ตอนที่ 3
อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"
ระหว่างที่เพ็ญพรเดินมาที่ลานจอดรถกับสุดา เจอทนายสมศักดิ์กำลังจะขึ้นรถตัวเอง หันมาเห็นเธอก็ร้องทักทายอย่างสนิทสนมเพราะคิดว่าเป็นพรเพ็ญ
“ผมกำลังจะไปที่โรงพยาบาลพอดี คุณพรจะไปพร้อมกันเลยไหมครับ”
เพ็ญพรตอบอย่างงงๆว่าเอารถมาเอง เขาพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นอีกสักครู่เจอกันที่โรงพยาบาล ส่งยิ้มให้ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป เพ็ญพรชักเอะใจที่พักหลังมีคนมาทักผิดบ่อยๆ หันไปบอกให้เพื่อนรักกลับแท็กซี่ แล้วรีบขึ้นรถขับตามรถของทนายสมศักดิ์ ทิ้งให้สุดามองตามงงๆ...
วิทวัสรู้ตัวว่าเล่นงานเพ็ญพรแรงไป ซื้อดอกไม้ช่อสวยหวังจะไถ่โทษ เห็นพรเพ็ญกำลังคุยกับพยาบาล คิดว่าเป็นเพ็ญพรค่อยๆย่องมาทางด้านหลัง ส่งซิกให้พยาบาลไม่ให้บอกอะไร วางช่อดอกไม้ไว้ด้านหลังเธอ แล้วชิ่งออกไป พรเพ็ญหันมาเห็นช่อดอกไม้ที่พยาบาลบอกว่าเป็นของเธอ หยิบการ์ดที่แนบอยู่ขึ้นมาอ่าน
“ดอกไม้สำหรับคนป่วยทางจิต...ล้อเล่น แค่จะบอกว่าหน้าเครียดๆมันไม่เหมาะกับคุณหรอก”
พรเพ็ญมองช่อดอกไม้อย่างหวั่นใจ ไม่รู้ว่าชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ จังหวะนั้นทนายสมศักดิ์ถือกระเช้าดอกไม้เข้ามา เห็นเธอยืนอยู่ก็ร้องทักทำไมมาถึงเร็วนัก เธองงหนัก แต่ไม่ได้ถามอะไร เดินนำเขาไปยังห้องพักฟื้นของพ่อ เพ็ญพรสะกดรอยตามทนายสมศักดิ์มาทันแค่เห็นด้านหลังพรเพ็ญไวๆ
พักใหญ่ ทนายสมศักดิ์กลับออกมาพร้อมกับสโรชา และอาภาพร สโรชากำชับให้เขาจัดการเรื่องที่พูดคุยกันไว้ ให้เร็วที่สุด เขารับปากจะไปหาเอกสารมาเพิ่มเติมให้ อาภาพรสะกิดแม่
“รีบไปกันเถอะค่ะ อยู่กับคุณลุงมาตั้งนานแล้ว เบื่อจะแย่ หนูคันไม้คันมืออยากช็อปปิ้งเต็มแก่แล้ว”
เพ็ญพรโผล่ออกจากที่ซ่อนไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น ก็นึกเสียดาย ตัดสินใจจะกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็น พรเพ็ญซึ่งแต่งตัวเหมือนตัวเองทางหางตา หันขวับไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่พรเพ็ญก้มลงเก็บกระเป๋าถือ แถมพยาบาลเข็นเตียงคนไข้มาบังพอดี เธอจึงไม่เห็นอะไร พานคิดไปว่าตัวเองเพี้ยน หันหลังเดินจากมาก็เลยไม่เห็นว่าพอพยาบาลเข็นเตียงผ่านไป พรเพ็ญเก็บกระเป๋าได้ก็ลุกขึ้นยืน ทั้งคู่คลาดกันอย่างน่าเสียดาย
ครู่ต่อมาเพ็ญพรเดินมารอลิฟต์ มีช่างก่อสร้าง เข็นกระจกเงาสองด้านบานใหญ่เต็มตัวมารอลิฟต์เช่นกัน เขาขอโทษเธอด้วยที่ต้องมาใช้ลิฟต์โดยสารเนื่องจากลิฟต์ขนของเสีย ระหว่างนั้นพรเพ็ญเดินมายืนรอลิฟต์เช่นกันแต่คนละฝั่งของกระจกเงา ช่างก่อสร้างเห็นทั้งคู่ แต่สองสาวต่างไม่เห็นกันและกัน ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่เกิดใจตรงกันไม่อยากเข้าไปยืนเบียดกระจกบานใหญ่ จึงปล่อยให้ช่างก่อสร้างเข็นกระจกเข้าไปเพียงลำพัง ทั้งคู่มองเห็นทางหางตานึกว่ายังมีกระจกเงาอีกบานซึ่งสะท้อนภาพตัวเองตั้งอยู่
สักพักต่างหันมองซึ่งกันและกัน พรเพ็ญเอียงคอ เพ็ญพรก็เอียงคอเช่นกัน เพ็ญพรแสบกว่าลองแลบลิ้นดู คราวนี้พรเพ็ญส่ายหน้าไม่แลบลิ้นด้วย ทั้งคู่สะดุ้งโหยง ค่อยยกมือขึ้นช้าๆ เพื่อจะแตะกระจก ทันทีที่มือสัมผัสกัน ต่างผงะราวกับถูกไฟช็อต
ooooooo
ไม่รู้ว่าบาปกรรมแต่ชาติปางไหนดลบันดาลให้เดือนฉายซึ่งมีกอล์ฟตามมาดูแล มาห้างฯเดียวกับที่สโรชาและอาภาพรมา สโรชาดูจะไม่ค่อยสนุกกับการเดินดูข้าวของสักเท่าใดเพราะเป็นห่วงงานที่มอบหมายให้ลูกชายทำ ไม่รู้ได้เรื่องไปถึงไหนแล้ว นี่ถ้าไม่กลัวจะมีพิรุธ เธอคงจะกลับไปหาเองแล้ว
“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะแม่ เรื่องเงินๆทองๆ พี่ณัฐเขาไม่ปล่อยอยู่แล้ว”
สโรชาเดินไปกับอาภาพรทางหนึ่ง ขณะที่เดือนฉายกับกอล์ฟเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง คลาดกันหวุดหวิด...
