ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เย็นวันเดียวกัน วาทินีเห็นเชาวน์รีบเก็บเสื้อผ้าข้าวของยัดใส่กระเป๋าเดินทาง คิดว่าเขาแอบได้เงินแล้วจะหนีไปเสวยสุขคนเดียว เข้าไปด่าทอ ทั้งจิกทั้งทึ้ง เชาวน์พยายามอธิบายว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่ฟัง

    “โกหก นิสัยอย่างพี่น่ะฉันไม่เชื่อหรอก คิดจะทิ้งฉันใช่ไหม”

    เชาวน์หมดความอดทน ผลักวาทินีล้มก้นจ้ำเบ้า “โธ่เว้ย จะโดนลากเข้าคุกอยู่แล้ว ยังจะมาบ้าไม่เป็นเรื่องอีกหรือ” เขามองเธอด้วยสายตาโกรธจัด ก่อนจะเล่าเรื่องที่เข้าไปพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติดให้ฟัง เธอตำหนิเขาอย่างแรง ไม่น่ายุ่งกับพวกนั้น ถ้าเกิดโดนจับได้ขึ้นมาจะทำอย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนี วาทินีอยากรู้ นังเมียแก่ของเขารู้เรื่องนี้แล้วใช่ไหม เชาวน์พยักหน้ารับ

    “ไอ้ที่กระซิบกระซาบกันก็เรื่องนี้สินะ”

    “ก็ทำไงได้ล่ะ เธอหูตาไวจะตาย”

    วาทินีแนะให้เขาทำตามที่เจ้านายของเขาบอก เชาวน์กลัวจะถูกตรัยจับได้เสียก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงโดนฆ่าปิดปาก เธอเชื่อว่าตรัยไม่มีหลักฐานพอจะจับเขาได้ เพราะถ้ามีคงจับไปนานแล้ว และอีกอย่างหนึ่งนังเมียแก่ของเขาก็ต้องหาทางช่วยเขาอยู่แล้ว เนื่องจากกลัวจะเสียมาถึงตัวเอง

    “แต่ไอ้ตำรวจบ้านั่นมันคอยจ้องฉันอยู่นะ”

    “เราก็หาทางทำให้มันออกห่างไปสิ เอาให้พ่อรูปหล่อนั่นเข้าบ้านนี้ไม่ได้ก็หมดเรื่อง”

    เชาวน์คิดไม่ออกจะให้ทำอย่างไร วาทินีอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

    สองแม่ลูกตัวแสบมาถึงร้านอาหารตามที่นัดไว้กับวิทวัส สโรชาอยากได้เขาเป็นลูกเขยอยู่แล้ว จึงตกปากรับคำจะให้อาภาพรเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของบริษัท

    “แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ นอกจากเดินถือน้ำกระป๋องกับพวกนางแบบปลายแถวน่ะ”

    สโรชาแอบหยิกแขนอาภาพรที่พูดจาไม่ระวังปาก วิทวัสชี้แจง นอกจากดารานักแสดงที่ทางเขาเชิญมาร่วมเดินแบบแล้ว ยังมีคุณแพร์รี่ลูกสาวของหุ้นส่วนใหญ่กับนางแบบกิตติมศักดิ์อีกสองสามคน เขายังไม่ทันจะบอกชื่อลูกสาวของหุ้นส่วน อาภาพรคิดว่าแพร์รี่เป็นฝรั่งจะไม่ยอมเดินแบบด้วย กลัวเธอจะสูงเด่นเกิน

    “คุณแพร์รี่เธอก็เป็นคนไทยนี่ล่ะครับ ชื่อไทยเธอชื่อ...” วิทวัสพูดยังไม่ทันจบ อาภาพรชิงตัดบท

    “จะชื่ออะไรก็ช่างเถอะ กินข้าวได้หรือยังคะ น้องภาหิวแล้ว” พูดจบอาภาพรตักข้าวกินหน้าตาเฉย สโรชาเสียหน้ามาก แก้ตัวแทนลูกสาวว่าคงจะหิวมากจริงๆแล้วชวนวิทวัสให้ลงมือกินข้าวกันได้แล้ว

    ooooooo

    เดือนฉายเห็นในห้องเพ็ญพรยังเปิดไฟอยู่ทั้งๆที่ได้เวลานอนแล้ว จึงนำนมอุ่นๆเข้าไปให้ดื่ม เผื่อจะช่วยให้หลับสบายขึ้น เธอจะข่มตาหลับได้อย่างไร ในเมื่อพี่พรต้องเข้าไปอยู่ในแดนมนุษย์กลายพันธุ์ ที่พอเห็นเงินก็กลายร่างได้ทันที เดือนฉายขอร้องลูกอย่าไปว่าพวกนั้นเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวรกรรม

    “ถ้าพวกนั้นไม่ได้มายุ่งกับครอบครัวเรา เพ็ญก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกค่ะ”

    “ใจเย็นๆ ตั้งสติอย่าใช้อารมณ์”

    เพ็ญพรเย็นไม่ไหว พรุ่งนี้เธอจะไปบ้านศิลาแดงกับสุดา ถ้าพี่พรขัดขืน เธอจะใช้กำลังเอาตัวกลับมา เดือนฉายห้ามทำอะไรห่ามๆแบบนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตนจัดการเอง เพ็ญพรอยากรู้แม่จะจัดการอย่างไร ท่านจะไปทวงลูกของท่านคืนก็แค่นั้น เพ็ญพรขอคำมั่นสัญญาจากแม่อย่างหนึ่ง หากเราพาพี่พรออกมาแล้ว แม่ต้องเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้เราสองพี่น้องฟัง

    “ได้สิลูก มันถึงเวลาแล้วล่ะที่ลูกจะต้องรู้เรื่องทั้งหมด เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านศิลาแดง”...

