นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    พจนีย์หนีตามนิเวศน์ครูสอนดนตรีเข้ามาอยู่บ้านเช่าในกรุงเทพฯ ความเป็นอยู่ของทั้งคู่ค่อนข้างลำบากเพราะนิเวศน์ไม่ได้มีงานสอนประจำ

    ความลำบากทำให้พจนีย์มีปากเสียงกับนิเวศน์แล้วอดคิดเปรียบเทียบกับพจมานไม่ได้ เข้าใจว่าพี่สาวอยู่บ้านทรายทองสุขสบาย แต่ตนตกระกำลำบาก

    คืนหนึ่งพจนีย์หนีจากนิเวศน์ไปที่บ้านทรายทอง กดกริ่งหน้าบ้านแต่ไม่มีใครมาเปิดประตู จึงต้องย้อนกลับมาหานิเวศน์อย่างไม่มีทางเลือก แล้วก่นด่าพจมานว่าใจดำ เห็นแก่ตัว ทิ้งให้แม่ให้น้องต้องลำบาก นิเวศน์ไม่อยากให้พจนีย์คิดอย่างนั้น และรับปากว่าเขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

    พจมานเตรียมตัวกลับบ้านสวน แต่โดนนมทิพย์รั้งไว้เพราะชายน้อยไม่สบาย อีกทั้งชายน้อยก็เว้าวอน พจมานเลยไม่กล้าปฏิเสธ...

    ทันทีที่ท่านต้อมกลับมา ท่านติ๋วเป็นตัวตั้งตัวตีนัดหญิงเล็กมาวางแผนกำจัดพจมานไปให้พ้นบ้านทรายทองและพ้นจากพี่ชายของตน โดยให้หญิงเล็กทำตัวสนิทสนมกับท่านต้อมเหมือนเดิม อย่าให้พจมานได้เข้าใกล้เขาอย่างเด็ดขาด

    พจมานทราบจากชายกลางว่าท่านต้อมจะเสด็จมาจึงบอกพจมานให้รู้ตัวและคอยต้อนรับ แต่พจมานกลับหนีไปวังหญิงอ้อมโดยไม่บอกใครนอกจากนมทิพย์คนเดียว พอชายกลางรู้เข้าก็หาว่านมทิพย์เข้าข้างคนทำผิด

    “แลนมเป็นคนอย่างนั้นหรือคะ”

    “นมน่ะเป็นคนดี แต่นมใจอ่อนเพราะนมรักและเมตตาเด็กคนนั้น”

    “คุณพจต่างหากที่เป็นคนดี คุณชายจะให้เธอทำยังไงในเมื่อทั้งท่านหญิงติ๋วและคุณหญิงเล็กเธอก็อยู่รอรับเสด็จท่านต้อม เธอจึงตัดสินใจออกไปข้างนอกเพื่อไม่ให้คนอื่นๆอึดอัดตะขิดตะขวงใจ อีกอย่างเธอเองก็ยังไม่ได้ผูกพันหมั้นหมายกับท่านชาย แลคุณชายน่าจะขอบใจเธอมากกว่าจะตำหนิ”

    “ฉันต้องตำหนิเพราะฉันบอกไว้ก่อนแล้วว่าท่านต้อมจะเสด็จมาหา”

    “ไม่รู้ล่ะค่ะ คุณพจเธอมีเหตุผลของเธอ นี่นมไม่ได้เข้าข้างคุณพจหรอกนะคะ”

    “นี่แหละเขาเรียกว่าเข้าข้าง” พูดแล้วชายกลางเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

    เดินกลับมาถึงหน้าห้องรับแขกได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาราวกับกำลังคุยกันสนุกสนาน โดยเฉพาะเสียงแม่กับน้าสาว ชายกลางตัดสินใจหันหลังเดินกลับไปเงียบๆ

    พจมานกลับมาตอนค่ำด้วยรถจากวังหญิงอ้อม เธอโล่งใจที่คณะของท่านต้อมกลับไปแล้ว แต่กลายเป็นคณะของหม่อมที่มาทำให้พจมานอึดอัดคับแค้นใจแทน

