ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"


    ณ ห้องพักฟื้นหลังคลอด นางพยาบาลสองคนเข็นเตียงเด็กทารกแรกเกิดเข้ามา เดือนฉายยังคงอยู่ในอาการสะลึมสะลือด้วยฤทธิ์ยาสลบ พยายามเอี้ยวตัวไปมองลูกของตัวเอง แต่ภาพตรงหน้าเบลอไปหมด เห็นรางๆว่าพยาบาลอุ้มทารกส่งให้ชายคนหนึ่ง ก่อนตัวเองจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย...

    20 กว่าปีผ่านไป...

    เดือนฉายชะเง้อคอยาวอยู่หน้าประตูผู้โดยสารขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สักพักสาวสวย มาดเซอร์ นุ่งกางเกงยีนส์ขาดๆ สวมเสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ สะพายย่ามแบบชาวเขา ลากกระเป๋าเดินทางใบโตเดินออกมา เธอตะโกนเรียก “ลูกเพ็ญ” พร้อมกับโบกมือให้ หญิงสาวรีบลากกระเป๋าเข้ามาหา เดือนฉายไม่วายแขวะ

    “นี่แน่ใจนะว่าเพิ่งกลับจากลอนดอน แต่งตัวยังกับเพิ่งลงจากดอย”

    “โห แม่อ่ะ รักความเป็นไทยสบายๆผิดตรงไหน” เพ็ญพรบ่นเสร็จโผกอดแม่ด้วยความคิดถึง สองแม่ลูกกอดกันกลม เธอแกล้งกระซิบกับแม่ ทีหน้าทีหลังอย่าเรียกตนว่าเพ็ญอีก

    “จ้า...แม่แพร์รี่” เดือนฉายหัวเราะชอบใจ สองแม่ลูกหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทันทีที่ทั้งคู่คล้อยหลัง สโรชากับอาภาพรเข็นกระเป๋าเดินทางออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้าเช่นกัน อาภาพรบ่นอย่างหงุดหงิดว่าอาหารบนเครื่องบินไม่ได้เรื่อง หิวมากแทบกินช้างได้ทั้งตัว บอกให้แม่โทร.ไปสั่งนังพรเตรียมอาหารไว้ด้วย

    “โทร.ทำไมให้เปลืองค่าโทรศัพท์ มันก็รู้อยู่แล้วว่าเราจะกลับ ลองมันไม่เตรียมอาหารไว้จะได้สนุก”...

    ระหว่างทางกลับบ้านสวนเสาวรส เดือนฉายแวะเติมน้ำมัน เพ็ญพรหิว ถือโอกาสลงไปหาซื้ออะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน โดยไม่รู้ว่าที่แก้มตัวเองมีรอยเปื้อนดำๆติดอยู่ เดือนฉายตะโกนไล่หลังให้ระวังพวกโรคจิตไว้ด้วย อย่าคุยกับคนแปลกหน้าเดี๋ยวจะถูกเอาอะไรป้ายทำให้หลับไม่ได้สติ เธอได้แต่ส่ายหน้าขำๆ ร้องบอกแม่โดยไม่หันไปมองว่าตนคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น

    แม้จะไม่ถึงขั้นโชคร้าย แต่เพ็ญพรเจอชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม แถมดึงข้าวของในมือเธอไปช่วยถือ ชมว่าแต่งตัวแบบนี้ดูแปลกตา แต่ก็น่ารักดี ชายหนุ่มเห็นรอยเปื้อนที่แก้มเธอจัดแจงจะเอานิ้วเช็ดให้ เธอคว้ามือเขาบิดอย่างแรง ถึงกับร้องโอ๊ยลั่น ผลักเขาพ้นทางแล้วจ้ำพรวดๆออกจากร้าน ตรัยงงกับท่าทีของเธอ จะเดินตาม แต่พนักงานในร้านขวางไว้ บอกว่าข้าวของพวกนี้ยังไม่ได้จ่ายเงิน

    “งั้นไม่ซื้อแล้ว เอาคืนไป” ตรัยคืนของในมือให้ เขาชี้ไปที่ขวดน้ำอัดลมที่ตกแตกอยู่บนพื้น ชายหนุ่มจำต้องเดินไปจ่ายเงิน พอหันไปมองอีกที เพ็ญพรก็หายไปแล้ว...

    ตั้งแต่ออกจากปั๊มน้ำมัน เดือนฉายเห็นลูกนั่งหน้าหงิกไม่พูดไม่จา ถามว่าเป็นอะไรไป ได้ความว่าโดนพวกโรคจิตเอาอะไรไม่รู้มาป้ายหน้า แต่ไม่เป็นอะไร เดือนฉายตั้งข้อสังเกต หรือเขาคนนั้นอาจจะจำคนผิด

    “โอ้โห จำคนผิด! ในโลกนี้คงไม่มีใครสวย น่ารัก อารมณ์ดี เซ็กซี่ขี้เล่นและแสนซนเหมือนหนูอีกแล้วล่ะ”

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน ที่บ้านศิลาแดง อาภาพรโวยวายที่มาถึงบ้านแล้วยังตั้งสำรับไม่เสร็จ ต่อว่าแม่ว่าตัวเอง เตือนแล้วให้โทร.มาบอกก่อน ก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างนังพรมีสมองคิดอะไรที่ไหน สโรชาตวัดสายตามองป้าแจ่มเป็นเชิงตำหนิ เธอยังไม่ทันจะแก้ตัวแทนคุณหนูของตัวเอง พรเพ็ญยกถาดใส่อาหารเข้ามาเสียก่อน

    “ฉันต้องบอกแกทุกอย่างเลยหรือว่าต้องทำอะไรบ้าง ดูสิลูกภาหิวจนอารมณ์เสียแล้วเห็นไหม แกก็รู้นี่ว่าอย่าทำให้ลูกภาโมโห ถ้าโมโหแล้ว มันหยุดไม่ได้” พูดจบ สโรชาเข้าไปโอ๋ เอาใจลูกอาภาพรสั่งให้พรเพ็ญยกชามต้มยำเข้ามาวางใกล้ๆ แล้วแกล้งทำชามคว่ำ น้ำต้มยำลวกมือพรเพ็ญ สโรชายังด่าซ้ำว่าซุ่มซ่าม ไล่ให้ไปเอามาเสิร์ฟใหม่ ป้าแจ่มจะตามไปดูแลคุณหนู กลับถูกเธอเรียกไว้...