    รอจนแน่ใจว่าแม่หลับไปแล้ว เพ็ญพรแอบนัดแนะกับสุดา วันพรุ่งนี้ให้เพื่อนติดรถตรัยไปบ้านศิลาแดง พยายามชวนพรเพ็ญออกมาข้างนอกให้ได้ สำเร็จเมื่อไหร่ให้โทร.บอกเธอด้วย

    “หลังจากนั้น ฉันก็จะเข้าไปแทนที่พี่พร ส่วนแกก็พาพี่พรไปส่งคอนโดฯก็เป็นอันเสร็จ แหม ฉันนี่ช่างอัจฉริยะจริงๆ เอ่อนี่...เรื่องนี้แกห้ามบอกแม่ฉันนะ เพราะถ้าแม่รู้ แม่ไม่ยอมแน่”

    “เออๆๆก็ได้ หาเรื่องให้ฉันตลอดเลยนะ ฉันไปนอนล่ะ”

    ooooooo

    แผนการที่เพ็ญพรคุยว่าแสนจะอัจฉริยะ แตกตั้งแต่เธอยังไม่ทันจะก้าวออกจากห้องพัก เดือนฉายจับได้เสียก่อนว่าเธอจะไปเอาตัวพรเพ็ญออกมาจากบ้านศิลาแดง ลากลูกสาวจอมแก่นไปนั่งที่โซฟา ต่อว่าที่ลูกขัดคำสั่ง เพ็ญพรอ้างว่านัดกับสุดาไว้แล้ว อ้อนวอนให้แม่ปล่อยเธอไป

    “อย่ามาอ้อน แม่บอกแล้วให้เป็นหน้าที่แม่เอง”

    “งั้นเพ็ญขอไปด้วย เพ็ญมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการก่อน...นะคะ”

    “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยววันนี้แม่จะให้เราเข้าออฟฟิศตาวัส ส่วนแม่จะกลับไปปรึกษากับคุณตา เราห้ามหนีไปไหนทั้งนั้น” เดือนฉายสีหน้าเอาจริง เพ็ญพรก็เลยไม่กล้าหือ...

    พรเพ็ญเข้าครัวเพื่อจะเอาอาหารไปให้พ่อ เจอสโรชากำลังเตรียมอาหารอยู่หน้าเตาก็ชะงัก เธอปรายตามองลูกเลี้ยงแวบหนึ่ง ก่อนจะแดกดันว่าต้องรีบเข้ามาดูอาหารให้คุณเอก เดี๋ยวจะมีใครสาระแนเอาไปทิ้งอีก

    “ใครเอาของคุณน้าไปทิ้งหรือคะ”

    สโรชาหน้าหงิก คิดว่าพรเพ็ญแกล้งไม่รู้ไม่ชี้ ปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง โชคดีที่ป้าแจ่มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ยัยแม่เลี้ยงตัวแสบรีบตักอาหารใส่ถ้วย ยกออกไปทันที พรเพ็ญมองตามหนักใจ แล้วหันไปทางป้าแจ่ม

    “ป้าแจ่มคะ เมื่อวานนี้ที่ป้าบอกพรเรื่องอาหารของคุณน้า ป้าบอกว่าใครเป็นคนทิ้งนะคะ”

    ป้าแจ่มคิดว่าเธอความจำเสื่อม จำเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้ แนะให้ไปปรึกษาหมอ ถ้าปล่อยไว้เกรงจะรักษาไม่หาย เธอยืนยันตัวเองไม่ได้เป็นอะไรแค่อยากรู้ใครเอาไปทิ้ง

    “ก็คุณหนูเองนั่นแหละที่เป็นคนสั่งให้เปลี่ยนอาหารของคุณท่าน ของคุณสโรชาคุณหนูก็เอาทิ้งทั้งหมด แม้กระทั่งน้ำผลไม้ที่คุณสโรชาคั้น คุณหนูยังเอาไปเททิ้งเลย”

    “ยัยตัวแสบ ทำอย่างนั้นทำไม” พรเพ็ญนึกถึงแฝดผู้น้องขึ้นมาทันที...

    สโรชาเหี้ยมได้ใจมาก เอาอาหารที่ตัวเองวางยาไว้ ป้อนเอกสิทธิ์ซึ่งพยายามเม้มปากไม่ยอมกิน แต่สู้แรงคนโฉดอย่างเธอไม่ได้ ถูกยัดอาหารลงไปจนได้ เธอขู่ถ้าไม่ยอมกินดีๆจะเจอแบบเมื่อวาน เขาส่งเสียงอือๆ เหมือนจะร้องขอความช่วยเหลือ เธอรีบตะครุบปากเอาไว้ หันมองทางประตูห้องกลัวจะมีใครได้ยิน

    “อย่านะคุณ ฉันไม่อยากรุนแรงแต่เช้า” สโรชาว่าแล้วตักอาหารป้อนเขาอีก “คุณต้องพยายามกินหน่อยนะคะ เพราะถ้าคุณไม่กิน ลูกสาวของคุณจะต้องกินมันแทน”

    คำขู่ได้ผล เอกสิทธิ์อ้าปากกินอาหารที่สโรชาป้อนให้จนหมดถ้วย...

