ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"


    ที่บ้านศิลาแดง พรเพ็ญกำลังปอกผลไม้อยู่ ตอนที่ณัฐพงษ์บีบแตรเรียกให้มาเปิดประตูรั้ว เธอเห็นลุงเติมกับป้าแจ่มกำลังช่วยกันล้างจาน ก็เลยอาสาจะไปเปิดประตูให้โดยเผลอเอามีดติดตัวออกไปด้วย

    ทันทีที่ณัฐพงษ์ซึ่งยังอยู่ในอาการเมามายเห็นหน้าพรเพ็ญเท่านั้น ก็พุ่งเข้ามาหาเรื่อง เธอไม่ใช่เพ็ญพร จึงกลัวตัวสั่น จะเดินหนีเข้าบ้าน เขาพยายามลวนลามโดยล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอด้านหลัง เธอตกใจสะบัดหนี คว้ามีดปอกผลไม้ออกจากผ้ากันเปื้อน ขู่ไม่ให้เขาเข้าใกล้ทั้งๆที่ตัวเองกลัวแทบเข่าอ่อน

    “พกมีดมาด้วย เธอแน่ใจนะว่าจะลองดีกับฉัน” ณัฐพงษ์คว้าข้อมือข้างที่ถือมีดบิดอย่างแรง พรเพ็ญเจ็บน้ำตาไหลพราก กลั้นใจตะโกนเรียกป้าแจ่มกับลุงเติมให้มาช่วย ลุงเติมออกมาพอดี ณัฐพงษ์รีบถอยห่าง...

    การเสียน้ำตาของพรเพ็ญพลอยทำให้เพ็ญพรที่นอนหลับอยู่ในรถของวิทวัสน้ำตาอาบแก้มไปด้วย เขาขับรถมาจอดหน้าคอนโดฯที่พักของเธอ แล้วหันไปจะปลุก เห็นน้ำตาเธอไหลเป็นทาง เช็ดให้อย่างเบามือ เธอสะดุ้งตื่น ปัดมือเขา ถามเสียงเขียวว่าจะทำอะไร เขากลับย้อนถามเธอว่าเป็นอะไรถึงร้องไห้ เธอรู้สึกแก้มเปียกๆ รีบคลำดู พึมพำ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขาหาว่าเธอต้องเป็นโรคประสาทอ่อนๆแน่

    “รถผมไม่มีทิชชูซะด้วยสิ”

    เพ็ญพรขี้เกียจเถียงด้วยยกมือปาดน้ำตา แล้วกำชับวิทวัสอย่าลืมที่รับปากตนเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูรถลงไป เธอยังงงไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แล้วก้มดูรอยช้ำที่แขนข้างเดียวกับที่พรเพ็ญโดนบีบ...

    ไม่นานนัก สโรชาเรียกณัฐพงษ์กับพรเพ็ญมาชำระความที่ห้องรับแขก โดยมีอาภาพร ป้าแจ่มและ

    ลุงเติมร่วมฟังอยู่ด้วย ณัฐพงษ์ฟ้องแม่ว่าพรเพ็ญแอบหนีไปเที่ยวผับ เจอเขาแล้วทำเป็นเชิดใส่ ก็เลยต้องสั่งสอนกันบ้าง อาภาพรได้ทีซ้ำว่านังแอ๊บแบ๊วนี่เป็นอย่างที่ตนว่าไม่ผิด สโชราบอกให้เธอเงียบ ณัฐพงษ์เมาเหล้าก็เลยเห็นเป็นตุเป็นตะแล้วสั่งให้เขาขอโทษพรเพ็ญ เพราะวันนี้เธอไม่ได้ไปไหน ตนเป็นพยานให้ได้ เขาลุกพรวด

    “ไม่จริง มันจะเป็นไปได้อย่างไร”

    สโรชาสั่งให้ลูกชายนั่งลงแล้วก็ขอโทษน้องพร ไม่อย่างนั้นตนจะยึดบัตรเครดิตให้หมด เขาขอโทษอย่างขอไปที สโรชาเกรงเรื่องจะถึงหูเอกสิทธิ์ ห้ามป้าแจ่มและลุงเติมพูดเรื่องนี้ แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์จะพาคุณหนูไปส่งที่ห้องนอน แต่สโรชาขอให้เธออยู่ที่นี่ก่อน ตนมีเรื่องจะคุยด้วย

    ooooooo

    วิทวัสแวะมารับเดือนฉายเพื่อจะไปคุยกับลูกค้า แต่เห็นหน้าเธอซีดๆก็เลยแนะให้นอนพักผ่อน เขาไปคนเดียวได้ จังหวะนั้นเพ็ญพรที่เพิ่งตื่นเดินงัวเงียหัวฟูออกมาถามแม่ว่ามีอะไรให้กินบ้าง แต่พอเห็นวิทวัสนั่งอยู่กับแม่เท่านั้น หายสะลึมสะลือเป็นปลิดทิ้งโวยวายว่ามาทำไมแต่เช้า หรือมาเม้าท์เรื่องของเธอให้แม่ฟัง

    “เอ่อ แม่ว่าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่าไหมลูก”

    เพ็ญพรก้มมองสภาพของตัวเองแล้วอายมาก รีบวิ่งกลับเข้าห้อง วิทวัสมองตามขำๆ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ตรัยส่งข้อความเข้ามือถือพรเพ็ญว่า อย่าบอกใครว่าเขาอยู่หน้าบ้าน สักพักพรเพ็ญเปิดประตูรั้วออกมา ตรัยรีบลงมาเปิดประตูรถด้านข้างคนขับให้เธอขึ้น พรเพ็ญไปไหนไม่ได้ ยังเตรียมอาหารเช้าให้พ่อไม่เสร็จ เขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาเพิ่งคุยกับคุณลุงซึ่งบอกว่าเช้านี้คุณน้าจะจัดอาหารให้ท่านเอง แล้วดันตัวพรเพ็ญให้ขึ้นรถ ก่อนจะวิ่งไปประจำที่นั่งคนขับ ค่อยๆเคลื่อนรถออกไป

    หญิงสาวไม่รู้เลยว่านี่เป็นแผนการของสโรชาที่ต้องการไล่เธอไปพ้นทาง เพื่อที่จะเอายาบางอย่างเหยาะลงในอาหารที่ตัวเองเตรียมไว้ให้เอกสิทธิ์กิน แล้วรีบยกไปให้ โดยไม่ยอมให้ป้าแจ่มเข้ามายุ่ง...

