ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    พรเพ็ญเห็นวิทวัสพาเข้าร้านอาหารก็ทักท้วง ทำไมไม่พาไปส่งคอนโดฯที่พัก เขาตัดพ้อว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า กำลังจะกินมื้อเที่ยง เธอก็โทร.มาตามเสียก่อน พรเพ็ญไม่พูดอะไรได้แต่มองตาปริบๆ

    “ไม่คิดจะเถียงอะไรบ้างเลยหรือวันนี้”

    “ก็ฉันรบกวนคุณจริงๆนี่”

    วิทวัสกระเซ้าว่าวันนี้มาโหมดพจมานหรือ ขอให้เป็นแบบนี้ทั้งวันแล้วกัน เขาชอบ น่ารักดี เจอคำชมซึ่งๆหน้า พรเพ็ญถึงกับไปไม่ถูก เขินหน้าแดง ได้แต่ก้มหน้าไม่ถามอะไรอีก...

    ที่บ้านศิลาแดง วาทินีมองซ้ายมองขวา เห็นปลอดคนคว้าข้าวของมีค่าที่ตั้งโชว์อยู่ยัดใส่กระเป๋าถือ เชาวน์มาเห็นเข้าก็ร้องถามว่าทำอะไร ริอ่านจะเป็นขโมยหรือวาทินีลอยหน้าไม่สะทกสะท้าน

    “แล้วไง ก็แค่นิดๆหน่อยๆ บ้านนี้มีตั้งเยอะหรือพี่ไม่อยากได้เงินใช้”

    เชาวน์เสียงอ่อย ยังไม่ได้พูดสักคำว่าไม่อยากได้ วาทินีตั้งข้อสังเกตว่าในห้องเมียเก่าของเขา น่าจะมีอะไรที่ได้ราคามากกว่าของพวกนี้ เขาร้องห้ามเสียงหลงขืนเข้าไปยุ่มย่ามในนั้นมีหวังบ้านแตกแน่

    “ก็แล้วแต่นะ แต่วันนี้ฉันขอก่อนแล้วกัน” พูดจบ วาทินีเดินนวยนาดออกจากบ้าน ระหว่างเดินไปที่ประตูรั้ว รถของตรัยแล่นสวนเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอตกใจโดดหนี หกล้มหน้าคะมำ ข้าวของในกระเป๋าหล่นกระจาย เสียงรถเบรกดังสนั่น เพ็ญพรลงจากรถอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอาภาพรที่ลงมายืนโงนเงน เอามือกุมขมับเพราะเวียนหัว ตรัยโวยวายลั่น ขับรถทั้งส่ายไปส่ายมา ทั้งเร็วปานจะแข่งกับพายุแบบนี้จะฆ่ากันหรือ

    “ช่วยไม่ได้ ยัยนั่นอยากมาแย่งพวงมาลัยฉันทำไมล่ะ อ้าวแล้วนั่นอะไรกองอยู่นั่น” เพ็ญพรมองไปที่วาทินีที่ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะหันมาด่าเธอว่าขับรถประสาอะไร หรือว่าต้องการเอาคืน เพ็ญพรจ้องหน้ายัยสก๊อยเขม็ง นึกถึงตอนที่พรเพ็ญถูกทำร้ายเมื่อวานก็ของขึ้น กร้าวใส่ว่าน่าจะขับรถชนให้รู้แล้วรู้รอด

    “แก อีบ้า” ไม่พูดเปล่า วาทินีเดินเข้าหา เพ็ญพรรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เอาหัวโขกดั้งจมูกอีกฝ่ายเต็มๆถึงกับเซเป็นนกปีกหัก เธอโวยวายเสียงลั่นว่าเกิดดั้งของตนเบี้ยวขึ้นมาจะว่าอย่างไร

    “ไม่ได้ตั้งใจค่ะ มันจะเป็นลม หน้ามืดก็เลยหน้าคว่ำเสียหลัก ดั้งคุณมารอเองนี่คะ”

    วาทินีเซกลับมา พรเพ็ญตัวปลอมทำเป็นยืนโงนเงนจะเป็นลม เอาหัวโขกเธอซ้ำอีกครั้ง ยัยสก๊อยถึงกับเดินขาขวิด ต้องสะบัดหัวไล่ความมึน ก่อนจะก้มเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เพ็ญพรมองตามเห็นผิดสังเกต แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร วาทินีสะพายกระเป๋า เดินลิ่วออกไปเสียก่อน

    ooooooo

    ขณะที่เพ็ญพรเริ่มเปิดศึกกับคนในบ้านศิลาแดง พรเพ็ญเอาแต่นั่งมองวิทวัสกินอาหารโดยไม่พูดไม่จาสักคำ แถมไม่แตะต้องอาหารจนเขาผิดสังเกต ทักว่าจะไม่กินอะไรสักหน่อยหรือ ปกติกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วตักอาหารใส่จานให้ บอกให้กินอะไรบ้างจะได้มีแรงเถียงเขาเหมือนที่เคยทำ พรเพ็ญมองไม่ไว้ใจ

    “คุณคงไม่ได้ใส่อะไรลงไปใช่ไหมคะ”

    “คุณจะบ้าหรือ อย่างผมเนี่ยนะจะทำอะไรคุณ ผมว่าคุณมากกว่าที่จะทำผม” วิทวัสพูดไปหัวเราะไปสายตาประสานกับพรเพ็ญที่มองมาอย่างใสซื่อ ถึงกับหยุดกึก รู้สึกเขินขึ้นมาทันที ต้องหลบสายตา ก่อนจะพูดกลบเกลื่อน “กินต่อกันเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปส่งคุณ”

    วิทวัสถูกใจโหมดพจมานของเพ็ญพรตัวปลอม อยากให้เธอเป็นแบบนี้ไปตลอด...

    อาภาพรยังเมารถไม่หาย นั่งหมดสภาพอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกบ้านศิลาแดง สโรชาเข้ามาเห็นก็อดแขวะไม่ได้ว่าไปซื้อของแค่นี้ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงเลยหรือ เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะเดินซื้อของ แต่เป็นเพราะนั่งรถฝีมือพรเพ็ญขับต่างหาก สโรชาหาว่าเธอเพ้อเจ้อนังลูกเลี้ยงนั่นขับรถไม่เป็นสักหน่อย

    “ถ้าไม่เชื่อคุณแม่ก็ลองไปถามพี่ตรัยดูเอาเองสิคะ หนูไม่ไหวแล้ว” อาภาพรพูดจบหยิบยาดมขึ้นมาดม...

    ขณะพรเพ็ญตัวปลอม มองรอบๆห้องครัวเพื่อทำความคุ้นเคย ป้าแจ่มเข้ามารายงานว่าตนเองกับลุงเติมช่วยกันพลิกตัวคุณท่านตามที่เธอสั่งแล้ว หากจะพลิกตัวอีกครั้ง ตนจะได้เข้าไปช่วย เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง เธอจัดการเองได้ ตรัยอาสาจะช่วย เธอก็ไม่ยอมไล่เขาไปดูรถตัวเอง ไม่รู้เธอขับไปเฉี่ยวอะไรหรือเปล่า

    “เดี๋ยวค่อยไปดูก็ได้ พี่อยากช่วยน้องพรก่อน”

    “ไม่เป็นไรค่ะ พี่ตรัยไปดูรถเถอะไป” เพ็ญพรพูดจบ ดันหลังตรัยออกไป...

    ไม่ได้มีแต่เพ็ญพรเท่านั้นที่แปลกที่ พรเพ็ญเองก็มองไปรอบๆห้องพักของแฝดผู้น้องอย่างไม่คุ้นเคย เช่นกัน เห็นรูปถ่ายของเธอคู่กับแม่และคุณตา หยิบขึ้นมาดู รู้สึกคุ้นหน้าเดือนฉายมาก...

