ข่าว

วิดีโอ



บ้านศิลาแดง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิง ลำพระเพลิง,ณ สราญ,เลปกร และสิริรัตน์ บัวหิรัญ

กำกับการแสดงโดย: พีรพล เธียรเจริญ

ผลิตโดย: บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วีรภาพ สุภาพไพบูลย์,ธนพล นิ่มทัยสุข,นิโคล กิตติวัฒน์,คามิลล่า กิตติวัฒน์,

อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"


เคนชวนกอล์ฟบุกไปหาวิทวัสที่ออฟฟิศของฝ่ายหลังแต่เช้า เพื่อเอาเรื่องที่เขาทำให้หลานรักของตัวเองอกหัก จนไม่เป็นอันทำอะไร ชายหนุ่มยืนยันว่าคนอย่างเขาไม่เคยทำร้ายจิตใจผู้หญิง มีแต่พรเพ็ญในคราบเพ็ญพรต่างหากที่ทำให้เขาเสียใจ เคนงง ตกลงเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่

“เอ่อ คือผม...เพิ่งบอกรักคุณเพ็ญ แต่คุณเพ็ญเธอปฏิเสธผมครับ”

ทั้งกอล์ฟและเคนถึงกับร้องอ้าวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ผู้อาวุโสกว่าตั้งข้อสังเกตถ้าเป็นอย่างที่วิทวัสว่า คนอกหักก็ต้องเป็นเขา แล้วทำไมหลานของตนถึงมีอาการแบบนั้น...

ขณะที่เคนตามไปเอาเรื่องวิทวัสถึงกรุงเทพฯ เพ็ญพรประคองเอกสิทธิ์เดินออกกำลังอยู่ภายในห้องพัก แล้วลองปล่อยมือให้พ่อเดินเอง แต่เขายังเดินไม่ค่อยถนัด เซจะล้ม เธอรีบพยุงไปนั่งพัก เอกสิทธิ์อดถามถึงเดือนฉายไม่ได้ว่าเคยพูดถึงตนบ้างไหม เพ็ญพรนิ่งเงียบ

“เธอคงโกรธมาก พ่อทำให้เธอเสียใจ พ่อมันโง่”

เพ็ญพรขอร้องท่านอย่าคิดอะไรมาก เธอรู้ว่าท่านไม่ได้ตั้งใจ ทุกอย่างเป็นเพราะคนชั่วอย่างสโรชากับพวกต่างหาก แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะเล่นงานพวกนั้นเอง เอกสิทธิ์เตือนให้ลูกระวังตัว เธอกอดพ่อไว้

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ลูกสาวพ่อเก่ง สักวันครอบครัวเราจะต้องกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นะคะ” จากนั้น เพ็ญพรขอตัวไปทำงาน เปิดประตูออกมา

เจอสุดาพอดี ฝ่ายหลังร้องทักว่าแพร์รี่อย่างเต็มปากเต็มคำ เธอหน้าตาตื่นสั่งห้ามเรียกแบบนี้ที่นี่ ใครมาได้ยินเข้าแผนของเราจะพังหมด แถมตอนนี้วาทินีก็ดันมาหนีไปอีก หลักฐานที่ว่าก็หายตามไปด้วย สุดาแนะให้ปรึกษาตรัย เพ็ญพรได้ยินชื่อนี้ถึงกับอึกอัก ระหว่างนั้นตรัยพรวดพราดเอามือถือที่สุดาลืมไว้ในรถมาคืนให้ เพ็ญพรเห็นเขาก็ก้มหน้าหลบไม่กล้าสบตาด้วย

“ฉันไปก่อนนะสุดา ฝากพ่อด้วย” พูดจบ แฝดผู้น้องจ้ำพรวดๆออกไป สุดามองตามแปลกใจ

“เป็นอะไรของเขา...พี่ตรัยไปทำอะไรคุณพรหรือเปล่าคะ”

ตรัยปฏิเสธว่าเปล่า แต่สีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เคนต้องการให้วิทวัสพิสูจน์ตัวเองเสียก่อนว่าสามารถปกป้องหลานสาวของตนเองได้ โดยต้องชกมวยเอาชนะตนให้ได้ ถึงจะยอมรับเป็นหลานเขย

วิทวัสไม่ชอบความรุนแรง ขอเปลี่ยนเป็นพิสูจน์ด้วยวิธีอื่นแทน จะให้สาบานก็ได้ว่าเขารักหลานสาวของเคนมาก ชาตินี้จะไม่ทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด เคนส่ายหน้า

“แค่สาบาน เล่นง่ายไปหรือเปล่าวะ”

“งั้นคุณตาจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ”

“ก่อนอื่น พ่อวัสต้องเข้าใจนะว่ายัยเพ็ญเป็นหลานรักของฉัน ดังนั้น ถ้าพ่อวัสอยากจะมาเป็นหลานเขยฉัน ก็ต้องทำให้ฉันเชื่อมั่นในศักยภาพของพ่อวัสให้ได้”

เคนพูดจบ หันไปพยักพเยิดให้กอล์ฟอธิบายเพิ่มเติม

“การทดสอบจะมีทั้งหมด 3 ด่าน คุณวัสจะต้องผ่านทุกด่านโดยมีคุณตากับกอล์ฟเป็นกรรมการร่วมกัน”

วิทวัสยินยอมให้ทดสอบ ด้วยความรักที่มีต่อหญิงอันเป็นที่รัก ทำให้เขาผ่านการทดสอบทั้ง 3 ด่านฉลุยเคนทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ยอมให้เขาเป็นหลานเขย วิทวัสโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

จากนั้น เคนทำตามแผนการที่วางไว้กับวิทวัส หลอกพรเพ็ญว่าวิทวัสเป็นไข้ไม่สบายนอนซมอยู่ที่บ้าน เดือนฉายเป็นห่วง ชวนไปเยี่ยมเขาด้วยกัน เคนห้ามลูกเสียงลั่น จะไปได้อย่างไร งานในสวนตั้งมากมายรอให้ จัดการ ไหนจะต้องเคลียร์บัญชีอีก กอล์ฟรีบรับลูก

“ใช่ๆ แล้ววันนี้คุณตาก็ไม่ว่าง เพราะคุณตามี... เอ่อ...มีนัดกับคนงาน”

“ยัยเพ็ญ หนูไปเยี่ยมพ่อวัสแทนตากับแม่ด้วยนะ คนกันเองกำลังลำบาก เราจะนิ่งดูดายไม่ได้ เดี๋ยวตาให้เจ้ากอล์ฟไปเป็นเพื่อน ตกลงไหม”

พรเพ็ญรับคำ ขณะที่เคนกับกอล์ฟแอบสบตากันยิ้มๆที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี...

สุดาไม่ยอมรามือ คาดคั้นให้พี่ชายตัวเองบอกให้ได้ว่าไปทำอะไรคุณพรถึงได้ไม่ยอมมองหน้าแบบนั้น

เขาสารภาพว่าทำนิดหน่อย ส่วนรายละเอียดเธอไม่จำเป็นต้องรู้ แค่ช่วยบอกวิธีจะง้อเธออย่างไรก็พอ เธอแนะ หากรู้ ว่าตัวเองทำผิด ก็แค่ขอโทษ ไม่เห็นจะยากตรงไหน

ooooooo

พรเพ็ญเห็นหน้าตาแสร้งป่วยหนักของวิทวัสแล้วหลงเชื่อสนิทใจ แนะให้ไปหาหมอ เขาไม่ยอมไป แค่เป็นไข้นิดเดียว คงไม่ต้องถึงมือหมอ แล้วจับมือพรเพ็ญมากุมไว้ นึกว่าชาตินี้เธอจะไม่มองหน้าเขาอีกแล้ว เธอทักว่ามีไข้ ทำไมตัวไม่ร้อน เขารีบชักมือออก อึกอักคิดคำแก้ตัวไม่ทัน กอล์ฟต้องช่วยพูดให้

“คุณวิทวัสคงกินยาลดไข้ไปแล้วใช่ไหมครับ อาการก็เลยดีขึ้น”

“ใช่ครับ ผมกินยาแล้วไข้เลยลด แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีแรง ผมปวดท้องปวดหัว แล้วก็ปวดตัวไปหมด”

หญิงสาวเห็นอาการเขาไม่ดีขอร้องให้ไปหาหมอ หรือถ้าไม่ไหวจะเรียกรถพยาบาลมารับก็ได้ วิทวัสรีบปฏิเสธว่าไม่ต้อง ป่วยเองก็หายเองได้ เธอยืนกรานจะเอาเขาไปหาหมอให้ได้ กอล์ฟเห็นท่าไม่ดี เสนอตัวจะไปตามหมอให้ แล้วแอบขยิบตากับวิทวัส ก่อนจะวิ่งจู๊ดออกไป วิทวัสจะเป็นจะตายขึ้นมาอีก พรเพ็ญรีบประคองเขาไปนอนพักที่ห้องนอน แล้วดึงผ้ามาห่มให้ วิทวัสออดอ้อนว่ายังไม่มีข้าวตกถึงท้องสักเม็ด ตอนนี้หิวมาก

“งั้นรอเดี๋ยว ฉันจะต้มข้าวต้มให้นะคะ” พรเพ็ญว่าแล้ว ลุกออกไป วิทวัสมองตามยิ้มๆ พลันภาพเมื่อตอนเคนแนะนำให้เขาแกล้งป่วย ผุดขึ้นมาในความคิดของเขา

“คนเราจะเห็นน้ำใจกันที่สุดก็ตอนลำบาก ถ้าพ่อวัสอยากรู้ว่าหลานของฉันคิดยังไงกับพ่อวัส มันก็ต้องแกล้งป่วยนี่ล่ะ ฉันเคยใช้วิธีนี้พิสูจน์ใจยายเจ้าเพ็ญมาแล้ว ถ้าไม่สำเร็จฉันยอมให้พ่อวัสเตะไอ้กอล์ฟ”

จากนั้นไม่นาน ข้าวต้มร้อนๆหอมกรุ่นถูกยกเข้ามา เสิร์ฟ วิทวัสอ้อนไม่เลิกขอให้พรเพ็ญป้อนข้าวให้ อ้างมึนหัวไม่มีแรงยกช้อน เธอตักข้าวป้อนเขาด้วยความเต็มใจ...

สโรชาแปลกใจเมื่ออาภาพรมาบ่นให้ฟังว่าพักนี้ไม่ค่อยเจอหน้าตรัย พอตกกลางคืนเธอมักจะเพลีย และหลับก่อนที่เขาจะเข้าห้อง พอตื่นมาอีกที เขาก็ออกไปแล้ว สงสัยจะแพ้ท้อง ลูกคงอยากให้เธอนอนมากๆจะได้โตเร็วๆ พูดจบอาภาพรหาวหวอดๆ สโรชาไม่เคยเห็นใครแพ้ท้องแบบนี้มาก่อน

อาการเหมือนคนเมายานอนหลับมากกว่า อาภาพรไม่เคยกินยาพวกนั้น แล้วจะเป็นอย่างที่แม่ว่าได้อย่างไร

“แม่จะไปรู้หรือ แกอาจจะกินมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้” สโรชาพูดเรื่อยเปื่อยไม่ได้ใส่ใจนัก ขณะที่ อาภาพรกลับครุ่นคิดหนัก...

ทางด้านวิทวัสกลัวจะไม่สมจริง เอาไดร์เป่าผมมาเป่าตัวให้ร้อน แล้วรีบโดดขึ้นเตียงเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องเปิด พรเพ็ญเข้ามาท่าทางร้อนใจ ทำไมกอล์ฟถึงยังไม่กลับ แล้วเอามือแตะหน้าผากเขา รู้สึกได้ว่าตัวรุมๆเริ่มมีไข้ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวหรือเปล่า เขาจับมือเธอมากุมไว้ ตราบใดที่มีเธออยู่ข้างๆ ให้ป่วยหนักกว่านี้เขาก็ยังไหว พรเพ็ญดึงมือออก ตำหนิว่าป่วยขนาดนี้ยังจะพูดเล่นอีก

“ผมพูดจริง คุณเป็นคนสำคัญของผมรู้ตัวไหมครับ ทุกคำที่ผมพูดกับคุณ มันมาจากหัวใจทั้งนั้น”

“นี่ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องแบบนี้นะคะคุณวัส” ระหว่างที่พูด พรเพ็ญต้องคอยหลบสายตาด้วยความเขิน

“คุณจะไม่ยอมใจอ่อนกับผมจริงๆหรือครับ”

พรเพ็ญยังไม่ทันจะตอบคำถาม กอล์ฟพรวดพราดเข้ามา เธอไม่เห็นหมอมาด้วยก็ถามหา เขาโกหกว่าหมอไม่ว่าง บอกให้เธอดูแลคนป่วยไปก่อน พรเพ็ญโวยวายว่าตอนนี้วิทวัสไข้ขึ้นอีกแล้ว เขารีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอให้เธอช่วยเช็ดตัวให้เผื่อไข้จะลด เธอรีบกุลีกุจอออกไปเอาอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัว เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง กอล์ฟขอโทษวิทวัสที่ต้องกลับมา ไม่กล้าหายไปนาน กลัวคุณเพ็ญจะสงสัย

“ช่างเถอะ ส่งไดร์ให้ที ตัวฉันจะหายร้อนอยู่แล้ว”

โชคไม่เข้าข้างวิทวัส ขณะกำลังใช้ไดร์เป่าตัวเองอยู่ พรเพ็ญเปิดประตูเข้ามาพอดี เดาออกทันทีว่านี้เป็นแค่เรื่องลวงโลก ทิ้งอุปกรณ์เช็ดตัวลงพื้นเดินหนีไปอย่างโกรธจัด วิทวัสรีบตามไปขอร้องให้ฟังคำอธิบายก่อน

“จะอธิบายอะไรคะ คุณนึกสนุกเลยอยากแกล้งฉัน คุณเห็นฉันโง่เป็นตัวตลก นึกจะหลอกอะไรก็ได้ใช่ไหม” พรเพ็ญเห็นกอล์ฟวิ่งตามออกมาก็ยิ่งโกรธ “นี่คุณตากับกอล์ฟก็รู้เรื่องนี้ด้วยใช่ไหม”

“อย่าโกรธคุณตากับกอล์ฟเลยครับ ถ้าจะโกรธก็โกรธผมคนเดียวดีกว่า ผมขอโทษนะครับ ผมแค่อยากรู้ใจคุณเท่านั้น” วิทวัสทั้งอ้อนวอน ทั้งขอร้องให้เธอยกโทษให้ สัญญาจะไม่โกหกเธออีกตลอดชีวิต และจะยอมรอเธอ ไม่เร่งรัดเอาคำตอบจากเธออีกแล้ว พรเพ็ญใจแข็งต่อไปไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมยกโทษให้

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ตรัยนำน้ำส้มผสมยานอนหลับมาให้อาภาพรดื่มเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เธอเอะใจว่าอาจถูกเขาวางยา รอจังหวะเขาเผลอ แอบเอาไปเททิ้ง แล้วแกล้งนอนหลับ กรนครอกๆ ตรัยหลงกล ค่อยๆย่องออกจากห้อง ทันทีที่ประตูห้องปิด อาภาพรลืมตาขึ้น

“ที่ผ่านมา เราถูกวางยาจริงๆด้วย พี่ตรัยนะพี่ตรัย” อาภาพรเจ็บใจมากรีบตามเขาออกไป...