    ทางด้านณัฐพงษ์ช่วยพยุงเอกสิทธิ์มานั่งที่เก้าอี้ประจำของท่านที่โต๊ะอาหาร ขณะที่อาภาพรได้แต่ยืนดู สโรชายกถาดใส่อาหารเข้ามาเห็นลูกชายทำตัวดี ก็อดชื่นชมไม่ได้ แต่เขากลับดีแตก

    “ผมช่วยขนาดนี้ หวังว่าส่วนแบ่งสมบัติของผมคงมากกว่ายัยภานะครับ”

    “เรื่องสมบัติน่ะ...ไม่ต้องห่วง...ถ้าฉัน...เป็นอะไรไป...พวกเธอต้องได้...อยู่แล้ว”

    อาภาพรปากเสียทันที ถ้าอย่างนั้นหากเอกสิทธิ์ตาย บ้านหลังนี้ก็จะเป็นของพวกเราใช่ไหม สโรชาฟาดแขนลูกสาวดังเพี้ยะ ฐานปากพล่อย เขายังสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอะไรง่ายๆ แล้วชวนทุกคนนั่งร่วมโต๊ะ จะได้กินอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตา เธอจ้องเอกสิทธิ์ที่ตักอาหารเข้าปาก ก่อนจะแอบยิ้มสมใจ...

    ด้านป้าแจ่มอดสังหรณ์ใจไม่ได้ที่สโรชากับลูกๆทำดีกับเอกสิทธิ์เกินกว่าที่ควรจะเป็น ลุงเติมหาว่าเธอคิดมาก คนพวกนี้ก็เป็นแบบนี้เอง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เธอยังไม่ชินอีกหรือ แล้วถามหาคุณหนูไปไหนไม่เห็นมานั่งร่วมโต๊ะ ได้ความว่าคุณตรัยโทร.มาขออนุญาตคุณท่านพาออกไปแต่เช้า

    คนที่ลุงเติมถามถึงเพิ่งกรวดน้ำร่วมกับตรัยเสร็จ พลันเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในความทรงจำของเธอหลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว สโรชาบอกเธออย่างไม่อ้อมค้อมว่าตนกับพ่อของเธอดีกันแล้ว

    “น้ารู้ว่าเธอเป็นเด็กหัวอ่อน เข้าใจอะไรง่ายน้าแค่จะบอกว่าถ้าไม่อยากให้อาการของคุณพ่อทรุดไปกว่านี้ก็อย่าทำให้ท่านเครียด เรื่องวันนี้ขอให้ผ่านไป น้ารับรองว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โอเคไหมจ๊ะ”สโรชาเห็นเธอพยักหน้ารับ “น้าว่าแล้ว เธอเป็นเด็กเข้าใจอะไรง่าย ไปนอนกันเถอะ อ้อ แล้วช่วงนี้ไม่ต้องห่วงนะ น้าจะช่วยหนูดูแลคุณพ่ออย่างดีที่สุด” สโรชาพูดจบ ลุกออกไป ทิ้ง ให้พรเพ็ญนั่งร้องไห้เพียงลำพัง...

    เสียงเรียกของตรัย ปลุกให้พรเพ็ญตื่นจากภวังค์ ถามว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่มีอะไร แค่ตั้งใจอุทิศส่วนบุญกุศลที่ทำไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ตรัยถามอย่างเกรงใจว่ารวมถึงแม่ของเธอด้วยหรือ

    “ถึงจะไม่เคยได้เห็นหน้ากัน แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน ยังไงก็ขอให้บุญนี้ไปถึงท่านด้วยค่ะ”...

    ผลบุญครั้งนี้ส่งไปถึงเดือนฉายซึ่งตื่นขึ้นอย่างสดชื่น กอล์ฟแซวว่าท่าทางจะฝันดี เห็นนอนยิ้มมีความสุขอยู่คนเดียว เธออดแปลกใจไม่ได้ ฝันก็ไม่ได้ฝัน แต่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แล้วบอกกอล์ฟไปหายาแก้ไข้ให้สองเม็ด รู้สึกเหมือนตัวร้อนๆ เขารีบเข้ามาแตะตัวดูถึงได้รู้ว่าเธอมีไข้ บ่นอุบว่าคุณเพ็ญไม่รู้ออกไปเที่ยวที่ไหนเพลิน ไม่กลับมาสักที เดือนฉายให้เพ็ญพรไปดูงานแทน ไม่ได้หนีไปเที่ยวที่ไหน ไข้แค่นี้เดี๋ยวก็หาย

    “นอนยิ้มไปก่อนละกัน เดี๋ยวผมเอายามาให้”

    ooooooo

    ระหว่างนั่งดื่มกาแฟภายในห้างสรรพสินค้า เพ็ญพรนึกสนุก ชวนวิทวัสเล่นงัดข้อแข่งกัน เธอขี้โกงใช้ทั้งตัวโถมใส่ทำให้เขาแพ้ แต่มือดันปัดถูกถ้วยกาแฟหกรดชุดตัวเองเลอะเทอะไปหมด เขาหัวเราะสะใจ

    “นั่นไง ขี้โกง กรรมสนอง สมน้ำหน้า”

    เพ็ญพรชี้หน้า ด่าเขาว่าอีตาบ้า สั่งให้รับผิดชอบต้องซื้อชุดให้ใหม่ แล้วลากไปแผนกเสื้อผ้าสตรี โดยไม่รู้ว่าตรัยพาพรเพ็ญมาที่แผนกเดียวกัน แถมเลือกชุดเดียวกันอีกต่างหาก แต่เข้าห้องลองเสื้อกันคนละฝั่ง

    วิทวัสนั่งรอนานจนสัปหงก พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที ชะงักเมื่อเห็นพรเพ็ญในชุดใหม่ยิ้มหวานอยู่ไกลๆ ถึงกับเพ้อว่านางฟ้าชัดๆ ขยี้ตาเหมือนไม่เชื่อสายตา