    ตรัยขอบใจหมอรุจน์มากที่มาช่วยจั๊มพ์แบตเตอรี่จนรถของเขาสตาร์ตติด หมอรุจน์เก็บเครื่องมือไปบ่นไปด้วยว่าตนต้องออกนอกเส้นทางเพื่อมาช่วยเหลือเพื่อน ตรัยอดสงสัยไม่ได้ เขามีธุระต้องไปที่ไหนหรือ เขามีคิวจะเข้าไปดูอาการเอกสิทธิ์ ตรัยกระเซ้า จะไปดูคุณลุงหรือจะไปดูลูกสาวของคุณลุง

    “ขึ้นอยู่กับว่าลูกสาวคนไหน...แล้วแกล่ะ จะออกไปไหน”

    ตรัยจะแวะที่ทำงานก่อน จากนั้นก็จะไปบ้านศิลาแดงเหมือนกัน แล้วเร่งเครื่องรถออกไป หมอรุจน์หันมาจะขึ้นรถตัวเอง เจอสุดาที่ยืนอยู่ ตกใจถึงกับร้องเฮ้ยลั่น

    “จะตกใจอะไรนักหนา ไม่ใช่พวกโรคจิต พี่ตรัยล่ะ”

    “เห็นบอกจะไปบ้านศิลาแดง นี่ก็กำลังจะไปเหมือนกัน”

    สุดาขึ้นไปนั่งรถของหมอรุจน์หน้าตาเฉย ขอติดรถไปที่นั่นด้วย เขามองอย่างจ้องจับผิด จะไปที่นั่นมีอะไรหรือเปล่า เธอแค่จะตามพี่ชายไปเท่านั้น พอดีเห็นเขาเพ้อถึงน้องพรบ่อยๆก็เลยอยากเห็นหน้า หมอรุจน์ถึงกับหน้าจ๋อย ทำท่าจะเปลี่ยนใจไปบ้านศิลาแดงวันหลัง สุดาโวยวายลั่น ไม่ไปวันนี้ไม่ได้ พอเห็นเขาจ้องตาไม่กะพริบ ก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัว เฉไฉเอาตัวรอดไปได้โดยที่เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร

    ooooooo

    ทันทีที่เพ็ญพรเจอหน้าวิทวัส แกล้งหาเรื่องทะเลาะด้วย จะได้ไม่ต้องอยู่ช่วยงานเขา เดือนฉายรู้เท่าทันความเจ้าเล่ห์ของลูกสาวตัวเอง ขู่ถ้ายังขืนดื้อดึงพูดไม่รู้เรื่องจะโกรธลูกจริงๆด้วย เธอถึงสงบปากสงบคำลงได้ จากนั้นเดือนฉายสั่งให้ลูกอยู่ช่วยงานวิทวัส ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด ก่อนจะหันไปทางคนที่ถูกเอ่ยชื่อ

    “วันนี้น้าจะกลับไปที่บ้านหน่อย ยังไงฝากดูยัยลูกสาวจอมดื้อด้วยแล้วกัน”

    วิทวัสรับคำ มองสองแม่ลูกสลับกันไปมา สงสัยว่ามีเรื่องอะไรกัน...

    ทางฝ่ายสโรชาเห็นความเปลี่ยนแปลงของพรเพ็ญจากโหมดวีนเหวี่ยงกลับมาเป็นพรเพ็ญคนเดิม สะกิดให้ลูกสาวดูนังคุณหนูที่เดินถือแก้วน้ำส้มเข้ามาเสิร์ฟด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย อาภาพรอยากจะพิสูจน์บางอย่าง ทำทีเดินไปหยิบของ แล้วแกล้งชนเธอจนล้ม แก้วน้ำส้มตกแตก

    “ทำอะไรเนี่ย ซุ่มซ่ามจริง” ด่าเสร็จอาภาพรรีบถอยห่าง กลัวจะถูกวีนใส่

    พรเพ็ญกลับเป็นฝ่ายขอโทษ แล้วก้มลงเก็บเศษแก้วที่เกลื่อนพื้น สโรชากระซิบกับลูกสาว เห็นหรือยังว่า ถ้าเป็นเมื่อวันก่อนมันคงฉีกอกเธอไปแล้ว อาภาพรพยักหน้าเห็นด้วย แต่ขอทดสอบอีกอย่างหนึ่งก่อนแล้ว ทำทีเข้ามาจะช่วย แต่กลับหยิบเศษแก้วขึ้นมาหนึ่งชิ้น ปาดมือพรเพ็ญเลือดไหลอาบ

    “ว้าย...น้องพร พี่ภาไม่ได้ตั้งใจ เจ็บมากไหมจ๊ะ” อาภาพรพูดจบ หันไปขยิบตาให้แม่

    เหมือนความรู้สึกสื่อถึงกัน เพ็ญพรที่อยู่ห่างกันคนละโยชน์ทำคัตเตอร์บาดมือตัวเองที่เดียวกับที่แฝดผู้พี่โดน วิทวัสเห็นเลือดไหลเป็นทาง รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดให้ ว่าเธอว่าซุ่มซ่ามทำตัวเองเจ็บตัวได้ตลอด

    “ก็ไม่ซุ่มซ่ามนะ...แน่ๆเลย” เพ็ญพรตระหนักในทันใดว่าต้องเกิดเรื่องกับพรเพ็ญ...

    นอกจากยัยแม่เลี้ยงตัวแสบจะไม่ดูดำดูดีเมื่อเห็นพรเพ็ญได้รับบาดเจ็บถึงกับเลือดตกยางออก ยังไล่ตะเพิดให้ออกไปจากห้องรับแขก เพราะทำเลือดหยดเปรอะพื้นบ้านตัวเอง เธอเสียใจมาก กุมแผลที่ถูกอาภาพรกลั่นแกล้งเดินออกไปทั้งน้ำตา สองแม่ลูกชะเง้อมองตาม ก่อนจะหันมาหัวเราะสะใจ

    “ท่าทางเราจะได้ความสนุกคืนมาแล้ว”

    “ว่าแต่มันเป็นอะไรของมันคะคุณแม่ นึกจะร้ายก็ร้าย นึกจะหงิมก็หงิม อย่างกับคนละคนเลย”

    สโรชาหน้าเครียดขึ้นมาทันที หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่ตัวเองคิด...