ตรัยเดินหลบๆมาที่ห้องนอนของเพ็ญพร เห็นเจ้าของห้องกำลังเดินเตร่อยู่ อ้าปากจะเรียก แต่มีเสียงป้าแจ่มชิงเรียกเธอเสียก่อน จะขอเอาผ้าปูที่นอนไปปูให้เอกสิทธิ์ เพ็ญพรจะเปลี่ยนผ้าปูเอง ให้ป้าแจ่มไปพักผ่อนได้เลย แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ส่งผ้าปูที่นอนให้ แล้วผละจากไป เพ็ญพรจะเดินเข้าห้อง ตรัยรีบสะกิดเรียกเอาไว้มีเรื่องจะคุยด้วย เธอยังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงอาภาพรดังแหวกความเงียบมาแต่ไกล

“พี่ตรัย อยู่แถวนี้หรือเปล่าค่ะ พี่ตรัย”

ตรัยตกใจ รีบฉุดข้อมือเพ็ญพรพาไปที่ห้องของเขาแล้วปิดประตูล็อก เธอขอร้องให้ปล่อย เขาจะปล่อยก็ต่อเมื่อเราสองคนได้ปรับความเข้าใจกันก่อน เขาขอโทษเธอเรื่องเมื่อคืนตอนที่จูบหน้าผากเธอ

“จะบอกว่าไม่ตั้งใจหรือ”

เขาตั้งใจทำ และพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง เพ็ญพรด่าสวนว่าบ้าหรือเปล่า แค่จูบไม่ได้ทำเธอท้อง ทำไมต้องรับผิดชอบด้วย และที่สำคัญเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแม้แต่น้อย ตรัยแซวว่าพูดจริงหรือ ถ้าไม่รู้สึกอะไร ทำไมต้องหลบหน้ากันด้วย เธอเขินจัดได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา เขาเชยคางเธอขึ้น

“พี่อยากให้น้องพรรู้ ทุกอย่างที่พี่ทำ พี่จริงจัง พี่ชอบน้องพรจริงๆรู้ไหม”

โดนสารภาพความในใจซึ่งหน้า เพ็ญพรถึงกับไปไม่เป็น ขอตัวกลับไปดูพ่อแก้เขิน ตรัยขอร้องอย่าเพิ่งไป เธอยังไม่ได้บอกเลยว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม นังมารอาภาพรส่งเสียงเรียกตรัยอยู่หน้าห้องพักของเขาดังลั่นไปหมด

“พี่ตรัยอยู่ไหน มาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้นะ น้องภารู้แล้วว่าพี่ตรัยเอายานอนหลับให้น้องภากินทุกคืน มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ ไม่งั้นน้องภาโกรธจริงๆด้วย” อาภาพรลองขยับลูกบิดประตู แต่มันล็อก ทุบประตูห้องปังๆ “พี่ตรัยอยู่ในนี้ใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ”

เพ็ญพรกับตรัยซึ่งอยู่ในห้อง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ขืนเจออาภาพรตอนนี้ งานเข้าแน่ เธอรีบไปซ่อนตัว แล้วเอาผ้าปูที่นอนซึ่งถือมาด้วยคลุมตัวไว้ ตรัยดูจนแน่ใจว่าเธอซ่อนตัวมิดชิดแล้ว จึงเดินไปเปิดประตู อาภาพรโวยวายใส่ที่เขาเล่นไม่ซื่อแอบวางยานอนหลับในน้ำส้มให้เธอดื่ม แล้วมองไปรอบๆห้อง

“พี่ตรัยแอบมาหาใคร เมื่อครู่นี้น้องภาได้ยินนะ นังพรมันอยู่ในห้องนี้ด้วยใช่ไหม” ไม่พูดเปล่าเดินค้นไปตามที่ต่างๆ ตรัยเห็นเข้าใกล้ที่ซ่อนตัวของเพ็ญพร ขู่ถ้าไม่กลับไปคุยกันที่ห้องของเธอ เขาจะไม่บอกอะไรเธออีกเลยแล้วเดินออกจากห้อง เจอไม้นี้เข้าไป อาภาพรจำต้องวิ่งตาม เพ็ญพรถอนใจโล่งอก หวนนึกถึงตอนที่ตรัยคาดคั้นให้บอกว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา ถึงกับหน้าสลด

“ฉันจะตอบคุณได้อย่างไร ฉันไม่ใช่พี่พรนี่นา”...

ทางฝ่ายอาภาพรสั่งให้ตรัยบอกเหตุผล ทำไมถึงต้องวางยาเธอทุกคืนแล้วหลบไปนอนห้องตัวเอง เขากล่อมจนเธอเชื่อว่าเขาทำแบบนั้นเพื่อปกป้องไม่ให้เธอเสียหาย เธอแนะให้แต่งงานกันวันพรุ่งนี้เพื่อตัดปัญหา

“ไม่ได้ครับน้องภา พี่จะแต่งงานได้ก็ต่อเมื่อสร้างฐานะมั่นคงแล้วเท่านั้น อย่าเร่งพี่เลยนะครับ”

อาภาพรยอมตามที่เขาต้องการ แต่มีข้อแม้ห้ามนอนแยกห้อง ไม่อย่างนั้น แม่ของเธอต้องสงสัยแน่ๆ

“ก็ได้ครับ น้องภา แต่พี่ขอนอนกับพื้นนะ”

แม้จะขัดใจอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยอาภาพรก็ยังได้นอนห้องเดียวกับผู้ชายที่ตัวเองหลงรัก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เชาวน์ถูกซ้อมสะบักสะบอม ฐานไม่ส่งเงินค่ายาเสพติดที่ขายได้ให้นายใหญ่ โดยไม่สนใจคำแก้ตัวที่ว่าโดนวาทินีขโมยเงินไป เขาต้องหาเงินมาชดใช้ ไม่เช่นนั้นจะโดนตัดแขนหรือขา เชาวน์ขอร้องอย่าทำอะไรตน รับปากจะหาเงินมาคืนให้ นายใหญ่ ไม่เชื่อว่าเขาจะมีปัญญาทำได้อย่างที่พูด

“มีสิครับนาย ผมมีแผน ถ้าสำเร็จนายได้เงินคืนแน่ๆ” เชาวน์ตอบอย่างมั่นใจ...

แผนการที่เชาวน์ว่าก็คือหลอกให้สโรชาเป็นหนี้บ่อนพนัน เพื่อจะได้แบ่งเงินก้อนนั้นกับเจ้าของบ่อน คืนนี้ เธอเล่นเสีย เงินที่ได้จากบ่อนพนันวันก่อนเกลี้ยงไม่มีเหลือ จนต้องกู้ยืมเงินจากเจ้าของบ่อนเพื่อเล่นต่อ หวังจะเอา เงินคืน แต่ยิ่งเล่นกลับยิ่งเสีย เป็นหนี้พนันหลายล้านบาท และยังถูกบังคับให้ลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินดอกเบี้ยโหดอีกต่างหาก...

เชาวน์ยังโชคดีที่ไม่โดนคำสั่งตาย เพราะนายใหญ่ ยังเห็นทางจะได้เงินคืน แต่เตือนไว้ หากเจอกันคราวหน้า ไม่มีเงินมาให้ รับรองศพไม่สวยแน่ เชาวน์แค้นวาทินีมาก ถ้าไม่เป็นเพราะมัน เขาคงไม่ต้องโดนซ้อมปางตายแบบนี้ แช่งชักหักกระดูกนังตัวแสบยังไม่ทันขาดคำ เธอโทร.เข้ามือถือของเขา อ้างมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เกี่ยวกับผลประโยชน์ของเราสองคน

ooooooo

อาภาพรครุ่นคิดหนักถึงเรื่องที่ตรัยพูดเมื่อคืน ขืนรอให้เขามีฐานะมั่นคง เธอคงแห้งตายคาคานเสียก่อน คิดได้ดังนั้น ตัดสินใจเข้าไปขอยืมเงินแม่ 5 ล้านบาท จะใช้เป็นทุนสร้างอนาคตกับตรัย สโรชากำลังเครียดเรื่องเป็นหนี้บ่อนพนัน แว้ดลั่นให้เลิกเพ้อได้แล้ว แม้แต่ เงินห้าบาท ตอนนี้ตนก็ไม่มีให้

“ไม่จริง สมบัติในบ้านนี้ตั้งเยอะแยะ แล้วยังเงินตาแก่นั่นอีก ทีพี่ณัฐเล่นยาแม่ยังไม่ว่าเลย ทีภาขอเงินไป สร้างตัวแม่กลับไม่ให้” อาภาพรต่อว่าแม่ฉอดๆๆ สโรชา ฟิวส์ขาดตบหน้าเธอเต็มแรง เธอน้อยใจ วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา สโรชาเสียใจที่รุนแรงกับลูก ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง อาภาพรวิ่งปาดน้ำตามาถึงสวนข้างบ้าน เจอตรัย ยืนอยู่ โผกอดไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ เขาได้แต่ลูบหัวเธอเบาๆอย่างปลอบใจ...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เพ็ญพรเดินมาส่งหมอรุจน์ หลังจากที่ตรวจอาการของเอกสิทธิ์เรียบร้อย เห็นตรัยกำลัง ปลอบอาภาพร แดกดันว่าสวีตหวานกันแต่เช้า กลัวใครไม่รู้ว่ารักกันมากถึงต้องมายืนกอดกันกลางแจ้งแบบนี้ ตรัยรีบผละออกห่าง แก้ตัวว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด

“ไม่ต้องแก้ตัวหรอกค่ะ เป็นสามีภรรยากัน ทำอะไรก็ไม่ผิดอยู่แล้ว” พูดจบ เพ็ญพรควงแขนหมอรุจน์ ออกไป คนถูกควงแขนสงสัยตงิดๆว่าสองคนนี้ต้องมี ลับลมคมในกันแน่ๆ

ในเวลาต่อมา หมอรุจน์เก็บความสงสัยนี้ไปถามสุดาถึงที่บ้านของเธอว่าตกลงคุณพรชอบใครกันแน่ เมื่อเช้าตนไปบ้านศิลาแดงมา ท่าทางตรัยกับคุณพรดูมีอะไรแปลกๆกันอยู่ แต่วันก่อนสุดาเพิ่งบอกตนว่า คุณพรชอบพอ อยู่กับวิทวัส สุดาต่อว่าว่าทำไมเขาถึงชอบยุ่งเรื่องของ คนอื่นนัก

“ก็น่าจะรู้นี่ว่าผมถามเพราะอะไร ตอบๆมาเถอะน่า”

“ดูปากดาให้ดีนะหมอ ดาไม่รู้ มันเป็นเรื่องส่วนตัว ของคุณพร แบบว่าสวยเลือกได้อ่ะ เข้าใจหรือเปล่า เธอ อาจจะดูๆทั้งพี่ตรัยแล้วก็คุณวิทวัสอยู่ก็ได้ แต่ที่รู้แน่ๆเธอไม่สนหมอ จบไหม”

หมอรุจน์ไม่เข้าใจ ถามแค่นี้ทำไมต้องจิกกัดกันด้วย เธอรำคาญที่เขามากวนเวลาทำงาน ทีหลังถ้ามาหาด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่ต้องมา เสียเวลาทำมาหากิน แล้วดันเขาออกจากบ้าน ปิดประตูใส่อย่างเซ็งจัด...

เชาวน์โกรธวาทินีมากที่บังอาจขโมยเงิน พอมาเจอกันตามนัด เขาด่าว่าเสียๆหายๆแถมพูดจาขึ้นมึงขึ้นกู เธอขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาเดือดร้อน เขาแดกดันแล้วที่ขู่จะเอาเขาเข้าคุกปาวๆไม่ได้ตั้งใจด้วยหรือเปล่า เธอแค่จะเอาคลิปนั่นขู่ยัยคุณนายเค็ม และที่เธอเรียกเขามาพบก็ด้วยเรื่องนี้

“ฉันมีข้อเสนอดีๆมาให้พี่...พี่ไปบอกมันนะว่าฉันขอสามล้าน แล้วจะคืนคลิปทั้งหมดให้”

“นี่มึงเล่นอย่างนี้เลยหรือ ถ้ากูช่วยมึง แล้วกูจะได้อะไรวะ”

วาทินีจะแบ่งเงินให้เขาหนึ่งล้านบาท เชาวน์จะ ช่วยทำไมในเมื่อมีหนทางหาเงินได้อยู่แล้ว และที่สำคัญ เขาไม่ไว้ใจเธออีกแล้ว วาทินีขู่ ถ้าไม่ยอมร่วมมือ จะส่งคลิปนี้ให้ตำรวจ เธอมีเวลาให้เขาไปคิดสามวัน จะร่วมมือกับเธอไถเงินสโรชาหรือจะเข้าคุกไปกับมัน...