    ตัวเอง มองไปอีกครั้งไม่เห็นเธอแล้ว ลุกพรวดจะไปตาม แต่ถูกเพ็ญพรคว้าแขนไว้ เขาหันมาเห็นเธออยู่ในชุดเดียวกัน ก็ตกใจ หันกลับไปยังจุดที่เห็นพรเพ็ญเมื่อครู่ แล้วมองมาที่เพ็ญพรสลับกันไปมา

    “เฮ้ย ก็เมื่อครู่นี้...อะไรเนี่ย งง คือเมื่อครู่นี้คุณยังอยู่ตรงโน้น”

    เพ็ญพรคิดว่าเขาจะเบี้ยวไม่จ่ายค่าชุดให้ ถึงได้หาเรื่องมากลบเกลื่อน สั่งให้ไปจ่ายค่าชุด แล้วลากเขาไปยังเคาน์เตอร์ชำระเงิน ซึ่งตรัยกำลังเซ็นบัตรเครดิตอยู่ พรเพ็ญไม่ค่อยสบายใจนักที่เขาต้องมาเสียเงินให้ เขาขอให้เลิกเกรงใจคนอื่นได้แล้ว หัดเอาแต่ใจตัวเองบ้าง แล้วชมว่าเธอสวมชุดนี้สวยเหมือนนางฟ้า

    “ขอบคุณพี่ตรัยมากนะคะ แต่วันหลังไม่เอาแล้วนะคะ พรเกรงใจ เดี๋ยวพรขอเปลี่ยนใส่ชุดเดิมนะคะ ขืนใส่ชุดนี้กลับบ้านให้คุณน้ากับคุณภาเห็นล่ะก็...” เธอเห็นเขาจะคัดค้าน อ้อนวอนขอให้เห็นใจ เขาจำใจพยักหน้ายินยอม จากนั้นทั้งคู่กลับไปที่ห้องลองเสื้อ คลาดกับวิทวัสที่เดินเข้ามากับเพ็ญพรเส้นยาแดงผ่าแปด...

    เชาว์ชักรำคาญที่วาทินีเอาแต่ด่า เพื่อนในเฟซบุ๊กซึ่งโพสต์รูปกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ที่ผัวซื้อให้ ขณะที่ตัวเองไม่เห็นมีอะไรไปอวดคนอื่นบ้าง ก็เลยพาลทะเลาะกัน เธอหาว่าเขาอยากกลับไปอยู่บ้านหลังใหญ่กับเมียเก่า เข้ามาทุบตี เชาว์ได้แต่ปัดป้อง โวยใส่ว่าจะมากไปแล้ว ถ้ารู้ว่าจะเยอะแบบนี้ ไม่เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่แรก

    “ตอนนี้ยังไม่ไปหรอกเว้ย แต่เดี๋ยวไอ้แก่นั่นตายเมื่อไหร่ล่ะ ไปแน่”

    “พี่ไม่รักฉันแล้วใช่ไหม ตะคอกฉันกลับแบบนี้ ฉันไม่ยอม...ฉันไม่ยอม” ไม่พูดเปล่าทุบตีเชาว์ไปด้วย เขาสะบัดตัวหนี ด้วยความโมโหเผลอเงื้อมือจะตบ วาทินีโวยวายทำแบบนี้เพราะคิดจะชิ่งเธอใช่ไหม เธอไม่มีวันยอมให้ทำแน่นอน เชาว์ปฏิเสธว่าไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้น ขอร้องช่วงนี้อย่าเยอะ แล้วออกจากห้องไปอย่างหงุดหงิด วาทินีมองตามแค้นใจ...

    ที่โรงพยาบาล สุดาแวะมาหาหมอรุจน์เพราะตรัยฝากให้เขาช่วยอำนวยความสะดวกให้ โดยบอกแค่ว่าเธอจะมาตรวจภายใน เขาเข้าใจผิดคิดว่าจะให้พาไปแผนกสูตินารีฯ แต่พอรู้ว่าตรวจภายในช่องปาก ก็ยิ้มเขินๆ ก่อนจะพาเลี้ยวไปแผนกทันตกรรม พร้อมกับบ่นอุบที่ตรัยพูดไม่เคลียร์ สุดามีอีกเรื่องหนึ่งต้องไหว้วาน หมอรุจน์ถามเสียงเข้มว่าจะให้ทำอะไร

    “ฝากชาร์จมือถือด้วย” พูดจบ เอามือถือตัวเองยัดใส่มือเขา

    ooooooo

    สโรชาเรียกลูกทั้งสองคนของตัวเองมาสรุปให้ฟัง ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเอกสิทธิ์เขียนพินัยกรรมไว้อย่างไร ดังนั้นพวกเราต้องทำตัวดีๆกับสองพ่อลูกนั่นไว้ก่อน อาภาพรถึงกับร้องอ้าว

    “อย่างนี้ก็แปลว่าพวกเราต้องคอยเป็นคนใช้ไปจนกว่าคุณลุงจะตายงั้นหรือคะ ถึงจะได้มรดก”

    “ถ้างั้นผมขอย้ายออกไปอยู่ที่อื่นก่อนจนกว่าคุณลุงจะตายละกันนะครับ”

    อาภาพรขอตามไปอยู่ด้วย สโรชาด่าสวนทันทีจะบ้ากันหรือ จะอยู่กันได้สักกี่น้ำ จังหวะนั้นมีเสียงแตรรถดังมาจากหน้าบ้าน อาภาพรชะเง้อมองออกไป ถึงกับเนื้อเต้นที่เห็นรถของตรัย ขอตัวออกไปหาเขาก่อน สโรชาปรามให้หัดสำรวมไว้บ้างไม่ใช่คอยจะวิ่งโร่ไปหาเขาแบบนั้น รอให้ตนออกไปก่อนแล้วค่อยตามออกไป และอย่าลืมที่ตนย้ำ ให้ทำดีกับเอกสิทธิ์เอาไว้ อีกไม่นานทุกอย่างจะเป็นของพวกเรา

    อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน พรเพ็ญลงจากรถกำลังจะเข้าบ้าน ตรัยร้องเรียกไว้ ว่ามีของจะให้คุณลุง แล้วลงไปเปิดท้ายรถยกรถเข็นออกมาวาง สโรชาออกมาเห็นพอดี ทำท่าไม่อยากจะได้ คุยอวดว่าเมื่อเช้าเอกสิทธิ์ลงมากินอาหารข้างล่างได้แล้ว อาการก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ตรัยขอโทษด้วยที่ซื้อมาโดยพลการ เผื่อคุณลุงอยากจะออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง ถ้าใช้แค่ไม้เท้าอาจจะอันตรายไป สโรชาชะงักไปเล็กน้อย รีบเปลี่ยนทีท่า

    “มีน้าดูแลทั้งคน คงไม่อันตรายหรอกจ้ะ แต่เอาเถอะพ่อตรัยอุตส่าห์มีน้ำใจ เอาไปเก็บข้างในสิยัยหนู”

    รถเข็นหนักเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพรเพ็ญ ตรัยจึงอาสาจัดการให้เอง อาภาพรเดินออกมากับณัฐพงษ์ซึ่งยังเคืองเรื่องเมื่อคืนไม่หาย แขวะพรเพ็ญไปไหนมาแต่เช้า พ่อตัวเองป่วยอยู่แท้ๆกลับไม่ดูแล สโรชาชิงแก้ตัวแทน ว่าตนกับคุณลุงเป็นคนอนุญาตให้ตรัยพา

    เธอออกไปเอง แล้วบอกให้ณัฐพงษ์ช่วยตรัยยกรถเข็นเข้าบ้าน เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ว่าง มีธุระสำคัญต้องไปทำ แล้วผละจากไปอย่างไม่แยแส

    “พี่ณัฐนี่ช่างไม่มีน้ำใจ มาค่ะ น้องภาช่วยดีกว่า แต่คราวหน้าจะออกไปกันอีก ชวนน้องภาด้วยนะคะ”

    ตรัยตัดรำคาญชิงแบกรถเข็นเดินลิ่วเข้าบ้าน โดยมีพรเพ็ญรีบเดินตาม...

    ไม่นานนัก ณัฐพงษ์มาถึงร้านอาหารตามนัด เชาว์ไม่พูดพล่ามแบมือขอเงินลูก อ้างย้ายที่อยู่ใหม่ ต้องใช้เงินเยอะ ที่สโรชาให้มาไม่พอจะวางมัดจำ ณัฐพงษ์ขอให้พ่ออยู่ที่เก่าไปก่อน ตอนนี้ที่บ้านกำลังยุ่งๆ เขาโวยวายเสียงดังว่าอยู่ที่เก่าไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้รู้จักหมดแล้ว ณัฐพงษ์อายคนในร้าน ขอร้องให้พ่อเบาเสียง

    “แม่ให้ตังค์ผมน้อยจะตาย ทำไมพ่อไม่ไปขอยัยภาบ้าง รายนั้นช็อปฯอย่างกับผลิตแบงก์เอง” พูดจบ เขาหยิบเงินจำนวนหนึ่งวางให้บนโต๊ะ เชาว์รีบเก็บใส่กระเป๋าแม้จะได้ไม่มากก็ยังดีกว่าไม่ได้

    “ฝากบอกแม่แกด้วยนะ ถ้ายังดื้อไม่รับสายฉันล่ะก็ ไอ้ที่รู้กันแค่สองคนน่ะ ถึงหูคนที่ไม่อยากให้รู้แน่”

    ooooooo

    ระหว่างที่พรเพ็ญกับตรัยกำลังวุ่นวายอยู่กับรถเข็นคันใหม่ สโรชารีบลงมาที่ครัว มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน ตักข้าวต้มที่ทำไว้เมื่อเช้าใส่ชาม พึมพำกับตัวเองเบาๆ

    “แค่วันละครั้งหรือ อย่าเลย วันละสักสองครั้งละกันนะคะคุณ ดิฉันกับลูกจะได้สบายเร็วๆ” สโรชาว่าแล้ว ล้วงซองใส่ยาจากกระเป๋ากางเกงออกมาโรยใส่ชามข้าวต้ม จากนั้นยกขึ้นไปให้เอกสิทธิ์ที่ห้องนอน

    ตรัยเสร็จธุระเรียบร้อยก็ขอตัวกลับก่อน อาภาพรอาสาจะลงไปส่ง มีเสียงมือถือของสโรชาดังขึ้น เธอวางถาดใส่อาหารแล้วรับสาย ณัฐพงษ์มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เธอวานให้พรเพ็ญป้อนข้าวเอกสิทธิ์แทน ย้ำให้กินให้หมด เธอตั้งใจทำให้สุดฝีมือ แล้วรีบออกจากห้อง

    “ไปค่ะพี่ตรัย ให้ลูกสาวเขาดูแลพ่อไปก่อน” พูดจบ อาภาพรลากแขนเขาลงไปที่รถ ทำทีว่ามีธุระต้องไปร้านหนังสือหน้าปากซอย ถ้าเขาไม่รีบไปไหนช่วยไปเป็นเพื่อนเธอได้ไหม ตรัยไปด้วยไม่ได้ โกหกว่ามีธุระด่วนต้องไปรับน้องสาวที่บ้าน แล้วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว อาภาพรมองตามตาเป็นประกาย

    “เล่นตัวไปเถอะพี่ตรัย หากน้องภาลงมือเต็มแรงกว่านี้ อยากรู้จะไปไหนรอด”...

    ขณะที่ตรัยหนีรอดจากการถูกอาภาพรตามตื๊อมาได้ หมอรุจน์เห็นสุดายังพูดจาไม่รู้เรื่อง เนื่องจากยาชาที่หมอฟันฉีดให้ยังไม่หมดฤทธิ์ ดึงใบแจ้งค่ารักษาจากมือเธอจะเอาไปจัดการให้ แต่เธอดึงคืนหาว่าเขายุ่ง

    “ถ้าพี่ชายเราไม่ฝากน่ะ จะไม่ยุ่งเลย” หมอรุจน์พูดจบ ดึงใบแจ้งค่ารักษากลับ...

    ทางฝ่ายเอกสิทธิ์สงสารลูกที่ต้องเสียสละ ทิ้งการเรียนเพื่อมาคอยปรนนิบัติตนเอง บอกให้ลูกกลับไปเรียนต่อไม่ต้องเป็นห่วง พรเพ็ญจะทำอย่างนั้นได้ ก็ต้องให้พ่อหายป่วยเสียก่อน...

