควบม้าหนี ทัพมองตามด้วยแววตาแค้นเคือง พยายามประคองร่างโงนเงนหาทางกลับที่ซ่อน แต่ก็ไม่ไหว ทรุดตัวลงเพราะพิษบาดแผล

กว่าพวกฟักจะตามมาพบร่างจมกองเลือดของทัพก็อีกหลายอึดใจต่อมา สภาพอดีตทหารกล้าทำให้พวกฟักพูดไม่ออก ไหนจะศพทหารไทยที่กองเกลื่อนกลาดเกือบสิบนาย ทัพพยายามประคองสติที่เหลือน้อยนิด เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขมขื่น ว่าทหารกล้าเหล่านี้ต้องมาตายเพราะนายชั่ว บ้าอำนาจ ลาภและยศศักดิ์ ทัพเอาดาบตัวเองที่เลอะเลือดเหล่าทหารถากลงบนต้นไม้ใหญ่ ก่อนประกาศกร้าว

“ทุกคนเป็นพยาน เลือดนี่เป็นเลือดข้าแผ่นดิน เลือดทหารที่ข้าเคยลั่นปากว่าจะไม่หันคมดาบฆ่าคนไทยด้วยกันเอง ข้าไม่รู้จะขอขมาโทษพ่อแม่ญาติพี่น้องทหารพวกนี้ยังไง ครอบครัวข้างหลังจะร่ำไห้อีกนานแค่ไหน”

ทัพมองรอยเลือดบนต้นไม้ หดหู่และรู้สึกผิดเหลือเกิน ต้องผิดคำสัตย์ของตัวเองที่จะไม่ฆ่าคนไทยด้วยกัน

“ข้าขอขมาต่อเลือดไทยทุกชีวิต ขอเชิญผีเจ้าของเลือดมาเป็นเทวดาอยู่ที่ต้นไม้นี้ จะชื่อเสียงไรก็แล้วแต่ ชีวิตดับแล้วไปอยู่หนไหน แต่เลือดพวกเอ็งจะติดไม้กร่างนี้อยู่ให้คนบูชาตลอดชีวิตไม้”

ทัพกลั้นสะอื้นอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็สุดจะทนไหว ทุกคนมองมาด้วยความสลดใจ สงสารและเห็นใจทัพมาก ต้องเจอกับสถานการณ์ลำบากเช่นนี้ ทัพก้มกราบศพทหารทั้งหมด ก่อนจะเอ่ยขอขมาลาโทษ

“ข้าขออโหสิต่อพี่น้องคนไทยด้วยกัน ขออโหสิให้ข้าด้วย”

ด้านสังข์...ควบม้าตามหาเพื่อนรักหัวหมู่ด้วยใจกราดเกรี้ยว เมื่อตามจนเจอ ก็ไม่รอช้า ตรงเข้าถีบยอดอก ขาบสะดุ้ง คลานหนีแทบไม่ทันเพื่อตั้งหลัก ก่อนจะบอกว่าลงมือฆ่าทัพไม่ได้จริงๆเพราะเป็นเกลอที่โตมาด้วยกัน สังข์โกรธมาก หาว่าเพื่อนรักหัวหมู่กลัวทัพ เลยไม่ยอมประมือด้วย ขาบเริ่มมีน้ำโห สวนกลับ

“ใช่...ข้ากลัว ถ้าไอ้ทัพไม่ลั่นปากจะไม่ฆ่าเพื่อน เราคงตายไปแล้ว และถ้ามันหันคมดาบมาหาเรา มีหรือเราจะรอดมาถึงนี่ เราก็ต้องตายเป็นผีเฝ้าป่าเหมือนทหารพวกนั้น ลาภ ยศที่นายกองจะให้ มันเอาไปใช้ในนรกไม่ได้เลย”

น้ำเสียงจริงจังของเพื่อนรัก ทำให้สังข์สะอึก แต่ไม่ทันโต้ ขาบก็ขยับตัวไปที่ม้า ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“ขึ้นม้าเถอะนายกอง งานของเราคือต้องต้อนครัวไทยเข้ากรุงศรี เราปล่อยให้พวกมันพักรอเราที่สะแกโทรมนานแล้ว งานนี้ต่างหากที่นายกองต้องทำ ไม่ใช่ตามล่าฆ่าคนบ้านเดียวกัน”

