ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐพงษ์ในชุดทำงานถือเสื้อสูทกับกระเป๋าเอกสารเดินมาที่รถซึ่งลุงเติมจอดรออยู่ด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆ มีสโรชาเดินยิ้มย่องประกบข้าง พอหันมาเห็นลูกก็สั่งให้ทำหน้าให้ดีๆหน่อย

    “จะให้ดีแค่ไหนล่ะครับคุณแม่ ณัฐไม่ได้อยากไปทำงานสักหน่อย”

    “อยากหรือไม่อยากก็ต้องทำ ฉันสั่ง”

    ณัฐพงษ์งอแงไม่เลิก เห็นรถเก๋งคันโตที่จะนั่งไปทำงานหาว่าโบราณ ทำท่าจะไม่ยอมขึ้น สโรชาขอร้องอย่าเรื่องมาก ขืนเอารถของเขาที่แต่งเป็นเด็กแว้นปากซอยไป จะได้ถูกนินทากันทั้งบริษัท ณัฐพงษ์ได้ที บอกให้แม่ซื้อรถคันใหม่ให้ สโรชาต่อรองถ้าเขาช่วยสร้างภาพและทำงานให้ดี ก็จะรับไว้พิจารณา

    “ได้ ณัฐถือว่าคุณแม่รับปากณัฐแล้วนะ”

    สโรชาจำต้องเออออไปด้วย ก่อนจะต้อนลูกขึ้นรถ ลุงเติมปิดประตูให้แล้วรีบขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ค่อยๆเคลื่อนรถออกไป...

    อีกมุมหนึ่งในครัวบ้านศิลาแดง เพ็ญพรเอาอาหารที่สโรชาเตรียมไว้ให้เอกสิทธิ์เทใส่ถุงก๊อบแก๊บจะเอาไปทิ้ง ป้าแจ่มมาเห็นเข้าก็ร้องเอะอะ คุณท่านยังไม่ได้กินเลย เธอเตรียมไว้ให้พ่อแล้ว วางอยู่บนเตา วานป้าแจ่มใส่จานให้ด้วย เดี๋ยวเธอจะได้เอาไปให้พ่อกิน

    “คุณหนูก็รู้นี่คะว่าเรื่องอาหารนี่ คุณสโรชาเธอไม่ให้ใครมายุ่ง”

    เพ็ญพรไม่สนใจ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะทำอาหารให้พ่อกินเอง ป้าแจ่มกลัวสโรชารู้เข้าจะเป็นเรื่อง เธอสวนทันที ถ้าป้าแจ่มไม่พูด เธอไม่พูดแล้วใครจะรู้ แล้วขอตัวเอาถุงนี่ไปทิ้งก่อน เดินอารมณ์ดีเปิดประตูรั้วออกไปหย่อนถุงอาหารใส่ถังขยะ กำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแม่เรียกดังขึ้น

    จากนั้นสองแม่ลูกเข้าไปนั่งคุยกันในรถของเดือนฉาย เพ็ญพรสารภาพผิด ที่ทำไปทั้งหมดก็แค่อยากรู้เรื่องของตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกแม่ บังเอิญเธอเจอพี่พร และถ้าเธอถามแม่ตรงๆ แม่คงไม่ยอมบอกอะไร แล้วถามท่านรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเราสองคนสลับตัวกัน เดือนฉายรู้ตั้งแต่วันแรกที่เจอพรเพ็ญ

    “ตั้งแต่วันแรก! คุณแม่รู้เลยหรือคะ”

    “เพ็ญ แม่เป็นแม่นะ ถึงจะไม่มีโอกาสได้เลี้ยงพรมาก็เถอะ แต่แม่ก็รู้ว่าไม่ใช่เพ็ญแน่ แต่ที่แม่ไม่พูดอะไร ก็เพราะแม่รอให้รู้ก่อนว่าเพ็ญอยู่ที่ไหน เพ็ญคิดบ้างไหมว่าแม่จะเป็นห่วงเพ็ญแค่ไหน”

    “เพ็ญขอโทษค่ะแม่ อย่าโกรธเพ็ญนะคะ” เพ็ญพรยกมือไหว้

    “ถ้าไม่อยากให้โกรธ ก็ไปเก็บข้าวของแล้วกลับบ้านกับแม่” เจอไม้นี้เข้าไป เพ็ญพรถึงกับอึ้ง...

    ระหว่างทางไปบริษัท สโรชาหาสมุดเช็คไม่เจอ สงสัยจะลืมทิ้งไว้ที่บ้าน ต้องกลับไปเอา ณัฐพงษ์ขี้เกียจนั่งรถวกไปวกมา จะยอมเสียสละไปที่บริษัทก่อน ส่วนแม่ก็นั่งแท็กซี่กลับไปบ้านเอง แล้วสั่งให้ลุงเติมจอดรถข้างทาง สโรชาซึ้งใจลูกมากน้ำตาแทบไหล ค้อนขวับเขาหนึ่งที ก่อนจะลงจากรถโบกเรียกแท็กซี่

    ooooooo

    ที่นอกกำแพงบ้านศิลาแดง เพ็ญพรต่อรองกับแม่ถ้าจะให้กลับก็ต้องเอาพ่อไปด้วย เธอจะไม่ยอมทิ้งท่านเด็ดขาด เธอไม่รู้ว่าพ่อกับแม่โกรธกันเรื่องอะไร น่าจะเล่าให้เธอฟังบ้าง ท่านจะเล่าทุกอย่างหากเธอยอมกลับไปอยู่ด้วยกันสามคนแม่ลูก

    “แม่คะ เพ็ญจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร แม่รู้ไหมตอนนี้คุณพ่อมีสภาพเป็นยังไง” เพ็ญพรเห็นแม่เบือนหน้าหนี ถึงกับหน้าสลด “แม่คะ ถึงแม้เพ็ญจะไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักพ่อเลยตั้งแต่จำความได้ แต่เพ็ญก็ดีใจจนบอกไม่ถูกเมื่อได้เห็นหน้าพ่อแท้ๆของเพ็ญเป็นครั้งแรก และก็เจ็บใจจนบอกไม่ถูกเหมือนกัน ที่เห็นพวกนั้นทำกับพ่อ เพ็ญขอโทษนะคะ ตอนนี้แม่ก็มีพี่พรอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ขอให้เพ็ญอยู่ดูแลคุณพ่อก็แล้วกัน” พูดจบเพ็ญพรยกมือไหว้เดือนฉายแล้วลงจากรถ เธอมองตามน้ำตาไหลพราก...

    ที่บ้านสวนเสาวรส กอล์ฟบ่นให้เคนฟังว่าคิดถึงเพ็ญพรกับเดือนฉายเมื่อไหร่จะกลับสักที เขาพูดดักคอว่าจะหาเพื่อนเล่นอีกตามเคย กอล์ฟยอมรับว่าเขาพูดถูก แต่ถูกไม่หมด เพราะเดี๋ยวนี้เพ็ญพรไม่ได้เล่นกับตนเหมือนเดิมแล้ว อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาโลกสวยมีสาระ จะเล่นอะไรก็คอยห้ามตลอด เซ็งจะแย่

    “แต่​ฉัน​ก็​เห็น​แก​ยัง​ตาม​ยัย​เพ็ญ​ต้อยๆไม่​ใช่​หรือ”

    “มัน​ก็​ยัง​ดี​กว่า​ไม่​มี​เพื่อน แล้ว​จริงๆอ่ะ​นะ ที่​กอล์ฟ​ชวน​คุณ​เพ็ญ​ไป​เล่น​โน่น​เล่น​นี่​น่ะ​เพราะ​กลัว​เธอ​จะ​เหงา เกิด​เป็น​ลูก​คน​เดียว​นี่​มัน​เหงา​นะ​ครับ​คุณ​ตา”

    เ​คน​ถึง​กับ​ชะงัก พลัน​ภาพ​ใน​อดีต​ผุด​ขึ้น​มา​ใน​ความ​คิด​คำนึง​ของ​เขา ตอน​นั้น​เมื่อ​กว่า​ยี่สิบ​ปี​ที่​แล้วเดือนฉาย​อุ้ม​เพ็ญ​พร​ที่​ยัง​แบเบาะ​มา​ทวง​พร​เพ็ญ​คืน​จาก​เอกสิทธิ์อยู่​ที่​หน้า​ประตู​รั้ว​บ้าน​ศิลา​แดง โดย​มี​เ​คน​ยืน​อยู่​ข้างๆสโรชา​เดิน​ออก​มา​จ้อง​หน้า​ทั้ง​คู่​ด้วย​สายตา​เย็น​ชา บอก​กับเดือนฉาย​ว่า​จะ​เอา​พร​เพ็ญ​ไป​ทำไม เอกสิทธิ์​อุตส่าห์​ใจดีรับเลี้ยงไว้ให้​คน​หนึ่ง​แล้ว เธอ​ไม่​ต้องการ​ให้​ใครช่วย ลูก​ของเธอ เธอเลี้ยง​เอง​ได้