    เดือนฉายเองก็ป่วยเช่นกัน กินยาแก้ไข้แล้วไข้ก็ยังไม่ลด กอล์ฟต้องโทร.ตามเพ็ญพรให้กลับมาดูแล โดยปล่อยให้วิทวัสคุยธุรกิจกับลูกค้าตามลำพัง หลังจากเสร็จธุระ วิทวัสโทร.ถามเดือนฉายว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    “ปวดเนื้อปวดตัวตามปกติของคนเป็นไข้น่ะจ้ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมตาวัส”

    วิทวัสยังไม่ทันจะตอบคำถาม ได้ยินเสียงเพ็ญพรดังเข้ามาในสาย “ข้าวต้มร้อนๆมาแล้วจ้ะแม่”

    “ผมได้ยินเสียงแว่วๆแถวนั้นล่ะ ผมไม่กวนแล้วนะครับ คุณเดือนควรจะไปตรวจสักหน่อยนะครับ ช่วงนี้คนเป็นไข้หวัดเยอะ เอาเป็นว่ามีอะไรโทร.หาผมได้ตลอดเวลานะครับ สวัสดีครับ”

    ooooooo

    ที่บ้านศิลาแดง พรเพ็ญยกถาดใส่เหยือกน้ำกับแก้วจะไปที่ห้องของพ่อ ขณะเดินผ่านหน้าห้องของสโรชา อาภาพรเปิดประตูผลัวะออกมา เธอตกใจถึงกับผงะ พอตั้งสติได้จะเดินต่อไป อาภาพรหมั่นไส้ แกล้งเดินกระแทกไหล่อย่างจัง พรเพ็ญเซเสียหลัก ของในมือตกพื้นแตกกระจาย

    เหมือนมีสื่อถึงกัน เพ็ญพรซึ่งอยู่ที่คอนโดฯที่พักกับแม่ กำลังจะเอาน้ำมาให้แม่ดื่ม อยู่ๆแก้วน้ำก็ร่วงจากมือ กอล์ฟรีบหยิบผ้าขี้ริ้วมาซับน้ำไปพลางบ่นไปพลางที่เธอซุ่มซ่าม เพ็ญพรต่อว่ากลับว่าชนแขนเธอแล้ว นอกจากจะไม่ขอโทษ ยังมีหน้ามาพูดมากอีก เดือนฉายช่วยแก้ต่างให้กอล์ฟว่าลูกเดินออกมาจากครัวคนเดียว เขาไม่ได้ตามมาด้วยสักหน่อย เพ็ญพรแปลกใจมาก เพราะรู้สึกเหมือนมีคนเดินมาชน...

    ขณะที่พรเพ็ญกำลังเก็บเศษแก้วที่กระจายปนกับน้ำอยู่บนพื้น โดยมีอาภาพรยืนมองอย่างสะใจ ป้าแจ่มยกถ้วยขนมขึ้นมาเห็น รีบวางของในมือเข้าไปช่วย

    “เสียหมด อุตส่าห์เป็นถึงลูกเจ้าของบ้านศิลาแดง ก้มหน้าทำงานอย่างกับคนใช้ ชิ” อาภาพรมองพรเพ็ญอย่างเหยียดๆ เธอไม่สนใจคำดูแคลน ทำให้คนพูดหมดสนุกเดินเฉียดเธอจากไป พรเพ็ญเก็บเศษแก้วใส่ถาดเสร็จ จะเอาไปทิ้ง ป้าแจ่มช่วยเก็บเศษที่เป็นชิ้นเล็กๆเดินตามโดยยังเหลือน้ำแฉะๆอยู่ที่พื้น

    นับเป็นโชคร้ายของเอกสิทธิ์ที่เกิดตื่นขึ้นมารู้สึกกระหายน้ำ หันไปดูที่โต๊ะหัวเตียงไม่เห็นมีเหยือกน้ำดื่มวางอยู่ คว้าไม้เท้าค่อยๆเดินออกจากห้อง...

    ในเวลาเดียวกัน ป้าแจ่มเทน้ำใส่เหยือกใบใหม่ ส่วนพรเพ็ญเอาเศษแก้วที่ถือมาทิ้งลงถังขยะ แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์อดถามไม่ได้ว่าคุณหนูไม่ได้ล้มเองใช่ไหม แต่โดนคุณภาแกล้ง เธอนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร ทันใดนั้นมีเสียงโครมใหญ่ดังมาจากข้างบน ทั้งคู่มองกันหน้าตื่น รีบวิ่งไปดูเห็นเอกสิทธิ์นอนนิ่งอยู่กับพื้นตรงบริเวณที่น้ำหก พรเพ็ญถลาเข้าไปประคองพ่อไว้ พยายามเรียกให้ฟื้น แต่ท่านนอนไม่ไหวติง เธอใจเสียถึงกับน้ำตาร่วง

    “ป้าแจ่มโทร.เรียกรถพยาบาลเร็วๆค่ะ”...

    ความรู้สึกของพรเพ็ญส่งผ่านไปถึงเพ็ญพรที่นั่งซบอกเดือนฉายอยู่ที่คอนโดฯที่พัก เศร้าใจสุดๆอยากจะร้องไห้ เธอไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมพักหลังๆถึงเป็นแบบนี้บ่อยครั้งขึ้น บางทีก็รู้สึกเหมือนถูกกระตุก

    “มันรู้สึกแย่มากค่ะแม่ มันเหมือนหนูอีกคนหนึ่งกำลังเศร้า”

    เดือนฉายใจคอไม่ดี ลุกพรวด เพ็ญพรมองแม่งงๆ

    ก่อนจะปรึกษาว่าอาการแบบเธอนี่ต้องไปหาหมอโรคจิตไหม หรือเธอจะเป็นโรคประสาทอย่างที่วิทวัสว่าจริงๆ เดือนฉายใจเต้นไม่เป็นส่ำ ก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น เพ็ญพรตกใจรีบเข้าไปประคอง พร้อมกับร้องเรียกกอล์ฟให้มาช่วย...

