นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"


    ระหว่างที่เพ็ญพรเดินมาที่ลานจอดรถกับสุดา เจอทนายสมศักดิ์กำลังจะขึ้นรถตัวเอง หันมาเห็นเธอก็ร้องทักทายอย่างสนิทสนมเพราะคิดว่าเป็นพรเพ็ญ

    “ผมกำลังจะไปที่โรงพยาบาลพอดี คุณพรจะไปพร้อมกันเลยไหมครับ”

    เพ็ญพรตอบอย่างงงๆว่าเอารถมาเอง เขาพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นอีกสักครู่เจอกันที่โรงพยาบาล ส่งยิ้มให้ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป เพ็ญพรชักเอะใจที่พักหลังมีคนมาทักผิดบ่อยๆ หันไปบอกให้เพื่อนรักกลับแท็กซี่ แล้วรีบขึ้นรถขับตามรถของทนายสมศักดิ์ ทิ้งให้สุดามองตามงงๆ...

    วิทวัสรู้ตัวว่าเล่นงานเพ็ญพรแรงไป ซื้อดอกไม้ช่อสวยหวังจะไถ่โทษ เห็นพรเพ็ญกำลังคุยกับพยาบาล คิดว่าเป็นเพ็ญพรค่อยๆย่องมาทางด้านหลัง ส่งซิกให้พยาบาลไม่ให้บอกอะไร วางช่อดอกไม้ไว้ด้านหลังเธอ แล้วชิ่งออกไป พรเพ็ญหันมาเห็นช่อดอกไม้ที่พยาบาลบอกว่าเป็นของเธอ หยิบการ์ดที่แนบอยู่ขึ้นมาอ่าน

    “ดอกไม้สำหรับคนป่วยทางจิต...ล้อเล่น แค่จะบอกว่าหน้าเครียดๆมันไม่เหมาะกับคุณหรอก”

    พรเพ็ญมองช่อดอกไม้อย่างหวั่นใจ ไม่รู้ว่าชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ จังหวะนั้นทนายสมศักดิ์ถือกระเช้าดอกไม้เข้ามา เห็นเธอยืนอยู่ก็ร้องทักทำไมมาถึงเร็วนัก เธองงหนัก แต่ไม่ได้ถามอะไร เดินนำเขาไปยังห้องพักฟื้นของพ่อ เพ็ญพรสะกดรอยตามทนายสมศักดิ์มาทันแค่เห็นด้านหลังพรเพ็ญไวๆ

    พักใหญ่ ทนายสมศักดิ์กลับออกมาพร้อมกับสโรชา และอาภาพร สโรชากำชับให้เขาจัดการเรื่องที่พูดคุยกันไว้ ให้เร็วที่สุด เขารับปากจะไปหาเอกสารมาเพิ่มเติมให้ อาภาพรสะกิดแม่

    “รีบไปกันเถอะค่ะ อยู่กับคุณลุงมาตั้งนานแล้ว เบื่อจะแย่ หนูคันไม้คันมืออยากช็อปปิ้งเต็มแก่แล้ว”

    เพ็ญพรโผล่ออกจากที่ซ่อนไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น ก็นึกเสียดาย ตัดสินใจจะกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็น พรเพ็ญซึ่งแต่งตัวเหมือนตัวเองทางหางตา หันขวับไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่พรเพ็ญก้มลงเก็บกระเป๋าถือ แถมพยาบาลเข็นเตียงคนไข้มาบังพอดี เธอจึงไม่เห็นอะไร พานคิดไปว่าตัวเองเพี้ยน หันหลังเดินจากมาก็เลยไม่เห็นว่าพอพยาบาลเข็นเตียงผ่านไป พรเพ็ญเก็บกระเป๋าได้ก็ลุกขึ้นยืน ทั้งคู่คลาดกันอย่างน่าเสียดาย

    ครู่ต่อมาเพ็ญพรเดินมารอลิฟต์ มีช่างก่อสร้าง เข็นกระจกเงาสองด้านบานใหญ่เต็มตัวมารอลิฟต์เช่นกัน เขาขอโทษเธอด้วยที่ต้องมาใช้ลิฟต์โดยสารเนื่องจากลิฟต์ขนของเสีย ระหว่างนั้นพรเพ็ญเดินมายืนรอลิฟต์เช่นกันแต่คนละฝั่งของกระจกเงา ช่างก่อสร้างเห็นทั้งคู่ แต่สองสาวต่างไม่เห็นกันและกัน ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่เกิดใจตรงกันไม่อยากเข้าไปยืนเบียดกระจกบานใหญ่ จึงปล่อยให้ช่างก่อสร้างเข็นกระจกเข้าไปเพียงลำพัง ทั้งคู่มองเห็นทางหางตานึกว่ายังมีกระจกเงาอีกบานซึ่งสะท้อนภาพตัวเองตั้งอยู่

    สักพักต่างหันมองซึ่งกันและกัน พรเพ็ญเอียงคอ เพ็ญพรก็เอียงคอเช่นกัน เพ็ญพรแสบกว่าลองแลบลิ้นดู คราวนี้พรเพ็ญส่ายหน้าไม่แลบลิ้นด้วย ทั้งคู่สะดุ้งโหยง ค่อยยกมือขึ้นช้าๆ เพื่อจะแตะกระจก ทันทีที่มือสัมผัสกัน ต่างผงะราวกับถูกไฟช็อต

    ooooooo

    ไม่รู้ว่าบาปกรรมแต่ชาติปางไหนดลบันดาลให้เดือนฉายซึ่งมีกอล์ฟตามมาดูแล มาห้างฯเดียวกับที่สโรชาและอาภาพรมา สโรชาดูจะไม่ค่อยสนุกกับการเดินดูข้าวของสักเท่าใดเพราะเป็นห่วงงานที่มอบหมายให้ลูกชายทำ ไม่รู้ได้เรื่องไปถึงไหนแล้ว นี่ถ้าไม่กลัวจะมีพิรุธ เธอคงจะกลับไปหาเองแล้ว

    “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะแม่ เรื่องเงินๆทองๆ พี่ณัฐเขาไม่ปล่อยอยู่แล้ว”

    สโรชาเดินไปกับอาภาพรทางหนึ่ง ขณะที่เดือนฉายกับกอล์ฟเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง คลาดกันหวุดหวิด...