    “จะ​เลี้ยง​ยัง​ไง​ละ​เดือน ลำพัง​ตัว​เธอ​กับ​ลูก​คนเดียว​ยัง​จะ​ไม่​รอด”

    “แก​หุบปาก​ไป​เลย​นะ​นัง​เมียน้อย ลูก​หลาน​ฉันฉันไม่​ปล่อย​ให้ลำบาก​แน่” เ​คน​โพล่ง​ขึ้น​อย่าง​เหลืออด

    “โถ คุณ​ลุง กะ​อี​แค่​มี​สวน​ผล​ไม้​เล็กๆ จะ​ทำอะไรได้ คุณ​ลุง​เอง​จะ​มี​แรง​จับ​จอบ​จับ​เสียม​ได้​อีก​สัก​เท่า​ไหร่”

    เดือน​ฉาย​จะ​บุก​เข้าไป​เอา​ลูก​คืนให้​ได้ สโรชาขู่ ขืน​เข้า​มา​จะ​เรียก​ตำรวจ​มา​จับ เดือน​ฉาย​ตัดพ้อ​ไม่​คิดเลย​ว่า​เธอ​จะ​ใจร้าย​ขนาด​นี้​ ทั้งๆที่​ตน​ดี​กับ​เธอ​ทุก​อย่าง เสียง​เอะอะ​ทำให้​เอกสิทธิ์​ต้อง​ออก​มา​ดู เดือน​ฉาย​ขอร้องให้เขา​เอา​ลูก​มา​คืน ใน​เมื่อ​เขา​มี​คน​ใหม่​แล้ว​ก็​น่า​จะ​ใช้​ชีวิตของเขา​ต่อ​ไป ​จะ​เอา​ลูก​ของ​เธอ​ไป​เกะกะ​ทำไม

    “เธอ​เอง​ก็​มี​ใหม่​เหมือน​กัน ที่​ฉัน​ยอม​ให้​เธอ​เอา​ยัย​เพ็ญ​ไป​เลี้ยง​คน​หนึ่ง มัน​ก็​มาก​พอ​แล้ว​นะ”

    เดือน​ฉาย​พยายาม​จะ​อธิบาย​ว่า​เขา​เข้าใจ​ผิด แต่​สโร​ชา​ไม่​เปิด​โอกาส​ให้​พูด คอย​ใส่ไฟ​ให้​เอกสิทธิ์​ยิ่งชิงชัง​เธอ​มาก​ขึ้น ไม่​ว่า​เธอ​จะ​ขอร้อง​ให้​เอา​พร​เพ็ญ​คืนมาอย่างไร เขา​ยืนกราน​ไม่​ยอม​ให้ แถม​ขับ​ไล่​ไส​ส่ง

    “ไป​จาก​บ้าน​ผม​ได้​แล้ว และ​ก็​ถ้า​คุณ​รัก​ลูก​จริง ก็​อย่า​ให้​แก​รู้​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น ไม่​ต้อง​ให้​แก​มา​รับ​รู้​อะไรทั้งสิ้น” พูด​จบเอกสิทธิ์​กลับ​เข้า​บ้าน​ไป​กับ​สโร​ชา เดือนฉายทรุดลง​กับ​พื้น​ร้องไห้​ปิ่ม​ว่า​จะ​ขาดใจ

    ooooooo

    เสียง​แตร​รถ​ที่​ดัง​ขึ้น​จาก​ด้าน​หลัง ทำให้​เดือนฉาย​ซึ่ง​ยัง​นั่ง​อยู่​ใน​รถ​ที่​จอด​อยู่​นอก​กำแพง​บ้าน​ศิลา​แดง ถึงกับ​สะดุ้ง​รีบ​ปาด​น้ำตา​ทิ้ง มอง​กระจก​ส่อง​หลัง เห็น​รถ​แท็กซี่​คัน​หนึ่ง​จ่อ​ท้าย​อยู่ เธอ​รีบ​แล่น​เข้าไป​กลับ​รถ​ออก​มา สโรชา​ซึ่ง​นั่ง​อยู่​ใน​รถ​แท็กซี่​มอง​อย่าง​หงุดหงิด​ที่​มี​รถ​จอด​ขวาง

    สัก​พักรถ​ของ​เดือน​ฉาย​แล่น​สวน​ออก​มา แม้จะ​เห็น​หน้า​ไม่​ถนัด แต่​สโร​ชา​รู้สึก​คลับ​คล้าย​คลับ​คลา​ว่าเป็น​เดือน​ฉาย เหลียว​มอง​ตาม​สีหน้า​ตกใจ รีบ​ลง​จากแท็กซี่​เพื่อ​ดู​ให้​ชัดๆ แต่​รถ​เลี้ยว​หัว​มุม​เสีย​ก่อน

    “หาย​ไป​แล้ว ใช่​มัน​หรือ​เปล่า ไม่​จริง...ไม่​ใช่”ปลอบใจ​ตัว​เอง​เสร็จ สโร​ชา​จ้ำ​พรวดๆเข้า​บ้าน ตะโกนเรียก​ป้าแจ่ม​มา​ถาม​ว่า​เมื่อ​สัก​ครู่​มี​ใคร​มา​ที่​นี่ เธอ​ยืน​งงอยู่​อึดใจก่อน​จะ​ส่าย​หน้า สโร​ชา​ต่อว่า​ว่า​อยู่​บ้าน​กัน​อย่างไร​ใครไปใครมา​ไม่​รู้​เรื่อง ป้า​แจ่ม​ยืนยัน​ว่า​ไม่​มี​ใคร​มา​จริงๆ เธอ​กับ​คุณหนู​อยู่​บ้าน​ตลอด​ไม่ได้​ออก​ไป​ไหน

    “แล้ว​ยัย​คุณ​หนู​ของ​ป้า​อยู่​ไหน”

    พอ​รู้​ว่า​เพ็ญ​พร​อยู่​ใน​ครัว สโร​ชา​พุ่ง​ไป​ที่​นั่น​ทันที เห็น​ลูกเลี้ยง​แสน​ชัง​กำลัง​เช็ด​จาน​อยู่ ตะคอก​ถาม​ว่าพาใคร​เข้า​มา​ใน​บ้าน​หรือ​เปล่า เธอ​ย้อน​ถาม​ว่า​หมาย​ถึงใครสโรชา​โกรธ​ที่​เธอ​บังอาจ​มา​เล่นลิ้น แถม​แอ๊บ​ใส​ซื่อ อย่านึกว่าไม่รู้ ตน​เห็น​อยู่​เมื่อ​ครู่​นี้ แล้ว​เตือน​ว่า​บ้าน​หลัง​นี้​ตน​เป็น​คน​ดูแล จะ​พา​ใคร​เข้า​ออก​ตามใจ​ไม่ได้​ทั้งนั้น

    “ใคร​ที่​ว่า​นี่​คง​เป็น​คน​ที่​คุณ​น้า​กลัว​สิ​นะ ทำไมคะเคย​ทำ​อะไร​ไว้​กับ​ใคร​หรือ ถึง​ได้​กลัว​เขา​จะ​มา​เอา​คืน”

    “แก​พูด​บ้า​อะไร​ของ​แก แกรู้​อะไร​แล้ว​หรือ​ไง”

    “รู้​หรือ...คุณ​น้า​คิด​ว่า​หนู​รู้​อะไร​ล่ะ บางที​เรื่องที่ว่า คุณ​น้า​อาจจะ​รู้อยู่​แก่​ใจ​แล้ว​ก็ได้” โดน​คำ​พูด​จี้​ใจดำ​ของ​เพ็ญ​พร สโร​ชา​ถึง​กับ​สะอึก ก่อน​จะ​สะบัด​หน้า​เดิน​หนี เพ็ญพร​มอง​ตา​มสีหน้า​เอาเรื่อง

    “หนี?...คน​ดี​เขา​ไม่​หนี​ความ​จริง​กัน​หรอก​ค่ะคุณน้า แต่​ถ้า​คน​ชั่ว​ล่ะ​ก็ อย่า​คิด​ว่า​จะ​หนี​แพ​ร์​รี่​ไป​ได้”...