    ในระหว่างที่สุดากำลังต่อว่าพี่ชายที่พูดฝากฝังให้หมอรุจน์ช่วยดูแลน้องสาวตัวเองทั้งที ไม่รู้จักพูดให้เคลียร์จนเธอเกือบจะโดนพาไปตรวจภายในแทนที่จะตรวจช่องปาก ป้าแจ่มโทร.มาแจ้งว่าเอกสิทธิ์ล้ม ตอนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อารามรีบร้อนตรัยลืมทั้งมือถือและกระเป๋าสตางค์...

    ทันทีที่รถของวิทวัสจอดตรงจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เอารถเข็นมารับเดือนฉายพาเข้าไปด้านใน โดยมีกอล์ฟตามติด วิทวัสไม่ยอมให้เพ็ญพรไล่กลับ จะอยู่รอรับ จึงขอวนรถขึ้นไปจอดบนตึกจอดรถก่อนแล้วจะโทร.ถามเองว่าเธออยู่ตรงไหน แต่อย่าลืมรับสายก็แล้วกัน

    “เออเดี๋ยว กรุณาปิดประตูรถเบาๆด้วยครับ อย่ากระแทกเด็ดขาดไม่งั้น...”

    ทีแรกเพ็ญพรจะแกล้งปิดแรงๆ แต่เห็นเขาชี้หน้าถลึงตาใส่จำใจปิดอย่างเบามือ แล้วรีบเดินตามแม่เข้าไปในข้างใน เป็นจังหวะเดียวกับรถพยาบาลที่ไปรับตัวเอกสิทธิ์ แล่นเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่กับพยาบาลรีบมารับตัวเขาเข้าไปด้านในโดยมีพรเพ็ญวิ่งตามไปติดๆ สองพี่น้องคลาดกันหวุดหวิดอีกครั้งหนึ่ง

    ooooooo

    ขณะที่พรเพ็ญนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวหน้าห้องฉุกเฉิน สโรชากับอาภาพรตามเข้ามาโวยวายใส่ โดยเฉพาะคนลูก กล่าวหาว่าเธอจงใจทำให้เอกสิทธิ์ลื่นล้มเพื่อหวังสมบัติ พรเพ็ญเสียใจมากถึงกับปล่อยโฮ

    “อย่ามาทำสำออย เห็นแม่ฉันไม่พูดอะไร นึกหรือว่าไม่เท่าทันเธอน่ะ”

    ตรัยเดินเข้ามาพร้อมกับป้าแจ่มพอดี อาภาพรรีบปรับสีหน้าเป็นเศร้าสร้อย บอกเขาว่าคุณลุงล้ม ชายหนุ่มเห็นสีหน้าไม่พอใจของสโรชา ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

    “เรื่องในครอบครัว ป้าแจ่มใช่ไหมที่ทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้”

    คนถูกเอ่ยชื่อเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย เดินไปกอดพรเพ็ญไว้ ก่อนจะพากันร้องไห้...

    หลังจากให้หมอตรวจอย่างละเอียดแล้ว อาการของเดือนฉายไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เป็นแค่ไข้หวัดเท่านั้น เธอมั่นใจว่าได้พักอีกสองสามวันก็คงกลับไปคุยกับ

    ลูกค้าได้ วิทวัสท้วงว่าอย่าเพิ่งเป็นห่วงเรื่องงาน มีลูกสาวอยู่ด้วยทั้งคน ให้ช่วยทำงานแทนเธอไปก่อน เท่ากับได้ฝึกงานไปในตัว เพ็ญพรแว้ดใส่ทันทีว่าใครถามความเห็นจากเขา เดือนฉายมองลูกสาวเป็นเชิงตำหนิ แล้วหันมาทางวิทวัส

    “ก็ดีนะคะ ไม่งั้นอยู่เฉยๆ คงเอาแต่ออกไปช็อปปิ้ง”

    เดือนฉายไม่อยากนั่งรถเข็นเพราะทำให้รู้สึกป่วยมากขึ้น จัดแจงจะลุก เพ็ญพรร้องห้ามลั่น เกิดแม่หน้ามืดขึ้นมาอีกจะยุ่ง แล้วหันไปเอ็ดกอล์ฟ จะยืนอ้วนดำอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม เขาค้อนขวับ ก่อนจะเข้ามาช่วยเข็นรถเข็นแทนเพ็ญพรซึ่งบอกให้แม่ไปรอแถวช่องรับยา เธอชำระเงินเสร็จจะตามไป

    “พอดีเลย ผมจะไปเข้าห้องน้ำ คุณไปจ่ายสตางค์ แสตมป์บัตรจอดรถให้ผมด้วยละกัน” วิทวัสว่าแล้วยื่นบัตรจอดรถให้ ก่อนจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง

    อีกมุมหนึ่งหน้าห้องฉุกเฉิน ตรัยแก้ตัวแทนป้าแจ่มว่าเป็นคนสั่งเธอไว้เองถ้ามีเรื่องด่วนให้รีบโทร.บอก อาภาพรยุส่งให้ตรัยจับพรเพ็ญขังคุกฐานตั้งใจทำให้เอกสิทธิ์เกิดอุบัติเหตุเพราะหวังจะฮุบสมบัติ สโรชาสั่งให้ลูกสาวหยุดพูด ถ้าเอกสิทธิ์ฟื้น เราคงจะรู้เองว่าทำไมเขาถึงล้ม อาภาพรยังไม่ยอมรามือ โยนความผิดให้พรเพ็ญว่า เป็นคนทำน้ำหกหน้าห้อง เอกสิทธิ์เดินออกมาก็เลยลื่นล้ม

    “แต่คุณหนูไม่ได้ตั้งใจทำหก คุณภา...” ป้าแจ่มพูดไม่ทันจบ เห็นสายตาคมกริบของอาภาพร จำต้องหยุดพูด จังหวะนั้นหมอรุจน์ออกมาจากห้องฉุกเฉิน พรเพ็ญปรี่เข้าไปถามว่าพ่อของเธอเป็นอย่างไรบ้าง เขาคงต้องรับตัวไว้ที่นี่ก่อน สโรชาไม่พอใจ ตำหนิหมอว่าควรจะพูดกับตนเองที่เป็นเมียของคนป่วยถึงจะถูกต้อง

    “งั้นรบกวนเชิญมากรอกรายละเอียดนะครับ” หมอรุจน์พูดจบเดินนำสองแม่ลูกออกไป ตรัยหันกลับมามองอีกทีพรเพ็ญหายตัวไปแล้ว...