    ทางด้านเพ็ญพรพาพรเพ็ญไปคุยกันที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล ต่างแนะนำตัวให้รู้จักกัน ทั้งคู่แปลกใจที่ชื่อของพวกตนคล้ายกันมากและที่สำคัญกว่านั้น หน้าตาของทั้งคู่เหมือนกัน ขณะกำลังคิดหาเหตุผล มีเสียงเด็กหญิงสองคนร้องขึ้นพร้อมกันว่า “ฝาแฝด” พรเพ็ญและเพ็ญพรหันมองตามเสียง เห็นเด็กหญิงฝาแฝดจ้องมองพวกตนอยู่ แถมชี้นิ้วตะโกนลั่นว่า “ฝาแฝดๆๆๆ” แม่ของเด็กน้อยวิ่งหน้าตั้งเข้ามา

    “จันทร์เพ็ญ เพ็ญจันทร์ แม่ตกใจหมดเลย นึกว่า โดนใครจับตัวไปซะแล้ว”

    “แม่คะ ฝาแฝด” เด็กน้อยทั้งสองคนพากันชี้ไป ที่พรเพ็ญและเพ็ญพร

    “อุ๊ย! ฝาแฝดเหมือนกันเลย พี่เขาสวยไหมคะลูก โตขึ้นต้องสวยๆน่ารักๆแล้วก็ต้องรักกันแบบพี่เขานะ”

    พรเพ็ญและเพ็ญพรตระหนักในบัดดลว่าพวกตนเป็นฝาแฝดกัน...

    ขณะที่สองพี่น้องฝาแฝดที่พลัดพรากกันมานาน ได้โคจรมาเจอกัน ณัฐพงษ์เข้าไปรื้อค้นห้องทำงานของเอกสิทธิ์กระจุยกระจายเพื่อหาเอกสารตามที่แม่ของเขาต้องการโดยบังคับให้ลุงเติมช่วยหาอีกแรงหนึ่ง ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวซ่อนไว้หลังรูปถ่ายเจ้าของห้อง ณัฐพงษ์ดีใจ ในที่สุดก็หาสิ่งที่แม่ต้องการเจอ...

    ระหว่างที่เดือนฉายนั่งกินอาหารอยู่กับกอล์ฟรู้สึกปวดปัสสาวะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทันทีที่เลี้ยวมุมตึก สโรชากับอาภาพรเดินเข้ามาในร้านอาหาร แถมนั่งโต๊ะติดกันโดยที่อาภาพรนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ด้านหลังกอล์ฟ สองคนเขม่นกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แถมมีปากเสียงกันดังลั่นร้าน เดือนฉายกลับเข้ามา เห็นคนที่กอล์ฟทะเลาะด้วยเป็นลูกของสโรชาถึงกับชะงัก อีกฝ่ายก็ตกใจไม่แพ้กัน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย้ยหยัน

    “ว่าไง...เดือนฉาย”

    อาภาพรงง แม่รู้จักพวกนี้ด้วยหรือ กอล์ฟส่ายหน้าเซ็ง ไม่น่ามารู้จักสองคนนี่เลย อาภาพรปรี๊ดแตกด่าสวนว่าไอ้อ้วน เขาไม่ยอมแพ้ ด่ากลับว่านังเจ๊ อาภาพรโวยวายให้แม่สั่งให้ไอ้อ้วนนี่ขอโทษตนเดี๋ยวนี้

    “ดูแลคนของเธอยังไง ให้หยาบคายต่ำอย่างนี้” สโรชาได้ทีด่าซ้ำ กอล์ฟไม่พอใจ ถลกแขนเสื้อจะลุย เดือนฉาย กลับสั่งให้เขาขอโทษอาภาพร แม้จะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่กล้าขัด จำใจขอโทษส่งๆ เดือนฉายหยิบเงินวางไว้เป็นค่าอาหารแล้วลากกอล์ฟออกจากร้าน สโรชาร้องเรียกไว้

    “เดี๋ยว จะไม่ถามถึงคุณเอกสักคำเลยหรือ...ถ้าอย่างนั้น ฉันก็บอกคุณเอกให้เองก็ได้ว่าเธอ...สบายดี ใช่ไหม” สโรชายิ้มสะใจ เดือนฉายเดินเชิดหน้าออกไปทั้งที่ใจเจ็บแปลบโดยมีกอล์ฟตามติด อาภาพรซักเป็นการใหญ่ว่าแม่ไปรู้จักนังนั่นได้อย่างไร เธอยังไม่ทันตอบ ณัฐพงษ์โทร.มาแจ้งว่าเจอของที่ให้หาแล้ว

    ooooooo

    ทั้งเพ็ญพรและพรเพ็ญยังมึนกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ในบัตรประชาชนของทั้งคู่จะแจ้งว่าเกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่นามสกุลไม่เหมือนกัน เพ็ญพรตั้งข้อสังเกต หากเราเป็นฝาแฝดกันจริง ทำไมถูกจับแยกกันอยู่คนละที่

    “ฉันมั่นใจว่าเรื่องของเราสองคนมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ”

    “ไม่ธรรมดายังไง”

    เพ็ญพรก็ไม่รู้เหมือนกัน เราสองคนถึงต้องหาคำตอบให้ได้ แล้วนึกขึ้นได้ ตกลงเราสองคนใครเกิดก่อนเกิดหลัง พรเพ็ญยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เพ็ญพรชิงขอเกิดทีหลัง อยากเป็นน้องเพราะไม่อยากแก่ แล้วตั้งชื่อให้พี่สาวฝาแฝดของตัวเองใหม่ว่า “เจ๊ติ๋ม” แทนที่จะเรียกพี่พร เนื่องจากเธอดูติ๋มๆ ใสซื่อ ไม่หือไม่อือใดๆทั้งสิ้น เพ็ญพรซักคร่าวๆเกี่ยวกับบ้านศิลาแดง จึงได้รู้ว่าพ่อตัวเองป่วย ส่วนสโรชาเป็นภรรยาของพ่อ

    “ภรรยาพ่อ!...มันก็เมียน้อยน่ะสิ แล้วมันร้ายกับพี่ไหม เหมือนในละครไหม” เพ็ญพรเห็นพี่สาวน้ำตาซึม เดาได้ไม่ยาก “ต้องร้ายแน่ๆ มิน่า ฉันชอบรู้สึกอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลย บางทีก็รู้สึกเศร้าๆอยากร้องไห้ บางทีก็เจ็บตัวขึ้นมาดื้อๆ ล่าสุดนี่ก็ยังโดนบีบคอจนหายใจไม่ออก พวกมันทำพี่ใช่ไหม”

    พรเพ็ญสะอื้นน้ำตาร่วงพรู สองพี่น้องโผกอดกันแน่น เพ็ญพรแค้นใจมาก ประกาศลั่น จากนี้ไปพวกมันจะทำอะไรเจ๊ติ๋มของเธอไม่ได้อีกแล้ว คนอย่างมันต้องเจอกับคนอย่างเธอ...