    วิทวัสดูบาดแผลที่มือของเพ็ญพรแล้ว สรุปว่าไม่ลึกเท่าไหร่ คงไม่ถึงขั้นต้องเย็บ เธอไม่วายแดกดัน เป็นหมอหรือ ถึงได้รู้ดีนัก แล้วดึงมือตัวเองมาดูแผล เห็นไม่เป็นอะไรมาก คุยว่าแผลแค่นี้ ล้างๆปิดปลาสเตอร์ก็หาย เขาเตือน ถ้าไม่ใส่ยาอาจจะเป็นบาดทะยักได้ เธอต่อปาก ต่อคำไม่หยุด หากจะเป็นก็คงเป็นเพราะผ้าเช็ดหน้าของเขาที่สกปรกราวกับผ้าขี้ริ้วก็ไม่ปาน วิทวัสบ่นอุบเธอเข้าโหมดนี้ทีไรเสน่ห์เหือดหมด ไม่น่ารักเลย

    “ใครอยากให้รักยะ” ไม่พูดเปล่า เพ็ญพรแลบลิ้นใส่อีกต่างหาก

    “แต่ก็ไม่แน่นะ คนในเครื่องแบบอาจจะรัก” คำพูดประชดประชันของวิทวัส ทำให้เพ็ญพรนึกถึงตรัย หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เพ็ญพรหยิบขึ้นมาดูเบอร์โชว์หน้าจอก็ตกใจ วิทวัสคิดว่าตรัยโทร.มา กระเซ้าว่าตายยากจริงๆ เชิญหวานกันตามสบาย แล้วลุกออกไป เธอรีบรับสาย

    “ยัยสุดา ฉันขอโทษจริงๆ วันนี้ฉันติดแหง็กโดนตานั่นเฝ้าอยู่ที่ออฟฟิศเนี่ย เอาอย่างนี้แล้วกัน แกก็เข้าไปคุยกับพี่พรไปก่อน อธิบายเรื่องนั้นให้เธอฟัง แล้วเดี๋ยวยังไงฉันโทร.ไปคุยกับพี่พรอีกที เฮ้ย แค่นี้ก่อนนะแก”พูดจบ เพ็ญพรวางสาย เป็นจังหวะที่วิทวัสกลับเข้ามาพร้อมกับยาใส่แผลสดและปลาสเตอร์ปิดแผล

    “รีบวางทำไมล่ะ จะคุยอะไรก็คุยไปสิ ผมไม่ว่าอะไรสักหน่อย”

    “ก็แหงล่ะสิ คุณมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน”

    วิทวัสน้อยใจไม่พูดอะไร ดึงมือเธอมาทำแผลให้ เธอเห็นเขาหน้าจ๋อยก็สงสาร ไม่หาเรื่องต่อว่าอะไรอีก...

    สุดาทำตามที่เพื่อนแนะ เล่าแผนการสลับตัวอีกครั้งหนึ่งของเพ็ญพรให้พรเพ็ญฟัง เธอยืนกรานจะไม่ยอมเปลี่ยนตัวอีกเด็ดขาด สุดาตั้งข้อสังเกตถึงอย่างไรแผนการที่ว่าก็คงไม่สำเร็จอยู่ดี เพราะเดือนฉายจะมารับพรเพ็ญด้วยตัวเองวันพรุ่งนี้ เธอถึงกับร้องเอะอะ

    “คุณแม่น่ะหรือ...แล้วคุณพ่อล่ะ พี่ทิ้งคุณพ่อไปไม่ได้หรอก”

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งในห้องนอนของพรเพ็ญ หมอรุจน์ตรวจอาการของเอกสิทธิ์เสร็จ หันไปบ่นกับป้าแจ่ม ทำไมอยู่ดีๆ อาการของท่านถึงทรุดลงอีก กินยากินอาหาร ตามที่ตนสั่งหรือเปล่า

    “คุณสโรชาเธอจัดการน่ะค่ะ ก็ไม่เห็นขาดนี่คะ”

    หมอรุจน์มองเอกสิทธิ์ที่นอนแทบไม่ได้สติอยู่บนเตียงด้วยความเคลือบแคลงสงสัย...

    ขณะที่ตรัยกำลังคุยอยู่กับสโรชาและอาภาพรอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านศิลาแดง วาทินีในชุดกางเกงขาสั้นกุดเสื้อยืดรัดรูป เดินลอยหน้าเข้ามาพูดจาให้ท่าเขาแบบไม่มีเม้ม สโรชารีบดึงเธอออกไปทันที อาภาพรไม่พอใจด่าไล่หลังว่าพวกชั้นต่ำไร้มารยาท ไม่รู้พ่อของเธอไปขุดมาได้อย่างไร ตรัยชมสโรชาว่าใจดีมากที่ยอมให้วาทินีเข้ามาอยู่ที่นี่ อาภาพรหลุดปากว่าท่านมีความจำเป็น ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้มาอยู่

    “จำเป็นยังไงครับ”

    อาภาพรเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากไป รีบบอกว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรนัก ปกติเธอไม่ค่อยยุ่งกับเรื่องของคนอื่น...

    ฝ่ายสโรชาลากวาทินีเข้าไปในห้องพักของเธอ ผลักใส่เชาวน์ที่นอนเล่นอยู่บนเตียง แล้วต่อว่าว่าทีหน้าทีหลังช่วยดูแลคนของเขาให้ดีด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ไปอ่อยเหยื่อตรัยต่อหน้าคนอื่น เธออ้างว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะต้องการจะหาทางช่วยไม่ให้เขาลากเชาวน์เข้าคุก สโรชาชะงักหันมองเชาวน์ที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย

    “ฉันรู้เรื่องแล้วย่ะ ไม่ต้องพยายามมาปิดฉันหรอก”

    “รู้แล้วยังไง คิดจะช่วยด้วยการไปอ่อยเหยื่อเขาเนี่ยนะ เชอะ เขาคงจะสนใจหรอก ส่องกระจกดูหนังหน้าตัวเองบ้าง” จากนั้นสโรชาก็เปิดศึกน้ำลายกับวาทินี อย่างไม่มีใครยอมใคร เชาวน์ทนไม่ไหวสั่งให้หยุดกัดกัน แล้วหันไปต่อว่าวาทินีว่าที่บอกจะช่วยเขาคือวิธีโง่ๆแบบนี้เองหรือ เขาน่าจะรู้ว่าสมองอย่างเธอจะทำอะไรได้

    “คอยดูก็แล้วกัน” วาทินีจ้องหน้าเชาวน์สีหน้าจริงจัง...

