นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    แค่แรกเห็นพจมานกลับมาที่บ้านทรายทอง แพรวพรรณกับลูกสาวก็ออกอาการไม่พอใจถึงกับหาเรื่องทะเลาะแล้วยังจะทำให้พจมานเจ็บตัวด้วยการที่แสงโสมขัดขาพจมานแทบหน้าคะมำ

    พจมานโกรธและต้องการให้แสงโสมขอโทษ แต่แสงโสมไม่ยอม หาว่าพจมานซุ่มซ่ามเอง แล้วหวังจะพึ่งชายกลางที่เดินเข้ามาพอดี แต่ชายกลางกลับบอกให้แสงโสมขอโทษพจมานที่เป็นผู้ใหญ่กว่า อีกทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านด้วย

    สองแม่ลูกเจ็บใจชายกลางและเกลียดชังพจมานยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหม่อมพรรณรายกับหญิงเล็กกลับจากศรีราชาก็รวมหัวกันเพื่อทำให้พจมานอยู่บ้านทรายทองไม่ได้ รวมทั้งฟักก็กลับมาอยู่ข้างหม่อมเหมือนเดิมเพราะพจมานไม่ได้มีท่าทียินดีต้อนรับฟักมาเป็นบ่าว

    หญิงเล็กยังทำใจเรื่องท่านต้อมไม่ได้ ไหนจะเรื่องที่ต้องย้ายออกจากบ้านทรายทองอีก แพรวพรรณเป็นเดือดเป็นแค้นแทนหลานสาวจึงเสนอแผนใหม่ให้หม่อมทำทียอมรับพจมานเป็นสะใภ้ แต่ความจริงแค่หลอกให้มันเชื่อว่าชายกลางพิศวาสมัน แล้วพวกเราจะได้อยู่ในบ้านทรายทองต่อไป

    “ชายกลางเขาไม่ร่วมมือด้วยหรอก”

    “ก็จะไปบอกชายกลางทำไมล่ะคะ เอาเถอะเรื่องนี้น้องจะจัดการเอง คุณพี่คอยเออๆออๆบ้างนิดหน่อยก็พอ”

    “แล้วท่านต้อมล่ะ”

    “พรุ่งนี้ท่านต้อมจะเสด็จต่างประเทศ”

    “ใครบอกเธอ”

    “อีตาประสพค่ะ ระหว่างที่ท่านต้อมไม่อยู่เราต้องหลอกมันให้สำเร็จ”

    แพรวพรรณเริ่มแผนร้ายอย่างรวดเร็วทันใจ เข้าไปพูดดีกับพจมานก่อนบอกว่าชายกลางมีใจกับเธอ และเธอเองก็มีใจให้หลานชายของตน พูดแล้วเห็นพจมานก้มหน้าเขินอายก็ยิ่งเข้าทาง แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อแจ่มพรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะ ทำให้แพรวพรรณหัวเสียกลับออกมา

    นมทิพย์ประหลาดใจเมื่อรู้จากแจ่มว่าแพรวพรรณเข้าไปหาพจมานถึงในห้อง แต่ไม่ได้ซักถามอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ได้แต่พูดเรื่องท่านต้อมด้วยความหวังดีว่า

    “อย่าหาว่าป้าจุ้นจ้านหรือเจ้ากี้เจ้าการเลยนะคะ ถ้าหากคุณพจจะตกลงปลงใจกับท่านต้อม ไม่ว่าใครก็ว่าคุณพจไม่ได้ ท่านชายทรงเพียบพร้อมทุกอย่าง ป้าแน่ใจว่าคุณพจจะมีความสุข ใครที่เคยดูถูกเหยียดหยามคุณพจไว้...”