    พวกมันที่เพ็ญพรพูดถึงกำลังรวมหัวกันจะฮุบสมบัติของเอกสิทธิ์ เรียกทนายสมศักดิ์มาพบที่บ้าน เอาเอกสารที่ณัฐพงษ์หาเจอ ให้เขาทำเรื่องยื่นขอให้สโรชาได้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของเอกสิทธิ์ สมศักดิ์ต้องขอเวลาในการดำเนินการสักระยะหนึ่ง อาภาพรโวยใส่จะต้องรออะไรอีก ในเมื่อเอกสารมีชื่อของแม่ชัดเจน

    “นั่นสิครับ แค่เบิกตังค์ออกมาไว้ที่คุณแม่ แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”

    สโรชาส่งสายตาปรามลูกๆ “เอาเป็นว่าสุดแท้แต่คุณทนายเถอะค่ะ หวังว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนะคะเพราะก็อย่างที่เห็น ค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนของคุณเอก แต่ละวันก็มากอยู่”

    ป้าแจ่มกับลุงเติมแอบฟังอยู่ตลอด ได้แต่สงสารคุณท่านกับคุณหนูของพวกตน

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน พรเพ็ญพาเพ็ญพรมาหาพ่อซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ เรียกให้ท่านตื่นขึ้นมาดูว่าเธอพาน้องเพ็ญมาเยี่ยม แล้วบอกให้น้องมากราบพ่อ เพ็ญพรเห็นสภาพของพ่อแล้ว ถามเสียงเข้มใครทำให้เป็นแบบนี้ ได้ความว่าท่านป่วยมานานแล้ว เพิ่งมาเป็นหนักช่วงหลังเพราะหกล้ม

    “ใครผลัก นังป้าหน้าวอกนั่นใช่ไหม” เพ็ญพรเห็นพี่สาวอึ้ง สั่งให้เอามือถือของเธอมา จัดการแลกเบอร์โทร.กัน มีอะไรให้เธอโทร.หาได้ตลอดและห้ามเล่าเรื่องของเราให้ใครฟังเด็ดขาด พรเพ็ญรับคำ พลันมีเสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งโหยง พรเพ็ญบอกให้น้องไปซ่อน เธอรีบมุดเข้าใต้เตียง แต่ซ่อนไม่มิด

    “มันเห็นอ่ะ...ห้องน้ำๆ” พรเพ็ญแนะเสียงสั่น

    เพ็ญพรยังไม่ทันจะคลานออกมา ตรัยเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน คิดว่าคนที่คลานอยู่คือพรเพ็ญ ปรี่เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร ทำไมถึงลงไปคลานแบบนั้น ด้วยความกะล่อน เธอแต่งเรื่องว่าจิ้งจกคลานเข้าไปใต้เตียง เธอเกรงพ่อจะกลัวก็เลยตามเข้าไปจะจับ แต่มันหนีไปเสียก่อน

    “งั้นออกมาเถอะครับ เดี๋ยวเรียกแม่บ้านมาจัดการก็ได้” ตรัยว่าแล้วเข้าไปโอบตัวจะช่วยเธอลุกขึ้น

    หญิงสาวหวั่นไหวใจหวิวรีบปัดมือเขาออก ตวาดกลบเกลื่อนว่าไม่ต้อง ตรัยถึงกับออกปาก ทำไมต้องดุกันด้วย เพ็ญพรกลัวความลับแตกรีบแอ๊บเสียงหวานเว่อร์ขอโทษที่เสียงดังไปหน่อย แล้วรีบคลานออกมาจากใต้เตียง ตรัยเห็นท่าทางแก่นกะโหลกของเธอแล้ว มึนตึบ ต้องขอเข้าห้องน้ำล้างหน้าเผื่ออาการจะดีขึ้น เพ็ญพรนึกขึ้นว่าเจ๊ติ๋มพี่สาวตัวเองอยู่ในนั้น จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน จำต้องปล่อยเลยตามเลย

    พรเพ็ญทำตัวลีบสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ตรัยเห็น เขาล้างหน้าเสร็จ ก็ปัสสาวะต่อ เธออายมากต้องเอามือปิดตาไว้ เขาปลดทุกข์เสร็จกดชักโครก เธอถอยไปเตะของในนั้นล้ม ตรัยหันมาเห็นก็ตกใจ รีบรูดซิป แต่ซิปดันติด กุมกล่องดวงใจร้องจ๊าก พรเพ็ญสบช่องวิ่งหนีออกจากห้องน้ำ บอกให้เพ็ญพรกลับไปก่อน เธออยากรู้มากว่าพี่ทำอะไรนายนั่นถึงได้ร้องลั่นขนาดนั้น พรเพ็ญไม่ตอบ รีบดันตัวน้องออกจากห้อง

    ฝ่ายเพ็ญพรวิ่งหน้าตั้งมาหลบมุม มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น แม่โทร.มาตาม...

    ตรัยเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องในห้องน้ำ ชวนพรเพ็ญคุยเรื่องจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยช่วยเหลือ เธอไม่อยากได้ พ่อทั้งคนเธอดูแลเองได้ จังหวะนั้นมีโทรศัพท์จากโรงพัก เนื่องจากมีงานด่วน ตรัยจึงต้องขอตัวกลับก่อน

    ooooooo

    เพ็ญพรอั้นปัสสาวะจนมาถึงออฟฟิศของวิทวัส แล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องทำงานของเขาเพื่อจะเข้าห้องน้ำ อารามรีบร้อน ผลักประตูห้องน้ำพรวดเข้าไป วิทวัสกำลังปัสสาวะอยู่ ต่างฝ่ายต่างตกใจ เขารีบหันหลังให้ สั่งให้ปิดประตูด้วยจะเปิดค้างไว้ทำไมหรือจะให้หันไปให้ดู เพ็ญพรร้องกรี๊ดๆ

    “...ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต แน่จริงหันมาสิ อย่าเก็บนะ หันมา”

    วิทวัสนึกสนุก แกล้งรูดซิปเหลือไว้ครึ่งหนึ่งแล้วเดินเข้าหา เพ็ญพรแก้เผ็ด กรีดร้องลั่น ตะโกนฟ้องแม่ว่าคนโรคจิตจะโชว์ของลับให้เธอดู เดือนฉายกับกอล์ฟพร้อมด้วยพนักงานหลายคนกรูกันเข้ามา วิทวัสตกใจรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เดือนฉายเชิญเหล่าพนักงานออกจากห้อง แล้วเรียกวิทวัสกับเพ็ญพรมาชำระความ ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบ กอล์ฟหมดความอดทนถามว่าจะเงียบกันไปถึงไหน

    ขาดคำ คู่กรณีเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิด เดือนฉายรำคาญรีบตัดบท ให้หยุดเถียงกันได้แล้ว ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็ต้องทำงานด้วยกัน เพ็ญพรถึงกับร้องเอะอะ

    “อะไรคะแม่ ทำงาน...ทำกะอีตานี่หรือคะ”...

