ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บางระจัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สถานการณ์ที่บ้านคำหยาดไม่น่าไว้ใจนัก แม้สังข์กับขาบจะยอมถอย ไม่กล้าตอแยกับครอบครัวทัพ แต่ก็นับวันรอคอยจะกลับมาใหม่ ต่างจากสถานการณ์ที่บ้านสามโก้ เลวร้ายมากกว่าหลายเท่า เพราะชาวบ้านต้องบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก สไบซึ่งถูกจับตัวกลับมา กวาดตามองทุกคนด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

และเพราะมัววิ่งวุ่นทำแผลให้ชาวบ้าน เลยไม่ทันมองว่าอูจีจ้องตาไม่กะพริบ และฉวยโอกาสใช้ทหารสะกดรอยตามเธอกับดอกรักตอนไปตักน้ำ หวังดักฉุดมาบำเรอในค่าย ดอกรักพยายามสู้ปกป้องญาติสาวเต็มที่ แต่เพราะกำลังบาดเจ็บ เลยสู้กำลังทหารอังวะซึ่งมีมากกว่าไม่ไหว ถูกซ้อมและถีบให้ลอยไปตามน้ำต่อหน้าต่อตาสไบ!

ระหว่างที่สไบถูกจับตัวไปค่ายเพื่อบำเรออูจี...ทัพมีสีหน้าเคร่งเครียด อยากให้แม่ น้องสาวและครอบครัวคนรักออกเดินทางไปกระทุ่มด่านพร้อมตนและพวกฟักภายในคืนนี้ แต่อาการของจันทร์ไม่ค่อยดี จวงกับเฟื่องเลยกล่อมให้ออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นแทน ทัพยอมเพราะเป็นห่วงแม่ แต่ไม่วายสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวแต่รุ่งสาง พวกสังข์จะได้ไม่ทันระวัง จวงรับปากอย่างดี ก่อนจะถามเสียงอ่อยว่าพระเที่ยงจะย้ายไปด้วยหรือไม่

พระเที่ยงไม่ย้ายไปด้วย แต่ลงมือปลุกเสกและลงอาคมเครื่องรางของขลังให้พวกทัพพกไว้ป้องกันตัว

“ในเมื่อพวกเอ็งหมายจะรักษาแผ่นดินเกิดของปู่ย่าตายาย และจะเป็นแผ่นดินตายของลูกหลานเอ็ง นับแต่นี้ไป ข้าก็ขอให้พวกเอ็งแคล้วคลาดจากคมหอกคมดาบและกระสุนศัตรู ขอให้หัวใจที่แข็งแกร่งของพวกเอ็ง อย่าหวั่นไหวไปกับสิ่งชั่วที่จะเข้ามาทำลายแผ่นดินเกิด แผ่นดินที่พวกเอ็งและลูกหลานจะใช้ทำกินต่อไป”

ทัพและเหล่าอดีตทหารม้ามองพระเที่ยงด้วยแววตาศรัทธาและนับถือ เอิบกับช่วงคลานเข่าไปหาและขอให้พระเป็นพระอุปัชฌาย์ให้ได้บวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ถ้ารอดชีวิตจากสงครามครั้งนี้ พระเที่ยงรับปาก ก่อนจะอวยพร

“ขอให้เลือดให้เนื้อและหัวใจของพวกเอ็งที่สละแล้ว จงมีชัยขับไล่ข้าศึกออกไปให้พ้นแผ่นดินเถิด”

ทัพเงยหน้ามองหลวงพ่อ ก่อนประกาศกร้าวแทนทุกคน “พวกฉันขอสาบานด้วยเลือดเนื้อ ไม่ว่าทหารอังวะกี่พันกี่หมื่นคน พวกฉันก็สละชีวิตแล้วที่จะสู้ พวกมันจะได้รู้ว่าคนไทยหวงแหนแผ่นดินแม่มากกว่าชีวิต มากกว่าลมหายใจตัวเอง ถึงจะเหลือไทยเพียงคนเดียว คนเดียวนั้นก็จะไม่ยอมให้มันย่ำยีแผ่นดินไทยได้”

เหล่าอดีตทหารกล้าที่กลายเป็นโจรในชั่วข้ามคืนก้มกราบพระเที่ยงเป็นการอำลา ก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น ฮึกเหิมและกำลังใจมาเป็นกองเพราะมีของขลังติดตัว

ด้านสไบ...กวาดตามองเชลยไทยในค่ายอังวะด้วยแววตาหดหู่ สงสารและคับแค้นใจเหลือเกินที่ช่วยอะไรไม่ได้ แถมตัวเองยังถูกจับมัดไปประเคนให้อูจีข่มเหงอีกต่างหาก แต่ด้วยเลือดนักสู้และความขยะแขยง ทำให้ฮึดสู้ คว้าไหเหล้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลฟาดที่หัวนายกองอังวะจอมโฉด ก่อนจะผลุนผลันหนีออกจากค่าย

สไบวิ่งหนีไม่คิดชีวิต รันทดไม่ต่างจากเฟื่องกับเฟี้ยมที่ถูกพวกสังข์ลากออกจากเรือนกลางดึก โดยมีแฟงซึ่งออกไปเลี้ยงควายกลางดึก เลยรอดพ้นการถูกคุมตัว และลอบมองตามแม่กับพี่สาวไปด้วยความเป็นห่วง

แฟงทนไม่ไหว ตั้งท่าจะไปช่วยแม่กับพี่สาว แต่เฟื่องเห็นเข้าเสียก่อน เลยส่งสายตาห้ามไว้ ขาบตามหาแฟงไม่เจอก็หงุดหงิดมาก เฟื่องเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามเบี่ยงความสนใจ

“ปล่อยฉันเถอะพี่ขาบ เราไม่มีเรื่องผิดใจ อย่าหักหาญกันอย่างนี้”

“พี่ต้องทำนะเฟื่อง นายกองสังข์สั่ง พี่มันผู้น้อย ไม่ทำก็จะเดือดร้อนกันยิ่งกว่านี้ อย่าดิ้นเลย พี่จะไม่ให้เอ็งเจ็บ”

ขาดคำก็สั่งให้ลูกน้องมัดปากสองแม่ลูก ก่อนจะพาไปขึ้นม้าเพื่อย้ายเข้ากรุง เฟื่องแอบหันไปมองน้องสาวด้วยแววตาฝากความหวัง แฟงรอจนขบวนม้าลับตา จึงปรากฏตัว ก่อนจะพึมพำไล่หลังเสียงกร้าว

“พี่เฟื่อง แม่...ไม่ต้องกลัว พวกมันเอาตัวแม่กับพี่เฟื่องไปได้ไม่เกินทุ่งคำหยาด!”

ooooooo

สไบวิ่งหนีจนแทบหมดแรง ก่อนจะตัดสินใจหลบไปทางคอกม้า อาศัยความมืดช่วยพรางตัว ก่อนจะน้ำตาไหลด้วยความสงสาร เมื่อเห็นเชลยชายไทยกลุ่มหนึ่ง ถูกมัดรวมกัน เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยบาดแผลจากการทรมาน เสียงร้องโหยหวนของเชลยชายทำให้ทนไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยแก้มัดเชลยชายไม่ยอมหนีไปกับสไบ แต่ขออยู่ฆ่าทหารอังวะ ล้างแค้นให้เพื่อนร่วมหมู่บ้านที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้าย

“น้องสาวรีบไป ลัดป่าขึ้นไปทางเหนือ อย่าเลาะลงไปตามน้ำ พวกมันจะจับได้”

“ฉันจะกลับไปบอกพ่อว่าทหารอังวะมีมากมายสุดลูกหูลูกตา เราต้องรวบรวมคนไล่มันออกไป”

เชลยชายไม่ทันตอบกระไรก็ต้องลุกขึ้นสู้ เมื่อทหารอังวะนับสิบซึ่งไล่ตามสไบมาเจอเข้า คนงามแห่งบ้านสามโก้วิ่งหนีไม่คิดชีวิตอีกรอบ น้ำตาไหลไม่หยุดเมื่อเห็นภาพสุดท้าย ที่เหล่าเชลยไทยถูกฆ่าตายไม่เหลือ

สไบหนีทหารอังวะอีกสองสามคนที่เหลือเข้าไปในป่าลึก และเกือบถูกจับข่มเหงอยู่แล้ว ถ้าใจไม่มาช่วยเสียก่อน พรานหนุ่มใช้วิชาต่อสู้ที่มีจัดการทหารอังวะอย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นสไบกลัวจนเป็นลมไปแล้ว!

