นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เพ็ญพรขยันแต่เช้า เอาเสื้อมารีดพลางแหกปากร้องเพลงฝรั่ง พร้อมกับเต้นไปด้วย ตรัยที่เพิ่งมาถึงทักว่าอารมณ์ดีจัง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอชอบเพลงพวกนี้ด้วย เธอหันมายักคิ้วให้ ร้องเพลงต่อไปไม่สนใจ

    “เตรียมชุดไปไหนหรือครับ”

    “จะเข้าไปดูงานของบริษัทคุณพ่อน่ะ”

    “ดูงานบริษัท! น้องพรเนี่ยนะจะเข้าไปดูงานบริษัท...หมู่นี้น้องพรดูแปลกไปมากนะครับ”ตรัยมองเธออย่างพิจารณา หญิงสาวรู้สึกตัว รีบกลับมาแอ๊บเป็นพรเพ็ญ ตีหน้าใสซื่อ ถามว่าแปลกตรงไหน เธอยังคงเป็นน้องพรคนเดิม ตรัยดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด ตาต่อตาประสานกันนิ่งงัน เพ็ญพรอดหวั่นไหวไม่ได้

    เขาเอามือแตะหน้าผากเธอดูว่าตัวร้อนหรือเปล่า ต้องไปหาหมอไหม เพ็ญพรได้สติ กระทืบเท้าเขาอย่างแรง จนร้องเสียงหลง แล้วผลักพ้นทางก่อนจะวิ่งหนี

    “อะไรกันเนี่ย น้องพรแปลกไปจริงๆด้วย”...

    ตรัยเก็บความสงสัยเรื่องนี้ไปถามหมอรุจน์เพื่อนซี้ เขากลับบอกว่าไม่เห็นมีอะไรต้องเป็นห่วง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสลับซับซ้อน จะแปลกไปบ้างก็ไม่เห็นผิดปกติตรงไหน ตรัยยืนกราน พรเพ็ญไม่เหมือนเดิม คล้ายจะเป็นคนละคนกัน หมอรุจน์ตั้งข้อสังเกต เธออาจจะเป็นคนสองบุคลิก

    “อย่างนี้ฉันควรจะทำอย่างไรดีวะ”

    หมอรุจน์แนะ หากเขาห่วงเธอมากก็ควรจะพามาปรึกษาหมอ ตนจะหาหมอเก่งๆทางด้านนี้ให้ ตรัยส่ายหัว จะทำแบบนั้นได้อย่างไร เธอได้ถีบเขากระเด็น หมอรุจน์งง ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่

    “แต่จะว่าไปฉันก็ชอบให้น้องพรสู้คนแบบนี้นะ ไม่ชอบให้เธอติ๋มๆแบบเมื่อก่อน”

    “ก็นี่ไงตอนเธอติ๋มก็อยากให้เธอสู้ พอเธอสู้ก็มานั่งงงอีก ฉันว่าฉันส่งแกไปหาหมอแทนคุณพรดีกว่ามั้ง”...

    ระหว่างที่ตรัยเริ่มผิดสังเกตในตัวหญิงที่ตนหลงรัก เชาวน์แอบย่องออกจากบ้านศิลาแดง ไปพบชายสวมหมวกอำพรางใบหน้าที่รออยู่หน้าบ้าน รับปากพรุ่งนี้จะตามไปแน่นอน ชายคนนั้นบอกให้เขารอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้านก็ได้ แต่เชาวน์ยืนยันจะไปด้วย ในเมื่อเป็นคนหาลูกค้าให้เจ้านาย เขาก็ต้องออกหน้า

    “ก็แล้วแต่พี่แล้วกัน ฉันไปล่ะ”

    “คราวหน้าไม่ต้องมาที่นี่นะเว้ย เดี๋ยวมีคนเห็นแล้วยุ่ง” เชาวน์พูดจบมองซ้ายมองขวา ก่อนจะรีบกลับเข้าบ้าน เจอวาทินีดักรออยู่ ซักว่าออกไปพบใคร เขาทำไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร

    “อย่ามาทำไม่รู้เรื่อง ฉันเห็นพี่คุยอะไรกับไอ้ผู้ชายท่าทางกุ๊ยๆนั่น มีแผนจะทำอะไร ทำไมไม่บอกฉันบ้าง”

    “แผนบ้าแผนบออะไรกัน คิดไปเองทั้งนั้น” เชาวน์แกล้งโมโหกลบเกลื่อน ก่อนจะเดินหนี วาทินีไม่ยอม

    รามือ ตามไปคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้ว่าสโรชาแอบมองอยู่ สีหน้าครุ่นคิดสงสัย

    ooooooo

    วิทวัสคว้าเสื้อสูทกำลังจะออกจากห้องทำงานไปหาเดือนฉาย เหมียวเลขาฯหน้าห้องของเขาเข้ามารายงานเสียก่อนว่าสโรชาโทร.มาขอนัดพบ เขาให้เธอเช็กตารางเวลาของเขาให้ก่อน ถ้าว่างตอนไหนค่อยโทร.นัดสโรชา เหมียวรับคำแล้วจะกลับออกไป เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้

    “เดี๋ยวก่อนคุณเหมียว เดี๋ยวช่วยส่งสรุปยอดเข้าเมลนี้หน่อย”

    เหมียวเห็นชื่อเมลที่เจ้านายจดให้ ก็ทักว่าใช่ของเพ็ญพร ลูกสาวของเดือนฉายหรือเปล่า วิทวัสพยักหน้ารับ อีกไม่นานเพ็ญพรก็คงเข้ามาทำงานที่นี่เต็มตัว

    “คุณแพร์รี่เธอดูคล่องแคล่วดีนะคะ จบนอกมาด้วยอย่างนี้ต้องเก่งน่าดูเลย”

    เรื่องคล่องแคล่วยังพอไหว แต่เรื่องทำงานเก่ง วิทวัสยังหวั่นใจอยู่...

    ทางด้านพรเพ็ญกลุ้มใจเรื่องงานที่แม่มอบหมายให้ทำ โทร.มาปรึกษาเพ็ญพรจะทำอย่างไรดี เธอปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป เรื่องงานปล่อยให้วิทวัสทำก็สิ้นเรื่อง แล้วเล่าให้ฟังว่าตนเองก็จะไปดูงานที่บริษัทของพ่อเช่นกัน มัวแต่เม้าท์เพลินทำน้ำในมือหก ขอตัวไปเอาผ้ามาเช็ดก่อน วางมือถือไว้บนโต๊ะ แล้ววิ่งเข้าครัวไปเอาผ้าขี้ริ้ว อาภาพรเห็นมือถือของเพ็ญพรวางอยู่ เบอร์โชว์หน้าจอมีชื่อ “เจ๊ติ๋ม” รีบยกแนบหู

    “ฮัลโหล เพ็ญ เป็นอะไรหรือเปล่า ฮัลโหล”