ทางด้านเพ็ญพรพาพรเพ็ญไปคุยกันที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล ต่างแนะนำตัวให้รู้จักกัน ทั้งคู่แปลกใจที่ชื่อของพวกตนคล้ายกันมากและที่สำคัญกว่านั้น หน้าตาของทั้งคู่เหมือนกัน ขณะกำลังคิดหาเหตุผล มีเสียงเด็กหญิงสองคนร้องขึ้นพร้อมกันว่า “ฝาแฝด” พรเพ็ญและเพ็ญพรหันมองตามเสียง เห็นเด็กหญิงฝาแฝดจ้องมองพวกตนอยู่ แถมชี้นิ้วตะโกนลั่นว่า “ฝาแฝดๆๆๆ” แม่ของเด็กน้อยวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“จันทร์เพ็ญ เพ็ญจันทร์ แม่ตกใจหมดเลย นึกว่า โดนใครจับตัวไปซะแล้ว”
“แม่คะ ฝาแฝด” เด็กน้อยทั้งสองคนพากันชี้ไป ที่พรเพ็ญและเพ็ญพร
“อุ๊ย! ฝาแฝดเหมือนกันเลย พี่เขาสวยไหมคะลูก โตขึ้นต้องสวยๆน่ารักๆแล้วก็ต้องรักกันแบบพี่เขานะ”
พรเพ็ญและเพ็ญพรตระหนักในบัดดลว่าพวกตนเป็นฝาแฝดกัน...
ขณะที่สองพี่น้องฝาแฝดที่พลัดพรากกันมานาน ได้โคจรมาเจอกัน ณัฐพงษ์เข้าไปรื้อค้นห้องทำงานของเอกสิทธิ์กระจุยกระจายเพื่อหาเอกสารตามที่แม่ของเขาต้องการโดยบังคับให้ลุงเติมช่วยหาอีกแรงหนึ่ง ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวซ่อนไว้หลังรูปถ่ายเจ้าของห้อง ณัฐพงษ์ดีใจ ในที่สุดก็หาสิ่งที่แม่ต้องการเจอ...
ระหว่างที่เดือนฉายนั่งกินอาหารอยู่กับกอล์ฟรู้สึกปวดปัสสาวะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทันทีที่เลี้ยวมุมตึก สโรชากับอาภาพรเดินเข้ามาในร้านอาหาร แถมนั่งโต๊ะติดกันโดยที่อาภาพรนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ด้านหลังกอล์ฟ สองคนเขม่นกันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แถมมีปากเสียงกันดังลั่นร้าน เดือนฉายกลับเข้ามา เห็นคนที่กอล์ฟทะเลาะด้วยเป็นลูกของสโรชาถึงกับชะงัก อีกฝ่ายก็ตกใจไม่แพ้กัน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย้ยหยัน
“ว่าไง...เดือนฉาย”
อาภาพรงง แม่รู้จักพวกนี้ด้วยหรือ กอล์ฟส่ายหน้าเซ็ง ไม่น่ามารู้จักสองคนนี่เลย อาภาพรปรี๊ดแตกด่าสวนว่าไอ้อ้วน เขาไม่ยอมแพ้ ด่ากลับว่านังเจ๊ อาภาพรโวยวายให้แม่สั่งให้ไอ้อ้วนนี่ขอโทษตนเดี๋ยวนี้
“ดูแลคนของเธอยังไง ให้หยาบคายต่ำอย่างนี้” สโรชาได้ทีด่าซ้ำ กอล์ฟไม่พอใจ ถลกแขนเสื้อจะลุย เดือนฉาย กลับสั่งให้เขาขอโทษอาภาพร แม้จะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่กล้าขัด จำใจขอโทษส่งๆ เดือนฉายหยิบเงินวางไว้เป็นค่าอาหารแล้วลากกอล์ฟออกจากร้าน สโรชาร้องเรียกไว้
“เดี๋ยว จะไม่ถามถึงคุณเอกสักคำเลยหรือ...ถ้าอย่างนั้น ฉันก็บอกคุณเอกให้เองก็ได้ว่าเธอ...สบายดี ใช่ไหม” สโรชายิ้มสะใจ เดือนฉายเดินเชิดหน้าออกไปทั้งที่ใจเจ็บแปลบโดยมีกอล์ฟตามติด อาภาพรซักเป็นการใหญ่ว่าแม่ไปรู้จักนังนั่นได้อย่างไร เธอยังไม่ทันตอบ ณัฐพงษ์โทร.มาแจ้งว่าเจอของที่ให้หาแล้ว
ooooooo
ทั้งเพ็ญพรและพรเพ็ญยังมึนกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ในบัตรประชาชนของทั้งคู่จะแจ้งว่าเกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่นามสกุลไม่เหมือนกัน เพ็ญพรตั้งข้อสังเกต หากเราเป็นฝาแฝดกันจริง ทำไมถูกจับแยกกันอยู่คนละที่
“ฉันมั่นใจว่าเรื่องของเราสองคนมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ”
“ไม่ธรรมดายังไง”
เพ็ญพรก็ไม่รู้เหมือนกัน เราสองคนถึงต้องหาคำตอบให้ได้ แล้วนึกขึ้นได้ ตกลงเราสองคนใครเกิดก่อนเกิดหลัง พรเพ็ญยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เพ็ญพรชิงขอเกิดทีหลัง อยากเป็นน้องเพราะไม่อยากแก่ แล้วตั้งชื่อให้พี่สาวฝาแฝดของตัวเองใหม่ว่า “เจ๊ติ๋ม” แทนที่จะเรียกพี่พร เนื่องจากเธอดูติ๋มๆ ใสซื่อ ไม่หือไม่อือใดๆทั้งสิ้น เพ็ญพรซักคร่าวๆเกี่ยวกับบ้านศิลาแดง จึงได้รู้ว่าพ่อตัวเองป่วย ส่วนสโรชาเป็นภรรยาของพ่อ
“ภรรยาพ่อ!...มันก็เมียน้อยน่ะสิ แล้วมันร้ายกับพี่ไหม เหมือนในละครไหม” เพ็ญพรเห็นพี่สาวน้ำตาซึม เดาได้ไม่ยาก “ต้องร้ายแน่ๆ มิน่า ฉันชอบรู้สึกอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลย บางทีก็รู้สึกเศร้าๆอยากร้องไห้ บางทีก็เจ็บตัวขึ้นมาดื้อๆ ล่าสุดนี่ก็ยังโดนบีบคอจนหายใจไม่ออก พวกมันทำพี่ใช่ไหม”
พรเพ็ญสะอื้นน้ำตาร่วงพรู สองพี่น้องโผกอดกันแน่น เพ็ญพรแค้นใจมาก ประกาศลั่น จากนี้ไปพวกมันจะทำอะไรเจ๊ติ๋มของเธอไม่ได้อีกแล้ว คนอย่างมันต้องเจอกับคนอย่างเธอ...