    หม่อมพรรณราย แพรวพรรณ และหญิงเล็กรุมเล่นงานพจมานด้วยความเกลียดชัง หญิงเล็กได้ของฝากจากท่านต้อมเป็นสร้อยคอ ทั้งที่ความจริงน่าจะเป็นของฝากของพจมานมากกว่า แล้วยังมีหน้าเอามาอวดพจมานเพื่อเยาะเย้ย ก่อนจะรุมด่าอย่างมันปาก

    “ถ้าแกไม่กลับมา ท่านต้อมก็ต้องลงเอยกับหลานของฉัน ซึ่งคู่ควรกันเหมือนกิ่งทองใบหยก”

    “แกกลับมาอีกทำไม ทุกอย่างกำลังจะลงเอยด้วยดีแล้ว ปากก็ทำเป็นพูดว่าไม่อยากได้บ้านทรายทอง ไม่แย่งท่านต้อม แต่กลับทำตรงกันข้าม ฉันน่ะรู้ทันแกทุกอย่าง แกมันมารยาจะทำให้ชายกลางสงสาร แกคิดว่าชายกลางโง่นักรึไง”

    พจมานบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น หม่อมสวนทันควันว่าถ้างั้นก็กลับไปเลย หรือว่าจะอยู่จับชายกลางกับท่านต้อม

    “นั่นสิคะ แกจะอยู่ไปทำไมฮึนังพจมาน ไม่รู้รึว่าแกน่ะเป็นตัวเสนียด โง่รึก็เท่านั้น พอฉันแกล้งหลอกนิดหน่อยว่าชายกลางชอบ แกก็ตัวสั่นริกๆ คอยดักให้ท่า”

    “คุณแพรว...”

    “อุ๊ยตาย! หน้าซีดทีเดียว ถูกหลอกเสียนาน”

    “คนอย่างชายกลางน่ะไม่มีวันลดตัวลงมาชอบแกหรอก ถ้าเวทนาล่ะก็ว่าไม่ถูก”

    “ถ้ายังไม่หน้าด้านเกินไป ก็กลับไปเสีย บางทีฉันก็อาจจะคิดว่าแกยังพอมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ไปกันเถอะค่ะหม่อมแม่...น้าแพรว”

    สามคนยิ้มเยาะหยันพากันเดินจากไป พจมานน้ำตาคลอเจ็บแค้นใจ แล้วเก็บเอาคำพูดเหล่านั้นมาคิดจนนอนฝันร้ายว่าท่านต้อมลงเอยกับหญิงเล็ก ส่วนท่านติ๋วสมหวังกับชายกลาง

    รุ่งเช้าพจมานมาบอกนมทิพย์ว่าตนต้องกลับบ้านจริงๆแล้ว เพราะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่นมทิพย์ติงว่าแก้ปัญหาหรือหนีปัญหากันแน่

    “ทั้งสองอย่างนั่นแหละค่ะ ลุงพร...คุณชายกลางก็สั่งห้ามไม่ให้มาพบพจ ไหนยังจะเรื่องท่านชายกับคุณหญิงเล็ก เรื่องอะไรต่อมิอะไรอีกร้อยแปด พจเคยคิดว่าพจจะกลับมาแก้ปัญหาได้ แต่พอกลับมาจริงๆ มันยิ่งยุ่ง พจหมดปัญญาจริงๆ หากพจไปเสียคนเดียว ทุกคนก็จะได้ดำเนินชีวิตไปตามปกติ”

    “คุณพจคิดว่าถ้าคุณพจไปแล้วคุณชายกลางยังจะอยู่บ้านทรายทองต่อไปหรือคะ คุณพจน่าจะรู้จักคุณชายดี ถ้าเธอบอกว่าไม่...ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเธอได้ เมื่อถึงวันที่ทุกคนต้องออกจากบ้านทรายทองไปซึ่งก็เหลืออีกไม่กี่วัน บ้านทรายทองจะกลายเป็นบ้านร้าง ป้าไม่อยากให้ถึงวันนั้น”

    “พจเองก็ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเหมือนกันค่ะ แต่พจตั้งใจไว้แล้ว...จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจพจได้เหมือนกัน”

    “ป้าทราบค่ะ”

    “ส่วนเรื่องคุณชายน้อย...”