    ระหว่างที่พรเพ็ญเดินสำรวจห้องพักของน้องสาว เพ็ญพรเข้ามาในห้องนอนของแฝดผู้พี่ เห็นกระดาษโน้ตจดรายการที่จะต้องทำเกี่ยวกับพ่อปิดไว้ทั่วห้อง เธอเดินมาหยุดที่เตียงนอนมองเอกสิทธิ์ด้วยสีหน้าเศร้า สักพัก เขาลืมตาขึ้น พอเห็นหน้าเธอชัดๆก็ตกใจ พยายามจะขยับมือ เพ็ญพรจับมือท่านไว้

    “ไม่ต้องห่วงนะคะคุณพ่อ ต่อไปนี้เพ็ญจะดูแลคุณพ่อเอง” พูดจบดึงผ้ามาห่มให้ แล้วออกจากห้องจะลงไปข้างล่าง สโรชาปรี่มาขวางหน้าไว้ ได้ข่าวว่าเมื่อครู่นี้เธอซิ่งรถกลับมาหรือ ไปหัดขับรถมาจากไหน

    “ก็แถวๆนี้ล่ะค่ะ” เพ็ญพรเชิดหน้ามองอย่างไม่เกรงกลัว

    “อย่าให้มันมากไปนะ พ่อเรายังนอนป่วยอยู่ ยังจะทำตัวแบบนี้อีกหรือ”

    เพ็ญพรเจตนาจะกวนประสาทจึงย้อนถามด้วยคำพูดเดียวกันว่าคุณพ่อป่วยอยู่คุณน้ายังจะทำตัวแบบนี้อีกหรือ สโรชาถึงกับปรี๊ดแตก จะด่าก็ด่าไม่ทัน เธอเดินหนีไปเสียก่อน

    ooooooo

    พฤติกรรมที่แปลกไปของพรเพ็ญไม่ใช่จะมีแต่สโรชาเท่านั้นที่เห็น ป้าแจ่มเองก็งุนงงไม่น้อยกับท่าทางกระโดกกระเดกเวลาทำกับข้าวของเธอ แต่ด้วยความกะล่อนทำให้เพ็ญพรในคราบพรเพ็ญเอาตัวรอดไปได้ ระหว่างที่ได้พูดคุยกับป้าแจ่ม เธอต้องตกใจเมื่อรู้ว่าป้าแจ่มถูกตัดเงินเดือนจนไม่เหลืออะไรจะให้ตัดอีกแล้ว

    “แหม คุณหนูอย่ามาทำตกใจ ป้าก็โดนหักป่นปี้อย่างนี้ทุกเดือนนี่คะ ที่ทนอยู่เนี่ยก็เพื่อคุณหนูกับคุณท่านสองคนเท่านั้น”

    “ไม่เป็นไรค่ะป้า ไม่ต้องกลัว ต่อไปนี้จะไม่มีใครต้องทนอีกต่อไปแล้ว”

    ท่าทางเอาเรื่องของเพ็ญพร ทำให้ป้าแจ่มอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ว่าเป็นอะไร เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ถึงได้มีอาการแบบนี้ เพ็ญพรรู้สึกตัว รีบแอ๊บเรียบร้อยเป็นพรเพ็ญ ก่อนจะซักว่าเราสองคนต้องเป็นคนทำอาหารทุกมื้อเลยหรือ ป้าแจ่มพยักหน้ารับ ยกเว้นแต่อาหารของคุณท่านเท่านั้นที่สโรชาเป็นคนจัดการ แล้วชี้ไปยังหม้อใส่อาหารที่ว่า เพ็ญพรเดินไปเปิดดูด้วยความสงสัย...

    สุดามาถึงหน้าห้องพักของเพื่อนรักอย่างกระวน กระวายใจมากเพราะเลยเวลานัดมานานพอสมควร ทันทีที่ประตูห้องพักเปิด เธอโผกอดพรเพ็ญโดยคิดว่าเป็นเพ็ญพร ขอโทษขอโพยยกใหญ่ที่มาช้า แต่แล้วเอะใจทำไมเพื่อนยืนนิ่ง รีบถอยออกดู พอเห็นคนตรงหน้าชัดๆถึงกับตะลึง

    “นี่ถ้าไม่รู้จากยัยเพ็ญมาก่อน คงไม่เชื่อว่ายัยเพ็ญมีพี่สาวฝาแฝด แถมเหมือนกันแทบแยกไม่ออก”

    “พรเองก็ยังไม่อยากเชื่อเลย เอ่อ แล้วไม่มีใครรู้เรื่องนี้ใช่ไหม”

    “ไม่มีหรอก ไม่มีใครรู้นอกจากพร ยัยเพ็ญแล้วก็ฉัน แม้แต่พี่ตรัยก็ยังไม่รู้เลย”

    พรเพ็ญไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องหลอกตรัยไปด้วย สุดาปลอบ ไม่ต้องเป็นกังวลไป แล้วถามเธอว่า ตกลงใครไปรับเธอที่ห้างฯแทนตนเอง...

    คนที่สุดาถามถึงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเดือนฉาย ซึ่งวานให้เขาช่วยไปรับเพ็ญพรที่คอนโดฯพรุ่งนี้ด้วย พอดีเธอติดธุระด่วน เขายินดีช่วยเพราะเขาเองก็มีเรื่องงานต้องไปคุยกับเธออยู่แล้ว จะได้ไปพรุ่งนี้ทีเดียวเลย

    “ครับ ไม่มีปัญหาอะไร...ไม่หรอกครับ ถ้าคุณเพ็ญเป็นแบบวันนี้นะ ใช่ครับ แบบวันนี้” วิทวัสวางสาย แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองสีหน้ายิ้มแย้ม “น่ารักแบบวันนี้”

    ooooooo

    หลังจากทำกายภาพให้พ่อเสร็จ เพ็ญพรเดินสำรวจในห้องนอน เห็นข้าวของเครื่องใช้ของพรเพ็ญเต็มไปหมด ชักสงสัย ตกลงนี่เป็นห้องของใครกันแน่ แล้วหยิบโน่นหยิบนี่ขึ้นมาดู ล้วนแต่เป็นข้าวของของผู้หญิง

    “ถ้าเป็นห้องพี่พร แล้วทำไมคุณพ่อต้องมาอยู่ห้องนี้ล่ะ” เพ็ญพรมองเอกสิทธิ์ที่นอนจ้องตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเดินออกจากห้อง สำรวจไปตามมุมต่างๆ

    ของบ้านศิลาแดง กระทั่งมาถึงห้องเดิมของเอกสิทธิ์ ยืนลังเลจะเอาอย่างไรดี ในที่สุดตัดสินใจจะเข้าไปดู ยังไม่เปิดประตู มีเสียงวาทินีตะโกนถามว่ามาทำอะไรที่ห้องของตน เธอหันมองคนพูดหัวจดเท้า ได้ข่าวว่าแค่มาอาศัยเท่านั้นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมีห้องของตัวเอง

    “แล้วทำไม ฉันมาอาศัยอยู่นี่ยังไม่เป็นบุญคุณอีกเหรอ สำนึกบ้างไหมเนี่ย ไม่ต้องมาพูดมากเลย แกคิดจะย่องเข้าหาผัวฉันใช่ไหม หน็อย วันนั้นโดนไปไม่เข็ดใช่ไหม” พูดจบยัยสก๊อยสะบัดฝ่ามือใส่ เพ็ญพรเบี่ยงตัวหลบ แล้วตบสวนเข้าเต็มๆ เธอคิดว่าฟลุก เข้าไปตบอีกชุดใหญ่ แต่พลาดเป้าหมด แถมโดนต่อยล้มกลิ้ง เสียงเอะอะทำให้สโรชาออกมาดู เอ็ดว่าทำอะไรกันเสียงดังราวกับเจ๊กตื่นไฟ แล้วมองวาทินีที่กองอยู่กับพื้น

    “อ้าว นั่นเป็นอะไรร้องครวญครางยังกับเปรตขอส่วนบุญ”

    “บ้า ก็ลูกเลี้ยงของคุณพี่สิคะ คิดจะย่องเข้าหาพี่เชาวน์ ฉันเห็นกำลังจะเปิดประตูเข้าไป”