ถ้อยคำเตือนสติของเพื่อนรัก ทำให้สังข์นิ่งไปอึดใจ ก่อนจะควบม้าตามขาบไปเงียบๆ ถึงจะทำใจปล่อยทัพไปตอนนี้ แต่ครั้งหน้าถ้าเจอกันอีก...กู...นายกองสังข์จะไม่ปล่อยมึงไว้แน่!

ooooooo

เพราะแผลฉกรรจ์ที่หลัง ทำให้ทัพนอนจับไข้จนเพ้อ พวกฟักพยายามดูแลรักษาตามมีตามเกิด แต่อาการโดยรวมกลับไม่ดีขึ้น แถมน่าเป็นห่วงขึ้นด้วยซ้ำ เพราะทัพเพ้อหนักกว่าเดิม แต่คนอาการดีขึ้นกลับเป็นดอกรัก ซึ่งมีใจดูแลรักษาอย่างดี และสัญญาจะพาไปเจอสไบให้ได้ในอีกไม่นาน

ส่วนพวกบ้านกระทุ่มด่าน...ไม่มีใครเจ็บป่วย แต่ต้องผวากันทั้งหมู่บ้าน เพราะแฟงกับสไบซึ่งตั้งใจไปเกี่ยวข้าว แอบเห็นพวกทหารอังวะจำนวนหนึ่งขี่ม้ามาดูลาดเลาละแวกหมู่บ้าน สองสาววิ่งกลับไปแจ้งข่าวร้ายอย่างไม่เหลียวหลัง ก่อนจะไล่ตามชาวบ้านให้มารวมตัวกันที่เรือนพัน เพื่อหารือว่าจะรับมือเรื่องนี้เช่นไร

แฟงตื่นตัวมาก อาสาไปตามพวกทัพในป่ามาช่วยป้องกันหมู่บ้าน สไบจะไปเป็นเพื่อน แต่เฟื่องรั้งไว้ ไม่อยากให้สองสาวคลำทางกันเองโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ ชาวบ้านต่างอยู่ในสถานการณ์อึดอัด กลัวจับจิตว่าข้าศึกจะบุกปล้นสะดมและเข่นฆ่าพวกพ้อง พันทนแรงกดดันไม่ไหว ประกาศจะพาทุกคนอพยพไปทางเหนือ แฟงไม่ยอมไป อยากอยู่รอทัพกลับมาช่วยมากกว่า แต่พันยืนกรานเสียงแข็ง ต้องย้าย... ไม่งั้นจะตายกันหมด!

ลูกบ้านกระทุ่มด่านแตกตื่น วิ่งขนข้าวของกันให้วุ่น กลัวพวกอังวะจะบุกตอนไม่ทันตั้งตัว มีเพียงแฟงยืนยันหนักแน่นจะอยู่รอพวกทัพ และจะไม่ยอมรอคนเดียว อยากให้เฟื่องรอคนรักที่นี่ด้วยกัน เฟื่องมีสีหน้าหนักใจมาก ใจหนึ่งก็อยากอยู่ตามที่หัวใจเรียกร้อง แต่อีกใจก็ห่วงแม่และคนอื่นๆ ไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้ทุกคนลำบากใจ

สไบกับจวงมาตามสองพี่น้องไปร่วมขบวนอพยพ แฟงไม่ยอม โวยลั่นว่าไม่มีใครอยู่รอทัพ เฟื่องกลุ้มใจมาก ยิ่งถูกน้องสาวคนเดียวเร่งเร้ายิ่งเหนื่อยใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไปถึงทางออกดีที่สุด

“แฟง...ฟังพี่นะ ไม่ว่ายากลำบากแค่ไหน พี่ทัพต้องตามหาเราเจอ ตอนนี้เราต้องพาแม่กับทุกคนไปจากกระทุ่มด่านก่อน เราต้องรักษาชีวิตไว้เจอพี่ฟัก พี่ทัพ...เชื่อพี่นะแฟง”