เวลาเดียวกันที่ชายป่าบ้านคำหยาด...สังข์กำลังกะหยิ่มใจ ที่กวาดต้อนครอบครัวทัพกับเฟื่องไปกรุงศรีฯได้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้น ขาบก็ไม่วางใจ เพราะเชื่อว่าทัพต้องรู้ตัวและตามมาช่วยแน่ แต่สังข์ไม่ยี่หระเลย

“ต่อให้ติดปีก ก็ตามไม่ทันหรอก กว่ามันจะรู้ตัว พวกเราก็พ้นคำหยาดไปแล้ว”

แต่ที่พวกสังข์ไม่รู้ คือแฟงวิ่งโร่ไปฟ้องทัพทันทีที่พวกสังข์พ้นบริเวณเรือน เช่นเดียวกับทัพ ที่กลับมาหาแม่กับน้องแล้วไม่เห็นใครสักคน สองหนุ่มสาวมาเจอกันที่วัดคำหยาด แฟงรีบเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ทันที

“ฉันเห็นตอนไอ้ขาบมันบุกเข้ามาจับตัวพี่เฟื่องกับแม่ ฉันจะช่วยแต่พี่เฟื่องไม่ยอม แต่ทิ้งให้ฉันมาบอกพี่”

ทัพอยากจะไปช่วยแม่ น้องสาวและครอบครัวคนรัก แต่พรรคพวกอดีตทหารม้าก็รอความหวังจากเขา แฟงเห็นท่าทีลังเลของทัพเลยโมโห ตะบึงตะบอนใส่เพราะเข้าใจผิด คิดว่าเขาจะไม่ไปช่วยพี่สาว

“ทำไมถึงไม่บอกว่าจะไปช่วยพี่เฟื่อง ทำไมต้องคิดล่ะพี่ทัพ พี่เฟื่องเขารอให้พี่ไปช่วย หรือพี่กลัวคมดาบไอ้สังข์ไอ้ขาบ” ทัพพยายามบอกให้เธอฟังเขา แต่แฟงร้อนใจ แหวกลับ “รู้หรือเปล่าฉันมุ่งมาหาพี่ หวังว่าพี่จะมุ่งไปช่วยพี่เฟื่องกับแม่ ไม่ใช่มายืนคิดลังเล พี่ฟักก็เหมือนกัน จะมัวยืนบื้อใบ้ฟังคนเก่งแต่ปากอย่างพี่ทัพอยู่ได้ ถ้าตาขาวกันนัก ฉันจะไปช่วยพี่เฟื่องกับแม่เอง...ฉันไปเอง”

แฟงวิ่งพรวดพราดออกไปด้วยความน้อยใจตามประสาเด็ก ฟักจะตาม แต่ทัพอาสาไปเอง แฟงเห็นทัพตามมาก็ยิ่งเร่งฝีเท้า แต่ก็สู้แรงชายไม่ได้ ถูกเขารวบตัวไว้ และบังคับให้ฟังสิ่งที่เขาพูด

“งั้นมึงเอาดาบฟันกูซะ ถ้าคิดว่ากูขลาด ไม่ไปตามแม่กับจวง จะได้ไม่ต้องมีคนไปช่วยเฟื่องกับน้าเฟี้ยม”

แฟงงอนไม่เลิก แหวกลับ “พี่อย่ามาท้าฉัน”

“กูไม่ได้ท้าอีแฟง กูต้องไปช่วยอยู่แล้ว แต่ความใจร้อน เจ้าแง่แสนงอนของมึง จะทำให้ทุกอย่างพัง”

“พังยังไง ฉันสู้วิ่งบุกป่าฝ่าดงมาบอก แทนที่จะเห็นพี่ควบอ้ายเลาออกไป พี่กลับมาคิดว่าจะไปกระทุ่มด่าน หรือจะไปช่วยพี่เฟื่องดี ทุกนาทีที่พี่หยุดคิด มันหมายถึงชีวิตพี่เฟื่อง จวงกับแม่ของเรา”

“แล้วมึงรู้ไหม นาทีที่หยุดคิด กูคิดถึงชีวิตใครอีก บ้าง... ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงเฟื่อง จวงกับแม่ทั้งสอง สำหรับกู...

เสียเฟื่องเหมือนเสียชีวิต แต่กูกับหมู่เคลิ้ม แล้วสมัครพรรคพวกที่มึงเห็น วางแผนไว้แล้วว่าจะไปกระทุ่มด่าน ระหว่างทางเจอค่ายทหารอังวะที่ใด เราจะปล้นค่ายมัน ฆ่าตัดกำลังมันให้สิ้น ทางไปกรุงศรีกับกระทุ่มด่านมันคนละทาง”

แฟงหน้าเสีย เมื่อเห็นว่าเขาพูดมีเหตุผลทุกอย่าง ทัพยังไม่หายโมโห แต่ก็พยายามข่มไว้

“เฟื่องเป็นหัวใจของกู แต่พวกหมู่เคลิ้มก็เป็นมิตรร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน จะไม่ให้กูหยุดคิดสักนิดหรือว่าควรทำยังไง ถึงจะรักษาคนที่กูรักและไม่เสียมิตรไปด้วย ไม่งั้นกูคงเป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นความรักสำคัญมากกว่าส่วนรวม”

“รีบคิดเถอะพี่ทัพ ฉันกลัวเราจะตามขบวนทหารกรุงไม่ทัน”

ท่าทางอ่อนลงของแฟง ทำให้ทัพผ่อนความตึงเครียดลงบ้าง แต่ก็ยังไม่หายเคืองนัก สั่งเสียงเข้ม

“แฟง...เอ็งต้องทำตามที่พี่บอก อย่าเพิ่งขัดขืน อย่าเพิ่งคิดว่าพี่ไม่รักไม่ห่วงเฟื่อง ขอให้รู้...ใจพี่อยู่กับเฟื่องตลอดเวลา เอ็งต้องไปกับฟัก กับหมู่เคลิ้ม ไปรอพี่ที่กระทุ่มด่าน พี่จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าเอ็งจะไม่ปลอดภัย พี่สาบาน ว่าจะเอาตัวเฟื่อง จวงและแม่ของพวกเรากลับมาให้ได้!”

ooooooo

เฟื่องกับจวงอดทนรอทัพมาช่วยอย่างมีความหวัง แต่รอแล้วรอเล่าอยู่หลายเพลา อดีตทหารกล้าก็ไม่มาเสียที อย่ากระนั้นเลย...สองสาวกลัวขบวนของสังข์จะไปไกล เลยตัดสินใจช่วยกันถ่วงเวลา