    ขณะที่พรเพ็ญเจ็บแผลที่ถูกน้ำต้มยำลวก เหมือนความรู้สึกนั้นจะส่งถึงกัน เพ็ญพรรู้สึกเจ็บแขนที่เดียวกับพรเพ็ญบาดเจ็บ เดือนฉายเห็นลูกเอาครีมมาทา ร้องทักว่าไปโดนอะไรมา เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆก็ปวดแสบ ปวดร้อนขึ้นมา เดือนฉายเดินมาดูด้วยความเป็นห่วง เห็นเป็นผืนแดงก็นิ่วหน้าแปลกใจ

    “ไอ้โรคเป็นอะไรไม่รู้ของหนูนี่ กลับมาอีกแล้วหรือ”

    “ตอนอยู่เมืองนอกก็ไม่เป็นนะคะ นึกว่าหายแล้ว”

    เดือนฉายมองลูกสาวอย่างเป็นกังวล ขณะที่เจ้าตัวกลับไม่สนใจอะไรอาการแปลกๆของตัวเอง...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านศิลาแดง ป้าแจ่มเอาน้ำแข็งประคบแขนที่โดนน้ำต้มยำลวกให้พรเพ็ญที่ยืนน้ำตาไหลด้วยความสงสาร แล้วเกิดฮึดฮัดขึ้นมาจะตามไปตบอาภาพรล้างแค้นแทน เธอขอร้องอย่าทำอย่างนั้น เธอชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว ป้าแจ่มปลอบให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้

    “หนูเอาอาหารกับยาไปให้คุณพ่อก่อนนะจ๊ะป้า” พรเพ็ญพูดจบคว้าถาดใส่ซุปกับยาเดินออกจากครัว

    เอกสิทธิ์พ่อของพรเพ็ญป่วยกระเสาะกระแสะ กินอะไรได้ไม่มาก กินยาก็สำลัก พรเพ็ญรีบดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดปากให้ เขาขอโทษลูกด้วยที่เป็นภาระ พรเพ็ญขอร้องท่านอย่าพูดแบบนี้อีก ชีวิตเธอมีแค่ท่านคนเดียว ดูแลพ่อตัวเองจะถือเป็นภาระได้อย่างไร เอกสิทธิ์ติงว่าลูกไม่ได้มีแค่เขา ยังมีน้าสโรชาอีกคนหนึ่ง ถึงจะปากร้ายแต่ก็รักพรเพ็ญเหมือนที่รักอาภาพรกับณัฐพงษ์ลูกของเธอ

    พรเพ็ญไม่อยากเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงกับลูกของเธอกลั่นแกล้งเป็นประจำให้ฟัง เสก้มหน้าสำรวจยาในซองของพ่อเห็นเหลืออยู่ไม่กี่เม็ด อดบ่นไม่ได้ทำไมยาหมดก่อนถึงวันหมอนัด อาสาจะไปเอายามาเพิ่ม

    “ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวพ่อบอกน้าเขาเองลูกจะได้ไม่ลำบาก”

    หญิงสาวรับคำ พยุงพ่อให้ลงนอน บอกให้พักผ่อนมากๆจะได้พาเธอไปเที่ยวได้เร็วๆ

    ณ บ้านสวนเสาวรส เดือนฉายเห็นเพ็ญพรกินอิ่มหนำ สำราญ นอนลูบท้องตัวเองอยู่หน้าจอทีวีก็อดกระเซ้าไม่ได้ รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมถึงไม่มีลูกเขยกลับมาให้ตน เธอคุยโม้ว่าไม่ต้องกลัวเธอขายไม่ออก จะมีแฟนหรือไม่ขึ้นอยู่กับเธอต่างหาก เดือนฉายมองลูกอย่างหมั่นไส้

    “ก็มันจริงนี่นา ผู้ชายเดี๋ยวนี้น่ากลัวจะตายโดนทิ้งขึ้นมาล่ะ ต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าอีก ถ้าได้มาไม่ดี สู้อยู่คนเดียวดีกว่า เนอะแม่เนอะ” เพ็ญพรพูดเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นแม่หน้าเสียก็นึกขึ้นได้ รีบเข้าไปกอดเอาใจ “แม่ หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ แม่อย่าคิดมากนะ”

    เดือนฉายรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ ออกตัวว่าลืมเรื่องพ่อของลูกไปนานแล้ว ขอตัวไปนอนก่อน เพ็ญพรมองตาม ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า 20 กว่าปีแล้ว ไม่รู้พ่อทำอะไรไว้ แม่ถึงเศร้าได้ยาวนานขนาดนี้

    ooooooo

    เพ็ญพรหวังจะลงมาเซอร์ไพรส์ เคน คุณตาสุดเลิฟที่นั่งหันหลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แม่ที่เพิ่งตักบาตรเสร็จร้องทักเสียก่อน เธอถึงกับเซ็งๆ

    “แม่นี่ ทำเสียหมด อุตส่าห์จะย่องไปกอดให้คุณตาเซอร์ไพรส์สักหน่อย” พูดจบเข้าไปหอมแก้มเคนด้วยความคิดถึง เดือนฉายไม่รู้ว่าลูกจะตื่นแต่เช้า ไม่อย่างนั้นจะชวนไปใส่บาตรด้วยกัน เพ็ญพรยังไม่ได้นอนสักงีบ คงต้องใช้เวลาสักสองสามวัน กว่าร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับเวลาของเมืองไทยได้

    “พ่ออยากได้ปาท่องโก๋ไหมคะวันนี้ เห็นเจ้ากอล์ฟบอกจะไปตลาดอยู่”

    เพ็ญพรตาโตตื่นเต้น นึกถึงกอล์ฟเพื่อนซี้ซึ่งเป็นเด็กในไร่ขึ้นมาได้ วิ่งปรู๊ดออกไปทันที ครู่ต่อมาเธอมาถึงสวนหลังบ้าน เห็นกอล์ฟกำลังยืนหันหลังให้ ด้วยความแก่นกะโหลกย่องเข้าไปดึงกางเกงตัวนอกของเขาออกจนเหลือแต่กางเกงชั้นใน แล้วยืนหัวเราะชอบใจ จากนั้น สองเพื่อนซี้จอมซ่าพากันไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

    เล่นน้ำเสร็จ ก็ชวนกันซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวตลาด กอล์ฟซึ่งนั่งซ้อนท้ายตะโกนสั่งของกินไปตลอดทางจนกระทั่งถึงร้านขายปาท่องโก๋ แม่ค้าแซวเขาว่าวันนี้มีสาวขี่รถมาส่งเสียด้วย เพ็ญพรอดทึ่งไม่ได้ นี่เขารู้จักคนทั้งตลาดเลยหรือ เขายักคิ้วให้ ก่อนจะคุยอวดว่าเป็นธรรมดาของคนดัง แล้วหันไปทางแม่ค้าปาท่องโก๋

    “นี่คุณเพ็ญ ลูกสาวคุณเดือนฉายไงป้า เพิ่งกลับจากเมืองนอกเลยนะ เออ วันนี้เอา 10 ตัวแล้วกัน”

    แม่ค้าปาท่องโก๋ได้ที จัดแจงฝากกอล์ฟเฝ้าแผงขายของให้สักครู่ อ้างปวดท้องจะไปเข้าห้องน้ำ เขาพยักหน้าอย่างรู้ทัน เพ็ญพรเห็นแป้งปาท่องโก๋ที่แม่ค้านวดทิ้งไว้ก็นึกสนุก ไหนๆต้องเฝ้าแผงให้อยู่แล้ว ขอลองทำปาท่องโก๋เล่น จะได้ฟื้นวิชาที่แม่เคยสอน กอล์ฟเชิญเธอตามสบาย ตนขอตัวไปทักทายแฟนคลับสักครู่

    “คุณเพ็ญก็นวดแป้งเล่นรอไปก่อนล่ะกัน ยายป้าไม่ได้ไปห้องน้ำหรอก คงไปเปียแชร์ อีกพักหนึ่งล่ะ”...