จวงกับสไบเห็นสองพี่น้องมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจ เลยแยกไปดูคนอื่นๆขนข้าวของ แฟงยังไม่ยอมรับ มองหน้าพี่สาวสุดที่รักด้วยแววตาขอร้อง เฟื่องพยายามบอกว่าทัพเป็นคนเก่ง จะต้องตามหาพวกเธอเจอแน่ ก่อนจะแยกไปดูแลเฟี้ยมให้เตรียมตัวอพยพ แฟงมองตามพี่สาวนิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจหยิบขวานข้างตัว

“ฉันจะไม่หนี พวกข้าศึกมันต้องรู้ว่าคนอย่างนังแฟงยอมตาย!”

ขณะที่แฟงมุ่งหน้าเข้าป่าไปตามทัพ อาการของอดีตทหารกล้ากลับไม่ดีขึ้นเลย เพ้อถึงเฟื่องและวิญญาณทหารไทยที่ต้องตายสังเวยสงครามด้วยความร้าวรานใจ เสียงครางฮือเพราะพิษไข้ทำให้พวกฟักหนักใจมาก ได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยรักษาทัพด้วย อย่าพรากคนดีๆ รักชาติมากกว่าชีวิตตัวไปแบบนี้เลย

ด้านเฟื่อง...หัวใจแทบขาด เมื่อรู้ว่าแฟงหายตัวไป รู้ดีว่าน้องสาวคนเดียวต้องหนีไปตามทัพในป่าแน่ คนงามแห่งบ้านคำหยาดจะไปตามหา แต่พันรั้งไว้ ไม่อยากให้ไปคนเดียว กลัวจะถูกพวกข้าศึกฆ่าตายเสียก่อน

การคาดการณ์ของพันไม่เกินจริงเลย เพราะป่าลึกละแวกหมู่บ้านเป็นที่ซ่อนตัวอย่างดีของพวกทหารอังวะ แฟงเดินถือขวานเข้าไปไม่นาน ก็ตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าข้าศึกหลายนาย ความสวยและความสาวทำให้พวกอังวะหื่นกระหาย ตรงเข้าฉุดกระชากลากถูหวังจะข่มเหง แฟงกำขวานแน่น ตัดสินใจสู้จนตัวตายดีกว่าวิ่งหนีเหมือนพวกขี้ขลาด แต่ด้วยแรงหญิงก็มิอาจสู้แรงเหล่าทหารอังวะได้ ถูกตบคว่ำร่วงไปกับพื้น

แฟงกลั้นใจตาย ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อเห็นทหารอังวะถูกสองหนุ่มปริศนาถีบไปกองกับพื้น ทหารอังวะไม่ยอมแพ้ สวนกลับหวังเอาคืน แต่ก็ต้องพลาดท่าตายหมด เพราะสู้ฝีมือสองหนุ่มไม่ได้

ooooooo

แท้จริงแล้วสองหนุ่มปริศนาที่ว่าคือใจกับดอกรัก ซึ่งบังเอิญผ่านมาเจอแฟงกำลังจะถูกพวกอังวะข่มเหง สองหนุ่มพาแฟงกลับกระทุ่มด่าน เฟื่องดีใจมาก หลงลืมความโกรธเคืองไปชั่วครู่ด้วยความดีใจที่น้องปลอดภัย ส่วนสไบกับผู้ใหญ่แสงดีใจมากได้เห็นใจกับดอกรักอีกครั้ง มีเพียงพันที่ทำหน้างงๆ ผู้ใหญ่แสงเลยต้องแนะนำ

“นี่ดอกรัก...เป็นหลานแท้ๆของฉัน และนี่พ่อใจเป็นหลานร่วมเลือดเนื้อเชื้อไข เพราะช่วยชีวิตฉันและลูกสาว”

ดอกรักกับสไบจับมือกันด้วยความดีใจที่ได้เจอกันอีก แฟงยิ้มกว้างบอกว่าดอกรักกับใจเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้จากพวกทหารอังวะ เฟื่องได้ยินก็เปลี่ยนสีหน้า ความรู้สึกโกรธเคืองกลับมาอีกครั้ง ตบหน้าน้องสาวเต็มแรง