    ขณะ​ตรัย​กำลัง​ง่วน​อยู่​กับ​แฟ้ม​เอกสาร​ที่​หอบ​มา​จาก​โรงพัก สุดา​หยุด​ยืน​มอง​อย่าง​สนใจ ชม​ว่า​ขยัน​จัง แล้ว​ทรุด​ตัว​ลง​นั่ง​ข้างๆหยิบ​แฟ้ม​ใกล้​มือ​ขึ้น​มา​ดู เผื่อ​จะช่วยอะไร​เขา​ได้​บ้าง ตรัย​เอ็ด​ลั่น​ไม่​ให้​มา​จุ้นจ้าน เดี๋ยวจะ​กลายเป็น​ช่วย​ยุ่ง​มาก​กว่า​ช่วยเหลือ แล้ว​ไล่​ให้​ไป​หา​อะไร​ให้​กิน หิว​จะ​แย่​แล้ว

    “อ้าว แล้ว​ทำไม​ไม่​ไป​รับ​แฟน​พี่​ออก​ไป​หาอะไรกินล่ะ มาก​วน​น้อง​ทำไม”

    เขา​ต้อง​ไป​หา​แฟน​ของ​เขา​อยู่​แล้ว เย็น​นี้​นัด​ไป​ดู​หนัง​ด้วย​กัน สุดา​ถึง​กับ​ร้อง​เอะอะ เผลอ​หลุดปาก​ว่า​เดี๋ยวนี้​ยัย​แพ​ร์​รี่​ยอม​ออก​ไป​ดู​หนัง​กับ​เขา​แล้ว​หรือ ตรัยงง แพร์รี่​ไหน สุดา​รู้ตัว​ว่า​พลาด รีบ​แก้ตัว​น้ำ​ขุ่นๆ

    “เอ่อ พูด​ผิด น้อง​พร​อะไร​ของ​พี่​ตรัย​น่ะ​ค่ะ”

    “ทำไม น้อง​พร​เธอ​ก็​ไป​ไหน​มา​ไหน​กับ​พี่​มา​ตั้ง นานแล้ว”

    สุดา​กลัว​จะ​หลุด​คำ​พูด​อะไร​ออก​ไป​อีก ขอตัว​ไป​หา​อะไร​ให้​เขา​กิน แล้ว​เดิน​หนี​เข้า​ครัว

    ooooooo

    สโร​ชา​ร้อน​ใจ​มาก​ที่​เห็น​เดือน​ฉาย​มา​ป้วนเปี้ยน​แถว​หน้า​บ้าน รีบ​ไป​ปรึกษา​กับ​เชาวน์​ถึง​ห้อง​นอน จะ​ทำ​อย่างไร​ดี เขา​ว่า​เธอ​คิดมาก​ไป​เอง​หรือ​เปล่า เดือนฉาย​จะ​มา​หา​ใคร​ที่​นี่​ใน​เมื่อ​พร​เพ็ญ​ก็​ไม่​รู้​อะไร​ไม่​ใช่​หรือ สโร​ชา​พยัก​หน้า​รับคำ ตอน​นั้น​นัง​ลูกเลี้ยง​ของ​เธอ​ยัง​แบเบาะ ได้​แต่​นอน​แหกปาก​ร้อง​อยู่​ใน​เปล

    “ก็​นั่น​ไง แล้ว​เธอ​จะ​มา​กลัว​อะไร” เชาวน์​อ้า​ปากหาว ก่อน​จะ​ทิ้ง​ตัว​ลง​นอน​บน​เตียง สโร​ชา​ส่าย​หน้า​ระอา

    “ลุก​ขึ้น​มา​ก่อน​ได้​ไหม มา​ช่วย​ฉัน​คิด​ก่อน ถ้าเกิดว่า​เป็น​มัน​จริงๆ นัง​เดือน​ฉาย​มัน​มา​แถว​นี้​ทำไม”

    เชาวน์​ย้อน​ถาม​สโร​ชา​คิด​ว่า​เดือน​ฉาย​จะ​มาทำอะไร เธอ​กลัว​นัง​นั่น​จะ​มา​ทวง​สมบัติ ทวง​สิทธิ์​และ​ทวง​ลูก​แฝด​ของ​มัน​คืน วา​ทินี​ถือ​จาน​ใส่​ผล​ไม้​กับ​แก้ว​น้ำ​มา​ที่​หน้าห้อง​ได้ยิน​พอดี รีบ​เอา​หู​แนบ​กับ​ประตู​ห้อง แอบ​ฟัง​อย่างสนใจ​ใคร่​รู้ เชาวน์​ขอร้อง​สโร​ชา​อย่า​ตี​ตน​ไป​ก่อน​ไข้ ต่อให้เอกสิทธิ์​รู้ความ​จริง​เรื่อง​นั้น สภาพ​แบบ​เขา​จะ​ทำอะไรได้ แม้จะ​เห็น​ด้วย แต่​สโร​ชา​ยัง​กังวล​ใจ​อยู่ดี พลัน​ภาพ​ใน​อดีตผ่าน​เข้า​มา​ใน​ความ​คิด​คำนึง​ของ​เธอ

    ตอน​นั้นเดือน​ฉาย​ซึ่ง​ท้อง​แก่​ตาม​มา​ต่อว่า​สโรชา​ถึง​บ้าน​เรื่อง​ที่​เป็นชู้​กับ​เอกสิทธิ์ ไม่​คิด​ว่า​เพื่อน​จะ​ทำ​กับ​เพื่อน​แบบ​นี้ สโร​ชา​แกล้ง​ร้องไห้ คร่ำครวญ​ว่า​เธอ​กับ​เอกสิทธิ์​รัก​กัน​จริงๆ เดือน​ฉาย​ไม่​เชื่อ​คน​หน้า​เงิน​อย่างเธอ สโรชา​ยืนกราน รัก​เขา​ที่​ใจ​ไม่​ใช่​ที่​เงิน เดือน​ฉาย​ขอร้อง​ให้​เลิก​เสแสร้ง​สัก​ที ผู้หญิง​อย่าง​เธอ​ความ​จริง​แล้ว​เหมาะสม​กับ​เชาวน์​เหมือน​ผี​เน่า​กับ​โลง​ผุ ตน​ไม่​น่า​ใจดี​ช่วยเหลือ

    “โธ่ เดือน ฉัน​ไม่​เคย​ลืม​ที่​เธอ​เคย​ช่วย​เลย​นะ เธอ​คือ​เพื่อน​คน​สำคัญ​ที่สุด​ของ​ฉัน” สโร​ชา​ทำ​ที​เข้าไป​กอด

    เดือน​ฉาย​ผลัก​สุด​แรง​จน​ล้ม แล้ว​คว้า​กระเป๋า​ถือ​จะ​กลับ เชาวน์​ออก​จาก​ที่​ซ่อน ล็อก​ตัว​เธอ​จาก​ด้านหลัง เอา​ผ้า​ใส่ยา​สลบ​โปะ​หน้า เดือน​ฉาย​ดิ้นรน​สุด​ฤทธิ์แต่สู้แรง​ไม่​ไหว อึดใจ​ก็​หมด​สติ

    “ปาก​ดี​นัก ดู​สิ คราว​นี้​จะ​แก้ตัว​อย่างไร” สโรชามอง​เดือน​ฉาย​ที่นอน​แน่​นิ่ง​ก็​ยิ้ม​พอใจ พอ​เห็น​เชาวน์​ลูบ​หน้าตา​เนื้อตัว​ของ​ศัตรู​ด้วย​สีหน้า​หื่น ตวาด​ลั่น คิดจะ​ทำ​อะไร เขา​สะดุ้ง​โหยง ปฏิเสธ​ว่า​เปล่า เธอ​ห้าม​เขาแตะต้อง​นังนั่นหน้าที่​ของ​เขา​มี​แค่​เอา​มัน​ไป​ไว้​ใน​ห้อง​นอน แล้ว​เรียก​คนของ​เขา​เข้า​มา​เท่านั้น

    “จะ​เรียก​ทำไม​ให้​เปลือง​อีก​ก็​ไม่​รู้ ให้​ฉัน​จัดการ​เอง​ก็​สิ้น​เรื่อง”

    “อย่า​นอกเหนือ​คำสั่ง ฉัน​จ้าง​แก​มา​แค่​ไหน​ก็​แค่นั้น”

    เชาวน์​ตัดพ้อ ทำไม​พูด​กับ​สามี​แบบ​นี้ สโร​ชาไม่เห็น​เขา​เป็น​สามี ตั้งแต่​ตอน​ที่​ทิ้ง​เธอ​ไป​มี​คน​ใหม่แล้ว...