    ระหว่างที่เพ็ญพรก้มหน้าก้มตากดมือถือ มีเสียงประกาศจากห้องยาเรียกเดือนฉาย กมลรุ่งโรจน์ให้มารับยาได้ สโรชาหยุดกึก หันขวับไปที่ช่องรับยา ด้วยความที่ได้ยินไม่ถนัด พยายามชะเง้อคอดูว่าเป็นคนที่ใช่หรือเปล่า แต่พอเห็นกอล์ฟเดินเข้าไปที่ช่องรับยา ถึงกับถอนใจ โล่งอก คว้ามือถือเดินออกไปโทร.ตามลูกชายให้รีบกลับไปหาของที่บ้านให้ จากนั้นก็บีบน้ำตาโทร.บอกทนายสมศักดิ์เรื่องที่เอกสิทธิ์ล้ม...

    ฝ่ายเพ็ญพรยืนรอวิทวัสที่หน้าห้องน้ำชายอยู่นาน สองนานเพื่อจะเอาบัตรจอดรถให้ รอจนปวดห้องน้ำเสียเอง จัดแจงหย่อนบัตรจอดรถใส่กระเป๋าสะพายแล้วเดินเข้าห้องน้ำหญิง โดยไม่รู้ว่าบัตรใบนั้นไม่ลงกระเป๋า พรเพ็ญเห็นเธอจากด้านหลังว่าทำบัตรจอดรถตก พยายามตะโกนเรียก แต่เธอไม่ได้ยิน เดินจ้ำอ้าวหายเข้าห้องน้ำไปเสียก่อน

    ooooooo

    เดือนฉายทนกลิ่นยาแถวห้องรับยาไม่ไหว ขอให้กอล์ฟพาไปรอข้างนอกก่อนตัวเองจะเป็นลมไปอีกรอบ ส่วนเขาเองรออยู่นานเริ่มปวดห้องน้ำขึ้นมา เอาถุงใส่ยาวางบนตักของเธอ แล้ววิ่งปรู๊ดไปทันที เดือนฉายเผลอทำถุงใส่ยาหล่น ค่อยๆลงจากรถเข็นจะก้มเก็บ เกิดหน้ามืดจะล้ม

    โชคยังดีมีคนเข้ามาช่วยประคองให้ลงนั่ง ถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวไหม เธอจะไปตามหมอให้ไหม เดือนฉายแค่หน้ามืดไปหน่อยเท่านั้น ระหว่างที่พูดกัน ผู้สูงวัยกว่าได้แต่หลับตากุมขมับ จึงไม่เห็นว่าคนที่มาช่วยเหลือคือพรเพ็ญนั่นเอง เธอซักว่ามากับใคร เดือนฉายมากับลูก แต่ตอนนี้ไปเข้าห้องน้ำ สักพักคงจะมา

    “งั้นเดี๋ยวหนูอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าลูกของคุณน้าจะมานะคะ”

    “ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ” เดือนฉายพูดจบ ลืมตา เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นพรเพ็ญลูกแฝดอีกคนของตัวเองอยู่ตรงหน้า...

    อีกมุมหนึ่งหน้าห้องน้ำ ขณะเพ็ญพรกำลังถูกวิทวัสแขวะที่ปล่อยให้เขารอนาน มีคนไข้ชราคนหนึ่งเดินมาดึงชายเสื้อเธอพร้อมกับยื่นบัตรจอดรถ บอกว่าเธอทำตกไว้มีคนฝากให้ เพ็ญพรค้นดูในกระเป๋าถือไม่เจอบัตรจอดรถ หันมาขอบคุณชายชรา พอเขาเห็นหน้าเธอชัดๆเท่านั้นถึงกับเกาหัวด้วยความงง

    “คนอะไร ทำไมฝากบัตรจอดรถให้ตัวเอง”

    เพ็ญพรหาว่าชายชราหลงๆลืมๆไปเอง เขาเถียงว่าไม่ได้หลง ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองว่าเด็กสมัยนี้เล่นอะไรกันแปลกๆ แล้วเดินจากไป วิทวัสกับเพ็ญพรมองตามยิ้มๆ ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร...

    ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล เดือนฉายเอาแต่นั่งใจลอย เพ็ญพรถามว่าเป็นอะไรไม่สบายอีกหรือเปล่าก็ไม่ตอบ ต้องสะกิดถามซ้ำ ท่านถึงได้รู้สึกตัว บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แค่มึนๆ วิทวัสกระเซ้า ถ้าอาการเดือนฉายจะทรุดลงอีกน่าจะเป็นเพราะเพ็ญพรเซ้าซี้ไม่เข้าเรื่อง เธอหันไปค้อนเขาหนึ่งวง ก่อนจะนึกถึงผู้หญิงที่ช่วยเหลือแม่ตอนอยู่โรงพยาบาลขึ้นมาได้ บ่นเสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าผู้หญิงใจดีคนนั้น

    “ใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่มีทางเหมือนคุณแน่” วิทวัสไม่วายแขวะ ส่วนเดือนฉายฉุกคิดถึงตอนที่เห็นหน้าพรเพ็ญ ดีใจจนพูดไม่ออก ได้แต่ดึงลูกมาลูบหน้าลูบตาน้ำตาคลอ พึมพำเรียกเธอว่าลูก พรเพ็ญไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรคิดว่าเธอจำคนผิด เหลือบไปเห็นตรัยชะเง้อคอยาวเหมือนจะมองหาใคร คิดว่าเขาอาจจะมีข่าวของพ่อ รีบยกมือไหว้ขอโทษเดือนฉายที่อยู่รอเป็นเพื่อนต่อไปไม่ได้ แล้วรีบไปหาตรัย

    “เดี๋ยวก่อนลูกพร...พรเพ็ญ” เดือนฉายตะโกนไล่หลัง แต่เธอไม่ได้ยิน...