ขาบใจอ่อนให้แก่เสียงออดอ้อนของเฟื่องเหมือนเคย แต่สังข์กลับไม่หลงกลท่าทีอ่อนหวานของจวง แม้จะยอมให้หยุดขบวนเพื่อพักกินน้ำ แต่ก็อดขู่ไม่ได้ เมื่อสองสาวขอให้แก้มัดเชือกด้วย

“ถ้าคิดจะหนี ก็ไม่เกินทุ่งนี้หรอก เจอทัพอังวะจับไป สวยๆอย่างนี้คงพาไปไม่ถึงค่ายใหญ่ เห็นมานักต่อนักแล้ว นอนเป็นผีริมป่า เสื้อผ้าถูกฉีกทิ้ง ไม่มีติดตัวสักชิ้น”

ข่าวคราวที่เคยได้ยินมา และความหวาดกลัวที่มีอยู่แล้ว ทำให้คำขู่ของสังข์ได้ผลเกินคาด สองสาวนั่งขดตัวสั่น ไม่กล้าสบตาสองหนุ่มอดีตเพื่อนรักของทัพอีกเลย ขาบสงสาร ขยับม้าไปใกล้สังข์ อาสาจะเฝ้าไว้เอง สังข์แสยะยิ้ม

“อย่าให้หลุดมือไปได้ ข้าล่ะอยากจะกอดนังจวงนัก กอดแน่นๆให้ไอ้ทัพเกลอข้ามันกระอักเลือดตาย!”

ขณะที่พวกสังข์หมายมาดจะจับตัวทัพส่งทางการ หวังรางวัลใหญ่และการเลื่อนยศ ทัพยังอยู่ที่กุฏิพระเที่ยงจนเช้าของวันต่อมา พร้อมประกาศกร้าวต่อหน้าสมัคร พรรคพวกทุกคนว่าจะรบและต่อสู้ข้าศึกเพื่อแผ่นดินไทย

“พี่น้องทุกคนจงฟัง ข้าชื่อไอ้ทัพ คนบ้านคำหยาด ข้าแลพวกเราทุกคนตรงนี้ล้วนแต่มีผิด ผิดที่ไม่ก้มหัวให้ผู้นำทหารเลว ตอนนี้...เราได้ชื่อว่าเป็นหัวอกอันหนึ่งอันเดียว และจะร่วมทำการกันต่อไป พวกเอ็งเลือกข้าเป็นหัวหน้า ข้าก็จะขอร่วมตายทุกมื้อ แผลเดียวของพวกเราคนหนึ่งที่ถูกฟันจากมืออื่น แผลนั้นจะเสมือนเป็นแผลข้าถูกฟันเหมือนกัน”

พวกฟักมองมาด้วยความศรัทธาและนับถือ เช่นเดียวกับแฟงที่มองว่าที่พี่เขยเป็นคนกล้าแห่งบ้านคำหยาด

“ฟังเถอะพี่น้องข้าทุกคน ข้าขอประกาศว่าแต่เดี๋ยวนี้ไป เราคือกองโจร โจรที่จะหาใส่ปากใส่ท้องชั่วมื้อหนึ่ง โจรที่จะปล้นกองทัพศัตรูที่มารุกรานบ้านเกิด ไม่ใช่โจรที่จะปล้นคนไทยด้วยกันเอง เมื่อใครไม่เห็นงาม เมื่อใครใดคนหนึ่งไม่เห็นชอบ หรือว่าพวกเราคนใดไม่เชื่อฝีมือข้า ก็จงฟันข้าเสียเถอะ”

พวกฟักขันอาสา สาบานจะร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ทัพไปทุกที่ จนกว่าจะตายจากกัน พระเที่ยงมองมาด้วยแววตาสงบ แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ทัพกวาดตามองรอบๆ ฮึกเหิมและมีกำลังใจมากโข จะออกรบเพื่อแผ่นดิน

ทัพก้มกราบหลวงพ่อ ก่อนจะแยกไปขี่อ้ายเลาม้าคู่ใจเพื่อไปช่วยครอบครัวและคนรัก ส่วนพวกฟักจะแยกไปอีกทาง มุ่งหน้าสู่กระทุ่มด่านตามที่วางแผนไว้แต่แรกเพื่อส่งแฟงให้ปลอดภัย แล้วจึงแยกย้ายไปดักปล้นข้าศึกอังวะ แต่ถึงกระนั้น...ฟักก็อดห่วงไม่ได้ อยากตามไปช่วย แต่ทัพไม่ยอม

“ลำพังไอ้สังข์ ไอ้ขาบ พี่คงไม่ฆ่าให้ตาย แต่จะสั่งสอนให้มันรู้ ว่าอย่าเอาอำนาจ เอายศมากดหัวคนอื่น ดาบของเรามีไว้ฆ่าศัตรู ไม่ใช่หันคมเข้าหาคนไทยกันเอง”

ทุกคนเห็นด้วย ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวทัพเต็มที่ ว่าจะนำครอบครัวและคนรักกลับมาได้แน่

เช้าวันเดียวกันที่ป่าริมหนองน้ำทางไปกรุงศรีฯ... ขาบพยายามทำดีกับเฟื่อง ด้วยการหาหมากพลูให้เฟี้ยม เฟื่องไม่รับ แถมค่อนแคะแดกดัน ว่าเขาบังคับขู่เข็ญให้พวกเธอออกจากบ้านคำหยาด โดยไม่มีอะไรติดตัวสักชิ้น

“พี่รู้ว่าเอ็งไม่เต็มใจ แต่อีกไม่นานข้าวในทุ่งคำหยาดทั้งหมดจะกลายเป็นเสบียงทหารอังวะ อยู่ไปก็ตายเปล่า”

“ฉันก็ยังดีใจ...ที่ได้ตายกับคนที่ฉันรัก”

ขาบช้ำใจมาก เมื่อเห็นเฟื่องยึดมั่นในรักที่มีต่อทัพ จวงกลัวเสียเรื่อง เลยพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย แต่สังข์ก็ไม่หลงกลเช่นเคย รู้ดีว่าสองสาวพยายามถ่วงเวลา เพราะอยากให้ทัพตามมาช่วยทัน

“ป่านนี้ยังไม่เห็นหัว มันจะกล้าตามมาตะลุยกับทหารกรุงศรีก็เอา แล้วอย่าหาพี่ใจร้าย”

“พี่กับพี่ทัพเป็นเกลอรักกันมา ทำไมต้องมาฟาดฟันกันให้ตายไปข้างด้วยเรื่องผู้หญิงอย่างฉัน”

“เอ็งเข้าใจผิดแล้วจวง ไม่ใช่เรื่องเอ็งที่ทำให้ข้ากับไอ้ทัพผิดใจกัน ผู้หญิงคนเดียวทำให้เพื่อนแตกกันไม่ได้ ไอ้ทัพมันโง่ ไม่ยอมก้มหัวให้เจ้านาย ถึงไม่มีความเจริญก้าวหน้า พี่ชายเอ็งมันต้องเป็นโจรเพราะสัตย์ซื่อเกินไป”

จวงไม่เชื่อ มั่นใจมากว่าพี่ชายต้องมา เช่นเดียวกับเฟื่อง ซึ่งโกรธมากที่สังข์ขู่จะฆ่าคนรักถ้ากล้ามา

“เสียแรงฉันเคยนับถือพี่ คนบ้านคำหยาดเหมือนกัน แต่ปล่อยให้ความโลภมาครอบงำ ศัตรูมายืนถึงหน้าบ้านแล้ว ยังไม่รักไม่สามัคคีกัน เท่ากับว่าพวกเราเองนั่นแหละที่ยกแผ่นดินให้ศัตรู”