    อาภาพรชะงัก เพราะเสียงคุ้นหูมาก ยังไม่ทันจะพูดโต้ตอบ เพ็ญพรกระชากมือถือคืนไปเสียก่อนแล้วกดวางสายทันที ด่าเธอว่าไม่มีใครสั่งสอนเรื่องมารยาทหรือ ถึงได้เที่ยวแอบฟังโทรศัพท์คนอื่น อาภาพรโกรธที่ถูกด่าเงื้อมือจะตบ แต่เห็นเพ็ญพรเงื้อมือสู้ จำต้องล่าถอย ครู่ต่อมาอาภาพรนำเรื่องนี้ไปเล่าให้สโรชาฟังว่าเสียงที่ได้ยินในมือถือของเพ็ญพรในคราบพรเพ็ญ เสียงคุ้นมาก สโรชาถามอย่างไม่ใส่ใจนักว่าเสียงใคร

    “ภาไม่แน่ใจน่ะค่ะคุณแม่ แต่ภาว่าเสียงเหมือนตัวนังพรมันเองนั่นแหละ”

    “แม่ไม่มีเวลามาเล่นกับแกหรอกนะ แกว่าง แต่แม่ไม่ว่าง เฮ้อ ปล่อยให้พ่อแกเพี้ยนไปคนเดียวก็พอ อย่าเพี้ยนตาม แม่ขอร้อง” สโรชาเอ็ดตะโรลั่น...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน วิทวัสแวะไปที่บ้านสวนเสาวรส ไม่เจอเดือนฉายกับเคน เจอแต่พรเพ็ญ บอกให้เธอลองเช็กเมลดูว่าเลขาฯของเขาส่งสรุปรายงานมาให้หรือยัง พรเพ็ญอึกอัก โกหกว่ายังไม่ได้เช็ก ไว้คืนนี้จะค่อยดู เขาบอกให้เช็กตอนนี้เลย แล้วยื่นไอแพดในมือให้ เธอรับมาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ

    “รายงานสรุปยอดน่ะ คุณลองตรวจเช็กดูอีกที แล้วตอบลูกค้าไปเลยก็ได้”

    พรเพ็ญจำต้องเช็กเมล วิทวัสเห็นชักช้า ดึงไอแพด จะไปจัดการให้ เห็นเธอพิมพ์ชื่อ “พรเพ็ญ” แต่ยังไม่ทันเห็นนามสกุลชัดๆ เธอรีบดึงไอแพดกลับ แล้วกดลบชื่อที่พิมพ์ไว้ทิ้ง ก่อนจะคืนไอแพดให้เขา

    “ฉันค่อยเช็กคืนนี้ดีกว่า ฉันจะไปเตรียมทำกับข้าวรอคุณแม่นะคะ” พูดจบ พรเพ็ญเดินหนีเข้าครัว

    “พรเพ็ญหรือ เขียนชื่อตัวเองยังผิดเลยเหรอเนี่ย เออว่ะ ท่าทางจะเพี้ยนจริงว่ะ” วิทวัสพึมพำกับตัวเอง

    ooooooo

    เพ็ญพรอ่านสรุปรายงานที่เหมียวเมลมาให้และตอบลูกค้าไปเรียบร้อย ตอนที่เชาวน์เดินเข้ามาหา เธอรีบเปลี่ยนหน้าจอเป็นเว็บขายของได้ทันกาลก่อนที่เขาจะทันเห็น เชาวน์ทำเจ้าชู้ใส่เธอเหมือนเช่นเคย ถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ คราวนี้เธอนึกสนุกก็เลยเล่นตามน้ำไปด้วย

    “ก็ดูอะไรไปเรื่อยน่ะค่ะ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง มีแต่ของน่าซื้อเต็มไปหมดเลย”

    “เหรอจ๊ะ แล้วอยากได้อะไรบ้างไหมล่ะ”

    เข้าทางเพ็ญพรทันที ทำเสียงน่าสงสารว่าอยากได้หลายอย่าง แต่เงินไม่มี ยิ่งตอนนี้พ่อป่วยยิ่งต้องประหยัด เชาวน์หลงกล รับปากจะซื้อให้ อยากได้อะไรให้บอก แล้วฉวยโอกาสเอื้อมมือมากุมมือเพ็ญพรที่จับเม้าส์อยู่ เลื่อนเม้าส์ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อย เพ็ญพรอยากจะศอกกลับให้หงายเงิบ แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้เพราะอยากล้วงความลับจากเขา ทำทีเกรงใจไม่อยากรบกวน เขาเองก็ไม่ค่อยจะมีเงิน ยังต้องเกาะสโรชากิน

    “พูดอะไรอย่างนั้น ลุงไม่ได้เกาะอะไรน้าเค้าเลย เงินลุงเองทั้งนั้น” เชาวน์อยากอวดรวย ควักเงินขึ้นมาปึกใหญ่ เพ็ญพรทำกระดี๊กระด๊าถามว่าไปได้มาจากไหน เขาอ้างว่าได้จากการทำธุรกิจ เธออยากได้อะไรให้ชี้ได้เลย เพ็ญพรมองเงินในมือเชาวน์อย่างเคลือบแคลงใจ...

    วิทวัสชักจะเป็นห่วงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเพ็ญพรที่เรียบร้อยขึ้น แถมทำตัวเป็นกุลสตรีโดยไม่ล่วงรู้ว่าพี่น้องสองสาวสลับตัวกัน ปรึกษากับเดือนฉาย จะให้พาเธอไปพบหมอเพื่อเช็กอาการ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจมน้ำครั้งก่อนหรือเปล่าที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป เดือนฉายยืนยันว่าลูกสาวของตนไม่ได้เป็นอะไร

    “ยัยเพ็ญก็เป็นอย่างนี้ ปรู๊ดปร๊าดคาดเดาไม่ถูก วันนี้อยากจะลุกขึ้นไปเรียนทำกับข้าวก็ไปเรียน พรุ่งนี้นึกอยากเลิกก็เลิก ว่าแต่พ่อวัสเถอะ ชอบลูกสาวป้าแบบไหนล่ะ แบบตอนนี้ หรือแบบเมื่อก่อน” เดือนฉายมองคู่สนทนาแล้วอมยิ้ม วิทวัสเขินถึงกับไปไม่เป็น พรเพ็ญแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งใจคอไม่ดี กลัวจะถูกจับได้

    ooooooo

    เพ็ญพรลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้า หลังจากดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย หันไปบอกพ่อที่นอนมองตาแป๋วว่าวันนี้เธอขออนุญาตไปดูงานที่บริษัทของท่าน เธอต้องการจะรู้ความเป็นไปของที่นั่น

    “หนูไม่อยู่ คุณพ่ออย่าดื้อกับป้าแจ่มนะคะ กินข้าวกินยา ทำกายภาพด้วยนะคะ หนูไปก่อนนะคะพ่อ เดี๋ยวเย็นๆเจอกันค่ะ” เพ็ญพรก้มลงไปกอดพ่อ แล้วขยับจะไป เอกสิทธิ์พยายามขยับนิ้วเหมือนจะห้ามปราม เธอจับมือท่านไว้ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ป้าแจ่มถือถาดใส่อาหารเข้ามาให้เอกสิทธิ์พอดี เพ็ญพรฝากดูแลพ่อแทนด้วย เย็นๆเธอถึงกลับ แล้วนึกถึงอาหารของพ่อขึ้นมาได้ ถามว่าเช้านี้มีอะไรให้กิน