“สนุกนักหรือไงแฟง รู้ไหมว่าทุกคนเขาเป็นห่วง”

“ฉันผิดด้วยหรือพี่เฟื่องที่อยากฟันพวกอังวะ”

“ผิด...ดูตัวเองสิแฟง ตัวเป็นหญิงหรือชาย”

แฟงย้อนถามด้วยความอัดอั้น “แล้วเป็นหญิงมันจะสละชีวิตเพื่อป้องกันบ้านเมืองไม่ได้หรือ หรือว่าพอเป็นหญิงก็มีหน้าที่แค่เก็บผ้าผ่อนหนีแต่ข้างเดียว ผู้หญิงมันจะจับดาบสู้เยี่ยงชายเพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องตัวเองไม่ได้เชียวหรือ”

ทุกคนเงียบกริบ แม้จะรู้ดีว่าเป็นหญิงมีหน้าที่ต้องดูแลเรือนและครอบครัว ยกหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองให้ผู้ชาย แต่ในสภาวะสงครามแบบนี้ จะชายหรือหญิงก็รักชาติและอยากสู้เพื่อชาติไม่ต่างกัน!

แฟงสะเทือนใจมาก หนีไปร้องไห้ที่ท้ายเรือน เฟื่องตามติด หวังจะปลอบใจ แต่ต้องอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดน้องสาว

“ฉันไม่กลัวหรอก ชีวิตหนึ่ง ถ้าจะให้แผ่นดินได้ ฉันไม่กลัวตายเลยสักนิด”

“แล้วชีวิตพี่ ชีวิตแม่ล่ะแฟง เราจะอยู่กันยังไง ถ้าปล่อยให้แฟงไปถูกข่มเหง”

“พี่เฟื่องก็ดูแลแม่ไป แม่รักพี่เฟื่อง”

เฟื่องส่ายหน้าหน่ายๆ รู้ดีว่าเป็นปมลึกๆในใจน้องสาวมาตลอด ที่คิดว่าแม่รักพี่ทั้งสองมากกว่า

“เอ็งคิดจะไปตายแทนทุกคน แล้วคิดหรือไม่ว่าพี่ แม่ พี่ฟัก จะอยู่ยังไง พี่ทัพอีกล่ะ...จะต่อปากกับใคร”

“พี่ทัพเขาจะดีใจน่ะสิ พี่ทัพเขาชังน้ำหน้าฉันนัก”

เฟื่องตบบ่าน้องเบาๆปลอบใจ “เอ็งคิดแบบเด็ก แต่พี่ก็นับถือน้ำใจเด็กอย่างเอ็งนะ แต่ครานี้...ยังไม่ถึงเวลาจะสละชีวิต เรายังต้องเจอศึกข้างหน้าที่ใหญ่กว่านี้ ลำพังทหารอังวะแค่หยิบมือ เอ็งไม่ควรวู่วามจะเอาชีวิตไปแลก”

แฟงมีท่าทีอ่อนลงมาก เฟื่องเลยถือโอกาสดึงน้องมากอด แล้วสอนตามสายตาที่เป็นผู้ใหญ่กว่า

“พี่ทัพกับพวกผู้ชายสละความสุข กินนอนกลางป่า ซุ่มทำลายทหารอังวะเพื่อให้เราได้อยู่รอด และรอจะได้กลับบ้าน เราต้องรักษาชีวิตไว้นะแฟง ชีวิตเรามีค่าเพราะได้มาจากความเสียสละของคนที่เรารัก...และรักเรา”

“ฉันขอโทษจ้ะ ต่อไปฉันจะไม่ใจร้อนอีก ถ้าฉันตาย ชีวิตเดียวของฉันต้องแลกกับชีวิตทหารอังวะเป็นร้อย”

“พี่ไม่ให้น้องตายหรอก...เดี๋ยวจะเหงาปาก”

ไม่ใช่แค่สองพี่น้องแห่งบ้านคำหยาดที่ได้ยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ ดอกรักกับสไบก็ดีใจไม่ต่างกันที่ได้เจอกันอีก แต่คนที่ทำให้ใจของคนงามบ้านสามโก้เต้นแรง คงหนีไม่พ้นใจที่มองมาทางเธอนิ่งๆ เดาไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรกันแน่ พันไม่ได้สนใจท่าทีของสามหนุ่มสาว มัวพะวงเรื่องทัพอังวะมากกว่า ว่าจะบุกมาถึงกระทุ่มด่านเมื่อไหร่