    ทั้งเพ็ญพรและวาทินีเปิดศึกน้ำลายกัน เสียงดังลั่นบ้าน สโรชาทนไม่ไหวสั่งให้หยุด แล้วแดกดันลูกเลี้ยงจะเข้าไปเอาอะไรในห้องนั้น ทั้งรถเข็นทั้งกระโถนของเอกสิทธิ์ก็ขนไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ เธอถึงบางอ้อทันที แสดงว่านี่เป็นห้องของคุณพ่อใช่ไหม สโรชากับวาทินีมองหน้ากันฉงน จะถามทำไมในเมื่อรู้อยู่แล้ว

    “สงสัยโดนฉันตบจนสมองแตก นี่จำใส่กะโหลกไว้นะ ห้องพ่อเธอมันเป็นของฉันกับพี่เชาวน์ไปแล้ว”

    สโรชามัวแต่จ้องหน้าเอาเรื่องวาทินีที่ขี้ตู่จะเอาห้องนี้เป็นของตัว จึงไม่เห็นสายตาเคียดแค้นที่เพ็ญพร มองอยู่ เชาวน์เปิดประตูห้องออกมาโวยวายว่าทะเลาะอะไรกันหนวกหู ยัยสก๊อยรีบฟ้องว่านังคุณหนูจะย่องเข้าหาเขา เชาวน์สีหน้าหื่นขึ้นมาทันที ถามเพ็ญพรว่ามีอะไรกับลุงหรือเปล่า

    “เปล่าหรอกค่ะ หนูก็แค่จะแวะถามคุณลุงว่าเวลาเหงาๆเนี่ย เราควรจะแก้เหงายังไง” พูดจบเพ็ญพรแกล้งส่งตาหวานให้เชาวน์ แล้วเดินกระแทกไหล่วาทินีออกไป สโรชามองตามแปลกใจกับท่าทีของเธอ ส่วนวาทินีไม่พอใจมาก เล่นงานเชาวน์ยกใหญ่หาว่าไปมีอะไรกับลูกเลี้ยงของเมียเก่า เขาขี้เกียจฟังเสียงบ่นเดินหนีเข้าห้อง คว้าหมอนมาปิดหู ปล่อยให้เธอบ่นตามสบาย

    ครู่ต่อมา สโรชานำเรื่องที่ลูกเลี้ยงตัวเองชักจะเก่งกล้าสามารถผิดปกติไปเล่าให้อาภาพรฟัง เธอตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะตรัยคอยให้ท้าย นังนั่นก็เลยได้ใจ

    “ไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะคุณแม่ เดี๋ยวภาจะช่วยข่มให้หงอเหมือนเดิมเอง”

    “แกก็อย่าให้มันประเจิดประเจ้อแล้วกัน เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าเราใจร้าย รังแกมัน เอาไว้ให้พ่อมันตายก่อน ทีนี้ล่ะ แม้แต่ที่ซุกหัวนอนมันก็จะไม่มี” สโรชาตาเป็นประกายร้ายกาจ สองแม่ลูกไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่ตัวเองจะเล่นงาน ไม่ใช่พรเพ็ญผู้อ่อนแอไม่สู้คน แต่เป็นเพ็ญพรที่พร้อมจะลุย ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม...

    ทางด้านตรัยเห็นพรเพ็ญตัวปลอมนั่งหงุดหงิดอยู่ในสวน ชวนไปหาอะไรทำแก้เบื่อ เสนอจะพาเธอไปเดินเล่นในห้างฯ แล้วเลยไปดูหนังรักโรแมนติกด้วยกัน เธอไม่ชอบแก้เบื่อด้วยวิธีนี้ บอกให้เขาพาไปสนามฝึกยิงปืนแทน ระบายความหงุดหงิดใส่เป้ากระดาษ เพ็ญพรยิงเข้ากลางเป้าสามนัดซ้อน ตรัยตะลึงอ้าปากค้าง

    “น้องพรไปหัดยิงปืนตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

    “เออ...ฟลุกค่ะ ไหนขอลองใหม่นะ” เพ็ญพรลั่นกระสุนใส่เป้ากระดาษอีกชุดใหญ่ คราวนี้แกล้งยิงไม่เข้าเป้าสักนัด ตรัยถึงกับออกปาก อย่าให้ฟลุกแบบนั้นบ่อยนัก อาจมีใครตายได้ เพ็ญพรหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะชวนกลับ เขาขอไปจ่ายเงินค่าสนามก่อน เธอรอจนตรัยลับสายตา ยิงซ้ำอีกสามนัด เข้าเป้าทุกนัด

    “บอกแล้วว่าฟลุก” เพ็ญพรยิ้มสะใจ

    ooooooo

    เพ็ญพรสลับตัวกับพี่สาวฝาแฝดมาอยู่ในบ้านศิลาแดงวันแรกก็ตื่นสายเสียแล้ว ป้าแจ่มต้องเข้ามาปลุก เธอถึงได้รู้สึกตัวตื่น แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์เห็นคุณหนูยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน ถามว่าไม่สบายหรือเปล่าถึงได้ไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วแตะหน้าผากดูว่าตัวร้อนไหม

    “เปล่า ก็เมื่อคืนเพลีย แหม ซักแห้งแบบนี้ดีออก ไม่เปลืองน้ำ” เพ็ญพรกะล่อนไปได้เรื่อย

    ป้าแจ่มตบอกผาง ไม่แน่ใจตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า เพ็ญพรรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าเราต้องตื่นเช้ากันขนาดนี้เลยหรือ ป้าแจ่มพยักหน้าแทนคำตอบ เธอบอกให้ป้าแจ่มไปเตรียมอะไรไว้ก่อน เสร็จแล้วจะตามไป ไม่นานนัก เพ็ญพรอาบน้ำเสร็จ เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าของพี่สาว เห็นเสื้อผ้าแสนเชยราวกับชุดคุณป้า บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ทนอะไรก็ทนได้ แต่ให้ทนใส่เสื้อผ้าเป็นป้า ขอตายดีกว่า แล้วลองค้นในตู้ดูอีกครั้ง เจอกางเกงยีนส์ขายาวของพรเพ็ญ จัดแจงเอากรรไกรมาตัดขากลายเป็นกางเกงขาสั้นเสมอหูอย่างที่ตัวเองชอบ...

    ในเวลาเดียวกัน พรเพ็ญเห็นชุดในตู้เสื้อผ้าของน้องสาวก็ตกใจไม่แพ้กัน มีแต่เสื้อกล้าม กางเกงยีนส์สั้นกุด ตัวไหนที่ไม่ใช่ขาสั้นก็ขาดวิ่น เธอเห็นแล้วอดสงสารน้องสาวไม่ได้ที่ต้องใส่กางเกงขาดๆ ตัดใจหยิบตัวที่ขาดน้อยที่สุดมาใส่ แล้วมานั่งรอการมาถึงของแม่อย่างใจจดจ่อ แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าท่านวานให้วิทวัสมารับแทน เขาขอเข้าห้องน้ำก่อนออกเดินทาง อารามรีบร้อนเสื้อเกี่ยวประตูขาด พรเพ็ญอาสาจะซ่อมเสื้อที่ขาดให้ วิทวัสไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามเสียงลั่นว่าเธอพูดอะไร พรเพ็ญตกใจกลัวปากคอสั่น

    “เอ่อ ขอโทษค่ะ ฉันก็แค่จะเย็บเสื้อให้คุณ”

    วิทวัสถอดเสื้อทิ้งไว้ให้ แล้วรีบไปเข้าห้องน้ำ ขณะล้างมือไปพึมพำกับตัวเองไปด้วย “หูฝาด แต่ไม่ฝาด...มีแผนอะไรหรือเปล่าวะ เอาน่ะ เสื้อพังไปตัวเดียวคงไม่เป็นไร...ไหนดูสิว่า วันนี้จะมาไม้ไหน แกล้งมาเดี๋ยวจะแกล้งกลับจับจูบเสียเลย” พูดจบหัวเราะชอบใจ คว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาคลุมไหล่ แล้วออกไปที่ห้องรับแขก เห็นพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรนั่งเย็บเสื้อของเขา ท่าทางทะมัดทะแมงราวกับมืออาชีพ นิ่วหน้าแปลกใจ เธอเย็บเสร็จพอดี ยื่นเสื้อคืนให้

    “แอบใส่อะไรไว้ในเสื้อหรือเปล่า มดแดงหรือหมามุ่ย”

    พรเพ็ญส่ายหน้าแทนคำตอบ วิทวัสหยิบเสื้อมาดู แบบไม่ค่อยจะไว้ใจนัก...