    “อ๋อ เป็นซุปน่ะค่ะ คุณสโรชาเธอจัดไว้ให้เหมือนเดิม คุณหนูจะแบ่งไปกินบ้างไหมคะ”

    เพ็ญพรส่ายหน้า สายตาจับจ้องที่ถ้วยซุป ก่อนจะเดินอย่างอารมณ์ดีไปที่รถ แต่ต้องหัวเสียเมื่อถูกสโรชา กับอาภาพรกีดกันไม่ยอมให้ติดรถไปที่บริษัทด้วย ลุงเติม พยายามช่วยขอร้องให้คุณหนูนั่งรถไปด้วย ที่ในรถเหลือตั้งมากมาย แต่ก็ไม่เป็นผล เพ็ญพรจำต้องเดินออกไปเรียกแท็กซี่ เจอคนขับรถแท็กซี่เจ้าเล่ห์ เห็นสถานที่ที่เธอจะไปรถติดมาก ปฏิเสธรับผู้โดยสาร อ้างปวดท้อง ขับไม่ไหว เธอเลยขับเอง...

    ระหว่างเพ็ญพรขับรถแท็กซี่บ่ายหน้าไปบริษัทของพ่อ ตรัยโทร.เข้ามือถือ เธอก็เลยไม่ได้รับสาย เขาวางมือถือ แล้วหยิบปืนขึ้นมาเช็กความพร้อม สุดารู้ทันทีว่าวันนี้พี่ชายต้องออกไปจับคนร้าย เตือนให้ระวังตัว

    เขาปฏิบัติงานภาคสนามเมื่อไหร่ เธออดเป็นห่วงไม่ได้ ตรัยขยี้ผมน้องสาวอย่างเอ็นดูรักใคร่

    “พี่เป็นตำรวจนะ ยังไงมันก็ต้องเป็นหน้าที่ที่พี่ต้องกำจัดพวกชั่วๆนี่ออกไปให้หมด”

    “ก็รู้ แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี”

    ตรัยหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเพ็ญพรอีกครั้ง

    แต่เธอก็ยังไม่รับสาย สุดากระเซ้า โทร.หาแฟนหรือ เขาพยักหน้ารับ วันนี้เธอต้องไปดูงานที่บริษัทของพ่อวันแรก ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง

    “ดาว่าที่ต้องห่วงน่ะ ไม่ใช่แฟนพี่หรอก” สุดาอมยิ้ม ขณะที่ตรัยมองน้องสาวงงๆ...

    ด้านสโรชาหวังจะฉีกหน้าลูกเลี้ยงกลางที่ประชุมใหญ่ของบริษัท แกล้งโยนหน้าที่การสรุปรายงานการประชุมให้และขอให้สรุปเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากผู้ถือหุ้นบางท่านเป็นชาวต่างชาติ โดยไม่รู้ว่าเธอคือเพ็ญพรดีกรีนักเรียนนอก ไม่ใช่พรเพ็ญที่เรียน ม.ปลายไม่จบ เพ็ญพรก้มดูสมุดที่ตัวเองจดรายละเอียดไว้ สโรชายิ้มเยาะคิดว่าเธอก้มหน้าหลบ

    “ว่าไง คงไม่ได้สินะ ไม่เป็นไร ยังดีนะที่ยัยภาอยู่ด้วย” พูดจบ สโรชาหันมองลูกสาว ต้องหุบยิ้มทันทีเพราะเธอนั่งสัปหงก “น้องภาๆจ๊ะ พอดีเมื่อคืนอยู่ช่วยงานดึกไปหน่อย” เธอแก้ต่างให้ลูก แล้วแอบหยิกให้ลูกตื่น เพ็ญพรยิ้มให้ทุกคน ก่อนจะสรุปรายงานการประชุมด้วยภาษาอังกฤษที่สำเนียงเป๊ะเว่อร์จนกรรมการทุกคนพากันทึ่งในความสามารถ ขณะที่สองแม่ลูกถึงกับตาโตอ้าปากค้าง มองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ...

    ระหว่างที่สโรชากับอาภาพรกลายเป็นฝ่ายหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ พรเพ็ญกำลังเดินชมสวนเสาวรสไปคุยกับเคนไปด้วย ได้รู้เรื่องราวคร่าวๆของที่นี่ ว่าแม่ของเธอเป็นคนทำให้สวนแห่งนี้เจริญก้าวหน้า

    “คุณแม่เป็นคนดูแลทั้งหมดเลยหรือคะ”

    “อืม แม่เราน่ะ ดูแลมาตลอด ก็ตั้งแต่เลิกกับพ่อเรา...” เคนรู้สึกตัวว่าพูดมากไป รีบเปลี่ยนเรื่อง “ตาว่าเราไปดูตรงโน้นสักหน่อยดีกว่า กิ่งมันชักจะเบียดกันหนาเกินไปแล้ว”

    พรเพ็ญอยากจะรู้เรื่องราวของแม่ใจแทบขาด แต่ไม่กล้าถาม ได้แต่เดินตามคุณตาต้อยๆ...

    เคนกับพรเพ็ญกลับถึงบ้าน ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี เขาขอตัวไปล้างมือเตรียมกินข้าว เดือนฉายเดินมาโอบพรเพ็ญลูบหัวลูบหูด้วยความรัก

    “แดดร้อนไหมลูก ไปล้างมือไป แม่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย ไม่รู้ลูกจะชอบอย่างไหน” เดือนฉายชะงักเมื่อเห็นเธอจ้องอยู่ “มีอะไรหรือเปล่าลูก มองหน้าแม่แบบนี้”

    พรเพ็ญอยากจะสารภาพความจริง แต่แล้วเปลี่ยนใจ ขอตัวไปล้างมือ กอล์ฟอดถามเดือนฉายไม่ได้ ไม่รู้จริงๆหรือว่าคุณเพ็ญชอบกินอะไร เธอยอมรับอย่างหน้าชื่นว่าไม่รู้...

    หลังเสร็จสิ้นการประชุม เพ็ญพรทำทีเข้าไปถามสโรชาที่ทั้งโกรธทั้งเสียหน้าว่าฝีมือสรุปรายงานการประชุมของตนเองพอใช้ได้ไหม เธอไม่ตอบ เดินเชิดหน้าออกไปกับอาภาพร เพ็ญพรเบ้ปากใส่ แล้วหยิบมือถือขึ้นดู เห็นมิสคอลล์จากตรัยหลายสิบครั้ง ถึงกับบ่นอุบ โทร.รัว ราวกับมีใครตาย

    ooooooo

    ณ โกดังร้าง ซึ่งคนร้ายใช้เป็นสถานส่งมอบยาเสพติด เจ้านายของเชาวน์บ่นกับเชาวน์ที่ชะเง้อคอยาวเหมือนรอใครอยู่ว่าจะให้รออีกนานไหม เขาขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน เดี๋ยวพวกนั้นก็จะมาถึงแล้ว เจ้านายเตือนอย่าให้มีอะไรพลาดก็แล้วกัน เชาวน์พยักหน้ารับ เป็นจังหวะเดียวกับกลุ่มผู้ซื้อเดินเลี้ยวหัวมุมเข้ามา

    “อย่าให้ใครเห็นหน้า” เจ้านายสั่งการ

    เชาวน์กับสมุนคนอื่นๆพากันหยิบหมวกไอ้โม่งขึ้นมาสวม โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตรัยพร้อมด้วยกำลังตำรวจซุ่มดูอยู่ไม่ห่าง พอเห็นคนร้ายเข้าไปในโกดังก็สั่งการให้จู่โจมทันที...