พวกมันที่เพ็ญพรพูดถึงกำลังรวมหัวกันจะฮุบสมบัติของเอกสิทธิ์ เรียกทนายสมศักดิ์มาพบที่บ้าน เอาเอกสารที่ณัฐพงษ์หาเจอ ให้เขาทำเรื่องยื่นขอให้สโรชาได้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของเอกสิทธิ์ สมศักดิ์ต้องขอเวลาในการดำเนินการสักระยะหนึ่ง อาภาพรโวยใส่จะต้องรออะไรอีก ในเมื่อเอกสารมีชื่อของแม่ชัดเจน
“นั่นสิครับ แค่เบิกตังค์ออกมาไว้ที่คุณแม่ แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”
สโรชาส่งสายตาปรามลูกๆ “เอาเป็นว่าสุดแท้แต่คุณทนายเถอะค่ะ หวังว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนะคะเพราะก็อย่างที่เห็น ค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนของคุณเอก แต่ละวันก็มากอยู่”
ป้าแจ่มกับลุงเติมแอบฟังอยู่ตลอด ได้แต่สงสารคุณท่านกับคุณหนูของพวกตน
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกัน พรเพ็ญพาเพ็ญพรมาหาพ่อซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ เรียกให้ท่านตื่นขึ้นมาดูว่าเธอพาน้องเพ็ญมาเยี่ยม แล้วบอกให้น้องมากราบพ่อ เพ็ญพรเห็นสภาพของพ่อแล้ว ถามเสียงเข้มใครทำให้เป็นแบบนี้ ได้ความว่าท่านป่วยมานานแล้ว เพิ่งมาเป็นหนักช่วงหลังเพราะหกล้ม
“ใครผลัก นังป้าหน้าวอกนั่นใช่ไหม” เพ็ญพรเห็นพี่สาวอึ้ง สั่งให้เอามือถือของเธอมา จัดการแลกเบอร์โทร.กัน มีอะไรให้เธอโทร.หาได้ตลอดและห้ามเล่าเรื่องของเราให้ใครฟังเด็ดขาด พรเพ็ญรับคำ พลันมีเสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งโหยง พรเพ็ญบอกให้น้องไปซ่อน เธอรีบมุดเข้าใต้เตียง แต่ซ่อนไม่มิด
“มันเห็นอ่ะ...ห้องน้ำๆ” พรเพ็ญแนะเสียงสั่น
เพ็ญพรยังไม่ทันจะคลานออกมา ตรัยเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน คิดว่าคนที่คลานอยู่คือพรเพ็ญ ปรี่เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร ทำไมถึงลงไปคลานแบบนั้น ด้วยความกะล่อน เธอแต่งเรื่องว่าจิ้งจกคลานเข้าไปใต้เตียง เธอเกรงพ่อจะกลัวก็เลยตามเข้าไปจะจับ แต่มันหนีไปเสียก่อน
“งั้นออกมาเถอะครับ เดี๋ยวเรียกแม่บ้านมาจัดการก็ได้” ตรัยว่าแล้วเข้าไปโอบตัวจะช่วยเธอลุกขึ้น
หญิงสาวหวั่นไหวใจหวิวรีบปัดมือเขาออก ตวาดกลบเกลื่อนว่าไม่ต้อง ตรัยถึงกับออกปาก ทำไมต้องดุกันด้วย เพ็ญพรกลัวความลับแตกรีบแอ๊บเสียงหวานเว่อร์ขอโทษที่เสียงดังไปหน่อย แล้วรีบคลานออกมาจากใต้เตียง ตรัยเห็นท่าทางแก่นกะโหลกของเธอแล้ว มึนตึบ ต้องขอเข้าห้องน้ำล้างหน้าเผื่ออาการจะดีขึ้น เพ็ญพรนึกขึ้นว่าเจ๊ติ๋มพี่สาวตัวเองอยู่ในนั้น จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน จำต้องปล่อยเลยตามเลย
พรเพ็ญทำตัวลีบสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ตรัยเห็น เขาล้างหน้าเสร็จ ก็ปัสสาวะต่อ เธออายมากต้องเอามือปิดตาไว้ เขาปลดทุกข์เสร็จกดชักโครก เธอถอยไปเตะของในนั้นล้ม ตรัยหันมาเห็นก็ตกใจ รีบรูดซิป แต่ซิปดันติด กุมกล่องดวงใจร้องจ๊าก พรเพ็ญสบช่องวิ่งหนีออกจากห้องน้ำ บอกให้เพ็ญพรกลับไปก่อน เธออยากรู้มากว่าพี่ทำอะไรนายนั่นถึงได้ร้องลั่นขนาดนั้น พรเพ็ญไม่ตอบ รีบดันตัวน้องออกจากห้อง
ฝ่ายเพ็ญพรวิ่งหน้าตั้งมาหลบมุม มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น แม่โทร.มาตาม...
ตรัยเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องในห้องน้ำ ชวนพรเพ็ญคุยเรื่องจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยช่วยเหลือ เธอไม่อยากได้ พ่อทั้งคนเธอดูแลเองได้ จังหวะนั้นมีโทรศัพท์จากโรงพัก เนื่องจากมีงานด่วน ตรัยจึงต้องขอตัวกลับก่อน
ooooooo
เพ็ญพรอั้นปัสสาวะจนมาถึงออฟฟิศของวิทวัส แล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องทำงานของเขาเพื่อจะเข้าห้องน้ำ อารามรีบร้อน ผลักประตูห้องน้ำพรวดเข้าไป วิทวัสกำลังปัสสาวะอยู่ ต่างฝ่ายต่างตกใจ เขารีบหันหลังให้ สั่งให้ปิดประตูด้วยจะเปิดค้างไว้ทำไมหรือจะให้หันไปให้ดู เพ็ญพรร้องกรี๊ดๆ
“...ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต แน่จริงหันมาสิ อย่าเก็บนะ หันมา”
วิทวัสนึกสนุก แกล้งรูดซิปเหลือไว้ครึ่งหนึ่งแล้วเดินเข้าหา เพ็ญพรแก้เผ็ด กรีดร้องลั่น ตะโกนฟ้องแม่ว่าคนโรคจิตจะโชว์ของลับให้เธอดู เดือนฉายกับกอล์ฟพร้อมด้วยพนักงานหลายคนกรูกันเข้ามา วิทวัสตกใจรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เดือนฉายเชิญเหล่าพนักงานออกจากห้อง แล้วเรียกวิทวัสกับเพ็ญพรมาชำระความ ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบ กอล์ฟหมดความอดทนถามว่าจะเงียบกันไปถึงไหน
ขาดคำ คู่กรณีเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิด เดือนฉายรำคาญรีบตัดบท ให้หยุดเถียงกันได้แล้ว ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็ต้องทำงานด้วยกัน เพ็ญพรถึงกับร้องเอะอะ
“อะไรคะแม่ ทำงาน...ทำกะอีตานี่หรือคะ”...
เมื่อกลับถึงคอนโดฯ ที่พัก เพ็ญพรยืนดูแม่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ บอกว่ามีเรื่องอยากจะถาม แต่แล้วเปลี่ยนใจไม่ถามเรื่องพี่ฝาแฝด เฉไฉถามว่าทำไมถึงรีบกลับ เดือนฉายอ้างทางโน้นมีเรื่องวุ่นๆ ก็เลยต้องกลับไปช่วย เพ็ญพรดักคอว่านั่นเป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น
“เมื่อกลางวันแม่เจอใครที่ร้านอาหารหรือคะ เจ้ากอล์ฟมาฟ้องหนู แล้วจู่ๆแม่ก็อยากกลับไปหาคุณตาขึ้นมาซะอย่างนั้น” คำพูดของลูกทำให้เดือนฉายชะงัก พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความคิดของเธอ
ตอนนั้นเดือนฉายซึ่งท้องแก่กลับจากซื้อของเจอเอกสิทธิ์กำลังนั่งโอบสโรชาอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เขาถึงกับผงะเมื่อเห็นเธอกลับมาก่อนเวลา สโรชาแก้ตัวว่าแค่มาเอาของ แล้วหยิบกระเป๋าถือขอตัวกลับ เธอไม่เชื่อ บอกสโรชาว่าไม่ต้องไป เธอจะไปเอง แล้วหันหลังเดินออกจากห้อง
เสียงเรียกของเพ็ญพรปลุกให้เดือนฉายตื่นจากภวังค์ ถามซ้ำว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เดือนฉายยืนยันว่าไม่มีอะไร แค่ต้องกลับไปช่วยเคน บอกให้เธออยู่ที่นี่ไปก่อน อย่าปล่อยให้วิทวัสทำงานคนเดียว เดี๋ยวจะกลายเป็นเอาเปรียบเขา แล้วเดินไปที่ครัวเอาผลไม้มาปอก เพ็ญพรเข้ามาหยิบมีดช่วยแม่อีกแรงหนึ่ง อยู่ๆรู้สึกหนักหัวขึ้นมา เอามือทุบหัวตัวเองโดยลืมไปว่าถือมีดอยู่ในมือ มีดบาดนิ้วเลือดอาบ
แฝดผู้น้องบาดเจ็บ พรเพ็ญที่กำลังล้วงมือเข้าไปหยิบผลไม้ในตะกร้าพลอยเจ็บนิ้วไปด้วย เท่านั้นไม่พอเธอรู้สึกมึนหัวเหมือนน้องเช่นกัน ต้องขอให้ป้าแจ่มช่วยไปขอยาแก้ปวดจากพยาบาลมาให้ แล้วอดนึกถึงคำพูดของน้องไม่ได้ที่พูดเป็นทำนองว่าถ้าเราคนใดคนหนึ่งเจ็บ อีกคนก็จะพลอยเจ็บไปด้วย
“เพ็ญพร...อย่างน้อยพี่ก็ยังโชคดีที่มีน้องอยู่อีกคน” พรเพ็ญนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
ooooooo
ที่ร้านสนุ้กเกอร์ของลัดดาซึ่งด้านหลังดัดแปลงเป็นบ่อนพนันไฮโล เชาว์อยากจะเสี่ยงดวงแต่เงินไม่มี จึงโทร.ไปขอเงินณัฐพงษ์ซึ่งกำลังสำเริงสำราญอยู่กับเพื่อนๆ ฉลองที่แม่จะได้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของเอกสิทธิ์ นั่นเท่ากับเขาจะมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือไปด้วย ณัฐพงษ์เห็นหน้าจอมือถือเป็นเบอร์ของพ่อ จึงกดรับสาย