ใจละสายตาจากสไบ ก่อนจะบอกว่ากลุ่มทหารที่แฟงกับสไบเห็น ไม่น่าใช่พวกลาดตระเวน ดอกรักนิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าพรานหนุ่มรู้ได้ยังไง ใจกลัวทุกคนสงสัย รีบบอกว่าเป็นการคาดการณ์เท่านั้น

“ฉันเป็นพราน ไปมาทั่ว ถ้าทหารอังวะจะบุกมา ทางนี้จริงๆ กองทหารลาดตระเวนต้องมีมากกว่านี้ ทหารเลวพวกนี้อาจจะแค่พวกหนีออกมาจากค่าย เพื่อมาลอบปล้นชาวบ้านกันเองเท่านั้น”

ผู้ใหญ่แสงยังระแวง อยากอพยพเพื่อป้องกันไว้ก่อน ใจแย้งว่าหากเตรียมการไม่ดี อาจเจอทัพอังวะฆ่าทิ้งหมด ดอกรักไม่กลัว อาสาจะฟาดฟันข้าศึกให้ตายกันไปข้าง ใจพยายามยั้งไว้ กลัวชาวบ้านคนอื่นจะตายไปด้วย ดอกรักเริ่มมีน้ำโห เคืองที่พรานหนุ่มดักคอตลอด หยามหน้าคนใจสู้อย่างเขา สไบเลยพยายามไกล่เกลี่ยให้รอพวกทัพกลับมา เผื่อจะได้เบาะแสอื่นบ้าง เพราะพวกทัพซ่อนตัวในป่ามานาน น่าจะรู้อะไรมากกว่าพวกเขาแน่

ooooooo

การตัดสินใจของพันถือเป็นคำขาด ชาวบ้านกระทุ่มด่านเลยร่วมแรงร่วมใจกันเฝ้าเวรยามหมู่บ้านอย่างแน่นหนา ผู้ใหญ่แสงดีใจมากได้เห็นหน้าหลานชายคนเดียว เช่นเดียวกับสไบ ได้เจอญาติหนุ่มที่โตมาด้วยกันอีกครั้ง แต่ที่ดอกรักยังคาใจ คือญาติสาวรอดจากค่ายอังวะมาได้อย่างไร

สไบลากญาติหนุ่มไปทำแผล ก่อนจะเล่าให้ฟังง่ายๆว่าใจมาช่วยเธอหนีจากค่ายจริง แต่ทัพเป็นคนช่วยทุกคนออกจากหมู่บ้านสามโก้ จวงผ่านมาพอดี สไบเลยแนะนำว่าเป็นน้องสาวทัพ ดอกรักยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แล้วถามถึงอดีตทหารกล้าที่ช่วยญาติสาวไว้ จวงยิ้มบางๆ บอกว่าพี่ชายไปซ่อนตัวในป่า รอดักซุ่มโจมตีพวกอังวะ

“กล้าจริงๆ คนอย่างนี้แหละที่ข้านับถือ ขอให้มีโอกาสเจอพี่ทัพทีเถอะวะ ข้าจะขอตามไปซุ่มในป่าด้วยคน”

สไบทายาลงบนแผลญาติหนุ่ม ยิ้มให้ด้วยความรักและผูกพันแบบพี่ชาย ต่างกับใจที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงทุกครั้งที่เจอหน้า เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง ก็อดไม่ได้จะสังเกตท่าทีเขา ว่าคิดเช่นไรกับเธอกันแน่ ใจรู้สึกไม่ต่างกัน แต่ภาระหน้าที่ทำให้ไม่อาจเผยความในใจ ได้แต่ตอบคำถามเธอเสียงเรียบ ว่ามาถึงนี่เพื่อนำตัวดอกรักมาส่งเท่านั้น

“พี่ไม่อยากอยู่กับฉัน ไม่อยากอยู่กับพวกเรา...ที่นี่หรือจ๊ะ”