    “ป้านมคะ”

    “ขอโทษค่ะ ป้าลืมตัวไปหน่อย”

    “พจก็เคยคิดอย่างป้านมเหมือนกัน แต่พจไม่แน่ใจว่าพจจะมีความสุขจริงหรือเปล่า ความคิดพจมันสับสนไปหมด”

    “นั่นน่ะสิคะ ป้ามัวแต่เจ็บร้อนแทนคุณพจ เลยไม่ทันคิดอะไรให้รอบคอบ”

    พจมานยิ้มอ่อนโยน เข้าใจดีว่านมทิพย์ปรารถนาดีกับตนอย่างจริงใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ เอมวิ่งแจ้นมารายงานหม่อมว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

    เรื่องใหญ่ที่ว่าก็คือหญิงเล็กเก็บเสื้อผ้าจะไปจากบ้านทรายทองเพราะทนอยู่เห็นหน้าคนที่เกลียดชังไม่ไหว หม่อมมาทักท้วงก็ไม่ฟัง สุดท้ายต้องไปถามชายกลางว่าได้บ้านหรือยัง เราจะไปกันได้เมื่อไหร่

    “บ้านที่ผมจะไปเช่าอยู่ก่อน เจ้าของเขาเกิดเปลี่ยนใจจะให้ญาติมาอยู่ครับ”

    “แล้วหลังอื่นไม่มีแล้วหรือ”

    “ก็มีครับ แต่มันไม่ใหญ่พอที่จะรับพวกเราทั้งหมด ส่วนบ้านที่จะสร้างใหม่ก็กำลังรอแบบอยู่”

    หม่อมถอนใจเฮือกใหญ่ ชายกลางอาสาจะไปพูดกับหญิงเล็กเอง แต่ไม่ทันก้าวขา หม่อมพูดโพล่งอย่างอัดอั้นว่า

    “นังพจมานมันกลับมาทวงบ้านทรายทองใช่ไหม”

    “เขามาเพื่อจะยกบ้านทรายทองให้เราเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ผมไม่ต้องการ” จบคำชายกลางเดินออกไปทันที หม่อมไม่เชื่อพูดปาวๆว่ามันไม่ได้จะให้จริงๆหรอก แต่พูดเพื่อจะเอาใจชายเท่านั้น

    หญิงเล็กลากกระเป๋าสัมภาระออกจากห้อง แต่แล้วต้องเอาเข้าไปเก็บเพราะชายกลางดุดันเอาเรื่องจนเธอไม่กล้าแข็งขืน แต่ไม่วายด่ากระทบพี่ชายว่าเอาแต่เข้าข้างพจมานทั้งที่มันแย่งท่านต้อมไปจากน้อง แย่งบ้านไปจากพวกเรา...

    แพรวพรรณไม่ละความพยายาม สายวันนี้เข้ามาตีหน้าซื่อพูดคุยกับพจมานราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แถมยังนับญาติซะดิบดี โน้มน้าวให้พจมานรู้สึกว่าชายกลางมีใจแต่จำต้องไปจากบ้านทรายทองเพราะหยิ่งในความเป็นสว่างวงศ์

    พจมานฟังแล้วกระวนกระวายใจ ไม่อยากให้ใครต้องไปจากที่นี่ นมทิพย์แอบเห็น พอแพรวพรรณผละไปจึงเข้ามาเตือนพจมานให้ฟังหูไว้หู ไม่ว่าแพรวพรรณจะพูดอะไรอย่าเชื่อเธอหมดทุกอย่าง

    บ่ายนั้น พจมานไปวังหญิงอ้อมซึ่งเพื่อนๆมารวมตัวกันอยู่ ทุกคนสนับสนุนให้พจมานแต่งงานกับท่านต้อม ยกเว้นหญิงอ้อมที่ไม่เห็นด้วย หาว่าท่านต้อมจิตใจโลเลเชื่อไม่ได้

    ท่านตุ้มตามมาทีหลังและขากลับอาสาพาพจมานไปส่งบ้าน เธอพูดตรงๆว่าอยากได้เพื่อนรักเป็นพี่สะใภ้ แต่พจมานอึกอักไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

    พจมานเลือกที่จะเดินเข้าประตูด้านหลังแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาชายกลาง เขาปรากฏตัวถามเธอว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ พจมานตอบอย่างมั่นใจหลังคิดใคร่ครวญไว้ก่อนแล้วว่า