    เมื่อกลับถึงคอนโดฯ ที่พัก เพ็ญพรยืนดูแม่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ บอกว่ามีเรื่องอยากจะถาม แต่แล้วเปลี่ยนใจไม่ถามเรื่องพี่ฝาแฝด เฉไฉถามว่าทำไมถึงรีบกลับ เดือนฉายอ้างทางโน้นมีเรื่องวุ่นๆ ก็เลยต้องกลับไปช่วย เพ็ญพรดักคอว่านั่นเป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น

    “เมื่อกลางวันแม่เจอใครที่ร้านอาหารหรือคะ เจ้ากอล์ฟมาฟ้องหนู แล้วจู่ๆแม่ก็อยากกลับไปหาคุณตาขึ้นมาซะอย่างนั้น” คำพูดของลูกทำให้เดือนฉายชะงัก พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความคิดของเธอ

    ตอนนั้นเดือนฉายซึ่งท้องแก่กลับจากซื้อของเจอเอกสิทธิ์กำลังนั่งโอบสโรชาอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เขาถึงกับผงะเมื่อเห็นเธอกลับมาก่อนเวลา สโรชาแก้ตัวว่าแค่มาเอาของ แล้วหยิบกระเป๋าถือขอตัวกลับ เธอไม่เชื่อ บอกสโรชาว่าไม่ต้องไป เธอจะไปเอง แล้วหันหลังเดินออกจากห้อง

    เสียงเรียกของเพ็ญพรปลุกให้เดือนฉายตื่นจากภวังค์ ถามซ้ำว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เดือนฉายยืนยันว่าไม่มีอะไร แค่ต้องกลับไปช่วยเคน บอกให้เธออยู่ที่นี่ไปก่อน อย่าปล่อยให้วิทวัสทำงานคนเดียว เดี๋ยวจะกลายเป็นเอาเปรียบเขา แล้วเดินไปที่ครัวเอาผลไม้มาปอก เพ็ญพรเข้ามาหยิบมีดช่วยแม่อีกแรงหนึ่ง อยู่ๆรู้สึกหนักหัวขึ้นมา เอามือทุบหัวตัวเองโดยลืมไปว่าถือมีดอยู่ในมือ มีดบาดนิ้วเลือดอาบ

    แฝดผู้น้องบาดเจ็บ พรเพ็ญที่กำลังล้วงมือเข้าไปหยิบผลไม้ในตะกร้าพลอยเจ็บนิ้วไปด้วย เท่านั้นไม่พอเธอรู้สึกมึนหัวเหมือนน้องเช่นกัน ต้องขอให้ป้าแจ่มช่วยไปขอยาแก้ปวดจากพยาบาลมาให้ แล้วอดนึกถึงคำพูดของน้องไม่ได้ที่พูดเป็นทำนองว่าถ้าเราคนใดคนหนึ่งเจ็บ อีกคนก็จะพลอยเจ็บไปด้วย

    “เพ็ญพร...อย่างน้อยพี่ก็ยังโชคดีที่มีน้องอยู่อีกคน” พรเพ็ญนั่งยิ้มอยู่คนเดียว

    ooooooo

    ที่ร้านสนุ้กเกอร์ของลัดดาซึ่งด้านหลังดัดแปลงเป็นบ่อนพนันไฮโล เชาว์อยากจะเสี่ยงดวงแต่เงินไม่มี จึงโทร.ไปขอเงินณัฐพงษ์ซึ่งกำลังสำเริงสำราญอยู่กับเพื่อนๆ ฉลองที่แม่จะได้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของเอกสิทธิ์ นั่นเท่ากับเขาจะมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือไปด้วย ณัฐพงษ์เห็นหน้าจอมือถือเป็นเบอร์ของพ่อ จึงกดรับสาย

    “ผมกำลังยุ่ง อ้อ ไหนๆก็รับสายแล้ว จะบอกว่าถ้าจะเอาเงินตอนนี้ขอแม่เลยนะ ตอนนี้เงินแม่น่ะใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ผมยุ่งอยู่แค่นี้นะ” ณัฐพงษ์วางสายแล้วกวักมือเรียกสาวๆมาร่วมฉลอง

    เชาว์คิดตามคำพูดของลูกชาย ก่อนจะยิ้มออกมา “ชาตินี้ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แปลว่าสำเร็จแล้วสิวะ ปิดปากเงียบเชียวนังคุณเมียเก่า”

    มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าร้าน มาร์คกี้คนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตะโกนว่าตำรวจบุก เกิดโกลาหลย่อยๆ ขึ้นทันที ตำรวจนับสิบนายกรูกันเข้ามา เชาว์วิ่งหนีออกทางหลังร้าน แต่ไม่รอดถูกจับตัวได้ จากนั้นไม่นาน วาทินีซึ่งเที่ยวไปหยิบยืมเงินจากคนอื่นมาก็ประกันตัวเชาว์ เขาไม่วายกร่าง โวยวายให้จ่าเวรรีบมาปล่อยออกจากห้องขัง ตรัยเดินเข้ามาพอดี วาทินีทึ่งในความหล่อ ถึงกับมองตาค้าง เชาว์หมั่นไส้แขวะเสียงดัง

    “เห็นผู้ชายล่ะมองตาค้างเชียวนะ”

    “แหม ก็ปกติอยู่แต่กับแก่ๆ เหี่ยวๆ มันก็ต้องมีบ้างสิ”

    ตรัยได้ยินเสียงทั้งคู่ก็หันไปมอง ก่อนจะถามตำรวจว่าพวกนี้ถูกจับคดีอะไร ได้ความว่าตั้งวงไฮโลกันในร้านสนุ้กเกอร์เจ๊ลัดดา เชาว์ถูกปล่อยตัว รีบดึงแขนวาทินีกลับ เพื่อจะไปเก็บของ เธองงจะเก็บของไปไหน

    “ไม่อยู่แล้วไอ้ห้องรูหนูน่ะ อยากได้ตังค์ไปคืนชาวบ้านเขาด้วยไม่ใช่หรือ ถึงเวลาจะย้ายเข้าไปเป็นคนรวยละเว้ย เอ้อ เธอไม่ไปก็ได้นะ ไม่ได้ว่าอะไร”...

    ดึกคืนเดียวกัน เพ็ญพรยืนดูแม่นอนกระสับกระส่าย คล้ายจะฝันร้าย เข้ามานั่งข้างๆ เอามือแตะแขนแม่ถึงสงบลง หายใจสม่ำเสมอ เธอครุ่นคิดหาเหตุผล เพราะอะไรกันแน่แม่ถึงปิดบังเรื่องแฝดผู้พี่ของเธอ เดือนฉายหายใจถี่ขึ้นอีกครั้ง เพ็ญพรดึงผ้ามาห่มให้ มองแม่อย่างเห็นใจ

    “นานเท่าไหร่แล้วคะที่แม่ต้องนอนฝันร้ายแบบนี้ แม่ต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนถึงจะเก็บความรู้สึกแบบนี้อยู่ได้ ตั้งกว่ายี่สิบปี” เพ็ญพรพูดจบหอมหน้าผากแม่เบาๆ

    ooooooo

    วิทวัสแวะมาเยี่ยมลูกค้าที่โรงพยาบาล ได้เจอพรเพ็ญโดยบังเอิญ คิดว่าเป็นเพ็ญพรปรี่เข้าไปหาเธอเห็นเขารีบเดินหนี เขาคว้าชายเสื้อไว้ แซวว่าทีอยู่คนเดียวไม่เห็นเก่งเหมือนเมื่อวาน แล้วเห็นนิ้วเธอปิดปลาสเตอร์