แค่ข้ามคืน เจ้าของบ่อนพนันส่งนักเลงบุกมาทวงถามเรื่องสัญญากู้ยืมเงินดอกเบี้ยโหดจากสโรชาถึงบ้าน รวมเบ็ดเสร็จเธอต้องจ่ายหนี้พนันเป็นเงิน 5 ล้านบาท สโรชาเกี่ยงยืมไปแค่ 3 ล้านบาทเท่านั้น อาภาพรมาทันได้ยินก็ตกใจ ถามเสียงเครียดแม่กู้เงินพวกนี้มาทำอะไรตั้งมากมาย นักเลงเห็นเธอเข้า แนะสโรชา หากยังไม่มี เงินจ่ายหนี้ จะเอาลูกสาวมาขัดดอกก่อนก็ได้ อาภาพรกลัวมาก รีบไปหลบหลังแม่

“พูดบ้าๆอย่ามายุ่งกับลูกฉันนะ แล้วฉันไม่ได้เป็น หนี้แกถึงห้าล้านด้วย ฉันเอามาแค่สามล้านจริงๆ”

นักเลงตะคอกใส่ ยืมเงินก็ต้องมีดอกเบี้ย ถ้าห่วงลูกก็จ่ายเงิน 5 ล้านบาทมา แล้วลูกของเธอจะปลอดภัย พวกนักเลงขู่เสร็จ เดินกร่างออกไป สโรชาใจคอไม่ดี รีบไปที่ห้องทำงานของเอกสิทธิ์ รื้อค้นเอกสารให้ควั่ก

อาภาพรตามมาซักแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอแว้ดใส่ ถ้าอยากรอดจากเรื่องนี้ก็ให้ช่วยกันหาโฉนดที่ดิน ใบหุ้นหรืออะไรก็ได้ที่เอาไปใช้หนี้ได้ อาภาพรรีบ เข้าไปช่วยรื้อค้น เจอกุญแจตู้เซฟ สโรชารีบเอาไปไข แต่ปรากฏว่าของข้างในเซฟอันตรธานไปหมด เธอมั่นใจต้องเป็นฝีมือนังลูกเลี้ยงตัวแสบแน่ๆ

ooooooo

สโรชาไม่รอช้าตามไปเล่นงานนังลูกเลี้ยงถึงที่ทำงาน ชี้หน้ากล่าวหาว่าเธอขโมยของไปจากตู้เซฟจนเกลี้ยง เพ็ญพรตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องด้วย ยัยแม่เลี้ยงตัวแสบขู่ถ้าไม่เอาของในเซฟมาคืนจะแจ้งตำรวจ

“ถ้าคุณน้ากล้าแจ้งตำรวจ พรก็จะแจ้งกลับข้อหาหมิ่นประมาท ดีไม่ดีตำรวจอาจจะขุดคุ้ยเจอเรื่องผิดกฎหมาย ในบ้านศิลาแดงก็ได้นะคะ” เพ็ญพรมองอย่างท้าทาย สโรชา ไม่กล้าเสี่ยงให้ตำรวจมายุ่ง จำต้องล่าถอยกลับไป เธอมอง ตามยิ้มสะใจ แล้วนึกชมในความฉลาดรอบคอบของตัวเองที่เมื่อวันก่อนให้ทนายสมศักดิ์เอาของในตู้เซฟไปฝากไว้ ในตู้นิรภัยของธนาคาร แถมยังเลือกใช้ธนาคารที่สโรชา ไม่เคยใช้บริการมาก่อน

เพ็ญพรสงสัยไม่หาย ทำไมสโรชาถึงปรี๊ดแตกขนาดนั้น มันต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแน่ๆ...

พรเพ็ญเหม่อใจลอยคิดถึงคำพูดของวิทวัสที่สัญญา ว่าจะไม่โกหกเธออีกเลยตลอดชีวิต เผลอทำมีดบาดนิ้วตัวเองเลือดไหลร้องโอ๊ยเสียงลั่น เดือนฉายรีบวิ่งไปหยิบ ร่วมยามาทำแผลให้ พลางถามว่าใจลอยไปถึงไหน เธอไม่สบายใจที่ต้องโกหกวิทวัสเรื่องสลับตัวกับน้อง และอึดอัดใจทุกครั้งที่เขาทำดีกับเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นน้องเพ็ญ เดือนฉายแนะให้บอกความจริงกับเขา

“ยังไงสักวันเขาก็ต้องรู้ความจริง สู้ให้เขารู้ไปตอนนี้เลย จะได้ไม่ต้องค้างคาใจกันอีก”...

ระหว่างที่พรเพ็ญชั่งใจอยู่ว่าจะทำตามที่แม่แนะนำดีหรือไม่ ตรัยทนอัดอั้นตันใจไม่ไหว เข้าไปสอบถามเอกสิทธิ์ตรงๆว่านอกจากน้องพรแล้ว ท่านยังมีลูกสาวฝาแฝดอีกคนหนึ่งใช่ไหม เอกสิทธิ์ถึงกับอึ้ง

อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก สโรชาเพิ่งกลับเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิด เชาวน์ซึ่งนั่งรออยู่ไม่ดูตาม้าตาเรือ จัดแจงขอเงิน 3 ล้านบาท เธอถึงกับปรี๊ดแตก แค่เงินสามร้อยบาทเธอก็ไม่มีให้ แล้วเล่าเรื่องเจ้าของบ่อนที่เขา พาเธอไป หลอกให้เธอกู้เงินเล่นพนันจนเป็นหนี้ 5 ล้านบาท เมื่อเช้ามันส่งสมุนบุกมาถึงที่นี่

“ขู่ถ้าไม่มีเงินไปคืนมัน จะเอายัยภาไปขาย ทุกอย่างเป็นเพราะแกนั่นแหละ แกไม่น่าพาฉันไปที่นั่นเลย ไอ้ผัว เก่าเฮงซวย” ไม่ด่าเปล่า สโรชาไล่ทุบตีเชาวน์ระบายแค้น เขาขอให้เธอใจเย็นๆก่อน แล้วแนะให้ขายบ้านหลังนี้ เพราะวันนี้วาทินีโทร.มาขู่ ถ้าไม่ได้เงินสามล้านบาทภายในสามวัน จะเอาคลิปนั่นไปให้ตำรวจ

“อะไรนะ ทำไมถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้ ตาณัฐ ก็ยังตามตัวไม่เจอ โอ๊ย มีแต่เรื่อง”

เชาวน์กล่อมให้เธอเอาบ้านหลังนี้ไปขาย น่าจะได้หลายสิบล้านบาท ใช้หนี้บ่อนกับจ่ายค่าไถ่คลิปให้วาทินี เรายังมีเงินเหลือมากพอจะเริ่มต้นใหม่ เธอแว้ดใส่จะขายได้ อย่างไรในเมื่อโฉนดถูกนังลูกเลี้ยงขโมยไป สโรชาเหมือนจะคิดแผนอะไรขึ้นมาได้ “แต่เดี๋ยวนะ ฉันว่าเรามีทางรอดอยู่”

ooooooo

พรเพ็ญร้อนใจมาก พอมาถึงกรุงเทพฯ โทร.เรียกเพ็ญพรออกมาเจอกันเย็นนี้ แฝดผู้น้องวางสาย จากพี่สาวก็โทร.ชวนสุดาไปเป็นเพื่อน ครู่ต่อมา สองเพื่อนซี้มาถึงร้านกาแฟตามนัด โดยไม่ล่วงรู้ว่าตรัยแอบ ตามมาตั้งแต่เพ็ญพรออกจากออฟฟิศ แต่คลาดกันตอนหาที่จอดรถ

หลังจากถามไถ่อาการของพ่อเรียบร้อย พรเพ็ญบอกกับน้องสาวว่าไม่อยากโกหกเรื่องของเราอีกแล้ว อยากจะปรึกษาว่าจะบอกความจริงเรื่องนี้กับวิทวัสได้ไหม เพ็ญพรถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าชอบวิทวัสหรือ พรเพ็ญยังไม่ทันจะตอบคำถาม มีเสียงมือถือของสุดาดังขึ้นเสียก่อน ตรัยทำทีโทร.มาถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน จะแวะมาหา สุดาไม่เอะใจอะไร บอกชื่อร้านที่ตัวเองนั่งอยู่ วางสายเสร็จ รีบหันไปทางสองพี่น้อง

“พี่ตรัยจะมาหา เราต้องแยกกันแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่ตรัยจะจับได้”

สามสาวยังเดินไม่พ้นประตูร้าน ตรัยโผล่พรวดเข้ามา ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี พรเพ็ญขอโทษเขาด้วย ที่ปิดบังเรื่องนี้ ตรัยไม่โกรธเธอแต่โกรธเพ็ญพรกับสุดาที่รวมหัวกันเล่นละครตบตาเขา แต่ความจริงเขารู้ระแคะ ระคายมาตั้งนานแล้ว เพ็ญพรตกใจ รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมีคนอื่นรู้อีกไหม เขายังไม่ได้บอกใครทั้งนั้น

“ดีแล้ว รู้แล้วก็เหยียบให้มิดก็แล้วกัน”

“คร้าบ...คุณแพร์รี่ ผมจะรูดซิปปิดปากให้สนิท รับรองว่าความลับของพวกคุณจะเป็นความลับต่อไป จนกว่าคุณจะพร้อมบอกกับทุกคน” ตรัยหยอกล้อกับเพ็ญพร อย่างสนิทสนม พรเพ็ญมองออกว่าทั้งคู่ปิ๊งกัน...

ดึกคืนนั้น พรเพ็ญโทร.คุยกับเพ็ญพรถึงเรื่องที่ตรัย ชอบเธอ เพราะแววตาของเขามันฟ้อง เพ็ญพรหาว่าพี่พร คิดไปเอง เขาไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย แล้วบอกให้เลิกพูด เรื่องนี้ได้แล้ว

“เมื่อกลางวันพี่พรยังไม่ตอบเพ็ญเลยนะว่าพี่พร ชอบคุณวิทวัสใช่ไหม”

“มันไม่มีประโยชน์หรอก เพราะคนที่คุณวัสชอบ ไม่ใช่พี่”

เพ็ญพรไม่เข้าใจที่เธอพูด บอกให้เล่ามาให้หมดว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร พรเพ็ญเล่าว่าวันก่อนวิทวัสมา สารภาพรักกับตนเพราะคิดว่าตนคือน้องเพ็ญ เพ็ญพรไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เธอเจอกับเขานับครั้งได้ แถมไม่เคยพูดจากันดีๆสักครั้ง พรเพ็ญยืนยันว่าวิทวัสชอบเธอ จริงๆ เพ็ญพรร้องลั่นว่าไม่จริง เสียงร้องทำให้เอกสิทธิ์ขยับตัว เธอกลัวท่านจะตื่น รีบบอกพรเพ็ญว่า ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง แล้ววางสาย

พรเพ็ญเดินไปที่หน้าต่างห้อง มองฝ่าความมืดมิดด้วยสีหน้าครุ่นคิด “ถ้าพี่ตรัยกับน้องเพ็ญรักกัน คุณวัสก็ต้องอกหักน่ะสิ”...

สุดาเองก็ไม่เป็นอันแต่งนิยาย มัวแต่เป็นห่วงความรู้สึกของหมอรุจน์ หากเขารู้ว่าพี่ตรัยชอบกับแพร์รี่ ส่วนวิทวัสจับคู่กับพรเพ็ญ เขาต้องอกหักแน่นอน คว้ามือถือจะโทร.หา แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ...

ทางด้านสโรชากับเชาวน์เอาโฉนดที่ดินปลอมไป ให้เจ้าของบ่อนพนันไว้ค้ำประกันเงินกู้ของตัวเอง เพื่อจะถ่วงเวลาเอาไว้ แล้วบอกเชาวน์ว่าต้องช่วยเธอ หาเงินด้วย ไม่ใช่ลอยตัวเหนือปัญหา โดยไม่ล่วงรู้ความจริงว่าแผนการหลอกให้เธอเป็นหนี้พนัน เขาเป็นคนต้นคิด

ooooooo

พรเพ็ญไปหาวิทวัสที่บ้านแต่เช้าเพื่อจะสารภาพความจริงเรื่องสลับตัวกับน้องสาว ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก มีสายด่วนโทร.มาแจ้งเขาว่าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่โรงงานผลิตน้ำผลไม้ ทั้งคู่รีบตรงไปที่นั่นทันที...

ในเวลาเดียวกัน เพ็ญพรเฝ้าครุ่นคิดถึงคำพูดของพี่สาวที่ว่าตรัยชอบเธอ เผลอพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้ พี่ตรัย ไม่มีทางชอบเธอ ทันใดนั้นมีเสียงคนที่เธอนึกถึงดังขึ้น จากด้านหลัง

“ทำไมถึงคิดว่าจะเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ”

เพ็ญพรสะดุ้งโหยง หันไปเห็นตรัยยืนยิ้มอยู่ ต่อว่ากลบเกลื่อนว่ามาแอบฟังคนอื่นพูดทำไม เขายียวนถ้าไม่แอบฟังจะได้ยินอะไรดีๆหรือ เธอแค่พูดเล่นขำๆ ไม่ได้ จริงจังอะไร ตรัยหน้าเข้มทันที เขาไม่ได้แค่เล่นๆ แต่ชอบ เธอจริง แล้วขโมยหอมแก้มเธอหนึ่งฟอดเพื่อพิสูจน์คำพูด ถ้าเธอยังไม่เชื่อ เขาจะหอมแก้มเธออีกข้างหนึ่ง แล้วจุ๊บแก้ม เธอแบบไม่ให้ตั้งตัว หากเธอยังไม่เชื่ออีกคราวนี้เขาจะจูบปาก เพ็ญพรรีบบอกว่าเชื่อแล้ว

“ถ้าคุณเชื่อแล้ว งั้นเราเป็นแฟนกันนะ”

หญิงสาวไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ทันใดนั้น มีเสียงมารผจญอาภาพรร้องเรียกตรัยดังขึ้น เธอบอกให้เขาไปเคลียร์กับภรรยาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาถามใหม่ แล้วเดินหนี ตรัยจะตาม อาภาพรโดดคล้องแขนเขาเสียก่อนชวนไปเดินช็อปปิ้งด้วยกัน โชคยังเข้าข้างเขา หมอรุจน์โทร.มาเรียกตัว มีเรื่องด่วนจะคุยด้วย ตรัยขอตัวไปหาเพื่อนก่อน แล้วเดินลิ่วไปทันที อาภาพรมองตามหงุดหงิดใจ...

ครู่ต่อมา ตรัยมาเจอกับหมอรุจน์ตามนัด คุณหมอหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง ถามเพื่อนรักว่าชอบคุณพรหรือเปล่า ถ้าชอบ ตนจะได้ถอยเพราะดูท่าแล้วคุณพรเองก็คงชอบเขาเช่นกัน ตรัยไม่สามารถบอกความจริงเรื่องที่พรเพ็ญมีน้องสาวฝาแฝด ได้แต่พูดอ้อมๆว่าถ้าหมายถึงลูกคุณลุงเอกสิทธิ์ที่อยู่บ้านศิลาแดงตอนนี้บอกได้เลยว่าเขาชอบเธอ เพียงแต่ไม่ใช่อย่างที่หมอรุจน์คิด

“จะไม่ใช่ได้ไงวะ ก็ฉันคิดว่าคุณพรกับนายชอบกัน มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ...ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกน่า ฉันก็แค่อกหักนิดหน่อย แต่ฉันดีใจนะที่เพื่อนรักกับคนที่ฉันชอบจะสมหวัง ขอบใจที่พูดตรงๆฉันไปล่ะ” พูดจบ หมอรุจน์เดินซึมจากไป ตรัยสงสารเพื่อนรักจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร...