    ทางด้านเพ็ญพรต้องการเอาคืนสโรชา อาภาพรและณัฐพงษ์ ลงมือเข้าครัวปรุงอาหารเช้าสูตรพิเศษให้กิน ซุปข้นสไตล์ฝรั่งหน้าตาน่ากิน แถมรสชาติก็เยี่ยมถูกยกมาเสิร์ฟให้คนละหนึ่งถ้วย ไม่ต้องมีใครชวนชิม พวกนั้นก้มหน้าก้มตากินกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่พอเพ็ญพรเฉลยว่าใส่กระดาษทิชชูกับอาหารเม็ดของน้องหมาเป็นเครื่องปรุงสูตรเด็ด สามคนแม่ลูกพากันวิ่งไปอาเจียนแทบไม่ทัน วาทินีกับเชาวน์ก็ถูกหางเลขไปด้วย

    หลังจากอาเจียนจนหมดเรี่ยวแรง เชาวน์ อาภาพร สโรชาและณัฐพงษ์ต่างพากันมานั่งสุมหัววิจารณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพรเพ็ญผู้สงบเสงี่ยมเจียมตัว ถึงได้กล้าหาญชาญชัยลุกขึ้นทำอะไรแผลงๆแบบนี้

    “ก็อย่างที่ภาบอกนั่นแหละ คงเห็นว่าพี่ตรัยให้ท้ายอยู่ก็เลยกล้า”

    “ไอ้ตำรวจขี้เก๊กนั่นน่ะหรือ” ณัฐพงษ์ไม่วายแขวะ อาภาพรห้ามเขาว่าพี่ตรัยของตนเด็ดขาด เขาด่าเธอว่าหน้าไม่อาย ตรัยยอมรับเธอเป็นแฟนแล้วหรือ อาภาพรยังไม่ทันจะอ้าปากด่า สโรชาสั่งให้หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด แล้วลุกพรวดขึ้น พอรู้ว่าเธอจะออกไปข้างนอก ทั้งอาภาพร ณัฐพงษ์และเชาวน์ต่างแบมือขอเงิน สโรชาจำต้องควักเงินให้ ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป

    ooooooo

    ระหว่างเดินทางไปบ้านสวนเสาวรส วิทวัสเห็นเพ็ญพรตัวปลอมเอาแต่นั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จา แซวว่าไม่ได้เอาปากมาจากกรุงเทพฯหรือ เธอหันมองเขาช้าๆก่อนจะหันกลับไปโดยไม่พูดอะไร

    “นั่น ทำเป็นนิ่งอีก ผมไม่หลงกลคุณหรอกน่า” วิทวัสยักคิ้วให้ ก่อนจะแกล้งขับรถส่ายไปส่ายมา

    พรเพ็ญตกใจคว้าที่จับตรงประตูรถไว้แน่น ขอร้องให้ขับรถดีๆ ขับแบบนั้นมันอันตราย วิทวัสเห็นเธอกลัว ก็คิดว่าแกล้งทำ ยิ่งสนุกขับรถส่ายไปมาจนมาติดไฟแดง พรเพ็ญไม่สนุกด้วย เปิดประตูรถจะลง เขาคว้ามือเธอไว้ สัญญาจะไม่แกล้งเธออีก เธอไม่สนใจจะลงให้ได้ เขาต้องอ้อนวอนสุดชีวิต เธอถึงได้ยอมนั่งรถต่อไป แล้วมองมือเขาที่จับมือตัวเองอยู่ วิทวัสรู้สึกตัว รีบดึงมือออกอย่างเขินๆ

    “เดี๋ยวไปต่อเลยแล้วกัน คุณเดือนคงรอแย่แล้ว”

    “สงสัยจะยังไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” พรเพ็ญมอง

    ไหล่วิทวัสไปที่ข้างประตูรถ เขามองตาม เห็นตำรวจจราจรยืนอยู่ ถึงกับหน้าเจื่อน...

    ในขณะที่วิทวัสถูกตำรวจเขียนใบสั่งฐานกีดขวางทางจราจร ป้าแจ่มตำหนิพรเพ็ญตัวปลอมเรื่องที่ไปแกล้งสโรชากับพวก เธออ้างไม่ได้ตั้งใจ แค่หยิบของมาทำอาหารผิดนิดหน่อยเท่านั้น

    “เอาน่าๆ เดี๋ยววันหลังหนูจะดูให้ดีกว่านี้ อ้อ ฝากป้าล้างจานหน่อยนะ เดี๋ยวหนูจะไปดูคุณพ่อ” พูดจบ เพ็ญพรเดินลั้ลลาออกจากห้องครัว ป้าแจ่มมองตามสงสัย

    “คุณหนูนะคุณหนู เป็นอะไรของเธอเนี่ย อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาเฮี้ยวได้ขนาดนี้ หรือจะหมดความอดทน...

    ดีค่ะ สมัยนี้นางเอกต้องสู้ค่ะ สู้ๆ”...

    ฝ่ายเพ็ญพรเข้ามาที่ห้องพี่สาว รื้อในลิ้นชักโต๊ะ เห็นอัลบั้มรูปถ่ายหยิบขึ้นมาเปิดดู ไม่พบรูปตัวเอง

    สักรูป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเราสองคนพี่น้องถึงไม่รู้เรื่องราวของกันและกัน จังหวะนั้นเสียงนาฬิกาปลุกเตือนว่าได้เวลาต้องพลิกตัวพ่อแล้ว เธอเดินไปที่เตียงค่อยๆ เปลี่ยนท่านอนให้ พร้อมกับพูดคุยกับท่านไปด้วย

    “ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ต้องปิดเรื่องของเราด้วยล่ะคะ เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่ยอมบอกพวกเราคะ เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยๆสืบเองก็ได้”...

    ขณะวิทวัสขับรถบ่ายหน้าสู่บ้านสวนเสาวรส เห็นเพ็ญพรตัวปลอมนั่งอมยิ้มแอบมองตนเองเป็นระยะๆ ตัดพ้อว่าไม่ต้องมาสมน้ำหน้าที่เขาโดนใบสั่ง เธอแก้ตัวว่าไม่ได้คิดแบบนั้น แล้วอาสาจะจ่ายเงินค่าปรับให้

    “ไม่ต้องหรอก ค่าปรับแค่นี้ ผมจ่ายเองได้”

    “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อสอนฉันไว้ว่าไม่ให้เอาเปรียบใคร”

    “คุณพ่อเหรอ ขอโทษนะ ตั้งแต่รู้จักกันมา ผมไม่เคยเจอคุณพ่อของคุณเลย”

    พรเพ็ญเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดปาก แต่งเรื่องว่าพ่ออยู่ต่างประเทศเขาก็เลยไม่เจอ แล้วรีบตัดบท อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้ ตั้งใจขับรถดีๆดีกว่า เดี๋ยวจะถูกตำรวจจับอีก เขาพยักหน้าเห็นด้วย เธอรีบเบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่างรถ ใจเต้นตึกตัก กลัวเขาจะจับพิรุธได้

    ooooooo

    เพ็ญพรกำลังดูดอกไม้ที่ปลูกไว้ในสวนบ้านศิลาแดง ตอนที่เดือนฉายโทรศัพท์มาถามว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว เธอเผลอตอบว่าอยู่บ้าน เดือนฉายร้องเอะอะ สายป่านนี้แล้ว วิทวัสยังไม่ไปรับอีกหรือ

    “รับ?...อ้าวคุณแม่ไม่ได้มารับหนูเองหรือคะ”

    “ก็แม่บอกตาวัสให้ไปรับแทนแล้วไง นี่ยังไม่ถึงอีกหรือ งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่โทร.หาตาวัสอีกที”

    หญิงสาวตกใจ รีบบอกว่าไม่ต้องโทร.จังหวะนั้นมีเสียงแตรรถดังขึ้น เธอหันมองตามเสียง เห็นรถของตรัยจอดอยู่หน้าประตูรั้ว ก็เลยโกหกแม่ว่าวิทวัสมาแล้ว ไม่ต้องโทร.ตาม แล้วรีบวางสายทันที เดือนฉายมองมือถือในมือ พร้อมกับส่ายหน้า ระอากับพฤติกรรมของลูกสาวที่นึกจะวางสายก็วาง

    “ก็อย่างนี้แหละครับ ถึงจะเป็นคุณเพ็ญตัวจริง” กอล์ฟที่กำลังช่วยเดือนฉายหิ้วของรีบแก้ตัวให้...