“ปิดปากเอ็งให้สนิทเฟื่อง ด้วยพระบรมเดชานุภาพพระเจ้าแผ่นดิน พวกอังวะจะไม่มีวันข้ามกำแพงกรุงศรีได้”

สังข์กับขาบคร้านจะเถียงกับสองสาว เลยจะสั่งให้ออกเดินทาง เฟื่องส่งสัญญาณให้จวงแกล้งปวดท้องเพื่อถ่วงเวลา สังข์รู้ทัน ขยับมาลากน้องสาวอดีตเพื่อนรักให้ไปขึ้นม้าด้วยกัน เฟื่องพยายามขวาง อาสาจะดูแลเอง แต่สังข์ไม่ยอม ยื้อยุดฉุดกระชากจนกลายเป็นเป้าสายตาคนทั้งขบวน ขาบเห็นท่าไม่มี เลยขอให้เพื่อนรักปล่อยจวง สังข์ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะผลุนผลันไปขึ้นม้าเพื่อนำขบวนเข้ากรุงฯขาบมองสองสาวด้วยความเห็นใจ แต่ถ้าไม่กำราบบ้าง คงไม่หยุดก่อกวนให้เสียเวลาแบบนี้

“เงียบๆไว้เถอะเฟื่อง จวง...ไอ้ทัพมันตามมาช่วยพวกเอ็งไม่ได้หรอก ทำใจซะตั้งแต่บัดนี้”

เฟื่องเหลืออด แหวกลับ “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ใช่พวกขี้กลัว ยอมก้มหัวให้คนบ้าอำนาจเหมือนพี่ ฉันไม่ยอมเป็นพวกขี้ขลาดที่คิดเอากำแพงกรุงคุ้มหัว ฉันจะกลับไปตายแผ่นดินเกิดของฉัน พี่ทัพต้องมาช่วยพวกเรา...พี่ทัพต้องมา!”
ooooooo

แม้ใจจะช่วยหนีจากค่ายอังวะมาได้ แต่สไบก็จะขอกลับไปบ้านสามโก้อยู่ดี ด้วยความเป็นห่วงพ่อและชาวบ้านคนอื่น เจิดกับจาดไม่ขัดขวาง เพราะมีเรื่องอื่นต้องทำอีกมากในป่า แต่ใจกลับร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเคย สภาพสาวไทยหน้าหวานที่ขโมยหัวใจเขาแต่แรกเห็น ทำให้กลัวจับใจว่าเธอจะเป็นอะไรไป

สไบไม่สนใจใครทั้งนั้น ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งกลับบ้านสามโก้ หวังจะช่วยพ่อ แต่ก็ถูกพวกทหารอังวะควบคุมตัวได้เสียก่อน และจับมัดรวมไว้กับพวกชาวบ้าน ก่อนจะจุดไฟเผาหมู่บ้านให้วอดวายกันไปหมด

อูจีเดินมามองหน้าเชลยสาวไทยที่เคยอยากได้มาปรนเปรอด้วยความสะใจ แต่สไบก็ไม่หวั่น

“ฉันขอสาปแช่ง แกมาปล้น มาทำลายบ้านคนอื่น บ้านเมืองแกก็ต้องวายวอด!”

เปลวเพลิงและกลุ่มควันไฟสีเทาพวยพุ่งจากมุมหนึ่งของป่า ทำให้ทัพซึ่งกำลังควบอ้ายเลาอย่างเร่งรีบเพื่อไปช่วยน้องสาวและคนรักตกใจ แต่สัญชาตญาณทหารกล้าก็ทำให้เปลี่ยนใจ ชักม้าคู่ใจมุ่งสู่หมู่บ้านที่กำลังโดนเผา เวลาเดียวกับที่ใจตัดสินใจแยกจากพ่อและพี่ชายมาช่วยสไบ

พรานหนุ่มสู้เต็มกำลังและพยายามกันให้สไบกับพ่อหนี ส่วนทัพตะลุยฟาดฟันพวกอังวะอย่างห้าวหาญอูจีเห็นทหารรอบตัวค่อยๆล้มลงด้วยน้ำมือชายชาวไทยฝีมือกล้า ก็ตาเหลือกจะวิ่งหนี ทัพตามติด พร้อมตะโกนไล่หลัง
“มึงต้องชดใช้ให้พี่น้องคนไทยของกู!”

ระหว่างที่ทัพกับใจไล่ฆ่าทหารอังวะอย่างดุเดือด สไบ ผู้ใหญ่แสงและชาวบ้านที่รอดชีวิตจำนวนหนึ่ง กำลังเคว้งคว้างกลางป่า ไม่รู้จะมุ่งหน้าทางไหนถึงจะพ้นข้าศึก โชคดีที่เจิดกับจาดตามมาเจอ เลยช่วยบอกทางให้ ชาวบ้านมีท่าทีลังเล สไบต้องรีบบอกว่าสองพรานนี้ไว้ใจได้ เพราะเคยช่วยชีวิตเธอหลายหนแล้ว

ฝ่ายใจพยายามฝ่าวงล้อมทหารอังวะไปสมทบพ่อและพี่ชาย แต่ก็ถูกอูจีใช้ทวนแทงขาจนก้าวไม่ออกทัพควบม้ามาจากไหนไม่รู้ ฟันนายกองจอมโฉดที่กลางหลังตายคาที่ ก่อนจะดึงพรานหนุ่มขึ้นอ้ายเลาแล้วควบหนีไปด้วยกัน

ทัพแวะปล่อยใจลงกลางทาง เพราะต้องรีบไปช่วยน้องสาวและคนรัก พรานหนุ่มซาบซึ้งใจมาก เห็นฝีไม้ลายมือของอีกฝ่ายก็เข้าใจว่าเป็นทหารกรุงศรีฯ ทัพเลยแนะนำตัวง่ายๆ ว่าเป็นอดีตทหารจากบ้านคำหยาด

“ข้าไม่ใช่ทหาร ข้าเป็นโจร...โจรที่จะเอาชีวิตแลกแผ่นดิน”

ทัพควบม้าจากไปแล้ว ทิ้งใจให้มองตามด้วยความชื่นชม...ถึงเป็นโจร แต่ก็กล้าหาญและฝีมือดียิ่งนัก!

ใจตามไปทันพี่ชายกับพ่อไม่นานหลังจากนั้น เจอกับสไบที่มองมาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นแผลที่ขาเขา พรานหนุ่มดีใจมากได้เจอหญิงที่ต้องใจอีก

และเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังว่ารอดมาได้เพราะคนกล้าจากบ้านคำหยาด เจิดกับจาดเห็นใจกลับมาก็เตรียมจะแยกไป แต่ก็ไม่วายถามว่าพวกสไบจะมุ่งหน้าไปไหน ผู้ใหญ่แสงเป็นคนตอบแทน

“ฉันได้ยินว่าพวกเราหนีภัยไปรวมกลุ่มกันที่กระทุ่มด่าน”

“ไปกระทุ่มด่าน...แล้วทำไมไม่ขอความช่วยเหลือทหารกรุงศรี” จาดถามงงๆ

ผู้ใหญ่แสงถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “เราต้องช่วยตัวเอง บ้านเมืองปั่นป่วน ศึกอังวะมาประชิด ทหารกรุงศรียังต้องเกณฑ์พวกเราไปรบ ศึกใหญ่ขนาดนี้ พวกเราชาวบ้านต้องดูแลกันเอง”

จาดนิ่งฟังเงียบๆ โดยมีเจิดนั่งทำแผลที่ขาให้ใจไม่ไกลกันนั้น สไบมองมาด้วยความเป็นห่วง อดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุให้ใจมาช่วยจนต้องเจ็บตัว จาดเห็นท่าลูกชายคนเล็ก พอรู้ว่าคงปักใจกับสาวชาวไทยบ้านสามโก้เสียแล้ว เลยนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนความตั้งใจ ร่วมทางกับพวกผู้ใหญ่แสง ไปเจอคนอื่นๆที่กระทุ่มด่าน!