หมอรุจน์เศร้าใจมากไม่รู้จะหันไปหาใครให้ปลอบใจยามอกหัก รักคุด นึกถึงสุดาขึ้นมาได้ รีบไปหาที่บ้าน เธอเองก็มีใจให้เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ทำให้เขาผิดหวัง

ooooooo

เมื่อวิทวัสและพรเพ็ญมาถึงโรงงานผลิตน้ำผลไม้ มีรถพยาบาลและรถบรรเทาสาธารณภัยจอดอยู่หน้าปากทางเข้าหลายสิบคัน เลขาฯของวิทวัสรีบเข้ามารายงานว่าคนงานที่ได้รับบาดเจ็บกำลังถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาล ยังไม่ทันจะขาดคำ คนเจ็บนอนเลือดท่วมอยู่ในเปลถูกเข็นผ่านหน้า พรเพ็ญรีบเบือนหน้าหนี

“เดี๋ยวผมจะตามไปที่โรงพยาบาลนะครับ คุณเพ็ญไปกับผมนะครับ” วิทวัสเห็นพรเพ็ญหน้าซีด ถามว่าเป็นอะไรไป เธอทรุดฮวบเป็นลมหมดสติ เขารีบอุ้มเธอไปนอนพักบนโซฟาภายในออฟฟิศของโรงงาน

หลังจากได้ดมแอมโมเนีย พรเพ็ญค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น ขอโทษวิทวัสที่นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้ ยังเป็นตัวถ่วงเขาอีก ขอตัวกลับบ้าน เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ วิทวัสอาสาจะไปส่ง

“ไม่ต้องค่ะ คุณต้องไปดูคนเจ็บที่โรงพยาบาลไม่ใช่หรือคะ คุณไปเถอะค่ะ อย่าให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระไปมากกว่านี้เลยนะคะ”...

ตั้งแต่กลับจากโรงงานผลิตน้ำผลไม้ พรเพ็ญครุ่นคิดถึงความอ่อนปวกเปียกของตัวเองแล้วเกิดฮึดสู้ขึ้นมา อยากจะเป็นเหมือนเพ็ญพรที่ทั้งห้าวทั้งเฮี้ยว ขอร้องให้กอล์ฟช่วยสอนทีว่าจะทำอย่างไรให้เก่งเหมือนเพ็ญพรคนเก่า แม้จะงงอยู่บ้างที่คุณเพ็ญอยากเก่งเหมือนตัวเอง แต่ด้วยความที่อยากให้ลูกพี่กลับมาเป็นลูกพี่จอมแก่นกะโหลกเหมือนเดิม กอล์ฟพาพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรไปขโมยผลมะม่วงของชาวบ้าน เธอกลัวเจ้าของจะมาเอาเรื่อง ชวนไปทำอย่างอื่นแทนที่

“ว่าแล้ว ทำเป็นพูดว่าอยากเก่งเหมือนคุณเพ็ญคนเก่า ที่แท้ก็ปอด”

พรเพ็ญยอมให้ถูกดูแคลนไม่ได้ ปีนต้นมะม่วง แม้จะทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นไปถึงผลมะม่วงเป้าหมายสำเร็จ ขณะเธอเอื้อมมือจะคว้า มีเสียงปืนดังเปรี้ยง หัวขโมยจำเป็นเข่าอ่อนแทบร่วงจากกิ่งมะม่วง กอล์ฟตะโกนบอกให้หนี เจ้าของมะม่วงมาแล้ว พรเพ็ญลนลานปีนลงจากต้นไม้ ขาแข้งพันกันหล่นตุ๊บลงมากองกับพื้น กอล์ฟรีบเข้าไปพยุง ก่อนจะสวมวิญญาณน้องหมาพากันเผ่นแน่บ...

เดือนฉายรู้เรื่องที่พรเพ็ญขโมยผลมะม่วงของชาวบ้านก็ต่อว่าว่านึกอย่างไรถึงได้ริอ่านปีนต้นไม้เล่น เธออยากเป็นแบบน้องเพ็ญเผื่อคุณวัสจะชอบขึ้นมาบ้าง พูดไปก็น้ำตาเอ่อ เดือนฉายหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ดึงลูกมากอด ปลอบว่าอย่าคิดแบบนั้น ลูกก็เป็นแบบของลูก น้องก็เป็นแบบของน้อง ถ้าวิทวัสจะชอบก็ต้องชอบที่ลูกเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เป็นแบบน้อง

“คุณแม่ขา ทำไมความรักถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้ล่ะคะ” พรเพ็ญคร่ำครวญน้ำตานองหน้า...

เชาวน์กำลังนอนหลับสบายตอนที่วาทินีโทร.มาทวงเงินค่าไถ่คลิป เขาขอเวลาอีกหน่อย เงินตั้งหลายล้านบาท เธอดักคอว่าที่หายหน้าไปแน่ใจหรือว่าหาเงินอยู่ ไม่ใช่หาทางตุกติก

“เออ มึงอย่าจิกกูนักเลยน่า มีเมื่อไหร่จะบอกเอง” พูดจบเชาวน์วางสาย

วาทินีโกรธ พูดกันยังไม่ทันรู้เรื่องวางสายทำไมรีบโทร.หาเชาวน์อีก คราวนี้เขาปิดเครื่องหนี พลันได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างล่าง เขาคิดว่าขโมยเข้าบ้าน คว้าไม้เบสบอลค่อยๆย่องลงไปดู เห็นเงาตะคุ่มๆกำลังค้นหาของในตู้โชว์ ปรี่เข้าไปเอาไม้ฟาดเต็มแรง ผู้บุกรุกหลบทัน แล้วคว้ามือเขาเอาไว้ สองคนยื้อแย่งไม้กันอุตลุด จนไม้กระเด็นหลุดมือ คนร้ายจะวิ่งหนี เชาวน์ตามไปกระชากตัวมาต่อยจนล้มคว่ำ แล้วขึ้นคร่อมสาวหมัดใส่ไม่ยั้ง ทันใดนั้น ไฟในห้องรับแขกสว่างพรึบขึ้น สโรชาเดินนำตรัยและอาภาพรเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น ดึกดื่นป่านนี้ทำเสียงดังลั่นบ้านไปหมด”

“มีขโมยขึ้นบ้านเรานะสิ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการมันได้แล้ว”

สโรชาเจ็บใจมาก เข้ามากระชากผมที่รุงรังของหัวขโมยที่หมดสติขึ้นมาดูหน้า ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นณัฐพงษ์หน้าตาบวมบูดเปรอะไปด้วยเลือด หลังจากพยุงเขาขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเองเรียบร้อย สโรชาเช็ดหน้าเช็ดตาเอายามาทาให้ ทันทีที่ฟื้นคืนสติ ณัฐพงษ์เรียกหาแต่ยาบ้า ลุกขึ้นไปรื้อข้าวของจะหาเงินไปซื้อยา สโรชาพยายามห้ามแต่ไม่สำเร็จ ต้องร้องเรียกให้เชาวน์ ตรัยและอาภาพรมาช่วยกันจับตัว

ณัฐพงษ์อยากยาอย่างหนัก ถึงขั้นจะทำร้ายพ่อแม่ตัวเอง ตรัยเห็นท่าไม่ดีกระชากเขามาต่อยสลบเหมือดไปอีกรอบหนึ่ง สโรชาแค้นใจมาก ลากตัวเชาวน์ออกไปคุยกันตามลำพัง โทษว่าลูกต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาเอานังสก๊อยนั่นเข้ามาอยู่ในบ้าน จากนี้ไปเธอจะไม่ยอมให้นังนั่นเล่นงานข้างเดียวอีกแล้ว

“ไอ้เชาวน์ แกโทร.ไปนัดมันออกมา บอกมันว่าเราพร้อมจะแลกคลิปนั่นคืนแล้ว”

“จะทำแบบนั้นได้อย่างไร เรายังไม่มีเงินเลยนะ”

สโรชายิ้มเหี้ยม ก่อนจะบอกว่าไม่ได้จะเอาเงินไปแลก เชาวน์เห็นรอยยิ้มนั่นก็เข้าใจความหมายทันที

ooooooo

เพ็ญพรรู้ข่าวจากป้าแจ่มและลุงเติมเรื่องที่ณัฐพงษ์กลับมาขโมยของในบ้านจะเอาไปขายแลกยาเสพติด แต่ถูกจับได้เสียก่อน ถึงกับออกปากว่าเวรกรรมสมัยนี้เร็วยิ่งกว่าไลน์เสียอีก ป้าแจ่มอดเตือนไม่ได้

“ช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่ดี ยังไงคุณหนูต้องระวังตัวให้มากๆนะคะ”

หญิงสาวพยักหน้ารับคำ ฝากทั้งคู่ดูแลพ่อของเธอด้วย แล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากบ้าน ผ่านแถวที่จอดรถ ได้ยินเชาวน์คุยกับสโรชาว่านัดเจอวาทินีเพื่อตกลงเรื่องคลิป ถึงกับหูผึ่ง รอจนทั้งคู่พากันขับรถออกไป รีบวิ่งตามไปดูหน้าประตูรั้ว โชคดีมีแท็กซี่แล่นผ่านมาพอดี เพ็ญพรโบกมือเรียกให้ตามรถของสโรชา...

ฝ่ายวาทินีไม่ไว้ใจสโรชากับเชาวน์ แม้จะนัดเจอกันในห้างฯซึ่งเป็นที่ที่คนพลุกพล่าน เอาโน้ตบุ๊กซึ่งมีคลิปหลักฐานเอาผิดทั้งคู่ไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์รับฝากของหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างฯ แล้วโทร.บอกเชาวน์ว่ามาถึงแล้ว สโรชาจอดรถให้เชาวน์ลงหน้าห้างฯก่อน ขณะที่ตัวเองเลี้ยวรถเข้าไปยังลานเปลี่ยวด้านหลัง ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็น เพ็ญพรนั่งแท็กซี่ตามมาจอดห่างๆ ก่อนจะลงรถสะกดรอยตามเชาวน์

ไม่นานนักเชาวน์มาถึงจุดนัดพบ เห็นวาทินียืนรออยู่ก่อนแล้ว ถามหาคลิปอยู่ที่ไหน เธอต้องเห็นเงินก่อน ถึงจะมอบคลิปให้ เขาให้สโรชาถือเงินรออยู่ด้านนอก ถ้าจะเอาเงินต้องตามออกไป วาทินีไม่ไว้ใจ สั่งให้เขาไปตามนังป้ามาที่นี่ คนเยอะๆทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่า

“แล้วแกจะเช็กเงินสามล้านท่ามกลางคนขนาดนี้เนี่ยนะ ถามจริง แกโง่หรือบ้าวะเนี่ย”

วาทินีหลงกล ยอมออกไปกับเขา เพ็ญพรซึ่งแอบดูอยู่ทิ้งระยะห่างทั้งคู่เล็กน้อย แล้วจึงสะกดรอยตาม แต่ถูกคนเข็นรถเข็นใส่ข้าวของมาขวางทางทำให้คลาดกับพวกนั้น เชาวน์พาวาทินีมายังลานเปลี่ยวหลังห้างฯเพื่อเจอกับสโรชา กว่าเธอจะรู้ว่าถูกหลอกก็เป็นตอนที่เชาวน์ชักปืนขึ้นมาขู่ให้ส่งมอบคลิป วาทินีเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ขู่กลับถ้าไม่อยากให้คลิปว่อนสื่อ ต้องเอาเงินมาให้ตนก่อน แล้วตนถึงจะบอกที่ซ่อนคลิป

สโรชาโกรธจัด พุ่งบีบคอวาทินี สั่งให้บอกที่ซ่อนคลิปถ้าไม่อยากตาย เธอกระชากมือคุณนายเค็มออก แล้วด่าสาดเสียเทเสีย สโรชาฟิวส์ขาดกระชากนังสก๊อยมาตบ สองสาวต่างวัยตบตีกันอุตลุด เชาวน์รีบเก็บปืน แล้วเข้าไปห้าม แต่เจอศอกของสโรชาถองเข้าเต็มท้องหงายหลัง ทั้งคู่เหวี่ยงกันไปมาเกิดสะดุดล้ม วาทินีหัวฟาดพื้นนอนแน่นิ่ง เชาวน์ตกใจรีบเข้าไปดู

ด้านเพ็ญพรวิ่งขึ้นไปชั้นบนสุดของห้างฯ กวาดตามองหาเชาวน์ไปทั่วบริเวณ เจอรถของสโรชาจอดอยู่ลานหลังของที่นั่น เห็นสโรชากับเชาวน์แวบๆ แต่ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

เชาวน์กับสโรชาถึงกับผงะเมื่อพบว่าวาทินีไม่หายใจแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรกันดี คลิปนั่นก็ยังไม่ได้ แถมนังนี่ดันมาตายอีก เธอแนะให้ลองค้นตัวนังสก๊อยดู เชาวน์เทของออกจากกระเป๋าถือของวาทินี เจอมือถือกับธัมบ์ไดรฟ์รีบเก็บเอาไว้ จังหวะนั้น มีเสียงรถซาเล้งรับซื้อของเก่าปั่นตรงมาทางทั้งคู่ เชาวน์เร่งให้สโรชาไปเปิดฝากระโปรงท้ายรถ ส่วนเขายกศพวาทินีเอาไปใส่ แล้วรีบพากันขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

เพ็ญพรวิ่งแซงรถซาเล้ง เห็นรถของสโรชาเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ รีบวิ่งไปดูข้าวของที่กระจายเกลื่อนพื้น เห็นบัตรฝากของหยิบขึ้นมาดู “บัตรฝากของ! ยัยวาทินีฝากอะไรไว้ที่นี่ด้วยหรือ”

ooooooo

สโรชาขับรถมาจอดแถวถนนเปลี่ยว ตรวจดูทั้งในมือถือของวาทินีและธัมบ์ไดรฟ์ แต่ไม่พบคลิปหลักฐาน ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เธอตัดสินใจล้มเลิกการค้นหาคลิป เชาวน์ไม่เห็นด้วย เกิดใครเจอเข้าอาจเป็นเรื่องได้

“เอาไว้ก่อนเหอะ ตอนนี้จะเอายังไง จะเก็บศพนังสก๊อยไว้ท้ายรถให้ตำรวจมาเปิดเจอหรือไง”

ทั้งคู่รีบขับรถเอาศพของวาทินีรวมทั้งข้าวของของเธอไปหาที่กำจัด...