    ที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน วิทวัสซื้อน้ำดื่มเสร็จ เดินออกจากร้าน เห็นพรเพ็ญยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็ไม่กล้าสะกิด เพ็ญพรโทร.มาถามแฝดผู้พี่ว่าวิทวัสมารับแล้วหรือยัง

    “จ้ะ มารับเรียบร้อยแล้วจ้ะ...ได้ เดี๋ยวถึงแล้ว

    พี่โทร.บอก” พรเพ็ญวางสาย หันมาเห็นวิทวัสยืนอยู่ก็ตกใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ เขายื่นน้ำดื่มให้ เธอรับมาแต่ไม่ยอมดื่ม เขารีบออกตัวว่าดื่มได้ไม่ได้วางยา เธอไม่เข้าใจทำไมเขาถึงชอบแกล้งเธอนัก วิทวัสว่าทำแล้วสนุกดีก็เลยติดใจ พรเพ็ญไม่สนุกกับเขาด้วย

    “ก็ผมสนุก ยิ่งเห็นคุณสู้ไม่ได้เหมือนทุกทีผมยิ่งสนุก” วิทวัสยิ้มยั่ว พรเพ็ญค้อนขวับ เดินหนีขึ้นรถ...

    ตรัยซื้อชุดสวยมาฝากพรเพ็ญตัวปลอมเนื่องจากไม่อยากให้เธอใส่เสื้อผ้าเชยๆ แต่พอก้มดูกางเกงขาสั้นตัวที่เธอสวมอยู่ ถึงกับอึกอักไปไม่เป็น อาภาพรเห็นตรัยมาก็กระดี๊กระด๊าราวกับปลากระดี่ได้น้ำ ถลาไปเกาะแขนถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ให้คนไปตามตน เขาเพิ่งมาสักครู่นี้เอง

    “แล้วน้องพรมานั่งทำอะไรคะ ทำไมไม่ไปหาน้ำหาท่ามาให้พี่ตรัย”

    “พี่ตรัยเขามีขาค่ะ ถ้าหิวเดี๋ยวเขาไปหยิบกินเองได้ ใช่ไหมคะพี่ตรัย” เพ็ญพรแกล้งลากเสียงยาว

    อาภาพรโกรธจัด ขณะที่ตรัยแอบชอบใจที่เพ็ญพรกล้าหือกล้าอือ ไม่หงอเหมือนเดิม เธอขี้เกียจเถียงกับอาภาพร คว้าถุงใส่เสื้อจะกลับห้อง อาภาพรสาระแนทันทีว่านั่นถุงอะไร เธอหยิบเสื้อขึ้นมาโชว์

    “ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีพี่ตรัยเขาซื้อเสื้อมาฝากน่ะค่ะ”

    อาภาพรอยากได้บ้าง หันไปทวงถามจากตรัยซึ่งจำต้องรับปาก วันหลังจะจัดการให้

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งในห้องนอนของพรเพ็ญ สโรชายืนจ้องหน้าเอกสิทธิ์ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเดินไปนั่งข้างเตียง ลูบหน้าเขาพลางบอกว่าอย่าเพิ่งรีบหาย ขอให้เห็นแก่ตนกับลูกๆ แล้วค่อยๆเลื่อนมือไปที่ลำคอของเอกสิทธิ์ มีเสียงดังมาจากนอกห้อง ทำให้เธอชะงัก

    “ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันยังไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปหรอกจนกว่าจะเจอไอ้ที่คุณเก็บไว้”

    จังหวะนั้น เพ็ญพรเปิดประตูห้องเข้ามาเจอสโรชา ถามเสียงเขียวว่าคิดจะทำอะไร เธออ้างว่ามาดูสามีตัวเอง มีปัญหาอะไรไหม กวนเสร็จเดินออกไป เพ็ญพรรีบเข้าไปดูพ่อ เห็นสีหน้าตื่นๆ ปากคอสั่นพยายามจะพูดบางอย่าง เอามือท่านมากุมไว้

    “เธอทำอะไรคุณพ่อใช่ไหมคะ ถ้าเป็นคุณแม่ คงไม่มีวันทำร้ายคุณพ่อแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณพ่อ กับคุณแม่ถึงต้องทำเหมือนไม่เคยรักกัน ไม่เคยมีกันและกันแบบนี้”

    เอกสิทธิ์มองหน้าลูกสาว ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเขา ตอนนั้นเดือนฉายตั้งท้องได้สองเดือน เอกสิทธิ์เห่อลูกมาก เตรียมตั้งชื่อและวางแผนการล่วงหน้าเรื่องที่เรียนของลูก เธอทักท้วงยังไม่รู้เลยว่าลูกเป็นหญิงหรือชายจะรีบวางแผนไปไหน แล้วขอดูสิ่งที่เขาเขียนไว้ จังหวะนั้นสโรชาเดินร้องห่มร้องไห้เข้ามา ฟ้องว่าสามีของตนเอาเงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้เป็นทุนให้ณัฐพงษ์เรียนหนังสือไปใช้หมด เดือนฉายเคยเตือนให้เลิกกับเขาแล้วไม่ใช่หรือ เธออ้างที่ต้องทนเพราะณัฐพงษ์ยังเล็กอยู่

    “แล้วไง เป็นซิงเกิ้ลมัมก็ได้นี่ ผู้ชายแบบนี้ มีก็เหมือนไม่มีอยู่แล้ว”

    “เอาน่า พูดยากนะเรื่องแบบนี้ เอาอย่างนี้แล้วกันเรื่องเงินค่าเรียนของตาณัฐน่ะ เอาของผมไปก่อนก็ได้”

    สโรชาเกรงใจไม่อยากรบกวน เดือนฉายขอร้องให้รับเอาไว้ เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว เอกสิทธิ์ลุกออกไปหยิบเงิน สโรชามองตาม ก่อนจะออกปากว่าอิจฉาเพื่อนมากที่มีสามีดี

    “อืม เรื่องนี้ฉันก็ยอมรับว่าฉันโชคดีจริงๆ” เดือนฉายพูดพลางลูบท้องน้อยของตัวเอง สโรชามองด้วยความริษยา ก่อนจะมองไปยังทิศทางที่เอกสิทธิ์ออกไปอย่างมีแผน...