ooooooo

ทัพตั้งหน้าตั้งตาควบม้าไปช่วยครอบครัวและคนรัก แต่คงเร่งมากเกินไป ไม่ได้พัก อ้ายเลาเลยมีอาการเหมือนจะไปไม่ไหว ทัพตัดสินใจลงมากอดปลอบ กระซิบและลูบหัวม้าคู่ใจเบาๆ

“ใจข้าก็แทบหมดแรงเหมือนเอ็ง แต่พอคิดถึงหน้าทุกคนที่รอ แม่ข้า น้องสาวข้า น้าเฟี้ยม เฟื่อง...หญิงที่เป็นดวงใจ อ้ายเลาเอ๋ย...พวกเขากำลังรอให้เราไปช่วย ไอ้เพื่อนยาก...เมตตาข้าด้วยเถิด”

อ้ายเลาเหมือนจะรับรู้ความหวังของเจ้านายหนุ่ม ยกขาเตรียมพร้อม แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าอีกครั้ง

ทัพตามไปทันขบวนของสังข์จนได้ แต่ก็ไปช่วยครอบครัวและคนรักไม่ได้ง่ายๆ เพราะขาบดันผ่านมาเห็นเสียก่อน และเข้ามาขวางไว้ ทัพสบตาอดีตเพื่อนรักอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนประกาศกร้าว

“ข้าต้องกลับไปพร้อมแม่กับน้อง แล้วก็เฟื่องของข้า ฆ่าข้าเลยก็ได้ไอ้ขาบ ถ้าเอ็งกลัวจะมีผิดติดตัว ถ้าข้าต้องตายด้วยดาบเกลอเก่า เพื่อรักษาคนที่ข้าบูชา ข้าก็จะไม่เสียดาย”

ขาบถึงกับอึ้ง แม้จะจ่อดาบที่คออดีตเพื่อนรัก แต่ทัพก็ไม่หวาดหวั่นเลย แถมยืดอกท้าให้ฆ่าทิ้งอีกต่างหาก

“ให้ข้าเป็นผีเฝ้าที่นี่เพราะดาบเอ็งก็ได้ไอ้ขาบ ข้าไม่มีวันยอมให้แม่กับน้องไปแย่งเศษข้าวพวกในกำแพงกรุงกินเหมือนหมูเหมือนหมา ผืนนาข้าวอยู่ที่คำหยาด ทำไมต้องไปอดๆอยากๆกันเพราะกลัวตาย”

“ข้าช่วยเอ็งได้แค่นี้ทัพ ถ้าเอ็งฝืนเข้าไป นายกองสังข์สั่งทหารฟันคอเอ็งแน่”

ทัพไม่สู้ แถมท้าให้ฆ่าเขาเสีย จะได้กำจัดศัตรูหัวใจไปในตัว ขาบพูดไม่ออก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ ทัพยิ้มเยาะ ก่อนจะท้าเสียงเข้ม “ฆ่าข้าเสีย เผื่อเฟื่องจะเปลี่ยนใจมารักเอ็ง แต่ข้าคิดว่าไม่...หญิงอย่างเฟื่องใจคอหนักแน่น เอ็งจะได้แต่ร่าง เพราะหัวใจรักของเฟื่องจะอยู่กับข้าไปชั่วชีวิต”

ขาบแค้นใจมาก กำดาบแน่น ก่อนจะพุ่งหาอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบฉาก ก่อนจะโยนดาบในมือทิ้ง

“มาสู้กันแบบลูกผู้ชายเถอะขาบ ข้าไม่อยากฟันเอ็งถึงตาย”

ขาบบ้าเลือด สู้เต็มกำลัง แต่ก็สู้ชั้นเชิงหมัดมวยของทัพไม่ได้ อดีตทหารกล้าเห็นอีกฝ่ายทรุดกับพื้นเลยรามือ หยิบดาบตัวเองขึ้นมา แล้วพูดทิ้งท้าย “เอ็งรู้ไว้ คนอย่างข้า ไอ้ทัพทุ่งคำหยาด ไม่มีวันฆ่าเพื่อน!”

คืนเดียวกัน...พวกฟักพาแฟงมาส่งถึงกระทุ่มด่านจนได้ พัน...ผู้ใหญ่บ้านและมีศักดิ์เป็นอาของแฟงกับฟักมาต้อนรับ หน้าเสียเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเฟี้ยมกับเฟื่องไม่ได้มาด้วย แถมพรรคพวกของฟักก็ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นพวกหนีทัพ!

“พวกฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาอาศัยที่นี่ให้เดือดร้อน แค่มาส่งแฟงให้ปลอดภัย แล้วจะไปซุ่มกันในดง”

พันนิ่วหน้าไม่เข้าใจ นอกจากหนีทัพแล้วคิดจะทำอะไรอีก ฟักเป็นตัวแทนอธิบายว่าจะเป็นโจรดักปล้นค่ายอังวะ ผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่านถึงกับพูดไม่ออกเช่นเดียวกับลูกบ้านคนอื่นที่ฟังอยู่ด้วย

“แต่โจรอย่างพวกฉันไม่ปล้น ไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเองหรอกจ้ะ”

เอิบรีบพูด ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี แต่ถึงกระนั้น...พันก็อดห่วงไม่ได้ ฟักต้องพูดให้คลายใจ

“คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ทำไมจะตายเปล่าๆสู้เอาลมหายใจไปแลกข้าศึก ไล่ศัตรูให้พ้นแผ่นดินไม่ดีกว่าหรือ”

ท่าทางมุ่งมั่นของพวกฟักทำให้พันถอนใจหนักๆ ก่อนจะถามถึงหัวหน้าของเหล่าโจรจำเป็นพวกนี้ คราวนี้แฟงเป็นฝ่ายตอบแทน ด้วยน้ำเสียงภูมิใจหนักหนา... พี่ทัพจ้ะ...พี่ทัพ ไอ้เสือแห่งทุ่งคำหยาด!

หลังปราบขาบจนสลบเหมือด ทัพจึงลักลอบไปตามหาครอบครัวและคนรัก เห็นทหารเฝ้าเวรยามหนาแน่นที่กระท่อมหลังหนึ่ง ก็มั่นใจว่าคงเป็นที่ขัง เลยตัดสินใจจะหาโอกาสบุกเข้าไป

แต่ที่ทัพไม่รู้ คือพวกเฟื่องไม่ได้ถูกขังในกระท่อมนั้น แต่นั่งปะปนกับกลุ่มชาวบ้านที่อีกมุมหนึ่ง โดยมีทหารยามเฝ้าตลอดเวลา จะขยับไปไหนก็ถูกจับตา จนสี่สาวอึดอัดมาก โดยเฉพาะจวง เป็นห่วงแม่ซึ่งป่วยออดๆแอดๆ

“เข้าไปอยู่ในกรุงศรี เราจะทำมาหากินอะไรได้ ที่นาเท่ากระแบะมือยังไม่มีเลย ต้องรอข้าวหลวงแจก ถ้าพวกอังวะมันล้อมนานๆ เรามิอดตายกันหรือพี่เฟื่อง”

เฟื่องกังวลไม่ต่างกัน ตัดสินใจเด็ดขาดจะพาแม่หนีไปตายดาบหน้า จวงจะพาแม่ไปด้วย แต่ไม่รู้จะออกไปด้วยวิธีใด ชาวบ้านหญิงคนอื่นได้ยินก็อาสาช่วยดูต้นทางให้ เฟื่องเลยชวนไปด้วยกัน แต่หญิงชาวบ้านปฏิเสธ