สุดาดูแลให้เอกสิทธิ์กินข้าวกินยาเรียบร้อย ยกถาดจะออกไปเก็บ เพ็ญพรเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามา บอกกับพ่อว่าขอตัวเพื่อนรักของเธอสักครู่ แล้วลากสุดามาที่มุมลับตาคน เปิดคลิปในโน้ตบุ๊กของวาทินีให้ดู สุดาถึงกับตะลึงเพราะนี่คือหลักฐานสำคัญจะเอาผิดสโรชากับพวกให้ดิ้นไม่หลุด แนะให้แจ้งความเอาผิด เธออยากปรึกษาตรัยก่อน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเชาวน์ด้วย ไม่รู้จะกระทบกับงานของเขาหรือเปล่า

“พี่ตรัยออกไปคุยกับเพื่อนเรื่องคดี ยังไม่กลับเลยอ่ะ”

เพ็ญพรไม่อยากเก็บหลักฐานไว้ที่นี่ ระหว่างรอตรัย จึงฝากให้สุดาดูแลให้ด้วย เธอมองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน รีบหิ้วโน้ตบุ๊กออกไป จากนั้นไม่นาน สโรชากับเชาวน์กลับถึงบ้านศิลาแดงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เชาวน์อดเป็นกังวลไม่ได้ ทิ้งศพวาทินีไว้แบบนั้น อาจจะมีคนไปเจอ

สโรชาหงุดหงิด สั่งให้เลิกพูดเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้น เธออาจจะฆ่าเขาเป็นศพที่สอง แล้วบอกให้เข้าบ้าน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จังหวะนั้นนายใหญ่โทร.มาหาเชาวน์ คุยกันสักพักเขาก็วางสาย แล้วรีบโทร.บอกตรัยว่านายใหญ่ของตนต้องการให้เขาไปพบ...

ในเวลาต่อมา ระหว่างที่สโรชากำลังดูแลณัฐพงษ์ที่กำลังคลั่งหนักเพราะอยากยาอยู่ในห้องของเขา มีเสียงกรีดร้องของอาภาพรดังขึ้น เธอตกใจรีบวิ่งไปยังต้นเสียงเห็นลูกสาวตัวเองถูกนักเลงจากบ่อนพนันสองคนฉุดกระชากลากถูอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน สโรชาถลันเข้าไปกระชากลูกคืน

“ฉันเอาโฉนดไปค้ำประกันกับเสี่ยแล้ว พวกแกจะมาเอาตัวลูกสาวฉันไปได้ยังไง”

“เศรษฐีขี้โกงร้ายยิ่งกว่าโจร โฉนดที่เอาไปค้ำประกันน่ะมันโฉนดปลอม คิดว่าจะตบตาพวกเราได้หรือ หลบไป” นักเลงผลักสโรชาออก แล้วฉุดอาภาพรไปอีกครั้ง เพ็ญพรถือถาดอาหารจะเอาไปให้พ่อได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู เห็นป้าแจ่มกับลุงเติมกำลังเข้าไปช่วยอาภาพร แต่ถูกพวกนักเลงรุมทำร้าย รีบเข้าไปช่วย แต่สู้ไม่ได้ ถูกต่อยท้องจุกตัวงอ นักเลงเห็นเธอหน้าตาสะสวย จัดแจงจะเอาตัวไปด้วย...

การบาดเจ็บของเพ็ญพร ส่งผลถึงแฝดผู้พี่ซึ่งกำลังนำของว่างมาเสิร์ฟให้เดือนฉาย เจ็บท้องจนทำถาดใส่ของว่างหล่นพื้น เดือนฉายรีบลุกมาดูลูกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอรู้สึกเหมือนถูกคนต่อยท้อง แล้วนึกขึ้นได้

“น้องเพ็ญ! หนูว่าน้องเพ็ญกำลังอยู่ในอันตรายค่ะ” พรเพ็ญสีหน้าไม่ดีเป็นห่วงน้องสาว...

สโรชาไม่ยอมปล่อยลูกไปง่ายๆ เข้าไปยื้อยุดกับพวกนักเลง ในเมื่อได้นังลูกเลี้ยงไปแล้วก็ไม่ควรเอาลูกของเธอไป นักเลงว่าตอนนี้เธอเป็นหนี้เจ้านายของเขา เบ็ดเสร็จหกล้านบาท เอาไปแค่คนเดียวไม่พอใช้หนี้ แล้วตบเธอกระเด็น ก่อนจะลากสองสาวออกจากบ้าน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เชาวน์พาตรัยไปพบนายใหญ่โดยไม่ล่วงรู้ว่าเขาแอบใช้มือถือถ่ายภาพสถานที่นี้เก็บเอาไว้ ก่อนเข้าพบนายใหญ่ทั้งเชาวน์และตรัยต้องเอาของทุกอย่างในกระเป๋ารวมทั้งมือถือทิ้งไว้กับสมุนซึ่งโยนทุกอย่างใส่ในลิ้นชักโต๊ะเพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้าไป ทำให้พรเพ็ญไม่สามารถโทร.ติดต่อเขาได้

เชาวน์แนะนำนายใหญ่ให้รู้จักกับตรัย นายตำรวจที่ตนเคยพูดถึง นายใหญ่สงสัย จะไว้ใจเขาได้หรือ เชาวน์ยืนยันว่าไว้ใจได้ เพราะเขาเคยช่วยตนให้หนีพ้นเงื้อมมือตำรวจ

“แค่พูด นายอาจจะไม่เชื่อ ผมขอพิสูจน์เป็นการกระทำดีกว่า”

นายใหญ่ยินดีจัดให้ หยิบปืนขึ้นมาเล็งไปที่ตรัยซึ่งจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ...

อาภาพรกับเพ็ญพรถูกมัดมือมัดเท้านำตัวไปขังไว้ในห้องห้องหนึ่งภายในบ่อนพนัน เพ็ญพรคิดหาทางหนี สั่งให้อาภาพรอยู่เฉยๆ ตนจะแกะเชือกมัดให้ พอเป็นอิสระเธอค่อยแก้มัดให้ตน เหตุการณ์ไม่เป็นตามแผน พออาภาพรหลุดจากพันธนาการกลับหนีเอาตัวรอดคนเดียว แต่
ยังไม่ทันจะออกจากห้อง นักเลงสองคนเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน เห็นอาภาพรพยายามจะหนีก็เลยแก้เผ็ดด้วยการเอาตัวไปให้เสี่ยทดลองสินค้า เพ็ญพรมองตามเป็นห่วง ถึงจะไม่ชอบขี้หน้ากันแต่ก็ไม่อยากให้ใครถูกข่มขืน คิดหาทางช่วยเหลือ...

เอกสิทธิ์เห็นเพ็ญพรหายหน้าไปไม่เอามื้อเย็นมาให้เหมือนเคย กลายเป็นป้าแจ่มกับลุงเติมมาทำหน้าที่นี้แทน ซักว่าลูกสาวของตนไปไหน ทั้งคู่สีหน้ามีพิรุธ เขารู้ทันทีต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น คาดคั้นจนสองผัวเมียยอมบอกว่าเธอถูกพวกนักเลงบ่อนจับตัวไป เขาตกใจมากจะตามไปช่วยลูก เดินได้ไม่กี่ก้าวก็หมดแรงจะล้ม ลุงเติมต้องช่วยประคอง เอกสิทธิ์ตำหนิตัวเองที่เป็นพ่อไม่เอาไหน ปกป้องลูกตัวเองไม่ได้ แล้วถามถึงตรัย

“คุณตรัย...ติดต่อไม่ได้เลยครับคุณท่าน”

“โธ่...ลูกพ่อ” เอกสิทธิ์เป็นกังวลไปหมดไม่รู้จะช่วยเหลือเพ็ญพรได้อย่างไร...

ตรัยมองนายใหญ่ที่เล็งปืนใส่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่เชาวน์หน้าซีดแล้วซีดอีก นายใหญ่พอใจมากระเบิดเสียงหัวเราะแล้วเข้าไปตบไหล่ ชมตรัยว่าใจเด็ดมาก อย่างนี้ถึงจะทำงานใหญ่ได้ แล้วหันไปบอกเชาวน์ว่าอีกสามวันจะมีการส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่ ทั้งคู่ต้องไปกับตน

“ของลอตใหญ่ งั้นส่วนแบ่งก็เยอะด้วยใช่ไหมนาย”

“ของแกน่ะ ฉันต้องหักเอาไว้จนกว่าแกจะตามเงินจากเมียแกมาคืนให้ฉันได้”

“แล้วนายจะให้ผมทำอะไรบ้าง” ตรัยถามอย่างสนใจ นายใหญ่จะบอกเมื่อถึงเวลา วันนี้ให้กลับไปก่อน ทันทีที่ก้าวพ้นห้องของนายใหญ่ สมุนเอาข้าวของรวมทั้งมือถือมาคืนตรัยและเชาวน์ซึ่งรีบเปิดมือถือดู มีมิสคอลจากสโรชา 51 ครั้งก็ตกใจ ตรัยเอะใจรีบเปิดมือถือตัวเองดูบ้าง มีมิสคอลหลายครั้งเช่นกัน สองคนมองหน้ากัน สังหรณ์ใจต้องเกิดเรื่องไม่ดี

ooooooo

ณ บ้านศิลาแดง สโรชานั่งไม่ติด ร้อนใจเพราะติดต่อใครไม่ได้ เหลียวไปเห็นป้าแจ่มกับลุงเติมเดินเข้ามา แว้ดใส่ทันทีว่าหายหัวไปไหนมา เธอกลุ้มใจจะบ้าตายอยู่แล้ว ทั้งคู่ดูแลคุณท่านอยู่ และท่านรู้เรื่องที่คุณหนูกับคุณภาถูกจับตัวไปแล้ว ท่านเป็นห่วงคุณหนูมาก เราน่าจะไปแจ้งตำรวจ

“อย่านะ แจ้งไม่ได้นะ พวกแกมันโง่ไม่รู้เรื่องอะไร... โอยตายแล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี” พูดไม่ทันขาดคำ เชาวน์ โทร.เข้ามือถือของเธอ สโรชาด่าเป็นชุดว่าไอ้คนเฮงซวย โทร.หาจนมือแทบหักทำไมไม่รับสาย

“ฉันยุ่งอยู่ โทร.อะไรกันหนักหนา...อะไรนะ ยัยภาถูกจับตัวไป” เชาวน์ตะลึงพูดไม่ออก ตรัยแย่งมือถือไปคุยเอง ถามว่าโดนจับเรื่องอะไร สโรชาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอก ขอให้เขาช่วยอาภาพรกลับมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกนักเลงนั่นจะเอาเธอไปขาย ป้าแจ่มเป็นห่วงคุณหนูฉกมือถือไปจากสโรชามาพูดเอง

“ไม่ใช่แค่คุณภานะคะคุณตรัย คุณพรเพ็ญก็ถูกจับตัวไปด้วยค่ะ”

สโรชาฉกมือถือคืน ตรัยรู้สึกได้ว่าคุณนายเค็มต้องรู้เห็นเรื่องนี้ คาดคั้นให้บอกมาว่าพวกนั้นเป็นใคร รู้จักพวกมันใช่ไหม เธอนิ่งไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มจึงหันไปถามเชาวน์ด้วยคำถามเดียวกัน เขาพยักหน้ารับ

“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณน้า ผมจะไปช่วยน้องพรกับน้องภากลับมาให้ได้”...

อาภาพรถูกนักเลงพาตัวไปห้องเชือดซึ่งอยู่ด้านในสุดของบ่อนพนัน เพื่อให้เสี่ยซึ่งรอท่าอยู่ได้ทดสอบสินค้า แล้วพากันออกจากห้องปิดประตูล็อก เสี่ยมองเธออย่างหื่นกระหาย ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหา

“ไอ้บ้า อย่ามาถูกตัวฉันนะ ไอ้ทุเรศ ไอ้ลามก” อาภาพรว่าพลางถอยหนี...

เพ็ญพรกวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาตัวช่วย เห็นกองขยะรกๆ มุมห้องมีแก้วน้ำล้มอยู่ ขยับเข้าไปใกล้ๆ ใช้เท้ากระทืบจนแก้วแตก แล้วเอามือที่ถูกมัดไพล่หลังควานหาเศษแก้วขนาดเหมาะมือมาเฉือนเชือกอย่างยากเย็น แก้วบาดข้อมือเธอเลือดไหลอาบ แต่เธอกัดฟันทนจนกระทั่งตัดเชือกสำเร็จ

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย” เสียงแปดหลอดของอาภาพร ดังสนั่น

แฝดผู้น้องพุ่งไปเปิดประตู โชคดีหน้าห้องไม่มีคนเฝ้า มีเสียงร้องขอความเหลือจากอาภาพรดังขึ้นอีกครั้ง เธอรีบ วิ่งไปยังห้องต้นเสียง เปิดประตูผลัวะเข้าไป เห็นเสี่ยกำลัง คร่อมอยู่บนตัวอาภาพร คว้าขวดเบียร์ใกล้มือฟาดหัวเขาล้มฟุบไปบนร่างอาภาพรที่หลับหูหลับตาทั้งดิ้นทั้งร้อง เพ็ญพรกระชากร่างเสี่ยออก สั่งให้หยุดร้องได้แล้ว อาภาพร ไม่ฟัง ยังคงร้องกรี๊ดๆไม่หยุด เธอตัดสินใจตบหน้าเพื่อเรียกสติ

“หยุดได้แล้ว เดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมาหรอก”

“อ้าว...แล้วทำไมไม่บอกกันดีๆ มาตบฉันทำไมห๊ะอีบ้า”

เพ็ญพรเซ็ง น่าจะปล่อยให้ถูกปล้ำให้รู้แล้วรู้รอด สั่งให้อาภาพรลุกขึ้นเร็วๆ แล้วพากันวิ่งหนี นักเลงได้ยินเสียงร้องเอะอะวิ่งไปดูที่ห้อง เห็นเสี่ยนอนสลบเหมือดรีบสั่งคนออกตามล่าตัว สองสาวหนีมาถึงห้องที่ดัดแปลงเป็นบ่อน เห็นนักพนันกำลังเล่นการพนันกันหน้าดำคร่ำเคร่ง พวกนักเลงกระจายกำลังกันดักไว้ทุกทางเพ็ญพร จวนตัว ตัดสินใจดึงสัญญาณเตือนไฟไหม้

เกิดโกลาหลย่อยๆ ขึ้นทันที นักพนันแตกฮือหนีตายวุ่นวายไปหมด เพ็ญพรรีบฉุดมืออาภาพรวิ่งตามพวกนั้น แต่หนีไม่รอด ถูกพวกนักเลงล้อมกรอบไว้ ก่อนจะโดนจับตัวอีกครั้ง ตรัยกับเชาวน์ตามมาช่วยไว้ทัน

ooooooo

กว่าเพ็ญพร อาภาพร ตรัยกับเชาวน์จะกลับถึง บ้านศิลาแดงก็เป็นเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น สโรชาโผกอดปลอบขวัญลูกสาวพลางถามว่าพวกนั้นไม่ได้ทำอะไรลูกใช่ไหม

“โชคดีที่พี่ตรัยไปช่วยทัน ไม่อย่างนั้นภาแย่แน่ๆค่ะ” อาภาพรไม่พูดเปล่า ออเซาะตรัยไปด้วย

เพ็ญพรทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวขอตัวไปดูแลพ่อ แล้วเดินหน้าบึ้งออกไปกับป้าแจ่ม ตรัยขยับจะตามแต่อาภาพรกอดแขนเอาไว้ ออดอ้อนว่ายังกลัวไม่หาย เขาเห็นสโรชากับเชาวน์อยู่ด้วยจำต้องนิ่ง

“แล้วนี่พ่อตรัยทำยังไง พวกมันถึงได้ยอมปล่อยยัยภากลับมาง่ายๆ”

“โอ๊ย ใครว่าง่าย เรื่องยังไม่จบแค่นี้หรอก” เชาวน์โพล่งขึ้นอย่างหงุดหงิด แล้วเดินหนีขึ้นบ้าน สโรชาตะโกนไล่หลัง พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เขาไม่ตอบคำถามเดินลิ่วต่อไป เธอรีบวิ่งตาม...