    เสียงเพ็ญพรกับวิทวัสเถียงกันทำให้เดือนฉายตื่นจากภวังค์แอบเช็ดน้ำตากลัวลูกจะเห็น แล้วบอกให้ลูกไปหาอะไรให้กินจะได้กินยา วิทวัสสบช่องขอร่วมวงกินมื้อค่ำด้วยคน

    ooooooo

    ภายในห้องพักฟื้นของเอกสิทธิ์ อาภาพรไม่พอใจที่หมอรุจน์เรียกพรเพ็ญมาพูดคุยถึงอาการป่วยของเอกสิทธิ์ แทนที่จะคุยกับแม่ของตนเองซึ่งเป็นเมีย เท่ากับไม่เห็นหัวกัน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดที่เอกสิทธิ์อาจต้องกลายเป็นผัก พรเพ็ญไม่พอใจ ขอร้องเธออย่าพูดถึงท่านแบบนั้น

    “อ้อ กล้าขึ้นเสียงขนาดนี้ คงจะเตรียมซ้อมเอาไว้ถ้าคุณลุงเป็นอะไรขึ้นมาจะได้แผดเสียงใส่คุณแม่กับพี่ภาได้คล่องๆใช่ไหมล่ะคะ” อาภาพรลอยหน้าน่าตบ พรเพ็ญทนไม่ไหวสั่งให้หยุดแช่งพ่อของเธอได้แล้ว

    อาภาพรฟิวส์ขาดที่เธอกำแหงมาขึ้นเสียง ปรี่เข้าบีบคอ ไม่ได้มีแต่พรเพ็ญที่หายใจไม่ออก เพ็ญพรซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารกับแม่ วิทวัสและกอล์ฟก็รู้สึกแบบเดียวกัน เอามือกุมคอตัวเองทรุดลงไปกองกับพื้น เดือนฉายตกใจที่เห็นสภาพของลูก ได้แต่ยืนตะลึงไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร

    ก่อนที่พรเพ็ญจะขาดอากาศหายใจ ตรัยรีบดึงตัวอาภาพรออกห่าง เธอเอามือกุมคอทรุดลงกับพื้นในท่าเดียวกับเพ็ญพรไม่มีผิดเพี้ยน ตรัยเข้ามาประคองเธอไว้ เห็นลำคอของเธอเป็นรอยนิ้วก็หันไปต่อว่าอาภาพรทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ด้วย ยัยตัวแสบแกล้งบีบน้ำตา ตัดพ้อต่อว่า ว่าที่เธอต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเครียดจากการที่ถูกพรเพ็ญแว้ดใส่ก็เลยคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตรัยสงสารพรเพ็ญที่เอาแต่นั่งก้มหน้าร้องไห้...

    รอยช้ำไม่ได้มีแต่ที่คอของพรเพ็ญ มันทิ้งรอยไว้ที่ลำคอของเพ็ญพรด้วย สร้างความประหลาดใจให้ทั้งเจ้าตัว วิทวัสและกอล์ฟ คงมีแต่เดือนฉายเท่านั้นที่มองรอยช้ำด้วยสีหน้าครุ่นคิด...

    ค่ำวันเดียวกัน ขณะเฝ้าไข้พ่อตามลำพัง พรเพ็ญเศร้าใจมากที่ถูกรังแกอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ต้องทนอีกนานแค่ไหน แล้วกอดแขนพ่อที่นอนแน่นิ่งไว้ ร้องไห้ด้วยความขมขื่น เพ็ญพรที่อยู่ห่างกันหลายกิโลเมตรรับความรู้สึกนี้ได้ พลอยน้ำตาไหลไปด้วย บ่นให้แม่ที่กอดเธอไว้แนบอกฟัง

    “ไม่รู้เป็นอะไรนะแม่ อยู่ๆก็เป็นขึ้นมา เฮ้อ ยังกับพวกแฝดเลยนะแม่ ใครโดนอะไรอีกคนก็จะเป็นด้วย”

    “แล้วถ้าเรามีแฝดขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง” เดือนฉายหลุดปาก พอเห็นสีหน้าลูกรีบหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เกี้ยวว่าถามไปอย่างนั้นเอง แล้วชวนให้เข้านอนได้แล้ว

    ooooooo

    เช้านี้เพ็ญพรเกิดอยากดูดวงขึ้นมา จึงโทร.นัดสุดาให้พาไปหาหมอดูแม่นๆ เธอจึงพาไปหาแม่หมอราตรีซึ่งทำนายดวงของเพ็ญพรได้ถูกต้องว่าญาติผู้ใหญ่ของเธอป่วยหนัก เหมือนมีคนปองร้าย แถมยังบอกว่าเธอมีพี่อีกคนหนึ่ง เพ็ญพรหมดศรัทธาเพราะไม่รู้มาก่อนว่ามีพี่น้องฝาแฝด รู้แต่เพียงว่าเป็นลูกคนเดียวของแม่

    ส่วนญาติผู้ใหญ่ที่ป่วยเท่าที่เธอรู้ก็มีเพียงแม่คนเดียวเท่านั้น และที่สำคัญเป็นไข้หวัด ไม่น่าจะถือว่าป่วยหนัก สุดาเองก็งงไม่หาย ทุกครั้งที่เธอมาดูดวง แม่หมอไม่เคยดูพลาด ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงเป็นอย่างนี้ไปได้...

    ในเวลาเดียวกัน พรเพ็ญเกิดใจตรงกันกับเพ็ญพรสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกันที่ซื้อมาจากห้างฯวันก่อน กำลังเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาล เจอวิทวัสถือช่อดอกไม้จะมาเยี่ยมลูกค้าซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ จำได้ว่าเคยถูกเขาตามตื๊อที่วัด รีบเดินหนี เขาคิดว่าเธอเป็นเพ็ญพร เร่งฝีเท้าตามจนทัน คว้าข้อมือไว้ พรเพ็ญตกใจ พยายามแกะมือเขาออก ขอร้องให้ปล่อย เขายิ่งแกล้งหนักข้อ จนเธอกลัวตัวสั่นน้ำตาคลอ พาลจะเป็นลม

    “เฮ้ย คุณเป็นอะไรน่ะ วันนี้มุกไหนเนี่ย โอเคๆ ผมไม่แกล้งแล้ว อย่าร้อง”

    พรเพ็ญเห็นวิทวัสเผลอ สะบัดมือหลุด ก่อนจะรีบวิ่งหนี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:41 น.