    “พรุ่งนี้ดิฉันเชิญคุณลุงพรมาพบ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจะกลับวันมะรืนนี้ค่ะ”

    “ฉันบอกนายพรแล้วว่าไม่ต้องมา ฉันไม่ต้องการบ้านทรายทอง ไม่ต้องการความสมเพชเวทนาจากเธอ”

    ชายกลางกล่าวเสียงเข้มแล้วเดินจากไป ทิ้งให้พจมานตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนก้าวเดินเข้าไปภายในบ้าน เป็นจังหวะที่หญิงเล็กสวนลงมาจากบันได เธอกระชากพจมานก่อนตบไปที่หน้าอย่างแรงแล้วแผดเสียงใส่ว่า

    “นี่มันยังเทียบไม่ได้กับที่แกแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน”

    “แกมันหน้าด้าน” หม่อมซ้ำเติมให้อีกอย่างสะใจ

    ชายกลางเห็นทุกอย่าง เข้ามาขอดูแก้มพจมานเห็นรอยแดงเป็นปื้น หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ พจมานน้ำตายิ่งไหลด้วยความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา โดยเฉพาะความอ่อนโยนของชายกลาง

    หม่อมกับหญิงเล็กผละไปอีกมุม หม่อมบ่นเป็นกังวลเพราะแน่ใจว่าชายกลางเห็นหญิงเล็กตบพจมาน แต่หญิงเล็กเชิดหน้าบอกว่าไม่แคร์ ถึงยังไงพี่ชายกลางก็ไม่เคยมองเราดีอยู่แล้ว

    “แต่เขาจะตำหนิแม่เอาได้”

    “ดีค่ะ จะได้รู้กันไปเลยว่าพี่ชายกลางเห็นนังบ้านนอกนั่นดีกว่าแม่ดีกว่าน้อง”

    หม่อมอึ้งไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไร...ชายกลางพาพจมานไปให้นมทิพย์เอายาทาแก้ม ชายน้อยเห็นแล้วสงสารรีบไปฟ้องพี่หญิงใหญ่ว่าพี่หญิงเล็กตบหน้าพี่พจมาน แต่กลายเป็นโดนดุจนจ๋อยกลับมาว่าอย่าเป็นเด็กขี้ฟ้อง

    จากนั้นไม่นาน หญิงใหญ่ถูกหม่อมเรียกไปซักถามว่านังพจมานพูดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการมาครั้งนี้ หญิงใหญ่ยิ้มเยาะก่อนท้วงหม่อมแม่ว่า

    “เขาเป็นเจ้าของบ้านทรายทองที่เราอาศัยอยู่เชียวนะคะ หม่อมแม่เรียกจิกเขาอย่างนั้นเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า”

    “ช่างหัวมันปะไร” หม่อมสวนทันควัน หญิงใหญ่สีหน้าเย็นชา ขยับตัวขึ้น “แล้วนั่นจะไปไหน ยังไม่ได้ตอบที่ฉันถามเลย”

    “หญิงเห็นหม่อมแม่บอกว่าช่างหัวมัน ก็แสดงว่าถึงพจมานจะพูดอะไร หม่อมแม่ก็คงไม่สนใจ”

    “หญิงใหญ่!” หม่อมฉุนเต็มที่ แพรวพรรณกับหญิงเล็กนั่งอยู่ถัดไป มองหญิงใหญ่ตาขวาง

    “หญิงใหญ่จ๋า...พูดจากับหม่อมแม่ดีๆหน่อยสิหลาน ท่านยิ่งเครียดๆอยู่”

    “ในเมื่อเขาไม่อยากบอกก็ไม่ต้องไปง้อหรอกค่ะ เราก็อยู่ของเราไปอย่างนี้ใครหน้าไหนกล้าว่าก็ให้มันรู้ไป”

    “เธอจะอยู่ก็อยู่เถอะหญิงเล็ก แต่พี่น่ะคงไม่หน้าด้านพอหรอก”