“พี่อยู่นี่ ถ้าพวกมันรู้ว่าช่วยเรา พี่ก็ไม่รอดเหมือนกัน” จวงแย้ง

“พ่อทัพเคยช่วยลูกชายพี่ไว้ ไม่ให้นายกองสังข์มันเตะต่อย ไปเถอะ...พวกเราจะช่วยถ่วงเวลาให้”

เฟื่องมองไปด้านนอก เห็นเป็นคืนเดือนมืดก็เบาใจว่าน่าจะช่วยอำพรางตัวได้ จวงขยับไปปลุกแม่ๆทั้งสอง ก่อนจะค่อยๆคลานออกไปทางมุมหนึ่ง โดยมีหญิงชาวบ้านหลายคนช่วยกันบังไว้

คืนเดียวกันที่บ้านกระทุ่มด่าน...พวกฟักจะไปซ่อนตัวในป่า เพื่อรอเวลาดักปล้นค่ายอังวะ แฟงมาส่งพี่ชาย อวยพรให้ดูแลตัวเองดีๆ ฟักมองน้องสาวคนเล็กด้วยแววตาอ่อนแสง เป็นห่วงไม่อยากให้ไกลตา แต่หน้าที่ปกป้องบ้านเมืองก็ทำให้ต้องตัดใจ ฝากฝังพันให้ช่วยดูแลน้องสาวแทน

แฟงอยากตามพี่ชายไปด้วยใจแทบขาด แต่ด้วยเป็นหญิง เลยจำต้องรออยู่ข้างหลัง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายสงสัย หากทัพนำเฟื่องกับแม่กลับมาได้จริงตามสัญญา จะให้แจ้งข่าวเช่นไร

“ไม่ต้องตาม...พวกพี่จะจัดสายข่าวไว้ ถ้าพี่ทัพพาแม่กับเฟื่องกลับมา บอกให้รอที่นี่ พี่จะรีบมาหาเอง”

พวกฟักเอ่ยคำลาและลงจากเรือนพันไปแล้ว ทิ้งแฟงให้มองตามด้วยแววตาเป็นกังวล เป็นห่วงไปหมดทุกอย่าง

ระหว่างที่พวกเฟื่องกับจวงพาแม่ลัดเลาะไปตามความมืดในป่าด้วยใจหวาดหวั่น มีเพียงใจและท่อนไม้ในมือเป็นอาวุธป้องกันตัว ทัพหาจังหวะเหมาะบุกไปช่วยครอบครัวและคนรักในกระท่อม แต่พลาดท่าถูกกลอุบายของสังข์คุมตัวไว้ได้เสียก่อน ทัพเงยหน้ามองอดีตเพื่อนรักด้วยความแค้น แต่สังข์กลับไม่ยี่หระเย้ยกลับ

“เอ็งคิดว่าจะแน่กว่าข้าไปได้ทุกครั้งหรือไอ้ทัพ”

เหล่าทหารในกองสังข์คุมตัวทัพอย่างแน่นหนา แต่ถึงกระนั้น...อดีตทหารกล้าก็ไม่กลัว โพล่งถามถึงครอบครัวและคนรัก สังข์แสยะยิ้มร้าย บอกว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวเขาอย่างดี แต่ทัพก็ไม่สนใจ ยืนยันต้องการตัวทุกคนคืน

“ก็เอ็งเลือกทางเป็นโจรมากกว่าไพร่รับใช้ข้าหลวง แล้วเอ็งจะมาถามหาพ่อแม่พี่น้องอีกทำไม...ไอ้คนทรยศ!”

ทัพพยายามข่มความโกรธเต็มที่ สวนกลับเสียงเข้ม “ข้าไม่เคยทรยศบ้านเมือง ถ้าจะเกณฑ์ข้าไปรับใช้นายที่ดี สละชีวิตเพื่อแผ่นดิน ข้ายินดี ไม่ใช่ไปเป็นขี้ข้าไอ้พวกอ้างอำนาจราชการเพื่อเอาตัวรอด”

ความจริงจากปากอดีตเพื่อนรักแทงใจดำสังข์อย่างแรงจนเถียงไม่ออก ทัพไม่หยุด เย้ยต่อ

“หรือเอ็งจะบอกว่าเอ็งซื่อสัตย์ล่ะไอ้สังข์ วิ่งหนีข้าศึกเข้ากรุงยังได้ยศเพิ่ม”

สังข์โมโหมาก แหวลั่น “มึงดูถูกกูมากไปแล้วนะไอ้ทัพ”

“ผิดบาปดีชั่ว ไม่ต้องรอฟ้าพิสูจน์ เอ็งรู้แก่ใจ ฆ่ากูซะสังข์ ยังไงกูก็ต้องพาแม่ น้องข้า และคนรักกลับไปให้ได้”

“กูไม่ฆ่ามึงหรอกไอ้ทัพ ถ้ากูได้มึงไปมอบตัวกับคุณพระนาย กูยังจะมีความดีความชอบขึ้นมาอีก มัดมันไว้”

เหล่าทหารจะมัดทัพตามสั่ง แต่อดีตทหารกล้าไม่ยอม อาศัยแรงและความไวเหวี่ยงทหารที่จะมาจับตัวให้กระแทกกันเอง ทหารคนอื่นจะช่วย แต่ก็ถูกทัพถีบกระเด็นร่วงลงจากกระท่อมทันตา สังข์ตกใจมาก แต่ยังมีสติ ชักดาบของตัวจะฟันอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบวืด ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าดาบของตัวเอง

“ไอ้ทัพ...ถ้ามึงฆ่ากู...นายกองทหารกรุงศรี โทษมึงตายทั้งครัวเชียวนะ”

“ลองดูว่าใครจะมาจับตัวกูตัดหัว”

“มึงคิดว่ามึงเก่งกว่ากองทัพอยุธยางั้นหรือ”

“ไม่เลยสังข์ เสียดายเหลือเกินที่เป็นเกลอมึงมา กูยอมตาย แต่กูจะไม่ยอมให้มึงเอายศศักดิ์มาเหยียบย่ำคนอย่างกู มึงเปลี่ยนไปเพราะเหลิงอำนาจ ได้เจ้านายขี้ขลาดเห็นแก่ตัว หยุดเถอะสังข์ ก่อนที่อำนาจจะย้อนเข้าตัวมึง”

“กูไม่หยุด กูเป็นถึงนายกองสังข์ สิ้นศึกนี้ รับรองกูได้เป็นขุนแน่”

ขาดคำก็พุ่งปลายดาบไปทางอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบหลีก เอาดาบยันไว้ ไม่อยากฟันเพื่อน แต่สังข์ก็ไม่หยุด พยายามจะฟาดฟันจนทัพต้องเตะเสย พร้อมประกาศกร้าว

“คนอย่างไอ้ทัพ ไม่ฆ่าเกลอคนบ้านเดียวกันที่เห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออก แต่กรรมที่มึงข่มเหงคนอื่นมา จะลงโทษมึงมากขึ้นอีกเป็นร้อยเป็นพันเท่า”