ด้วยความที่ไม่อยากให้พี่สาวเป็นกังวล เมื่อเธอ โทร.มาถามว่าหายไปไหนมา ทำไมไม่รับสาย แถมเธอยังปวดท้องและเจ็บข้อมืออีกต่างหาก เพ็ญพรจึงโกหกว่าที่ไม่ได้รับสายเพราะลืมมือถือไว้ในรถสุดา

“ที่เจ็บท้องก็มีเรื่องกับคุณน้องภานิดหน่อย ส่วนที่เจ็บมือก็โดนมีดบาด บอกแม่ด้วยนะพี่พร ไม่ต้องเป็นห่วง เพ็ญเอาตัวรอดได้สบาย” พูดจบเพ็ญพรวางสาย เอกสิทธิ์ที่นั่งฟังอยู่ด้วย ขอโทษลูกที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะตนเองหน้ามืดตามัวเอาผู้หญิงอย่างสโรชาเข้ามาในบ้าน

“พ่ออย่าคิดมากเลยค่ะ ถึงยังไงหนูก็รอดมาได้แล้ว”

เอกสิทธิ์เชื่อว่าเรื่องยังไม่จบ ตราบใดที่สโรชายังใช้หนี้พนันไม่หมด ลูกอาจถูกทำร้ายอีกก็ได้ เธอปลอบพ่อไม่ต้องเป็นห่วง แม่เคยสอนไว้ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น เราไม่ได้ทำผิดคิดร้ายใคร เราต้องปลอดภัย แล้วหยิบร่วมยาออกจากห้องเพื่อทำแผลที่มือตัวเอง แต่ทุลักทุเลมากเพราะไม่ถนัด

ตรัยมาเห็นเข้า อาสาจะทำแผลให้ เธอยังงอนเขาไม่หาย ไล่กลับไปทำให้น้องภาไม่ต้องมายุ่งกับตน เขาไม่สนใจดึงมือเธอมาทำแผลให้จนเสร็จ แล้วจุ๊บที่แผลอย่างอ่อนโยนเป็นทำนองให้หายเร็วๆ คนถูกจุ๊บเขินจัดไม่กล้าสบตาด้วย แล้วนึกถึงเรื่องคลิปของวาทินีขึ้นมาได้ ไม่ทันจะอ้าปากพูด ตรัยชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“คืนนี้พี่จะไปทลายแก๊งยาบ้าของนายเชาวน์กับพวก พี่รีบมาบอกน้องเพ็ญคนแรก เพราะงานนี้อันตรายมาก พี่อยากให้น้องเพ็ญเป็นกำลังใจให้พี่”
เพ็ญพรมองเขาด้วยสายตาทั้งรักทั้งห่วง เตือนเขาให้ระวังตัวดีๆ

ooooooo

ที่บ้านสวนเสาวรส ระหว่างนั่งกินมื้อเช้าด้วยกัน แม่ลูกและคุณตา เดือนฉายเห็นพรเพ็ญคลำมือตัวเองป้อยๆ ถามว่าไปโดนอะไรมา เธอเห็นคุณตานั่งอยู่ด้วยไม่กล้าพูดถึงเพ็ญพร

“ไม่ได้โดนอะไรเลยค่ะ อยู่ๆมันก็เจ็บ...พักนี้หนูไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะไม่รู้ทางคุณพ่อจะมีอะไรหรือเปล่า”

“จะห่วงมันอีกทำไม มันหายดีแล้ว ต่างคนต่างอยู่ไปสิ” เคนเสียงเขียวทันที

มีเสียงมือถือของเดือนฉายดังขึ้น ทนายสมศักดิ์ โทร.มาเชิญให้ไปพบ จากนั้นไม่นาน เดือนฉายก็มาถึงสำนักงานทนายความ ทนายสมศักดิ์แจ้งให้ทราบว่าเอกสิทธิ์โอนทรัพย์สินและหุ้นในบริษัทบางส่วนให้เพื่อเป็นการขอโทษ เธอปฏิเสธที่จะรับ ฝากเขาขอบคุณเอกสิทธิ์ให้ด้วย แล้วลุกออกไปทันที

เดือนฉายโชคไม่ดีเจอสโรชาที่หน้าสำนักงาน ต่างฝ่ายต่างชะงัก คุณนายเค็มซักว่ามาที่นี่ทำไม เธอยียวน ถ้าอยากรู้มากนักก็ให้ไปถามทนายสมศักดิ์เอาเอง แล้วเดินเชิดหน้าจากไป สโรชาใจคอไม่ดีจะเข้าไปถามเขาให้รู้เรื่อง แต่เขาเดินออกมาพอดี ร้องทักเธอว่าวันนี้มาถึงนี่ มีธุระอะไรหรือ เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง...

พอรู้จากกอล์ฟว่าวันๆพรเพ็ญเอาแต่นั่งใจลอย ถอนใจเฮือกๆ วิทวัสอดเป็นห่วงไม่ได้ เข้าไปเลียบๆ เคียงๆ ถามว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้เขาฟังก็ได้เผื่อจะได้รู้สึกดีขึ้น พรเพ็ญตัดสินใจพูดความจริง

“เรื่องไม่สบายใจของฉันก็คือคุณค่ะ แต่ไม่ใช่ความผิดคุณนะคะ ฉันผิดเอง แต่ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี”

วิทวัสงง ขอให้เธอช่วยอธิบายให้เข้าใจด้วย เธอสารภาพว่าเธอไม่ใช่เพ็ญพร ขอโทษเขาด้วยที่โกหกมาตลอด เขากลับคิดว่าเธออำเล่นขำๆ เธอพยายามบอกว่าเป็นเรื่องจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เขายิ่งสนุก

“ผมก็จริงจัง คุณเป็นร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมาใช่ไหม หรือว่าเป็น 007 เป็นทรานส์ฟอร์เมอร์...”

“ไม่ตลกนะคะคุณวัส ฉันไม่พูดกับคุณแล้ว” พรเพ็ญเดินน้ำตาคลอออกไป วิทวัสยังหัวเราะไม่เลิก

“โธ่ ผมล้อเล่นครับคุณเพ็ญ ก็คุณอำผมก่อนนี่ อ้าว...งอนจริงหรือเนี่ย คุณเพ็ญครับ...นึกยังไง วันนี้อยากจะเล่นตลก แต่มุกแป้ก น่ารักอ่ะ”...

ขณะวิทวัสกลับเห็นว่าเรื่องที่พรเพ็ญสารภาพความจริงเรื่องมีน้องฝาแฝดเป็นแค่เรื่องขำขัน ตรัยนำหลักฐานทั้งหมดที่อยู่ในธัมบ์ไดรฟ์ ทั้งรูปถ่าย รายละเอียดของผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดและแผนที่นัดหมายในคืนนี้มอบให้สารวัตรเพื่อขอกำลังเสริมไปช่วยจับกุม ทีแรกท่านไม่เห็นด้วย

เนื่องจากตรัยถูกพักงานอยู่ แต่พอเห็นความตั้งใจจริงของเขาที่จะกวาดล้างพวกชั่วให้สิ้นซาก จึงยอมให้การสนับสนุน...

ใกล้เวลาไปส่งยาเสพติดตามนัด สโรชาเดินตามมาส่งเชาวน์ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก เตือนเขาว่านี่เป็นทางออกสุดท้ายของเราแล้ว ให้เขาระวังตัวให้มากๆ เชาวน์ระวังตัวอยู่แล้ว แล้วกวาดตามองไปรอบๆ

“ไอ้ตรัยมันหายหัวไปไหน เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี”...

คนที่เชาวน์ถามหากำลังล่ำลาเพ็ญพรอยู่ที่สวนหลังบ้าน เธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้ เพราะงานนี้เสี่ยงอันตรายมาก เขาไม่อยากให้เธอเป็นกังวล รับปากจะกลับมาหาเธอแบบไม่ให้บุบสลาย

“แต่ก่อนไป พี่มีอะไรบางอย่างอยากให้น้องเพ็ญ ยื่นมือมาสิครับ”

เพ็ญพรยื่นมือซ้ายไปให้อย่างว่าง่าย ตรัยจับมือเธอคว่ำ แล้วหยิบแหวนขึ้นมาจะสวมให้ เธอรีบชักมือกลับ ถามว่าจะทำอะไร เขาจะมอบแหวนแทนใจให้เธอสวมไว้ตั้งแต่คืนนี้ เธอไม่ยอมสวม จะรอให้เขาเสร็จงานก่อน แล้วค่อยกลับมาสวมให้เธอ เขาจะอ้าปากทักท้วง แต่มีเสียงเชาวน์ตะโกนเรียกเขาดังขึ้นเสียก่อน เพ็ญพรใจหาย โผกอดตรัยไว้ อวยพรให้โชคดี เขากอดตอบด้วยความรักเต็มหัวใจ ก่อนจะรีบไปหาเชาวน์

ooooooo

ณ สถานที่ส่งมอบยาเสพติด นายใหญ่พร้อมด้วยสมุน รวมทั้งเชาวน์และตรัยรอท่าคนซื้ออยู่ โดยไม่รู้ว่าตำรวจกระจายกำลังกันซุ่มตามจุดต่างๆโดยรอบ สักพัก ขบวนรถของผู้ซื้อแล่นมาจอด ทันทีที่มีการส่งมอบสินค้าและจ่ายเงิน มีเสียงตำรวจประกาศผ่านทางโทรโข่งดังขึ้น

“ทุกคนอยู่ในความสงบ วางอาวุธและมอบตัวซะ ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”

ไม่มีใครเชื่อฟัง ต่างระดมยิงใส่ตำรวจไม่ยั้ง เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว ตรัยตีเนียนยิงส่งๆพอเป็นพิธี แล้วตามประกบนายใหญ่กับเชาวน์ ซึ่งพากันเล็งปืนใส่เขาเพราะคิดว่าเป็นสายให้ตำรวจ ตรัยทักท้วงนี่ไม่ใช่เวลามาระแวงกัน สู้หาทางหนีไปจากที่นี่ก่อนไม่ดีกว่าหรือ นายใหญ่ลังเลแต่ที่สุดก็ยอมให้เขายิงเปิดทางให้หนี เชาวน์จะวิ่งตามแต่ถูกตำรวจยิงสกัด ต้องหลบเข้าที่กำบังแล้วยิงโต้ตอบ พลางมองหาทางหนี...

ขณะที่เชาวน์กับพวกถูกหลอกให้มาติดกับ อาภาพรไม่เห็นตรัยอยู่ในห้องด้วย เรียกหาเท่าไหร่ก็ไม่ขานตอบสงสัยจะแอบไปหาเพ็ญพร จึงตามไปที่ห้องของเธอ ได้ยินเสียงเอกสิทธิ์คุยกับเธอเรื่องคลิปของวาทินี

“นี่ลูกเพ็ญหาคลิปนั้นเจอแล้วหรือ”

“ค่ะ ทีนี้แหละคนที่วางยาคุณพ่อทำให้คุณพ่อตกนรกทั้งเป็นจะถูกจับเข้าคุกสักที” เพ็ญพรมัวแต่คุยกับพ่อ ไม่ล่วงรู้ว่าอาภาพรแอบดูอยู่ แปลกใจที่เอกสิทธิ์อาการดีขึ้นไม่เห็นเหมือนคนใกล้ตายอย่างหมอรุจน์ว่า...

ทางด้านตรัยพานายใหญ่วิ่งหนีมาใกล้จุดนัดพบกับตำรวจอีกกลุ่มหนึ่ง จึงแสดงตัวเข้าจับกุม เชาวน์ตามมาเห็นเขาเล็งปืนใส่นายใหญ่ รู้ทันทีว่าเขาคือคนทรยศ ชักปืนจะยิง ตรัยเห็นพอดียิงสวนถูกแขนเชาวน์ถึงกับผงะ นายใหญ่สบช่องวิ่งหนี ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่ยิงไล่หลัง เชาวน์เห็นท่าไม่ดี เผ่นแน่บไปอีกทางหนึ่ง ตรัยสั่งให้ตำรวจส่วนหนึ่งตามเชาวน์ ส่วนเขากับตำรวจอีกส่วนหนึ่งจะไล่ตามนายใหญ่เอง

เชาวน์หนีรอดเงื้อมมือตำรวจไปได้ แต่นายใหญ่ไม่โชคดีอย่างนั้น สมุนสองคนของเขาเห็นเจ้านายถูก จับกุมก็แค้นมาก ยิงต่อสู้กับตำรวจ ก่อนจะอาศัยความมืดหลบหนีไปได้

ooooooo

ข่าวตำรวจทลายแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับรุ่งขึ้นแทบทุกสำนัก มีรูปนายใหญ่และเชาวน์ลงประกอบข่าวอย่างชัดเจน ป้าแจ่มกับลุงเติมอ่านแล้วสะใจมาก บอกกับเพ็ญพรว่าในที่สุดคนชั่วก็ออกไปจากบ้านของเราได้สักที แม้เชาวน์จะหนีรอดไปได้ แต่อีกไม่นานก็ต้องถูกจับ

“งานนี้ต้องขอบคุณคุณตรัยนะคะ...อ้าว ทำไมคุณหนูทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ไม่ดีใจหรือคะ”

“ดีใจค่ะ แต่พรห่วงพี่ตรัย ไม่รู้ทำไมยังไม่กลับมาอีก”

ป้าแจ่มปลอบ คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ในข่าวก็ไม่เห็นมีตำรวจนายไหนได้รับบาดเจ็บ ตรัยเข้ามาทางด้านหลังเพ็ญพร สองผัวเมียทำท่าจะบอก แต่เขาส่งสัญญาณเป็นทำนองให้เงียบๆไว้ เพ็ญพรทนนิ่งเฉยไม่ไหวจะไปดูที่โรงพักให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร แล้วหันหลังจะไปชนเข้ากับตรัยที่ยืนอยู่ เขากอดเธอไว้

“เป็นห่วงพี่ขนาดนี้เลยหรือครับ ชื่นใจจัง”

เพ็ญพรดีใจมากที่เขาไม่เป็นอะไร สองผัวเมียรู้งานรีบหลบออกไป ตรัยทวงถามถึงแหวนวงที่ให้เธอไว้เมื่อคืนนี้ พอได้มันคืนจากเธอ เขาสวมให้ที่นิ้วเธอตามสัญญา ก่อนจะยกมือนั้นขึ้นมาจูบ เพ็ญพรมัวแต่เป็นปลื้มเกือบลืมเรื่องสำคัญ บอกว่าเจอคลิปของวาทินีแล้ว ฝากสุดาไปเก็บไว้ที่บ้านของเขา

“งั้นเรารีบไปเอามาดูกันเลย” ตรัยพูดจบจูงมือเพ็ญพรออกไป...