    “อ้าว​แล้ว​นิ้ว​ไป​โดน​อะไร​มา ​เมื่อ​วาน​ตอนรังแก​ผม​ยัง​ดีๆอยู่​เลย​นี่”

    พร​เพ็ญ​ยัง​ไม่ทัน​จะ​พูด​อะไร เห็น​สโร​ชา​เดิน​มากับ​อาภา​พร รีบ​ดึง​วิทวัส​มา​บัง​ตัว​เอง​ไว้ เขา​สงสัย​ว่า​ทำไม​ต้อง​หลบ เธอ​ไม่ได้​หลบ แค่​ไม่​อยาก​ให้​พวก​นั้น​เห็น​เธอ​อยู่​กับ​เขา วิทวัส​กระเซ้า คน​อย่าง​เธอ​กลัว​คน​อื่น​เป็น​ด้วย​หรือ ขอ​วิ่ง​ไป​ดู​หน้า​พวก​นั้น​สัก​หน่อย​แล้ว​ขยับ​จะ​ไป พรเพ็ญ​คว้า​แขน​เขา​ไว้ วิทวัส​หัน​กลับ​มา​เห็น​สีหน้า​และ​แวว​ตา​ของ​ผู้หญิง​ตรง​หน้า รู้สึก​ไม่​คุ้นเคย พร​เพ็ญ​อาย​ที่​ถูก​จ้อง​รีบ​หลบ​สายตา ก่อน​จะ​ขอตัว​เดิน​จาก​ไป

    “แปลก​นะ ทำไม​วัน​นี้​กับ​เมื่อ​วาน มันต่างกัน ลิบลับ” วิทวัส​มอง​ตาม อด​ยิ้ม​ไม่ได้

    เมื่อ​พร​เพ็ญ​เข้าไป​ใน​ห้อง​พักฟื้น​ของ​พ่อ ต้องตกใจ​ที่​รู้​ว่า​สโร​ชา​จะ​เอา​ตัว​พ่อ​กลับ​ไป​พักฟื้น​ต่อ​ที่​บ้าน...

    เหมือน​โชค​ชะตา​เล่น​ตลก ทำให้​ตรัย​มาเจอ เพ็ญพร​ที่​ซุปเปอร์มาร์เกต​โดย​คิด​ว่า​เป็น​พร​เพ็ญ เธอ​ไม่ทัน​ตั้งตัว​คิด​คำ​พูด​ไม่​ออก ก็​เลย​เล่น​มุก​ตลก​ให้​ดู คุย​ว่า​ท่อง​สูตรคูณ​ถอย​หลัง​ได้ เขา​ลอง​ให้​เธอ​ท่อง​แม่หก​ให้​ฟัง เธอ​ท่อง​สูตร​คูณ​เหมือน​ที่​คน​อื่นๆท่องกัน พร้อม​กับ​เดิน​ถอย​หลัง​หนี​เขา​ไป​ด้วย ตรัย​ขำ​กลิ้ง รีบวิ่ง​ไป​ดัก​เอา​ไว้

    “รู้​ไหม พี่​อยาก​ให้​น้อง​พร​เป็น​แบบ​นี้​ทุก​วันเลย พี่​ชอบ”

    เพ็ญ​พร​ถึง​กับ​ไป​ไม่​เป็น รีบ​ตัดบท มี​ธุระ​ต้องไป​ทำ​แล้ว​จ้ำ​อ้าว​ทันที ตรัย​มอง​ตาม​ถูกใจ...

    เกิด​เรื่อง​วุ่นวาย​ไม่​หยุดหย่อน เมื่อ​สโร​ชา​พาเอกสิทธิ์​กลับ​บ้าน​ศิลา​แดง แล้ว​เจอ​เชาว์​กับ​วา​ทินี​นั่ง​วางท่า​เป็น​เจ้าของ​บ้าน​อยู่​บน​โซฟา​ใน​ห้อง​รับแขก อาภา​พร​เกลียด​วา​ทินี​เป็น​ทุน​เดิม​อยู่​แล้ว ไล่​ตะเพิด​ออก​จาก​บ้าน สองสาว​หวิด​จะ​ตบ​กัน เชาว์​ต้องปรามว่า​คน​กันเอง​อย่า​ทะเลาะกัน พร​เพ็ญ​ไม่​อยาก​มี​ส่วน​ร่วม​
    กับ​เรื่อง​วุ่นๆของ​สโร​ชา ขอตัว​พา​พ่อ​ขึ้น​ไป​พักผ่อน​ที่​ห้อง เชาว์​ร้อง​เรียก​ไว้

    “เดี๋ยว ถ้า​เธอ​จะ​หมาย​ถึง​ห้อง​เดิม​พ่อ​เธอ​ล่ะก็ มัน​ไม่​ใช่​แล้ว​ล่ะ”

    พร​เพ็ญ​ตกใจ​รีบ​ขึ้น​ไป​ดู เห็น​กระเป๋า​เดินทางใบ​ใหญ่​หลาย​ใบ​วาง​กอง​อยู่​กับข้าว​ของ​ชิ้น​เล็ก​ชิ้นน้อย​เกลื่อน​ห้อง​นอน​ของ​พ่อ ถึง​กับ​น้ำตา​คลอ หันหลัง​จะ​เดิน​ออก เชาว์​โผล่​พรวด​เข้า​มา เธอ​ตกใจ​ถอยกรูด​ไป​ติด​เตียง บอก​เสียง​สั่น​ว่า​นี่​เป็น​ห้อง​ของ​พ่อ​เธอ เขา​จะ​อยู่​ที่บ้าน​นี้​ก็ได้​เธอ​ไม่​ว่า แต่​ต้อง​ไม่​ใช่​ห้อง​นี้

    “หนู​เนี่ย​นะ​จะ​มี​สิทธิ์​อะไร​มา​ว่า ใน​เมื่อ​สิทธิ์​ปกครอง​บ้าน​นี้ ตอน​นี้​ไม่​ใช่​ของ​พ่อ​หนู​หรือ​แม้​กระทั่งหนู”

    หญิง​สาว​ไม่​อยาก​เถียง​ด้วย​จะ​เดิน​หนี เชาว์​กระชาก​แขน​จน​เธอ​เสียหลัก​ล้ม​ลง​บน​เตียง แล้ว​ยื่น​หน้า​เข้าไปหา ทำท่า​กรุ้มกริ่ม​ใส่ วา​ทินี​เข้า​มา​เห็น กรีด​ร้อง​ลั่น​บ้าน ตรัย สโร​ชา​และ​อาภา​พร​ตาม​มา​สมทบ ต่าง​ชะงัก ตรัย​รีบ​ประคอง​พร​เพ็ญ​ให้​ลุก​ขึ้น ถาม​ว่า​เชาว์​ทำ​อะไร​หรือ​เปล่า เธอ​ส่าย​หน้า​น้ำตา​คลอ  ​อาภา​พร​ได้ที​ใส่ความ