“อยากอยู่สิ อยากอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ต้องไป”

น้ำเสียงเข้มแต่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ทำให้สไบอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะมองมาด้วยแววตาซึ้งในบุญคุณ

“พี่ใจเสี่ยงชีวิตช่วยฉัน ช่วยพ่อ ช่วยพี่ดอกรัก ชาตินี้จนตาย ไม่ว่าจะเกิดอะไร ฉันก็จะไม่ลืมบุญคุณของพี่”

“สไบจะไม่ลืมพี่ใช่ไหม”

คำถามง่ายๆนั้นทำให้สไบหน้าแดงด้วยความเขิน ใจมองมาด้วยสายตาอยากรู้ สไบข่มความอายก่อนตอบ

“จ้ะ...ไม่ลืม อยู่ที่ไหนก็ไม่ลืม ฉันจะรัก นับถือพี่เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง”

“ถึงเป็นแค่พี่ชาย พี่ก็เต็มใจ ขอแค่ให้พี่อยู่ในใจสไบตลอดไปเท่านั้น”

สไบยิ้มให้อย่างจริงใจ ก่อนจะขอให้เขาช่วยเก็บสายบัวไปทำแกง พรานหนุ่มรับคำอย่างว่าง่าย ช่วยคนงามบ้านสามโก้เก็บสายบัวหลายกำโดยไม่บ่น ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า

กว่าสไบจะกลับเข้าครัวอีกครั้งก็เป็นเวลาเกือบพลบ เฟื่อง แฟงและจวงพากันเย้าใหญ่ ว่าสายบัวเหล่านี้คงจะแกงได้หวานจนเลี่ยนแน่ เพราะมีมือดีช่วยเก็บ สไบเขินหน้าแดงที่ถูกล้อ ไม่รู้เลยว่าใจแอบฟังอยู่ด้านนอก อมยิ้มด้วยความชอบใจที่ได้ยินว่าคนงามบ้านสามโก้ก็มีใจให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว

ด้านทัพ...อาการทุเลาลงมาก จนสามารถลุกมากินข้าวได้เอง พวกฟักสละปลาย่างที่มีชิ้นเดียวให้ แต่ทัพไม่กิน เพราะไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น เอิบเลยตัดปัญหาแกะปลามาขยำรวมกับข้าวและแจกจ่ายให้ทุกคน แต่ถึงกระนั้น...รอยยิ้มบนใบหน้าทุกคนก็อยู่ไม่นาน เมื่อมีลูกน้องในกลุ่มวิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งข่าวว่าเห็นกองทัพอังวะมาตั้งกองที่ชายป่ากระทุ่มด่าน อาหารร่วมสาบานตรงหน้าเลยหมดอร่อย เหล่าอดีตทหารกล้าเตรียมตัวไปออกรบเต็มที่

ทัพฮึกเหิมและร้อนรนไม่ต่างจากคนอื่น แต่อาการที่เพิ่งหายดีก็ทำให้ทุกคนเป็นห่วง

ทัพมองหน้าทุกคนนิ่งๆ ก่อนจะลั่นวาจาเสียงกร้าว “อย่าถือว่าข้าเป็นคนป่วย ขอให้ได้ฟันพวกมันให้แหลกยับไปสักสิบยี่สิบคน ถ้าต้องจับไข้อีก ข้าก็คงหายเร็วที่ได้ขับไล่ข้าศึกปล้นบ้านปล้นเมืองออกไปจากแผ่นดิน!”

ooooooo

พวกทัพลอบปล้นค่ายอังวะที่ชายป่ากระทุ่มด่านในคืนเดียวกันนั่นเอง ร่างชุ่มเลือดของเหล่าอดีตทหารกล้าแห่งกรุงศรีฯ ไม่ได้ทำให้พวกเขาท้อหรือหวั่นเกรงต่อความตาย แต่จำนวนทหารอังวะที่ต้องตายหลายสิบนายต่างหากที่ทำให้พวกเขามีแรงฮึดสู้ ใจมาเป็นกองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสู้รบเพื่อปกป้องแผ่นดินอันเป็นที่รัก