    “พี่หญิงใหญ่ว่าใครหน้าด้าน”

    “ก็ใครล่ะที่อาศัยบ้านเขาอยู่มาตั้งนานแล้วโมเมเอาว่าเป็นบ้านของตัวเอง...เท่านั้นไม่พอ วันดีคืนดีก็ยังตบหน้าเจ้าของบ้านเขาด้วย”

    “นังพจมานมันเสนอหน้าไปฟ้องเธอเหรอ”

    “เจ้าของบ้านเขาไม่เสนอหน้ามาฟ้องคนอาศัยหรอกค่ะหม่อมแม่ขา...ถ้าไม่มีเรื่องถามแล้วหญิงจะไปเก็บข้าวของต่อล่ะนะคะ อ้อ แล้วนี่เก็บของกันบ้างหรือยังล่ะคะ ถ้าพจมานเขาเกิดเหม็นขี้หน้าไล่ออกจากบ้านวันนี้พรุ่งนี้ระวังจะเก็บไม่ทันนะคะ”

    หม่อมโกรธจนแทบจะเป็นลม ขณะที่หญิงเล็กกับแพรวพรรณจุกจนพูดไม่ออก ส่วนหญิงใหญ่เดินจากมาด้วยรอยยิ้ม แต่พอเข้าห้องปิดประตูก็รู้สึกใจหายอาลัยอาวรณ์บ้านหลังนี้เหมือนกัน

    หญิงเล็กอึดอัดคับแค้นใจจนทนอยู่ในบ้านไม่ไหว บอกหม่อมแม่ว่าจะไปข้างนอกทั้งที่ยังไม่มีจุดหมาย แพรวพรรณโทษพจมานเป็นตัวมารทำลายความสุข แล้วพาลด่าไปถึงพนาพ่อของพจมานว่าวางแผนไว้เพื่อแก้แค้นพวกเรา พอหม่อมถามเรื่องที่ว่าจะกล่อมพจมานให้ใจอ่อน แพรวพรรณบอกว่าตนพูดแล้ว และเชื่อว่าได้ผลด้วย พจมานทำท่าจะเชื่อแล้วว่าชายกลางมีใจกับมัน

    “เฮ้อ...พี่คงอกแตกตายถ้ามันจะมาเป็นสะใภ้จริงๆ”

    “ไม่มีวันหรอกค่ะ ชายกลางจะไม่รู้เรื่องนี้ น้องจะทำให้มันพร่ำเพ้อเป็นบ้าเป็นหลังไปคนเดียว” แพรวพรรณสีหน้ามาดหมาย มั่นใจในแผนการอันแยบยลของตน

    ooooooo

    นกุลกลับมาบ้านและตั้งใจแวะไปหาพจมานแต่ไม่เจอ เมื่อกลับมากรุงเทพฯจึงรีบมาหาเธอที่บ้านทรายทอง เอมเห็นทั้งคู่คุยกันก็รีบเสนอหน้าไปฟ้องหม่อมอีกตามเคย เลยเป็นเรื่องขึ้นมาอีก!

    หม่อมไม่เล่นงานพจมานด้วยตัวเองเหมือนแต่ก่อนเพราะตอนนี้พจมานไม่ได้เป็นแค่คนอาศัย แต่ใช้วิธีไปบอกชายกลางให้ช่วยเตือนเจ้าของบ้านเพราะเอมเห็นนั่งจับมือถือแขนกับเพื่อนรักเพื่อนใคร่ในที่ลับตาคน

    “ลับตาคน แล้วทำไมยังมีใครอุตส่าห์ไปเห็นอีกล่ะครับ”

    “ก็นังเอมมันไปแถวนั้น มันหวังดีก็เลยมาบอกแม่ ความจริงแม่ก็ไม่อยากมาบอกชายหรอก เพราะมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของแม่ แต่มาคิดอีกที เดี๋ยวนี้แม่คนนั้นเขาไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เป็นถึงเจ้าของบ้านทรายทอง ไอ้เจ้าคนนั้นมันอาจจะคิดปอกลอก”

    “ถ้าหม่อมแม่หมายถึงนกุลล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ครอบครัวเขามีฐานะดี พ่อเขาเป็นแพทย์ ตัวเขาเองกำลังเรียนแพทย์ อีกอย่างพจมานกับท่านต้อม...”