    สโร​ชา​จัด​ฉาก​ให้​เดือน​ฉาย​นอน​เปลือย​เปล่า​อยู่​บน​เตียง​กับ​ผู้ชาย แล้ว​พา​เอกสิทธิ์​มา​ดู เพื่อ​ให้เข้าใจผิด​ว่า​เธอ​มีชู้ เขา​โกรธ​มาก​จะ​เข้าไป​เอาเรื่อง ชาย​คนนั้นหอบ​เสื้อ​ผ้า​วิ่ง​หนี เดือน​ฉาย​พยายาม​อธิบาย​ว่า​ไม่ได้เป็นอย่างที่ ​เอกสิทธิ์​เห็น นี่​เป็น​แผน​ชั่ว​ของ​สโร​ชา แต่เขาไม่เชื่อด่าเธอ​ว่า​สำส่อน เดือน​ฉาย​โกรธ​ด่า​เขา​กลับบ้าง เอกสิทธิ์ฟิวส์ขาด ตบ​เธอ​หน้า​หัน พอ​เห็น​เธอ​เลือดกบ​ปากก็รู้สึก​ผิด สโรชา​กลัว​เขา​จะ​ใจอ่อน​รีบ​ยุแยง

    “คุณ​เอก ทำไม​ต้อง​ทำ​รุนแรง​กับ​เดือน​แบบนี้ ถึง​เดือน​จะ​มีชู้​ก็​เถอะ ไม่​น่า​ทำ​แบบ​นี้​เลย”

    เอกสิทธิ์​ตัดสินใจ​ขอ​หย่า​ขาด​จาก​เดือน​ฉาย ส่วน​เรื่อง​ลูก​ใน​ท้อง​ของ​เธอ เขา​จะ​เป็น​คน​ดูแล​เอง เธอ​ใจเด็ด ประกาศ​ลั่น ลูก​เป็น​ของ​เธอ ไม่​มี​ทาง​ให้​เขาหรือใคร เป็นอันขาด เอกสิทธิ์​ไม่​พูด​อะไร ผละ​จาก​ไป​อย่างเจ็บช้ำ เดือน​ฉาย​มอง​ตาม​ร้องไห้​โฮ ขณะ​ที่​สโร​ชา​ส่งสายตาเย้ยหยัน​ให้ ก่อน​จะ​ตาม​เขา​ออก​ไป

    ooooooo

    ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในอดีต สโรชายิ่งไม่วางใจ เชาวน์พยายามปลอบไม่ให้คิดมาก เธอกลับบอกว่า สมองของเธอมีเยอะกว่าเขาก็เลยต้องคิดมากเป็นธรรมดา แล้วเดินไปเปิดประตูห้องจะออก วาทินีกำลังเอาหูแนบประตูอยู่ ถึงกับถลาหน้าทิ่มเข้ามาในห้อง สโรชารู้ว่าเธอแอบฟังก็โกรธ

    “อย่าสู่รู้ให้มันมากนัก ถ้ายังอยากใช้ชีวิตต่อ จำเอาไว้” ขู่เสร็จ สโรชาเดินสะบัดหน้าออกจากห้อง

    “มาทวงเหรอ ใคร? แล้วทวงลูกใคร เรื่องอะไรกันแน่เนี่ย พี่เชาวน์” วาทินีหันไปทางเชาวน์ เห็นนอนหลับกรนครอกๆ ถึงกับเซ็ง “นี่ก็พึ่งพาอะไรไม่ได้สักอย่างเลย”...

    วิทวัสพาพรเพ็ญเดินหาสถานที่สำหรับจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ไปตามที่ต่างๆ พร้อมกับพูดคุยกันไป หยอกล้อกันไปอย่างสนุกสนาน มีสายเรียกเข้ามือถือของเธอ ยังไม่ทันจะรับ เขาดึงตัวไปคุยเรื่องงานเสียก่อน หลังจากเดินหาสถานที่กันจนเมื่อย ทั้งคู่นั่งพักดื่มน้ำกัน วิทวัสถามว่าเหนื่อยไหม เดินมาทั้งวัน เธอไม่เหนื่อยแถมยังสนุกอีกต่างหาก เขากระเซ้า ไม่บ่นไม่ว่าเขาแล้วหรือ

    “คุณจะบอกว่าทุกทีฉันบ่นหรือโวยวายอีกแล้วล่ะสิ”

    เขาพยักหน้าแทนคำตอบ ความจริงพรเพ็ญอยากลองเป็นคนขี้วีนดูเหมือนกัน เป็นคนจืดๆชืดๆบางทีก็น่าเบื่อ เขาอดขำไม่ได้คนอะไรเบื่อตัวเอง เธอพูดเรื่องจริง เพราะเท่าที่เห็นมาใครต่อใครมักจะชอบคนปราดเปรียว เปรี้ยวๆมากกว่าคนจืดชืด วิทวัสมองสบตาเธอสีหน้าจริงจัง ก่อนจะบอกว่ายกเว้นเขา

    “นี่คุณ ตกลงเย็นนี้ไม่ไปดูหนังกับผมจริงๆหรือ” วิทวัสเห็นท่าทางเธอลำบากใจ รีบดักคอ “คุณน้าห้ามหรือ งั้นผมขอให้เอาไหมล่ะ” พูดจบ จัดแจงหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร. พรเพ็ญยังไม่ทันจะอ้าปากห้าม มีเสียงเรียกเข้ามือถือของตัวเองดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เธอเห็นเป็นเบอร์ของน้องสาว เดินเลี่ยงออกไปรับสาย

    “โอ๊ย พี่พร เพ็ญโทร.ไปตั้งหลายรอบกว่าจะรับได้ ทำอะไรอยู่เนี่ย...ทำงาน! กับนายนั่นน่ะหรือ ไหวไหมหา! สนุก...สนุกตรงไหนเนี่ย...อืม เพ็ญเป็นคนส่งแพลนไปให้เองล่ะ พี่พรไม่ต้องทำอะไรหรอก ให้นายนั่นทำ”

    “ไม่ได้หรอก เกรงใจเขา ปกติเขาก็ทำให้แทบจะทุกอย่างอยู่แล้ว...ก็เพ็ญเองไม่ใช่หรือที่ไปท้าพนันกับเขาน่ะ...อืม ไม่เป็นไรหรอก พี่ทำได้ สนุกดี ที่จริงเขาก็ใจดีออกนะ คอยช่วยพี่ทุกอย่างเลย”

    “แหม หมู่นี้รู้สึกจะเชียร์นายนั่นออกนอกหน้าเลยนะพี่พร”

    พรเพ็ญฟังน้ำเสียงแปลกๆของน้องแล้ว ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอไม่ได้เป็นอะไร ใครจะเหมือนพี่พรที่ดูสบายอกสบายใจเหลือเกิน ส่วนเธอต้องเจอแต่เรื่อง พรเพ็ญแก้ตัวว่าไม่เป็นอย่างที่น้องคิด

    “เอาเหอะ จะทำอะไรก็ทำ เดี๋ยวเพ็ญก็หายเองล่ะ พี่พรไปสนุกต่อเถอะ แค่นี้นะ” เพ็ญพรวางสายสีหน้าเซ็ง ขณะที่พรเพ็ญถึงกับหน้าเจื่อน รู้สึกผิดที่น้องต้องเจอเรื่องไม่ดี วิทวัสย่องมาด้านหลัง ยื่นหน้าถามว่าคุยกับใคร เธอโกหกว่าเพื่อนโทร.มา เขาไม่อยากจะเชื่อ ถ้าเป็นเพื่อนจริงๆทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย

    “ไม่มีอะไรค่ะ” พรเพ็ญฝืนยิ้ม เขารีบบอกว่าเมื่อครู่นี้โทร.ไปขออนุญาตคุณน้าให้แล้ว ท่านบอกให้เราไปดูหนังกันได้เลย พรเพ็ญไม่อยากสนุกแล้วปล่อยให้น้องทุกข์ใจเพียงลำพังก็เลยปฏิเสธ วิทวัสผิดหวังอีกครั้ง

    “โทรศัพท์เมื่อครู่นี้ คุณคงนัดกับคนอื่นแล้วสินะ... ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ เดี๋ยวผมไปดูคนเดียวก็ได้”

    พรเพ็ญรู้สึกผิดต่อเขา จะอธิบายก็ทำไม่ได้ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

    ooooooo

    ณัฐพงษ์ลายออกไม่เลือกที่และเวลา เจอเลขาฯ หุ่นเซ็กซี่ถือเอกสารเกี่ยวกับงานที่เขาต้องทำมาให้อ่าน พร้อมกับส่งสายตายั่วยวน เขาอดใจไม่ไหวดึงเธอมาแนบตัว เอามือลูบไล้ไปตามขาเรียวยาวคู่สวย ก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านั้น สโรชาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ทั้งคู่เด้งออกจากกันแทบไม่ทัน เธอจ้องเลขาฯเขม็ง

    “ตำแหน่งเลขาฯอย่างเดียวนี่เงินเดือนไม่พอใช้สินะ อยากลองเปลี่ยนตำแหน่งหรือเปลี่ยนบริษัทดูบ้างไหม” เจอไม้นี้เข้าไป เลขาฯสาวถึงกับหน้าเสีย รีบก้มหน้างุดๆ ออกไป สโรชาหยิบแฟ้มเอกสารฟาดโต๊ะทำงานดังปัง ด่าลูกชายตัวเองที่ออกลายตั้งแต่วันแรก เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แค่อยากทำความรู้จักกับพนักงานเท่านั้น

    “แม่บอกแกแล้วนะ ช่วยสร้างภาพให้มันน่าเชื่อถือหน่อย”

    “รู้แล้วครับ ณัฐก็ทำอยู่นี่ไงครับ”

    สโรชาขอให้เป็นอย่างที่ปากพูดให้ตลอดรอดฝั่งเพราะเรายังต้องทำธุรกิจอีกยาว อย่าให้มีเรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้เราพังก็แล้วกัน แล้วถามว่าดูแฟ้มพวกนี้บ้างหรือยัง ณัฐพงษ์ลีลาท่าเยอะขอให้สแกนเอกสารเหล่านี้ ส่งเข้าเมลของเขา แล้วเขาจะทยอยดูเอง แม้จะไม่ชอบใจนักที่ลูกเรื่องมาก แต่สโรชาก็ต้องยอมทำตามที่ร้องขอ โดยไม่ลืมกำชับให้เขาดูแฟ้มพวกนี้ให้ละเอียด มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามตนได้ตลอด

    ณัฐพงษ์ทำทีหยิบแฟ้มขึ้นมาอ่าน พอแม่คล้อยหลัง ก็โยนมันลงบนโต๊ะ หันไปเล่นคอมพิวเตอร์แทนที่...