สังข์ตั้งท่าจะพุ่งมาใหม่ ทัพเลยชกหน้าอย่างแรงจนสลบเหมือด จังหวะเดียวกัน...เฟื่องซึ่งได้ยินเสียงเอะอะจากกระท่อมพักของสังข์ เลยวิ่งมาดู ก่อนจะโผกอดคนรักแน่นด้วยความรักและคิดถึง ทัพกอดตอบก่อนจะถามถึงแม่กับน้องสาว เฟื่องยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกว่าทุกคนซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากที่นี่นัก

ooooooo

สามคนแม่ลูกกอดกันด้วยความคิดถึง ทัพเห็นแม่กับน้องปลอดภัยก็โล่งใจมาก แต่ยังไม่วางใจ เร่งวางแผนให้ทุกคนหนี เพราะเชื่อแน่ว่าพวกทหารยามจะต้องมาหาสังข์ที่กระท่อมในไม่กี่อึดใจ

ทัพสั่งให้น้องสาวพาแม่และเฟี้ยมไปรอที่เกวียน รอสัญญาณจากเขากับเฟื่อง ที่จะไปจัดการทหารยามซึ่งเฝ้าตรงทางเข้าออก จวงรีบทำตามคำสั่ง และรอเพียงไม่กี่อึดใจ พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ก็มาพาออกจากที่ซ่อน

จวงรับหน้าที่ขับเกวียนเทียมวัวให้จันทร์กับเฟี้ยม ส่วนเฟื่องไปนั่งม้ากับทัพ ลัดเลาะเข้าป่าในคืนเดือนมืด

ทัพกอดกระชับคนรักแนบอก “คิดถึงพี่บ้างไหม...เฟื่อง”

“ไม่คิดถึงเลยสักนิด”

“ไม่เป็นไร...พี่คิดถึงเฟื่องคนเดียวก็พอ”

ด้านพวกสไบ...มุ่งหน้าไปกระทุ่มด่านพร้อมกับชาวบ้าน โดยมีพรานหนุ่มทั้งสามตามมาด้วย เจิดรับหน้าที่เฝ้ายามพร้อมกับใจ อดเย้าน้องชายไม่ได้ ว่าคงชื่นใจหนักหนา ได้ใกล้ชิดกับสไบนานกว่าที่คิด ใจเขิน สารภาพตามตรงว่าเป็นห่วงคนงามแห่งบ้านสามโก้ พลางปรายตาไปทางเธอที่นอนหันหลังให้

แต่ที่พรานหนุ่มไม่รู้ คือสไบไม่ได้หลับสนิทและได้ยินทุกอย่าง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นห่วงเธอ เจิดเห็นสายตาน้องชาย ก็พอรู้ว่าคงปักใจรักคนงามบ้านสามโก้เสียแล้ว เลยพยายามปลอบให้ทำใจ

“เราเป็นพรานนะใจ ไม่ใช่ชาวบ้าน ข้าไม่อยากโดนจับเป็นเชลย”

“ถึงถูกจับเราก็ไม่ตาย แต่พวกเขาไม่เหมือนเรา เขาเป็นแค่ชาวบ้าน ทำมาหาเลี้ยงตัวไปวันๆ”

“เราจะสงสารทุกคนไม่ได้ ทุกคนต่างมีความรับผิดชอบไม่เหมือนกัน ไปถึงกระทุ่มด่านเมื่อไหร่ ก็ต้องแยกย้าย”

น้ำเสียงจริงจังของพี่ชาย ทำให้ใจอดกังวลไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริง จะทำใจจากสไบได้หรือไม่...

ฝ่ายแฟงตั้งหน้าตั้งตารอแม่และพี่สาวอย่างมีความหวัง แต่แม้จะมั่นใจในฝีมือทัพมากแค่ไหน ก็ไม่วายวิตก วันเวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน ไม่รู้อีกนานแค่ไหนครอบครัวจะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกครั้ง เมียพันเห็นหลานสาวเศร้าสร้อย จึงพยายามปลอบให้คลายกังวล แฟงยิ้มรับบางๆ ก่อนจะบอกอย่างเชื่อมั่นว่าทัพต้องทำสำเร็จแน่

ความหวังของแฟงเป็นจริงในเวลาไม่นานหลังจากนั้น เมื่อทัพนำครอบครัวอันเป็นที่รักของเธอมาถึงกระทุ่มด่านจนได้ในวันเดียวกัน สาวแก่นแห่งบ้านคำหยาดวิ่งถลาลงจากเรือนพัน โผกอดแม่กับพี่สาวด้วยความรักและคิดถึง เฟี้ยม กอดลูกสาวคนเล็กแน่น เห็นอีกฝ่ายดีใจจนน้ำตาไหลก็อดเย้าไม่ได้ ทัพส่ายหน้าเอ็นดู แต่ไม่วายแหย่ขำๆ

“ดีใจก็ต้องยิ้มสิ ดีใจแล้วร้องไห้นี่มีแต่คนบ้า”

แฟงหันขวับ แหวทัพกลับด้วยน้ำเสียงแง่งอน “ทำไม... ฉันดีใจต้องเหมือนคนอื่นเขาด้วยหรือ ฉันจะดีใจแล้วร้องไห้ หรือว่าถือเป็นบุญคุณที่พาแม่ พาพี่เฟื่องกลับมาได้เลยกะเกณฑ์ สั่งฉันให้เป็นอย่างโน่นอย่างนี้”

“เอ้าๆ...อะไรของเอ็งนังแฟง ข้าแหย่หน่อยเดียว โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ อีกหน่อยข้าจะไม่พูดด้วย”

แฟงเถียงไม่เลิก เฟื่องเลยต้องปรามด้วยความอ่อนใจ แม้รู้ดีว่าน้องสาวไม่ได้รังเกียจรังงอนคนรัก แต่ก็ไม่อยากให้ทะเลาะกันไปมาแบบนี้ แฟงโผกอดพี่สาวแน่น ประจบใหญ่ เมื่ออีกฝ่ายเย้าว่าไม่ดีใจที่เจอกันหรือ

“ดีใจสิ ทั้งคิดถึงทั้งห่วงแม่กับพี่เฟื่องใจจะขาด ถ้าเป็นผู้ชายจะขอตามไปฟันหน้าไอ้สังข์ไอ้ขาบให้หายแค้น”

ขาดคำก็หันไปถามทัพเสียงเข้ม ว่าสังข์กับขาบได้รับผลกรรมเช่นไรบ้าง ทัพยิ้มให้ ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นอะไรเลย เพราะเขาไม่คิดจะฆ่าแกงคนบ้านเดียวกัน แฟงของขึ้น โมโหว่าที่พี่เขยที่ใจอ่อนเหมือนเคย

“พี่ทัพน่ะบ้ายิ่งกว่าฉันอีก ที่ไม่ทำอะไรไอ้เพื่อนทรยศสองคนนั่น มันทำกับแม่ กับน้อง กับพี่เฟื่องขนาดนี้”

ทัพสบตาเฟื่องยิ้มๆ ไม่ถือสาและปล่อยให้แฟงโวยวายโหวกเหวกคนเดียว...เดี๋ยวเหนื่อยก็เงียบไปเอง

ooooooo

กว่าสังข์กับขาบจะหายจากแผลฟกช้ำที่ปะทะกับทัพก็กินเวลาหลายชั่วยาม นายกองขี้โอ่จากกรุงศรีฯเจ็บแค้นมาก ที่อดีตเพื่อนรักมาหยามน้ำหน้า ชิงตัวครอบครัวและคนรักคืนถึงที่ แต่ทั้งตนและขาบกลับทำอะไรไม่ได้ ขาบหัวเสียไม่แพ้กัน แต่อยากมุ่งหน้านำชาวบ้านคนอื่นเข้ากรุงก่อนจะเสียเวลาไปกว่านี้ แต่สังข์กลับไม่ยอม

“อาญาหลวงคือตามริบไพร่ที่หนีทัพ ไอ้ทัพมันเป็นขบถ ข้าต้องตามจับมันให้ถึงที่สุด!”