    “คุณพจไม่ต้องเป็นห่วง เธอรักและเชื่อฟังคุณชายกลางมากที่สุด ป้าแน่ใจว่าคุณชายกลางจะพูดให้เธอเข้าใจได้ คุณพจจะไปเดี๋ยวนี้เลยหรือคะ คุณชายกลางเพิ่งจะออกไปทำงาน”

    “คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ พจจะขึ้นไปลาคุณหญิงใหญ่”

    นมทิพย์อวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย พจมานใจหายโผกอดนมทิพย์ เอ่ยเสียงสั่นเครือ “ขอบคุณมากค่ะป้านม พจจะไม่มีวันลืมป้านมเลย ฝากลาคุณชายน้อยให้พจด้วย”

    หลังจากนั้นเธอมากราบลาหญิงใหญ่แล้วไปอย่างเงียบๆ ท่านตุ้มโทร.มาหา รู้จากแจ่มว่าพจมานกลับบ้านต่างจังหวัดก็ประหลาดใจ เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อวานไม่เห็นบอกว่าจะกลับ แสดงว่าตัดสินใจปุบปับจริงๆ

    ooooooo

    เมื่อท่านต้อมมาอีกครั้งก็ยังไม่ได้พบพจมาน พอรู้ว่าเธอกลับไปบ้านต่างจังหวัดก็ยิ่งคิดมากจนชายกลางทักท้วงว่าอย่าเพิ่งกังวล พจมานอาจจะกำลังสับสน

    “ยังจะมีเรื่องอะไรให้สบสนอีก ในเมื่อเขาก็รู้แล้วว่าผมรู้สึกอย่างไรกับเขา”

    “มันไม่ใช่แค่เรื่องฝ่าบาทเท่านั้น ยังมีเรื่องบ้านทรายทอง และเรื่องจุกจิกกวนใจอีกหลายอย่าง...ฝ่าบาทอาจจะต้องให้เวลาเขาอีกสักพัก”

    “คุณภราดาคิดว่าเขารังเกียจผมหรือเปล่า”

    “ผมมั่นใจว่าไม่ได้รังเกียจอย่างแน่นอน”

    “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอให้คุณภราดาช่วยอีกครั้ง”

    “ด้วยความเต็มใจกระหม่อม...”

    “ขอบคุณมาก...ได้มาคุยกับคุณภราดาทำให้ผมสบายใจขึ้น ยังมีอีกอย่าง ผมอยากให้คุณภราดาพูดให้พจมานเข้าใจด้วยว่า...การที่เธอกลายเป็นเจ้าของบ้านทรายทองไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ผมรักเธอ ผมมีความรู้สึกดีๆต่อเธอมาก่อนหน้านั้น”

    “เรื่องนั้นหม่อมเชื่อว่าพจมานต้องเข้าใจ”

    “ขอบคุณ...แล้วคุณภราดาคิดว่าจะไปพบพจมานเมื่อไหร่”

    “น่าจะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์นี้ ฝ่าบาทจะเสด็จไปด้วย”

    “ไม่ล่ะ ผมจะรอฟังคำตอบจากคุณดีกว่า”

    ท่านต้อมกลับไปด้วยความหวัง ตรงข้ามกับชายกลางที่ค่อนข้างอึดอัด แถมยังมาโดนหม่อมแม่ขอร้องไม่ให้ไปตามพจมานกลับมา

    พูดไปแล้วเห็นลูกชายนิ่งเงียบ หม่อมพรรณรายชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะตำหนิ

    “แสดงว่าจะไปตาม แม่ล่ะผิดหวังชายจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าหากมันกลับมาเราต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ความหวังของหญิงเล็กที่จะเริ่มต้นกับท่านต้อมอีกครั้งต้องสลายไป”

    “ความสัมพันธ์ระหว่างท่านต้อมกับหญิงเล็กเหมือนกับแก้วที่ร้าวไปแล้ว คงไม่มีวันที่จะประสานกันใหม่ได้หรอกครับ”

    “รู้ได้ยังไง นังนั่นมันทำเสน่ห์เล่ห์กลต่างหาก”