    ที่บ้านสวนเสาวรส เดือนฉายมองสมุดจดแผนการต่างๆของลูกที่เอกสิทธิ์เขียนไว้ด้วยสีหน้าเศร้า ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในอดีตก็ยิ่งเสียใจน้ำตาคลอเบ้า มีเสียงแตรรถดังขึ้น เธอปาดน้ำตาทิ้ง รีบลุกไปดู

    รถของวิทวัสแล่นมาจอดหน้าบ้าน พรเพ็ญในคราบเพ็ญพรยังนั่งนิ่งอยู่ในรถ วิทวัสกระเซ้า ทำไมไม่ลง หรือจะไปซิ่งกับตนต่อ เธอมองไปรอบบริเวณอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถลงมายืนเก้ๆกังๆ

    “อ้าว งงอะไรล่ะคุณ เป็นอะไรครับ จำบ้านตัวเองไม่ได้หรือ กอล์ฟไม่ไปช่วยหัวหน้าถือของหน่อยหรือ”

    กอล์ฟส่ายหน้า เดินไปคว้ากระเป๋าในมือพรเพ็ญ แต่เธอรั้งไว้ เขาไม่ยอมให้ถือเองดึงไปจนได้ เคนร้องทักทายหลานรักด้วยความคิดถึง พรเพ็ญมองคุณตาตัวเองงงๆ ก่อนจะยกมือไหว้สวัสดี เคนชะงักกับท่าทางสุภาพเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวานของหลานสาว กอล์ฟเห็นเดือนฉายตามมาสมทบรีบร้องบอก

    “คุณเดือน คุณเพ็ญมาแล้วเนี่ย จัดโต๊ะเลยไหม”

    “ลูกฉันยังไม่ทันได้นั่งพักเลยนะคะคุณกอล์ฟ ยกกระเป๋าคุณเพ็ญไปไว้ที่ห้องก่อน” เดือนฉายพูดจบหันมาทางลูกสาวซึ่งรีบยกมือไหว้สวัสดีแม่อย่างนอบน้อม คนถูกไหว้ถึงกับอึ้ง เหมือนจะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ พอได้อยู่ตามลำพังกับวิทวัส เดือนฉายซักเป็นชุดว่าตอนไปรับเพ็ญพรจากคอนโดฯ เธออยู่กับใครหรือเปล่า

    “ไม่มีนี่ครับ คุณเพ็ญเธอก็อยู่คนเดียว คุณเดือนสงสัยอะไรหรือครับ”

    เดือนฉายแกล้งเฉไฉว่าไม่มีอะไร ก็แค่ถามดูเท่านั้น...

    ไม่ได้มีแต่เดือนฉายที่เห็นความผิดปกติของ เพ็ญพร กอล์ฟเองก็รู้สึกแปลกๆที่เธอใช้สรรพนามแทน ตัวเองว่าหนู และเรียกเขาว่าพี่ แต่ไม่ติดใจสงสัย อะไร คิดว่าเธอแกล้ง ขอร้องให้กลับไปเรียกกอล์ฟเหมือนเดิมแล้วชวนเธอวันพรุ่งนี้เข้าสวน ไปเก็บลูก ที่มันสุกๆ มากินกัน พรเพ็ญอดถามไม่ได้ว่าลูกอะไร

    “ก็เสาวรสไง นี่! จะกวนไปถึงไหนครับ คุณเพ็ญนี่เล่นไม่เลิกแฮะ กอล์ฟไม่สนแล้ว ลงไปรอที่โต๊ะดีกว่าหิวแล้ว” กอล์ฟพูดจบ เดินออกไป ปล่อยให้พรเพ็ญนั่งอยู่ในห้องนอนของเพ็ญพรเพียงลำพัง

    ooooooo

    ณ บ้านศิลาแดง ขณะเพ็ญพรกำลังช่วยป้าแจ่มกับลุงเติมเด็ดผักเตรียมทำมื้อเย็น อาภาพรควงแขนตรัยเข้ามาบอกป้าแจ่มว่าไม่ต้องจัดอาหารเผื่อ ตนจะไปกินดินเนอร์กับเขา

    “เอ่อ พี่จะมาชวนน้องพรน่ะครับ”

    “พี่ตรัย น้องพรต้องดูคุณลุงนะคะ จะไปได้อย่างไร” อาภาพรกันท่าสุดฤทธิ์ เพ็ญพรหมั่นไส้ ก็เลยพูดจายียวนใส่ ก่อนสองสาวจะมีเรื่องกัน มีเสียงมือถือของตรัยดังขึ้นเสียก่อน

    “ฮัลโหล...ได้ๆๆ จะไปเดี๋ยวนี้...น้องพรครับ ไว้พี่จะแวะมาเยี่ยมคุณลุงใหม่นะครับ”

    “โอ๊ยคุณ ไม่ว่างก็ไม่ต้องมาหรอก มาอะไรบ่อยๆ บ้านช่องไม่มีอยู่หรือไง” เพ็ญพรตะโกนไล่หลัง

    ทั้งป้าแจ่มและลุงเติมต่างตกใจ อาภาพรมองตามตรัยที่เดินออกไปอย่างเคืองๆ แล้วหันมาด่าเพ็ญพรว่าเป็นตัวซวย ตัวขัดลาภ ยังด่าไม่ทันจบ ก็ถูกเธอสลัดน้ำในผักที่กำลังเด็ดใส่จนต้องหลบให้วุ่น

    “ซวยหรือ รดน้ำมนต์สักหน่อยเร็ว ไล่เสนียด ชิ้วๆๆ” แค่สะบัดน้ำยังไม่สะใจ เพ็ญพรทำท่าจะยกกะละมังแช่ผักสาด อาภาพรเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี ป้าแจ่มกับลุงเติมมองคุณหนูผู้เคยสงบเสงี่ยมของตัวเองอย่างตะลึง...

    ขณะที่เพ็ญพรเล่นบทบาทร้ายมาร้ายคืนสิบเท่า เดือนฉายสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในตัวลูกสาว จากที่ไม่เคยหยิบจับอะไรเวลาอยู่ที่โต๊ะอาหาร กลับช่วยตักข้าวให้ทุกคน แถมทำได้คล่องแคล่ว ตักเสร็จไปยืนรออยู่ข้างๆ เคนต้องเรียกให้มานั่งกินข้าวด้วยกัน เธอถึงนึกได้ว่าไม่ได้อยู่ที่บ้านศิลาแดง ค่อยๆเดินมานั่ง

    “คุณเพ็ญเล่นมุกเป็นคนใช้หรือนี่ แหมทำซะเนียนเชียว” กอล์ฟกระเซ้า

    เดือนฉายมองพรเพ็ญด้วยความสงสัย เห็นเธอไม่ยอมแตะเนื้อผัดน้ำมันหอยของโปรด หันไปตักมะระมากินอย่างเอร็ดอร่อยทั้งๆที่เพ็ญพรตัวจริงเกลียดมาก เดือนฉายยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ใช่เพ็ญพร...

    หลังจากกินอาหารเสร็จ เดือนฉายออกมาส่งวิทวัสที่รถ แก้ตัวแทนลูกสาว หากช่วงนี้เธอดูแปลกไปจากเดิมบ้าง ขอเขาอย่าถือสา เขากลับชมว่าที่เธอทำนั้นน่ารักดี แต่ไม่รู้จะน่ารักแบบนี้ได้กี่วัน

    “ผมว่าบางทีนี่อาจจะเป็นแผนไว้แกล้งพวกเราก็ได้นะครับ”

    เดือนฉายมั่นใจว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ถามถึงเรื่องงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชายหนุ่มนึกถึงสโรชาขึ้นมาได้ บอกเธอว่ามีคนอยากจะทำธุรกิจร่วมกับเรา ไว้ถ้ามีโอกาส เขาจะแนะนำให้รู้จัก เดือนฉายพยักหน้ารับรู้ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเขากำลังจะชักนำศัตรูหมายเลขหนึ่ง...