    ในขณะเดียวกัน สุดาร้อนใจมากที่โทร.ติดต่อพี่ชายไม่ได้ เพ็ญพรก็เลยต้องไปอยู่เป็นเพื่อนเธอที่บ้าน เผื่อเธอจะสงบใจลงบ้าง แต่ตัวเองก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้เช่นกัน...

    คนร้ายแตกกระเจิงเมื่อถูกตำรวจบุก เกิดการยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เชาวน์ซึ่งยังสวมหมวกไอ้โม่งยืนเลิ่กลั่ก ก่อนจะวิ่งหนี โชคไม่เข้าข้าง ตรัยอยู่ตรงนั้นพอดี พุ่งเข้าชาร์จ เขาต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้จับกุม แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ถูกตรัยล็อกตัวกดไว้กับพื้น แล้วดึงหมวกไอ้โม่งออก

    “เงยหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้”

    ตรัยยังไม่ทันได้เห็นหน้าเชาวน์ชัดๆ มีกระสุนนัดหนึ่งพุ่งใส่...

    เหมือนมีลางสังหรณ์สื่อถึงกัน สุดารู้สึกใจคอไม่ดี ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว จะไปตามหาพี่ชาย เพ็ญพรต้อง ดึงตัวไว้ เตือนสติให้ใจเย็นๆก่อน ถึงออกไปตามก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

    “แกก็พูดได้นี่ ไม่ใช่พี่ชายแก แกก็ไม่ต้องห่วงนี่” สุดาน้ำตาคลอเบ้า

    “แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันไม่ห่วงเขา” เพ็ญพรตกใจที่เผลอหลุดปาก รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าเป็นห่วงตรัยในฐานะที่เป็นพี่ชายของเพื่อน “ใจเย็นก่อนนะแก เชื่อฉัน เดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้เรื่องยังไง เราไปที่ สน.ที่พี่แกอยู่กัน”...

    กระสุนพุ่งเฉียดแขนตรัยเลือดไหลอาบ เชาวน์อาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนี ลูกน้องของตรัยเข้ามาช่วยประคอง ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่เป็นอะไร สั่งการให้รีบตามไปจับตัวคนร้ายคนเมื่อครู่นี้ให้ได้ แล้ววิ่งนำตำรวจนายนั้นออกไป

    ตรัยกับตำรวจไล่ตามเชาวน์มาถึงโต๊ะสนุ้กเกอร์ ผู้คนในนั้นพากันแตกฮือ นักเลงที่คุมอยู่ไม่ยอมให้เข้าเนื่องจากไม่ได้ทำอะไรผิด ตรัยอธิบายว่าไม่ได้มาจับพวกเขา แต่มาตามจับคนร้าย ขอตรวจค้น แล้วเดินสำรวจไป

    ทั่วร้าน กระทั่งพบห้องห้องหนึ่งล็อกประตูอยู่ เขาสั่งให้นักเลงเอากุญแจมาเปิด นักเลงลีลาท่ามาก อ้างกุญแจหาย ตรัยไม่ฟังเสียง ถีบประตูเข้าไป ตำรวจช่วยกันค้นห้องทุกตารางนิ้วไม่พบใคร

    “เจอแต่กัญชาที่ซ่อนไว้ครับ สงสัยไอ้คนที่หนีมันจะไม่ได้มาที่นี่จริงๆ” ตำรวจรายงาน ตรัยเจ็บใจที่คนร้ายหนีรอดไปได้...

    ด้วยความช่วยเหลือของเจ้านายตัวเอง ทำให้เชาวน์รอดพ้นเงื้อมมือตำรวจจนได้

    ooooooo

    ที่บ้านสวนเสาวรส วิทวัสเห็นพรเพ็ญนั่งอมยิ้มจับปากตัวเอง เข้ามาแซว ไม่ได้กำลังคิดถึงเขาอยู่ใช่ไหม ถูกจี้ใจดำ หญิงสาวถึงกับไปไม่เป็น รีบก้มหน้างุด

    “เออ นี่ แถวนี้เขามีงาน ไปเที่ยวด้วยกันนะ...ไม่ต้องห่วง ผมขออนุญาตแม่ของคุณแล้ว”

    ไม่นานนัก วิทวัสกับพรเพ็ญมาถึงสถานที่จัดงาน เห็นผู้คนเต้นรำอยู่บนฟลอร์กันอย่างสนุกสนาน เขาเชิญให้เธอไปเต้นตามสบาย พรเพ็ญปฏิเสธว่าเต้นไม่เป็น

    “อย่าแอ๊บ ผมเคยเห็นสเต็ปคุณมาแล้ว ไม่ธรรมดาเลย”

    พรเพ็ญถึงบางอ้อทันที ที่แท้วิทวัสคงเคยเห็นเพ็ญพรเต้น จึงได้แต่ยืนอึ้ง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

    ในระหว่างที่พรเพ็ญคิดหาทางเอาตัวรอดไม่ให้วิทวัสจับพิรุธได้ เพ็ญพรกับสุดาได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา พากันชะเง้อดู เห็นเป็นรถของตรัยก็ดีใจจะพากันออกไปหา เพ็ญพรชะงัก บอกสุดาว่ายังไม่อยากเจอเขาตอนนี้ แล้วเดินหลบออกไป ทันทีที่สุดาเห็นหน้าพี่ชายก็ต่อว่าเรื่องที่เขาไม่รับสายปล่อยให้เธอเป็นห่วง

    “เห็นแล้วล่ะ โทรศัพท์แทบพัง โทร.มาเป็นร้อยสายเนี่ย”

    สุดาเห็นเลือดที่แขน ทักว่าไปโดนอะไรมา เขาบอกเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆว่าแค่กระสุนถากเท่านั้น แล้วชวนน้องสาวเข้าบ้าน เพ็ญพรแอบมองจากนอกบ้าน ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมต้องเป็นห่วงตรัยขนาดนี้ด้วย...