    ชายกลางเหนื่อยใจ ตัดบทขอตัวไปทำงาน หม่อมลุกขึ้นบีบน้ำตาทันที

    “ชาย...ชายอย่าไปตามมันได้ไหมลูก นึกว่าเห็นแก่แม่ เห็นแก่พี่น้องทุกๆคน ไม่มีใครตำหนิชายหรอก เพราะมันตัดสินใจไปเอง ไม่ได้มีใครมาบังคับ มันรู้ตัวว่ามันปกครองบ้านทรายทองไม่ได้ ถ้าหากชายฝืนให้มันอยู่ก็เท่ากับฆ่ามันทั้งเป็นเชียวนะลูก ให้มันอยู่บ้านนอกน่ะดีแล้ว”

    “แต่มันไม่ถูกต้อง อีกอย่างผมเชื่อว่าพจมาน ต้องทำได้”

    หม่อมหมดแรงทรุดตัวลงนั่งร้องไห้คร่ำครวญ “ชายเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ ชายไม่รักแม่ ไม่รักพี่รักน้อง มันเป็นเวรเป็นกรรมเป็นความผิดของแม่เอง ที่เลี้ยงชายมาให้เป็นคนดีมีความยุติธรรม เห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเอง”

    ชายกลางส่ายหน้าทำท่าจะพูดอะไร แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินออกไปเงียบๆ ได้ยินเสียงหม่อมดังไล่หลัง

    “ชาย...แม่ขอห้ามไม่ให้ไป ชายต้องเชื่อแม่ เข้าใจมั้ย ชายต้องเชื่อแม่”

    ooooooo

    ชายกลางไม่เปลี่ยนใจเพราะรับปากท่านต้อมไว้แล้ว เขาเดินทางไปบ้านพจมานในวันหยุดพร้อมนายจรและของฝากจำนวนหนึ่ง

    พจมานดักคอชายกลางเพราะคิดว่าจะมาพูดเรื่องบ้านทรายทอง แต่เขากลับบอกว่ามาเพราะท่านต้อม พจมานมีแววน้อยใจวูบขึ้นมาแล้วหลุบตาลง

    “เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ท่านต้อมทรงเป็นสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง”

    “ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาเดินทางมาบอกดิฉัน ถึงที่นี่”

    ทั้งคู่นิ่งกันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายกลางจะถามถึงนกุลว่าพบกันบ้างหรือเปล่า พจมานเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจ

    “นกุลก็มีอนาคตที่ดี”

    พจมานอึดอัด ชายกลางเองพูดแล้วก็นิ่งไป แม่เดินมาชะงักกับเห็นท่าทีของทั้งคู่ แล้วจึงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เอาแก้วน้ำมาวางตรงหน้า

    “น้ำข้าวตังค่ะ คุณหญิงยายของคุณชายท่านชอบรับประทาน”

    “ขอบคุณมากครับ”

    แม่เหลือบมองลูกสาวแล้วหันหลังกลับออกไป ส่วนชายกลางรวบรัดกับพจมานว่ามะรืนนี้ตนจะให้รถไปรอรับที่สถานีรถไฟ ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม...

    หลังจากชายกลางกลับไปแล้ว แม่มาเลียบเคียงถามพจมานว่าคุณชายมีธุระอะไรกับลูกอีก

    “ก็เรื่องท่านชายอเนกนพรัตน์นั่นแหละค่ะ”

    “แปลกจริง” บ่นแล้วเห็นลูกหน้าเศร้าน้ำตารื้น แม่ตัดสินใจเตือน “ลูกพจ...ถึงแม่จะเป็นคนบ้านนอกไม่มีความรู้อะไร แต่แม่คิดว่าแม่รู้ใจลูกดี แม่ก็เหมือนกับแม่ทุกคนที่ปรารถนาจะเห็นลูกของตัวเองมีความสุข

    สมหวัง แม่จึงอยากจะให้ลูกชั่งใจให้ดี แล้วทำในสิ่งที่ลูกคิดว่าจะมีความสุข”