    ในเวลาเดียวกัน ขณะตรัยนั่งกดไอแพดอยู่ในห้องรับแขกบ้านศิลาแดง เชาวน์เดินบิดขี้เกียจเข้ามาเห็น จัดแจงจะเดินหนี เขาร้องถามว่าจะไปไหน เชาวน์ทำปากเก่ง จะไปไหนต้องรายงานให้ใครรู้ด้วยหรือ

    “ไม่หรอกครับ ยกเว้นแต่เป็นผู้ต้องหา หลังๆมาบ้านนี้ทีไร ไม่ค่อยได้เห็นคุณน้าเลยนะครับ”

    “ฉันก็มีธุระของฉัน” เชาวน์ตอบโดยไม่ยอมสบตาด้วย ตรัยซักไม่เลิก ไอ้ธุรกิจที่เขาว่า ใช่ธุรกิจเฉพาะหรือเปล่า เชาวน์ถึงกับหน้าถอดสี รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่ามารับน้องภาหรือ เขายังไม่ทันจะตอบอะไร

    อาภาพรส่งเสียงหวานแทบหยดดังขึ้นเสียก่อน “พี่ตรัยขา...วันนี้พี่ตรัยจะรับน้องภาไปเที่ยวไหนคะ”

    “วันนี้พี่ต้องพาน้องพรไปซื้อของให้คุณลุงน่ะจ้ะ เอาไว้วันหลังนะจ๊ะ” ตรัยเห็นเธอหน้างอเป็นม้าหมากรุก อ้อนว่าอย่าโกรธเขาเลย แล้วชวนเธอถ่ายรูปด้วยกัน เธอหน้าบานที่จะได้ถ่ายรูปคู่กับเขา ตรัยหยิบมือถือขึ้นชวนเชาวน์มาถ่ายด้วยกัน ทีแรกเธอไม่ยอมให้พ่อถ่ายด้วย ตรัยอ้าง อยากได้รูปถ่ายแบบครอบครัว เธอยิ้มเขินที่เขาอยากเป็นครอบครัวด้วย รีบดึงพ่อมาใกล้ๆ เชาวน์พยายามหลบกล้อง แต่เธอจับหน้าพ่อเงยขึ้น

    “อย่าเล่นตัวสิคะคุณพ่อ พี่ตรัยเขาอุตส่าห์ชวน”

    ตรัยรีบเก็บภาพไว้โดยซูมเข้าไปใกล้ใบหน้าเชาวน์ให้มากที่สุด เพ็ญพรมาเห็นพอดี มองอย่างหมั่นไส้...

    ระหว่างที่ตรัยหลอกถ่ายภาพเชาวน์เก็บไว้เป็นหลักฐาน เดือนฉายเห็นสีหน้าจ๋อยๆของพรเพ็ญแล้ว อดถามไม่ได้ว่าไม่เปลี่ยนใจไปดูหนังกับวิทวัสหรือ เธอจะไปสนุกคนเดียวได้อย่างไรในเมื่อน้องยังลำบาก

    “พร ลูกเองก็ลำบากมามากกว่าคนอื่นแล้วนะลูก เรื่องน้องนะ ยังไงแม่ก็ต้องดึงกลับมาให้ได้ พรไม่จำเป็นต้องแบกทุกเรื่องไว้นะลูก” ไม่ว่าเดือนฉายจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร พรเพ็ญก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ

    ooooooo

    เพ็ญพรยังงอนตรัยไม่หาย เดินลิ่วไปที่หน้าโรงหนังไม่ยอมรอ เขาเร่งฝีเท้าตามจนทัน ถามว่าจะดูเรื่องอะไร เธอไม่วายกวนประสาท อยากจะดูเรื่องโดเรมอน เขา กวนกลับจะดูหนังเรื่องอะไร ก็ให้ดูอายุตัวเองบ้าง

    “ทำไม ต้องแอ๊บใสเด็กแบบคุณน้องภาขา ถึงจะได้ดูหรือไง”

    ตรัยถึงบางอ้อทันที ที่แท้เพ็ญพรก็หึงที่เขาถ่ายรูปคู่กับอาภาพรและเชาวน์ เธอปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่า เขามีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้น เธอหาว่าเป็นเหตุผลกากๆ ตรัยตำหนิที่เธอพูดจาไม่น่ารัก เพ็ญพรยิ่งยียวน ลอยหน้าพูดคำว่า “กาก” ซ้ำไปซ้ำมา ตรัยเลยแกล้งหยิกแก้มสองข้างของเธอเอาคืน

    อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก วิทวัสกำลังดูโปรแกรมหนังอยู่ ได้ยินเสียงโวยวาย หันไปมอง เห็นเพ็ญพรกับตรัยหยอกกันอย่างสนิทสนม เธอเหลือบมาเห็นเขาก็ชะงัก ขณะที่วิทวัสชักสีหน้าไม่พอใจพึมพำเบาๆ

    “นี่สินะ เหตุผลที่ไม่ยอมมาด้วย”

    อึดใจ เพ็ญพรเดินเข้ามาทัก มาดูหนังหรือ เขาว่าประชดว่ายังไม่ทันข้ามวันทำเป็นลืมได้เนียนมาก น้ำเสียงห้วนๆของเขาทำให้เธอชักจะไม่พอใจ ทั้งคู่เถียงกันไปมา ตรัยอดรนทนไม่ได้ ถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เพ็ญพร แนะนำให้เขารู้จักกับวิทวัส และแนะนำวิทวัสให้รู้จักหมวดตรัย

    “มาดูหนังคนเดียวหรือครับ” ตรัยถามตามมารยาท

    “ตอนแรกก็ตั้งใจจะมาดูสองคนครับ พอดีคนที่จะมาด้วยเธอเกิดเปลี่ยนใจไปดูกับคนอื่นแล้ว” วิทวัสปรายตามองเพ็ญพรที่ยังงงๆ แต่ไม่กล้าถามอะไร “จะรังเกียจไหมล่ะครับ ถ้าผมจะขอดูด้วย”

    ตรัยถึงกับเหวอ ยังไม่ทันจะว่าอะไร วิทวัสตอบเองเสร็จสรรพว่า ตกลงเราสามคนไปดูหนังพร้อมกันเลย เพ็ญพรโวยลั่นว่าใครชวน วิทวัสกระซิบ หรืออยากดูกับไอ้หมอนี่สองต่อสอง เธอสวนทันที จะดูหนังกับใคร เขาเกี่ยวอะไรด้วย วิทวัสไม่วายแดกดัน พออยู่กับคนอื่น ร่างจริงก็ปรากฏเลยใช่ไหม

    “ดี งั้นผมจะขวางคุณอยู่อย่างนี้ล่ะ โทษฐานที่ไม่ยอมบอกความจริง”

    “ความจริงบ้าบออะไรของคุณ”

    วิทวัสขอร้องอย่ามาแอ๊บแบ๊วแถวนี้ ชวนมาดูหนังอ้างติดโน่นติดนี่ ที่แท้ก็มากับคนอื่น เพ็ญพรพอเดาออก เขาคงหมายถึงพรเพ็ญพี่สาวฝาแฝดของเธอ ก็เลยจำยอมให้เขาดูหนังด้วย ตรัยถึงกับมึนตึ้บ

    ooooooo

    ค่ำวันเดียวกัน ณัฐพงษ์กำลังเล่นการพนันออนไลน์อยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กในห้องของตัวเอง อาภาพรถือวิสาสะเปิดประตูพรวดเข้ามา เขาตกใจรีบพับหน้าจอลง พอเห็นเป็นน้องสาวตัวเอง ดึงหน้าจอกลับมาอย่างเดิม ถามว่าเข้ามาทำไม เธอไม่ตอบ เดินมาดูเขาเล่นพนัน ณัฐพงษ์นึกว่าเธอสนใจชวนเล่นพนันด้วยกัน

    “ไม่ล่ะ กลัวผีพนันมาสิงเหมือนพี่ณัฐกับคุณพ่อ แล้วที่ทำงานเป็นอย่างไรบ้าง”

    เขาต่อว่าว่ายังมีหน้ามาถาม เป็นเพราะเธอไม่ไปทำงาน ความซวยก็เลยตกมาที่เขา อาภาพรไม่เห็นจะซวยตรงไหน อยู่ในตำแหน่งอย่างนั้นจะโอนย้ายถ่ายเทเงิน ทำได้ง่ายดาย แค่หาช่องให้เจอเท่านั้น

    “แกไม่มาทำเองล่ะ ฉันเหนื่อย”

    อาภาพรกอดอกมองหน้าพี่ชาย ทำงานก็ต้องมีเหนื่อยบ้างเป็นธรรมดา จะให้สบายเหมือนเล่นบ่อนหรือปลอมเอกสารของคุณแม่ได้อย่างไร ณัฐพงษ์ตกใจ มองไปทางประตูห้องหน้าเลิ่กลั่ก สั่งให้น้องลดเสียงลง ขืนคุณแม่มาได้ยินอาจบรรลัยกันหมด แล้วเตือนเธออย่าลืมว่าหากเขาโดน เธอก็ต้องโดนด้วย

    “ไม่โดนหรอกน่า แค่นิดหน่อยเอง ก็เพราะคุณแม่นั่นแหละ อยากให้พวกเราใช้กันไม่พอเอง ช่วยไม่ได้ รอบหน้าจัดการให้ภาเหมือนเดิมด้วย แล้วก็ส่งรายละเอียดเข้าเมลภาเหมือนเดิม”...