    หม่อมฉุนกึก ตวาดแทรกขึ้นมา “ไม่ต้องมาตอกย้ำให้ฉันเจ็บใจแค้นใจอีก แม่น่าจะรู้ว่าไม่ว่านังนั่นมันทำอะไรก็ดีเลิศประเสริฐไปหมดในสายตาของชาย แม้กระทั่งแย่งคู่หมั้นของน้องสาวแท้ๆของตัวเอง ก็ขอให้ชื่นชมกันเสียให้พอ”

    ชายกลางนิ่งไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด หม่อมสะบัดหน้าเดินออกไปหาแพรวพรรณที่นัดกันออกไปเล่นไพ่

    นกุลห่วงใยพจมานและอยากรู้เหตุผลที่เธอกลับมาที่นี่ ซึ่งนกุลคาดเดาว่าเป็นเพราะชายกลาง แต่พจมานบ่ายเบี่ยงไม่ตอบและขอให้นกุลเลิกพูดเรื่องชายกลางเสียที พอเสร็จธุระที่นี่แล้วตนคงจะไม่ได้กลับมาอีก แล้วก็คงไม่ได้พบกับคนที่บ้านทรายทอง

    นกุลกลับไปได้สักครู่ ชายกลางลงมาพบพจมานที่ใต้ต้นประดู่ เตือนว่าทำไมไม่ไปรับแขกบนบ้าน เดี๋ยวนี้เธอคือเจ้าบ้าน การต้อนรับแขกตามสุมทุมพุ่มไม้คงไม่เหมาะสมนัก ตนเองซึ่งเป็นคนอาศัยก็ไม่สบายใจ

    “ทำไมถึงมีแต่คนขี้ฟ้อง” พจมานน้ำเสียงหงุดหงิด

    “อีกไม่นานก็ไปหมดแล้ว”

    “ดิฉันเรียนให้คุณชายทราบไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าดิฉันจะไม่อยู่ที่นี่”

    “เธอจะปล่อยให้เป็นบ้านร้างก็ตามใจ...ฉันได้บ้านเช่าแล้ว นายพรเพิ่งโทร.มาบอก อีกสองสัปดาห์จะย้ายออกไป”

    “ทำไมเร็วนักล่ะคะ”

    “ฉันคงโชคดีกระมัง เธอเองก็ควรบอกให้คุณแม่กับน้องๆเตรียมตัวย้ายเข้ามาได้แล้ว”

    พจมานอ้าปากจะพูด แต่ชายกลางชิงพูดขึ้นก่อน

    “ฉันไม่ได้ประชด แต่ครอบครัวเธอลำบากกันมามากแล้ว ทุกคนควรจะสบายเสียที หรือถ้าเธอจะไปอยู่วังท่านต้อม...”

    “ดิฉันจะไม่ไปอยู่ที่ไหนทั้งนั้น” พูดแล้วเธอเดินหนีไปทันที เจอแจ่มถือถาดของว่างจะไปให้นกุล พจมานบอกแจ่มว่านกุลกลับไปแล้ว ของว่างให้แจ่มกินแทน พอชายกลางเดินตามมา แจ่มทักถามอย่างนอบน้อม แต่ไม่ได้คำตอบ แถมชายกลางยังเมินไม่มองพจมานราวกับเธอไม่มีตัวตน

    ooooooo

    หญิงเล็กไปสนามแข่งม้าโปโลคลับกับมานิดาและสิริอรแล้วมีหนุ่มคนหนึ่งแอบมองหมายตาเธอด้วยความพึงพอใจ หญิงเล็กไม่รู้ตัวแต่เพื่อนสองคนเห็นชัด แต่พอบอกหญิงเล็กกลับไม่สนใจ สิริอรเลยยกตัวอย่างเรื่องของตัวเองที่เคยแอบรักชายกลางแล้วไม่สมหวังเพราะฝ่ายชายไม่ได้รักตอบ