    ค่ำวันเดียวกัน ที่สนามหญ้าข้างบ้านศิลาแดง หลังจากโทร.ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของพรเพ็ญเสร็จ เพ็ญพรจะกลับเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อณัฐพงษ์มาขวางหน้าไว้ มองเธอที่อยู่ในชุดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นกุดด้วยสายตาหื่น แถมพูดจาแทะโลมอีกต่างหาก เธอทำหน้าระอาก่อนจะเดินหนี เขาวิ่งมาดักหน้าไว้อีก

    “เดี๋ยวสิจ๊ะ จะรีบไปไหน วันนี้พี่จะออกไปเที่ยว น้องพรไปกับพี่ไหม จะได้เปิดหูเปิดตา”

    “หูกับตาฉันก็เปิดอยู่แล้ว ไม่เห็นหรือไง” พูดจบ เพ็ญพรขยับจะไป ณัฐพงษ์คว้ามือไว้ เธอฉุนขาดบิดข้อมือเขา ก่อนจะกระชากตัวมาตีเข่า เข้าจุดสำคัญถึงกับ ทรุดฮวบ ขู่สำทับหากคราวหน้ามาทำรุ่มร่ามกับเธออีก เขาได้เป็นหมันแน่ แล้วเดินเข้าบ้านอย่างสะใจ

    ในเวลาต่อมาที่ผับหรูกลางกรุง เพื่อนของณัฐพงษ์รู้เรื่องที่เขาโดนตีเข่าผ่าหมากพากันขำกลิ้ง เขาถึงกับอารมณ์เสีย เพื่อนต้องปลอบให้ใจเย็นๆ แนะให้จัดการพรเพ็ญขั้นเด็ดขาดแล้วยื่นขวดใส่ยาปลุกเซ็กซ์ให้

    “ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แค่หยดเดียวรับรอง เห็นสวรรค์อยู่รำไร” เพื่อนไม่รู้เลยว่าคนที่แนะให้ณัฐพงษ์จัดการไม่ใช่พรเพ็ญผู้สงบเสงี่ยมไม่หือไม่อือ แต่เป็นเพ็ญพรที่พร้อมลุยโดยไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม...

    ได้เวลานอนแล้ว เดือนฉายเห็นพรเพ็ญนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้อง ถามว่าเป็นอะไรทำไมยังไม่อาบน้ำนอน เธออึกอักก่อนจะถามว่ามีเสื้อผ้าที่ไม่ขาดบ้างไหม ทีแรกเดือนฉายงง แต่พอมองกางเกงที่ลูกใส่ก็ถึงบางอ้อ แกล้งกระเซ้าว่าเคยชอบใส่แบบนั้นไม่ใช่หรือ พรเพ็ญโกหกว่าตอนนี้เบื่อแล้ว เดือนฉายชี้ไปที่กล่องมุมห้อง

    “ลืมไปแล้วหรือ ในกล่องนั่น แม่เห็นหนูเก็บเสื้อผ้าที่หนูเคยบอกว่าเชยไม่ชอบไว้ ลองรื้อดูสิ เผื่อตอนนี้หนูอาจจะกลับมาชอบก็ได้” เดือนฉายยิ้มอย่างรู้ทัน แล้วลุกออกไป

    พรเพ็ญรีบไปรื้อกล่องดูได้เอี๊ยมยีนส์มาหนึ่งตัว “เนี่ยหรือเชย สั้นจะตาย เฮ้อ จะไหวไหมเรา”

    ooooooo

    พรเพ็ญตื่นแต่ไก่โห่ จัดเตรียมของไว้ให้เคนใส่บาตร โดยมีดอกบัวพับกลีบอย่างสวยงามวางไว้ข้างๆ เดือนฉายมองเธออย่างพอใจ ส่วนเคนลงมาเห็นหลานสาวตื่นแต่เช้ามาเตรียมของใส่บาตรให้ กระเซ้าว่าวันนี้จะมีพายุใหญ่แน่ๆ แล้วเรียกให้กอล์ฟมายกของเหล่านั้นออกไปหน้าบ้าน ก่อนจะหันไปทางเดือนฉาย

    “พ่อว่ากลับมาคราวนี้ ยัยเพ็ญดูน่ารัก เป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะนะ สงสัยต้องชมคุณวิทวัสที่หัดให้ทำงานจนหมดแรงเฮี้ยว” เคนพูดจบเดินออกไป เดือนฉายเหลือบมองพรเพ็ญที่จัดข้าวของด้วยความรักใคร่...

    ด้านป้าแจ่มกำลังจะเคาะประตูห้องปลุกพรเพ็ญตัวปลอม แต่เธอเปิดประตูออกมาเสียก่อน รีบรายงานว่าเตรียมของสำหรับทำอาหารเช้าไว้ให้เธอแล้ว ขอร้องว่าไม่เอาแบบเมื่อวาน และอย่าเล่นซนอะไรอีก

    “แหม หนูไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกจ้ะป้า”

    แม้จะรับปากป้าแจ่มเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่เพ็ญพรไม่วายเอายาถ่ายใส่ในข้าวต้มกุ้งที่เตรียมไว้ให้สโรชากับพวกกิน สโรชายังระแวงไม่หาย ก็เลยขอผ่าน จังหวะนั้น ทนายสมศักดิ์แวะเอาเอกสารมาให้สโรชาเซ็น เธอชวนให้เขากินมื้อเช้าด้วยกัน เพ็ญพรร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ได้ สโรชาเอ็ดลั่นว่าเสียมารยาท

    “คือ...หนูกลัวว่าคุณทนายจะแพ้กุ้งน่ะค่ะ”

    ทนายสมศักดิ์ไม่ได้แพ้กุ้ง เพียงแต่กินมาจากบ้านแล้ว เพ็ญพรถอนใจโล่งอก สโรชาเชิญเขาไปคุยกันต่อที่ห้องทำงาน เพ็ญพรมองตามอย่างสนใจใคร่รู้ ก่อนจะย่องตามไปแอบดู สักพักทนายสมศักดิ์กลับออก มา เธอมองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน รีบวิ่งตามเขาจนทัน ถามว่าเอาเอกสารอะไรมาให้สโรชาเซ็น ได้ความว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งสโรชาเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของเอกสิทธิ์

    “ขอโทษนะคะ คุณพ่อเป็นคนจัดการสั่งไว้หรือคะ”

    “ครับ มีเอกสารที่คุณเอกสิทธิ์เขียนไว้อยู่”

    เพ็ญพรอยากรู้ว่ากิจการอื่นๆของคุณพ่อมีใครดูแลอยู่ตอนนี้ ทนายสมศักดิ์ชี้แจงว่ามีลูกน้องเก่าๆของคุณท่าน รวมทั้งหุ้นส่วนช่วยกันดูแลอยู่ ส่วนสโรชาจะเข้าไปที่นั่นนานๆครั้ง

    “แล้วถ้าหนูอยากจะเข้าไปดูแลบ้างล่ะคะ จะว่าอย่างไร” คำถามของเพ็ญพรทำเอาทนายสมศักดิ์อึ้ง...

    ระหว่างที่เพ็ญพรวางแผนจะเข้าไปตรวจสอบกิจการต่างๆของพ่อ กอล์ฟพาพรเพ็ญไปเที่ยวเล่นในสวนของบ้านสวนเสาวรส แล้วชวนไปตกปลากันต่อ เธอปฏิเสธว่าไม่อยากทำบาป และไม่อยากให้เขาทำเช่นกัน

    “เมื่อไหร่คุณเพ็ญจะออกจากโหมดนางเอกสักทีเนี่ย ไม่มันเลย” กอล์ฟบ่นอุบ พรเพ็ญหลอกถามเรื่องราวของเพ็ญพรตอนอยู่ที่นี่ เขาเอะใจ ทำไมเธอต้องถามเรื่องตัวเองด้วย พรเพ็ญรีบตัดบท ชวนเขาไปเดินดูสวนด้านโน้น แล้วจ้ำพรวดออกไป กอล์ฟมองตามแปลกใจ แต่ไม่พูดอะไร...