“ผมกำลังยุ่ง อ้อ ไหนๆก็รับสายแล้ว จะบอกว่าถ้าจะเอาเงินตอนนี้ขอแม่เลยนะ ตอนนี้เงินแม่น่ะใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ผมยุ่งอยู่แค่นี้นะ” ณัฐพงษ์วางสายแล้วกวักมือเรียกสาวๆมาร่วมฉลอง
เชาว์คิดตามคำพูดของลูกชาย ก่อนจะยิ้มออกมา “ชาตินี้ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แปลว่าสำเร็จแล้วสิวะ ปิดปากเงียบเชียวนังคุณเมียเก่า”
มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าร้าน มาร์คกี้คนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตะโกนว่าตำรวจบุก เกิดโกลาหลย่อยๆ ขึ้นทันที ตำรวจนับสิบนายกรูกันเข้ามา เชาว์วิ่งหนีออกทางหลังร้าน แต่ไม่รอดถูกจับตัวได้ จากนั้นไม่นาน วาทินีซึ่งเที่ยวไปหยิบยืมเงินจากคนอื่นมาก็ประกันตัวเชาว์ เขาไม่วายกร่าง โวยวายให้จ่าเวรรีบมาปล่อยออกจากห้องขัง ตรัยเดินเข้ามาพอดี วาทินีทึ่งในความหล่อ ถึงกับมองตาค้าง เชาว์หมั่นไส้แขวะเสียงดัง
“เห็นผู้ชายล่ะมองตาค้างเชียวนะ”
“แหม ก็ปกติอยู่แต่กับแก่ๆ เหี่ยวๆ มันก็ต้องมีบ้างสิ”
ตรัยได้ยินเสียงทั้งคู่ก็หันไปมอง ก่อนจะถามตำรวจว่าพวกนี้ถูกจับคดีอะไร ได้ความว่าตั้งวงไฮโลกันในร้านสนุ้กเกอร์เจ๊ลัดดา เชาว์ถูกปล่อยตัว รีบดึงแขนวาทินีกลับ เพื่อจะไปเก็บของ เธองงจะเก็บของไปไหน
“ไม่อยู่แล้วไอ้ห้องรูหนูน่ะ อยากได้ตังค์ไปคืนชาวบ้านเขาด้วยไม่ใช่หรือ ถึงเวลาจะย้ายเข้าไปเป็นคนรวยละเว้ย เอ้อ เธอไม่ไปก็ได้นะ ไม่ได้ว่าอะไร”...
ดึกคืนเดียวกัน เพ็ญพรยืนดูแม่นอนกระสับกระส่าย คล้ายจะฝันร้าย เข้ามานั่งข้างๆ เอามือแตะแขนแม่ถึงสงบลง หายใจสม่ำเสมอ เธอครุ่นคิดหาเหตุผล เพราะอะไรกันแน่แม่ถึงปิดบังเรื่องแฝดผู้พี่ของเธอ เดือนฉายหายใจถี่ขึ้นอีกครั้ง เพ็ญพรดึงผ้ามาห่มให้ มองแม่อย่างเห็นใจ
“นานเท่าไหร่แล้วคะที่แม่ต้องนอนฝันร้ายแบบนี้ แม่ต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนถึงจะเก็บความรู้สึกแบบนี้อยู่ได้ ตั้งกว่ายี่สิบปี” เพ็ญพรพูดจบหอมหน้าผากแม่เบาๆ
ooooooo
วิทวัสแวะมาเยี่ยมลูกค้าที่โรงพยาบาล ได้เจอพรเพ็ญโดยบังเอิญ คิดว่าเป็นเพ็ญพรปรี่เข้าไปหาเธอเห็นเขารีบเดินหนี เขาคว้าชายเสื้อไว้ แซวว่าทีอยู่คนเดียวไม่เห็นเก่งเหมือนเมื่อวาน แล้วเห็นนิ้วเธอปิดปลาสเตอร์
“อ้าวแล้วนิ้วไปโดนอะไรมา เมื่อวานตอนรังแกผมยังดีๆอยู่เลยนี่”
พรเพ็ญยังไม่ทันจะพูดอะไร เห็นสโรชาเดินมากับอาภาพร รีบดึงวิทวัสมาบังตัวเองไว้ เขาสงสัยว่าทำไมต้องหลบ เธอไม่ได้หลบ แค่ไม่อยากให้พวกนั้นเห็นเธออยู่กับเขา วิทวัสกระเซ้า คนอย่างเธอกลัวคนอื่นเป็นด้วยหรือ ขอวิ่งไปดูหน้าพวกนั้นสักหน่อยแล้วขยับจะไป พรเพ็ญคว้าแขนเขาไว้ วิทวัสหันกลับมาเห็นสีหน้าและแววตาของผู้หญิงตรงหน้า รู้สึกไม่คุ้นเคย พรเพ็ญอายที่ถูกจ้องรีบหลบสายตา ก่อนจะขอตัวเดินจากไป
“แปลกนะ ทำไมวันนี้กับเมื่อวาน มันต่างกัน ลิบลับ” วิทวัสมองตาม อดยิ้มไม่ได้
เมื่อพรเพ็ญเข้าไปในห้องพักฟื้นของพ่อ ต้องตกใจที่รู้ว่าสโรชาจะเอาตัวพ่อกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน...
เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ทำให้ตรัยมาเจอ เพ็ญพรที่ซุปเปอร์มาร์เกตโดยคิดว่าเป็นพรเพ็ญ เธอไม่ทันตั้งตัวคิดคำพูดไม่ออก ก็เลยเล่นมุกตลกให้ดู คุยว่าท่องสูตรคูณถอยหลังได้ เขาลองให้เธอท่องแม่หกให้ฟัง เธอท่องสูตรคูณเหมือนที่คนอื่นๆท่องกัน พร้อมกับเดินถอยหลังหนีเขาไปด้วย ตรัยขำกลิ้ง รีบวิ่งไปดักเอาไว้
“รู้ไหม พี่อยากให้น้องพรเป็นแบบนี้ทุกวันเลย พี่ชอบ”
เพ็ญพรถึงกับไปไม่เป็น รีบตัดบท มีธุระต้องไปทำแล้วจ้ำอ้าวทันที ตรัยมองตามถูกใจ...
เกิดเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน เมื่อสโรชาพาเอกสิทธิ์กลับบ้านศิลาแดง แล้วเจอเชาว์กับวาทินีนั่งวางท่าเป็นเจ้าของบ้านอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก อาภาพรเกลียดวาทินีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไล่ตะเพิดออกจากบ้าน สองสาวหวิดจะตบกัน เชาว์ต้องปรามว่าคนกันเองอย่าทะเลาะกัน พรเพ็ญไม่อยากมีส่วนร่วม
กับเรื่องวุ่นๆของสโรชา ขอตัวพาพ่อขึ้นไปพักผ่อนที่ห้อง เชาว์ร้องเรียกไว้
“เดี๋ยว ถ้าเธอจะหมายถึงห้องเดิมพ่อเธอล่ะก็ มันไม่ใช่แล้วล่ะ”
พรเพ็ญตกใจรีบขึ้นไปดู เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบวางกองอยู่กับข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกลื่อนห้องนอนของพ่อ ถึงกับน้ำตาคลอ หันหลังจะเดินออก เชาว์โผล่พรวดเข้ามา เธอตกใจถอยกรูดไปติดเตียง บอกเสียงสั่นว่านี่เป็นห้องของพ่อเธอ เขาจะอยู่ที่บ้านนี้ก็ได้เธอไม่ว่า แต่ต้องไม่ใช่ห้องนี้
“หนูเนี่ยนะจะมีสิทธิ์อะไรมาว่า ในเมื่อสิทธิ์ปกครองบ้านนี้ ตอนนี้ไม่ใช่ของพ่อหนูหรือแม้กระทั่งหนู”
หญิงสาวไม่อยากเถียงด้วยจะเดินหนี เชาว์กระชากแขนจนเธอเสียหลักล้มลงบนเตียง แล้วยื่นหน้าเข้าไปหา ทำท่ากรุ้มกริ่มใส่ วาทินีเข้ามาเห็น กรีดร้องลั่นบ้าน ตรัย สโรชาและอาภาพรตามมาสมทบ ต่างชะงัก ตรัยรีบประคองพรเพ็ญให้ลุกขึ้น ถามว่าเชาว์ทำอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าน้ำตาคลอ อาภาพรได้ทีใส่ความ
“หรือแกคิดจะทำอะไรพ่อฉัน นังพร”
วาทินีทำท่าจะเอาเรื่องเชาว์ ตรัยมองๆ ทั้งคู่แล้วจำได้ว่าเชาว์เป็นผู้ต้องหาคดีเล่นไฮโล วาทินีเองก็จำเขาได้เช่นกันว่าเป็นตำรวจ เชาว์ไม่สน ถึงเขาจะเป็นตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย ที่นี่ไม่ใช่โรงพัก และตนก็ไม่ใช่ผู้ต้องหาแล้ว สโรชาร้อนตัว กลัวเรื่องไม่ดีของเชาว์จะถูกโยงมาถึงตัวเอง
ooooooo
ตรัยเห็นว่าบ้านศิลาแดงชักจะไม่ปลอดภัยเพราะมีบุคคลที่ไม่น่าไว้ใจมีคดีติดตัวอย่างเชาว์เข้ามาอยู่แนะให้พรเพ็ญย้ายออก เธอจะไปจากที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อบ้านนี้เป็นของพ่อ ถ้าเธอไปก็ต้องเอาพ่อไปด้วย แล้วบ้านหลังนี้ก็จะกลายเป็นของคนอื่น เธอเชื่อว่าสโรชากับวาทินีคงไม่ปล่อยให้เชาว์มารังแกเธอแน่
“แต่ละคนที่พูดมาน่ะ ก็ไม่น่าวางใจทั้งนั้นนะครับ”
จังหวะนั้นเพ็ญพรโทร.เข้ามือถือของพี่สาว เธอเห็นน้องโทร.มาก็ดีใจ ขอตัวไปคุยโทรศัพท์สักครู่ เพ็ญพรได้ยินน้ำเสียงของพี่สาวก็เดาได้ทันทีว่าต้องโดนรังแกมา คาดคั้นให้เล่าให้ฟัง แต่เธอไม่ยอมบอกอะไร ระหว่างนั้นลุงเติมเข็นรถเข็นพาพ่อเข้ามาถามว่าจะให้ท่านอยู่ห้องไหน เพราะท่านต้องนอนพักแล้ว พรเพ็ญบอกน้องว่าแค่นี้ก่อน ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง แล้วรีบวางสาย บอกให้ลุงเติมพาท่านไปที่ห้องของเธอ
ครู่ต่อมาตรัยกับพรเพ็ญช่วยกันพาเอกสิทธิ์ขึ้นนอนพักบนเตียง เขายังคงยืนกรานให้เธอจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยช่วยเพราะเอกสิทธิ์ต้องพลิกตัวทุกสองชั่วโมง กันเป็นแผลกดทับ เธออ้างว่ามีทั้งป้าแจ่มและลุงเติมคอยช่วยไม่น่าจะมีปัญหา ตรัยไม่เข้าใจ ทำไมถึงรีบพาท่านออกจากโรงพยาบาล พรเพ็ญกำลังจะบอกว่าเป็นความคิดของสโรชา เจ้าตัวโผล่เข้ามาเสียก่อน แถมพูดเป็นทำนองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ตรัยรู้ว่าถูกไล่ทางอ้อม แต่ไม่สนใจ แนะให้เธอหาพยาบาลมาช่วยพรเพ็ญ เพราะทำคนเดียวคงไม่ไหว
“ไม่จำเป็นมั้งจ๊ะ ผู้คนในบ้านก็ออกจะยั้วเยี้ย เอ่อ เยอะนะจ้ะ อีกอย่างตอนนี้เศรษฐกิจมันก็ซบเซา น้าเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน อะไรที่สิ้นเปลืองก็ไม่อยากทำ คุณเอกกลายเป็นคนไร้ความสามารถแบบนี้ ตามกฎหมายน้าก็เลยต้องเป็นคนดูแลทั้งหมด จนกว่าคุณเอกจะหายดี แล้วดูท่าค่ารักษาพยาบาลคงต้องอีกยาว ประหยัดอะไรได้ก็ต้องประหยัดไว้ก่อน”
พรเพ็ญเสนอให้เอาเงินส่วนของเธอมาใช้เป็นค่ารักษาพ่อก็ได้ สโรชาอธิบายว่าตอนนี้ไม่มีเงินส่วนไหนที่เป็นของเธอ มีแต่ส่วนของตน เธอจะใช้ส่วนของเธอได้ก็ต่อเมื่อเอกสิทธิ์ตายไปแล้วเท่านั้น พรเพ็ญตกใจกับคำพูดของสโรชา หันไปสบตากับตรัย โดยไม่ทันสังเกตว่าเอกสิทธิ์ดูเหมือนจะรับรู้เรื่องราวต่างๆได้...