    ระหว่างเดือนฉายขับรถกลับบ้านสวนเสาวรส มัวแต่ใจลอย คิดถึงเรื่องของเอกสิทธิ์และเรื่องของลูกๆ ทั้งสองคนที่ไม่ยอมทิ้งพ่อไปไหน จึงไม่ทันดูทาง รถเฉข้ามเลนไปชนกับรถที่แล่นสวนทาง โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรมาก หมอเช็กอย่างละเอียดแล้ว มีเพียงกระดูกร้าวที่เท้า กับรอยฟกช้ำเล็กน้อย

    “แต่เพื่อความแน่ใจ ระหว่างที่รถผลตรวจสมองอย่างละเอียด หมออยากให้คนไข้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการสักวันสองวัน” คำพูดของหมอทำให้ทั้งเพ็ญพร วิทวัส เคนและกอล์ฟ ต่างถอนใจโล่งใจ...

    ค่ำวันเดียวกัน เอกสิทธิ์มีอาการไม่สู้ดีนัก พรเพ็ญเห็นไม่เข้าที ช่วยกันกับป้าแจ่มและลุงเติม เอาตัวท่านใส่รถเข็นจะพาไปโรงพยาบาล สโรชามาเห็นเสียก่อนสั่งห้ามเอาเขาไปไหนเด็ดขาด

    “แต่คุณพ่ออาเจียนหลายครั้งนะคะ”

    “ก็แค่ท้องอืดท้องเฟ้อธรรมดา เอายาธาตุป้อนไปก็เท่านั้น” สโรชาเห็นพรเพ็ญจะโต้แย้ง ชิงตัดบท “พอเถอะ ไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งต้องเสียตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เธอรู้ไหม ยิ่งตอนนี้ค่าใช้จ่ายที่บ้านยิ่งเยอะอยู่ ได้ยินที่ฉันสั่งไหม พาคุณเอกกลับไปนอนพักที่ห้อง แล้วก็รีบๆ

    เข้านอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาทำงานกันแต่เช้า” สโรชาพูดจบ เดินเชิดขึ้นบ้าน พรเพ็ญได้แต่ยืนน้ำตาคลอไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

    เพ็ญพรฝากวิทวัสดูแลแม่ของตนสักพัก แล้วกลับไปที่คอนโดฯที่พักกับเคนและกอล์ฟเพื่อส่งเคนไปพักผ่อน พร้อมกับเอาของใช้ส่วนตัวของแม่กับเสื้อผ้าข้าวของ ของเธอสำหรับค้างที่โรงพยาบาล เคนเห็นสีหน้าของหลานรัก ก็ถามว่ามีเรื่องอะไรใช่ไหม เธอได้แต่ส่ายหน้าไม่กล้าบอก

    “ไม่บอกก็ไม่บอก อย่างนั้นตาจะให้แม่เราเป็นคนเล่าให้ฟังจากปากเธอเองแล้วกัน จำไว้นะลูก ไม่ว่าลูกจะได้รู้อะไร ตาอยากให้เราอโหสิกรรมให้กับคนที่เขาทำกับเรานะ ตาโกรธตาเกลียดเขาได้ แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้นะ เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้ชื่อว่าเป็น...” เคนพูดยังไม่ทันจบ เพ็ญพรรีบตัดบท

    “งั้นหนูไปหาแม่ก่อนนะคะ ทิ้งแม่ไว้กับอีตานั่นนานแล้ว เดี๋ยวจะมาทวงบุญคุณอีก...กอล์ฟ ไปได้แล้ว”

    ooooooo

    ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ เดือนฉายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง มองวิทวัสที่นั่งเล่นไอแพดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามว่าชอบลูกสาวของตนคนไหน เขาย้อนถามที่พูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร

    “น้าหมายถึง ตาวัสชอบเห็นตอนที่ยัยเพ็ญเป็นแบบไหนมากกว่ากัน”

    วิทวัสอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าที่หน้าประตูห้องพักฟื้นเพ็ญพรเอาหูแนบประตูแอบฟังอยู่ แต่แผนต้องพังเพราะกอล์ฟดันผลักประตูห้องเข้าไปเสียก่อน เธอถึงกับบ่นอุบ

    “ฮึ้ย ไอ้บ้ากอล์ฟ อดเลย” เพ็ญพรจำต้องเดินตามกอล์ฟเข้าไปในห้อง แล้วจัดแจงไล่วิทวัสกลับ

    “อ้าว มาถึงก็ไล่ ใจร้ายจัง จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

    เพ็ญพรไม่สนใจ ดึงแขนให้เขาลุกขึ้น หยิบเสื้อนอกและข้าวของของเขา ทั้งลากทั้งดันให้ออกจากห้อง แล้วปิดประตูใส่หน้า โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเขา...

    ในเวลาเดียวกันที่บ้านศิลาแดง ณัฐพงษ์แต่งตัวหล่อจะออกไปข้างนอก เดินผ่านหน้าห้องนอนของพรเพ็ญเห็นเจ้าของห้องกำลังเช็ดน้ำตาป้อยๆโดยมีป้าแจ่มคอยปลอบอยู่ข้างๆ ปรี่เข้าไปถามว่าเป็นอะไร แล้วจะจับหน้าเธอให้หันมอง เธอปัดมือเขาออก ป้าแจ่มเห็นท่าไม่ดีรีบเอาตัวบังเธอไว้

    “คุณท่านไม่สบายค่ะ คุณหนูเลยอยากจะพาไปโรงพยาบาล แต่คุณสโรชาเธอไม่ให้ไปค่ะ เธอบอกว่าคุณเอกไม่ได้เป็นอะไรมาก กลัวเปลือง”

    ณัฐพงษ์คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ อาสาจะพาไปส่งโรงพยาบาลให้ ป้าแจ่มรู้เท่าทัน ขอตามไปด้วย เขาไม่ให้ไปอ้างรถของเขาคันเล็ก ไหนจะมีรถเข็นอีก จะไปได้อย่างไร แล้วถามพรเพ็ญจะไปหรือไม่ไป ก่อนจะทำท่าไม่ชอบใจ ขยับจะเดินหนี ด้วยความเป็นห่วงพ่อ พรเพ็ญจำต้องไปกับณัฐพงษ์...