    “หรือ​แก​คิด​จะ​ทำ​อะไร​พ่อ​ฉัน นัง​พร”

    วา​ทินี​ทำท่า​จะ​เอาเรื่อง​เชาว์ ตรัย​มองๆ ทั้ง​คู่​แล้ว​จำ​ได้​ว่า​เชาว์​​เป็น​ผู้ต้องหา​คดี​เล่น​ไฮโล วา​ทินี​เอง​ก็​จำ​เขา​ได้​เช่น​กัน​ว่า​เป็น​ตำรวจ เชาว์​ไม่​สน ถึง​เขา​จะ​เป็นตำรวจ​ก็​ไม่​มี​สิทธิ์​มา​วุ่นวาย ที่​นี่​ไม่​ใช่​โรงพัก และ​ตน​ก็​ไม่​ใช่​ผู้ต้องหา​แล้ว สโร​ชา​ร้อนตัว กลัว​เรื่อง​ไม่​ดี​ของ​เชาว์​จะ​ถูก​โยง​มา​ถึง​ตัว​เอง

    ooooooo

    ตรัย​เห็น​ว่า​บ้าน​ศิลา​แดง​ชัก​จะ​ไม่​ปลอดภัยเพราะ​มี​บุคคล​ที่​ไม่​น่า​ไว้ใจ​มี​คดี​ติดตัว​อย่าง​เชาว์​เข้ามา​อยู่​แนะ​ให้​พร​เพ็ญ​ย้าย​ออก เธอ​จะ​ไป​จาก​ที่​นี่​ได้​อย่างไร​ใน​เมื่อ​บ้าน​นี้​เป็น​ของ​พ่อ ถ้า​เธอ​ไป​ก็​ต้อง​เอาพ่อ​ไปด้วย แล้วบ้าน​หลัง​นี้​ก็​จะ​กลาย​เป็น​ของ​คน​อื่น เธอ​เชื่อว่า​สโร​ชา​กับวาทินี​คง​ไม่​ปล่อย​ให้​เชาว์​มา​รังแก​เธอ​แน่

    “แต่ละ​คน​ที่​พูด​มา​น่ะ ก็​ไม่​น่า​วางใจ​ทั้งนั้น​นะครับ”

    จังหวะ​นั้นเพ็ญ​พรโทร.​เข้า​มือ​ถือ​ของ​พี่​สาว เธอ​เห็น​น้องโทร.​มา​ก็ดี​ใจ ขอตัว​ไป​คุย​โทรศัพท์​สัก​ครู่ เพ็ญพร​ได้ยิน​น้ำเสียง​ของ​พี่​สาว​ก็​เดา​ได้​ทันที​ว่า​ต้อง​โดน​รังแก​มา คาดคั้น​ให้​เล่า​ให้​ฟัง แต่​เธอ​ไม่​ยอม​บอก​อะไร ระหว่างนั้น​ลุง​เติม​เข็น​รถ​เข็น​พา​พ่อ​เข้า​มา​ถาม​ว่า​จะ​ให้ท่า​นอ​ยู่ห้องไหน เพราะ​ท่าน​ต้อง​นอน​พัก​แล้ว พร​เพ็ญ​บอก​น้อง​ว่า​แค่​นี้ก่อน ไว้​ค่อย​คุย​กัน​ทีหลัง แล้ว​รีบ​วาง​สาย บอก​ให้​ลุง​เติม​พาท่าน​ไป​ที่​ห้อง​ของ​เธอ

    ครู่​ต่อ​มาตรัย​กับ​พร​เพ็ญ​ช่วย​กัน​พา​เอกสิทธิ์ขึ้นนอน​พัก​บน​เตียง เขา​ยัง​คง​ยืนกราน​ให้​เธอ​จ้าง​พยาบาล​พิเศษ​มา​คอย​ช่วย​เพราะ​เอกสิทธิ์​ต้อง​พลิก​ตัว​ทุก​สอง​ชั่วโมง  ​กัน​เป็น​แผล​กด​ทับ เธอ​อ้าง​ว่า​มี​ทั้ง​ป้า​แจ่ม​และ​ลุง​เติม​คอยช่วย​ไม่​น่า​จะ​มี​ปัญหา ตรัย​ไม่​เข้าใจ ทำไม​ถึง​รีบ​พา​ท่าน​ออก​จาก​โรงพยาบาล พร​เพ็ญ​กำลัง​จะ​บอก​ว่า​เป็น​ความ​คิดของ​สโร​ชา เจ้าตัว​โผล่​เข้า​มา​เสีย​ก่อน แถม​พูด​เป็น​ทำนองว่า​เรื่อง​นี้​เป็น​เรื่อง​ภายใน​ครอบครัว ตรัย​รู้​ว่า​ถูก​ไล่​ทาง​อ้อม แต่​ไม่​สนใจ แนะ​ให้​เธอ​หา​พยาบาล​มา​ช่วย​พร​เพ็ญ เพราะ​ทำ​คน​เดียว​คง​ไม่​ไหว

    “ไม่​จำเป็น​มั้ง​จ๊ะ ผู้คน​ใน​บ้าน​ก็​ออก​จะ​ยั้วเยี้ย เอ่อ เยอะ​นะ​จ้ะ อีกอย่าง​ตอน​นี้​เศรษฐกิจ​มัน​ก็​ซบเซา น้า​เป็น​คน​ดูแล​เรื่อง​ค่า​ใช้​จ่าย​ใน​บ้าน อะไร​ที่​สิ้น​เปลือง​ก็​ไม่​อยาก​ทำ คุณ​เอก​กลาย​เป็น​คน​ไร้​ความ​สามารถ​แบบ​นี้ ตาม​กฎหมาย​น้า​ก็​เลย​ต้อง​เป็น​คน​ดูแล​ทั้งหมด จนกว่า​คุณเอก​จะ​หาย​ดี แล้ว​ดู​ท่า​ค่า​รักษา​พยาบาล​คง​ต้อง​อีกยาว ประหยัด​อะไร​ได้​ก็​ต้อง​ประหยัด​ไว้​ก่อน”

    พร​เพ็ญ​เสนอ​ให้​เอา​เงิน​ส่วน​ของ​เธอ​มา​ใช้​เป็น​ค่า​รักษา​พ่อ​ก็ได้ สโร​ชา​อธิบาย​ว่า​ตอน​นี้​ไม่​มี​เงิน​ส่วนไหน​ที่​เป็น​ของ​เธอ มี​แต่​ส่วน​ของ​ตน เธอ​จะ​ใช้​ส่วน​ของ​เธอ​ได้​ก็​ต่อ​เมื่อ​เอกสิทธิ์​ตาย​ไป​แล้ว​เท่านั้น พร​เพ็ญ​ตกใจ​กับ​คำ​พูด​ของ​สโร​ชา หัน​ไป​สบตา​กับ​ตรัย โดย​ไม่ทัน​สังเกต​ว่า​เอกสิทธิ์​ดูเหมือน​จะ​รับ​รู้​เรื่องราว​ต่างๆได้...