    เตือนแล้วแม่เดินจากไป ทิ้งให้พจมานได้ทบทวนหัวใจตัวเอง

    ooooooo

    ท่านผู้หญิงไฉไลมาเยี่ยมเยียนหม่อมพรรณรายพร้อมกับชวนไปดูสวนที่ต่างจังหวัดซึ่งมีคนมาเสนอขาย หม่อมกำลังไม่สบายใจและเบื่อการอยู่บ้านจึงตกปากรับคำแต่โดยดี

    เมื่อชายกลางให้รถไปรับพจมานที่สถานีรถไฟตามนัดจึงไม่มีใครขัดขวาง แต่ที่ทำให้พจมานดีใจมากก็คือคุณหญิงใหญ่ไปรับด้วยตัวเอง ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นเธอออกนอกบ้าน

    “ในที่สุดฉันก็ชนะแล้ว ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่หัวใจอันเย็นชาถือตัวของคุณหญิงใหญ่...วันแรกที่เหยียบบ้านทรายทอง ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมให้ฉันค้างในบ้าน แต่เดี๋ยวนี้...” พจมานหยุดความคิดแสนยินดีไว้แค่นั้น เหลือบมองหญิงใหญ่ขณะนั่งรถออกจากสถานีรถไฟ

    “ตกลงเธอจะว่าอย่างไรเรื่องท่านต้อม” คำถามของหญิงใหญ่ทำให้พจมานหน้าเศร้าลง ตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าตนสุดแล้วแต่คุณชายกลางจะพอใจ

    ทันทีที่ถึงบ้านพจมานขอร้องหญิงใหญ่ให้ช่วยพูดกับชายกลางเรื่องบ้านทรายทองเพราะเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว มันใหญ่โตเกินไป

    “เธอก็รู้ดีว่าชายกลางเป็นคนอย่างไร ไม่มีใครโน้มน้าวเขาได้หรอก เมื่อวานเขาไปดูบ้านเจ้าคุณบริการว่าจะเช่าอยู่ก่อนจนกว่าจะซื้อที่ที่บางกะปิได้”

    พจมานอึ้ง รู้สึกใจหาย หญิงใหญ่อธิบายต่อไปด้วยเหตุและผลว่า

    “คนเราไม่มีใครทำอะไรเป็นมาตั้งแต่เกิด ทุกอย่าง ต้องมาเป็นกันเมื่อเวลาผ่านไปนับปีๆ ตัวจะมาอยู่กับเรา ตลอดไปได้อย่างไร จริงอยู่ เกิดมาต้องอาศัยพึ่งพากัน แต่เมื่อรู้ว่าเราจะต้องเป็นนายของบ้าน เป็นนายของมัน ก็ต้องพยายามข่มใจหัดให้รู้จักเป็นนายคนเสียบ้าง เพราะฉะนั้นชายกลางจึงเป็นธุระจัดการเรื่องท่านต้อมให้ ถ้าแต่งงานกับท่านต้อม ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ตัวก็จะได้ไม่พูดอีกว่าถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว”

    พจมานก้มหน้านิ่งน้ำตาคลอ เริ่มจะหมดหวัง

    “ฉันจะให้แจ่มไว้ใช้ รับแม่รับน้องมาอยู่ด้วยกัน เมื่อมีบ้านใหญ่แล้วอย่ากลัวว่าต้องอยู่โดดเดี่ยว บุญบารมี อยู่ที่ไหน ผู้คนบริวารก็ตามมาเอง ท่านต้อมก็ไม่ใช่คนคับแคบ”

    “พจต้องการให้เคยอยู่กันอย่างไรก็อยู่กันอย่างนั้น พจตัวคนเดียว พจจะอาศัยอยู่ด้วย พจไม่อยากเป็นเจ้าคน นายคน พจอยากเป็นญาติที่ได้รับความเมตตาเหมือนวันนี้ที่เห็นคุณหญิงใหญ่นั่งอยู่ในรถ พจอยากร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้ม”

    “ไม่ได้ อายุวันเวลามันมากเข้าจะมาทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ อยู่รวมกันมากๆก็ไม่ได้ ลิ้นกับฟันยังรู้จักกระทบกัน มีเรื่องร้อนใจไม่หยุด ชายกลางเขาคิดอะไรไม่ผิดหรอก เขาแนะว่าอะไรก็ควรเชื่อเขา สำหรับเรื่องหญิงเล็ก ถ้าตัวตกลงปลงใจกับท่านต้อมจริงๆก็ไม่มี ปัญหาอะไร เรื่องนี้สำคัญอยู่ที่ตัวเอง คิดให้ดี ทุกสิ่งอยู่ที่ใจเรา เราชอบเขา อะไรจะมายิ่งใหญ่กว่านั้น”