    ขณะที่เพ็ญพรกำลังสนุกกับการนวดแป้งปาท่องโก๋ พรเพ็ญซึ่งอยู่ที่บ้านศิลาแดงในกรุงเทพฯ ถือซองยาของพ่อกำลังจะออกจากห้อง สโรชาผลักประตูเข้ามาพอดี เห็นซองยาในมือเธอ กระชากไปถือไว้เอง ก่อนจะถามว่าจะเอายาพวกนี้ไปไหน เธอเห็นว่าใกล้หมดแล้วก็เลยจะแวะไปเอาที่โรงพยาบาลมาให้คุณพ่อ สโรชาเสียงเขียวใส่ว่าไม่ต้อง เอกสิทธิ์ได้ยินเข้าก็ร้องถามว่ามีอะไรกัน สโรชาปรี่เข้าไปยืนข้างเตียงที่เขานอนอยู่

    “ไม่มีอะไรค่ะคุณ แค่เรื่องยา อาการคุณก็ปกติดีคงไม่ต้องไปตรวจเอง เดี๋ยวฉันจะให้คนไปรับยาเพิ่มให้”

    เอกสิทธิ์เห็นดีด้วย ลูกจะได้ไม่ต้องลำบาก สโรชาหันไปพูดจาภาษาดอกไม้กับพรเพ็ญว่าตนมีเรื่องต้องคุยกับเอกสิทธิ์ เธอเดินยังไม่ทันพ้นประตูห้อง ได้ยินเสียงแม่เลี้ยงพูดถึงเรื่องเงินค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เขาอยู่แต่ในห้องคงไม่รู้ว่าของกินของใช้เดี๋ยวนี้แพงขึ้นมาก พรเพ็ญเดาได้ไม่ยากว่าเธอจะขอเงินเพิ่ม...

    เพ็ญพรยังคงปั้นปาท่องโก๋อย่างสนุกสนานจนหน้าตาเปรอะไปด้วยแป้ง พลันมีเสียงร้องตะโกนว่าช่วยด้วย มีคนกระตุกสร้อย เธอชะเง้อมองตามเสียง เห็นโจรวิ่งราวบ่ายหน้ามาทางตัวเองแกล้งยื่นเท้าขัดขา โจรถึงกับหน้าทิ่ม พอตั้งหลักได้ทำท่าจะวิ่งต่อ เพ็ญพรใช้วิชาการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาปราดเข้าไปบิดข้อมือแย่งสร้อยไปได้ โจรจะแย่งคืน มือพลาดปัดแป้งใส่หน้าเพ็ญพรจนขาวโพลน เธอรำคาญเตะต่อยไม่กี่หมัด โจรทรุด

    เจ้าของมารับสร้อยคืน พร้อมกับขอบคุณเพ็ญพรสำหรับความช่วยเหลือ ชาวบ้านวิ่งไล่อัดโจรที่คลานหนีอย่างไม่คิดชีวิต จังหวะนั้นมีมือมาสะกิดด้านหลัง เพ็ญพรคิดว่าจะถูกกระตุกสร้อย จับข้อมือไว้ทำท่าจะทุ่มเพราะคิดว่าเป็นพวกเดียวกับโจร วิทวัสร้องห้ามลั่น

    “เดี๋ยวๆ ผมขอซื้อปาท่องโก๋ 20 ตัว ซาลาเปา 10 ชิ้นแล้วก็สังขยา 2 กระปุกครับ” แล้วยื่นกระปุกสังขยาให้ พอเห็นหน้าขาววอกของเธอชัดๆ วิทวัสแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ทักว่าแต่งหน้าจัดจัง เธอไม่เห็นหน้าตัวเองคิดว่าเขาปากเสียใส่ทำท่าจะเอาเรื่อง เขาตัดรำคาญบอกให้เธอแยกปาท่องโก๋กับซาลาเปาเป็น 2 ชุด

    “ทำไมต้องแยกด้วยล่ะ ยุ่งยากจริง”

    วิทวัสเห็นแม่ค้าทำท่าไม่อยากจะขาย แถมพอกหน้าขาวเหมือนจะไปเล่นงิ้วคิดว่าประสาทไม่เต็มก็เลยไม่ซื้อ เดินหนีไปหาซื้ออย่างอื่น เพ็ญพรไม่พอใจตามไปโวยวาย คนแถวนั้นเริ่มเข้ามามุงดู เขาอายผู้คน จึงเดินเลี่ยงออกไป เธอไม่ยอมรามือ จะตามไปดึงเสื้อเอาเรื่องให้ได้ โชคดีกอล์ฟมาคว้าแขนไว้เสียก่อน โดยไม่ทันเห็นว่าคนที่จะมีเรื่องกับเพ็ญพรคือวิทวัส พอเขาเห็นหน้าเธอชัดๆ ถึงกับขำก๊าก บอกให้ดูหน้าตัวเอง เธอรีบคว้ามือถือขึ้นมาส่องดู เห็นหน้าขาววอกก็อายมาก รีบชวนกอล์ฟกลับ

    ooooooo

    หลังจากแจ้งให้พรเพ็ญทราบว่าตรัยมาพบ ป้าแจ่มยกน้ำมาวางให้เขาแล้วทำท่าจะออกไป ชายหนุ่มร้องถามว่าพรเพ็ญเป็นอย่างไรบ้าง เธอมองซ้ายมองขวากลัวใครจะได้ยิน ก่อนจะอ้อมแอ้มว่าอยู่ไปวันๆ

    “วันก่อนผมเจอที่ปั๊มน้ำมัน น้องพรดูแปลกๆ แถมยังทำท่าไม่อยากคุยกับผม”

    ป้าแจ่มสรุปเอาเองว่าอาจเป็นเพราะพรเพ็ญกลัวอาภาพรซึ่งหมายตาตรัยเอาไว้จะมาเห็น อีกทั้งคงจะเครียดด้วย วันก่อนเพิ่งโดนรุมกลั่นแกล้ง เธอเห็นพรเพ็ญเดินเข้ามา จึงปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง ตรัยกำลังจะถามถึงเรื่องเจอกันที่ปั๊มน้ำมัน ก็ถูกอาภาพรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

    “น้องพรขา ไหนว่าต้องไปซื้อของไงคะ รีบไปสิคะ เดี๋ยวกลับมาป้อนข้าวเที่ยงคุณพ่อไม่ทันหรอก”

    พรเพ็ญรู้ว่าถูกไล่ทางอ้อม ยิ้มให้ตรัยก่อนจะเดินออกไป เขาขยับจะตาม อาภาพรพุ่งมาคล้องแขนไว้ อ้างแม่ของเธอมีเรื่องจะปรึกษาด้วย แล้วดึงเขาไปที่ห้องอาหาร ตะโกนสั่งให้ป้าแจ่มตั้งสำรับสองที่...