    ตรัยถึงกับเซ็งจัด แทนที่จะได้ดูหนังอย่างมีความสุขกับหญิงที่ตัวเองหลงรัก กลับมีมารชื่อวิทวัสตามผจญ นั่งคั่นกลางหน้าตาเฉย จะคุยอะไรกันก็โดนมารผจญตำหนิ ที่นี่โรงหนังไม่ใช่ที่ที่จะมาคุยกัน ถ้าอยากคุยเชิญด้านนอก ตรัยต้องถอยไปพิงพนักเก้าอี้ ดูหนังต่อไป

    ดูหนังเสร็จ วิทวัสยังตามป่วนไม่เลิก ตรัยจะชวนเพ็ญพรไปซื้อของให้คุณลุงก่อนกลับบ้าน เขากลับบอกให้เธอไปซื้อกับเขาก็ได้ เสร็จแล้วจะได้พาไปส่งคอนโดฯ ที่พักให้ ตรัยงง คอนโดฯไหน เพ็ญพรหน้าเหลอหลาไม่รู้จะตอบอย่างไร รีบตัดบทไล่วิทวัสกลับไปก่อน ตรัยจะไปส่งเธอเอง

    “ทำไม ผมไปส่งไม่ได้เหรอ หรือคุณน้าเปลี่ยนคนไว้ใจแล้ว”

    ตรัยงงหนัก ตกลงพูดเรื่องอะไรกัน เพ็ญพรหมดความอดทน ตะคอกใส่วิทวัส ฐานพูดไม่รู้ฟังว่ามีธุระต้องไปทำไม่ได้ยินหรือ เขาถึงกับหน้าสลด เธอเองก็ตกใจ รีบปรับโทนเสียงเป็นนุ่มนวล

    “คุณกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยเจอกันที่ทำงาน”

    “โอเค ขอโทษแล้วกันที่รบกวน เชิญคุณสองคนตามสบาย” วิทวัสมองเพ็ญพรด้วยความน้อยใจ ก่อนจะปรายตามองตรัย แล้วเดินจากไป ผู้หมวดหนุ่มอดถามเธอไม่ได้ว่าที่ทำงานไหน เพ็ญพรไม่รู้จะตอบอย่างไร เดินหนีดื้อๆ ตรัยได้แต่ยืนงง

    ooooooo

    สุดาลุกขึ้นมาทำสวย หวังจะให้หมอรุจน์เหลียวมอง สารพัดจะสรรเอาผักผลไม้นานาชนิดมาแปะหน้าปิดตา นอนอย่างมีความสุขบนโซฟา แล้วเสียบหูฟังเปิดเพลงเสียงดังจนขี้หูเต้นได้ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว เชาวน์แอบงัดเข้าบ้าน มองรูปภาพตรัยที่แขวนบนผนังห้องรับแขกสีหน้ายิ้มเยาะ

    “นึกว่าแกจะตามฉันได้ฝ่ายเดียวงั้นหรือ” เชาวน์พูดจบ มองไปยังสุดาซึ่งนุ่งกางเกงขาสั้นด้วยสีหน้าหื่น “ดูให้ชัดๆนะ ยุ่งกับฉัน น้องแกต้องชดใช้” ว่าแล้วเขาหยิบหมวกไอ้โม่งมาสวม เดินไปปิดเสียงเพลง สุดาคิดว่าเป็นพี่ชายตัวเอง ร้องทักทำไมกลับบ้านเร็ว ไม่มีเสียงขานตอบ จึงหยิบมะเขือเทศที่ปิดตาออก

    พอเห็นไอ้โม่งยืนอยู่ก็ตกใจ ยังไม่ทันจะอ้าปากร้อง เชาวน์ตะครุบปากไว้ แล้วลงมือปลุกปล้ำ หมอรุจน์ขับรถมาจอดหน้าประตูรั้ว บีบแตรเรียก สุดาโดนบีบคออยู่ ร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ พยายามดิ้นหนี

    “ไอ้ตรัยเอ๊ย ไอ้ตรัย โทร.ไปก็ไม่รับ” หมอรุจน์เห็นบ้านเงียบ ตัดสินใจโทร.หาสุดาแทน

    มือถือของสุดาซึ่งตกอยู่ที่พื้นส่งสัญญาณมีสายเรียกเข้า เจ้าของมือถือยืดแขนสุดเหยียดแตะปุ่มรับสายจนได้ แต่มือถือกลับลื่นไถลห่างออกไปอีก หมอรุจน์ได้ยินแต่เสียงอู้อี้ในสาย

    “สุดา...ทำอะไรอยู่ พี่ชายของเธออยู่บ้านไหม โทร.ไปหาก็ไม่ติด...สุดาๆๆ”

    สุดาไม่สามารถพูดได้เพราะถูกอุดปากและยังถูกบีบคออีกด้วย หมอรุจน์มองมือถือในมืออย่างเซ็งๆ ก่อนจะขับรถออกไป เชาวน์ได้ยินเสียงรถที่แล่นห่างออกไป ก็เอามือออก ตบสุดาเต็มแรงสลบเหมือด จากนั้นเตรียมจะข่มขืน หมอรุจน์ย่องมาทางด้านหลังของเขา ใช้ไม้ฟาดแบบกลัวๆกล้าๆจนล้มกลิ้ง

    “ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” ไม่พูดเปล่า หมอรุจน์หลับหูหลับตาเหวี่ยงไม้เปะปะ แต่โดนเชาวน์ทุกดอกจนน่วมไปหมด ดอกสุดท้ายถูกเข้ากลางเป้า เชาวน์ทนไม่ไหวเผ่นแน่บ...

    ขณะที่สุดารอดจากถูกเชาวน์ข่มขืนมาได้หวุดหวิด เพ็ญพรพยายามอธิบายให้ตรัยซึ่งกำลังขับรถฟังว่าวิทวัสเป็นแค่คนรู้จัก แต่เขายังเซ้าซี้ถามโน่นถามนี่น่ารำคาญ เธอโมโหจับข้อมือเขาบิด ชายหนุ่มร้องลั่น

    “โอ๊ย...คุณ ผมขับรถอยู่นะ โอ๊ยๆๆ แขนผม” ตรัยใช้มืออีกข้างหนึ่งหักพวงมาลัยเข้าจอดข้างทาง แล้วดึงมือข้างที่ถูกบิดมาคลำป้อยๆ ตัดพ้อต่อว่า เอะอะๆก็ทำร้ายร่างกาย ไม่โหดไปหน่อยหรือ เธอจะโหดแต่กับพวกที่พูดไม่รู้เรื่อง ตรัยรีบออกตัวว่าไม่ใช่เป็นคนแบบนั้น

    “แต่ก็ดี โหดๆแบบนี้ค่อยสมกับเป็นแฟนตำรวจหน่อย”

    “ใครเป็นแฟนคุณ” เพ็ญพรชกแขนเขาแก้เขิน แล้วทวงถามไหนว่ามีเรื่องอะไรจะถามไม่ใช่หรือ เขาแค่ อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของน้องภา เพ็ญพรหึงไม่รู้ตัว ไล่ตะเพิดให้ไปถามน้องภาเอาเอง ตรัยขอให้เธอใจเย็นๆ ก่อน ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด แล้วหยิบไอแพดส่งให้เธอเปิดดูภาพผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่เขาตามล่าตัวอยู่ ถ้าเขาจับชายคนนี้ได้ คงสาวไปถึงนายใหญ่ได้ไม่ยาก แล้วเอื้อมมือไปขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น

    “คุณว่าหน้าคุ้นๆไหม”

    เพ็ญพรยกไอแพดขึ้นมาดูใกล้ๆ ตกใจที่เห็นเชาวน์ แม้ภาพจะไม่ชัดก็ตาม...