    “เมื่อตอนที่อรรู้ว่าคุณชายกลางไม่ได้รักอร อรก็เคยรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายลงมาตรงหน้าอย่างนี้เหมือนกัน อรทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน” แต่อรก็แต่งงานกับคุณเกริกฤทธิ์หลังจากนั้นไม่นาน”

    “อรแต่งงานเพื่อให้ลืม...แล้วก็เพื่อปลอบใจตัวเองว่าฉันก็ยังมีคนรักมาเห็นคุณค่า”

    “แล้วลืมได้ไหม”

    “ผู้หญิงเรามักจะลืมความรักครั้งแรกไม่ได้ง่ายๆ ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าความรู้สึกจะดีขี้น”

    “แต่เรื่องของหญิงเล็กต่างกว่าอร เพราะหญิงเล็กหมั้นหมายจนจะแต่งงานกับท่านต้อมอยู่แล้ว” มานิดาติงเบาๆ

    “อรรู้...ที่พูดนี่ก็เพราะไม่อยากให้หญิงเล็กจมอยู่กับความหลังจนไม่ยอมมองคนอื่นๆอีก อย่างน้อยเราก็ได้ความรู้สึกดีๆกลับมาว่ายังมีคนเห็นคุณค่าของเรา”
    หญิงเล็กถอนใจยาว ในขณะที่มานิดาบีบมือเพื่อนเบาๆแล้วบอกว่าสิริอรพูดถูก ไม่เห็นมีอะไรเสียหายถ้าเราจะมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกสักคน

    “แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะหญิงยังไม่พร้อมจริงๆ กลับกันเถอะ ถ้าเขาอยากจะรู้จักหญิงจริงๆ เขาก็ต้องพยายามจนได้”

    มานิดาพยักหน้า แล้วสามสาวพากันออกไป ชายหนุ่มคนนั้นยืนชะเง้อมองตาม เขาชื่อเติม เพื่อนๆที่มาด้วยกันมองออก กระเซ้าเย้าแหย่เติมว่าเจอคนถูกใจ เติมยอมรับและขอให้เพื่อนๆช่วยสืบให้ทีว่าเธอคือใคร

    กว่าหญิงเล็กจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นคนอื่นนอนกันหมด เช้าขึ้นขณะลงมากินอาหารกันสองคนแม่ลูก หม่อมถามด้วยความห่วงใยว่าลูกไปไหนมา แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้คนเป็นแม่สะอึกอึ้งไป

    “หญิงโตจนถูกคู่หมั้นทิ้งแล้ว หม่อมแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”

    “หญิงเล็ก...”

    “หญิงไปกับมานิดาแล้วก็สิริอร ดูหนังรอบค่ำแล้วเลยไปเต้นรำกัน อย่างน้อยมันก็ทำให้พอลืมอะไรๆได้บ้าง ถึงจะกลับมาเศร้าต่อก็เถอะ...หม่อมแม่อย่าปลอบหญิงเลยค่ะเพราะมันไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวหญิงเอง แล้วหญิงเชื่อว่าวันหนึ่งหญิงต้องดีขึ้น”

    “แล้ววันนี้จะไปไหนหรือเปล่า”

    “เดี๋ยวหญิงจะออกไปทำผมทำเล็บ หลังจากนั้นก็ไปเที่ยวต่อกับสิริอร เขาทะเลาะกับสามีเลยไม่อยากอยู่บ้าน”

    “คงไม่กลับดึกใช่ไหมลูก”

    “ยังไม่แน่ใจค่ะ แต่ก็ไม่รู้จะกลับเร็วทำไม ไม่อยากเห็นหน้าคนบ้านนี้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หญิงดีขึ้นแล้ว”