    เชาวน์หลับกรนครอกๆไปแล้ว แต่วาทินียังนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป สะกิดเขาขึ้นมาถามดึกดื่นป่านนี้ ใครออกไปข้างนอกอีก เชาวน์ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นลูกของตน แล้วไล่ให้วาทินีนอนได้แล้ว เลิกยุ่งกับเรื่องของคนอื่นสักที แล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ วาทินีมองค้อนไม่พอใจ ลุกออกจากห้อง...

    ทางด้านป้าแจ่มโทร.แจ้งตรัยว่าคุณท่านอาการหนัก ตอนนี้คุณหนูพาไปโรงพยาบาล เขาลุกพรวดรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแทบไม่ทัน...

    ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ณัฐพงษ์คิดไม่ซื่อพาพรเพ็ญกับเอกสิทธิ์ออกนอกเส้นทาง เธอนั่งเบาะหลังกับพ่อไม่ได้มองทาง มัวแต่คอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ท่าน เงยหน้ามองอีกที เห็นรถมาจอดบริเวณถนนเปลี่ยว ณัฐพงษ์เอื้อมมาจับมือพรเพ็ญซึ่งสะบัดหนีไปจนติดประตูรถ ขอร้องให้พาเราสองคนพ่อลูกออกไปจากตรงนี้

    “พาไปแน่จ้ะ แต่ขอพี่มอบความอบอุ่นให้น้องพรก่อนนะจ๊ะ”

    ณัฐพงษ์ลงจากรถ อ้อมมาเปิดประตูด้านที่พรเพ็ญนั่ง ลวนลามเธอโดยไม่เกรงใจเอกสิทธิ์ที่มองเขม็งอยู่ หญิงสาวฮึดสู้ หยิบมีดพับในกระเป๋ากางเกงแทงไหล่จอมหื่นสุดแรง แล้วฟันซ้ำอีกหนึ่งแผล ถีบเขากระเด็นออกจากรถ ปิดประตูล็อกทุกด้าน จากนั้นปีนข้ามไปที่เบาะคนขับ สตาร์ตรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

    ในเวลาเดียวกัน วาทินีกำลังดื่มน้ำผลไม้อยู่ในครัว เห็นป้าแจ่มเข้ามาเมียงๆมองๆ สั่งให้ไปตามพรเพ็ญมาให้ตนด่าแก้เหงาปากหน่อย พอรู้ว่าเธอไม่อยู่พาเอกสิทธิ์ไปโรงพยาบาล วาทินีพึมพำสีหน้าเจ้าเล่ห์

    “ไปโรงพยาบาลงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นในห้องก็ไม่มีใครอยู่สินะ”...

    ไม่นานนัก บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่เอกสิทธิ์นอนอยู่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน พรเพ็ญเข้าไม่ได้ จึงได้แต่มองตามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ตรัยรีบวิ่งมาหา พอเธอเห็นหน้าเขาเท่านั้นก็ร้องไห้โฮ

    “ใจเย็นๆ คุณลุงต้องไม่เป็นอะไร...มือน้องพรไปโดนอะไรมา”

    พรเพ็ญรีบเอามือที่เปรอะไปด้วยเลือดซ่อนไว้ด้านหลัง อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เพ็ญพรผ่านมาเห็นตรัยยืนคุยอยู่กับพรเพ็ญ ทั้งตกใจทั้งแปลกใจปนกัน รีบหลบมุมแอบมอง แล้วนึกเอะใจ หรือว่าพ่อของเธอจะเป็นอะไร ลืมตัวจะเข้าไปถามพี่สาว แต่นึกขึ้นได้ว่าให้ใครเห็นพร้อมกันไม่ได้ ถอยกลับไปซ่อนที่เดิม

    ตรัยพยายามดึงมือพรเพ็ญที่ซ่อนไว้มาดู เธอขืนไว้แต่ไม่สำเร็จ เขาจับมือเธอขึ้นมาดูใกล้ๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พรเพ็ญเหนื่อยเกินกว่าจะเล่าให้ฟังตอนนี้ ขอผัดไว้ก่อน เขาไม่เซ้าซี้อะไรอีก ได้แต่กุมมือเธอไว้

    ooooooo

    วาทินีอาศัยจังหวะปลอดคน ย่องเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าในห้องนอนของพรเพ็ญ แต่ต้องผิดหวังที่ไม่พบแม้แต่สร้อยหรือแหวนสักชิ้น จะมีแค่กระปุกใส่เงินอยู่ไม่กี่บาท

    พลันสายตาของเธอเหลือบไปเจอโน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ เปิดดูไฟล์ในนั้นไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งเห็นไฟล์ที่ชื่อว่า “ลับ” ก็คลิกเข้าไปดู เป็นรูปภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด เมื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เธอถึงกับตะลึง

    “นี่มัน...ไอ้พี่เชาวน์เอ๊ย จะถูกจับก็งานนี้ล่ะวะ” วาทินีคว้าโน้ตบุ๊กจะออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงป้าแจ่มดังมาจากหน้าห้องว่าคุณหนูกลับมาแล้วหรือ เธอตาลีตาเหลือกไปแอบข้างประตู ป้าแจ่มเปิดประตูเข้ามาหนีบเธอติดผนัง ยื่นหน้าดูในห้องไม่เห็นใครก็แปลกใจ หรือเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่จะหูฝาดไปเอง

    ป้าแจ่มส่ายหน้าถอยหลังออกไปพร้อมกับงับประตูอย่างเดิม แต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ปิดไฟ เปิดประตูเข้ามาอีกรอบ ประตูดันหน้ายัยสก๊อยเต็มๆ เธอปิดไฟเสร็จก็กลับออกไปอีกครั้ง วาทินีถึงกับทรุด เอามือคลำจมูกตัวเองกลัวดั้งยุบ แล้วมองโน้ตบุ๊กในมือ ตัดสินใจเอาไปวางที่เดิม ก่อนจะย่องกลับห้องตัวเอง...