ด้านเพ็ญพรเป็นห่วงเรื่องของพี่สาวจึงขอไม่ไปส่งแม่ แล้วถามอ้อมๆว่ามีอะไรปิดบังเธอหรือเปล่า เธอโตพอที่จะรับรู้เรื่องพวกนั้นได้แล้ว แต่พอเห็นสีหน้าไม่ดีของแม่ เพ็ญพรเปลี่ยนใจไม่คาดคั้นอะไรท่านอีก เดือนฉายยืนยันว่าสักวันลูกจะได้รู้ แค่ไม่ใช่วันนี้เท่านั้น เธอพยักหน้ารับคำเข้าไปกอดแม่ไว้ พึมพำในใจ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ ถึงแม่จะยังไม่ยอมบอกหนู แต่หนูก็จะต้องรู้ให้ได้ หนูจะตามล่าหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้...ด้วยตัวเอง” เพ็ญพรสีหน้ามุ่งมั่น...
ทางฝ่ายวาทินีไม่พอใจสโรชากับอาภาพรที่รุมแดกดันว่าพูดจาไม่สมกับมาอยู่ในบ้านผู้ดี จึงด่ากลับไปบ้าง แถมขู่จะแฉเรื่องเลวๆของสโรชาที่ตัวเองกำความลับไว้ เธอกลัวลูกจะรู้เรื่อง รีบไล่ให้กลับห้อง แล้วขอคุยกับเชาว์เป็นการส่วนตัว ก่อนจะเดินนำไปยังมุมปลอดคน ต่อว่าเขาที่พาวาทินีมาอยู่ที่นี่ เขาอธิบายว่าที่ต้องพามาก็เพราะกลัวนังนั่นจะแบล็กเมล์เราสองคน ไม่ได้มีจิตพิศวาสอะไรด้วยเลย
“ถ้าแค่เรื่องนั้นจริง ฉันจะได้จัดการถูก อย่าให้จับได้แล้วกันว่าเล่นละครอะไรตบตาฉันอยู่”
“ตบตาอะไรกัน พูดจริงหมดทุกอย่าง นังสก๊อยพลาสติกนั่นเหรอจะสู้เธอได้ ทั้งฉลาดทั้งสวยธรรมชาติ” ไม่พูดเปล่าเชาว์กอดสโรชาไว้แน่น เธอสะบัดเขาออก ไล่ให้ไปไกลๆ แล้วกำชับให้ไปบอกนังนั่นด้วยว่าให้อยู่ในที่ของตัวเอง อย่าออกมาเพ่นพ่าน และเธออนุญาตให้อยู่ที่นี่แค่ชั่วคราวเท่านั้น...
ที่ห้องโถงคอนโดฯที่พักของเดือนฉาย ขณะเพ็ญพรกำลังโทร.ชวนสุดาออกมากินมื้อเย็นเป็นเพื่อน เธอเหงาเนื่องจากแม่กลับต่างจังหวัดไปแล้ว วิทวัสยื่นถุงใส่อาหารถุงใหญ่ลงมาตรงหน้า กลิ่นหอมชวนหิวของมันทำให้เธอลืมเสียสนิทว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อน ก่อนจะตัดสายทิ้งหน้าตาเฉย จากนั้นทั้งคู่พากันไปรอหน้าลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปกินข้าวที่ห้องพักของเธอ อยู่ๆวิทวัสเกิดเปลี่ยนใจ
“คงไม่ดีถ้าใครมาเห็นคุณขึ้นไปบนห้องกับผมสองต่อสอง” พูดจบเขายื่นถุงใส่อาหารให้ ในเมื่อเขาเป็นห่วงชื่อเสียงของเธอ เธอก็เลยชวนเขาไปนั่งเปิบอาหารกันที่ริมสระว่ายน้ำภายในคอนโดฯที่พักแทน
ooooooo
ตรัยอยู่ช่วยพรเพ็ญปูที่นอนหลังใหม่ข้างๆเตียงที่เอกสิทธิ์นอนอยู่ พลางขอร้องให้เธอทบทวนเรื่องที่เขาอยากให้เธอกับพ่อย้ายออกจากที่นี่ เธอยืนกรานคำเดิม คงย้ายไปไหนไม่ได้เพราะพ่อรักที่นี่มาก อาภาพร ผลักประตูเข้ามา เห็นตรัยอยู่ในห้องกับพรเพ็ญ แดกดันว่าเดี๋ยวนี้ริอ่านรับแขกในห้องนอนเลยหรือ
“น้องภาพูดอะไรครับ คุณลุงท่านก็นอนอยู่นี่”
“พี่ตรัยคะ พูดก็พูดเถอะ สภาพคุณลุงเป็นแบบนี้ ถ้าพี่จะอะไรยังไงกัน ท่านก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก”
พรเพ็ญขอร้องให้อาภาพรเห็นแก่พ่อของตนบ้าง เธอรีบออกตัวว่าแค่แซวเล่น ไม่เห็นต้องพูดให้เธอดูเป็นนางร้ายต่อหน้าตรัยแบบนั้น เขาตำหนิอาภาพรว่าแซวแรงไปไหม เธองอนใส่ทันที โทษว่าเป็นเพราะพรเพ็ญคนเดียวทำให้เธอถูกตำหนิ จะไปฟ้องแม่ให้มาจัดการ แล้ววิ่งแจ้นออกจากห้อง ตรัยมองพรเพ็ญอย่างห่วงใย
“ถ้าเป็นพี่...พี่จะไม่ทนอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ถ้าจะต้องอยู่ พี่จะลุกขึ้นสู้ครับ น้องพร”...