    ด้าน​เพ็ญ​พร​เป็น​ห่วง​เรื่อง​ของ​พี่​สาว​จึง​ขอ​ไม่​ไป​ส่ง​แม่ แล้ว​ถาม​อ้อมๆว่า​มี​อะไร​ปิดบัง​เธอ​หรือ​เปล่า เธอ​โต​พอ​ที่​จะ​รับ​รู้​เรื่อง​พวก​นั้น​ได้​แล้ว แต่​พอ​เห็น​สีหน้า​ไม่ดี​ของ​แม่ เพ็ญ​พร​เปลี่ยนใจ​ไม่​คาดคั้น​อะไร​ท่าน​อีก เดือนฉาย​ยืนยัน​ว่า​สัก​วัน​ลูก​จะ​ได้​รู้ แค่​ไม่​ใช่​วัน​นี้​เท่านั้น เธอ​พยักหน้า​รับคำ​เข้าไป​กอด​แม่​ไว้ พึมพำ​ใน​ใจ

    “ไม่​เป็นไร​หรอก​ค่ะ​แม่ ถึง​แม่​จะ​ยัง​ไม่​ยอมบอกหนู แต่​หนู​ก็​จะ​ต้อง​รู้​ให้​ได้ หนู​จะ​ตาม​ล่า​หาความ​จริง​เรื่องนี้​ให้​ได้...ด้วย​ตัว​เอง” เพ็ญ​พร​สีหน้า​มุ่ง​มั่น...

    ทาง​ฝ่าย​วา​ทินี​ไม่​พอใจ​สโร​ชา​กับ​อาภา​พร​ที่​รุม​แดกดัน​ว่า​พูดจา​ไม่​สม​กับ​มา​อยู่​ใน​บ้าน​ผู้ดี จึง​ด่า​กลับไปบ้าง แถม​ขู่​จะ​แฉ​เรื่อง​เลวๆของ​สโร​ชา​ที่​ตัว​เอง​กำ​ความ​ลับไว้ เธอ​กลัว​ลูก​จะ​รู้​เรื่อง รีบ​ไล่​ให้​กลับ​ห้อง แล้ว​ขอ​คุย​กับเชาว์​เป็น​การ​ส่วนตัว ก่อน​จะ​เดิน​นำ​ไป​ยัง​มุม​ปลอด​คน ต่อว่า​เขา​ที่​พา​วาทินี​มา​อยู่​ที่​นี่ เขา​อธิบาย​ว่าที่​ต้อง​พา​มา​ก็เพราะ​กลัว​นัง​นั่น​จะ​แบล็ก​เมล์​เรา​สอง​คน ไม่ได้​มี​จิต​พิศวาส​อะไร​ด้วย​เลย

    “ถ้า​แค่​เรื่อง​นั้น​จริง ฉัน​จะ​ได้​จัดการ​ถูก อย่าให้จับได้​แล้วกัน​ว่า​เล่น​ละคร​อะไร​ตบตา​ฉัน​อยู่”

    “ตบตา​อะไร​กัน พูด​จริง​หมด​ทุก​อย่าง นังสก๊อย​พลาสติก​นั่น​เหรอ​จะ​สู้​เธอ​ได้ ทั้ง​ฉลาด​ทั้ง​สวย​ธรรมชาติ” ไม่​พูด​เปล่า​เชาว์กอด​สโร​ชา​ไว้​แน่น เธอ​สะบัด​เขา​ออก ไล่​ให้​ไป​ไกลๆ แล้ว​กำชับ​ให้​ไป​บอก​นัง​นั่น​ด้วย​ว่า​ให้​อยู่​ใน​ที่​ของ​ตัว​เอง​ อย่า​ออก​มา​เพ่นพ่าน และ​เธอ​อนุญาตให้​อยู่​ที่​นี่​แค่​ชั่วคราว​เท่านั้น...

    ที่​ห้อง​โถง​คอน​โดฯที่​พัก​ของ​เดือน​ฉาย ขณะเพ็ญพร​กำลังโทร.​ชวน​สุดา​ออก​มา​กิน​มื้อ​เย็น​เป็น​เพื่อน เธอ​เหงา​เนื่องจาก​แม่​กลับ​ต่าง​จังหวัด​ไป​แล้ว วิทวัส​ยื่น​ถุง​ใส่​อาหาร​ถุง​ใหญ่​ลง​มา​ตรง​หน้า กลิ่น​หอม​ชวน​หิว​ของ​มัน​ทำให้​เธอ​ลืม​เสีย​สนิท​ว่า​กำลัง​คุย​โทรศัพท์​อยู่​กับ​เพื่อน ก่อน​จะ​ตัด​สาย​ทิ้ง​หน้าตา​เฉย จาก​นั้น​ทั้ง​คู่​พา​กัน​ไป​รอ​หน้า​ลิฟต์​เพื่อ​จะ​ขึ้น​ไป​กิน​ข้าว​ที่​ห้อง​พัก​ของ​เธอ อยู่ๆวิทวัส​เกิด​เปลี่ยนใจ

    “คง​ไม่​ดี​ถ้า​ใคร​มา​เห็น​คุณ​ขึ้น​ไป​บน​ห้อง​กับ​ผม​สองต่อสอง” พูด​จบ​เขา​ยื่น​ถุง​ใส่​อาหาร​ให้ ใน​เมื่อ​เขาเป็น​ห่วง​ชื่อเสียง​ของ​เธอ ​เธอก็​เลย​ชวน​เขา​ไป​นั่ง​เปิบ​อาหาร​กัน​ที่​ริม​สระว่ายน้ำ​ภายใน​คอน​โดฯที่​พัก​แทน

    ooooooo

    ตรัย​อยู่​ช่วย​พร​เพ็ญ​ปู​ที่นอน​หลัง​ใหม่​ข้างๆเตียง​ที่​เอกสิทธิ์​นอน​อยู่ พลาง​ขอร้อง​ให้​เธอ​ทบทวน​เรื่อง​ที่​เขา​อยาก​ให้​เธอ​กับ​พ่อ​ย้าย​ออก​จาก​ที่​นี่ เธอ​ยืนกราน​คำ​เดิม คง​ย้าย​ไป​ไหน​ไม่ได้​เพราะ​พ่อ​รัก​ที่​นี่​มาก อาภาพร ​ผลัก​ประตู​เข้า​มา เห็น​ตรัย​อยู่​ใน​ห้อง​กับพร​เพ็ญ  แดกดัน​ว่า​เดี๋ยวนี้​ริอ่าน​รับแขก​ใน​ห้อง​นอน​เลย​หรือ

    “น้องภาพูดอะไรครับ คุณลุงท่านก็นอนอยู่นี่”

    “พี่ตรัยคะ พูดก็พูดเถอะ สภาพคุณลุงเป็นแบบนี้ ถ้าพี่จะอะไรยังไงกัน ท่านก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก”

    พรเพ็ญขอร้องให้อาภาพรเห็นแก่พ่อของตนบ้าง เธอรีบออกตัวว่าแค่แซวเล่น ไม่เห็นต้องพูดให้เธอดูเป็นนางร้ายต่อหน้าตรัยแบบนั้น เขาตำหนิอาภาพรว่าแซวแรงไปไหม เธองอนใส่ทันที โทษว่าเป็นเพราะพรเพ็ญคนเดียวทำให้เธอถูกตำหนิ จะไปฟ้องแม่ให้มาจัดการ แล้ววิ่งแจ้นออกจากห้อง ตรัยมองพรเพ็ญอย่างห่วงใย

    “ถ้าเป็นพี่...พี่จะไม่ทนอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ถ้าจะต้องอยู่ พี่จะลุกขึ้นสู้ครับ น้องพร”...