    ด้านหมอรุจน์ปฐมพยาบาลสุดาจนรู้สึกตัวตื่น เธอไม่ดูตาม้าตาเรือคิดว่าเขาเป็นคนร้าย ปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้า เลือดกำเดาไหล พอเห็นชัดๆว่าเป็นใครก็รีบขอโทษ แล้วละล่ำละลักว่ามีคนจะทำร้าย หมอรุจน์ไล่ไปเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่เขาจะมาหาตรัย ไม่อย่างนั้นเธอคงแย่แน่ๆ สุดาเห็นเลือดกำเดาเขายังไหลไม่หยุด กุลีกุจอเอาน้ำแข็งมาประคบให้ เขาซักเป็นการใหญ่ รู้ไหมคนร้ายเป็นใคร สุดาส่ายหน้าแทนคำตอบ

    ooooooo

    เชาวน์กลัวถูกตรัยจับได้ว่าเป็นคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติด คิดจะหนีไปกบดานจึงไปขอให้เจ้านายของเขาช่วย เจ้านายสั่งให้อยู่ไปตามปกติ ขืนหายไปตอนนี้จะยิ่งน่าสงสัย เชาวน์กลัว ถ้าตรัยรู้ว่าเป็นเขาจะทำอย่างไร

    “แกก็รู้นี่ว่าฉันจะกำจัดทุกอย่างที่มันสาวมาถึงตัวฉันแน่ ฉะนั้น ถ้าแกอยากอยู่ก็อย่าให้มันรู้ ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม” เจ้านายเดินมาตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเดินเข้าตัวบ้าน เชาวน์กลืนน้ำลายอย่างยากเย็น สมุนของเจ้านายเข้ามาข่มขู่ ถ้าเขาอยากกลับมาอยู่ในจุดเดิมก็ต้องหาทางเอาคืนส่วนที่เจ้านายเสียไป...

    อาภาพรได้ยินเสียงเพ็ญพรกลับมา รีบเข้ามาแดกดัน ไปซื้อของกันถึงโรงแรมไหน ถึงกลับมาป่านนี้ เธอเหนื่อยก็เลยไม่อยากยุ่งด้วย หันหลังจะเดินหนี อาภาพรปากเสียหาว่าเธอเล่นท่ายาก ก็เลยหมดแรง เพ็ญพรหันขวับปรี่เข้าหา เธอถอยกรูดคิดว่าจะโดนเล่นงาน เพ็ญพรแค่จับไหล่เธอไว้ มองอย่างเหยียดๆ

    “ตอนนี้ ฉันรู้สึกสมเพชเธอจริงๆเลยนะ พวกเธอเนี่ยสกปรกกันทั้งครอบครัวจริงๆ” พูดจบเพ็ญพรเดินหนี

    “สกปรกบ้าบอคอแตกอะไร ฉันอาบน้ำทุกวันนะ หน็อย สู้ไม่ได้เลยหาเรื่องชิ่งสิไม่ว่า นังน้องพร” ด่าเสร็จ อาภาพรดมๆแถวรักแร้ตัวเองพิสูจน์กลิ่น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินขึ้นบันได...

    ฝ่ายตรัยเห็นสภาพบ้านตัวเองที่ยับเยิน ถามหมอรุจน์ที่กำลังให้สุดาเอาน้ำแข็งประคบจมูกว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าโจรขึ้นบ้าน สุดาเกือบโดนปล้ำ แถมโจรยังสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ถึงกับหน้าเครียด สุดาตั้งข้อสังเกต ต้องไม่ใช่โจรธรรมดาแน่นอน เพราะบ้านของเราก็ติดป้าย ไว้หราว่าบ้านตำรวจ

    “แกทำคดีอะไรอยู่บ้างช่วงนี้ ไปเหยียบตาปลาใครเขาหรือเปล่า ไอ้ตรัย”

    “พี่ขอโทษนะสุดา จากนี้ไป เราคงต้องระวังตัวกันมากขึ้นแล้ว”

    ooooooo

    วิทวัสยังเคืองเรื่องเมื่อคืนไม่หาย ไม่อยากเจอหน้า คนหลายใจ โทร.บอกเดือนฉายว่ามีธุระต้องไปหลายแห่งก็เลยรอพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรไม่ได้ พรเพ็ญตั้งข้อ

    สังเกต เขาอาจโกรธเรื่องที่ตนไม่ไปดูหนังด้วย เดือนฉายถามแล้ว เขาไม่ได้โกรธอะไร วิทวัสเป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่มาโกรธเรื่องหยุมหยิมแค่นี้

    “ถ้าอย่างนั้นวันนี้หนูไปกับแม่ก็ได้จ้ะ”

    “ความจริงพรมีเรื่องอยากจะขอ...เอ่อ พรจะขอไปเยี่ยมคุณพ่อได้ไหมคะ”

    ทีแรกเดือนฉายไม่อนุญาต แต่ทนเสียงรบเร้าของลูกไม่ไหว จำต้องขับรถพาไปที่นั่นโดยจอดรถไว้นอกกำแพงบ้านศิลาแดง พรเพ็ญส่งข้อความเรียกให้เพ็ญพรออกมาหา เธอรีบผลุบเข้ามานั่งในรถ ต่อว่าแม่กับพี่สาวว่ามาทำไม เธอบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นห่วง พรเพ็ญจะขอสลับตัวคืน จะกลับไปดูแลพ่อเอง ส่วนน้องก็กลับไปอยู่กับแม่ เดือนฉายโวยวาย ไหนเมื่อเช้าขอแค่มาเยี่ยมพ่อเท่านั้น

    “อย่างนี้แหละดีแล้วค่ะ หนูทนให้น้องเข้าไปลำบากแทนหนูอีกไม่ได้หรอกค่ะ”

    เพ็ญพรไม่ยอมให้สลับตัว ตอนนี้ตนมีเรื่องสำคัญต้องทำ เรียบร้อยเมื่อไหร่ พวกนั้นจะโดนฉีกหน้ากาก แล้วนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดมากรีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ เดือนฉายซักเป็นการใหญ่ จะฉีกหน้ากากใคร...

    ขณะที่พี่น้องฝาแฝดต่างแย่งกันจะอยู่บ้านศิลาแดง สโรชาถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อรู้จากป้าแจ่มว่านังลูกเลี้ยงตัวดีเอาอาหารที่ตนเองเตรียมไว้ให้เอกสิทธิ์ไปทิ้งขยะ...

    ที่นอกกำแพงบ้านศิลาแดง เดือนฉายยังคาดคั้นให้เพ็ญพรสารภาพว่าแอบไปทำอะไรมา เธอโกหก แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น เดือนฉายไม่เชื่อ ขู่จะหยิกให้เนื้อเขียว หากไม่ยอมพูดความจริง พรเพ็ญเห็นแม่กับน้องแล้วไม่สบายใจ บอกให้เพ็ญพรเอามือถือมาแลกกัน เธอมองพี่สาวงงๆ แต่ก็ส่งให้

    “พบกันครึ่งทาง พี่ให้เราได้แค่สลับเสียงแล้วกัน” พูดจบพรเพ็ญลงจากรถ วิ่งปรู๊ดเข้าบ้านศิลาแดง ทั้งเดือนฉายและเพ็ญพรได้แต่ตะลึง จังหวะนั้นเชาวน์ซ้อนมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาลงไม่ห่างจากประตูรั้ว หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวใครจะเห็น แล้วรีบเปิดประตูรั้วเข้าไป

    “แหม จังหวะจะมาเหมาะอะไรขนาดนี้ พี่พรนะพี่พร” เพ็ญพรบ่นเสร็จหันมองแม่ เห็นจ้องเชาวน์ไม่วางตาก็แปลกใจ ทางด้านพรเพ็ญเดินก้มหน้าก้มตาจะเข้าตึกใหญ่ ได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด รีบหันไปมอง เห็นเชาวน์ตามเข้ามาก็สะดุ้ง เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน กลัวเธอจะเห็นว่ามากับใคร พอรู้ว่าพรเพ็ญไม่รู้ไม่เห็นอะไร ก็เบาใจรีบจ้ำพรวดๆเข้าตัวตึก เธอรอจนเขาลับสายตา จึงเดินเลี่ยงไปทางหลังบ้าน...

    ที่ห้องนอนของพรเพ็ญ เอกสิทธิ์รู้สึกตัวตื่นค่อยๆ ลืมตาขึ้น ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นสโรชาจ้องมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง

    “ดูเหมือนอะไรๆคุณจะดีขึ้นนะคะ จำได้ว่าฉันเคยบอกคุณไปครั้งหนึ่งแล้วนี่คะว่าคุณยังตายไม่ได้ แต่ก็ยังหายไม่ได้เหมือนกัน ลูกสาวคุณไม่ชอบวิธีเบาๆ ต้องโทษลูกคุณเองนะคะ” ยัยแม่เลี้ยงตัวแสบหยิบแจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆปิดหน้าเอกสิทธิ์ จากนั้นเทน้ำในแจกันใส่ผ้าจนชุ่มแนบไปกับใบหน้า เขาหายใจติดขัดเพราะผ้าเปียกน้ำบังอากาศไว้ มือเริ่มเกร็ง สโรชากดแขนเขาไว้ไม่ให้ดิ้น

    “ไม่ต้องกลัว คุณไม่ขาดใจตายหรอก แค่ขาดออกซิเจนนิดๆหน่อยๆเอง” สโรชายิ้มเหี้ยม...