ระหว่างที่พวกสังข์บ่ายหน้ากลับไปจับตัวทัพเพื่อรับอาญาหลวง อดีตทหารกล้าเป้าหมายกลับไม่กังวลและขอลาพันกับครอบครัวไปสมทบพวกฟักในป่า เพื่อดักปล้นค่ายอังวะด้วยกันตามสัญญา พันพยายามรั้ง ไม่อยากให้ทำผิดอาญาหลวง หนีทัพแถมเป็นโจร แต่ทัพก็ไม่เปลี่ยนใจ ตั้งใจไว้แล้วจะปล้นพวกอังวะเท่านั้น ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน

“ที่ได้ชื่อว่าเป็นโจร เพราะฉันไม่ยอมก้มหัวให้คนเลว แต่ใจรักแผ่นดินเกิดของโจรอย่างฉัน ก็ไม่ด้อยกว่าทหารกรุงคนไหน ฉันตั้งใจแล้วว่าจะรวมคนกล้าลอบปล้นค่ายอังวะ เอาเสบียงมาคืนพ่อแม่พี่น้องเราที่กำลังอดอยาก มันมาปล้นข่มเหงรังแกเราก่อน ฉันจะปล้นเอาคืนมันให้หนักหนายิ่งกว่า”

คำประกาศกร้าวของทัพ ทำให้ทุกคนนึกทึ่งในความกล้าหาญ มีเพียงเฟื่องมองตามคนรักด้วยความเป็นห่วง ต่างจากแฟงมองว่าที่พี่เขยด้วยแววตาศรัทธาและนับถือ เยี่ยงวีรบุรุษคนหนึ่งที่จะช่วยกันปกป้องบ้านเมือง

หลังอำลาผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่าน...ทัพก็ก้มกราบแม่ โดยมีจวงนั่งมองด้วยท่าทางเศร้าหมอง จันทร์เป็นห่วงลูกชายตามประสาคนเป็นแม่ แต่ก็เชื่อมั่นว่าเขาจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เลยอวยพรให้โชคดี จวงอดไม่ได้ น้ำตาไหลพราก โผกอดพี่ชายแน่นด้วยความเป็นห่วง ทัพกอดสองสาวคนสำคัญในชีวิต ก่อนจะสัญญาหนักแน่น

“ไม่ต้องห่วงฉันนะแม่ ฉันจะต้องรอดปลอดภัย คุณพระจะต้องคุ้มครองให้ฉันไล่ศัตรูออกไปจากแผ่นดิน”

เฟื่องยืนรอลาคนรักข้างๆอ้ายเลา ทัพส่งยิ้มและขยับไปเช็ดน้ำตาให้ ก่อนจะปลอบไม่ให้กังวล เพราะเขาเป็นคนมีฝีมือ ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน แต่เฟื่องก็ยังกลัว ไม่อยากเสียคนรักในสภาวะสงครามแบบนี้

ทัพดึงตัวคนรักมาโอบกอด เอ่ยเสียงนุ่ม “จำสัญญาที่ตาลห้าต้นของเราได้ไหม...ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้ดอกเฟื่อง ขอเฟื่องรอเป็นแม่ศรีเรือน เป็นแม่ของไอ้ตัวเล็กๆเป็นยอดชีวิตของพี่เพียงคนเดียว”

“พี่ทัพต้องรักษาตัว กลับมาหาเฟื่องของพี่คนนี้นะ”

“จ้ะเฟื่อง...พี่จะกลับมารับเฟื่องตามสัญญา ไม่ว่าจะโดนคมหอกคมดาบบาดเจ็บแค่ไหน พี่ก็จะหาทางกลับมานอนตายซบตักเฟื่องคนนี้คนเดียว รอพี่นะเฟื่อง...รอพี่คนเดียว”

“จ้ะพี่ทัพ...พี่ไปไล่ไอ้พวกข้าศึกมันไปให้พ้นแผ่นดินเร็วๆเถอะ ไม่ต้องพะวงว่าใจฉันจะเปลี่ยน ใจเฟื่องคนนี้จะมีพี่ทัพเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”

ทัพจูบมือคนรัก ก่อนจะควบม้าจากไป ทิ้งเฟื่องให้มองตามด้วยแววตารักและเต็มใจจะรอคอย

แต่ควบอ้ายเลาไม่ทันพ้นหมู่บ้าน ทัพก็ต้องหยุดม้าเสียก่อน เมื่อแฟงโผล่มาขวางหน้า เพื่อเอ่ยคำลาและถามถึงข้อสงสัยว่าอีกฝ่ายจะไปตามพวกฟักที่ไหน ทัพยังไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าคงเป็นละแวกค่ายอังวะ เพราะตั้งใจจะไปดักปล้นด้วยกัน แฟงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะโพล่งว่าขอไปด้วยคน ทัพปฏิเสธทันควัน เพราะอีกฝ่ายเป็นหญิง

แฟงหัวเสียมาก แหวกลับงอนๆ “แล้วผู้หญิงมันรักบ้านเมือง ไปรบกับข้าศึกไม่ได้หรือ”

“ไม่มีใครห้ามผู้หญิงหวงแหนแผ่นดิน แต่หน้าที่จับดาบรบมันของผู้ชาย แฟงอย่าห้าวหาญให้เกินหญิง อย่ารั้นให้เฟื่องปวดหัว อยู่ดูแลแม่ที่นี่ มีอะไรหยิบจับได้ก็ต้องช่วย”

สอนจบก็ทำท่าจะควบม้าจากไป แฟงยังยื้อไว้แล้วอวยพรให้พระคุ้มครอง ทัพยิ้มรับ ลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู แฟงปลื้มมาก มองตามหลังแกร่งที่ควบม้าจากไปด้วยหัวใจพองโต

ด้านพวกสไบ...มองหน้ากันด้วยความเหน็ดเหนื่อย ระยะทางยาวไกลและความอ่อนล้าที่รุมเร้าตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้อดวิตกไม่ได้ จาดมองมาด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะปลอบว่าอีกไม่กี่เพลาจะถึงกระทุ่มด่าน ผู้ใหญ่แสงกับพวกชาวบ้านเลยมีกำลังฮึดเดินทาง แต่ก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เมื่อขบวนชาวบ้านสามโก้ต้องประจันหน้ากับพวกทหารลาดตระเวนชาวอังวะอีกครั้ง พรานหนุ่มทั้งสามช่วยป้องกันชาวบ้าน และผลักให้สไบกับพ่อหนีไป

สไบหนีกระเจิงเข้าไปในป่าลึก เจอกับทัพซึ่งควบม้าผ่านมา เลยขอให้ไปช่วยพวกใจ อดีตทหารกล้าไม่รอช้า ควบม้าไปตามทางที่บอก แต่ก็ไม่พบใครเลย สไบใจเสียมาก รู้สึกผิดไม่น้อยที่พวกพรานต้องรับเคราะห์แทน

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เมื่อทัพบอกว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงบ้านกระทุ่มด่านแล้ว

แต่ที่พวกสไบนึกไม่ถึง คือพวกพรานรอดชีวิตจากกลุ่มทหารลาดตระเวน และกำลังเดินลัดเลาะตามริมน้ำ ทั้งสามกำลังมุ่งหน้าเข้าป่าลึกอีกครั้ง ถ้าจะไม่เห็นร่างสลบไสลของใครบางคนเสียก่อน ใจจำได้ว่าคือดอกรัก ญาติหนุ่มของสไบ เลยอยากช่วย จาดกับเจิดพยายามห้าม แต่ใจไม่ยอม ตั้งใจจะพาดอกรักกลับไปคืนสไบให้จงได้!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:43 น.