    ด้านเพ็ญพรที่ยังคงมีคราบแป้งปาท่องโก๋หลงเหลืออยู่บนใบหน้า กลับมาถึงบ้านสวนเสาวรส เห็นวิทวัสกำลังนั่งคุยอยู่กับแม่ ปรี่เข้าไปโวยใส่ เพราะคิดว่าเขาตามมาด่าถึงบ้าน ทีแรกเขาจำหน้าเธอไม่ได้ แต่พอเห็นเศษแป้งที่ติดตามเสื้อผ้าก็นึกออก หันไปถามเดือนฉายว่านี่คือลูกสาวของเธอที่เคยเล่าให้ฟังว่าไปเรียนเมืองนอกมาใช่ไหม กลับมากี่วันแล้ว เมื่อเช้าขายได้เยอะไหม เดือนฉายงง ลูกไปขายอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่

    วิทวัสกับเพ็ญพรเปิดศึกน้ำลายกันอีกครั้ง เธอเถียงสู้ไม่ได้ คว้านิตยสารใกล้มือขว้างใส่ เขาหลบทัน กอล์ฟเดินเข้ามาพอดี โดนสันหนังสือเต็มหน้าถึงกับร้องลั่น เพ็ญพรตกใจรีบไปเอาเจลเย็นมาประคบหน้าผากให้ วิทวัสไม่วายพูดจายั่วประสาทเธออีก เพ็ญพรของขึ้นฮึดฮัดจะเอาเรื่อง เดือนฉายต้องปรามลูกเอาไว้

    “ผมลาดีกว่าครับคุณน้า ฝากสวัสดีคุณตาด้วย เรื่องเอกสารมารอบหน้าผมจะเอาติดตัวมาด้วย” วิทวัสยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีก่อนจะลุกออกไป เดือนฉายเกรงใจมาก รีบตามไปส่ง เพ็ญพรมองตามไม่ชอบใจ

    “ตกลงนายคนนี้เป็นใครกันแน่เนี่ย มีเอกสารอะไรกับแม่ด้วย”

    “ก็แค่ ธุรกิจร่วมกันเล็กๆน้อยๆน่ะครับ อูย...เจ็บ”

    เพ็ญพรเซ็งจัด ถ้าแม่ทำธุรกิจกับหมอนั่น ก็เท่ากับเธอจะต้องเจอหน้าเขาอีก...

    พรเพ็ญหอบข้าวของกลับบ้านศิลาแดงอย่างเร่งรีบเพราะได้เวลาที่ต้องจัดอาหารเที่ยงให้พ่อแล้ว ขณะส่งข้าวของที่เพิ่งซื้อให้ลุงเติมช่วยเอาไปเก็บ เชาว์ สามีเก่าของสโรชาเดินเข้ามา เธอไหว้ตามมารยาท ก่อนจะวานลุงเติมเก็บของเสร็จแล้วช่วยไปตามคุณน้าให้ด้วย แล้วขยับจะไป เชาว์ยิ้มกรุ้มกริ่มให้ ชวนเธออยู่คุยเป็นเพื่อน เธอต้องขอตัวก่อน เพราะเลยเวลาจัดอาหารให้พ่อไปมากแล้ว เขาทำท่าจะไม่ยอมให้ไป

    แต่สโรชาโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน พรเพ็ญสบช่องรีบชิ่งหนีเข้าครัว เชาว์เข้ามาโอบเอวเธอไว้ ประจบสอพลอว่าที่มาหาก็เพราะคิดถึง สโรชากลัวใครจะมาเห็นรีบผลักเขาออก เตือนไม่ให้มาทำรุ่มร่ามแถวนี้

    “แถวนี้ไม่ได้ ก็ที่อื่นสิ”

    สโรชามองเชาว์อยู่อึดใจ ก่อนจะเดินนำไปยังมุมลับสายตาคน เขาขยับเข้าไปใกล้ใช้นิ้วไล้เบาๆไปตามต้นแขนของเธอ ก่อนจะต่อว่าว่าป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ลงมือทำอะไรอีก เธอจะผลีผลามไม่ได้ เกิดไก่ตื่นขึ้นมาจะเสียเรื่องหมด ตอนนี้เอกสิทธิ์ก็ไม่ต่างอะไรกับผีเฝ้าเตียง เชาว์โอบเอวเธอไว้ทำตัวเหมือนคู่รักไม่ใช่คู่ร้างอย่างที่แสดงต่อหน้าคนอื่น พลันมีเสียงเหมือนโต๊ะเลื่อนดังขึ้น สโรชาหันมองตามเสียง ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเอกสิทธิ์ยืนหน้าซีดเอามือเท้าโต๊ะยันตัวไว้ ถามเสียงสั่น นี่หมายความว่าอย่างไร เธอโกหกว่าไม่มีอะไร

    “แต่ที่ฉันเห็นและได้ยินมันไม่ใช่ เธอกำลังหลอกฉัน เธอสองคน”

    “อย่าคิดมากสิคะ กลับไปที่ห้องดีกว่า มาค่ะฉันช่วย” สโรชาเข้าไปพยุง เอกสิทธิ์สะบัดตัวออก ไม่เชื่อคำแก้ตัวของเธอ เชาว์ชักรำคาญ ท้าทายว่าถ้าไม่เชื่อแล้วจะทำอะไรพวกตนได้ สโรชาขอร้องให้เขากลับไปก่อน เชาว์ไม่ยอมกลับไปมือเปล่า จะขอเงินกลับไปด้วย เธอไม่พอใจที่เขามาไถเงินเพื่อเอาไปปรนเปรอเมียเด็กของตัวเอง ทำให้มีปากเสียงกัน เชาว์โกรธก็เลยสาวไส้สโรชาว่ามีแผนชั่วจะดูดเงินของผัวแก่มาเลี้ยงตนเอง

    เอกสิทธิ์เริ่มหายใจติดขัด แน่นหน้าอกไปหมด “ออกไปจากบ้านฉันทั้งสองคน ลูกๆของเธอด้วย”

    “ไปก็ได้วะ” เชาว์เดินชนเอกสิทธิ์อย่างแรงจนล้มลง สโรชาตกใจรีบไล่เขากลับ ปล่อยให้ทางนี้เป็นหน้าที่เธอเอง แล้วรอจนเขาพ้นสายตา รีบคุกเข่าข้างร่างเอกสิทธิ์ที่นอนแน่นิ่ง บีบน้ำตาร้องเรียกให้คนมาช่วย

    ooooooo

    พรเพ็ญนั่งกุมมือพ่อที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงคนไข้ ลุงเติมปลอบว่าไม่ต้องกังวลไป คุณท่านอยู่ใกล้มือหมอแล้ว จังหวะนั้น ตรัยผลักประตูห้องพักฟื้นเข้ามาถามว่าเอกสิทธิ์เป็นอย่างไรบ้าง เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้คุณน้ากำลังคุยกับหมออยู่ อีกสักครู่กลับมาคงรู้ อึดใจ สโรชาเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามา

    “คุณหมอว่าไงคะคุณน้า” พรเพ็ญถามอย่างร้อนใจ สโรชาเผลอตัวแว้ดใส่

    “ก็ช็อก อยากรู้ทำไมไม่เข้าไปคุยเองล่ะ”

    ตรัยสวนทันที หรือจะให้เขาไปถามหมอเอง สโรชาถึงกับหน้าเสีย รีบเปลี่ยนเสียงเป็นอ่อนหวานว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แค่ช็อก ความดันขึ้นก็เลยล้ม หมอจะให้นอนดูอาการที่นี่สักพักหนึ่งก่อน ไม่รู้เอกสิทธิ์ตื่นมาจะปกติไหม พรเพ็ญถึงกับน้ำตาร่วง สโรชาเห็นเธอจะอยู่เฝ้าไข้เอกสิทธิ์ ก็เลยขอตัวกลับก่อน อ้างมีอะไรต้องทำหลายอย่าง ตรัยอาสาจะอยู่เฝ้าด้วย สโรชาปรายตามองเอกสิทธิ์กับพรเพ็ญก่อนจะออกจากห้อง


    “น้องพรเมื่อไหร่จะลุกขึ้นสู้สักที พี่พร้อมจะสู้ไปกับน้องพร” ตรัยสีหน้าจริงจัง ขณะพรเพ็ญได้แต่ก้มหน้า...

    ในเวลาต่อมา ขณะวิทวัสขับรถอยู่บนถนนในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีนัดคุยงานอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า เหลือบเห็นพรเพ็ญเดินเลี้ยวเข้าประตูวัด คิดว่าเป็นเพ็ญพรรีบขับรถตาม

    พรเพ็ญมากราบพระพุทธรูปเพื่อขอให้คุ้มครองพ่อของเธอให้ปลอดภัย วิทวัสเข้ามาเยี่ยมๆมองๆในโบสถ์เห็นเธอนั่งไหว้พระอยู่ตามลำพัง เข้ามานั่งข้างๆ พรเพ็ญเห็นคนแปลกหน้ารีบกระเถิบหนี เขาทักว่าทำไมมาไหว้พระไกลนัก ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอจะเข้าวัดเป็น เธอมองไปรอบๆว่าเขาคุยกับใคร เห็นที่หูของเขาเสียบบลูทูธอยู่ ถามว่าคุยโทรศัพท์อยู่หรือว่าคุยกับตน วิทวัสเก็บบลูทูธ

    “คุยกับคุณน่ะสิ ถามแปลกๆ ติงต๊องอีกแล้ว”

    หญิงสาวเห็นท่าไม่ดี ลุกหนี วิทวัสยังตามมาชวนคุยด้วย เธอเร่งฝีเท้า เขาก็สาวเท้าตามก่อนจะคว้ามือเธอให้หยุดหนี พรเพ็ญดึงมือกลับ ถามเสียงตื่นๆว่าคิดจะทำอะไร เขาแค่อยากคุยด้วย

    “คุยอะไรคะ”

    “เรียบร้อยจังเลยอ่ะ ถ้าทำตัวแบบนี้ ผมอาจจะชอบคุณก็ได้นะ” วิทวัสกระเซ้า พรเพ็ญรีบออกตัว สงสัยเขาจะจำคนผิด แล้วจ้ำพรวดๆออกไป วิทวัสมองตามแปลกใจ ทำไมวันนี้เพ็ญพรจอมแก่นถึงได้เรียบร้อยนัก ก่อนจะเร่งฝีเท้าตาม แต่หาไม่เจอ พรเพ็ญไปนั่งหลบมุม รอจนเขาลับสายตาแล้ว ถึงได้รีบออกจากวัด...

    ระหว่างที่พรเพ็ญอกสั่นขวัญหายที่เจอคนโรคจิตตามตื๊อ สโรชาค้นห้องของเอกสิทธิ์ให้ควั่ก อาภาพรมาเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้ว่าแม่ทำอะไร ท่านกำลังหาสำเนาพินัยกรรมของเอกสิทธิ์ อยากเห็นให้ชัดๆอีกทีว่าในนั้นระบุว่าบ้านหลังนี้และทรัพย์สินอื่นๆจะตกเป็นของท่าน เผื่อมีอะไรไม่เป็นอย่างที่คิดจะได้แก้ไขทัน

    “ยิ่งตอนนี้นังนั่นมันมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถือหางอยู่ด้วย นี่ก็ตามไปเฝ้ากันอยู่ที่โรงพยาบาล”

    อาภาพรต่อว่าแม่ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ว่าตรัยไปอยู่เป็นเพื่อนพรเพ็ญที่โรงพยาบาล แล้วผลุนผลันออกไปทันที สโรชาถึงกับเซ็ง แทนที่ลูกจะช่วยกันหาพินัยกรรม กลับไปไล่ตามผู้ชาย อาภาพรไม่ได้จะไปป่วนพรเพ็ญตามลำพัง แต่ยังโทร.ตามณัฐพงษ์ไปช่วยด้วยอีกแรงหนึ่ง

    ooooooo

    ที่ห้องพักของเชาว์ วาทินีเข้ามาออเซาะขอเงินใช้เพราะรู้ว่าเขาแวะไปหาเมียเก่ามา เขาหงุดหงิดขึ้นมาทันที จะไปเอาเงินจากไหนให้ ไอ้แก่นั่นดันโผล่มาเสียก่อน วาทินีหน้าเจื่อน แล้วแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้พนันบอล เชาว์ขอร้องอย่าซักมาก ยิ่งคิดอะไรไม่ออกอยู่ด้วย แล้วขยับจะไป วาทินีซักจะไปไหนอีก

    “อยู่เฉยๆจะได้ไหมเงินน่ะ หรือเธอจะออกไปหามาแทน” เชาว์ว่าแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้อง...