    ไม่นานนักพรเพ็ญเดินมาส่งตรัยที่รถ เขาเห็นเธอจามติดๆกัน รีบบอกให้เข้านอนแต่หัวค่ำ อย่าลืมล็อกประตูห้อง ส่วนมือถือต้องเอาติดตัวไว้ตลอด เผื่อมีอะไรก็ โทร.หาเขาได้ เธอทักท้วงว่านี่บ้านของเธอเอง

    “ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น โดยเฉพาะ...บ้านหลังนี้ ไปล่ะครับ” ตรัยพูดจบขึ้นรถขับออกไป พรเพ็ญเดินกลับเข้าบ้าน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าที่มุมมืดไม่ห่างกันนัก ณัฐพงษ์แอบมองอยู่...

    เป็นอย่างที่ตรัยพูดไว้ไม่มีผิดว่าบ้านศิลาแดงไม่น่าไว้วางใจ เชาวน์แอบออกจากห้องตัวเองตอนที่วาทินีหลับสนิท หวังจะบุกรวบหัวรวบหางพรเพ็ญ เห็นเงาตะคุ่มๆ หน้าประตูห้องของเธอคิดว่าเป็นพรเพ็ญ ค่อยๆย่องเข้าไปกอด สองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสักพัก เชาวน์โดนไฟฉายฟาดหัวอย่างแรงถึงกับร้องลั่น

    ทันใดนั้นไฟเปิดพรึบสว่างไปทั้งโถงทางเดิน พรเพ็ญเปิดประตูห้องออกมาเห็นเชาวน์นั่งกุมหัวเลือดอาบอยู่กับพื้น โดยมีณัฐพงษ์ล้มอยู่ข้างๆ เธอเดาได้ไม่ยากว่าสองพ่อลูกคิดจะทำอะไรกับตนเอง...

    ครู่ต่อมา สโรชาเรียกทุกคนในบ้านไปที่ห้องรับแขกเพื่อฟังการชำระความ เหตุการณ์กลับตาลปัตร แทนที่เธอจะเล่นงานผัวเก่ากับลูกชายตัวเองที่หื่นไม่เลือกที่ กลับโทษว่าเป็นความผิดของพรเพ็ญที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น สั่งให้เธอเจียมกะลาหัว เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ก้นครัวหรือไม่ก็อยู่ล้างกระโถนให้พ่อของเธออยู่ในห้อง

    “เอาล่ะ จบเรื่องไร้สาระ แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว หวังว่าจะไม่มีใครก่อเรื่องไร้สาระอย่างนี้อีก” สโรชาพูดจบปรายตามองเชาวน์ซึ่งรีบดึงวาทินีกลับห้อง ณัฐพงษ์เอง

    ก็รีบชิ่งหนีกลัวถูกแม่เล่นงาน ขณะเดินผ่านพรเพ็ญไม่วายยักคิ้วให้ เธอตกใจรีบถดหนี ป้าแจ่มดึงเธอมากอดไว้ด้วยความสงสาร

    ขณะที่พรเพ็ญร้องไห้ให้กับชะตากรรมของตัวเอง เพ็ญพรที่นอนหลับอยู่ในห้องพักซึ่งอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร สะดุ้งตื่นด้วยน้ำตานองหน้า รับรู้ได้ทันทีว่าแฝดผู้พี่ต้องโดนรังแกอีก ประกาศกร้าว

    “ถ้าเจ๊จะยอมก็ช่างเจ๊ แต่แพร์รี่คนนี้ จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว”

    ooooooo

    สโรชาจะจัดงานเลี้ยงเพื่อประกาศศักดา ให้ใครๆ รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านศิลาแดง ถึงแม้จะยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าได้ครอบครองที่นี่รวมทั้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ตาม ณัฐพงษ์ถูกใจมากจะได้ชวนเพื่อนๆ มาร่วมสนุกด้วย สโรชาห้ามชวนใครมาเด็ดขาด

    “แม่เองก็จะเชิญนังพวกคุณหญิงคุณนายไม่กี่คน เอาที่ขี้เม้าท์ มันจะได้ไปเม้าท์กันต่อๆว่าแม่รวยขนาดไหน รับรองแป๊บเดียว รู้กันทั้งเมือง” สโรชากระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการของตัวเอง

    อาภาพรจะเชิญตรัยมางานนี้ด้วย สโรชาไม่ให้เชิญ เรื่องอะไรจะเอาตำรวจมาไว้ใกล้ตัวให้เป็นอันตราย แล้วสั่งให้ลูกหาแฟนใหม่ ถ้าหาเองไม่ได้ เธอจะหาให้ ป้าแจ่มกับลุงเติมแอบฟังอยู่ ถึงกับถอนใจ หนักใจ...

    นอกจากนี้ สโรชายังเข้ามาบอกให้เอกสิทธิ์รับรู้ว่าตอนนี้เธอคือเจ้าของบ้านศิลาแดงตัวจริงและกำลังจะมีงานเลี้ยงเพื่อประกาศให้ผู้คนรับรู้ พอเห็นพรเพ็ญยกถาดใส่อาหารเหลวของเอกสิทธิ์เข้ามา หันไปยิ้มเย้ย

    “มาก็ดีแล้ว ดูแลกันไปละกันนะ ให้สมกับที่พ่อเธอรักเธอมาก...มากกว่าใคร”

    เอกสิทธิ์น้ำตาคลอนึกถึงตอนที่ตัวเองฉกพรเพ็ญซึ่งเพิ่งคลอดได้ไม่นานมาจากโรงพยาบาล ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด จนชักเกร็ง พรเพ็ญตกใจรีบบีบนวดตัวให้ พร้อมกับขอร้องให้สโรชาช่วยตามหมอ

    “รักกันมากก็ช่วยกันไปสองคนพ่อลูกเถอะ” พูดจบแม่เลี้ยงตัวแสบผละจากไปหน้าตาเฉย

    พรเพ็ญพยายามกดตัวพ่อที่ชักเกร็งให้อยู่นิ่งๆ จนตัวเองเหนื่อยหอบ แล้วคว้ามือถือขึ้นมาจะ โทร.ตามหมอ แต่รู้สึกใจหวิวๆ ต้องเอามือกุมที่อกข้างซ้าย ก่อนจะทำมือถือหล่น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์