    หญิงใหญ่จะผละไป แล้วเหมือนมีบางสิ่งดลใจบอกพจมานให้พูดกับชายกลางเอาเองว่าจะตกลงอย่างไร จากนั้นเข้าไปเอาสร้อยที่ชายกลางเคยฝากไว้ให้พจมานเมื่อครั้งกลับจากสิงคโปร์

    “เขาไม่กล้าให้เอง เพราะไม่รู้ใจตัวว่ารู้สึกอย่างไร แต่ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว ฉันเข้าใจชายกลางดี ฉันรู้สึกเห็นใจทุกคนที่มีความรัก และอยากจะยื่นมือเข้ามาช่วยให้เขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จ เพราะฉันเป็นคนที่ชั่วชีวิตไม่มีโอกาสอีกแล้วในเรื่องเหล่านั้น จริงอยู่ ฉันเคยกราดเกรี้ยวกับตัวมาแล้ว แต่ขอบอกอย่างจริงใจว่าไม่ใช่เพราะเกลียด คุณยายของฉันรักกับคุณปู่ของตัวมา แล้วก็ผิดหวังเหมือนกัน ไม่เคยพบความสำเร็จในอะไรสักสิ่งเดียว ชีวิตของฉันทุกข์ระทมขมขื่นมาอย่างไร ฉันไม่ต้องการให้ชายกลางเป็นอย่างนั้น ฉันต้องการให้คนที่ฉันรักมีความสุข”

    พจมานรับกล่องสร้อยนั้นมาทั้งน้ำตา พลางคิดในใจว่าจะไม่ยอมให้อะไรมาพรากของรักไปอีกแล้ว

    “เราจะมามัวเล่นแง่เอาเชิงกับความรักไม่ได้ ทีหลัง จะต้องเศร้าแก่ตายไปอย่างฉัน ตัวต้องตัดสินใจข้างใดข้างหนึ่งให้เด็ดขาดลงไป เพราะเวลาเป็นของมีค่า”

    เสียงเคาะประตูทำให้สองคนชะงัก แจ่มมาเรียนว่าท่านต้อมเสด็จมา คุณชายกลางให้มาเชิญคุณพจมานไปข้างล่าง...

    หลังจากแจ่มกลับออกไป หญิงใหญ่สวมสร้อยเส้นนั้นให้พจมานและพึมพำเหมือนแม่ที่กำลังปลอบลูกสาว

    “ฉันต้องการให้ชายกลางมีความสุข ล้างหน้าล้างตา แต่งตัวให้สะอาดแล้วลงไปข้างล่าง จำไว้ว่าข้างล่างมีผู้ชาย ที่รักตัวทั้งสองคนคอยอยู่ และจงตัดสินใจว่าใครคือคนที่ตัวรักมากที่สุด ปัญหาทั้งเรื่องบ้าน เรื่องความรักมันจะได้สิ้นสุดลงเสียที”

    พจมานกอดหญิงใหญ่แล้วซบหน้าสะอึกสะอื้นด้วยความตื้นตันใจ

    เมื่อลงมา แน่นอนว่าต้องเจอชายกลางกับท่านต้อม แต่อีกคนที่พจมานนึกไม่ถึงก็คือนกุล พจมานตรงไปหานกุลบอกให้รอก่อน ตนมีเรื่องจะพูดด้วย...ชายกลางไม่รีรอ เดินออกจากตรงนั้นทันที พจมานตัดสินใจแน่วแน่รีบตามชายกลางไป ทิ้งให้ท่านต้อมกับนกุลมองตามตาละห้อยแล้วแยกย้ายกันด้วยความผิดหวัง

    พจมานทำตามที่หัวใจตนเองเรียกร้อง เธอโผเข้าสู่อ้อมกอดของชายกลางด้วยความรักที่ท่วมท้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 22:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์