    เชาวน์ถึงกับหน้าเครียดเมื่อรู้จากวาทินีว่ามีไฟล์รูปตนเองอยู่ในโน้ตบุ๊กของพรเพ็ญ แสดงว่านังคุณหนูนี่ ที่แท้ก็เป็นสายให้ตำรวจ แล้วถามวาทินีว่าลบไฟล์นั่นทิ้งไปหรือยัง เธอยังไม่ได้ลบ เพราะขืนทำอย่างนั้น เจ้าของต้องรู้ว่ามีคนไปยุ่งกับโน้ตบุ๊กของตัวเอง และถึงลบไปก็ไม่มีประโยชน์ ตรัยก็ส่งให้ใหม่ได้อยู่ดี

    “ก็จริงของเธอนะ แล้วไอ้ที่บอกจะจัดการไม่ให้

    ไอ้ตำรวจนั่นมาเหยียบที่นี่ได้อีกน่ะ มันเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้ฉันติดคุกก่อน” เชาวน์เสียงเขียว วาทินีขอให้เขาใจเย็นๆ ของแบบนี้ต้องรอโอกาสและเวลา...

    อาการของเอกสิทธิ์ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พรเพ็ญหวั่นใจ เพียงแต่ต้องนอนโรงพยาบาลสักระยะหนึ่ง ตรัยเห็นเธอสบายใจเรื่องพ่อแล้วก็เลยถามว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แผลที่มือของเธอเป็นฝีมือใคร

    พรเพ็ญไม่อยากให้มากความ โกหกว่าคงจะโดนตอนที่รีบพาพ่อมาโรงพยาบาล แล้วบอกให้เขากลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว เขาอาสาจะอยู่เป็นเพื่อน แต่เธอไม่ยอม ตรัยจำใจต้องกลับ ไม่กี่อึดใจ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พรเพ็ญรีบเปิดประตูรับ ต้องตกใจที่เห็นน้องสาวฝาแฝดยืนอยู่

    ครู่ต่อมา เพ็ญพรพาพี่สาวมาที่ห้องพักฟื้นของแม่ ยื่นหน้าเข้าไปข้างๆเห็นกอล์ฟหลับสนิท ถึงได้เรียกให้พรเพ็ญเข้ามา สองพี่น้องค่อยๆย่องไปหาเดือนฉายที่หลับอยู่บนเตียง

    “ทำไมต้องเป็นแบบนี้นะ คุณพ่อกับคุณแม่ต้องมาเป็นอะไรพร้อมกัน”

    “ใช่ ทีกับไอ้พวกชั่วๆนั่น กลับเชิดหน้าชูคอสบายใจ เออพี่พร เดี๋ยวเพ็ญขอสลับไปดูคุณพ่อบ้างนะ”

    พรเพ็ญยังไม่ทันจะว่าอะไร กอล์ฟละเมอลุกขึ้นนั่ง มือไม้โบกไปมาทั้งที่ตายังหลับ สองสาวสะดุ้งโหยง เพ็ญพรเห็นไม่เข้าทีชวนพรเพ็ญไปหาที่คุยกันข้างนอก ทันทีที่ทั้งคู่ลับสายตา เดือนฉายค่อยๆลืมตาขึ้น จากนั้นเดินไปหาเอกสิทธิ์ที่ห้องพักฟื้น เขารู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ ลืมตาขึ้นดู ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเดือนฉายยืนอยู่ เธอเห็นสภาพของเขาแล้วน้ำตาคลอ ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะจับมือเขาไว้

    “ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ ที่ลูกบอกมา ฉันยังไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณเอก”

    เอกสิทธิ์พยายามผงกหัวขึ้นมองเดือนฉาย จะพูดบางอย่างแต่ไม่สามารถขยับปากได้...

    ฝ่ายเพ็ญพรฟังเรื่องที่พี่สาวถูกณัฐพงษ์ลวนลามถึงกับของขึ้น ยุส่งคราวหน้าเจี๋ยนให้กุดไปเลย พรเพ็ญยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองพาพ่อมาถึงโรงพยาบาลได้ ตอนนั้นคิดแค่อยากให้เก่งได้ครึ่งของน้องก็คงจะดี

    “โธ่พี่พร แค่นี้พี่ก็เก่งมากแล้ว พี่สาวของเพ็ญ เก่งที่สุดเลย” เพ็ญพรดึงพรเพ็ญมากอดด้วยความภูมิใจ...

    ให้บังเอิญที่ณัฐพงษ์มาโรงพยาบาลเดียวกับเอกสิทธิ์ แถมยังให้หมอรุจน์ทำแผลให้ เขาเห็นลักษณะของบาดแผลคล้ายถูกทำร้ายมา แนะให้แจ้งความ ณัฐพงษ์ไม่ยอมทำตามเดินหนีออกจากห้องตรวจไม่ค่อยพอใจ หมอรุจน์ตามออกมามอง จะหันกลับเข้าห้องเกือบชนกับสุดาที่จ้ำพรวดเข้ามา เขาร้องทัก มาทำอะไรที่นี่ดึกๆดื่นๆ พอรู้ว่ามาเยี่ยมเอกสิทธิ์ ก็ตกใจไม่เห็นมีใครแจ้งให้ทราบ จากนั้นชวนสุดาไปเยี่ยมเอกสิทธิ์พร้อมกัน

    ooooooo

    ตรัยมาโรงพยาบาลแต่เช้าพร้อมด้วยกระเช้าของเยี่ยม เจอวิทวัสที่หิ้วกระเช้ามาเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาทักตามมารยาทว่ามาเยี่ยมใครหรือวิทวัสยังหมั่นไส้เขาไม่หายแกล้งยียวนใส่