แต่ร่างเปื้อนเลือดของทัพกลับกลายเป็นเหมือนฝันร้ายของสังข์ที่สะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง คำพูดท้าทายให้เอาชีวิตของอดีตเพื่อนรักยังหลอนในหัว เสียดแทงใจส่วนลึก ทำให้จุกพูดไม่ออกจนถึงบัดนี้ ขาบเห็นท่าเพื่อนรักนายกองก็พอเดาได้ แต่ไม่วายแดกดันด้วยความหมั่นไส้ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าเหมือนไม่ได้เป็นอะไร

สังข์โกรธมากเมื่อขาบพูดจาเข้าข้างทัพ หาว่าเขาเลิกมองพวกเขาเหมือนเกลอ เพียงเพราะลาภยศ เลยชักดาบเหมือนจะฟันให้หายแค้น แต่ขาบก็ไม่กลัว แถมตอกกลับแบบไม่ไว้หน้าอีกต่างหาก

“ที่ไอ้ทัพมันไว้ชีวิตเรา เพราะเห็นแก่ความเป็นเกลอกันอย่างเดียว แต่เราไล่เอาชีวิตมัน ชี้หน้าว่ามันเป็นขบถ เราต้องตามฆ่าทุกคนที่ไม่เชื่อเรา แม้จะเป็นคนไทยด้วยกันอย่างนั้นหรือ”

“ไอ้ขาบ...เอ็งพูดแบบนี้ ข้าตัดหัวเอ็งเสียบประจานฐานเป็นขบถอีกคนได้เลยนะ”

“ข้าศึกแห่กันมายิ่งกว่าน้ำหลากแบบนี้ ถึงไม่ตายด้วยดาบนายกอง ก็คงต้องตายด้วยดาบข้าศึกอยู่ดี”

มือสังข์เริ่มสั่น ใจไม่แข็งพอจะฆ่าเพื่อนรัก ขาบมองมาด้วยความสมเพช ก่อนจะท้าทิ้งท้าย

“ให้คอหลุดจากบ่าเพราะรบจนตัวตาย ก็ยังดีกว่ามาตายเพราะไล่ฆ่าฟันคนที่เคยเป็นเกลอร่วมน้ำสาบานกันมา”

ขณะที่สังข์ต้องสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก พวกทัพขนข้าวของมีค่าของครัวไทยที่ปล้นคืนมาจากพวกอังวะมาฝากไว้กับพัน จะได้เป็นเสบียงเลี้ยงดูคนในกระทุ่มด่าน ซึ่งดูท่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หากบ้านเมืองยังอยู่ในระหว่างศึกสงครามเช่นนี้ พันกับผู้ใหญ่แสงยอมรับไว้ นับถือในน้ำใจพวกทัพจริงๆที่ทำเพื่อแผ่นดินขนาดนี้

การมาถึงของทัพทำให้แฟงดีใจมาก แต่ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อรู้ว่าเขาไปหาเพื่อง ได้แต่รับฟังเรื่องราวจากพวกฟัก ว่าทัพเกือบเอาชีวิตไม่รอดตอนปะทะกับพวกสังข์ แฟงเจ็บใจมาก ถ้ามีโอกาสก็จะขอล้างแค้นให้ทัพอย่างสาสม

ส่วนอดีตทหารกล้า ไม่รู้เรื่องความเป็นห่วงของแฟง มัวหนุนตักคนรักที่เขาฝันถึงมาตลอด เฟื่องยอมให้เขากุมมือไว้ ก่อนจะหน้าแดงเขินอายเป็นหนักหนา เมื่อเขาบอกว่าไม่เคยลืมสัญญา ที่อยากได้เธอมาเป็นแม่ของลูก

“พี่อาจจะไม่ร่ำรวย มีเงินทองสมบัติมากองให้เฟื่อง แต่พี่สัญญา เฟื่องจะมีความสุขไม่แพ้ผู้หญิงคนไหน”

“พี่ทัพจะรักฉันคนเดียว”

“พี่จะรักเฟื่องคนเดียว คนเดียว...ทั้งชีวิต”

ทัพประคองใบหน้าเฟื่องมาใกล้ ก่อนจะบรรจงจูบแก้มนวลอย่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:38 น.