    อยู่ๆเพ็ญพรก็รู้สึกเศร้าใจอย่างประหลาด ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังอารมณ์ดีเพราะได้กินของโปรดฝีมือแม่ ทั้งเคน เดือนฉายและกอล์ฟอดแปลกใจไม่ได้ สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา อาจเป็นเพราะภูมิแพ้ ไม่ก็ผิดอากาศ เพ็ญพรเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะสาเหตุใด เดือนฉายดึงลูกมากอด พลางสบตากับเคนสีหน้าเป็นกังวล

    เพ็ญพรไม่ล่วงรู้เลยว่าที่ตัวเองรู้สึกแบบนั้นเป็นเพราะฝาแฝดของเธอ พรเพ็ญกำลังทุกข์ใจที่พ่อยังนอนนิ่งไม่มีวี่แววจะฟื้น ความเศร้านั้นส่งถึงเพ็ญพรที่อยู่ห่างกันคนละโยชน์ ตรัยต้องปลอบใจไม่ให้พรเพ็ญคิดมาก จังหวะนั้น อาภาพรกับณัฐพงษ์ตามมาป่วนถึงห้องพักฟื้นคนไข้ พอรู้ว่าตรัยจะอยู่เฝ้าไข้เป็นเพื่อนพรเพ็ญที่นี่ทั้งคืน อาภาพรจัดแจงจะขออยู่เฝ้าด้วย

    “อย่าเลยค่ะ ขอฉันอยู่กับคุณพ่อลำพังดีกว่า จะได้ไม่กวนใคร”

    ตรัยเหลือบเห็นมือของเอกสิทธิ์ขยับ รีบพุ่งไปที่เตียงโดยมีพรเพ็ญลุกตาม แล้วกดออดเรียกพยาบาลเข้ามาดู ขณะที่สองพี่น้องตัวแสบมองไปที่เอกสิทธิ์ซึ่งทำท่าจะฟื้นอย่างผิดหวัง สโรชาก็รู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งตกใจและเป็นกังวลเมื่อรู้ข่าวนี้ สั่งให้อาภาพรอยู่ดูเหตุการณ์ที่นั่นไปก่อน มีอะไรให้โทร.แจ้งเป็นระยะๆด้วย

    ooooooo

    สโรชาไปเยี่ยมเอกสิทธิ์ที่โรงพยาบาลแต่เช้า ตีสีหน้าดีใจที่เห็นเขานั่งเอนหลังบนเตียงได้ ปราดเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาเบือนหน้าหนีไม่อยากเสวนาด้วย เธอพยายามจะทำโน่นทำนี่ให้ เขากลับเรียกหาแต่พรเพ็ญ สโรชาตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

    “นี่คุณเป็นอะไรไปคะ คุณกำลังเข้าใจดิฉันผิด ดิฉันอธิบายได้”

    เอกสิทธิ์ไม่อยากฟังคำแก้ตัว บอกพรเพ็ญว่าอยากนอน เธอรีบปรับเตียง จัดหมอนให้พ่อลงนอนแล้วมองไปที่สโรชาที่เดินห่างออกไป ภาพนั้นกลับเบลอ เธอขยี้ตาแล้วมองอีกครั้ง ภาพถึงได้กลับมาเป็นปกติ...

    สายตาที่เบลอของพรเพ็ญ เกิดจากการที่ถูกเพ็ญพรดึงเอาประสาทสัมผัสทางการมองเห็นไป ตีแบดมินตันเล่นอยู่กับกอล์ฟ เธอตีได้อย่างแม่นยำทั้งที่มีผ้าดำผูกตาเอาไว้ เขางงมากว่าทำได้อย่างไร เธอแกะผ้าดำออกแล้วยื่นให้ เขาเอาไปทาบตาตัวเอง ก่อนจะโวยวายว่าผ้าผืนนี้บางจนมองทะลุได้

    “พี่หลับตา” เพ็ญพรพูดทีเล่นทีจริง กอล์ฟพยายามตื๊อให้บอกเคล็ดลับ เธอได้แต่ยิ้ม...

    ทางด้านพรเพ็ญคิดว่าสายตาตัวเองมีปัญหา ไหนๆ ก็อยู่ที่โรงพยาบาลจึงไปให้หมอจักษุตรวจ ปรากฏว่าสายตาของเธอสั้นมาก พรเพ็ญบ่นให้หมอฟัง รู้สึกเหมือนจะสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายมีใครมาแบ่งเอาประสาทรับรู้ทางการเห็นของตัวเองไป หมอยิ้มๆก่อนจะอธิบายว่าเป็นไปตามสภาพร่างกายมากกว่า

    “ถ้าเป็นแบบน้องคิด แสดงว่าต้องมีใครบางคนประสาทสัมผัสดีขึ้นเรื่อยๆอย่างนั้นสิ”

    “นั่นสิคะ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ไง” พรเพ็ญถอนใจ หนักใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง...

    เพ็ญพรกำลังดมดอกกุหลาบที่ปลูกอยู่ในสวนหน้าบ้านสวนเสาวรส ตอนที่วิทวัสมายืนมองแล้วอดยิ้มไม่ได้ เธอหันไปเห็นเขาก็แหวใส่ทันที เขารีบออกปากว่าชอบเธอในเวอร์ชั่นสุภาพเรียบร้อยมากกว่าโดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเจอในวัดเป็นคนละคนกัน เพ็ญพรให้เขาฝันเอาเองหากอยากเห็นเธอในแบบนั้น วิทวัสกระเซ้า ถ้าอย่างนั้นคนที่เขาเห็นก็คงจะเป็นคู่แฝดของเธอ เพ็ญพรเริ่มไม่พอใจ เดินหนีเข้าบ้าน

    “เฮ่อ...ว่าจะชอบสักหน่อย แต่ไม่ดีกว่า มันไม่ใช่อ่ะ” วิทวัสว่าแล้วหันหลังกลับ เพ็ญพรแอบมองตาม

    “โห...จะจีบหญิง ดันมาไม้นี้เนี่ยนะ ผู้หญิงเขาคงชอบหรอก”...

    ในขณะเดียวกัน หมอรุจน์กำลังเล่าอาการป่วยของเอกสิทธิ์ให้ตรัยฟังอยู่ในห้องตรวจโรค ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ตรัยไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะสโรชา จึงขอให้เพื่อนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน...

    ด้านเชาว์ถูกนักเลงสามคนที่เสี่ยเจ้าของโต๊ะพนันบอลส่งมาทวงหนี้ซ้อมสะบักสะบอมเนื่องจากไม่มีเงินจ่าย ครั้นจะเอาตัววาทินีปลดหนี้แทนที่ก็ดูจะไม่คุ้มค่า เสี่ยจึงให้เวลาเชาว์ถึงวันพรุ่งนี้ ทันทีที่พวกนักเลงคล้อยหลัง มีเสียงมือถือดังขึ้น เชาว์แหวกข้าวของที่ถูกรื้อกระจุยกระจายจนเจอมือถือตัวเอง เห็นสโรชาโทร.มา รีบกดรับสายเธอว่าถ้าเขาอยากได้เงินให้ออกมาหาเดี๋ยวนี้ เธอจะรออยู่ที่ร้านเดิม

    ไม่นานนัก เชาว์มาถึงร้านอาหารตามนัด สโรชายื่นซองใส่เงินปึกใหญ่ให้ อดถามไม่ได้ว่าโดนซ้อมเรื่องเงินพนันบอลมาใช่ไหม เขาได้ซองนี้มาแล้วเดี๋ยวแผลก็หาย เธอรีบออกตัว ที่ถามไม่ใช่เพราะเป็นห่วง แต่กลัวเขาจะทำงานให้ไม่ได้ แล้วสั่งว่าไม่ต้องโผล่มาที่บ้านศิลาแดงอีก