    หม่อมถอนใจกลุ้มๆ เดินหน้าเครียดไปเจอแพรวพรรณ น้องสาวเลยทักว่าเป็นอะไรทำไมหน้าตาเคร่งเครียดแต่เช้า

    “ก็เรื่องเดิมนั่นแหละ หมู่นี้ดูหญิงเล็กยิ่งเป๊ิดสะก๊าดเข้าไปใหญ่”

    “โถ...แกกำลังไม่สบายใจ ปล่อยไปสักพักเถอะค่ะ”

    จังหวะนั้นเองเอมคลานเข่าเข้ามา มีเรื่องใหม่มาจีบปากจีบคอรายงานว่าเห็นทนายพรมา หม่อมสงสัยว่ามาทำไมตนไม่ได้บอกให้มาสักหน่อย

    “เอมเห็นเดินอ้อมไปทางด้านหลัง ก็เลยคิดว่าคงจะไปหาแม่พจมานเจ้าค่ะ”

    “อุ๊ยต๊าย...นี่มันทำตัวเทียมคุณพี่แล้วนะคะ คุณพระ คุณเจ้า มันช่างใหญ่โตเสียนี่กระไร”

    “ใช่เลยเจ้าค่ะ เขาเห็นหม่อมท่านมีทนาย เขาก็อยากจะมีด้วย”

    เอมลอยหน้าเสริมคำพูดแพรวพรรณเสียจนหม่อมต้องตวาดปรามให้ออกไป แล้วคอยดูว่านายพรพูดธุระกับพจมานเสร็จเมื่อไหร่ให้เขามาหาตนด้วย

    “คุณพี่คะ เอมมันพูดมีเค้านะคะ นังนั่นมันพยายามจะทำตามคุณพี่ทุกอย่าง มันเห็นคุณพี่เป็นหม่อม มันก็อยากจะเป็นบ้างจนถึงกับทำมารยาแย่งท่านต้อมไปจากหญิงเล็ก แล้วลูกของมันก็จะได้เป็นหม่อมราชวงศ์เหมือนลูกๆของคุณพี่ แล้วมันก็ช่างเลือกนะคะ มันรู้ว่าท่านต้อมร่ำรวย”

    “เธอจะพูดว่าไม่ใช่เจ้าจนๆเหมือนท่านชายภราไดย์สามีของพี่ใช่ไหม”

    “อุ๊ย! เปล่านะคะ”

    “แต่มันก็มีส่วนถูก นังคนนี้มันมีแผนการล้ำลึกนัก”

    “นึกออกแล้ว...ต้องมีคนไปทูลท่านต้อมว่ามันจะแต่งงานกับท่านเพื่อจะแก้แค้นพวกเรา”

    “ถ้าท่านไม่เชื่อ เรามิเสียผู้ใหญ่รึ”

    “ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องทูลฟ้องท่าน น้องมีวิธีค่ะ วิธีนี้อาจจะทำให้คุณพี่ได้ทั้งเจ้าพี่เจ้าน้องกลับคืนมาเป็นเขยเป็นสะใภ้ด้วย” แพรวพรรณสีหน้ามาดหมาย หม่อมค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาอย่างคาดหวัง

    สองศรีพี่น้องเริ่มเดินหน้านัดพบท่านติ๋วแล้วแต่งเรื่องยุแหย่ว่าพจมานไม่ได้รักท่านต้อมแต่ต้องการแต่งงานกับท่านเพื่อแก้แค้นและยกตัวเองให้ทัดเทียมพวกตน ท่านติ๋วคิดใคร่ครวญแล้วคล้อยตาม รวมทั้งจะหวนกลับไปหาชายกลางเพราะแพรวพรรณบอกว่าแม้ไม่ได้บ้านทรายทองแต่เขายังมีสมบัติมากมายของคุณตาที่ทำให้อยู่สุขสบายไปตลอดชีวิต อีกทั้งหน้าที่การงานก็ใหญ่โตเป็นอธิบดีตั้งแต่ยังหนุ่ม