ไม่นานนักพรเพ็ญเดินมาส่งตรัยที่รถ เขาเห็นเธอจามติดๆกัน รีบบอกให้เข้านอนแต่หัวค่ำ อย่าลืมล็อกประตูห้อง ส่วนมือถือต้องเอาติดตัวไว้ตลอด เผื่อมีอะไรก็ โทร.หาเขาได้ เธอทักท้วงว่านี่บ้านของเธอเอง
“ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น โดยเฉพาะ...บ้านหลังนี้ ไปล่ะครับ” ตรัยพูดจบขึ้นรถขับออกไป พรเพ็ญเดินกลับเข้าบ้าน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าที่มุมมืดไม่ห่างกันนัก ณัฐพงษ์แอบมองอยู่...
เป็นอย่างที่ตรัยพูดไว้ไม่มีผิดว่าบ้านศิลาแดงไม่น่าไว้วางใจ เชาวน์แอบออกจากห้องตัวเองตอนที่วาทินีหลับสนิท หวังจะบุกรวบหัวรวบหางพรเพ็ญ เห็นเงาตะคุ่มๆ หน้าประตูห้องของเธอคิดว่าเป็นพรเพ็ญ ค่อยๆย่องเข้าไปกอด สองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสักพัก เชาวน์โดนไฟฉายฟาดหัวอย่างแรงถึงกับร้องลั่น
ทันใดนั้นไฟเปิดพรึบสว่างไปทั้งโถงทางเดิน พรเพ็ญเปิดประตูห้องออกมาเห็นเชาวน์นั่งกุมหัวเลือดอาบอยู่กับพื้น โดยมีณัฐพงษ์ล้มอยู่ข้างๆ เธอเดาได้ไม่ยากว่าสองพ่อลูกคิดจะทำอะไรกับตนเอง...
ครู่ต่อมา สโรชาเรียกทุกคนในบ้านไปที่ห้องรับแขกเพื่อฟังการชำระความ เหตุการณ์กลับตาลปัตร แทนที่เธอจะเล่นงานผัวเก่ากับลูกชายตัวเองที่หื่นไม่เลือกที่ กลับโทษว่าเป็นความผิดของพรเพ็ญที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น สั่งให้เธอเจียมกะลาหัว เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ก้นครัวหรือไม่ก็อยู่ล้างกระโถนให้พ่อของเธออยู่ในห้อง
“เอาล่ะ จบเรื่องไร้สาระ แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว หวังว่าจะไม่มีใครก่อเรื่องไร้สาระอย่างนี้อีก” สโรชาพูดจบปรายตามองเชาวน์ซึ่งรีบดึงวาทินีกลับห้อง ณัฐพงษ์เอง
ก็รีบชิ่งหนีกลัวถูกแม่เล่นงาน ขณะเดินผ่านพรเพ็ญไม่วายยักคิ้วให้ เธอตกใจรีบถดหนี ป้าแจ่มดึงเธอมากอดไว้ด้วยความสงสาร
ขณะที่พรเพ็ญร้องไห้ให้กับชะตากรรมของตัวเอง เพ็ญพรที่นอนหลับอยู่ในห้องพักซึ่งอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร สะดุ้งตื่นด้วยน้ำตานองหน้า รับรู้ได้ทันทีว่าแฝดผู้พี่ต้องโดนรังแกอีก ประกาศกร้าว
“ถ้าเจ๊จะยอมก็ช่างเจ๊ แต่แพร์รี่คนนี้ จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว”
ooooooo
สโรชาจะจัดงานเลี้ยงเพื่อประกาศศักดา ให้ใครๆ รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านศิลาแดง ถึงแม้จะยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าได้ครอบครองที่นี่รวมทั้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ตาม ณัฐพงษ์ถูกใจมากจะได้ชวนเพื่อนๆ มาร่วมสนุกด้วย สโรชาห้ามชวนใครมาเด็ดขาด
“แม่เองก็จะเชิญนังพวกคุณหญิงคุณนายไม่กี่คน เอาที่ขี้เม้าท์ มันจะได้ไปเม้าท์กันต่อๆว่าแม่รวยขนาดไหน รับรองแป๊บเดียว รู้กันทั้งเมือง” สโรชากระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการของตัวเอง
อาภาพรจะเชิญตรัยมางานนี้ด้วย สโรชาไม่ให้เชิญ เรื่องอะไรจะเอาตำรวจมาไว้ใกล้ตัวให้เป็นอันตราย แล้วสั่งให้ลูกหาแฟนใหม่ ถ้าหาเองไม่ได้ เธอจะหาให้ ป้าแจ่มกับลุงเติมแอบฟังอยู่ ถึงกับถอนใจ หนักใจ...
นอกจากนี้ สโรชายังเข้ามาบอกให้เอกสิทธิ์รับรู้ว่าตอนนี้เธอคือเจ้าของบ้านศิลาแดงตัวจริงและกำลังจะมีงานเลี้ยงเพื่อประกาศให้ผู้คนรับรู้ พอเห็นพรเพ็ญยกถาดใส่อาหารเหลวของเอกสิทธิ์เข้ามา หันไปยิ้มเย้ย
“มาก็ดีแล้ว ดูแลกันไปละกันนะ ให้สมกับที่พ่อเธอรักเธอมาก...มากกว่าใคร”
เอกสิทธิ์น้ำตาคลอนึกถึงตอนที่ตัวเองฉกพรเพ็ญซึ่งเพิ่งคลอดได้ไม่นานมาจากโรงพยาบาล ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด จนชักเกร็ง พรเพ็ญตกใจรีบบีบนวดตัวให้ พร้อมกับขอร้องให้สโรชาช่วยตามหมอ
“รักกันมากก็ช่วยกันไปสองคนพ่อลูกเถอะ” พูดจบแม่เลี้ยงตัวแสบผละจากไปหน้าตาเฉย
พรเพ็ญพยายามกดตัวพ่อที่ชักเกร็งให้อยู่นิ่งๆ จนตัวเองเหนื่อยหอบ แล้วคว้ามือถือขึ้นมาจะ โทร.ตามหมอ แต่รู้สึกใจหวิวๆ ต้องเอามือกุมที่อกข้างซ้าย ก่อนจะทำมือถือหล่น
ooooooo