    “อีกไม่กี่วัน ตาแก่นั่นคงกลับบ้านได้แล้ว หนังเหนียวจริงๆ ส่วนเงินในซองน่ะ ไปจัดมาให้แรงกว่าเดิม”

    ooooooo

    พอรู้จากวิทวัสว่าต้องเข้ากรุงเทพฯเพื่อคุยธุรกิจกับลูกค้า เดือนฉายถึงกับใจลอย คิดถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งยังอยู่ในบ้านศิลาแดง ตอนนั้นเธอยังอยู่ในวัยสาว เพิ่งตั้งท้องอ่อนๆ กำลังหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มีเสียงสั่นของมือถือดังขึ้น เธอเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงมาจากเสื้อนอกของเอกสิทธิ์ที่ถอดวางอยู่

    หญิงสาวล้วงมือถือออกมาดูเห็นเบอร์โชว์ แต่ไม่มีชื่อเจ้าของเบอร์ ลองกดรับสาย เสียงสโรชาดังขึ้น

    “คุณเอกขา รูปที่ส่งไปให้ทางไปรษณีย์ ได้รับหรือยังคะ ไม่เห็นตอบอะไรกลับมาเลย...ฮัลโหลๆ”

    เดือนฉายยืนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะวางสายแล้วเดินไปเปิดตู้รื้อเอกสารส่วนตัวของสามีมาดู เห็นซองเอกสารปั๊มตราไปรษณีย์ รีบเปิดดู มีรูปเขากอดกับสโรชา เอกสิทธิ์ออกจากห้องน้ำ เห็นมือถือวางอยู่ข้างตัวเดือนฉาย ต่อว่าว่าเช็กมือถือของตนหรือ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเธอถือรูปถ่ายของเขากับสโรชาอยู่ เดือนฉายมองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า โยนรูปถ่ายกับมือถือไปที่เตียงนอน แล้วเดินออกไปไม่พูดอะไร...

    เมื่อกอล์ฟรู้ว่าเดือนฉายจะเข้ากรุงเทพฯจัดแจงปะเหลาะขอตามไปช่วยดูแล เธอรีบบอกว่ารอบนี้เธอมีลูกสาวไปเป็นเพื่อนแล้ว ให้เขาอยู่ดูแลคุณตาที่นี่ก็แล้วกัน กอล์ฟถึงกับเซ็ง...

    ฝ่ายสโรชากลับมาที่ห้องพักฟื้นของเอกสิทธิ์ เห็นทนายสมศักดิ์อยู่ที่นั่นด้วย ชักใจคอไม่ดีถามว่ามาทำไม เขาเห็นคุณท่านเข้าโรงพยาบาลก็เลยมาเยี่ยม แล้วหันไปบอกเอกสิทธิ์

    “ผมถือโอกาสขอตัวนะครับท่าน เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลให้เป็นอย่างดี”

    สโรชามองตามสมศักดิ์ที่ออกจากห้องด้วยความระแวง แล้วหันมาจ้องเอกสิทธิ์อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เขาไม่ทันเห็นเพราะชิงหลับตาไปเสียก่อน...

    ขณะที่สโรชากลัวว่าเอกสิทธิ์จะเปลี่ยนพินัยกรรม สุดาน้องสาวของตรัยกระเซ้าพี่ชายตัวเองเมื่อรู้ว่าไปช่วยเฝ้าไข้พ่อของน้องพรด้วยกันทั้งคืน แสดงว่าเป็นแฟนกับเธอแล้วใช่ไหม ตรัยส่ายหัว เป็นแฟนหรือไม่ก็ต้องไปช่วย เพราะน้องพรเป็นคนน่าสงสาร สู้คนไม่เป็น ถ้าสุดาได้เจอ จะต้องชอบเธอแน่ๆ

    “แหม โปรยมาซะขนาดนี้ เสียดายจังว่าจะแนะนำสาวสวยดีกรีจากเมืองนอกให้รู้จัก อาทิตย์นี้เธอจะมากรุงเทพฯเสียด้วย แต่ช่างเถอะโดนเขาหักอกมาบอกล่ะกัน น้องจะหาคนดามให้” สุดาพูดจบหัวเราะชอบใจ...

    ดึกคืนนั้น พรเพ็ญฝันเห็นตัวเองในวัยเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่สนามเด็กเล่น เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกวักมือเรียกให้มาเล่นด้วยกัน คุยว่าตรงนี้มีกระต่ายด้วย ด.ญ.พรเพ็ญค่อยๆเดินเข้าไปหา เห็นเด็กคนนั้นหน้าเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ที่ไม่ควรตั้งอยู่ในสนามเด็กเล่น

    พรเพ็ญตกใจสะดุ้งตื่น มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาที่ตั้งอยู่ในห้องพักฟื้น ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป แล้วมองไปที่เตียงของพ่อ เห็นท่านนอนตัวเกร็ง มีเหงื่อผุดเต็มหน้า ปรี่เข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

    “พ่อไม่เป็นไร...หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก นอนกระสับกระส่าย”

    พรเพ็ญแค่ฝันแปลกๆเท่านั้น แล้วรู้สึกว่าพ่อมีเหงื่อชุ่มมือไปหมด รีบไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อได้อยู่กันตามลำพังกับเคนในห้องนั่งเล่น เดือนฉายบ่นให้ท่านฟังว่าไม่รู้ทำไมพักหลังมานี่เพ็ญพรมักจะพูดถึงแต่อะไรที่ชวนให้เธอนึกถึงเรื่องในอดีต เขาตั้งข้อสันนิษฐาน อาจเป็นเพราะหลานโตแล้ว ก็เลยรู้สึกถึงกันได้ เดือนฉายทำท่าเหมือนไม่อยากให้พ่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็เลยลดเสียงลง

    “เราเองต่างหากที่ไม่ควรจะขุดความรู้สึกขมขื่นในอดีตออกมาให้ลูกเห็น...วันนี้จะออกกี่โมง”

    “รอยัยเพ็ญตื่นค่ะพ่อ แล้วนี่ยิ่งเข้าไปในกรุงเทพฯด้วย หนูสังหรณ์ยังไงก็ไม่รู้”

    “เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป พ่อว่ามันจะเป็นเรื่องดีสำหรับเราซะอีกนะ อาจถึงเวลาแล้วนะที่เราจะต้องได้อะไรของเราคืน” เคนมองลูกสาวสีหน้ายิ้มๆ...