    ท่านติ๋วใจร้อนเขียนจดหมายส่งให้ท่านต้อมที่ต่างประเทศ แจ้งรายละเอียดไปตามที่หม่อมพรรณรายกับแพรวพรรณบอกว่าพจมานไม่ได้รักเขาแต่จะแต่งงานเพื่อแก้แค้น เธอไม่ต้องการให้พี่ชายตกเป็นเครื่องมือของพจมาน

    ในขณะเดียวกัน ท่านตุ้มน้องสาวคนเล็กกลับอยากได้พจมานเป็นพี่สะใภ้ วันนี้เธอนัดหญิงอ้อมมาหาพจมานที่บ้านทรายทอง เอมไม่รู้จักเลยทึกทักดูถูกว่าสองคนเป็นเพื่อนพจมานที่มาจากบ้านนอก พอรู้จากแจ่มว่าเป็นเจ้าเป็นนาย เอมหน้าแตกไม่มีชิ้นดี

    พจมานมาขออนุญาตชายกลางใช้ห้องอาหารต้อนรับท่านตุ้มกับหญิงอ้อม ชายกลางถามว่าทำไมต้องมาขออนุญาตในเมื่อบ้านหลังนี้เป็นของเธอ พจมานยืนยันว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น ทำให้ชายกลางหงุดหงิดว่าทำไมพูดไม่รู้เรื่องเสียที น่ารำคาญที่ต้องโยนกันไปมา

    พจมานก้มหน้าน้อยใจ พอชายกลางพูดถึงท่านต้อมที่จะกลับเร็วๆนี้และแสดงความยินดีด้วย เธอยิ่งน้อยใจแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ รีบหันหลังเดินหนีออกมา

    หลังจากเพื่อนๆกลับไปแล้ว พจมานกับชายกลางเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เถียงกันเรื่องบ้านทรายทองที่ต่างก็ไม่อยากได้ ชายกลางตำหนิพจมานทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักข่มอารมณ์ ไม่มีเหตุมีผล พจมานยอกย้อนแล้ววิ่งหนีแต่ชายกลางตามไปคว้าแขนไว้

    หม่อมกับแพรวพรรณกลับมาเห็นพอดี หม่อมคิดไปไกลบอกน้องสาวว่าตนรับไม่ได้ถ้าพจมานจะมาเป็นสะใภ้ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอม แล้วพาลโทษแพรวพรรณที่คอยสนับสนุนดีนัก

    “คุณพี่ใจเย็นๆค่ะ น้องจะเลิกสนับสนุนมันกับชายกลางและทำตามแผนการใหม่ของเรา แต่คุณพี่คงต้องระวังคนอื่น”

    “ใครอีกล่ะ”

    “นมทิพย์กับชายน้อยค่ะ สองคนนี่แหละตัวดีนัก คอยดึงชายกลางกับนังพจมานให้ไปพบกัน ต่างคน

    ต่างทำเป็นรัก ทำเป็นสงสารชายน้อย น้องน่ะคอยสังเกตมานานแล้ว”

    หม่อมเชื่ออย่างนั้น ให้เอมไปเรียกนมทิพย์มาต่อว่า ก่อนสั่งห้ามนัดแนะชายกลางกับพจมานไปพบกันที่ห้อง โดยทำเป็นไปหาชายน้อย

    “ไม่ใช่อย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ คุณพจเธอรักคุณชายน้อยจริงๆ เธอสอนให้คุณชายอ่านหนังสือ วาดรูป”

    “พอที! ไม่ต้องมาสาธยายคุณงามความดีของมันให้ฉันฟัง นังนั่นน่ะมันเจ้าเล่ห์ ใครที่ไหนจะรักจะสงสารเด็กพิการคนนึงขนาดนั้น”

    นมทิพย์คร้านจะเถียงด้วย อมยิ้มกลับออกมาพลางนึกว่าหม่อมเป็นเอามาก ระแวงไปเสียหมด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    28 ต.ค. 2564

    03:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 04:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์