    ป้าแจ่มกำลังเก็บของอยู่ในครัวเห็นพรเพ็ญเดินเข้ามาในชุดที่ต่างจากเพ็ญพรตอนก่อนจะสลับตัวกันก็ร้องทัก เปลี่ยนเสื้อผ้าจะออกไปข้างนอกหรือ เธอก้มดูเสื้อผ้าตัวเองแล้วนึกขึ้นได้ว่าเป็นคนละชุดกับของน้อง คิดคำแก้ตัวไม่ทัน เปลี่ยนเรื่องพูดหน้าตาเฉย ถามว่าสบายดีไหม ป้าแจ่มมองงงๆก่อนจะพยักหน้ารับคำ

    “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลคุณพ่อให้ตั้งนาน...

    นี่คุณน้าเตรียมอาหารให้คุณพ่อเสร็จแล้วใช่ไหมคะ พรจะได้ยกไปเลย”

    คราวนี้ป้าแจ่มงงหนัก ก็พรเพ็ญยกไปป้อนให้คุณท่านแล้ว ทำไมจะมาถามหาอีก เธอแก้ตัวว่าลืมไปแล้วขอตัวไปดูพ่อก่อน ป้าแจ่มเรียกไว้ เตือนให้ระวังสโรชาด้วย เมื่อสักครู่เธอโกรธมากที่เอาอาหารของเธอไปทิ้ง พรเพ็ญซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยว่าสโรชาวางยาในอาหารที่ให้พ่อกิน ก็ร้องเอะอะว่าเอาไปทิ้งทำไม

    “อ้าว ก็คุณหนูเป็นคนเอาไปทิ้ง...ทิ้งทำไม ป้าก็ไม่ทราบอ่ะค่ะ”

    พรเพ็ญรู้ตัวว่าขืนคุยนานไป ต้องหลุดปากพูดอะไรออกมาอีก ขอตัวไปดูพ่อก่อน คิดถึงท่านมาก ป้าแจ่มมองตามมึนตึบ ไม่เข้าใจ ทำไมคุณหนูถึงได้พูดเหมือนตัวเองไม่อยู่บ้าน ทั้งๆที่อยู่ที่นี่ตลอด

    ครู่ต่อมา พรเพ็ญมาถึงห้องนอนของตัวเอง ปราดเข้าไปกราบอกพ่อแล้วโอบกอดด้วยความคิดถึง แต่ต้องแปลกใจที่ใบหน้าของท่านชุ่มน้ำไปหมด การหายใจก็ติดๆ ขัดๆ แถมมือแข็งเกร็ง เธอกุมมือท่านไว้ แล้วมองไล่ไปทางปลายเตียงเห็นปัสสาวะไหลนองพื้น

    “ไม่เป็นไรนะคะคุณพ่อ เดี๋ยวพรเปลี่ยนให้ค่ะ ไม่เป็นไรนะคะ” พรเพ็ญเอาผ้าอ้อมผู้ใหญ่จะมาเปลี่ยนให้พ่อ พอดึงผ้าห่มออก ต้องตกใจที่เห็นบริเวณแขนของท่านมีรอยเหมือนถูกบีบเป็นจ้ำๆ ตามตัวก็มีเช่นกัน

    “นี่มันอะไรกัน คุณพ่อไปโดนอะไรมา” พรเพ็ญพึมพำสีหน้าเป็นกังวล

    ooooooo

    มีเสียงมือถือที่พรเพ็ญสลับเครื่องกับเพ็ญพรดังขึ้น แฝดผู้น้องกดรับสาย ตรัยโทร.มาเตือนอย่าเพิ่งทำ อะไรบุ่มบ่าม เธอโวยลั่นบุ่มบ่ามบ้าอะไร เดือนฉายกระแอมเป็นทำนองให้ลดเสียงลง เขาได้ยินเช่นกัน ถามว่าเสียงใคร เธอโกหกว่าเป็นเสียงคลื่นแทรก แล้วเร่งเขาจะพูดอะไรก็ว่ามา ไม่อย่างนั้นจะวางสาย

    “เป็นอย่างนี้ทุกที เอาเป็นว่าผมแค่รบกวนคุณคอยสังเกตนายเชาวน์แค่นั้น แต่ไม่ต้องถึงกับสะกดรอยตามไปไหนต่อไหนหรอกนะ ผมเป็นห่วง”

    “ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า แค่นี้นะ”

    ตรัยรีบบอกว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปหา เพ็ญพรเชิญตามสบายอยากจะมาก็แล้วแต่เขาแล้ววางสาย เดือนฉายถามเสียงเครียด มีอะไรที่ตนไม่รู้หรือเปล่า เพ็ญพรจึงต้องเล่าให้ฟังว่าสายเมื่อครู่เป็นพี่ชายของสุดา เดือนฉายซักอีก ไปสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่ได้สนิทด้วย เขาแค่แวะมาเยี่ยมพ่อบ่อยๆเท่านั้น

    “แสดงว่าเขาสนิทกับพี่พรมาก่อน แล้วเขาชอบใคร ลูกหรือพี่พร” คำพูดของแม่ทำเอาเพ็ญพรอึ้ง...

    พรเพ็ญเรียกป้าแจ่มมาถามว่าตอนที่เช็ดตัวให้พ่อเมื่อเช้า ทำอะไรกระแทกหรือเปล่า เนื้อตัวถึงได้ช้ำแบบนี้ เธอปฏิเสธว่าเปล่า เธอทำอย่างระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว

    “สองสามวันนี้ เห็นท่านดูแข็งแรงขึ้นแล้วแท้ๆ”

    “ถ้ายังไง เดี๋ยวพรจะพาคุณพ่อไปหาหมอเองค่ะ” พรเพ็ญบีบมือพ่อสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

    ทางด้านสโรชาหลงดีใจคิดว่าอาภาพรแต่งตัวสวยจะไปหาวิทวัสด้วยกัน ที่ไหนได้ ลูกจะออกไปหาเพื่อน เธอของขึ้นทันที สั่งให้ลูกโทร.ไปยกเลิกนัด แล้วไปกับเธอก่อน วิทวัสชวนไปกินข้าว

    “คุณแม่ก็ไปสิคะ เอาเลยค่ะ เขาว่ากินเด็กแล้วจะเป็นอมตะนะคะ”

    “แกนี่ก็คิดได้นะ เฮ่อ ฉันว่าจริงๆแล้วเขาตั้งใจจะชวนแกนั่นแหละ เห็นบอกอยากให้ไปร่วมงานเปิดตัวน้ำผลไม้ตัวใหม่ของเขา เห็นว่าอยากให้แกเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ ขึ้นไปเปิดตัวสินค้าของเขาด้วยนะนั่น”

    พรเพ็ญผ่านมาได้ยินพอดีถึงกับชะงัก อาภาพรบ่นอุบแค่ฟังแม่พูดก็เบื่อจะแย่แล้ว สโรชาไม่สนใจบ่นได้บ่นไป สั่งให้ลูกรอตนเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จะได้ออกไปพร้อมกัน แล้วหันมาเจอพรเพ็ญยืนอยู่ เอ็ดเสียงเขียวมาแอบฟังพวกตนคุยกันทำไม เธอปฏิเสธว่าไม่ได้แอบฟัง แล้วก้มหน้าหลบสายตา สโรชาเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของลูกเลี้ยงก็เอะใจ ก่อนจะไล่ตะเพิดให้ไปทำงานของตัว อาภาพรช่วยตะโกนไล่อีกแรงหนึ่ง แล้วโดดไปหลบหลังแม่กลัวถูกเธอลุย พรเพ็ญพยักหน้ารับคำ แล้วเดินก้มหน้างุดๆออกไป สองแม่ลูกมองตามแปลกใจ

    “คุณแม่ว่านังพรมันแปลกๆอีกแล้วไหมคะ”

    “อือ...แปลกมากๆ” สโรชาสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

    ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง วิทวัสกำลังดูเอกสารกับเมลที่เพ็ญพรส่งมาให้ พลางบ่นพึมพำ ไม่รู้จะเลือกใครเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์อีกคนหนึ่งดี แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ถอนหายใจเฮือก

    “วุ่นวายจริงๆ แล้วทำไมฉันต้องมาเตรียมโน่นเตรียมนี่ให้เธอด้วย วางแพลนไว้เอง แต่กลายเป็นฉันต้องมาทำให้ ยัยบ๊องเอ๊ย”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:12 น.