    วิทวัสยังคงคะยั้นคะยอให้พรเพ็ญออกไปเต้น เธอกลับเอาแต่ก้มหน้า เขาเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่สนุก จึงชวนเธอกลับ จังหวะนั้นดีเจประจำงานประกาศทางไมโครโฟน เชิญชวนขาแดนซ์ออกมาวาดลวดลาย ใครเต้นโดนใจเขาจะได้รับตุ๊กตาน้องหมีตัวใหญ่ไปครอง วิทวัสไม่สนใจขยับจะไป พรเพ็ญดึงมือเอาไว้

    “กลับได้ไง จะบ้าหรือ...ตุ๊กตาหมี” พรเพ็ญกรีดร้องอย่างตื่นเต้น จ้ำพรวดๆไปที่ฟลอร์เต้นรำ ไม่เห็นวิทวัสเดินตาม วิ่งกลับมาฉุด “จะยืนตาโบ๋อยู่ทำไม มาเร็วๆสิคะ”

    ทันทีที่เสียงเพลงดังขึ้น ขาแดนซ์ทั้งหลายดิ้นกันกระจาย ดูเหมือนคู่ของวิทวัสกับพรเพ็ญจะเต้นอ่อนสุด เธอบอกให้เขาใส่เต็มที่ไม่อย่างนั้นไม่มีทางชนะ แล้วเต้นสุดฤทธิ์สุดเดช โดนใจดีเจเต็มๆ ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ และได้ตุ๊กตาน้องหมีเป็นรางวัล พรเพ็ญดีใจมากเผลอโดดกอดวิทวัส ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก ต่างนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกด เธอได้สติรีบเด้งออกห่าง แล้วกอดตุ๊กตาน้องหมีแทน

    ooooooo

    สโรชาไม่เห็นลูกเลี้ยงคอยอยู่รับใช้ตอนกินมื้อค่ำเหมือนอย่างเคยๆก็ถามหา ป้าแจ่มรายงานว่าคุณหนูโทร.มาบอกแล้วว่าจะกลับช้าหน่อย อาภาพรหาว่าเธอหนีเที่ยวมากกว่า ป้าแจ่มเถียงแทน

    “คุณหนูไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ คงไม่ยอมไปไหนไกลๆหรอกค่ะ เธอเป็นห่วงคุณท่าน”

    ณัฐพงษ์เดินบิดขี้เกียจเข้ามาสั่งให้ป้าแจ่มจัดจานเพิ่มอีกหนึ่งที่ ตนจะกินข้าวกับแม่ สโรชามองลูกชายอย่างรู้ทัน ดักคอว่าเงินหมดใช่ไหมถึงอยู่บ้านได้ เขาอ้อนให้แม่เปิดบัตรเครดิตให้อีกหนึ่งใบ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ แล้วหันไปไล่ป้าแจ่มให้ออกไปก่อน มีอะไรตนจะเรียกใช้เอง สโรชารอจนป้าแจ่มลับสายตา จึงหันไปเล่นงานลูกทั้งสองคนว่าพักนี้ดูเหมือนทั้งคู่จะได้อะไรง่ายเกินไป งานการก็ไม่เคยช่วยทำ ดีแต่แบมือขอเงิน

    “พี่ณัฐน่ะ น่าจะหัดทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้างนะคะ”

    “แกก็เหมือนกันยัยภา วันนี้ก็ทำฉันขายหน้าไปทีแล้ว แกรู้ไหมว่าวันนี้มีแต่คนชมนังพร ทั้งหุ้นส่วน ทั้งกรรมการ มีแต่คนบอกว่านังพรมันเก่ง สมกับเป็นลูกไอ้แก่นั่น”

    “เขาก็ชมไปอย่างนั้นล่ะค่ะคุณแม่ เขาคงไม่คิดจะเอาคนไม่จบ ม.6 มาร่วมงานหรอกค่ะ”

    “โง่ ตื้น แกคิดว่าใครมันน่าสนใจกว่าล่ะ ระหว่างเด็กยังไม่จบ ม.6 แต่พูดภาษาอังกฤษน้ำไหลไฟดับ สรุปงานได้เป็นขั้นๆ กับเด็กจบนอกแต่นั่งหลับอย่างแก...แกสองคนฟังไว้เลยนะ ต่อไปนี้แกต้องมาช่วยงานฉัน ถ้าไม่ทำก็อย่าหวังจะได้อะไรจากฉัน” สโรชาพูดจบ กระแทกช้อนในมือก่อนจะลุกออกไปอย่างอารมณ์บูด...

    ขณะที่สโรชาเล่นไม้แข็งกับลูกๆที่ไม่เอาไหนของตัวเอง พรเพ็ญซึ่งอยู่ในห้องนอนของเพ็ญพรที่บ้านสวนเสาวรส เอาตุ๊กตาน้องหมีที่ได้รางวัลมากอดไว้แน่น นึกถึงเมื่อตอนหัวค่ำที่วิทวัสเดินมาส่งหน้าบ้าน พร้อมกับยื่นตุ๊กตาน้องหมีให้ เธอขอโทษเขาเรื่องที่ชวนออกไปเต้น

    “ไม่เห็นต้องขอโทษ ผมชอบออก ชอบคุณเป็นแบบนี้ น่ารักดี” วิทวัสพูดจบล้อเลียนท่าเต้นของเธอ พรเพ็ญอายมากไล่ทุบเขาซึ่งหัวเราะไปวิ่งหนีไป เธอคิดถึงเหตุการณ์นั้นแล้วยังอายไม่หายทุบตุ๊กตาน้องหมี

    “นี่แน่ะๆๆ อีตาบ้า คนอะไรก็ไม่รู้” พรเพ็ญหยุดทุบตุ๊กตาเมื่อเหลือบเห็นเดือนฉายยืนมองอยู่ ถามว่ามีอะไรกับเธอหรือเปล่า เดือนฉายจัดของในห้อง แล้วเจออัลบั้มเล่มนี้ก็เลยเอามาให้ดู พรเพ็ญขยับเข้าไปใกล้ๆ ดูรูปถ่ายของเพ็ญพรในอัลบั้มที่ท่านเปิดไปพลางอธิบายเหตุการณ์ต่างๆในรูปไปด้วยอย่างสนใจ

    “ตอนเด็กๆเพ็ญน่ะ ทั้งแสบทั้งซนเลย ใครไปใครมาก็ชมว่าแม่น่ะใจดี เอาลูกลิงมาเลี้ยงในบ้าน”

    “น้องซนขนาดนั้นเลยหรือคะ แหม พรอยากเห็นจัง อยากได้เล่นกับน้องตั้งแต่...” พรเพ็ญรู้ตัวว่าหลุดปากก็หยุดพูด เงยหน้ามองแม่ซึ่งไม่พูดอะไร ลูบหัวเธอแล้วลุกขึ้น บอกให้เธอเข้านอนได้แล้ว ท่านก็จะไปนอนเหมือนกัน พรุ่งนี้จะได้เตรียมของใส่บาตรให้คุณตา พรเพ็ญมองตามแม่จนลับสายตา เปิดอัลบั้มดูรูปน้องสาวฝาแฝดต่อไป ขณะที่เดือนฉายออกไปยืนยิ้มทั้งน้ำตาอยู่นอกห้องคนเดียว...