    ในขณะที่เดือนฉายเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หมอรุจน์อนุญาตให้เอกสิทธิ์กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เขายังเดินไม่ค่อยถนัด จึงต้องพึ่งไม้เท้าเพื่อช่วยพยุงเวลาเดิน หมอรุจน์แนะว่าควรจะมีรถเข็นไว้สักหนึ่งคัน เผื่อจะพาเอกสิทธิ์ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง ส่วนไม้เท้าไว้ใช้ในบ้านเป็นการทำกายภาพไปในตัว

    “จะเปิดหูเปิดตาข้างนอก เอาให้หายดีซะก่อนเถอะ เกิดไปล้มไปอะไรข้างนอกจะอาการหนักกว่าเดิม”

    “เธอ...ก็...ดีใจ...สิ” เอกสิทธิ์ไม่วายแดกดัน สโรชาถึงกับหน้าเสีย พยาบาลเอาถุงใส่ยาสำหรับกลับไปกินที่บ้านมาให้พรเพ็ญ เป็นจังหวะที่บุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นเข้ามาพอดี ตรัยกับเขาช่วยกันประคองเอกสิทธิ์ไปนั่งรถเข็น สโรชารีบดึงถุงใส่ยาจากมือพรเพ็ญไปถือเอง แต่ไม่พ้นสายตาของตรัยไปได้...

    เคนเป็นห่วงลูกกับหลานไม่อยากให้เข้ากรุงเทพฯกันตามลำพัง จึงให้กอล์ฟตามไปดูแล บอกเดือนฉายไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ ตนอยู่คนเดียวได้ กอล์ฟดีใจจนออกนอกหน้า โดดขึ้นรถก่อนใครเพื่อน

    ooooooo

    ณ กรุงเทพฯ สุดาบังเอิญพาเพ็ญพรไปเสริมสวยร้านเดียวกันกับอาภาพร แต่กว่าฝ่ายหลังจะหันมาเห็นก็เป็นตอนที่เพ็ญพรจ่ายเงินเสร็จกำลังจะออกจากร้าน อาภาพรตะโกนเรียกนังพรลั่น แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจ เธอจะวิ่งตาม พนักงานหน้าร้านร้องทักพร้อมกับชี้ไปที่โรลม้วนผมบนหัว เธอถึงกับหยุดกึก แต่ไม่วายบ่น

    “นังพร หน็อย เดี๋ยวนี้กระแดะออกมาทำผมนอกบ้าน นังนี่ อยากจะเป็นไฮโซหรือไง”...

    ทางฝ่ายสโรชาใช้มารยาหญิง ทั้งออดอ้อนทั้งบีบน้ำตา จนเอกสิทธิ์ใจอ่อนยอมคืนดีด้วย รับปากจะไม่ทำหมางเมินใส่เธออีก จากนั้นสโรชาลงมาสั่งป้าแจ่มกับพรเพ็ญว่า ต่อไปนี้อาหารของคุณเอก เธอจะเป็นคนจัดการทำเอง และจะขึ้นไปกินข้าวกับเขาที่ห้อง...

    ระหว่างที่พรเพ็ญเตรียมจัดสำรับอยู่ในห้องกินข้าว อาภาพรปรี่เข้ามาต่อว่าเธอที่แอบหนีไปช็อปปิ้ง แถมยังไปทำผมร้านเดียวกันกับตนอีก สโรชากับป้าแจ่มมาทันได้ยิน ยืนยันว่าพรเพ็ญอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ไปไหน สงสัยอาภาพรคงจำผิดคน เธอโวยลั่น ไม่มีทางจำผิด สโรชากลัวเสียงแปดหลอดของลูกจะดังถึงหูเอกสิทธิ์ ชวนลูกไปช่วยเตรียมอาหารในครัว สั่งให้ป้าแจ่มช่วยพรเพ็ญจัดโต๊ะไปก่อน แล้วลากอาภาพรเข้าไปในครัว หยิกแขนอย่างแรงจนเธอร้องลั่น ด่าซ้ำว่าชอบทำแต่เรื่องโง่ๆไม่ต่างจากพ่อของเธอ

    “ถ้าแกยังอยากอยู่บ้านหลังนี้ มีเงินใช้สบายๆไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอกล่ะก็ หัดสร้างภาพทำดีกับคุณลุงกับนังพรเอาไว้ ลับหลังจะทำอะไรฉันไม่รู้ แต่ต่อหน้าคุณลุง ต่อไปนี้แกห้ามจิกกัดทำอะไรนังพรเด็ดขาด แกรู้ไหมตั้งแต่พ่อแกสร้างเรื่องให้ฉันคราวก่อน เงินสักแดงเดียวยังไม่ได้ถึงมือฉันเลย กว่าฉันจะทำให้ไอ้แก่นั่นใจอ่อน ฉันต้องบีบน้ำตาไปตั้งกี่ปี๊บแกรู้บ้างไหม ฝืนใจทำดีกับคุณลุงกับนังพรเข้าไว้ แล้วจะดีเอง”

    อาภาพรอยากรู้จะต้องฝืนใจอีกนานแค่ไหน สโรชายิ้มร้าย ก่อนจะบอกว่าอีกไม่นาน...

    ไม่ได้มีแต่อาภาพรเท่านั้นที่เจอเพ็ญพรแล้วเข้าใจผิดว่าเป็นพรเพ็ญ ณัฐพงษ์เองก็เจอเธอเช่นกัน กำลังเต้นรำอย่างสนุกสุดเหวี่ยงอยู่กับสุดาในผับ ด้วยความเมาผสมกับความหื่น และที่สำคัญวันนี้เธอมาในลุคสวยสะดุดตา จึงเข้าไปทำเจ้าชู้ใส่ กลับถูกเพ็ญพรเล่นงานสะบักสะบอม ณัฐพงษ์โกรธที่เธอบังอาจมาทำร้ายจะต่อยคืน วิทวัสเข้ามาช่วยไว้ทัน ผู้จัดการและการ์ดประจำผับรีบเข้ามาเชิญคู่กรณีออกไปข้างนอก

    เพ็ญพรกับสุดาออกจากผับ โดยมีวิทวัสเดินตามมาทันกันที่ลานจอดรถ เขาเห็นเพ็ญพรไม่ได้เอารถมา อาสาจะไปส่ง ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ณัฐพงษ์ตามมาหาเรื่องอีก วิทวัสเปิดศึกกำปั้นใส่ เขาสู้ไม่ได้ จำต้องล่าถอยไป แต่ไม่วายขู่อาฆาตเพ็ญพรทิ้งท้าย หญิงสาวยืนยัน ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อน จากนั้นสุดาก็แยกกลับไป โดยวิทวัสพาเพ็ญพรไปส่งยังคอนโดฯที่พัก เธอขอร้องเขาอย่าให้เรื่องคืนนี้รู้ถึงหูแม่ของเธอเด็ดขาด ถ้าท่านถามก็ให้บอกแค่ว่าเจอกันโดยบังเอิญ วิทวัสอยากรู้ว่าจะได้อะไรตอบแทนที่ช่วยเหลือเธอครั้งนี้

    “เอาเหอะน่าคงมีสักวันแหละ ไว้ฉันบอกแม่ให้เลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ จะไปได้หรือยัง ฉันง่วงตาจะปิดแล้ว”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:46 น.