ในระหว่างที่อาภาพรครุ่นคิดถึงคำพูดของเอกสิทธิ์ที่ตัวเองแอบได้ยิน สโรชาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกให้รีบเก็บข้าวของ เราอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว เชาวน์โดนตำรวจตามจับข้อหาค้ายาเสพติด

“แถมไอ้พวกที่บ่อนจะมาทวงหนี้อีก ถ้าไม่รีบหนีตอนนี้ พวกเราต้องแย่แน่ๆ”

อาภาพรไม่ยอมหนีไปไหน จะขอรอตรัยอยู่ที่นี่ สโรชาโกรธมากด่าลูกว่านังโง่ ไอ้ตำรวจนั่นเป็นคนหลอกเชาวน์ไปติดกับ ทำให้พวกเราต้องหนีหัวซุกหัวซุน อาภาพรไม่เชื่อ ตรัยรักเธอมาก ไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด สโรชาเหลืออดตบหน้าลูกเพื่อเรียกสติ แล้วลากแขนเธอจะพาหนี อาภาพรรั้งตัวแม่ไว้ ถามว่าที่พ่อต้องเข้าคุกเกี่ยวกับคลิปของวาทินีหรือเปล่า เธอตกใจ ลูกรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

“เมื่อคืนภาไปตามหาพี่ตรัยที่ห้องนังพร ภาได้ยินไอ้แก่กับนังพรคุยกันเรื่องมีคลิปที่จะเอาตัวคนที่วางยามันเข้าคุก แต่ทำไมมันถึงเรียกนังพรว่าเพ็ญก็ไม่รู้”

สโรชาเจ็บใจมาก ที่แท้พรเพ็ญก็สลับตัวกับน้องสาวมาหลอกพวกเราอย่างที่เธอคาดไว้จริงๆ ส่วนเรื่องที่เอกสิทธิ์ป่วยหนักก็คงเป็นแค่แผนลวงให้พวกเราตายใจ เธอต้องหาทางเอาคืนพวกนั้นให้ได้ พลันมีเสียงเหมือนของหนักๆหล่นดังโครม สโรชากับอาภาพรตกใจ รีบวิ่งไปยังต้นเสียง...

ภายในห้องของเชาวน์ ณัฐพงษ์รื้อค้นข้าวของกระจุยกระจายเพื่อหายาบ้ามาเสพ เจอตกอยู่ในลิ้นชักคว้าขึ้นมาด้วยความดีใจ ยังไม่ทันจะกิน สโรชากับอาภาพรเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน เขารีบเอายาซ่อนไว้ข้างหลัง สโรชาเห็นท่าทางมีพิรุธของลูกชาย ถามว่าซ่อนอะไรไว้ เขาปฏิเสธว่าไม่มี เธอไม่เชื่อ เข้าไปยื้อแย่งจะดูให้ได้ ณัฐพงษ์โมโหผลักแม่พ้นทางแล้วเอายาบ้ายัดปากตัวเอง สโรชาตบตีลูกไม่ยั้งเพื่อให้คายออกมา

ณัฐพงษ์ฟิวส์ขาดผลักแม่ลงไปกองกับพื้นแล้วตามขึ้นคร่อม บีบคอไว้แน่น อาภาพรเข้าไปทุบตีให้เขาปล่อยแม่ เขาผลักเธอกระเด็น แล้วบีบคอแม่ต่อไปอาภาพรเห็นแม่อาการไม่ดี คว้าแจกันแถวนั้นฟาดหัวเขา สลบเหมือด แล้วรีบพยุงแม่ลุกขึ้น ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง สโรชาถึงกับปล่อยโฮอย่างอัดอั้น

“ตาณัฐลูกแม่...ไอ้เชาวน์พ่อแกนี่มันชั่วจริงๆ ไม่น่าไปยุ่งกับไอ้ยานรกนั่น ดูสิตาณัฐถึงต้องเป็นอย่างนี้”

ooooooo

ขณะสโรชากับอาภาพรมองณัฐพงษ์ที่นอนสลบเหมือดอย่างหมดหวังไม่รู้จะพากันหนีได้อย่างไร เชาวน์โทร.เข้ามือถือของสโรชา ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เธอด่าสวนขึ้นเสียก่อนว่าไอ้ผัวเฮงซวย ยังจะมีหน้า โทร.มาอีกหรือ เขาขอร้องอย่าเพิ่งด่าได้ไหม มาช่วยกันก่อน เธอไม่อยากพูดด้วยทำท่าจะตัดสายทิ้ง เขาขู่ทันที

“ถ้าฉันถูกจับได้ แกก็ไม่รอดเหมือนกัน ฉันจะบอกตำรวจเรื่องนังวาทินี”

คุณนายเค็มไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่เชาวน์ต้องการ...

พรเพ็ญยังคงนั่งใจลอยจนไม่เป็นอันพับดอกบัวที่เตรียมจะบูชาพระ กอล์ฟเห็นสภาพลูกพี่ตัวเองแล้ว บ่นด้วยความเซ็ง เมื่อไหร่ถึงจะเลิกทำตัวติ๋มๆเป็นสาวเรียบร้อยสักที หลังจากนั่งเงียบเป็นเป่าสากอยู่พักใหญ่ จู่ๆพรเพ็ญก็เปิดปากถามกอล์ฟว่าถ้าเกิดเราพูดความจริงไปแล้ว ไม่มีคนเชื่อ เราควรทำอย่างไร เขาแนะว่าไม่ต้องไปสนใจ ใครไม่เชื่อก็ช่างมัน เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไม่อยากปิดบังอะไรใครอีกแล้ว

“งั้นก็เอาอย่างนี้ ไม่อยากปิดก็เปิดไปเลยสิครับ เปิดให้เห็นไปเต็มๆ”

“จริงสินะ ขอบใจมากนะกอล์ฟ ถ้ามีใครถาม บอกว่าฉันไปหาคุณวัสนะ” พรเพ็ญผลุนผลันออกไป ทิ้งของไว้เกลื่อนระเบียงหน้าบ้าน กอล์ฟมึนตึบกับท่าทีแปลกๆของเธอ...

ในเวลาต่อมา สโรชามาถึงสถานที่นัดพบ สารภาพกับเชาวน์ว่าเธอเองยังเอาตัวไม่รอด ไหนจะเรื่องหนี้พนัน ไหนจะเรื่องวาทินี แถมยังมีเรื่องคลิปนั่นอีก เชาวน์แปลกใจ ไปเจอคลิปนั้นได้อย่างไร เธอไม่ได้เจอ แต่ฝาแฝดของพรเพ็ญเป็นคนเจอ และกำลังจะเอาไปให้ตำรวจ เธอจำเป็นต้องพาลูกหนี ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ แล้วขยับจะไป เชาวน์ขวางไว้ คิดจะหนี มีเงินแล้วหรือ เธอส่ายหน้า ยังไม่รู้จะไปหาที่ไหน เอกสิทธิ์เก็บเงินไปหมด สงสัยต้องจับลูกสาวของมันเรียกค่าไถ่ถึงจะมีเงินใช้ เชาวน์ปิ๊งแผนชั่วทันที

“ใช่เลย จับตัวมันเรียกค่าไถ่แลกเงินกับคลิป นอกจากจะได้เงินแล้วยังได้แก้แค้นพวกมันทั้งตระกูลด้วย”

สโรชาเห็นดีด้วย หากได้เงินเมื่อไหร่ก็ฆ่าพวกมันทิ้งไปพร้อมกับคลิป แค่นี้ก็ไม่มีใครจับเราได้ เชาวน์ชวนให้ลงมือทันที ขณะทั้งคู่จะเดินไปที่รถ สมุนสองคนของนายใหญ่ขวางทางไว้ แล้วรุมซ้อมเชาวน์ฐานพาไส้ศึกเข้าแก๊ง

ทำให้นายใหญ่ถูกจับ เชาวน์คิดแผนเอาตัวรอดขึ้นมาได้

ชวนทั้งคู่ร่วมมือกันกับพวกตนลักพาตัวเพ็ญพรเรียกค่าไถ่ จะได้มีเงินไว้ใช้ยามหนีตำรวจ สองสมุนตาวาวด้วยความสนใจ...

ที่บ้านของตรัย หลังจากดูคลิปในโน้ตบุ๊กของวาทินีแล้ว ตรัยฟันธงว่าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ สโรชากับพวกไม่รอดจากคุกแน่นอน สุดาเร่งให้เขาไปจัดการ

“งั้นพี่ไปโทรศัพท์หาสารวัตรให้ส่งคนไปที่บ้านศิลาแดงก่อนนะครับ” ตรัยพูดจบ ลุกออกไป

“ในที่สุดความยุติธรรมก็มีจริง คนผิดกำลังจะถูกลงโทษแล้ว” เพ็ญพรยิ้มกับสุดาอย่างมีความหวัง

ooooooo

เพื่อให้วิทวัสเชื่อว่าตนเองไม่ใช่เพ็ญพร พรเพ็ญจึงพามาที่บ้านศิลาแดง บอกให้เขารออยู่นอกกำแพงรั้วก่อน เธอจะให้เจอใครบางคน แล้วเดินหายเข้าไปข้างใน

ครู่ต่อมา พรเพ็ญมาถึงห้องนอนของตัวเอง เห็นพ่อนอนหลับอยู่ เดินไปเกาะข้างเตียง เอาหัวซบแขนท่านไว้ เอกสิทธิ์ลืมตาดู นึกว่าเป็นเพ็ญพรทักว่ากลับมาแล้วหรือ พอรู้ว่าเธอคือพรเพ็ญก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลับมาที่นี่ เธอขอผัดไปก่อน ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลัง แล้วถามหาน้องเพ็ญไปไหน

“น้องออกไปกับพ่อตรัย ส่วนแจ่มกับเติมไป ทำงานบ้าน พรมีอะไรกับน้องหรือเปล่า”

พรเพ็ญแค่คิดถึงน้องกับพ่อก็เลยแวะมาเยี่ยม สองพ่อลูกต่างกอดกันด้วยความคิดถึง ครั้นเห็นควรแก่เวลาพรเพ็ญขอตัวกลับ เดินยังไม่ทันพ้นประตูบ้าน ถูกสโรชากับพวกและสมุนสองคนของนายใหญ่จับตัวไว้

“นี่มันอะไรกันคะคุณน้า...ให้คนมาจับพรทำไม”

“นี่แกมันนังพรตัวจริงนี่ ก็ดีเหมือนกัน เรื่องมันจะได้ง่ายขึ้นอีก...เอาตัวมันไปได้แล้ว”

เอกสิทธิ์ซึ่งแทบจะทรงตัวไม่ไหว กัดฟันออกมาโวยวาย จะเอาลูกสาวของตนไปไหน สโรชาเห็นสภาพของเขาแล้ว บอกให้เอาตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยคิดจะปกป้องคนอื่น เขาโกรธจัด ด่าว่าเธอไม่ยั้ง สโรชาไม่พอใจที่เขาปากเสีย ผลักล้มหัวกระแทกพื้นหมดสติ พรเพ็ญกรีดร้องด้วยความตกใจ ดิ้นรนจะไปช่วยพ่อ แต่ถูกสมุนจับตัวไว้แน่น อาภาพรเห็นท่าไม่ดี เร่งให้รีบไป เดี๋ยวมีใครมาเห็นจะยุ่ง

“พาตัวนังนั่นออกไปได้แล้ว ส่วนไอ้แก่นี่ ทิ้งไว้ให้ตายตรงนี้แหละ” สโรชาว่าแล้วเดินนำทุกคนออกไป ทันทีที่เธอกับพวกคล้อยหลัง ป้าแจ่มกับลุงเติมผ่านมาเห็นเอกสิทธิ์นอนไม่ได้สติ รีบเข้าไปดูอาการ

อีกมุมหนึ่งนอกกำแพงบ้าน วิทวัสเป็นกังวลที่พรเพ็ญหายไปนาน เหลียวไปดูที่หน้าประตูรั้ว เห็นเชาวน์กับอาภาพรพยุงณัฐพงษ์ออกมา โดยมีสมุนสองคนล็อกตัวพรเพ็ญเดินตาม และมีสโรชาเดินรั้งท้ายไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ พรเพ็ญมองมาทางวิทวัส พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ สมุนต่อยท้องเธอจุกตัวงอ แล้วลากขึ้นรถตู้ วิทวัสจะเข้าไปช่วยก็ไม่ทัน รถตู้ทะยานออกไปเสียก่อน เขารีบกลับมาที่รถตัวเอง ขับตามไปห่างๆ...

ขณะที่ตรัย เพ็ญพรและสุดาเตรียมจะมาสมทบกับกำลังตำรวจที่จะเข้าจับกุมสโรชากับพวก ป้าแจ่มโทร.มาแจ้งเพ็ญพรว่าคุณท่านล้มหมดสติ เธอตกใจมากถึงกับทำมือถือหล่น...