    ทันทีที่กลับถึงบ้านศิลาแดง เพ็ญพรรีบเข้าไปดูเอกสิทธิ์ด้วยความเป็นห่วง เห็นท่านนอนหลับอยู่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ขอโทษที่วันนี้ไม่ได้อยู่ดูแล เนื่องจากมีธุระนิดหน่อย แล้วเล่าเรื่องที่ไปบริษัทของท่านให้ฟังว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอไม่ได้ทำอะไรให้พ่อกับพี่พรต้องขายหน้า

    “คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ ศิลาแดงของเขาจะต้องเป็นของเรา เพ็ญไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาฮุบ”

    ooooooo

    เพ็ญพรตื่นแต่เช้ามืด ไปวิ่งออกกำลังในซอยบ้าน เจอลูกหมาถูกทิ้งไว้ในกล่อง เข้าไปอุ้มจะเอากลับบ้าน แต่เห็นรถตู้คันหนึ่งขับมาจอดไม่ห่างกันนัก เธอตัดสินใจหลบมุมแอบดู เห็นเชาวน์ในสภาพสะบักสะบอมลงจากรถ เสียงคนในรถตู้ขู่ตามหลัง คราวหน้าถ้าพลาดท่าพาตนไป ซวยอีก ตายแน่ เชาวน์ยกมือไหว้ปลกๆ

    “ขอโทษจริงๆครับนาย ผมไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”

    “แกรู้ไหม คราวนี้ฉันเสียไปเท่าไหร่ แถมไอ้พวกที่โดนจับไปอีกล่ะ”

    เชาวน์กราบขอโทษอีกครั้ง รับรองคราวหน้าจะไม่ให้พลาดแน่นอน จากนั้นประตูรถตู้ปิดกระแทกอย่างแรง ก่อนรถจะแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว เชาวน์ถอนใจโล่งอก ค่อยๆเดินโซเซไปทางบ้านศิลาแดง เพ็ญพรมองตามสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ก่อนจะอุ้มน้องหมาวิ่งตามจนทันกันหน้าประตูบ้านศิลาแดงถามว่าไปไหนมาแต่เช้า

    “ก็...ก็ไปธุระนิดหน่อยน่ะจ้ะ”

    “ตายจริง แล้วนี่ทำไมสารรูปคุณลุงเป็นอย่างนี้ล่ะคะ ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาคะเนี่ย”

    เชาวน์โกหกว่าหกล้ม แล้วขยับจะเข้าข้างใน เพ็ญพรแกล้งถามว่านั่งรถแท็กซี่กลับมาหรือ ทำไมไม่ให้ส่งหน้าบ้าน แล้วทำเป็นกวาดตามองหารถ เชาวน์อยากเดินออกกำลังกายก็เลยให้แท็กซี่จอดหน้าปากซอย แล้วบ่นอุบจะถามอะไรมากมายนัก ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน

    “ท่าจะมีอะไรให้เล่นอีกแล้วสิ ใช่ไหมไอ้ตัวเล็ก” เพ็ญพรหยอกน้องหมา แล้วเดินตามเชาวน์ไปติดๆ...

    ในระหว่างที่เพ็ญพรคิดแผนการจะเล่นงานเชาวน์ พรเพ็ญซึ่งอยู่ที่บ้านสวนเสาวรส เห็นกอล์ฟนั่งดู มิวสิกวีดิโอ เข้ามาเลียบๆเคียงๆถามว่าชอบดูรายการแบบนี้ แล้วเต้นเก่งไหม เขาคุยว่าเต้นเหมือนต้นแบบเป๊ะ พรเพ็ญขอร้องให้เขาช่วยสอนให้ กอล์ฟทำเป็นอิดออดทั้งที่อยากจะโชว์สเต็ปของตัวเองใจแทบขาด แต่เอาเข้าจริง อาจารย์กับลูกศิษย์เต้นแย่พอกัน วิทวัสผ่านมาเห็นไกลๆ ยิ้มเอ็นดูกับท่าเก้ๆกังๆของเธอ

    “มิน่า แกล้งหัดเต้นให้ไม่เก่งอยู่นี่เอง ร้ายนัก”...

    ขณะเดียวกัน สโรชาปลุกอาภาพรให้ลุกขึ้น จะชวนไปพบว่าที่หุ้นส่วนคนใหม่ของตนเองด้วยกัน เธอไม่อยากไปอยากนอนมากกว่า เชิญแม่ไปคนเดียว แล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างเก่า

    “ดี ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นแม่จะยกเลิกบัตรเครดิตแกทุกใบ แล้วก็จะตัดค่าใช้จ่ายรายเดือนแกด้วย” พูดจบ สโรชาเดินปึงปังออกจากห้อง อาภาพรกลัวถูกยึดบัตรตัดเงิน รีบเด้งออกจากที่นอนทันที...

    กอล์ฟเห็นพรเพ็ญทำอะไรเสร็จเรียบร้อย จัดแจงชวนไปซื้อหมูปิ้งที่ตลาดในเมือง เดือนฉายเสียใจกับเขาด้วย วันนี้ตนจะพาลูกไปดูงานที่ออฟฟิศของวิทวัสที่กรุงเทพฯ เห็นเขาว่ามีคนสนใจจะมาร่วมธุรกิจกับเรา พรเพ็ญอิดออดไม่อยากไป เพราะไม่ค่อยจะรู้เรื่องงาน

    “แม่ถึงต้องให้หนูรู้ไง” เดือนฉายเห็นลูกมีสีหน้าเป็นกังวล ก็พูดปลอบใจ “ไม่ต้องห่วงนะลูก ให้แม่ได้ทำหน้าที่ของแม่บ้างเถอะ” คำพูดของแม่แม้จะแปลกๆ แต่พรเพ็ญก็ไม่กล้าถามอะไร

    ooooooo

    สโรชาเดินออกมากับอาภาพรจะขึ้นรถที่นายเติมจอดรออยู่หน้าบ้าน เจอน้องหมาที่เพ็ญพรเก็บมาเลี้ยงก็โวยวาย ไล่ตะเพิด เพ็ญพรเข้ามาโวยกลับจะไล่มันทำไม มันน่ารักจะตาย

    “นี่แกเอาหมาเข้ามาหรือ เอาออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

    เพ็ญพรแนะให้สโรชาเลิกยุ่งกับหมาแล้วพาสามีเก่าไปหาหมอจะดีกว่า เมื่อเช้าเธอเห็นสารรูปแล้วเหมือนไปฟัดกับอะไรมา สโรชากับอาภาพรมองหน้ากันสงสัย

    “ยังไงก็พาไปหาหมอเถอะนะคะคุณน้า เดี๋ยวจะมาตายที่บ้านซะเปล่าๆ” เพ็ญพรพูดจบ อุ้มน้องหมาเข้าข้างใน สโรชามองตามสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะเดินกลับเข้าตัวตึก

    ครู่ต่อมา สโรชาพรวดพราดเข้าไปในห้องนอนเก่าของเอกสิทธิ์พร้อมกับอาภาพร เห็นวาทินีกำลังทำแผลให้เชาวน์ซึ่งอยู่ในสภาพดูไม่จืด ไล่ทั้งอาภาพรและวาทินีออกไปรอนอกห้องก่อน ยัยสก๊อยอ้าปากจะเถียง แต่เชาวน์ส่งสายตาเป็นทำนองให้ทำตามที่สโรชาว่า รอจนได้อยู่กันตามลำพัง คุณนายทะเลเรียกป้า ถามเชาวน์เสียงเครียดว่าเกิดอะไรขึ้น เขาโกหกว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย

    “ฉันเห็นนะที่คุณคุยกับไอ้กุ๊ยที่หน้าบ้านเมื่อวาน คุณไปทำอะไรมากันแน่”