    “เดี๋ยวนี้จะเยี่ยมใคร ต้องลงบันทึกประจำวันด้วยหรือครับคุณตำรวจ”

    “ไม่ต้องหรอกครับ จะเยี่ยมใครก็เยี่ยมได้เลยถ้าไม่ใช่ แฟนคนอื่น” ยอกย้อนเสร็จ ตรัยเดินเลี่ยงออกไปวิทวัสมองตามไม่พอใจ ก่อนจะรีบจ้ำพรวดๆตาม เพราะกลัวจะช้ากว่าเขา แต่ปรากฏว่าสองหนุ่มแยกเยี่ยมกันคนละห้อง ตรัยไปเยี่ยมเอกสิทธิ์ ขณะที่วิทวัสไปเยี่ยมเดือนฉาย...

    หลังจากทักทายถามไถ่อาการของเดือนฉาย เรียบร้อย วิทวัสหันไปบอกเพ็ญพรว่าเมื่อครู่นี้เจอตำรวจหนุ่มรูปหล่อของเธอ ยังนึกว่าจะมาเยี่ยมคุณน้าเสียอีก เดือนฉายอดถามไม่ได้ว่าตำรวจที่ไหน

    “หมวดตรัต พี่ชายยัยสุดาไงคะ”...

    ตรัยเองก็เล่าเรื่องที่เจอวิทวัสให้พรเพ็ญฟัง แล้วซักว่ารู้จักกันนานแล้วหรือ เธออึกอักก่อนจะบอกว่าเพิ่งรู้จักกันไม่นานเท่าไหร่ เขารู้สึกว่าวิทวัสมีท่าทางเหมือนจะชอบเธอ พรเพ็ญหน้าแดงซ่านด้วยความเขิน ตรัยเห็นท่าทางของเธอแล้วอดหึงหวงไม่ได้ เสียงเข้มใส่เป็นอะไรทำไมต้องหน้าแดงด้วย

    “เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร...เอ่อ พรขอตัวไปข้างนอกแป๊บนึงนะคะพี่ตรัย” พูดจบ พรเพ็ญวิ่งจู๊ดทันที

    เพ็ญพรเองก็หน้าแดงเช่นกันเมื่อวิทวัสพูดเป็นทำนองว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าตรัยมีใจให้เธอ หญิงสาวแกล้งโวยวายใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อน วิทวัสยิ่งสนุก กระเซ้าไม่เลิก เธอเขินจัดทนอยู่ในห้องต่อไปไม่ไหว ขอแม่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ อ้างในนี้อากาศเป็นพิษ แล้วแลบลิ้นใส่วิทวัสก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป...

    บ้านศิลาแดงแทบแตกเมื่อสโรชารู้ว่าพรเพ็ญพาเอกสิทธิ์ไปโรงพยาบาล เล่นงานป้าแจ่มไม่ยั้งที่ขัดคำสั่ง เธอแก้ตัวว่าณัฐพงษ์อาสาจะไปส่งคุณหนูกับคุณท่านเอง จังหวะนั้นณัฐพงษ์ในสภาพดูไม่จืดเพิ่งกลับเข้ามา สโรชาหันไปต่อว่าลูกว่าทำไมถึงขัดคำสั่งของตน เขาไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย เดินหนี เธอรีบไปดักหน้า คว้าแขนข้างที่บาดเจ็บของลูกพอดี เขาถึงกับสะดุ้ง รีบสะบัดมือแม่ออก

    “นี่แกไปโดนอะไรมา” สโรชายกแขนณัฐพงษ์ข้างที่พันแผลไว้ขึ้นมาดู เขาไม่ตอบอะไร เดินหนีขึ้นบ้านหน้าตาเฉย ไม่สนใจเสียงเรียกให้ลงมาคุยกันก่อนของแม่...

    สโรชารอช้าไม่ได้ ลากอาภาพรไปที่รถ จะให้ไปโรงพยาบาลด้วยกัน เธอบ่นอุบทำไมต้องเป็นตนเองทุกที สโรชาไม่สน บ่นได้บ่นไป สั่งให้ขึ้นรถเร็วๆ วาทินีออกมายืนกอดอกมองตามรถของสโรชาที่แล่นออกไป

    “ศึกแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง รอซ้ำคนที่มันแพ้ดีกว่า” พูดจบยัยสก๊อยหัวเราะชอบใจ...

    เชาวน์เห็นสภาพของลูกชายก็พอเดาได้ว่าต้องเป็นฝีมือน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของลูก ณัฐพงษ์หาว่าพ่อมโนไปเอง เชาวน์คาดคั้นให้บอกว่าไปทำอะไรนังคุณหนูนั่น เขาปฏิเสธไม่เต็มเสียงว่าไม่ได้ทำอะไร

    “ไม่ได้ทำอะไรมัน แต่ให้มันเอาอะไรมาจิ้มแกเล่นๆ ว่างั้น ฮึ ถึงแกไม่บอกพ่อ ก็พอจะเดาออก นังนี่มันฤทธิ์มากขึ้นทุกวัน พ่อว่าเราคงต้องร่วมมือกันจัดการมันซะแล้วล่ะ”

    “ว่าแต่นังนั่นไปทำอะไรให้คุณพ่อเดือดร้อนหรือ ถึงอยากจะจัดการมัน”

    เชาวน์ไม่ชอบคนสอดรู้สอดเห็น ณัฐพงษ์ยินดีร่วมมือด้วย จะให้ทำอะไรก็บอกมา เขาแค่อยากให้ลูกล่อพรเพ็ญมาติดกับเท่านั้น ส่วนที่เหลือเขาจะจัดการเอง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:23 น.