    อาภาพร เชาวน์และวาทินีเป็นเหยื่อข้าวต้มกุ้งใส่ยาถ่ายของเพ็ญพร แย่งกันเข้าห้องน้ำอุตลุด เพ็ญพรยังตามไปกลั่นแกล้ง โดยล็อกห้องน้ำในบ้านบ้าง บางห้องก็แกล้งราดน้ำยาล้างห้องน้ำทิ้งไว้ ไม่เหลือห้องน้ำในตึกใหญ่ให้ใช้ทั้งสามคนพากันวิ่งมารอจะเข้าห้องน้ำคนรับใช้ ลุงเติมเปิดประตูออกมาเจอก็ตกใจ ถามว่ามีอะไรกัน เชาวน์สั่งให้เขาหลีกทางตนจะใช้ห้องน้ำ อาภาพรกับวาทินีไม่ยอม จะขอเข้าก่อน

    ทั้งสามคนเบียดเสียดกันจะแย่งเข้าห้องน้ำ เชาวน์เจ้าเล่ห์ชี้มือไปด้านหลัง ตะโกนว่าอั้ม พัชราภามา

    สองสาวหลงกลหันไปมอง เขารีบเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก ปล่อยให้ทั้งคู่ยืนทึ่งในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา

    ooooooo

    กอล์ฟพาพรเพ็ญเดินชมวิวมาถึงท่าน้ำ จัดแจงชวนโดดน้ำเล่น เธอถึงกับหน้าถอดสี รีบบอกว่าว่ายน้ำไม่เป็น เขาขำก๊ากคิดว่าเธอเล่นมุก ขณะกอล์ฟกำลังหัวเราะอย่างเมามัน เกิดปวดท้องหนักกะทันหัน

    “ขอเวลานอกแป๊บนึงนะ ขำแรงไปหน่อย” พูดจบ เขาวิ่งจู๊ดออกไป

    ลมพัดมาวูบหนึ่ง หอบเอาหมวกบนหัวพรเพ็ญปลิวตกน้ำ หมวกอยู่ไกลเกินเอื้อม เธอจึงคว้าไม้พายในเรือที่อยู่ตรงท่าน้ำมาเขี่ย ลมพัดหมวกลอยห่างออกไปอีก เธอตัดสินใจลงไปในเรือเพื่อให้เขี่ยหมวกถึง เรือเกิดโคลงไปมาก่อนจะพลิกคว่ำ พรเพ็ญพยายามจะคว้าเรือ แต่ไม่ถึง ร้องเรียกให้คนช่วย

    กอล์ฟกลับมาเห็นเธอตะเกียกตะกายอยู่กลางน้ำ คิดว่าอำเล่น ก็เลยยืนดูเฉยๆ จนเธอจมหายไปในน้ำ เขาตกใจตะโกนขอความช่วยเหลือ วิทวัสผ่านมาพอดี โดดลงไปช่วยพรเพ็ญขึ้นมาบนฝั่ง แต่เธอนอนแน่นิ่ง จึงรีบผายปอดช่วยชีวิต อึดใจ พรเพ็ญก็รู้สึกตัวสำลักน้ำออก เขาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    “อย่าบอกนะว่าว่ายน้ำไม่เป็น”

    “โหย ตัวเซียนเลยล่ะ ปกติปรู๊ดปร๊าดจะตาย หรือเป็นตะคริว”

    พรเพ็ญสบช่อง รีบเออออตามกอล์ฟพูด เขารับรองว่าต่อไปจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาอีก นี่ถ้าไม่ได้วิทวัสช่วยเม้าท์ทูเม้าท์ให้ เธอคงแย่แน่นอน วิทวัสรีบออกตัวว่าไม่ได้ฉวยโอกาส พรเพ็ญเขินไม่กล้าสบตาด้วย ชายหนุ่มแปลกใจที่จอมแก่นอย่างเพ็ญพรอายเป็น แต่ก็แอบชอบใจกับท่าทีเขินอายนั้น...

    การจมน้ำของพรเพ็ญส่งผลต่อแฝดผู้น้องด้วย เพ็ญพรค่อยๆลุกขึ้นยืนจากที่ทรุดลงไปกองกับพื้น สะบัดหัว ไล่ความมึนงง แล้วเดินตรงไปยังห้องนอนเก่าของพ่อ ไม่เห็นใครอยู่ในนั้น รีบผลุบเข้าไปโดยไม่ลืมล็อกประตู เจอกระเป๋าถือของวาทินีวางอยู่ ค้นดูพบธัมป์ไดรฟ์ กำลังจะหยิบ มีเสียงสโรชาดังขึ้นหน้าห้อง

    “นี่คุณ เปิดหน่อยสิ ฉันได้ยินเสียงโวยวายอะไรกัน เปิดหน่อย” สโรชาขยับลูกบิดประตูแต่เข้าไม่ได้

    เพ็ญพรรอจนเสียงเงียบ ค่อยๆแง้มประตูออกมา เดินยังไม่ทันสองก้าว เสียงแม่เลี้ยงจอมงกแหวมาจากด้านหลัง ว่าเข้าไปทำอะไรในนั้น เธอถอนใจเซ็ง หันมา เผชิญหน้า

    “ทำไมคะ นี่มันห้องนอนคุณพ่อไม่ใช่หรือคะ ทำไมหนูจะเข้าไปไม่ได้”

    สองคนปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่เพ็ญพรจะแต่งเรื่องว่า ที่เข้าไปในห้องนั้นก็แค่จะมาดูว่าคุณพ่อลืมของอะไรหรือเปล่า สโรชาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ขยับจะไป เพ็ญพรเรียกไว้ จะขอคุยธุระด้วย ครู่ต่อมา ทั้งคู่พากันไปที่ห้องรับแขก หญิงสาวไม่รอช้า ขออนุญาตไปดูงานที่บริษัทของพ่อ

    “นี่แกนึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงอยากจะไปดูงานที่บริษัท”

    “ก็ไม่มีอะไรนี่คะ หนูเป็นลูก ก็ต้องช่วยคุณพ่อดูแลกิจการอยู่แล้ว หรือคุณน้ากลัวอะไรคะ”

    สโรชาโดนดักคอก็เลยต้องยอมให้เพ็ญพรไป แถมใจดีจะแนะนำให้หุ้นส่วนกับพนักงานทั้งหลาย

    ได้รู้จักเธอเอาไว้ เพ็ญพรขอบคุณล่วงหน้า แล้วขอตัวไปดูแลพ่อ อาภาพรนั่งฟังอยู่ด้วย โวยวายใส่แม่ที่ยอมลงให้มัน

    “ให้มันไปน่ะดีแล้ว ให้มันไปโชว์โง่ให้ทุกคนเห็น แม่จะทำให้มันขายหน้าจนไม่กล้าเผยอมาตีฝีปากกับพวกเราอีกเลย” สโรชายิ้มร้ายอย่างมีแผน...

    ที่บ้านสวนเสาวรส เดือนฉายมองพรเพ็ญที่กำลังเช็ดผม ด้วยความเป็นห่วงเมื่อได้รู้จากกอล์ฟว่าเธอจมน้ำ ถ้าไม่ได้วิทวัสช่วยชีวิตไว้ป่านนี้คงจะแย่แน่ๆ แล้วถามลูกว่าขอบคุณเขาหรือยัง พรเพ็ญยกมือไหว้ขอบคุณวิทวัสอย่างอ่อนน้อม แต่ไม่กล้าสบตาด้วยยังเขินที่เขาผายปอดให้

    “มารยาทงามจัง หัวไปฟาดอะไรมาหรือเปล่า สำลักน้ำมั้งสงสัย” วิทวัสไม่วายกระเซ้า...

    ตกเย็น ขณะที่เดือนฉายกับวิทวัสกำลังคุยงานกันอยู่ พรเพ็ญถือจานใส่ผลไม้มาวางให้ แล้วจัดแจงจะเดินหนี เขาเรียกให้มาเอางานส่วนของเธอไปดู พรเพ็ญ อึกอักไม่รู้จะทำอย่างไร เดือนฉายพยักหน้าเป็นทำนองให้มานั่งข้างๆ วิทวัสส่งแฟ้มเล่มหนึ่งให้ พรเพ็ญรับมาดูถึงกับร้องเอะอะว่านี่เป็นภาษาอังกฤษ

    “ก็ใช่น่ะสิ ทำไม อย่าบอกนะว่าเด็กนอกอย่างคุณ อ่านไม่ออก”

    เดือนฉายเห็นสีหน้าลูกไม่สู้ดีนัก รีบแก้ต่างให้ว่าเธอล้อเล่น แล้วบอกให้เธอไปพักผ่อนก่อนดีกว่า วันนี้ตากแดดมาทั้งวันแล้ว พรเพ็ญรับคำ คืนแฟ้มให้วิทวัส แล้วรีบลุกออกไป เขาชะเง้อมองตาม แต่พอเห็นสายตาที่เดือนฉายจ้องอยู่ เสก้มมองแฟ้มเอกสารตรงหน้ากลบเกลื่อน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:22 น.