    ทีแรกเชาวน์ไม่ยอมเล่าความจริง แต่พอถูกสโรชาคาดคั้นหนักเข้า ก็ยอมเปิดปากบอกว่าไปเกี่ยวข้องกับพวกค้ายาเสพติด เธอโกรธควันแทบออกหู เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า กระชากเสื้อของเขาออกมา ไล่ให้เก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวจะพลอยทำให้ตนซวยไปด้วย เชาวน์ขอร้องให้ใจเย็นๆ ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

    “พาความซวยมาถึงบ้านแท้ๆ รีบเลยนะ เก็บของแล้วพากันระเห็จไปกับอีนังเมียใหม่ของคุณเดี๋ยวนี้เลย”

    เชาวน์เห็นสโรชารื้อข้าวของของตัวเองออกมาอุตลุด “นี่คุณหยุด ผมบอกให้หยุด ถ้าไม่หยุดผมจะแฉทุกอย่างเหมือนกันนะ อย่ามาทำเป็นคนดีให้มากนักเลย คุณกับผมมันก็ชั่วไม่ต่างกัน เราก็ทำให้คนจะตายทั้งคู่”

    “ใครจะตายจะอยู่ฉันไม่สน แต่ที่สนคือฉันจะต้องไม่เดือดร้อนไปด้วย”

    “ก็ผมบอกแล้วไง ว่าคุณจะไม่เดือดร้อน ถ้าคุณให้ผมอยู่ที่นี่ แต่ถ้าคุณไม่...มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” เชาวน์ขู่เสร็จ รีบเปลี่ยนโหมดเข้ามากอดออดอ้อน “เอาน่า ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณต้องมาซวยไปด้วย คุณรู้ไหมว่าไอ้พวกนี้นี่มันได้เงินเยอะแค่ไหน ผมแว่วๆมาว่าคุณเองกำลังสนใจธุรกิจส่งออกนี่ จริงๆถ้าเรา...”

    สโรชาไม่รอให้เขาพูดจบ สั่งให้หยุดความคิดโง่ๆ ของเขาไว้ เธอไม่มีวันร่วมมือค้ายากับเขาเด็ดขาด เชาวน์ไม่ได้บังคับ เธอไม่ร่วมมือด้วยก็ตามใจ แต่ถ้าเห็นเงินแล้วอย่าเปลี่ยนใจก็แล้วกัน สโรชาเดินสะบัดออกไปอย่างเจ็บใจ ที่เขาหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ตนเองไม่เว้นวัน

    ooooooo

    ด้วยความที่เพิ่งเคยมาหาวิทวัสที่บริษัทเป็นครั้งแรก พรเพ็ญลืมไปว่ากำลังปลอมเป็นเพ็ญพรเผลอชมห้องทำงานของเขาสวยดี เจ้าของห้องทำหน้าแปลกใจ ขณะที่เดือนฉายสีหน้าเรียบเฉย

    “ตลกตลอด ทำเป็นไม่เคยมา คราวที่แล้วยังแอบดูผมในห้องน้ำเลย” วิทวัสเห็นเธอหน้าแดงก็แซวอีก “ไม่ต้องมาทำหน้าแดงใส่ คุณยังไม่ได้เสียผีให้ผมเลยนะ”

    “ตาวัสเขาแซวเล่นน่ะลูก มานี่มา” เดือนฉายกวักมือเรียกพรเพ็ญให้มานั่งใกล้ๆ แล้วถามวิทวัสว่าคนที่สนใจเรื่องสินค้าส่งออกของเรา มาหรือยัง ได้ความว่ายังไม่มา เธอดูนาฬิกาแล้วบอกว่ามีธุระที่อื่นต้องไปต่อ วิทวัสเชิญเธอไปทำธุระได้เลย เขาจะคุยกับลูกค้าเอง เดือนฉายฝากพรเพ็ญให้อยู่ช่วยดูงานกับเขา หญิงสาวมองแม่สีหน้าไม่สู้ดีนัก

    “อยู่เรียนงานไปก่อนนะลูก อีกหน่อยลูกก็ต้องเข้ามาช่วยดูแลเหมือนกัน ตาวัส ช่วยสอนหน่อยนะ เริ่มใหม่ตั้งแต่แรกเลย”

    “คงไม่ต้องแล้วมั้งครับ ทำงานกันมาหลายครั้งแล้ว”

    เดือนฉายย้ำกับวิทวัสให้ช่วยสอนตั้งแต่แรก แล้วขอตัวไปก่อน ตอนเย็นจะแวะมารับลูกกลับ พรเพ็ญมองตามแม่ที่เดินออกจากห้องด้วยสีหน้าเป็นกังวล พอหันมาเห็นวิทวัสยักคิ้วทำหน้าทะเล้นใส่ รีบก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย เขาไม่วายแซว ความจำเสื่อมหรืออย่างไร ถึงต้องมาเริ่มสอนงานกันใหม่ พรเพ็ญได้แต่อึกอัก เขายิ่งสนุก แหย่ไม่เลิก หญิงสาวถึงกับออกปากเมื่อไหร่จะเลิกแกล้งตนสักที

    “ผมไปแกล้งอะไรคุณ กล่าวหากันชัดๆ...มาๆ เดี๋ยวจะหาว่าใจร้าย เริ่มจากไหนดี” วิทวัสหยิบแฟ้มเอกสารออกมาวางบนโต๊ะ เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี ก็เลยขอไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วเดินไปที่ประตูห้อง เขาร้องทักจะไปไหน ห้องน้ำอยู่นี่ แล้วชี้ไปที่ด้านในสุดของห้องทำงาน

    “ฉันไปเข้าข้างนอกดีกว่า” พูดจบเธอเดินออกไปเลย

    วิทวัสแซวไล่หลัง กลัวตนจะแอบดูหรือ ตนไม่ใช่พวกโรคจิตสักหน่อย พรเพ็ญออกมายืนถอนใจโล่งอกหน้าห้องทำงาน กำลังจะเดินไปหาห้องน้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูแหวมาแต่ไกล

    “เร็วๆเข้า เสียมารยาทมากเลยนะเนี่ย มาสายตั้งแต่แรกๆ”

    พรเพ็ญหันมองตามเสียงเห็นสโรชาเดินมากับอาภาพรที่บ่นกระปอดกระแปดจะรีบไปไหน เธอรีบหลบมุม เห็นทั้งคู่เคาะประตูห้องวิทวัสแล้วเปิดเข้าไป ก็อดแปลกใจไม่ได้...