ฝ่ายวิทวัสตามรถตู้ของสโรชามาถึงโรงงานร้าง เห็นพรเพ็ญถูกสมุนสองคนพาตัวแยกไปขัง ขณะที่เชาวน์กับอาภาพรช่วยกันประคองณัฐพงษ์ที่หมดสภาพเข้าไปข้างในโดยมีสโรชาตามไปอีกทอดหนึ่ง

ooooooo

ทันทีที่เอกสิทธิ์ฟื้นคืนสติ บอกให้เพ็ญพรรีบตามไปช่วยพรเพ็ญซึ่งถูกสโรชาจับตัวไป ทั้งเธอ ตรัย และสุดาต่างตกใจ ขณะที่ป้าแจ่มกับลุงเติมยังงงๆ

จับต้นชนปลายไม่ถูก จังหวะนั้นสโรชาโทร.เข้ามือถือของเพ็ญพรบอกว่าจับตัวฝาแฝดของเธอไป

“คุณน้าต้องการอะไร”

สโรชาต้องการเงินสดสิบล้านบาทกับคลิปของวาทินี ไม่อย่างนั้นเตรียมรับศพพี่สาวฝาแฝดของเธอได้เลย เพ็ญพรยอมทุกอย่าง จะให้ทำอย่างไรก็ว่ามา...

ฝ่ายเดือนฉายเริ่มนั่งไม่ติดที่พรเพ็ญหายไปป่านนี้ยังไม่กลับ เคนแนะถ้าเป็นห่วงนักก็ให้โทร.ไปตาม...

ณ โรงงานร้าง อาภาพรพูดใส่หน้าพรเพ็ญที่ถูกมัดมือมัดปากนั่งอยู่กับพื้นว่าอีกสักครู่น้องสาวของเธอก็จะเอาเงินมาให้พวกตน แต่อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เพราะพวกตนจะส่งทั้งคู่ไปลงนรก

“คุณแม่ขา ภาขอเป็นคนจัดการน้องสาวนังพรมันนะคะ ภาเกลียดมัน มันแย่งพี่ตรัยไปจากภา”

สโรชาเชิญลูกตามสบายจะจัดการเพ็ญพรด้วยวิธีไหนตนไม่ขัด จังหวะนั้นมีเสียงเรียกเข้ามือถือของพรเพ็ญ อาภาพรหยิบมาดู เห็นชื่อ “แม่” โชว์ที่หน้าจอ รีบบอกสโรชาว่าแม่นังนี่โทร.มา คุณนายเค็มคิดแผนเด็ดขึ้น

มาได้ จัดแจงเรียกค่าไถ่พรเพ็ญจากเดือนฉายอีกทางหนึ่ง...

เดือนฉายวางสายจากสโรชาแล้วถึงกับวูบจะเป็นลม เคนกับกอล์ฟต้องช่วยกันประคองไปนั่ง แล้วเอายาดมมาให้ดม พออาการเธอดีขึ้น เคนสั่งให้เล่าเรื่องทั้งหมดว่าเป็นอย่างไรมาอย่างไร สโรชาถึงมาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากเดือนฉาย เคนถึงกับตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่

“ว่าแล้วเชียวว่าพักหลังยัยหนูเพ็ญมันแปลกๆไป ที่แท้ก็เป็นฝาแฝดนี่เอง”

เดือนฉายตันไปหมด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เคน แนะให้ไปหาเพ็ญพรเดี๋ยวนี้...วิทวัสเห็นสมุนสองคนยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องที่ขัง

พรเพ็ญ แกล้งเหวี่ยงท่อนเหล็กไปไกลๆให้เกิดเสียงดัง รอจนหนึ่งในสมุนแยกไปตรวจดูว่าเสียงอะไร จึงย่องเข้าไปเอาไม้ฟาดหัวสมุนที่ยังยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องสลบเหมือด ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยแก้มัดพรเพ็ญ แต่สโรชามาเห็นเสียก่อน เอาท่อนไม้ฟาดหัววิทวัสทรุดฮวบ

ไม่นานนัก วิทวัสฟื้นคืนสติในสภาพหัวแตกเลือดอาบ พบตัวเองถูกจับมัดหันหลังชนกันกับพรเพ็ญ เขาบอกให้สโรชาปล่อยเราสองคนไปเดี๋ยวนี้ นอกจากจะไม่ปล่อย เธอยังสั่งให้สมุนย้ายทั้งคู่ไปขังที่อื่น

ooooooo

เงินค่าไถ่พร้อม ตรัยและเพ็ญพรคนที่จะเอาเงินไปส่งก็พร้อม แต่สโรชากลับโทร.มาเปลี่ยนสถานที่นัดเพ็ญพรโวยใส่ ทำไมเปลี่ยนนัดกะทันหัน เธอดักคอ ทำไมจะเปลี่ยนไม่ได้หรือว่าเพ็ญพรคิดจะเล่นตุกติก

“ก็ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” เพ็ญพรวางสายหน้าเครียด ตรัยเองก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะประสานกับทางตำรวจให้ไปรอรวบตัวสโรชากับพวก ณ สถานที่นัดเดิมไว้แล้ว ครู่ต่อมา ตรัยขับรถมาจอดหน้าสถานที่นัดหมายแห่งใหม่ สโรชาโทร.มาเร่งให้เพ็ญพรรีบเอาเงินมาให้ เธอแกล้งบอกว่ารถติดมาก ใกล้จะถึงแล้ว สโรชาเหมือนจะรู้เท่าทัน ให้เวลาอีกห้านาที ถ้ายังไม่เอาเงินมาให้ จะไม่ได้เห็นหน้าพรเพ็ญอีกเลย

เพ็ญพรวางสายแล้วคว้ากระเป๋าใส่เงินลงจากรถ ตรัยขอร้องให้รอกำลังเสริมก่อน เธอรอไม่ได้ ขืนชักช้า สโรชาฆ่าพี่พรแน่นอน ตรัยไม่ยอมให้เธอไปเผชิญอันตรายคนเดียว ตามไปคุ้มกันให้...

ณ จุดนัดหมาย ณัฐพงษ์เริ่มประสาทหลอน เห็นคนจะเข้ามาทำร้าย สโรชาต้องคอยปลอบไม่ให้เขาฟุ้งซ่าน สักพักเพ็ญพรเดินถือกระเป๋าใส่เงินเข้ามา โดยมีตรัยแอบซุ่มคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง แต่พอเธอส่งมอบเงินค่าไถ่ให้ สโรชากลับบิดพลิ้ว นอกจากจะไม่คืนตัวพี่สาว ยังสั่งสมุนสองคนของนายใหญ่จับตัวเพ็ญพรไว้ อาภาพรได้ที ขอสั่งสอนนังนี่ฐานฉกพี่ตรัยไปจากตน แล้วตบเปรี้ยง เพ็ญพรจ้องเธอตาเขม็งอย่างเอาเรื่อง

“พี่ตรัยไม่เคยรักเธอ พี่ตรัยรักฉัน”

อาภาพรโกรธจัด กระชากตัวเพ็ญพรจะตบซ้ำ เธอโถมตัวใส่อาภาพรจนเสียหลักล้มไปด้วยกัน ตรัยเห็นช่อง ยิงใส่สมุนสองคนล้มคว่ำ สโรชากับเชาวน์ตกใจรีบชักปืนขึ้นมาเล็งใส่แขกไม่ได้รับเชิญ เพ็ญพรจะวิ่งไปหาตรัยแต่ถูกอาภาพรจิกผม ล็อกคอไว้ แล้วแย่งปืนจากมือสโรชามาจ่อหัวจะยิง เพ็ญพรศอกใส่เต็มท้องจุกตัวงอแล้วจับข้อมืออาภาพรบิดจนปืนร่วง เชาวน์ยิงใส่เพ็ญพร แต่ตรัยโดดรวบตัวเธอหลบกระสุนได้ทัน

เสียงปืนทำให้ณัฐพงษ์สติแตกผลักสโรชาไปชนเชาวน์อย่างจังปืนหลุดมือ กระเด็นไปแทบเท้าณัฐพงษ์ซึ่งคว้าปืนกราดยิงอย่างบ้าคลั่ง กระสุนถูกอาภาพรตายไปต่อหน้า สโรชาเข้าไปยื้อแย่งปืนกับลูกชาย ปืนลั่นถูกเขาทรุดลงจมกองเลือดตายตามน้องสาวไปอีกคนหนึ่ง สโรชาโผกอดศพลูกชายกรีดร้องลั่น

เชาวน์เห็นท่าไม่ดี คว้ากระเป๋าใส่เงินวิ่งหนี โดยมีตรัยไล่ตามไปติดๆ เพ็ญพรเห็นใจสโรชาที่ต้องสูญเสียลูกจะเข้าไปปลอบ เธอหันขวับมองอย่างเคียดแค้นก่อนจะกระโจนใส่ เพ็ญพรไม่ทันระวังตัวล้มลงไปกับพื้น

สโรชาขึ้นคร่อมตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง แล้วลากไปที่ศพณัฐพงษ์ โทษว่าเธอเป็นคนทำให้เขาต้องตาย ต้องชดใช้ด้วยชีวิต จับหัวเธอโขกพื้นจนมึนแล้วบีบคอซ้ำ เพ็ญพรป่ายมือสะเปะสะปะไปเจอปืนในมือณัฐพงษ์

คว้ามาฟาดหัวศัตรูถึงกับผงะ แล้วจ่อปืนขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้ สโรชาไม่กลัวตาย ตรงเข้ายื้อแย่งปืน...

เกิดการต่อสู้ระหว่างตรัยกับเชาวน์ จังหวะหนึ่งผู้หมวดหนุ่มเสียที ถูกเชาวน์ใช้หัวโขกหน้าหงาย แล้วคว้ามีดจ้วงแทง เขาเบี่ยงตัวหลบมีดเฉียดไหลเลือดอาบ เชาวน์จะแทงซ้ำ แต่ถูกตำรวจที่ตามมาช่วยยิงตายเสียก่อน มีเสียงปืนดังมาจากจุดนัดหมาย ตรัยรีบกลับไปดูพร้อมด้วย กำลังตำรวจ เห็นเพ็ญพรทรุดลงกับพื้นที่แขนมีบาดแผลถูกยิงรีบเข้าไปช่วย ส่วนสโรชาถูกตำรวจรวบตัวไว้ เพ็ญพรขอร้องให้เธอบอกที่กักขังพรเพ็ญ

“นรกน่ะสิ ในเมื่อแกทำให้ลูกฉันตาย พี่สาวแกก็ต้องตายเหมือนกัน” สโรชาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...

พรเพ็ญกับวิทวัสถูกขังไว้ในห้องเย็นและใกล้จะหมดสติเพราะอุณหภูมิที่เย็นจนติดลบ แต่เนื่องจากฝาแฝดส่งความรู้สึกถึงกันได้ พรเพ็ญหนาวสั่น ทำให้เพ็ญพรเดาได้ทันทีว่าพี่สาวถูกขังไว้ที่ไหนและตามไปช่วยได้ทัน ทั้งวิทวัสและพรเพ็ญถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอรุจน์ช่วยทั้งคู่จนพ้นขีดอันตราย...

ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลจนใกล้จะออก พรเพ็ญไม่เห็นวิทวัสมาเยี่ยม บ่นกับเพ็ญพรและตรัยว่าเขาคงโกรธที่รู้ว่าเธอเป็นใคร เพ็ญพรทำทีชวนตรัยไปดูอะไรด้านโน้น พอทั้งคู่ลับสายตา วิทวัสเข้ามาหาพรเพ็ญพร้อมด้วยดอกไม้ช่อใหญ่ คุกเข่าลงตรงหน้าสารภาพว่ารักผู้หญิงที่ชื่อ “พรเพ็ญ” คนเดียว แล้วหยิบแหวนขึ้นมา

“แต่งงานกับผมนะครับ คุณพรเพ็ญของผม”

พรเพ็ญพยักหน้ารับคำด้วยความปีติ วิทวัส สวมแหวนให้ ตรัยกับเพ็ญพรมาร่วมแสดงความยินดี อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก หมอรุจน์แอบมองทั้งสี่คนอยู่ สุดาที่ยืนดูอยู่ด้านหลังเขานานแล้ว เข้ามานั่งข้างๆ ปลอบว่าอย่าเศร้าไปเลย อกหักแค่นี้ไม่ตายหรอก เขาไม่ได้อกหัก ทำใจได้นานแล้ว สุดางอน ถ้าไม่อกหักแล้วให้ปลอบอยู่ได้ ทำท่าจะลุกหนี เขาจับมือเธอไว้ขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน เธอยินดีเป็นอย่างยิ่ง รอคำนี้มานานแล้ว

ooooooo

เหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านไปครั้งนี้ ทำให้เดือนฉายและเอกสิทธิ์ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้จะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ทั้งคู่ตกลงจะทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีของลูกทั้งสองคน จากนั้นเดือนฉายเข็นรถเข็นพาเอกสิทธิ์ไปที่สวนของบ้านศิลาแดงซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของคู่แฝด

บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น หมอรุจน์และสุดารับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานเลี้ยง เชิญให้ทั้งสองคู่ขึ้นมาบนเวที แล้วขอให้เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาว เพ็ญพรขอพิสูจน์บางอย่างจากเจ้าบ่าวก่อน

“ถ้าเจ้าบ่าวบอกไม่ได้ว่าใครคือเพ็ญพร ใครคือพรเพ็ญ ก็ไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น”

วิทวัสพยักหน้าให้ตรัย จากนั้นทั้งคู่แกล้งเข้าไปหาผิดคน เพ็ญพรเท้าเอว โวยว่าแค่นี้ยังจำผิดอีกหรือ สองเจ้าบ่าวมองยิ้มๆ ก่อนจะสลับคู่ให้ถูกฝาถูกตัว ตรัยดึงเพ็ญพรมากอด

“โกรธเหรอ...ขี้ยัวะอย่างนี้ใครจะจำไม่ได้”

“แฟนผมน่ารักขนาดนี้ ผมจะจำผิดได้อย่างไร” วิทวัสกอดพรเพ็ญไว้เช่นกัน หมอรุจน์แซว ตกลงคืนนี้จะได้หอมแก้มกันไหม ในเมื่อขอมา สองเจ้าบ่าวก็ยินดีจัดให้ ต่างหอมแก้มเจ้าสาวของตัว ทุกคนในงานพากันตบมือ ส่งเสียงโห่ร้องเป็นที่สนุกสนาน

ooooooo

–อวสาน–


ละครบ้านศิลาแดง ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านบ้านศิลาแดง ติดตามบ้านศิลาแดง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์,ธนพล นิ่มทัยสุข,นิโคล กิตติวัฒน์,คามิลล่า กิตติวัฒน์, 28 ก.พ. 2558 07:16 2015-03-07T00:07:40+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