    ขณะที่พรเพ็ญแคล้วคลาดจากการต้องเจอกับสโรชาอย่างหวุดหวิด ตรัยคว้าไอแพดขึ้นมาเปิดดูคลิปคนร้ายที่หนีรอดเงื้อมมือเขาไปได้ ซึ่งถูกกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อใกล้กับที่เกิดเหตุถ่ายไว้ เห็นคนร้ายถอดหมวกไอ้โม่งออก เขาขยายรูปให้ใหญ่ขึ้นเพื่อดูหน้า ถึงกับขมวดคิ้ว รีบลุกออกจากห้องทำงานทันที

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ขณะณัฐพงษ์นั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก น้องหมาตัวจิ๋ววิ่งมาเห่าใส่ เขาตะโกนเรียกป้าแจ่มมาเอาไอ้หมาบ้าตัวนี้ออกไป แต่ไม่ทันใจคว้าหมอนอิงจะขว้าง เพ็ญพรรีบวิ่งมาอุ้มน้องหมาไว้

    “หมาของฉันไม่ได้บ้านะคะ”

    “อ๋อ ของน้องพรเองหรือจ๊ะ แหมน่ารักน่าอุ้มจัง” ณัฐพงษ์เดินกรุ้มกริ่มเข้ามาหาทำท่าจะโอบทั้งคน

    ทั้งหมา เพ็ญพรขยับขาเตรียมพร้อม เขาสะดุ้งโหยงรีบหลบแทบไม่ทัน กลัวจะเจอขุนเข่ากลางเป้าเหมือนวันก่อน เพ็ญพรเบะปากใส่ แล้วหันหลังจะไป ป้าแจ่มเข้ามาถามณัฐพงษ์ว่าเรียกหาตนหรือ

    “ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว” ณัฐพงษ์ตวัดเสียงห้วนอย่างหงุดหงิด เพ็ญพรนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบส่งน้องหมาให้ป้าแจ่ม ช่วยพาไปเล่นหลังบ้าน แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินกลับมาหาณัฐพงษ์ด้วยท่าทางออดอ้อน

    “พี่ณัฐขา...คือว่าน้องพรมีเรื่องจะรบกวนพี่ณัฐนิดนึงน่ะค่ะ” ไม่อ้อนเปล่า เพ็ญพรโอบคอณัฐพงษ์ซึ่งรีบเอามือกุมกล่องดวงใจไว้ “แหมพี่ณัฐก็ บอกแล้วไงว่าน้องพรไม่ทำแบบนั้นแล้ว พี่ณัฐจะกลัวทำไมล่ะคะ”

    “แล้ว...แล้วน้องพรมีอะไรล่ะจ๊ะ”

    เพ็ญพรยิ้มหวาน ยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูเขา ทั้งคู่ไม่ทันเห็นตรัยเดินมาจากอีกทางหนึ่ง หยุดกึกกับภาพบาดตาตรงหน้า...

    ขณะสโรชานั่งคุยงานอยู่กับวิทวัส อาภาพรกลับนั่งเล่นมือถือหน้าตาเฉย เธอหันไปค้อนลูกหนึ่งวง ก่อนจะหันกลับมาบอกเขาว่าสนใจโปรเจกต์นี้ของเขา เพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุนผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จัก

    “ต้องชมคุณเดือนครับ เธอปูทางไว้เป็นอย่างดี ทางโน้นเลยให้ความไว้วางใจเป็นอย่างมาก”

    “น่าเสียดายจริงๆ เลยยังไม่มีโอกาสพบคุณเดือนอะไรนั่นเลย”

    “ไม่เป็นไรหรอกครับคราวหน้าก็ได้ จริงๆคุณเดือนมากับลูกสาวน่ะครับ พอดีแอ็กซิเดนท์นิดหน่อย”

    สโรชาทำทีสนใจ ถ้าได้เจอกันกับลูกสาวของคุณเดือนจะได้ทำความรู้จักกับอาภาพรซึ่งก็เพิ่งจบจากเมืองนอก น่าจะมาช่วยงานเขาได้เป็นอย่างดี วิทวัสหันไปยิ้มให้อาภาพร แต่เธอไม่สนใจ เอาแต่นั่งกดมือถือ สโรชาต้องสะกิดเตือน เธอถึงได้หันไปยิ้มแกนๆให้เขา

    “ลูกสาวคุณเดือนก็จบจากนอกเหมือนกัน วันนั้นก็ไปงานที่บ้านคุณสโรชานี่ครับ”

    “ตายจริง ดิฉันไม่ทราบมาก่อนเลย”

    “ผมนึกว่ารู้จักกันมาแล้ว เห็นเธอยังไปช่วยอยู่ในครัวเลยนี่ครับ”

    สองแม่ลูกมองหน้ากันงงๆ สโรชารีบออกตัวสงสัยวันนั้นเธอยุ่งมากก็เลยพลาดไป แล้วขอตัวกลับก่อน

    วันหน้าคงต้องหาเวลานัดเจอคุณเดือนอีกครั้ง วิทวัสอาสาจะจัดการให้ สโรชาสะกิดอาภาพรให้กลับกันได้แล้ว เธอถอนใจโล่งอกที่จะได้กลับสักที นั่งนานเมื่อยจะแย่แล้ว สโรชาเสียหน้ามาก รีบลากตัวลูกสาวตัวดีออกไปทันที วิทวัสลุกขึ้นส่งแทบไม่ทัน คล้อยหลังไม่กี่อึดใจ พรเพ็ญค่อยๆเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างระแวง

    วิทวัสต่อว่าว่าหายไปเข้าห้องน้ำถึงไหน ทำไมเพิ่งมา พรเพ็ญถามแบบกลัวๆกล้าๆว่าเมื่อครู่นี้คุณน้ามาทำอะไรที่นี่ วิทวัสงง คุณน้าไหน ใช่คุณสโรชาหรือเปล่า เธอพยักหน้ารับ

    “ก็มาคุยเรื่องงานน่ะสิ ว่าแต่คุณดูจะสนิทกับ

    คนบ้านนี้มากเลยนะเนี่ย คราวที่แล้วก็ไปขลุกอยู่ในครัว เอ๊ะ แต่จะว่าไปก็แปลกนะ ทำไมคุณสโรชาบอกว่าไม่เห็นคุณล่ะ”

    พรเพ็ญไม่พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย...

    ทางด้านเพ็ญพรเห็นตรัยกำลังเล่นอยู่กับน้องหมาของตัวเองอยู่ในครัว ร้องทัก มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาทำเฉยไม่พูดด้วย เธอแดกดันว่าหูตึงหรือ ถึงพูดไม่ได้ยินแล้วถามถึงแผลที่ถูกยิงเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากไหม

    “แผลแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องห่วงไม่ถึงกับตาย” ตรัยมีงอน เพ็ญพรชวนคุยเรื่องน้องหมา เขาถามคำตอบคำจนเธอทนไม่ไหวถามว่าเป็นอะไรไป ตรัยไม่วายยียวน ตนเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอต่างหากที่เพิ่งมาเปลี่ยน เพ็ญพรเถียงคอเป็นเอ็น เธอเองก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกัน

    “เหรอ งั้นคงเป็นผมเองสินะที่โง่จนดูไม่ออกว่าจริงๆแล้วคุณเป็นคนอย่างไร” ตรัยแดกดันจบหันไปบอกป้าแจ่มที่เพิ่งเข้ามาว่าขอตัวกลับก่อน ช่วยเอาของนี่จัดให้คุณลุงด้วย

    “เอ่อ...ป้าแจ่มครับ ฝากบอกน้องภาด้วยแล้วกัน พรุ่งนี้ผมจะมารับออกไปกินข้าวกัน สองต่อสอง” ประชดเสร็จ ชายหนุ่มผละไปทันที เพ็ญพรตะโกนด่าไล่หลังว่าผู้หมวดขี้เก๊ก เชิญไปกินข้าวกันให้อร่อย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์